ยานจันทรายาน 2 เข้าสู่วงโคจรดวงจันทร์ เตรียมลงจอด 7 ก.ย.นี้

Fri, 23 Aug 2019 11:29:00

วันนี้ (23 ส.ค.2562) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) เปิดเผยว่า ยานอวกาศจันทรายาน 2 (Chandrayaan 2) จากประเทศอินเดีย เคลื่อนที่เข้าสู่วงโคจรรอบดวงจันทร์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากยานถูกปล่อยขึ้นสู่อวกาศ เมื่อวันที่ 22 ก.ค.ที่ผ่านมา และมีกำหนดลงจอดในวันที่ 7 ก.ย.62 นี้ หากสำเร็จ อินเดียจะเป็นประเทศลำดับ 4 ต่อจาก รัสเซีย อเมริกา และจีน ที่สามารถนำยานอวกาศลงจอดบนพื้นผิวดวงจันทร์ได้สำเร็จ

อ่านข่าว อินเดียส่งยานจันทรายาน 2 ไปลงจอดบนดวงจันทร์

องค์การวิจัยอวกาศอินเดีย (ISRO) เปิดเผยว่า ขั้นตอนการส่งยานอวกาศเข้าสู่วงโคจรวงจันทร์เป็นหนึ่งในขั้นตอนที่ยากและท้าทายมาก เนื่องจากหากยานอวกาศเคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่มากเกินไป แรงโน้มถ่วงดวงจันทร์จะไม่สามารถดึงยานอวกาศให้อยู่ในวงโคจรได้ และอาจทำให้ยานอวกาศเคลื่อนที่เลยจากเป้าหมายออกไปไกลในอวกาศ หรือถ้ายานอวกาศมีความเร็วน้อยเกินไป ก็จะไม่สามารถรักษาระดับความสูงขณะโคจรรอบดวงจันทร์ได้ และถูกแรงโน้มถ่วงดึงลงมาจนกระแทกกับพื้นผิวของดวงจันทร์ในที่สุด

ดังนั้น นักวิทยาศาสตร์จึงให้ความสำคัญกับระดับความเร็วของยานอวกาศขณะเข้าสู่วงโคจรรอบดวงจันทร์ รวมทั้งทิศทางการเอียงและความสูงจากผิวดวงจันทร์ที่เหมาะสมอย่างละเอียด ถูกต้อง และแม่นยำทุกขั้นตอน เพื่อให้ภารกิจดังกล่าวประสบผลสำเร็จตามแผนที่วางไว้

ความสำเร็จในแต่ละขั้นตอนของจันทรายาน 2 เกิดขึ้นจากประสบการณ์และความสำเร็จในการส่งยานอวกาศจันทรายาน 1 เพื่อโคจรรอบดวงจันทร์ เมื่อปี 2551 ที่ผ่านมา สำหรับขั้นตอนถัดไป ไม่ว่าจะเป็นการลงจอดหรือสำรวจพื้นผิวดวงจันทร์ จะเป็นก้าวกระโดดครั้งใหม่ที่สำคัญอย่างมากสำหรับโครงการสำรวจอวกาศของประเทศอินเดีย ซึ่งจะนำไปสู่แผนการส่งมนุษย์ไปสำรวจดวงจันทร์ในอนาคต

 

ข้อมูล/ภาพ : สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ Fan Page 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

อินเดียลุ้นเป็นชาติที่ 4 ของโลก ส่ง "จันทรายาน-2" จอดดวงจันทร์


ปรับตัวเท่าทัน ยุค AI

Wed, 21 Aug 2019 22:50:00

วงเสวนา นักคิดดิจิทัล Digital Thinkers Forum ครั้งที่ 3 เปิดงานวิจัยพัฒนาการ AI จาก ค.ศ. 2020 สู่ 2060 กับความพร้อมของสังคมไทย นายพณชิต กิตติปัญญางาม ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อพัฒนาความเป็นผู้ประกอบการและบุคลากรแห่งอนาคต ระบุว่า ประเทศไทยต้องให้ความสำคัญเรื่องทักษะแรงงาน ผลิตนิสิตนักศึกษาให้เป็นบุคลากรในสายอาชีพที่เกี่ยวข้องหรือมีประสิทธิภาพที่จะรองรับการทำงานกับ AI ในอนาคต แบ่งเป็น 3 ช่วง คือ

 

ช่วงที่ 1 ช่วงการพัฒนา AI (2020 – 2029)

ช่วงการเตรียมความพร้อมให้คนมีทักษะสำหรับการบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ (big data)

ช่วงที่ 2 คนทำงานร่วมกับ AI (2030 – 2049)

AI ทำงานแทนคนเป็นส่วนใหญ่ แต่มนุษย์ยังต้องทำงานไปด้วยกันกับ AI โดยการทำงานของมนุษย์เน้นทักษะการคิดวิเคราะห์ การสร้างมูลค่าหรือคุณค่าให้กับสินค้าหรือบริการ

ช่วงที่ 3 คนอยู่กับ AI (2050 –2060)

เป็นช่วงที่ความสามารถของ AI มากกว่ามนุษย์เป็นพันเท่า สามารถทำงานทดแทนแรงงานมนุษย์ได้อย่างเต็มรูปแบบ มนุษย์อาจจะไม่ต้องทำงานมาก เพราะการจ้างแรงงานมนุษย์มีต้นทุนสูงกว่า AI แต่จะมีอาชีพใหม่ๆ เกิดขึ้น เช่น อาชีพที่ปรึกษาด้านปรัชญา นักออกแบบเวลาว่าง จากงานวิจัยพบว่าในช่วงเวลานี้

 

นายพณชิต กิตติปัญญางาม  ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อพัฒนาความเป็นผู้ประกอบการและบุคลากรแห่งอนาคต

นายพณชิต กิตติปัญญางาม ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อพัฒนาความเป็นผู้ประกอบการและบุคลากรแห่งอนาคต


คนจะเริ่มถามหาคุณค่าของการมีชีวิตอยู่ เริ่มตั้งคำถามว่าเราเกิดมาทำไม


นายพณชิต ระบุว่า การปลูกฝังเด็กเขียน Coding ในช่วงแรก (2020-2029) อาจจะไม่เพียงพอ เพราะยุคที่ 3 เป็นยุคที่คนต้องมีความฉลาดทางอารมณ์ เตรียมตัวเองเข้าสู่ยุคการหาคุณค่าของชีวิต แผนการศึกษาในปัจจุบันต้องตระหนักถึงเรื่องนี้ ควรเน้น “การสร้างคน”

ในงานเสวนามีนักวิชาการให้ความเห็นต่องานวิจัยชิ้นนี้ ในมุมต่างๆ

 

ด้านการสื่อสารมวลชน


ศ.พิรงรอง รามสูต รองอธิการบดีและอาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความเห็นว่า ปัจจุบันโลกออนไลน์ เราจะได้รับข่าวปลอมจำนวนมาก และ AI ทำให้ข่าวที่ไม่มีความจริงดูแนบเนียนขึ้น รวมทั้งสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มาก

 

ขณะเดียวกัน AI สามารถวิเคราะห์ตรวจสอบเรื่องโครงสร้างของข่าวนั้นๆ เรื่องการใช้ภาษา และสามารถหาต้นตอของการแพร่ข่าวได้ง่ายขึ้นเช่นกัน


ด้านระบบนิเวศและการพัฒนายั่งยืน


นายบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ ผู้อำนวยการสถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม คาดหวังว่า AI จะเข้ามามีบทบาทเป็นเครื่องมือวิเคราะห์เก็บข้อมูลต่างๆ ที่จะมาแก้ปัญหาสภาพแวดล้อมและการพัฒนาที่ยั่งยืน เช่น การใช้ AI ในระบบนิเวศที่เสื่อมโทรมจากการทำลายป่า และปัญหาสิ่งแวดล้อมเรื่องฝุ่นควัน PM 2.5


ด้านสังคมการเมืองไทย


ด้าน ศ.อุกฤษฎ์ ปัทมานันท์ ผู้อำนวยการศูนย์แม่โขงศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้ก่อตั้งศูนย์นโยบายดิจิทัลอาเซียน กล่าวว่า จากรายงานของสหรัฐอเมริกา คาดการณ์ใน 10 ถึง 20 ปีข้างหน้า เมื่อมี AI เข้ามา ประชากรประมาณร้อยละ 47 จะว่างงานโดยเฉพาะสายงานการขนส่ง งานในสำนักงานและแรงงานในสายงานการผลิตทั้งหมด

ศ.อุกฤษฎ์ ปัทมานันท์ ผู้อำนวยการศูนย์แม่โขงศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้ก่อตั้งศูนย์นโยบายดิจิทัลอาเซียน

ศ.อุกฤษฎ์ ปัทมานันท์ ผู้อำนวยการศูนย์แม่โขงศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้ก่อตั้งศูนย์นโยบายดิจิทัลอาเซียน


ผมเห็นว่าในประเทศไทยภายใน 10 ปีนี้ เป็นช่วงเตรียมพร้อม ยังต้องการแรงงาน ถึงแม้ว่าธุรกิจขนส่งภาคเอกชนจะใช้ AI เข้ามามีส่วนร่วมกับมนุษย์แล้ว แต่งานบริการยังต้องการแรงงานทักษะมนุษย์อยู่ดี และมองว่าภาครัฐยังไม่พร้อมเรื่องแผนแรงงานและการผลิตบุคลากรเข้าสู่ระบบงาน


ด้านสุขภาวะสังคม


นายแพทย์ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เปิดเผยว่า มิติด้านสุขภาพ AI ยังไม่สามารถเข้ามามีบทบาทมากเท่าอุตสาหกรรมอื่นๆ เพราะเป็นวิชาชีพที่ต้องใช้คนประเมินและตัดสินผิดหรือถูก รวมถึงความรับผิดชอบในชีวิตของผู้ป่วย แต่ในอนาคตข้างหน้าอาจมีการยอมรับ AI มากขึ้นเนื่องจากอาชีพแพทย์อาจไม่ได้รับความนิยมเท่าสายธุรกิจ

 

นายแพทย์ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

นายแพทย์ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ


อนาคตโรคทางจิตอาจมีมากขึ้น ผมเห็นว่า AI ไม่สามารถเข้ามามีบทบาทในการรักษาได้ นอกจากนี้สังคมมีสุขภาวะที่ดีจะต้องมีนโยบายทางสุขภาพที่ดี ผมมองว่า AI ไม่สามารถเข้ามามีบทบาทเพื่อจัดการโครงสร้างทางนโยบายที่ดีได้


ด้านสิทธิมนุษยชน


นางสาวพรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ผู้อำนวยการมูลนิธิผสานวัฒนธรรม เสนอความคิดเห็นเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนในแง่การเก็บข้อมูลแบบอัตลักษณ์บุคคลว่า ประเทศไทยยังขาดความเสมอภาคในการปฏิบัติต่อบุคคลทุกชนชั้นทุกสังคม ประชาชนทุกคนควรมีส่วนร่วมรับรู้ว่าข้อมูลส่วนตัวของเราถูกจัดการอย่างไร ใครจะเป็นคนกำหนดการนำไปใช้ นำไปใช้อย่างไร

 

ปัจจุบันกฎหมายของการใช้ AI และข้อมูลส่วนบุคคลถูกกำหนดขึ้นจากรัฐบาล ประชาชนไม่มีส่วนร่วม ควรสนับสนุนให้พูดคุยระหว่างภาครัฐและประชาชนกำหนดการใช้เทคโนโลยีเพื่อปกป้องสิทธิและความปลอดภัยของประชาชน

 


"นาซา"​ เผยภาพ​ "ดาวพฤหัสบดี"​ คมชัดสุดตระการตา

Mon, 12 Aug 2019 09:35:00

ลวดลายความปั่นป่วนของชั้นบรรยากาศที่มีมากขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้เป็นข้อมูลสำคัญในการศึกษาชั้นบรรยากาศดาวพฤหัสบดีได้เป็นอย่างดี

 

ลวดลายสีสันของแถบเมฆบนดาวพฤหัสบดีนั้นเปลี่ยนแปลงไปตามความหนาแน่นและความสูงของเมฆน้ำแข็งแอมโมเนียในชั้นบรรยากาศ เมฆที่มีความหนาแน่นต่ำจะลอยตัวขึ้นสูงปรากฏเป็นแถบเมฆสีอ่อน เรียกว่า “แถบโซน (Zones)” และเมฆที่มีความหนาแน่นสูงปรากฏเป็นแถบเมฆสีเข้ม เรียกว่า “แถบเข็มขัด (Belts)”

 

พายุหมุนที่ปรากฏเด่นชัดที่สุดบนดาวพฤหัสบดีคือ “จุดแดงใหญ่ (Great Red Spot)” หมุนในทิศทางทวนเข็มนาฬิกา ปรากฏอยู่ระหว่างแถบเมฆสองแถบที่มีทิศทางการเคลื่อนที่สวนทางกัน แถบเมฆสีแดง (ตะวันออกของจุดแดงใหญ่) มีทิศทางเคลื่อนที่ไปทางทิศตะวันตก ส่วนแถบเมฆสีขาว (ตะวันตกของจุดแดงใหญ่) มีทิศทางเคลื่อนที่ไปทางทิศตะวันออก

 

 

อีกหนึ่งลักษณะเด่นที่น่าสนใจคือ แถบพายุบริเวณเส้นศูนย์สูตรของดาวพฤหัสบดี แถบกว้างสีส้มสว่างบ่งชี้ว่าเมฆชั้นต่ำกำลังสลายตัว ทำให้อนุภาคที่มีสีแดงเด่นชัดขึ้นมาในชั้นเมฆนี้

การเก็บข้อมูลดาวเคราะห์ในระบบสุริยะชั้นนอกด้วยกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “Outer Planets Atmospheres Legacy program” หรือ “OPAL” เพื่อถ่ายภาพและทำแผนที่ความละเอียดสูง ช่วยให้นักดาราศาสตร์สามารถศึกษาการเปลี่ยนแปลงรายปีของแถบเมฆ กระแสลม และพายุบนชั้นบรรยากาศของดาวเคราะห์แก๊สยักษ์ในระบบสุริยะได้

 

ข้อมูล : สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ fan page

Credit: Hubble Space Telescope (OPAL), NASA, STScI and Amy Simon. Processed by: C. Go


สดร.ชวนชม "ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์" คืนวันแม่ 12 ส.ค.นี้

Sun, 11 Aug 2019 08:02:00

นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการทางดาราศาสตร์ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กล่าวว่า ปรากฏการณ์ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์ (Perseids Meteor Shower) สามารถสังเกตเห็นได้ในช่วงระหว่างวันที่ 17 ก.ค.- 24 ส.ค.ของทุกปี มักมีอัตราการตกสูงสุดในคืนวันที่ 12-13 ส.ค. จึงได้รับสมญาว่าเป็น “ฝนดาวตกวันแม่”

สำหรับปี 2562 คาดว่าฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์ มีอัตราการตกสูงสุด 100 ดวงต่อชั่วโมง ในคืนวันที่ 12 ส.ค. ถึงรุ่งเช้าวันที่ 13 ส.ค. มีศูนย์กลางการกระจายอยู่ในกลุ่มดาวเพอร์เซอุส บริเวณท้องฟ้าทิศตะวันออกเฉียงเหนือ แต่เนื่องจากคืนดังกล่าวมีแสงจันทร์รบกวน ดวงจันทร์จะตกลับขอบฟ้า เวลาประมาณ 04.00 น. ดังนั้นเวลาที่เหมาะสมแก่การสังเกตการณ์ที่สุด คือ ตั้งแต่ 04.00 น. จนถึงรุ่งเช้า ผู้สนใจชมปรากฎการณ์ฝนดาวตกควรเลือกสถานที่ท้องฟ้ามืดสนิท ไม่มีแสงไฟรบกวน สามารถดูได้ด้วยตาเปล่าและมองเห็นได้ทั่วประเทศ ไม่จำเป็นต้องมองผ่านกล้องโทรทรรศน์

ทั้งนี้ ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์ เป็นฝนดาวตกที่มีความสว่างเป็นอันดับ 2 รองจากฝนดาวตกลีโอนิดส์ มีสีสันสวยงาม เกิดจากเศษฝุ่นละอองที่ดาวหางสวิฟท์-ทัตเทิล (109P/Swift-Tuttle) เหลือทิ้งไว้ในวงโคจร เมื่อโลกโคจรตัดผ่านเข้าไปในบริเวณที่มีเศษฝุ่นดังกล่าวจะดึงดูดเศษฝุ่นเหล่านี้เข้ามาในชั้นบรรยากาศ เกิดการลุกไหม้เป็นแสงสว่างวาบบนท้องฟ้า เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ไม่มีผลกระทบต่อโลก


เอกชนในสหรัฐอเมริกาพัฒนาหุ่นยนต์รักษาความปลอดภัย

Wed, 7 Aug 2019 17:55:00

บริษัทแห่งนี้เป็นบริษัทสตาร์ทอัพ (Startup) ด้านการพัฒนาหุ่นยนต์รักษาความปลอดภัยในสำนักงาน บริษัทมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย บริษัทอยู่ในระหว่างการระดมทุนเพื่อก้าวขึ้นเป็นบริษัทสตาร์ทอัพระดับ Series C ซึ่งเป็นระดับสูงสุดก่อนก้าวขึ้นเป็นบริษัทระดับยูนิคอร์น (Unicorn) หรือบริษัทที่มีมูลค่ามากกว่า 1 พันล้านเหรียญ

หุ่นยนต์รักษาความปลอดภัยถูกออกแบบให้มีลักษณะเป็นมิตรกับผู้ใช้งาน การแสดงผลผ่านหน้าจอสัมผัสขนาดเล็ก หุ่นยนต์ติดตั้งเซนเซอร์ (Sensor) ตรวจจับความเคลื่อนไหวรอบตัว 60 จุด กล้องจับภาพมุมมอง 360 องศา ติดตั้งเซนเซอร์ไลดาร์ (Sensor LIDAR) เทคโนโลยีการใช้แสงเลเซอร์ยิงเก็บข้อมูลระยะห่างของวัตถุต่าง ๆ รวมไปถึงติดตั้งเซ็นเซอร์อัลตราโซนิก (Ultrasonic Sensor) วัดระยะด้วยคลื่นอัลตร้าโซนิค การเคลื่อนที่ของหุ่นยนต์ใช้ล้อในการเคลื่อนที่

บริษัทเปิดให้ผู้สนใจที่มีสำนักงานในประเทศสหรัฐอเมริกาสามารถสมัครขอทดสอบการใช้งานได้ผ่านเว็บไซต์ ส่วนรูปแบบการชำระเงินบริษัทลูกค้าสามารถแบ่งจ่ายค่าสมาชิกแบบรายเดือน โดยลูกค้าสามารถอัพเดตซอฟต์แวร์ความปลอดภัยเพิ่มความสามารถของหุ่นยนต์ได้คล้ายระบบปฏิบัติการของคอมพิวเตอร์

ปัจจุบันระบบรักษาความปลอดภัยในบริษัทเป็นสิ่งจำเป็นและตลาดมีความต้องการสูง โดยเฉพาะในบริษัทที่ต้องการรักษาความลับของข้อมูลบริษัทและข้อมูลลูกค้า ในขณะที่ระบบรักษาความปลอดภัยที่ใช้มนุษย์มีข้อจำกัดหลายอย่างในการทำงาน เช่น ระยะเวลาการทำงาน ในขณะที่หุ่นยนต์สามารถทำงานได้เกือบตลอด 24 ชั่วโมง หุ่นยนต์รักษาความปลอดภัยจึงเป็นตัวเลือกที่มีประสิทธิภาพและสามารถแก้ข้อจำกัดของมนุษย์ได้เป็นอย่างดี


สดร.ชี้ดาวเคราะห์น้อย " QQ 23 " ไม่พุ่งชนโลก 10 ส.ค.นี้

Wed, 7 Aug 2019 15:39:00

วันนี้ (7 ส.ค.2562) นายสิทธิพร เดือนตะคุ เจ้าหน้าที่สารสนเทศดาราศาสตร์ชำนาญการ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) กล่าวว่า จากกรณีองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (นาซ่า) จับตาการเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์น้อยเฉียดโลกในวันที่ 10 ส.ค.นี้  

ดาวเคราะห์น้อยที่จะเข้าใกล้โลก คือ ดาวเคราะห์น้อย 2006 QQ23 จะเคลื่อนผ่านใกล้โลกที่ระยะห่างประมาณ 7.3 ล้านกิโลเมตร หรือหากเทียบระยะทางเฉลี่ยจากโลกถึงดวงจันทร์ ประมาณ 0.38 ล้านกิโลเมตร มีความเร็วประมาณ 16,740 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จัดเป็นวัตถุใกล้โลก เนื่องจากอยู่ในระยะห่างที่นักดาราศาสตร์นิยามไว้ คือใกล้โลกน้อยกว่า 195 ล้านกิโลเมตร 

ดาวเคราะห์น้อย QQ23 ถูกค้นพบโดยหอดูดาวไซดิงสปริง ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 21 ส.ค. 2549 จัดเป็นดาวเคราะห์น้อยใกล้โลก มีคาบการโคจรรอบดวงอาทิตย์ประมาณ 263 วัน ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 570 เมตร เคยโคจรเข้าใกล้โลกหลายครั้งแล้ว การโคจรเข้าใกล้โลกในวันที่ 10 ส.ค.นี้ จึงถือเป็นเรื่องปกติ

ดาวเคราะห์น้อยดวงนี้มีเส้นผ่านศูนย์กลาง570 เมตร ยาวกว่าความสูงของตึกใบหยกเกือบ 2 เท่า แม้ว่าจะมีขนาดใหญ่ และอยู่ในระยะห่างที่ต้องเฝ้าระวังภัย แต่เราก็ไม่ควรกังวลว่าจะพุ่งเข้าชนโลก เพราะอยู่ไกลมาก

 

นาซ่าและนักดาราศาสตร์ทั่วโลกต่างเฝ้าติดตามวัตถุเหล่านี้มาตลอด ไม่ใช่เพราะเป็นภัยต่อโลก แต่เพื่อทำให้มั่นใจว่าจะไม่เป็นภัยต่อโลกจริงๆ และการเข้าใกล้โลกแบบนี้ นับเป็นโอกาสอันดีในการศึกษา 

นอกจากนี้ จากการเฝ้าระวังมาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พบวัตถุขนาดใหญ่เช่นนี้โดยเฉลี่ยประมาณ 6 วัตถุต่อปี โคจรเข้าใกล้โลกของเรา จนถือเป็นเหตุการณ์ปกติไปแล้ว สำหรับ สดร.เตรียมใช้กล้องโทร ทรรศน์ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.7 เมตร ของหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ ณ สถานีรายงานดอยอินทนนท์ กองทัพอากาศสำหรับสังเกตการณ์วัตถุนอกโลก ร่วมกับนักดาราศาสตร์ทั่วโลกเช่นกัน

ทั้งนี้สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติม www.space.com

 

 


บริษัทเอกชนในสหรัฐฯ พัฒนาเทคโนโลยีเชื่อมสมองกับคอมพิวเตอร์

Tue, 30 Jul 2019 15:01:00

บริษัทก่อตั้งในปี 2016 โดยอีลอน มัสก์มหาเศรษฐีชื่อดังเจ้าของบริษัทรถยนต์พลังงานไฟฟ้าและบริษัทขนส่งอวกาศ อีลอน มัสก์มีความเชื่อว่ามนุษย์จำเป็นต้องเชื่อมต่อสมองเข้ากับคอมพิวเตอร์เพื่อประโยชน์ในทางการแพทย์ รวมไปถึงควบคุมสั่งการระบบปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งปัจจุบันมีขีดความสามารถเหนือการประมวลผลของสมองมนุษย์และมีแนวโน้มที่จะเป็นภัยอันตรายต่อมนุษย์ในอนาคต ก่อนหน้านี้ในปี 2015 อีลอน มัสก์ก่อตั้งองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรชื่อ OpenAI เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีระบบปัญญาประดิษฐ์ที่มีความปลอดภัยต่อมนุษย์ 

เทคโนโลยีการเชื่อมต่อสมองเข้ากับคอมพิวเตอร์ที่บริษัทพัฒนาขึ้นเรียกว่า Brain-machine interfaces (BMIs) การเชื่อมต่อสมองโดยใช้สายสื่อสารที่เรียกว่าเทรส (Threads) มีความบางและยืดยุ่นสูงขนาดเล็กประมาณ 4-6 ไมโครเมตรหรือประมาณ 0.004 - 0.006 มิลลิเมตร เล็กกว่าเส้นผมของมนุษย์หลายเท่าทำการเชื่อมต่อสมองเข้ากับคอมพิวเตอร์ผ่านทางพอร์ทเชื่อมต่อ USB-C ส่งข้อมูลไปยังชิปคอมพิวเตอร์ประมวลผลที่บริษัทพัฒนาขึ้นมาด้วยตัวเอง

นอกจากนี้บริษัทยังพัฒนาหุ่นยนต์ที่มีลักษณะคล้ายจักรเย็บผ้าทำหน้าที่ผ่าตัดฝังสายสื่อสารเทรสเข้าสู่สมอง เนื่องจากสายสื่อสารเทรสมีขนาดเล็กมากทำให้แทบไม่มีผลกระทบต่อเส้นเลือดหรือก่อความเสียหายให้กับสมอง อย่างไรก็ตามเป้าหมายในอนาคตบริษัทกำลังพัฒนาเทคโนโลยีการเชื่อมต่อแบบไร้สายเข้ากับสมองผ่านอุปกรณ์พิเศษ N1 sensor ทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีผ่าตัดฝังสายสื่อสารเทรสเข้าสู่สมองโดยตรงอีกต่อไป

เทคโนโลยีเชื่อมต่อสมองมนุษย์เข้ากับคอมพิวเตอร์จะกลายเป็นก้าวกระโดดครั้งสำคัญของมนุษย์สามารถช่วยเหลือผู้ป่วยอาการทางสมอง ผู้พิการทางร่างกายสามารถสั่งงานแขนหรือขาหุ่นยนต์ การติดต่อสื่อสาร การสั่งงานอุปกร์สมาร์ทโฟนโดยไม่ต้องใช้นิ้วสัมผัสหน้าจอแสดงผล รวมไปถึงเพิ่มขีดความสามารถด้านการเข้าถึงข้อมูลความรู้ การตัดสินใจของมนุษย์ให้มีประสิทธิภาพเท่าเทียมหรือดีกว่าเทคโนโลยีระบบปัญญาประดิษฐ์ ทั้งนี้บริษัทตั้งเป้าทดสอบกับสมองของมนุษย์ภายในปี 2020 หากได้รับอนุญาตจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกา


ชวนชม "ฝนดาวตกเดลต้าอควอริดส์" คืนนี้ถึงรุ่งเช้า 31 ก.ค.

Tue, 30 Jul 2019 13:37:00

วันนี้ (30 ก.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สดร. เชิญชวนประชาชนชมฝนดาวตกเดลต้าอควอริดส์ (Delta Aquarids) หรือฝนดาวตกในกลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำ ซึ่งจะสังเกตได้ในคืนวันนี้ (30 ก.ค.) ตั้งแต่เวลาประมาณ 22.00 น. ไปจนถึงรุ่งเช้าของวันที่ 31 ก.ค.นี้

โดยจะมีอัตราการตกสูงสุดประมาณ 25 ดวงต่อชั่วโมง ศูนย์กลางการกระจายตัวอยู่บริเวณกลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำ ทางทิศตะวันออกและไม่มีแสงจันทร์รบกวน สำหรับผู้ที่สนใจชมปรากฏการณ์ฝนดาวตก แนะนำให้อยู่ในที่มืดสนิทและห่างจากแสงเมือง หากฟ้าใสและไม่มีฝนตกจะสามารถชมด้วยตาเปล่าได้ทั่วประเทศ

ทั้งนี้ ปรากฏการณ์ฝนดาวตก เกิดจากเศษฝุ่นละอองที่ดาวหางหรือดาวเคราะห์น้อยเหลือทิ้งไว้ในวงโคจร เมื่อโลกโคจรตัดผ่านเข้าไปในบริเวณที่มีเศษฝุ่นดังกล่าวจะดึงดูดเศษฝุ่นเหล่านี้เข้ามาในชั้นบรรยากาศ เกิดการลุกไหม้ เป็นแสงสว่างวาบบนท้องฟ้า


อินเดียส่งยานจันทรายาน 2 ไปลงจอดบนดวงจันทร์

Wed, 24 Jul 2019 13:17:00

องค์การวิจัยด้านอวกาศแห่งอินเดียประสบความสำเร็จในการส่งยานจันทรายาน 2 (Chandrayaan-2) พร้อมรถหุ่นยนต์สำรวจขึ้นสู่อวกาศโดยใช้จรวด GLSV Mark III เพื่อออกเดินทางไปสำรวจดวงจันทร์ ยานจันทรายาน 2 ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 วันเพื่อเข้าสู่วงโคจรของดวงจันทร์และยานมีกำหนดการลงจอดบริเวณขั้วด้านใต้ของดวงจันทร์ในวันที่ 7 กันยายนนี้ นับเป็นภารกิจสำรวจพื้นผิวดวงจันทร์ครั้งที่ 2 หลังจากอินเดียเคยส่งยานจันทรายาน 1 ไปสำรวจผิวดวงจันทร์ในปี 2008

ยานจันทรายาน 2 ถูกออกแบบและพัฒนาขึ้นในโดยทีมวิศวกรอินเดียตัวยานมีน้ำหนักประมาณ 3.8 ตัน โครงสร้างของยานแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ยานวงโคจร (Orbiter) และยานสำรวจ (Lander) มีชื่อว่าวิครัม (Vikram) โดยภายในยานสำรวจวิครัมมีรถหุ่นยนต์สำรวจ 1 คันชื่อว่าแพรคยาน (Pragyaan) รถหุ่นยนต์สำรวจคันนี้มีน้ำหนักประมาณ 27 กิโลกรัมใช้พลังงานจากแผงโซลาร์เซลล์เคลื่อนที่ด้วยล้อ 6 ล้อติดตั้งเครื่องมือสำรวจผิวดวงจันทร์และกล้องถ่ายภาพความคมชัดสูงสามารถปฏิบัติภารกิจบนดวงจันทร์ได้นานอย่างน้อย 14 วัน

จรวด GLSV Mark III ที่ใช้ขนส่งยานจันทรายาน 2 ถูกปล่อยจากศูนย์อวกาศสาทิศธาวัน รัฐอานธรประเทศ ชายฝั่งตะวันออกของประเทศอินเดีย จรวดแบ่งการทำงานออกเป็น 4 ช่วง หน่วยการบินพลเรือนอินเดียออกประกาศแจ้งเตือนว่าจรวดท่อนที่ 4 ซึ่งเป็นท่อนสุดท้ายอาจตกลงในบริเวณทะเลอันดามันห่างจากชายฝั่งจังหวัดภูเก็ตของประเทศไทยประมาณ 357 กิโลเมตร ประชาชนที่อยู่ในจังหวัดภูเก็ตอาจมองเห็นลำแสงจากจรวดท่อนที่ 4 ได้เหนือท้องฟ้าทางทิศตะวันตก

อินเดียเป็นประเทศหนึ่งที่มีการพัฒนาด้านอวกาศอย่างต่อเนื่องทั้งในด้านการพัฒนาจรวดขนส่งอวกาศ ยานสำรวจอวกาศ รวมไปถึงภารกิจขนส่งดาวเทียมเชิงพาณิชย์ อินเดียเริ่มต้นวิจัยพัฒนาจรวดขนส่งอวกาศ Satellite Launch Vehicle (SLV) ตั้งแต่ปี 1987 จนสามารถพัฒนาจรวด GLSV Mark III ซึ่งเป็นจรวดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของอินเดียในปัจจุบัน นอกจากโครงการสำรวจดวงจันทร์อินเดียยังเป็นประเทศแรกของเอเชียที่สามารถส่งยานอวกาศไปสำรวจดาวอังคาร โดยยานมังกลายาน (Mangalyaan) เดินทางเข้าสู่วงโคจรของดาวอังคารได้สำเร็จในวันที่ 24 กันยายน 2014 นอกจากนี้อินเดียยังมีแผนการส่งมนุษย์อวกาศอินเดียคนแรกขึ้นสู่วงโคจรของโลกในปี 2022 หากประสบความสำเร็จอินเดียจะกลายเป็นประเทศลำดับที่ 4 ของโลกที่สามารถส่งมนุษย์ขึ้นสู่อวกาศ

ยุคใหม่ของการสำรวจอวกาศได้เริ่มต้นขึ้นแล้วความพยายามของอินเดียในการก้าวขึ้นสู่ชาติมหาอำนาจด้านอวกาศส่วนหนึ่งเกิดจากการแข่งขันพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศกับประเทศจีนซึ่งมีโครงการสำรวจอวกาศที่กำลังพัฒนาแบบก้าวกระโดดด้วยเช่นกัน ในช่วงปลายปี 2018 ที่ผ่านมาองค์กรอวกาศจีน China National Space Administration (CNSA) ประสบความสำเร็จในการนำยานฉางเอ๋อ-4 (Chang’e 4) ลงจอดบริเวณด้านไกลของดวงจันทร์สำเร็จมาแล้ว

อย่างไรก็ตามการแข่งขันพัฒนาด้านเทคโนโลยีอวกาศนั้นไม่ใช่สิ่งที่สูญเปล่าผลลัพธ์ที่ได้ออกมานั้นนอกจากความสำเร็จในการทำภารกิจยังมีงานวิจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น วัสดุศาสตร์ การปลูกพืช ระบบดำรงชีพ เครื่องมือทางการแพทย์และยารักษาโรค รวมไปถึงการพัฒนาบุคคลากรในสาขาที่เกี่ยวข้องอีกจำนวนมากซึ่งสิ่งเหล่านี้กลายเป็นปัจจัยในการพัฒนาประเทศให้มีความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี

 


Hyper-Sub เทคโนโลยีเรือดำน้ำผสมเรือสปีดโบ๊ท

Tue, 23 Jul 2019 12:53:00

เรือ Hyper-Sub มีลักษณะภายนอกคล้ายเรือสปีดโบ๊ทห้องโดยสารอยู่ด้านบนของตัวเรือมีผนังเป็นกระจกรองรับผู้โดยสารได้ 4 ที่นั่ง ความยาวของตัวเรือ 14 เมตร ความกว้าง 5 เมตร ตัวเรือมีน้ำหนักประมาณ 13.6 ตัน สามารถเดินทางบนผิวน้ำในลักษณะเรือสปีดโบ๊ทด้วยความเร็วสูงสุดประมาณ 48 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยใช้เครื่องยนต์ขนาด 480 แรงม้าจำนวน 2 เครื่อง สามารถเดินทางได้ประมาณ 804 กิโลเมตรต่อการเติมเชื้อเพลิงหนึ่งครั้ง

เมื่อปรับโหมดเป็นเรือดำน้ำเรือจะใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ขนาด 272 กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) เรือสามารถดำน้ำลึกสูงสุดได้ประมาณ 366 เมตร สามารถทำความเร็วใต้ผิวน้ำได้ประมาณ 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมงและสามารถดำน้ำได้นาน 12 ชั่วโมง ในกรณีฉุกเฉินสามารถดำน้ำได้นาน 96 ชั่วโมง นอกจากนี้เรือยังสามารถดำน้ำแบบเรียบผิวน้ำโดยใช้ท่อหายใจ (Snorkel) พิเศษติดตั้งไว้ด้านบนของตัวเรือเพื่อดูดอากาศออกซิเจนเข้าสู่ห้องโดยสาร

ในปี 2017 เรือ Hyper-Sub ได้รับความสนใจจากกองทัพสหรัฐอเมริกา โดยเข้าร่วมการทดสอบแสดงอาวุธทางการทหารมีผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีขั้นสูงของกองทัพเรือร่วมสังเกตการณ์ อย่างไรก็ตามยังไม่มีรายงานว่ากองทัพสหรัฐมีคำสั่งซื้อเรือรุ่นนี้เข้าประการหรือไม่ เทคโนโลยีเรือดำน้ำผสมเรือสปีดโบ๊ทอาจยังต้องใช้เวลาวิจัยพัฒนาเพิ่มเติม นอกจากนี้บริษัทเอกชนผู้ผลิตเรือ Hyper-Sub ยังไม่มีแผนการผลิตจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ที่เปิดเผยออกมาอย่างเป็นทางการ


อินเดียลุ้นเป็นชาติที่ 4 ของโลก ส่ง "จันทรายาน-2" จอดดวงจันทร์

Tue, 23 Jul 2019 10:57:00

วานนี้ (22 ก.ค.2562) องค์การวิจัยอวกาศอินเดีย (ISRO) ประสบความสำเร็จในภารกิจปล่อย "จันทรายาน-2" เพื่อไปปฏิบัติภารกิจสำรวจดวงจันทร์ โดยได้มีการปล่อยจรวดนำส่งเมื่อเวลา 14.43 น. ตามเวลาท้องถิ่น ท่ามกลางการโห่ร้องยินดีของผู้คนที่ชมการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์และบนสื่อสังคมออนไลน์ หลังต้องยกเลิกกำหนดการปล่อยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเนื่องจากพบปัญหาทางเทคนิค ที่อาจจะเกี่ยวข้องกับระบบควบคุมจรวดขนส่ง

ภาพ : Indian Space Research Organisation

ภาพ : Indian Space Research Organisation


จันทรายาน-2 จะเข้าสู่วงโคจรของโลก และเคลื่อนที่อยู่นาน 23 วัน ก่อนจะเริ่มเข้าสู่วงโคจรของดวงจันทร์ ซึ่งหากจันทรายาน-2 สามารถลงจอดบนผิวดวงจันทร์ได้สำเร็จ จะทำให้อินเดียเป็นประเทศที่ 4 ของโลก หลังสหภาพโซเวียตส่งยานลูนา 2 ไปลงจอดที่ดวงจันทร์ได้เป็นครั้งแรกของโลก ก่อนที่สหรัฐอเมริกาจะส่งยานอพอลโล 11 พร้อมนักบินอวกาศไปเหยียบดวงจันทร์ได้ในปี 2512 และยานฉางเอ๋อ 4 ของจีนที่ได้ลงจอดด้านไกลสุดของดวงจันทร์เป็นครั้งแรกเมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา

ภาพ : Indian Space Research Organisation

ภาพ : Indian Space Research Organisation


ขณะที่จรวด GSLV-Mk-III ซึ่งเป็นจรวดนำส่งจันทรายาน-2 มีน้ำหนักราว 640 ตัน ความยาว 44 เมตร หรือสูงกว่าอาคาร 15 ชั้น เรียกได้ว่าเป็นจรวดที่มีน้ำหนักมากที่สุดและใหญ่ที่สุดของอินเดีย อีกทั้งมีความสามารถในการปล่อยดาวเทียมที่มีน้ำหนักมากถึง 4 ตัน

ภาพ : Indian Space Research Organisation

ภาพ : Indian Space Research Organisation


ทั้งนี้ ภารกิจ "จันทรายาน-2" เน้นการสำรวจพื้นผิวดวงจันทร์เพื่อค้นหาแหล่งน้ำ แร่ธาตุ และตรวจวัดแผ่นดินไหว ซึ่งจะเน้นการสำรวจบริเวณขั้วใต้ของดวงจันทร์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่แทบไม่เคยได้รับการสำรวจมาก่อน

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

อินเดียแจ้งเลื่อนยิงจรวดส่ง "จันทรายาน-2" ไปดวงจันทร์

 


หุ่นยนต์ "บาร์เทนเดอร์" ชงเครื่องดื่มได้ชั่วโมงละ 80 แก้ว

Tue, 23 Jul 2019 06:07:00

หุ่นยนต์บาร์เทนเดอร์ ในคลับกลางกรุงปรากของสาธารณรัฐเช็ก เป็นหุ่นยนต์ขนาดใหญ่มี 2 แขน และมีฐานเป็นบาร์ ที่สามารถผสมเครื่องดื่มจากขวดเครื่องดื่มต่างๆ บนเพดาน ได้ถึง 16 เมนู


ผู้จัดการของคลับแห่งนี้ เล่าว่า หุ่นยนต์ยังสามารถผสมเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมซับซ้อนอย่างโมฮิโต ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ตั้งแต่หั่นมะนาว เทน้ำตาล และเขย่าไปพร้อมกับน้ำแข็ง นอกจากนี้ ทางร้านยังวางแผนที่จะตั้งโปรแกรมให้มันสามารถผสมเครื่องดื่มได้มากถึง 50 รายการในอนาคต 

สำหรับวิธีสั่งเครื่องดื่มก็ง่ายดายเพียงแค่กดเลือกเมนูบนหน้าจอทัชสกรีน ลูกค้าก็จะได้รับเครื่องดื่มในเวลาไม่นาน เพราะหุ่นยนต์ตัวนี้สามารถผสมเครื่องดื่มได้ถึง 80 แก้วต่อชั่วโมง ขณะที่รสชาติเป็นที่ถูกอกถูกใจของลูกค้า


ทั้งนี้ การนำหุ่นยนต์บาร์เทนเดอร์มาสร้างสีสันในร้าน ไม่ใช่ครั้งแรกที่คลับแห่งนี้สร้างความฮือฮาเรียกลูกค้าด้วยเทคโนโลยีเพราะก่อนหน้านี้ เมื่อ 2 ปีที่แล้ว เคยนำหุ่นยนต์ดีเจมาเปิดเพลงและสแครชแผ่นให้ลูกค้าได้เร้าใจมาแล้ว

 


รำลึก 50 ปี "นีล อาร์มสตรอง" มนุษย์คนแรกเหยียบดวงจันทร์

Sat, 20 Jul 2019 08:21:00

วันนี้ (20 ก.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า Google ได้เปลี่ยนรูปภาพหน้าโฮมเพจประเทศไทย ทำคำค้นเพื่อรำลึกวันครบรอบ 50 ปีของการเหยียบดวงจันทร์ โดยทำคลิปความยาว 4.37 นาที เป็นภาพจรวดที่ถูกปล่อยไปเป็นภาพการ์ตูนสีสันสวยงาม เคลื่อนไหว พร้อมกับข้อความภาษาไทย

อธิบายถึงภารกิจที่ยานอะพอลโล 11 ของสหรัฐอเมริกา นำนีล อาร์มสตรอง และบัซ อัลดริน ขึ้นไปเหยียบพื้นผิวดวงจันทร์ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์  นี่เป็นคำบรรยายที่ทาง Google จัดทำขึ้นในโอกาสรำลึก 50 ปี 

เริ่มติดเครื่องยนต์ ...6,5,4,3,2,1,0 ...เครื่องยนต์ทุกเครื่องทำงานแล้ว ปล่อยยานได้! เราปล่อยยานแล้ว โดยเป็นภาพจรวดค่อยๆทยานขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ

ภาพ :Google

ภาพ :Google

สวัสดีครับผมชื่อไมค์ คอลลินส์ เป็นนักบินในยานอะพอลโล 11

เมื่อ 50 ปีที่แล้ว ผมเข้าร่วมการเดินทางทีน่าตื่นเต้นซึ่งนำนีล อาร์มสตรอง และบัซ อัลดริน ขึ้นไปเหยียบพื้นผิวดวงจันทร์ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ในขณะที่ผมอยู่บนยานบังคับการในวงโคจรสูงเหนือขึ้นไป 96.5 กิโลเมตร ซึ่งเป็นยานที่พาพวกเราทุกคนกลับบ้านเมื่อเสร็จภารกิจ

หลังจากที่ทานมื้อเช้ากันอย่างอิ่มหนำแล้ว ยานอวกาศของเราก็ทะยานขึ้นในเช้าวันที่ 16 ก.ค.1969
นีล บัซ และผมต่างก็รู้สึกถึงภาระที่เราต้องแบกรับไว้

ภาพ :Google

ภาพ :Google

การนำพามนุษยชาติไปเหยียบดวงจันทร์ ต้องใช้คนราว 400,000 คนไม่ว่าจะเป็นวิศวกร นักเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ไปจนถึงช่างตัดเย็บชุดอวกาศ

เราเคยคิดว่าคอมพิวเตอร์ในยาน มีความซับซ้อนมากๆ แต่ความจริงแล้วมันมีความสามารถในการคำนวณน้อยกว่าอุปกรณ์ ที่เราพกติดตัวกันทุกวันนี้เสียอีก

เราต้องอยู่กลางแดดตลอดเวลา ที่เดินทางระหว่างโลกกับดวงจันทร์ จึงต้องควบคุมอุณหภูมิยานด้านกลยุทธ์แบบ “ไก่ย่าง” เป็นการหมุนไปเรื่อยๆเหมือนกับไก่เสียบไม้ย่างนั่นเอง

ครั้งแรกที่เราเห็นในระยะใกล้ ดวงจันทร์สวยงามน่าทึ่งมาก และมีขนาดมหึมาทีเดียว

ดวงอาทิตย์เคลื่อนมาอยู่ด้านหลังดวงจันทร์ ทอแสงสีทองเป็นรัศมีไล่ระดับ เรามองเห็นวิวนี้ได้เต็มตาจากหน้าต่างของยาน

การเห็นวิวดวงจันทร์จากระยะใกล้ในอวกาศก็ว่าน่าประทับใจแล้ว แต่เทียบไม่ได้เลยกับการเห็นโลกใบจิ๋ว
ภาพ :Google

ภาพ :Google

 

โลกเป็นวิวที่เด่นที่สุดเลย น่ามหัศจรรย์จริงๆหลังการลดระดับอย่างทุกลักทุเล ซึ่งใช้เชื้อเพลิงไปเกือบหมด นีล อาร์มสตรองและบัซ อัลดริน ก็ลงจอดบนดวงจันทร์ในวันที่ 20 ก.ค.1969 (พ.ศ.2512) 

ถึงศูนย์บัญชาการฮูสตัน เรียกจากฐานทรานควิลิตี ยานอีเกิลลงจอดแล้ว นี่คือก้าวเล็กๆของมนุษย์(คนหนึ่ง) แต่เป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติ 

นีล และบัช ปักธงชาติอเมริกา และตั้งแผ่นโลหะที่สลักว่า “มนุษย์จากดาวเคราะห์โลกได้ย่างเท้าเหยียบบนดวงจันทร์ครั้งแรก ที่นี่ในเดือนก.ค.1969 เรามาโดยสันติเพื่อมวลมนุษยชาติ”

ผมอยู่ด้านหลังของดวงจันทร์คนเดียว ถึงจะอยู่คนเดียวแต่ไม่ได้รู้สึกโดดเดียว ถ้าลองนับดูนะ มีคน 3 พันล้านกับอีก 2 คนอยู่ด้านหนึ่ง และผมอยู่อีกด้านหนึ่ง ผมรู้สึกสบายใจทีเดียวที่ได้อยู่ตรงนั้น สบายใจนั่งจิบกาแฟร้อนเลยแหละ

เราเดินทางกลับถึงโลกวันที่ 24 ก.ค.1969 โดยลงจอดในมหาสมุทรแปซิฟิก เราได้รับเชิญให้เดินทางไปทั่วโลก และในทุกที่ที่ไป ผมรู้สึกทึ่งที่ใครๆต่างพูดว่า

“เราทำได้แล้ว เราหมายถึงคุณและฉัน ทุกคนที่อยู่บนโลกอันสวยงามใบนี้ เราได้ไปเหยียบดวงจันทร์"

สดร.จัดรำลึกมนุษย์เหยียบดวงจันทร์  

โดยวันนี้ เวลา 13.30-16.00 น. สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) เตรียมจัดกิจกรรมเชิญชวนผู้สนใจร่วมงานเสวนาดาราศาสตร์ “50 years - First man on the moon : ครบรอบ 50 ปี มนุษย์คนแรกเหยียบดวงจันทร์" ล้วงลึกภารกิจอะพอลโล 11 ประวัติศาสตร์ก้าวสำคัญของมวลมนุษยชาติ ที่ ห้องประชุมดร.ถาวร พรประภา ออดิธอเรียม ชั้น 5 อาคารสยามกลการ (BTS สนามกีฬาแห่งชาติ) โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

 

 


ทวิตเตอร์ ยกเครื่องเว็บไซต์ Twitter.com ใหม่ เลียนแบบโมบายแอปฯ

Thu, 18 Jul 2019 11:14:00

การปรับปรุงหน้าเว็บไซต์ใหม่ของทวิตเตอร์ในครั้งนี้เพื่อสร้างความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้ใช้งานและเพื่อการบริหารจัดการเนื้อที่ไม่เหมาะสมที่เป็นอันตราย ซึ่งรูปแบบใหม่ของ Twitter.com จะมีความสดใหม่ อัปเดตใหม่ เร็วขึ้น ง่ายขึ้น และมีความเป็นเฉพาะบุคคลมากขึ้น ซึ่ง look and feel ของ Twitter.com จะใกล้เคียงสอดคล้องกับแอปฯ​ ทวิตเตอร์ในอุปกรณ์ต่าง ๆ

มีการเพิ่มฟีเจอร์มาไว้ในเว็บไซต์ อาทิ ฟีเจอร์ ‘explore’ เพื่อที่จะให้บริการวีดีโอถ่ายทอดสด (live video) และ ฟีเจอร์ ‘moments’ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถถ่ายทอดเรื่องราว ความรู้สึก ออกมาบนเว็บได้เช่นเดียวกันบนมือถือ

นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มธีม "dark mode" และตัวเลือกธีมสีอื่น ๆ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถปรับแต่งหน้าตาธีมตามแต่ความชอบเฉพาะบุคคลได้

ทวิตเตอร์ บอกว่า การรปรับปรุงเว็บไซต์ครั้งนี้เถือเป็นก้าวใหญ่ของบริษัท เพื่อที่บริษัทสร้างให้ Twitter เป็นบริการที่ดีที่สุดสำหรับผู้ใช้งานที่ใช้ทวิตเตอร์ทุกวัน และการปรับปรุงในครั้งนี้ยังทำให้บริษัทสามารถมีจุดแข็งในการสร้างและอัพเดทฟีเจอร์ใหม่ ๆ ให้เร็วขึ้นกว่าเดิมมาก

ในขณะที่ความนิยมในหมู่เซเลบและนักการเมืองทั้งหลาย ทวิตเตอร์ยังคงตามหลังโซเชียลมีเดียอย่าง Facebook และ Instagram อยู่พอสมควรในแง่จำนวนของผู้ใช้งาน ซึ่งทวิตเตอร์บอกว่า บริษัทจะหยุดนับ “จำนวนผู้ใช้งานรายเดือน” หรือ "monthly active users” ซึ่งมีอยู่ราว ๆ เกือบ 330 ล้านคน แต่จะหันมาให้ความสำคัญกับการสร้างรายได้จากผู้ใช้งานประจำวันมากกว่า ซึ่งทวิตเตอร์มีผู้ใช้งานประจำวัน หรือ daily active users อยู่ประมาณ 134 ล้านคนในไตรมาสล่าสุด

 


ชมภาพ "จันทรุปราคาบางส่วน" เช้ามืดวันเข้าพรรษา

Wed, 17 Jul 2019 11:35:00

วันนี้ (17 ก.ค.62) นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการทางดาราศาสตร์ สดร. กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เปิดเผยว่า เช้ามืดวันนี้ ตั้งแต่เวลา 03.02-05.59 น. (ตามเวลาประเทศไทย) เกิดปรากฏการณ์จันทรุปราคาบางส่วน เนื่องจากดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์โคจรมาอยู่ในแนวเดียวกัน มีโลกอยู่กลางระหว่างดวงอาทิตย์กับดวงจันทร์ โดยดวงจันทร์โคจรเข้าไปในเงามืดของโลกแค่บางส่วน ทำให้มองเห็นดวงจันทร์เต็มดวงมีลักษณะเว้าแหว่ง เห็นชัดเจนในหลายพื้นที่ เช่น จ.เชียงราย จ.เชียงใหม่ จ.ขอนแก่น จ.อุดรธานี จ.ชัยนาท กรุงเทพฯ จ.นนทบุรี จ.ปทุมธานี จ.สมุทรปราการ จ.ฉะเชิงเทรา จ.ประจวบคีรีขันธ์ จ.ชุมพร จ.พัทลุง

ปรากฏการณ์จันทรุปราคาบางส่วนในครั้งนี้ เริ่มตั้งแต่เวลาประมาณ 01.44 น. ของวันนี้ ดวงจันทร์เข้าสู่เงามัวของโลก เกิดปรากฏการณ์จันทรุปราคาเงามัว แสงสว่างของดวงจันทร์ลดลงเล็กน้อย สังเกตด้วยตาเปล่าได้ค่อนข้างยาก จนกระทั่งเวลาประมาณ 03.02 น. ดวงจันทร์เข้าสู่เงามืดของโลก เกิดปรากฏการณ์จันทรุปราคาบางส่วน สังเกตเห็นดวงจันทร์เต็มดวง เว้าแหว่งไปทีละน้อย เงาโลกบังมากที่สุด เวลาประมาณ 04.31 น. ประมาณร้อยละ 65 ของเส้นผ่านศูนย์กลางดวงจันทร์ จนสิ้นสุดปรากฏการณ์จันทรุปราคาบางส่วนในเวลาประมาณ 05.59 น. (เช้าวันดังกล่าวในประเทศไทยดวงอาทิตย์ขึ้น เวลาประมาณ 05.56 น.) รวมเวลาเกิดจันทรุปราคาบางส่วนนานเกือบ 2 ชั่วโมง จากนั้นดวงจันทร์เข้าสู่เงามัวของโลกอีกครั้ง และสิ้นสุดปรากฏการณ์โดยสมบูรณ์ในเวลาประมาณ 07.17 น.

สำหรับปรากฏการณ์จันทรุปราคาในประเทศไทยครั้งต่อไป จะเกิดขึ้นในวันที่ 11 ม.ค.63 เป็นจันทรุปราคาแบบเงามัว สังเกตเห็นได้ค่อนข้างยาก

 

ชมปรากฏการณ์จันทรุปราคาบางส่วน  

 


อินเดียแจ้งเลื่อนยิงจรวดส่ง "จันทรายาน-2" ไปดวงจันทร์

Mon, 15 Jul 2019 13:29:00

วันนี้ (15 ก.ค.2562) สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (จิสด้า) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม แจ้งว่า องค์การวิจัยอวกาศอินเดียเลื่อนการยิงจรวดนำส่งจันทรายาน ความคืบหน้าจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง 

โดยก่อนหน้านี้ทางจิสด้า ได้รับแจ้งว่า จะมีการยิงจรวดนำส่งจันทรายานไปดวงจันทร์ ระหว่างวันที่ 14-16 ก.ค.นี้ หรืออาจจะเป็นวันพุธที่ 17 ก.ค.นี้ โดยเส้นทางการยิงดังกล่าว ไม่ส่งผลกระทบต่อประ เทศไทยแต่อย่างใด ทั้งนี้ ชิ้นส่วนท่อนสุดท้ายจะตกในทะเลอันดามันห่างจากชายหาดภูเก็ตประมาณ 350 กิโลเมตร

โดยองค์การวิจัยอวกาศของอินเดีย ได้แถลงยกเลิกการเลื่อนส่งจันทรายาน-2 ไปดวงจันทร์ ก่อนกำหนดปล่อยจรวดในเวลา 02.51 น.ตามเวลาท้องถิ่นของเช้ามืดวันนี้ ในเวลาเพียง 56.24 นาทีแจ้งยกเลื่อน เนื่องจากพบปัญหาทางเทคนิค ที่อาจจะเกี่ยวข้องกับระบบควบคุมจรวดขนส่ง และจะประกาศกำหนดการส่งยานใหม่ให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง

 

 

ขณะที่สำนักงานต่างประเทศรายงานว่า ชาวอินเดียให้ความสนใจกับการเปิดตัว Chandryaan - 2 ภารกิจไร้คนขับคนที่ 2 ของอินเดียสู่ดวงจันทร์ ซึ่งพร้อมจะออกเดินทางโดยครอบครัวชาวอินเดียพากันมาศึกษานิทรรศการดวงจันทร์ที่จัดแสดงที่ Nehru Planetarium ในบังกาลอร์

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้จิสด้า ให้ข้อมูลว่าจิสด้า ได้รับข้อมูลจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ว่า "หน่วยการบินพลเรือนอินเดีย แจ้งเตือนจะมีการยิงจรวดส่งจันทรายานไปลงดวงจันทร์เพื่อทำการสำรวจพื้นผิวดวงจันทร์ ระหว่างวันที่ 14-16 กรกฎาคม 2562 เวลาประมาณ 04.00-05.00 น. (เวลาในประเทศไทย) หรืออาจจะเป็นวันพุธที่ 17 ก.ค.2562"

อย่างไรก็ตาม หากไม่สามารถทำการยิงจรวดได้ในวันและเวลาดังกล่าว อาจจะทำการยิงในช่วงวันที่ 18-30 ก.ค.นี้ ระหว่างเวลา 15.30 น. ถึง 17.00 น. และจากการประเมินเส้นทางการยิงจรวดในเบื้องต้นไม่ส่งผลกระทบกับเส้นทางการบินและประเทศไทยแต่อย่างใด

 

ภาพ:จิสด้า

ภาพ:จิสด้า

โดยชิ้นส่วนจรวดทั้ง 4 ท่อนหลักจะตกบริเวณทะเลอันดามันทั้งหมด และชิ้นส่วนท่อนสุดท้าย (ท่อนที่ 4) จะตกห่างจากชายหาดจังหวัดภูเก็ตประมาณ 357.05 กิโลเมตร 

ทั้งนี้ ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่อาจจะเห็นลำแสงจากการระเบิดของชิ้นส่วนจรวดได้ สำหรับการยิงจรวดส่งดาวเทียมในครั้งนี้ เป็นการยิงจรวด GSLV MKIII เพื่อส่งดาวเทียมไปศึกษาสำรวจดวงจันทร์ จากฐานปล่อยศรีหริโกตา ประเทศอินเดีย และหากมีการเปลี่ยนแปลงประการใด ทางจิสด้าจะแจ้งให้ทราบทันที

 

 

 

 


รถไฟความเร็วสูงขบวนแรกของโลกที่ใช้พลังงานแบตเตอรี่

Mon, 15 Jul 2019 11:05:00

บริษัทรถไฟญี่ปุ่นตอนกลางเผยโฉมรถไฟหัวกระสุน หรือ “ชิงกันเซ็ง” ขบวนแรกที่ใช้แบตเตอรี่ และได้ทำการทดลองวิ่งให้สื่อมวลชนได้ชม เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ชิงกันเซ็งขบวนใหม่นี้วิ่งด้วยพลังงานแบตเตอรี่ ถือเป็นรถไฟความเร็วสูงขบวนแรกของโลกที่ใช้พลังงานแบตเตอรี่

ในกรณีฉุกเฉิน ชิงกันเซ็งที่วิ่งด้วยพลังงานแบตเตอรี่จะสามารถวิ่งได้ไปจนถึงสถานีเติมพลังงานที่อยู่ใกล้ที่สุดได้ ไม่เช่นนั้นจะต้องปล่อยให้รถไฟติดค้างอยู่ในอุโมงค์หรือบนสะพานระหว่างแบตเตอรี่หมด โดยรถไฟหัวกระสุนที่ใช้แบตเตอรี่ หรือ ขบวน N700S นี้จะเริ่มให้บริการในปี ค.ศ. 2020 ซึ่งจะพกพาแบตเตอรี่ไว้ใต้ตู้โดยสารรถไฟ

อนึ่ง การทดสอบในครั้งนี้ทำขึ้นที่เมืองมิชิมะ จังหวัดชิซูโอกะ ประเทศญี่ปุ่น


"ภูเวียง" ดินแดนไดโนเสาร์กับความหวังสู่อุทยานธรณีโลก

Sat, 13 Jul 2019 18:05:00

วานนี้ (12 ก.ค.2562) นายสมหมาย เตชวาล อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี และนายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ร่วมเปิดศูนย์ข้อมูลอุทยานธรณีขอนแก่น หรือ GEO PARK Khonkhaen ในพื้นที่ อ.เวียงเก่า และ อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น เพื่อเป็นแหล่งศึกษาวิจัยเกี่ยวกับไดโนเสาร์ในภาคอีสาน โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.ภูเวียง ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยเดิมของไดโนเสาร์หลากหลายสายพันธฺุ์  เนื่องจากเป็นจุดค้นพบไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่ของโลกถึง 5 สายพันธุ์

 

นายสมหมาย ระบุว่า ฟอสซิลของไดโนเสาร์ถือเป็นมรดกทางธรณีวิทยาของประเทศ จึงต้องมีการเก็บรักษาเป็นอย่างดี ภายใต้ พ.ร.บ.คุ้มครองซากดึกดำบรรพ์ เพื่อให้เกิดองค์ความรู้ทางการศึกษาของเยาวชนและเป็นวัตถุดิบสำหรับการศึกษาวิจัย 

หากประเทศไทย โดยเฉพาะที่ภาคอีสานสามารถค้นพบกระดูกไดโนเสาร์ได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ก็อาจกลายเป็นอันดับ 1 ของเอเชียได้ ขณะที่ตอนนี้เราก็เป็นที่ 1 ของอาเซียนแล้ว 

อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี ระบุว่า จากนี้จะมีการทยอยขึ้นทะเบียนคุ้มครองซากดึกดำบรรพ์ให้ครบถ้วน และจะมีการตั้งอนุกรรมการคุ้มครองซากดึกดำบรรพ์เพื่อดูแลโดยตรง และนำไปสู่การจัดการอย่างยั่งยืน

 

ภูเวียงไปสู่ระดับโลกได้ ซึ่งต้องผ่านการศึกษาวิจัยอย่างเข้มข้น เพื่อให้ผ่านการพิจารณาของยูเนสโก ขอนแก่นมีจุดแข็งที่คนในพื้นที่จริงจัง โดยในปีนี้ หากสามารถผ่านการคัดเลือกระดับประเทศได้ จะถือเป็นก้าวสำคัญสู่อุทยานธรณีโลก

5 ไดโนเสาร์พันธุ์ใหม่ของโลกเป็นการค้นหาเพียง 10% ในภูเวียง

ดร.สุรเวช สุธีธร อาจารย์ภาควิชาชีววิทยา ด้านไดโนเสาร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ระบุว่า จากการศึกษาวิจัยพบว่า ภูเวียงเป็นพื้นที่วางไข่ของไดโนเสาร์ ซึ่งอุดมสมบูรณ์มาก เนื่องจากได้ค้นพบทั้งไดโนเสาร์กินเนื้อ และไดโนเสาร์กินพืช นอกจากนี้ยังพบตั้งแต่ลูกไดโนเสาร์ที่ออกจากไข่ไปจนถึงไดโนเสาร์รุ่นปู่ รุ่นย่า ซึ่งถือเป็นพื้นที่ที่สำคัญมาก

เราเจอไดโนเสาร์ที่ภูเวียง ซึ่งเป็นสายพันธุ์ใหม่ของโลกแล้ว 5 ตัว ทั้งตัวเล็กเท่าไก่ ตัวใหญ่เท่าช้าง ซึ่งเหมือนเป็นพื้นที่อนุบาลไดโนเสาร์ที่อุดมสมบูรณ์มาก

 

ดร.สุรเวช ยังระบุว่า ที่ผ่านมาการขุดค้นและศึกษาไดโนเสาร์ที่ภูเวียงนั้น มีหลุมขุดทั้งหมด 9 หลุม ซึ่งได้ค้นพบทั้งไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่ ชนิดใหม่ และมีชิ้นส่วนเกือบครบสมบูรณ์ แต่ทั้งหมดนี้คาดว่ายังไม่ถึงร้อยละ 10 ของไดโนเสาร์ที่มีอยู่ในภูเวียง ดังนั้น หากมีการศึกษาวิจัยอย่างจริงจังก็คาดว่าในอนาคตประเทศไทยอาจมีไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่ของโลกอีกจำนวนมาก

สตูลโมเดล ต้นแบบอุทยานธรณีโลก

ดร.ป้องศักดิ์  ทองเนื้อแข็ง  รองผู้อำนวยการอุทยานธรณีโลกสตูล ระบุว่า อุทยานธรณีโลกนั้น ต้องเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญทางธรณีวิทยา ซึ่งนำไปสู่การจัดการและการพัฒนาอย่างยั่งยืน การจะผลักดันภูเวียงไปสู่ระดับโลกนั้น จำเป็นต้องมีความพร้อมในหลายด้าน โดยอาจยึดสตูลโมเดล เพื่อเตรียมความพร้อม โดยกรมทรัพยากรธรณีได้ช่วยเหลือด้านข้อมูลงานวิจัยแล้ว ดังนั้น ทุกภาคส่วนก็ต้องร่วมมือกัน โครงสร้างการบริหารที่ดีเป็นสิ่งจำเป็น การมีส่วนร่วมของชุมชนก็เป็นเรื่องสำคัญ

ให้ชุมชนมีส่วนร่วม มีการนำเที่ยว ให้เด็กในพื้นที่ได้เรียนรู้ พาไปดูฟอสซิลของจริง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการเรียนวิทยาศาสตร์ ซึ่งที่สตูลโรงเรียนมัธยมฯ และประถมฯ เริ่มมีการปรับหลักสูตรเพื่อให้เด็กได้ศึกษาเรียนรู้ไดโนเสาร์อย่างจริงจังแล้ว

 

ดร.ป้องศักดิ์ ระบุอีกว่า ยูเนสโก ซึ่งเป็นผู้พิจารณาอุทยานธรณีโลกนั้น ให้ความสำคัญกับคนในพื้นที่เป็นอย่างมาก ดังนั้น ควรมีการจัดการจากชุมชน สนับสนุนอาสานำเที่ยว มีการปลูกพืชเศรษฐกิจที่ผูกโยงกับธรณีวิทยาในชุมชน มีการผูกโยงวัฒนธรรม เช่น การปลูกฝ้ายจากหินโบราณ รวมถึงการพัฒนาไดโนเสาร์ 5 สายพันธุ์ใหม่ของโลกที่พบที่ภูเวียงเป็นหุ่นให้ทุกคนผ่านไปมาได้พบเห็น นำไปทำเป็นชุดยูนิฟอร์มของหน่วยงานในพื้นที่ด้วยก็จะยิ่งเป็นรูปธรรมมากขึ้น

อบจ.เองก็ต้องร่วมออกงบสร้างป้ายขนาดใหญ่ เพื่ออธิบายเรื่องราวและโปรโมตด้วย เพราะยูเนสโกให้ความสำคัญกับการสื่อความหมายมาก หากทำได้ทั้งหมดนี้ อุทยานธรณีโลกก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอน

 


ข่าวดี! พบ "ภูเวียงเวเนเตอร์ แย้มนิยมมิ" ไดโนเสาร์พันธุ์ใหม่ของโลก

Fri, 12 Jul 2019 16:47:00

วันนี้ (12 ก.ค.2562) นายสมหมาย เตชวาล อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี เปิดเผยว่า การศึกษาชิ้นส่วนของไดโนเสาร์ที่ขุดค้นพบใน อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น ทำให้ได้พบไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่ของโลกในประเทศไทย ซึ่งนับเป็นสายพันธุ์ที่ 10 ของประเทศ 

 

สำหรับไดโนเสาร์สายพันธุ์นี้ มีชื่อว่า "ภูเวียงเวเนเตอร์ แย้มนิยมมิ" (PHUWIANG VENATOR YAEMNIYOMI) หมายถึง ไดโนเสาร์นักล่าแห่งเทือกเขาภูเวียง ส่วนแย้มนิยมมิ ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติให้แก่ คุณสุธรรม แย้มนิยม อดีตข้าราชการกรมทรัพยากรธรณี ผู้ค้นพบกระดูกไดโนเสาร์ชิ้นแรกของประเทศไทย ที่อุทยานแห่งชาติภูเวียงเมื่อ 40 กว่าปีก่อน อันนำมาสู่การศึกษาวิจัยไดโนเสาร์ในประเทศไทยในเวลาต่อมา

 

นายสมหมาย ยังระบุว่า กรมทรัพยากรธรณี จะร่วมสนับสนุนการศึกษาวิจัยและขุดค้นกระดูกชิ้นส่วนของไดโนเสาร์ตัวนี้เพิ่มเติม พร้อมทั้งต้องมีการเตรียมมาตรการ เพื่อดูแลรักษามรดกของโลกเหล่านี้ให้คงอยู่ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับเยาวชนต่อไป

 

มุ่งมั่นศึกษาหวังเจอไดโนเสาร์พันธุ์ใหม่ของโลก

นายอดุลย์  สมาธิ นักศึกษาปริญญาเอก มหาวิทยาลัยบอนน์  สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี  ผู้ศึกษาวิจัยกระดูกชิ้นส่วนของภูเวียงเวเนเตอร์ แย้มนิยมมิ ระบุว่า ได้เห็นชิ้นส่วนของไดโนเสาร์กินเนื้อ ซึ่งประกอบด้วย กระดูกสันหลังส่วนสะโพก กระดูกมือ และเล็บ กระดูกหน้าแข้ง ข้อเท้า ฝ่าเท้า และเท้า ซึ่งถูกขุดค้นพบตั้งแต่ปี 2536 จึงทำให้สนใจศึกษา เพราะจากการพิจารณาเบื้องต้น มั่นใจว่าเป็นไดโนเสาร์ที่มีลักษณะพิเศษ และมีแนวโน้มว่าจะเป็นไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่ของโลก

ภาพ : กรมทรัพยากรธรณี

ภาพ : กรมทรัพยากรธรณี

 

นายอดุลย์ ระบุว่า ภูเวียงเวเนเตอร์ แย้มนิยมมิ มีลำตัวยาวประมาณ 6 เมตร โดยพบในชั้นหินทรายสีแดงของหมวดหินเสาขัว อายุประมาณครีเทเชียสตอนต้น 130 ล้านปี

นอกจากนี้ ภูเวียงเวเนเตอร์ แย้มนิยมมิ ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มเมกะแรพเตอรา เนื่องจากมีลักษณะทั่วไปคล้ายไดโนเสาร์อื่นๆ ในกลุ่มเมกะแรพเตอรา คือ มีขาหน้าและขาหลังที่ยาว บ่งบอกถึงการวิ่งเร็ว มีกรงเล็บใหญ่ กะโหลกเรียวกว่าที่พบในไดโนเสาร์กินเนื้อทั่วไป

หวังขุดค้น "ภูเวียงเวเนเตอร์ แย้มนิยมมิ" เพิ่มเติม

ดร.สุรเวช  สุธีธร อาจารย์ภาควิชาชีววิทยา ด้านไดโนเสาร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ระบุว่า  กระดูกไดโนเสาร์ภูเวียงเวเนเตอร์ แย้มนิยมมี ได้มาจากการขุดค้นที่หลุม 9 B ซึ่งถูกพบตั้งแต่ปี 2536 และถูกนำมาศึกษาวิจัยในปี 2562 ทำให้พบว่า ประเทศไทยมีไดโนเสาร์สายพันธุ์แรพเตอร์ขนาดใหญ่และเป็นชนิดใหม่สกุลใหม่ของโลก

ตัวใหม่นี้ค้นพบได้กว่า 30 ปีแล้ว แต่เจอเพียงไม่กี่ชิ้น จึงเก็บไว้ในคลัง จนปี 2562 มีนักศึกษาที่สนใจศึกษาเรื่องสัตว์กินเนื้อ จึงหยิบกระดูกออกมาวิจัย ซึ่งลักษณะพิเศษของไดโนเสาร์กลุ่มนี้ สามารถจำแนกและบอกได้ว่าเป็นสายพันธุ์ใหม่ของโลก

 

ดร.สุรเวช ระบุว่า ก่อนหน้านี้ที่ภูเวียงมีการค้นพบไดโนเสาร์กินเนื้อหลายตัว ซึ่งเทียบแล้วใกล้เคียงกับกลุ่มของทีเร็กซ์ เป็นไดโนเสาร์นักล่าจากทางอเมริกาเหนือ แต่ตัวที่เจอตัวใหม่จะแตกต่างจากตัวเดิมๆ ที่เคยเจอ เป็นนักล่าขนาดกลางๆ

 

ในอนาคตทางทีมนักวิจัยได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่เพื่อขุดค้นซากของภูเวียงเวเนเตอร์ แย้มนิยมมิเพิ่มเติม  เนื่องจากสภาพกระดูกที่พบสมบูรณ์มาก จึงคาดหวังว่าจะสามารถเจอกระดูกส่วนอื่นเพิ่มเติมอีก เพื่อขยายผลไปถึงความสัมพันธ์กับไดโนเสาร์ตัวอื่นๆ

9 ไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่ในไทย


ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ เคยมีการขุดพบฟอสซิลกระดูกไดโนเสาร์ในประเทศไทยแล้วกว่า 16 ชนิด ในจำนวนนี้เป็นไดโนเสาร์ชนิดใหม่ของโลก 9 ชนิด ได้แก่

 


เปิดบริการ "แท็กซี่ เฮลิคอปเตอร์" ในนิวยอร์ก

Thu, 11 Jul 2019 10:53:00

Uber เปิดตัวบริการ Uber Copter ซึ่งเป็นบริการแท็กซี่เฮลิคอปเตอร์ ระยะสั้น 8 นาที จากตัวเมืองย่านแมนฮัตตันใต้ไปสนามบิน JFK ในช่วงเวลากลางวันที่เป็นเวลาเร่งด่วนของวันธรรมดา ค่าโดยสารเที่ยวเดียวราคา 200 เหรียญสหรัฐ

บริษัทมองว่าการนำยานพาหนะอิเล็กทรอนิกส์ขับเคลื่อนเองมาให้บริการแท็กซี่เฮลิคอปเตอร์นั้นจะช่วยให้การคมนาคมขนส่งรวดเร็วขึ้นและปลอดภัยขึ้น ซึ่งปัจจุบันเริ่มมีให้บริการในจำนวนจำกัดตามความต้องการ ไม่ใช่ว่าทุกคนสามารถใช้บริการได้ บริการนี้ใช้ได้เฉพาะลูกค้าที่เป็นระดับแพลทินัมและเพชรเท่านั้น Uber ไม่ได้บริหารเที่ยวบินเองแต่ได้ให้บริษัทเฮลิคอปเตอร์ที่มีใบอนุญาตทำการบินให้

ผู้ใช้งานจะเห็นตัวเลือกเฮลิคอปเตอร์ขึ้นมาในแอปฯ ตอนที่เลือกที่จะวางแผนการเดินทางที่เกียวข้องกับเส้นทางที่อยู่ต่ำกว่าแมนฮัตตัน สนามบิน JFK หรือเลือกพื้นที่ที่จะเข้าถึง West Side ไฮเวย์ แผนการเดินทางจะเริ่มต้นหรือสิ้นสุดลงในพื้นที่ที่ออกแบบไว้เหล่านี้ถึงจะเห็นตัวเลือกเฮลิคอปเตอร์แท็กซี่ขึ้นมาในแอปฯ ผู้ใช้สามารถจองใช้บริการในวันหยุดได้ และสามารถจองใช้บริการได้ล่วงหน้าก่อนการเดินทางถึง 5 วัน

ผู้โดยสารที่จะเดินทางด้วยแท็กซี่เฮลิคอปเตอร์นี้ซึ่งมีที่นั่ง 5 ที่ สามารถจะนำกระเป๋าถือและกระเป๋าส่วนตัวขึ้นไปได้ แต่มีข้อห้ามคือ ห้ามให้ทิปกับนักบิน

บริษัทมีแผนจะขยายบริการเฮลิคตอปเตอร์แท็กซี่ในพื้นที่อื่น ๆ สำหรับตอนนี้เปิดเพียงเส้นทางไปสนามบินเท่านั้นเพื่อศึกษาการให้บริการแบบ ride-hailling โดยเครื่องบิน ซึ่งบริการใหม่นี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงเรื่องความปลอดภัยของการจราจรทางอากาศในเขตเมือง แต่ทาง Uber เองก็ยืนยันว่ามีความปลอดภัยเพราะทำงานร่วมกับ HeliFite ซึ่งมีความปลอดภัยสูง