พระราชทานเพลิงศพ "พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์" วันนี้

Sun, 8 Dec 2019 11:55:00

วันนี้ (8 ธ.ค.2562) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานเพลิงศพ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิสริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส

โดยระหว่างวันที่ 7-9 ธ.ค.2562 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้บำเพ็ญพระราชกุศลในการออกเมรุและพระราชทานเพลิงศพ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานโกศกุดั่นน้อย พร้อมเครื่องเกียรติยศประกอบศพ พล.อ.เปรม 

สำหรับ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ได้ปฏิบัติงานสนองพระเดชพระคุณด้วยความวิริยอุตสาหะและจงรักภักดี ตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในฐานะผู้บัญชาการทหารบก นายกรัฐมนตรี องคมนตรี รัฐบุรุษและประธานองคมนตรี ตลอดจนได้ดำรงตำแหน่งประธานองคมนตรีในรัชกาลปัจจุบัน ทั้งยังเป็นผู้สร้างคุณูปการมากมายแก่ประเทศชาติ

หมายกำหนดการพิธีพระราชทานเพลิงศพ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ มีดังนี้ 

เวลา 10.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พล.อ. สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี รักษาการประธานองคมนตรีเป็นผู้แทนพระองค์ไปในการบำเพ็ญพระราชกุศล ณ พระที่นั่งทรงธรรม วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม

เวลา 13.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรีรักษาการประธานองคมนตรีเป็นผู้แทนพระองค์ ไปในการเชิญโกศศพ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ไปพระราชทานเพลิง โดยเคลื่อนจากพระที่นั่งทรงธรรมไปขึ้นตั้งบนราชรถ

เวลา 13.30 น. เคลื่อนขบวนแห่เชิญโกศศพจากวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ไปยังเมรุวัดเทพศิรินทราวาส มีระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร เริ่มจากวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม เลี้ยวซ้ายเข้าถนนศรีอยุธยา เลี้ยวซ้ายเข้าถนนราชดำเนินนอกถึงสะพานมัฆวานเลี้ยวซ้ายเข้าถนนกรุงเกษม โดยผ่านแยกเทวกรรม แยกสะพานขาว แยกกษัตริย์ศึก หน้าโรงเรียนวัดเทพศิรินทราวาส และแยกนพวงศ์ จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าถนนหลวง เลี้ยวเข้าเมรุวัดเทพศิรินทราวาสทางประตูด้านใต้ แล้วจึงตั้งขบวนอิสริยยศ เชิญโกศแห่เวียนเมรุ และเชิญโกศขึ้นตั้งบนจิตกาธานบนเมรุ

เวลา 17.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินถึงวัดเทพศิรินทราวาส พระราชทานเพลิง

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

"พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์" ถึงแก่อสัญกรรม ประธานองคมนตรี 2 แผ่นดิน

บทบาทตลอดช่วงชีวิตของรัฐบุรุษ "พล.อ.เปรม"

ประชาชนร่วมไว้อาลัย "พล.อ.เปรม" หน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์

 


ไทยตอนบนอากาศหนาว - ลมแรง อุณหภูมิลด 1 - 3 องศาเซลเซียส

Sun, 8 Dec 2019 08:22:00

วันนี้ (8 ธ.ค.2562) กรมอุตุนิยมวิทยาเผย พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศหนาวเย็นกับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส ส่วนตอนกลางวันท้องฟ้าโปร่งและมีแดดจัด บริเวณพื้นราบในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 6-14 องศาเซลเซียส

ส่วนยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวจัดกับมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 1-8 องศาเซลเซียส สำหรับภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 12-19 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากอากาศที่หนาวเย็น รวมถึงระวังอันตรายจากอัคคีภัยไว้ด้วย

สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยตอนบนตั้งแต่ จ.ชุมพร ขึ้นมาห่างฝั่งมีคลื่นสูง 2-3 เมตร อ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่ จ.สุราษฎร์ธานี ลงไปห่างฝั่งมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ประชาชนบริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง ส่วนชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้


พบผู้ป่วยโรคปอดอักเสบจาก "บุหรี่ไฟฟ้า" คนแรกในไทย

Sat, 7 Dec 2019 17:20:00

วันนี้ (7 ธ.ค.2562) นพ.อัษฎางค์ รวยอาจิณ รองอธิบดีและโฆษกกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า กรมควบคุมโรคลงพื้นที่สอบสวนโรค พบผู้ป่วยเพศชาย อายุ 48 ปี ถูกส่งตัวมารักษาที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ด้วยอาการหอบเหนื่อยมากขึ้น และระบบการหายใจล้มเหลว จากการสอบสวนโรค พบว่าผู้ป่วยเริ่มใช้บุหรี่ไฟฟ้าชนิดที่มีส่วนผสมของกัญชา โดยสูบก่อนนอนทุกวัน ตั้งแต่วันที่ 3 พ.ย.2562 และวันที่ 10 พ.ย. ผู้ป่วยเริ่มมีอาการหอบเหนื่อย อ่อนเพลีย มีไข้และเจ็บหน้าอก

โดยอาการหอบเหนื่อยเป็นมากขึ้นในวันที่ 15 พ.ย. จึงได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ก่อนถูกส่งตัวมารักษาต่อที่โรงพยาบาลเอกชนอีกแห่งในวันที่ 18 พ.ย.ที่ผ่านมา เนื่องจากผลทางห้องปฏิบัติการตรวจไม่พบการติดเชื้อในปอด และอาการของผู้ป่วยเข้าเกณฑ์การวินิจฉัยโรคปอดอักเสบจากบุหรี่ไฟฟ้า ตามแนวทางของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (US-CDC)

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคปอดและระบบการหายใจ ได้วินิจฉัยว่า ผู้ป่วยคนดังกล่าวเป็นโรคปอดอักเสบจากการใช้บุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งผู้ป่วยได้รักษาด้วยยาสเตียรอยด์ทางหลอดเลือดดำ และได้รับการดูแลจากแพทย์อย่างใกล้ชิด ขณะนี้ผู้ป่วยอาการดีขึ้น ตอบสนองต่อการรักษา และสามารถไปพักรักษาตัวต่อที่บ้านได้

พบอีก! ผู้ป่วยเข้าข่ายสงสัยปอดอักเสบจากบุหรี่ไฟฟ้า

รศ.นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล นายกสมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบการหายใจและภาวะวิกฤต กล่าวถึงสถานการณ์การพบผู้ป่วยโรคปอดอักเสบจากการใช้บุหรี่ไฟฟ้า ว่า ขณะนี้พบผู้ป่วยที่เข้าข่ายสงสัยโรคปอดอักเสบจากการใช้บุหรี่ไฟฟ้าคนอื่นๆ อีก ซึ่งจำเป็นต้องติดตามอย่างต่อเนื่องถึงผลการวินิจฉัยที่แน่นอนว่าอาการดังกล่าวไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อจากโรคประจำตัวเดิม หรือจากยาอื่นที่ผู้ป่วยได้รับอยู่ก่อน โดยต้องอาศัยความร่วมมือจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคปอดและระบบการหายใจ และแพทย์ในสถานพยาบาลในการติดตาม รวมถึงรายงานผู้ป่วยต้องสงสัย

ทั้งนี้ กรมควบคุมโรคจึงขอความร่วมมือสถานพยาบาลทั่วประเทศ หากพบผู้ป่วยเข้าข่ายโรคปอดอักเสบจากบุหรี่ไฟฟ้าให้รายงานมายังกรมควบคุมโรค

 


คุมเข้มลานเบียร์ไม่มีใบอนุญาต-เสียงดัง ระวังโทษหนัก

Sat, 7 Dec 2019 13:09:00

วันนี้ (7 ธ.ค.2562) พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ช่วงฤดูหนาวและช่วงเทศกาลปีใหม่ มักมีการจัดงานเทศกาลลานเบียร์สด โดยตั้งซุ้มจำหน่ายอาหาร เบียร์สดยี่ห้อต่างๆ และการแสดงดนตรี ซึ่งเป็นกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศมีอำนาจหน้าที่ควบคุม ดูแล สถานประกอบกิจการลานเบียร์สดที่จัดให้มีซุ้มจำหน่ายอาหาร เบียร์สด และการแสดงดนตรี ให้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม อย่างเคร่งครัด

ตั้งลานเบียร์ต้องมีใบอนุญาต

อธิบดีกรมอนามัย กล่าวอีกว่า กรณีที่มีการตั้งซุ้มจำหน่ายอาหารและมีการแสดงดนตรีสด ผู้ประกอบกิจการต้องขอรับใบอนุญาตหรือขอหนังสือรับรองการแจ้งจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหาร ซึ่งหากสถานที่จำหน่ายอาหารมีพื้นที่เกิน 200 ตารางเมตร ต้องขอรับใบอนุญาตต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น แต่หากพื้นที่ไม่เกิน 200 ตารางเมตร ต้องขอหนังสือรับรองการแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น หากราชการส่วนท้องถิ่นออกข้อบัญญัติท้องถิ่นควบคุมกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ประเภทที่ 9(6) การจัดให้มีการแสดงดนตรีไว้ ผู้ประกอบกิจการจะต้องขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ประเภทที่ 9(6) การจัดให้มีการแสดงดนตรีด้วย

 

ผู้ประกอบกิจการต้องยื่นขอใบอนุญาตหรือแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่เป็นสถานที่ตั้งของกิจการนั้น และจะต้องปฏิบัติให้ถูกสุขลักษณะเป็นไปตามกฎกระทรวงว่าด้วยสุขลักษณะของสถานที่จําหน่ายอาหาร พ.ศ.2561 และกฎกระทรวงควบคุมสถานประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ พ.ศ.2560 และข้อบัญญัติท้องถิ่น รวมทั้งควบคุมการดำเนินกิจการมิให้เกิดเสียงดังจนเป็นเหตุรำคาญสร้างความเดือดร้อนกับประชาชน หากเจ้าหน้าที่ตรวจพบว่ามีผู้ประกอบกิจการโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จะมีความผิด มีโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ

 


ข่าวดี! บอร์ดค่าจ้างเคาะขึ้นค่าแรงสูงสุด 6 บาทรับปีใหม่

Fri, 6 Dec 2019 12:21:00

วันนี้ (6 ธ.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการค่าจ้างได้ประชุมพิจารณาและมีมติขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ประจำปี 2562 โดยได้ข้อสรุปร่วมกันในการปรับขึ้น ซึ่งแบ่งเป็น 10 ระดับ ได้แก่

 

โดยคณะกรรมการค่าจ้างมีมติให้ปรับขึ้น 6 บาทใน 9 จังหวัด คือ ชลบุรี ภูเก็ต ปราจีนบุรี กรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร

ส่วนจังหวัดที่เหลือจะปรับขึ้น 5 บาท ซึ่งกระทรวงแรงงานจะนำผลสรุปเสนอเข้าที่ประชุม ครม.พิจารณาให้ความเห็นชอบโดยเร็วที่สุด เพื่อให้ทันประกาศบังคับใช้ในวันที่ 1 ม.ค.2563

 

นายสุทธิ สุโกศล ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวเพิ่มเติมว่า การพิจารณาค่าจ้างขั้นต่ำครั้งนี้ ได้พิจารณาอย่างกว้างขวางและรอบคอบ โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน ภาวะเงินเฟ้อ และขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ส่วนมาตรการลดผลกระทบ กระทรวงพาณิชย์จะเข้ามาดูแลเรื่องการควบคุมราคาสินค้า เพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพของประชาชน ขณะที่กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงแรงงาน จะดูแลเรื่องผลกระทบด้วยการประกันการว่างงานและการเพิ่มทักษะฝีมือให้กับแรงงาน

 


ไขข้อสงสัยน้ำลายหมาทำให้เสียชีวิต

Thu, 5 Dec 2019 19:43:00

น.สพ.เกษตร สุเตชะ สัตวแพทย์ประจำโรงพยาบาลสัตว์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อธิบายว่า แบคทีเรีย Capnocytophaga canimorsus จะพบได้ในช่องปากของหมาแมวตามปกติ แบคทีเรียชนิดนี้สามารถถ่ายทอดสู่คนเมื่อถูกหมาแมวเลีย ไม่ก่อโรคร้ายแรงกับหมาแมวหรือคน ส่วนกรณีที่มีคนได้รับเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้แล้วเสียชีวิต มองว่าโอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก เพราะอาจจะมีปัจจัยอื่นประกอบร่วมด้วย ขึ้นอยู่กับสภาวะร่างกายของแต่ละคน

น.สพ.เกษตร สุเตชะ สัตวแพทย์ประจำโรงพยาบาลสัตว์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

น.สพ.เกษตร สุเตชะ สัตวแพทย์ประจำโรงพยาบาลสัตว์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

 

หากเป็นคนที่ติดเชื้อเอชไอวี คนที่รักษาเคมีบำบัด คนที่ภูมิคุ้มกันอ่อน มีโรคระบบทางภูมิคุ้มกัน เช่น โรคเอสแอลอี หรือโรคแพ้ภูมิตัวเอง เมื่อได้รับเชื้อโรค ร่างกายจะมีปัญหา แต่ปัญหามากปัญหาน้อยขึ้นอยู่กับแต่ละคน

 


น.สพ.เกษตร สุเตชะ สัตวแพทย์ประจำโรงพยาบาลสัตว์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า ปกติร่างกายของคนมีกลไกลการป้องกันตัวเองอัตโนมัติ คือ เมื่อถูกเลีย จะล้างทำความสะอาด หากไม่ได้ล้างทำความสะอาด เชื้อเข้าสู่ร่างกาย คนสภาพร่างกายปกติจะมีเม็ดเลือดขาวทำหน้าที่กำจัดเชื้อโรค กรณีการเสียชีวิตของชายชาวเยอรมันอาจจะต้องตรวจย้อนหลังว่าผู้ป่วยรายนี้อาจจะมีโรคประจำตัว


หมาร้อยละ 99 ไม่เคยทำความสะอาดฟัน ยิ่งเลี้ยงนาน ช่องปากสกปรกเพิ่ม แบคทีเรียที่อยู่ในช่องปากหมา มันมีเชื้อก่อโรค เพียงแต่ว่าเราแข็งแรงพอที่จะต่อต้านเชื้อเหล่านั้นไหม ไม่ต้องแตกตื่น

 


สำหรับประเทศไทยยังไม่พบกรณีหมาเลียคนที่มีสภาวะร่างกายปกติ แล้วก่อให้เกิดโรค เสียชีวิต แต่เคยพบกรณีที่บุคคลนั้นมีบาดแผลหรือมีความบกพร่องทางภูมิคุ้มกัน จะนำไปสู่การติดเชื้อ


แนวทางการป้องกัน สัตวแพทย์แนะนำให้ล้างทำความสะอาดบริเวณถูกหมาเลียให้สะอาด และควรระมัดระวังหลีกเลี่ยงหมาที่ไม่รู้จักเลียบริเวณร่างกาย เช่น ใบหน้า มือ แขน และขา เพราะอาจจะนำไปสู่โรคพิษสุนัขบ้า ควรล้างทำความสะอาดทันที หากมีไข้หรือมีความผิดปกติทางร่างกาย 2-3 วัน ควรพบแพทย์ทันที ส่วนกรณีที่เกิดขึ้นผู้เลี้ยงสุนัขไม่ควรตื่นตระหนก เพราะโอกาสการเสียชีวิตเป็นไปได้ยาก

 


จิตอาสาร่วมพัฒนาเส้นทางเสด็จฯ เลียบพระนคร เนื่องในวันพ่อแห่งชาติ

Thu, 5 Dec 2019 13:53:00

วันนี้ (5 ธ.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดกิจกรรมจิตอาสา Big Cleaning เส้นทางเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 บริเวณใต้สะพานพระราม 8 เขตบางพลัด โดยกิจกรรมดังกล่าวเป็นการพัฒนาความสะอาดทั้งในน้ำด้วยการจัดเก็บขยะ สิ่งปฏิกูล รวมทั้งพัฒนาความสะอาดเขื่อนริมแม่น้ำ เส้นทางเสด็จฯ จากท่าวาสุกรีถึงท่าราชวรดิษฐ์ เป็นระยะทางประมาณ 3.8 กิโลเมตร

 

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และน้อมนำแนวพระราชดำริในการปลุกจิตสำนึกให้ประชาชนชาวไทยรู้จักรักสามัคคี มีจิตสาธารณะ และมีความเอื้อเฟื้อซึ่งกันและกัน เพื่อร่วมกันนำพาชาติไทยประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน รวมทั้งเพื่อน้อมรำลึกในวันคล้ายวันพระราชสมภพพระบาทสมเด็จ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และในโอกาสวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2562

 

โดยภายหลังจากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวแล้ว ได้นำเหล่าจิตอาสาพระราชทาน กล่าวคำปฏิญาณ “เราทำความดี เพื่อ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์” และนำเหล่าจิตอาสาฯ พัฒนาความสะอาดบริเวณท่าน้ำใต้สะพานพระราม 8 และพื้นที่โดยรอบ ตลอดจนเส้นทางเส้นทางเสด็จฯ เพื่อให้การพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 สวยงามสมพระเกียรติ


"ประกันสังคม" ให้เปลี่ยน รพ.ได้ เริ่มยื่น 16 ธ.ค.นี้

Thu, 5 Dec 2019 12:27:00

เมื่อวานนี้ (4 ธ.ค.2562) นายทศพล กฤตวงศ์วิมาน เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า จากการที่สำนักงานประกันสังคมได้เปิดโอกาสให้ผู้ประกันตนสามารถขอเปลี่ยนสถานพยาบาลใหม่ได้ทุกๆ ปีๆ ละ 1 ครั้ง เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกันตนในการใช้บริการทางการแพทย์ในกรณีมีเหตุจำเป็น และไม่ได้รับความสะดวก เช่น ย้ายที่พัก ย้ายสถานที่ทำงานใหม่

ทั้งนี้ ผู้ประกันตนที่มีความประสงค์ที่จะเปลี่ยนสถานพยาบาลใหม่ในปี 2563 สามารถยื่นขอเปลี่ยนสถานพยาบาลได้ตั้งแต่วันที่ 16 ธ.ค.2562 ไปจนถึงวันที่ 31 มี.ค.2563 โดยผู้ประกันตนสามารถทำการเปลี่ยนสถานพยาบาลได้หลายช่องทาง คือยื่นแบบการเลือกสถานพยาบาลในการรับบริการทางการแพทย์ (สปส. 9-02) ได้ที่สำนักงานประกันสังคมทุกแห่งทั่วประเทศ

นอกจากนี้ ยังสามารถทำรายการผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่เว็บไซต์ www.sso.go.th หรือที่ Applications SSO Connect โดยผู้ประกันตนสามารถตรวจสอบรายชื่อสถานพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการประกันสังคมในปี 2563 ได้ที่เว็บไซต์ประกันสังคม www.sso.go.th ที่สายด่วน 1506

แนะเลือก "สถานพยาบาล" คำนึงสะดวก-ประโยชน์

นายทศพล กล่าวว่า การเลือกสถานพยาบาลในแต่ละครั้งนั้น ขอแนะนำให้ผู้ประกันตนควรเลือกด้วยตนเอง โดยให้คำนึงถึงความสะดวก ความพึงพอใจและประโยชน์ในการขอรับบริการทางการแพทย์ และสถานพยาบาลที่เลือกจะต้องเป็นสถานพยาบาลในจังหวัดที่ผู้ประกันตนทำงานอยู่ หรือพักอาศัยในเขตรอยต่อของจังหวัดดังกล่าว

สำหรับผู้ประกันตนที่ไม่ประสงค์เปลี่ยนสถานพยาบาลสามารถใช้สิทธิรับบริการทางการแพทย์จากสถานพยาบาลตามสิทธิเดิมได้จนสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน กรณีสิ้นสภาพจากความเป็นผู้ประกันตนสามารถใช้สิทธิต่อไปได้อีก 6 เดือนนับแต่วันที่สิ้นสภาพ

ผู้ประกันตนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามได้ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ทั้ง 12 แห่ง สำนักงานประกันสังคมจังหวัด/สาขา/ที่ท่านสะดวก หรือโทร.1506 ซึ่งเจ้าหน้าที่ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง


ร้านข้าวแกง 10 บาท ขาดทุน คือ กำไร “ขอทำดีตามรอยพ่อ”

Thu, 5 Dec 2019 11:40:00

กลายเป็นภาพชินตาของผู้คนที่ผ่านไปมาบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยศิลปากร จังหวัดนครปฐม ในแต่ละวันจะมีนักศึกษา ชาวบ้าน วินมอเตอร์ไซค์ พ่อค้า แม่ค้า หลากหลายอาชีพ มายืนรอต่อคิวกินข้าวแกงในราคา 10 บาท

 

ก่อนที่จะเข้าไปกินข้างแกงหลายคนต้องสะดุดกับข้อความป้ายหน้าร้านบอกชัดเจน “ขาดทุน คือ กำไร” ทำความดีตามแนวพระราชดำรัสในหลวงรัชกาลที่ 9 นั้นคือ ความตั้งใจการทำร้านข้าวแกง 10 บาท ของนายบรรเจิด อิ่มนวล อดีตพนักงงานธนาคาร วัย 56 ปี ที่ผันตัวมาทำงานด้านจิตอาสา

นายบรรเจิดเล่าว่า เปิดร้านมา 5 เดือนแล้ว แรกๆ ตั้งใจจะทำมาแค่ 1 ปี แต่ตอนนี้เตรียมจะขยายเป็นสาขาที่ 4 แล้ว เพราะเขาได้ “กำไรบุญ” เป็นกอบเป็นกำ

 

ขณะนี้มีจิตอาสาหมุนเวียนมาทำอาหาร ล้างจาน ทำความสะอาดร้านทั้ง 3 สาขา มากกว่า 200 คน หลายคนมีความตั้งใจเหมือนกัน เพราะอยากทำความดีตามรอยในหลวงรัชกาลที่ 9 ร้านนี้เลือกเปิดบริเวณที่มีชาวบ้านจำนวนมาก ย่านชุมชน หน้ามหาวิทยาลัย เพราะอยากจะลดภาระค่าใช้จ่าย ของผู้ปกครอง นักศึกษา และประชาชนทุกอาชีพ เนื่องจากในยุคนี้ราคาข้าวแกงขั้นต่ำ จะอยู่ที่ 40-50 บาท

ผมไม่ใช่คนรวย แต่ผมจะทำต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้น หรือจนกว่าผมจะไม่มีทุนมาทำแล้ว

ทุกคนในร้านข้าวแกงล้วนเป็นจิตอาสาทั้งนั้น ทุกคนบอกว่ากับไทยพีบีเอสว่า แม้จะเหนื่อยจากการล้างจาน เพราะแทบล้างไม่ทัน ลูกค้ามาเยอะ แต่ก็ปลื้มใจที่ได้ล้างจานให้ทุกคนได้กินข้าวอย่างอร่อย และถ้าเหนื่อยก็เพียงคิดถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 ก็สุขใจแล้ว

ป้าขาไม่ดียืนนานไม่ได้ เลยมาทำจิตอาสาล้างจาน พอล้างไปนานๆ ก็แสบนะ แต่ไม่เหนื่อยเลย เพราะเรามาทำเพื่อพ่อหลวง อยากให้ทุกคนเดินตามรอยพระองค์ท่าน 

 

ส่วนความรู้สึกของนักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากร ต่างบอกว่าดีใจที่กลุ่มจิตอาสามาเปิดร้านข้าวแกงราคาถูกใกล้กับมหาวิทยาลัย เพราะราคานี้ในมหาวิทยาลัยไม่มีแล้ว พอรู้ว่าจิตอาสา มาตั้งร้านที่นี่ เพราะอยากลดค่าใช้จ่ายของตนเอง ก็ขอบคุณมากที่ทำให้มีร้านนี้เกิดขึ้นมา

สู้ๆนะคะ ขอบคุณที่ทำให้รายจ่ายหนูลดลง ถ้ามีโอกาสก็อยากจะมาตอบแทนพี่ๆ คืนบ้าง

ข้าวแกงที่ร้านมี 11 อย่าง ทุกเมนูไม่มีผงชูรส มีผักสด ผลไม้ ของหวาน ขนม และน้ำดื่ม ทุกคนสามารถตักกินได้ไม่อั้น แต่หากกินไม่หมดปรับ 10 เท่า จิตอาสาบอกว่า ที่ติดข้อความไว้ เพื่อเตือนใจไม่ให้ลูกค้ากินทิ้งกินขว้าง เพราะในแต่ละวันจะมีลูกค้ามากินหลายร้อยคน วัตถุดิบ อาหาร จึงเลือกแต่สิ่งดีๆ ใส่ใจสุขภาพ หากกินไม่หมด ก็จะทำให้บางคนไม่ได้กิน

 

หลังจากเปิดร้านมา 5 เดือน สิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด คือมีจิตอาสานำวัตถุดิบ อาหาร น้ำดื่ม มาร่วมทำบุญอย่างต่อเนื่อง บ้านไหนปลูกพริก ก็นำพริกมาให้ นักศึกษาบางกลุ่มก็ซื้อน้ำเปล่ามาร่วมทำบุญ บางคนกิน 1 จาน จ่าย 100 บาท ก็มี เพราะอยากทำบุญ ทำให้บรรยากาศที่ร้านนี้เต็มไปด้วยการแบ่งปัน นับว่าเป็นกำไรบุญที่ร้านได้รับ และมีค่ามากกว่าเม็ดเงินที่เข้ามา

 

 


รัฐบาลผุด MOU แก้ปัญหาทุจริตจ้างงานคนพิการทั้งระบบ

Thu, 5 Dec 2019 10:50:00

วานนี้ (4 ธ.ค.2562) นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือ แก้ไขปัญหาการทุจริตจ้างงานคนพิการมาตรา 33 และ มาตรา 35 ตามคำสั่งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงแรงงาน และสำนักงงาน ป.ป.ท. ใช้เป็นแบบแผนดำเนินการแก้ไขปัญหาทุจริตการจ้างงานคนพิการ ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจ้างงานคนพิการ

 

ก่อนหน้าที่จะมีการทำบันทึกฉบับนี้ คนพิการและครอบครัวคนพิการ ได้ทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ เดินเท้าต้านโกงพิทักษ์สิทธิ์คนพิการ ระยะทาง 600 กิโลเมตร จาก จ.กาฬสินธุ์ ถึงกรุงเทพมาหนคร หลังเคยออกมาร้องเรียนว่าถูกสถานประกอบการ และผู้นำคนพิการ ทุจริตหักหัวคิวจ้างงานคนพิการ 1,500 ล้านบาทต่อปี แต่ก็ไม่มีความคืบหน้า ผู้กระทำผิดจึงยังไม่ได้รับโทษตามกฎหมาย


รวมทั้งกรณีล่าสุด ที่ไทยพีบีเอส ร่วมกับ สำนักงานป.ป.ท. ตรวจสอบพบว่า มีขบวนการรับทำบัตรคนพิการให้กับคนไม่พิการ ในราคาเพียง 3,000 บาท ที่ จ.อุบลราชธานี จนนำไปสู่การเพิกถอนบัตรคนพิการ 123 คน หลังพบว่าไม่เข้าเกณฑ์ที่จะได้ขึ้นทะเบียนเป็นคนพิการ ปัญหานี้ หน่วยงานภาครัฐเร่งปิดช่องโหว่การทุจริตทั้งระบบ เพื่อคุ้มครองสิทธิคนพิการ

 


สกสว.ยื่นอุทธรณ์ถูกตัดงบวิจัยหาย 8,000 ล้านบาท

Thu, 5 Dec 2019 10:36:00

วานนี้ (4 ธ.ค.2562) ศ.นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) พร้อมด้วย ดร.นเรศ ดำรงชัย ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศทางวิทยาศาสตร์  (TCELS) เข้ายื่นหนังสืออุทธรณ์ ต่อนายสันติ กีระนันทน์ เลขานุการคณะกรรมาธิ การวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 สภาผู้แทนราษฎร และพล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.ฯ เพื่อพิจารณาทบทวนการพิจารณางบประมาณของคณะอนุกรรมาธิการฯ ที่มีการตัดงบกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.)

โดยการยื่นอุทธรณ์ในครั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 3 ธ.ค.ที่ผ่านมา คณะอนุกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ.2563 มีมติปรับลดงบประมาณ ในส่วนกองทุน ววน.จากเดิม 12,554 ล้านบาท ปรับลดจำนวน 8,000 ล้านบาท

ภาพ: สกสว

ภาพ: สกสว

 

ซึ่งการปรับลดดังกล่าวคิดเป็นสัดส่วนถึงร้อยละ 63.7 ของงบประมาณกองทุน ววน.ที่จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการพัฒนาประเทศกระทบต่อความเชื่อมั่นของประเทศในด้านการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมที่จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูง และยังส่งผลกระทบเศรษฐกิจฐานราก ทั้งวิสาหกิจชุมชน SMEs จะขาดการยกระดับศักยภาพในการแข่งขัน รวมถึงกระทบมหาวิทยาลัยและหน่วยงานรวมทั้งสิ้นกว่า 250 หน่วยงานที่จำเป็นต้องใช้เงินจากกองทุนนี้ในการทำงานวิจัยเพื่อตอบโจทย์พัฒนาประเทศ

อย่างไรก็ตามจะเห็นได้ว่า การปรับลดงบประมาณจำนวนดังกล่าวทำให้เกิดผลกระทบเป็นวงกว้าง ไม่สามารถขับเคลื่อนระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ตามเป้าหมายที่ สกสว.วางไว้ จึงยื่นอุทธรณ์ต่อประธานกรรมาธิการวิสามัญฯ เพื่อทบทวนมติที่คณะอนุกรรมาธิการฯ ปรับลดงบประมาณ


ปิดถนนรอบเยาวราช 5 เส้นทาง จัดงานเฉลิมพระเกียรติ 6 ธ.ค.นี้

Thu, 5 Dec 2019 10:20:00

วันนี้ (5 ธ.ค.2562) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ข้อบังคับหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรในเขตกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติ “ใต้ร่มพระบารมี สดุดีมหาจักรีวงศ์” พ.ศ.2562

ด้วยหอการค้าไทย-จีน ร่วมกับสมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย และสมาคมชาวไทยเชื้อสายจีนต่างๆ กำหนดจัดงานนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ “ใต้ร่มพระบารมี สดุดีมหาจักรีวงศ์” ในวันที่ 6 - 8 ธ.ค.2562 ณ บริเวณซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา ถนนเยาวราช เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร ดังนั้น เพื่อเป็นการปลอดภัยและสะดวกในการจราจร จึงต้องออกประกาศข้อบังคับหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรในถนนและทางที่เกี่ยวข้องกับการจัดงานดังกล่าว

ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 139 (1) แห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา 26 ประกอบมาตรา 38 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ตราขึ้นเพื่อความมั่นคงของรัฐ ความสงบเรียบร้อยของประชาชน
และคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 524/2562 ลงวันที่ 18 ก.ย.2562 แต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เป็นหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรในเขตกรุงเทพมหานคร จึงได้ออกข้อบังคับไว้ ดังนี้

ข้อ 1 ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรในเขตกรุงเทพมหานครว่าด้วยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติ “ใต้ร่มพระบารมี สดุดีมหาจักรีวงศ์” พ.ศ.2562”

ข้อ 2 ห้ามเดินรถทุกชนิด ในวันที่ 6 ธ.ค.2562 ตั้งแต่เวลา 12.00 - 20.00 น. ในถนนดังต่อไปนี้

ข้อ 3 ถนนเยาวราชตั้งแต่ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ (วงเวียนโอเดียน) ถึงแยกถนนเยาวราชตัดถนนลำพูนไชย ห้ามเดินรถทุกชนิด ในวันที่ 6 ธ.ค.2562 ตั้งแต่เวลา 20.00 น. ถึงวันที่ 8 ธ.ค.2562 เวลา 24.00 น.

ข้อ 4 ข้อบังคับนี้มิให้ใช้บังคับแก่รถเจ้าพนักงานตำรวจขณะปฏิบัติหน้าที่ และรถที่ได้รับอนุญาตจากหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรหรือเจ้าพนักงานจราจรที่รับผิดชอบ

ข้อ 5 นับตั้งแต่วัน เวลา ที่ข้อบังคับนี้ใช้บังคับ ให้ยกเลิกข้อบังคับ กฎ ระเบียบ คำสั่งใดที่ขัดหรือแย้งกับข้อบังคับนี้ไว้เป็นการชั่วคราว

 


ทั่วไทยจัดกิจกรรมรำลึก "วันพ่อแห่งชาติ"

Thu, 5 Dec 2019 09:33:00

วันนี้ (5 ธ.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เนื่องในวันพ่อแห่งชาติ หลายจังหวัดจัดกิจกรรมเพื่อน้อมสำนึก ในพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยบริเวณท้องสนามหลวง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์และสามเณร 489 รูป โดยมีองคมนตรี พร้อมภริยา ประธานรัฐสภา ประธานศาลฎีกา ครม. ประธานวุฒิสภาประธานองค์กรอิสระ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหาร ข้าราชการ หน่วงงานภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน เข้าร่วมพิธี 

จากนั้น นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีถวายพานพุ่ม และพิธีถวายบังคม หน้าพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระบรมชนกาธิเบศ มหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราช บรมนาถบพิตร นำหัวหน้าส่วนราชการ และประชาชน ร่วมกิจกรรม จิตอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์ดิน เนื่องในวันพ่อแห่งชาติ


ส่วนที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่หน้าวังไกลกังวล อ.หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน เป็นประธานเปิดกิจกรรม เดิน-วิ่ง เฉลิมพระเกียรติ 5 ธ.ค.2562 เนื่องในวันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ โดยมีประชาชนพร้อมใจกันสวมใส่เสื้อเหลืองมาร่วมกิจกรรม เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงมีต่อประชาชนชาวหัวหินและพสกนิกรทุกหมู่เหล่า

นอกจากนี้ ยังเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และรณรงค์ให้ประชาชนออกกำลังกาย เพื่อสร้างร่างกายและจิตที่แข็งแรงสมบูรณ์ เป็นพลังในการทำประโยชน์เพื่อประเทศชาติและสังคม โดยในครั้งนี้แบ่งการวิ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ ระยะ 9 กิโลเมตร และระยะฟันรัน 5 กิโลเมตร

ศิลปินรวมกลุ่มวาดภาพ "สตรีทอาร์ต คิงภูมิพล"


ส่วนที่สถานีขนส่งผู้โดยสาร จ.เชียงราย แห่งที่ 1 หรือดาวน์ทาวน์ บนถนนประสพสุข เทศบาลนครเชียงราย อ.เมืองเชียงราย ศิลปินกลุ่มแอปเพนนิ่ง ได้นำศิลปินรุ่นใหม่ มาวาดภาพพระราชกรณียกิจ ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ขนาดความยาวภาพประมาณ 30 เมตรกว้างประมาณ 6 เมตร

 

โดยภาพดังกล่าวเป็น 1 ในโครงการ "สตรีทอาร์ต คิงภูมิพล" ซึ่งบรรดาศิลปินได้วาดภาพเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจ โดยเริ่มต้นจากเหตุการณ์การเสด็จสวรรคต ของในหลวง รัชกาลที่ 9 เพื่อให้ทุกคนได้รำลึกถึงพระองค์ จึงได้รวมกลุ่มกันวาดภาพ 5 จังหวัด ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ กรุงเทพมหานคร เลย และภูเก็ต ก่อนที่จะวาดในจ.เชียงราย เป็นจังหวัดที่ 6 ซึ่งตั้งเป้าว่าจะวาดภาพในลักษณะเดียวกันให้ครบทั้ง 77จังหวัดทั่วประเทศ

 

 


6 วิธีรับมืออากาศหนาว เตือนท่องเที่ยวรับลมหนาวระวังที่พักขึ้นรา

Thu, 5 Dec 2019 07:53:00

วันนี้ (4 ธ.ค.2562) น.พ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค ระบุว่า ขณะนี้ประเทศไทยเป็นช่วงฤดูหนาว อากาศหนาวเย็นอย่างต่อเนื่อง และจากรายงานของกรมอุตุนิยมวิทยา ที่ระบุว่า ในช่วงนี้อุณหภูมิลดลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จึงขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรง


นอกจากนี้ ควรสวมเสื้อผ้าให้ความอบอุ่นร่างกายอยู่เสมอ หากเลือกซื้อเสื้อกันหนาวมาสวมใส่โดยเฉพาะเสื้อกันหนาวมือสอง ซึ่งอาจมีเชื้อโรคหรือพาหะนำโรคติดมากับเสื้อผ้า หากไม่ทำความสะอาดก่อน อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้สวมใส่ได้ เช่น โรคกลากเกลื้อนจากเชื้อรา โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังจากพาหะนำโรค อาทิ ตัวไร ตัวเรือด เห็บ หมัด และโลน เป็นต้น


สำหรับหน้าหนาวนี้ กรมควบคุมโรคขอแนะนำ 6 วิธีปฏิบัติตน

  1. ดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงด้วยการออกกำลังกาย รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ ดื่มเครื่องดื่มที่สามารถให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย และทาผลิตภัณฑ์ให้ความชุ่มชื่นของผิวหนัง

  2. เตรียมเครื่องนุ่งห่มกันหนาวให้พร้อมและทำความสะอาดเสื้อผ้าหรือผ้าห่ม โดยเฉพาะเสื้อผ้ามือสองให้แช่ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อหรือต้ม เพื่อป้องกันโรคผิวหนัง

  3. งดดื่มสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดในช่วงภาวะอากาศหนาว เนื่องจากเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เป็นปัจจัยเสริมที่สำคัญทำให้เสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้และไม่ช่วยทำให้ร่างกายอบอุ่น
  4. ระมัดระวังและสังเกตอาการผู้ป่วยที่กินยาบางชนิด เช่น ยากล่อมประสาท ยารักษาอาการชัก และอื่นๆ ที่มีผลทำให้อุณหภูมิร่างกายลดต่ำลง

  5. ในช่วงอากาศหนาวอาจทำให้เกิดโรคติดเชื้อได้ง่าย โดยเฉพาะโรคไข้หวัดใหญ่ ขอให้ยึดหลัก “ปิด ล้าง เลี่ยง หยุด” ปิดคือ ปิดปาก ปิดจมูก เมื่อไอ จาม หากเจ็บป่วยด้วยไข้หวัดใหญ่ ควรใส่หน้ากากอนามัย ล้างคือ ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่เมื่อสัมผัสสิ่งของสงสัย

    เลี่ยงคือ หลีกเลี่ยงการคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วย หยุดคือ เมื่อป่วยควรหยุดเรียน หยุดงาน หยุดกิจกรรมในสถานที่แออัด ส่วนโรคติดต่อทางอาหารและน้ำที่ต้องระมัดระวังคือ โรคอุจจาระร่วง ในช่วงฤดูหนาวจะเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุให้เกิดโรคอุจจาระร่วง โดยขอให้ยึดหลัก “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ”

  6. หมั่นดูแลรักษาร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอ และอาศัยอยู่ในที่อบอุ่นสามารถป้องกันลมหนาวอย่างเหมาะสม


ทั้งนี้ นพ.สุวรรณชัย ระบุว่า ประชาชนในพื้นที่ รวมถึงนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปรับลมหนาวตามภูเขาและยอดดอยต่างๆ เมื่อเข้าไปใช้บริการตามแหล่งที่พักหรือเต็นท์ ควรสังเกตในเรื่องความสะอาดที่พัก หากเป็นเต็นท์ก็ควรสังเกตว่ามีเชื้อราหรือไม่ เนื่องจากอากาศเย็นจัดและมีความชื้นสูง อาจทำให้มีเชื้อราขึ้นได้ง่าย และควรดูแลสุขภาพของตนเองและคนในครอบครัวอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่ต้องเพิ่มการดูแลและระมัดระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ กลุ่มเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว เพราะกลุ่มนี้เสี่ยงต่อการเจ็บป่วยได้ง่าย หากป่วยจะมีอาการรุนแรงมากกว่ากลุ่มอื่นๆ ถ้าพบว่ามีอาการป่วยให้รีบไปพบแพทย์โดยเร็ว สอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422

 


5 จังหวัดอีสาน - เหนือ ครองแชมป์หนาวสุด 8 - 14 องศาฯ

Thu, 5 Dec 2019 07:32:00

วันนี้ (5 ธ.ค.2562) ประเทศไทยอุณหภูมิลดลงต่อเนื่องประมาณ 2-3 องศาเซลเซียสในหลายจังหวัด โดยจังหวัดที่ยังครองแชมป์อากาศหนาวและมีอุณหภูมิต่ำสุดมากกว่าภาคอื่นๆ อยู่ทางภาคอีสาน ขณะที่ภาคใต้ไม่มีฝนตกหนักแต่มีลมแรง โดยอุณหภูมิจะลดต่ำที่สุดในช่วงวันที่ 7-9 ธ.ค.นี้บริเวณพื้นราบภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด


สำหรับสาเหตุที่ทำให้อุณหภูมิเริ่มลดต่ำลง เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยและทะเลจีนใต้ ทำให้มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น


นอกจากนี้ กรมอุตุนิยมวิทยายังประกาศเตือนประชาชนภาคใต้ โดยอ่าวไทยตอนบนตั้งแต่ จ.ชุมพร ขึ้นมาทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร อ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่ จ.สุราษฎร์ธานี ลงไปทะเลมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ผู้ที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ ฝั่งตะวันออก ระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งวันนี้ไปถึงวันที่ 10 ธ.ค.นี้


ขณะที่เช้าวันนี้ภาคอีสานครองแชมป์จังหวัดในพื้นที่ราบที่อากาศหนาวเย็น ไม่รวมยอดดอยยอดภู พบว่า อุณหภูมิต่ำสุด 5 อันดับจังหวัดอากาศหนาว ได้แก่ อันดับ 1 จ.นครพนม อุณหภูมิต่ำสุด 8 องศาเซลเซียส อันดับ 2 จ.เลย อุณหภูมิต่ำสุด 10 องศาเซลเซียส อันดับ 3 จ.น่าน อุณหภูมิต่ำสุด 12 องศาเซลเซียส อันดับ 4 จ.เชียงราย จ.ขอนแก่น อุณหภูมิต่ำสุด 13 องศาเซลเซียส อันดับ 5 จ.ร้อยเอ็ด อุณหภูมิต่ำสุด 14 องศาเซลเซียส


ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑล พบว่า อุณหภูมิต่ำสุดเช้านี้ กรุงเทพมหานคร อุณหภูมิต่ำสุด18 องศาเซลเซียส จ.ปทุมธานี อุณหภูมิต่ำสุด16 องศาเซลเซียส และที่ จ.สมุทรปราการ อุณหภูมิต่ำสุด 18 องศาเซลเซียส


โดยตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันจันทร์หน้าจะมีอากาศเย็น อุณหภูมิต่ำสุด 16-19 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ 28-30 องศาเซลเซียส


ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยา ยังคาดการณ์ว่า อุณหณภูมิต่ำสุดของประเทศไทย ช่วงฤดูหนาว ในช่วงครึ่งหลังตั้งแต่เดือน ธ.ค.ปีนี้ ถึง ม.ค.ปีหน้า  จ.เชียงราย น่าน สกลนคร และนครพนม จะมีอากาศหนาวจัด ซึ่งจะน้อยกว่า 8 องศาเซลเซียส ตั้งแต่ปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้า ต้องรอลุ้นว่า จังหวัดไหนจะครองแชมป์หนาวที่สุดตลอดฤดูกาลนี้ ขณะเดียวกัน หากย้อนวิเคราะห์ ไปเมื่อปี 2517 พบว่า เมื่อวันที่ 2 ม.ค. อุณหภูมิต่ำสุดของ จ.สกลนคร เคยติด -1.4 องศาเซลเซียสมาแล้ว ขณะที่ จ.เลย ในวันเดียวกัน ก็ติด -1.3 องศาเซลเซียส

 


Google Doodles รำลึกถึง "ศ.ระพี สาคริก" บิดาแห่งกล้วยไม้ไทย

Wed, 4 Dec 2019 16:13:00

วันนี้ (4 ธ.ค.2562) Google เปลี่ยน Doodles เป็นรูปกล้วยไม้รำลึกถึง ศ.ระพี สาคริก บิดาแห่งกล้วยไม้ไทย ซึ่งเกิดวันที่ 4 ธ.ค.2465 ผู้บุกเบิกวงการกล้วยไม้ไทยสู่สากล ซึ่งถึงแก่อนิจกรรมในวัย 95 ปี เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2561 ที่บ้านพักย่านงามวงศ์วาน

ศ.ระพี สาคริก อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นอดีตนายกสภาสถาบันอาศรมศิลป์ อุทิศตนให้กับงานค้นคว้าวิจัยด้านกล้วยไม้มาโดยตลอด ด้วยเป็นบุคคลที่มีนิสัยรักธรรมชาติ รักการศึกษาและเรียนรู้ รักการคิด และสนใจต่อชีวิตที่มีการต่อสู้กับปัญหาต่างๆ อย่างอิสระเสรีมาตั้งแต่ชีวิตยังเยาว์วัยมาก กล้วยไม้เป็นสิ่งหนึ่งซึ่งศาสตราจารย์ระพี สาคริก ได้แสดงออกถึงความรักความสนใจมาตั้งแต่อายุได้เพียง 10 กว่าขวบปี และการดำเนินชีวิตที่สัมพันธ์อยู่กับสิ่งที่รักที่สนใจอย่างจริงจัง ที่ทำให้พบกับความคิดแคบและความมีใจแคบของคนในสังคมได้เป็นแรงผลักดันอย่างสำคัญที่ทำให้ ศาสตราจารย์ระพี สาคริก ต่อสู้กับสิ่งที่สวนทางกับความคิดความเชื่อของตนเองอย่างทุ่มเทให้ด้วยชีวิตและจิตใจ

ท่ามกลางภาพที่สะท้อนให้ ศ.ระพี เห็นว่า เมืองไทยเป็นแหล่งที่มีกล้วยไม้ป่าอยู่ในธรรมชาติเป็นจำนวนมาก แต่การเลี้ยงกล้วยไม้ก็จำกัดตนเองอยู่แต่เพียงในกลุ่มคนผู้สูงอายุ ผู้มีเงินทอง และมียศฐาบรรดาศักดิ์กลุ่มเล็กๆ และท่ามกลางกระแสความคิดความเชื่อว่า กล้วยไม้เป็นของไร้สาระ เป็นของฟุ่มเฟือย และเป็นของคนแก่ คนมีเงิน ที่ปิดตนเองอยู่ในกลุ่มแคบๆ และยังใช้กล้วยไม้เป็นสิ่งซึ่งดูถูกดูแคลนผู้อื่น กับความคิดของ ศาสตราจารย์ระพี สาคริก ที่ทวนกระแสดังกล่าวโดยเหตุที่เชื่อว่า กล้วยไม้เป็นสิ่งที่ไม่มีส่วนรู้เห็นต่อการเป็นเช่นนั้น แต่คุณภาพของความสามารถของคนต่างหากที่ทำให้เป็นเช่นนั้นไป จึงเกิดเป็นแรงดลใจให้ตนเอง รู้สึกท้าทายต่อการก้าวลงไปพิสูจน์ความจริงด้วยการกระทำจริงโดยตนเอง

ภาพ : rapee.org

ภาพ : rapee.org


ศ.ระพี จบการศึกษาปริญญาตรีหลักสูตร 5 ปี จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในสาขาปฐพีวิทยา สมบูรณ์ด้วยการทำงานวิจัยเป็นวิทยานิพนธ์เรื่อง การวิเคราะห์ดินภาคกลางของประเทศไทยทางฟิสิกส์และเคมี ในปี พ.ศ. 2490 และอาสาสมัครออกทำงานวิจัยเรื่อง ข้าว พืชผัก และยาสูบ อยู่ในถิ่นทุรกันการในจังหวัดเชียงใหม่เป็นงานประจำ ส่วนการเรียนการสอนเรื่องกล้วยไม้ และใช้เวลาว่างส่วนตัวก็ยังไม่มีที่ไหน เพราะสังคมไทยที่พบทางการยังคงหันหลังให้กับวงการกล้วยไม้โดยสิ้นเชิง เริ่มลงมือค้นคว้าวิจัยเรื่องกล้วยไม้อย่างจริงจัง โดยใช้กล้วยไม้พื้นเมืองที่มีราคาถูก และใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ดัดแปลงมาจากวัสดุที่ถูกทิ้งในท้องถิ่น และเมื่อถูกย้ายมารับงานวิจัยในเรื่องข้าวในชานเมืองกรุงเทพฯ. ก็ได้มีการสานต่อ กว่าจะพบความสำเร็จในการเพาะเมล็ดกล้วยไม้ด้วยวิธีการวิทยาศาสตร์ ต้องใช้เวลากว่า 3 ปีเต็ม และติดตามมาด้วยการค้นพบวิธีการ เพาะเมล็ดกล้วยไม้ตั้งแต่ฝักยังอ่อนทำให้ทุ่นเวลาในการรอคอยหลังจากการผสมไปได้มากพอสมควร

ในปี พ.ศ. 2509 ได้รับเชิญไปเป็นวิทยากรในการประชุมกล้วยไม้โลกครั้งที่ 5 ที่มลรัฐแคลิฟอเนีย สหรัฐอเมริกา ได้พบการสาธิตวิธีขยายพันธุ์แบบเพราะเลี้ยงเนื้อเยื่อ หรือที่คนไทยในระยะหลังเรียกว่า การปั่นตา ที่ฝรั่งเศสนำมาแสดงแต่มิได้มีการเปิดเผยรายละเอียด เพราะเป็นเรื่องธุรกิจของฝ่ายผู้จัดแสดง

ศ.ระพี ได้นำเอาความคิดดังกล่าวกลับมาเผยแพร่และสนับสนุนให้มีการค้นคว้าวิจัยขึ้นในวงการไทย อย่างไม่จำกัดอยู่ ณ ที่สถาบันใด และยังเน้นวิธีการจัดการที่พยายามดัดแปลงวัสดุอุปกรณ์เหลือใช้ในสังคมไทยมาใช้ เช่นมีการนำเอารูปแบบของตู้ปลอดเชื้อรุ่นใหม่ที่มีราคาสูงมาก มาประดิษฐ์ขึ้นจากวัสดุราคาถูกที่มีในประเทศไทยและนำเอาขวดที่ใช้แล้ว มาศึกษาหารูปแบบที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพสูงแต่ราคาต่ำมาก มาใช้งานในห้องปฏิบัติการ

นอกจากนั้นยังได้มีการวิจัยและวิเคราะห์ทางด้านสังคมและวัฒนธรรมในขณะที่ได้รับเชิญไปประชุมและเผยแพร่ความรู้วิชาการในประเทศต่างๆ อย่างกว้างขวาง เพื่อนำมาปรับและพัฒนางานวิจัยและส่งเสริมของวงการกล้วยไม้ไทย และในมุมกลับก็ส่งผลนำแรงศรัทธาจากประเทศต่างๆ กลับมาสู่ประเทศไทย

การวิจัยที่กระทำ ไม่เพียงเน้นอยู่ที่วิชาการทางเทคโนโลยี หากยังได้มีการศึกษาวิจัย ในด้านการจัดการและการค้าระหว่างประเทศโดยการเข้าไปสัมผัสและกระทำจริงด้วยตนเอง

ทั้งนี้ ศ.ระพี ได้ปูพื้นฐานการพัฒนาไว้ตั้งแต่เริ่มแรก ด้วยหลักการที่มีส่วนอยู่ในภาพรวม คือ การส่งเสริม ที่เริ่มต้นขึ้นจากประชาชนทั่วไป ไม่เพียงแต่การให้วิชาความรู้ทางวิชาการ แต่ได้ปูพื้นฐานการรวมกลุ่มและสร้างผู้นำเพื่อการประสานงานและการจัดการร่วมกันบนพื้นฐานการพึ่งพาตนเอง ที่เป็นทั้งพื้นฐานและผสมผสานอยู่ในการจัดการฝึกอบรม แต่ยังมีการกระจายสู่ท้องถิ่น พร้อมทั้งเปลี่ยนนโยบายจากความคิดเก่าๆ ที่มีการจัดตั้งสาขาของกรุงเทพฯ ให้เกิดความอิสระขึ้นในแต่ละท้องถิ่น เพื่อกระจายจิตสำนึกรับผิดชอบ และประสานความสามัคคีเข้าหากันด้วยพลังที่เป็นนามธรรม

 ข้อมูล : เว็บไซต์ศาสตราจารย์ ระพี สาคริก 

 


บก.จร.ปิดการจราจร 6 สาย ซ้อมริ้วขบวนพระราชพิธีฯ วันนี้

Wed, 4 Dec 2019 09:58:00

วันนี้ (4 ธ.ค.2562) กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) จะปิดเส้นทางจราจรทางบก เพื่อซ้อมริ้วขบวนราบ ตั้งแต่เวลา 16.30 - 18.00 น. จำนวน 6 สาย ดังนี้

1. ถนนราชินี ใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ถึง แยกผ่านพิภพ
2. ถนนหน้าพระธาตุตลอดสาย
3. ถนนจันทร์ตลอดสาย
4. ถนนหน้าพระลานตลอดสาย
5. ถนนมหาราชตลอดสาย (ท่าพระจันทร์ ถึงหน้า สน.พระราชวัง)
6. ถนนท้ายวังตลอดสาย

เส้นทางแนะนำสำหรับประชาชน
1. ถนนราชดำเนินใน
2. ถนนสนามไชย
3. ถนนอัษฎางค์

คุมการจราจรแม่น้ำพระยา-คลองบางกอกน้อย

ขณะเดียวกันมีการควบคุมการจราจรทางน้ำในแม่น้ำพระยาและคลองบางกอกน้อย เป็นการเฉพาะคราว เพื่อฝึกซ้อมขบวนเรือพระราชพิธิในการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค

เวลา 06.00 - 19.30 น. หรือจนกว่าจะแล้วเสร็จ ปิดการจราจรทั้งขาขึ้นและขาล่อง ระหว่างสะพานกรุงธนบุรี ถึง สะพานพระปกเกล้า เฉพาะเรือขนาดใหญ่

เวลา 12.00 - 15.00 น. ปิดการจราจรทางน้ำขั้นเด็ดขาด ตั้งแต่สะพานกรุงธนบุรี ถึง หอประชุมกองทัพเรือ รวมทั้งปากคลองบางกอกน้อย ถึง บริเวณวัดสุวรรณารามราชวรวิหาร

เวลา 15.00 - 19.00 น. หรือจนกว่าจะแล้วเสร็จ ปิดการจราจรทางน้ำขั้นเด็ดขาด ตั้งแต่สะพานกรุงธนบุรี ถึง สะพานพระปกเกล้า

พร้อมขอความร่วมมือเรือทุกลำ งดจอดกีดขวางขบวนเรือพระราชพิธี และขอความร่วมมือเรือทุกลำที่เดินเรือผ่านบริเวณที่จอดเรือพระราชพิธี ให้เดินเรือช้าและเบา ระมัดระวังไม่ให้คลื่นของเรือไปกระทบต่อเรือพระราชพิธี จนกว่างานพระราชพิธีจะแล้วเสร็จ

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามรายละเอียดติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.phralan.in.th และเฟซบุ๊ก พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช๒๕๖๒

 


"เหนือ-อีสาน" เตรียมหนาวจัด 6-12 องศาฯ 7-10 ธ.ค.นี้

Wed, 4 Dec 2019 07:42:00

วันนี้ (4 ธ.ค.2562) กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือน "อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบนและคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 3-10 ธันวาคม 2562)" ในช่วงวันที่ 3-10 ธันวาคม 2562 ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิลดลง อย่างต่อเนื่องได้ 8-10 องศาเซลเซียสกับมีลมแรง


โดยในช่วงวันที่ 7-10 ธ.ค.2562 อุณหภูมิจะลดลงต่ำที่สุด โดยบริเวณพื้นราบภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 6-12 องศาเซลเซียส ส่วนยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวจัดและมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 1-8 องศาเซลเซียส บริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 15-20 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงไว้ด้วย


สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไปทะเลมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งตลอดช่วง


ทั้งนี้ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้แล้ว ซึ่งจะทำให้มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น นอกจากนี้ กรมอุตุนิยมวิทยายังคาดการณ์ว่า อุหณภูมิต่ำสุดของประเทศไทยช่วงฤดูหนาว ในช่วงครึ่งหลังของเดือน ธ.ค.ปีนี้ ถึง ม.ค.ปีหน้า จ.เชียงราย น่าน สกลนคร และนครพนม จะมีอากาศหนาวจัด ซึ่งจะน้อยกว่า 8 องศาเซลเซียส ตั้งแต่ปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้า 

 


ผลประเมิน PISA ชี้คะแนนการอ่านของนักเรียนไทยมีแนวโน้มลดลง

Wed, 4 Dec 2019 07:05:00

วันนึ้ (4 ธ.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (PISA Thailand) เปิดเผยผลการประเมิน PISA 2018 สำหรับผลการประเมินของประเทศไทย พบว่า นักเรียนไทยมีคะแนนเฉลี่ยในด้านต่างๆ ดังนี้

เมื่อเปรียบเทียบกับ PISA 2015 พบว่า คะแนนด้านการอ่านลดลง 16 คะแนน ส่วนด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์มีคะแนนเพิ่มขึ้น 3 คะแนน และ 4 คะแนน ตามลำดับ ซึ่งในการทดสอบทางสถิติถือว่าด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับรอบการประเมินที่ผ่านมา เมื่อวิเคราะห์แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของคะแนนตั้งแต่การประเมินรอบแรกจนถึงปัจจุบัน พบว่า ผลการประเมินด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ของไทยไม่เปลี่ยนแปลง แต่ผลการประเมินด้านการอ่านมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง

โรงเรียนเน้นวิทย์ฯ ไทยคะแนนเฉลี่ยเท่ากลุ่มประเทศคะแนนท็อป 5

สำหรับประเทศไทย กลุ่มโรงเรียนเน้นวิทยาศาสตร์มีคะแนนเฉลี่ยอยู่ในระดับเดียวกับกลุ่มประเทศ/เศรษฐกิจที่มีคะแนนสูงสุด 5 อันดับแรก (Top 5) และกลุ่มโรงเรียนสาธิตของมหาวิทยาลัยมีคะแนนสูงกว่าค่าเฉลี่ย OECD ส่วนกลุ่มโรงเรียนอื่นๆ ยังคงมีคะแนนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย OECD ทั้งนี้ คะแนนด้านวิทยาศาสตร์ของนักเรียนทุกกลุ่มโรงเรียนมีคะแนนเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับ PISA 2015

เมื่อพิจารณาความแตกต่างของคะแนนระหว่างนักเรียนกลุ่มที่มีคะแนนสูง (เปอร์เซ็นไทล์ที่ 90) กับนักเรียนกลุ่มที่มีคะแนนต่ำ (เปอร์เซ็นไทล์ที่ 10) ของไทย ในภาพรวมพบว่า มีช่องว่างของคะแนนประมาณ 200 คะแนน โดยแนวโน้มความแตกต่างในด้านการอ่านและวิทยาศาสตร์ยังคงที่ ส่วนด้านคณิตศาสตร์มีช่องว่างของคะแนนกว้างขึ้น เนื่องจากนักเรียนกลุ่มสูงมีคะแนนเฉลี่ยสูงขึ้น ในขณะที่นักเรียนกลุ่มต่ำมีคะแนนเฉลี่ยลดลง ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาความแตกต่างระหว่างเพศ พบว่า นักเรียนหญิงมีคะแนนสูงกว่านักเรียนชายในทุกด้าน โดยเฉพาะด้านการอ่านที่นักเรียนหญิงมีคะแนนสูงกว่านักเรียนชายถึง 39 คะแนน

 

OECD แบ่งระดับความสามารถของนักเรียนในแต่ละด้านเป็น 6 ระดับ โดยระดับ 2 ถือเป็นระดับพื้นฐานที่นักเรียนสามารถใช้ทักษะและความรู้ในชีวิตจริงได้ พบว่า ในด้านการอ่าน ค่าเฉลี่ย OECD มีนักเรียน ร้อยละ 77 ที่มีความสามารถด้านการอ่านตั้งแต่ระดับ 2 ขึ้นไป ส่วนในประเทศ/เขตเศรษฐกิจที่มีคะแนนสูงอย่างจีนสี่มณฑล แคนาดา เอสโตเนีย ฟินแลนด์ ฮ่องกง ไอร์แลนด์ มาเก๊า โปแลนด์ และสิงคโปร์ มีนักเรียนมากกว่า ร้อยละ 85 ที่มีความสามารถตั้งแต่ระดับ 2 ขึ้นไป สำหรับประเทศไทย มีนักเรียนที่มีความสามารถตั้งแต่ระดับ 2 ขึ้นไป ประมาณร้อยละ 40

ในด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ นักเรียนไทยที่มีความสามารถตั้งแต่ระดับ 2 ขึ้นไป มีประมาณร้อยละ 47 และร้อยละ 56 ตามลำดับ (ค่าเฉลี่ย OECD คณิตศาสตร์ ร้อยละ 76 และวิทยาศาสตร์ ร้อยละ 78) ทั้งนี้ ในสองด้านนี้มีสัดส่วนของนักเรียนไทยที่มีความสามารถระดับสูง (ระดับ 5 และ 6) เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับ PISA 2015

 

แนะส่งเสริมเด็กไทยพัฒนาการอ่านด้วยรูปแบบดิจิทัล

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า จากการประเมิน PISA ที่ผ่านมา มีข้อสังเกตที่สำคัญ 3 ประการ คือ ประการแรก ผลการประเมินชี้ว่า ระบบการศึกษาไทยมีส่วนหนึ่งที่มีคุณภาพและสามารถพัฒนานักเรียนให้มีความสามารถในระดับสูงได้ หากระดับนโยบายสามารถสร้างความเท่าเทียมกันทางการศึกษา โดยขยายระบบการศึกษาที่มีคุณภาพไปให้ทั่วถึง ประเทศไทยก็จะสามารถยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ของนักเรียนให้ทัดเทียมกับนานาชาติได้

ประการที่สอง นักเรียนไทยทั้งกลุ่มที่มีคะแนนสูงและกลุ่มที่มีคะแนนต่ำมีจุดอ่อนอยู่ที่ด้านการอ่าน ซึ่งใน PISA 2018 เป็นการประเมินการอ่านเนื้อหาสาระที่มาจากทั้งแหล่งข้อมูลเดียวและหลายแหล่งข้อมูล อีกทั้งสื่อที่นักเรียนได้อ่านส่วนใหญ่อยู่ในรูปแบบดิจิทัลซึ่งสะท้อนถึงธรรมชาติของการอ่านที่เปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ของโลกและสอดคล้องกับการใช้ข้อมูลในชีวิตจริงของผู้คนทั่วโลก ดังนั้น ระบบการศึกษาไทยจึงควรส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลเข้าไปในการเรียนการสอนเพื่อสร้างความคุ้นเคยและยกระดับความสามารถด้านการอ่านของนักเรียนในยุคดิจิทัลต่อไป

 

และประการที่สาม แนวโน้มคะแนนการอ่านของไทยลดลงอย่างต่อเนื่อง และความฉลาดรู้ด้านการอ่านมีความสัมพันธ์กับความฉลาดรู้ด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ระบบการศึกษาไทยจึงต้องยกระดับความสามารถด้านการอ่านของนักเรียนอย่างเร่งด่วน

สำหรับรอบการประเมิน PISA 2018 เน้นการประเมินด้านการอ่าน มีนักเรียนเข้าร่วมการประเมินประมาณ 600,000 คน ซึ่งถือว่าเป็นตัวแทนของนักเรียนอายุ 15 ปี จำนวนประมาณ 32 ล้านคนทั่วโลก จาก 79 ประเทศ/เขตเศรษฐกิจ สำหรับประเทศไทย สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ทำหน้าที่เป็นศูนย์แห่งชาติ (National Center) ได้ดำเนินการจัดสอบเมื่อเดือน ส.ค. พ.ศ.2561 มีนักเรียนกลุ่มตัวอย่างจำนวน 8,633 คน จาก 290 โรงเรียนในทุกสังกัดการศึกษาเข้าร่วมการประเมินในรอบนี้ โดยนักเรียนได้ทำแบบทดสอบและแบบสอบถามทางคอมพิวเตอร์ผ่านแฟลชไดรฟ์ข้อสอบ นอกจากนี้ยังมีการเก็บข้อมูลจากผู้บริหารโรงเรียนผ่านทางแบบสอบถามออนไลน์ด้วย

นักเรียนจากจีน 4 มณฑล คะแนนสูงสุดในทุกด้าน

สำหรับผลการประเมิน PISA 2018 ในระดับนานาชาติ พบว่า นักเรียนจากจีน 4 มณฑล ได้แก่ ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ เจียงซู และเจ้อเจียง รวมถึงสิงคโปร์ มีคะแนนทั้งสามด้านสูงกว่าทุกประเทศ/เขตเศรษฐกิจ สำหรับประเทศที่มีคะแนนสูงสุดห้าอันดับแรกในด้านการอ่านซึ่งเป็นด้านที่เน้นในรอบการประเมินนี้ ได้แก่ จีน 4 มณฑล สิงคโปร์ มาเก๊า ฮ่องกง และเอสโตเนีย


ทั้งนี้ โปรแกรมประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล (PISA) ริเริ่มโดยองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินคุณภาพของระบบการศึกษาในการเตรียมความพร้อมให้ประชาชนมีศักยภาพหรือความสามารถพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลง โดยประเมินนักเรียนอายุ 15 ปี ซึ่งเป็นวัยที่สำเร็จการศึกษาภาคบังคับ โดยดำเนินการอย่างต่อเนื่องทุกๆ 3 ปี เพื่อติดตามแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงคุณภาพการศึกษาและมุ่งให้ข้อมูลแก่ระดับนโยบาย ซึ่งเน้นการประเมินสมรรถนะของนักเรียนเกี่ยวกับการใช้ความรู้และทักษะในชีวิตจริงมากกว่าการเรียนรู้ตามหลักสูตรในโรงเรียน

การประเมินนักเรียนจะวัดทั้ง 3 ด้าน หรือเรียกว่า “ความฉลาดรู้” (Literacy) ได้แก่ ความฉลาดรู้ด้านการอ่าน (Reading Literacy) ความฉลาดรู้ด้านคณิตศาสตร์ (Mathematical Literacy) และความฉลาดรู้ด้านวิทยาศาสตร์ (Scientific Literacy)  แต่จะเน้นหนักในด้านใดด้านหนึ่งในแต่ละรอบการประเมิน ซึ่งความฉลาดรู้ทั้งสามด้านนี้ ถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเรียนรู้ตลอดชีวิต และเป็นสิ่งที่ประชากรจำเป็นต้องมีเพื่อการพัฒนาและการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ

 


ระวัง! LINE ปลอมจากมิจฉาชีพอ้างธนาคารไทยพาณิชย์

Tue, 3 Dec 2019 18:08:00

วันนี้ (3 ธ.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจธนาคารไทยพาณิชย์ เผยแพร่ข้อมูลแจ้งเตือนว่า LINE ปลอมจากมิจฉาชีพ โดยระบุว่า ข่าวมิจฉาชีพหลอกลวงเงินมีให้ได้ยินอยู่เรื่อยๆ ยิ่งในยุคดิจิทัลคนร้ายมักหาช่องทาง และวิธีการใหม่ๆ มาล่อลวงเหยื่อเสมอ เป็นต้นว่า เว็บไซต์ปลอม SMS ปลอม อีเมลปลอม เฟซบุ๊กปลอม จะสังเกตได้ว่า สิ่งที่เรานิยมใช้กันทุกวัน จนเกิดเป็นความคุ้นเคย และไม่ได้เอะใจว่า มีอะไรผิดปกติหรือไม่ มักจะถูกเลือกมาเป็นช่องทางในการติดต่อเหยื่อของบรรดามิจฉาชีพ

ไม่เว้นแม้กระทั่ง LINE แอปพลิเคชันยอดฮิตที่นิยมใช้กันทุกเพศทุกวัย บริษัทต่างๆ ก็นิยมใช้เป็นช่องทางติดต่อกับลูกค้าของตน รวมถึง ธนาคารต่างๆ ก็เลือกที่จะใช้ช่องทางแสนสะดวกนี้ เพื่อ Connect กับบรรดาลูกค้าทั้งหลาย มิจฉาชีพก็สบช่องสร้าง LINE แอคเคาท์ปลอมมาหลอกเอาข้อมูลสำคัญๆ จากเหยื่อ หลังจากนั้นก็เข้าไปขโมยเงินออกจากบัญชีโดยที่เหยื่อไม่ทันได้รู้ตัว ดังนั้น จึงควรระมัดระวัง ตั้งสติ และสังเกตอย่างถ้วนถี่ เงินทองหาไม่ง่าย อย่าให้ใครมาช่วยใช้โดยที่เราไม่อนุญาต

 

วิธีการของมิจฉาชีพ-ตรวจสอบ LINE ปลอม

เริ่มจากการที่มิจฉาชีพสร้างแอคเคาท์ปลอมขึ้นมา แล้วตั้งชื่อให้เหมือนกับของจริงที่ธนาคารใช้ จากนั้นก็จะทักเข้าไปหากลุ่มเป้าหมายก่อน พยายามบอกให้ยืนยันตัวตน โดยให้แจ้งเลขที่บัตรประชาชน และวันเดือนปีเกิด หากหลงเชื่อให้ข้อมูลไป ก็เข้าข่ายที่จะเสร็จโจรแน่นอน มาดูวิธีสังเกตง่ายๆ เพื่อจะตรวจสอบว่า LINE ที่เห็นนั้น เป็นของจริงหรือของปลอมกันดีกว่า

1. LINE ของปลอม จะทักเข้าไปหาลูกค้าก่อน โดยผู้ใช้จะเห็นคำว่า เพิ่มเพื่อน อยู่ด้านบน ซึ่งหมายความว่า ผู้ใช้กับแอคเคาท์นี้ยังไม่ได้เป็นเพื่อนกัน ส่วน LINE จริง ผู้ใช้จะต้องเป็นคนเพิ่มเพื่อนเอง LINE จริงนี้จะไม่สามารถทักเข้าไปหาลูกค้าก่อนได้เลย

2. LINE ของปลอม จะไม่มีเครื่องหมาย โล่สีเขียว หน้าชื่อแอคเคาท์ ในขณะที่ LINE ของจริง จะมี โล่สีเขียว หรือสีน้ำเงิน วางอยู่หน้าชื่อแอคเคาท์โดดเด่นชัดเจน เพื่อแสดงว่าเป็นบัญชีพรีเมี่ยม หรือบัญชีที่ได้รับการรับรองจาก LINE ประเทศไทยแล้ว สามารถเชื่อถือได้

เมื่อมั่นใจแล้วว่า LINE ที่ทักเข้ามานั้นเป็นของปลอมของพวกมิจฉาชีพ แนะนำให้กดปุ่มรายงานปัญหา ในทันที และอาจจะบล็อคแอคเคาท์นั้นเพื่อไม่ให้เค้ามายุ่งกับเราได้อีก เพื่อความมั่นใจว่า แอคเคาท์ที่เราใช้เป็นของแท้แน่นอน เราควรจะเลือกเพิ่มเพื่อนกับบรรดาบริษัท หรือแบรนด์ที่เราเป็นลูกค้า ผ่านแหล่งที่น่าเชื่อถือได้โดยตรง เช่น จากร้านค้า หรือ เว็บไซต์ทางการของแบรนด์นั้นๆ

สำหรับ LINE แอคเคาท์ของธนาคารไทยพาณิชย์  LINE SCB Thailand http://line.me/R/ti/p/@scb_thailand และLINE SCB Connect http://line.me/R/ti/p/@scbconnect