"ไอจี-เฟซบุ๊ก" ล่ม ในหลายประเทศ

Sun, 14 Apr 2019 18:26:00

วันนี้ (14 เม.ย.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์สื่อสังคมออนไลน์อย่าง www.Facebook.com ,Instrgam ไม่สามารถเข้าใช้งานในหลายประเทศตั้งแต่เวลาประมาณ 17.45 น. จนถึงเวลาล่าสุดประมาณ 18.26 น.

ในทวิตเตอร์ แท็ก #ไอจีล่ม #FacebookDown #instagramdown ติดเทรนด์ในทวิตเตอร์ 3 อันดับแรก

 


เปิดภาพ “หลุมดำ” ครั้งแรกในประวัติศาสตร์

Wed, 10 Apr 2019 22:04:00

วันนี้ (10 เม.ย.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 20:00 น. ตามเวลาประเทศไทย มีการแถลงข่าวสำคัญพร้อมกันทั่วโลกภายใต้โครงการความร่วมมือระดับนานาชาติ เปิดเผยภาพ “หลุมดำยักษ์” (Supermassive Black Hole) บริเวณใจกลางกาแล็กซี M87 (Messier 87) อยู่ห่างจากโลกประมาณ 55 ล้านปีแสง และมีมวลประมาณ 6,500 ล้านเท่า ของมวลดวงอาทิตย์ ผลงานจากกล้องโทรทรรศน์อีเวนต์ฮอไรซัน เครือข่ายกล้อง โทรทรรศน์วิทยุช่วงความถี่สูง นับเป็นความสำเร็จทางวิทยาศาสตร์ครั้งยิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของมวลมนุษยชาติ

นายศรัณย์ โปษยะจินดา ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) กล่าวว่า นักวิทยาศาสตร์ทราบกันดีว่าหลุมดำ มีอยู่จริง แต่ยังไม่สามารถบันทึกภาพได้โดยตรง ที่ผ่านมานักวิทยาศาสตร์จำลองภาพหลุมดำจากทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ต่างๆภาพหลุมดำมวลยวดยิ่งบริเวณใจกลาง กาแล็กซี M87 ที่เราได้เห็นวันนี้ นับเป็นภาพหลุมดำภาพแรกที่บันทึกได้โดยตรง

 

 

ภาพที่บันทึกได้ ปรากฏเป็นเงาของหลุมดำที่ห่อหุ้มหลุมดำ มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 40,000 ล้านกิโลเมตร เงาของหลุมดำนี้ใหญ่กว่าขนาดจริงของหลุมดำประมาณ 2.5 เท่า นับเป็นหลุมดำที่มีขนาดใหญ่และใกล้โลกที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยศึกษามา

 กล้องโทรทรรศน์อีเวนต์ฮอไรซัน (Event Horizon Telescope: EHT) เป็นเครือข่ายกล้องโทรทรรศน์วิทยุความถี่สูง ช่วง 230-450 GHz จากหอสังเกตการณ์ดาราศาสตร์วิทยุ 8 แห่งทั่วโลก ทำงานร่วมกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรับสัญญานและกำลังแยกภาพ ใช้เทคนิคการแทรกสอดระยะไกล เมื่อสังเกตการณ์ร่วมกัน จะเสมือนว่ามีกล้องโทรทรรศน์วิทยุที่มีขนาดหน้าจานเท่ากับเส้นผ่านศูนย์กลางของโลก

ภาพ:สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ

ภาพ:สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ

 

การใช้เทคนิคการแทรกสอดระยะไกล หรือวีแอลบีไอในครั้งนี้ สังเกตการณ์ ณ ช่วงความถี่ 230 GHz เทียบเท่าความ ยาวคลื่น 1.3 มิลลิเมตร ทำให้ได้ภาพที่มีความละเอียดเชิงมุมระดับ 20 ไมโครอาร์คเซค ประสิทธิภาพของกล้องเปรียบเสมือนมีความละเอียดเพียงพอที่จะอ่านหนังสือพิมพ์ในนิวยอร์คได้จากร้านกาแฟในปารีส ที่ระยะห่างกว่า 6,000 กิโลเมตร

กล้องโทรทรรศน์วิทยุความถี่สูงของหอสังเกตการณ์ดาราศาสตร์วิทยุ 8 แห่ง ที่ร่วมเครือข่ายกล้องโทรทรรศน์อีเวนต์ฮอไรซัน ได้แก่ 1.หอสังเกตการณ์ดาราศาสตร์วิทยุแอริโซนา สหรัฐอเมริกา 2. กล้องโทรทรรศน์เอเพ็กซ์ ประเทศชิลี  3. กล้องโทรทรรศน์วิทยุ IRAM ประเทศสเปน 4. กล้องโทรทรรศน์เจมส์ เคลิร์ก แม็กซ์เวลล์ รัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกา  5.The Large Millimeter Telescope Alfonso Serrano (LMT) ประเทศเม็กซิโก

 

ภาพ:สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ

ภาพ:สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ

 

6. The Submillimeter Array (SMA) รัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกา 7. กล้องโทรทรรศน์วิทยุอัลมา ประเทศชิลี และ 8. กล้องโทรทรรศน์วิทยุ ณ ขั้วโลกใต้ ทวีปแอนตาร์กติกา ข้อมูลมหาศาลทั้งหมดจากการสังเกตการณ์ครั้งนี้ ประมาณ 1 ล้านกิกะไบต์ ถูกนำมาประมวลผลด้วยซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่สถาบันดาราศาสตร์วิทยุมักซ์พลังค์ เยอรมนี และ สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา

ดร.ศรัณย์ กล่าวว่า นอกจากความสำเร็จในการบันทึกภาพเงาของหลุมดำมวลยวดยิ่งได้เป็นครั้งแรกแล้ว การค้นพบครั้งนี้ยังสามารถใช้พิสูจน์ทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปของไอน์สไตน์ ทำให้เข้าใจกระบวนการถ่ายเทมวลสารและพลังงานมหาศาลรอบหลุมดำได้ดียิ่งขึ้น และกระบวนการปลดปล่อยรังสีในรูปแบบเจ็ทของหลุมดำ


ร้องเรียก "ชื่อเหมียว" เดี๋ยวก็มา เพราะน้องจำชื่อตัวเองได้

Wed, 10 Apr 2019 13:53:00

งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยโซเฟีย ประเทศญี่ปุ่นที่ตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์ Nature Research ได้ศึกษาเกี่ยวกับความสามารถของแมวบ้านในการสื่อสารกับมนุษย์ที่ยังไม่ได้มีการศึกษาอย่างละเอียด โดยใช้วิธีทำให้แมวเกิดความเคยชินเพื่อตรวจสอบว่าแมวสามารถแยกแยะคำพูดของมนุษย์ได้หรือไม่

พวกเขาสังเกตพฤติกรรมแมว ทั้งแมวบ้านและแมวคาเฟ่ในญี่ปุ่น โดยทดลองเปิดเสียงคำพูดของมนุษย์ 4 คำที่มีลักษณะการออกเสียงแตกต่างกันตามหลักสัทศาสตร์ แล้วตามด้วยเสียงเรียกชื่อของมัน ทั้งที่เป็นเสียงจากเจ้าของและเสียงเรียกของคนแปลกหน้า


จากการทดสอบแมวเหล่านี้ พบว่าสามารถแยกแยะชื่อของตัวเองจากคำนามทั่วไป โดยแสดงท่าทางว่ารู้จักชื่อของตัวเอง เช่น กระดิกหู ขยับหัว หรือแม้แต่กระดิกหาง แม้เสียงที่ใช้เรียกจะไม่ใช่เสียงที่คุ้นเคยของเจ้าของพวกมัน

นอกจากนี้ แมวยังสามารถแยกแยะเสียงเจ้าของจากคนแปลกหน้าของมัน โดยเมื่อเจ้าของเรียกชื่อมันจะมีปฏิกิริยาโต้ตอบกลับมา ซึ่งแสดงให้เห็นว่าแมวบ้านมีความสามารถในการจดจำท่าทาง ใบหน้าและเสียงพูดของมนุษย์ได้


ผลลัพธ์เหล่านี้บ่งชี้ว่าทั้งแมวบ้านและแมวจากคาเฟ่แมวสามารถแยกแยะชื่อของตัวเองจากคำอื่นๆ ได้ แต่แมวคาเฟ่ที่อาศัยอยู่รวมกันเป็นกลุ่มจะมีปฏิกิริยาตอบสนองเมื่อได้ยินเสียงเรียกชื่อเพื่อนของมันด้วย จึงสรุปได้ว่าแมวสามารถแยกแยะเนื้อหาของคำพูดของมนุษย์ตามความแตกต่างของการออกเสียงของมนุษย์

นักวิจัย อธิบายเกี่ยวกับผลการวิจัยนี้ว่า ชื่อของแมวเป็นหนึ่งในคำที่มนุษย์มักออกเสียงบ่อยที่สุด แม้แมวจะไม่รู้ความหมายแต่สามารถเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาจากประสบการณ์ในชีวิตประจำวัน


อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ระหว่างการได้ยินชื่ออาจส่งผลต่อพฤติกรรมของแมวแยะช่วยให้แมวแยกแยะชื่อของมันได้มากขึ้น ทั้งการรับรางวัลหรือการลงโทษอาจส่งผลต่อพฤติกรรมชื่อแมวด้วย เนื่องจากเมื่อเรียกชื่อแมวแล้วให้รางวัลอย่างการให้อาหาร การลูบคลำ เล่นด้วย หรือมีการลงโทษ เช่น พาไปพบสัตวแพทย์หรือไปอาบน้ำ แมวก็จะมีพฤติกรรมตอบสนองที่แตกต่างกันออกไป

 


มรภ.โชว์ผลงานวิจัยต่อยอด "ภูมิปัญญาท้องถิ่น"

Tue, 9 Apr 2019 09:41:00

สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และเครือข่ายทั่วประเทศ เชิญชวนนักวิชาการ นิสิต นักศึกษา และประชาชน ร่วมชมงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2562 จนถึงวันที่ 10 เม.ย.นี้ ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ กรุงเทพฯ ภายในงานมีข้อหัวการประชุมที่หลากหลายกว่า 100 ข้อ ใน 5 กลุ่มเรื่องการวิจัย และการแสดงนิทรรศการผลงานวิจัยหลายร้อยผลงาน

 

 

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ นำผลงานวิจัยมาจัดแสดง โดยคิดค้นในรัชกาลที่ 10 "งานวิจัยสานงานต่อจากพ่อ (รัชกาลที่ 9) พระผู้เป็นบิดาแห่งงานวิจัยไทย" ด้วยพระบรมราโชบายสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร ต่อมหาวิทยาลัยราชภัฎให้เป็นที่พึ่งของชุมชนท้องถิ่น สะท้อนให้ชาวราชภัฎตระหนักถึงพันธกิจต่อชุมชนท้องถิ่นเป็นสำคัญ โดยเฉพาะการพัฒนาท้องถิ่นเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต สังคม เศรษฐกิจรายได้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้มั่นคงและยั่งยืน โดยมีงานวิจัยได้แก่

 


จีน-ออสเตรียทดสอบ "แท็กซี่บินได้" จ่อให้บริการ 9-11 เม.ย.นี้

Fri, 5 Apr 2019 06:35:00

วันที่ 4 เม.ย.2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัทอีฮังของจีนและบริษัทเอฟเอซีซีของออสเตรีย นำยานพาหนะบินได้อัตโนมัติออกมาบินทดสอบ เพื่อเปิดตัวกับสื่อมวลชนเป็นครั้งแรกภายในสนามกีฬาในกรุงเวียนนาของออสเตรีย โดยมีใบพัด 16 ก้านของอากาศยานไร้คนขับ บรรทุกผู้โดยสารได้ 2 คน บินได้ด้วยความเร็วสูงสุด 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และบินได้นานเกือบครึ่งชั่วโมง ภายหลังการบินทดสอบบริษัทจะนำแท็กซี่บินได้ออกให้บริการผู้เข้าร่วมเทศกาลโฟว์เกมเชนเจอร์ส ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-11 เม.ย.นี้ ในกรุงเวียนนา

 

 

ขณะที่ผู้บริหารบริษัทของออสเตรีย คาดว่า จะมีการนำยานพาหนะลักษณะนี้ออกให้บริการประชาชนทั่วโลก มากถึง 100,000 คัน ภายในปี 2025 ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญบางคน ประเมินว่า ตลาดของยานพาหนะบินได้อัตโนมัติอาจเติบโตมากกว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในกลางทศวรรษหน้า

 


เตือน! พนักงาน Facebook เข้าถึง "รหัสผ่าน" ผู้ใช้ 600 ล้านบัญชีได้

Fri, 22 Mar 2019 17:16:00

วานนี้ (21 มี.ค.2562) สำนักข่าวบีบีซี รายงานว่า พนักงานเกือบ 20,000 คน ของเครือข่ายสังคมออนไลน์อย่าง Facebook (เฟซบุ๊ก) อาจเข้าถึงรหัสผ่านของผู้ใช้เฟซบุ๊กนับล้านคนได้ เนื่องจากพบว่ามีการจัดเก็บอย่างไม่ปลอดภัย

ไบรอัน เครบส์ นักวิจัยด้านความปลอดภัย อ้างว่า แหล่งข่าวในเฟซบุ๊ก ระบุว่า รหัสผ่าน (Password) ของผู้ใช้เฟซบุ๊กราว 600 ล้านบัญชีถูกจัดเก็บอย่างไม่ปลอดภัย ในเซิร์ฟเวอร์ภายใน โดยเก็บรหัสผ่านแบบตัวอักษรปกติทั่วไป (Plain Text) ที่เข้าถึงได้โดยไม่ต้องใส่รหัสผ่าน และไม่มีการป้องกันใดๆ ซึ่งพนักงานประมาณ 20,000 คน สามารถย้อนดูข้อมูลรหัสผ่านของผู้ใช้งานเฟซบุ๊กไปได้ถึงปี 2555 

ไบรอัน เครบส์ ย้ำว่า เหตุการณ์ในครั้งนี้นับเป็นความล้มเหลวด้านความปลอดภัยของนักพัฒนาแอปพลิเคชันเฟซบุ๊กในการจัดเก็บรหัสผ่านของผู้ใช้เฟซบุ๊กที่เป็นตัวอักษรปกติทั่วไป และไม่ต้องใส่รหัสผ่านในการเข้าถึง

ขณะที่เฟซบุ๊กได้ออกแถลงการณ์ ระบุว่า ขณะนี้ได้แก้ไขความบกพร่องในการจัดเก็บรหัสผ่านแล้ว แต่ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวเลขของผู้ที่ได้รับผลกระทบ โดยระบุว่า กำลังเร่งสืบสวนว่ามีผู้ได้รับผลกระทบจำนวนเท่าใด พร้อมยืนยันว่า รหัสผ่านเหล่านี้ไม่ได้ถูกเปิดเผยต่อบุคคลภายนอกองค์กร และไม่พบหลักฐานว่ามีการเข้าถึงอย่างไม่เหมาะสม หรือถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด

นอกจากนี้ เฟซบุ๊ก ระบุว่า ปัญหาดังกล่าวถูกพบเมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมาระหว่างการตรวจสอบความปลอดภัยตามปกติ โดยผู้ที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่ เป็นผู้ที่ใช้ “เฟซบุ๊ก ไลท์” (Facebook Lite ) ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นที่ใช้ในประเทศที่คุณภาพอินเทอร์เน็ตช้า เริ่มมีการใช้งานตั้งแต่ปี 2558 โดยแหล่งข่าวในเฟซบุ๊กให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวรอยเตอร์สเกี่ยวกับผู้ได้รับผลกระทบกับเหตุการณ์ดังกล่าว

คาดว่าเป็นผู้ใช้เฟซบุ๊กไลท์นับร้อยล้านคน ผู้ใช้เฟซบุ๊กหลายสิบล้านคน และผู้ใช้อินสตาแกรมอีกหลายหมื่นคน 

ทั้งนี้ ผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ได้รับผลกระทบจะได้รับอีเมลแจ้งเตือนจากเฟซบุ๊ก เพื่อขอให้เปลี่ยนรหัสผ่าน

 


ล่ม 6 ชั่วโมง! Facebook-Instagram ยังใช้งานไม่ได้

Thu, 14 Mar 2019 06:38:00

ตั้งแต่ช่วงค่ำวานนี้ (13 มี.ค.2562) สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงานว่า Facebook (เฟซบุ๊ก) ซึ่งเป็นเครือข่ายโซเชียลที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ เพื่ออธิบายว่า เฟซบุ๊กทั่วโลกกำลังประสบปัญหาในการใช้งาน

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก และแพลตฟอร์มอื่นๆ ทั้งอินสตาแกรม เมสเซนเจอร์ และ วอทแอปซ์  ประสบปัญหาในการเข้าถึงบริการ หลายคนใช้ทวีตเตอร์ เพื่อแสดงความคิดเห็นบนสื่อสังคมออนไลน์ในขณะที่เฟซบุ๊กเริ่มขัดข้องและใช้งานไม่ได้เมื่อช่วงค่ำวานนี้
การขัดข้องเริ่มขึ้นในช่วงบ่ายวานนี้และดูเหมือนว่าจะส่งผลกระทบต่อผู้คนในหลายๆ พื้นที่ รวมถึงสหรัฐอเมริกา อเมริกากลาง อเมริกาใต้ และยุโรป


ขณะที่เฟซบุ๊กได้สื่อสารต่อผู้ใช้งานผ่านช่องทางทวิตเตอร์ โดยทวีตข้อความเมื่อเวลา 00.49 น. โดยระบุว่า

เราทราบว่าบางคนกำลังประสบปัญหาในการเข้าถึงเฟซบุ๊ก รวมถึงสื่ออื่นๆ ในเครือของเรา เรากำลังดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาโดยเร็วที่สุด

 
แม้จะมีข่าวลือออนไลน์ก่อนหน้านี้ว่า การหยุดทำงานของเฟซบุ๊กเป็นผลมาจากการโจมตีทางไซเบอร์หวังถล่มเว็บไซต์หลักผ่านการควบคุมของแฮกเกอร์ แต่เฟซบุ๊กก็ได้ออกมาชี้แจงผ่านด้วยการทวีตข้อความว่า

เรามุ่งเน้นการทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาโดยเร็วที่สุด แต่สามารถยืนยันได้ว่าปัญหาไม่เกี่ยวข้องกับการโจมตีแบบ DDoS

ไอจีล่ม-เฟซบุ๊กล่ม ผู้คนแห่ใช้ทวิตเตอร์ 

หลังจากการหยุดทำงานอย่างต่อเนื่องของเฟซบุ๊กและอินสตาแกรมตั้งแต่ช่วงเที่ยงคืนที่ผ่านมา ส่งผลให้ #ไอจีล่ม ทะยานขึ้นสู่เทรนด์ทวิตเตอร์อันดับ 1 ขณะที่ #เฟซบุ๊กล่ม ติดอันดับเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับ 4 โดยผู้ใช้งานเฟซบุ๊กได้ทวีตรายงานปัญหาการใช้งานทวิตเตอร์ทั้งการเข้าสู่ระบบ (Login) การแสดงความคิดเห็น และการโพสต์ข้อความรวมถึงรูปภาพไม่ได้


ขณะที่วานนี้ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า พบผู้ใช้จากทั่วโลกรายงานปัญหาการเข้าใช้บริการต่างๆ ของ Google ทั้ง Gmail Google Drive และ Google Maps หลังระบบล่มตั้งแต่เวลา 09.00 น. 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

Gmail - Google Drive - Google Maps ล่มทั่วโลก

 


Gmail - Google Drive - Google Maps ล่มทั่วโลก

Wed, 13 Mar 2019 12:21:00

วันนี้ (13 มี.ค.2562) สำนักข่าว The guardian รายงานว่า พบ การรายงานปัญหาการเข้าใช้งานบริการต่างๆ ของกูเกิ้ล (Google) จากทั่วโลก โดยเว็บไซต์ต่าง ๆ ที่ติดตามปัญหาและการหยุดทำงานของจีเมล (Gmail) แสดงให้เห็นถึงผู้ใช้จำนวนมากที่รายงานปัญหาเกี่ยวกับบริการอีเมลตั้งแต่เวลาประมาณ 09.00 น.

ในแถลงการณ์บนเว็บไซต์ของกูเกิ้ล ระบุว่า ขณะนี้บริษัทกำลังตรวจสอบรายงานปัญหาเกี่ยวกับจีเมล โดยกูเกิ้ลจะออกมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมในไม่ช้า หลังผู้ใช้งานที่ได้รับผลกระทบเมื่อเข้าใช้งานจีเมล แต่เห็นข้อความแสดงข้อผิดพลาดในการตอบสนอง

จีเมล มีผู้ใช้มากกว่าหนึ่งพันล้านคน ผู้ที่ได้รับผลกระทบไม่สามารถส่งอีเมลได้ โดยมีข้อความแสดงข้อผิดพลาดที่กล่าวว่า “ไม่สามารถส่งข้อความได้ ตรวจสอบเครือข่ายของคุณแล้วลองอีกครั้ง” บางคนประสบปัญหาในการเปิดไฟล์แนบ


หลายชั่วโมงหลังจากมีรายงานปัญหาครั้งแรก บริษัทกูเกิ้ล พบว่า ลูกค้าจะมีปัญหาในการเข้าถึงหรือแนบไฟล์ในอีเมล นอกจากการเข้าถึงและบันทึกอีเมลฉบับร่างและการส่งอีเมลแล้ว กูเกิ้ลยังได้รับการรายงานปัญหาเกี่ยวกับการอัปโหลดและดาวน์โหลดไฟล์จากกูเกิ้ล ไดรฟ์ และการอัปโหลดรูปภาพหรือไฟล์แนบไปยังแฮงเอาท์

ขณะที่ ผู้ใช้งานบางส่วนรายงานปัญหาเกี่ยวกับกูเกิ้ล แมป หลังพยายามใช้โหมดสตรีทวิวที่ปรากฏภาพหน้าจอสีดำแทนภาพสถานที่ ปัญหานี้ยังไม่ได้รับการยืนยันจากกูเกิ้ล

ทั้งนี้ กูเกิ้ลไม่ได้ยืนยันสาเหตุของปัญหาการหยุดทำงานหรือระยะเวลาในการแก้ปัญหาที่ชัดเจน ซึ่งปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อผู้ใช้ทั่วโลก โดยมีผู้ใช้งานในสหรัฐอเมริกา ยุโรป เอเชีย ออสเตรเลียและอเมริกาใต้ได้มีการรายงานปัญหาที่เกิดขึ้นนี้

 


ผู้เชี่ยวชาญชี้ พ.ร.บ.ไซเบอร์ เน้นป้องกันโจมตีระบบโครงสร้างพื้นฐาน

Fri, 1 Mar 2019 12:21:00

วันนี้ (1 มี.ค.62) นายปริญญา หอมเอนก เลขาธิการสมาคมความมั่นคงปลอดภัยระบบสารสนเทศ (TISA) และคณะกรรมกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่าง พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ...ให้สัมภาษณ์ไทยพีบีเอสถึงกรณีมีข้อกังวลเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.ไซเบอร์ว่าจะละเมิดสิทธิส่วนบุคคลหรือไม่ โดยระบุว่า ร่างพ.ร.บ.ไซเบอร์ ฉบับเก่า ส่วนตัวได้ดำเนินการคัดค้านเนื่องจากไม่เห็นด้วยกับเนื่องจากมีความกระทบกับประชาชนเพราะไม่ต้องขอหมายศาลในการเข้าตรวจสอบ

 

 

แต่ในการปรับแก้ร่างกฎหมายได้เสนอปรับแก้ เช่น กรณีติดไวรัส มัลแวร์ ต่างๆ ซึ่งทั้งบุคคลหรือองค์กรล้วนแล้วแต่มีโอกาสติดมัลแวร์ทั้งสิ้น การที่จะเข้าตรวจยึดคอมาพิวเตอร์โดยไม่มีหมายศาลย่อมไม่เหมาะสม ดังนั้นจึงมีการปรับแก้ไขเป็นภัยทั่วไปหรือภัยระดับร้ายแรงต้องขอนุญาตศาลก่อนและหากเจ้าหน้าที่นำข้อมูลไปเปิดเผยจะได้รับโทษอาญา ดังนั้นก่อนที่จะดำเนินการเจ้าหน้าที่ต้องมีความมั่นใจ

นายปริญญากล่าวว่า ส่วนตัวมีความต้องการให้ ร่าง พ.ร.บ.ไซเบอร์ ฉบับนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา เพราะฉะนั้น พ.ร.บ.ฉบับนี้จึงไม่มีการบัญญัติไว้เลยที่จะขอดูข้อมูลประชาชนหรือละเมิดสิทธิ ซึ่งข้อมูลคือ ข้อมูลภัยไซเบอร์ เท่านั้น

ทั้งนี้ ภัยระดับวิกฤตสามารถไประงับเหตุก่อนจึงไปขอหมายศาลได้ ซึ่งเขียนไว้ชัดเจนในมาตรา 53 (3) คำว่า วิกฤตมีบัญญัติไว้ว่า ต้องมีคนล้มตาย โจมตีจนระบบของรัฐล่มเป็นวงกว้าง ซึ่งมีความชัดเจนจึงขอเข้าไประงับโดยไม่ต้องขออนุญาตศาลและภายหลังระงับเสร็จสิ้นจึงทำหนังสือชี้แจงไปยังศาล

นายปริญญา กล่าวเพิ่มเติมว่า กฎหมายฉบับนี้ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อใช้กับประชาชน แต่ออกแบบมาโดยใช้กับโครงสร้างหน่วยงานพื้นฐานสารสนเทศหรือที่เรียกว่า critical infrastructure cyber attacks ยกตัวอย่างเช่น การโจมตีระบบคอมพิวเตอร์ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รถไฟฟ้า บริษัทให้บริการโทรคมนาคมรายต่างๆ การประปาทุกวันนี้หน่วยงานเหล่านี้ดำเนินการโดยระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งหากถูกโจมตี เช่น โทรศัพท์ไม่ได้ ธนาคารโอนเงินไม่ได้ ที่ผ่านมายังไม่มีเจ้าภาพในการดูแลหรือมาตรฐานในการดูแล กฎหมายฉบับนี้ออกแบบมาเพื่อดำเนินการในสิ่งเหล่านี้

เลขาธิการสมาคมความมั่นคงปลอดภัยระบบสารสนเทศ ระบุว่า การขอเครื่องมาตรวจสอบนั้นเป็นการนำข้อมูลมาวิเคราะห์ว่ามีมัลแวร์หรือไม่ ถ้ามีต้องคืนใน 30 วัน ซึ่งการจะดำเนินการในสิ่งเหล่านี้ก็ต่อเมื่อเกิดผลกระทบเป็นวงกว้าง ร้ายแรง และมีผู้เสียหาย ไม่ใช่เพียงสงสัยและเข้าตรวจค้นย่อมไม่สามารถกระทำได้

 

 

นายปริญญา มองว่า ความกังวลของโลกออนไลน์นั้นอาจมาจาก ร่าง พ.ร.บ.ไซเบอร์ฉบับเก่า ไม่ได้ระบุถึงการขอหมายศาลแต่การปรับแก้นั้น ระบุว่าต้องเพิ่มการขอหมายศาลเข้าไปซึ่งดีขึ้นกว่าฉบับเดิมค่อนข้างมาก ซึ่งส่วนหนึ่งอาจมีความเข้าใจถึงฉบับเก่า ขณะที่อีกกลุ่มหนึ่ง การไม่ต้องขอหมายศาลก่อนเข้าตรวจค้นเพราะเกรงว่าจะถูกละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ซึ่งการจะโพสต์ถึงบุคคลอื่นกฎหมายฉบับนี้ไม่เกี่ยวข้อง เพราะมีกฎหมายอาญา หรือกฎหมายหมิ่นประมาทครอบคลุมอยู่แล้ว และการจะใส่เนื้อหาใดไ เข้าไป พ.ร.บ.ไซเบอร์ไม่เกี่ยวข้องแต่จะเกี่ยวเฉพาะการโจมตีไซเบอร์เท่านั้นหรือการโจมตีของแฮกเกอร์เท่านั้น

ขณะที่ ข้อกังวลเรื่อง "ข้อมูลเวลาจริง" (Realtime) ใน พ.ร.บ.ไซเบอร์ ปรับแก้เป็น ขอข้อมูลล่าสุดที่เป็นปัจจุบันและขอข้อมูลต่อเนื่อง ซึ่งสามารถขอข้อมูลได้แต่จะดักข้อมูลไม่ได้ซึ่งจะผิดกฎหมายทันที ซึ่งการขอข้อมูลจะนำไปวิเคราะห์ว่าถูกโจมตีจากที่ใด หากเจ้าของคอมพิวเตอร์ไม่ยินยอมก็ต้องมีหมายศาล

ข้อมูลปัจจุบันหมายถึง ข้อมูลที่ถูกโจมตีจากแฮกเกอร์ที่มีอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว ไม่ใช่การพูดคุยกับภรรยา การไปเที่ยว ซึ่งการตรวจสอบจะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับการโจมตีไซเบอร์ ซึ่งมีเหตุจำเป็นต้องขอข้อมูลนั้น ถ้าไม่ให้ต้องขอหมายศาล ซึ่งสามารถอุทธรณ์ได้ 2 แบบ คือ อุทธรณ์คำสั่งคณะกรรมการและอุทธรณ์คำสั่งศาล

นายปริญญากล่าวว่า ในร่าง พ.ร.บ.ไซเบอร์ ระบุว่าเมื่อคณะกรรมการมีคำสั่งการอุทธรณ์สามารถอุทธรณ์ได้เมื่อเป็นภัยระดับไม่ร้ายแรง ขณะที่ภัยร้ายแรงหรือวิกฤตอุทธรณ์คำสั่งไม่ได้ แต่การออกหมายศาลสามารถอุทธรณ์คำสั่งศาลได้ตามปกติ ซึ่งมีกลไกในการดำเนินการอยู่การละเมิดจะไม่อยู่ใน พ.ร.บ.ฉบับนี้

 

 

 

เลขาธิการสมาคมความมั่นคงปลอดภัยระบบสารสนเทศ กล่าวเพิ่มเติมว่า ความกังวลกรณีการให้สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เข้ามาดูแลนั้น ได้ระบุไว้ว่า ในกรณีวิกฤตที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างจนขับเคลื่อนไม่ได้ ซึ่งเดิม สมช.สามารถใช้ พ.ร.บ.ฉุกเฉินอยู่แล้ว ซึ่งสามารถดำเนินการได้อยู่แล้วแต่ไม่ต้องการให้ใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินโดยไม่มาที่มาที่ไปจึงเขียนให้ชัดว่ามีผลกระทบเป็นวงกว้างมีผลกระทบประชาชนเป็นจำนวนมาก จึงถ่ายโอนหน้าที่จาก สำนักงานควบคุมครองไซเบอร์แห่งชาติ ไปให้ สมช.ดูและมีนายกฯเป็นประธาน

อย่างไรก็ตาม หลักจากกฎหมายฉบับนี้ถูกประกาศผ่านราชกิจจานุเบกษา ยังใช้งานไม่ได้ถ้าไม่มีกฎหมายลูก หรือ กฎกระทรวง เช่นเดียวกับกฎหมาย คอมพิวเตอร์ ที่ประกาศออกมาแต่ยังไม่สามารถใช้งานได้ทันทีต้องมีรายละเอียดเพิ่มเติมว่าจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งจากนี้ไปจะต้องมีการเขียนให้ละเอียดและมีการรับฟังความเห็น ซึ่ง พ.ร.บ.ฉบับนี้ เป็นหลักการที่ค่อนข้างกว้างและยังสามารถไปปรับได้อีกในชั้นกฎหมายลูก

นายปริญญากล่าวว่า ความกังวลเรื่องกฎหมายฉบับนี้ อาจมาจากความเร็วของสื่อต่างๆในปัจจุบันทำให้ประชาชนอ่านยังไม่ได้อ่านเนื้อหาทั้งหมด และไม่เข้าใจวัตถุประสงค์ของการออกกฎหมายฉบับนี้ ขณะที่อาจมีบางกลุ่มที่อาจต้องการให้เป็นประเด็นทางการเมือง หรือเข้าใจว่ามีใครอยู่เบื้องหลัง ผมยืนยันได้เลยว่าตลอดการร่าง พ.ร.บ.ไม่มีผู้ใหญ่มาครอบงำให้มาเขียน หรือให้มาทำอะไรตรงนี้ อาจเข้าใจว่ามีผู้ใหญ่ให้เร่งออกเพราะขณะนี้มี พ.ร.บ.หลายฉบับ จึงเข้าใจไปอย่างนั้น อยากให้ตั้งสติ พิจารณารายมาตรา และอย่าเอามาประเด็นทางการเมือง

 

 


ข่าวดี ! คนแพ้กุ้ง อาจกลับมากินกุ้งได้

Sun, 24 Feb 2019 15:06:00

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาฮือฮามาก ในโลกโซเชียล "คนแพ้กุ้ง อาจกลับมากินกุ้งได้" หลังมีการส่งต่อประกาศของทีมนักวิจัยกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเป็นอาจารย์แพทย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่กำลังศึกษาการแพ้กุ้งของคนไทย ขอรับอาสาสมัคร ที่สนใจมาร่วมเป็นหนึ่งในกลุ่มทดสอบจำนวน 50 คน แต่หลังประกาศไปได้ไม่เท่าไหร่ ผลตอบรับเกินคาด ล่าสุด มีผู้แสดงความจำนงค์ขอเป็นอาสาสมัครแล้วหลายพันคน พร้อมๆกับความหวังของคนที่แพ้กุ้งที่จะได้กลับมากินกุ้งใหม่ได้อีกครั้ง

นพ.สิระ นันทพิศาล อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หนึ่งในทีมวิจัยเรื่อง"การแพ้กุ้ง" ของคนไทย ยอมรับกับทางไทยพีบีเอส ว่า โปสเตอร์เชิญชวนให้ผู้สนใจ มาร่วมเป็นอาสาสมัครกับโครงวิจัยเกี่ยวกับการแพ้กุ้ง พร้อมๆกับ แคปชั่นที่สร้างความฮือฮามากที่สุด ในขณะนี้ว่า "คนแพ้กุ้งอาจกลับมากินกุ้งได้" ถูกโพสต์โดยหนึ่งในอาสาสมัครของทีมวิจัย

ตั้งเป้ารับสมัครอาสาสมัคร 50 คนจากเดิม ที่มีอยู่แล้ว 25 คน ซึ่งปรากฎว่าเพียงครึ่งวันเศษ ก็มีผู้สนใจหลายพันคนอยากจะเป็นอาสาสมัคร ด้วยความเข้าใจว่าการวิจัยนี้ จะช่วยให้คนแพ้กุ้งกลับมากินกุ้งได้

แต่ข้อเท็จจริงแล้ว การวิจัยมี 2 โครงการ โครงการแรก คือพัฒนาน้ำยาทดสอบที่ใช้กับผิวหนัง หรือ "skin test" เดิมไทยนำเข้าจากต่างประเทศ แต่น้ำยาที่กำลังพัฒนามีความละเอียดเทสการแพ้กุ้งได้ 3 สายพันธุ์ กุ้งขาวกุ้งแชบ๊วย กุ้งกุลาดำ ดังนั้นคนที่ร่วมโครงการแล้วรู้ว่าตัวเองแพ้สายพันธุ์ใด ก็หลีกเลี่ยงได้ และกินสายพันธุ์ที่ไม่แพ้ได้

โครงการ 2 คือ การวิจัยโปรตีนในกุ้ง ส่วนใหญ่คือตระกูล "โทรโปไมโอซิน" แต่โปรตีนที่อยู่ในแต่ละส่วนต่างกัน เช่น มันกุ้งเป็นชนิดหนึ่ง แต่เนื้อกุ้งเป็นอีกชนิดหนึ่ง จึงทำให้บางคนกินเนื้อกุ้งได้ แต่กินมันกุ้งไม่ได้ ดังนั้นถ้ารู้ว่าเราแพ้ส่วนใดของกุ้ง ก็หลีกเลี่ยงส่วนอื่นกลับไปกินได้

 

ตั้งเป้า "คนแพ้กุ้ง จะกลับมากินกุ้งได้"

ส่วนคำถามว่า "คนแพ้กุ้ง จะกลับมากินกุ้งได้" นพ.สิระ ตอบกับไทยพีบีเอสว่า เป็นความจริงเพราะหากคนแพ้กุ้ง รู้ว่า ตัวเองแพ้กุ้งสายพันธุ์ไหน หรือกุ้งส่วนไหน เขาก็จะสามารถหลีกเลี่ยงหรือเลือกกินกุ้งสายพันธุ์ที่เขาไม่แพ้ได้

ผู้ป่วยที่เข้ามารับการรักษาด้วยอาการแพ้อาหารส่วนใหญ่จะแพ้กุ้ง แต่ที่น่าสนใจคือผู้ป่วยที่แพ้กุ้งบางคน กินเนื้อกุ้งได้ แต่กินมันกุ้งแล้วแพ้ หรือมีบางคนกินกุ้งสายพันธุ์นี้ได้ แต่กินสายพันธุ์อื่นแล้วแพ้ 

การวิจัยเบื้องต้น ยังพบข้อมูลที่น่าสนใจ คือ คนแพ้กุ้งบางคน เว้นการกินกุ้งมากกว่า 10 ปี แล้วกลับมาทดสอบปรากฎว่าไม่แพ้ ผ่านการตรวจทั้ง 4 ขั้นตอน ซักประวัติ ใช้น้ำยาทดสอบตรวจเลือดและลองกินกุ้ง แต่โครงการวิจัยนี้ ยังอยู่ในระยะที่ 1 เท่านั้นจะวิจัยต่อไปอีก 3 ปี เพื่อพัฒนาน้ำยาทดสอบอาการแพ้โดยย้ำว่า การวิจัยนี้ไม่ใช่การวิจัย เพื่อรักษาคนที่มีอาการแพ้กุ้ง ให้กลับมากินกุ้งได้ อย่างที่มีการตีความกันไปก่อนหน้านี้ 

 

 


ครั้งแรก! ไทยส่งผลึกโปรตีนมาลาเรียทดลองบนสถานีอวกาศญี่ปุ่น

Wed, 20 Feb 2019 13:33:00

วานนี้ (20 ก.พ.2562) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือจิสด้า ร่วมกับ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ หรือไบโอเทค ส่งมอบโปรตีนให้กับองค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น หรือ JAXA ณ เมืองสึกุบะ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อตรวจสอบคุณภาพของสาร และเตรียมส่งขึ้นไปทดลองบนสถานีอวกาศนานาชาติ หรือ International Space Station : ISS ภายใต้โครงการวิจัยวิทยาศาสตร์อวกาศและการทดลองในอวกาศ National Space Exploration : NSE ของจิสด้า เพื่อให้ได้ผลึกโปรตีนที่มีความสมบูรณ์มากกว่าบนพื้นโลกสู่การพัฒนายาต้านมาลาเรียที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ดร.อัมรินทร์ พิมพ์หนู หัวหน้าโครงการวิจัยวิทยาศาสตร์อวกาศและการทดลองในอวกาศ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ จิสด้า กล่าวว่า งานวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนและคัดเลือกเพื่อนำไปทดลองในอวกาศในครั้งนี้เป็นงานวิจัยของปี 2561 ที่มีชื่อว่า “การวิเคราะห์การตกผลึกโปรตีนในอวกาศเพื่อการพัฒนายาต้านมาลาเรีย จากนักวิจัยของไบโอเทค นำทีมโดย ดร.ชัยรัตน์ อุทัยพิบูลย์ ซึ่งผลงานชิ้นนี้ จะถูกนำไปตกผลึกในสภาวะไร้น้ำหนักบนสถานีอวกาศนานาชาติ โดยใช้อุปกรณ์ทดลองภายในโมดูล KIBO ของ JAXA ซึ่งถือได้ว่าเป็นความพยายามตกผลึกโปรตีนเพื่อรักษาโรคมาลาเรียครั้งแรกของโลกด้วย

เป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่ส่งผลงานวิจัยไปทดลองยังสถานีอวกาศนานาชาติและคาดว่าจะมีการส่งผลงานวิจัยประเภทอื่นๆ ที่ผ่านการคัดเลือกไปทดลองบนอวกาศ

โดยการทดลองจะเพื่อนำผลที่ได้มาเรียนรู้ พัฒนา ปรับปรุงให้สามารถใช้ประโยชน์ได้แพร่หลายมากยิ่งขึ้น โดยจิสด้า และ JAXA มีการประสานความร่วมมือกันอยู่แล้วอย่างต่อเนื่อง เพื่อการทดลองทางวิทยาศาสตร์บนอวกาศโดยเฉพาะ ซึ่งก็คือโมดูลอวกาศ KIBO ที่ติดตั้งอยู่บนสถานีอวกาศนานาชาติ ISS ภายในประกอบด้วยอุปกรณ์สำหรับการทดลองในอวกาศหลายอย่าง เช่น อุปกรณ์ปลูกผลึก อุปกรณ์เลี้ยงสัตว์น้ำ เตาหลอม เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อรองรับการทดลองสิ่งใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้น

 

สำหรับการนำส่งโปรตีนในครั้งนี้จะถูกส่งไปกับจรวดของบริษัท SpaceX เร็วที่สุดภายในเดือนก.ค.2562 โดยจะเทียบท่า ณ สถานีอวกาศนานาชาติ ISS และนำส่งเข้าสู่ห้องปฏิบัติการอวกาศ Kibo Module ของ JAXA ทันที การทดลองตกผลึกโปรตีนในสภาวะไร้น้ำหนักนี้

คาดว่าจะได้ผลึกที่มีความสมบูรณ์มากกว่าทดลองบนโลก และช่วยให้นักวิจัยสามารถทราบข้อมูลของโครงสร้างผลึกโปรตีนได้ชัดเจน ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนายาต้านโรคมาลาเรียชนิดใหม่ที่มีคุณภาพมากขึ้นกว่าเดิมที่มีอยู่ในปัจจุบัน 

 

ดร.ชัยรัตน์ อุทัยพิบูลย์ นักวิจัยอาวุโส ทำหน้าที่ผู้อำนวยการหน่วยวิจัยของไบโอเทค กล่าวว่า สำหรับการทดลองครั้งนี้ ต้องการปลูกผลึกเอนไซม์โปรตีน DHFR-TS ที่พบในเชื้อ Plasmodium falciparum ซึ่งทำให้เกิดโรคมาลาเรีย จะถูกนำไปตกผลึกในสภาวะไร้น้ำหนักบนสถานีอวกาศนานาชาติ เพื่อวิเคราะห์หาโครงสร้างของผลึกที่สมบูรณ์

โดยการปลูกผลึกในสถานีอวกาศนี้จะให้ผลึกที่มีลักษณะแตกต่างจากการปลูกผลึกบนโลก เนื่องจากไม่มีแรงโน้มถ่วง ซึ่งผลึกที่ปลูกบนอวกาศมักจะมีขนาดใหญ่กว่า สมบูรณ์กว่า และสามารถนำไปพัฒนาเป็นยาต้านมาลาเรียที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

 

 

 


เต็มตา! ซูเปอร์ฟูลมูนคืนมาฆบูชา

Tue, 19 Feb 2019 22:02:00

วันนี้ (19 ก.พ.2562)นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการทางดาราศาสตร์ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) กล่าวว่า ปรากฎการณ์ซูเปอร์ฟูลมูน หรือดวงจันทร์เต็มดวงใกล้โลกที่สุดในปีนี้ ซึ่งตรงกับคืนวันมาฆบูชา โผล่พ้นขอบฟ้าทางทิศตะวันออก สังเกตเห็นได้ตั้งแต่เวลาประมาณ 18:15 น. 

ปรากฏในตำแหน่งใกล้โลกที่สุดในรอบปี หรือ ซูเปอร์ฟูลมูน (Super Full Moon) ที่ระยะห่างประมาณ 356,836 กิโลเมตร หากเปรียบเทียบกับดวงจันทร์เต็มดวงไกลโลกที่สุดในรอบปี จะมีขนาดใหญ่กว่า 14% และสว่างกว่า 30%สร้างความตื่นตากับประชาชนและเยาวชนจำนวนมากที่เดินทางมาร่วมกิจกรรมสังเกตปรากฏการณ์ดวงจันทร์เต็มใกล้โลกที่สุดในรอบปี ทั้ง 4 จุดสังเกตการณ์

 

ได้แก่ หอดูดาว อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ฉะเชิงเทรา หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา นครราชสีมา และ บริเวณลานชมวิวนางเงือก หาดสมิหลา จ.สงขลา ต่างพากันชมดวงจันทร์ผ่านกล้องโทรทรรศน์หลายรูปแบบ จดจ้องรายละเอียดหลุมอุกกาบาตและภูเขาบนดวงจันทร์ พร้อมบันทึกภาพความสวยงามของดวงจันทร์ด้วยความตื่นเต้น

 

ด้านโรงเรียนเครือข่ายในโครงการกระจายโอกาสการเรียนรู้ดาราศาสตร์ 77 จังหวัด ที่รับมอบกล้องโทรทรรศน์จากสดร. ได้นำกล้องโทรทรรศน์มาจัดกิจกรรมสังเกตการณ์ดวงจันทร์เต็มดวงใกล้โลกที่สุดในรอบปี เชิญชวนนักเรียนและชุมชนรอบข้างร่วมชมดวงจันทร์ผ่านกล้องโทรทรรศน์ คึกคักไม่แพ้กัน

 

แม้ว่าดวงจันทร์จะโคจรเข้าใกล้โลกทุกเดือน แต่อาจไม่ปรากฏเต็มดวงทุกครั้ง สำหรับ ดวงจันทร์เต็มดวงใกล้โลกที่สุดในรอบปี ครั้งต่อไปตรงกับวันที่ 8 เม.ย.2563 ห่างประมาณ 357,022 กิโลเมตร 

 

 

 


รู้จักกล้อง NCAPS "สายลับ" จับคนตัดไม้

Mon, 18 Feb 2019 19:04:00

วันนี้ (18 ก.พ.2562) นายประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน กล่าวว่า เมื่อวานนี้ ( 17 ก.พ.) เจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนเชิงคุณภาพ ร่วมกับทหารสามารถจับผู้ต้องหาชาวกัมพูชา 17 คนในเขตป่าอุทยานแห่งชาติทับลาน อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา พร้อมของกลางเลื่อยยนต์ 1 เครื่อง  ปืนแก๊ป 1 กระบอก เป้เสบียง จำนวน 37 ใบมีข้าวสารอาหารแห้ง และสิ่งของที่ใช้ในการดำรงชีพในป่าจำนวนมาก 

โดยผู้ต้องหารับสารภาพว่า หลบหนีเข้าประเทศไทย ผ่านทางช่องทางธรรมชาติแนวรอยต่อ จ.จันทบุรี และมีนายหน้าพามาส่งแนวชายป่าอุทยานแห่งชาติทับลาน โดยมีคนไทยคอยเป็นผู้นำทางเข้าไปตัดไม้พะยูง แต่ก็มาเจอกับเจ้าหน้าที่เสียก่อน ซึ่งการจับกุมคดีนี้ ถือเป็นความสำเร็จของการนำเทคโนโลยีระบบกล้องเอ็นแคป (NCAPS)  มาใช้โดยติดตั้งซุกซ่อนกล้องไว้ตามจุดเสี่ยงต่างๆในพื้นที่อุทยาน

หลังจากติดตั้งเอ็นแคปในจุดเสี่ยงต่างๆ รวม 60 จุดครอบคลุมถึงอุทยานแห่งชาติปางสีดา อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อุทยานแห่งชาติตาพระยา พบว่า 60% สามารถจับกุมคนที่เข้ามาพื้นที่อุทยานได้ก่อนที่จะลงมือตัดไม้

กล้องเอ็นแคปช่วยคดีตัดไม้ลดลงเกินครึ่ง

หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน กล่าวว่า ทั้งนี้หากเทียบช่วง 1-2 ปีก่อนหน้าจะใช้กล้องเอ็นแคปในปี 2558 มีคดีจับตัดไม้ เฉลี่ยเดือนละ 10 กว่าคดี แต่ในปีช่วงเดือน ต.ค.2561- ก.พ.2562 พบว่ามีคดี 5 คดี และส่วนใหญ่จับได้ในพื้นที่เขตป่าสงวน

ซึ่งนอกจากกล้องเอ็นแคปจะมาช่วยแล้ว ยังมีปัจจัยทำงานเข้มข้น ทั้งลาดตระเวนเชิงคุณภาพ การสั่งการสนับสนุน กำลังทหารมาช่วยในฝั่ง จ.นครราชสีมา แต่ไม่เชื่อปัญหาจะหมดไป เพราะไม้ยังมีราคาสูง และคนตัดก็รอจังหวะ เจ้าหน้าที่จึงไม่ประมาท โดยเฉพาะในพื้นที่ป่าลึก เส้นทางที่ปกติคนจะเข้ามาตัดไม้ล่าสัตว์ 

กล้องเอ็นแคป เป็นเทคโนโลยีใหม่ สามารถตรวจเฝ้าระวังได้ แบบเรียลไทม์ เหมือนมีผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ เราใช้คนอาจจะไม่รู้เลยว่าพวกตัดไม้จะมาเวลาไหน แต่ตัวกล้องจะไม่หลับ และเที่ยงตรงเสมอ ถ้าเห็นในกล้องปั้ป การจัดชุดเคลื่อนที่เร็วเข้าถึงจุดที่เจอจับได้ทันที

 

ทั้งนี้พบว่าเปอร์เซ็นต์กับจับก่อนตัด และจับหลังตัด มีเกินครึ่งจำนวนคดีที่จับได้ 3 ปี ผลมาจากระบบกล้องเอ็นแคป 60 เปอร์เซ็นต์ และประสิทธิภาพของกล้องเอ็นแค็ป ตอนนี้ไมได้ใช้เป็นผู้ช่วยเฝ้าระวังคนตัดไม้ แต่ยังเฝ้าคนลักลอบจุดไฟเผาป่า เฝ้าระวังช้างป่า และติดตามพฤติกรรมของสัตว์ป่าในอุโมงค์เชื่อมผืนป่าทับลาน 

ก่อนหน้านี้ เมื่อ 27 ม.ค.2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชุดเฉพาะกิจอุทยานแห่งชาติทับลาน จ.นครราชสีมา ร่วมกับทหารและฝ่ายปกครอง อ.ครบุรี ตรวจยึดของกลางเป็นไม้พะยูง 252 แผ่น รถยนต์ 3 คัน และเลื่อยโซ่ยนต์ 9 เครื่องได้ผู้ต้องหากว่า 90 คน

 

ภาพ: กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช

ภาพ: กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช

 

รู้จักประสิทธิภาพของ NCAPS 

สำหรับกล้อง NCAPS  เพจเฟซบุ๊กส่วนประชาสัมพันธ์กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ระบุว่า คืออะไร? ทำไม? คนที่จะเข้าไปทำลายทรัพยากรธรรมชาติต้องกลัว...เราไม่ได้ขู่...แต่เราทำให้เห็นถึงประสิทธิภาพของมันมาแล้ว

NCAPS คือ การนำเทคโนโลยี "ระบบกล้องเอ็นแคป" มาใช้โดยติดตั้งซุกซ่อนกล้องไว้ตามจุดเสี่ยงต่างๆในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ซึ่งแต่ละจุดที่ตั้งกล้องนั้นอาศัยฐานข้อมูลภัยคุกคามจากการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ

เมื่อกล้องเอ็นแคปดักถ่ายภาพได้ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ป่าหรือคน ระบบจะส่งภาพแจ้งเตือนมายังระบบเครือข่ายศูนย์กลาง หากพบว่าเป็นการกระทำผิดกฎหมายเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามแผนงานจนนำไปสู่การจับกุมผู้กระทำผิดได้อย่างทันท่วงที

 

 

ถือได้ว่าเป็นการตอบโจทย์การป้องกันรักษาไว้ซึ่งทรัพยากรก่อนจะถูกตัดหรือถูกล่าได้อย่างมีประสิทธิ ภาพ หรือที่เราเรียกกันว่า "มาตรการจับก่อนตัด" จากเทคโนโลยีกล้องดักถ่ายภาพเพื่อข้อมูลอย่างแม่นยำยังมีอีกหลายเทคโนโลยีที่กำลังมีการศึกษาและพัฒนาระบบเพื่อให้สอดคล้องกับการทำงานการลาดตระเวนเชิงคุณภาพของระบบ เช่น การใช้โดรน เครื่องบินเล็ก

การขยายผลการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ เพื่อการอนุรักษ์สัตว์ทะเล การพัฒนาระบบแอพลิเคชั่น ร่วมกับสมาร์ทโฟนในระบบแอนดรอยด์ กล้องดิจิตอล และ GPS ระบบการส่งข้อมูลผ่านสัญญาณ WiFi ในภาคสนามผ่านระบบดาวเทียมเข้ามายังศูนย์ปฏิบัติการ

ทั้งหมดนี้เป็นตัวอย่างหนึ่งของความพยายามพัฒนาเทคโนโลยีเหล่านี้ เข้ามาใช้เพื่อให้งานลาดตระเวนเชิงคุณภาพมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ไม่เพียงแต่การพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีเท่านั้น การพัฒนาบุคลากรทั้งระบบก็มีความจำเป็นไม่ยิ่งหย่อนกัน เป็นส่วนเรียงร้อยกระบวนการทั้งหมดของระบบการลาดตระเวนเชิงคุณภาพให้มีประสิทธิภาพ และทันตามยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่หยุดนิ่ง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

รวบแก๊งลักลอบตัดไม้พะยูง-ล่าสัตว์กลางป่าบุณฑริก

จับกลุ่มลักลอบตัดไม้พะยูงอุทยานฯ ทับลาน ได้ 95 คน

 


"ญี่ปุ่น" ทดสอบใช้หุ่นยนต์เก็บแท่งเชื้อเพลิงนิวเคลียร์สำเร็จ

Fri, 15 Feb 2019 14:30:00

เจ้าหน้าที่จากบริษัทพลังงานไฟฟ้าโตเกียว หรือ เทปโก ของญี่ปุ่น ควบคุมแขนหุ่นยนต์จากระยะไกลให้สามารถหยิบเศษแท่งเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ที่หลอมละลายและมีขนาดเล็กภายในเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ หมายเลข 2 จำนวน 5 ชิ้น และสามารถยกขึ้นมาได้สูงประมาณ 5 เซนติเมตร

 

ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นความพยายามครั้งแรกในการทดสอบว่าเศษแท่งเชื้อเพลิงมีความเปราะบางมากน้อยเพียงใด ซึ่งช่วยยืนยันได้ว่าเศษแท่งเชื้อเพลิงเหล่านี้สามารถเคลื่อนย้ายได้ โดยบริษัทวางแผนเริ่มเคลื่อนย้ายแท่งเชื้อเพลิงบางส่วนเพื่อเป็นตัวอย่าง ภายในเดือน มี.ค.2563

การเคลื่อนย้ายแท่งเชื้อเพลิงที่หลอมละลาย ถือเป็นขั้นตอนที่ยากที่สุดในปฏิบัติการกำจัดรังสีตกค้างที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในฟูกูชิมะ นับตั้งแต่เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ภายในโรงไฟฟ้าแห่งนี้ระเบิดขึ้นจากแผ่นดินไหวและสึนามิ เมื่อเดือน มี.ค.2554 และคาดว่าปฏิบัติการดังกล่าวจะเริ่มขึ้นในปี 2564

 


สดร.มอบ "หัวใจในห้วงอวกาศ" แทนรักวาเลนไทน์

Tue, 12 Feb 2019 17:19:00

วันนี้ (12 ก.พ.2562) นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการทางดาราศาสตร์ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) กล่าวว่า “เนบิวลาหัวใจ” (Heart nebula, IC 1805) เป็นเนบิวลาชนิดเปล่งแสง อยู่ในกลุ่มดาวค้างคาว ห่างจากโลกประมาณ 7,500 ปีแสง

กลุ่มฝุ่นและแก๊สที่เรียงตัวกันในห้วงอวกาศมองดูคล้ายหัวใจสีแดงสดใสนี้ มีขนาดแผ่ขยายออกไปถึง 200 ปีแสง ปรากฏบนท้องฟ้ากว้าง 2.5 องศา หรือประมาณ 5 เท่าของขนาดดวงจันทร์เต็มดวง บริเวณใจกลางหัวใจมีกระจุกดาวเปิดชื่อ Melotte 15 เป็นดาวฤกษ์เกิดใหม่จำนวนมาก กำลังปลดปล่อยพลังงานออกมาอย่างมหาศาลจนทำให้แก๊สที่อยู่รอบๆ ดาวแตกตัวเป็นไอออนแล้วเปล่งแสงสีแดงออกมา


คืนมาฆบูชา รอชมดวงจันทร์เต็มดวงใกล้โลกที่สุดในรอบปี

Mon, 11 Feb 2019 13:40:00

วันนี้ (11 ก.พ.2562) นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการทางดาราศาสตร์ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระบุว่า คืนวันที่ 19 ก.พ.นี้ ตรงกับวันมาฆบูชา ดวงจันทร์เต็มดวงจะปรากฏในตำแหน่งใกล้โลกที่สุดในรอบปี หรือ ซูเปอร์ฟูลมูน (Super Full Moon) ที่ระยะห่างประมาณ 356,836 กิโลเมตร

หากเปรียบเทียบกับดวงจันทร์เต็มดวงช่วงเวลาปกติ จะมีขนาดใหญ่กว่า 7% และสว่างกว่า 16% สังเกตได้ด้วยตาเปล่าทางทิศตะวันออก ตั้งแต่เวลา 18.11 น. เป็นต้นไป ผู้สนใจสามารถรอชมและเก็บภาพความสวยงามของดวงจันทร์ได้ในคืนดังกล่าว

ภาพ : สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ Fan Page

ภาพ : สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ Fan Page


สำหรับครูและนักเรียนโรงเรียนต่างๆ ที่มีกล้องโทรทรรศน์ยังสามารถใช้โอกาสนี้จัดกิจกรรมดาราศาสตร์ในโรงเรียนและชุมชน สร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนไทยสนใจศึกษาดาราศาสตร์และวิทยาศาสตร์จากปรากฏการณ์ในครั้งนี้ได้อีกด้วย

นายศุภฤกษ์ ระบุอีกว่า ดวงจันทร์โคจรรอบโลกเป็นรูปวงรี 1 รอบ ใช้ระยะเวลาประมาณ 1 เดือน ดังนั้น แต่ละเดือนจะมีตำแหน่งที่ดวงจันทร์ใกล้โลกที่สุดเรียกว่า เปริจี (Perigee) มีระยะทางเฉลี่ยประมาณ 356,400 กิโลเมตรและตำแหน่งที่ไกลโลกที่สุดเรียกว่า อะโปจี (Apogee) มีระยะทางเฉลี่ยประมาณ 406,700 กิโลเมตร

ภาพ : สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ Fan Page

ภาพ : สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ Fan Page


ปรากฏการณ์ดวงจันทร์เต็มดวงใกล้โลก มีผลทำให้เกิดปรากฏการณ์น้ำขึ้น-น้ำลงมากกว่าปกติเล็กน้อยเท่านั้น ไม่มีผลกระทบอื่นใดต่อโลก นอกจากนี้ การที่ผู้คนบนโลกสามารถมองเห็นดวงจันทร์เต็มดวงที่โตกว่าปกติเล็กน้อยในคืนที่ดวงจันทร์โคจรเข้ามาใกล้โลก นับเป็นเหตุการณ์ปกติที่สามารถอธิบายได้ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์

แม้ดวงจันทร์จะโคจรเข้าใกล้โลกทุกเดือนแต่อาจไม่ปรากฏเต็มดวงทุกครั้ง สำหรับดวงจันทร์เต็มดวงและใกล่้โลกที่สุดในรอบปี ครั้งต่อไป ตรงกับวันที่ 8 เม.ย.2563 ห่างประมาณ 357,022 กิโลเมตร 
ภาพ : สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ Fan Page

ภาพ : สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ Fan Page

 

ทั้งนี้ สดร.จัดกิจกรรมสังเกตการณ์ดวงจันทร์เต็มดวงใกล้โลกที่สุดในรอบปี ในวันที่ 19 ก.พ.นี้ ตั้งแต่เวลา 18.00-22.00 น. ประชาชนที่สนใจร่วมส่องจันทร์ดวงโตชัดเต็มตาด้วยกล้องโทรทรรศน์หลายรูปแบบ และร่วมบันทึกภาพหลุมอุกกาบาตและภูเขาบนดวงจันทร์ 4 แห่ง ได้แก่

1) เชียงใหม่ หอดูดาว อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ 
2) ฉะเชิงเทรา หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา ฉะเชิงเทรา
3) นครราชสีมา หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา นครราชสีมา
4) สงขลา ลานชมวิวนางเงือก หาดสมิหลา จ.สงขลา

 

 


"ดาวเคราะห์ชุมนุม" บนทางช้างเผือก เห็นด้วยตาเปล่า 18-20 ก.พ. นี้

Sun, 10 Feb 2019 07:39:00

วันนี้ (10 ก.พ.2562) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชวนชมพาเหรดดาวเคราะห์ยามเช้า ตลอดเดือน ก.พ. 2562 ดาวพฤหัสบดี ดาวศุกร์ และดาวเสาร์ ปรากฏเรียงกันทางทิศตะวันออกเฉียงใต้

หากอยู่ในที่มืดสนิทจะมองเห็นทางช้างเผือกเป็นฉากหลังสวยงาม เผย 18-20 ก.พ. เกิดปรากฏการณ์ “ดาวเคราะห์ชุมนุม” ดาวศุกร์สว่างเคียงดาวเสาร์ สังเกตได้ด้วยตาเปล่าทั่วประเทศ


นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการทางดาราศาสตร์ สดร. ระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 8 ก.พ.เป็นต้นไป มีดาวเคราะห์ 3 ดวง ปรากฏเรียงกันในช่วงเช้ามืดทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ ดาวพฤหัสบดี ดาวศุกร์ ดาวเสาร์ มีดาวแอนทาเรสซึ่งเป็นดาวฤกษ์สว่างในกลุ่มดาวแมงป่องปรากฏให้เห็นเหนือดาวเคราะห์ทั้งสาม หากสังเกตในพื้นที่มืดสนิท สามารถเห็นทางช้างเผือกปรากฏพร้อมกันในช่วงเวลาดังกล่าวเป็นฉากหลังสวยงามมากตลอดทั้งเดือน

จากนั้น ช่วงวันที่ 18-20 ก.พ.นี้ ดาวเสาร์จะค่อยๆ ขยับเข้าใกล้ดาวศุกร์ และจะเข้าใกล้ที่สุดในวันที่ 19 ก.พ. ห่างเพียง 1.3 องศา ในทางดาราศาสตร์ เรียกว่า “ดาวเคราะห์ชุมนุม” หมายถึง ดาวเคราะห์ตั้งแต่ 2 ดวงขึ้นไปปรากฏใกล้กันบนท้องฟ้าที่ระยะห่างเชิงมุม 1-5 องศา


หากมองด้วยตาจะเห็นดาวทั้งสองห่างกันประมาณหนึ่งนิ้วก้อย (การวัดระยะเชิงมุมท้องฟ้า ใช้มือเหยียดสุดแขนขึ้นบนฟ้า ระยะ 1 องศา จะห่างกันประมาณ 1 นิ้วก้อย)

สำหรับผู้สนใจสามารถตื่นมาชมความงามของปรากฏการณ์ท้องฟ้าดังกล่าวได้ตั้งแต่เวลา 04.30 น. เป็นต้นไป ดูได้ด้วยตาเปล่า ไม่จำเป็นต้องมองผ่านกล้องโทรทรรศน์ นายศุภฤกษ์กล่าวปิดท้าย

 


ทดสอบ “โดรน” ชิงเผาเชื้อเพลิงตัดวงจรไฟป่า

Wed, 6 Feb 2019 16:53:00

วันนี้ ( 6 ก.พ.2562) นายมานะ แซ่ด่าน อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมสาธิตทดลองการชิงเผาโดยการใช้อากาศยานไร้คนขับ หรือ โดรน ที่ประดิษฐ์ขึ้นเพื่อใช้ในการแก้ปัญหาหมอกควันไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือ โดยโดรน 1 ลำ จะบรรจุลูกบอลขนาด 20 ลูก ซึ่งจะบรรจุเชื้อเพลิง เพื่อนำไปปล่อยลงในพื้นที่ที่มีใบไม้หรือเชื้อเพลิงในป่าเต็งรังที่มักเป็นเชื้อเพลิงอย่างดีในช่วงฤดูแล้ง


นายมานะ ระบุว่า ก่อนขึ้นบินโดรนจะต้องตรวจพิกัดจุดที่จะปล่อยลูกบอลเพลิงเพื่อจำกัดพื้นที่ ซึ่งจากการคำนวณจะใช้ลูกบอล 1 ลูกต่อพื้นที่ 1 ไร่ ใช้เวลาบินเพียง 15 นาที ในการปฏิบัติงาน ซึ่งจะช่วยลดเวลาและแรงงานชาวบ้าน โดยเฉพาะพื้นที่ที่คนเข้าไปไม่ถึง เช่น บริเวณใกล้หน้าผาหรือบริเวณลำห้วย โดยปีนี้จะนำร่องทดสอบระบบ 2 พื้นที่ คือ บ้านแม่เตี๊ยะ และบ้านแม่ออน จ.เชียงใหม่

โดรน 1 ลำ มีก้อนเชื้อเพลิง 20 ก้อน ชิงเผา 15 นาที เฉลี่ย 1 ลูกต่อ 1 ไร่ คาดว่า ระบบโดรนชิงเผาจะใช้งานได้เต็มศักยภาพในปี 2563 เนื่องจากต้องปรับปรุงระบบสั่งการของคอมพิวเตอร์ไปยังโดรนที่บินไป-กลับ เพิ่มความแม่นยำมากขึ้น

หลังจากพัฒนาระบบแล้ว นายมานะ ระบุว่า จะมีการอบรมใช้โดรนชิงเผาให้แก่ชาวบ้านเพื่อสร้างความเข้าใจในการใช้งาน ในเบื้องต้นเลือกปฏิบัติการชิงเผาช่วงเดือน ก.พ.ที่มีเชื้อเพลิงสะสมในป่าประมาณร้อยละ 60-70 หากไม่ชิงเผาปล่อยไปถึงเดือน มี.ค. - เม.ย.จะมีเชื้อเพลิงสะสมหนาแน่นมากเกินไป เมื่อชาวบ้านจุดไฟเผาจะเสี่ยงเกิดไฟป่าและหมอกควันลุกลามรุนแรงมาก

ชุมชนร่วมใจชิงเผา ลดไฟป่าเกือบ 100%

ด้าน นายบุญตัน กาละวิน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 14 ต.สบเตี้ยะ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ บอกว่า ชุมชนดูแลพื้นที่ป่า1,800 ไร่ ก่อนฤดูแล้งจะมาถึงชาวบ้านทุกครัวเรือน จะร่วมกันทำการชิงเผา 1 วัน ในช่วง เดือน ก.พ.ซึ่งปีนี้กำหนดวันที่ 16 ก.พ.นี้

หากบ้านหลังใดไม่ส่งสมาชิกมาร่วมทำแนวกันไฟ และชิงเผาร่วมกับคนในชุมชน จะต้องเสียค่าปรับ 300 บาท ทั้งนี้ หลังจากชาวบ้านร่วมกันทำแนวกันไฟและมีการจัดการไฟป่าด้วยการชิงเผา เพื่อลดเชื้อเพลิงในป่ามาหลายปี ทำให้ลดไฟป่าและหมอกควันได้เกือบ 100% 

ในเดือน ก.พ.เป็นช่วงที่มีความชื้นสูงกว่าฤดูแล้ง มีลมพัดแรงตลอดเวลา ทำให้อากาศถ่ายเทได้ดี และใบไม้จะร่วงสู่พื้นดินประมาณ ร้อยละ 60 และเหลือใบไม้ติดอยู่กับต้นไม้ร้อยละ 40 ทำให้เมื่อชิงเผา ไฟที่ลุกจะไม่แรงมาก

ทั้งนี้ เนื่องจากตลอดแนวป่า จะมีการทำแนวกันไฟเป็นช่วงๆ และการชิงเผา จะใช้วิธีเผาเชื้อเพลิง จากข้างบนลงข้างล่างเพื่อไม่ให้ไฟลุกโหมแรงมาก ต้นไม้สามารถฟื้นตัวหลังการชิงเผาแล้วเสร็จ แต่หากปล่อยทิ้งไว้ถึงเดือน มี.ค. หรือ เดือน เม.ย. ใบไม้จะร่วงลงพื้นดินทั้งหมด 100% เมื่อเกิดไฟป่าจะทำให้ไฟลุกไหม้เร็วและแรง เพราะเป็นช่วงฤดูแล้ง ทำให้ป่าไม้ ต้นไม้ยืนต้นตายจำนวนมาก

 


“รถยนต์อัจฉริยะ” ช่วยคัดกรองผู้ป่วยพาร์กินสันขับรถปลอดภัย

Thu, 24 Jan 2019 16:53:00

วันนี้ (24 ม.ค.2562) ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์โรคพากินสัน โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เสนองานวิจัยความปลอดภัยในการขับขี่รถยนต์ของผู้ป่วยโรคพาร์กินสันด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะสำหรับติดตั้งในรถยนต์และการใช้เครื่องมือวัดอัตราการตอบสนองแบบ 3 มิติ โดยร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) 

ดร.พญ.อรอนงค์ โพธิ์แก้ววรางกูล คณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้วิจัยโครงการประเมินความปลอดภัยในการขับขี่รถยนต์ของผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน กล่าวว่า เนื่องจากผู้ป่วยพาร์กินสัน มีอาการของโรคส่งผลให้ผู้ป่วยมีปัญหาการเคลื่อนไหวช้า กล้ามเนื้ออ่อนแรง และปัญหาด้านระบบประสาท ทำให้อาจจะส่งผลกระทบต่อความสามารถในการขับขี่รถยนต์

ทำให้ผู้สูงอายุที่เคยได้รับใบขับขี่ตลอดชีวิต มีความกังวลว่าจะไม่สามารถขับรถได้ จึงตัดสินใจไม่ขับรถ เพราะกลัวจะส่งผลกระทบต่อผู้อื่น แม้ผู้สูงอายุบางคนจะไม่ได้เป็นโรคพาร์กินสันจึงวิจัยเพื่อให้อุปกรณ์อัจฉริยะช่วยคัดกรองผู้ป่วยพาร์กินสันจากคนปกติในการสอบภาคปฏิบัติของการสอบใบขับขี่ตลอดชีวิต

 

 

ทั้งนี้จากการการศึกษาระยะที่ 1 ศึกษาเปรียบเทียบความสามารถในการขับขี่รถยนต์ผู้ป่วยพาร์กินสันกับอาสาสมัครคนปกติ กลุ่มละ 41 คน และมีข้อมูลทั่วไปทางประชากรศาสตร์ที่ไม่ต่างกัน เช่น เพศ อายุ ความสามารถในการขับขี่ จำนวนครั้งของการเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ในรอบปีที่ผ่านมา และประวัติการหกล้มในช่วงเดือนที่ผ่านมา

โดยประเมินอัตราการตองสนองด้วยอุปกรณ์ตรวจวัดอัตราการตอบสนองแบบ 3 มิติ แบบทดสอบประ กอบด้วย อัตราการตอบสนองต่อการเริ่มเหยียบคันเร่ง (ไฟเขียว) อัตราการตอบสนองต่อการเริ่มการเหยีบเบรก (ไฟแดง) การทดสอบความสามารถในการหยุดรถ โดยประเมินจากระยะห่างจากวัตถุแล้วนำข้อมูลทั่วไปของประชากรและค่าที่ตรวจได้จากอุปกรณ์ทั้งหมดมาวิเคราะห์ทางสถิติ

ผลการทดสอบพบว่าผู้ป่วยพาร์กินสันมีการตอบสนองที่ช้า และมีโอกาสเกิดความผิดพลาดระหว่างการทดสอบขับรถกว่าอาสาสมัครปกติ ผู้ป่วยที่มีอายุมากกว่า 60 ปี มีโอกาสหยุดการขับขี่รถยนต์มากกว่าคนที่อายุน้อยกว่าประมาณ 5.6 เท่า และมีโอกาสหยุดการขับขี่มากกว่าคนปกติ 8.9 เท่า

 

รถยนต์พาร์กินสัน ช่วยคัดกรองผู้ป่วยขับรถ 

เนื่องจากผู้ป่วยพาร์กินสัน จะมีปัญหาการทรงตัวไม่ดี สามารถพยากรณ์โอกาสในการหยุดการขับขี่ในผู้ป่วยมากกว่าคนปกติ 15.47 เท่า และจากผลการประเมินการศึกษาครั้งนี้ นำไปสู่การศึกษาในระยะที่ 2 ตรวจสอบประสิทธิภาพการขับขี่รถยนต์บนท้องถนนจริง ระหว่างผู้ป่วยโรคพาร์กินสันและกลุ่มอาสาที่มีสุขภาพดี กลุ่มละ 10 คน

โดยประเมินจากรถยนต์ที่ติดตั้งอุปกรณ์ สำหรับประเมินการขับขี่หรือ “รถยนต์พาร์กินสัน” ซึ่งเป็นรถยนต์ซีดาน 4 ประตูที่ติดตั้งระบบอิเล็กทรอนิกส์ ข้อมูลที่บันทึกประกอบด้วย กล้องวิดีโอ 5 ตัว ระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดการขับรถ ความเร็วของรถ ระยะเวลาในการเหยียบคันเร่งและเบรก การตรวจการเคลื่อน ไหวของพวงมาลัย การประเมินตำแหน่งรถด้วยระบบ GPS และการประเมินระยะห่างของตัวรถกับสิ่งกีดขวาง 

 

โดยทั้ง 2 กลุ่มจะได้รับการทดสอบวิธีเดียวกับการทดสอบ เพื่อขอรับในอนุญาตขับขี่รถยนต์ของกรมการขนส่งทางบก ผลการศึกษาพบว่าผู้ป่วย มีระยะเวลาในการเหยียบเบรกมากกว่า การประเมินแรงกดเท้าขณะเหยียบเบรกเบากว่าอาสาสมัครปกติ และผู้ป่วยมีจำนวนครั้งของความพยายามในการถอยหลังเข้าซองมากกว่าอาสาสมัครอย่างมีนัยสำคัญ

ผู้วิจัยหวังว่า “รถยนต์พาร์กินสัน”  จะได้เป็นส่วนหนึ่งในการคัดกรองผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน และคนปกติในการสอบภาคปฏิบัติใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ของกรมการขนส่งทางบกในอนาคต

 


โฉมหน้าลูกช้างผสมเทียมตัวที่ 2 ของไทย

Thu, 24 Jan 2019 13:46:00

วันนี้ (24 ม.ค.2562) นายสุริยา แสงพงค์ รองผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า องค์การสวนสัตว์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยศูนย์นวัตกรรมทางการสืบพันธุ์สัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์และวิจัย สวนสัตว์เปิดเขาเขียว คณะสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และสถาบันคชบาลแห่งชาติ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ประสบความสำเร็จงานวิจัยผสมเทียมช้างตัวที่ 2 ของไทย ด้วยผสมเทียมลูกช้างเอเชียเตัวเมียได้ 1 เชือก ที่เกิดจากช้างพังจิ๋มตกลูกช้างเมื่อวันที่ 8 ต.ค.2561 เวลา 19.50 น. ใช้ระยะการตั้งท้อง 21 เดือน 12 วัน มีน้ำหนัก 128 กิโลกรัม แข็งแรงทั้งแม่ และลูก

ลูกช้างมีอายุ 3 เดือน 16 วัน มีสุขภาพสมบูรณ์ นิสัยร่าเริง และซุกซน ถือเป็นลูกช้างที่เกิดจากการผสมเทียมที่มีชีวิตรอดเป็นเชือกที่ 2 ของไทย ซึ่งเป็น 1 ใน 3 ประเทศของโลกที่ประสบความสำเร็จ คือ สหรัฐอเมริกา และเยอรมันนีเมื่อปี 2561
ภาพ:องค์การสวนสัตว์

ภาพ:องค์การสวนสัตว์

 

โครงการวิจัยปัจจัยที่มีผลต่อวงรอบการสืบพันธุ์ และการพัฒนาวิธีการแช่แข็งน้ำเชื้อช้างเพื่อการผสม เทียม เริ่มมามาตั้งแต่ปี 2559 โดยเก็บน้ำเชื้อช้างเอเชียตัวผู้ ชื่อพลายบิลลี่ที่ตรวจพบระดับฮอร์โมน ช่วงวันที่ 26-28 ธ.ค.2559 และผสมเทียมกับช้างเอเชียเพศเมียชื่อพังจิ๋ม จากสวนสัตว์เปิดเขาเขียวที่มีช่วงการตกไข่ในวันดังกล่าว  

และผสมเทียมด้วยน้ำเชื้อแช่แข็งและน้ำเชื้อ แช่เย็น โดยการใช้กล้องเอนโดสโคป ขนาดความยาว 1.3 เมตร สอดผ่านทางช่องคลอด และน้ำเชื้อใช้กระบอกฉีดยา ขนาด 50 มิลลิลิตร เป็นตัวฉีดน้ำเชื้อเข้าท่อผสมเทียมชนิดพิเศษที่สอดผ่าน working channel ของกล้องเอนโดสโคป ปล่อยบริเวณช่องเปิดคอมดลูก จนนำมาสู่ความสำเร็จ ที่น่าภาคภูมิใจที่เกิดขึ้นในครั้งนี้

 

ภาพ:องค์การสวนสัตว์

ภาพ:องค์การสวนสัตว์

 

เตรียมต่อยอดผสมเทียมสัตว์ป่าใกล้สูญพันธ์ุ

นายสุริยา กล่าวอีกว่า แผนงานวิจัยต่อยอดจะเร่งแก้ปัญหาช้างป่าที่เพิ่มจำนวนมากขึ้น แต่มีขนาดเล็กลงและสุขภาพไม่สมบูรณ์จากปัญหาเลือดชิดมากเกินไป พร้อมทั้งจะต่อยอดในกลุ่มสัตว์ป่าสงวนและสัตว์ป่าคุ้มครองที่ใกล้สูญพันธุ์ด้วย เช่น แรดขาว ที่อยู่ในสวนสัตว์ต่างๆมากว่า 20 ปี แต่ไม่สามารถมีลูกได้ตามธรรมชาติ กระซู่ สูญพันธุ์จากไทยแล้ว

แต่จะใช้ความร่วมมืองานวิจัยระหว่างประเทศกับมาเลเซียที่ยังเหลือกระซู่ อยู่แต่ไม่มากแล้ว สมเสร็จ เก้งหม้อ เลียงผา เสือลายเมฆ ผสมเทียมจนประสบความสำเร็จแล้ว แมวลายหินอ่อน เสือปลาเสือไฟ กวางผา เพื่อไม่ให้เกิดบทเรียนเช่นเดียวกับสมันที่สูญพันธุ์ไปจากประเทศไทยแล้ว ด้วยการใช้กระบวนการวิจัยเข้ามาสนันสนุนการอนุรักษ์และรักษาพันธุ์สัตว์ป่าในประเทศ

 

ภาพ:องค์การสวนสัตว์

ภาพ:องค์การสวนสัตว์

 

ปัจจุบันไทยมีช้างเลี้ยง 4,719 เชือก และช้างป่ามีประมาณ 3,500 – 4,000 ตัว โดยทุกภาคส่วนยังให้ความสำคัญต่อการขยายพันธุ์ช้างในประเทศไทยเพิ่มขึ้น แต่กลับประสบปัญหาแหล่งที่อยู่อาศัยกระจุกตัวและแหล่งอาหารไม่เพียงพอ สิ่งสำคัญเกิดปัญหาการผสมพันธุ์จนเกิดสายพันธุ์ช้างที่เลือดชิดเกินไป จึงได้ช้างป่าหรือช้างบ้านที่ไม่สมบูรณ์ ทำให้งานวิจัยผสมเทียมเป็นทางเลือกหนึ่งของหารแก้ปัญหาสายพันธุ์เลือดชิดของสัตว์ป่าได้

ทั้งนี้ จากข้อมูลอ้างอิงของ http://www.elephant.se ระบุว่า การเกิดลูกช้างจากการผสมเทียม ไม่เพียงแต่เป็นเชือกที่ 2 ของประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังถือเป็นเชือกที่ 3 ในระดับเอเชีย ภายหลังจากปรากฏข้อมูลว่า มีช้างเอเชียเพศเมียที่มีการตั้งท้องจากการผสมเทียม ในประเทศแถบเอเชีย มีเพียงสาธารณรัฐประชาชนจีน และ ประเทศไทย ประเทศละ 1 เชือก เท่านั้น

 

 

ภาพ:องค์การสวนสัตว์

ภาพ:องค์การสวนสัตว์