รพ.จุฬาภรณ์ ผลิตยาฟาวิพิราเวียร์น้ำเชื่อม พบเด็กติดเชื้อโควิด 10%

Thu, 5 Aug 2021 14:13:00

วันนี้ (5 ส.ค.2564) ศ.นพ.นิธิ มหานนท์ เลขาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ แถลงข่าวเปิดตัวตำรับยาน้ำเชื่อมฟาวิพิราเวียร์ สำหรับต้านเชื้อในเด็ก และผู้ที่มีความยากลำบากในการกลืนเม็ดยา หลังสถานการณ์การระบาดระลอกนี้ และส่วนหนึ่งเป็นผู้ติดเชื้อเด็กค่อนข้างมาก ภาพรวมพบเด็กติดเชื้อ 10 เปอร์เซ็นต์ จากคนไข้ทั้งหมด โดยเมื่อติดเชื้อแล้วการรักษาไม่ให้อาการหนักเป็น ก็จะต้องได้รับยาต้านไวรัสฟาวิพิราเวียร์ ด้วยความรวดเร็ว ภายใน 4 วัน หลังเริ่มมีอาการ ก็จะช่วยลดความรุนแรง และลดการเสียชีวิตได้ 

 

โดยในจำนวนผู้ป่วยเด็กทั้งหมดมีจำนวน 1 ใน 3 ที่จำเป็นต้องใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ แต่การให้ยาฟาวิพิราเวียร์ในเด็ก ขณะนี้ต้องใช้วิธีการบดยาละลายน้ำ มีข้อจำกัดยามีตะกอน ปริมาณยาที่ได้รับไม่แน่นอน มีรสชาติขม ติดลิ้น ทำให้เด็กกลืนยาก แต่สำหรับยาน้ำเชื่อมที่ผลิตขึ้น ใช้ได้เลย ปริมาณยาคงที่ มีปริมาตรยามากกว่ายาทั่วไป และกินง่าย

 

สำหรับยาน้ำเชื่อมฟาวิพิราเวียร์ สามารถใชัในเด็กอายุต่ำกว่า 5-7 ปี หรือผู้สูงอายุที่ไม่สามารถกลืนยาเม็ดได้  โดยการให้ยาจะให้วันละ 2 ครั้ง ห่างครั้งละ 12 ชั่วโมง ส่วนปริมาณที่ให้จะขึ้นอยู่กับน้ำหนักของเด็ก และเฉลี่ยการใช้ยาจะอยู่ที่ 5 - 10 วัน ตามวิจารณญานของแพทย์ผู้รักษา

 

ก่อนหน้านี้ได้มีการทดลองใช้ยาน้ำเชื่อมฟาวิพิราเวียร์ ในคนไข้เด็กของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ช่วงอายุ 8 เดือน - 5 ปี จำนวน 12 คน จากการติดตามการรักษา พบว่าผลตอบสนองต่อการรักษาได้ดี และไม่พบผลข้างเคียงร้ายแรง

 

สำหรับกำลังการผลิตยาน้ำเชื่อมฟาวิพิราเวียร์ ของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ขณะนี้สามารถผลิตและแจกจ่ายให้ผู้ป่วยประมาณ 300 คนต่อสัปดาห์

 

ในอนาคต หากโรงพยาบาลใดที่มีความพร้อมในการผลิต สามารถขอสูตรตำรับยาดังกล่าวไปผลิตได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลเรื่องคุณภาพ ส่วนแพทย์ หรือสถานพยาบาล สามารถขอรับยาได้ผ่านทางช่องทาง www.favipiravir.cra.ac.th ได้

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์เปิดตัว "ยาน้ำเชื่อมฟาวิพิราเวียร์" 6 ส.ค.นี้ 

 

 


อย.อนุมัติเครื่องวัดปริมาณออกซิเจนในเลือดปลายนิ้ว 52 รายการ

Thu, 5 Aug 2021 13:49:00

วันนี้ (5 ส.ค.2564) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ อย.อนุมัติเครื่องวัดปริมาณออกซิเจนในเลือดปลายนิ้ว (Fingertip Pulse Oximeter) แล้ว จำนวน 52 รายการ (ณ วันที่ 5 สิงหาคม 2564) ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ดังนี้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


ศบค.มีคำตอบช่องทางซื้ออาหารเดลิเวอรี่ในห้าง

Thu, 5 Aug 2021 12:32:00

จากกรณี ศบค.ออกมาตรการผ่อนปรนให้ร้านอาหารในหางสรรพสินค้า เปิดจำหน่ายในรูปแบบการสั่งอาหารหรือเครื่องดื่มผ่านบริการขนส่งอาหาร (Food delivery service) ทั้งในระบบออนไลน์ระบบโทรศัพท์หรือระบบบริการช่วยเหลือของร้านอาหารและเปิดได้ไม่เกินเวลา 20.00 น.ทำให้ทางสมาคมผู้ประกอบการภัตตาคารไทย ได้เข้าหารือและขอให้ทบทวนมาตรการดังกล่าว

วันนี้ (5 ส.ค.2564) เพจเฟซบุ๊ก ศูนย์ข้อมูล COVID-19 ระบุว่า ศูนย์ปฏิบัติการ ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 (ศปก.ศบค.) สรุปเรื่องการซื้ออาหารในห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้า ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฉบับที่ 30 สามารถดำเนินการได้ดังนี้

ทั้งนี้ ผู้ขาย คือ ร้านอาหารเครื่องดื่ม ในห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ จะจัดเตรียมพื้นที่บริเวณซุปเปอร์มาร์เก็ต กำหนดเป็นพื้นที่รอคิว ซึ่งมีบริเวณพักคอย เว้นระยะห่างที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดความแออัดจนเสี่ยงต่อการแพร่ระบาด

โดยร้านอาหารเครื่องดื่ม ภายในห้าง ศูนย์การค้าคอมมูนิตี้มอลล์ หรือสถานประกอบกิจการอื่นที่มีลักษณะคล้ายกัน สามารถนำส่งอาหาร เครื่องดื่ม มาวางจำหน่าย ณ จุดที่จัดเตรียมพื้นที่ไว้ให้ภายใน บริเวณซุปเปอร์มาร์เก็ตได้

อ่านข่าวเพิ่ม ชั้นวางสินค้าในซุปเปอร์มาเก็ตโล่ง โควิด-19 กระทบภาคการผลิตอาหาร

คนกินว่าอย่างไร-ห้างปรับตัวขายเดลิเวอรี่?

ไทยพีบีเอสออนไลน์ สัมภาษณ์ผู้ที่สั่งอาหารเดลิเวอรี่ จากร้านอาหารแห่งหนึ่งในห้างสรรพสินค้า กล่าวว่า เนื่องจากทำงานที่บ้าน ตามมาตรการ WFH มากว่า 1 เดือนแล้ว ทำให้ส่วนใหญ่จะสั่งอาหารจากร้านในห้างสรรพสินค้ามากกว่า เพราะมีร้านอาหารหลากหลายประเภท และหลากหลายเมนูให้เลือก ที่สำคัญมั่นใจในคุณภาพความสะอาด และความปลอดภัย สั่งได้ของเมนูตรงตามปก

ช่วง WFH ปกติสั่งจากเดลิเวอรีจากร้านอาหารในห้างอยู่แล้ว แต่เมื่อศบค.ให้ปิดก็กระทบ เพราะร้านที่เราอยากกิน เปิดขายบางแห่งนอกห้าง ทำให้ต้องจ่ายค่าส่งแพงกว่า เช่น ปกติจากห้าง 12 บาท แต่นอกห้างค่าส่ง 25-30 บาท

สำหรับคน WFH ก็ยังสะดวกกว่าร้านในห้างถูกสั่งปิดทั้งหมด

ส่วนบางกลุ่มที่อยากไปซื้อหน้าร้าน และต้องส่งทางเดลิเวอรี่ และรับในช่องทางจัดเตรียม ก็อาจเห็นต่างกันว่าอาจเป็นภาระเรื่องค่าจ่าย ขณะที่ตัวไรเดอร์ ที่รับส่งอาหารหน้าร้าน และนำมาส่งลูกค้าที่มารอในจุดรับส่ง เขาอาจจะชอบก็ได้ เพราะลดรายจ่ายเรื่องค่าน้ำมันในการไปส่งตามบ้าน  

ขณะที่พบว่าห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ เช่น เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว ก็ปรับมาตรการภายใต้การคุมเข้มยกระดับมาตรการ  โดยเฉพาะจุดให้บริการเดลิเวอรี่รับ-ส่งอาหาร เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกร้านค้า และสร้างความมั่นใจแก่ลูกค้าที่รอรับอาหารอยู่ที่บ้าน รวมทั้งเปิดแคมเปญเชิญชวนการสั่งอาหารผ่านเดลิเวอรี มีโปรโมรชันจูงใจจากร้านค้าในห้างด้วย

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ประชาชนโทรสั่งอาหารร้านในห้างได้ แต่ต้องกำหนดจุดรับ-ส่ง

เปิดร้านอาหารในห้างวันแรกวุ่น สั่งเดลิเวอรี่ เพิ่มค่าใช้จ่ายให้ผู้บริโภค

 


ปลดล็อกตรวจ ATK เป็นบวก เข้าระบบ HI ได้ ยอดสะสม 10,366 คน

Thu, 5 Aug 2021 12:16:00

วันที่ 4 ส.ค.2564 กรมการแพทย์ ออกแนวทางเวชปฏิบัติ การวินิจฉัย ดูแลรักษา และป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาล กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) สำหรับแพทย์และบุคลากรสาธารณสุข ฉบับปรับปรุง วันที่ 4 ส.ค.2564 โดยมีรายละเอียดสำคัญ เช่น

ในสถานการณ์ที่มีการระบาดอาจมีความจำเป็นต้องใช้ Antigen test kit (ATK) เพื่อการวินิจฉัยและควรตรวจยืนยันด้วย RT-PCR ตามแนวทางของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ หากผู้ป่วยตรวจด้วยตัวเองแล้วได้ผลบวก ให้ดำเนินการดูแลรักษาเสมือนเป็นผู้ป่วย COVID-19 แต่ควรแยกกับผู้ป่วย COVID-19 รายอื่น ก่อนจนกว่าจะได้ผล RT-PCR ยืนยัน


ขณะที่กรมควบคุมโรค รายงานข้อมูล ณ วันที่ 5 ส.ค.2564 เวลา 07.35 น. ไทยพบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 20,920 คน เป็นการติดเชื้อภายในประเทศ 20,912 คน จากต่างประเทศ 8 คน ยอดติดเชื้อสะสม 693,305 คน เสียชีวิตเพิ่ม 160 คน เสียชีวิตสะสม 5,663 คน นอกจากนี้ พบการติดเชื้อเข้าข่าย/ Antigen test kit จำนวน 4,009 คน สะสม 10,366 คน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


ราชกิจจาฯ ประกาศฉบับ 2 ป่วยโควิด-ฉีดวัคซีนรักษาฟรี

Thu, 5 Aug 2021 10:18:00

วันนี้ (5 ส.ค.2564) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดผู้ป่วยฉุกเฉินโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โรคโควิด 19 (ฉบับที่ 2) ใจความสำคัญระบุว่า

เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ COVID-19 ในปัจจุบัน รัฐได้กำหนดมาตรการในการป้องกันโรค COVID-19 ตามแผนงาน โครงการ หรือกิจกรรมการป้องกัน และขจัดโรค COVID-19 จากสถานพยาบาลที่ภาครัฐกำหนดโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

หากบุคคลผู้รับการฉีดวัคซีนเกิดอาการแพ้วัคซีนหรืออาการไม่พึงประสงค์ที่เกิดจากการฉีดวัคซีนโควิด 19 บุคคลดังกล่าว จึงมีความจำเป็นต้องได้รับการรักษาพยาบาลโดยฉุกเฉิน จากสถานพยาบาล ตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล จึงเป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดผู้ป่วยฉุกเฉินโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อกรณี COVID-19

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 6 วรรคหนึ่ง แห่งพ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541และมาตรา 33/1 แห่งพ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.สถานพยาบาล (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2559 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โดยคำแนะนำของคณะกรรมการสถานพยาบาล จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ประกาศนี้เรียกว่า“ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดผู้ป่วยฉุกเฉินโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนำ 2019 หรือโรคโควิด 19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID-19) (ฉบับที่ 2)”

ข้อ 2 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.2564 เป็นต้นไป

ข้อ 3 ให้ยกเลิกความในข้อ 3 แห่งประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องกำหนดผู้ป่วยฉุกเฉินโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อกรณีโรคติด COVID-19 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

ข้อ 3 ให้ผู้ป่วยโรคติด COVID-19 ซึ่งเป็นโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายด้วยโรคติดต่อ และบุคคลกลุ่มเป้าหมาย ที่ได้รับการป้องกันโรคติดเชื้อ COVID-19 โดยการฉีดวัคซีนตามแผนงาน โครงการ หรือกิจกรรมการป้องกันและขจัดโรคติดเชื้อ COVID-19 จากรัฐ

ทั้งนี้ ไม่รวมถึงวัคซีนทางเลือกที่ให้บริการโดยสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล ซึ่งเรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากผู้รับการฉีดวัคซีน เป็นผู้ป่วยฉุกเฉิน ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการรักษาพยาบาลโดยฉุกเฉิน จากสถานพยาบาลตามมาตรา 36 แห่ง พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.สถานพยาบาล ฉบับที่ 4 พ.ศ.2559

 

 


วันที่ 2 ไทยติดโควิดเพิ่มแตะ 2 หมื่นคน เสียชีวิต 160 คน

Thu, 5 Aug 2021 07:56:00

วันนี้ (4 ส.ค.2564) ศูนย์ข้อมูล COVID-19 รายงานสถานการณ์ COVID-19 ในประเทศไทย พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 20,920 คน จำแนกเป็นติดเชื้อใหม่ 20,658 คน ติดเชื้อภายในเรือนจำ/ที่ต้องขัง 262 คน หายป่วยกลับบ้าน 17,926 คน หายป่วยสะสมระลอกใหม่ 446,306 คน กำลังรักษา 213,910 คน และเสียชีวิตเพิ่ม 160 คน รวมผู้ติดเชื้อสะสมตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.2564 จำนวน 664,442 คน

ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อ COVID-19 สะสมตั้งแต่เริ่มมีการแพร่ระบาด มีจำนวน 693,305 คน หายป่วยสะสม 473,732 คน และมีผู้เสียชีวิตสะสม 5,663 คน


ขณะที่เว็บไซต์ worldometers รายงานยอดผู้ติดเชื้อทั่วโลก เมื่อเวลา 08.00 น. มีจำนวน 200,931,005 คน หายป่วยแล้ว 180,890,170 คน และเสียชีวิต 4,268,898 คน

ประเทศที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุดในโลกยังเป็น สหรัฐอเมริกาติดเชื้อสะสม 36,175,875 คน รองลงมา อินเดีย 31,810,782 คน และบราซิล 20,026,533 คน

นักวิจัยญี่ปุ่นพบ “แลมบ์ดา" แพร่เร็ว "เดลตา"

นอกจากนี้ ศูนย์ข้อมูล COVID-19 ยังรายงานว่า ทีมนักวิจัยจากประเทศญี่ปุ่นเผยแพร่ผลศึกษาวิจัย ระบุว่า เชื้อกลายพันธุ์แลมบ์ดา ซึ่งพบครั้งแรกในประเทศเปรู และระบาดในหลายประเทศในอเมริกาใต้ นอกจากจะแพร่ได้สูงมากแล้ว ยังมีความสามารถในการต้านทานภูมิคุ้มกัน ซึ่งเกิดจากการกระตุ้นของวัคซีนได้มากกว่าเชื้อสายพันธุ์ดั้งเดิม

เกาหลีใต้พบผู้ติดเชื้อโควิด หลังฉีดครบโดส

ขณะที่ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งเกาหลี (KCDC) รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อ COVID-19 หลังฉีดครบโดส 1,132 คน ยอดดังกล่าวเทียบเท่ากับพบผู้ติดเชื้อ 17.8 คนในประชาชนทุก 100,000 คน
โดยยอดผู้ที่ได้รับวัคซีนครบโดสแล้วอยู่ที่ 6,356,326 คน ในจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่พบสายพันธุ์เดลตา 128 คน อัลฟา 21 คน และเบตา 1 คน

KDCA ระบุอีกว่า การติดเชื้อในกรณีดังกล่าวสามารถพบได้จากวัคซีนทุกยี่ห้อ อย่างไรก็ตาม ประโยชน์ของการฉีดวัคซีนยังคงมีอยู่มาก เนื่องจากการฉีดวัคซีนช่วยลดอัตราการเจ็บป่วยที่รุนแรงและเสียชีวิตได้

อู่ฮั่นล็อกดาวน์บางพื้นที่ หลังพบติดเชื้อเดลตาเพิ่ม

ส่วนเมืองอู่ฮั่นของมณฑลหูเป่ย ประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์ในพื้นที่บางส่วนของเมือง หลังเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นยืนยันพบผู้ติดเชื้อ COVID-19 สายพันธุ์เดลตาเพิ่มอีก 3 คน โดยทางการจีนประกาศว่า เมืองอู่ฮั่นพบผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในประเทศ 7 คน ในกลุ่มแรงงานต่างชาติ หลังจากสามารถหยุดยั้งการระบาดรอบแรกได้เป็นผลสำเร็จด้วยการใช้มาตรการล็อกดาวน์เมื่อต้นปีที่แล้ว และไม่พบผู้ติดเชื้อในประเทศมานานกว่า 1 ปี

 


"หมอพร้อม" ยังไม่เปิดลงทะเบียนจองฉีดวัคซีนเพิ่มทุกกลุ่มอายุ

Thu, 5 Aug 2021 06:24:00

วันนี้ (5 ส.ค.2564) จากกรณีสื่อสังคมออนไลน์มีการเผยแพร่รูปภาพพร้อมข้อความหน่วยงานแห่งหนึ่ง เชิญชวนให้จองสิทธิ์ฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19 สำหรับเด็กอายุระหว่าง 12 - 18 ปี ผ่านระบบ LINE OA หมอพร้อม เมื่อวันที่ 4 ส.ค.ที่ผ่านมา


ล่าสุด เฟซบุ๊กเพจ หมอพร้อม ระบุว่า "หมอพร้อม" ยังไม่เปิดให้บริการจองคิวฉีดวัคซีน COVID-19 ในขณะนี้ ส่วนการลงทะเบียนที่มีการแชร์กันเป็นเพียงการลงทะเบียนใช้งาน LINE OA หมอพร้อม ไม่ใช่การลงทะเบียนฉีดวัคซีนแต่อย่างใด

ส่วนกรณีเพิ่มบุคคลอื่น จะใช้สำหรับตรวจสอบข้อมูลการฉีดวัคซีนและบันทึกข้อมูลอาการไม่พึงประสงค์ภายหลังได้รับวัคซีนเท่านั้น

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

"หมอพร้อม" ยกเลิกคิวจองฉีดวัคซีน 30-31 ก.ค.ทั้งหมด

 


ประชาชนโทรสั่งอาหารร้านในห้างได้ แต่ต้องกำหนดจุดรับ-ส่ง

Wed, 4 Aug 2021 19:56:00

วันนี้ (4 ส.ค.2564) ดร.รัชดา ธนาดิเรก และ น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงการซื้ออาหารในห้างสรรพสินค้าต้องเป็นเดลิเวอรี่เท่านั้นหรือไม่


ดร.รัชดา เปิดเผยว่า ประชาชนาสามารถซื้อของในห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาเก็ต ใน 3 ลักษณะ คือ ห้างสรรพสินค้า จัดพื้นที่สำหรับวางจำหน่ายอาหารสำเร็จรูปของทางร้านอาหารได้, ประชาชนโทรศัพท์สั่งอาหารจากทางร้านโดยตรงและให้ร้านนำมาวางไว้บริเวณจุดที่ห้างเตรียมไว้, สั่งผ่านแอปพลิเคชันและไรเดอร์รับอาหารไปส่ง โดยห้างสรรพสินค้าต้องกำหนดจุดรับอาหารให้ชัดเจน

พื้นที่ที่วางอาหารจากร้านต่าง ๆ อาจเป็นจุดที่ใกล้กับไรเดอร์นั่งรอ หรือถัดออกไป แต่ต้องไม่ให้มีความแออัด

 

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า ไม่ได้ห้ามร้านอาหารนำมาจำหน่ายในซูเปอร์มาเก็ต แต่อาจเป็นการตีความข้อกำหนดที่ไม่เข้าใจ โดย ศบค.จะชี้แจงข้อมูลรายละเอียดที่ชัดเจนอีกครั้ง

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการร้านอาหารสามารถทำอาหารใส่กล่องและประสานห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ เพื่อหาจุดนำสินค้ามาจำหน่ายได้

ที่ไม่ให้เดินไปร้านอาหารเอง เพราะอยากให้ใช้เวลาเดินในห้างฯน้อยที่สุด ลดการแพร่เชื้อ

 

 

 


โควิดสายพันธุ์เดลตากระจาย 74 จังหวัด - กทม.สุ่มตรวจพบ 86.2%

Wed, 4 Aug 2021 18:03:00

วันนี้ (4 ส.ค.2564) นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยผลการเฝ้าระวังสายพันธุ์ COVID-19 ในประเทศไทย โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ร่วมกับเครือข่ายห้องปฏิบัติการว่าแนวโน้มในภาพรวมของประเทศ

 

จากข้อมูลการเฝ้าระวังระหว่างวันที่ 24 ก.ค.-30 ก.ค.2564 การสุ่มตรวจพบผู้ติดเชื้อทั้งหมด 2,547 คน เป็นสายพันธุ์เดลตา (อินเดีย) จำนวน 1,993 คน (78.2%) สายพันธุ์อัลฟา จำนวน 538 คน (21.2%) และสายพันธุ์เบตาจำนวน 16 คน (0.6%)

ในพื้นที่กรุงเทพฯ สุ่มตรวจจำนวน 1,229 คน เป็นสายพันธุ์เดลตา จำนวน 1,059 คน (86.2%) สายพันธุ์อัลฟาจำนวน 170 คน (13.8%) ส่วนสายพันธุ์เบตาไม่พบผู้ติดเชื้อ

 

ส่วนภูมิภาคสุ่มตรวจ จำนวน 1,318 คน เป็นสายพันธุ์เดลตา 934 คน (70.9%) สายพันธุ์อัลฟา 368 คน (27.9%) และสายพันธุ์เบตา 16 คน (1.2%) โดยขณะนี้สายพันธุ์เดลตาพบ 74 จังหวัด ส่วนสายพันธุ์เบตาสัปดาห์นี้พบเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้พบมากที่สุด ที่ จ.ยะลา 14 คน, จ.สงขลา และ จ.ตรัง จังหวัดละ 1 คน

สำหรับสายพันธุ์แลมด้าที่พบในแถบประเทศอเมริกาใต้ ยังไม่พบในประเทศไทยแต่อย่างใด และยังเป็นเพียงสายพันธุ์ที่น่าสนใจ (Variant of Interest) ตามการแบ่งระดับขององค์การอนามัยโลก (WHO)

 


ไทยเจ๋งพัฒนา "เครื่องบรรจุวัคซีน" 4 นาที 12 เข็มลดงานหมอ-พยาบาล

Wed, 4 Aug 2021 14:32:00

วันนี้ (4 ส.ค.2564) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ชมการสาธิตต้นแบบเครื่องแบ่งและบรรจุวัคซีนด้วยระบบอัตโนมัติ (Automate Vaccine) ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่พัฒนาร่วมกันโดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และภาคเอกชน

นายอนุทิน กล่าวว่า เนื่องจากวัคซีนแอสตราเซเนกา เป็นวัคซีนชนิดบรรจุหลายโดส โดย 1 ขวดใช้สำหรับฉีด 10 โดส โดสละ 0.5 มิลลิลิตร แต่ผู้ผลิตบรรจุวัคซีนมาให้เกิน บรรจุมา 6.5 มิลลิลิตร

ที่ผ่านมาบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับการฝึกฝน มีทักษะสามารถดูดวัคซีนได้มากถึง 11-12 โดสต่อขวด โดยต้องใช้เข็มฉีดยาชนิดที่ลดปริมาณยาคงค้างในกระบอกฉีดยา ซึ่งทั่วโลกมีความต้องการใช้จำนวนมากทำให้เกิดความขาดแคลน

ทางคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ จึงร่วมกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และภาคเอกชน พัฒนานวัตกรรมเครื่องแบ่งและบรรจุวัคซีนด้วยระบบอัตโนมัติ ทำให้การดูดวัคซีนและแบ่งบรรจุวัคซีน แต่ละโดสมีความแม่นยำตามที่กำหนด

ลดภาระหมอ-ได้วัคซีนเพิ่มขึ้น 20%

สำหรับการแบ่งบรรจุวัคซีนนั้น เจ้าหน้าที่จะเตรียมเข็มฉีดยาวางไว้บนแท่นจำนวน 12 หลอด จากนั้นนำขวดวัคซีนวางไว้ในจุดที่กำหนด เครื่องจะดูดวัคซีนออกมาจนหมดขวด โดยใช้หัวดูดสุญญากาศใช้หลักการดูดของเหลวโดยมี Air Cushion ทำให้วัคซีนไม่สัมผัสกับหัวดูดโดยตรงแล้วจะเคลื่อนไปแบ่งบรรจุลงเข็มฉีดยาตามจำนวนที่กำหนด คือ 0.5 มิลลิลิตรเท่ากันทั้ง 12 หลอด

เครื่องทำงานแบบสายพาน ทำให้แบ่งบรรจุวัคซีนลงหลอดฉีดยาอย่างต่อเนื่อง แม่นยำ และรวดเร็ว ใช้เวลาประมาณ 4 นาที จากนั้นปิดหลอดด้วยเข็มฉีดยา และนำมาเก็บใส่ถาดบรรจุวัคซีนนำไปใช้ฉีด

 

นายอนุทิน กล่าวว่า การพัฒนาเครื่องแบ่งบรรจุวัคซีนช่วยแบ่งเบาภาระบุคลากรทางการแพทย์ ในการดูดวัคซีนออกจากขวด ได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว ทำให้มีวัคซีนในการฉีดเพิ่มขึ้น 20 % ช่วยให้จุดฉีดการฉีดวัคซีนในจุดขนาดใหญ่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยลดการใช้ Low Dead Space Syringe

นอกจากนี้ ยังมีความปลอดภัย เพราะกระบวนการไม่ทำให้เกิดการปนเปื้อน เข็มและหลอดฉีดยาที่แบ่งบรรจุ จะถูกเปลี่ยนใหม่ทุกครั้ง จึงไม่มีโอกาสเจือปนกันของวัคซีนแต่ละขวด พร้อมทั้งเตรียมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อนำมาใช้งานจริง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เต็มแล้ว ลงทะเบียนจองฉีด "ซิโนฟาร์ม" บุคคลธรรมดา รอบ 2

ระดม CCR Team ทั่วไทยตรวจโควิด กทม.ตั้งเป้า 7 วันตรวจ 2.5 แสนคน


รพ.บุษราคัม เปิด "ไอซียู" ดูแลผู้ป่วยวิกฤต

Wed, 4 Aug 2021 14:16:00

วันนี้ (4 ส.ค.2564) นพ.กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงสาธารณสุข และผู้อำนวยการ รพ.บุษราคัม กล่าวถึงการบริหารจัดการ รพ.บุษราคัม ว่า ได้เปิดให้บริการมาแล้ว 82 วัน ถึงวันนี้มีผู้ป่วย 14,213 คน มีผู้ป่วยที่ยังรักษาอยู่ใน รพ. 3,333 คน หายป่วยกลับบ้านแล้วประมาณ 11,000 คน โดย โดยเมื่อวานนี้ (3 ส.ค.) รักษาหายกลับบ้าน 287 คน และรับเข้าใหม่อีก 378 คน

ขณะที่มีผู้ป่วยที่ต้องใช้ออกซิเจน อยู่ 450 คน เครื่องช่วยหายใจ 169 คน ใส่ท่อหายใจอยู่ 2 คน กลับบ้านไปแล้วประมาณ 11,000 คน 

ในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา จำนวนผู้ป่วยที่ต้องใช้ออกซิเจนลดลง จากก่อนหน้านี้ มีผู้ป่วยที่ต้องใช้ออกซิเจน ถึง 750 คน เมื่อวานนี้ (3 ส.ค.) เหลือเพียง 450 คน แต่ยังคงมีผู้ป่วยที่ใช้เครื่องช่วยหายใจแบบไฮโฟลว์ สูงอยู่เช่นเดิมประมาณ 160-180 คน ทุกวัน ขณะที่ ผู้ป่วยที่ใส่ท่อหายใจอยู่ประมาณ 8-10 คนต่อวัน 

เพิ่มเตียงผู้ป่วยไอซียู 

นพ.กิตติศักดิ์ กล่าวว่า ทุกวันมีผู้ป่วยในระดับวิกฤตที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ใส่ท่อหายใจ อยู่ตลอด การส่งต่อไปยัง รพ.ที่มีศักยภาพสูงกว่าต้องรอคอยนาน เพราะมีข้อจำกัดเรื่องของเตียง ใน กทม.- ปริมณฑล ดังนั้นที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉิน ของกระทรวงสาธารณสุข อนุมัติให้ตั้ง "ไอซียูสนาม" ที่ รพ.บุษราคัม ซึ่งป็นหอผู้ป่วยที่ดูแลผู้ป่วยวิกฤตเฉพาะขึ้นต่างหาก ขณะนี้สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยจะใช้พื้นที่บริเวณลานจอดรถด้านหลัง เปิดรับผู้ป่วยบ่ายวันนี้

ทั้งหมดมี 17 เตียง แบ่งเป็น ไอซียู 13 เตียง อีก 4 เตียงเป็นห้องแยกผู้ป่วยความดันลบ ซึ่งได้รับการสนันสนุนจากสถาบันการวิจัยแห่งชาติ (วช.)

 

 

สำหรับเป้าหมายเพื่อรับผู้ป่วยวิกฤตภายใน รพ.บุษราคัม ที่ต้องการดูแลใกล้ชิด เนื่องจากเดิม พื้นที่ภายในกว้างทำให้การเข้าถึงตัวผู้ป่วยยาก ภายในมีเครื่องมือเทียบเท่ามาตรฐานของไอซียู มีทีมแพทย์เฉพาะทางที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดมาปฏิบัติงาน

นอกจากนี้ จะมีการจัดทำความสะอาดเพิ่มมากขึ้น หลังจากบิ๊กคลีนนิ่งไปแล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยยอมรับว่าตั้งแต่เปิดให้บริการมายังไม่มีการทำความสะอาดเลย พร้อมทั้งจะลดภาระงานภายในหอผู้ป่วย เพื่อลดการสัมผัสของเจ้าหน้าที่ และให้ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาที่รวดเร็ว โดยจะดำเนินการเจาะเลือดและให้ยาตั้งแต่จุดแรกรับทั้งหมด

นอกจากนี้ยังได้มีการจัดพื้นที่ แยกส่วนให้กับกลุ่มเปราะบาง และผู้ป่วยที่แข็งแรงกว่าผู้ป่วยกลุ่มเปราะบาง เพื่อให้เข้ารับบริการเป็นช่องทางด่วนฟาสต์แทร็ก

ผู้ป่วยรักษาหายกลับบ้าน 200-300 คนต่อวัน

นพ.กิตติศักดิ์ กล่าวว่า ปัจจุบันมีผู้ป่วยกลับบ้าน 200-300 คนต่อวัน จึงจะมีการรับเพิ่มให้มากกว่าหรือเท่ากับ เพื่อให้ใช้เตียงที่มีอยู่ให้มากที่สุด ภายใต้ทรัพยากรบุคคลที่มีอยู่ ขณะที่การเข้าสู่กระบวนการรักษาของโรงพยาลจะรับผ่านสายด่วน 1668 และ 1330 และจากโรงพยาบาลต่างๆ เช่น รพ.ของกรมการแพทย์ รพ.ราชวิถี  

 


เปิดวิธีเช็กก่อนซื้อ ระวังฟ้าทะลายโจรปลอม

Wed, 4 Aug 2021 13:50:00

วันนี้ (4 ส.ค.2564) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์ข้อมูลข่าวสารด้านเวชภัณฑ์ กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และกระแสการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารความรู้ถึงประสิทธิผลของฟ้าทะลายโจร ในการรักษาโรคดังกล่าว

ทำให้มีประชาชนนิยมสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ฟ้าทะลายโจร ผ่านช่องทางต่าง ๆ กันเป็นจำนวนมาก รวมถึงช่องทางออนไลน์ ซึ่งปรากฏว่า มีผู้ผลิต/ ผู้จำหน่ายที่ฉวยโอกาส สร้างผลประโยชน์ทางการค้าด้วยการผลิตและหรือจำหน่ายผลิตภัณฑ์ฟ้าทะลายโจรปลอม ให้กับประชาชนเป็นจำนวนหลายราย

โดยพบว่า มีการแอบอ้างเลขสารบบผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่ได้รับอนุญาต จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา มาใช้โดยระบุบนฉลากผลิตภัณฑ์ ในชื่อการค้าใหม่ หรือชื่อการค้าเดิม รวมทั้งแจ้งว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีฟ้าทะลายโจรเป็นส่วนประกอบสำคัญ และอาจใช้ชื่อผู้ผลิตเดิมหรือต่างไปจากที่ได้รับอนุญาต 

ตย.การปลอมเลขสารบบของผลิตภัณฑ์อาหารเสริม

ตย.การปลอมเลขสารบบของผลิตภัณฑ์อาหารเสริม

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา แจ้งขอให้ประชาชนระมัดระวังในการซื้อผลิตภัณฑ์ฟ้าทะลายโจร
โดยผลิตภัณฑ์นี้จัดเป็น ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

ฉลากต้องมีเลขทะเบียนตำรับสมุนไพร ขึ้นต้นด้วยอักษร “G”

และแนะนำว่าก่อนซื้อผลิตภัณฑ์ ขอให้ตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อจะได้ไม่เสี่ยงกับผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้คุณภาพมาตรฐาน

**ตรวจสอบเลขที่ผลิตภัณฑ์ กดที่นี่ **

เพื่อความแน่ใจก่อนจัดซื้อ ประชาชนจำเป็นต้องตรวจสอบข้อมูลผลิตภัณฑ์ โดยสามารถสืบค้นจากเว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (www.fda.moph.go.th) หรือ Oryor Smart Application

ซึ่งหากพบผลิตภัณฑ์ที่สงสัยว่าจะผิดกฎหมาย แจ้งได้ที่สายด่วน อย. 1556. หรืออีเมล์ 1556@fda.moph.go.th

สำหรับประชาชนที่จัดซื้อผลิตภัณฑ์ฟ้าทะลายโจร และตรวจสอบพบว่าเป็นผลิตภัณฑ์ปลอม สามารถแจ้งความเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดต่อไป

จับฟ้าทะลายโจรปลอม

วันนี้ (4 ส.ค.2564) กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จับกุมผู้ต้องหาลักลอบผลิตแคปซูลยาฟ้าทะลายโจรโดยไม่ได้รับอนุญาต ตรวจสอบพบว่าใช้ผงบอระเพ็ดบรรจุในแคปซูล แทนผงฟ้าทะลายโจร รวมมูลค่าของกลางกว่า 400,000 บาท

หลังการตรวจสอบพบมีผู้ลักลอบผลิตและจำหน่ายยาฟ้าทะลายโจรโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงได้ติดต่อขอซื้อผลิตภัณฑ์ดังกล่าว โดยนายธนโชติ (สงวนนามสกุล) ได้นำผลิตภัณฑ์ฟ้าทะลายโจร จำนวน 100 ขวด มาส่งให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ตรวจสอบพบว่า เป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ผลิตโดยไม่ได้รับอนุญาต จากนั้นจึงได้ขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านพัก หมู่ 4 ต.กำแพงแสน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ซึ่งใช้เป็นสถานที่ผลิตยาฟ้าทะลายโจร

นายธนโชติฯ ให้การรับว่า เป็นเจ้าของบ้านและลักลอบผลิตยาฟ้าทะลายโจรดังกล่าวจริง โดยทำมานานประมาณ 1 เดือน และเนื่องจากช่วงนี้ยาฟ้าทะลายโจรขายดี ทำให้วัตถุดิบหายาก ประกอบกับมีความรู้ด้านสมุนไพร รู้ว่าบอระเพ็ดมีรสขมคล้ายฟ้าทะลายโจร

จึงได้นำผงบอระเพ็ด มาบรรจุลงแคปซูล แทนผงฟ้าทะลายโจร เพื่อจำหน่ายให้กับประชาชน

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจยึด ผลิตภัณฑ์แคปซูลฟ้าทะลายโจร จำนวน 450 ขวด , ผลิตภัณฑ์แคปซูลกระชายขาว จำนวน 50 ขวด, ผลิตภัณฑ์แคปซูลบรรจุผง จำนวน 29 กก., แคปซูลบรรจุผง จำนวน 60,000 แคปซูล, แคปซูลบรรจุในซอง ยังไม่ติดฉลาก จำนวน 300 ซอง, แคปซูลบรรจุในขวด ยังไม่ติดฉลาก จำนวน 460 ขวด, ขวดเปล่าพร้อมฝา จำนวน 6,000 ขวด และสติกเกอร์ฉลากผลิตภัณฑ์ นำส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เบื้องต้นการกระทำดังกล่าว เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติสมุนไพร พ.ศ. 2562 ฐาน “ผลิตสมุนไพรปลอม” มีอัตราโทษ จำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 1,000,000 บาท, ฐาน “ ผลิตหรือขายผลิตภัณฑ์สมุนไพรโดยไม่ได้รับอนุญาต” มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ, ฐาน “ขายผลิตภัณฑ์สมุนไพรปลอม” มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 300,000 บาท

ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นการกระทำความผิดสามารถ แจ้งได้ที่สายด่วน ปคบ.1135 หรือเพจ ปคบ. เตือนภัยผู้บริโภค

 


ไขคำตอบ! ไม่จ่าย "ยาฟาวิพิราเวียร์" ให้กับผู้ป่วยโควิดทุกคน

Wed, 4 Aug 2021 13:30:00

ขณะที่สถานการณ์ผู้ติดเชื้อ COVID-19 รายวันของไทยยังสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง วันนี้ (4 ส.ค.) ศูนย์ข้อมูล COVID-19 รายงานผู้ป่วยใหม่ในไทยเพิ่ม 20,200 คน ผู้ติดเชื้อสะสม 643,522 คน หายป่วยกลับบ้านเพิ่ม 17,975 คน และเสียชีวิตอีก 188 คน

สอดคล้องกับปัญหาการนำผู้ติดเชื้อเข้าระบบการรักษา และการให้ยาต้านไวรัส "ฟาวิพิราเวียร์" กลายเป็นข้อกังขาหลังพบว่า การตรวจหาเชื้อเชิงรุกด้วยการใช้ ATK บางแห่ง ก็มีการนำยาฟาวิพิราเวียร์ แจกให้กับผู้ที่มีรายงานผลตรวจเชื่อว่าติด COVID-19 เช่น จุดตรวจที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ

ขณะที่กลุ่มผู้ป่วยที่ไม่ได้เดินทางไปรับการตรวจจำนวนมาก ที่เข้าระบบ Home Isolation บางคนกลับยังไม่ได้รับยาฟาวิพิราเวียร์ ทั้งปัญหาการผลิตยาที่ไม่เพียงพอกับผู้ป่วย จนเกิดปัญหาการรอยา ทำให้กลายเป็นคำถามว่า แท้จริงแล้วยาฟาวิพิราเวียร์ ต้องใช้อย่างไรกับผู้ป่วย COVID-19 

กินยาอะไรระหว่างรักษาตัว?

ไทยพีบีเอสออนไลน์ สอบถามผู้ป่วย COVID-19 ที่รักษาตัวระบบ Home Isolation รายหนึ่ง ระบุว่า ไม่เคยได้รับยาฟาวิพิราเวียร์ หลังจากเป็นผู้ป่วยติดเชื้อ ตั้งแต่วันที่ 21 ก.ค.จนถึงวันนี้ (4 ส.ค.) ซึ่งอาการเกือบจะหายดีแล้ว ส่วนใหญ่กินยาฟ้าทะลายโจร และยาตำรับอื่นๆ ที่รักษาตามอาการ เช่น ยาแก้ตัวร้อน ยาแก้ไอ ร่วมกับน้ำสมุนไพร

มีความเข้าใจคลาดเคลื่อน เพราะในช่วงที่รักษาตัวมีการส่งยามาให้เป็นลักษณะแคปซูลสีขาวขุ่นจำนวน 21 เม็ด และกำกับให้กินวันแรก 4 แคปซูลทุก 12 ชั่วโมง ส่วนวันต่อมาให้กิน 2 แคปซูลทุก 12 ชั่วโมงต่อจนครบ 4 วัน

 

ผู้ป่วยคนนี้ยอมรับว่า ยาที่ส่งมาให้ไม่มีเอกสารอ้างอิงใดๆ เป็นแค่แผงแคปซูล ไม่รู้ว่าใช่ยาฟาวิพิราเวียร์หรือไม่ เพราะหลังจากมีการนำยาดังกล่าวมาให้ มีคนโทรมาบอกว่ากินยาฟาวิพิราเวียร์หรือยัง

หลังจากนั้นตัวเองและสามี ก็กินยานี้จนหมดแผง และกินร่วมกับฟ้าทะลายโจร ซึ่งหากรู้มาก่อนว่า เป็นยาที่ห้ามกินร่วมกัน คงไม่เสี่ยง ตอนนี้อาการ COVID-19 ดีขึ้่นผลตรวจเป็นลบแล้ว และยังต้องกักตัวต่ออีก 14 วัน

รู้จักยาฟาวิพิราเวียร์

ไทยพีบีเอสออนไลน์ รวบรวมข้อมูลจากกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ที่เปิดเผยข้อบ่งชี้ และผลข้างเคียงของการใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ พร้อมทั้งระบุว่า ไม่ได้จ่ายยาฟาวิพิราเวียร์สำหรับผู้ป่วย COVID-19 ทุกคน จะจ่ายให้สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการ ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์

ยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) เป็นยาต้านไวรัส ที่ออกฤทธิ์ในการยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัส ในกลุ่มที่มีอาการซึ่งขึ้นกับการตอบสนองของร่างกายแต่ละคนแตกต่างกัน ข้อดีของยา คือ ยานี้ดูดซึมง่าย แบ่งหรือบดเม็ดยา และให้ทางท่อหลอดอาหารได้

ฟาวิพิราเวียร์ ในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ไม่ต้องปรับขนาดยา อย่างไรก็ตามพบว่ายานี้เป็นยาอันตราย ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์

อ่านข่าวเพิ่ม "ยาฟาวิพิราเวียร์" ผลิตในไทย ขึ้นทะเบียน อย.แล้ว จ่อส่งให้ผู้ป่วย ส.ค.นี้

ผลข้างเคียงของยาที่พบ และสิ่งที่ต้องระวัง?

เนื่องจากไวรัสปรับตัวเร็วมีหลายสายพันธุ์ ถ้าใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ ฟุ่มเฟือย โดยไม่มีข้อบ่งชี้อาจทำให้เกิดเชื้อดื้อยา ทำให้ไม่มียารักษาผู้ป่วย COVID-19 ที่มีอาการรุนแรง จะทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตมากขึ้นได้

สำหรับผลข้างเคียงของยาที่พบ ได้แก่ อาการคลื่นไส้อาเจียน อาจทำให้ทารกในครรภ์มีความพิการ หากรับประทานยา ในช่วงตั้งครรภ์ 3 เดือนแรก   

นอกจากนี้ มีผลทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดผิดปกติ เมื่อรับประทานร่วมกับยาบางชนิด รวมทั้งมีผลต่อการทำงานของตับ ดังนั้นไม่ควรกิน ร่วมกับยาฟ้าทะลายโจร หรือ ยาที่มีผลต่อตับ จึงควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์

ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยไม่ควรซื้อยาฟาวิพิราเวียร์นอกระบบ เช่น ทางออนไลน์ เพราะเป็นยาอันตราย เนื่องจากคุณภาพที่ได้ ไม่เพียงพอต่อการรักษา และอาจทำให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้

ยาฟาวิพิราเวียร์ ไม่ได้จ่ายให้สำหรับผู้ป่วยทุกคน จะจ่ายให้ สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการ ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์

อ่านข่าวเพิ่ม "ฟาวิพิราเวียร์" หมดหรือไม่หมด - อนุทินสั่งซื้อเพิ่ม 1 ล้านเม็ด

อย.เตือนอย่าซื้อยาฟาวิพิราเวียร์กินเอง  

ขณะเดียวกัน นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า ขณะนี้มีการขายยาฟาวิพิราเวียร์โดยไม่ได้รับอนุญาต จึงขอเตือนประชาชนอย่าซื้อยามากินเอง เพราะอาจได้ยาปลอมที่ไม่มีตัวยาสำคัญอยู่เลย หรือได้รับยาที่ไม่มีคุณภาพมาตรฐานทำให้เสียโอกาสในการรักษา และอาจได้รับอันตรายจากสารปนเปื้อน

รวมถึงการซื้อยาผ่านอินเตอร์เน็ต ผู้ป่วยอาจไม่ได้รับคำแนะนำที่ถูกต้องในการใช้ยา ซึ่งปัจจุบันเมื่อผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยว่าติด COVID-19 และเข้ารับการรักษาในระบบที่รัฐจัดเตรียมไว้ให้จะได้รับยาฟาวิพิราเวียร์โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ยาฟาวิพิราเวียร์ จัดเป็นยาควบคุมพิเศษ ที่ต้องสั่งจ่ายและอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ จำเป็นต้องติดตามอาการข้างเคียง และผลการรักษาระหว่างการใช้ยา การใช้ยาในผู้ป่วยบางกลุ่มจำเป็นต้องคำนึงถึงประโยชน์ และความเสี่ยงจากผลข้างเคียงที่จะตามมาโดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์

นอกจากนี้จำเป็นต้องใช้ยาอย่างต่อเนื่องตามคำแนะนำ การใช้ยาที่ไม่ถูกต้องอาจทำให้เกิดเชื้อดื้อยาได้ง่าย ส่งผลให้ใช้ยาไม่ได้ผลเมื่อเกิดการติดเชื้อเป็นเหตุให้ผู้ป่วยอาจเสียชีวิตได้ในที่สุด

นพ.สุรโชค ระบอีกว่า ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ส่งผลให้มีผู้ไม่หวังดีหลอกขายยาให้แก่ประชาชน ทั้งมีการลักลอบนำยาของผู้ป่วยมาขายหรือเจตนาปลอมให้เชื่อว่าเป็นยาฟาวิพิราเวียร์ หลอกขายตามอินเทอร์เน็ต ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย หากประชาชนสงสัยว่ายาฟาวิพิราเวียร์ ที่ได้รับเป็นยาปลอมสามารถสอบถามและแจ้งเบาะแสที่สายด่วน 1556 อีเมล์ 1556@fda.moph.go.th

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

นิวไฮ! ไทยติดโควิดรายวันแตะ 2 หมื่นคน เสียชีวิตเพิ่ม 188 คน

เสียงจากห้องเรียนในบ้าน อนาคตที่น่าเป็นห่วง "เด็กพัฒนาช้า-ผู้ปกครองไม่พร้อม"

ระดม CCR Team ทั่วไทยตรวจโควิด กทม.ตั้งเป้า 7 วันตรวจ 2.5 แสนคน

กรมการแพทย์แนะให้ “ยาฟาวิพิราเวียร์” เร็วที่สุด รักษาผู้ป่วยโควิดมีอาการ
 


"ข้าวแกงกองถ่าย" พักเสิร์ฟดารา เปิดร้านเลี้ยงตัว สู้ให้รอดวิกฤต

Wed, 4 Aug 2021 12:56:00

เมื่อถึงยุค COVID-19 ที่หลายส่วนได้รับผลกระทบจนต้องหยุดกิจกรรมและกิจการ ซึ่งในวงการบันเทิงที่ดารา นักแสดงต้องหยุดเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะกองถ่ายละคร ซึ่งประกอบได้ด้วยคนหลากหลายหน้าที่ มารวมกัน ตั้งแต่ ผู้กำกับ ดารา-นักแสดง ช่างไฟ ช่างภาพ ช่างแต่งหน้า ไปจนถึงฝ่ายสนับสนุนอย่าง แม่ครัวกองถ่าย ที่รับหน้าที่ดูแลด้านอาหารให้กับคนในกองถ่ายทุกคน

เสียงตอบรับดี "ดารากินอะไร"

ก่อนหน้านี้ปิดไป 1-2 เดือนแล้วก็กลับมาได้ ก็ไม่มีผลกระทบมากนักเพราะเรายังมีเงินเก็บ แต่มารอบนี้หยุดไปแล้ว 3 เดือนเข้าเดือนที่ 4 มันเริ่มไม่ไหว เพราะเงินเก็บที่มีก็จะเริ่มหมด

รวมถึงค่าใช้จ่ายของคนในบ้านทั้งหมด 5 ชีวิตที่ขึ้นอยู่กับการกองกองถ่ายจึงคิดว่า กลับมาทำงานสิ่งที่เราทำเป็นจึงมาตั้งร้านข้าวแกงกองถ่ายขึ้นในหมู่บ้าน

พินทุ์สุดา สังข์ทอง หรือ เบล เจ้าของแนวคิดเปิด "ร้านข้าวแกงกองถ่าย" เล่าว่า แนวคิดการเปิดร้านขายข้าวแกงกองถ่ายนั้น เนื่องจากคิดว่าเราสามารถทำกับข้าวขายได้ และเคยทำอาหารในกองถ่ายละครมา จึงน่าจะสามารถมาเปิดขาย และได้รับการสนใจจากลูกค้า ซึ่งในช่วงแรกลูกค้าที่มาซื้อก็ให้ความสนใจอย่างมาก เพราะอยากรู้ว่าคนกองถ่าย ดารา นักแสดง นั้นรับประทานอาหารแบบไหน

พินทุ์สุดา สังข์ทอง ที่มีความฝันอยากเป็นเชฟ หลังเรียนจบและทำงานประจำสักพัก ก็มารับช่วงต่อจากแม่ในการทำอาหารให้กับกองถ่าย และเป็นเรี่ยวแรงสำคัญของครอบครัวในการขับเคลื่อนธุรกิจที่ดูแล 5 ชีวิตในครอบครัว

พินทุ์สุดา สังข์ทอง ที่มีความฝันอยากเป็นเชฟ หลังเรียนจบและทำงานประจำสักพัก ก็มารับช่วงต่อจากแม่ในการทำอาหารให้กับกองถ่าย และเป็นเรี่ยวแรงสำคัญของครอบครัวในการขับเคลื่อนธุรกิจที่ดูแล 5 ชีวิตในครอบครัว

เมนูโปรดที่ดารานักแสดงชื่นชอบ เช่น ใหม่ ดาวิกา โฮเน่ จะชอบกินข้าว กับผัดกะเพราไก่คลีน ชาคริต แย้มนาม จะชอบ แกงเขียวหวานเนื้อ หรือ ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์ จะชอบรับประทานก๋วยเตี๋ยว

หากอยู่ที่กองถ่ายจะทำอาหารไทยทั้ง 4 ภาค เมนูเด็ดคือ พวกหมูทอดที่เป็นสูตรเฉพาะ โดยให้โปรดิวเซอร์เลือกเมนู และหากมีอาหารนอกเหนือจากเมนูที่กำหนด ก็สามารถทำให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นส้มตำหรืออะไรก็ตาม ก็มีตกลง และกำหนด งบประมาณเพิ่มเติมมา

ทั้งนี้อาหารของที่ร้านจะทำเหมือนกับกองถ่าย โดยแต่ละวันจะประกอบอาหารประมาณ 5 ชนิด ให้ครบทั้งต้ม ผัด แกง ทอด และมีน้ำเต้าหู้ขายด้วย ราคาขายจะอยู่ที่ถุงละ 25 บาท หากเป็นข้าวราดแกงจะอยู่ที่ 35 บาท โดยราดกับข้าว 2 ชนิด นอกจากนี้ทางร้านยังรับทำข้าวกล่องเพื่อให้นำไปช่วยเหลือที่โรงพยาบาลและบริจาคให้กับผู้ยากไร้ด้วย

ราคาประหยัด 100 บาท กินได้ 3 มื้อ

หลักคิดของเราจะอยู่ที่ หากลูกค้ามีเงิน 100 บาท สามารถอิ่มได้ทั้งวันคือ ซื้อแกง 3 ถุง นำกลับไปกินได้ 3 มื้อ และ น้ำเต้าหู้นี่ก็เป็นของหวาน และที่ขายในราคาไม่แพง เพราะรู้ดีว่า ตอนนี้ทุกคนต่างก็เดือดร้อน และต้องการประหยัด

การเลือกตั้งร้านขายข้าวแกงในหมู่บ้านย่านเพชรเกษม เพราะไม่ต้องการเพิ่มภาระค่าเช่าที่ เพราะถ้าไปขายภายนอกก็จะมีค่าเช่าที่อีก แต่ในหมู่บ้านจุดที่ตั้งร้าน เจ้าของที่คิดค่าเช่าเพียงวันละ 20 บาท ถือว่าต้นทุนไม่สูงมาก และพอจะค้าขายต่อไปได้

เมนูอาหารที่ค่อนข้างหลากหลายขายในราคาถุงละ 25 บาท

เมนูอาหารที่ค่อนข้างหลากหลายขายในราคาถุงละ 25 บาท


แต่เมื่อตัวเลขผู้ติดเชื้อ COVID-19 สูงขึ้นมาถึง 20,000 กว่าคน ยอดขายก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด จากเดิมที่ขายหมดทุกวัน แต่ตอนนี้เปิดร้านตั้งแต่ 6 โมงเช้า จนถึงราว 10 โมง บางครั้งก็ยังขายได้ไม่หมด แต่ก็ต้องขายต่อให้หมด

เข้าใจว่า เมื่อยอดผู้ติดเชื้อสูงขึ้น คนก็ไม่ค่อยออกจากบ้านมากขึ้น และซื้อของกักตุนเพื่อรับประทานกันเองในครอบครัว ยอดขายก็ลดลงซึ่งขณะนี้ขายได้วันละ 300 บาท ก็ยากแล้ว 

ร้องขอวัคซีนให้คนกองถ่าย

แม้ว่าสถานการณ์ COVID-19 ยังไม่ดีขึ้น แต่ยังคงต้องสู้ ชีวิตจะต้องสู้ต่อไป อย่างน้อยการได้ต่อสู้ก็ยังช่วยให้เรามีรายได้ การไม่ทำอะไรเลยก็จะเป็นศูนย์ ก็ต้องสู้เท่านั้น

พินทุ์สุดา ยังเล่าให้ฟังว่า จากเดิมที่ทำงานกองถ่ายมีคิวงานสัปดาห์ละ 4 วัน หากออกคิวร่วมกับกองถ่ายละคร 2 กอง และตลอด 5 ปี ที่ทำงานมา ก็มีงานต่อเนื่อง และสามารถดูแลครอบครัวได้ โดยไม่เดือดร้อน เพราะคิวงานค่อนข้างต่อเนื่องจากการว่าจ้างของกองถ่ายที่รับงานกันประจำ

แต่เมื่อมีปัญหา COVID-19 เข้ามา ก็ส่งผลกระทบกันทั้งกองถ่าย เพราะในกองถ่ายตั้งแต่ผู้จัดละคร ผู้กำกับ นักแสดง ช่างไฟ ช่างเสียง ช่างแต่งหน้า จนมาถึงตนเองที่ทำอาหารให้กองถ่าย ก็เดือดร้อนไม่แพ้กัน

การปิดกองถ่ายรอบแรก รายรับเป็นศูนย์ไปเลย ก็พยายามทำน้ำพริกมาขายทางออนไลน์ รวมถึงได้เงินเยียวยา 15,000 บาท เพราะเราถูกจัดอยู่ในกลุ่มฟรีแลนซ์ แต่ก็ไม่เพียงพอ

เพราะภาระต่าง ๆ ทั้งค่ากิน ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ก็มีเป็นจำนวนมากเมื่อกลับมาเปิดกองได้ ก็เริ่มทำงานและมีรายได้เข้ามา แต่ก็มาหยุดรอบ 2 อีกครั้ง ก็ใช้เงินเก็บจนเกือบจะไม่ไหวก็กลับมาเปิดร้าน

ตอนนี้ก็อยากให้มีการจัดหาวัคซีนมาฉีดให้กับทุกคนโดยเร็วที่สุด โดยเฉพาะคนในกองถ่าย เพราะหากฉีดวัคซีนครบทุกคน ก็หวังว่าจะเป็นแนวทางในการขอเปิดกองถ่าย และกลับมาถ่ายทำละครกันได้อีกครั้ง ซึ่งทุกแผนกในกองถ่ายก็จะกลับมามีงานอีกครั้ง

 

สำหรับแนวนโยบายที่เคยออกให้ออกกอง 5 คน นั้น ในความเป็นจริงไม่สามารถทำได้ เพราะงานในกองถ่ายต้องการงานที่มีคุณภาพ

เบื้องต้นทั้งงานจัดไฟ การแต่งหน้า ซึ่งกองขนาดเล็กไม่สามารถทำหน้าที่ได้เหมือนกับกองถ่ายขนาดใหญ่ ที่มีเจ้าหน้าที่ประจำตำแหน่งในความเชี่ยวชาญ

แม้ว่าในส่วนของครัวกองถ่ายจะสามารถทำอาหารกล่อง และนำไปส่งให้กองถ่ายได้ แต่โดยภาพรวมงานกองถ่ายจำเป็นต้องใช้คนจำนวนมาก 

เราไม่อยากได้เงินเยียวยานะ อยากให้แก้ไขปัญหาให้ตรงจุดจะดีกว่า ทุกคนอยากกลับมาทำงาน เพราะการกลับมาทำงานจะหาเงินได้มากกว่าเงินเยียวยาอยู่แล้ว 

 


เต็มแล้ว ลงทะเบียนจองฉีด "ซิโนฟาร์ม" บุคคลธรรมดา รอบ 2

Wed, 4 Aug 2021 12:49:00

วันนี้ (4 ส.ค.2564) เวลา 12.00 น. ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ แจ้งว่า ขณะนี้การลงทะเบียนขอรับการจัดสรรวัคซีนซิโนฟาร์ม สำหรับบุคคลธรรมดา รอบ 2 เต็มจำนวนแล้ว

ผู้ที่ลงทะเบียนสำเร็จ สามารถกลับเข้ามาจองวัคซีน เลือกโรงพยาบาล เลือกวันนัดฉีด และโอนเงินให้เสร็จสิ้นได้ตั้งแต่วันนี้ เวลา 14.00 น. ถึงวันที่ 6 ส.ค.2564 เวลา 18.00 น. โดยเลือกวันนัดเข้ารับการฉีดวัคซีนได้ตั้งแต่วันที่ 16-29 ส.ค.นี้
 

ก่อนหน้านี้ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ แจ้งกำหนดการเปิดลงทะเบียนขอรับการจัดสรรวัคซีน “ซิโนฟาร์ม” สำหรับ “บุคคลธรรมดา” รอบ 2 จำนวน 75,000 คน ในวันนี้ (4 ส.ค.) เวลา 10.10 น. เปิดระบบลงทะเบียน และเวลา 14.00 น. เปิดระบบการจองวัคซีนสำหรับผู้ที่ลงทะเบียนสำเร็จ

ทั้งนี้ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์จะเปิดให้บุคคลธรรมดาลงทะเบียนจองวัคซีนซิโนฟาร์มทุกวันพุธ (จำนวนการประกาศรับลงทะเบียนแต่ละรอบ ขึ้นอยู่กับจำนวนโควตาวัคซีนที่มีในแต่ละสัปดาห์) โดยลงทะเบียนขอรับการจัดสรรวัคซีนฟาร์มสำหรับบุคคลธรรมดาได้ 2 ช่องทาง เว็บไซต์ https://sinopharm.cra.ac.th และแอปพลิเคชัน CRA SINOP ทั้งระบบ iOS และ Android ซึ่งอัตราค่าวัคซีนซิโนฟาร์ม 2 โดสต่อคน 1,554 บาท (โดสละ 777 บาท) โดยทุก ๆ 2 โดส ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์จะบริจาคสมทบครึ่งโดสให้กับผู้ด้อยโอกาส

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง เปิดไทม์ไลน์แผนกระจาย "ซิโนฟาร์ม" 10 ล้านโดสช่วง มิ.ย.-ส.ค. 

 


“กำพร้าข้ามคืน” มูลนิธิราชประชานุเคราะห์-พม. พลิกชีวิตเด็กอีกหลายร้อยคน

Wed, 4 Aug 2021 11:45:00

“อยากให้ไปอยู่บ้านเด็กกำพร้า” คำสั่งเสียของแม่ที่จากไป หลังติดเชื้อโควิด-19 ทิ้งท้ายให้กับ 2 พี่น้อง “กระปุก” และ “ออมสิน” ก่อนที่ทั้งคู่จะกลายเป็นเด็กกำพร้าเพียงชั่วข้ามคืน

กรณีของเด็กหญิง 2 พี่น้อง เป็นจุดเริ่มต้นของโครงการรับเด็กกำพร้าที่พ่อ แม่ หรือผู้ปกครองที่อุปการะเสียชีวิตจากโควิด-19 ของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์

มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ ให้ข้อมูลกับ "ไทยพีบีเอสออนไลน์" ว่า หลังจากทราบข่าวความสูญเสียดังกล่าว มูลนิธิได้ประสานรับเด็กทั้ง 2 คนเป็นนักเรียนทุนพระราชทาน รวมถึงเปิดรับเด็กกำพร้าคนอื่น ๆ ที่พ่อแม่เสียชีวิตจากโควิด-19 เป็นนักเรียนทุนพระราชทานเช่นกัน เพื่อให้มีโอกาสทางการศึกษาตามความสามารถ โดยไม่มีข้อผูกมัดใด ๆ

อ่านข่าวเพิ่ม : มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ รับเด็กหญิงเป็นนักเรียนทุนพระราชทาน

 

เด็กที่ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ ยังคงเรียนที่โรงเรียนเดิมได้ตามปกติ หรือหากเด็กที่สูญเสียทั้งพ่อและแม่ หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่ไม่มีทุนทรัพย์ที่จะส่งเสียได้ ก็สามารถเข้าศึกษาในโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ที่ตั้งอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำ มีที่พัก และไม่เสียค่าใช้จ่าย

มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ จะให้ทุนการศึกษาในระดับชั้นอนุบาล-ประถมศึกษา ปีละ 10,000 บาท, ระดับชั้นมัธยมศึกษา-ปวช. ปีละ 15,000 บาท, ระดับ ปวส. ปีละ 20,000 บาท และระดับปริญญา ปีละ 30,000 บาท

แจ้งเหตุผ่านแอปฯ “คุ้มครองเด็ก” โควิด 179 กรณี 

รายงานของกองคุ้มครองเด็กและเยาวชน กรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) พบว่า ช่วงวันที่ 26 มิ.ย.-31 ก.ค.2564 ได้รับแจ้งเหตุผ่านช่องทางเว็บไซต์ระบบรับแจ้งเหตุ และแอปพลิเคชัน “คุ้มครองเด็ก” จำแนกตามสภาพปัญหาการแจ้งเหตุ “ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19” จำนวน 179 กรณี ซึ่งนับเป็นการแจ้งเหตุที่มากเป็นอันดับ 2 รองจากปัญหาครอบครัวยากจน 509 กรณี

 

นอกจากนี้ยังมีรายงานรับแจ้งปัญหาผ่านระบบรับแจ้งเหตุ และแอปพลิเคชัน “คุ้มครองเด็ก” ในช่วงวันดังกล่าว จากปัญหาความรุนแรงในครอบครัว 90 กรณี, ต้องการที่พักอาศัย 42 กรณี, ถูกละเลยทอดทิ้ง 32 กรณี, ปัญหาพฤติกรรม 32 กรณี, ปัญหาสุขภาพ/พิการ 30 กรณี, ถูกล่วงละเมิดทางเพศ 29 กรณี รวมถึงปัญหายาเสพติด 22 กรณี และอื่น ๆ 136 กรณี

สำหรับแอปพลิเคชัน “คุ้มครองเด็ก” เป็นแอปฯ แจ้งเหตุสำหรับประชาชน เพิ่มช่องทางการแจ้งเหตุศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน พม. 1300 ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงการช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว

เมื่อสูญเสียเสาหลัก แต่ชีวิตต้องเดินต่อ

ย้อนกรณีการช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่สูญเสียครอบครัว จากภัยพิบัติสึนามิ เมื่อปี 2547

พ่อกับแม่แยกทางกันตั้งแต่ผมยังเป็นเด็ก ตอนผมอายุ 16 ปี พ่อเดินทางไปทำงานในจังหวัดภาคใต้ ที่เกิดสึนามิ

“อภิสิทธิ์ ตาทอง” เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ “พ่อ” จากความทรงจำเมื่อปี 2547 พ่อของเขาหายสาบสูญไป ตามข่าวในเวลานั้นคาดว่าน่าจะหายสาบสูญไปกับเหตุการณ์สินามิ

เท่าที่เขาจำได้จากคำบอกเล่าของยาย หลังจากพ่อสูญหาย จังหวัดได้เข้ามาสอบถามข้อมูลของครอบครัว มีเจ้าหน้าที่จากมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ มาพูดคุย และรับอุปถัมภ์เขากับน้องอีก 2 คน เพื่อให้ได้รับทุนพระราชทาน โดยไม่มีข้อผูกมัด

“อภิสิทธิ์” ขณะนั้นบวชเป็นสามเณร และกำลังเรียน กศน. เมื่อได้รับทุนพระราชทาน จึงลาสิกขาออกมา เพื่อไปเรียนในระดับปริญญาตรี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล จ.นครราชสีมา

ได้รับทุนจากมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ เมื่อปี 2548 และน้องอีก 2 คนได้เข้าเรียน ม.ต้น และ ม.ปลาย ที่โรงเรียนราชประชานุเคราะห์

 

อภิสิทธิ์บอกอีกว่า เขาได้เรียนฟรี อยู่ในหอพักที่ทางมหาวิทยาลัยจัดให้ และได้รับเงินพระราชทานทุกปี ปีละ 20,000 บาท อีกทั้งยังได้รับพระราชทานอุปกรณ์ทางการศึกษาด้วย ปัจจุบันเขาทำงานที่บริษัทประกันภัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ

ส่วนน้องคนที่ 2 ก็ได้รับทุนพระราชทาน จนเรียนจบปริญญาตรี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล แต่สำหรับน้องคนที่ 3 แม้ว่าจะไม่ได้รับทุนพระราชทาน เพราะผลการเรียนไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนด แต่ได้กู้เงินจาก กยศ.เรียนจนจบปริญญาตรีแล้วเช่นกัน

ผมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ท่านเมตตาผ่านมายังมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ ถ้าไม่มีมูลนิธิคอยช่วยเหลือ ผมและน้อง ๆ คงไม่มีวันนี้

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดบันทึก "เมื่อฉันเป็นโควิด" กับชีวิต Home Isolation

ไขคำตอบ! ตรวจ ATK พบโควิดด้วยตัวเอง จัดการชีวิตอย่างไร

 


โควิดระลอกใหม่เด็กติดเชื้อหลักหมื่น ทำอย่างไรเมื่อต้อง Home Isolation

Wed, 4 Aug 2021 11:11:00

"ผมไม่อยากแยกพ่อแยกลูกกัน ลืมเรื่องกฎระเบียบ​ เพิ่มความเป็นมนุษย์"

นพ.อนุชิต นิยมปัทมะ อายุรแพทย์โรคระบบทางเดินหายใจ รพ.มหาราชนครราชสีมา โพสต์เฟซบุ๊ก "อนุชิต นิยมปัทมะ" เล่าเรื่องราวของเด็กวัย 3 ขวบ พยาบาลอายุน้อยที่สุดในหอผู้ป่วยหนัก ICU ที่คอยดูแลพ่อไม่ห่าง

 

หลังรับชายวัย 44 ปี เข้ามารักษาอาการติดเชื้อ COVID-19 ลงปอด พบว่ามีอาการหอบเหนื่อยมาก ระดับออกซิเจนในเลือดต่ำ และขอย้ายมาใช้เครื่องช่วยหายใจ​ High-flow

ผ่านไปเพียง 5 นาที โรงพยาบาลที่ส่งตัวมา โทรศัพท์แจ้งว่า ขอให้รับเด็กวัย 3 ขวบที่ติดเชื้อด้วย เพราะเป็นลูกของชายคนดังกล่าว แต่อาการไม่หนักมาก และต้องแยกจากแม่ที่ติดเชื้ออาการหนัก รักษาตัวอยู่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ

ปกติ​หอผู้ป่วยหนัก​ไม่ได้ให้ใครเฝ้า แต่เด็กน้อยไม่รู้ไปอยู่ไหนดี คุณพ่อดูเหนื่อยมาก​ ใช้เครื่องช่วยหายใจ​ High-flow แต่สติยังดี​ แม้ลุกดูลูกไม่ไหว​ แต่ก็พยายามลุกมาชงนมให้ลูกกิน เห็นแล้วน้ำตาคลอ ในฐานะคนเป็นพ่อเหมือนกัน​ อยากบอกว่าสู้ ๆ นะครับ​ ผมก็ทำหน้าที่ผมให้ดีที่สุดเหมือนกัน

โควิดระลอก เม.ย.เด็กเล็กติดเชื้อเพิ่ม

สอดคล้องกับข้อมูลจาก รศ.พิเศษ พญ.วารุณี​ พรรณพานิช​ วานเดอพิทท์​ กุมารแพทย์เชี่ยวชาญ โรคติดเชื้อ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ที่ระบุว่า การติดเชื้อในเด็กส่วนใหญ่เป็นการติดจากคนในครอบครัว ซึ่งการรักษาเด็กมีความยากกว่าผู้ใหญ่ ตั้งแต่การตรวจสวอป เพราะเด็กจะร้องตะโกน เสี่ยงต่อการแพร่ละอองฝอย จึงต้องดำเนินการในห้องความดันลบ

ตั้งแต่การระบาดระลอก เม.ย.ที่ผ่านมา พบตัวเลขผู้ป่วยเด็กเพิ่มขึ้นชัดเจน ประมาณ 400 คน แต่ รพ.จะรับผู้ป่วยอายุต่ำกว่า 1 ปี แต่ไม่เกิน 15 ปี และผู้ที่มีโรคประจำตัว รองรับผู้ป่วยได้ 60 เตียง ขณะนี้มีผู้ประสานขอเตียงผ่านระบบไลน์ประมาณ 200 เคส ส่วนเด็กอาการน้อยจะเข้าโครงการ Home Isolation

 

"น้องมีอาการผิดปกติอะไรไหม มีเหนื่อยบ้างไหมคะ" ทุก ๆ วันพยาบาลวิชาชีพ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี จะวิดีโอคอลสอบถามอาการผู้ป่วยเด็ก ที่เข้าร่วมโครงการ Home Isolation ในเดือนนี้กว่า 200 คน โดยจ่ายยาแก้ไอ พาราเซตามอล และติดตามอาการวันละ 2 ครั้ง พร้อมส่งอาหารให้ 3 มื้อตามแนวปฏิบัติของกระทรวงสาธารณสุข

ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย และสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย ออกคำแนะนำ Home Isolation สำหรับเด็ก โดยผู้ป่วย COVID-19 จะเริ่มแพร่เชื้อก่อนมีอาการประมาณ 2-3 วัน ไปจนถึงสิ้นสุดสัปดาห์แรกของการเจ็บป่วยนับจากมีอาการ

ผู้ป่วยที่มีอาการน้อยหรืออาการดีขึ้นแล้ว อาจยังมีเชื้อไวรัสที่ยังแพร่ไปสู่ผู้อื่นได้เป็นระยะเวลาประมาณ 10 วัน หลังจากเริ่มป่วย ดังนั้นผู้ป่วยที่ไม่ได้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล จำเป็นต้องแยกตัวเองจากผู้อื่นขณะอยู่ที่บ้าน

แยกตัวที่บ้านอย่างไร?


เมื่อเด็กป่วย แต่ผู้ดูแลไม่ติดเชื้อ

เฝ้าสังเกตอาการ

เด็กต่ำกว่า 6 ปี ติดเชื้อแล้ว 1.3 หมื่นคน

ข้อมูลจากกรมอนามัย พบว่า สถานการณ์การแพร่ระบาด COVID-19 ในกลุ่มเด็กปฐมวัย อายุต่ำกว่า 6 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.2563-25 ก.ค.2564 มีเด็กต่ำกว่า 6 ปี ติดเชื้อ 13,444 คน อาการรุนแรง 791 คน และเสียชีวิต 2 คน เป็นเด็กวัย 1 เดือน และ 2 เดือน โดยพบว่า เด็กที่เสียชีวิตทั้ง 2 คน มีโรคประจำตัวคือโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดชนิดรุนแรง และสัมผัสบุคคลที่เป็นโรคในครอบครัว

ก่อนหน้านี้ช่วงเดือน เม.ย.2564 พบการระบาดคลัสเตอร์ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลแม่คือ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ เด็กติดเชื้อ 16 คน ครูติดเชื้อ 2 คน ภารโรงติดเชื้อ 1 คน, เดือน มิ.ย.2564 คลัสเตอร์บ้านเด็กอ่อนรังสิต จ.ปทุมธานี เด็กติดเชื้อ 33 คน ผู้ดูแลติดเชื้อ 6 คน, เดือน ก.ค. คลัสเตอร์ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลศรีสุข อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น เด็กติดเชื้อ 34 คน ครูติดเชื้อ 8 คน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

นิวไฮ! ไทยติดโควิดรายวันแตะ 2 หมื่นคน เสียชีวิตเพิ่ม 188 คน 

เปิดบันทึก "เมื่อฉันเป็นโควิด" กับชีวิต Home Isolation 

เมื่อเด็กเล็กติดโควิด กับวันที่ต้องห่างครอบครัว 

"ถุงแดง" หาได้ที่ไหน? เซฟชีวิตให้ปลอดภัยจาก "ติดเชื้อ" 


ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์เปิดตัว "ยาน้ำเชื่อมฟาวิพิราเวียร์" 6 ส.ค.นี้

Wed, 4 Aug 2021 09:31:00

วันนี้ (4 ส.ค.2564) ศ.นพ.นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โพสต์เฟซบุ๊ก Nithi Mahanonda ระบุว่า งานเภสัชกรรม ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ร่วมกับคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และบริษัทเมดิกา อินโนวา จำกัด พัฒนาและคิดค้นสูตรตำรับยาน้ำเชื่อมฟาวิพิราเวียร์ สำหรับผลิตในโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เป็นยาต้านเชื้อไวรัสสำหรับเด็ก และผู้ป่วยที่มีความลำบากในการกลืนยาเม็ดตำรับแรกในประเทศไทย

ศ.นพ.นิธิ กล่าวว่า ทั้งนี้การพัฒนาผลิตภัณฑ์ตำรับยาน้ำเชื่อมปราศจากน้ำตาลฟาวิพิราเวียร์ ได้มีการคัดเลือกและควบคุมคุณภาพของวัตถุดิบตัวยาสำคัญ ตลอดจนมีการควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์ยาตามมาตรฐานสากล ด้วยวิธีการที่ได้รับการตรวจสอบความถูกต้อง และการศึกษาความคงสภาพเพื่อยืนยันคุณภาพตลอดช่วงอายุการใช้งาน

สำหรับตำรับยาน้ำเชื่อมฟาวิพิราเวียร์ ต้านเชื้อไวรัส โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เป็นยาน้ำเชื่อมปราศจากน้ำตาล ลักษณะเป็นยาน้ำใส สีส้ม รสราสเบอรี่ มี 2 ขนาด คือ ขนาด 800 มิลลิกรัมใน 60 มิลลิลิตร และ ขนาด 1,800 มิลลิกรัมใน 135 มิลลิลิตร รับประทานยาขณะท้องว่าง วันละ 2 ครั้ง ห่างกันทุก 12 ชั่วโมง

ขนาดและวิธีการใช้ยาในเด็ก วันแรก รับประทานขนาด 60 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมต่อวัน แบ่งให้ วันละ 2 ครั้ง และวันต่อมา ขนาด 20 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมต่อวัน แบ่งให้วันละ 2 ครั้ง

ส่วน ขนาดและวิธีการใช้ยาในผู้ใหญ่ วันแรกรับประทาน ขนาด 1,800 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง และวันต่อมาขนาด 800 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง กรณีน้ำหนักตัวมากกว่า 90 กิโลกรัม หรือ BMI มากกว่า 35 กก/ตรม. วันแรกรับประทาน ขนาด 2,400 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง และวันต่อมา ขนาด 1,000 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง

เตรียมแจกให้ผู้ติดเชื้อกลุ่มเด็ก-สูงอายุ 6 ส.ค.นี้วันแรก

ในกรณีที่แพทย์มีความประสงค์จะใช้ยานี้ในผู้ป่วยติดเชื้อไวรัส  COVID-19 กลุ่มผู้ป่วยเด็กและผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้นไป ที่มีผลตรวจ RT- PCR ยืนยันการติดเชื้อ COVID-19  หรือตามแพทย์เห็นสมควรจากประวัติสัมผัสและผลตรวจ Antigen rapid test เป็นบวก

สามารถติดต่อเพื่อขอรับยาน้ำเชื่อมฟาวิพิราเวียร์ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ โดยนำผลยืนยันการติดเชื้อ COVID-19 เข้ามาพบแพทย์และรับยาได้ที่ favipiravir.cra.ac.th หรือโทร 064-5862470 ทั้งนี้ตั้งแต่วันศุกร์ ที่ 6 ส.ค.นี้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ระหว่างเดือนส.ค.-ก.ย.นี้ โดยในระยะแรกโรงพยาบาลจุฬาภรณ์สามารถผลิตได้จำกัดเพียงไม่เกิน 100 รายต่อสัปดาห์ และยานี้ต้องใช้ตามแพทย์สั่งเท่านั้น

อ่านข่าวที่เกียวข้อง

นิวไฮ! ไทยติดโควิดรายวันแตะ 2 หมื่นคน เสียชีวิตเพิ่ม 188 คน

 

 


นิวไฮ! ไทยติดโควิดรายวันแตะ 2 หมื่นคน เสียชีวิตเพิ่ม 188 คน

Wed, 4 Aug 2021 07:56:00

วันนี้ (4 ส.ค.2564) ศูนย์ข้อมูล COVID-19 รายงานสถานการณ์ COVID-19 ในประเทศไทย พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 20,200 คน จำแนกเป็นติดเชื้อใหม่ 20,013 คน ติดเชื้อภายในเรือนจำ/ที่ต้องขัง 187 คน หายป่วยกลับบ้าน 17,975 คน หายป่วยสะสมระลอกใหม่ 428,380 คน กำลังรักษา 211,076 คน และเสียชีวิตเพิ่ม 188 คน รวมผู้ติดเชื้อสะสมตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.2564 จำนวน 643,522 คน

ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อ COVID-19 สะสมตั้งแต่เริ่มมีการแพร่ระบาด มีจำนวน 672,385 คน หายป่วยสะสม 455,806 คน และมีผู้เสียชีวิตสะสม 5,503 คน


ขณะที่เว็บไซต์ worldometers รายงานยอดผู้ติดเชื้อทั่วโลก เมื่อเวลา 08.00 น. มีจำนวน 200,226,256 คน หายป่วยแล้ว 180,498,135 คน และเสียชีวิต 4,258,261 คน

ประเทศที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุดในโลกยังเป็น สหรัฐอเมริกาติดเชื้อสะสม 36,045,079 คน รองลงมา อินเดีย 31,767,965 คน และบราซิล 19,986,073 คน

หมู่บ้านสีฟ้า ที่นี่ไม่มีโควิด-19

ขณะเดียวกันศูนย์ข้อมูล COVID-19 ได้เปิดเผยว่า จากโครงการหมู่บ้านนี้ไม่มีโควิด-19 หรือ "หมู่บ้านสีฟ้า" เป็นโครงการที่เกิดขึ้นเพื่อให้แต่ละหมู่บ้านเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของ COVID-19 คิด และสร้างการมีส่วนร่วมสำหรับหมู่บ้านที่ยังไม่พบผู้ติดเชื้อ COVID-19 โดยก่อนหน้ามีการดำเนินการใน 7 จังหวัดนำร่อง ล่าสุด มีรายงานว่า มีหมู่บ้านกว่า 30 จังหวัดเข้าร่วมดำเนินการแล้ว

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ย้อน 14 วัน "ติดเชื้อ-ป่วยหนัก-เสียชีวิต" ก่อนขยายล็อกดาวน์

ฉากทัศน์ โควิด "ล็อกดาวน์" ต่อ 2 เดือนลดอัตราตาย-ติดเชื้อเพิ่ม

สถิติตั้งแต่ 1 เม.ย. คลัสเตอร์โรงงาน 518 แห่ง ติดเชื้อ 3.6 หมื่นคน

 


"โกฐจุฬาลัมพา" ราคาพุ่ง หลังพบสารยับยั้งโควิดได้ในห้องปฏิบัติการ

Wed, 4 Aug 2021 07:06:00

วันนี้ (4 ส.ค.2564) นายเหรียญ คามบุศย์ เจ้าของร้านขายยาแผนโบราณ ย่านสัมพันธวงศ์ เปิดเผยว่า สมุนไพรโกฐจุฬาลัมพาปรับราคาสูงขึ้น จากเดิมขายกิโลกรัมละ 100 บาท แต่ขณะนี้ขายกิโลกรัมละ 150 บาท หลังจากมีความต้องการซื้อมากขึ้น

ล่าสุดทางร้านมีโกฐจุฬาลัมพา เหลือเพียง 100 กิโลกรัมเท่านั้น ซึ่งจะเก็บไว้ผสมตำรับยาแผนโบราณ "จันทลิลา" ที่ต้องผสมรวมกับสมุนไพร 9 ชนิด มีสรรพคุณลดไข้

ลูกค้ามาถามหาทั้งวัน แต่ไม่ขาย เพราะถ้าซื้อไปใช้แบบเดี่ยว กลัวไม่ได้ผล ยาไทยถ้าไม่ได้อยู่ในสูตร ไม่ได้อยู่ในตำรับแล้ว กลัวจะเสียหายทีหลัง

น.ส.กมลทิพย์ องค์สุนทรชัย เจ้าของร้านขายยาแผนโบราณอีกแห่ง กล่าวว่า หลังจากมีข่าวงานวิจัยพบว่าโกฐจุฬาลัมพามีสารยับยั้งโควิดได้ในห้องปฏิบัติการ มีลูกค้ามาซื้อไปจนหมด

แตกต่างจากก่อนหน้านี้มาก โกฐจุฬาลัมพา 10 ตัน ใช้เวลาขายประมาณ 1 ปี แต่ขณะนี้กลับขายหมดภายใน 1 สัปดาห์ ล็อตใหม่จะมาอีก 1-2 เดือน

เภสัญชกรหญิงผกากรอง ขวัญข้าว หัวหน้าศูนย์หลักฐานเชิงประจักษ์ด้านการแพทย์ไทยและสมุนไพร โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศ ระบุว่าช่วงโควิด 19 ข้อมูลงานวิจัยค่อนข้างจำกัด เวลาใช้พืชสมุนไพรต้องพิจารณาจากงานวิจัยและภูมิปัญญาดั่งเดิม ซึ่งในไทย โกฐจุฬาลัมพาจะถูกนำไปผสมกับตำรับยา ไม่แนะนำให้ผู้ป่วยใช้เดี่ยวและไม่ควรใช้ในผู้ป่วยเอง

เจอในผู้ป่วยบางรายใช้แล้วมีรายงานว่า มีการเต้นของหัวใจผิดปกติ และตับมีค่าเอนไซน์สูงขึ้นได้

ทั้งนี้ ควรต้องศึกษาการใช้โกฐจุฬาลัมพาอย่างจริงจัง ก่อนจะนำมาใช้กับผู้ป่วยโควิด-19