เช็กด่วน ! 7 จังหวัดฤดูร้อนปีนี้ คาดอุณหภูมิทะลุ 43 องศาฯ

Sun, 17 Feb 2019 16:24:00

วันนี้ (17 ก.พ.2562) กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ฤดูร้อนปี 2562 จะร้อนกว่าปี 2561 และร้อนกว่าปกติประมาณ 1-2 องศาเซลเซียส แต่ไม่ทำลายสถิติร้อนที่สุด 44.6 องศาเซลเซียส ที่ จ.แม่ฮ่องสอน เมื่อวันที่ 28 เม.ย.2559 

โดยระบุว่าฤดูร้อนปีนี้จะเริ่มต้นในวันที่ 21 ก.พ.นี้ และสิ้นสุดกลางเดือน พ.ค.นี้ โดยจังหวัดที่ร้อนสุด 7 จังหวัด จะมีอุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ 42-43 องศาเซลเซียส ได้แก่

ส่วนภาคใต้ อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย 38-39 องศาเซลเซียส มีฝนตกบางวัน อ่าวไทยและอันดามันคลื่นสูง 1 เมตร ส่วนในช่วงดือน เม.ย.นี้ ฝนจะเพิ่มขึ้นและตกหนักบางแห่ง ทะเลอันดามัน มีคลื่นสูง 2-3 เมตร และอาจมีการก่อตัวของพายุไซโคลน

 

กทม.คาดอากาศร้อนสูงสุด 39 องศาฯ

สำหรับกรุงเทพมหานคร คาดการณ์ว่า อุณหภูมิเฉลี่ยจะสูงกว่าค่าปกติเล็กน้อย โดยมีอุณหภูมิสูงสุด 39 องศาเซลเซียส ทั้งนี้สภาวะอากาศทั่วไป ช่วงปลายเดือนก.พ.-มี.ค.นี้ -ม อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย 35-37 องศาเซลเซียส ต่ำสุด 26-28 องศาเซลเซียส

ส่วนช่วงเดือนเมษายนเม.ย. ถึงกลางพ.ค.นี้ อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย 36-38 องศาเซลเซียส ต่ำสุดเฉลี่ย 26-28 องศาเซลเซียส อากาศร้อนเกือบตลอดช่วง และมีฝนฟ้าคะนองในบางวัน โดยเฉพาะในเดือนพ.ค.นี้

โดยในช่วงนี้มักจะมีพายุฤดูร้อน โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง อาจมีลูกเห็บตกในบางพื้นที่ และมีฟ้าผ่าได้ ควรหลีกเลี่ยงอยู่ในพื้นที่โล่งแจ้ง

 


ยกเลิกปิดถ้ำหลวง จ.เชียงราย นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ตามปกติ

Sun, 17 Feb 2019 10:05:00

วันนี้ (17 ก.พ.2562 ) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 เชียงใหม่ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ยกเลิกคำสั่งปิดท่องเที่ยวถ้ำหลวง นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมได้เหมือนเดิม

นายกวี ประสมพล นักวิชาการชำนาญการพิเศษ ทำหน้าที่หัวหน้าอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน (เตรียมการ) ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย ได้มีประกาศอุทยานเรื่องยกเลิกการประกาศปิดการท่องเที่ยวบริเวณถ้ำหลวงแล้ว หลังจากก่อนหน้านี้ทางอุทยานได้มีการติดประกาศเป็นป้ายขนาดใหญ่ตามจุดสำคัญ ภายในอุทยานขอปิดการท่องเที่ยวที่ถ้ำหลวงตั้งแต่วันที่ 19 ก.พ.นี้เป็นต้นไป เพื่อให้หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือหรือหน่วยชีล กองทัพเรือ ได้เข้าไปปฏิบัติการขนย้ายอุปกรณ์ที่คงค้างอยู่ภายในถ้ำหลังมีการสำรวจไปแล้ว เมื่อวันที่ 17 ม.ค.ที่ผ่านมา

โดยล่าสุดทางเจ้าหน้าที่กรมอุทยานได้ทะยอยปลดป้ายประกาศดังกล่าวออก และแจ้งเพิ่มเติมว่านักท่องเที่ยวสามารถเข้าท่องเที่ยวได้ตามปกติ โดยไม่ได้แจ้งเหตุผลอื่นเพิ่มเติม

นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จ.เชียงราย กล่าวเพียงสั้นๆ ว่าจะมีการเลื่อนปฏิบัติการดังกล่าวออกไปก่อน จนกว่าจะมีการประชุมหารือกันอีกครั้งต่อไป

นายกวี กล่าวว่าเดิมคาดการณ์ว่าจะใช้ระยะเวลาในการปฏิบัติประมาณ 3 วัน แต่เมื่อยกเลิกไปจึงจะมีการเปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปเที่ยวชมบริเวณหน้าถ้ำหลวงและที่อื่นๆ ภายในอุทยานโดยเฉพาะขุนน้ำนางนอนหรือสระน้ำมรกตได้ตามปกติต่อไป

 

 

 

 

 


"ไทยพีบีเอส" คว้า 8 รางวัลโทรทัศน์ทองคำ ครั้งที่ 33

Sat, 16 Feb 2019 18:55:00

วันนี้ (16 ก.พ.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประกาศผลรางวัลโทรทัศน์ทองคำ ครั้งที่ 33 ประจำปี 2561 จัดโดยชมรมส่งเสริมโทรโทรทัศน์ และมูลนิธิจำนง รังสิกุล ร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม ที่หอประชุมใหญ่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสได้รางวัลรวม 8 รางวัล ดังนี้

1.สถานีส่งเสริมรายการข่าวดีเด่น
2.สถานีส่งเสริมรายการเด็ก เยาวชน สตรี และครอบครัวดีเด่น
3.สถานีส่งเสริมความรู้ทั่วไปและศิลปวัฒนธรรมดีเด่น
4.รายการส่งเสริมความรู้ทั่วไปดีเด่น - รายการ "พื้นที่ชีวิต"
5.รายการส่งเสริมเยาวชนดีเด่น - รายการ ปฏิบัติการเด็กช่างคิด (Kid Rangers)
6.รายการส่งเสริมกีฬาดีเด่น - รายการ ศึกเรือยาวชิงจ้าวสายน้ำ
7.ผู้บรรยายกีฬาดีเด่น น.ส.วิภาพร วัฒนวิทย์
8.รายการปกิณกะดีเด่น - รายการภัตตาคารบ้านทุ่ง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


แจ้งข้อหาทารุณกรรมสัตว์ พนง.โรงแรมยิงสุนัข อ้างไล่กัดลูกค้า

Sat, 16 Feb 2019 12:53:00

วันที่ 15 ก.พ.2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ชะอำ จ.เพชรบุรี แจ้งข้อหานายจอมพล จิตจำนงค์ พนักงานโรงแรมแห่งหนึ่ง อ.ชะอำ ฐานทารุณกรรมสัตว์ มีโทษจำคุก 2 ปี ปรับ 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ข้อหาครอบครองอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต และยิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร หลังใช้อาวุธปืนยิงสุนัขที่เข้ามานอนอยู่ใต้รถยนต์ภายในโรงแรม

คดีดังกล่าว น.ส.อรนุช ปานแย้ม ตัวแทนกลุ่มว็อชด็อกไทยแลนด์ ประจำจังหวัดเพชรบุรี นำภาพจากกล้องวงจรปิดใช้เป็นหลักฐานเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุ ภายหลังรับแจ้งไม่นานตำรวจสามารถจับกุมนายจอมพลได้ขณะทำงานอยู่ในโรงแรม พร้อมยึดอาวุธปืนที่ใช้ยิงสุนัขและกระสุนอีก 43 นัด จากนั้นควบคุมตัวไปสอบสวน โดยนายจอมพลสารภาพว่า ยิงสุนัขเพราะอารมณ์ชั่ววูบ หลังลูกค้าต่อว่าเหตุถูกสุนัขไล่กัด

 


เปิดตัวสายรัดข้อมือ "หาย (ไม่) ห่วง" นวัตกรรมติดตามผู้ป่วยสมองเสื่อม

Sat, 16 Feb 2019 09:35:00

มูลนิธิกระจกเงา ร่วมกับภาคเอกชน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดตัวโครงการ "หาย (ไม่) ห่วง" ด้วยการนำเทคโนโลยีสื่อสารมาต่อยอดจากแอพพลิเคชั่น Thaimissing เพิ่มอุปกรณ์สายรัดข้อมือติดตามตัวคนหาย

สายรัดข้อมือดังกล่าวจะมี OR Code เลขรหัส และข้อมูลของผู้สวมใส่ เพื่อช่วยติดตามคนหายในกลุ่มผู้ป่วยโรคสมองเสื่อม โรคจิตเวช พัฒนาการทางสมองช้า ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ที่มีความเสี่ยงในการพลัดหลงหายออกจากบ้านและไม่สามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวเองได้

ข้อมูลจากมูลนิธิกระจกเงา พบว่า ปี2561 มีคนหายรวม 906 คน เป็นเด็กอายุไม่เกิน 18 ปี จำนวน 309 คน ส่วนกลุ่มที่หายตัวออกจากบ้านมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น อยู่ที่ 531 คน สาเหตุเกิดจากโรคสมองเสื่อม จิตเวช และพัฒนาการทางสมองช้า

ทั้งนี้ ครอบครัวของผู้ป่วย หรือผู้สูงอายุ สามารถลงทะเบียนผ่านแอพพลิเคชั่น Thaimissing โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ดาวน์โหลดได้ทั้งระบบ IOS และ Android จากนั้นเจ้าหน้าที่มูลนิธิกระจกเงา จะติดต่อกลับไปเพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมตามหมายเลขโทรศัพท์ที่ให้ไว้ในระบบ และจัดส่งสายรัดข้อมือทางไปรษณีย์ สอบถามเพิ่มเติมโทร 095-631-1914

 

 

 

 


ศาลปกครอง สั่งคุ้มครองชั่วคราว "วอยซ์ ทีวี"

Fri, 15 Feb 2019 21:39:00

วันนี้ (15 ก.พ.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลปกครองมีคำสั่งทุเลาการบังคับคำสั่งของ กสทช.ที่พักใช้ใบอนุญาตใช้คลื่นความถี่ฯ ช่องรายการวอยซ์ ทีวี ไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ให้ความคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของบุคคลซึ่งประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน และสื่อมวลชนไว้อย่างชัดแจ้ง การที่ กสทช.จะใช้อำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตของผู้ฟ้องคดีได้ ก็ต่อเมื่อเป็นกรณีที่มีข้อเท็จจริงปรากฏว่า ผู้ฟ้องคดีมีพฤติการณ์หรือการกระทำความผิดตามมาตรา 37 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551 และปรากฏด้วยว่า มีความเสียหายอย่างร้ายแรงเกิดขึ้นอันเนื่องมาจากการกระทำดังกล่าว หากขาดองค์ประกอบใดองค์ประกอบหนึ่ง กสทช.ย่อมไม่อาจออกคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตของผู้ฟ้องคดีได้

 

 

เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า กสทช.ไม่ได้เสนอว่าการออกรายการของผู้ฟ้องคดีดังกล่าวเกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงหรือไม่อย่างไร และไม่ปรากฏว่าผู้ถูกฟ้องคดีที่ได้พิจารณาในประเด็นความเสียหายอย่างร้ายแรงก่อนมีมติออกคำสั่งกำหนดโทษทางปกครองให้พักใช้ใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่และประกอบกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัลของผู้ฟ้องคดีเช่นกัน ในชั้นนี้จึงเห็นว่าคำสั่งกำหนดโทษทางปกครองดังกล่าวน่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย หากให้คำสั่งกำหนดโทษทางปกครองดังกล่าวมีผลต่อไป อาจเกิดความเสียหายทางธุรกิจของผู้ฟ้องคดีที่มีการสั่งสมฐานผู้ชมและความเชื่อมั่น ซึ่งไม่อาจเรียกคืนได้ จึงเป็นการยากแก่การเยียวยาภายหลัง อีกทั้งการทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครองดังกล่าวไม่เป็นอุปสรรคแก่การบริหารงานของรัฐหรือแก่บริการสาธารณะ เนื่องจากผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสอง ยังคงมีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลผู้ได้รับอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล รวมทั้งผู้ฟ้องคดีตามกฎหมาย กรณีนี้จึงมีเหตุสมควรที่ศาลจะกำหนดมาตรการหรือวิธีการเพื่อบรรเทาทุกข์ให้แก่ผู้ฟ้องคดีเป็นการชั่วคราวก่อนการพิพากษา โดยสั่งให้ทุเลาการบังคับตามคำสั่งกำหนดโทษทางปกครองให้พักใช้ใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่และประกอบกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัลของผู้ฟ้องคดี ไว้เป็นการชวคราวจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

 

 

หลังจากทราบคำสั่งศาล นายประทีป คงสิบ ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์วอยซ์ ทีวี เปิดเผยกับไทยพีบีเอส ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างประสานไปที่ บริษัท อสมท. เจ้าของโครงข่ายสัญญาณ (มักซ์) ทีวีดิจิทัล ที่วอยซ์เช่าออกอากาศในปัจจุบัน เพื่อนำหนังสือคำสั่งศาลปกครองไปให้ และขอให้ช่วยปล่อยสัญญาณของช่องวอยซ์ ทีวี เพื่อจะได้กลับมาออกอากาศได้ตามปกติ คาดว่าจะออกอากาศได้ในช่วงเวลา 24.00 น.

ส่วนคดีที่บริษัทวอยซ์ ทีวี ฟ้องศาลฯ ประเด็นการทำหน้าที่ของ กสทช. ศาลปกครองนัดไต่สวนนัดแรก วันที่ 20 ก.พ.นี้ ซึ่งบริษัทวอยซ์ ทีวี ยืนยันจะต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง 

กสทช.สั่งพักใบอนุญาต "วอยซ์ ทีวี" 15 วัน ชี้สร้างความสับสน-ยั่วยุ 

3 สมาคมสื่อขอ "กสทช." ทบทวนคำสั่งปิด "วอยซ์" 

 


ตรวจคชลักษณ์ "พลายเอกชัย" เข้าข่ายช้างมงคล

Fri, 15 Feb 2019 14:49:00

วันที่ 14 ก.พ.2562 นายธนบดี พรหมสุข ประธานกรรมการบริษัทช้างทองคำ เปิดเผยว่า ศูนย์อนุรักษ์ช้าง อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม มีช้างที่เลี้ยงไว้ 10 เชือก หนึ่งในนั้นคือ "พลายเอกชัย" อายุ 33 ปี น้ำหนักตัว 3 ตันเศษ งายาวกว่า 100 เซนติเมตร โคนงาเส้นรอบวง 28 เซนติเมตร ซึ่งเป็นช้างที่มีลักษณะพิเศษแตกต่างจากช้างเชือกอื่น ๆ

 

 

นายธนบดี ได้แจ้งให้ผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และทางคณะจากสำนักพระราชวัง มาตรวจสอบพิสูจน์ลักษณะพิเศษของช้างเชือกนี้ ที่ศูนย์อนุรักษ์ช้างของบริษัทช้างทองคำ และผลการตรวจสอบทางคณะผู้ตรวจได้ลงความเห็นความพิเศษภายนอกในเบื้องต้นด้วยสายตาและสัมผัสช้างพลายเอกชัย ปรากฏว่ามีคุณลักษณะพิเศษหลายอย่างที่ตรงตามลักษณะช้างเผือกที่มีคชลักษณะ 7 ประการ คือ เล็บขาว ตาขาว เพดานขาว ขนขาว พื้นหนังขาว หรือสีคล้ายหม้อใหม่ อัณฑโกศขาว ซึ่งถือเป็นช้างสำคัญที่มีมงคล

ส่วนการที่จะเข้าข่ายตระกูลช้างมงคลตระกูลใดนั้น จะต้องทำการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง ขณะนี้ศูนย์อนุรักษ์อยู่ในระหว่างการดำเนินการขั้นตอนของการขอพระราชทานน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายช้างที่มีลักษณะคชลักษณ์พิเศษเชือกนี้ แด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร โดยทำเป็นเอกสารยื่นต่อสำนักพระราชวังและหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อขอให้ดำเนินการตรวจสอบตามระเบียบในขั้นตอนต่อไปแล้ว

 

 

เบื้องต้นได้รับแจ้งว่า ให้ทางบริษัทช้างทองคำดูแลพลายเอกชัยเป็นพิเศษระหว่างการดำเนินการตามระเบียบของสำนักพระราชวัง ยังความปลาบปลื้มยินดีให้กับบริษัทช้างทองคำเป็นอย่างมาก ซึ่งในระหว่างนี้สิ่งที่เป็นกังวล คือการดูแลพลายเอกชัยอย่างพิเศษ

นายธนบดี ระบุว่ามีความตั้งใจอย่างแรงกล้าและมีความหวังอันสูงสุดที่จะได้มีโอกาสถวายพลายเอกชัยเพื่อเป็นช้างคู่บารมีสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร หากผลการตรวจสอบคุณลักษณะพิเศษและตระกูลช้างมงคล ออกมาว่าเป็นช้างสำคัญตามคชลักษณะพิเศษของช้างเผือกและอยู่ในตระกูลช้างมงคล


พบหญิงป่วยอัลไซเมอร์แล้ว หลังเดินออกจากบ้านไปถึงจีน

Fri, 15 Feb 2019 07:53:00

เมื่อวานนี้ (14 ก.พ.2562) พบหญิงป่วยอัลไซเมอร์แล้ว หลังจากเดินออกจากบ้านใน จ.เชียงราย ไปถึงประเทศจีน โดยพบที่โรงพยาบาลจิงเซินปิ้ง เมืองคุนหมิง มณฑลยูนนาน โดยนางสุชาดา อาจอ อายุ 35 ปี ชาวอำเภอเมืองเชียงราย ได้เข้าสวมกอด นางแก้วมณี อาจอ อายุ 59 ปี หลังแม่หายตัวไปกว่า 8 เดือน

 

 

 

นางแก้วมณี ป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ และโรคซึมเศร้า หายตัวจากบ้านไป จนลูกสาว คือนางสุชาดาไปแจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงราย เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2561 ต่อมาตำรวจเมืองคุนหมิงไปพบนางแก้วมณี ขณะเดินอยู่ริมถนนอาร์สามเอ เส้นทางเชื่อมต่อจากประเทศจีนตอนใต้ มาถึง อ.เชียงของ

 

 

 

ต่อมา พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สั่งการเจ้าหน้าที่ ตม.เชียงราย พานางสุชาดา นั่งเครื่องบินไปรับตัวแม่ที่คุนหมิง ซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุเหตุผลด้านมนุษยธรรม จึงประสานงานเพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่าย รวมถึงกระทรวงการต่างประเทศที่ออกหนังสือเดินทางให้ พร้อมทั้งประสานกงสุลใหญ่ประเทศจีนประจำจังหวัดเชียงใหม่ เพื่ออำนวยความสะดวก ขอรับการตรวจลงตรา ก่อนที่ทั้งหมดจะเดินทางกลับถึงไทยในวัน
พรุ่งนี้ (16 ก.พ.)

 

 

 

จากการสอบถามเบื้องต้น ทราบว่านางแก้วมณีเดินเท้า โดยไม่ได้โดยสารพาหนะใดๆ ไปถึงเมืองคุนหมิง ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านกว่า 700 กิโลเมตร แต่รายละเอียดยังไม่สามารถให้ข้อมูลได้ เนื่องจากอาการป่วย แต่สุขภาพร่างกายแข็งแรง สามารถพูดคุยกับลูกได้ตามปกติ

 

 

 

 

 


ชายวัย 55 ปี ยันไม่ยอมความคดีจักรยานยนต์พุ่งชนบนทางเท้า

Thu, 14 Feb 2019 17:50:00

วันนี้ (14 ก.พ.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊กประเสริฐ แซ่อึ้ง เผยแพร่ภาพจากกล้องวงจรปิดริมถนนหลานหลวง เมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา ขณะที่นายศศะวสุ ช่ำชองยนต์ วัย 55 ปี ผู้เสียหาย ยืนอยู่บนทางเท้า และมีชาย 2 คนขับขี่รถจักรยานยนต์ขึ้นมาบนทางเท้า แต่ผู้เสียหายไม่ยอมหลบ ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์จึงขับหลีกไปทางด้านซ้าย และต่อมาได้ย้อนกลับมาชนผู้เสียหายจนล้มลง

ผู้เสียหาย ระบุว่า ได้สอบถามผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวว่า "นี่มันทางเท้าบีบแตรทำไม" แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจกลับพยายามเจรจาให้ไกล่เกลี่ยกับคู่กรณี จึงนำภาพจากกล้องวงจรปิดมาเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ และยืนยันว่าจะไม่ยอมความ

ขณะที่ พ.ต.อ.กัมปนาท อรุณคีรีโรจน์ ผกก.สน.นางเลิ้ง เปิดเผยว่า ตำรวจพยายามไกล่เกลี่ยให้คู่กรณีจริง แต่ผู้เสียหายไม่ยอม ร้อยเวรสอบสวนจึงให้ผู้เสียหายไปตรวจร่างกายเป็นหลักฐานประกอบสำนวนคดี เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหา 2 ข้อหา คือ ทำร้ายร่างกายผู้อื่นและขับรถบนทางเท้า โดยจะนัดคู่กรณีมาสอบสวนเพิ่มเติม

 

กทม.เรียกปรับสูงสุด 5 พันบาท

นายยุทธนา ป่าไม้ ผู้อำนวยการเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ชี้แจงว่าจุดเกิดเหตุเป็นพื้นที่กวดขันของเขต แต่ช่วงเวลาที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่อื่น เบื้องต้นรับทราบจากตำรวจว่า ผู้เสียหายเข้าแจ้งความดำเนินคดีและมีการไกล่เกลี่ยกันแล้ว แต่ยังตกลงกันไม่ได้

ล่าสุด เขตได้ประสานผู้กระทำผิดเพื่อให้มาเสียค่าปรับสูงสุด 5,000 บาท เนื่องจากการกระทำดังกล่าวเจตนาจงใจ โดยจะเข้ามาเสียค่าปรับในวันพรุ่งนี้ (15 ก.พ.) แต่หากไม่มาจะทำหนังสือเชิญผู้กระทำผิดมาเสียค่าปรับ และหากยังไม่มาอีกจะส่งเรื่องให้ตำรวจดำเนินคดีต่อไป นอกจากนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่ตระเวนรอบพื้นที่ตามช่วงเวลาต่าง ๆ ตั้งแต่ช่วงต้นปีถึงปัจจุบันพบผู้กระทำความผิดจอดและขับบนทางเท้า ทั้งรถจักรยานยนต์และรถเข็นรวม 25 คัน

 

สถิติ 7 เดือน เสียค่าปรับ 6.3 ล้านบาท

ขณะที่นายจิรวัฒน์ แพงมา ผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ ยืนยันว่า มาตรการจับปรับของกรุงเทพมหานครใช้ได้ผล สะท้อนจากสถิติผู้กระทำผิดลดลงและมียอดค่าปรับเพิ่มขึ้น จากการปรับเพิ่มค่าปรับที่สูงขึ้น แต่ยอมรับว่ายังพบผู้ฝ่าฝืน ซึ่งเป็นเรื่องของการขาดจิตสำนึกของบุคคล ที่ผ่านมากำชับเจ้าหน้าที่เข้มงวด แต่อำนาจการจับกุมของเทศกิจค่อนข้างมีข้อจำกัด แตกต่างกับตำรวจที่จับปรับได้ทันที

ขณะนี้กรุงเทพมหานคร อยู่ระหว่างสำรวจความเหมาะสมและเตรียมติดตั้งกล้องวงจรปิดเพื่อตรวจสอบการกระทำความผิดบนทางเท้าและเฝ้าระวังเหตุเพิ่มเติม จากนั้นจะของบประมาณและคาดว่าจะติดตั้งได้ภายในปีนี้

ข้อมูลจากสำนักเทศกิจ ระบุว่าตั้งแต่วันที่ 9 ก.ค.2561 ถึงปัจจุบัน จับผู้ฝ่าฝืนจอดและขับขี่บนทางเท้าแล้ว 14,316 คน ในจำนวนนี้เสียค่าปรับแล้ว 9,785 คน รวมเป็นเงิน 6,387,200 บาท

 


ยังไม่ได้ข้อยุติ! คดีเงินล่องหน 70,000 บาท

Thu, 14 Feb 2019 08:08:00

วันนี้ (14 ก.พ.2562) จากกรณี เงินในสมุดบัญชีของนางจันทนี หรทึก อายุ 67 ปี บ้านเลขที่ 2/3 หมู่ 18 ต.คำโตนด อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี หายไปกว่า 70,000 บาท 

พ.ต.อ.ประสาน แก้วมหาสุริวงษ์ ผกก.สภ.อ.เมืองปราจีนบุรี ได้เชิญผู้เสียหาย พร้อมญาติ และเจ้าหน้าที่ธนาคาร เพื่อมาพูดคุยและดูหลักฐาน เกี่ยวกับยอดเงินในธนาคารที่หายไป จากการพูดคุยทั้งสองฝ่าย ปรากฏว่า ยังหาข้อยุติไม่ได้ เนื่องจากทางธนาคารได้ยืนยันว่า ธนาคารทำตามขั้นตอนและมีหลักฐานที่เจ้าของบัญชีเป็นผู้เบิกเงินเอง ส่วนเจ้าของบัญชีก็ยังคงยืนยันว่า ไม่เคยเบิกเงินจากยอดทั้งหมดในบัญชี


พ.ต.อ.ประสาน จึงขอหลักฐานจากธนาคารทั้งหมดที่มีรายชื่อเจ้าของบัญชี เพื่อส่งให้หน่วยงานพิสูจน์หลักฐานปราจีนบุรี เป็นฝ่ายตรวจสอบรายชื่อว่า เป็นของนางจันทนี จริงหรือไม่ หากพบเป็นลายมือชื่อ นางจันทนี จริง ทางเจ้าตัวก็ต้องยอมรับ และหากไม่ใช่ก็จะดำเนินการสอบสวนหาตัวผู้ทำหลักฐานไปเบิกเงินต่อไป


ด้าน นายเสวก  หระทึก น้องชายของนางจันทนี กล่าวว่า การเบิกถอนเงินเกิดในสมุดเล่มใหม่ที่เจ้าของไม่ได้เป็นผู้ถือ ซึ่งติดใจว่า การออกสมุดบัญชีเล่มใหม่ ต้องมีการแจ้งความ แต่เจ้าของไม่เคยทำ เพราะยังมีสมุดเล่มเก่าถือไว้ และที่ผ่านมา การเดินเงินในสมุดบัญชีเล่มใหม่ก็ไม่เคยเห็น จนเงินถูกถอนออกไปหมด และปิดบัญชี ทั้งนี้ นายเสวก ยืนยันว่า นางจันทนีพร้อมที่จะทำการพิสูจน์ลายมือ และหลักฐานทุกอย่าง เพื่อความบริสุทธิ์ยุติธรรม

 


3 สมาคมสื่อขอ "กสทช." ทบทวนคำสั่งปิด "วอยซ์"

Wed, 13 Feb 2019 19:04:00

ตั้งแต่ช่วงเที่ยงคืนที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน หน้าจอสถานีโทรทัศน์ วอยซ์ ทีวี ไม่สามารถออกอากาศผังรายการได้ตามปกติ ซึ่งหน้าจอผู้ชมได้ปรากฏข้อความของ สำนักงาน กสทช.ที่แจ้งระงับการออกอากาศชั่วคราว ตามคำสั่งทางปกครอง ทำให้การจัดรายการของวอยซ์ทีวีวันนี้ ใช้ช่องทางอินเทอร์เน็ต เป็นช่องทางหลักแทนหน้าจอ

สำหรับคำสั่งระงับออกอากาศเป็นเวลา 15 วัน เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ (12 ก.พ.62) หลังจาก กสทช.มีมติพักใช้ใบอนุญาตวอยซ์ ทีวี ตามที่มีผู้ร้องเรียน และตรวจสอบพบว่า พิธีกรที่ดำเนินรายการวิเคราะห์ข่าว " เวค อัพ นิวส์" และ รายการ "ทูไนท์ ไทยแลนด์"ช่วงเดือน ธ.ค.ปีที่ผ่านมา และม.ค.ปีนี้ใช้คำพูดไม่เหมาะสม กระทบต่อความมั่นคง ตามที่ระบุในมาตรา 37 ของกฎหมายของ กสทช.และกระทบความมั่นคงตามเนื้อหาประกาศคำสั่งของหัวหน้า คสช.ฉบับที่ 97 และ 103 ที่ผ่านมาเคยเตือนและลงโทษมาแล้วรวม 17 ครั้ง ในจำนวนนี้ปิด วอยซ์ ทีวี 2 ครั้ง เมื่อปี 2560 และเมื่อวานนี้ ( 12 ก.พ.62)

ขณะที่ผู้บริหารและตัวแทนบริษัทวอยซ์ทีวี เตรียมยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง วันพรุ่งนี้ (14 ก.พ.62) เพื่อขอให้ไต่สวนฉุกเฉิน และมีคำสั่งให้ วอยซ์ ทีวี กลับมาออกอากาศได้ตามปกติ โดยประเมินความเสียหายในช่วง 15 วันที่หยุดออกอากาศประมาณ 30 ล้านบาท

ล่าสุดสมาคมสื่อ 3 สมาคม ได้แก่ สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ กสทช. ทบทวนคำสั่ง เนื่องจากเห็นว่า มีกฎหมายปกติ เช่น กฎหมายหมิ่นประมาท ที่สามารถดำเนินการเอาผิดกับพิธีกร หรือ ผู้ดำเนินรายการ หรือ เอาผิดกฎหมายเฉพาะรายการนั้นๆ ได้อยู่แล้ว โดยไม่จำเป็นต้องออกคำสั่งปิดสถานีโทรทัศน์ทั้งช่อง พร้อมเรียกร้องให้ สื่อมวลชนนำเสนอข้อมูลรอบด้านตามหลักจริยธรรมวิชาชีพ โดยเฉพาะขณะนี้อยู่ในช่วงบรรยากาศที่ประเทศไทยกำลังเตรียมเลือกตั้ง ขอให้สื่อมวลชน ระมัดระวังการนำเสนอเนื้อหา ที่ไม่ก่อให้เกิดการยั่วยุ หรือขัดแย้ง

สมาคมสื่อมวลชน ออกแถลงการณ์ ขอให้ กสทช.ทบทวนคำสั่ง มติพักใช้ใบอนุญาตประกอบกิจการ สถานีโทรทัศน์วอยซ์ ทีวี ทำให้ออกอากาศไม่ได้ 15 วัน ตั้งแต่ช่วงเที่ยงคืนที่ผ่านมา ขณะที่วันพรุ่งนี้ (14 ก.พ.) ผู้บริหารวอยซ์ทีวี จะยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง เพื่อขอให้ไต่สวน และมีคำสั่งให้กลับมาออกอากาศได้ในทันที

 

 

 

 

 

 

 

 

 


สภาเภสัชกรรม จี้ยกระดับ "พาราควอต" วัตถุอันตรายประเภท 4

Wed, 13 Feb 2019 18:44:00

วันนี้( 13 ก.พ.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาเภสัชกรรม ได้ออกแถลงการณ์เรื่องยกระดับการควบคุมพาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเสต ให้เป็นวัตถุอันตรายประเภทที่ 4 ภายในปี 2562 ซึ่งลงนามโดย รศ.ภญ.จิราพร ลิ้มปานานนท์ นายกสภาเภสัชกรรม ระบุถึงพิษร้ายแรงของสารเคมีกำจัดศัตรูพืชทั้ง 3 ชนิด ประกอบกับปัจจุบันมีหลายประเทศที่ได้ยกเลิกการใช้แล้ว และมีตัวอย่างมากมายของการทำเกษตรกรรมที่ได้ผลผลิตสูงโดยไม่ใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชดังกล่าว

โดยสภาเภสัชกรรม มีมติขอเสนอให้คณะกรรมการวัตถุอันตราย พิจารณายกระดับการควบคุมพาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเสต ให้เป็นวัตถุอันตรายประเภทที่ 4 และยกเลิกการใช้สารที่มีพิษสูงทั้งสามภายในปีนี้ เพื่อสุขภาพของเกษตรกรและผู้บริโภค โดยเฉพาะทารกและเด็กในอนาคต

จากการศึกษาข้อมูลวิชาการที่น่าเชื่อถือทั้งในและต่างประเทศ สภาเภสัชกรรมได้พิจารณาหลักการควบ คุมวัตถุอันตราย พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเสต สำหรับประเทศไทย โดยคำนึงถึงความสมดุลของการพัฒนาประเทศ พร้อมกับคุณภาพชีวิตของประชาชน สรุปเป็น 3 ประการ ดังนี้

จากหลักการทั้ง 3 ข้อ สภาเภสัชกรรม จึงขอเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการวัตถุอันตราย ซึ่งเป็นคณะกรรมการตามกฎหมายที่จะกำหนดมาตรการในการควบคุมสารเคมีกำจัดศัตรูพืชทั้ง 3 ชนิดดังกล่าว โดยขอให้ยกระดับการควบคุม พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเสต ให้เป็นวัตถุอันตรายประเภทที่ 4 ด้วยเหตุผลที่สารเคมีกำจัดศัตรูพืชทั้งสามชนิดมีพิษสูง เข้าข่ายตามเกณฑ์ที่กำหนดให้เป็นวัตถุอันตรายประเภทที่ 4 รายละเอียดสรุปข้อมูลของสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ดังนี้

พาราควอต

เป็นสารที่มีพิษเฉียบพลัน ได้รับเพียงเล็กน้อย 1-2 ช้อนชา ก็อาจถึงแก่ชีวิต มีงานวิจัยมากมายแสดงว่า พาราควอตเข้าสู่สมองมนุษย์ได้ และทำลายสมองโดยการสร้างสาร ∝-synuclein เช่นเดียวกับที่พบในสมองของผู้ที่ตายจากการได้รับพาราควอตและผู้ป่วยอัลไซม์เมอร์ จากการศึกษาหาปริมาณพาราควอตในคนไทย พบทั้งเลือดหญิงตั้งครรภ์ เลือดจากสายสะดือ และขี้เทาทารกแรกเกิด และพบปริมาณสารนี้ในสิ่งแวดล้อม น้ำ พืช อาหาร

นอกจากนี้ ยังพบว่า สามารถทำการเกษตรกรรมที่ไม่ใช้พาราควอตและได้ผลผลิตสูงแม้ในระดับเกษตรอุตสาหกรรมในต่างประเทศยกเลิกการใช้พาราควอต จำนวนกว่า 53 ประเทศ รวมทั้ง จีน ซึ่งเป็นแหล่งผลิตพาราควอตที่มีขนาดใหญ่ที่สุด

คลอร์ไพริฟอส

เป็นสารที่มีผลการวิจัยจำนวนมากที่แสดงว่า มีผลต่อสมองเด็ก ทำให้เกิดการเรียนรู้ช้ากว่าปกติ นอกจากนี้ยังพบคลอร์ไพริฟอสในสิ่งแวดล้อม จากการศึกษาในคนไทยพบปริมาณคลอร์ไพรีฟอสในเลือดหญิงตั้งครรภ์และในสายสะดือของทารก

นอกจากนี้ ยังพบว่า สามารถทำการเกษตรกรรมที่ไม่ใช้คลอร์ไพริฟอสและมีผลผลิตสูงได้ แม้ในระดับเกษตรอุตสาหกรรมหลายประเทศที่ยกเลิกการใช้สารนี้แล้ว และต้นเดือนสิงหาคม 2561 ศาลรัฐบาลกลางสหรัฐสั่งสำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อม (EPA) ให้ห้ามขาย คลอร์ไพริฟอส ภายใน 60 วัน

 

ไกลโฟเสต

เป็นสารพิษที่ International Agency for Research on Cancer (IARC) ได้จัดเป็นกลุ่มที่อาจก่อให้เกิดมะเร็ง (Group 2A)ผลการวิจัยที่ผ่านมา พบไกลโฟเสตตกค้างในซีรัมของแม่ และสายสะดือของทารก ในมารดาที่พักอาศัยในบริเวณใกล้เคียงกับบริเวณที่มีการฉีดพ่นไกลโฟเสต ประเทศต่าง ๆ หลายประเทศได้ยกเลิกการใช้สารนี้ และจากข้อมูลล่าสุด บริษัทไบเออร์มอนซานโตในเยอรมัน แพ้คดีจากการฟ้องร้องของผู้ได้รับผลกระทบต่อสุขภาพจากไกลโฟเสต และมีกรณีฟ้องร้องถึงเกือบหมื่นกรณี

โดยวันพรุ่งนี้ (14 ก.พ.) จะมีการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย เพื่อพิจารณาคำวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่เสนอให้มีการยกเลิกการใช้พาราควอต ภายใน 1 ปี หากไม่มีการดำเนินการ ผู้ตรวจการแผ่นดิน สามารถเสนอต่อรัฐบาลให้มีการดำเนินการตามคำวินิจฉัย หรือส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐได้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

จี้รัฐบาลยุติ 3 สารเคมี-เปิดชื่อเอกชนเอี่ยวผลประโยชน์

เปิดใจ คนเปื้อนสาร (พิษ) จนเสียขา

 

 


ระดม จนท.-เฮลิคอปเตอร์ ดับไฟป่าดอยพระบาท

Wed, 13 Feb 2019 15:37:00

วันนี้ (13 ก.พ.2562) กรมควบคุมมลพิษ รายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศ พื้นที่ภาคเหนือ โดยเมื่อเวลา 17.00 น.พบว่าคุณภาพอากาศอยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพหลายจุด โดยฝุ่น PM 2.5 ตรวจพบค่าระหว่าง 38-95 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก.ต่อลบ.ม.) เกินมาตรฐาน ดังนี้ 

ส่วนฝุ่น PM 10 ตรวจพบค่าระหว่าง 51-118 มคก.ต่อ ลบ.ม. สูงสุด ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 118 มคก.ต่อ ลบ.ม., ต.เวียง อ.เมือง จ.เชียงราย 111 มคก.ต่อ ลบ.ม., ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ลำพูน 109 มคก.ต่อ ลบ.ม. 

ลำปางระดมเจ้าหน้าที่ดับไฟป่า 

 

นายสมเกียรติ ตันตระกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางและหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ประชุมวางแผนและตรวจสอบพิกัดที่ยังคงเกิดไฟป่าในพื้นที่ป่าของ จ.ลำปาง ให้แก่นักบินเฮลิคอปเตอร์ ของศูนย์ปฏิบัติการบินที่ 2 เชียงใหม่ สำนักการบินอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติฯ ที่มาช่วยสนับสนุนการบินโปรยน้ำทางอากาศ เพื่อดับไฟป่าดอยพระบาท และอุทยานม่อนพระยาแช่ ในจุดที่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเดินเท้าเข้าไปถึง โดยนักบินนำเฮลิคอป์เตอร์ได้ลงตักน้ำในอ่างเก็บน้ำศูนย์ราชการและอ่างเก็บน้ำวังเฮือ ด้วยถังบรรจุน้ำขนาด 500 ลิตร ซึ่งพบว่าการดับและควบคุมไฟป่าสามารถทำได้เร็วขึ้น

ขณะที่ภาคพื้นดินมีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช จากหลายจังหวัด ตำรวจ ทหาร รวมทั้งจิตอาสา กว่า 600 คน สับเปลี่ยนเข้าดับไฟป่าคาดว่าจะทำให้ไฟป่าดับสนิทได้ภายในวันนี้


อ่านข่าวช่วงเลือกตั้ง ต้อง เอ๊ะ! ทุกครั้งหลังอ่านจบ ระวังข่าวปลอม

Wed, 13 Feb 2019 12:12:00

ยิ่งใกล้วันเลือกตั้ง นายมานะ ตรีรยาภิวัฒน์ คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ให้ข้อมูลกับไทยพีบีเอสออนไลน์ว่า เราจะยิ่งได้เห็นข่าวปลอมมากขึ้น แม้ที่ผ่านมาจะพบข่าวปลอมตลอดในสื่อสังคมออนไลน์ ข่าวปลอมทำมาเพื่ออะไร แล้วคนอ่านจะสังเกตได้อย่างไรว่าข่าวที่อ่านนั้นจริงหรือปลอม อาจารย์มานะให้คำแนะนำไว้ดังนี้

 

Q :ข่าวปลอมคืออะไร

A : ข่าวปลอมคือข่าวที่ไม่เป็นความจริง อาจมีบางส่วนสร้างขึ้นมาใหม่หรือบางส่วนบิดเบือนความจริง คนที่อ่านข่าวเผินๆ อ่านแค่พาดหัวข่าวอาจจะเข้าใจว่ามันเป็นเรื่องจริง ซึ่งบางเรื่องอาจมีพื้นฐานความจริงแค่ 50 – 60 เปอร์เซ็น ที่เหลืออาจจะปลอมทั้งหมด หรือบางทีอาจจะมีความจริง 80 – 90 เปอร์เซ็น แต่ตัวประเด็นหลัก ๆ ปลอม

Q :เรามักจะเจอข่าวปลอมประเภทไหน - ในช่องทางไหน

A :จริง ๆ เราเจอข่าวปลอมได้ทุกประเภท ทุกช่องทางและทุกแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อดิจิทัล สื่อวิทยุโทรทัศน์ เพียงแต่ว่าเราจะเจอในสื่อออนไลน์มากหน่อย เนื่องจากว่าสื่ออื่น ๆ ที่เรียกว่าสื่อดั้งเดิม ปกติจะมีกองบรรณาธิการทำหน้าที่คัดกรองข้อมูลข่าวสาร

แต่ว่าในโลกออนไลน์หรือโลกไซเบอร์ ใคร ๆ ก็สามารถใส่ข้อมูลข่าวสารเข้าไป และบางคนนอกจากจะทำข่าวปลอม อาจจะทำเป็นแพลตฟอร์มเหมือนสำนักข่าวจริงด้วยซ้ำไป อาจจะล้อเลียนสำนักข่าวจริงหรือเลียนแบบตรง ๆ ไปเลย แต่เนื้อหาข้างในจะเป็นเนื้อหาปลอม เพื่อก่อให้เกิดปัญหาสำหรับผู้ที่เสพข้อมูลข่าวสารอย่างไม่ระมัดระวัง

Q :ข่าวจริง ข่าวปลอม สังเกตได้อย่างไร

A :ให้ลองคลิกเข้าไปอ่านดู เพราะบางทีปลอมมาแค่หน้าเดียว พอคลิกเข้าไป ไปต่อไม่ได้ เพราะว่าเขาเลียนแบบสำนักข่าวบางสำนักข่าวขึ้นมาเฉย ๆ ขณะเดียวกันเราก็ต้องดูในละเอียดว่า ตัวเนื้อหาข่าวมีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน

หลักการง่าย ๆ คือ เอ๊ะ - อ๋อ เอ๊ะ คือใช่หรือเปล่า ถ้าเกิดมันใช่ อ๋อ มันอาจจะเป็นอย่างนั้นเอง ก็จะทำให้เราตั้งข้อสงสัย

ถ้าเราเริ่มสงสัยว่า เอ๊ะ! มันใช่เหรอ ก็ให้ตรวจสอบกับสำนักข่าวอื่น ๆ ถ้าเป็นข่าวจริง ทุกสำนักข่าวก็จะลงข่าวใกล้เคียงกัน แต่ถ้าเกิดว่าฉบับนี้ ค่ายนี้ หรือข่าวนี้ ที่ออกมาเป็นสำนักข่าวแปลก ๆ หรือโดดออกมาเลย ก็ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนว่ามันอาจจะไม่จริง และลองตรวจดูว่าสำนักข่าวที่เป็นสำนักข่าวมาตรฐานอื่น ๆ ได้ลงข่าวนี้ไหม ถ้าไม่มีก็คาดได้ว่าอาจจะเป็นข่าวปลอม

Q :ทำข่าวปลอมเพื่ออะไร

A :ข่าวพวกนี้หลาย ๆ ครั้งเกิดขึ้นมาด้วยเจตนาสองสามอย่าง อย่างแรกคือผู้ที่หวังผลทางการเมือง อาจจะต้องการโจมตีอีกฝ่ายหนึ่งหรือก่อให้เกิดปัญหาเกิดขึ้น อีกส่วนหนึ่งคือผู้ที่ต้องการให้เกิดปัญหาทางเศรษฐกิจ อาจจะก่อให้กิดความตื่นตระหนก ส่งผลต่อการค้าการขายของฝ่ายตรงข้าม หรือภาพรวมเศรษฐกิจโดยทั่วไปก็ได้

อีกกลุ่มเรียกกันกว้าง ๆ ว่าเกรียนคีย์บอร์ด คือไม่ได้หวังผลทางการเมือง ทางการเงิน ต้องการสนุกทำไปขำ ๆ เท่านั้นเอง พอจับได้ก็บอกว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์ คนกลุ่มนี้ทำโดยไม่คิดถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ซึ่งจะมีคนกลุ่มนี้อยู่จำนวนไม่น้อยไม่ใช่แค่เฉพาะกลุ่มวัยรุ่นอย่างเดียว บางทีผู้ใหญ่ก็เป็นแบบนั้นด้วย

Q :ข่าวปลอมในสถานการณ์เลือกตั้งมีลักษณะอย่างไร

A : ข่าวปลอมจะมีมากในสถานการณ์ที่อ่อนไหวอย่างการเลือกตั้ง มีการแข่งขันกันสูง หรือสถานการณ์ที่เกิดภัยพิบัติต่างๆ ยิ่งในสถานการณ์เลือกตั้ง ข่าวปลอมที่เกิดขึ้นมักจะก่อให้เกิดความเกลียดชังต่อพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง หรือกลุ่มคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง โดยที่ไม่ได้พูดถึงเรื่องของนโยบายอะไรที่ชัดเจน อาจจะหยิบมาเรื่องนู้นเรื่องนี้ ประวัติของฝ่ายตรงข้ามของตัวเอง มาใส่สีตีไข่ก่อให้เกิดความเกลียดชัง ดังนั้นผู้ที่เสพข้อมูลข่าวสารก็ต้องระมัดระวัง

Q :คนเชื่อข่าวปลอมสะท้อนอะไร

A :ผมคิดว่าเราเชื่อด้วยหลายอย่าง โดยช่วงของสถานการณ์การเลือกตั้ง เราเชื่อด้วยหนึ่งคือ เรามีความโน้มเอียงทางอคติ อีกส่วนนึงเราไม่ได้ไปตรวจสอบข้อมูลข่าวสารที่เกิดขึ้นว่ามันจริง ไม่จริง ซึ่งตรงนี้มันต้องอาศัยการเรียนรู้และพยายามที่จะศึกษาให้รู้ทันข่าวสารที่เกิดขึ้น วันนี้เราไม่เพียงที่จะต้องรู้เท่าทันสื่อ แต่ต้องรู้เท่าทันข้อมูลข่าวสารที่เกิดขึ้นในโลกออนไลน์ บางที่เห็น ๆ อยู่ว่ามันใช่ ปรากฎว่ามันไม่จริงก็ได้

Q :เอกสารปลอมจริงหรือปลอม สังเกตได้อย่างไร

A : อย่างแรกถ้าเอกสารนั้นเป็นเอกสารจริง ทุกสำนักข่าวต้องรายงานตรงกัน ไม่ใช่โดดมาแค่สำนักข่าวเดียว หรือกระจายอยู่แค่ในกรุ๊ปไลน์เฉย ๆ อันนี้เป็นเรื่องสำคัญพออยู่ในกรุ๊ปไลน์ ก็อย่าไปเชื่อว่ามันเป็นของจริงว่าญาติเราส่งมา คนรู้จักเราส่งมา เพราะคนรู้จักหรือญาติเราที่อยู่ในกรุ๊ปไลน์ ต่างคนต่างรับมา แล้วก็สงต่อโดยไม่มีการตรวจสอบ

เราต้องตรวจสอบจากสำนักข่าวหลักว่าทุกสำนักข่าวหลักนำเสนอข้อมูลข่าวนั้น ๆ หรือไม่ ยิ่งถ้าข่าวนั้นเป็นเรื่องสำคัญ ทุกสำนักข่าวก็ไม่น่าตกข่าวนี้ อีกส่วนหนึ่งคือดูที่ต้นตอของข่าวสารหรือเอกสารนั้นว่ามาจากที่ไหน

Q :ต้องติดตามข่าวจากสำนักข่าวหลักเท่านั้นหรือไม่

A :ต้องคอยตรวจสอบ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อตรวจสอบสำนักข่าวหลักแล้ว ก็อย่าพึ่งเชื่อเลย 100 เปอร์เซ็น หลายครั้งที่สำนักข่าวใหญ่อาจจะพลาด เพราะฉะนั้นตรวจสอบก็ต้องตรวจสอบหลายสำนักข่าวพร้อม ๆ กัน

Q :เคยมีบทเรียนเกี่ยวกับข่าวปลอม ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยบ้างหรือไม่

A :ในประเทศไทยอาจจะยังไม่เห็นชัดนัก แต่ในต่างประเทศมันเคยเกิดขึ้นและมีการฆ่ากันตายเกิดขึ้นในหลายสังคม บางสังคมข่าวลือทำให้มีการดึงคนในชมชุนออกมา เพราะเข้าใจผิดหลายครั้ง เช่น ในอินเดีย มีข่าวลือออกมาในชุมชนหนึ่งว่าจะมีคนแปลกหน้ามาจับเด็กในชุมชนไปขาย วันนั้นพอมีคนแปลกหน้าเข้ามา ก็มีคนเข้าใจว่าคนแปลกหน้านั้น เป็นไปตามข่าวลือว่ามาจับเด็ก จึงเข้าไปทำร้ายถึงแก่ชีวิต ปรากกฏว่าไม่ใช่ มันเป็นข่าวลือที่ปล่อยออกมา

อาจารย์มานะ ทิ้งท้ายว่า ในโลกออนไลน์บางทีอาจจะไม่ใช่สิ่งที่เราคิดว่ามันเป็นจริงก็ได้ หากเราไม่สามารถยืนยันได้ว่าข่าวนั้นจริง 100 เปอร์เซ็น ก็อย่าโพสต์ต่อ อย่ากระจายข่าวลือหรือข่าวที่ผิดพลาดให้กับผู้อื่น

ทั้งนี้ เฟซบุ๊ก กองปราปปราม โพสต์ข้อความเกี่ยวกับบทลงโทษของผู้นำเสนอข้อมูลปลอมและข่าวปลอม โดยระบุว่า มีความผิด ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

และหากข้อมูลปลอมหรือข่าวปลอม ส่งผลต่อบุคลใดบุคคลหนึ่ง ในลักษณะที่เป็นการหมิ่นประมาท กรณีนี้ไม่ถือว่าเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ แต่จะเป็นความผิดฐาน ”หมิ่นประมาท” หรือ “หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328 แทน ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

 


นายกฯ สั่งยกระดับการแก้ปัญหาฝุ่นเป็นวาระแห่งชาติ

Tue, 12 Feb 2019 17:33:00

วันนี้ (12 ก.พ.2562) พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีกำหนดให้การป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองเป็นวาระแห่งชาติ โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปร่วมกันพิจารณากำหนดแนวทาง เน้นสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ส่งเสริมความร่วมมือ ความสามัคคีและความรับผิดชอบ เพื่อปัจจุบันและอนาคตที่ยั่งยืน

ด้านกระทรวงมหาดไทย รายงานช่วงเช้านี้ที่ผ่านมาพื้นที่ภาคเหนือ 5 จังหวัด คือ จ.ลำปาง ลำพูน น่าน แพร่ และ จ.ตาก ประสบปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กเกินมาตรฐาน 

ขณะนี้ได้กำชับให้ทุกจังหวัดจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังไฟป่าและหมอกควันอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งควบคุมการเผาในพื้นที่ป่าไม้ พื้นที่การเกษตรและพื้นที่ริมทางหลวงอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่อื่นๆ งดเว้นการเผาขยะและเศษวัสดุทางการเกษตร เพื่อลดปัญหาฝุ่นละอองที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ

 

ลำปางฝุ่น PM 2.5 พุ่ง 120 

กรมควบคุมมลพิษ รายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศในพื้นที่ภาคเหนือ เมื่อเวลา 17.00 น. พบว่าคุณภาพอากาศอยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพหลายจุด โดยฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ตรวจพบค่าระหว่าง 31-126 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) เกินมาตรฐาน ดังนี้

 

 ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ฝุ่นวิกฤต! "ลำปาง" สั่งปิดป่า 60 วันห้ามเก็บของป่าฝืนโทษหนัก


กกต.ชงศาลรัฐธรรมนูญ ยุบ "ไทยรักษาชาติ"

Tue, 12 Feb 2019 16:06:00

วันนี้ (12 ก.พ.2562) มีรายงานข่าวว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณาคำร้องตรวจสอบการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีของพรรคไทยรักษาชาติ ก่อนจะอ้างอิงพระราชโองกา ตามการประกาศเมื่อวันที่ 8 ก.พ.2562, หนังสือแจ้งรายชื่อนายกรัฐมนตรี และหนังสือยินยอมให้เสนอชื่อของพรรคไทยรักษาชาติแล้ว เชื่อได้ว่าพรรคไทยรักษาชาติกระทำการเป็นเหตุให้ต้องยื่นศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยสั่งยุบพรรค โดย กกต.อยู่ระหว่างยกร่างคำร้อง

มีรายงานว่าก่อนหน้านี้ กกต. มีแนวทางว่าจะให้มีการตั้งคณะกรรมการไต่สวน ขึ้นมาดำเนินการตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐานก่อน แต่การประชุมพิจารณาในวันนี้ เห็นว่าตามมาตรา 92 (2) ของกฎหมายลูกว่าด้วยพรรคการเมือง บัญญัติความว่า "เมื่อคณะกรรมการมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า พรรคการเมืองใดกระทำการดังกล่าว ให้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อสั่งยุบพรรคการเมืองนั้น" ซึ่งหลักฐานที่ปรากฏต่อ กกต.ในขณะนี้ถือว่าเพียงพอวินิจฉัย ประกอบกับเรื่องดังกล่าวควรจะมีความชัดเจนโดยเร็ว

 


ครม.ไฟเขียวสงกรานต์ปีนี้หยุดยาว 5 วัน

Tue, 12 Feb 2019 15:31:00

วันนี้ (12 ก.พ.2562)  พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบกำหนดวันหยุดราชการเพิ่มเติม กรณีพิเศษในปี 2562 โดยกำหนดให้ศุกร์ที่ 12 เม.ย.2562 เป็นวันหยุดราชการเพิ่มเป็นกรณีพิเศษ ส่วนรัฐวิสาหกิจ สถาบันการเงินและภาคเอกชน ให้รัฐวิสหกิจแต่ละแห่ง ธนาคารแห่งประเทศไทย และกระทรวงแรงงาน พิจารณาความเหมาะสมให้สอดคล้องกับข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป

พ.อ.อธิสิทธิ์ กล่าวว่า ในกรณีที่หน่วยงานใดที่มีภารกิจการบริการประชาชนหรือมีความจำเป็นหรือมีราชการสำคัญในวันดังกล่าว โดยได้กำหนดการนัดหมายไว้ก่อนแล้ว หากยกเลิกหรือเลื่อนไปจะเกิดความเสียหายและผลกระทบต่อการให้บริการประชาชน ให้หัวหน้าหน่วยงานพิจารณาตามที่เห็นสมควรโดยไม่ให้เกิดความเสียหายทางราชการและประชาชน

ทั้งนี้หลังจากครม.เพิ่มให้วันที่ 12 เม.ย.นี้ ให้เป็นวันหยุดราชการประจำปีเพิ่มเป็นกรณีพิเศษทำให้เทศกาลสงกรานต์ปีนี้มีวันหยุดตั้งแต่ 12-16 เม.ย.นี้รวม 5 วัน 


กสทช.สั่งพักใบอนุญาต "วอยซ์ ทีวี" 15 วัน ชี้สร้างความสับสน-ยั่วยุ

Tue, 12 Feb 2019 15:26:00

วันนี้ (12 ก.พ.2562) ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) พล.ท.พีระพงษ์ มานะกิจ กรรมการ กสทช. กล่าวว่า จากกรณีรายการ Wake up News และ Tonight Thailand มีการเสนอข้อมูลข่าวสารที่ก่อให้เกิดความสับสน ยั่วยุ และไม่เป็นกลาง ซึ่งก่อนหน้านี้ กสทช.ได้สั่งให้ปรับปรุงเนื้อหารายการตั้งแต่ปี 2558 แต่จนถึงปัจจุบันนี้ยังพบการร้องเรียนอย่างต่อเนื่องและไม่ได้ปรับปรุงตามข้อเสนอนั้น กสทช.พิจารณาประเด็นดังกล่าวแล้ว มีมติสั่งพักใบอนุญาต วอยซ์ ทีวี เป็นเวลา 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ 13 ก.พ.นี้ เวลา 01.00 น.

ช่องนี้กระทำไม่เป็นไปตามเกณฑ์ของเราเยอะ จนกระทั่งต้องทำสั่งระงับการออกอากาศอีกครั้ง 15 วัน

พล.ท.พีระพงษ์ ยืนยันว่าดำเนินการตามกฎหมาย หากยังวอยซ์ ทีวี ยังไม่ปรับปรุงเนื้อหารายการจะพิจารณาเพิ่มโทษ อาจถึงขั้นขอคืนใบอนุญาต 

 

"วอยซ์ ทีวี" จ่อฟ้องศาลปกครองคุ้มครอง

ขณะที่นายเมฆินทร์ เพ็ชรพลาย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท วอยซ์ ทีวี จำกัด กล่าวว่า ตามที่ กสทช. สั่งบริษัทระงับการออกอากาศ ยืนยันว่า วอยซ์ ทีวี ได้ปฏิบัติหน้าที่สื่อมวลชนโดยมุ่งนำเสนอข้อมูลรอบด้านและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ชมและสังคม ตามหลักวิชาชีพ พร้อมเชื่อมั่นว่าข้อมูลที่รอบด้านหลากหลาย รวมทั้งการเปิดกว้างให้วิเคราะห์ข้อมูลข่าวสารอย่างอิสระ นอกจากจะไม่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคง หรือความสงบสุขภายใต้วิถีประชาธิปไตย ยังเป็นการส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ของสังคมเพื่อนำไปสู่การพัฒนาประเทศ

นายเมฆินทร์ กล่าวว่า วอยซ์ ทีวี ไม่ได้รับความเป็นธรรมจาก กสทช. และถูกแทรกแซงการทำงานในฐานะสื่อมวลชนมาโดยตลอดระยะเวลา ตั้งแต่มีการรัฐประหาร 2557 เฉพาะเดือน ม.ค.เป็นต้นมา วอยซ์ทีวีถูก กสทช. ถูกเรียกไปชี้แจงแล้ว 3 ครั้ง และถูกพิจารณาตักเตือน 2 ครั้ง

 

กสทช.ใช้อำนาจในการกำกับดูแลวอยซ์ทีวีเป็นกรณีพิเศษ อาจตีความและบังคับใช้กฎหมายอย่างไม่เสมอภาคเมื่อเทียบกับสถานีข่าวอื่น ๆ

ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท วอยซ์ ทีวี จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า การออกคำสั่งระงับการออกอากาศสถานีโทรทัศน์วอยซ์ทีวี สะท้อนให้เห็นถึงการลุแก่อำนาจของหน่วยงานอิสระ นับตั้งแต่รัฐประหาร 2557 ส่งผลกระทบต่อเสรีภาพของสื่อมวลชนและเสรีภาพในการแสดงความเห็นซึ่งได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ

ในสถานการณ์ที่ประเทศกำลังเดินหน้าสู่การเลือกตั้งภายในไม่กี่สัปดาห์ ข้อตกลงหรือข้อบังคับใด ๆ สำหรับเหตุการณ์พิเศษควรยุติลง เพราะสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการตัดสินใจเลือกตั้งของประชาชนคือข้อมูลช่าวสารที่ครอบคลุม รอบด้าน และมีคุณภาพ หลังจากนี้วอยซ์ ทีวี จะดำเนินการยืนฟ้องคดีต่อศาลปกครองโดยทันที และทำทุกวิถีทางเพื่อให้ประชาชนติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่อง เบื้องต้นจะนำรายการที่ผลิตออกอากาศทางช่องทางออนไลน์

 


เปิดเบื้องหลัง "ทีมแปรอักษร" มธ. เฉียบคม-ทันสถานการณ์

Tue, 12 Feb 2019 07:16:00

ขบวดพาเหรดล้อการเมืองการแปรอักษรบนอัฒจรรย์ ในงานฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์ - จุฬาฯ จัดขึ้นทุกปี เป็นสิ่งที่สังคมให้ความสนใจ เพราะสะท้อนความคิดเห็นบางส่วนของคนรุ่นใหม่

 

ปีนี้ (2562) มีคอนเซ็ปงานคืออนาคตใครนิยาม เพื่อต้องการแสดงพลังของคนรุ่นใหม่กว่า 6 ล้านคน ที่ต้องการใช้สิทธิและเสรีภาพ เพื่อร่วมขับเคลื่อนประเทศ 

 

 

น.ส.เพ็ญพิชชา สถิรปัญญา หัวหน้าฝ่ายแปรอักษร กล่าวว่า ปีนี้การเมืองมีความเข้มข้นและมีการเปลี่ยนแปลงชนิดชั่วช้ามคืน ทำให้ทีมงานต้องปรับเปลี่ยนกันข้อความอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ทันต่อสถานการณ์

เราจะคิดไว้เป็นชุด ๆ มีรื้อเอาคำออก เอากลับมาใหม่ตลอด สรุปรอบสุดท้ายประมาณ ตี 4-5

ข้อความลักษณะเสียดสีการเมืองและปัญหาสังคม โดนใจคนบางกลุ่ม มาจากการระดมความคิดของกลุ่มนักศึกษาประมาณ 30 คน ในชมรม ที่ช่วยกันสรุปร่วมกัน ทั้งนี้ งานฟุตบอลประเพณีปีนี้ อาจจะเป็นครั้งแรกที่ทีมงานแปรอักษร ทีมโค้ด ทีมขบวนพาเหรด ต้องปรับเปลี่ยนกระทันหัน เพราะสถานการณ์ข่าวการเมืองเปลี่ยนแปลง

 

ข่าวการเมืองพีคมาตั้งแต่วันที่ 8 ก.พ. ทางทีมเปลี่ยนโค้ดไปแล้วหนึ่งรอบ แต่ขณะที่กำลังจะปริ๊นงาน ก็มีการเปลี่ยนแปลงที่หนักมากกับทีมโค้ด เราเรียกทีมมานั่งคุยกันใหม่ และเปลี่ยนใหม่ในตอนนั้นทันที

ขบวนพาเหรดล้อการเมืองหรือการแปรอักษรของ 2 สถาบัน ไม่ได้มีเป้าหมายชี้นำสังคมไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง แต่เพื่อนำเสนอสะท้อนปัญหาสังคม โดยเฉพาะการเมือง อาจเป็นจุดเริ่มต้นให้สังคมนำไปต่อยอดความคิด เรื่องนั้น ๆ ต่อไป

 

 

 

 

 

 


"ประวิตร" ประชุมเตรียมงานพระราชพิธีพระบรมราชาภิเษก

Mon, 11 Feb 2019 12:53:00

วันนี้ (11 ก.พ.2562) พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 10.00 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการฝ่ายรักษาความปลอดภัยและการจราจรงานพระราชพิธีพระบรมราชาภิเษก ครั้งที่ 1/2562 ณ ศาลาว่าการกลาโหม

พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ขอให้ทุกส่วนราชการบูรณาการทำงานร่วมกันในหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เพื่อการถวายความปลอดภัยสูงสุดและสมพระเกียรติ พร้อมทั้งร่วมกันทำหน้าที่รักษาความปลอดภัย การดูแลความสงบเรียบร้อยและการจัดการจราจรให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยให้ครอบคลุมกิจกรรมประกอบพระราชพิธีที่จะมีขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศ พร้อมกันนี้ขอให้สนับสนุนการบริการและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนให้เป็นไปตามพระราชประสงค์ โดยให้คำนึงถึงกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประชาชนที่สัญจรไปมาตามปกติได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

ทั้งนี้ ให้ทุกส่วนราชการที่รับผิดชอบงาน จัดทำแผนงานรองรับและให้มีการซักซ้อมการทำงานร่วมกัน ทั้งงานถวายความปลอดภัย การรักษาปลอดภัย การบริหารจัดการจราจร การคมนาคมและการขนส่ง การให้บริการด้านการแพทย์ การรักษาพยาบาลและการส่งกลับสายแพทย์ การโทรคมนาคมและการติดต่อสื่อสาร รวมทั้งการบริหารจัดการ โดยให้จัดตั้งกองอำนวยการร่วมทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานรับผิดชอบ