เพื่อไทย จ่อยื่นตีความ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์หาร 500 ขัด รธน.

Thu, 7 Jul 2022 10:56:00

วันนี้ (7 ก.ค.2565) พรรคเพื่อไทย ออกแถลงการณ์เรื่องมติรัฐสภาขัดต่อรัฐธรรมนูญ ไม่ชอบด้วยกฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 1) พ.ศ.2564 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 91 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เปลี่ยนแปลงระบบการเลือกตั้ง ส.ส.จากระบบจัดสรรปันส่วนผสมมาเป็นระบบคู่ขนาน ซึ่งเป็นระบบเดียวกับที่ใช้ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 และรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ที่แก้ไขเพิ่มเติม ใน พ.ศ.2554

การเลือกตั้งตามระบบใหม่นี้ แยกการเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อออกจากกัน ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ แบบละ 1 ใบ การคํานวณจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมืองเป็นสัดส่วนที่สัมพันธ์กันโดยตรงกับคะแนนรวมในแบบบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองนั้นได้รับ ไม่มีการนําจำนวน ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่พรรคการเมืองได้รับมาพิจารณาว่าผลสุดท้ายพรรคการเมืองนั้นจะได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อเท่าใด

ร่าง พรป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ทั้ง 4 ร่าง รวมทั้งร่างของคณะรัฐมนตรี ซึ่งเป็นร่างหลักในการพิจารณาในการแก้ไขมาตรา 128 แห่ง พรป.เลือกตั้งฯ ต่างก็เสนอวิธีการคํานวณ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญที่แก้ไขเพิ่มเติมเหมือนกัน คือ ให้นําผลคะแนนรวมที่ทุกพรรคการเมืองได้รับจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อหารด้วย 100 แล้วนําผลลัพธ์ไปหารคะแนนที่แต่ละพรรคการเมืองได้รับ ผลก็คือจำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมือง โดยไม่คํานึงว่าพรรคการเมืองจะได้ ส.ส.แบ่งเขตเท่าใด ซึ่งคณะกรรมาธิการที่รัฐสภาตั้งก็เห็นชอบกับร่างที่แก้ไข มาตรา 128 โดยไม่มีการแก้ไข

แต่ 2 วันนี้ มีข่าวมาตลอดว่ามีผู้มีอำนาจในรัฐบาลต้องการให้เปลี่ยนแปลงระบบการเลือกตั้งกลับไปเป็นระบบจัดสรรปันส่วนผสมเพื่อสืบทอดอำนาจของตนต่อไป โดยไม่คำนึงถึงกฎหมายและข้อบังคับของรัฐสภา คำนึงแต่ความอยู่รอดและผลประโยชน์ทางการเมืองของตน วันนี้ (7 ก.ค.2565) สมาชิกรัฐสภาจำนวนหนึ่ง ซึ่งอยู่ในซีกรัฐบาลได้ใช้เสียงข้างมากจงใจกระทำการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 โดยลงมติแก้ไขมาตรา 128 ตามกรรมาธิการเสียงข้างน้อย เพื่อนําระบบจัดสรรปันส่วนผสมที่ถูกยกเลิกโดยรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2564 กลับมาใช้ การแก้ไขเช่นนี้ขัดมาตรา 91 แห่งรัฐธรรมนูญที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2564 และข้อบังคับการประชุมรัฐสภาอย่างชัดเจน

พรรคเพื่อไทย จึงขอแถลงให้สื่อมวลชนและพี่น้องประชาชนได้ทราบถึงการใช้เสียงข้างมากกระทำการตามอำเภอใจ ฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญเพื่อสืบทอดอำนาจ และพรรคเพื่อไทยจะดำเนินการเพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยประเด็นร่างมาตรา 128 ขัดรัฐธรรมนูญต่อไป

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง รัฐสภาโหวตใช้สูตรคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์หาร 500 

 

 


รัฐสภาโหวตใช้สูตรคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์หาร 500

Thu, 7 Jul 2022 06:33:00

เมื่อคืนนี้ (6 ก.ค.2565) ในการประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในมาตรา 23 ว่าด้วยการคำนวณ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ โดยภายหลังจากที่ได้ใช้เวลาร่วม 4 ชม.ในการอภิปราย

ที่ประชุมได้มีมติเสียงข้างมาก ด้วยคะแนน 392 เสียง เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างน้อยและสงวนคำผู้แปรญัตติ โดยให้ใช้วิธีคำนวณ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ด้วยวิธีการหารด้วย 500 โดยมีคะแนนเสียงไม่เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก ที่ให้หารด้วย 100 ด้วยคะแนนเสียง 160 เสียง และงดออกเสียง 23 เสียง ไม่ประสงค์ลงคะแนน 2 เสียง

ทั้งนี้ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ได้อภิปรายในฐานะกรรมาธิการคนสุดท้ายก่อนจะลงมติว่า หากรัฐสภามีมติการกลับไปใช้สูตรวิธีหาร 500 นั้นถือว่า ขัดรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมปี 2564 มาตรา 91 อย่างชัดเจน ซึ่งประเด็นนี้ฝ่ายค้านจะนำไปใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจในประเด็นจงใจฝ่าฝืนบทบัญญัติรัฐธรรมนูญต่อไป 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 

สภาฯ ลงมติใช้บัตรเลือกตั้ง ส.ส.2 ใบคนละเบอร์

 


รองผู้ว่าฯ กทม. ยอมรับมีข้อจำกัดเรื่องจัดเก็บรายได้

Wed, 6 Jul 2022 20:38:00

วันนี้ (6 ก.ค.2565) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมสภากรุงเทพมหานคร (กทม.) อภิปรายถึงที่มาของงบประมาณ วงเงิน 79,000 ล้านบาท โดยเห็นตรงกันว่าปัญหาการจัดเก็บรายได้ กทม. ที่เดิมทีมีรายได้ส่วนใหญ่มาจากภาษีโรงเรือนและที่ดิน โดยสามารถจัดเก็บรายได้ส่วนนี้ได้ถึง 15,000 ล้านบาท

แต่เมื่อเปลี่ยนเป็นการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตั้งแต่ปี 2563 ที่มีการลดหย่อนตามบทเฉพาะกาล และปรับลดภาษีเพื่อบรรเทาผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้รายได้ของ กทม.ลดลงอย่างมาก โดยปี 2564 กทม.มีรายได้จากส่วนนี้เพียง 1,800 ล้านบาท

นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯ กทม. ชี้แจงว่า การเก็บภาษีป้ายมีอัตราค่าธรรมเนียม เท่าที่ประเมินเบื้องต้นการจัดเก็บในปี 2565 น่าจะเกินเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้ พร้อมยอมรับว่า การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างยังมีข้อจำกัด

จากการสำรวจพบว่า สภาพพื้นที่จริงเปลี่ยนแปลงไป ไม่สอดคล้องกับโฉนด และไม่ได้รับความร่วมมือ โดยเฉพาะเมื่อประเมินราคาภาษีไปแล้วบางเขตมากกว่าครึ่งที่หนังสือถูกส่งตีกลับ ดังนั้นจึงต้องพัฒนาระบบ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือน ก.ย.นี้

อีกประเด็นที่มีสมาชิกอภิปรายค่อนข้างมาก คือปัญหาของศูนย์พัฒนาเด็กอ่อนก่อนวัยเรียนที่ไม่ได้มาตรฐาน โดยนางลักขณา ภักดีนฤนาถ ส.ก.พรรคก้าวไกล เสนอให้ฝ่ายบริหารจัดสรรงบประมาณมาให้ศูนย์ละ 1 ล้านบาท และดูแลสวัสดิการให้ครูอาสาที่เป็นพี่เลี้ยง

น.ส.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯ กทม. ชี้แจงว่า ประเด็นดังกล่าวเป็นนโยบายของผู้ว่าฯ ชัชชาติ อยู่แล้ว และไม่ได้แยกการทำงานระหว่างรองผู้ว่าฯ สองคนที่กำกับดูแล พร้อมยอมรับว่า สิ่งที่สมาชิกอภิปรายเป็นปัญหาจริง ส่วนเรื่องสวัสดิการครูอาสาในศูนย์พัฒนาเด็กอ่อนก่อนวัยเรียน จะต้องไปแก้ไขข้อบัญญัติ จึงจะสามารถดูแลสวัสดิการและบรรจุครูผู้ดูแลเด็กได้ตามข้อเสนอของสมาชิก

 

อ่านข่าวอื่นๆ

สภา กทม.เรียกร้องผู้มีอำนาจเดินหน้า "เลือกตั้ง ส.ข."

กางร่างงบฯ กทม.ปี 66 วงเงิน 7.9 หมื่นล้านบาท

"ชัชชาติ" ย้ำทำงานระดับท้องถิ่น ขออย่าเปรียบเทียบกับนายกฯ

 


ทูตสวิสฯ พบนายกรัฐมนตรี ชวนขับรถ EV วนรอบทำเนียบ

Wed, 6 Jul 2022 19:39:00

วันนี้ (6 ก.ค.2565) นางเฮเลเนอ บุดลีเกอร์ อาร์ทิเอดา (H.E. Mrs. Helene Budliger Artieda) เอกอัครราชทูตสมาพันธรัฐสวิสประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่ออำลาเนื่องในโอกาสพ้นจากหน้าที่

 


อย่างไรก็ตาม หลังหารือกันแล้วเสร็จ เอกอัครราชทูตสมาพันธรัฐสวิสฯ ทราบว่ารัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการสนับสนุน รถ EV จึงเชิญนายกรัฐมนตรีทดลองขับรถ EV พลังงานไฟฟ้า โดยรถคันดังกล่าวเป็นมินิคูเปอร์ สีแดง ซึ่งนายกรัฐมนตรีเป็นผู้โดยสารนั่งกับเจ้าหน้าที่ ก่อนจะรับคำเชิญ กลายเป็นสารถีขับวนหน้าตึกไทยคู่ฟ้า โดยมีเอกอัครราชทูตฯ นั่งเคียงคู่ไปด้วย

 


ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสอบถามข้อมูลพบว่า รถไฟฟ้าพลังงานสะอาดคันดังกล่าว เป็นรถที่นางเฮเลเนอ บุดลีเกอร์ อาร์ทิเอดา ขับใช้งานระหว่างปฏิบัติหน้าที่ในเมืองไทย เพื่อลดพลังงานเชื้อเพลิง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยราคาอยู่ที่คันละกว่า 2.5 ล้านบาท

 


วิป 3 ฝ่ายเคาะอภิปรายไม่ไว้วางใจ 19-22 ก.ค. ลงมติ 23 ก.ค.

Wed, 6 Jul 2022 17:44:00

วันนี้ (6 ก.ค.2565) นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน เปิดเผยภายหลังประชุมร่วมกันของวิป 3 ฝ่าย คือ วิปฝ่ายค้าน วิปรัฐบาล และตัวแทนจากคณะรัฐมนตรี โดยที่ประชุมมีมติกำหนดวันอภิปรายไม่ไว้วางใจ ในวันที่ 19-22 ก.ค.นี้ ลงมติวันที่ 23 ก.ค. โดยฝ่ายค้านได้เวลาอภิปรายรวม 45 ชั่วโมง ครม. ส.ส. รัฐบาล และประธานสภา ได้เวลารวม 18 ชั่วโมง

ส่วนการอภิปรายจะแบ่งเป็นอภิปรายรัฐมนตรีทีละคน อภิปรายพ่วง คือมีเป้าหมายหลัก เป้าหมายรอง และอภิปรายพ่วงได้ทั้งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี บุคคนอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยจะเริ่มอภิปรายตั้งแต่เวลา 08.30-00.30 น. วันสุดท้ายอภิปรายไม่เกินเที่ยงคืน ส่วนลงมติวันที่ 23 ก.ค.จะเริ่มเวลา 10.30 น. ทั้งนี้ผู้อภิปรายของฝ่ายค้าน 1 คนสามารถอภิปรายได้หลายรัฐมนตรี แต่จะต้องเป็นคนละประเด็น

ประธานวิปฝ่ายค้าน ระบุอีกว่า ฝ่ายค้านพอใจกับเวลาที่ได้รับจัดสรร 45 ชั่วโมง ซึ่งการอภิปรายครั้งนี้ฝ่ายค้านอาจจะเปลี่ยนรูปแบบ โดยอภิปรายนายกรัฐมนตรีในวันสุดท้าย เพื่อให้ประชาชนได้ติดตามการอภิปรายจนถึงวันสุดท้าย

 

อ่านข่าวอื่นๆ

สภาฯ ลงมติใช้บัตรเลือกตั้ง ส.ส.2 ใบคนละเบอร์

สภา กทม.เรียกร้องผู้มีอำนาจเดินหน้า "เลือกตั้ง ส.ข."

ศาลฎีกาสั่งจำคุก 2 ปี "เทพไท-มาโนช" เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี

 


"ไผ่ ดาวดิน-พวก" สืบพยานคดีชุมนุมขอนแก่น ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

Wed, 6 Jul 2022 16:20:00

วันนี้ (6 ก.ค.2565) ศาลแขวงจังหวัดขอนแก่น นัดสืบพยานฝ่ายจำเลยในคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทย์ยื่นฟ้องนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน, นายวชิรวิทย์ เทศศรีเมือง หรือ เซฟ แกนนำกลุ่มขอนแก่นพอกันที, นายพริษฐ์ ชีวารักษ์ หรือ เพนกวิน แกนนำกลุ่มราษฎร, นายปฏิวัติ สาหร่ายแย้ม หรือ หมอลำแบงค์ และนายธนภณ เดิมทำรัมย์ ในข้อหาฝ่าฝืนพระราชกำหนดฉุกเฉิน พระราชบัญญัติควบคุมโรค และการไม่ขออนุญาตใช้เครื่องขยายเสียง กรณีจัดกิจกรรมทางการเมืองเมื่อปี 2563

นายจตุภัทร์ เปิดเผยหลังให้ถ้อยคำในชั้นศาล ว่า ส่วนตัวไม่กังวล เพราะเชื่อว่าการกระทำในลักษณะดังกล่าวเป็นสิทธิเสรีภาพ แต่ที่ผ่านมารัฐบาลพยายามใช้กฎหมายมาเป็นเครื่องมือ เพื่อไม่ให้ประชาชนรวมตัวรวมกลุ่ม เพราะเห็นว่าเมื่อเกิดการรวมกลุ่มแล้วจะเป็นพลังในการขับเคลื่อน ซึ่งจริงๆ แล้วรัฐควรให้คุณค่าประชาชนในการแสดงออกทางด้านสิทธิเสรีภาพ

ด้านนายพัฒนะ ศรีใหญ่ ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ระบุว่า วันนี้ (6 ก.ค.) ศาลมีคำสั่งนัดสืบพยานฝ่ายจำเลย โดยทั้งหมดให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา เนื่องจากเป็นการชุมนุมตามสิทธิและหน้าที่ตามหลักรัฐธรรมนูญ โดยคดีนี้ศาลนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 15 ธ.ค.นี้

 

อ่านข่าวอื่นๆ

สภาฯ ลงมติใช้บัตรเลือกตั้ง ส.ส.2 ใบคนละเบอร์

ศาลฎีกาสั่งจำคุก 2 ปี "เทพไท-มาโนช" เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี

 


สภาฯ ลงมติใช้บัตรเลือกตั้ง ส.ส.2 ใบคนละเบอร์

Wed, 6 Jul 2022 15:33:00

วันนี้ (6 ก.ค.65) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมร่วมรัฐสภาที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธาน พิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. (กฎหมายลูกเลือกตั้ง) ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญรัฐสภาพิจารณาเสร็จแล้วต่อเนื่องเป็นวันที่ 2

ทั้งนี้ที่ประชุมลงมติมาตรา 6/3 ที่กรรมาธิการฯ เสียงข้างน้อยเสนอเพิ่มขึ้นใหม่ให้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบทั้ง ส.ส.เขต และส.ส.บัญชีรายชื่อ โดยใช้หมายเลขเดียวกัน เพื่อไม่ให้ประชาชนสับสน จากเดิมที่กรรมาธิการฯ เสียงข้างมากเสนอให้ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ แต่เป็นคนละเบอร์กัน

โดยสมาชิกรัฐสภา ลงมติไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอกมธ.เสียงข้างน้อยคะแนน 341 เสียงต่อ 150 เสียงงดออกเสียง 5 เสียง ไม่ลงคะแนน 3 เสียง ดังนั้นการเลือกตั้งส.ส.ยังคงใช้วิธี มีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ แต่เป็นคนละหมายเลขกันเหมือนเดิม

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศาลฎีกาสั่งจำคุก 2 ปี "เทพไท-มาโนช" เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี

"สุทิน" ดักคอ นายกฯ เคาะใช้สูตร 500 กลัว "เพื่อไทย" แลนด์สไลด์


สภา กทม.เรียกร้องผู้มีอำนาจเดินหน้า "เลือกตั้ง ส.ข."

Wed, 6 Jul 2022 13:14:00

วันนี้ (6 ก.ค.2565) ที่ประชุมสภากรุงเทพมหานคร (กทม.) พิจารณาญัตติของนายนภาพล จีระกุล เรื่อง ขอให้ กทม.เร่งรัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเขต (ส.ข.) และญัตติของนายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร เรื่อง ขอให้ กทม.ดำเนินการให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเขต โดยที่ประชุมเห็นชอบให้รวมพิจารณา 2 ญัตติไปพร้อมกัน เนื่องจากมีเนื้อหารายละเอียดเหมือนกัน

 

นายนภาพล กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ช่วงเลือกตั้งได้ยินคำถามจากชาวบ้านมาตลอดว่า ส.ข. หายไปไหน เพราะเขามีความผูกพันระหว่างพื้นที่และ ส.ข. ที่ใกล้ชิดกันมาก อีกด้านหนึ่งยังเป็นการกระจายอำนาจให้ประชาชนเลือกตัวแทนมาทำงานรับใช้ ตรวจสอบ ถือเป็นการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ซึ่งรัฐธรรมนูญให้ความสำคัญ แต่คนออกกฎอาจคิดว่า ส.ก. เป็นหัวคะแนนใหญ่จึงไม่อยากให้เลือกตั้ง

อย่างไรก็ตาม แนวคิดที่จะตั้ง “กรรมการประชาคมเขต” ขึ้นมาแทน ส.ข.นั้น หากดูที่มาของกรรมการประชาคมเขตเป็นการแต่งตั้งโดยผู้อำนวยการเขต ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งในพื้นที่ และมีอำนาจแค่ให้คำแนะนำ ให้คำปรึกษา แต่ไม่มีอำนาจตรวจสอบ ต่างจาก ส.ข. ที่มาจากการเลือกตั้งที่ตรวจสอบการทำงานของผู้อำนวยการเขตได้ ถือเป็นการเปิดให้ตรวจสอบถ่วงดุลสำนักงานเขตได้

อยากฝากไปถึงนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. เสนอ รมว.มหาดไทย ให้นำเรื่องเข้า ครม. ยกเลิกมาตรา 24 พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2528 เปิดให้มีการเลือกตั้ง ส.ข.

 

ด้านนายสุทธิชัย ระบุว่า แม้จะไม่ได้มีการระบุให้ยกเลิก ส.ข. แต่การระบุว่าให้รอจนกว่าจะมีการทำแผนยุทธศาสตร์ชาติเรียบร้อยก่อน ทำให้ไม่มีการเลือกตั้ง อีกทั้งตอนนี้ไม่ทราบว่ามีแผนหรือยัง จึงอยากเรียกร้องไปถึงผู้มีอำนาจ เพราะเรื่องนี้ขั้นตอนไม่ได้อยู่ในอำนาจหน้าที่ของผู้ว่าฯ กทม. ฝ่ายเดียว แต่ยังอยู่ที่ ครม.

อยากให้มองถึงความสำคัญ ให้โอกาสประชาชนได้เลือกตั้งตัวแทนของเขาระดับพื้นที่ที่เขาพึ่งพาได้

แต่คนออกกฎหมายกลับมาตัดทิ้งไม่ให้เลือก ส.ข. ตัดผู้ช่วย ส.ก.ทิ้งทุกอย่างทำให้ตัวแทนประชาชนอ่อนเปลี้ย เพลียแรง เหลือเลือกตั้ง ส.ก. คนเดียว ทั้งที่เป็นพื้นที่ใหญ่ ไม่มี ส.ข. งบฯ เขตก็ได้น้อย

"ส.ข.มีหน้าที่จัดทำแผนพัฒนาเขต ร่วมกับผู้อำนวยการเขต ให้พี่น้องประชาชนได้รับความสะดวกสบายมากที่สุด แต่เรากลับไม่มี ส.ข.ในตอนนี้" สุทธิชัย ระบุ

 

สำหรับบรรยากาศในที่ประชุม ส.ก. ส่วนใหญ่อภิปรายเห็นด้วยกับญัตตินี้ โดยต้องการให้มีการเลือกตั้ง ส.ข. เพื่อเป็นการกระจายอำนาจให้กับประชาชนได้เลือกตัวแทนมาทำงานในพื้นที่ ทำให้การแก้ปัญหาตรงจุด ตอบโจทย์พื้นที่อย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ

ด้านนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า ขอน้อมรับความเห็นไปดำเนินการต่อ

 

อ่านข่าวอื่นๆ

กางร่างงบฯ กทม.ปี 66 วงเงิน 7.9 หมื่นล้านบาท

"ชัชชาติ" ย้ำทำงานระดับท้องถิ่น ขออย่าเปรียบเทียบกับนายกฯ

 


"ชัชชาติ" ถก "รฟท." เล็งตั้ง คกก.ตลาดชุดใหม่ ร่วมฟื้น "ตลาดจตุจักร"

Wed, 6 Jul 2022 12:31:00

วันนี้ (6 ก.ค.2565) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยภายหลังประชุมร่วมกับนายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย ว่า กรุงเทพมหานครและการรถไฟแห่งประเทศไทย มีความร่วมมือกันหลายเรื่อง

เรื่องแรกคือ ตลาดนัดจตุจักรซึ่ง กทม.ยังเป็นผู้บริหารตลาดอยู่ แต่มีสัญญาที่ต้องจัดการร่วมกับ รฟท.รวมถึงการวางแผนในอนาคตที่จะทำให้ตลาดนัดจตุจักรเป็นตลาดระดับโลกได้อย่างไร ซึ่งจะมีคณะกรรมการตลาดชุดใหม่หารือร่วมกับ รฟท.อย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ สัญญา กทม.เหลือแค่ 6 ปีสุดท้าย จากนั้น รฟท.จะเป็นผู้ดูแลตลาดนัดจตุจักรต่อหรือไม่ ต้องหารือกันเพื่อให้เกิดความต่อเนื่องด้วย

เรื่องที่ 2 ถนนริมทางรถไฟ อาทิ ถนนกำแพงเพชร ที่ผ่านมาประชาชนมีข้อร้องเรียนสภาพถนนเป็นคลื่น เป็นหลุมบ่อ ซึ่งมีบางส่วนที่ รฟท.ดูแล และบางส่วน กทม.ดูแล ก็จะประสานงานอย่างเข้มข้น เพื่อให้ประชาชนได้รับสะดวกมากขึ้น

นายชัชชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า เรื่องที่ 3 เรื่องที่ดิน มี 3 ประเด็นที่หารือกับทางรฟท.

1.การปลูกต้นไม้ กทม.มีโครงการปลูกต้นไม้ล้านต้น ซึ่ง รฟท.น่าจะมีที่ให้ปลูกได้ โดยเฉพาะตามเส้นทางรถไฟที่พอจะให้ปลูกต้นไม้ได้ อาจจะไม่ใช้พื้นที่มากแต่ปลูกเป็นแนวกันชุมชนกับทางรถไฟ ให้เกิดร่มเงาสวยงาม และระยะทางไกลทั้งสายเหนือ สายตะวันออก และสายใต้ หรือพื้นที่ รฟท. เองที่ กม.11 ก็สามารถปลูกได้ ซึ่งผู้ว่าฯ รฟท. แจ้งว่าจะเริ่มปลูก 2,000 ต้น โดยจะทำต่อเนื่องในพื้นที่ที่ รฟท. ปลูกต้นไม้อยู่แล้ว

2.เรื่องหาพื้นที่ทำมาหากินให้ประชาชนกลุ่มหาบเร่แผงลอย โดยมีแนวคิดทำตลาดขนาดเล็กที่นำหาบเร่แผงลอยเข้ามา ให้ประชาชนทำมาหากินได้ในราคาไม่แพง เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ ซึ่ง รฟท.ได้ทำไว้แล้วบริเวณคลองตัน จะพยายามหาความร่วมมือขยายผลต่อไป

3.เรื่องที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่อาจต้องมีหลายหน่วยงานมาเกี่ยวข้อง ทั้งการเคหะ รฟท. และ กทม. มีแนวคิดหาพื้นที่ให้ผู้มีรายได้น้อย หรือผู้ที่เพิ่งเริ่มทำงาน โดยจัดหาพื้นที่ทำอาคารเช่า และสามารถทำให้เกิดแหล่งที่อยู่อาศัยที่อยู่ในเมือง เดินทางไม่ไกล ก็จะช่วยเรื่องปัญหาจราจรและช่วยค่าครองชีพของคนรุ่นใหม่ โดยให้เช่าแบบกำหนดระยะเวลา ซึ่งจะหารือกันต่อไป

นอกจากนี้ ยังมีการหารือเรื่องของการบริหารจัดการสวนสาธารณะ เช่น สวนรถไฟ ซึ่ง กทม.เป็นผู้บริหารจัดการ ขณะที่ รฟท.ดูแลโครงสร้างพื้นฐาน มีบางส่วนที่ กทม.ต้องปรับปรุง เช่น ทางจักรยาน ทั้งนี้ จะมีการตั้งคณะทำงานชุดย่อยในแต่ละเรื่อง ประสานงานให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน

ผู้ว่าราชการกล่าวด้วยว่า สำหรับเรื่องหนี้กับ รฟท.ไม่ต้องกังวล เป็นเรื่องระหว่างรัฐกับรัฐเคลียร์กันได้ เพียงตกลงให้ถูกต้องตามสัญญา เรามองไปอนาคตมากกว่า

ขณะนี้ตลาดนัดจตุจักรคนเดินน้อย ผู้ค้าไม่มี แต่นักท่องเที่ยวเริ่มกลับมาแล้ว จะกระตุ้นเศรษฐกิจหรือมียุทธศาสตร์อย่างไรในการวางแผนตลาดนัดจตุจักรในอนาคตเรื่องนี้สำคัญกว่า

ขอบพระคุณ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เราก็คงมีความร่วมมือกันในทุกๆ ด้านและเห็นผลได้ในเวลาอันใกล้นี้


ศาลฎีกาสั่งจำคุก 2 ปี "เทพไท-มาโนช" เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี

Wed, 6 Jul 2022 11:18:00

วันนี้ (6 ก.ค.2565) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลฎีกาอ่านคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ จำคุก 2 ปีและเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้ง 10 ปี นายมาโนช เสนพงศ์ และนายเทพไท เสนพงศ์ ในคดีอาญาซึ่งเป็นผลพวงจากคดีทุจริตเลือกตั้งนายก อบจ.นครศรีธรรมราช

คดีนี้นายพิชัย บุณยเกียรติ อดีตนายก อบจ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นน้องชายของนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายมาโนช เสนพงศ์ จำเลยที่ 1 และนายเทพไท เสนพงศ์ จำเลยที่ 2 และได้มีการต่อสู้ในชั้นการพิจารณาของอัยการร่วม 4 ปี แต่ยังไม่ได้ส่งฟ้องต่อศาล ทำให้นายพิชัยรวบรวมพยานหลักฐานยื่นฟ้องด้วยตนเอง ทั้งคดีเลือกตั้งและคดีอาญา โดยคดีเลือกตั้งมีผลตัดสินให้ตัดสิทธิทางการเมือง

ส่วนคดีอาญา ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 3 ปี แต่ลดโทษ 1 ใน 3 คงเหลือจำคุก 2 ปี เพิกถอนสิทธิการเลือกตั้ง 10 ปี ต่อมาจำเลยทั้ง 2 ได้ยื่นอุทธรณ์ และศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น จนนำไปสู่การยื่นฎีกาและมีคำพิพากษาในวันนี้ (6 ก.ค.)

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศาลตัดสินจำคุก "เทพไท-มาโนช" คนละ 2 ปี ทุจริตเลือกตั้ง

ศาลอุทธรณ์ยืนคุก 2 ปี "เทพไท-มาโนช" ทุจริตเลือกตั้ง อบจ.

 


"ชัชชาติ" ย้ำทำงานระดับท้องถิ่น ขออย่าเปรียบเทียบกับนายกฯ

Wed, 6 Jul 2022 11:02:00

วันนี้ (6 ก.ค.2565) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวถึงกรณีนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ให้สัมภาษณ์ถึงการทำงาน โดยเปรียบเทียบกับนายกรัฐมนตรีว่า ตนไม่ได้เกี่ยวข้อง ตนทำงานท้องถิ่น อย่าเอาไปเปรียบเทียบกับใคร และตั้งใจทำเรื่องท้องถิ่นทำกรุงเทพฯอยู่แล้ว หากท่านพูดอะไรก็เคารพท่าน เราเน้นเรื่องการทำงานตรงนี้

ขออย่านำไปเปรียบเทียบกับท่านนายกฯ เนื่องจากนายกฯ มีภารกิจเยอะ รัฐบาลก็มีผลงานเยอะอยู่แล้ว ซึ่งเป็นสเกลระดับประเทศ ส่วนผมเป็นสเกลระดับท้องถิ่น

ตนจำตั้งใจทำงานไปและหลายเรื่องก็ได้ประสานงานกับรัฐบาล เช่น การประชุมเรื่องสวนสาธารณะ ก็ประสานงานกันได้ดี โดยมองว่าให้ยึดประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้ง

ส่วนกรณีที่นายสุชาติพูดนั้น ก็เคารพความเห็น แต่ตนก็คงไม่ได้ไปเปรียบเทียบกับใคร พูดในแนวสร้างสรรค์ดีกว่า

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ทำกิจกรรมร่วมกับจังหวัดอื่น ๆ นายชัชชาติกล่าวว่า เป็นการหาความสัมพันธ์เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะหลักการสำคัญ คือ การแสวงหาแนวร่วม ซึ่ง กทม.มีขนาดเล็กก็ต้องหาพันธมิตรให้มากไม่ว่าจะอยู่ในกรุงเทพหรือต่างจังหวัด

ตัวอย่างเช่น กรณีเมื่อวานนี้ พระสุธีรัตนบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดสุทธิวราราม ก็ให้ศิลปินเชียงราย มาวาดรูปบนกำแพง ซึ่งตนมองว่า สามารถหาพันธมิตรได้ทุกจังหวัด เพราะการมีพันธมิตรจะให้มีคนมาช่วยกันทำงาน รวมถึงจะทำงานได้มากขึ้นภายใต้ทรัพยากรที่มีจำกัด

นายชัชชาติมองว่า คงไม่ได้เป็นการขับเคลื่อนมากกว่ารัฐบาล เพราะรัฐบาลคุมทุกอย่างอยู่แล้ว โดย กทม.อยู่ภายใต้รัฐบาล และ กทม.ก็เป็นหนึ่งในการบริหารจัดการของรัฐบาล จึงขออย่านำ กทม.ไปเทียบกับรัฐบาล และต้องทำงานร่วมกับรัฐบาลอยู่แล้วและเป็นคนละสเกลกัน

ส่วนกรณีที่มองว่า หากมีผู้วิจารณ์หรือตำหนินายชัชชาติ ก็มักจะถูกตำหนิหรือต่อต้านกลับนั้น นายชัชชาติกล่าวว่า หากเราจะทำงานให้ดีได้ก็ต้องรับคำติ แล้วนำมาปรับปรุง จึงขอฝากผู้สนับสนุนตนว่าอย่าไปว่าใคร และมองว่าคำติดี ถ้าติแล้วเป็นจริงก็ปรับปรุง ถ้าติแล้วไม่เป็นจริง ก็ไม่ต้องสนใจและอย่าไปกังวลให้มองบวก

ต้องปรับปรุงทุกคำติ เพราะทำให้เราปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น และใครทัวร์ลง ก็อย่าไปอ่านมาก บางทีผมก็ทัวร์ลงก็ไม่อ่าน เพราะมันทำให้จิตตก และทัวร์เป็นเรื่องที่ควบคุมไม่ได้ เรื่องแฟนคลับก็ควบคุมไม่ได้เช่นกัน ทั้งนี้ก็ขอบคุณแฟนคลับที่สนับสนุนตนเอง

ผู้สื่อยังถามถึง "ปรากฏการณ์ชัชชาติ" นายชัชชาติ ระบุว่า เดี๋ยวก็ลดลง ช่วงนี้อาจจะเป็นเรื่องใหม่ แต่สุดท้ายก็ต้องลดลง ตอนนี้อาจจะยังไม่มีเรื่องอื่น แต่เชื่อว่าหากมีการเลือกตั้ง หรือมีเรื่องอื่น ๆ ก็คงลดลง ส่วนตนก็เน้นทำงานเป็นหลัก


"สุทิน" ดักคอ นายกฯ เคาะใช้สูตร 500 กลัว "เพื่อไทย" แลนด์สไลด์

Wed, 6 Jul 2022 10:32:00

วันนี้ (6 ก.ค.2565) นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงกระแสการส่งสัญญาณของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ใช้สูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หารด้วย 500 โดยมองว่า เป็นการได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมือง

ซึ่งอาจคิดว่าหากหารด้วย 100 พรรคเพื่อไทยจะได้เปรียบ โดยไม่ได้คิดถึงภาพรวมของประเทศ หรือ อาจจะขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ และไม่ได้คิดว่าจะมีการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความที่จะต้องไปตามระบบไม่จำเป็นต้องฝ่ายค้านยื่นตีความ

นายสุทินกล่าวต่อว่า หากหารด้วย 500 อาจขัดรัฐธรรมนูญ และเชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะสามารถสั่งได้ทั้ง ส.ว.และพรรคร่วมรัฐบาลให้โหวตไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งอาจทำให้เสียงจากพรรคเพื่อไทยอาจจะสู้ไม่ได้

นอกจากนี้ นายสุทิน ยังขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะที่ดูแลบ้านเมือง ควรวางรากฐานที่ดีให้กับประเทศ มองระบบที่ดีมากกว่า การได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมือง

ฝากให้คิดว่า แม้จะสั่งทุกพรรคและโหวตให้ผ่านได้ สุดท้ายมองว่า ต้องไปจบที่ศาลรัฐธรรมนูญ และคิดว่าจะสั่งศาลรัฐธรรมนูญได้อีกหรือไม่ ที่เชื่อว่าศาลจะพิจารณาตามหลักนิติรัฐ นิติธรรม ถ้าเป็นเช่นนี้เชื่อว่า อย่างไรก็ไม่ผ่าน

นายสุทินกล่าวว่า หากเป็นสูตรหาร 500 พรรคร่วมรัฐบาลที่กำลังมีความนิยมตกต่ำจะมีกำลังใจขึ้น มีความหวังขึ้น แต่หากสูตรหาร 100 อาจจะเกิดแพแตก พร้อมยืนยันว่า หากเป็นสูตร 500 พรรคเพื่อไทยก็ไม่แพแตก

ปชป.ชี้หาร 500 ไม่ใช่เรื่องแปลก 

ด้าน นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันว่า การใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ และวิธีคิดคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ด้วยการหาร 500 นั้นไม่ใช่เรื่องแปลก ซึ่งการคำนวณ ส.ส.แบบสัดส่วนผสม (MMP) นั้น เป็นระบบที่ผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้นำมาจากเยอรมนี โดยเยอรมนีนั้นมีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ คือ บัตรเลือกตั้งแบบเขต และแบบพรรคการเมือง

แต่ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 ไทยได้มีการยุบบัตรเลือกตั้ง 2 ใบของเยอรมนีเหลือเพียงใบเดียว หรือเป็นระบบเยอรมนีครึ่งใบ แต่ยังคงคำนวณแบบเยอรมนี ส่วนวันนี้การแก้ไขรัฐธรรมนูญให้กลับมาใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ

ดังนั้นหากใช้วิธีหารด้วย 500 ก็จะเป็นระบบเยอรมนี 100 % และไม่ใช่วิธีที่แปลก ซึ่งเหตุผลนี้เป็นเหตุผลที่ตนใช้ในการชี้แจงกับ ผู้บริหาร และ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ให้เข้าใจและเห็นด้วยกับระบบการเลือกตั้งแบบบัตร 2 ใบ และหารด้วย 500 ทำให้มี ส.ส.หลายคนเริ่มเข้าใจและสนับสนุนแนวทางนี้

ผมยืนยันว่า การคำนวณโดยใช้ระบบ MMP หรือจัดสรรปันส่วนผสม หาร 500 โดยใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบไม่ใช่เรื่องที่แปลก แต่ระบบเลือกตั้งปี 62 ที่คำนวณหา ส.ส.พึงมี และมีบัตรใบเดียว นั่นแหละเป็นเรื่องที่แปลก และก็ไม่มีที่ใดในโลกเขาใช้กัน

นายอัครเดชกล่าวด้วยว่า การคำนวณด้วยวิธีนี้จะสะท้อนการได้มาซึ่ง ส.ส.ในสภาตามเจตนารมณ์ของประชาชนที่ต้องการให้พรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งมี ส.ส.ในสภาเท่าไหร่ ซึ่งจุดนี้ถือว่าเป็นหลักการประชาธิปไตยที่สำคัญ

ในการประชุมร่วมรัฐสภาในวันนี้ ตนในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยจะนำเหตุผลเหล่านี้ชี้แจงให้สมาชิกรัฐสภาได้ทราบถึงเหตุผลที่ตนได้สงวนความเห็นเอาไว้ เพื่อประกอบการตัดสินใจในการลงมติ ซึ่งถือว่าเป็นหลักการที่สำคัญที่จะทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้และเป็นประชาธิปไตย

ส่วนพรรคประชาธิปัตย์นั้น ขณะนี้ยังไม่ได้มีมติอย่างใดอย่างหนึ่งว่าจะลงมติหาร 100 หรือ หาร 500 และตนยังไม่ทราบแนวทางของผู้บริหารพรรค

แต่จะเสนอขอให้พรรคได้พิจารณาให้สิทธิ ส.ส.ฟรีโหวต หากมีการประชุมพรรควันนี้ แต่ท้ายที่สุดก็ต้องขึ้นอยู่กับหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค และผู้บริหารพรรคที่จะได้มีการหารือกัน

 

อ่านข่าวอื่นๆ

 สภา กทม.เรียกร้องผู้มีอำนาจเดินหน้า "เลือกตั้ง ส.ข."

ศาลฎีกาสั่งจำคุก 2 ปี "เทพไท-มาโนช" เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี

กางร่างงบฯ กทม.ปี 66 วงเงิน 7.9 หมื่นล้านบาท


กางร่างงบฯ กทม.ปี 66 วงเงิน 7.9 หมื่นล้านบาท

Wed, 6 Jul 2022 07:16:00

วันนี้ (6 ก.ค.2565) สภากรุงเทพมหานคร ซึ่งประกอบไปด้วย ส.ก.จาก 50 เขต มาพิจารณาร่างประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 ของ กทม.วงเงินรวมกว่า 79,000,000,000 บาท ลดลงจากปีที่ผ่านมา 855 ล้านบาท นอกจากนี้ยังนับเป็นการพิจารณางบประมาณ ของ กทม.โดย ส.ก.ครั้งแรก ในรอบ 8 ปี

ทั้งนี้ ส.ก.แบ่งตามสัดส่วนของพรรคการเมือง ดังนี้ พรรคเพื่อไทย 20 คน,พรรคก้าวไกล 14 คน ,พรรคประชาธิปัตย์ 9 คน,รักษ์กรุงเทพฯ 3 คน, พรรคพลังประชารัฐ 2 คน, พรรคไทยสร้างไทย 2 คน

ขณะที่ ร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ของ กทม. แบ่งเป็น 6 ด้านสำคัญ ดังนี้

1.งบบุคลากร วงเงิน 17,568,399,310 บาท

2.งบดำเนินงาน 17,701,722,793  บาท

3.งบลงทุน 10,383,088,891 บาท

4.งบเงินอุดหนุน 5,272,268,680 บาท

5.งบรายจ่ายอื่น 13,703,787,726 บาท

6.งบกลาง 14,370,732,600 บาท

รวมทั้งสิ้น 79,000,000,000  บาท

จำแนกตามกลุ่มค่าใช้จ่าย 

1.งบบุคลากร วงเงิน 28,648.918 ล้านบาท (36.27%)

1.1 งบบุคลากร 17,568.399 ล้านบาท

1.2 งบรายจ่ายอื่น 60.000 ล้านบาท

1.3 งบกลาง 7,506.292 ล้านบาท

1.4 งบดำเนินงาน 3,504.226 ล้านบาท

งบดำเนินงาน 14,187.462 ล้านบาท (17.96%)

งบดำเนินงาน 14,139.652 ล้านบาท(17.90(%)

รายการ/โครงการผูกพัน 47.844 ล้านบาท

งบลงทุน 13,294.120 ล้านบาท (16.83%)

งบลงทุน 1,632.980 ล้านบาท (2.07%)

งบบูรณาการ 5.00 ล้านบาท 

รายการ/โครงการผูกพัน 8,745.109 ล้านบาท

งบกลาง 2,911,031 ล้านบาท 

งบเงินอุดหนุน 5,272.269 (6.67%)

งบเงินอุดหนุน 1,694.101 (2.14 %)

ม.นวมินทราธิราช 2,954.014 ล้านบาท

รายการ/โครงการผูกพัน 624.154 ล้านบาท

งบรายการอื่น 13,643.788 ล้านบาท (17.27 %)

งบรายจ่ายอื่น 3,767.540 ล้านบาท (4.77 %)

งบบูรณาการ 37.438 ล้านบาท 

รายการ/โครงการผูกพัน 4,710.006 ล้านบาท

ชดใช้เงินยืมสะสม 5,128.804 ล้านบาท

งบกลาง 3,953.409 ล้านบาท (5%)

รวมทั้งสิ้น 79,000,000.000 ล้านบาท (100%)

 

 

 

  

 


ผ่านฉลุย! สภาลงมติ "พ.ร.บ.ตำรวจ" เห็นชอบ 494 เสียง

Tue, 5 Jul 2022 16:35:00

วันนี้ (5 ก.ค.2565) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ตำรวจ พ.ศ... มาตรา 169/1 ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่กรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่ ให้สอดคล้องกับมาตรา 69 ว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจตามหลักเกณฑ์กำหนด โดยได้กำหนดห้วงระยะเวลาการบังคับใช้หลักเกณฑ์การแต่งตั้งภายในระยะเวลา 5 ปี นับแต่ที่พ.ร.บ.ใช้บังคับการคัดเลือกหรือแต่งตั้งข้าราชการเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นให้คำนึงถึงระยะเวลาดำรงตำแหน่ง

ภายหลังการอภิปรายในวงกว้างนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา สั่งนับองค์ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับการแก้ไข ม.169/1 ตามที่กรรมาธิการเสนอหรือไม่ ในวาระ 2 ปรากฏว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วย 344 เสียง ไม่เห็นด้วย 181 เสียง งดออกเสียง 50 เสียง และไม่ลงคะแนน 1 เสียง

ต่อมาในช่วงบ่ายที่ประชุมรัฐสภา พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ครบทั้ง 172 มาตราในวาระ 2 แล้ว ได้ลงมติในวาระ 3 เห็นด้วย 494 เสียงไม่เห็นด้วย 40 เสียง งดออกเสียง 4 เสียง

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดร่างพ.ร.บ.ตำรวจฉบับผ่านครม.-สกัดแต่งตั้งไม่เป็นธรรม

สั่งปิดประชุมสภาถก "พ.ร.บ.ตำรวจ" 2 วันคืบหน้าแค่ 13 มาตรา

 

 


ครม.อนุมัติแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติถึงปี 70 เน้น 5 ยุทธศาสตร์

Tue, 5 Jul 2022 14:59:00

วันนี้ (5 ก.ค.2565) นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงมติคณะรัฐมนตรี อนุมัติแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2564 - 2570 ภายใต้แนวคิดการจัดการความเสี่ยงจากสาธารณภัยแบบอัจฉริยะ (Resilience by Smart DRM for 3s) โดยมีเป้าหมาย ลดความเสี่ยงที่มีอยู่เดิมและป้องกันไม่ให้เกิดความเสี่ยงใหม่ และประยุกต์ใช้งานวิจัย นวัตกรรม เทคโนโลยี และภูมิปัญญา เพื่อให้ทุกภาคส่วนรู้เท่าทันการจัดการความเสี่ยงจากสาธารณภัย

แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2564 - 2570 จะขับเคลื่อนการดำเนินงานด้วย 5 ยุทธศาสตร์ ได้แก่

ยุทธศาสตร์ที่ 1 การมุ่งเน้นการลดความเสี่ยงจากสาธารณภัย เพื่อจัดการความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น โดยลดความเปราะบางและความล่อแหลม พร้อมเพิ่มขีดความสามารถในการเตรียมพร้อมรับกับสาธารณภัยที่เกิดขึ้น

ยุทธศาสตร์ที่ 2 การเพิ่มประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการและการประยุกต์ใช้นวัตกรรมด้านสาธารณภัย เสริมสร้างระบบบริหารจัดการ การวิจัย นวัตกรรม เทคโนโลยีและภูมิปัญญา ใช้เพิ่มศักยภาพในการป้องกันและจัดการความเสี่ยงจากสาธารณภัย

ยุทธศาสตร์ที่ 3 การส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนระหว่างประเทศในการจัดการความเสี่ยงจากสาธารณภัย เพื่อให้ทุกภาคส่วนตระหนัก และเข้าร่วมความเป็นหุ้นส่วนในการจัดการความเสี่ยงจากสาธารณภัยอย่างยั่งยืน ยกระดับมาตรฐานการจัดการความเสี่ยงจากสาธารณภัยในระดับชาติและนานาชาติ

ยุทธศาสตร์ที่ 4 การจัดการในภาวะฉุกเฉินแบบบูรณาการ เป็นการกำหนดแนวทางของการจัดตั้งองค์กรปฏิบัติในการจัดการภาวะฉุกเฉินและแนวทางปฏิบัติในการสนับสนุนการปฏิบัติงาน

ยุทธศาสตร์ที่ 5 การเพิ่มประสิทธิภาพการฟื้นฟูอย่างยั่งยืน เป็นการดำเนินงานภายหลังเกิดภาวะฉุกเฉินเพื่อให้ชุมชนหรือสังคมสามารถฟื้นฟูกลับมาได้อย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ ครม.ได้มอบหมายให้กระทรวง กรม องค์กรและหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ จังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ภาคเอกชนและภาคส่วนต่างๆ ถือปฏิบัติตามแผนการป้องกันฯ นี้ ด้วย


"สมคิด" ถ่ายรูปโปรโมต จ่อเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ “สร้างอนาคตไทย”

Tue, 5 Jul 2022 13:10:00

วันนี้ (5 ก.ค.2565) นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ รองหัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย ได้โพสต์ภาพถ่ายของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในหลากหลายอิริยาบถ ทั้งแบบใส่สูท และถอดสูท ที่พรรคจะใช้ในการโปรโมตเปิดตัว พร้อมข้อความระบุว่า "ทั้งชีวิตวนเวียนกับการจัดให้มีการถ่ายรูปคน และบางคนได้เป็นถึงนายกรัฐมนตรี ได้เห็นวิถีคนขึ้นลง รอบนี้รอคนนี้เปิดตัว #TheLastWar #ทีมสมคิด"


อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โพสต์นี้นับเป็นความเคลื่อนไหวของพรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) ที่ก่อนหน้านี้ มีรายงานว่าจะเปิดตัว นายสมคิด ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคนั้น เบื้องต้น มีรายงานว่า พรรคเตรียมจะมีการเปิดตัวนายสมคิด หลังเสร็จสิ้นการอภิปรายไม่ไว้วางใจในระหว่างวันที่ 19-23 ก.ค.นี้

 


ปิดแคมเปญ! "ธนาธร" เผย 8 หมื่นคนเข้าชื่อ "ปลดล็อกท้องถิ่น"

Mon, 4 Jul 2022 18:32:00

วันนี้ (4 ก.ค.2565) นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ในฐานะผู้เชิญชวนเสนอกฎหมาย กล่าวในการแถลงปิดแคมเปญ "ขอคนละชื่อ ปลดล็อกท้องถิ่น" ซึ่งเป็นการรณรงค์เข้าชื่อประชาชน เพื่อเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม หมวด 14 การปกครองส่วนท้องถิ่น

นายธนาธร ระบุว่า เปิดตัวแคมเปญเริ่มรับรายชื่อเมื่อ 1 เม.ย.2565 และปิดรับรายชื่อ 30 มิ.ย.2565 เป็นระยะเวลา 90 วัน มีรายชื่อที่ส่งมารวม 83,815 รายชื่อ แบ่งเป็นแบบกระดาษ 26,619 รายชื่อ แบบออนไลน์ 57,196 รายชื่อ เมื่อตรวจสอบแล้วมีรายชื่อที่ไม่ผ่านการตรวจสอบเบื้องต้น 3,043 รายชื่อ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเยาวชนที่อายุไม่ถึง 18 ปี และบางส่วนกรอกข้อมูลผิด

ทั้งนี้ เหลือรายชื่อผ่านการตรวจเบื้องต้นเตรียมยื่นประธานรัฐสภา 80,772 รายชื่อ โดยมีรายชื่อจากประชาชนทั้ง 77 จังหวัด แสดงให้เห็นว่า มีประชาชนตื่นตัวเรื่องการกระจายอำนาจทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทย พร้อมขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันรณรงค์ในครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็น สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย สมาคมข้าราชการส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย พรรคก้าวไกล และทีมงานทุกจังหวัด นักวิชาการ ผู้พัฒนาเว็บไซต์การลงชื่อ กลุ่มผู้มีอิทธิพลทางความคิดต่าง ๆ นายกท้องถิ่น และที่สำคัญคือ ประชาชนที่ร่วมลงชื่อในครั้งนี้


นายธนาธร ระบุอีกว่า การกระจายอำนาจ ยุติรัฐราชการรวมศูนย์ เป็นวาระสำคัญระดับชาติ หากทำเรื่องนี้ได้สำเร็จประเทศไทยจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะจะทำให้ท้องถิ่นมีอำนาจเต็ม สามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนได้จริง โดยในสัปดาห์หน้า ในวันที่ 11 ก.ค.นี้ จะนำรายชื่อไปยื่นสู่รัฐสภา

หลังจากนั้นเมื่อทางรัฐสภาตรวจสอบเอกสารหลักฐานแล้วเสร็จภายใน 45 วันแล้ว รัฐสภาจะทำการเผยแพร่ร่างกฎหมาย และเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน ก่อนที่ประธานรัฐสภาจะเสนอความเห็นเข้าสู่รัฐสภา และบรรจุวาระเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาต่อไป ซึ่งหวังว่าจะทันสมัยการประชุมต่อไปในเดือน พ.ย. และหวังว่าจะได้รับการพิจารณาในสมัยนี้ พร้อมเรียกร้องไปถึง ส.ส.และ ส.ว. ให้โหวตรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ด้วย

 


เคาะตัดสายสื่อสารรุงรัง 800 กม.นำร่อง 16 เขตจบภายในสิ้นปี

Mon, 4 Jul 2022 16:54:00

วันนี้ (4 ก.ค.2565) จากการประชุมแก้ปัญหาสายสื่อสารรุงรัง ระหว่างนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม.นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯ กทม.เพื่อเน้นนโยบายการนำสายสื่อสารลงใต้ดิน โดยมีนายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) เข้าร่วมหารือ 

ผลการประชุม มีข้อสรุปร่วมกันว่าจะตัดสายตาย (สายไม่ใช้แล้ว) คาเสาไฟทิ้งก่อนรวม 800 กิโลเมตรโดยให้เริ่มดำเนินการได้ทันทีครอบคลุม 16 เขต ในพื้นที่กรุงเทพชั้นใน โดยทั้ง 800 กิโลเมตรจะต้องแล้วเสร็จภายในปีนี้ คาดจะเริ่มเห็นภาพชัดเจนเดือนส.ค.นี้ ซึ่งการรื้อถอนตัดสาย ผู้ประกอบการสายสื่อสารต้องดำเนินการเอง

ตั้งคณะทำงาน 1 ชุดเคลียร์นำสายลงดิน

ส่วนความคืบหน้าโครงการนำสายสื่อสารลงใต้ดิน ผ่านท่อร้อยสาย เดิมของบริษัทกรุงเทพธนาคม ที่คิดค่าเช่า 20,000 ล้านบาทสัญญา 30 ปี แต่พบว่าที่ผ่านมาไม่มีเอกชนมาเช่า เพื่อเอาสายลงดิน ทำให้ต้องพักไว้ก่อน

โดยคณะกรรมการบริหารบริษัทกรุงเทพธนาคม ชุดใหม่ที่มีนายธงทอง จันทรางศุ เป็นประธาน อยู่ระหว่างการทบทวนราคาใหม่ให้ถูกลงและเหมาะสม ไม่ให้เป็นภาระกับผู้ประกอบการ เพราะราคา 20,000 ล้านบาท เป็นราคาที่แพงเกินไป

นายชัชชาติ กล่าวว่า สำหรับแนวทางจะเป็นค่าเช่าใหม่ หรือจะดำเนินการอย่างไร จะตั้งคณะทำงานร่วม 1 ชุดมีตัวแทนจาก กทม. กสทช. บริษัทกรุงเทพธนาคม บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ร่วมกันหารือ ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน แต่ก็ต้องรีบดำเนินการ เพราะต้องคุยรายละเอียด

 

 

ส่วนสายตายที่ต้องตัดออก และเอาสายลงดินไม่ได้ ทางบริษัทสายสื่อสาร และการไฟฟ้าฯ ต้องทำหน้าที่เก็บสายให้เรียบร้อยตามเสาไฟ โดยจะใส่มัดรวมไว้ในกล่องให้เรียบร้อย ไม่ระโยงระยาง

ส่วนสายไม่ตายที่ยังใช้ได้แต่ไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของ ผู้ว่าฯ กทม.ยืนยันว่า ต้องตัดทิ้งให้หมด จากนี้ ใครปล่อยสายรุกรุงรัง จะใช้พ.ร.บ.รักษาความสะอาด และความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 มาเอาผิดได้ทันที เพื่อเร่งแก้ปัญหาสายสื่อสารรุงรัง 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

"อนุพงษ์" สั่ง "กสทช. - กฟน.-กฟภ." เร่งจัดระเบียบสายสื่อสาร

"ชัยวุฒิ" เตรียมหารือ "ชัชชาติ" จัดระเบียบสายสื่อสารใน กทม.


บทวิเคราะห์ : ผลพวง "MiG 29” ตีวงเลี้ยวในไทย

Mon, 4 Jul 2022 15:15:00

ไม่เพียงก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในหลายมุม ทั้งที่ตำหนิรัฐบาลและกองทัพอากาศ ที่ปล่อยให้เครื่องบินของต่างชาติรุกล้ำอธิปไตยของประเทศ และฝ่ายที่มองว่า เป็นเรื่องบังเอิญที่ต้องหันหัวเลี้ยวกลับ จึงล่วงรุกเข้าเหนือผืนแผ่นดินประเทศไทย แบบไม่ได้ตั้งใจ

ยังจะต่อเนื่องเชื่อมโยงถึงศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ช่วงครึ่งหลังเดือนกรกฎาคมนี้ อย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น และอาจส่งผลถึงแผนการจัดซื้อเครื่องบินรบ F 35 ของสหรัฐอเมริกา อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม จะยืนยันว่า ทางฝ่ายเมียนมาร์แสดงการขอโทษมาแล้ว อีกทั้งเห็นว่า เป็นเพียงการตีวงเลี้ยวของเครื่องบินรบแบบไม่มีนัยอื่น

แต่ในอีกด้านหนึ่ง มีเสียงวิจารณ์เรื่องนี้ เป็นการปล่อยปละละเลย ให้เพื่อนบ้านบินล้ำเข้ามาทั้งที่เป็นพื้นที่ต้องห้าม รัฐบาลไทย โดยเฉพาะกองทัพอากาศต้องแสดงศักยภาพปกป้องดินแดน และเกียรติภูมิของประเทศอย่างเข้มข้น ในฐานะที่มีเครื่องบินรบ และยุทโธปกรณ์ที่มีสมรรถภาพสูงมากในภูมิภาคนี้

ขณะที่อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศ และอดีตทูตหลายคน ต่างตำหนิและชี้ให้เห็นความบกพร่องต่อเหตุการณ์ดังกล่าว บางคนถึงขั้นเปรียบเปรยว่า ไม่ใช่แค่เพื่อนบ้าน แต่เป็นพ่อของไทยไปแล้วด้วยซ้ำ

แม้อาจไม่มีเจตนาจะโจมตีในพื้นที่ประเทศไทย แต่เป็นเรื่องอธิปไตย เรื่องความเด็ดขาดที่ต้องแสดงให้เห็นไม่ว่าจะทางอากาศหรือทางพื้นดินหากถูกรุกราน

ในมุมนักวิชาการและนักสิทธิมนุษยชน ก็เช่นกัน หากรัฐบาลละเลย อ้างว่าแค่เลี้ยวตีวงเท่านั้น จะกลายเป็นเรื่องที่ถูกพูดในวงกว้าง รวมทั้งในมิติสนับสนุนการปฏิบัติการของกองทัพเมียนมา ที่กระทำต่อชนกลุ่มน้อยชาวกระเหรี่ยง

ทุกครั้งจะมีราษฎรบาดเจ็บล้มตาย และส่วนหนึ่งต้องอพยพหนีภัยสงครามเข้ามาฝั่งไทย อีกทั้งผู้นำรัฐบาลทหาร นายพลอาวุโส มินอ่องหล่าย กำลังถูกบอยคอตจากนานาประเทศ กรณียึดอำนาจจากรัฐลบาลเลือกตั้ง เมื่อต้นปี 2564 แล้วสังหารเข่นฆ่าผู้เห็นต่าง

ที่แน่ ๆ เรื่องนี้ จะเป็นส่วนหนึ่งของศึกซักฟอกรัฐบาล โดยพรรคฝ่ายค้านอย่างปฏิเสธไม่ได้ หลังจากนายยุทธพงษ์ จรัสเสถียร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดประเด็นเรื่องนี้ และเชื่อมโยงถึงแผนการจัดซื้อ F 35 ที่เป็นเจ็ทขับไล่ ล่องหน สมรรถนะชั้นเยี่ยมที่สุดในขณะนี้จากสหรัฐฯ

ทั้งยังเชื่อมโยงถึงงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 ที่กำลังอยู่ในชั้นกรรมาธิการ ทั้งระบุว่า กองทัพอากาศได้ของบ 3 หมื่นล้านบาท เพื่อซื้อเครื่องบินขับไล่ F-35 A ลำละ 2.7 พันล้านบาท รวม 8 ลำ ทั้งที่เป็นเครื่องบินเปล่า ไม่มีอาวุธ

การเตรียมซื้อเครื่องบินรบ F 35 ยังได้รับการยืนยันจากนายทิม คาฮิลล์ รองประธานอาวุโสฝ่ายการค้าระดับโลกของบริษัท ล็อกฮีด มาร์ติน บริษัทด้านอากาศยานของสหรัฐอเมริกา ที่ยืนยันเมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ 65 ระหว่างงานสิงคโปร์โชว์แอร์ว่า ทางการไทย สนใจที่จะซื้อเครื่องบินขับไล่ล่องหน F-35 ของบริษัทจริง แต่การอนุมัติซื้อเครื่องบินขับไล่นั้น เป็นหน้าที่ของรัฐบาลสหรัฐฯ

เรื่อง MiG 29 บินล้ำน่านฟ้าไทย จึงไม่ใช่แค่เรื่องชายแดนไทย-เมียนมาร์ ไม่ใช่แค่เรื่องสวัสดิภาพความปลอดภัยของคนไทยตามแนวชายแดน แต่เป็นเรื่องใหญ่ที่เกี่ยวพันเชื่อมโยง ถึงการมีส่วนสนับสนุนการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรงของกองทัพเมียนมา ต่อชนกลุ่มน้อยกะเหรี่ยง และอาจมีผลต่อการตัดสินใจของผู้นำสหรัฐฯ ว่าจะขาย F 35 ให้กองทัพไทยด้วยหรือไม่

ที่แน่ ๆ เป็นหนึ่งในประเด็นที่รัฐบาลจะโดนฝ่ายค้านหยิบยกขึ้นชำแหละบนเวทีซักฟอกรัฐบาล ตามมาตรา 151 อย่างไม่ต้องสงสัย


"ชัยวุฒิ" เตรียมหารือ "ชัชชาติ" จัดระเบียบสายสื่อสารใน กทม.

Sun, 3 Jul 2022 14:48:00

วันนี้ (3 ก.ค.2565) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า ความคืบหน้าในการติดตามจัดระเบียบสายสื่อสารของ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ (NT) และของผู้ให้บริการโทรคมนาคมเพื่อตรวจสภาพความเรียบร้อยสายสื่อสารในพื้นที่กรุงเทพ ขณะนี้ได้แบ่งแนวทางดำเนินการเป็น 2 ส่วน

ส่วนหนึ่ง คือการทำร่วมกับการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ด้วยจำนวนสายสื่อสารที่มีเป็นจำนวนมากบนเสาไฟฟ้า รวมถึงสายสื่อสารที่ให้บริการอินเทอร์เน็ต ก็จะมีการจัดระเบียบสายตาย หรือ สายที่ไม่ใช้งาน เพื่อจัดการสายที่ใช้งานได้และสร้างความปลอดภัยกับประชาชน ซึ่งขณะนี้กระทรวงดีอีเอสกำลังเร่งดำเนินการให้เรียบร้อย

สำหรับในส่วนที่ 2 ที่ต้องดำเนินการประสานกับ นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ ที่จะมีการหารือแนวทางการนำสายไฟฟ้าลงใต้ดิน เพราะที่ผ่านมาการดำเนินการนำสายไฟฟ้าลงท่อเพื่อนำลงใต้ดินต้องขออนุญาตใช้ทางเท้าของ กทม.จึงต้องมีความร่วมมือกันหาแนวการลงทุนสร้างท่อใต้ดิน

 

รวมถึงพิจารณาว่า หน่วยงานใดจะเป็นผู้รับผิดชอบ ในเรื่องของค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ส่วนผู้ที่จะมาใช้บริการก็ต้องคิดค่าเช่า หรือ ค่าใช้บริการท่อด้วย ซึ่งต้องมาหารือเพื่อตกลงร่วมกันระหว่าง กทม.และผู้ให้บริการ ซึ่งกำกับดูแลโดย สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่รัฐบาลได้มอบหมายให้ กสทช.เป็นเจ้าภาพในเรื่องนี้

ผมก็เป็นตัวแทนของรัฐบาลมาประสานงานเพื่อให้สามารถนำสายไฟฟ้าลงในท่อใต้ดินให้มากที่สุด เพื่อให้บ้านเมืองของเราสวยงาม ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้มีการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

"อนุพงษ์" สั่ง "กสทช. - กฟน.-กฟภ." เร่งจัดระเบียบสายสื่อสาร 

บอร์ด กรุงเทพธนาคม หารือ " สัญญารถไฟฟ้า-โรงขยะ - สายสื่อสาร" เย็นนี้ 

ปัญหาอะไร ! ทำให้ กสทช.นำสายสื่อสารลงใต้ดินล่าช้า  

ร้อง "สายสื่อสาร" พันเรื่องต่อปี กสทช.สั่งแก้ผู้ประกอบการมักง่าย