แกะรอย 3 เดือนพบซากยานวิกรม พุ่งชนผิวดวงจันทร์

Thu, 5 Dec 2019 13:14:00

วันนี้ (5 ธ.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ Fan Page ได้โพสต์ข้อมูลความคืบหน้ายืนยันว่า พบแล้ว! ซากยานวิกรมที่หายไป โดยระบุว่า เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.ที่ผ่านมา นาซาเผยแพร่ภาพถ่ายจากยาน “ลูนาร์ รีคอนเนสเซนส์” พบร่องรอยการพุ่งชนของยานวิกรมบนผิวดวงจันทร์ เศษชิ้นส่วนกระจัดกระจายออกไปหลายกิโลเมตร

ขณะที่ยานวิกรมกำลังลงจอดบนพื้นผิวดวงจันทร์ เมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา เหลือระยะห่างอีกเพียงไม่กี่เมตรจะสร้างประวัติศาสตร์ให้กับประเทศอินเดีย ทันใดนั้นยานกลับขาดการติดต่อ ไม่สามารถควบคุมหรือระบุตำแหน่งยานได้อีก ทั้งนี้องค์การวิจัยอวกาศอินเดีย (ISRO) พยายามทำทุกวิถีทาง เพื่อกู้คืนระบบยานแต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง  พบแล้ว! ยานวิกรมที่หายไปขั้วใต้ของดวงจันทร์

ยาน “ลูนาร์ รีคอนเนสเซนส์” หรือ “LRO” ยานโคจรรอบดวงจันทร์ของนาซา ถ่ายภาพบริเวณที่ยานวิกรมลงจอด แล้วเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปสามารถดาวน์โหลดภาพเพื่อช่วยกันค้นหาตำแหน่งของยานวิกรม

ในเวลาต่อมา ศันมุคา สุพรหมัณยัม (Shanmuga Subramanian) วิศวกรชาวอินเดีย ติดต่อไปยังทีมวิเคราะห์ภาพถ่าย LRO ของนาซา ระบุว่าตรวจพบตำแหน่งที่ยานปะทะกับผิวดวงจันทร์แล้ว

ทีมวิเคราะห์ภาพของนาซา จึงนำเบาะแสนี้ ไปใช้ค้นหาตำแหน่งที่ยานพุ่งชนอย่างละเอียด แต่พบว่าภาพถ่ายที่มีขณะนั้นยังไม่เพียงพอยืนยันได้ว่า ร่องรอยดังกล่าวเกิดจากการพุ่งชนของยาน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง "จันทรายาน-2" ขาดการติดต่อก่อนลงจอดบนดวงจันทร์

ภาพ : www.nasa

ภาพ : www.nasa


ล่าสุดยาน LRO สามารถถ่ายภาพที่มีความละเอียดสูงมากขึ้น สามารถสังเกตเห็นร่องรอยการปะทะของยาน เมื่อเปรียบเทียบกับภาพถ่ายก่อนที่ยานจะพุ่งชน พบตำแหน่งหลักที่เกิดการปะทะ และตำแหน่งที่เศษชิ้นส่วนของยาน กระจัดกระจายออกไปเป็นบริเวณกว้างหลายกิโลเมตร โดยตำแหน่งที่ศันมุคาค้นพบครั้งแรก (ตัวอักษร S ในภาพ) อยู่ห่างออกไปจากจุดปะทะหลักประมาณ 750 เมตร

ปัจจุบัน ถึงแม้ยานวิกรมไม่ประสบความเร็จในการลงจอด แต่ก็ยังคงเหลือยานจันทรยาน 2 ที่ยังปฏิบัติภารกิจโคจรรอบดวงจันทร์ต่อไป 

ยานอวกาศจันทรายาน 2 (Chandrayaan 2) จากประเทศอินเดีย เคลื่อนที่เข้าสู่วงโคจรรอบดวงจันทร์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากยานถูกปล่อยขึ้นสู่อวกาศ เมื่อวันที่ 22 ก.ค.ที่ผ่านมา และมีกำหนดลงจอดในวันที่ 7 ก.ย.62 นี้ หากสำเร็จ อินเดียจะเป็นประเทศลำดับ 4 ต่อจาก รัสเซีย อเมริกา และจีน ที่สามารถนำยานอวกาศลงจอดบนพื้นผิวดวงจันทร์ได้สำเร็จ

ข้อมูลเพิ่มเติม :https://www.nasa.gov/image-featu…/…/2019/vikram-lander-found

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยานจันทรายาน 2 เข้าสู่วงโคจรดวงจันทร์ เตรียมลงจอด 7 ก.ย.นี้

อินเดียลุ้นเป็นชาติที่ 4 ของโลก ส่ง "จันทรายาน-2" จอดดวงจันทร์
 


เทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตสินค้าการเกษตร

Wed, 4 Dec 2019 17:41:00

เทคโนโลยีที่จะเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตสินค้าการเกษตรได้ดีคือ Big data, robotics, blockchain, internet of things และโปรตีนทางเลือก (alternative protein)

จากการศึกษาร่วมกันของ PricewaterhouseCoopers, Rabobank และ Temasek ระบุชัดว่าภูมิภาคเอเชีย จำเป็นต้องลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในภาคการเกษตรประมาณ 800,000 ล้านเหรียญฯ ในช่วงทศวรรษหน้า เพื่อช่วยการเกษตรให้มีอาหารเพียงพอ

ประมาณ 550,000 ล้านเหรียญฯ จะถูกใช้ไปเพื่อการลงทุนในเทคโนโลยีที่จำเป็นต่อการพัฒนาการเกษตรให้ยั่งยืน ปลอดภัย มีสุขภาพดี และสะดวกสบาย ในขณะที่อีก 250,000 ล้านเหรียญฯ จะถูกใช้ไปเพื่อขับเคลื่อนศักยภาพการสร้างผลผลิตทางการเกษตร ซึ่งประเมินออกมาเป็นมูลค่าการลงทุนที่ต้องการประมาณ 290,000 ล้านเหรียญฯ ในปี ค.ศ.2030 ซึ่งมากกว่ามูลค่าการลงทุนในปัจจุบันที่ 130,000 ล้านเหรียญฯ ถึงเท่าตัว

อุตสาหกรรมการเกษตรในเอเชียกำลังเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน ทั้งพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ภาวะ climate change การเสื่อมลงของสภาพแวดล้อม และอัตราการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรที่คาดว่าจะถึง 250 ล้านคนในปี ค.ศ.2030

เอเชีย คือ ภูมิภาคที่คาดว่าจะมีการลงทุนและใช้เงินในภาคการเกษตรเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัวจาก 4 ล้านล้านเหรียญฯ​ ในปีนี้ไปเป็น 8 ล้านล้านเหรียญฯ ในทศวรรษหน้า

การศึกษาระบุชัดว่าเทคโนโลยี คือ ตัวช่วยหลักสำคัญในการขับเคลื่อนภาคเกษตรให้สามารถสร้างผลผลิตได้เพียงพอกับความต้องการของประชากร ได้แก่ เทคโนโลยี big data, robotics, blockchain, internet of things และ โปรตีนทางเลือก (alternative proteins) และการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ทั้งหมดจะช่วยเพิ่มผลผลิต ลดของเสีย และย่นระยะเวลาของห่วงโซ่อุตสาหกรรมอาหารลงได้

อย่างไรก็ดี จากการศึกษาพบว่า ภูมิภาคเอเชียมีการลงทุนในเทคโนโลยีในภาคการเกษตรที่ตามหลังยุโรปอยู่ เช่น ในอิสราเอลมีมากกว่า 700 บริษัทสตาร์ทอัพที่พัฒนาเทคโนโลยีด้านการเกษตร โดยมีมูลค่าการลงทุนในเทคโนโลยีด้านการเกษตรต่อหัวประชากรประมาณ 20-24 เหรียญฯ ในขณะที่จีนอยู่ที่ 2.5 เหรียญฯ และอินเดียอยู่ที่ 1.8 เหรียญฯ

ขณะที่สิงคโปร์มีแผนจะเปิด “อุทยานนวัตกรรมอาหารเกษตร” หรือ Agrifood Innovation Park ในปี ค.ศ.2021 สำหรับประเทศไทยมี เมืองนวัตกรรมอาหาร (Food Innopolis) ที่ดำเนินการโดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี


Facebook เพิ่มเครื่องมือค้น-ส่งข้อมูลแบบเรียลไทม์ขณะอยู่ในวิกฤติ

Wed, 4 Dec 2019 17:20:00

ผู้ใช้งาน Facebook ที่ต้องการความช่วยเหลือขณะตกอยู่ในสถานการณ์วิกฤติสามารถส่งข้อความของความช่วยเหลือผ่าน WhatsApp ได้ ซึ่งเป็นการเพิ่มทางเลือกในการสื่อสารให้ผู้ใช้งานในระหว่างอยู่ในเหตุการณ์คับขัน

Facebook มีศูนย์ Crisis Response ที่ให้ความรู้ผู้ใช้งานเกี่ยวกับสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วโลก ว่าผู้ใช้งานสามารถใช้ฟีเจอร์อะไรบ้างเพื่อร้องขอความช่วยเหลือระหว่างอยู่ในสถานการณ์วิกฤติ เช่น ในเหตุเพลิงไหม้ เหตุการยิงกราด แผ่นดินไหว หรือวิกฤติอื่น ๆ ซึ่งฟีเจอร์หนึ่งที่ใช้งานกันบ่อย ๆ คือ Crisis Response ที่ให้ผู้ใช้โพสต์เพื่อแจ้งบอกเพื่อน ญาติและครอบครัวว่าตนที่อยู่ในพื้นที่ที่เกิดเหตุการณ์นั้นปลอดภัยดี ซึ่งตอนนี้ผู้ใช้งานสามารถร้องขอความช่วยเหลือหรือแจ้งข้อมูลข่าวสารนี้ผ่านช่องทาง WhatsApp ได้แล้วจากเดิมที่ใช้เพียง Facebook Messenger

นอกจากนี้ผู้ใช้งานยังสามารถแชร์รูปภาพและวิดีโอหรือข้อมูลเรียลไทม์ อาทิ ภาพปิดถนน หรือภาพตึกถล่มบนหน้าเพจ crisis response ได้ อย่างไรก็ดี Facebook จะมีทีมงานที่คอยรีวิวข้อมูลเพื่อป้องกันการเผยแพร่ข้อมูลที่ขัดกับหลัก "Safety and security”​ ของ Facebook


Facebook ทดสอบเครื่องมือให้ย้ายไฟล์ภาพข้ามแพลตฟอร์มได้

Wed, 4 Dec 2019 17:13:00

Facebook เริ่มทดสอบเครื่องให้ผู้ใช้งานสามารถย้ายภาพไปแพลตฟอร์มอื่นได้ง่ายขึ้น ซึ่งเครื่องมือใหม่นี้จะอนุญาตให้ผู้ใช้สามารถโอนย้ายไฟล์ภาพและวิดีโอจากแพลตฟอร์ม Facebook ไปยังแพลตฟอร์มคู่แข่งได้โดยตรง โดยจะเริ่มให้โอนย้ายไปยัง Google Photos ได้ก่อน

บริการนี้จะเริ่มให้บริการที่ไอร์แลนด์เป็นแห่งแรกเพื่อดูการตอบรับและความเห็นของผู้ใช้งานก่อนที่จะให้บริการทั่วโลกในครึ่งปีแรกของปี ค.ศ.2020

ผู้ควบคุมกฎระเบียบในสหรัฐฯ และในยุโรปพิจารณาว่าการควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานของ Facebook เช่น รูปภาพ เป็นการยับยั้งการแข่งขันและจำกัดทางเลือกให้ผู้บริโภค

มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ซีอีโอ Facebook จึงออกมาเรียกร้อง กฎใหม่เรื่อง “data portability” ซึ่งคือ ความสามารถในการควบคุม แชร์ และเคลื่อนย้ายข้อมูลจากระบบหนึ่งไปสู่อีกระบบหนึ่ง สำหรับบนเว็บ คือ การแชร์และเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างผู้ให้บริการ

Facebook บอกว่า บริษัทได้ดำเนินการพัฒนาเครื่องมือใหม่ ๆ ที่จะช่วยเรื่อง “data portability” ซึ่งบริษัทมีการถกเถียงแลกเปลี่ยนความเห็นกันกับผู้กำหนดนโยบายและผู้ควบคุมกฎระเบียบ รวมถึงนักวิชาการ ในอังกฤษ เยอรมัน บราซิล และสิงคโปร์ เพื่อจะเรียนรู้ว่าข้อมูลไหนควรจะเคลื่อนย้ายได้และจะปกป้องความเป็นส่วนตัวได้อย่างไร

 


นักศึกษาอังกฤษพัฒนาพลาสติกจาก "เกล็ดปลา-สาหร่ายทะเล"

Tue, 3 Dec 2019 15:00:00

นักศึกษาในประเทศอังกฤษพัฒนาถุงพลาสติกจากเกล็ดปลาทะเลและสาหร่ายทะเลสีแดง โดยสามารถผลิตพลาสติกชีวภาพที่มีความทนทานสูงมากกว่าพลาสติกที่ผลิตจากปิโตรเลียม นอกจากนี้ยังสามารถย่อยสลายได้ภายในเวลาประมาณ 1-2 เดือน สามารถลดการพึ่งพาการใช้พลาสติกที่ผลิตจากปิโตรเลียมที่สร้างปัญหาขยะให้กับสภาพแวดล้อมของโลกอยู่ในขณะนี้

การพัฒนาพลาสติกจากเกล็ดปลาทะเลและสาหร่ายทะเลสีแดงเริ่มต้นจากโปรเจคมหาวิทยาลัยของ ลูซี่ ฮิวจ์ (Lucy Hughes) นักศึกษาด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์มหาวิทยาลัยซัสเซ็กซ์ ประเทศอังกฤษ เพื่อสร้างพลาสติกชีวภาพเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและแก้ปัญหาขยะพลาสติกจำนวนมากในมหาสมุทรซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตของปลาจำนวนมาก

นักศึกษา ลูซี่ ฮิวจ์ ค้นพบว่าในแต่ละปีวัสดุชีวภาพที่ถูกทิ้งจากอุตสาหกรรมอาหารทะเลจำนวนมหาศาล เช่น เกล็ดปลาที่ประกอบด้วยสารยึดเกาะอินทรีย์ไคโตซาน รวมไปถึงสาหร่ายทะเลสีแดงซึ่งพบได้ในธรรมชาติ สาหร่ายทะเลสายพันธุ์นี้มีสารชีวภาพประเภทวุ้นที่มีความยืดหยุ่นเหมาะสำหรับใช้เป็นส่วนประกอบในการผลิตพลาสติกชีวภาพที่มีความทนทานสูง

ผลงานการคิดค้นของ ลูซี่ ฮิวจ์ ได้รับรางวัล James Dyson Award ที่ก่อตั้งโดยนักประดิษฐ์และมหาเศรษฐี เซอร์เจมส์ ไดสัน (James Dyson) รางวัลนี้มอบให้กับนักศึกษามหาวิทยาลัยจากทั่วโลกที่คิดค้นเทคโนโลยีช่วยแก้ปัญหาให้กับโลกและเพื่อให้สังคมตระหนักถึงปัญหาในด้านต่าง ๆ ของโลกซึ่งสามารถแก้ไขได้ด้วยการออกแบบและใช้ความคิดใหม่ ๆ ของพลังนักศึกษา

จากการศึกษาพบว่าเมื่อพลาสติกแตกตัวในมหาสมุทรกลายเป็นไมโครพลาสติกจะเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารของสิ่งมีชีวิตในมหาสมุทร ไมโครพลาสติกขนาดเล็กจำนวนมากที่ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าเข้าสู่ร่างกายของปลาทะเล ซึ่งเป็นแหล่งอาหารสำคัญของมนุษย์ การค้นพบดังกล่าวเป็นสิ่งยืนยันได้ว่าหากมนุษย์ทิ้งพลาสติกลงแม่น้ำลำคลองและลอยออกไปสู่มหาสมุทร ขยะพลาสติกเหล่านั้นก็กลับคืนสู่ร่างกายของมนุษย์ในรูปของอาหารทะเลได้ในอนาคต ปัญหาขยะพลาสติกในมหาสมุทรกลายเป็นสิ่งใกล้ตัวมนุษย์มากที่สุดปัญหาหนึ่ง


----------------------------
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ #ThaiPBSSciAndTech
ที่เพจ Thai PBS Sci & Tech


เฉลยแล้ว! "ไครนอยด์" ซากดึกดำบรรพ์บนเขาหินปูน จ.สระแก้ว

Tue, 3 Dec 2019 13:26:00

วานนี้( 2 ธ.ค.2562) นางธัญญธร โทนรัตน์ นักธรณีวิทยาชำนาญการพิเศษ กองคุ้มครองซากดึกดำบรรพ์ กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นายธีรพล ศรีโมรา ผู้อำนวยสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.สระแก้ว และเจ้าหน้าที่กองคุ้มครองซากดึกดำบรรพ์ ลงพื้นที่หมู่ 1 ต.พระเพลิง อ.เขาฉกรรจ์ จ.สระแก้ว หลังชาวบ้านพบซากฟอสซิลในสวนปาล์ม ลักษณะคล้ายตัวหนอน หรือสัตว์ทะเลดึกดำบรรพ์ 

นางธัญญธร กล่าวว่า หลังเข้าตรวจสอบพบว่าซากดึกดําบรรพ์ที่พบเป็นซากพลับพลึงทะเล  หรือไคร นอยด์ ซึ่งเป็นสัตว์ทะเลที่ไม่ใช่พืช อายุประมาณ 285-250 ล้านปี พบทั่วไปในพื้นที่ที่เป็นหินปูน

ซากที่พบเรียกว่าพลับพลึงทะเล ส่วนพบเป็นลำต้น และรากอยู่ในหินปูนยุคเพอร์เมียน อายุประมาณ 285–250 ล้านปี ซากดึกดำบรรพ์พลับพลึงทะเล เป็นซากดึกดำบรรพ์สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังที่พบได้ทั่วไป
ภาพ:กรมทรัพยากรธรณี

ภาพ:กรมทรัพยากรธรณี

เตือนห้ามซื้อขาย-ผิดกฎหมาย 

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบแหล่งซากดึกดำบรรพ์ พบว่าเป็นพื้นที่เกษตรกรรมทำสวนปาล์ม มีหินปูนที่พบซากดึกดำบรรพ์กระจายในพื้นที่ แต่มีจำนวนไม่มาก และไม่หนาแน่น จึงยังไม่เข้าหลักเกณฑ์เกณฑ์ 6 ข้อตามกฏหมายที่จะต้องกันพื้นที่ เพื่อขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ซากดึกดำบรรพ์ หรือประกาศเป็นเขตศึกษาวิจัย  แต่สามารถใช้เป็นแหล่งอ้างอิงทางวิชาการ รวมทั้งสามารถพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับชุมชนท้องถิ่นต่อไปได้

นอกจากนี้ยังเตือนว่าซากดึกดำบรรพ์ถือเป็นสมบัติของชาติ การซื้อ-ขายจะต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองซากดึกดำบรรพ์ 

ก่อนหน้านี้ นายพยุพิณ หมื่นยุทธ์ ผู้ประกอบการรับซื้อผักสดในพื้นที่หมู่ 1 ต.พระเพลิง อ.เขาฉกรรจ์ จ.สระแก้ว นำภาพซากฟอสซิลที่ฝังอยู่ภายในหิน ที่พบในสวนปาล์มน้ำมันมาโพสต์ในเฟซบุ๊ก ทำให้มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นและยังมีคนพยายามติดต่อขอซื้อ จนกรมทรัพยากรธรณี ลงมาตรวจสอบแล้วสรุปว่าเป็นต้นพลับพลึงทะเล

 



 


หาดูยาก! "ดาวหมุนเหนือโลก" สุดอัศจรรย์จากนอกโลก

Tue, 3 Dec 2019 10:42:00

วันนี้ (3 ธ.ค.2562) เพจสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ Fan Page เผยแพร่ภาพสุดอัศจรรย์ดาวหมุนเหนือโลก โดยระบุว่าช่วงปลายฝนต้นหนาวนี้ หลายภูมิภาคยังมีฝนตกฟ้าคะนองเป็นบางแห่ง และบนดอยอากาศเริ่มหนาวกันบ้างแล้ว วันนี้จึงขอนำเสนอภาพดาราศาสตร์ถ่ายเหนือความแปรปรวนของบรรยากาศโลก ในมุมมองของผู้ที่อาศัยอยู่ในสถานีอวกาศนานาชาติ มาให้ชมกัน

เส้นส่วนโค้งวงกลมบนท้องฟ้ายามราตรีเป็นเส้นทางการเคลื่อนที่ปรากฏของดาวฤกษ์ในกลุ่มดาวต่าง ๆ แสงที่ปรากฏเป็นเส้นประสีเหลืองจางๆ ด้านล่างของภาพ คือแสงบนพื้นดินมีแหล่งกำเนิดที่แตกต่างกันจากแสงไฟในเมือง เนื่องจากจุดแต่ละจุดในภาพเคลื่อนที่เร็วกว่าวัตถุบนท้องฟ้าในช่วงเวลานั้น เช่น เส้นสีส้มที่บางลงและเฉดสีเข้มเป็นไฟถนนในประเทศแองโกลาและคองโก

ดาวฤกษ์ที่อยู่ใกล้กับขั้วฟ้าเหนือ (มุมบนซ้าย) เป็นเส้นโค้งสั้น ๆ ในขณะที่ดาวฤกษ์ที่อยู่ห่างออกมามีระยะเชิงมุมเพิ่มขึ้น ความยาวเป็นรัศมีวงกลม จึงมีขนาดใหญ่มากขึ้น ในที่สุดเส้นทางของดาวก็ยาวพอที่จะตกลงไปใต้โลกอย่างที่เห็นในภาพ เส้นทางของแสงที่เป็นจุดห่างๆ ผ่านส่วนโค้งบนท้องฟ้า เป็นดาวเทียมที่เคลื่อนที่ผ่านไปในช่วงเวลาที่ถ่ายภาพ

บริเวณกลางภาพเป็นส่วนโค้งของโลกที่ปรากฏเป็นจุดแสงสีขาวอมฟ้าหลากหลายตำแหน่ง นั่นคือสายฟ้าแลบจากพายุฝนฟ้าคะนองเหนือประเทศแอฟริกากลาง

เส้นโค้งสีเขียวแกมเหลืองจาง ๆ ที่อยู่เหนือชั้นบรรยากาศโลกเรียกว่าแสงเรืองท้องฟ้า (Airglow) ทอดยาว 80 ถึง 645 กิโลเมตร เกิดจากการสะท้อนแสงจากพื้นโลกขึ้นไปบนชั้นบรรยากาศ

 

 

คริสตินา ค็อกค์ นักบินอวกาศของนาซา เป็นผู้ถ่ายภาพทั้งหมด 400 ภาพในเวลา 11 นาที จากสถานีอวกาศนานาชาติ ที่กำลังเคลื่อนที่เหนือประเทศนามิเบียสู่ทะเลแดง เมื่อนำภาพหลายภาพมารวมกัน ทำให้ได้ภาพถ่ายลักษณะนี้

คริสตินา ประจำการอยู่บนสถานีอวกาศนานาชาติเป็นเวลาประมาณ 8 เดือน เพื่อเปลี่ยนแบตเตอรี่บางส่วนสำหรับแผงเซลล์สุริยะ ระหว่างนั้นเธอก็ได้บันทึกภาพสวย ๆ มาให้คนบนโลกได้ชื่นชมกัน

อ้างอิง https://www.universetoday.com/143794/time-lapse-captured-from-the-international-space-station/#more-143794

 

 

 


รถไฟญี่ปุ่นเตรียมใช้ "การเดินผ่าน" ไม่ต้องแตะบัตรโดยสาร

Mon, 2 Dec 2019 23:32:00

รถไฟสายตะวันออกในญี่ปุ่น หรือ JR East เตรียมให้บริการผ่านเข้าประตูโดยไม่ต้องใช้บัตรโดยสาร แต่ใช้แอปฯ ในสมาร์ตโฟนแทน คาดว่าจะเริ่มใช้ได้จริงในอีก 2-3 ปีข้างหน้า

ระบบนี้จะติดเสาสัญญาณไว้เหนือประตู และปล่อยคลื่นขนาดระดับมิลลิเมตรออกมาเพื่อเปิดประตู หลังจากที่ได้รับข้อมูลผู้โดยสารจากแอปฯ สมาร์ตโฟน เมื่อประตูเปิดออกผู้โดยสารก็เดินผ่านไปขึ้นรถไฟได้โดยไม่ต้องหยิบบัตรโดยสารมาแตะที่ประตู

ขณะนี้บริษัทกำลังพัฒนาเสาสัญญาณให้ปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าไปยังสมาร์ตโฟนที่เดินผ่านมาที่ประตูทางเข้าเท่านั้น และจะต้องรองรับการใช้งานมากกว่า 2,000 ครั้งต่อวินาที ซึ่งความเร็วในระดับนี้ต้องอาศัยสัญญาณเครือข่าย 5G

คาดว่าจะมีการทดสอบระบบในปีหน้า หลังจากมีการทดสอบทางเทคนิค รวมถึงตรวจสอบผลกระทบของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่อาจจะมีผลต่อร่างกายมนุษย์ เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว

ระบบผ่านเข้ารถไฟในปัจจุบัน ใช้บัตรแตะที่ตัวอ่านตรงประตูทางเข้า ดูไม่สะดวกสำหรับช่วงที่มีผู้ใช้งานจำนวนมาก และสำหรับคนที่ถนัดซ้าย หรือมือขวาถือของอยู่ และผู้โดยสารที่นั่งรถวีลแชร์​

----------------------------
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ #ThaiPBSSciAndTech
ที่เพจ Thai PBS Sci & Tech


เทคโนโลยีตรวจหามะเร็งด้วยเลือดหยดเดียว ภายใน 2 ชั่วโมง

Mon, 2 Dec 2019 22:57:00

บริษัทเทคโนโลยีในญี่ปุ่นได้ร่วมมือกับสถาบันวิจัยมะเร็งแห่งชาติและมหาวิทยาลัยการแพทย์แห่งโตเกียว (Tokyo Medical University) ได้พัฒนาเทคโนโลยีการรักษาที่สามารถตรวจสอบหามะเร็ง 13 ชนิด ได้จากเลือดเพียงหยดเดียว

เทคโนโลยีที่ถูกออกแบบมาเพื่อทดสอบรูปแบบและความเข้มข้นของโมเลกุลไมโครอาร์เอ็นเอ (microRNA) ในเลือดจากเซลล์มะเร็ง จะเริ่มทดลองใช้เทคโนโลยีนี้ในปีหน้า ก่อนที่จะใช้เชิงพาณิชย์ในอีกหลายปีข้างหน้า มีหลายบริษัทที่พัฒนาเทคโนโลยีในการรักษามะเร็งด้วยการใช้ไมโครอาร์เอ็นเอ (microRNA) จากตัวอย่างเลือด

ซึ่งห้องวิจัย Frontier Research Laboratory ของบริษัทญี่ปุ่นรายนี้ใช้การทดสอบเพื่อตรวจสอบมะเร็งกระเพาะอาหาร หลอดอาหาร ปอด ตับ ทางเดินน้ำดี ลำไส้ รังไข่ ต่อมลูกหมาก กระเพาะปัสสาวะ มะเร็งเต้านม รวมถึงก้อนเนื้อมะเร็งและเนื้องอก บริษัทเทคโนโลยีแห่งนี้ได้ผลิตชิปและอุปกรณ์ขนาดเล็กที่สามารถตรวจวิเคราะห์หาเชื้อมะเร็งได้ภายใน 2 ชั่วโมง

----------------------------
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ #ThaiPBSSciandTech
ที่เพจ Thai PBS Sci & Tech


Facebook จับมือบริษัทมือถือญี่ปุ่น มอบประสบการณ์การใช้ 5G

Sun, 1 Dec 2019 16:30:00

ความร่วมมือในครั้งนี้ คือ การเปิด pop-up สโตร์ในโตเกียวปีหน้า เพื่อให้ลูกค้าได้มาลองเสื้อผ้าและลองแต่งหน้าผ่านเทคโนโลยี VR ด้วยการใช้ภาพของตัวเองและสแกนภาพของสินค้าที่ต้องการลองด้วยสมาร์ตโฟน

หลังจากสแกนสินค้าที่ต้องการลองแล้ว ลูกค้าสามารถขอคำแนะนำและคำอธิบายสินค้าจากพนักงานประจำร้านเสมือนจริงได้บนหน้าจอสมาร์ตโฟน ผู้ช่วยเสมือนสามารถตอบสนองได้หลากหลายภาษาเพื่อรองรับนักเดินทางจากหลายประเทศที่มาโตเกียว

เครือข่าย 5G สามารถส่งข้อมูลได้ที่ความเร็วประมาณ ​100 เท่า เทียบกับเครือข่าย 4G บริการนี้จะเริ่มให้บริการได้จริงฤดูใบไม้ผลิปีหน้า ด้วยความสามารถในการส่งผ่านข้อมูลแบบไร้รอยต่อเพราะมีดีเลย์ต่ำ ทำให้ภาพและวิดีโอที่ส่งผ่านเครือข่ายมีความคมชัดและมีชีวิตชีวาสมจริง ทำให้คาดการณ์ว่าจะมีการใช้ 5G อย่างแพร่หลายในทุกพื้นที่และประเภทการใช้งาน เช่น ยานพาหนะขับเคลื่อนเองอัตโนมัติ เกม และการแพทย์ผ่าตัดผ่านทางไกล

ในขณะที่ผู้ให้บริการมือถือค่ายอื่น ๆ ในญี่ปุ่นก็กำลังร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยีในสหรัฐฯ เพื่อยกระดับบริการในตลาด 5G เช่นกัน โดยมองไปที่บริการที่นอกเหนือจากบริการมือถือและการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต แต่มองหาบริการใหม่ ๆ ที่ใช้ประโยชน์จากเครือข่าย 5G

----------------------------
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ #ThaiPBSSciAndTech
ที่เพจ Thai PBS Sci & Tech


“ฟาร์มแคร์” ตัวช่วยค้นหาและเข้าถึงร้านขายยาคุณภาพ

Sun, 1 Dec 2019 15:54:00

แพลตฟอร์ม “PHARMCARE”​ ฟาร์มแคร์ ตัวช่วยอัจฉริยะที่จะทำให้ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพที่ดี ค้นหาและเข้าถึงร้านขายยาที่ได้คุณภาพ มีเภสัชกรที่มีความรู้ พร้อมให้คำแนะนำ มีบริการด้านสุขภาพ ที่สามารถเช็กสุขภาพและวิเคราะห์โรคได้เบื้องต้น เพื่อให้ได้รับบริการที่ดี โดยไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม

เว็บไซต์ PHARMCARE จะมีเภสัชกรรมบริบาลที่ได้รับการฝึกสอนมาในเรื่องข้อซักถาม สังเกตอาการ และการให้บริการ 10 โรคเบื้องต้น คือโรคที่คนส่วนใหญ่จะเดินเข้าไปซื้อยากินได้เองอยู่แล้ว แต่อาจไม่ได้รับคำปรึกษาหรือคำแนะนำที่ดี

ทั้งนี้ จากการสำรวจจำนวนคนที่เดินเข้าร้านยาต่อปี อยู่ที่ประมาณ 310 ล้านครั้งทั่วประเทศ เฉลี่ยต่อคนที่เดินเข้าร้านขายยา 6-7 ครั้งต่อปี ในจำนวนนี้ อาจมีกว่าร้อยล้านครั้ง ที่เขาอาจไม่ได้รับคำปรึกษาที่มีคุณภาพเลย

วิธีการใช้ PHARMCARE ไม่ยาก เพียงเปิดเว็บ https://pharmcare.co ก็จะขึ้นตำแหน่งร้านขายยาที่อยู่ใกล้บริเวณที่เราอยู่ โดยบอกเป็นระยะทางกี่กิโลเมตร และเมื่อกดเข้าไปดูจะเห็นชื่อร้าน และชื่อของเภสัชกรผู้ให้บริการ ที่พร้อมให้คำปรึกษามากกว่าการขายยาเพียงอย่างเดียว

ร้านยาคุณภาพที่เข้าอยู่ในเครือข่ายตอนนี้มีอยู่ประมาณ 70 ร้านยาในกรุงเทพ ตั้งเป้าขยายไปตามจังหวัดใกล้เคียงและทั่วประเทศในอนาคต

PHARMCARE นอกจากจะเป็นผู้ช่วยในการค้นหาร้านยาคุณภาพใกล้บ้านได้แล้ว ยังช่วยปรับพฤติกรรมของคนที่มาใช้บริการด้วย จากที่เคยไม่สบายแล้วหาซื้อยากินเอง ทั้งจากความเคยชิน และจากคำแนะนำของเพื่อน หรือซื้อจากที่เห็นในโฆษณา เปลี่ยนมาเป็นการได้รับคำปรึกษาจากเภสัชกรก่อน เหมือนมีหมอยาประจำตัวที่ช่วยดูแลเรื่องสุขภาพ และเมื่อประชาชนทุกคนอยากเข้าร้านขายยาคุณภาพที่มีเภสัชกรให้บริการที่ดี ก็จะกระตุ้นให้ร้านขายยาทั่วไปตื่นตัวพร้อมที่จะปรับปรุงการบริการให้ดีขึ้น ประชาชนก็จะได้รับบริการด้านสุขภาพที่ดีขึ้นตามไปด้วย

----------------------------
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ #ThaiPBS
ที่เพจ Thai PBS Sci & Tech


คาดการณ์ลูกค้า 5G ทั่วโลกแตะ 2,600 ล้านคน ปี 2025

Sun, 1 Dec 2019 15:11:00

บริษัทเทเลคอมรายใหญ่ของโลกอย่างอีริคสันคาดการณ์ว่าภายในปี ค.ศ. 2025 เครือข่าย 5G จะครอบคลุมเกือบครึ่งหนึ่งของปริมาณการใช้ข้อมูลบนมือถือของทั้งโลก และจะมีลูกค้าสมัครบริการ 5G ราว 2,600 ล้านคน

เครือข่ายไร้สายใหม่นี้จะครอบคลุมประมาณ​ 65% ของประชากรโลก เมื่อนั้นปริมาณข้อมูลที่วิ่งบนเครือข่ายนี้จะมีประมาณ 45% ของข้อมูลบนมือถือทั้งหมดบนโลก ซึ่งเป็นตัวเลขที่เติบโตก้าวกระโดดจากเมื่อ 2 ปีก่อนที่เคยคาดการณ์ไว้ว่าจะมีผู้ใช้ 5G ราว 1,000 ล้านคนภายในปี ค.ศ.​2023 เมื่อต้นปีที่ผ่านมาบริษัทวิจัยอีกราย คือ IHS Markit ก็ได้คาดการณ์ไว้เช่นกันว่าจะมีผู้ใช้ 5G ถึง 1,000 ล้านคนในปี ค.ศ.​2023

5G ตอนนี้มีให้บริการแล้วในบางพื้นที่ในสหรัฐฯ ให้บริการโดย Verizon, AT&T, Sprint และ T-Mobile มีการคาดการณ์ว่าจะมีผู้ใช้ 5G ประมาณ 13 ล้านคน ภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งส่วนมากเป็นผู้ใช้ในประเทศจีน

อย่างไรก็ดี คาดว่าในปี ค.ศ.2025 จะมีการใช้ข้อมูลบนมือถือจาก 7.2 GB ต่อเครื่อง เพิ่มอย่างก้าวกระโดดเป็น 24 GB และในปี ค.ศ.2025 คาดการณ์จะมีผู้ใช้มือถือบนเครือข่าย 5G

----------------------------
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ #ThaiPBSSciAndTech
ที่เพจ Thai PBS Sci & Tech


"ไฟท่วมกระทะ" ไขปริศนา! กลิ่นอาหารชวนกิน

Tue, 26 Nov 2019 18:42:00

วันนี้ (26 พ.ย.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก เคมีฟิสิกส์ของสิ่งทอ อาหาร และของรอบตัวโพสต์ความลับของการทำอาหารใช้วิธีการผัดแบบไฟลุกท่วมกระทะว่าสามารถให้กลิ่นหอมของอาหารมากกว่าการผัดแบบธรรมดา

โดยระบุว่า บ่อยครั้งที่การผัดอาหารแบบไฟลุกท่วมกระทะนั้น สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก หลายๆ คนก็คิดว่าเป็นเพียงสไตล์ และความอยากเท่ของพ่อครัวแม่ครัวที่อยากจะโชว์ให้เห็นความแหวกแนวเท่านั้น โดยที่หารู้ไม่ว่า “การผัดแบบไฟลุกท่วมกระทะ” หรือที่เราเรียกกันว่า “การผัดไฟแดง” นั้นสามารถให้กลิ่นหอมของอาหารมากกว่าการผัดแบบธรรมดามากนัก

บทความนี้มีที่มาจากงานวิจัยเรื่อง “Aroma Compounds of Flash-Fried Rice” ของภาควิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอาหาร คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 

การผัดแบบไฟแดง และการผัดแบบธรรมดานั้น จัดว่าเป็นวิธีการทำอาหารแบบวิถีเอเชียอย่างเราๆที่มีที่มาจากวัฒนธรรมอาหารจีนเป็นหลักนะครับ ซึ่งกระทะที่จะใช้ผัดได้นี้จะต้องเป็น “กระทะจีน” หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า “Wok” (เรียกเพื่อแยกความแตกต่างกับกระทะก้นแบนที่เรียกว่า Pan นะครับ)

ปกติแล้วการผัดด้วยกระทะจีนนั้น จะให้สารกลิ่นรสมากกว่ากระทะก้นแบนมาก เนื่องว่ามักจะเป็นเมนูที่ต้องใช้ไฟแรง แล้วใช้จังหวะการสะบัดกระทะ เพื่อให้อาหารนั้นได้รับความร้อนอย่างทั่วถึง และมีกลิ่นหอมกระทะเกิดขึ้น

กลิ่น “หอมกระทะ” นั้นมักจะเกิดขึ้นจากสารพัดสารที่เกิดจากการแตกหัก (breakdown) ของไขมันที่ไม่อิ่มตัวบางส่วน เกิดเป็นสารต่างๆ เช่น hexanal, (E)-2-heptenal, (E)-2- octenal และ 2,4-decadienal รวมไปถึงกรดอินทรีย์ คีโตน และแอลกอฮอลล์ด้วย

นอกจากนั้นยังพบว่าหากกระทะนั้นผ่านการผัดอาหารที่มีน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตนั้นก็จะมีกลิ่นของสารที่เกิดจากการสลายตัวของน้ำตาล  และจากปฏิกิริยาเมลลาร์ด เพิ่มเติมด้วย และแน่นอนก็ยังมีสารที่เกิดจากการแตกหักของไขมันด้วยนะครับ

แต่การผัดไฟแดงนั้นจะมีการทำให้เกิดการลุกไฟท่วมกระทะเพียงเสี้ยวนาทีนั้น จะทำให้สามารถทำให้เกิดการแตกหักด้วยความร้อน เพิ่มขึ้นไปอีก จนได้สารให้กลิ่นในกลุ่มของ n-alkanes และ 1- alkenes รวมไปถึงสารในกลุ่ม alkylcycloalkanes ปนมาเล็กน้อยด้วย

เปิดผลทดสอบเทียบวิธีการผัด

ในการศึกษาครั้งนี้ ได้ทำการผัดข้าวแบบผัดไฟแดงโดยใช้ข้าวเสาไห้หุงสุก (200 กรัม) มาผัดด้วยน้ำมันถั่วเหลือง (40 มิลลิลิตร) ผัดที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส แล้วให้ไฟลุกท่วมเป็นเวลา 15 วินาที แล้วจึงนำข้าวที่ผัดแล้วมาวิเคราะห์ด้วยเครื่องมือที่ชื่อว่า gas chromatography- olfactometry ซึ่งเป็น “จมูกดิจิตอล” ที่ใช้ตรวจสอบสารให้กลิ่นต่างๆนั่นเอง

โดยพบว่าข้าวผัดที่ผัดแบบไฟแดง มีสารให้กลิ่นปนกันหลายชนิด และพบว่าสารให้กลิ่นหลักนั้นก็คือ 2,4-heptadienal (ให้กลิ่นไหม้กระทะจากน้ำมัน : stir-fried oil, burnt), nonanal (ให้กลิ่นควันเทียน : scented candle) , heptanone (ให้กลิ่นโลหะแบบสนิมๆ : metallic, rust) และสารประกอบ “นิรนาม” ที่ยังไม่ทราบชนิด โดยตั้งชื่อล่วงหน้าเป็นสาร M (ให้กลิ่นคาวปลาที่ออกจะเค็มๆ : fishy, salty) และสาร N (ให้กลิ่นออกหวานๆ : sweet, stale) ปนมาด้วย

สารเหล่านี้ที่เราคิดว่าอาจจะเป็นกลิ่นมโน ที่เราเรียกกันว่ากลิ่นหอมกระทะจีน ที่แฝงในอาหารก็ถูกพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ได้ว่ามีอยู่จริงด้วย

ดังนั้นนอกจากความตื่นเต้นทางการรับรู้ด้วยสายตา ก็จะถูกเติมเต็มด้วยความรับรู้ทางด้านกลิ่น และรสสัมผัสเพิ่มเข้ามาด้วย

อ่านข้อมูลเพิ่มเติม 
http://www.thaiscience.info/Journ…/Article/TKJN/10898334.pdf
http://www.lib.ku.ac.th/KUCONF/data53/KC4806036.pdf
http://www.lib.ku.ac.th/KUCONF/2556/KC5106035.pdf


เฟซบุ๊กทดสอบฟีเจอร์แชร์ Stories ให้เห็นเฉพาะกลุ่มเพื่อนสนิท

Tue, 26 Nov 2019 14:29:51

แอปพลิเคชัน Facebook ผู้ให้บริการสังคมออนไลน์รายใหญ่ทดสอบฟีเจอร์แชร์ Facebook Stories ให้เห็นเฉพาะกลุ่มเพื่อนสนิทที่ผู้ใช้งานเจ้าของโปรไฟล์เลือกรายชื่อเอาไว้ โดยก่อนหน้านี้ได้เปิดใช้งานฟีเจอร์ดังกล่าวให้บนแอปพลิเคชัน Instagram สามารถเป็นส่วนตัวให้กับผู้ใช้งานมากขึ้น

การทดสอบฟีเจอร์ใหม่นี้สอดคล้องกับนโยบายของ Facebook ที่ให้ความสำคัญกับการรักษาข้อมูลความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน โดยเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานเจ้าของโปรไฟล์สามารถกำหนดสิทธิในการแสดงผลข้อมูลส่วนตัวบน Facebook Stories โดยการสร้างกลุ่มเพื่อนสนิท นอกจากนี้ Facebook ยังใช้อัลกอริทีมตรวจสอบจากรายชื่อเพื่อนและแนะนำรายชื่อเพื่อนที่มีกิจกรรมปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้งานในลำดับต้น ๆ เพื่อให้การจัดกลุ่มเพื่อนสนิททำได้ง่ายมากขึ้น

จากผลการศึกษาพบว่ารายชื่อเพื่อนของผู้ใช้งานแอปพลิเคชัน Facebook มีความแตกต่างกันทั้งหลายประเภท เช่น เพื่อนร่วมงาน เพื่อนมหาวิทยาลัย หรือครอบครัว การโพสสถานะข้อความ รูปแบบ รวมไปถึง ​Facebook Stories ในบางครั้งผู้ใช้งานต้องการความเป็นส่วนตัวและต้องการให้แสดงผลเฉพาะกลุ่มเพื่อนบางกลุ่มเท่านั้น

ฟีเจอร์ Facebook Stories เปิดตัวในช่วงปี 2017 และได้รับความนิยมในกลุ่มผู้ใช้งานจำนวน การทำงานของฟีเจอร์ Facebook Stories เหมือนกับฟีเจอร์ Instagram Stories ผู้ใช้งานสามารถแชร์คลิปวิดีโอสั้น ๆ หรือรูปภาพให้แสดงผลด้านบนสุดของ News Feed สามารถปรับแต่งคลิปวิดีโอ

บริษัท Facebook เข้าซื้อกิจการของแอปพลิเคชัน Instagram ในช่วงปี 2012 และมักพัฒนาฟีเจอร์การทำงานใหม่ ๆ ในลักษณะที่ใกล้เคียงกันระหว่างแอปปลิเคชัน Facebook และ Instagram ฟีเจอร์ที่มีลักษณะเป็นวิดีโอสั้นได้รับความนิยมในกลุ่มผู้ใช้งานวัยรุ่นเพิ่มความสนุกให้กับการใช้งานสังคมออนไลน์มากกว่าการโพสข้อความหรือรูปภาพปกติทั่วไป


28-30 พ.ย.นี้ รอชม "ดาวเคียงเดือน" มาพร้อม "ปรากฏการณ์แสงโลก"

Tue, 26 Nov 2019 06:19:00

เมื่อวันที่ 25 พ.ย.2562 นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการทางดาราศาสตร์ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เผยว่า ปลายเดือน พ.ย.นี้ จะมีปรากฏการณ์ดาวเคียงเดือนติดต่อกัน ในช่วงระหว่างวันที่ 28-30 พ.ย.2562 เริ่มวันที่ 28 พ.ย.2562 ดาวพฤหัสบดีเคียงดวงจันทร์เสี้ยว ข้างขึ้น 2 ค่ำ ห่างประมาณ 0.8 องศา

จากนั้นวันที่ 29 พ.ย.2562 ดวงจันทร์ข้างขึ้น 3 ค่ำ จะเคลื่อนขึ้นไปปรากฏระหว่างดาวศุกร์กับดาวเสาร์ และในวันที่ 30 พ.ย.2562 ดวงจันทร์ข้างขึ้น 4 ค่ำ จะเคลื่อนขึ้นไปปรากฏใกล้ดาวเสาร์ ห่างประมาณ 6.8 องศา (การวัดระยะเชิงมุมท้องฟ้า ใช้มือเหยียดสุดแขนขึ้นบนฟ้า ระยะ 1 องศา จะห่างกันประมาณ 1 นิ้วก้อย) ดาวเคียงเดือนทั้ง 3 วันสังเกตได้ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ หลังดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า เวลาประมาณ 18.00 น. เป็นต้นไป มีเวลาสังเกตการณ์ประมาณ 1-2 ชั่วโมง 

 

นายศุภฤกษ์ กล่าวว่า เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงฤดูหนาว สภาพท้องฟ้าใสไร้เมฆ จึงมีโอกาสสังเกตเห็น “ปรากฏการณ์แสงโลก” (Earth Shine) เกิดจากแสงอาทิตย์ที่ตกกระทบผิวโลก สะท้อนไปยังดวงจันทร์ ทำให้ผู้สังเกตบนโลกมองเห็นพื้นผิวส่วนที่มืดของดวงจันทร์ นอกจากนี้ ดาวพฤหัสบดี ดาวศุกร์ และดาวเสาร์ ในช่วงนี้ยังปรากฏให้เห็นทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ทุกเย็น ผู้สนใจชมปรากฏการณ์ท้องฟ้าในช่วงเวลาดังกล่าว สามารถดูได้ด้วยตาเปล่าทั่วประเทศ

ปรากฏการณ์ดาวเคียงเดือน ถือเป็นปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์หนึ่งที่เกิดขึ้นเป็นประจำ เนื่องจากดวงจันทร์และดาวเคราะห์เปลี่ยนตำแหน่งบนท้องฟ้าไปเรื่อย ๆ ตามแนวสุริยะวิถี ดังนั้น การที่ดวงจันทร์และดาวเคราะห์ปรากฏบนท้องฟ้าในทิศเดียวกัน หรือเคลื่อนที่มาอยู่ในตำแหน่งใกล้เคียงกันจึงถือเป็นเรื่องปกติ

 

 


"จิสด้า" เตือนการบิน เหตุจีนมีกิจกรรมด้านอวกาศ 26 พ.ย.นี้

Mon, 25 Nov 2019 16:02:00

วันนี้(25 พ.ย.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (จิสด้า) แจ้งว่า ได้รับข้อมูลจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย และบริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด ว่าหน่วยงานองค์กรความร่วมมือเทคโนโลยีการบินและอวกาศ ของประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ( CASC) แจ้งเตือนจะมีการส่งดาวเทียมสำรวจโลกด้วยจรวด Longmarch 4C จากศูนย์นำส่งดาวเทียมไท่หยวน ซึ่งอยู่ทางทิศเหนือของจีน ในวันที่ 26 พ.ย.นี้ เวลาประมาณ 7.00 น.ตามเวลาในประเทศไทย

ซึ่งอาจมีความเสี่ยงต่อเส้นทางการบิน สำหรับเส้นทางจรวดดังกล่าวจะพาดผ่านพื้นที่ใกล้บริเวณประเทศ ไทย และคาดว่าพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบจะอยู่ในเขตประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ทั้งนี้ พื้นที่ประเทศไทยมีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบน้อยมาก แต่หากท่านพบเห็นวัตถุหรือเศษชิ้นส่วน ที่คาดว่าจะมาจากการยิงจรวดในช่วงวันและเวลาดังกล่าว ขอเรียนว่าห้ามสัมผัสหรือแตะต้องเป็นอันขาด และให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. ในพื้นที่ของท่านโดยด่วน หากมีความคืบหน้าจิสด้าจะแจ้งให้ทราบในทันที

 


อินโดนีเซีย เตรียมสร้างศูนย์อวกาศกำหนดทดสอบจรวดปี 2024

Mon, 25 Nov 2019 14:00:00

สถาบันการบินและอวกาศแห่งชาติอินโดนีเซียหรือ LAPAN เตรียมสร้างศูนย์อวกาศบริเวณชายฝั่งตอนเหนือเกาะปาปัวนิวกินีทางด้านทิศตะวันออกของประเทศ โดยศูนย์อวกาศแห่งนี้มีขีดความสามารถในการพัฒนาจรวดและฐานปล่อยจรวดขนส่งอวกาศขึ้นสู่วงโคจรของโลก การทดสอบจรวดครั้งแรกจะมีขึ้นในปี 2024

โครงการศูนย์อวกาศของประเทศอินโดนีเซียเริ่มต้นในช่วงปี 2013 และได้ทำการเลือกพื้นที่ 3 แห่งสำหรับศึกษาความเป็นไปได้ในการก่อสร้างศูนย์อวกาศ พื้นที่แรกคือ บริเวณเกาะมาลูกูทางด้านตะวันออกของประเทศ พื้นที่บริเวณเกาะอิงกาโนทางด้านตะวันตกของประเทศ และบริเวณชายฝั่งตอนเหนือบนเกาะปาปัวนิวกินี

ในปี 2018 LAPAN ได้เลือกบริเวณชายฝั่งตอนเหนือบนเกาะปาปัวนิวกินีสร้างศูนย์อวกาศ เนื่องจากพื้นที่บริเวณนี้ห่างไกลจากพื้นที่อยู่อาศัยและมีตำแหน่งที่ตั้งใกล้กับเส้นศูนย์สูตรที่พาดผ่านประเทศอินโดนีเซียซึ่งทำให้การปล่อยจรวดขนส่งอวกาศทำได้ง่ายมากขึ้น

ก่อนหน้านี้อินโดนีเซียได้ทำการทดสอบจรวดในปี 2007 โดยเป็นการปล่อยจรวดขนาดเล็กมีชื่อว่า RX-250 สามารถขึ้นสู่ระดับความสูงประมาณ 53 กิโลเมตร ซึ่งยังห่างจากระดับความสูง 100 กิโลเมตรที่ถูกกำหนดให้เป็นเขตพรมแดนอวกาศ (Karman Line) สำหรับแผนการในอนาคตอินโดนีเซียมีเป้าหมายส่งดาวเทียมน้ำหนักประมาณ 50 กิโลกรัมขึ้นสู่วงโคจรของโลกในปี 2019-2020 การส่งดาวเทียมน้ำหนักประมาณ 100 กิโลกรัมขึ้นสู่วงโคจรของโลกในปี 2020-2019

อินโดนีเซียเป็นประเทศหนึ่งที่มุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลอินโดนีเซียได้ก่อตั้งสถาบันการบินและอวกาศแห่งชาติอินโดนีเซีย (National Institute of Aeronautics and Space) หรือมีชื่อเรียกว่า LAPAN ในปี 1963 ทำหน้าที่วิจัยพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศ ดาวเทียม รวมไปถึงเทคโนโลยีจรวดขนส่งอวกาศ สำนักงานใหญ่ของ LAPAN ตั้งอยู่ในกรุงจาการ์ตา ประกอบด้วยวิศวกรรวมไปถึงเจ้าหน้าที่กว่า 1,000 คน ในอนาคตกลุ่มประเทศอาเซียนอาจมีโครงการอวกาศเกิดขึ้นประเทศไทยพร้อมปรับตัวเข้าสู่การแข่งขันด้านเทคโนโลยีอวกาศครั้งใหม่แล้วหรือยัง

“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ #ThaiPBS
ที่เพจ Thai PBS Sci & Tech


ญี่ปุ่นเตรียมเปิดตัว “หุ่นยนต์ทำอาหาร”

Mon, 25 Nov 2019 13:10:00

บริษัทในญี่ปุ่นเตรียมเปิดตัวหุ่นยนต์ทำอาหาร ด้วยการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการคิดสร้างสรรค์เมนูอาหารใหม่ ๆ โดยย้ำว่าหุ่นยนต์ทำอาหารและ AI ไม่ได้มาแย่งงานพ่อครัวแต่จะมาช่วยให้ความคิดสร้างสรรค์ของพ่อครัว

ศาสตร์ของการทำอาหารนั้น ต้องศึกษาโครงสร้างของโมเลกุล แต่ด้วยความสามารถของ AI และการวิเคราะห์ข้อมูล จะช่วยให้พ่อครัวสร้างเมนูใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์เรื่องรสชาติและกลิ่นได้

บริษัทญี่ปุ่นรายนี้ไม่ได้เป็นรายเดียวที่จะนำ AI เข้ามาปฏิวัติวงการอาหาร ก่อนหน้านี้ เมื่อราว ๆ ต้นปีที่ผ่านมา IBM ได้ร่วมมือกับ McCormick ใช้ AI ในการผลิตและปรุงรสชาติอาหาร

ในอนาคตบริษัทญี่ปุ่นรายนี้มีแผนจะสร้าง “ครัวหุ่นยนต์” เพื่อช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถทำอาหารกินเองที่บ้านได้ง่าย ๆ โดยที่ไม่ต้องเปิดแก๊สหุงต้ม

“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ #ThaiPBS
ที่เพจ Thai PBS Sci & Tech


"ญี่ปุ่น" ประเทศวัฒนธรรมเงินสด

Mon, 25 Nov 2019 12:35:00

“เงินสด” ยังคงเป็นวัฒนธรรมหลักในญี่ปุ่น ในการสำรวจซึ่งทำในช่วงเดือนมิถุนายน - กรกฎาคม ระบุว่า มีเพียง 18.5% ของครัวเรือนในญี่ปุ่น ที่ใช้เงินอิเล็กทรอนิกส์ เช่น แอปฯ สมาร์ตโฟน และบัตรเดบิตเพื่อจับจ่ายใช้สอยที่มีมูลค่าประมาณ 1,000 เยน หรือน้อยกว่า ซึ่งเพิ่มมาจาก 15.4% ในปีก่อนหน้า

ในขณะที่รัฐบาลญี่ปุ่นพยายามจะโปรโมตสังคมไร้เงินสด แต่ทว่าเงินสดยังคงเป็นสกุลเงินหลักที่คนญี่ปุ่นนิยมใช้เพื่อจับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะการจับจ่ายใช้สอยเล็ก ๆ น้อย ๆ ในแต่ละวัน ในรายงานระบุว่า ราว 84% ยังคงใช้ธนบัตรและเหรียญสำหรัลการซื้อของราคาเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่การใช้เงินอิเล็กทรอนิกส์ก็มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมากจะเป็นคนรุ่นใหม่ที่นิยมใช้

“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ #ThaiPBS
ที่เพจ Thai PBS Sci & Tech


“มือถือ” อุปกรณ์ที่คนอเมริกันใช้ดูข่าวออนไลน์มากที่สุด

Sat, 23 Nov 2019 20:12:00

จากการสำรวจของสำนักวิจัยสื่อ Pew Research Center พบว่า คนอเมริกันใช้มือถือเป็นอุปกรณ์หลักในการติดตามข่าวสารผ่านทางออนไลน์ มากกว่าเครื่องคอมพิวเตอร์

จากผลการวิจัยระบุว่า ราว 57% ของผู้ใหญ่ชาวอเมริกันมักจะเปิดรับข่าวสารจากสมาร์ตโฟนหรือแท็ปเล็ต เทียบกับ 30% ที่รับข่าวสารผ่านเครื่องพีซี อัตราการติดตามข่าวสารผ่านออนไลน์บนมือถือเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัวจากปี ค.ศ.2013 (ซึ่งเป็นปีแรกที่ทำการสำรวจ)

ในขณะที่ คนรุ่นใหม่มีแนวโน้มมากกว่าที่จะใช้มือถือเพื่อติดตามข่าว ในรายงานระบุว่า ประมาณ​ 72% ของคนอายุระหว่าง 18-29 ปี นิยมอ่านข่าวทางออนไลน์ ในขณะมีแค่ 38% ของคนที่อายุ 65 ปีขึ้นไปเท่านั้น ที่ติดตามข่าวสารผ่านทางมือถือ คนอายุมากมีแนวโน้มที่จะติดตามข่าวออนไลน์ทางเครื่องคอมพิวเตอร์มากกว่าคนที่เด็กกว่า

ผลการวิจัยชิ้นนี้เกิดขึ้นเนื่องจากยักษ์ใหญ่ออนไลน์อย่าง Google, Facebook และ Apple ต่างออกมาสร้างช่องทางในการนำเสนอข่าวสารและควบคุมการแพร่ระบาดของข้อมูลข่าวสารที่บิดเบือนบนแพลตฟอร์มของตน

เจ้าของแพลตฟอร์มต่างถูกแรงกดดันจากองค์กรข่าวให้เสนอส่วนแบ่งของรายได้จากช่องทางดิจิทัลที่เกิดจากการข่าวให้ดีกว่านี้ ซึ่งเฟซบุ๊กเอง เมื่อเดือนที่แล้วได้เริ่มเปิดให้มีปุ่มใหม่ที่ชื่อ "news tab" ที่นำเสนอเนื้อหาข่าวที่ผลิตโดยนักข่าวมืออาชีพ เพื่อสนับสนุนการทำงานของสื่อสารมวลชนให้สามารถเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องบนแพลตฟอร์มของตน
----------------------------
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ #ThaiPBS
ที่เพจ Thai PBS Sci & Tech