ผู้นำอังกฤษลาออกจาก หน.พรรค หลังล้มเหลวพาอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป

Fri, 24 May 2019 18:39:00

เทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ แถลงทั้งน้ำตาในการก้าวลงจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคคอนเซอร์เวทีฟ ในวันที่ 7 มิ.ย.นี้ โดยระบุว่าการลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคครั้งนี้เพื่อผลประโยชน์ของประเทศ เปิดทางให้ผู้นำคนใหม่ที่จะนำพาอังกฤษแยกตัวออกจากสหภาพยุโรปได้สำเร็จ

ผู้นำอังกฤษ ระบุว่า จะยังคงรักษาการอยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไปจนกว่าจะได้หัวหน้าพรรคคนใหม่ ซึ่งผู้ที่ได้รับตำแหน่งหัวหน้าพรรคคนใหม่จะขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ด้วยในทันที

ที่ผ่านมาผู้นำอังกฤษเผชิญกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์และแรงกดดันอย่างหนักจากหลาย ฝ่าย รวมทั้งลูกพรรคคอนเซอร์เวทีฟที่ไม่พอใจกับความล้มเหลว หลังข้อตกลงแยกตัวออกจากสหภาพยุโรปที่ผู้นำอังกฤษเสนอไม่ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา จนผ่านพ้นเส้นตายการแยกตัวออกไป


"ไต้หวัน" จัดพิธีสมรสคู่รักเพศเดียวกันครั้งประวัติศาสตร์ในเอเชีย

Fri, 24 May 2019 12:12:00

วันนี้ (24 พ.ค.2562) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า คู่รักเพศเดียวกันชาวไต้หวันหลายคู่จูงมือเข้าร่วมทำพิธีสมรสหมู่ในกรุงไทเป ท่ามกลางบรรยากาศชื่นมื่น ซึ่งพิธีสมรสครั้งนี้นับเป็นพิธีสมรสตามกฎหมายครั้งแรกในเอเชีย หลังจากเมื่อวันที่ 17 พ.ค.ที่ผ่านมา สมาชิกสภาไต้หวันผ่านร่างกฎหมายที่อนุญาตให้การสมรสระหว่างคู่รักเพศเดียวกันถูกกฎหมาย

 

 

 

ขณะที่เจ้าหน้าที่ไต้หวัน ประเมินว่าจะมีคู่รักเพศเดียวกันเดินทางมาจดทะเบียนสมรสที่ที่ทำการในวันนี้ ประมาณ 300 คู่ ซึ่งในจำนวนนี้ อยู่ในกรุงไทเปเมืองเดียว ประมาณ 150 คู่ นอกจากนี้ ทางการท้องถิ่นยังวางแผนจัดพิธีเฉลิมฉลองการแต่งงานกลางแจ้งใจกลางเมือง ซึ่งคาดว่าจะมีผู้มีชื่อเสียงทั้งชาวไต้หวันและต่างชาติมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก

 

 

 

แม้ว่าการแต่งงานระหว่างเพศเดียวกันจะถูกกฎหมายแล้ว แต่คนหลายกลุ่มในไต้หวันยังคงมีความเห็นขัดแย้งกันในประเด็นดังกล่าว โดยเฉพาะในหมู่ประชาชนในชนบทและผู้สูงอายุที่ยังมีแนวคิดค่อนข้างเป็นอนุรักษ์นิยม

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไต้หวันผ่านกฎหมายอนุญาต "คนรักเพศเดียวกัน" แต่งงาน

 


"นเรนทรา โมดี" ชนะเลือกตั้งนั่งนายกฯ อินเดียต่อ 5 ปี

Fri, 24 May 2019 06:59:00

วันนี้ (24 พ.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย กล่าวกับผู้สนับสนุนพรรคบีเจพี ในกรุงนิวเดลี ท่ามกลางบรรยากาศของการเฉลิมฉลอง หลังนำพรรคคว้าชัยชนะอย่างท่วมท้นในการเลือกตั้งทั่วไป ซึ่งมีการประกาศผลอย่างเป็นทางการเมื่อวานนี้ (23 พ.ค.) โดยนายโมดีกล่าวขอบคุณที่ประชาชนให้โอกาสบริหารประเทศต่อไปอีก 5 ปี พร้อมระบุว่าทุกคนในชาติต้องการเห็นอินเดียในภาพลักษณ์ใหม่

ทั้งนี้ มีรายงานว่าพรรคบีเจพีจะคว้าที่นั่งในสภาได้ประมาณ 300 ที่นั่ง จากทั้งหมด 543 ที่นั่ง ซึ่งเป็นสัดส่วนที่มากกว่าการเลือกตั้งเมื่อปี พ.ศ.2557 โดยการเลือกตั้งครั้งนี้เปรียบเหมือนการทำประชามติความนิยมในตัวนายโมดี ซึ่งเป็นผู้นำจากขั้วการเมืองชาตินิยมฮินดูที่คว้าชัยชนะในการเลือกตั้งได้อย่างท่วมท้น ทั้งๆ ที่อินเดียกำลังเผชิญปัญหาเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นการว่างงานที่เพิ่มสูง ความวิตกว่าเศรษฐกิจจะถดถอยและภาคอุตสาหกรรมการผลิตที่กำลังตกต่ำ

ด้านพันธมิตรฝ่ายค้าน นำโดยนายราหุล คานธี ผู้นำพรรคคองเกรสและทายาทของตระกูลคานธีที่เคยทรงอิทธิพลทางการเมือง ได้กล่าวยอมรับความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งครั้งนี้

 


ม็อบประท้วงผลเลือกตั้งอินโดฯ สลายตัว กลับสู่ภาวะปกติ

Thu, 23 May 2019 13:25:00

วันนี้ (23 พ.ค.2562) สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงจาการ์ตา รายงานว่าตั้งแต่ช่วงเช้ามืดของวันนี้ กลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีอินโดนีเซียเริ่มสลายตัว ตำรวจสามารถควบคุมสถานการณ์ได้และเริ่มเข้าสู่สภาวะปกติ มีการเปิดถนนบางส่วนให้ยานพาหนะผ่านไปได้ และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีข่าวว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะกลับมาชุมนุมอีก

พร้อมสรุปความเสียหายจากเหตุจลาจล มีผู้เสียชีวิต 6 คน บาดเจ็บอย่างน้อย 350 คน และมีผู้ถูกจับกุมในข้อหากระทำการยั่วยุ จลาจล 257 คน

นายโจโค วิโดโด ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย แถลงว่าสามารถควบคุมสถานการณ์ความรุนแรงในกรุงจาการ์ตาไว้ได้แล้ว พร้อมเตือนว่ากองทัพและตำรวจจะดำเนินมาตรการที่เฉียบขาดกับผู้ประท้วงที่ก่อความไม่สงบ ซึ่งบ่อนทำลายความมั่นคงและระบอบประชาธิปไตยของชาติ

 

เหตุจลาจลดังกล่าวเกิดขึ้นในกรุงจาการ์ตา เป็นการปะทะกันระหว่างตำรวจปราบจลาจลกับผู้ประท้วง ซึ่งเป็นผู้สนับสนุน พล.ท.ปราโบโว สุเบียนโต ผู้สมัครชิงประธานาธิบดีที่พ่ายแพ้ โดยความรุนแรงเริ่มเกิดตั้งแต่คืนวันที่ 21 พ.ค.ที่ผ่านมา หลังมีการประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการว่านายโจโค วิโดโด เป็นผู้คว้าชัย ได้ครองตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นสมัยที่ 2 และเมื่อคืนที่ผ่านมา (22 พ.ค.) ก็มีการปะทะกันอย่างต่อเนื่อง จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 6 คน และบาดเจ็บอีกจำนวนมาก

 

ขณะที่ พล.ท.ปราโบโว ได้เดินทางไปเยี่ยมผู้ชุมนุมที่ได้รับบาดเจ็บ และได้เผยแพร่คลิปเรียกร้องให้ผู้ชุมนุมยุติการชุมนุม และหลีกเลี่ยงการกระทำที่ผิดกฎหมาย พร้อมยืนยันว่าจะต่อสู้คัดค้านผลการเลือกตั้งต่อไปตามช่องทางกฎหมายและรัฐธรรมนูญ

ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงจาการ์ตา เตือนคนไทยอย่าเผยแพร่ข้อความเกี่ยวกับการประท้วงและคลิปที่มีเนื้อหาความรุนแรงของเหตุการณ์ อันอาจเป็นการยุยงปลุกปั่น ซึ่งเป็นความผิดตามกฎหมาย พร้อมขอให้คนไทยระมัดระวังในการเดินทางไปสถานที่ที่มีคนจำนวนมาก และติดตามข่าวสารจากโทรทัศน์และจากสถานเอกอัครราชทูตฯ เป็นระยะ

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

อินโดฯ ปิดสถานที่ราชการ-ห้าง หลังเหตุประท้วงรุนแรง

"โจโค วิโดโด" คว้าชัยเลือกตั้งประธานาธิบดีอินโดนีเซีย

 


ใช้ให้ถูก! ทางการญี่ปุ่นขอเขียนชื่อนายกรัฐมนตรี "อาเบะ ชินโซ"

Thu, 23 May 2019 13:09:00

วานนี้ (22 พ.ค.2562) สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงานว่า ญี่ปุ่นร้องขอให้สื่อทั่วโลกหยุดเขียนชื่อภาษาอังกฤษของพลเมืองญี่ปุ่นผิดรูปแบบ โดยในภาษาญี่ปุ่นผู้คนมักจะเรียกกันโดยใช้นามสกุลของพวกเขาก่อน ตามด้วยชื่อ ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกับที่ใช้ในประเทศจีนและเกาหลี

อย่างไรก็ตาม เป็นเวลาเกือบ 150 ปี ที่ชื่อของคนญี่ปุ่นถูกเขียนเป็นภาษาอังกฤษในรูปแบบตรงกันข้าม โดยเขียนชื่อขึ้นก่อนนามสกุล การเขียนเช่นนี้ถูกนำมาใช้ในยุคเมจิเพื่อทำให้ประเทศเป็นสากล จนกลายเป็นมาตรฐานในวงกว้าง แต่ยังมีข้อยกเว้นและมีชื่อทางประวัติศาสตร์บางส่วนที่ยังคงเขียนด้วยนามสกุลก่อนชื่อ กระทั่งเมื่อเข้าสู่ยุคเรวะ รัชสมัยใหม่ในเดือนนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นจึงต้องการที่จะจัดการเรื่องนี้อย่างจริงจัง

นายทาโร  โคโนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศญี่ปุ่น ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเมื่อวันที่ 21 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยระบุว่า รัฐบาลหวังว่าจะดำเนินการแก้ไขการเขียนชื่อของนายกรัฐมนตรีว่า "อาเบะ ชินโซ" (Abe Shinzo) เช่นเดียวกับ สี จิ้นผิงประธานาธิบดีจีน และมุน แจอิน ประธานาธิบดีชาวเกาหลีใต้

เราวางแผนที่จะขอให้องค์กรสื่อประเทศเขียนชื่อคนญี่ปุ่นในรูปแบบนี้เช่นกัน และสื่อที่ใช้ภาษาอังกฤษในประเทศญี่ปุ่นเองก็ควรพิจารณาใช้ตามด้วย

ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศญี่ปุ่น ได้มีการอ้างถึงรายงานที่ออกมาเกือบ 20 ปีที่แล้วโดยสภาภาษาแห่งชาติ ที่กระตุ้นให้มีการใช้รูปแบบการเขียนชื่อภาษาอังกฤษของคนญี่ปุ่นโดยเขียนนามสกุลก่อนชื่อ แต่ไม่ได้รับการตอบรับจากนานาชาติรวมถึงคนญี่ปุ่นเองที่ส่วนใหญ่ยังคงเขียนชื่อของพวกเขาเป็นภาษาอังกฤษโดยใช้ชื่อขึ้นก่อนนามสกุล แต่รัฐบาลหวังว่าการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่จะทำให้ทุกคนเต็มใจที่จะก้าวสู่การเปลี่ยนแปลง

 


ศาลสหรัฐฯ สั่ง 2 ธนาคาร เปิดเผยบัญชี "ทรัมป์"

Thu, 23 May 2019 12:14:00

วันนี้ (23 พ.ค.2562) ผู้พิพากษาศาลแขวงประจำนครนิวยอร์ก มีคำสั่งให้ธนาคารดอยซ์แบงก์ เอจี และแคปิตอล วัน ซึ่งเป็นสถาบันทางการเงินระดับโลก เปิดเผยเอกสารทางการเงินของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ให้แก่สมาชิกพรรคเดโมแครตเพื่อดำเนินการตรวจสอบ หลังจากคณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรยื่นหมายเรียกไปยังธนาคารทั้ง 2 แห่ง ให้ส่งมอบประวัติการทำธุรกรรมทางการเงิน การลงทุน ที่เกี่ยวข้องกับผู้นำสหรัฐอเมริกา สมาชิกในครอบครัวทรัมป์ และบริษัทในเครือทรัมป์ ออร์แกไนเซชัน เมื่อเดือนที่แล้ว

ดอยซ์แบงก์ ถือเป็นผู้ให้กู้ยืมเงินรายใหญ่กับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของผู้นำสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ยังพบว่าผู้นำสหรัฐอเมริกามีหนี้ค้างชำระกับธนาคารแห่งนี้อย่างน้อย 130 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 4,150 ล้านบาท เมื่อปี 2560

ก่อนหน้านี้ ผู้นำสหรัฐอเมริกา ลูกทั้ง 3 คน และบริษัททรัมป์ ออร์แกไนเซชัน ขอให้ศาลออกคำสั่งเพื่อป้องกันไม่ให้ธนาคารดอยซ์แบงก์และแคปิตอล วัน ส่งมอบเอกสารทางการเงินตามหมายเรียกของคณะกรรมาธิการการเงินและคณะกรรมาธิการข่าวกรอง

ด้านสภานิติบัญญัติรัฐนิวยอร์กผ่านร่างกฎหมายเพื่อเปิดทางให้คณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรสามารถตรวจสอบรายการยื่นภาษีเงินได้ของผู้นำสหรัฐอเมริกาได้ง่ายมากขึ้น แม้ว่าสมาชิกพรรครีพับลิกัน ระบุว่า กฎหมายฉบับนี้เป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบ

ขณะที่ทรัมป์ ประกาศไม่ร่วมงานกับพรรคเดโมแครตในการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน หลังจากแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรกล่าวหาผู้นำสหรัฐอเมริกา ว่า พยายามปกปิดข้อมูลและเตรียมยื่นถอดถอนผู้นำสหรัฐอเมริกาออกจากตำแหน่ง


ทอร์นาโดถล่มสหรัฐฯ ทำน้ำท่วมฉับพลัน-กัดเซาะตลิ่ง

Thu, 23 May 2019 07:33:00

สภาพอากาศเลวร้ายส่งผลให้มีพายุทอร์นาโดก่อตัวในรัฐมิสซูรี แคนซัส โอคลาโฮมาและไอโอวา ทำให้กระแสน้ำเชี่ยวกรากกัดเซาะตลิ่ง บ้านเรือนหลายหลังเสี่ยงพังถล่มลงไปในแม่น้ำ ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ตามริมฝั่งแม่น้ำซิมาร์รอน ในรัฐโอคลาโฮมา ต้องอพยพออกจากบ้านเรือนเพื่อความปลอดภัย

นอกจากนี้ยังทำให้เกิดฝนตกหนัก โดยวัดปริมาณน้ำฝนได้สูงสุดถึง 23 เซนติเมตรในหลายพื้นที่ของรัฐโอคลาโฮมา ส่งผลให้น้ำในแม่น้ำและลำธารเอ่อท้นฝั่ง ขณะเดียวกันหน่วยกู้ภัยระดมเจ้าหน้าที่ไปช่วยเหลือชายคนหนึ่งที่ติดอยู่ในกระแสน้ำเชี่ยวกราก หลังรถที่ขับมาถูกพัดพาไปกับกระแสน้ำที่ไหลบ่าเข้าท่วมถนนอย่างฉับพลัน เจ้าหน้าที่ต้องใช้วิธีโยนเชือกและอุปกรณ์ช่วยลอยตัวไปให้ชายคนดังกล่าว ก่อนจะดึงตัวขึ้นมาบนฝั่งได้อย่างปลอดภัย

 


อินโดฯ ปิดสถานที่ราชการ-ห้าง หลังเหตุประท้วงรุนแรง

Wed, 22 May 2019 14:15:00

วันนี้ (22 พ.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มผู้สนับสนุน พล.ท.ปราโบโว ซูเบียนโต จัดการชุมนุมประท้วงคัดค้านผลการเลือกตั้งในหลายพื้นที่บริเวณใจกลางกรุงจาการ์ตา จนเกิดปะทะกับตำรวจปราบจลาจลอย่างรุนแรง ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 คน บาดเจ็บ 200 คน

ขณะที่รถยนต์และร้านค้าริมทางถูกเผาทำลายจนได้รับความเสียหายอย่างหนัก นอกจากนี้ สถานที่ราชการ สถานเอกอัครราชทูตต่างประเทศ สำนักงานขององค์การสหประชาชาติ และห้างสรรพสินค้าต้องปิดให้บริการชั่วคราว เพื่อความปลอดภัยของประชาชน

การชุมนุมประท้วงในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากผลการนับคะแนนอย่างเป็นทางการของคณะกรรมการการเลือกตั้งอินโดนีเซีย ชี้ชัดว่านายโจโค วีโดโด ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย คว้าชัยชนะด้วยคะแนนร้อยละ 55.5 ขณะที่ พล.ท.ปราโบโว คู่แข่งคนสำคัญได้คะแนนร้อยละ 44.5

 


ผู้นำอิหร่านประกาศกร้าวไม่ก้มหัวให้สหรัฐฯ

Wed, 22 May 2019 13:34:00

วันนี้ (22 พ.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายฮัสซาน รูฮานี ประธานาธิบดีอิหร่าน ออกแถลงการณ์ผ่านทางโทรทัศน์ โดยกล่าวว่า อิหร่านจะไม่ยอมก้มหัวและสหรัฐอเมริกาจะเสียใจที่ข่มขู่อิหร่าน จึงเป็นเหตุให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ออกมาระบุก่อนหน้านี้ว่าเขาไม่ต้องการทำสงครามกับอิหร่าน โดยในวันเดียวกัน รูฮานี ยังระบุว่าจะไม่มีการร่วมเจรจากับสหรัฐอเมริกา

ขณะที่แพทริก แชนาแฮน รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า แม้ขณะนี้ภัยคุกคามจากอิหร่านในภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงอยู่ในระดับสูง แต่กระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกาได้ดำเนินมาตรการป้องปราม ทำให้สามารถระงับการโจมตีชาวอเมริกันที่อาจเกิดขึ้นได้สำเร็จ แต่ไม่ได้เปิดเผยว่ามาตรการดังกล่าวมีรายละเอียดอย่างไร

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังสหรัฐอเมริกาส่งกำลังผลเข้าพื้นที่ตะวันออกกลาง เพื่อรับมือกับภัยคุกคามที่ไม่มีการระบุข้อมูลแน่ชัด

ส่วนผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนที่จัดทำโดยรอยเตอร์สและอิปซอส ระบุว่า ชาวอเมริกันครึ่งหนึ่งเชื่อว่าสหรัฐอเมริกากับอิหร่านจะทำสงครามกันภายในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า และชาวอเมริกันโดยทั่วไปเป็นกังวลเกี่ยวกับภัยคุกคามจากอิหร่านมากขึ้นกว่าเดิม แต่ยังคงไม่สนับสนุนให้สหรัฐอเมริกาเปิดฉากโจมตีอิหร่านก่อน นอกจากนี้ชาวอเมริกัน 4 ใน 5 คนเชื่อว่าถ้าอิหร่านเปิดฉากโจมตีก่อน สหรัฐอเมริกาสมควรต้องตอบโต้

 


ผู้ผลิตสินค้ากีฬาวอน "ทรัมป์" ยกเลิกขึ้นภาษีนำเข้าจากจีน

Wed, 22 May 2019 07:36:00

บริษัทผู้ผลิตรองเท้ากีฬาแบรนด์ดังของสหรัฐฯ รวมทั้ง Nike, Addidas และ Under Armour ร่วมกันลงชื่อในจดหมายไปยังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขอให้ถอนอุตสาหกรรมรองเท้าออกจากมาตรการพิกัดอัตราภาษีสินค้านำเข้าจากจีนที่เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 10 เป็นร้อยละ 25 ซึ่งเป็นผลมาจากการเปิดศึกสงครามการค้ากับจีน

โดยสินค้ากีฬาแบรนด์ดังของสหรัฐฯ 173 บริษัท ได้เข้าชื่อในจดหมายเปิดผนึกไปยังประธานาธิบดีทรัมป์ ระบุว่าการขึ้นพิกัดอัตราภาษีสินค้าที่ผลิตในจีนเป็นร้อยละ 25 จะก่อให้เกิดหายนะทางเศรษฐกิจในภาพรวมที่ส่งผลกระทบทั้งผู้บริโภค บริษัทผู้ผลิตและเศรษฐกิจของสหรัฐฯ

 

ขณะที่สมาคมผู้จัดจำหน่ายและค้าปลีกรองเท้าของสหรัฐฯ ประเมินว่าการขึ้นพิกัดอัตราภาษีดังกล่าวจะเพิ่มค่าใช้จ่ายให้กับผู้บริโภคเป็นมูลค่าถึง 7,000 ล้านดอลลาร์ทุกปี

นอกจากอุตสาหกรรมรองเท้าแล้ว ยังมีอุตสาหกรรมอื่นๆ ของสหรัฐฯ รวมทั้งสมาคมอุตสาหกรรมถั่วเหลือง สมาคมเครื่องนุ่งห่มและรองเท้า และสมาคมค้าปลีกแห่งชาติ ที่พากันคัดค้านการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้านำเข้าจากจีน

 


"โจโค วิโดโด" คว้าชัยเลือกตั้งประธานาธิบดีอินโดนีเซีย

Tue, 21 May 2019 11:34:00

วันนี้ (21 พ.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งอินโดนีเซีย ประกาศว่า "โจโค วิโดโด" ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย คว้าชัยชนะในการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 17 เม.ย.2562 ด้วยคะแนนร้อยละ 55.5 ส่วน พล.ท.ปราโบโว ซูเบียนโต ได้คะแนนร้อยละ 44.5

โดยคณะกรรมการการเลือกตั้งอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งมากถึง 85.6 ล้านคน จากจำนวนผู้ใช้สิทธิประมาณ 154 ล้านคนทั่วประเทศ ลงคะแนนสนับสนุนผู้นำอินโดนีเซียจนได้นั่งเก้าอี้บริหารประเทศต่อเป็นสมัยที่ 2

 

การคว้าชัยชนะของผู้นำอินโดนีเซีย ทำให้เกิดความกังวลใจว่ากลุ่มผู้สนับสนุน พล.ท.ปราโบโว อาจจัดการประท้วงต่อต้านผลการเลือกตั้ง หลังจาก พล.ท.ปราโบโว เคยหยิบประเด็นเกี่ยวกับการทุจริตในการเลือกตั้งมาโจมตีรัฐบาลหลายครั้ง

ขณะที่เมื่อวานนี้ (20 พ.ค.) หน่วยงานเฝ้าสังเกตการณ์การเลือกตั้งปฏิเสธข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการทุจริตในการเลือกตั้งอย่างเป็นระบบ ตามที่มีผู้ยื่นเรื่องมาก่อนหน้านี้ เนื่องจากไม่มีหลักฐานสนับสนุนมากเพียงพอ นอกจากนี้นักสังเกตการณ์อิสระยืนยันว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จัดขึ้นอย่างโปร่งใสและเที่ยงธรรม

ทั้งนี้ กฎหมายของอินโดนีเซียเปิดโอกาสให้พรรคที่พ่ายแพ้ในการเลือกตั้ง สามารถยื่นคำร้องคัดค้านผลการเลือกตั้งต่อศาลรัฐธรรมนูญ ขณะที่คณะกรรมการการเลือกตั้งอินโดนีเซียเตรียมประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการต่อสาธารณชน ภายในวันที่ 28 พ.ค.นี้

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

คาด "โจโควี" นั่งเก้าอี้ผู้นำอินโดนีเซีย สมัย 2

 


สหรัฐฯ ออกใบอนุญาตผ่อนผัน "หัวเว่ย" 90 วัน

Tue, 21 May 2019 10:39:00

วันนี้ (21 พ.ค.2562) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เหริน เจิ้งเฟย ผู้ก่อตั้งหัวเว่ย ประกาศว่า สหรัฐอเมริกาประเมินความแข็งแกร่งของหัวเว่ยต่ำเกินไป พร้อมทั้งระบุว่า เทคโนโลยี 5 จี ของหัวเว่ยจะไม่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน เนื่องจากล้ำหน้ากว่าเทคโนโลยี 5 จีของบริษัทอื่นๆ

ท่าทีแข็งกร้าวของเหรินเกิดขึ้น หลังจากกูเกิลประกาศตัดความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับหัวเว่ย ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้ใช้โทรศัพท์ของหัวเว่ยไม่สามารถอัปเดตระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ นอกจากนี้ โทรศัพท์รุ่นใหม่ของหัวเว่ย อาจไม่สามารถใช้งานแอปพลิเคชันของกูเกิลได้อีกต่อไป

 

 

ความเคลื่อนไหวของกูเกิล เป็นผลมาจากการลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารของผู้นำสหรัฐอเมริกาที่ไม่อนุญาตให้บริษัทสัญชาติอเมริกันใช้อุปกรณ์ด้านโทรคมนาคมของหัวเว่ย และการเพิ่มชื่อของหัวเว่ยลงในบัญชีดำบริษัทที่เป็นภัยคุกคามความมั่นคง เมื่อวันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา

ขณะที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐอเมริกาออกใบอนุญาตผ่อนผันเป็นเวลา 90 วัน เพื่อให้เวลาหัวเว่ยในการติดต่อประสานงานกับบริษัทสัญชาติอเมริกันไม่ว่าจะเป็นกูเกิล อินเทล และควอลคอมม์ รวมทั้งดูแลระบบเครือข่ายไม่ให้กระทบต่อผู้ใช้โทรศัพท์มือถือในสหรัฐอเมริกา

 

 

โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐอเมริกาจะใช้เวลาตลอด 3 เดือน ในการวางมาตรการระยะยาว ให้แก่บริษัทสัญชาติอเมริกันที่พึ่งพาบริการหรืออุปกรณ์ด้านโทรคมนาคมจากหัวเว่ยและรับมือกับทิศทางในอนาคต หลังจากมาตรการของผู้นำสหรัฐอเมริกามีผลบังคับใช้ต่อไป

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

นักวิเคราะห์ชี้วิกฤต Huawei กระทบความเชื่อมั่นผู้บริโภค 

"Huawei" ยืนยัน สมาร์ตโฟนยังอัปเดตซอฟแวร์ความปลอดภัย

จ่อยกเลิก! แอปฯ จาก Google ในสมาร์ตโฟน "Huawei" รุ่นใหม่ 

 

 

 


ครอบครัวดยุค-ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ เสด็จชมสวนงานดอกไม้เชลซี

Tue, 21 May 2019 09:38:00

สำนักพระราชวังเคนซิงตัน เผยแพร่ภาพของเจ้าชายจอร์จ เจ้าหญิงชาร์ลอตต์และเจ้าชายลูอิส พระโอรสและพระธิดาในดยุคและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ ของราชวงศ์อังกฤษ ที่ทรงเล่นอย่างสนุกสนานภายในงานแสดงดอกไม้เชลซี หรือ "เชลซี ฟลาวเวอร์ โชว์" (Chelsea Flower Show) ซึ่งเป็นการประกวดจัดสวนที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ทรงออกแบบสวนแห่งนี้ด้วยพระองค์เอง โดยทรงงานร่วมกับภูมิสถาปนิกและสมาคมพืชสวน ซึ่งสวนแห่งนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้เด็กๆ ได้สัมผัสธรรมชาติ พร้อมๆ กับการเล่นสนุก ซึ่งมีทั้งบ้านต้นไม้ น้ำพุ รวมถึงชิงช้า

 

 

 

 

 


นักวิเคราะห์ชี้วิกฤต Huawei กระทบความเชื่อมั่นผู้บริโภค

Tue, 21 May 2019 07:22:00

วันนี้ (21 พ.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นักวิเคราะห์ในอังกฤษชี้ว่า หัวเว่ยจะสูญเสียความเชื่อมั่นจากผู้บริโภค ซึ่งเป็นผลกระทบมาจากการที่กูเกิล บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านไอที ประกาศยุติความร่วมมือทางธุรกิจกับบริษัทหัวเว่ย หลังกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ขึ้นบัญชีดำหัวเว่ยเป็นบริษัทที่เข้าข่ายภัยคุกคามความมั่นคงแห่งชาติ โดยกูเกิลมีคำสั่งห้ามหัวเว่ยอัปเดตระบบปฏิบัติการในแอนดรอยด์ ส่งผลให้โทรศัพท์มือถือที่ผลิตโดยหัวเว่ยและใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์อยู่ในปัจจุบันจะไม่สามารถอัปเดตระบบปฏิบัติการได้

 

การลงดาบของสหรัฐฯ และมาตรการของกูเกิลจะทำให้การดำเนินธุรกิจของหัวเว่ยนอกประเทศจีนเป็นไปอย่างไม่ราบรื่น นอกจากจะไม่สามารถอัปเดทระบบปฏิบัติการในแอนดรอยด์ได้แล้ว สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ของหัวเว่ยที่จะวางตลาดในอนาคตและใช้ระบบแอนดรอยด์จะไม่สามารถเข้าถึงระบบที่ได้รับความนิยมได้ ไม่ว่าจะเป็นกูเกิล เพลย์ สโตร์, จีเมล์ หรือยูทูบ

นักวิเคราะห์ของอังกฤษยังชี้อีกว่า เหตุการณ์ที่เกิดเปรียบเสมือนหัวเว่ยกำลังโดนระเบิดลูกใหญ่และต้องหาทางคลี่คลายปัญหาให้ได้โดยเร็ว


อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผู้นำสหรัฐฯ ห้ามใช้อุปกรณ์โทรคมนาคมกระทบมั่นคง

จ่อยกเลิก! แอปฯ จาก Google ในสมาร์ตโฟน "Huawei" รุ่นใหม่

"Huawei" ยืนยัน สมาร์ตโฟนยังอัปเดตซอฟแวร์ความปลอดภัย

 


"Huawei" ยืนยัน สมาร์ตโฟนยังอัปเดตซอฟแวร์ความปลอดภัย

Mon, 20 May 2019 19:10:00

วันนี้ (20 พ.ค.2562) จากกรณีการนำเสนอข่าวของสํานักข่าวรอยเตอร์ เกี่ยวกับกูเกิลจะระงับการทำธุรกิจกับหัวเว่ยนั้น ล่าสุด เฟซบุ๊ก Huawei Mobile โพสต์ข้อความชี้แจงเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว โดยระบุว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา หัวเว่ยได้เป็นส่วนสำคัญในพัฒนาการและการเติบโตของแอนดรอยด์ทั่วโลก และในฐานะที่เป็นพันธมิตรรายหลักของแอนดรอยด์ในระดับโลก หัวเว่ยได้ร่วมทำงานอย่างใกล้ชิดกับแพลทฟอร์มโอเพ่นซอร์ซของพันธมิตรทั่วโลกเพื่อพัฒนาอีโคซิสเต็มที่ก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อผู้ใช้และต่ออุตสาหกรรมนี้

ทั้งนี้ หัวเว่ยขอให้ความมั่นใจว่าจะยังคงให้บริการอัปเดตซอฟท์แวร์ด้านความปลอดภัยและบริการหลังการขายแก่ผลิตภัณฑ์สมาร์ตโฟนและแท็บเล็ตของหัวเว่ยที่มีอยู่ในปัจจุบันทั้งหมดต่อไป ครอบคลุมถึงโมเดลที่ได้จำหน่ายออกไปแล้วและที่ยังรอการจัดจำหน่ายอยู่ในสต็อกทั่วโลก

เราขอยืนยันว่าจะยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าสร้างอีโคซิสเต็มของซอฟท์แวร์ที่ปลอดภัยและยั่งยืนเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดสู่ผู้ใช้ทั่วโลก

สมาร์ตโฟน Huawei รุ่นปัจจุบัน ยังใช้ Google Play ได้

ขณะที่ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 10.26 น. ทวิตเตอร์ @Android บัญชีทางการของแอนดรอยด์ ได้ทวีตข้อความว่า หลังผู้ใช้ "หัวเว่ย" กังวลเกี่ยวกับการใช้งาน หลังมีข้อกำหนดของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา แอนดรอยด์ขอยืนยันว่า บริการต่างๆ ทั้งกูเกิล เพลย์ (Google Play) และระบบความปลอดภัย (Security) จาก Google Play Protect ระบบความปลอดภัย) จะยังใช้งานกับอุปกรณ์ของหัวเว่ยที่อยู่ในตลาดได้ตามปกติ 

 

 


กองเรือสหรัฐฯ เปิดซ้อมรบบริเวณทะเลอาหรับ

Mon, 20 May 2019 13:06:00

วันนี้ (20 พ.ค.2562) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองทัพเรือสหรัฐอเมริกาเผยแพร่ภาพการซ้อมรบร่วมของกองเรือในทะเลอาหรับ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีกองเรือบรรทุกเครื่องบินจู่โจมอับราฮัม ลินคอล์น เข้าร่วมด้วย

แถลงการณ์กองทัพเรือสหรัฐอเมริกา ระบุว่า การซ้อมรบร่วมดังกล่าวมีขึ้นเพื่อปรับปรุงยุทธวิธีปฏิบัติการในเขตสงคราม หลังจากที่สหรัฐอเมริกาส่งกองเรือดังกล่าวเข้าประจำการในตะวันออกกลางเพื่อเตรียมการรับมือกับ
ภัยคุกคามจากอิหร่าน

ด้านอิหร่านระบุว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวที่มีขึ้นท่ามกลางปัญหาความขัดแย้งระหว่างสองประเทศ นับเป็นการทำสงครามทางจิตวิทยาและเป็นเกมการเมือง

 

 


จ่อยกเลิก! แอปฯ จาก Google ในสมาร์ตโฟน "Huawei" รุ่นใหม่

Mon, 20 May 2019 10:23:00

หลังจากสำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานอ้างเจ้าหน้าที่ทางการสหรัฐอเมริกาว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เตรียมลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารห้ามบริษัทสัญชาติอเมริกันใช้อุปกรณ์โทรคมนาคมจากบริษัทที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ เพื่อปูทางสู่การห้ามทำธุรกิจกับบริษัทหัวเว่ยของจีน

วันนี้ (20 พ.ค.2562) สำนักข่าวบีบีซี รายงานว่า สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ของหัวเว่ย (Huawei) จะไม่สามารถเข้าถึงแอปพลิเคชันยอดนิยมของกูเกิ้ล (Google) ได้ โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้น หลังจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกา โดยนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดี ได้เพิ่มบริษัท หัวเว่ย เข้าไปในรายชื่อ Entity List หรือบัญชีดำทางการค้า ของสำนักงานด้านอุตสาหกรรมและความปลอดภัย (BIS) กระทรวงพาณิชย์สหรัฐอเมริกา

สำหรับข้อมูลการระงับความร่วมมือทางธุรกิจของกูเกิ้ล รายงานครั้งแรกโดยสำนักข่าวรอยเตอร์ ซึ่งหมายความว่า สมาร์ตโฟนของหัวเว่ยจะสูญเสียการอัพเดตระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ (Android) เวอร์ชันใหม่จากกูเกิ้ล รวมไปถึงการสนับสนุนฮาร์ดแวร์และซอฟแวร์ใหม่ๆ ด้วย นอกจากนี้สมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ของหัวเว่ย จะไม่มีแอปพลิเคชันยอดนิยมอย่างยูทูป (YouTube) และแผนที่ (Google map) อีกต่อไป

ทั้งนี้ ผู้ใช้งานสมาร์ตโฟนหัวเว่ยปัจจุบัน ยังคงสามารถใช้เวอร์ชันของระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ที่มีให้ผ่านทางลิขสิทธิ์แบบเปิด (Open Source) โดย เบน วู้ด ที่ปรึกษา CCS Insight กล่าวว่า การเคลื่อนไหวของกูเกิ้ลครั้งนี้ จะมี "นัยสำคัญต่อธุรกิจผู้บริโภคของหัวเว่ย"

หัวเว่ยออกแถลงการณ์โต้สหรัฐฯ

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา หัวเว่ยได้ออกแถลงการณ์ตอบโต้ท่าทีของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาผ่านทางเว็บไซต์หัวเว่ย โดยระบุว่า

หัวเว่ยไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของสำนักงานด้านอุตสาหกรรมและความปลอดภัย (BIS) กระทรวงพาณิชย์สหรัฐอเมริกา โดยการตัดสินใจในครั้งนี้ ไม่เป็นผลดีต่อทุกฝ่าย และจะความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญต่อบริษัทสหรัฐฯ ที่เป็นคู่ค้าทางธุรกิจกับหัวเว่ย รวมถึงส่งผลกระทบต่อตำแหน่งงานในสหรัฐฯ อีกหลายหมื่นตำแหน่ง ทั้งยังขัดขวางความร่วมมือที่ดำเนินอยู่และความไว้วางใจซึ่งกันและกันในระบบห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ทั่วโลกอีกด้วย

ทั้งนี้ หัวเว่ยจะหามาตรการเยียวยาโดยทันที รวมถึงหาแนวทางแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ โดยจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อลดผลกระทบจากเหตุการณ์นี้

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผู้นำสหรัฐฯ เตรียมลงนามคำสั่งห้ามใช้อุปกรณ์ "หัวเว่ย"

 


สหรัฐฯ ส่งกองเรือบรรทุกเครื่องบินรับมืออิหร่าน

Sun, 19 May 2019 17:50:00

วันนี้ (19 พ.ค.2562) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สหรัฐอเมริกาส่งเรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น และเครื่องบินโจมตีทางยุทธศาสตร์บี-52 ไปยังอ่าวเปอร์เซีย เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือภัยคุกคามจากอิหร่านและชาติพันธมิตร ขณะที่นักการทูตสหรัฐอเมริกาเตือนให้เครื่องบินพาณิชย์ที่เดินทางผ่านอ่าวเปอร์เซียติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หลังจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านทวีความรุนแรงมากขึ้น

 

 

 

ด้านสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (เอฟเอเอ) เน้นย้ำว่าความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านระลอกล่าสุด ส่งผลกระทบต่อการคมนาคมทางอากาศระหว่างประเทศ


นายกฯ ออสเตรเลียขอบคุณประชาชนหลังชนะเลือกตั้ง

Sun, 19 May 2019 13:05:00

วันนี้ (19 พ.ค.2562) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สกอตต์ มอร์ริสัน นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ใช้โอกาสในการเดินทางไปโบสถ์ในนครซิดนีย์ กล่าวขอบคุณประชาชนและอาสาสมัครที่ให้การสนับสนุนในช่วงปราศรัยหาเสียงจนการเลือกตั้งทั่วไปผ่านพ้นไปด้วยดี

 

 

ขณะที่ผลการนับคะแนนมากกว่าร้อยละ 70 บ่งชี้ว่าพรรคลิเบอรัลและพรรคร่วมรัฐบาล กวาดที่นั่งในสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้วอย่างน้อย 74 ที่นั่งจากทั้งหมด 151 ที่นั่ง ขณะที่พรรคฝ่ายค้านได้ไปเพียง 66 ที่นั่ง โดยผลการนับคะแนนดังกล่าวสวนทางกับผลสำรวจก่อนการเลือกตั้ง ซึ่งคาดการณ์ว่าพรรคฝ่ายค้านมีแนวโน้มจะได้ชัยชนะเหนือพรรครัฐบาลของมอร์ริสัน ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมาได้เพียง 9 เดือนเท่านั้น

 

 

ด้าน บิลล์ ชอร์เทน ผู้นำฝ่ายค้านออสเตรเลียประกาศยอมรับความพ่ายแพ้ และร่วมแสดงความยินดีกับนายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย พร้อมทั้งประกาศลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค หลังดำรงตำแหน่งมาถึง 6 ปี


เปิดคูหาเลือกตั้งออสเตรเลีย โพลชี้พรรคแรงงานอาจกลับมาชนะ

Sat, 18 May 2019 12:10:00

วันนี้ (18 พ.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 08.00 น. คูหาเลือกตั้งทั่วประเทศออสเตรเลียเปิดให้ผู้มาใช้สิทธิได้ลงคะแนนเสียง เพื่อตัดสินอนาคตการเมืองของประเทศว่า จะให้พรรคลิเบอรัล ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลได้ครองอำนาจต่อไปอีก 6 ปี หรือเลือกพรรคแรงงานฝ่ายค้านกลับมาบริหารประเทศ

ขณะที่ผลโพลคาดว่า พรรคแรงงานจะได้กลับมาเป็นรัฐบาล หลังสูญเสียอำนาจนาน 6 ปี โดยชูนโยบายหาเสียงทั้งในเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการปฏิรูปภาษีเพื่อเรียกคะแนนเสียงจากประชาชน

 

สก็อตต์ มอร์ริสัน นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย หาเสียงให้กับพรรคลิเบอรัลและพรรคร่วมรัฐบาล เน้นประเด็นเศรษฐกิจ พร้อมเตือนผู้ลงคะแนนว่าเศรษฐกิจที่กำลังชะลอตัวจะพังลงจากนโยบายที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยานของพรรคแรงงาน ภายใต้การนำของบิลล์ ชอร์ทเทน ซึ่งเป็นคู่แข่งคนสำคัญ

มีรายงานคูหาเลือกตั้งจะปิดในเวลา 16.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น และจะทราบผลการนับคะแนนเบื้องต้นในช่วงเย็นวันนี้