"ญี่ปุ่น" ทดสอบใช้หุ่นยนต์เก็บแท่งเชื้อเพลิงนิวเคลียร์สำเร็จ

Fri, 15 Feb 2019 14:30:00

เจ้าหน้าที่จากบริษัทพลังงานไฟฟ้าโตเกียว หรือ เทปโก ของญี่ปุ่น ควบคุมแขนหุ่นยนต์จากระยะไกลให้สามารถหยิบเศษแท่งเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ที่หลอมละลายและมีขนาดเล็กภายในเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ หมายเลข 2 จำนวน 5 ชิ้น และสามารถยกขึ้นมาได้สูงประมาณ 5 เซนติเมตร

 

ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นความพยายามครั้งแรกในการทดสอบว่าเศษแท่งเชื้อเพลิงมีความเปราะบางมากน้อยเพียงใด ซึ่งช่วยยืนยันได้ว่าเศษแท่งเชื้อเพลิงเหล่านี้สามารถเคลื่อนย้ายได้ โดยบริษัทวางแผนเริ่มเคลื่อนย้ายแท่งเชื้อเพลิงบางส่วนเพื่อเป็นตัวอย่าง ภายในเดือน มี.ค.2563

การเคลื่อนย้ายแท่งเชื้อเพลิงที่หลอมละลาย ถือเป็นขั้นตอนที่ยากที่สุดในปฏิบัติการกำจัดรังสีตกค้างที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในฟูกูชิมะ นับตั้งแต่เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ภายในโรงไฟฟ้าแห่งนี้ระเบิดขึ้นจากแผ่นดินไหวและสึนามิ เมื่อเดือน มี.ค.2554 และคาดว่าปฏิบัติการดังกล่าวจะเริ่มขึ้นในปี 2564

 


สดร.มอบ "หัวใจในห้วงอวกาศ" แทนรักวาเลนไทน์

Tue, 12 Feb 2019 17:19:00

วันนี้ (12 ก.พ.2562) นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการทางดาราศาสตร์ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) กล่าวว่า “เนบิวลาหัวใจ” (Heart nebula, IC 1805) เป็นเนบิวลาชนิดเปล่งแสง อยู่ในกลุ่มดาวค้างคาว ห่างจากโลกประมาณ 7,500 ปีแสง

กลุ่มฝุ่นและแก๊สที่เรียงตัวกันในห้วงอวกาศมองดูคล้ายหัวใจสีแดงสดใสนี้ มีขนาดแผ่ขยายออกไปถึง 200 ปีแสง ปรากฏบนท้องฟ้ากว้าง 2.5 องศา หรือประมาณ 5 เท่าของขนาดดวงจันทร์เต็มดวง บริเวณใจกลางหัวใจมีกระจุกดาวเปิดชื่อ Melotte 15 เป็นดาวฤกษ์เกิดใหม่จำนวนมาก กำลังปลดปล่อยพลังงานออกมาอย่างมหาศาลจนทำให้แก๊สที่อยู่รอบๆ ดาวแตกตัวเป็นไอออนแล้วเปล่งแสงสีแดงออกมา


คืนมาฆบูชา รอชมดวงจันทร์เต็มดวงใกล้โลกที่สุดในรอบปี

Mon, 11 Feb 2019 13:40:00

วันนี้ (11 ก.พ.2562) นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการทางดาราศาสตร์ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระบุว่า คืนวันที่ 19 ก.พ.นี้ ตรงกับวันมาฆบูชา ดวงจันทร์เต็มดวงจะปรากฏในตำแหน่งใกล้โลกที่สุดในรอบปี หรือ ซูเปอร์ฟูลมูน (Super Full Moon) ที่ระยะห่างประมาณ 356,836 กิโลเมตร

หากเปรียบเทียบกับดวงจันทร์เต็มดวงช่วงเวลาปกติ จะมีขนาดใหญ่กว่า 7% และสว่างกว่า 16% สังเกตได้ด้วยตาเปล่าทางทิศตะวันออก ตั้งแต่เวลา 18.11 น. เป็นต้นไป ผู้สนใจสามารถรอชมและเก็บภาพความสวยงามของดวงจันทร์ได้ในคืนดังกล่าว

ภาพ : สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ Fan Page

ภาพ : สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ Fan Page


สำหรับครูและนักเรียนโรงเรียนต่างๆ ที่มีกล้องโทรทรรศน์ยังสามารถใช้โอกาสนี้จัดกิจกรรมดาราศาสตร์ในโรงเรียนและชุมชน สร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนไทยสนใจศึกษาดาราศาสตร์และวิทยาศาสตร์จากปรากฏการณ์ในครั้งนี้ได้อีกด้วย

นายศุภฤกษ์ ระบุอีกว่า ดวงจันทร์โคจรรอบโลกเป็นรูปวงรี 1 รอบ ใช้ระยะเวลาประมาณ 1 เดือน ดังนั้น แต่ละเดือนจะมีตำแหน่งที่ดวงจันทร์ใกล้โลกที่สุดเรียกว่า เปริจี (Perigee) มีระยะทางเฉลี่ยประมาณ 356,400 กิโลเมตรและตำแหน่งที่ไกลโลกที่สุดเรียกว่า อะโปจี (Apogee) มีระยะทางเฉลี่ยประมาณ 406,700 กิโลเมตร

ภาพ : สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ Fan Page

ภาพ : สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ Fan Page


ปรากฏการณ์ดวงจันทร์เต็มดวงใกล้โลก มีผลทำให้เกิดปรากฏการณ์น้ำขึ้น-น้ำลงมากกว่าปกติเล็กน้อยเท่านั้น ไม่มีผลกระทบอื่นใดต่อโลก นอกจากนี้ การที่ผู้คนบนโลกสามารถมองเห็นดวงจันทร์เต็มดวงที่โตกว่าปกติเล็กน้อยในคืนที่ดวงจันทร์โคจรเข้ามาใกล้โลก นับเป็นเหตุการณ์ปกติที่สามารถอธิบายได้ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์

แม้ดวงจันทร์จะโคจรเข้าใกล้โลกทุกเดือนแต่อาจไม่ปรากฏเต็มดวงทุกครั้ง สำหรับดวงจันทร์เต็มดวงและใกล่้โลกที่สุดในรอบปี ครั้งต่อไป ตรงกับวันที่ 8 เม.ย.2563 ห่างประมาณ 357,022 กิโลเมตร 
ภาพ : สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ Fan Page

ภาพ : สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ Fan Page

 

ทั้งนี้ สดร.จัดกิจกรรมสังเกตการณ์ดวงจันทร์เต็มดวงใกล้โลกที่สุดในรอบปี ในวันที่ 19 ก.พ.นี้ ตั้งแต่เวลา 18.00-22.00 น. ประชาชนที่สนใจร่วมส่องจันทร์ดวงโตชัดเต็มตาด้วยกล้องโทรทรรศน์หลายรูปแบบ และร่วมบันทึกภาพหลุมอุกกาบาตและภูเขาบนดวงจันทร์ 4 แห่ง ได้แก่

1) เชียงใหม่ หอดูดาว อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ 
2) ฉะเชิงเทรา หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา ฉะเชิงเทรา
3) นครราชสีมา หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา นครราชสีมา
4) สงขลา ลานชมวิวนางเงือก หาดสมิหลา จ.สงขลา

 

 


"ดาวเคราะห์ชุมนุม" บนทางช้างเผือก เห็นด้วยตาเปล่า 18-20 ก.พ. นี้

Sun, 10 Feb 2019 07:39:00

วันนี้ (10 ก.พ.2562) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชวนชมพาเหรดดาวเคราะห์ยามเช้า ตลอดเดือน ก.พ. 2562 ดาวพฤหัสบดี ดาวศุกร์ และดาวเสาร์ ปรากฏเรียงกันทางทิศตะวันออกเฉียงใต้

หากอยู่ในที่มืดสนิทจะมองเห็นทางช้างเผือกเป็นฉากหลังสวยงาม เผย 18-20 ก.พ. เกิดปรากฏการณ์ “ดาวเคราะห์ชุมนุม” ดาวศุกร์สว่างเคียงดาวเสาร์ สังเกตได้ด้วยตาเปล่าทั่วประเทศ


นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการทางดาราศาสตร์ สดร. ระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 8 ก.พ.เป็นต้นไป มีดาวเคราะห์ 3 ดวง ปรากฏเรียงกันในช่วงเช้ามืดทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ ดาวพฤหัสบดี ดาวศุกร์ ดาวเสาร์ มีดาวแอนทาเรสซึ่งเป็นดาวฤกษ์สว่างในกลุ่มดาวแมงป่องปรากฏให้เห็นเหนือดาวเคราะห์ทั้งสาม หากสังเกตในพื้นที่มืดสนิท สามารถเห็นทางช้างเผือกปรากฏพร้อมกันในช่วงเวลาดังกล่าวเป็นฉากหลังสวยงามมากตลอดทั้งเดือน

จากนั้น ช่วงวันที่ 18-20 ก.พ.นี้ ดาวเสาร์จะค่อยๆ ขยับเข้าใกล้ดาวศุกร์ และจะเข้าใกล้ที่สุดในวันที่ 19 ก.พ. ห่างเพียง 1.3 องศา ในทางดาราศาสตร์ เรียกว่า “ดาวเคราะห์ชุมนุม” หมายถึง ดาวเคราะห์ตั้งแต่ 2 ดวงขึ้นไปปรากฏใกล้กันบนท้องฟ้าที่ระยะห่างเชิงมุม 1-5 องศา


หากมองด้วยตาจะเห็นดาวทั้งสองห่างกันประมาณหนึ่งนิ้วก้อย (การวัดระยะเชิงมุมท้องฟ้า ใช้มือเหยียดสุดแขนขึ้นบนฟ้า ระยะ 1 องศา จะห่างกันประมาณ 1 นิ้วก้อย)

สำหรับผู้สนใจสามารถตื่นมาชมความงามของปรากฏการณ์ท้องฟ้าดังกล่าวได้ตั้งแต่เวลา 04.30 น. เป็นต้นไป ดูได้ด้วยตาเปล่า ไม่จำเป็นต้องมองผ่านกล้องโทรทรรศน์ นายศุภฤกษ์กล่าวปิดท้าย

 


ทดสอบ “โดรน” ชิงเผาเชื้อเพลิงตัดวงจรไฟป่า

Wed, 6 Feb 2019 16:53:00

วันนี้ ( 6 ก.พ.2562) นายมานะ แซ่ด่าน อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมสาธิตทดลองการชิงเผาโดยการใช้อากาศยานไร้คนขับ หรือ โดรน ที่ประดิษฐ์ขึ้นเพื่อใช้ในการแก้ปัญหาหมอกควันไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือ โดยโดรน 1 ลำ จะบรรจุลูกบอลขนาด 20 ลูก ซึ่งจะบรรจุเชื้อเพลิง เพื่อนำไปปล่อยลงในพื้นที่ที่มีใบไม้หรือเชื้อเพลิงในป่าเต็งรังที่มักเป็นเชื้อเพลิงอย่างดีในช่วงฤดูแล้ง


นายมานะ ระบุว่า ก่อนขึ้นบินโดรนจะต้องตรวจพิกัดจุดที่จะปล่อยลูกบอลเพลิงเพื่อจำกัดพื้นที่ ซึ่งจากการคำนวณจะใช้ลูกบอล 1 ลูกต่อพื้นที่ 1 ไร่ ใช้เวลาบินเพียง 15 นาที ในการปฏิบัติงาน ซึ่งจะช่วยลดเวลาและแรงงานชาวบ้าน โดยเฉพาะพื้นที่ที่คนเข้าไปไม่ถึง เช่น บริเวณใกล้หน้าผาหรือบริเวณลำห้วย โดยปีนี้จะนำร่องทดสอบระบบ 2 พื้นที่ คือ บ้านแม่เตี๊ยะ และบ้านแม่ออน จ.เชียงใหม่

โดรน 1 ลำ มีก้อนเชื้อเพลิง 20 ก้อน ชิงเผา 15 นาที เฉลี่ย 1 ลูกต่อ 1 ไร่ คาดว่า ระบบโดรนชิงเผาจะใช้งานได้เต็มศักยภาพในปี 2563 เนื่องจากต้องปรับปรุงระบบสั่งการของคอมพิวเตอร์ไปยังโดรนที่บินไป-กลับ เพิ่มความแม่นยำมากขึ้น

หลังจากพัฒนาระบบแล้ว นายมานะ ระบุว่า จะมีการอบรมใช้โดรนชิงเผาให้แก่ชาวบ้านเพื่อสร้างความเข้าใจในการใช้งาน ในเบื้องต้นเลือกปฏิบัติการชิงเผาช่วงเดือน ก.พ.ที่มีเชื้อเพลิงสะสมในป่าประมาณร้อยละ 60-70 หากไม่ชิงเผาปล่อยไปถึงเดือน มี.ค. - เม.ย.จะมีเชื้อเพลิงสะสมหนาแน่นมากเกินไป เมื่อชาวบ้านจุดไฟเผาจะเสี่ยงเกิดไฟป่าและหมอกควันลุกลามรุนแรงมาก

ชุมชนร่วมใจชิงเผา ลดไฟป่าเกือบ 100%

ด้าน นายบุญตัน กาละวิน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 14 ต.สบเตี้ยะ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ บอกว่า ชุมชนดูแลพื้นที่ป่า1,800 ไร่ ก่อนฤดูแล้งจะมาถึงชาวบ้านทุกครัวเรือน จะร่วมกันทำการชิงเผา 1 วัน ในช่วง เดือน ก.พ.ซึ่งปีนี้กำหนดวันที่ 16 ก.พ.นี้

หากบ้านหลังใดไม่ส่งสมาชิกมาร่วมทำแนวกันไฟ และชิงเผาร่วมกับคนในชุมชน จะต้องเสียค่าปรับ 300 บาท ทั้งนี้ หลังจากชาวบ้านร่วมกันทำแนวกันไฟและมีการจัดการไฟป่าด้วยการชิงเผา เพื่อลดเชื้อเพลิงในป่ามาหลายปี ทำให้ลดไฟป่าและหมอกควันได้เกือบ 100% 

ในเดือน ก.พ.เป็นช่วงที่มีความชื้นสูงกว่าฤดูแล้ง มีลมพัดแรงตลอดเวลา ทำให้อากาศถ่ายเทได้ดี และใบไม้จะร่วงสู่พื้นดินประมาณ ร้อยละ 60 และเหลือใบไม้ติดอยู่กับต้นไม้ร้อยละ 40 ทำให้เมื่อชิงเผา ไฟที่ลุกจะไม่แรงมาก

ทั้งนี้ เนื่องจากตลอดแนวป่า จะมีการทำแนวกันไฟเป็นช่วงๆ และการชิงเผา จะใช้วิธีเผาเชื้อเพลิง จากข้างบนลงข้างล่างเพื่อไม่ให้ไฟลุกโหมแรงมาก ต้นไม้สามารถฟื้นตัวหลังการชิงเผาแล้วเสร็จ แต่หากปล่อยทิ้งไว้ถึงเดือน มี.ค. หรือ เดือน เม.ย. ใบไม้จะร่วงลงพื้นดินทั้งหมด 100% เมื่อเกิดไฟป่าจะทำให้ไฟลุกไหม้เร็วและแรง เพราะเป็นช่วงฤดูแล้ง ทำให้ป่าไม้ ต้นไม้ยืนต้นตายจำนวนมาก

 


“รถยนต์อัจฉริยะ” ช่วยคัดกรองผู้ป่วยพาร์กินสันขับรถปลอดภัย

Thu, 24 Jan 2019 16:53:00

วันนี้ (24 ม.ค.2562) ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์โรคพากินสัน โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เสนองานวิจัยความปลอดภัยในการขับขี่รถยนต์ของผู้ป่วยโรคพาร์กินสันด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะสำหรับติดตั้งในรถยนต์และการใช้เครื่องมือวัดอัตราการตอบสนองแบบ 3 มิติ โดยร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) 

ดร.พญ.อรอนงค์ โพธิ์แก้ววรางกูล คณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้วิจัยโครงการประเมินความปลอดภัยในการขับขี่รถยนต์ของผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน กล่าวว่า เนื่องจากผู้ป่วยพาร์กินสัน มีอาการของโรคส่งผลให้ผู้ป่วยมีปัญหาการเคลื่อนไหวช้า กล้ามเนื้ออ่อนแรง และปัญหาด้านระบบประสาท ทำให้อาจจะส่งผลกระทบต่อความสามารถในการขับขี่รถยนต์

ทำให้ผู้สูงอายุที่เคยได้รับใบขับขี่ตลอดชีวิต มีความกังวลว่าจะไม่สามารถขับรถได้ จึงตัดสินใจไม่ขับรถ เพราะกลัวจะส่งผลกระทบต่อผู้อื่น แม้ผู้สูงอายุบางคนจะไม่ได้เป็นโรคพาร์กินสันจึงวิจัยเพื่อให้อุปกรณ์อัจฉริยะช่วยคัดกรองผู้ป่วยพาร์กินสันจากคนปกติในการสอบภาคปฏิบัติของการสอบใบขับขี่ตลอดชีวิต

 

 

ทั้งนี้จากการการศึกษาระยะที่ 1 ศึกษาเปรียบเทียบความสามารถในการขับขี่รถยนต์ผู้ป่วยพาร์กินสันกับอาสาสมัครคนปกติ กลุ่มละ 41 คน และมีข้อมูลทั่วไปทางประชากรศาสตร์ที่ไม่ต่างกัน เช่น เพศ อายุ ความสามารถในการขับขี่ จำนวนครั้งของการเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ในรอบปีที่ผ่านมา และประวัติการหกล้มในช่วงเดือนที่ผ่านมา

โดยประเมินอัตราการตองสนองด้วยอุปกรณ์ตรวจวัดอัตราการตอบสนองแบบ 3 มิติ แบบทดสอบประ กอบด้วย อัตราการตอบสนองต่อการเริ่มเหยียบคันเร่ง (ไฟเขียว) อัตราการตอบสนองต่อการเริ่มการเหยีบเบรก (ไฟแดง) การทดสอบความสามารถในการหยุดรถ โดยประเมินจากระยะห่างจากวัตถุแล้วนำข้อมูลทั่วไปของประชากรและค่าที่ตรวจได้จากอุปกรณ์ทั้งหมดมาวิเคราะห์ทางสถิติ

ผลการทดสอบพบว่าผู้ป่วยพาร์กินสันมีการตอบสนองที่ช้า และมีโอกาสเกิดความผิดพลาดระหว่างการทดสอบขับรถกว่าอาสาสมัครปกติ ผู้ป่วยที่มีอายุมากกว่า 60 ปี มีโอกาสหยุดการขับขี่รถยนต์มากกว่าคนที่อายุน้อยกว่าประมาณ 5.6 เท่า และมีโอกาสหยุดการขับขี่มากกว่าคนปกติ 8.9 เท่า

 

รถยนต์พาร์กินสัน ช่วยคัดกรองผู้ป่วยขับรถ 

เนื่องจากผู้ป่วยพาร์กินสัน จะมีปัญหาการทรงตัวไม่ดี สามารถพยากรณ์โอกาสในการหยุดการขับขี่ในผู้ป่วยมากกว่าคนปกติ 15.47 เท่า และจากผลการประเมินการศึกษาครั้งนี้ นำไปสู่การศึกษาในระยะที่ 2 ตรวจสอบประสิทธิภาพการขับขี่รถยนต์บนท้องถนนจริง ระหว่างผู้ป่วยโรคพาร์กินสันและกลุ่มอาสาที่มีสุขภาพดี กลุ่มละ 10 คน

โดยประเมินจากรถยนต์ที่ติดตั้งอุปกรณ์ สำหรับประเมินการขับขี่หรือ “รถยนต์พาร์กินสัน” ซึ่งเป็นรถยนต์ซีดาน 4 ประตูที่ติดตั้งระบบอิเล็กทรอนิกส์ ข้อมูลที่บันทึกประกอบด้วย กล้องวิดีโอ 5 ตัว ระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดการขับรถ ความเร็วของรถ ระยะเวลาในการเหยียบคันเร่งและเบรก การตรวจการเคลื่อน ไหวของพวงมาลัย การประเมินตำแหน่งรถด้วยระบบ GPS และการประเมินระยะห่างของตัวรถกับสิ่งกีดขวาง 

 

โดยทั้ง 2 กลุ่มจะได้รับการทดสอบวิธีเดียวกับการทดสอบ เพื่อขอรับในอนุญาตขับขี่รถยนต์ของกรมการขนส่งทางบก ผลการศึกษาพบว่าผู้ป่วย มีระยะเวลาในการเหยียบเบรกมากกว่า การประเมินแรงกดเท้าขณะเหยียบเบรกเบากว่าอาสาสมัครปกติ และผู้ป่วยมีจำนวนครั้งของความพยายามในการถอยหลังเข้าซองมากกว่าอาสาสมัครอย่างมีนัยสำคัญ

ผู้วิจัยหวังว่า “รถยนต์พาร์กินสัน”  จะได้เป็นส่วนหนึ่งในการคัดกรองผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน และคนปกติในการสอบภาคปฏิบัติใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ของกรมการขนส่งทางบกในอนาคต

 


โฉมหน้าลูกช้างผสมเทียมตัวที่ 2 ของไทย

Thu, 24 Jan 2019 13:46:00

วันนี้ (24 ม.ค.2562) นายสุริยา แสงพงค์ รองผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า องค์การสวนสัตว์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยศูนย์นวัตกรรมทางการสืบพันธุ์สัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์และวิจัย สวนสัตว์เปิดเขาเขียว คณะสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และสถาบันคชบาลแห่งชาติ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ประสบความสำเร็จงานวิจัยผสมเทียมช้างตัวที่ 2 ของไทย ด้วยผสมเทียมลูกช้างเอเชียเตัวเมียได้ 1 เชือก ที่เกิดจากช้างพังจิ๋มตกลูกช้างเมื่อวันที่ 8 ต.ค.2561 เวลา 19.50 น. ใช้ระยะการตั้งท้อง 21 เดือน 12 วัน มีน้ำหนัก 128 กิโลกรัม แข็งแรงทั้งแม่ และลูก

ลูกช้างมีอายุ 3 เดือน 16 วัน มีสุขภาพสมบูรณ์ นิสัยร่าเริง และซุกซน ถือเป็นลูกช้างที่เกิดจากการผสมเทียมที่มีชีวิตรอดเป็นเชือกที่ 2 ของไทย ซึ่งเป็น 1 ใน 3 ประเทศของโลกที่ประสบความสำเร็จ คือ สหรัฐอเมริกา และเยอรมันนีเมื่อปี 2561
ภาพ:องค์การสวนสัตว์

ภาพ:องค์การสวนสัตว์

 

โครงการวิจัยปัจจัยที่มีผลต่อวงรอบการสืบพันธุ์ และการพัฒนาวิธีการแช่แข็งน้ำเชื้อช้างเพื่อการผสม เทียม เริ่มมามาตั้งแต่ปี 2559 โดยเก็บน้ำเชื้อช้างเอเชียตัวผู้ ชื่อพลายบิลลี่ที่ตรวจพบระดับฮอร์โมน ช่วงวันที่ 26-28 ธ.ค.2559 และผสมเทียมกับช้างเอเชียเพศเมียชื่อพังจิ๋ม จากสวนสัตว์เปิดเขาเขียวที่มีช่วงการตกไข่ในวันดังกล่าว  

และผสมเทียมด้วยน้ำเชื้อแช่แข็งและน้ำเชื้อ แช่เย็น โดยการใช้กล้องเอนโดสโคป ขนาดความยาว 1.3 เมตร สอดผ่านทางช่องคลอด และน้ำเชื้อใช้กระบอกฉีดยา ขนาด 50 มิลลิลิตร เป็นตัวฉีดน้ำเชื้อเข้าท่อผสมเทียมชนิดพิเศษที่สอดผ่าน working channel ของกล้องเอนโดสโคป ปล่อยบริเวณช่องเปิดคอมดลูก จนนำมาสู่ความสำเร็จ ที่น่าภาคภูมิใจที่เกิดขึ้นในครั้งนี้

 

ภาพ:องค์การสวนสัตว์

ภาพ:องค์การสวนสัตว์

 

เตรียมต่อยอดผสมเทียมสัตว์ป่าใกล้สูญพันธ์ุ

นายสุริยา กล่าวอีกว่า แผนงานวิจัยต่อยอดจะเร่งแก้ปัญหาช้างป่าที่เพิ่มจำนวนมากขึ้น แต่มีขนาดเล็กลงและสุขภาพไม่สมบูรณ์จากปัญหาเลือดชิดมากเกินไป พร้อมทั้งจะต่อยอดในกลุ่มสัตว์ป่าสงวนและสัตว์ป่าคุ้มครองที่ใกล้สูญพันธุ์ด้วย เช่น แรดขาว ที่อยู่ในสวนสัตว์ต่างๆมากว่า 20 ปี แต่ไม่สามารถมีลูกได้ตามธรรมชาติ กระซู่ สูญพันธุ์จากไทยแล้ว

แต่จะใช้ความร่วมมืองานวิจัยระหว่างประเทศกับมาเลเซียที่ยังเหลือกระซู่ อยู่แต่ไม่มากแล้ว สมเสร็จ เก้งหม้อ เลียงผา เสือลายเมฆ ผสมเทียมจนประสบความสำเร็จแล้ว แมวลายหินอ่อน เสือปลาเสือไฟ กวางผา เพื่อไม่ให้เกิดบทเรียนเช่นเดียวกับสมันที่สูญพันธุ์ไปจากประเทศไทยแล้ว ด้วยการใช้กระบวนการวิจัยเข้ามาสนันสนุนการอนุรักษ์และรักษาพันธุ์สัตว์ป่าในประเทศ

 

ภาพ:องค์การสวนสัตว์

ภาพ:องค์การสวนสัตว์

 

ปัจจุบันไทยมีช้างเลี้ยง 4,719 เชือก และช้างป่ามีประมาณ 3,500 – 4,000 ตัว โดยทุกภาคส่วนยังให้ความสำคัญต่อการขยายพันธุ์ช้างในประเทศไทยเพิ่มขึ้น แต่กลับประสบปัญหาแหล่งที่อยู่อาศัยกระจุกตัวและแหล่งอาหารไม่เพียงพอ สิ่งสำคัญเกิดปัญหาการผสมพันธุ์จนเกิดสายพันธุ์ช้างที่เลือดชิดเกินไป จึงได้ช้างป่าหรือช้างบ้านที่ไม่สมบูรณ์ ทำให้งานวิจัยผสมเทียมเป็นทางเลือกหนึ่งของหารแก้ปัญหาสายพันธุ์เลือดชิดของสัตว์ป่าได้

ทั้งนี้ จากข้อมูลอ้างอิงของ http://www.elephant.se ระบุว่า การเกิดลูกช้างจากการผสมเทียม ไม่เพียงแต่เป็นเชือกที่ 2 ของประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังถือเป็นเชือกที่ 3 ในระดับเอเชีย ภายหลังจากปรากฏข้อมูลว่า มีช้างเอเชียเพศเมียที่มีการตั้งท้องจากการผสมเทียม ในประเทศแถบเอเชีย มีเพียงสาธารณรัฐประชาชนจีน และ ประเทศไทย ประเทศละ 1 เชือก เท่านั้น

 

 

ภาพ:องค์การสวนสัตว์

ภาพ:องค์การสวนสัตว์

 

 

 


เปิดภาพ "ดวงจันทร์เต็มดวงใกล้โลก"ครั้งแรกปี 62

Tue, 22 Jan 2019 12:37:00

วันนี้ (22 ม.ค.2562) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ หรือ สดร.เผยภาพดวงจันทร์เต็มดวงใกล้โลกคืนวันที่ 21 ม.ค.ที่ผ่านมา บันทึกภาพที่อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ หนึ่งปรากฏ การณ์ดาราศาสตร์น่าติดตามในปี 2562 

โดยบรรยากาศที่หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา จ.นครราชสีมา และหอดูดาวเฉลิมพระ เกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา จ.ฉะเชิงเทรา ฟ้าเป็นใจ เห็นดวงจันทร์เต็มดวงใกล้โลกชัดเจน มีประชาชนสนใจทยอยเข้าร่วมตลอดระยะเวลาจัดกิจกรรม

นอกจากพื้นที่สังเกตการณ์หลัก 3 จุดประชาชนทั่วทุกภูมิภาค ทั้งจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ กรุงเทพฯ นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี ลพบุรี อยุธยา ปราจีนบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี ชลบุรี ระยอง สระบุรี นครราชสีมา อุบลราชธานี อุดรธานี มหาสารคาม สกลนคร ร้อยเอ็ด นครพนม ชุมพร สุราษฎร์ธานี ยะลา และปัตตานี ฯลฯ ต่างได้ชื่นชมความงามของดวงจันทร์อย่างพร้อมเพรียงและพากันแชร์ภาพดวงจันทร์ในโลกโซเซียลอย่างล้นหลาม

สำหรับปรากฎการณ์ดวงจันทร์เต็มดวงใกล้โลก จะเกิดอีกครั้งวันที่ 19 ก.พ.นี้ โดยดวงจันทร์โคจรมาใกล้โลกที่สุดในรอบปีด้วยระยะห่าง 356,836 กิโลเมตร 

 

 


ทั่วโลกชมเต็มตา "พระจันทร์สีเลือด" ครั้งแรกของปี 62

Mon, 21 Jan 2019 14:00:00

วันนี้ (21 ม.ค.2562) ช่วงเช้าที่ผ่านมาทางซีกโลกตะวันตก มีโอกาสเห็นจันทรุปราคาเต็มดวงครั้งแรกของปี และเห็นพระจันทร์สีแดงอิฐ ส่วนไทยแม้จะไม่ได้อยู่ ในแนวคราส แต่ค่ำคืนนี้จะเห็นพระจันทร์เต็มดวง ใกล้โลกที่ระยะกว่า 356,000 กิโลเมตร จะเห็นดวงจันทร์ขนาดใหญ่กว่าปกติเล็กน้อย

ผู้คนในหลายทวีปตั้งแต่อเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ เช่น เดียวกับตะวันตกของทวีปยุโรป รวมทั้งสหราชอาณาจักร แอฟริกาเหนือ ทางตะวันออกของแปซิฟิก และตะวันออกเฉียงเหนือของรัสเซีย จะได้เห็นการเกิดจันทรุปราคาเต็มดวง เห็นพระจันทร์สีแดงอิฐ หรือ พระจันทร์สีเลือด หรือ ซูเปอร์ บลัด วอล์ฟ มูน ( super blood wolf moon )

ปรากฏการณ์จันทรุปราคา เริ่มเกิดขึ้นในเวลา 20.35 น.ของเช้าวันจันทร์ที่ 21 ม.ค.นี้ ตามเวลามาตรฐานกรีนิช ช้ากว่าประเทศไทย 7 ชั่วโมง และสิ้นสุดในเวลา 07.49 น. โดยปรากฏการณ์พระจันทร์สีเลือด จะเกิดขึ้นตอนเวลา 05.12 น. และมีการถ่ายทอดสดของสำนักข่าวหลาย ๆ สำนัก

ปรากฏการณ์พระจันทร์สีแดงอิฐ เป็นปรากฏการณ์ ขณะเกิดจันทรุปราคาแบบเต็มดวง ขณะที่ดวงจันทร์ค่อยๆ เคลื่อนที่เข้าไปในเงามัวของโลก ซึ่งดวงจันทร์จะค่อยๆ มืดลง แต่ขณะนั้นดวงจันทร์จะไม่มืดทั้งดวง เพราะยังมีแสงอาทิตย์บางส่วนส่องผ่านชั้นบรรยากาศของโลก เฉพาะแสงช่วงคลื่นสีแดง ทำให้เราเห็นดวงจันทร์เป็นสีส้มหรือสีแดง

คืนนี้พระจันทร์ใกล้โลก-ดาวเคียงเดือน" 31 ม.ค.-1 ก.พ.นี้

แต่สำหรับประเทศไทย แม้จะไม่ได้อยู่ในแนวคลาสผ่าน แต่คืนนี้ยังเห็นปรากฏการณ์ดวงจันทร์เด็มดวงใกล้โลก นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ จากสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ระบุว่า ดวงจันทร์เต็มดวงใกล้โลก ในระยะประมาณ 357,706 กิโลเมตร แม้ยังไม่ใช่ดวงจันทร์เต็มดวงใกล้โลกที่สุดในรอบปี

แต่สามารถมองเห็นดวงจันทร์เต็มดวงสว่างและมีขนาดปรากฏใหญ่กว่าปกติเล็กน้อย แต่เราจะเห็นดวงจันทร์จะเต็มดวงและเข้าใกล้โลกที่สุดในรอบปี ที่ระยะห่าง 356,836 กิโลเมตร ในวันที่ 19 ก.พ.นี้ จะทำให้ผู้สังเกตการณ์บนโลก จะเห็นดวงจันทร์ ขนาดใหญ่และสว่างกว่าปกติ  

 

 

นอกจากนี้สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ยังชวนชมความงาม 3 ดาวสว่างเด่น ได้แก่ ดาวศุกร์ ดาวพฤหัสบดี และดาวแอนทาเรส ช่วงเช้ามืด 22-24 ม.ค.นี้ จากนั้นรอชมดาวเคียงเดือน วันที่ 31 ม.ค. - 1 ก.พ.นี้ ดาวพฤหัสบดี - ดาวศุกร์เคียงดวงจันทร์เสี้ยว สังเกตได้ตั้งแต่ 03.45 น. เป็นต้นไปจนถึงรุ่งเช้า ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ เห็นชัดด้วยตาเปล่าทุกพื้นที่ทั่วประเทศ  

 

 


ผ่าตัด "พังทองดี" ป่วยมะเร็งสำเร็จเป็นเชือกแรกของไทย

Mon, 21 Jan 2019 06:37:00

วันนี้ (21 ม.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช้างพังทองดี อายุ 30 ปี ช้างจากปางช้างแห่งหนึ่งใน จ.เชียงใหม่ ยังคงอยู่ในความดูแลของโรงพยาบาลช้าง ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยฯ อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง หลังรับตัวมารักษาด้วยอาการป่วยเป็นมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ ร่างกายซูบผอม ไม่มีเรี่ยวแรง เมื่อต้นปี 2561 ที่ผ่านมา


นายสัตวแพทย์ศรัณย์  จันทร์สิทธิเวช ผู้จัดการส่วนอนุรักษ์ช้างลำปาง-กระบี่ สถาบันคชบาลแห่งชาติฯ เปิดเผยว่า สัตวแพทย์โรงพยาบาลช้าง ได้ประสานคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาลัยเกษตรศาสตร์ และ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำเครื่องมือตรวจช่องท้องของช้าง และพบว่ามีก้อนเนื้อขนาดใหญ่อยู่ ก่อนจะตัดมาตรวจพิสูจน์จนพบว่าเป็นก้อนมะเร็งขนาดใหญ่

จากนั้นได้มีการวางแผนและประสานสหวิชาชีพ หลากหลายเข้ามาช่วยเหลือในด้านอุปกรณ์ จนสามารถผ่าตัดเอาก้อนเนื้อมะเร็งน้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัม ออกมาจากช่องท้องช้างได้สำเร็จ และหลังผ่าตัดก็รักษาตามอาการ ร่วมกับการทำเคมีบำบัด หรือ คีโม จนสามารถควบคุมไม่ให้เกิดการลุกลามของมะเร็ง

 

การให้คีโมจะให้ทางเส้นเลือด ตอนแรกเกรงว่าจะแพ้แต่เมื่อให้แล้วช้างไม่เบื่ออาหาร ถ่ายได้ แข็งแรงดี ตอนนี้อยู่ในช่วงตามการรักษา ถือว่าอาการดีขึ้นมาก ถ้าสำเร็จอาจจะเป็นเคสแรกๆ ของโลกเลยที่ทำได้


ปัจจุบันช้างพังทองดี สามารถกิน ถ่าย ได้ตามปกติ แต่ก็ต้องอยู่ในความดูแลของสัตวแพทย์อย่างใกล้ชิด และอาจถือได้ว่าเป็นการรักษาช้างป่วยด้วยโรคมะเร็งเชือกแรกของประเทศไทย และอาจจะเป็นเชือกแรกของโลกในขณะนี้

 


#10yearchallenge เทียบภาพความทรงจำในอดีต

Thu, 17 Jan 2019 17:27:00

กำลังเป็นกระแสในโลกออนไลน์สำหรับแฮชแท็ก 10 เยียร์ ชาเลนจ์ #10yearschallenge  ที่เหล่าผู้เล่นโซเชียล และคนดังทั่วโลก พากันนำรูปเก่าย้อนไปกว่า 10 ปี มาเทียบกับรูปในปัจจุบัน เทียบให้เห็นความเปลี่ยนแปลง 

นอกเหนือจากรูปลักษณ์และอายุ หลายภาพเรียกเสียงฮือฮาในโซเซียล เพราะแม้เวลาจะผ่านไปนาน 10 ปี แต่หลายภาพสะท้อนถึงกระแสถึง "การมีอายุอย่างสง่างาม" อีกด้านก็มีการวิเคราะห์ว่า นี่เป็นการตลาดเฟซบุ๊กที่ใช้ฝึก AI จดจำใบหน้า 

หน้าฟีดของหลายคนในช่วง 1-2 วันนี้ อาจจะเห็นกระแสการโพสต์รูปอดีตและปัจจุบัน เปรียบเทียบความเปลี่ยนแปลง 10 ปี ที่ผ่านมา หรือ #10yearschallenge กระแสการท้าทายโพสต์รูปเก่า ๆ ในโซเชียลมีเดีย อย่างเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และอินสตราแกรม

 

กลายเป็นกระแสไวรัลที่ติดแฮชแท็กไปทั่วโลกเพียงข้ามคืน แม้กระทั่งคนดังทั้งในเมืองไทย ระดับฮอลลีวูด หรือทั่วโลก ก็ร่วมโพสต์รูปตามกระแส

ที่มาของกระแสนี้ เกิดขึ้นจาก #HowHardDidAgingHitYou หรือ ความท้าทายในการชราภาพและความท้าทายการเติบโต

จากภาพเหล่านี้ทำให้คนอื่น สามารถเห็นว่าภาพลักษณ์ของพวกเขาเปลี่ยนไปอย่างไรในช่วงหลายปีที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่แย่กว่าหรือดีกว่า

หลายคนดูเหมือนว่ากาลเวลาไม่สามารถทำอะไรพวกเขาได้ นอกเหนือจากรูปลักษณ์และอายุ หลายภาพเรียกเสียงฮือฮาในโซเซียล เพราะแม้เวลาจะผ่านไปนาน 10 ปี แต่หลายภาพสะท้อนถึงกระแสถึง "การมีอายุอย่างสง่างาม"

 

 

ขณะเดียวกันยังสะท้อนถึงวิวัฒนาการของกล้องถ่ายรูป ที่มีหลายแอปพลิเคชัน ตกแต่งภาพออกมาให้ดูเด็กลงได้ หรือ เครื่องสำอาง วิวัฒนาการทางความงามและชะลอวัย หรือ การมีความรู้ถึงวิธีการดูแลตัวเอง อย่างการกิน ออกกำลังกาย หรือ ที่ยังคงทำให้หลาย ๆ ยัง มีรูปลักษณ์ที่ดูอ่อนเยาว์

ขณะที่หลายภาพยังโพสต์ถึงเรื่องขำขัน กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา และได้สร้างเสียงหัวเราะ จนได้รับการกดถูกใจนับแสนครั้ง

 

 

มีหลายความหมายภายใต้ภาพ ที่พาหวนรำลึกถึงอดีต แต่เมื่อเทียบกับปัจจุบันจะเห็นถึงการพัฒนาและความเปลี่ยนแปลงในชีวิต ทั้งรูปลักษณ์ อายุ การงาน สิ่งที่เกิดขึ้นมาในชีวิตได้ผ่านอะไรมาบ้าง

อีกด้านก็มีผู้วิเคราะห์ทางโซเชียลมีเดียว่า นี่อาจจะเป็นอีกแผนการตลาดของเฟซบุ๊ก ที่ให้ผู้ใช้โพสต์ภาพอดีต และปัจจุบันเพื่อฝึกอัลกอลึทึ่ม การจดจำใบหน้าคนและการระบุถึงอายุผู้ใช้งานของเฟซบุ๊ก และข้อระวังเมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์ภาพใบหน้าที่ให้คนอื่นเข้าถึงได้ง่าย

 

 


เครื่องฟอกอากาศยักษ์ ! เทียบต้นไม้ 4.8 แสนต้นดูดซับมลพิษ

Wed, 16 Jan 2019 16:35:00

ถ้าพูดถึงเกาะฮ่องกง อาจจะนึกถึงเมืองท่องเที่ยวทางเศรษฐกิจ มีตึกสูงไม่ค่อยพบปัญหาการจราจร หรือมลพิษทางอากาศ แต่ฮ่องกง เป็นอีกหนึ่งประเทศ ที่เคยพบปัญหาฝุ่นละองเกินค่ามาตรฐานมานานถึง 150 วัน

ปัญหานี้ทำให้ฮ่องกง ต้องใช้นวัตกรรมด้วยการใช้เครื่องกรองอากาศยักษ์ ลดมลพิษทางอากาศได้มากถึงร้อยละ 80 เช่นเดียวกับหลายประเทศนอกจากใช้เทคโนโลยีช่วยกำจัดฝุ่นละอองแล้ว ยังวางแผนการจราจรและควบคุมปัจจัยอื่น ๆ แก้ปัญหาฝุ่นควันร่วมกันด้วย

ระบบบำบัดขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ในอุโมงค์ทางด่วนพิเศษ เซนทรัล หวาน ไฉ ของ ฮ่องกง เครื่องบำบัดอากาศนี้สามารถลดมลพิษจากการจราจรได้มากถึง 80 เปอร์เซ็นต์

มีระบบการทำงาน ด้วยการใช้พัดลมขนาดใหญ่ดูดไอเสียจากควันรถในทางลอดอุโมงค์เข้าไปในระบบฟอกอากาศ 3 แห่งที่ติดตั้งไว้ตามแนวของอุโมงค์

 

 

อากาศจะผ่านตัวกรองระบบไฟฟ้าสถิต ซึ่งทำหน้าที่ดักจับประจุ จากนั้นจะแยกอนุภาคที่เป็นอันตราย เข้าไปที่ตัวกรองโดยมีถ่านกัมมันต์ทำหน้าที่กำจัดก๊าซพิษไนโตรเจนไดออกไซด์จ นได้อากาศบริสุทธิ์ แล้วปล่อยอากาศเหล่านี้ออกมาจากระบบ

 สำหรับเครื่องระบายอากาศยักษ์เป็นเทคโนโลยีแก้ปัญหาฝุ่นละออง ที่ดำเนินการควบคู่กับการลดปัจจัยอื่น ๆ ที่เป็นสาเหตุของการเกิดมลพิษทางอากาศ และเป็นโครงการต่อเนื่องจากการทำทางเบี่ยง หรือบายพาส เซ็นทรัล หวาน ไฉ ที่แก้ปัญหาปัญหารถติดทางตอนเหนือ และตอนกลางของเกาะฮ่องกง เพื่อมุ่งหน้าไปทางตะวันออกของเกาะ

 

 

ทางพิเศษนี้ ช่วยลดระยะเวลาการเดินทางจาก 30 นาที เหลือ 5 นาที นั่นหมายความว่า การย่นเวลาการเดินทางจะช่วยลดมลพิษไปในตัว คาดว่าจะลดก๊าซคาร์อนไดออกไซค์ 11,100 ตันต่อปี หรือ เท่ากับการใช้ต้นไม้ 480,000 ต้นดูดซับก๊าซมลพิษ

เดือนตุลาคมปี 2017 ฮ่องกงประสบปัญหาฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐาน รัฐบาลฮ่องกง รายงานว่า มีผู้เสียชีวิตจากโรคระบบทางเดินหายใจ 400 คน และกว่า 190,000 คนต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาลจากปัญหาฝุ่นละออง

 


ทำให้ฮ่องกงเริ่มมาตรการกำจัดฝุ่นละอองอย่างจริงจัง และเริ่มใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาช่วยจัดการปัญหาฝุ่นละอองในพื้นที่ โดยคาดว่าหอคอยฟอกอากาศยักษ์นี้จะใช้เริ่มใช้งานในวันที่ 20 ม.ค.นี้

เช่นเดียวกับสิงคโปร์ใช้ระบบการขนส่งสาธารณะ มีการใช้รถไฟ ควบคู่กับการปลูกต้นไม้ใหญ่ไว้รอบเมืองควบคุมคุณภาพของน้ำมันเชื้อเพลิง กำหนดมาตรฐานการปล่อยไอเสียของรถทุกคันประกาศมาตรการจัดเก็บภาษีคาร์บอน เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคอุตสาหกรรม ในปีนี้ แต่ยังพบปัญหาหมอกควันที่ลอยมาจากอินโดนีเซีย

ขณะที่ญี่ปุ่นเน้นการขนส่งรถไฟฟ้า ลดการปล่อยมลภาวะ และหลายเมืองกำหนด ประเภทของยานพาหนะเพื่อเป็นการควบคุมการระบาย NOX และ PM ให้อยู่ในระดับมาตรฐานที่กำหนด

มณีนาถ อ่อนพรรณา /รายงาน

 

 


ครั้งแรก ! นาซาเผยภาพ " อัลติมา ธูลี” วัตถุไกลสุดขอบสุริยะ

Fri, 4 Jan 2019 08:01:00

วานนี้ (3 ม.ค.2562) เพจเฟซบุ๊กสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ Fan Page เผยแพร่ข้อมูลวัตถุที่ไกลจากโลกที่ถูกเรียกชื่อว่า “อัลติมา ธูลี” Ultima Thule โดยนายธนกร อังค์วัฒนะ เจ้าหน้าที่สาร สนเทศดาราศาสตร์ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) ระบุว่า เมื่อวันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา นาซาเผยภาพแรกของ อัลติมา ธูลี วัตถุที่ไกลที่สุดในระบบสุริยะที่ยานอวกาศเดินทางไปสำรวจ ถ่ายโดยยานนิวฮอไรซันส์ ขณะบินเฉียดเข้าใกล้ได้สำเร็จ โดย อัลติมาธูลี มีรูปร่างคล้ายพินโบลิ่ง ขนาดประมาณ 32x16 กิโลเมตร ซึ่งหมุนรอบตัวเองตามแกนหมุนสีแดง 

อัลติมา ธูลี คืออะไร?

อัลติมา ธูลี มีชื่อเป็นทางการว่า 2014 MU69 เป็นวัตถุที่อยู่ในแถบไคเปอร์ (Kuiper Belt) ค้นพบครั้งแรกโดยกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลในปี พ.ศ.2557 อยู่ห่างจากโลกประมาณ 6.61 พันล้านกิโลเมตร มีขนาดประมาณ 30 กิโลเมตร ปัจจุบันยังไม่สามารถระบุรูปร่างได้แน่ชัด แต่คาดว่าจะเป็นวัตถุทรงรี หรืออาจเป็น 2 วัตถุที่โคจรรอบซึ่งกันและกัน

ยานนิวฮอไรซันส์ บินเฉียดเข้าใกล้วัตถุชื่อว่า “อัลติมา ธูลี” (Ultima Thule) เมื่อวันที่ 1 ม.ค.2562 ที่ผ่านมาเวลาประมาณ 12:33 น. (ตามเวลาประเทศไทย) วัตถุดังกล่าวอยู่จากโลกประมาณ 44 เท่าของระยะห่างจากโลกถึงดวงอาทิตย์ นับเป็นวัตถุที่ไกลที่สุดในระบบสุริยะที่ยานอวกาศเดินทางไปสำรวจ

 

 

เคลื่อนที่ด้วยอัตราเร็วสูงถึง 51,500 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เข้าใกล้เป้าหมายมากที่สุดที่ระยะห่างประ มาณ 3,500 กิโลเมตร เพื่อบันทึกภาพวัตถุให้ได้ความละเอียดสูงทีมนักวิจัยนาซาจะต้องอาศัยระบบการนำทางในอวกาศที่แม่นยำมากที่สุดเท่าที่เคยทำมา เพราะมีโอกาสในการเก็บข้อมูลเพียงครั้งเดียวเท่านั้น

แถบไคเปอร์กับจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญของการกำเนิดระบบสุริยะ กล่าวคือ แถบไคเปอร์ คือ บริเวณที่อยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ตั้งแต่ 30 ถึง 50 เท่าของระยะห่างจากโลกถึงดวงอาทิตย์ (อยู่ถัดจากวงโคจรของดาวเนปจูนออกไป)

บริเวณแถบนี้เต็มไปด้วยวัตถุขนาดเล็กที่กำลังโคจรรอบดวงอาทิตย์ ส่วนใหญ่เป็นหินและน้ำแข็งจากสารประกอบมีเทน แอมโมเนีย และน้ำ เป็นซากที่หลงเหลือจากการก่อตัวของระบบสุริยะในยุคแรกเริ่ม การศึกษาวัตถุในแถบไคเปอร์จะสามารถตอบคำถามได้ว่าระบบสุริยะก่อกำเนิดขึ้นมาได้อย่างไร

ขณะที่ทวิตเตอร์ของนาซาได้เผยแพร่คลิปและภาพดังกล่าวนี้ไว้ มีผู้สนใจเข้ามาดูจำนวนมาก บางคนก็บอกว่ารุปร่างของ อัลติมา ธูลี คล้ายกับมนุษย์หิมะ 

 


เปิดภาพ! หลุมอุกกาบาตน้ำแข็งยักษ์ "โคโรลอฟ" บนดาวอังคาร

Thu, 27 Dec 2018 11:08:00

ผู้สื่อขาวรายงานว่า สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ Fan Page ได้เผยแพร่ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.2561 องค์การอวกาศยุโรป (European Space Agency: ESA) เผยภาพถ่ายความละเอียดสูงของหลุมอุกกาบาตน้ำแข็งยักษ์โคโรลอฟ (Korolev Crater) บริเวณขั้วเหนือของดาวอังคาร เป็นดินแดนน้ำแข็งบนดาวอังคาร สุดตระการ! ซึ่งบันทึกโดยยานอวกาศมาร์สเอ็กซ์เพรส

หลุมดังกล่าวมีขนาดกว้างถึง 81.4 กิโลเมตร ขณะที่พืดน้ำแข็งยักษ์ภายในมีขนาดใหญ่กว่า 60 กิโลเมตร และหนามากถึง 1.8 กิโลเมตร


นักวิทยาศาสตร์ชี้ว่า พืดน้ำแข็งยักษ์เกิดจากปรากฎการณ์ทางธรรมชาติที่เรียกว่า เขตกักความเย็น (Cold Trap) เนื่องจากหลุมอุกกาบาตแห่งนี้ลึกกว่า 2 กิโลเมตร เมื่อกระแสอากาศไหลผ่านขอบหลุมจะยกตัวขึ้นพร้อมเย็นตัวลงและจมสู่ก้นหลุมกลายเป็นชั้นอากาศเย็นลอยอยู่เหนือก้นหลุม ช่วยรักษาความเย็นภายในและคอยป้องกันความร้อนจากภายนอก อีกทั้งหลุมแห่งนี้อยู่บริเวณขั้วดาว ซึ่งได้รับแสงดวงอาทิตย์น้อยกว่าบริเวณเส้นศูนย์สูตร จึงสามารถเกิดพืดน้ำแข็งภายในหลุมอุกกาบาตดังกล่าวได้ตลอดทั้งปี

ปรากฏการณ์เขตกักความเย็นยังพบได้ในบริเวณหลุมอุกกาบาตขนาดเล็กอื่น เช่น หลุมอุกกาบาตลูทธ์ (Louth Crater) ที่อยู่บริเวณขั้วเหนือของดาวอังคารอีกด้วย

ภาพถ่ายหลุมโคโรลอฟจากกล้อง HRSC (High Resolution Stereo Camera) ที่ติดตั้งบนยานมาร์สเอ็กซ์เพรสขององค์การอวกาศยุโรป ซึ่งบันทึกภาพอย่างต่อเนื่องขณะโคจรอยู่เหนือหลุมดังกล่าว จากนั้นจึงนำมารวมเป็นภาพเดียว ทำให้ได้ภาพที่ละเอียดและเป็นประโยชน์สำหรับการศึกษาลักษณะทางภูมิศาสตร์โดยรอบ


หลุมอุกกาบาตโคโรลอฟ ถูกตั้งชื่อตามเซียร์เกย์ โคโรลอฟ (Sergei Korolev) หัวหน้าทีมวิศวกรด้านเครื่องยนต์จรวด และนักออกแบบยานอวกาศ มีส่วนสำคัญในการควบคุมภารกิจต่างๆ ในโครงการอวกาศโซเวียต เช่น โครงการสปุตนิก ซึ่งเป็นโครงการส่งดาวเทียมดวงแรกขึ้นสู่วงโคจรรอบโลก และโครงการยานอวกาศวอสตอค ภารกิจส่ง ยูริ กาการิน มนุษย์ที่ขึ้นสู่อวกาศเป็นคนแรกของโลกอีกด้วย

ในวันที่ 25 ธ.ค.2561 ที่ผ่านมาเป็นครบรอบ 15 ปีที่ยานมาร์สเอ็กเพรสเข้าสู่วงโคจรของดาวเคราะห์แดง ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้ปฏิบัติภารกิจเก็บข้อมูลที่เป็นประโยชน์จำนวนมากแก่นักวิทยาศาสตร์ เพื่อใช้ศึกษาสภาพแวดล้อมของดาวอังคารและวางแผนภารกิจการส่งนักบินอวกาศขึ้นไปสำรวจในอนาคต

 


สดร.ส่งความสุข "ต้นคริสต์มาสแห่งเอกภพ" สื่อรักดาราศาสตร์

Tue, 25 Dec 2018 09:45:00

วันนี้ (25 ธ.ค.2561) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสในสไตล์คนรักดาราศาสตร์ ด้วย "ต้นคริสต์มาสแห่งเอกภพ" ภาพต้นคริสต์มาสสีแดงขนาดใหญ่ที่เกิดจากแก๊สไฮโดรเจนในอวกาศ ประดับด้วยลูกบอลสีฟ้าแวววาวจากแสงของดาวฤกษ์เกิดใหม่ ตกแต่งปลายยอดต้นคริสต์มาสด้วยกรวยสีแดงคล้ำ

หนึ่งในผลงานจากกล้องโทรทรรศน์ในภาพนี้ คือ NGC 2264 เป็นชื่อเรียกรวมๆ ของเนบิวลาแบบเรืองแสงขนาดใหญ่ และกระจุกดาวเปิด ที่อยู่ในบริเวณเดียวกัน ซึ่งเป็นกระจุกดาวอายุน้อยและมีความสว่างมาก อยู่ในกลุ่มดาวยูนิคอร์น ห่างจากโลกประมาณ 2,600 ปีแสง

ลักษณะการเรียงตัวของกระจุกดาวเป็นรูปสามเหลี่ยม คล้ายกับต้นคริสต์มาส จึงเรียกว่า Christmas Tree Cluster มีดาวแปรแสงชื่อ เอส โมโนซีโรทิส หรือ 15 โมโนซีโรทิสอยู่ในตำแหน่งลำต้นของต้นคริสต์มาส ในขณะที่ดาวแปรแสงอีกดวงหนึ่งซึ่งเป็นดาวยักษ์สีน้ำเงินชื่อ V429 โมโนซีโรทิส (V429 Monocerotis) อยู่ในตำแหน่งยอดต้นไม้ เหนือขึ้นไปเป็นเนบิวลามืดสีแดงคล้ำรูปแท่งกรวย เรียกว่า เนบิวลารูปโคน 

ส่วนของเนบิวลารูปโคน และบริเวณโดยรอบกระจุกดาวคือก้อนแก๊สไฮโดรเจนขนาดใหญ่ เฉพาะส่วนที่เป็นรูปโคนคือก้อนแก๊สและฝุ่นในอวกาศที่มีอุณหภูมิต่ำ แก๊สและฝุ่นเหล่านี้ดูดซับแสงเรืองของดวงดาว และเนบิวลาที่อยู่ฉากหลังทำให้มันดูมีสีคล้ำกว่า

โครงสร้างรูปกรวยมีลักษณะคล้ายกับแท่นเสาแห่งการกำเนิด ที่อยู่ในบริเวณเนบิวลานกอินทรี หรือ M16) บริเวณกลุ่มดาวงู  เนบิวลารูปโคนที่เป็นแท่งสีคล้ำมีความกว้างประมาณ 7 ปีแสง ส่วนปลายมีกระจุกดาวเปิดประกอบด้วยดาวฤกษ์อายุน้อยแต่สว่างกลุ่มหนึ่ง เรียงตัวในรูปแบบที่คล้ายผลึกหิมะ บางครั้งจึงเรียกว่า สโนว์เฟลคคลัสเตอร์ 

ภาพนี้บันทึกและประมวลผลภาพโดย นายตระกูลจิตร จิตตไสยะพันธ์ และนายกีรติ คำคงอยู่ ใช้กล้อง โทรทรรศน์ทางไกลอัติโนมัติ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.7 เมตร ของสดร.ติดตั้งที่หอดูดาวสปริงบรู๊ค ประเทศออสเตรเลีย


10 เรื่องดาราศาสตร์ อะไรจะเกิดขึ้นบ้าง ในปี 2562

Fri, 21 Dec 2018 07:24:00

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์ (สดร.) ชวนติดตามเรื่องราวดาราศาสตร์สำคัญในปี 2562 มีหลากหลายประเด็น สดร. ได้นำมาสรุปเป็น 10 เรื่องเด่นที่น่าจับตา ดังนี้

1.ครบรอบ 50 ปี ยานอะพอลโล 11 นำมนุษย์เหยียบบนดวงจันทร์เป็นครั้งแรก (21 ก.ค.) เมื่อ นีล อาร์มสตรอง มนุษย์คนแรกที่ได้ก้าวเดินบนดวงจันทร์ แต่เป็นก้าวที่สำคัญของมวลมนุษยชาติ และเป็นภารกิจที่ก่อให้เกิดความก้าวหน้ามหาศาลทั้งด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  

 

2.ครบรอบ 100 ปี สุริยุปราคาเต็มดวงพิสูจน์ทฤษฎีสัมพันธภาพทั่วไปของไอน์สไตน์ (วันที่ 29 พ.ค.) การพิสูจน์ที่ทำให้มุมมองของมนุษย์ต่อเอกภพเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง


3.เดินหน้าปักหมุดสร้าง “หอสังเกตการณ์ดาราศาสตร์วิทยุแห่งชาติ” หอดูดาวภูมิภาคสำหรับประชาชนเต็มรูปแบบแห่งที่ 3 ของประเทศไทย ติดตั้ง “กล้องโทรทรรศน์วิทยุแห่งชาติ” ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 40 เมตร ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อีกหนึ่งโครงสร้าง พื้นฐานทางดาราศาสตร์ของไทย ขยายขีดความสามารถงานวิจัยด้านดาราศาสตร์ในช่วงคลื่นวิทยุ และเชื่อมเครือข่ายร่วมกับกล้องโทรทรรศน์วิทยุนานาชาติ เพื่อการพัฒนางานวิจัยระดับโลก


4.เตรียมสร้าง “ดาวเทียมวิจัย” ของคนไทย โดยคนไทย เพื่อคนไทย ผสานภาคี 3 สถาบัน ได้แก่สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) และสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) หวังใช้ดาราศาสตร์เป็นโจทย์สร้างเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ก้าวแรกในการพัฒนาเทคโนโลยีอุตสาหกรรมอวกาศและดาวเทียมของไทย


5.กลางปีพร้อมเปิด “หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา สงขลา”
หอดูดาวภูมิภาคสำหรับประชาชนเต็มรูปแบบ แห่งที่ 3 ของไทย (25 ก.ค.) เพื่อบริการวิชาการดาราศาสตร์ สนับสนุนงานวิจัยดาราศาสตร์สำหรับนักเรียน นักศึกษา และสถาบันการศึกษาในภาคใต้ และเป็นศูนย์เรียนรู้ดาราศาสตร์มุสลิมอย่างครบวงจร


6.จันทรุปราคาบางส่วนและสุริยุปราคาบางส่วน
เหนือฟ้าเมืองไทย ปรากฏการณ์จันทรุปราคาบางส่วน ในวันที่ 17 ก.ค. สังเกตได้ทุกภูมิภาคของไทย ตั้งแต่เวลาประมาณ 01.44 - 06.00 น. (ตามเวลาประเทศไทย)

ปรากฏการณ์สุริยุปราคาบางส่วน ในวันที่ 26 ธ.ค. สังเกตได้ทุกภูมิภาคของไทย ตั้งแต่เวลาประมาณ 10.18 - 13.57 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ดวงอาทิตย์ถูกบังมากที่สุดบริเวณภาคใต้ที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ประมาณร้อยละ 81


7.ดวงจันทร์เต็มดวงใกล้-ไกลโลกที่สุดในรอบปี ดวงจันทร์เต็มดวงใกล้โลกที่สุดในรอบปี หรือ ซูเปอร์ ฟูลมูน (Super Full Moon) ในวันที่ 19 ก.พ. และ ดวงจันทร์เต็มดวงไกลโลกที่สุดในรอบปี หรือ ไมโครฟูลมูน (Micro Full Moon) ในวันที่ 14 ก.ย.


8.ดาวพฤหัสบดีและดาวเสาร์ใกล้โลก ดาวพฤหัสบดีใกล้โลก
 ในวันที่ 10 มิ.ย. และดาวเสาร์ใกล้โลก ในวันที่ 9 ก.ค. โอกาสดีที่จะสังเกตการณ์ได้ยาวนานตลอดคืนตั้งแต่อาทิตย์ตกลับขอบฟ้าจนถึงรุ่งเช้า

 


9.ฝนดาวตก ตลอดทั้งปี แต่ที่น่าจับตาได้แก่ ฝนดาวตกควอดรานติดส์ ในวันที่ 3-4 ม.ค. (เฉลี่ย 120 ดวงต่อชั่วโมง) ฝนดาวตกอีต้า-อควอริดส์ วันที่ 6-7 พ.ค. (เฉลี่ย 50 ดวงต่อชั่วโมง) และ ฝนดาวตกเดลต้า-อควอริดส์ วันที่ 30-31 ก.ค. (เฉลี่ย 25 ดวงต่อชั่วโมง)

 

10.ชวนชาวไทยจัับตาข้ามปี “ดาวเสาร์เคียงดาวพฤหัสบดี” (The Great Conjunction 2020) ดาวเสาร์และดาวพฤหัสบดีเริ่มขยับเข้าใกล้ตั้งแต่ปลายปี 2561 และจะเข้าใกล้กันที่สุด ในวันที่ 21 ธ.ค.2563 ห่างเพียง 0.1 องศา มองด้วยตาจะเห็นเป็นดาวดวงเดียวกัน นับเป็นการเข้าใกล้กันที่สุดในรอบ 397 ปี

 

ทั้งนี้  ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา ผู้อำนวยการ สดร. ระบุว่า นอกจาก 10 เรื่องดาราศาสตร์ที่น่าติดตาม ปี 2562 ยังเป็นปีแห่งวาระพิเศษที่สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ดำเนินงานครบรอบ 10 ปี โดยสถาบันฯ จะเน้นการพัฒนาองค์ความรู้ดาราศาสตร์  สร้างความตระหนักและความตื่นตัวทางดาราศาสตร์ พร้อมประสานความร่วมมือกับเครือข่ายดาราศาสตร์ระดับนานาชาติ เพื่อยกระดับการพัฒนาเทคโนโลยี รวมทั้งถ่ายทอดความรู้ดาราศาสตร์ สร้างแรงบันดาลใจใฝ่รู้วิทยาศาสตร์ให้แก่เยาวชน และเดินหน้าใช้เทคโนโลยีดาราศาสตร์เป็นเครื่องมือพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อสร้างคนเก่งมาช่วยขับเคลื่อนประเทศชาติต่อไป 

 


ชวนล่าดาวหาง 46P/Wirtanen พร้อมแนะ 6 วิธีถ่ายภาพสวย

Sun, 16 Dec 2018 16:22:00

วันนี้ (16 ธ.ค.2561) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยว่า ช่วงกลางเดือนธันวาคม จะมีดาวหาง ชื่อ 46P/Wirtanen เป็นดาวหางคาบสั้นขนาดเล็ก มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1.2 กิโลเมตร คาบการโคจรประมาณ 5.4 ปี ค้นพบโดย Carl A. Wirtanen มาเยือนโลก โดยคาดการณ์ว่าในช่วงปลายปี 2562 ดาวหางดวงนี้น่าจะมีความสว่างเพิ่มขึ้นจนสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

ดาวหางดวงนี้จะเข้าใกล้โลกมากที่สุดในวันที่ 16 ธันวาคม ปรากฏบนท้องฟ้าตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ บริเวณกลุ่มดาววัว ที่ระยะห่างประมาณ 11.5 ล้านกิโลเมตร ทำให้มันปรากฏบนท้องฟ้าด้วยความสว่างสูงสุดประมาณแมกนิจูด 3 ซึ่งอยู่ในช่วงที่ตาเปล่าพอจะมองเห็นได้

 

สำหรับในประเทศไทยเราจะสามารถมองเห็นด้วยตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ แต่มีข้อแม้ว่าท้องฟ้าต้องมืดสนิท ปราศจากแสงรบกวน และไม่มีเมฆมารบกวนใดๆ

6 วิธีถ่ายภาพดาวหาง

ในการถ่ายภาพถ่ายดาวหาง 46P/Wirtanen สามารถเริ่มถ่ายภาพได้ตั้งแต่ต้นเดือนเป็นต้นไป ถึงแม้จะสามารถสังเกตเห็นได้ตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ แต่ในการถ่ายภาพควรดูเวลาที่ตำแหน่งของดาวหางอยู่ในมุมที่สูงจากขอบฟ้ามากที่สุด เพื่อหลีกหนีมวลอากาศที่บริเวณขอบฟ้า และสิ่งสำคัญคือต้องถ่ายภาพในบริเวณที่มืดสนิท ไม่มีแสงไฟ หรือแสงดวงจันทร์รบกวน และท้องฟ้าที่ใสเคลียร์

1. หาตำแหน่งดาวหางจากข้อมูลเว็บไซต์ Theskylive.com หรือ Stellarium หรืออาจใช้การ Setting circle จากกล้องโทรทรรศน์ให้เจอก่อนเป็นอันดับแรก

2. ควรถ่ายภาพบนอุปกรณ์ตามดาวแบบพกพา หรือถ่ายผ่านกล้องโทรทรรศน์ เนื่องจากดาวหางจะมีความสว่างค่อนข้างน้อย จึงจำเป็นต้องถ่ายภาพโดยการเปิดหน้ากล้องที่นานหลายวินาที

3. ใช้ความไวแสงสูง ISO 3200 ขึ้นไปเป็นค่าต้น ซึ่งสามารถปรับตามสภาพท้องฟ้า เพื่อให้เห็นรายละเอียดของหางดาวหางได้ชัดเจนที่สุด เนื่องจากบริเวณหางของดาวหางจะมีความสว่างค่อนข้างน้อย

4. ใช้รูรับแสงกว้าง เพื่อให้กล้องมีความไวแสงมากที่สุด

5. เปิดระบบลดสัญญาณรบกวน (Long Exposure Noise Reduction) เพื่อจัดการกับสัญญาณรบกวนที่มักเกิดจากการถ่ายภาพที่ใช้ ISO สูง และใช้เวลาถ่ายภาพนานๆ

6. สุดท้ายคือ ไฟล์ RAW เพื่อความยืดหยุ่นในการปรับภาพในภายหลัง

 

 

 


ประมูลจดหมายไอน์สไตน์ 94 ล้านบาท

Wed, 5 Dec 2018 15:19:00

บริษัทคริสตี ในนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เปิดประมูลจดหมายที่เขียนด้วยลายมือเป็นภาษาเยอรมัน โดยอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ นักฟิสิกส์เจ้าของรางวัลโนเบลผู้ล่วงลับ เกี่ยวกับความเชื่อในศาสนายูดายของไอน์สไตน์และแนวคิดเกี่ยวกับศาสนา ซึ่งมีผู้ประมูลด้วยราคา 2,892,500 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 94,820,000 บาท

 

 

ไอน์สไตน์ เขียนจดหมายฉบับดังกล่าวเมื่อปี 1954 เพื่อส่งให้แก่เอริก กูทคินด์ นักปรัชญา เมื่อเวลาผ่านไปจดหมายดังกล่าวกลายเป็นเอกสารต้นฉบับสำคัญที่มีการอภิปรายเกี่ยวกับศาสนาและวิทยาศาสตร์ รวมทั้งยังสะท้อนมุมมองของไอน์สไตน์ เกี่ยวกับการค้นหาความหมายของชีวิต ต่อมาบริษัทคริสตี ผู้เปิดประมูล ประเมินราคาจดหมายดังกล่าวไว้ที่ 1,000,000-1,500,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 33,000,000-50,000,000 บาท

 

 


เผยภาพ "ดาวศุกร์" สว่างที่สุดในรอบปี

Fri, 30 Nov 2018 09:27:00

วันนี้ (30 พ.ย.2561) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เผยภาพ “ดาวศุกร์สว่างที่สุดครั้งสุดท้ายของปี” บันทึกในช่วงเช้ามืดวันที่ 30 พ.ย.2561 ณ อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่

 

 

ดาวศุกร์ปรากฏสว่างสุกใส ทางทิศตะวันออก ก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น สังเกตเห็นได้ชัดเจนด้วยตาเปล่า หากสังเกตผ่านกล้องโทรทรรศน์จะเห็นลักษณะดาวศุกร์จะปรากฏเป็นเสี้ยวคล้ายดวงจันทร์ ในช่วงเวลาดังกล่าวมีดาวสไปกา ซึ่งเป็นดาวสว่างที่สุดในกลุ่มดาวหญิงสาว ปรากฏอยู่ใกล้กันเหนือขึ้นไปด้านบนขวา

 

 

การที่ “ดาวศุกร์สว่างมากที่สุด” เป็นช่วงที่ดาวศุกร์มีขนาดเสี้ยวค่อนข้างใหญ่ และโคจรห่างจากโลกในระยะที่เหมาะสม ในปีนี้จะปรากฏในลักษณะดังกล่าว 2 ครั้ง ครั้งแรกตรงกับวันที่ 25 ก.ย.2561 ที่ผ่านมา ปรากฏในเวลาหัวค่ำ และครั้งนี้ในวันที่ 30 พ.ย.2561 ปรากฏเวลาเช้ามืด สำหรับในช่วงวันอื่น ๆ แม้ดาวศุกร์จะมีเสี้ยวที่หนากว่า แต่เนื่องด้วยตำแหน่งอยู่ห่างจากโลกมาก ขนาดปรากฏลดลงความสว่างจึงลดลงตามไปด้วย

หลังจากวันที่ 30 พ.ย. ความสว่างปรากฏของดาวศุกร์จะลดลงเพียงเล็กน้อย แต่ยังคงมองเห็นสว่างโดดเด่นบนท้องฟ้าในช่วงเวลารุ่งเช้ายาวไปจนถึงเดือน ก.ค.2562

 

 

"ดาวศุกร์" เป็นดาวเคราะห์วงในลำดับที่ 2 ถัดจากดาวพุธ อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากกว่าโลก จึงไม่สามารถเห็นดาวศุกร์สว่างเต็มดวงได้ แต่จะปรากฏเป็นเสี้ยวให้เห็นความหนาบางของเสี้ยวแตกต่างกันไปในแต่ละตำแหน่ง เราจึงสังเกตเห็นดาวศุกร์ได้ในช่วงเวลาสั้น ๆ ก่อนดวงอาทิตย์ขึ้นหรือหลังดวงอาทิตย์ตกเท่านั้น ไม่เคยปรากฏอยู่กลางฟ้าหรือในเวลาดึก ๆ

ทั้งนี้ หากเห็นดาวศุกร์ทางทิศตะวันตกในช่วงหัวค่ำ คนไทยมักเรียกว่า “ดาวประจำเมือง” หากเห็นดาวศุกร์ทางทิศตะวันออกในช่วงเช้ามืด คนไทยมักเรียกว่า “ดาวประกายพรึก”


ยาน InSight ลงจอดดาวอังคารสำเร็จ

Tue, 27 Nov 2018 06:44:00

ภาพแห่งความดีใจเกิดขึ้นในห้องปฏิบัติการขับเคลื่อนจรวดของนาซา เมื่อยานสำรวจ InSight ร่อนลงแตะพื้นผิวของดาวอังคารสำเร็จเมื่อเวลาประมาณ 03.00 น.ที่ผ่านมา หลังจากที่ยานเคลื่อนผ่านชั้นบรรยากาศของดาวอังคารด้วยความเร็วเหนือเสียงนาน 7 นาที เทียบความเร็วของการลงจอดมากกว่ากระสุนปืนที่เคลื่อนผ่านอากาศด้วยความเร็วสูง

 

 

ยาน InSight ร่อนลงจอดบริเวณที่ราบขนาดใหญ่ชื่อ Elysium Planitia ใกล้กับเส้นศูนย์สูตรของดาวอังคารและเตรียมเริ่มสำรวจลึกลงไปใต้พิภพของดาวแดงดวงนี้ เพื่อหาคำตอบแก่นักวิทยาศาสตร์ว่าจากพื้นผิวชั้นนอกไปจนถึงแกนดาวด้านใน ประกอบไปด้วยอะไรบ้าง ภารกิจครั้งนี้จะทำให้ดาวอังคารกลายเป็นดาวดวงแรกนอกเหนือจากโลกมนุษย์ที่ถูกสำรวจลึกลงไปใต้พื้นดิน หลังจากยาน InSight ออกเดินทางจากโลกเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา คิดเป็นระยะทางรวม 548 ล้านกิโลเมตร