กสทช.อนุมัติ 344 ล้านบาท หนุนสถานพยาบาล-รพ.รัฐ สู้ COVID-19

Wed, 8 Apr 2020 23:11:00

วันนี้ (8 เม.ย.2563) นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า วันนี้ที่ประชุม กสทช. มีมติอนุมัติเงินสนับสนุนสถานพยาบาลของรัฐและโรงพยาบาลภาคสนามของรัฐต่อสู้สถานการณ์ ไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID -19) จากเงินกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) และเงินงบประมาณรายจ่ายของสำนักงาน กสทช. ประจำปี 2563 รอบแรก จำนวน 41 แห่ง วงเงิน 344.647 ล้านบาท

แบ่งเป็นการสนับสนุนจากงบประมาณกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ สนับสนุน 12 แห่ง วงเงิน 255.999 ล้านบาท

และเงินสนับสนุนจากงบประมาณของสำนักงาน กสทช. 29 แห่ง วงเงิน 88.648 ล้านบาท

สำหรับกรอบวงเงินงบประมาณในการสนับสนุนสถานพยาบาลของรัฐและโรงพยาบาลภาคสนามของรัฐในการต่อสู้โควิด-19 ทั้งเงินกองทุน กทปส. และเงินที่สำนักงาน กสทช. ปรับลดงบประมาณลง เดิมเป็นกรอบวงเงิน 1,000 ล้านบาท

เตรียมอนุมัติเพิ่มอีก 1.2 พันล้าน

ขณะนี้ กสทช. ได้อนุมัติกรอบวงเงินเพิ่มเติมอีกเป็น 1,294.98 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ยอดการขอรับการสนับสนุนจนถึงวันที่ 7 เม.ย.2563 มีจำนวนทั้งสิ้น 273 แห่ง กรอบวงเงิน 1,972 ล้านบาท

สำหรับสถานพยาบาลของรัฐและโรงพยาบาลภาคสนามของรัฐที่ได้รับอนุมัติในการพิจารณาจัดสรรในงวดแรก มีจำนวน 41 แห่ง ตามรายชื่อดังต่อไปนี้
1. โครงการจัดบริการผู้ป่วยวิกฤตเพื่อรองรับผู้ป่วยโควิด 19 ที่มีอาการรุนแรง ของโรงพยาบาลนครพิงค์ จ.เชียงใหม่ วงเงิน 19.150 ล้านบาท
2. โครงการเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ของโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า จ.นนทบุรี วงเงิน 19.726 ล้านบาท
3. โครงการจัดทำ ICU Negative room เพื่อศักยภาพการดูแลในภาวะวิกฤตของผู้ป่วย COVID-19 ของโรงพยาบาลรามาธิบดี วงเงิน 35.382 ล้านบาท
4. โครงการเตรียมความพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่ (COVID-19) ของมูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าในพระบรมราชูปถัมป์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี วงเงิน 27.330 ล้านบาท
5. โครงการเตรียมความพร้อมรับการระบาดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) ระยะ 3 โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ วงเงิน 24.030 ล้านบาท
6. โครงการเพิ่มศักยภาพการให้บริการสุขภาพ รองรับการระบาดของโรคโควิด-19 ด้วยหอผู้ป่วยรวม ชนิดแรงดันลบ (Cohort Ward) โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร วงเงิน 18.144 ล้านบาท
7. โครงการเตรียมความพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่ (COVID-19) ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ของศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล วงเงิน 18.302 ล้านบาท
8. โครงการระบบดูแลรักษาผู้ป่วย COVID-19 แบบบูรณาการ ของโรงพยาบาลขอนแก่น จ.ขอนแก่น วงเงิน 19.550 ล้านบาท
9. โครงการจัดหาวัสดุครุภัณฑ์ทางการแพทย์และห้องแยกความดันลบ เพื่อเตรียมความพร้อมรับการระบาดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) ของโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา วงเงิน 16.790 ล้านบาท
10. โครงการจัดซื้อทางการแพทย์เพื่อรองรับสถานการณ์ COVID-19 ของโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ วงเงิน 19.160 ล้านบาท
11. โครงการปรับปรุงหน่วยบริการเพื่อรองรับผู้ป่วย COVID19 ระยอง ของโรงพยาบาลระยอง วงเงิน 18.533 ล้านบาท
12. โครงการจัดทำห้องความดันลบรองรับผู้ป่วย COVID-19 ในโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช ของโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช วงเงิน 19.900 ล้านบาท
13.โรงพยาบาลบึงกาฬ สนับสนุนวงเงิน 5.935 ล้านบาท
14.โรงพยาบาลปทุมธานี สนับสนุนวงเงิน 13.98 ล้านบาท
15.โรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า จ.สมุทรสงคราม สนับสนุนวงเงิน 1.64 ล้านบาท
16.โรงพยาบาลสุโขทัย สนับสนุนวงเงิน 1.3 ล้านบาท
17.คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาลมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช สนับสนุนวงเงิน 9.635 ล้านบาท
18.โรงพยาบาลบางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ สนับสนุนวงเงิน 5 ล้านบาท
19.โรงพยาบาลโพนพิสัย อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย สนับสนุนวงเงิน 5.565 ล้านบาท
20.โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเวียงสระ อ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี สนับสนุนวงเงิน 8.238 ล้านบาท
21.โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชหล่มเก่า อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ สนับสนุนวงเงิน 4.872 ล้านบาท
22.โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี จ.สุราษฎร์ธานี สนับสนุนวงเงิน 9.4 ล้านบาท
23.โรงพยาบาลพนัสนิคม อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี สนับสนุนวงเงิน 0.751 ล้านบาท
24.โรงพยาบาลเนินมะปราง อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก สนับสนุนวงเงิน 4.105 ล้านบาท
25.โรงพยาบาลร่อนพิบูลย์ อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช สนับสนุนวงเงิน 0.736 ล้านบาท
26.โรงพยาบาลบ้านนาเดิม อ.บ้านนาเดิม จ.สุราษฎร์ธานี สนับสนุนวงเงิน 0.396 ล้านบาท
27.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านบัวหลวง ต.เหล่า อ.ทุ่งเขาหลวง จ.ร้อยเอ็ด สนับสนุนวงเงิน 1.040 ล้านบาท
28.สำนักงานสาธารณสุขอำเภอวิภาวดี อ.วิภาวดี จ.สุราษฎร์ธานี สนับสนุนวงเงิน 0.058 ล้านบาท
29.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลดงประคำ อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก สนับสนุนวงเงิน 0.467 ล้านบาท
30.โรงพยาบาลสุขสำราญ อ.สุขสำราญ จ.ระนอง สนับสนุนวงเงิน 4.048 ล้านบาท
31.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านสระลุมพุก ต.หนองสาหร่าย อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี สนับสนุนวงเงิน 1.072 ล้านบาท
32.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านเบ็ญพาด อ.พนมทวน จ.กดาญจนบุรี สนับสนุนวงเงิน 1.072 ล้านบาท
33.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านทุ่งสมอ อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี สนับสนุนวงเงิน 1.072 ล้านบาท
34.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านดอนเจดีย์ อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี สนับสนุนวงเงิน 1.072 ล้านบาท
35.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านบ่อระแหง อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี สนับสนุนวงเงิน 1.072 ล้านบาท
36.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านโคราช อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี สนับสนุนวงเงิน 1.072 ล้านบาท
37.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านหลุมหิน อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี สนับสนุนวงเงิน 1.072 ล้านบาท
38.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านตลาดเขต อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี สนับสนุนวงเงิน 1.072 ล้านบาท
39.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านหนองโพธิ์ อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี สนับสนุนวงเงิน 1.072 ล้านบาท
40.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลธาตุ อ.วังหิน จ.ศรีสะเกษ สนับสนุนวงเงิน 1.139 ล้านบาท
41.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลม่วงงาม อ.สิงหนคร จ.สงขลา สนับสนุนวงเงิน 0.694 ล้านบาท


นายฐากรกล่าวว่า สำหรับสถานพยาบาลของรัฐและโรงพยาบาลภาคสนามของรัฐที่ขอรับการสนับสนุนเข้ามาในส่วนที่เหลือ สำนักงาน กสทช. จะรีบพิจารณาและนำเสนอ กสทช. ในการประชุม กสทช. ในสัปดาห์หน้า เพื่อที่จะมีการพิจารณาอนุมัติสนับสนุนกรอบวงเงินเพื่อสู้โควิด-19 ให้กับสถานพยาบาลของรัฐและโรงพยาบาลภาคสนามของรัฐเป็นเรื่องเร่งด่วนไปเรื่อยๆ


พิษ COVID-19 ปิดฉาก "คมชัดลึก" ฉบับสุดท้ายอำลาแผง

Wed, 8 Apr 2020 21:53:00

วันนี้ (8 เม.ย.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หนังสือพิมพ์คมชัดลึก ปีที่ 19 ได้ตีพิมพ์ประกาศยุติการพิมพ์หนังสือพิมพ์คมชัดลึก โดยมีผลวันนี้เป็นต้นไป โดยระบุว่า“เรียน ท่านผู้อ่านทุกท่าน กองบรรณาธิการ นสพ.คมชัดลึก ขอเรียนให้ทราบว่า เราจะยุติการพิมพ์ นสพ.คมชัดลึก ซึ่งฉบับวันที่ 8 เมษายน 2563 เป็นฉบับสุดท้าย

เป็นที่ทราบดีว่า ในห้วง 5 ปีที่ผ่านมา พฤติกรรมของผู้บริโภคข้อมูลข่าวสารได้เปลี่ยนแปลงไป สื่อสิ่งพิมพ์ได้รับความนิยมน้อยลง ประชาชนหันไปบริโภคข่าวสารผ่านสื่อดิจิทัล สื่อทางเลือกและสื่อโซเชียลแทน
ดังนั้น ด้วยพฤติกรรมดังกล่าวทำให้สื่อสิ่งพิมพ์ที่เป็นสื่อหลักได้รับผลกระทบ อันเนื่องมาจากธุรกิจโฆษณาได้เปลี่ยนแปลงไปตามพฤติกรรมของผู้บริโภค ทำให้ต้นทุนในการผลิตหนังสือพิมพ์สูงขึ้น ขณะที่รายได้จากโฆษณาถูกแบ่งถูกแชร์ไปยังสื่ออื่น

นสพ.คมชัดลึก ก็เช่นเดียวกัน เราได้รับทราบความเปลี่ยนแปลงนี้มาเป็นเวลานาน เราจึงให้กองบรรณาธิการคมชัดลึกเป็นองค์กรนำร่องในการทรานส์ฟอร์มไปสู่สื่อดิจิทัล โดยเราตั้งเป้าหมายไว้ว่าเราจะทรานส์ฟอร์มสื่อกระดาษ หรือออฟไลน์ไปสู่สื่อดิจิทัล หรือออนไลน์ 100% ภายในกลางปีนี้ ซึ่งกระบวนการทุกอย่างเดินหน้าไปด้วยความเรียบร้อย

ปัจจุบัน คมชัดลึก ออนไลน์ ได้รับความนิยมจากนักบริโภคข่าวสารที่เข้าไปในเว็บและผ่านช่องทางโซเชียลฯ เดือนละประมาณ 23 ล้านเพจวิว เราจึงได้วางแผนในการพัฒนาเพื่อการทรานส์ฟอร์ม นสพ.คมชัดลึก ไปสู่ คมชัดลึก ออนไลน์ แบบเต็มรูปแบบ

แต่เนื่องจากสถานการณ์ที่เกิดจากปัญหาการระบาดของไวรัสโควิด-19 เป็นสถานการณ์ที่นอกเหนือจากการวางแผน และเป็นสถานการณ์ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคนอ่าน และธุรกิจโฆษณา เดิมคนอ่านหนัง สือพิมพ์น้อยลงเรื่อยๆ แต่เมื่อโควิดเข้ามา ทำให้แผงหนังสือปิด คนอ่านไม่กล้าเดินไปซื้อหนังสือ นี่คือตัวเร่งอีกปัจจัยหนึ่ง โดยที่เราไม่สามารถคาดเดาได้ว่าสถานการณ์เช่นนี้จะจบลงเมื่อไหร่

แน่นอนว่า การระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำใหเราตัดสินใจที่จะทรานส์ฟอร์ม นสพ.คมชัดลึก ไปสู่ คมชัดลึกออนไลน์และสื่อดิจิทัลในเครือเร็วกว่าเป้าหมายที่เรากำหนดไว้

ก่อนหน้านี้ เมื่อ 28 มิ.ย.2562 หนังสือพิมพ์ THE NATION ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์รายวันภาษาอังกฤษ ได้ยุติการผลิตหนังสือฉบับสุดท้าย ก่อนจะเปลี่ยนไปสู่สื่อออนไลน์ 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

หนังสือพิมพ์ THE NATION วางแผงฉบับสุดท้าย เตรียมรุกออนไลน์

 


ผู้ว่าฯชลบุรีเปิดแผน "ปิดเมืองพัทยา" คัดกรองกลุ่มเสี่ยงป้องกัน COVID - 19

Wed, 8 Apr 2020 20:21:00

วันนี้ (8 เม.ย.2563) นายภัครธรณ์ เทียนไชย กล่าวว่า สถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัส COVId -19 ของ จ.ชลบุรี มีทั้งหมด 76 คน มาจาก อ.บางละมุง 33 คน และสถานการณ์มาจากชาวต่างชาติในเขตพัทยา โดยนายกเมืองพัทยาและ อ.บางละมุงได้หารือและเสนอมายังคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดให้ปิดเมืองพัทยา โดยห้ามบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้า-ออก เมืองพัทยา และได้ออกคำสั่งไปแล้ว 

นายภัครธรณ์ กล่าวว่า สถานการณ์ที่เมืองพัทยาคาดว่าจะมีผู้ที่รับเชื้อแต่ไม่ป่วย ดังนั้นจากมาตรการปิดเมืองพัทยาจากนั้นจึงนำผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงมาตรวจโดยในวันที่ 9 เม.ย.จะเริ่มปิดเมืองและวันที่ 10 เม.ย.จะเริ่มตรวจกลุ่มเสี่ยงและบุคคลใกล้ชิด เมื่อตรวจแบบนี้จะสามารถสกรีนได้มากขึ้น และลดปัญหาการแพร่ระบาดได้ 

กลุ่มเสี่ยงทั้งหมดเมืองพัทยาผู้เกี่ยวข้องได้จัดทำรายชื่อไว้หมดแล้ว ทั้งผู้ใกล้ชิดกับผู้ที่ติดเชื้อ COVID -19 หรือ ผู้ที่อยู่ในสถานที่ที่ผู้ติดเชื้อ COVID - 19 เคยไปราว 2,000 คน ขณะที่เมืองพัทยาประมาณ 1.9 แสนคน แต่ต้องตรวจจากกลุ่มเสี่ยงโดยสุ่มตรวจ 500 คนแรก หากไม่มีก็อาจจะไม่ตรวจเพิ่มแต่หากพบก็จะต้องตรวจทั้งหมด โดยตรวจในรูปแบบ Lamp Test ซึ่งเป็นการตรวจแบบรวดเร็ว สามารถรู้ผลภายใน 1 ชม.ซึ่งเร็วกว่าการตรวจในห้องปฏิบัติการที่ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชม.จึงจะทราบผล ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดเตรียมคนและจัดระบบพื้นที่เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัส COVID -19 การตรวจจึงคาดว่าจะใช้เวลาสักระยะ ฉะนั้นการปิดเมืองพัทยาในครั้งนี้จึงยังไม่กำหนดเวลาและใช้คำว่าจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ซึ่งขึ้นอยู่กับการตรวจคัดกรองครั้งนี้

"กลุ่มเสี่ยงมาจากชาวต่างชาติที่อยู่ในเมืองพัทยาค่อนข้างมากราว 2,000 - 3,000 คน ทั้งนักท่องเที่ยวและที่มีครอบครัวอยู่ที่เมืองพัทยา ขณะที่เขตอื่นค่อนข้างนิ่ง"

ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี กล่าวเพิ่มเติมว่า การปิดเมืองพัทยาในครั้งนี้จึงยังไม่กำหนดเวลาจึงใช้คำว่าจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ช่วงแรกปิดสถานบันเทิง ผับเธค เนื่องจากมีชาวต่างชาติเดินทางเข้าไปเยอะ เมื่อออกมาตรการจะทำให้ในช่วงแรกป้องกันกลุ่มเสี่ยงกลุ่มใหญ่ไว้ก่อน เนื่องจากเกรงว่าจะยากต่อการรับมือ จากนั้นหลังปิดแล้วจะพิจารณาต่อว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร

เมื่อปิดโรงมหรสพแล้วก็ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอื่น เช่น แหล่งธรรมชาติ และอื่น ๆ แต่เมื่อสถานการณ์โลกรุนแรงขึ้นจึงเน้นมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม เช่น การประกาศปิดหาด ปิดเกาะล้าน เกาะสีชัง และห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จากนั้นก็ยังพบว่าไปชุมนุมที่ร้านอาหารและรวมกลุ่ม จากนั้นจึงมีมาตรการปิดร้านอาหารให้ซื้อกลับบ้าน ซึ่งตัวเลขขณะนี้ผู้ติดเชื้อ 76 คนขณะนี้กลับบ้านไปแล้ว 28 คน เสียชีวิต 2 คน ที่ยังอยู่ในการดูแลของโรงพยาบาล 46 คน และผู้ป่วยที่ไม่มีอาการ 22 คน สถานการณ์จริงที่ต้องดูแลคือ 24 คน

"ทีมงานสาธารณสุขพอใจตัวเลขนี้เพราะพอใจการหน่วง ให้อยู่ในสถานการณ์ที่ดูแลได้ บุคลากรทางการแพทย์สามารถรักษาผู้ป่วยได้ และปัจจัยภายในน่าจะจบแล้ว คุมได้หมดแล้ว แต่ปัจจัยภายนอกผู้ที่ยังเดินทางเข้า-ออกยังมีอยู่เช่น คนไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ และแม้ว่าจะมีคนติดเชื้อมากขึ้นก็เชื่อว่าจะยังสามารถดูแลได้ โดยมีพื้นที่กักตัวไป 2 แห่งที่พร้อมจะปรับเป็นโรงพยาบาลสนาม "

ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า สถานที่กักกันโรคมี 2 แห่งคือ สำนักงานส่งจังหวัด มีผู้ที่กักตัวอยู่จำนวน 34 คน และโรงแรมเอกชนใน อ.บางละมุง จำนวน 20 คน ขณะนี้อยู่ระหว่างให้ทุกอำเภอต้องมีพื้นที่กักกันโรคอย่างน้อย 1 แห่ง ขณะที่โรงพยาบาลสนามได้จัดเตรียมไว้แล้ว โดยโรงแรมเอกชนที่ทั้งหมด 3 ตึก สามารถปรับเปลี่ยนเป็นโรงพยาบาลสนามได้ รวมถึงสถานีขนส่งจังหวัดสามารถปรับเปลี่ยนมาเป็นโรงพยาบาลสนามได้เช่นกัน แต่ขณะนี้ได้ใช้เป็นพื้นที่กักกันโรคก่อน ขณะที่โรงพยาบาลของรัฐสามารถรองรับ 260 คน สำหรับผู้ป่วยไวรัส COVID-19 ขณะที่เอกชนคาดว่าจะสามารถรับได้มากกว่า

"ช่วงแรกกังวลกลุ่มของเวทีมวย เนื่องจากจำนวน 15 คนที่มามีการกระจายไปพื้นที่ต่างๆและต้องติดตามคนกว่า 100 คน แต่เมื่อตรวจพบว่ามีผู้ติดเชื้อเพิ่มมา 6 คน ซึ่งเท่ากับว่าคนชลบุรีรู้วิธีป้องกันตัวแล้วยกเว้นคนใกล้ชิดเช่น ภรรยาและลูก ที่อาจจะป้องกันลำบาก ขณะที่วงอื่น ๆ ก็ติดตามได้หมด ขณะนี้สถานการณ์อยู่ในขั้นที่ว่าควบคุมได้แต่ต้องติดตามสถานการณ์ต่อไป แต่ตอนนี้สิ่งที่น่ากังวลคือคนที่เป็นแต่ไม่มีอาการซึ่งมีกว่าร้อยละ 30

ตอนแรกกังวลที่ อ.ศรีราชา แต่เมื่อดูแลแล้วไม่น่าเป็นห่วง ขณะที่พัทยามีความน่าเป็นห่วงจึงนำไปสู่การเตรียมตรวจคัดกรองกลุ่มคนในครั้งนี้ ขณะที่ในพื้นที่อื่นก็ต้องติดตามหากพบกลุ่มเสี่ยง

 

 


โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง "พล.อ.ภูมิใจ" เป็นหัวหน้าสำนักงานผู้บัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภฯ

Wed, 8 Apr 2020 20:05:00

วันนี้ (8 เม.ย.2563) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศแต่งตั้งข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหารให้ดำรงตำแหน่ง โดยมีรายละเอียดว่า

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้งข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหารให้ดำรงตำแหน่ง

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 15 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ประกอบมาตรา 4 มาตรา 8 และมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการในพระองค์ พ.ศ.2560 มาตรา 10 มาตรา13 และมาตรา 15 แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดระเบียบราชการ และการบริหารงานบุคคลของราชการในพระองค์ พ.ศ.2560 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหารให้ดำรงตำแหน่ง ดังนี้

พลเอก ภูมิใจ ชัยพันธุ์ ตำแหน่ง นายทหารปฏิบัติการประจำสำนักงานผู้บัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ กองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตรา พลเอก) ดำรงตำแหน่ง หัวหน้าสำนักงานผู้บัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ กองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตรา พลเอก)

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พุทธศักราช 256


กทม.ปรับสอนออนไลน์-ส่งแบบฝึกหัดถึงบ้าน รับมือเลื่อนเปิดเทอม

Wed, 8 Apr 2020 19:50:00

วันนี้ (8 เม.ย.2563) นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ตามที่มติคณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้เลื่อนวันเปิดภาคเรียนที่ 1/2563 เป็นวันที่ 1 ก.ค.2563 นั้น สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร เตรียมความพร้อมรองรับการเลื่อนเปิดภาคเรียน ดังนี้

ระดับสำนักการศึกษา ดำเนินการรวบรวมแหล่งเรียนรู้และสื่อการเรียนรู้สำหรับให้ครูและนักเรียนใช้เป็นเครื่องมือในการเรียนการสอน จัดทำวิดีโอการสอนของครูสอนเก่งเพื่อเผยแพร่บนเว็บไซด์และช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ ประสานขอความร่วมมือและการสนับสนุนช่องทาง พื้นที่ในการอัพโหลดวิดีโอและเผยแพร่สื่อออนไลน์จากผู้ให้บริการ ตลอดจนส่งเสริมและให้ความรู้ครูที่ยังขาดทักษะการจัดทำสื่อและการจัดการเรียนการสอนออนไลน์

 

สำหรับในระดับสถานศึกษาและครูผู้สอน ได้สำรวจความพร้อมในการเรียนออนไลน์ จัดทำฐานข้อมูลผู้เรียนที่มีความพร้อมในการเรียนออนไลน์ และกลุ่มที่ไม่มีความพร้อมในการเรียนออนไลน์ เตรียมความพร้อมในการจัดการเรียนการสอน จัดทำสื่อการเรียนรู้ให้ครอบคลุมสำหรับผู้เรียนทุกกลุ่ม รวมทั้งทดสอบความพร้อมของระบบการจัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์อย่างน้อย 1 ห้องเรียน โดยให้โรงเรียนจัดเตรียมช่องทางในการสื่อสารกับผู้เรียนและผู้ปกครองให้ชัดเจน เพื่อรับทราบและเข้าใจตรงกัน

นอกจากนี้ กรุงเทพมหานครได้วางแผนให้สอดคล้องกับธรรมชาติการเรียนรู้ของผู้เรียนแต่ละระดับ เบื้องต้นจัดกลุ่มผู้เรียนเป็น 3 ระดับ คือ ปฐมวัย ประถมศึกษา และมัธยมศึกษา ซึ่งผู้เรียนทั้ง 3 ระดับ จะมีรูปแบบการเรียนรู้ต่างกัน โดยระดับมัธยมศึกษาจะเป็นกลุ่มที่นำการสอนแบบออนไลน์มาใช้ในสัดส่วนที่มากกว่าชั้นประถมศึกษา ส่วนปฐมวัยจะไม่เน้นการเรียนรู้ออนไลน์

 

ปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อมีฐานข้อมูลของผู้เรียนกลุ่มที่พร้อมเรียนออนไลน์และไม่พร้อมเรียนออนไลน์ กรุงเทพมหานครจะดำเนินการจัดการเรียนการสอนสำหรับผู้เรียนแต่ละกลุ่ม ดังนี้ สำหรับกลุ่มผู้เรียนที่พร้อมเรียนออนไลน์ จะสอนสดผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งครูสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับนักเรียนได้ โดยใช้แอพพลิชัน เช่น Microsoft Team, Google Classroom, Zoom Facebook live โดยครูผู้สอนจัดหาสื่อออนไลน์เพื่อให้นักเรียนใช้เรียนรู้ด้วยตนเองและสามารถทบทวนบทเรียนได้ตลอดเวลา สำหรับกลุ่มผู้เรียนที่ไม่พร้อมเรียนออนไลน์ ครูผู้สอนจะจัดทำคู่มือการเรียนรู้ด้วยตนเอง หรือเอกสารการเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น ใบงาน แบบฝึกหัด จัดส่งให้นักเรียนและผู้ปกครอง

ส่วนของการเตรียมวางแผนกรอบระยะเวลาในกระบวนการรับสมัคร การสอบคัดเลือก การจับฉลาก การประกาศผล การรายงานตัว และการมอบตัวของเด็กนักเรียนในโรงเรียนสังกัด กทม. หลังมีการปรับปฏิทินการศึกษาในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 กรอบระยะเวลาใหม่ในกระบวนการรับสมัคร มีดังนี้ การรับสมัครนักเรียนในระบบออนไลน์ระหว่างเดือนเมษายน - พฤษภาคม 2563 และการสอบคัดเลือก การจับฉลาก ประกาศผล รายงานตัว มอบตัว เดือนมิถุนายน 2563

 


พบ "พนักงาน - ลูกจ้าง" รฟท.เสี่ยงติด COVID -19 กว่า 60 คน

Wed, 8 Apr 2020 17:11:00

วันนี้ (8 เม.ย.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีที่มีการรายงานตรวจพบช่างซ่อมรถไฟมักกะสัน 1 คน ติดเชื้อ COVID - 19 และเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลจุฬาฯ แล้ว

 

ล่าสุดหลังจากสอบสวนโรคในพื้นที่ว่า มีพนักงานหรือลูกจ้างในโรงซ่อมมักกะสันรายใดที่มีการพบปะทำงานใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อรายดังกล่าว ได้มีการทำหนังสือแจ้งวิศวกรใหญ่ที่ควบคุมโรงงานมักกะสัน โดยระบุรายชื่อพนักงานบริษัทผู้ปฏิบัติงานใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อครอบคลุมพนักงานรถไฟและลูกจ้างเข้าข่ายมีความเสี่ยงรวม 67 คน โดยมีการจัดชั้นเป็นบุคคลที่มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากทำงานใกล้ชิดผู้ติดเชื้อ 32 คน เสี่ยงปานกลาง 23 คน และเสี่ยงต่ำ 12 คน ซึ่งจะต้องพิจารณาเรื่องการกักตัวระวังการติดเชื้อต่อไป

 

ทั้งนี้ ในวันนี้เพื่อป้องกันการติดเชื้อในพื้นที่โรงซ่อมมักกะสันเจ้าหน้าที่จากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลรถไฟเข้าพื้นที่ทำการพ่นยาฆ่าเชื้อเรียบร้อย ส่วนจะมีการกักตัวพนักงานกลุ่มเสี่ยงทั้ง 3 ระดับดังกล่าวได้มีการแจ้งผู้บริหารรถไฟทราบแล้ว โดยขณะนี้อยู่ระหว่างรอคำสั่งให้ปฏิบัติตามระเบียบการควบคุมโรคต่อไป


COVID-19 จากอินโดนีเซียถึงไทย ใช้ระบบปิดดูแล-รักษา

Wed, 8 Apr 2020 17:01:00

เพียง 2 วัน หลังกลับสู่ประเทศไทยของกลุ่มผู้เผยแพร่ศาสนา หรือ กลุ่มดาวะห์ที่เดินทางกลับจากประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 6 เม.ย.2563 มายังสนามบินนานาชาติหาดใหญ่ จ.สงขลา การตรวจพบเชื้อไวรัส COVID-19 ถึง 42 คน ซึ่งกระจายไปกักตัวใน 5 จังหวัดภาคใต้

 

ประกอบด้วย จ.สงขลา ถูกกักตัว 22 คน พบผู้ติดเชื้อ 11 คน จ.นราธิวาส ถูกกักตัว 7 คน พบผู้ติดเชื้อ 2 คน จ.ปัตตานี ถูกกักตัว 13 คน พบผู้ติดเชื้อ 7 คน จ.ยะลา ถูกกักตัว 8 คน พบ ผู้ติดเชื้อ 7 คน และจ.สตูล ที่ยังไม่พบผู้ติดเชื้อในจังหวัด แต่ได้รับกลุ่มดาวะห์มากักตัว 26 คน พบผู้ติดเชื้อ 15 คน

สำหรับกลุ่มดาวะห์ คนที่ยังปกติ เราหวังว่าเขาจะเป็นเพียงผู้ที่เพิ่งสัมผัสเชื้อมา ซึ่งการเพาะเชื้อ 1-2 วันแรก อาจยังไม่พบเชื้อ เราจึงต้องรอให้เชื้อมันขึ้นชัดเจนก่อน เราก็เลยต้องทำพรุ่งนี้ (9 เม.ย.) เพราะเราไม่รู้ว่าเค้าไปสัมผัสตอนไหน แต่ยิ่งนานก็จะยิ่งเจอเชื้อที่มีผลเป็นบวกมากขึ้น

 

นพ.อุทิศศักดิ์ หริรัตนกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสงขลา กล่าวว่า ในวันพรุ่งนี้จะเข้าตรวจสอบเชื้อกลุ่มดาวะห์ที่เหลือซ้ำทั้งหมด และมีความเป็นไปได้สูงอาจจะติดเชื้อไวรัส COVID-19 เพราะมีความใกล้ชิดกับกลุ่มดาวะห์คนอื่นๆ ที่เดินทางมาในคราวเดียวกัน

ด้านนายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า พนักงานของสายการบินไทยไลอ้อนแอร์ ที่ให้บริการในเที่ยวบินเช่าเหมาลำในการเดินทางกลับของกลุ่มดาวะห์ ซึ่งมีทั้งสิ้น 35 คน อยู่ระหว่างการกักตัว และตรวจสอบเชื้อไวรัสโควิดเช่นกัน แต่เบื้องต้นทราบว่า มีการสวมชุดป้องกันอย่างดี

 

กระบวนการจัดการกับผู้ถูกกักตัว ผู้ป่วย ชุมชน และสังคม เราได้แยกกันอย่างชัดเจน ตั้งแต่ลงจากเครื่องบิน เราไม่อยากให้แตกตื่น ขอให้ประชาชนสบายใจ และวางใจได้ว่า ทำในระบบปิดทั้งหมด ผู้ติดเชื้อไม่มีโอกาสสัมผัสกับบุคคลอื่น ยกเว้นบุคลากรทางการแพทย์ที่มีเครื่องมือป้องกันเป็นอย่างดี

ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า การพบกลุ่มดาวะห์ติดเชื้อไม่เกินความคาดการณ์ของเจ้าหน้าที่มากนัก เพราะก่อนหน้านี้ทางการอินโดนีเซียแจ้งว่า จะมีผู้เดินทางมา 100 คน แต่ก่อนเดินทางออกจากประเทศอินโดนีเซีย มีผู้โดยสาร 24 คนที่มีอุณหภูมิในร่างกายสูงจึงถูกกักตัวไว้ เหลือกลุ่มดาวะห์เพียง 76 คนที่เดินทางกลับประเทศไทย

 

ทั้งนี้การเดินทางกลับประเทศของกลุ่มดาวะห์ เกิดขึ้นจากการประสานงานจากทางการอินโดนีเซีย มายังทางการไทย เพื่อขอส่งตัวคนไทยทั้งหมดกลับประเทศ ด้วยเที่ยวบินเช่าเหมาลำ ซึ่งหลังพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิดในกลุ่มดาวะห์กลุ่มนี้ ก็ยังไม่มีการประสานขอส่งตัวกลุ่มดาวะห์กลุ่มอื่นเพิ่มเติม

การรับผู้เดินทางกลับจากต่างประเทศมีความเสี่ยงสูง แต่หากเป็นนโยบายของรัฐบาลก็จำเป็นต้องปฎิบัติตาม

ติชิลา พุทธสาระพันธ์

ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส ศูนย์ข่าวภาคใต้


32 คนไทยจากญี่ปุ่นถึงสุวรรณภูมิ ส่งกักตัว 14 วัน

Wed, 8 Apr 2020 16:21:00

วันนี้ (8 เม.ย.2563) เวลา 15.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คนไทย 32 คน แบ่งเป็นนักเรียนไทยจากสหรัฐฯ ที่ตกค้างในญี่ปุ่น 15 คน และคนไทยอีก 17 คน เดินทางจากสนามบินฮาเนดะ ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยสายการบิน All Nippon Airways (ANA) เที่ยวบินที่ NH 847

 

เจ้าหน้าที่ได้ตรวจคัดกรองทั้ง 32 คน พบผู้ที่อุณหภูมิสูงกว่า 37.3 ตามเกณฑ์ที่กำหนด จำนวน 6 คน จึงนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อตรวจคัดกรองโรคโดยละเอียด ส่วนผู้โดยสารที่เหลืออีก 26 คน นำส่งขึ้นรถโดยสารเพื่อเข้ากักตัว 14 วัน ในโรงแรมแห่งหนึ่งพื้นที่กรุงเทพฯ เฝ้าระวัง COVID-19 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง นร.ไทยจากสหรัฐฯ ตกค้างในญี่ปุ่น นาน 3 วัน หวังกลับไทย


พิษ COVID-19 เรียนออนไลน์ เรียกร้อง "คืนค่าเทอม"

Wed, 8 Apr 2020 15:02:00

วันนี้ (8 เม.ย.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากมหาวิทยาลัยหลายแห่งได้รับผลกระทบจากไวรัสโคโรนา (COVID-19) ทั้งมีบุคลากรและนักศึกษาติดเชื้อ จนทำให้มีการสั่งปิดการเรียนการสอนในห้องเรียนชั่วคราว และโดยให้นักศึกษาเรียนผ่านออนไลน์ แต่รูปแบบนี้ก็เริ่มเกิดผลกระทบต่อนักศึกษา เนื่องจากการเรียนได้ไม่เต็มที่ และรูปแบบการสอนและเนื้อหาเข้าใจยาก จนห่วงว่าห่วงกระทบสอบปลายภาค 

ไทยพีบีเอสออนไลน์ สัมภาษณ์นักศึกษามหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง ระบุว่าได้มีการจ่ายค่าเทอม 2 ไปแล้วในช่วงเดือน พ.ย.2562 ซึ่งเป็นค่าเทอมของภาคเรียนที่ 2 ระหว่างเดือน ธ.ค.-พ.ค.นี้ โดยคณะมนุษยศาสตร์จ่ายค่าเทอมไป 38,000 บาท ช่วงที่ผ่านมาทางมหาวิทยาลัยมีนักศึกษาติดเชื้อ COVID-19 ทำให้ต้องปิดเรียนเบื้องต้น 14 วันช่วงกลาง มี.ค.ที่ผ่านมา แต่เนื่องจากเป็นเวลาที่ต้องสอบกลางภาค มีการปรับให้สอบออนไลน์แทน

การสอบออนไลน์ผ่านไปแล้ว แต่เมื่อปรับมาเรียนออนไลน์ในอีก 2 เดือนที่เหลือ ส่วนตัวเจออาจารย์บางคนไม่สอน จากเดิมอาทิตย์ละ 6 วิชา แต่อนนี้สอนแค่ 1-2 วิชา ถือว่าน้อยมาก ไม่คุ้มค่าเทอม  

เรียนออนไลน์ไม่เอื้อ-ไม่คุ้มค่าเทอม 

นักศึกษาคนนี้ ระบุว่าส่วนตัวมองว่าการเรียนถ้าอาจารย์ไม่พร้อม จะทำให้นักศึกษาได้ผลกระทบตามมา เพราะเรียนไม่รู้เรื่องเท่ากับในห้องเรียนแล้ว ยังอาจจะส่งผลการสอบปลายภาคด้วย เพราะมีเวลาเรียนน้อย และรูปแบบยังไม่รองรับ แม้ว่าเข้าใจที่สถานที่เกิดขึ้น แต่ตอนนี้ได้รับผลกระทบโดยตรงแล้วว่าการเรียนอาจะไม่เต็มร้อย พยายามปรับด้วยทบทวนเนื้อหาเอง และหาความรู้เพิ่มเติมในวิชาที่ตัวเองเรียน 

ที่ผ่านมานักศึกษาเรียกร้องให้คืนค่าเทอมบางส่วน เพราะเรียนเนื้อหาแค่ครึ่งเดียว ควรจะให้นักศึกษานำเงินส่วนต่างนี้ เช่นการส่งค่าเทอมไปใช้ในเทอมหน้าแทน หรือนำเงินบางส่วนไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

อ่านข่าวเพิ่ม เช็กด่วน! มหาวิทยาลัยเรียนออนไลน์ป้องกัน COVID-19

#คืนค่าเทอมนักศึกษาผลกระทบเรียนออนไลน์ 

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา กลุ่มนักศึกษาบางส่วนได้เรียกร้องผ่านทาง เฟซบุ๊ก เยาวชนปลดแอก Free YOUTH โดยขอให้มหาวิทยา ลัย ต้องคืนค่าเทอมให้นักศึกษาอย่างน้อย 25% เนื่องด้วยโรคระบาด COVID-19 มหาวิทยาลัยทั่วประเทศปรับการเรียนการสอนไปสู่รูปแบบออนไลน์ ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายของมหาวิทยาลัยในด้านต่างๆ ลดลงไปด้วย ยกตัวอย่างเช่น ค่าใช้จ่ายด้านอาคารสถานที่/ค่าน้ำค่าไฟ ค่าดำเนินกิจกรรมบางส่วน ค่า OT เจ้าหน้าที่

แต่ค่าใช้จ่ายของนักศึกษากลับไม่ได้ลดลงเลย ซ้ำยังต้องแบกรับภาระเพิ่มขึ้น จากสภาวะเศรษฐกิจที่ฝืดเคือง บางคนยังคงต้องจ่ายค่าหอพัก ในขณะที่ปีการศึกษาหน้าจะกลายเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับทางบ้านของหลายๆคน ที่ต้องดิ้นรนหาเงินเพื่อนำมาจ่ายค่าเทอม

มหาวิทยาลัย จึงจำเป็นต้องช่วยเหลือนักศึกษาด้วยการคืนค่าเทอมบางส่วนอย่างน้อยหนึ่งในสี่หรือ 25% แลกกับค่าใช้จ่ายต่างๆที่ลดลงหลังจากปรับการเรียนการสอนสู่รูปแบบออนไลน์

เงินจำนวนนี้จะช่วยให้นักศึกษาได้อิ่มท้องไปอีกหลายมื้อ หรือแม้แต่ช่วยเหลือทางบ้านในเรื่องค่าเทอมในปีการศึกษาถัดไป

จึงขอเชิญชวนร่วมกันติดแฮชแท็ก#คืนค่าเทอมให้นักศึกษา
เพื่อเรียกร้องให้มหาวิทยาลัยเยียวยาผลกระทบของนักศึกษาจากโรคระบาด COVID-19 ในสภาวะที่ยากลำบากเช่นนี้#เยาวชนปลดแอก #FreeYOUTH

ที่ไหนเริ่มคืนเงินค่าเทอม 

ล่าสุดตอนนี้มีรายงานว่า 9 มหาวิทยาลัยพิจารณาคืนค่าเทอม เนื่องจากมหาวิทยาลัยปิดเรียนอยู่บ้าน ดังนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในทวิตเตอร์ และมีติดแฮชแท็ก#คืนค่าเทอมให้นักศึกษา โดยพบว่าหลังจากมีการรณรงค์มาแล้ว มอไหนมาแล้วบ้าง? นับเป็นเวลา 1 สัปดาห์กับอีก 3 วันแล้วที่ #FreeYOUTH เริ่ม Campaign คืนค่าเทอมบางส่วนให้นักศึกษา ในเวลานี้มีทั้งมหาวิทยาลัยที่เริ่มดำเนินมาตราการคืนเงินค่าบำรุงการศึกษาแล้ว

เช่น มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จฯ ในสัดส่วน 20% และมหาวิทยาลัยศรีปทุม ในสัดส่วน 25% สำหรับผู้ที่ไม่ได้รับทุน และ 15% สำหรับผู้ที่ได้รับทุนการศึกษาไม่เกิน 50% (ทุกวิทยาเขต)

 

มหาวิทยาลัยค่าใช้จ่ายลดลง-หนุนแบ่งเบาภาระให้นศ.

บางมหาวิทยาลัยอย่างมหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ และมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ได้ออกมาตราการลดค่าเทอมสำหรับเทอมถัดไป ซึ่งถือว่าเป็นการคืนค่าเทอมให้กับนักศึกษาในอีกรูปแบบหนึ่ง

บางมหาวิทยาลัยยังคงอยู่ในขั้นพิจารณาสัดส่วนและหารือ แต่เป็นที่น่าตั้งข้อสังเกตว่า หลายมหาวิทยาลัยยังคงไม่มีแม้แต่การประกาศอย่างเป็นทางการ

แม้เวลาจะผ่านไป แต่เรายังคงยืนยันให้เหตุผลเดิมว่า มหาวิทยาลัยจำเป็นต้องหาทางในการดำเนินการคืนค่าเทอมบางส่วนให้กับนักศึกษาเพื่อเป็นการเยียวยาผลกระทบจากโรคระบาด COVID-19 แลกกับค่าใช้จ่ายต่างๆของมหาวิทยาลัยที่ลดลง หลังจากปรับการเรียนการสอนมาสู่รูปแบบออนไลน์ ส่งผลให้นักศึกษาไม่ได้เข้าไปใช้งานพื้นที่ภายในมหาวิทยาลัย และการทำกิจกรรมต่างๆลดลง ค่าใช้จ่ายโดยรวมของมหาวิทยาลัยจึงลดลงไปด้วย

โดยค่าใช้จ่ายของมหาวิทยาลัยนั้นแบ่งออกเป็นส่วนต่างๆแยกจากกัน ยกตัวอย่างเช่นมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในปี 2561 มีการแบ่งงบประมาณ

 อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

พรุ่งนี้! มธ.นัดทุกคณะถกเรียนออนไลน์ ป้อง COVID-19 ระบาดเพิ่ม 

"ธรรมศาสตร์" ลดค่าหอพัก-แจกแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตให้ นศ.สู้ไวรัส


กทม.จับมือหมอแล็บแพนด้า ตรวจ COVID-19 ถึงบ้าน

Wed, 8 Apr 2020 14:17:00

วันนี้ (8 เม.ย.2563) พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า กรุงเทพมหานครได้จัดทำเว็บไซต์ BKK COVID-19  สำหรับการตรวจคัดกรองเบื้องต้น เพื่อเป็นการประเมินผู้ที่ติดเชื้อ covid-19 ซึ่งต้องแยกรักษา เฝ้าระวัง สังเกตอาการ และผู้ที่ปลอดเชื้อ เพื่อเป็นการควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 

ภาพ : สำนักงานประชาสัมพันธ์ กทม.

ภาพ : สำนักงานประชาสัมพันธ์ กทม.


นอกจากนี้ จะมีการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อศูนย์เอราวัณจะได้ติดต่อผู้ที่มีความเสี่ยงติดเชื้อ COVID-19 เพื่อดำเนินการรักษาต่อไป ซึ่งหลังจากที่ได้เปิดตัวไปแล้วเมื่อวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา มีประชาชนเข้ามาใช้บริการมากถึงกว่า 18,000 คน

ขณะที่กรุงเทพมหานครยังได้ร่วมกับเพจหมอแล็บแพนด้า ให้บริการตรวจวินิจฉัยกับผู้ที่มีผลการคัดกรองเบื้องต้นเป็นกลุ่มเสี่ยง โดยส่งหน่วยเคลื่อนที่ออกไป ทดสอบการติดเชื้อ (SWAB) ให้ถึงที่บ้าน หรือชุมชนที่ผู้รับการตรวจสะดวก ซึ่งหากผลการทดสอบการติดเชื้อออกมาเป็น Positive หรือติดเชื้อ กรุงเทพมหานครจะส่งเข้าสู่ระบบเพื่อรับการรักษาทันที

ภาพ : สำนักงานประชาสัมพันธ์ กทม.

ภาพ : สำนักงานประชาสัมพันธ์ กทม.


ทั้งนี้ ยังจะขยายพื้นที่ในการทดสอบการติดเชื้อ ออกไปให้ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพมหานครมากที่สุด เพื่อตัดวงจรการแพร่เชื้อด้วยการดึงผู้ป่วยออกมาจากชุมชนและส่งเข้าสู่ระบบการรักษา เพื่อดูแลผู้ที่ติดเชื้อแล้วได้อย่างทันท่วงที และเป็นการลดความกังวลให้แก่ประชาชนที่ยังไม่ติดเชื้ออีกด้วย 

ภาพ : สำนักงานประชาสัมพันธ์ กทม.

ภาพ : สำนักงานประชาสัมพันธ์ กทม.

 

ภาพ : สำนักงานประชาสัมพันธ์ กทม.

ภาพ : สำนักงานประชาสัมพันธ์ กทม.

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

หมอแล็บแพนด้า แจ้งยกเลิก "โฮมโควิด" ตรวจเชื้อกลุ่มเสี่ยงถึงบ้าน

 


ศบค.ห่วงป่วยเพิ่ม 111 คน-เฝ้าระวังกลุ่มดาวะห์ติดเชื้อ 42 คน

Wed, 8 Apr 2020 12:15:00

วันนี้ (8 เม.ย.2563) นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ในฐานะโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) แถลงข่าวสถานการณ์ตัวเลขผู้ติดเชื้อ COVID-19 ว่า ขณะที่สถานการณ์ทั่วโลก พบผู้ป่วย 1,431,706 คน เสียชีวิต 82,080 คน รักษาหาย 302,150 คน

ส่วนประเทศไทยวันนี้พบผู้ป่วยเพิ่มขึ้น 111 คน รวมจำนวนผู้ป่วยสะสม 2,369 คน เสียชีวิตเพิ่ม 3 คน เป็นชาวต่างชาติทั้งหมด ทำให้มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 30 คน หายกลับบ้านแล้ว 888 คน


นพ.ทวีศิลป์กล่าวต่อว่า ผู้เสียชีวิตคนที่ 28 เป็นชายชาวรัสเซีย เดินทางไป จ.ภูเก็ต ขณะเดินทางกลับพัทยา มีอาการป่วยจึงเข้าไปตรวจที่โรงพยาบาลเอกชน ก่อนกลับมาพักที่บ้าน และเสียชีวิต เมื่อวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา

คนที่ 29 เป็นชายชาวอินเดีย อายุ 69 ปี อาชีพธุรกิจส่วนตัว มีประวัติป่วยเป็นโรคเบาหวาน เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ ต่อมาต้องอยู่ในห้องไอซียู และเสียชีวิตเมื่อวานนี้ (7 เม.ย.) และคนที่ 30 เป็นชายสัญชาติอเมริกัน อายุ 69 ปี มีโรคไตเรื้อรัง ป่วยเมื่อวันที่ 9 มี.ค. และเข้ารักษาโรงพยาบาลในจังหวัดบุรีรัมย์ เสียชีวิตเมื่อวานนี้

เมื่อวานหัวใจพองโตที่ตัวเลขลดเหลือแค่ 38 คน และยังย้ำว่าอย่าการ์ดตก แต่วันนี้ต้องพูดว่าเห็นแล้ว ตัวเลขติดเชื้อเพิ่มขึ้นมาจากกลุ่มดาวะห์สูงถึง 42 คน และทำให้สตูล เป็นจังหวัดใหม่ที่มีรายงานผู้ป่วยหรือเรียกว่าเมืองแตกแล้ว

ต่างชาติเสียชีวิต-จับตาคนไทยกลับบ้าน

โฆษกศบค.กล่าวอีกว่า น่าสังเกตว่า ผู้เสียชีวิตทั้ง 3 คนเป็นต่างชาติทั้งหมด ทำให้ต้องเฝ้าระวังผู้ที่เดินทางกลับมาไทย ซึ่งเมื่อวานนี้ มีผู้เดินทางจากทั้งประเทศกาตาร์ 14 คน และประเทศเกาหลีใต้พบว่า ไม่ผ่านการคัดกรอง 8 คน เข้ารักษาที่โรงพยาบาลใน จ.สมุทรปราการ ส่วนที่เหลือ 49 คน เข้ากักตัวในสถานที่ของรัฐ

ต้องเฝ้าระวังกลุ่มที่กลับมาจากต่างประเทศมากขึ้น แต่ขออย่ารังเกียจเพราะเป็นคนไทยเหมือนกัน และได้รับการดูแล 24 ชั่วโมง ตลอด 14 วัน เพื่อให้กลับไปใช้ชีวิตครอบครัวได้อย่างปกติ ส่วนคนไทยที่เหลืออีก 60 กว่าล้านคนขอให้อยู่บ้าน เพื่อช่วยให้ตัวเลขป่วยเพิ่มลดลง

สแกนหาผู้ติดเชื้อในบางลา-กระทู้ จ.ภูเก็ต

นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า เมื่อดูจากตัวเลขจังหวัดที่มีการติดเชื้อทั่วประเทศ รวม 66 จังหวัดแล้ว โดยกทม.ป่วยอันดับ 1 จำนวน 1,223 คน รองลงมา นนทบุรี 141 คน และภูเก็ต 140 คน และวันนี้สตูล พบผู้ป่วยแล้ว ถึง 42 คนมาจากอินโดนีเซีย ขอให้ช่วยกันดูแลรักษา และขณะนี้มี 10 จังหวัดที่ยังไม่มีรายงานตัวเลขผู้ป่วย คือ น่าน กำแพงเพชร พิจิตร ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง ตราด ระนอง พังงา 

ภูเก็ตเป็นจังหวัดที่มีอัตราป่วยมากที่สุดในประเทศ คิดเป็นอัตรา 33.9 % ต่ออัตราป่วยต่อประชากรแสนคน และแซงกทม.ที่มีอัตรา 21.7 ต่อประชากรแสนคน

 

อ่านข่าวเพิ่ม "ภูเก็ต" ล็อกดาวน์ ต.กระทู้ สกัดโรคหลังป่วย 123 คน

ซึ่งตัวเลขผู้ป่วยใน จ.ภูเก็ต ที่เพิ่มขึ้น ทำให้กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข มีมาตรการค้นหาผู้ป่วยเชิงรุก หรือ Active case finding ทั้งนี้เพื่อสแกนหาผู้ป่วยโดยเร็วในพื้นที่เสี่ยง โดยได้ขีดวงหาผู้ป่วยในพื้นที่พื้นที่เสี่ยง เช่น บางลา กะทู้ โดยเก็บตัวอย่าง 2,000 คนต่อวัน ทำให้พบผู้ป่วยเพิ่มขึ้น และจะเดินหน้าค้นหาต่อไป เพื่อควบคุมการแพร่ระบาด ซึ่งการค้นหาเชิงลึกใน จ.ภูเก็ต พบผู้ป่วยอีก 18 คน

ส่วนผู้ที่กลับจากประเทศอินโดนีเซียพบผู้ป่วยอีก 42 คน ทั้งที่ก่อนเดินทางเข้ามาไม่มีไข้ แต่เมื่อลงเครื่องบิน และตรวจซ้ำพบว่าไม่สบาย จึงได้รับการดูแล ขณะที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พบผู้ป่วยเพิ่มมากกว่า จ.นนทบุรีแล้ว แต่เข้าสู่การรักษาของแพทย์แล้ว และต้องเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงเพิ่มขึ้น

ปัจจัยเสี่ยงสัมผัสโรคจากต่างประเทศ ขณะนี้กระจายไปทั่วทุกภาค แตกต่างจากช่วงแรกที่พบในกทม. นนทบุรี เชียงใหม่ ประจวบคีรีขันธ์ กระบี่ ภูเก็ต

ขณะนี้ทางกระทรวงสาธารณสุข จึงขยายขอบเขตกลุ่มเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคติดเชื้อ COVID-19 ได้แก่ บริเวณด่านควบคุมโรค พบอุณหภูมิร่างกาย 37.3 องศาเซลเซียสขึ้นไป หรือมีอาการไอ น้ำมูก เจ็บคอ หายใจเหนื่อย และมีประวัติเดินทางจากทุกประเทศทั่วโลก ให้ตรวจฟรี

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

รอยืนยัน "กลุ่มดาวะห์" กลับจากอินโดนีเซียติดไวรัส 41 คน

เคาะ 801 ล้าน ซื้อ "หน้ากากอนามัย" แจกประชาชนกลุ่มเสี่ยงทั่วไทย 

 

 

 


สด!แถลงสถานการณ์ไวรัส COVID-19 ตัวเลขเพิ่ม 111 คน

Wed, 8 Apr 2020 11:34:00

วันนี้ (8 เม.ย.2563) นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ในฐานะโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) แถลงข่าวสถานการณ์ตัวเลขผู้ติดเชื้อ COVID-19 ว่า พบมีผู้ป่วยขึ้น 111 คน รวมตัวเลขสะสม 2,369 คน เสียชีวิตเพิ่ม 3 คนเป็นชาวต่างชาติทั้งหมด หายป่วยกลับบ้าน 888 คน ขณะที่สถานการณ์ทั่วโลก พบผู้ป่วย 1,431,706 คน เสียชีวิต 82,080 คน รักษาหาย 302,150 คน

  

 หลัก 

 


เปิดคุณสมบัติผู้หายป่วยโรค COVID-19 บริจาคพลาสมา

Wed, 8 Apr 2020 11:24:00

วันนี้ (8 เม.ย.63) ศูนย์บริจาคโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เปิดให้ลงทะเบียนออนไลน์ ผู้ป่วยโรค COVID - 19 ที่หายแล้ว บริจาคพลาสมา หลังมีผู้สนใจในการสอบถามข้อมูลเป็นจำนวนมาก เพื่อให้ได้ผู้บริจาคพลาสมาตรงตามวัตถุประสงค์ โดยผู้ป่วยโรค COVID-19 ที่หายแล้ว บริจาคพลาสมาจะต้องมีคุณสมบัติเบื้องต้น ดังนี้

- เป็นผู้ป่วยโรค COVID-19 ที่รักษาหายไม่มีอาการแล้ว พำนักอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อหลีกเลี่ยงการเดินทางข้ามจังหวัด ตามประกาศ พ.ร.ก ฉุกเฉิน

- ออกจากโรงพยาบาลและกักตัวครบ 14 วัน แล้ว

- อายุ 17 ปีบริบูรณ์ – 60 ปี น้ำหนักตัวไม่ต่ำกว่า 50 กิโลกรัม

- มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงดีแล้ว

ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนออนไลน์ ได้ที่ https://bit.ly/3aKwQ18 ตั้งแต่ วันที่ 6 เม.ย.63 เป็นต้นไป หลังจากนั้นจะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับเมื่อมีคุณสมบัติ เพื่อนัดหมายต่อไป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 0 2256 4300


วธ.ประกาศชัดงดสงกรานต์-รดน้ำญาติผู้ใหญ่

Wed, 8 Apr 2020 11:15:00

วันนี้ (8 เม.ย.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกฤษศญพงษ์ ศิริ ปลัดกระ ทรวงวัฒนธรรม ได้ลงนามในประกาศกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เรื่องแนว ทางการปฏิบัติเกี่ยวกับเทศกาลประเพณีสงกรานต์ เพิ่มเติม หลังจากที่วธ. ได้ออกประกาศกระทรวงวัฒนธรรม เรื่องแนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับเทศ กาล ประเพณี พิธีทางศาสนา และพิธีการต่างๆ กรณีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เมื่อวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา

เนื่องจากปัจจุบันการแพร่ระบาดของ COVID-19 ขยายวงกว้างมากยิ่งขึ้น ประกอบกับข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข พบว่าผู้สูงอายุมีความเสี่ยงในการติดเชื้อ COVID-19 ได้ง่าย และเริ่มมีแนวโน้มการติดเชื้อของบุคคลในครอบครัวเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลประเพณีสงกรานต์

ดังนั้น วธ.จึงไม่นิ่งนอนใจกับข้อห่วงใยดังกล่าว จึงปรับปรุงแก้ไขแนวทาง การปฏิบัติเกี่ยวกับเทศกาล ประเพณี พิธีทางศาสนา และพิธีการต่างๆ ที่ได้ประกาศก่อนหน้า โดยเห็นสมควรยกเลิกข้อ 2.3.5 เทศกาลประเพณีสงกรานต์ ตามประกาศกระทรวงวัฒนธรรม เรื่อง แนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับเทศกาล ประเพณี พิธีทางศาสนา และพิธีการต่างๆ กรณีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ COVID-19 โดยให้ใช้แนวทางปฏิบัติที่มีการปรับปรุงฉบับใหม่ ดังนี้

ส่วนการสืบสานประเพณีสงกรานต์ให้ปฏิบัติ ดังนี้

ทั้งนี้ ประกาศฉบับดังกล่าวของ วธ.มีผลตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจนกว่าจะมีประกาศปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตาม เนื่องจากในช่วงเดือนเม.ย.นี้ เป็นช่วงเทศกาลประเพณีสงกรานต์ และแม้ว่าจะมีการประกาศเลื่อนวันหยุดสงกรานต์และงดเว้นการจัดงานสงกรานต์ในทุกระดับแล้ว ก็อยากขอให้ทุกคนปฏิบัติตามประกาศของ วธ. และประกาศของ สธ. อย่างเคร่งครัด

 


สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา สอนทำอาหารฟรีช่วยผู้ตกงาน

Wed, 8 Apr 2020 10:34:00

วันนี้ (8 เม.ย.2563) ศูนย์บริการวิชาการ สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดาเปิดคอร์สสอนทำอาหาร ให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 เพื่อนำไปสร้างรายได้ มีผู้ที่ให้ความสนใจหลายพันคน

 


คุณหญิงสุมณฑา พรหมบุญ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา เปิดเผยว่า โครงการสอนทำอาหารฟรี เกิดจากสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา เล็งเห็นถึงความสำคัญของความเป็นอยู่ของผู้ที่ได้รับผลกระทบ COVID-19 สูญเสียรายได้จากการหยุดพักงานชั่วคราว หรือต้องหยุดประกอบกิจการอย่างถาวร ทั้งนี้จึงจัดบุคลากรที่มีความรู้และเชี่ยวชาญทางด้านอาหารมาสอนทำอาหารผ่านช่องทาง FACEBOOK LIVE และ YouTube กว่า 20 เมนู แต่ละเมนูมีประโยชน์ต่อร่างกาย ประชาชนสามารถดูวิธีการทำและทำอาหารพร้อมกับครูผู้สอนได้ในเวลาเดียวกัน

 

สำหรับคอร์สสอนทำอาหาร มีทุกวันอังคารและวันพฤหัสบดี เวลา 13.00 น.เป็นต้นไป เริ่มวันที่ 7 เม.ย.–7 พ.ค.2563 โดยวันนี้สอนทำเมนูผัดกะเพราไก่ , แกงจืดแตงกวายัดไส้ , ผัดกระเทียม ผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปดูข้อมูลเพื่อเตรียมวัตถุดิบล่วงหน้าได้ที่เพจ FACEBOOK ศูนย์บริการวิชาการ สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา หรือ ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 02-280-2551 เวลา 08.30- 16.30 น.


โพลชี้ประชาชนหนุนเพิ่มเบี้ยเสี่ยงภัย "นักรบเสื้อกาวน์

Wed, 8 Apr 2020 09:45:00

วันนี้ ( 8 เม.ย.2563) “กรุงเทพโพลล์” ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนเรื่อง “กำลังใจ แด่..นักรบเสื้อกาวน์” โดยเก็บข้อมูลกับประชาชนจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ด้วยแบบสอบถามออนไลน์ จำนวน 1,060 คน ระหว่างวันที่ 3-7 เม.ย.ที่ผ่านมา

พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 75.8 เห็นด้วยอย่างยิ่งต่อการที่ ครม. อนุมัติโดยหลักการให้บุคลากรทางแพทย์ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการ โดยส่วนใหญ่ร้อยละ 83.3 ให้เหตุผลว่า เป็นการสร้างขวัญและกำลังใจในการทำงานให้กับบุคลากรการแพทย์ 

อ่านข่าวเพิ่ม ครม.อนุมัติ 4.5 หมื่น ขรก.สธ. เป็นกำลังใจ เสียสละสู้ COVID-19

หนุนเพิ่มเบี้ยเสี่ยงภัย COVID-19

รองลงมาคือ ร้อยละ 63.5 ให้เหตุผลว่า สร้างความมั่นคงในอาชีพให้กับบุคลากรการแพทย์ ร้อยละ 51.6 ให้เหตุผลว่า บุคลากรทางการแพทย์ทำงานหนักควรได้รับสิ่งตอบแทน และร้อยละ 48.7 ให้เหตุผลว่าเสริมความแข็งแกร่งด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลทางการแพทย์

ทั้งนี้ ภายใต้สถานการณ์โรคระบาด COVID-19 ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 72.1 ระบุว่ารัฐบาลควรเพิ่มเบี้ยเสี่ยงภัยช่วงปฏิบัติงานสถานการณ์การแพร่ระบาด รองลงมา ร้อยละ 69.9 ระบุว่าปรับปรุงสวัสดิการให้กับบุคลากรทางการแพทย์ ร้อยละ 67.1 ระบุว่าปรับเพิ่มเงินเดือนหรือเงินค่าตอบแทนประจำจากฐานค่าจ้างเดิมทุกตำแหน่ง ร้อยละ 60.4 ระบุว่าสนับ สนุนบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลต่างๆ ให้เพียงพอกับความต้องการ และร้อยละ 58.3 ระบุว่าควรทุ่มงบกลางให้แก่โรงพยาบาล และแพทย์ให้เพียงพอ

ทั้งนี้ที่ประชุมครม.วันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา มีมติอนุมัติหลักการบรรจุข้า ราชการ กระทรวงสาธารณสุข 45,684 ตำแหน่ง เพื่อความมั่นคงของการสาธารณสุขไทย และสร้างขวัญกำลังใจให้ผู้ปฏิบัติงานด้าน COVID-19

อ่านข่าวที่เกี่วข้อง

เบื้องหลัง! กว่าจะได้บรรจุ 45,684 อัตราสู้ COVID-19

 


เชื้อ COVID-19 อยู่ในสารคัดหลั่งชนิดใดมากที่สุด ?

Wed, 8 Apr 2020 06:54:00

วันนี้ (8 เม.ย.2563) เว็บไซต์รัฐบาลไทย ได้เผยแพร่อินโฟกราฟิก เรื่อง โควิด-19 อยู่ไหนเยอะสุด? โดยระบุว่า "สารคัดหลั่ง" คือ สารที่ร่างกายสร้างขึ้นมา เพื่อทำหน้าที่แตกต่างกันไป เมื่อติดเชื้อ COVID-19 เชื้อจะไปสะสมในสารคัดหลั่งชนิดต่างๆ ซึ่งมีปริมาณไม่เท่ากัน 

เชื้อ COVID-19 พบสะสมมากที่สุดในน้ำมูก โดยพบเชื้อประมาณ ร้อยละ 97.9 ดังนั้น การตรวจหาเชื้อ จึงตรวจจากน้ำมูกเป็นหลัก รองลงมาพบเชื้อ COVID-19 ในน้ำลายถึง ร้อยละ 88.6 และในอุจจาระมีเชื้อ COVID-19 อยู่ถึงร้อยละ 70.8 ซึ่งถือว่ามีปริมาณมาก เมื่อเข้าห้องน้ำสาธารณะจึงควรปิดฝาก่อนกดชักโครกและล้างมือด้วยสบู่ทุกครั้งอย่างน้อย 20 วินาที


สำหรับในลำคอ พบเชื้อ COVID-19 ประมาณ ร้อยละ 60 ทำให้ทีมแพทย์เลือกเก็บตัวอย่างจากบริเวณคอ เพื่อตรวจหาเชื่อ COVID-19 ส่วนในเลือดพบเชื้อ COVID-19 เพียงร้อยละ 12.3 การบริจาคเลือดจึงต้องคัดกรองกันอย่างดี หากเป็นกลุ่มเสี่ยงหรือไม่แน่ใจ อย่าเพิ่งมาบริจาคเลือด และสุดท้ายน้ำตา พบเชื้ออยู่ประมาณร้อยละ 1.1 เท่านั้น


ขณะที่ในปัสสาวะ อสุจิ และน้ำหล่อลื่นจากช่องคลอดไม่พบเชื้อไวรัส COVID-19 

ทั้งนี้ ทางที่ดีคือ ควรยืนไกลกัน ระยะ 1-2 เมตร ให้พ้นรัศมีการไอ จาม และบางคนมีเชื้อ COVID-19 แต่ไม่มีอาการ ทุกคนจึงควรไอ จามใส่ทิชชู แล้วทิ้งลงถึงมีฝาปิดหรือไอใส่แขนแทนมือ และควรล้างมือด้วนสบู่ 20 วินาที เพื่อทำลายเชื้อ COVID-19 ไม่ให้สามารถส่งเชื้อไปยังผู้อื่นได้

 


ร้องขอออกจากภูเก็ต กลับบ้านเกิด หลังตกงาน-ขาดรายได้

Tue, 7 Apr 2020 21:57:00

วันนี้ (7 เม.ย.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ภูเก็ต ว่า กลุ่มพนักงานและแรงงานซึ่งได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 เนื่องจากสถานประกอบการ โรงแรม และบริษัทห้างร้านต่างๆ ปิดให้บริการ ซึ่งแต่ละคนได้ จัดเตรียมสัมภาระต่างๆพร้อมสำหรับการเดินทางได้ทยอยนำรถยนต์ และจักรยานยนต์ ออกจากศาลากลางจังหวัดภูเก็ต หลังจากที่มารอคำตอบขอผ่อนผันเดินทางออกจาก จ.ภูเก็ต เพื่อกลับภูมิลำเนาในต่างจังหวัด เช่น จ.นครศรีธรรมราช ตรัง เป็นต้น

เนื่องจากไม่มีงานทำและไม่มีเงินค่าเช่าบ้านเป็นเวลา 1 เดือนเต็ม ๆ โดยมีรถของฝ่ายปกครองจังหวัดภูเก็ต นำและปิดท้าย ทั้งนี้เป็นการอนุญาต ให้เดินทางออกไปได้เป็นชุดสุดท้ายตามเงื่อนไขที่กำหนด

 

จากการสอบถามหนึ่งในผู้ที่มารอขอผ่อนผัน เพื่อเดินทางออกจาก จ.ภูเก็ต กลับไปยังบ้านเกิดที่จ.นครศรีธรรมราช ด้วยรถจักรยานยนต์ กล่าวว่า เขามาทำงานที่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง และถูกเลิกจ้างมา 2 เดือน แต่ก่อนหน้านี้ ที่ยังอยู่ได้ เนื่องจากแฟนยังมีงานทำ แต่ตอนนี้แฟนซึ่งทำงานโรงแรม ก็ถูกเลิกจ้างเช่นกัน เนื่องจากมีการสั่งปิดโรงแรมทั้งจังหวัด เงินที่มีอยู่ก็เริ่มหมดไปเรื่อยๆ และไม่มีพอที่จะจ่ายค่าเช่าบ้าน ทำให้ต้องคืนบ้านเช่าไป จึงต้องขอกลับไปตั้งหลักที่บ้าน

กลับบ้านอย่างน้อยก็ยังมีที่นอน มีอาหารให้กิน ก่อนหน้านี้ได้แจ้งผู้ใหญ่บ้านที่ จ.นครศรีธรรมราช แล้วว่า จะเดินทางกลับไป และพร้อมจะปฏิบัติตามเงื่อนไขกักตัว 14 วัน เพื่อรอดูอาการ

ขณะที่หลายๆ คนบอกไปในทางเดียวกันว่า ที่ผ่านมาก็มีการติดตามข่าวสารของทางจังหวัดมาโดยตลอด แต่ก็เจอทั้งข่าวจริงและข่าวปลอมปนกันไป ทำให้เกิดความสับสน และในบางประกาศก็ไม่มีความชัดเจน และจากที่อ่านประกาศมาบอกว่า วันนี้เป็นวันสุดท้าย ที่จะให้ออกไปได้ และได้นำเอกสารตามที่ได้รับแจ้งก่อนหน้านี้ คือให้มีใบรับรองแพทย์ ไปแสดงที่ด่านตรวจภูเก็ต ซึ่งก็ได้ไปมาแล้ว แต่ทางด่านบอกว่า ออกไม่ได้แล้ว ต้องมายื่นเรื่องขอผ่อนผันที่จังหวัด จึงได้เตรียมเอกสารต่างๆ มาและยอมรับเงื่อนไขว่า จะไม่กลับเข้ามาจนถึงวันที่ 30 เม.ย.นี้

 

ขณะที่ ว่าที่ ร.ต.วิกรม จากที่ ปลัดจังหวัดภูเก็ต ซึ่งได้มาชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้ที่ต้องการเดินทางออกจากจังหวัดกลุ่มนี้ว่า เหตุที่ทางจังหวัดไม่อนุญาตให้เดินทางเข้า-ออก ในระยะนี้ เป็นมาตรการหนึ่งในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค

และหลังจากนี้ก็จะมีความเข้มข้นในการตรวจคัดกรอง รวมทั้งการไม่อนุญาตให้เข้า-ออก อีก ยกเว้นกรณีที่มีการผ่อนผันไว้ในประกาศ ที่มีการอนุญาต เช่น รถขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภค รถพยาบาล รถฉุกเฉิน เป็นต้น ขณะเดียวกัน ก็จะเตรียมประกาศยกระดับการตั้งด่านคัดกรองเต็มทั้งพื้นที่ต่อไป เพื่อให้สามารถจัดการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดให้ได้โดยเร็ว


เพราะไวรัส COVID ทำให้ (หลาย) ชีวิตเปลี่ยน

Tue, 7 Apr 2020 21:15:00
โรคโควิดมันไม่น่ากลัวเท่าโรคที่คนไม่มีเงินจะกิน มันจะอดตายเอา ผมวิ่งออกกำลังกาย ไม่ค่อยกลัวโรคนี้เท่าไหร่ แต่กลัวไม่มีงาน ไม่มีเงินใช้จ่าย ไว้กิน น่ากลัวกว่าโควิดอีก ทุกวันนี้ผมกินไข่ต้ม ให้ประหยัดที่สุด ถ้าเป็นแบบนี้เรื่อยๆ คงอยู่ไม่ได้

เสียงสะท้อนจาก ชะลอ รอดพันธุ์ แรงงานอิสระ รับจ้างตัดแต่งต้นไม้ตามโรงแรมต่างๆ ใน จ.ภูเก็ต ขณะออกมาสำรวจบรรยากาศ จ.ภูเก็ต หลังมีประกาศปิดเกาะ เพื่อควบคุมสถานการณ์ไวรัสโควิด 19

 

เขาเล่าว่า ไม่เคยเห็นความเงียบเหงาแบบนี้มาก่อน ร้านค้าที่เคยคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยว ต่างปิดเงียบ มีเพียงลูกจ้าง แรงงานเฝ้าร้านเพียงไม่กี่คน ขณะเดียวกันก็มีแรงงานอีกจำนวนมากที่ต้องตกงาน เพราะสถานประกอบการและโรงแรงทยอยปิดกิจการชั่วคราว

เงินที่เคยเก็บหอมรอบริบถูกนำมาใช้จ่าย สำหรับลูกหลานในครอบครัว มาตรการช่วยเหลือของรัฐจึงเป็นช่องทางเดียวที่เขาตั้งความหวังไว้ เพื่อนำเงินเดือนละ 5,000 นั้น มาใช้ประทังชีวิต

 

ไม่ต่างจากพนักงานหญิงคนหนึ่ง ที่ยังทำหน้าที่หลังเคาเตอร์โรงแรมแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลตำบลรัษฎา อ.เมืองภูเก็ต แต่ต้องผลัดเปลี่ยนกับเพื่อนพนักงานคนอื่นๆ คนละ 12 วัน ซึ่งหมายถึงรายได้ของเธอก็ลดลงตามไปด้วย แตกต่างจากรายจ่ายที่ยังคงเรียกเก็บอย่างสม่ำเสมอ

ว่าจะไปคุยกับเจ้าของบ้านเช่า ขอลดค่าเช่า เพราะถ้าสถานการณ์ยังเป็นแบบนี้ก็คงไม่ไหว ส่วนเงินเก็บก็ต้องเอาไปผ่อนของ และจะไปติดต่อพักหนี้กับธนาคารก่อน แต่เรายังโชคดีที่ยังมีงาน ถึงจะทำงานแค่ 12 วัน แต่ก็ยังถือว่ามีรายได้อยู่ เราก็ยังอยากทำงาน

โสภา ทิพย์เอื้อ พนักงานโรงแรม ต.รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต กล่าว

ไม่ต่างจากพนักงานร้านอาหารในซอยบางลา ย่านป่าตอง ซึ่งมีภูมิลำเนาที่ จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งได้รับผลกระทบทันทีที่มีประกาศสั่งปิดซอยบางลา และเขากลายเป็นหนึ่งในกลุ่มเสี่ยงที่ต้องกักตัว 14 วัน ภายในห้องเช่า ระหว่างนี้ จึงต้องประหยัดค่าใช้จ่าย และขอรับความช่วยเหลือจากทางเทศบาลป่าตองไปก่อน

 

ทุกวันนี้ไม่มีรายได้ ต้องใช้เงินเก็บไปก่อน เพราะเขาสั่งปิดซอยบางลา เราก็ไม่มีเงินมารองรับ จะกลับบ้านก็ไม่ได้ เพราะต้องกักตัว และทางจังหวัดก็สั่งปิดทางเข้า-ออกภูเก็ตแล้ว พอเห็นในเฟซบุ๊กว่าทางเทศบาลตำบลป่าตอง จะช่วยเหลือเรื่องอาหาร 3 มื้อ ผมก็รีบไปขอสิทธิ์ เพราะมันประหยัดไปได้มาก

พนักงานร้านอาหารย่านป่าตอง จ.ภูเก็ต กล่าว

ไม่ต่างจากพนักงาน ลูกจ้างหรือแม้กระทั่งเจ้าของสถานประกอบการในภาคการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นรายได้หลักของจังหวัดภูเก็ต ต่างยอมรับว่าโรคโควิด 19 กว่าเป็นภัยพิบัติที่ส่งผลกระทบในทุกภาคส่วน ขณะนี้ทำได้เพียงปรับตัว เพื่อความอยู่รอดและผ่านวิกฤตนี้ไปให้ได้

 

ภัสรา จิกคำ

ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส ศูนย์ข่าวภาคใต้


ยาฟาวิพิราเวียร์ 1 แสนเม็ดจากจีนถึงไทยแล้ว

Tue, 7 Apr 2020 20:39:00

วันนี้ (7 เม.ย.2563) ภญ.ศิริกุล เมธีวีรังสรรค์ รองผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม เปิดเผยว่า ยาฟาวิพิราเวียร์ ซึ่งเป็นยาสำคัญที่ใช้รักษาผู้ป่วยติดเชื้อ COVID - 19 ที่มีอาการหนักจำนวน 100,000 เม็ด ที่เข้ามาจากประเทศจีน ขณะนี้ยาได้เข้ามาแล้วตั้งแต่เมื่อวานนี้ 6 เม.ย.63 และวันนี้ 7 เม.ย.63 ได้ส่งเข้าคลังยาขององค์การฯ เพื่อเตรียมการจัดสรรสำหรับกระจายไปยังโรงพยาบาลต่าง ๆ ตามที่คณะทำงานกลุ่มภารกิจสำรองเวชภัณฑ์และส่งกำลังบำรุง (Logistics and Stockpiling) ที่มีเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยาเป็นประธาน และมีผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม เป็นรองประธาน และมีผู้เกี่ยวข้อง ร่วมกันพิจารณาจัดสรร