กลุ่มประท้วงฮ่องกงเริ่มออกจากพื้นที่มหาวิทยาลัย

Mon, 18 Nov 2019 11:59:00

วันนี้ (18 พ.ย.2562) กลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลฮ่องกง ทยอยเดินทางออกจากมหาวิทยาลัยฮ่องกงโพลีเทคนิค หลังจากผู้อำนวยการมหาวิทยาลัย ประกาศว่า ตำรวจยุติการใช้กำลังปราบปรามและล้อมจับผู้ประท้วงไว้ชั่วคราว

มาตรการล้อมจับเกิดขึ้นหลังจากกลุ่มผู้ประท้วงบุกยึดมหาวิทยาลัยฮ่องกงโพลีเทคนิค เป็นฐานที่มั่นและใช้ธนูเป็นอาวุธในการตอบโต้ปฏิบัติการของตำรวจตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา

 

ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดมกำลังฝ่าสิ่งกีดขวางเพื่อบุกเข้าไปภายในมหาวิทยาลัย และยิงแก๊สน้ำตาใส่กลุ่มผู้ประท้วงเป็นระยะ จนควบคุมตัวกลุ่มผู้ประท้วงไว้ได้ประมาณ 100 คน

ด้านกลุ่มผู้ประท้วงหลายร้อยคนพยายามรักษาฐานที่มั่นด้วยการรวมตัวกันบนสะพานเชื่อมเกาะฮ่องกงกับเกาลูน และขว้างระเบิดเพลิงใส่เจ้าหน้าที่ ทำให้เกิดไฟลุกไหม้เป็นบริเวณกว้าง

 

การปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างตำรวจปราบจลาจลกับกลุ่มผู้ประท้วง ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บไปแล้วอย่างน้อย 38 คน ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงของตำรวจ

ขณะที่รถไฟบางเส้นทางและถนนอีกหลายสายทั่วเกาลูนยังคงปิดการสัญจรเป็นการชั่วคราว ส่วนสถานศึกษาทุกแห่งประกาศปิดการเรียนการสอนต่อไปเพื่อความปลอดภัย

 

ด้านหนังสือพิมพ์ Global Times กระบอกเสียงของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ระบุว่า กลุ่มผู้ประท้วงประพฤติตัวเป็นผู้ก่อการร้ายและใช้มหาวิทยาลัยเป็นพื้นที่ต่อสู้กับตำรวจปราบจลาจล

สวนทางกับความเห็นของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐอเมริกา ที่ออกมาประณามการใช้ความรุนแรงของเจ้าหน้าที่ รวมทั้งเรียกร้องให้จีนปกป้องสิทธิเสรีภาพ ระบบกฎหมายและความเป็นประชาธิปไตยของฮ่องกงโดยเร็ว

 


ชาวเลบานอนชุมนุมเรียกร้องตั้ง ครม. ดูแลเศรษฐกิจ

Mon, 18 Nov 2019 06:55:00

เมื่อวันที่ 17 พ.ย.2562 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ผู้ชุมนุมชาวเลบานอนหลายพันคนโบกธงชาติและตะโกนต่อต้านรัฐบาล ด้านหน้าทำเนียบนายกรัฐมนตรีในกรุงเบรุต และบริเวณสถานที่อื่น ๆ ในอีกหลายเมืองทั่วประเทศ เพื่อแสดงความไม่พอใจ หลังจากประธานาธิบดียังไม่สามารถจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ เพื่อเข้ามาปฏิรูปและแก้ไขวิกฤติเศรษฐกิจครั้งรุนแรงที่สุด นับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามกลางเมืองในปี 2536

 

 

ก่อนหน้านี้ ซาอัด ฮารีรี อดีตนายกรัฐมนตรีเลบานอน ซึ่งลาออกไปในช่วงปลายเดือนที่แล้ว ได้วิพากษ์วิจารณ์พรรคการเมืองของประธานาธิบดีอย่างรุนแรงว่า ไม่รับผิดชอบต่อวิกฤตระดับชาติ จนนำไปสู่การชุมนุมประท้วงในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ หลังจากที่ไม่สามารถจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ได้

ด้านพรรคการเมืองของประธานาธิบดี ตอบโต้ว่า อดีตนายกรัฐมนตรีพยายามครอบงำคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ทำให้ไม่สามารถจัดตั้งคณะทำงานเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้


ตำรวจฮ่องกงใช้รถฉีดน้ำแรงดันสูงเข้าสลายการชุมนุม

Sun, 17 Nov 2019 17:06:00

วันนี้ (17 พ.ย.2562) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ตำรวจปราบจลาจลฮ่องกงยกระดับมาตรการสลายการชุมนุมในวันนี้ ด้วยการใช้รถฉีดน้ำแรงดันสูงฉีดน้ำ ซึ่งผสมสีย้อมสีน้ำเงิน พร้อมทั้งยิงแก๊สน้ำตา เพื่อกดดันและหวังสลายการชุมนุมของกลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลฮ่องกง ซึ่งรวมตัวกันอยู่ภายในพื้นที่ของมหาวิทยาลัยฮ่องกงโพลีเทคนิค

ส่วนผู้ประท้วงตอบโต้ด้วยการขว้างปาระเบิดเพลิง รวมทั้งก้อนอิฐและสิ่งของที่อยู่ใกล้ตัวเข้าใส่ยานพาหนะของตำรวจปราบจลาจล โดยล่าสุด มีรายงานว่า มีตำรวจปราบจลาจลอย่างน้อย 1 นาย ถูกยิงด้วยลูกธนูจนได้รับบาดเจ็บ

ขณะที่ผู้ประท้วงบางส่วน ยืนยันว่าจะปักหลักชุมนุมอยู่ภายในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ต่อไป แม้จะมีความพยายามจากตำรวจในการเข้าสลายการชุมนุมในบริเวณนี้ตลอดทั้งวันที่ผ่านมา

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผู้ประท้วงฮ่องกงวิจารณ์ทหารจีนลงพื้นที่ช่วยเก็บกวาดซากความเสียหาย

ทางการฮ่องกงประกาศมาตรการเด็ดขาด ยุติประท้วงยืดเยื้อ-รุนแรง 

สถานกงสุลใหญ่ฯ ย้าย นศ.ไทยพ้นจุดเสี่ยงชุมนุมฮ่องกง


ผู้ประท้วงฮ่องกงวิจารณ์ทหารจีน ช่วยเก็บกวาดซากความเสียหาย

Sun, 17 Nov 2019 10:43:00

เมื่อวานนี้ (16 พ.ย. 62) กองทัพปลดแอกประชาชนจีน ยืนยันว่า ทหารจีนที่ประจำการอยู่ในฮ่องกง ลงพื้นที่บริเวณ Hong Kong Baptist University (HKBU) เพื่อช่วยเหลือประชาชนเก็บก้อนอิฐและสิ่งกีดขวางถนน หลังจากมหาวิทยาลัยแห่งนี้กลายเป็นพื้นที่ปะทะกันอย่างรุนแรง เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

ขณะที่กลุ่มผู้ประท้วง ออกแถลงการณ์วิพากษ์วิจารณ์ว่า การปรากฏตัวของทหารจากกองทัพปลดแอกประชาชนจีนเป็นความพยายามแฝงตัวเข้ามาเพื่อคุกคามกลุ่มผู้ประท้วง และก้าวล่วงอำนาจของฮ่องกงในการปกครองตนเอง ตามหลักการ 1 ประเทศ 2 ระบบ

ปัจจุบันกองทัพปลดแอกประชาชนจีนมีสำนักงานในย่านธุรกิจของฮ่องกงและมีเจ้าหน้าที่ประจำการประมาณ 12,000 นาย ตามฐานปฏิบัติการและค่ายทหาร โดยทหารกลุ่มนี้จะมีหน้าที่หลักคือการบรรเทาภัยพิบัติและการรักษาความสงบเรียบร้อย

ขณะที่สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฮ่องกง รายงานว่า ผู้ประท้วงอาจรวมตัวกันที่ Edinburgh Place ในย่านเซนทรัล บนเกาะฮ่องกง ตั้งแต่ 19.00 - 21.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น จึงขอให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวหลีกเลี่ยงการเดินทางไปในพื้นที่ดังกล่าว

นอกจากนี้ยังแนะนำให้งดถ่ายภาพการประท้วง ผู้ประท้วง ตำรวจที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ และงดการกระทำในระยะใกล้ที่อาจเป็นการยั่วยุผู้ประท้วง เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รวมทั้งเผื่อเวลาในการเดินทาง ทั้งทางรถยนต์และรถไฟใต้ดิน MTR ด้วย


ทางการฮ่องกงประกาศมาตรการเด็ดขาด ยุติประท้วงยืดเยื้อ-รุนแรง

Sat, 16 Nov 2019 09:28:00

วันนี้ (16 พ.ย.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะผู้บริหารเขตบริหารพิเศษฮ่องกง แถลงข่าวประกาศกร้าวจะดำเนินมาตรการขั้นเด็ดขาดเพื่อยุติความรุนแรงจากการประท้วงที่ลุกลามไปทั่วเมืองและทวีความรุนแรง พร้อมหวังว่าสถานการณ์จะกลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด โดยทางการฮ่องกงจะพยายามดำเนินการอย่างดีที่สุดเพื่อเปิดการสัญจรบนถนนสายต่าง ๆ หลังกลุ่มผู้ประท้วงที่ยึดมหาวิทยาลัยไชนิส ยูเวอร์ซิตี้ ออฟ ฮ่องกง ชุมนุมปิดกั้นทางหลวงสายสำคัญ สำหรับคำประกาศกร้าวดังกล่าว มีขึ้นหลังกลุ่มผู้ประท้วงและนักศึกษาตั้งป้อมในมหาวิทยาลัยอย่างน้อย 5 แห่ง เป็นสถานที่ปะทะกับตำรวจ

ล่าสุด เมื่อช่วงเที่ยงคืนที่ผ่านมา กลุ่มผู้ประท้วงและนักศึกษาที่ปักหลักอยู่ในมหาวิทยาลัยไชนิส ยูเวอร์ซิตี้ ออฟ ฮ่องกง ช่วยกันขนสิ่งของและอาวุธที่ใช้ตอบโต้ตำรวจหลบหนีออกจากมหาวิทยาลัย หลังกลุ่มผู้ประท้วงเกิดแตกความคิดเห็นว่าจะเดินเกมอย่างไรต่อไป

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวหาอังกฤษอยู่เบื้องหลังและส่งเสริมการก่อความวุ่นวายของกลุ่มเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง หลังจากเทเรซา เชิง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมฮ่องกง ถูกผู้ประท้วงรุมทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ ระหว่างเดินทางไปยังกรุงลอนดอนเมื่อวันที่ 14 พ.ย.ที่ผ่านมา


สถานกงสุลใหญ่ฯ ย้าย นศ.ไทยพ้นจุดเสี่ยงชุมนุมฮ่องกง

Fri, 15 Nov 2019 15:21:00

วันนี้ (15 พ.ย.2562) สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฮ่องกง รายงานสถานการณ์การชุมนุมประท้วงในเมืองฮ่องกง ล่าสุดมีหอพักของมหาวิทยาลัยที่มีความเสี่ยงต่อการได้รับผลกระทบจากการประท้วง ได้แก่

สถานกงสุลใหญ่ฯ ได้ดำเนินการพานักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเหล่านี้ ย้ายออกมาอยู่ยังสถานที่ปลอดภัยภายนอกเขตมหาวิทยาลัยทั้งหมดแล้ว และส่วนใหญ่เดินทางกลับประเทศไทยแล้ว เนื่องจากมหาวิทยาลัยประกาศปิดภาคเรียน ซึ่งบางมหาวิทยาลัยใช้ช่องทางออนไลน์เพื่อทำการเรียนการสอนจนจบภาคการศึกษาปัจจุบัน

 

ขณะที่สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า กลุ่มผู้ประท้วงที่มหาวิทยาลัย Chinese University of Hong Kong (CUHK) ออกแถลงการณ์ว่าจะเปิดช่องทางจราจรบนทางหลวงโตโล ขาเข้าและขาออกฝั่งละ 1 ช่องจราจร เพื่อแสดงความเป็นมิตรกับประชาชน พร้อมตั้งเงื่อนไขว่าคณะผู้บริหารฮ่องกงต้องยืนยันอย่างเป็นทางการภายใน 24 ชั่วโมง ว่าจะจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นตามกำหนดการในวันที่ 24 พ.ย.นี้ ไม่เช่นนั้นจะกลับมาปิดการจราจร

 


คณะสอบสวนชี้ "รัสเซีย" อาจอยู่เบื้องหลังโจมตี MH17

Fri, 15 Nov 2019 12:18:00

เมื่อวันที่ 14 พ.ย.2562 คณะสอบสวนนานาชาติกรณีสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ เที่ยวบิน MH17 ตก สันนิษฐานว่าเจ้าหน้าที่รัสเซียอาจเป็นผู้บงการกลุ่มแบ่งแยกดินแดนในยูเครน ให้ใช้ขีปนาวุธโจมตีเครื่องบินลำนี้ หลังจากการดักฟังทางโทรศัพท์ พบว่า วลาดิสลาฟ ซูร์คอฟ อดีตรองนายกรัฐมนตรีรัสเซีย และเซอร์เกย์ อัคซิโอนอฟ อดีตนายกรัฐมนตรีไครเมีย ติดต่อกับแกนนำกลุ่มแบ่งแยกดินแดนอยู่เป็นประจำ

นอกจากนี้ยังพบการระบุชื่อ เซอร์เกย์ ชอยกู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรัสเซีย ในการสนทนาทางโทรศัพท์หลายครั้ง ทำให้เกิดข้อสงสัยว่ารัสเซียอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตีเที่ยวบินดังกล่าว

คณะสอบสวนยังร้องขอข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้ที่รู้เห็นเหตุการณ์ หลังจากหลักฐานบ่งชี้ว่าขีปนาวุธบุก เทลาร์ ที่ใช้ยิงเที่ยวบินดังกล่าวมาจากกองพลน้อยต่อต้านอากาศยานที่ 53 ในเมืองคูสค์ของรัสเซีย

 

เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา คณะสอบสวนตั้งข้อหาฆาตกรรมผู้โดยสารและลูกเรือ กับผู้ต้องสงสัย 4 คนและเตรียมเปิดการพิจารณาคดีในเดือน เม.ย.2563 ซึ่งอาจเป็นการพิจารณาคดีโดยปราศจากตัวจำเลย

ผู้ต้องสงสัย 2 คน เปิดเผยว่า อเลกซานเดอร์ โบโรดาอี ผู้นำกลุ่มแบ่งแยกดินแดนพูดคุยกับวลาดิสลาฟ ซูร์คอฟ เกี่ยวกับการสนับสนุรัสเซียในช่วง 2 สัปดาห์ ก่อนเกิดเหตุโจมตีเที่ยวบิน MH17

ขณะที่โฆษกกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ปฏิเสธข้อมูลดังกล่าว พร้อมระบุว่าคณะสอบสวนนานาชาติพยายามครอบงำการไต่สวน เพื่อให้เป็นไปตามข้อสรุปที่กำหนดเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว โดยเป้าหมายสำคัญของการสอบสวนคือ การค้นหาผู้อยู่เบื้องหลังการยิงขีปนาวุธโจมตีเที่ยวบิน MH17 เมื่อวันที่ 17 ก.ค.2557 ซึ่งส่งผลให้ผู้โดยสารและลูกเรือ 298 คนเสียชีวิตทั้งหมด

 


ผู้นำจีนเตือนประท้วงฮ่องกงคุกคามหลัก 1 ประเทศ 2 ระบบ

Fri, 15 Nov 2019 11:59:00

เมื่อวันที่ 14 พ.ย.2562 สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน กล่าวระหว่างเข้าร่วมการประชุมที่ประเทศบราซิล ว่า การใช้ความรุนแรงของผู้ประท้วงชาวฮ่องกง นับเป็นการกระทำที่เป็นภัยต่อหลักการ 1 ประเทศ 2 ระบบอย่างยิ่ง พร้อมย้ำว่ารัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่ยังคงให้การสนับสนุนแคร์รี แลม ผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษฮ่องกง และสิ่งที่ต้องทำเร่งด่วนในขณะนี้คือการยุติความรุนแรงและความวุ่นวาย เพื่อคืนความสงบสุขให้แก่ฮ่องกง

 

ด้านตำรวจฮ่องกงเปิดการแถลงข่าว ระบุว่า ทางการฮ่องกงไม่มีแผนการจะประกาศเคอร์ฟิวทั่วทุกพื้นที่ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่า การกระทำของผู้ประท้วงใกล้จะเข้าข่ายเป็นการก่อการร้ายไปทุกขณะ หลังจากที่ผู้ประท้วงเปลี่ยนมหาวิทยาลัยเป็นโรงผลิตอาวุธ มีการใช้ทั้งธนู ลูกศรและเครื่องยิงก้อนหินเพื่อโจมตีตำรวจ

ซึ่งผู้ประท้วงบางส่วนซุ่มอยู่บนสะพานลอยหรือตามที่สูง เพื่อทิ้งสิ่งของลงมาใส่ตำรวจ หวังประทุษร้าย รวมทั้งยังขว้างปาระเบิดเพลิงเข้าใส่จนตำรวจต้องตอบโต้ด้วยแก๊สน้ำตา

 

ส่วนมหาวิทยาลัยหลายแห่งทั่วฮ่องกง ประกาศว่าจะไม่มีการเรียนการสอนไปจนถึงสิ้นปี พร้อมทั้งให้นักศึกษาใช้วิธีเรียนทางออนไลน์แทน

ล่าสุดมีรายงานว่า เจ้าหน้าที่วัย 70 ปีที่ทำความสะอาดถนนได้เสียชีวิตแล้ว หลังจากถูกก้อนอิฐกระแทกเข้าที่ศีรษะ ตำรวจระบุว่าเขาถูกลูกหลงในระหว่างการปะทะและขว้างปาก้อนอิฐเข้าใส่กันของผู้ประท้วงกับประชาชน ที่ไม่พอใจการเอาก้อนอิฐมาวางปิดขวางทางสัญจร ซึ่งการเสียชีวิตครั้งนี้ถือเป็นคนที่ 2 ของการประท้วงในรอบสัปดาห์นี

 

ขณะที่ เทเรซา เชิง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมฮ่องกง ซึ่งเดินทางไปยังกรุงลอนดอนของอังกฤษ เพื่อร่วมการปาฐกถาที่สถาบันแห่งหนึ่ง ถูกกลุ่มผู้ประท้วงรุมทำร้ายและกล่าวหาว่าเธอเป็นฆาตกร ทำให้เทเรซา เชิง ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยที่มือและต้องยกเลิกการปาฐกถา

สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงลอนดอน ออกแถลงการณ์ประณามการกระทำของกลุ่มผู้ประท้วง พร้อมทั้งเรียกร้องให้ตำรวจอังกฤษเร่งสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าวและนำตัวผู้ก่อเหตุมาลงโทษตามกฎหมาย รวมทั้งเพิ่มการรักษาความปลอดภัยให้แก่หน่วยงานและเจ้าหน้าที่ของจีนที่อยู่ในอังกฤษ


วัยรุ่นชายกราดยิงในโรงเรียนมัธยมที่สหรัฐฯ เสียชีวิต 2 คน

Fri, 15 Nov 2019 06:57:00

เมื่อวันที่ 14 พ.ย.2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุสะเทือนขวัญที่โรงเรียนเซากัส ไฮสกูล ในเมืองซานตา แคลริตา ทางตอนเหนือของนครลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเหตุเกิดในช่วงเช้าก่อนเข้าชั้นเรียน ผู้ก่อเหตุเป็นวัยรุ่นชายอายุ 16 ปี ใช้อาวุธปืนที่ซ่อนมาในเป้กราดยิงเพื่อนนักเรียน เสียงปืนสร้างความตื่นตกใจทำให้เด็กนักเรียนต่างพากันวิ่งหนีหาที่กำบัง

มีรายงานว่า ตำรวจนำกำลังมาปิดล้อมโรงเรียนทันทีหลังได้รับแจ้งเหตุ จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบเด็กนักเรียนถูกยิงทั้งหมด 6 คน ในจำนวนนี้ทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิต 2 คน ส่วนอีก 4 คนที่ได้รับบาดเจ็บมีผู้ก่อเหตุร่วมอยู่ด้วย

 

เบื้องต้น ตำรวจเปิดเผยว่าวัยรุ่นชายที่ก่อเหตุมีเชื้อสายเอเชียและลงมือเพียงลำพัง ซึ่งหลังก่อเหตุกราดยิงนักเรียนแล้ว วัยรุ่นชายคนดังกล่าวได้ใช้ปืนยิงตัวเองจนได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยปืนที่ใช้เป็นปืนพกกึ่งอัตโนมันขนาด .45 ตำรวจยังไม่ทราบแรงจูงใจในการก่อเหตุ

เหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นเหตุสะเทือนขวัญจากอาวุธในโรงเรียนสหรัฐฯ ที่เกิดขึ้นล่าสุด แม้ว่าที่ผ่านมาโรงเรียนหลายแห่งจะซ้อมรับมือความรุนแรงจากอาวุธปืน แต่ก็ยังมีเหตุร้ายเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

 


"เวนิส" น้ำท่วมหนักสุดในรอบ 50 ปี เสียชีวิตแล้ว 2 คน

Thu, 14 Nov 2019 08:14:00

วันนี้ (14 พ.ย.2562) สำนักข่าวบีบีซี รายงานว่า เกิดน้ำท่วมรุนแรงในเวนิส ประเทศอิตาลี โดย นายลุยจิ บรุกนาโร  (Luigi Brugnaro)  นายกเทศมนตรีเวนิส ระบุว่า น้ำท่วมในครั้งนี้นับว่าหนักสุดในรอบ 50 ปี โดยเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศโดยตรง

นับตั้งแต่มีการบันทึกข้อมูลระดับน้ำท่วมอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ.2466 ปรากฏการณ์น้ำทะเลยกสูงจากฝนตกหนัก ส่งผลให้มีน้ำท่วมเวนิสในปีนี้มีระดับสูง 1.87 เมตร ซึ่งเป็นสถิติที่ต่ำกว่าเหตุน้ำท่วมเมื่อปี พ.ศ.2509 หรือ 53 ปีก่อน ซึ่งมีน้ำท่วมสูงถึง 1.94 เมตร เพียงไม่กี่เซนติเมตร


แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเวนิสถูกน้ำท่วมหลายแห่ง โดยจัตุรัสเซนต์มาร์ก เป็นพื้นที่ต่ำที่สุดของเมือง และได้รับผลกระทบหนักที่สุด ขณะที่โบสถ์บาซิลิกาถูกน้ำท่วมเป็นครั้งที่ 6 ในรอบ 1,200 ปี ส่วนร้านค้าและร้านอาหารในเมืองเวนิสต่างได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมครั้งนี้ แม้หลายคนจะพยายามขนย้ายสิ่งของเพื่อลดความเสียหาย ผู้คนต้องเดินลุยน้ำไปตามถนน นอกจากนี้ โรงเรียนหลายแห่งยังคงต้องปิดการเรียนการสอนจนกว่าระดับน้ำจะลดลง

นายกเทศมนตรีเมืองเวนิส กล่าวอีกว่า น้ำท่วมในครั้งนี้สร้างความเสียหายให้เวนิสเป็นอย่างมาก โดยจะประกาศให้เวนิสเป็นเขตภัยพิบัติและเตือนว่าน้ำที่ท่วมขังจะ “ทิ้งร่องรอยไว้อย่างถาวร” พร้อมขอให้ชาวเวนิสร่วมกันทวีตข้อความและรูปภาพความเสียหายจากน้ำท่วมในครั้งนี้ เพื่อขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ 


นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า เจ้าหน้าที่พบผู้เสียชีวิต 2 คนบนเกาะเปลเลสตรินา (Pellestrina) ซึ่งเป็นดินแดนแถบที่กั้นทะเลสาบจากทะเลเอเดรียติก โดยชายคนหนึ่งถูกไฟดูด ขณะที่พยายามปั๊มน้ำออกจากบ้านของเขาและคนที่สองถูกพบว่าเสียชีวิตที่อื่น

สำหรับเวนิส ประสบน้ำท่วมเป็นประจำทุกปี โครงการป้องกันเมืองจากอุทกภัยจึงได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2546 แต่ได้พบปัญหาด้านต้นทุนและความเห็นที่ขัดแย้งกันจนทำให้โครงการเกิดความล่าช้า แต่ต่อมาโครงการสร้างประตูระบายน้ำขนาดใหญ่ที่จะยกระดับจากก้นทะเล เพื่อปิดทะเลสาบในกรณีที่ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น ได้รับการทดสอบและประสบความสำเร็จเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2556 แต่ต้องใช้เงินลงทุนไปหลายพันล้านยูโร ทั้งนี้ ตามที่กระทรวงโครงสร้างพื้นฐานของอิตาลี ระบุ โครงการป้องกันอุทกภัยนี้จะถูกส่งมอบให้กับสภาเมืองเวนิส ในช่วงปลายปี 2564 หลังจากการทดสอบ "ขั้นสุดท้าย"

 


รัฐสภาสหรัฐฯ เริ่มไต่สวนพยานเพื่อถอดถอน "ทรัมป์"

Thu, 14 Nov 2019 07:40:00

เมื่อวันที่ 13 พ.ย.2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมาธิการข่าวกรองสภาผู้แทนราษฏรสหรัฐฯ เริ่มเปิดการไต่สวนสาธารณะเพื่อพิจารณาถอดถอน โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา จากข้อกล่าวหาใช้อำนาจโดยมิชอบบีบผู้นำยูเครนให้สอบสวนกรณีการทุจริตของ โจ ไบเดน อดีตรองประธานาธิบดี ซึ่งเป็นคู่แข่งคนสำคัญจากพรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในปลายปี 2563 และบุตรชายของไบเดน ซี่งเป็นผู้บริหารบริษัทพลังงานแห่งหนึ่งของยูเครน โดยเป็นการใช้อำนาจเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง

 

การไต่สวนในวันแรกเป็นการเข้าให้ปากคำของพยาน 2 คนแรก ได้แก่ วิลเลียม เทย์เลอร์ รักษาการเอกราชทูตสหรัฐฯ ประจำยูเครน และจอร์จ เคนท์ เจ้าหน้าที่การทูตระดับสูงในกิจการยุโรปและยูเรเชีย โดยทั้งคู่ได้ตอบข้อซักถามเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชันในยูเครนและความสัมพันธ์ระหว่างไบเดนกับประเทศยูเครน

 

ด้านโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวระหว่างให้การต้อนรับผู้นำตุรกีที่ทำเนียบขาวว่า เขายุ่งอยู่กับภารกิจจนไม่มีเวลาดูการไต่สวนที่มีการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ ที่ชาวอเมริกันหลายล้านคนเฝ้าติดตาม

ขณะที่ในกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน ผู้คนส่วนใหญ่ไม่ได้ให้ความสนใจการไต่สวนดังกล่าว เพราะเป็นเรื่องที่มีรายละเอียดซับซ้อนเกินความเข้าใจของคนทั่วไป เช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่รัฐบาลยูเครนที่พยายามทำตัวออกห่างจากเรื่องนี้

 


ฮ่องกงยังวุ่นวาย ตร.ประณามกลุ่มประท้วงก่อจลาจล

Wed, 13 Nov 2019 12:51:00

วันนี้ (13 พ.ย.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจฮ่องกงแถลงข่าวประณามการก่อจลาจลตามมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วฮ่องกง โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่มหาวิทยาลัยจีนแห่งฮ่องกง ซึ่งผู้ประท้วงขว้างปาสิ่งของ รวมถึงเก้าอี้เข้าใส่ผู้ที่ขับขี่รถจักรยานยนต์จนก่อให้เกิดอันตราย

แถลงการณ์ของตำรวจฮ่องกง ระบุว่า ขณะนี้หลักนิติรัฐในฮ่องกงใกล้ถึงจุดล่มสลายอย่างสิ้นเชิง จากการกระทำรุนแรงโดยไม่คำนึงถึงกฎหมายของกลุ่มผู้ประท้วง รวมถึงการใช้กำลังประทุษร้ายผู้บริสุทธิ์อย่างไม่เลือกหน้า เช่น การจุดไฟเผาคนทั้งเป็น เมื่อวันที่ 11 พ.ย.ที่ผ่านมา

 

ขณะที่ในวันนี้ (13 พ.ย.) ชาวฮ่องกงเผชิญความวุ่นวายติดต่อกันเป็นวันที่ 3 หลังจากสถานีรถไฟใต้ดินและรถประจำทางหลายสายงดให้บริการ เพื่อเตรียมรับมือการประท้วง ส่วนโรงเรียนหลายแห่งประกาศงดการเรียนการสอนชั่วคราว เนื่องจากผู้ประท้วงเตรียมกระจายตัวก่อความวุ่นวายตามจุดต่างๆ โดยต้องการสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจเป็นวงกว้าง เพื่อกดดันให้รัฐบาลรับรู้ถึงข้อเรียกร้องของผู้ประท้วง

ด้านสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฮ่องกง ออกประกาศผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ เตือนให้ชาวไทยระมัดระวังและหลีกเลี่ยงสถานที่ชุมนุมเพื่อความปลอดภัย รวมทั้งเตรียมพร้อมรับมือกับความไม่สะดวกที่จะเกิดขึ้นในวันนี้ ซึ่งคาดว่าจะมีการชุมนุมประท้วงด้วยการขัดขวางเส้นทางจราจรและระบบขนส่งสาธารณะทั่วฮ่องกง

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สถานกงสุลฯ เตือนคนไทยเลี่ยงพื้นที่ชุมนุมฮ่องกง 13 พ.ย.

ตำรวจยิงแก๊สน้ำตา สลายประท้วงฮ่องกง

 


สถานกงสุลฯ เตือนคนไทยเลี่ยงพื้นที่ชุมนุมฮ่องกง 13 พ.ย.

Wed, 13 Nov 2019 07:13:00

สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฮ่องกง เปิดเผยว่า ได้รับรายงานว่าวันนี้ (13 พ.ย.) ตั้งแต่เวลา 07.00 น. เป็นต้นไป อาจมีการชุมนุมประท้วงด้วยการขัดขวางเส้นทางจราจรและระบบขนส่งสาธารณะ ทั้งรถประจำทาง รถราง และรถไฟใต้ดิน MTR ทั่วเกาะฮ่องกง จึงแจ้งให้คนไทยทุกคนในฮ่องกงเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ความไม่สะดวกที่อาจเกิดขึ้น

ขณะที่การชุมนุมประท้วงในขณะนี้มีการใช้ความรุนแรงบ่อยครั้ง สถานกงสุลใหญ่ฯ ขอย้ำคนไทยในฮ่องกงและนักท่องเที่ยวไทยในฮ่องกงหลีกเลี่ยงการเดินทาง หรือเข้าใกล้สถานที่มีการชุมนุมประท้วง และใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษหากเกิดการประท้วงในบริเวณใกล้

รวมทั้งงดการถ่ายภาพในระยะใกล้ของเหตุการณ์ประท้วง ผู้ประท้วง และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงการกระทำอื่นๆ ที่อาจเป็นการยั่วยุผู้ประท้วง เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของคนไทยทุกคน รวมทั้งเผื่อเวลาในการเดินทาง ทั้งทางรถยนต์และรถไฟใต้ดิน MTR

คนไทยในฮ่องกงสามารถติดตามข่าวสาร สถานการณ์ภาพรวมได้ที่ website สำนักงานตำรวจฮ่องกง ที่ https://www.police.gov.hk/ppp_en/index.html ตรวจสอบข้อมูลการเดินทางโดยรถไฟ MTR ได้ที่ http://www.mtr.com.hk/en/customer/main/index.html และตรวจสอบสถานะของท่าอากาศยานฮ่องกงและตารางเที่ยวบินได้ที่ https://www.hongkongairport.com/

ทั้งนี้ หากต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน สามารถประสานสถานกงสุลใหญ่ฯ ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉิน (+852) 6821-1545 หรือ (+852) 6821-1546 และ Call Center กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (+66) 2-572-8442

 


โลกร้อนทำให้วิกฤตไฟป่าออสเตรเลียรุนแรง

Wed, 13 Nov 2019 06:03:00

เมื่อวันที่ 12 พ.ย.2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โฆษกหญิงองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (World Meteorological Organisation – WMO) เปิดเผยระหว่างการแถลงข่าวที่องค์การสหประชาชาติในนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นปัจจัยทำให้สถานการณ์ไฟป่าในรัฐนิวเซาท์เวลส์ ของออสเตรเลีย ทวีความรุนแรง

พร้อมทั้งระบุว่า ไฟป่ารุนแรงเช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ชั่วข้ามคืน แต่เป็นเพราะรัฐนิวเซาท์เวลส์มีอากาศแห้งรุนแรงติดต่อกันตลอดในช่วง 34 เดือนที่ผ่านมา ผนวกกับอุณหภูมิที่อุ่นขึ้นกว่าเดิม 1 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับปี 2453 ส่งผลให้แต่ละพื้นที่มีความร้อนเพิ่มขึ้นและอาจทำให้เกิดไฟป่าได้ง่ายขึ้นในหลายพื้นที่

 

ล่าสุด ไฟป่าในรัฐนิวเซาท์เวลส์และรัฐควีนแลนด์ เผาผลาญพื้นที่ไปแล้วกว่า 6.2 ล้านไร่ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 คน บ้านเรือนเสียหายมากกว่า 150 หลัง ทางการออสเตรเลียต้องระดมกำลังเจ้าหน้าที่ดับเพลิงมากกว่า 3,000 คนเร่งดับไฟในพื้นที่

 


ตำรวจยิงแก๊สน้ำตา สลายประท้วงฮ่องกง

Tue, 12 Nov 2019 16:12:00

วันนี้ (12 พ.ย.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ประท้วงชาวฮ่องกงปักหลักบนสะพานลอย พร้อมขว้างปาก้อนอิฐเข้าใส่ตำรวจใกล้กับมหาวิทยาลัยซิตี้ ยูนิเวอร์ซิตี้ ออฟ ฮ่องกง ขณะที่ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาตอบโต้ระหว่างการชุมนุมซึ่งเต็มไปด้วยความรุนแรงที่ยืดเยื้อติดต่อกันเป็นวันที่ 2 โดยมีเหตุปะทะระหว่างตำรวจและผู้ประท้วงเกิดขึ้นหลายจุดโดยรอบมหาวิทยาลัยต่าง ๆ หลังจากนักศึกษานัดชุมนุมประท้วง และมีการประกาศปิดการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัย

ขณะที่ผู้โดยสารรถไฟใต้ดินฮ่องกงอพยพออกจากขบวนรถไฟกลางคัน เนื่องจากสถานีรถไฟฟ้าบางส่วนปิดให้บริการจากเหตุประท้วง สำหรับการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกงยืดเยื้อมาแล้วกว่า 5 เดือน โดยยังไม่มีทีท่าว่าเหตุการณ์จะสงบลง


"แกมเบีย" ฟ้อง "เมียนมา" ข้อหาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮิงญา

Tue, 12 Nov 2019 12:16:00

เมื่อวันที่ 11 พ.ย.2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แกมเบียซึ่งเป็นประเทศที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิมและได้รับการสนับสนุนจากองค์การความร่วมมืออิสลาม หรือ โอไอซี ที่มีสมาชิกทั้งหมด 57 ประเทศ ยื่นฟ้องเมียนมาต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (International Court of Justice – ICJ) ที่กรุงเฮกในเนเธอร์แลนด์ ด้วยข้อกล่าวหาว่า เมียนมากระทำการในลักษณะฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮิงญา จนนำไปสู่การเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ รวมทั้งส่งผลกระทบทางจิตใจ พร้อมทั้งกล่าวหาว่ารัฐบาลเมียนมาใช้มาตรการต่างๆ เพื่อลดอัตราการเกิดของชาวโรฮิงญา


ขณะที่รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมของแกมเบีย ซึ่งเป็นคณะทำงานในประเด็นนี้เปิดเผยว่า “เป้าหมายของการยื่นฟ้องเมียนมาในครั้งนี้ก็เพื่อต้องการหี้ใยนมาได้รับผิดชอบต่อการปราบปรามปรามชาวโรฮิงญา” ในขณะเดียวกันก็ยังเปิดเผยว่า “มันเป็นเรื่องที่น่าอายมากๆ หากคนในรุ่นนี้พบเจอการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่ถูกเปิดเผยออกมาอย่างชัดเจนแต่ยังคงนิ่งเฉยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่”

โดยก่อนหน้านี้ คณะสอบสวนขององค์การสหประชาชาติ ชี้ว่าการปราบปรามชาวโรฮิงญาของกองทัพเมียนมาในปี 2560 จนทำให้ชาวโรฮิงญามากกว่า 730,000 คน ต้องอพยพไปยังบังกลาเทศ นับว่ามีเจตนาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ แต่ทางการเมียนมาปฏิเสธข้อกล่าวหานี้มาโดยตลอด

ขณะที่ฮิวแมน ไรท์ วอทช์ ร่วมแสดงความยินดีกับความเคลื่อนไหวของแกมเบีย โดยระบุว่า การยื่นฟ้องครั้งนี้ถือเป็นการปูทางให้ข้อกังวลของนานาชาติเกี่ยวกับชะตากรรมของชาวโรฮิงญาเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น แม้ว่าคำวินิจฉัยของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศจะไม่สามารถนำมาบังคับใช้และลงโทษกับเมียนมาในระดับนานาชาติได้ก็ตาม

 


"อาลีบาบา" ทุบสถิติยอดขายกว่า 9 หมื่นล้านหยวนรับวันคนโสด

Mon, 11 Nov 2019 05:10:00

วันนี้ (11 พ.ย.2562) บริษัทอาลีบาบา อี-คอมเมิร์ชยักษ์ใหญ่ของจีน สร้างสถิติยอดขายใหม่รับวันคนโสด หรือ Single Day ซึ่งตรงกับวันนี้ (11.11) เป็นเงินสูงถึง 91,200 ล้านหยวน หรือประมาณ 395,700 ล้านบาท ภายในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง

ซึ่งเป็นยอดขายที่สูงกว่าปี 2561 ถึงร้อยละ 32 โดยมีสถิติอื่นที่น่าสนใจคือสามารถสร้างยอดขายทะลุ 10,000 ล้านหยวน หรือประมาณ 4,300 ล้านบาทในระยะเวลาเพียง 1.36 นาทีเท่านั้น

 

บริษัทอาลีบาบา เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้าให้วันคนโสดปีนี้มีลูกค้าเข้าร่วมเลือกซื้อสินค้าออนไลน์ถึง 500 ล้านคน ขณะที่มีสินค้าใหม่ๆ มากถึง 1 ล้านรายการ จากผู้ผลิต 200,000 ราย เปิดให้ลูกค้าเลือกช้อปแบบจุใจ โดยเมื่อปี 2561 อาลีบาบา สามารถสร้างรายได้ในวันคนโสดเพียงวันเดียวสูงถึง 213,500 ล้านหยวน หรือคิดเป็นประมาณ 926,300 ล้านบาท

ขณะที่ปีนี้เป็นปีแรกที่มหกรรมช้อปปิ้งรับวันคนโสดของอาลีบาบา ไม่มี "แจ๊ค หม่า" ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทเข้าร่วมงานด้วย หลังจากที่เขาลงจากตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร เมื่อช่วงเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา

 


ญี่ปุ่นจัดขบวนแห่ฉลองพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

Sun, 10 Nov 2019 18:34:00

วันนี้ (10 พ.ย.2562) สมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะ และสมเด็จพระจักรพรรดินีมาซาโกะ เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งแบบเปิดประทุน จากพระราชวังอิมพิเรียล ผ่านใจกลางกรุงโตเกียว ไปยังพระตำหนักอากาซากะ ในขบวนแห่เฉลิมฉลองพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ท่ามกลางประชาชนจำนวนหลายแสนคนที่ออกมาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ พร้อมทั้งโบกธงชาติญี่ปุ่นตลอดสองฝั่งถนน

สำหรับขบวนแห่เฉลิมฉลองพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งนี้ มีระยะทาง 4.6 กิโลเมตร และทั้งสองพระองค์เสด็จพระราชดำเนินเป็นเวลาประมาณ 30 นาที เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

ตามกำหนดเดิมพระราชพิธีนี้จะต้องจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา แต่ทางการญี่ปุ่นเลื่อนกำหนดเป็นวันนี้เพื่อฟื้นฟูความเสียหายหลังจากหลายพื้นที่ของญี่ปุ่นได้รับผลกระทบอย่างหนักจากพายุไต้ฝุ่นฮากิบิส ตั้งแต่ช่วงกลางเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา

 

 

 

 

 


"สม รังสี" ประกาศกร้าวไม่ล้มเลิกกลับกัมพูชา

Sat, 9 Nov 2019 19:36:00

วันนี้ (9 พ.ย.2562) สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า นายสม รังสี อดีตหัวหน้าพรรคสงเคราะห์ชาติกัมพูชา หรือ ซีเอ็นอาร์พี เดินทางถึงกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซียแล้ว โดยเขากล่าวกับผู้สนับสนุนที่มารออยู่ที่สนามบินว่า จะใช้เวลาอยู่ในประเทศมาเลเซีย 2-3 วัน จึงไม่สามารถเดินทางกลับกัมพูชาเพื่อเข้าร่วมงานฉลองวันชาติ ภายในวันนี้ ( 9 พ.ย.) ได้

เมื่อเดินทางมาถึงสนามบิน เขาถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของมาเลเซียนำตัวไป ก่อนจะปล่อยตัวในเวลาต่อมา โดยเขากล่าวกับผู้สื่อข่าวว่าได้รับเชิญให้เดินทางไปเยือนรัฐสภาของมาเลเซีย ในวันที่ 12 พ.ย.นี้ ซึ่งถือเป็นการเยือนแบบส่วนตัว

เมื่อวันที่ 7 พ.ย.ที่ผ่านมา นายสม รังสี ถูกการบินไทยปฏิเสธไม่ให้ขึ้นเครื่องจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เพื่อเดินทางมาสนามบินสุวรรณภูมิ โดยเจ้าหน้าที่สายการบินแจ้งกับผู้นำฝ่ายค้านของกัมพูชาว่า ทางสายการบินได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของไทย ไม่ให้นายสม รังสี ขึ้นเครื่องบินลำนี้ ซึ่งนายสม รังสี ระบุว่า เขาจะไม่ล้มเลิกความตั้งใจและจะหาวิธีอื่นเพื่อเดินทางกลับกัมพูชาให้ได้


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

"การบินไทย" ห้าม "สม รังสี" ขึ้นเครื่องบินกลับไทย


ไฟป่ารัฐนิวเซาท์เวลส์ลุกลามหนัก คร่าชีวิตแล้ว 2 คน

Sat, 9 Nov 2019 13:24:00

วันนี้ (9 พ.ย.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ไฟป่าปะทุขึ้นมากกว่า 80 จุดทั่วรัฐนิวเซาท์เวลส์ ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของออสเตรเลีย ท่ามกลางกระแสลมแรงและอุณหภูมิสูงถึง 35 องศาเซลเซียส โดยมีไฟป่าลุกไหม้ในระดับฉุกเฉินพร้อมๆ กันถึง 17 จุด

มีรายงานว่า มีประชาชนติดอยู่ตามบ้านเรือนในหลายพื้นที่และเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเข้าถึงได้ เนื่องจากความรุนแรงของไฟ นอกจากนี้ยังมีไฟป่าเกิดขึ้นในรัฐควีนส์แลนด์ ส่งผลให้ประชาชนต้องอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยงในหลายเมือง

 

ล่าสุด ทางการท้องถิ่นของรัฐนิวเซาท์เวลส์ รายงานว่า มีผู้เสียชีวิตจากไฟป่าแล้วอย่างน้อย 2 คน สูญหายไปอีก 7 คน บาดเจ็บ 35 คน และบ้านถูกไฟไหม้กว่า 100 หลัง โดยคาดว่าจะมีจำนวนผู้เสียชีวิตจะเพิ่มขึ้นอีก

หน่วยดับเพลิงของออสเตรเลียระดมเจ้าหน้าที่ดับเพลิงกว่า 1,000 คน พร้อมเครื่องบิน 70 ลำ เข้าดับไฟป่าในรัฐนิวเซาท์เวลส์และรัฐควีนส์แลนด์ เพื่อช่วยชีวิตประชาชนให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้