แจ้งความตำรวจตามหามือมืดป่วนทำลาย "ป้ายหาเสียง"

Sun, 17 Feb 2019 19:30:00

วันนี้ (17 ก.พ.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ แกนนำจากหลายพรรคการเมืองนำ ส.ส.ของพรรคลงพื้นที่หาเสียง โดยยังคงเน้นย้ำที่จะชูนโยบายแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ รวมถึงการให้ความช่วยเหลือเกษตรกร

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรค พร้อมครอบครัวลงพื้นที่ย่านสยามสแควร์ พบผู้ค้า ประชาชน กลุ่มคนวัยรุ่น พร้อมชู 3 นโยบาย สำหรับคนรุ่นใหม่ที่เตรียมทำธุรกิจ ทั้งกองทุนสร้างเถ้าแก่ใหม่ ปรับการเกณฑ์ทหารให้ชายไทยและผู้สนใจมาเข้าค่ายการทำธุรกิจ สร้างตัวเองให้เป็นเจ้า ของกิจการ โดยใช้งบประมาณของกระทรวงกลาโหม จึงมั่นใจว่าจะสามารถสร้างนักธุรกิจได้ 20,000-30,000 คนต่อปี

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครหาเสียงในพื้นที่เขตจอมทอง โดยภาพรวมประชาชนยังสะท้อนถึงปัญหาเกี่ยวกับเรื่องเศรษฐกิจ อยากเห็นการเลือกตั้ง และคาดหวังว่าเลือกตั้งแล้วเศรษฐกิจจะดีขึ้น ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ก็มีความตั้งใจที่จะเข้ามาแก้ปัญหาเหล่านี้อยู่แล้ว

 

 

"อภิสิทธิ์" ย้ำพรรคไม่มีปัญหาหลังสมาชิกลาออก

นายอภิสิทธิ์ ยังยืนยันว่า พรรคไม่ได้มีปัญหา แม้ว่านายวิชัย ล้ำสุทธิ อดีต ส.ส.ระยอง ลาออกจากพรรค เนื่องจากไม่ได้ลงสมัครเลือกตั้งในระบบเขต เพราะเป็นสิทธิ์ของนายวิชัย และมองว่าเป็นเรื่องธรรมดาของผู้สมัครรับเลือกตั้งหลายคนที่ไม่พอใจเกี่ยวกับการจัดลำดับบัญชีรายชื่อ พร้อมเปรียบเหมือนการจัดทีมที่ผู้เล่นบางคนอาจจะไม่พอใจบ้าง แต่ส่วนใหญ่ก็เดินหน้าช่วยกันหาเสียงต่อ

ส่วนนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ พร้อมผู้สมัคร ส.ส.กทม. ลงพื้นที่หาเสียงตลาดนัดสวนจตุจักร โดยแสดงความมั่นใจว่า พรรคได้รับความนิยมมากขึ้น เห็นได้จากการลงพื้นที่ใน กทม.ตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา และย้ำพรรคหาเสียงกันอย่างสร้างสรรค์ ไม่มีการกล่าวโจมตีพรรคการเมืองอื่น และทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง

นพ.สกล บุญมีอุดม รองหัวหน้าพรรคประชานิยม ลงพื้นที่ จ.นครราชสีมา ช่วยผู้สมัครของพรรค ชูนโยบายช่วยเหลือเกษตรกรชาวนาให้มีรายได้ ด้วยนโยบายที่จะหยุดซื้ออาวุธ 10 ปี และนำเงินมาซื้ออุปกรณ์ทางการเกษตร ให้ชาวนาได้ใช้ประโยชน์ สร้างลานตากข้าว โรงสีข้าวประจำอำเภอ โดยยืนยันว่าสามารถทำได้จริง

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา ช่วยผู้สมัคร ส.ส.พรรคชาติพัฒนา เขต เลือกตั้งที่ 2 จังหวัดนครราชสีมา หาเสียงภายในงานเทศกาลขนมจีนประโดก ตำบลหมื่นไวย อำเภอเมือง ซึ่งในเขตนี้ถือเป็นฐานเสียงของพรรคชาติพัฒนา ที่หวังจะรักษาที่นั่ง ส.ส.ไว้ให้ได้

 

 

"อนาคตใหม่" ลงพื้นที่สุโขทัย  

เช่นเดียวกับหลายจังหวัดทั่วประเทศแกนนำและผู้สมัคร ส.ส.เร่งลงพื้นที่หาเสียงเสนอนโยบายต่อประชาชน ขณะที่ยังมีการแจ้งความ หลังป้ายหาเสียงถูกทำลายในหลายจุด

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ พร้อมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. สุโขทัย เข้าสักการะ พระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช ก่อนลงพื้นที่หาเสียง พร้อมเรียกร้องคนรุ่นใหม่ ร่วมเปลี่ยนแปลงอนาคตของประเทศ โดยเฉพาะโครงสร้างสังคมที่ไม่เป็นธรรม

ส่วนที่จังหวัดพิษณุโลก นายกรณ์ มีดี หัวหน้าพรรคแผ่นดินธรรม พาผู้สมัคร ส.ส.ไปกราบไหว้พระพุทธชินราช ที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ และลงพื้นที่ชูนโยบายตั้งธนาคารพุทธ เพื่อดูแลความเป็นอยู่ของชาวพุทธรากหญ้า ตั้งกระทรวงชาวนาเพื่อช่วยชาวนา รวมถึงกระทรวงยางพาราเพื่อช่วยเหลือชาวสวนยาง

ภาคอีสาน นายเอกราช ช่างเหลา กรรมการยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ และผู้สมัครทั้ง 4 เขต จ.นครพนม เปิดเวทีปราศรัยหาเสียงกับกลุ่มข้าราชการครู เน้นนโยบายมารดาประชารัฐ ดูแลหญิงตั้งครรภ์ จนคลอด เดือนละ 3,000 บาท และจ่ายค่าคลอดอีก 10,000 บาท

 

แจ้งความถูกทำลายป้ายหาเสียง

ขณะที่นายธงทิพย์ชลิต แห่สถิตย์ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 จังหวัดนครพนม พรรคพลังประชารัฐ อ้างว่า ป้ายหาเสียงถูกทำลาย เช่นเดียวกับนายฉลอง ฆารเลิศ ผู้สมัคร ส.ส.กาฬสินธุ์ เขต 1 พรรคพลังประชารัฐ เข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรเมืองกาฬสินธุ์ หลังป้ายหาเสียง ซึ่งเป็นรูปคู่กับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ถูกทำลายเสียหายหลายจุดในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์

ขณะที่กกต.จังหวัดอุดรธานี ประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขต จำนวน 309 คน และไม่ผ่านคุณสมบัติ 13 คน  ซึ่งสามารถยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา ผ่านศาลจังหวัดอุดรธานีภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ไม่รับสมัคร หรือ วันที่ประกาศรายชื่อผู้สมัคร โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม

ภาคใต้ ผู้สมัครจากพรรคการเมืองต่างๆ ใช้ช่วงวันหยุด ลงพื้นที่ตามหมู่บ้าน  โดยนายเกียรติศักดิ์ สุวรรณบุปผา ผู้สมัคร เขต 3 สงขลา พรรคไทยรักษาชาติ ซึ่งระบุว่ากำลังใจยังดี แม้ต้องสู้คดียุบพรรค โดยยังคงเดินเคาะประตูบ้านพบกับชาวบ้านเพื่อขอคะแนนเสียง

ด้านนายสมคิด สมทรง ผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตพรรคพลังสังคม เขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดกระบี่ ลงพื้นที่เสนอนโยบายตามสนามแข่งขันไก่แจ้ประชันเสียงขัน ในฐานที่เป็นประธานชมรมไก่แจ้ จ.กระบี่ ซึ่งในพื้นที่มีผู้เลี้ยงไก่แจ้กว่า 10,000 คน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

จับตา! ใครคว้าพุงปลาจากพรรคไทยรักษาชาติ

 


จับตา! ใครคว้าพุงปลาจากพรรคไทยรักษาชาติ

Sun, 17 Feb 2019 12:16:00

วันนี้ (17 ก.พ.2562) รศ.สิริพรรณ นกสวน สวัสดี หัวหน้าภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิเคราะห์ถึงสนามเลือกตั้ง 24 มี.ค.นี้ กรณีที่ไม่มีพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ร่วมสนามแข่งขัน โดยประเมินว่าผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ที่ตัดสินใจจะเลือกพรรคไทยรักษาชาติ จะเทคะแนนไปยังพรรคการเมืองอื่น ซึ่งไม่ใช่พรรคพลังประชารัฐ หรือพรรคประชาธิปัตย์แน่นอน

แต่จะเป็นพรรคตระกูลเพื่อ เพื่อชาติ หรือเพื่อไทย แต่ทั้งนี้พรรคเพื่อไทย อาจจะไม่ช้อนคะแนนได้เท่าที่ควร

เนื่องจากพรรคเพื่อไทย มีผู้สมัครเขตเลือกตั้งไม่ครบ 350 เขตโดยขาด 99 เขต ส่วนพรรคอื่นๆ ไม่มีศักยภาพที่จะช่วงชิงคะแนนไปได้

นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ ยังวิเคราะห์ว่า พรรคที่จะได้คะแนน และได้ประโยชน์คือพรรคอนาคตใหม่ หลังจากเกิดกระแสจากเวทีดีเบตแล้ว มีการติดแฮกแท็ก #ฟ้ารักพ่อ แต่อย่างไรก็ตาม ในเกมการเมืองขณะนี้จะต้องประเมินอีกครั้งในช่วง 1 สัปดาห์ โค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง

 

ชาติพัฒนา-ปชป.ลุยหาเสียง


ขณะที่บรรยากาศการหาเสียงของหลายพรรคการเมืองวันนี้นายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่บริเวณหน้าตลาดในหมู่บ้านเอื้ออาทร บึงกุ่ม นำทีมนายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ผู้สมัคร สส. เขตเลือกตั้งที่ 14 เบอร์ 6 ออกปราศรัยย่อย เพื่อแสดงเจตนารมณ์ และอุดมการณ์ของพรรคพรรคประชาธิปัตย์ และชูคนรุ่นใหม่


นายพรพรหม นำเสนอนโยบายที่น่าสนใจหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเบี้ยผู้ยากไร้ 800 บาทต่อเดือน (โอนตรงเข้าบัญชีผู้ยากไร้) โครงการเรียนฟรีถึง ปวส. เน้นทำงานได้จริง ตรงตามตลาดแรงงาน English for all เด็กไทยทุกคนต้องพูดภาษาอังกฤษได้ ส่วนปัญหาที่เจอด้วยตัวเองจากการลงพื้นที่ร่วม 2 เดือนยังคงเป็นเรื่องด้านเศรษฐกิจ


ขณะที่พรรคชาติพัฒนา นายชนภัทท์ จันทรุเบกษา ผู้สมัครส.ส.กรุงเทพมหานคร เขต 10 ลงพื้นที่แถวหมู่บ้านธนินทร ซอยวิภาวดี 41 และย่านดอนเมือง

 

 

 


"ธนาธร" เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.เพชรบูรณ์ ทั้ง 5 เขต

Sat, 16 Feb 2019 19:33:00

วันนี้ (16 ก.พ.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นักท่องเที่ยวและประชาชนจำนวนมากเดินทางมาชมปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยาที่เรียกว่า ปรากฏการณ์โคลนผุด หรือลาวาโคลน ที่บ้านหนองกุงน้อย ต.โคกกระเบื้อง อ.บ้านเหลื่อม จ.นครราชสีมา ซึ่งกำลังถูกผลักดันเป็นแหล่งท่องเที่ยว เพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชน ทำให้พื้นที่นี้เป็นจุดยุทธศาสตร์ดึงดูดนักการเมือง ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 5 นครราชสีมา จาก 2 พรรคใหญ่ เพื่อไทย และพลังประชารัฐ เร่งลงพื้นที่หาเสียง พบปะประชาชน ซึ่งแต่ละฝ่ายต่างชูนโยบายผลักดันสถานที่ลาวาผุดแห่งนี้ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรณีวิทยาที่สำคัญ เพื่อสร้างรายได้ให้ประชาชน

 

 

 

ทั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเห็นว่าที่ผู้สมัครจาก 2 พรรคใหญ่ลงพื้นที่ พร้อมกัน เพราะ จ.นครราชสีมา ที่มีทั้งหมด 14 เขตเลือกตั้งพื้นที่การแข่งขันที่ขับเคี่ยวระหว่าง 2 พรรคใหญ่ เขตเลือกตั้งที่ 5 อ.บัวใหญ่ อ.แก้งสนามนาง อ.บัวลาย อ.สีดา และ อ.บ้านเหลื่อม เขตนี้มีผู้สมัคร 38 คน เดิม นายโกศล ปัทมะ จากพรรคเพื่อไทยเป็นแชมป์เก่า ครั้งนี้ นายโกศลต้องพบกับศึกหนัก เพราะพรรคพลังประชารัฐส่ง นางอรทัย พลวิเศษ ภรรยาของนายภิรมย์ พลวิเศษ เลขานุการของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของพรรคพลังประชารัฐมาท้าชิงเก้าอี้ นายสุริยะ บอกว่าห้ามแพ้เด็ดขาด ส่วนนายนพดล ปัทมะ จากเพื่อไทยก็บอกน้องชาย นายโกศลว่าต้องรักษาเข็มขัดแชมป์เก่าไว้ให้ได้ จึงเป็นอีกสนามที่แข่งขันดุเดือด

 

 

ขณะที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และแกนนำพรรค เดินทางลงพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ เพื่อเปิดตัวผู้สมัคร ทั้ง 5 เขตเลือกตั้ง ขึ้นรถหาเสียงแห่ไปตามถนนสายต่างๆ รอบเขตเทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ ก่อนจะเดินพบปะพ่อค้า แม่ค้า ประชาชน ที่ตลาดสดเทศบาล 2 โดยนายธนาธรเปิดเวทีปราศรัยหาเสียงบริเวณลานพระพุทธมหาธรรมราชาองค์ใหญ่ อ.เมืองเพชรบูรณ์ ร่วมกับผู้สมัคร ส.ส.ทั้ง 5 เขต จากนั้นแกนนำพรรคอนาคตใหม่ จึงเดินทางไปเปิดตัวผู้สมัคร และหาเสียงที่ จ.พิจิตร และพิษณุโลก

 

 


ส่วนในเขต 2 จ.สระแก้ว น.ส.ตรีนุช เทียนทอง ผู้สมัครรับการเลือกตั้งพรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่พบชาวบ้าน อ.วังน้ำเย็น และ อ.คลองหาด ขณะที่ พ.ต.อ.พายัพ ทองชื่น ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่หาเสียงใน อ.วังน้ำเย็น และ อ.วังสมบูรณ์ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากประชาชนในพื้นที่ทั้ง 2 คน

 

 

 

ส่วนที่ จ.อ่างทอง พบป้ายหาเสียงของนายภราดร ปริศนานันทกุล และนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ผู้สมัครรับการเลือกตั้งจากพรรคภูมิใจไทย ถูกทำลายอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด เกิดขึ้นที่ อ.โพธิ์ทอง เช่นเดียวกับป้ายหาเสียงของ พล.ต.ต.ประจวบ เปาอินทร์ ผู้สมัครพรรคเพื่อไทย ถูกเผาในพื้นที่หมู่ 8 ต.โรงช้าง อ.ป่าโมก ห่างจากบ้านพักนายอำเภอปาโมก เพียง 200 เมตร ซึ่งตำรวจอยู่ระหว่างการติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี

 

 


ขณะที่ จ.สุราษฎร์ธานี นายธีระยุทธ เอี่ยมตระกูล ผู้ลงสมัคร ส.ส.เขต 2 สุราษฎร์ธานี พรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้งที่บ้านเฉงอะ ต.ตะเคียนทอง อ.กาญจนดิษฐ์ ซึ่งเป็นชุมชนเก่าแก่ของอำเภอ เพื่อพูดคุยแนะนำตัว และนำเสนอนโยบายของพรรค โดยเน้นเรื่องสวัสดิการผู้สูงอายุ, หญิงตั้งครรภ์ รวมถึงเด็กและเยาวชน นายธีระยุทธ บอกว่า การเสนอแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค เป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำให้ประชาชนยอมรับผู้สมัครของพรรคมากขึ้น

 

 

 

ส่วนพรรคพลังท้องถิ่นไท ลงพื้นที่ หมู่ 2 ต.ท่าทองใหม่ อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี ช่วยหาเสียงให้นายปรีชา เพชรรัตน์ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 ของพรรค โดยมีนายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ ดาราชื่อดัง รองโฆษกพรรค และเป็นผู้ลงสมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 8 ลงพื้นที่ช่วยหาเสียง ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากประชาชน และรุมล้อมขอถ่ายรูป สร้างสีสันในการหาเสียง

 

 


โพลเลือก "พล.อ.ประยุทธ์" นายกฯ แต่เลือกพรรคเพื่อไทย

Sat, 16 Feb 2019 19:21:00

วันนี้ (16 ก.พ.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพโพล เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศส่วนใหญ่ตั้งใจว่าจะไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 24 มีนาคม ร้อยละ 95.8 แล้ว และพบว่าปัจจัยการตัดสินใจเลือกพรรคการเมืองร้อยละ 58.4 จะเลือกที่นโยบาย รองลงมาคือพรรคที่มีคนทำงานเพื่อชุมชน ร้อยละ 57 เลือกพรรคที่มีคนมีความรู้ความสามารถร้อยละ 53.3 ถัดมาคือเลือกจากปัจจัยที่พรรคไม่มีประวัติด่างพร้อยเรื่องทุจริต และร้อยละ 26.9 เลือกจากชื่อนายกรัฐมนตรี

ส่วนความตั้งใจที่จะไปเลือกผู้สมัครจากพรรคใดนั้น ประชาชนร้อยละ 66.2 ยังไม่ตัดสินใจ แต่ร้อยละ 9.3 จะเลือกพรรคเพื่อไทย รองลงมาร้อยละ 7.5 พรรคอนาคตใหม่ ส่วนพรรคพลังประชารัฐร้อยละ 7.0 และพรรคประชาธิปัตย์ร้อยละ 6.3

แม้ประชาชนส่วนหนึ่งจะตัดสินใจเลือกพรรคเพื่อไทย แต่มีความเห็นจะสนับสนุนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ร้อยละ 12 รองลงมาร้อยละ 8.1 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ร้อยละ 6.6 ส่วนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ร้อยละ 6.1 แต่ทั้งนี้ร้อยละ 59.4 ประชาชนยอมรับว่า ยังไม่ตัดสินใจเลือก

 

 


"กัญจนา" เสียใจ ชทพ.สูญเสียทนายขาว ผู้สมัครเขต 3 ร้อยเอ็ด

Sat, 16 Feb 2019 17:42:00

วันนี้ (16 ก.พ.2562) น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เปิดเผยว่า ตกใจกับข่าวการเสียชีวิตของนายฉัตรมงคล ชาติพงศธร ผู้สมัคร ส.ส.ร้อยเอ็ด เขต 3 พรรคชาติไทยพัฒนา เสียชีวิตอย่างกะทันหันด้วยภาวะหัวใจล้มเหลว ตนในฐานะหัวหน้าพรรค รวมไปถึงสมาชิกพรรคทุกคน ขอแสดงความเสียใจอย่างมากต่อครอบครัวของนายฉัตรมงคล และขอเอาใจช่วย ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้นายอนุรักษ์ จุรีมาศ รองหัวหน้าพรรค และหัวหน้าทีมผู้สมัคร ส.ส.ร้อยเอ็ด เป็นตัวแทนของพรรคร่วมงานสวดอภิธรรม และร่วมแสดงความเสียใจกับครอบครัวอีกครั้งหนึ่ง

ด้านนายอนุรักษ์ จุรีมาศ รองหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา และผู้สมัคร ส.ส.ร้อยเอ็ด เขต 1 ฐานะหัวหน้าทีมผู้สมัคร ส.ส.ร้อยเอ็ด กล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของนายฉัตรมงคลเป็นอย่างมาก โดยนายฉัตรมงคล เป็นผู้สมัคร ส.ส.ที่ขยันออกหาเสียง เป็นที่นับหน้าถือตา เป็นที่รักของชาวบ้าน ทั้งนี้ ได้พบกับนายฉัตรมงคลที่ศูนย์ประสานงานของพรรค แต่ยังไม่ทันได้พูดคุยวางแผนการหาเสียงอะไร เพราะสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพิ่งรับรองคุณสมบัติผู้สมัครไม่นานนี้ อย่างไรก็ตาม ในช่วงเย็นวันนี้ ตนในฐานะตัวแทนของพรรคชาติไทยพัฒนา และสมาชิกพรรค จะเดินทางไปรดน้ำศพ และให้กำลังใจครอบครัว รวมถึงสอบถามรายละเอียดของการตั้งศพบำเพ็ญกุศล

 

 


นายกฯ ตรวจตลาดนัดสวนจตุจักร-ปฏิเสธลังเลทางการเมือง

Sat, 16 Feb 2019 13:03:00

วันนี้ (16 ก.พ.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าในการบริหารตลาดนัดสวนจตุจักร และได้ร่วมตรวจเยี่ยมการจัดทำสัญญาระหว่างกองอำนวยการตลาดนัดกรุงเทพมหานครกับผู้ค้าในตลาดนัดสวนจตุจักร ตลอดจนการรับทราบรับฟังและดูแลการแก้ปัญหาหนี้สินกลุ่มผู้ค้า นายกรัฐมนตรีได้กล่าวขอบคุณทุกฝ่ายที่ได้ร่วมขับเคลื่อนภารกิจตามแนวทางของรัฐบาล และเดินหน้าตามกฎหมายอย่างเป็นธรรม

นายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำให้เกิดความรัก ความสามัคคี เพื่อแก้ปัญหาและเดินหน้าประเทศไปด้วยกัน ซึ่งแม้วันนี้จะเป็นวันหยุด ก็ขอให้ทุกคนไม่หยุดรัก ไม่หยุดพัก และแม้จะระบุว่า ไม่ขอพูดเรื่องการเมือง เพราะไม่อยากให้มีเรื่อง แต่ยืนยันที่จะเข้มแข็ง ไม่ลังเล ไขว้เขว ในเส้นทางการเมือง แม้จะมีคนยื่นคำร้องต่อ กกต.คัดค้านก็ตาม ระหว่างเดินตรวจราชการในตลาด นายกรัฐมนตรีและคณะยังได้ร่วมวงกินข้าวแกงในตลาด ท่ามกลางประชาชนที่จับตามอง และบางคนก็ชูป้ายข้อความสนับสนุนและให้กำลังใจ

 

 

 

 

 

 

 


พรรคพลังประชารัฐ ปราศรัยย้ำเลือกผู้แทนที่ดี-ผู้นำเหมาะสม

Sat, 16 Feb 2019 12:01:00

วันที่ 15 ก.พ.2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคพลังประชารัฐ นำโดยนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ที่ จ.กาญจนบุรี ท่ามกลางประชาชนที่ให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก พื้นที่ดังกล่าวนอกจากจะมีการแข่งขันทางการเมืองสูงแล้ว ยังเป็นพื้นที่บ้านเกิดของนายสนธิรัตน์ด้วย

นายสนธิรัตน์ ปราศรัยยืนยันในอุดมการณ์และเป้าหมายของพรรคที่จะนำพาประเทศก้าวข้ามความขัดแย้ง และย้ำว่าพรรคมีครบทั้งคุณสมบัติและศักยภาพที่จะทำให้บ้านเมืองสงบสุข จึงย้ำให้ประชาชนตัดสินใจเลือกตั้งครั้งนี้ ด้วยเหตุและผลที่รอบคอบ ต้องเลือกผู้แทนที่ดีและผู้นำที่เหมาะสม

 

 

เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวเพิ่มเติมว่า บ้านเมืองไม่สงบสุขในช่วงเวลา 10 กว่าที่ผ่านมา เพราะมีการใช้วาทกรรมอ้างอิงประชาธิปไตย สร้างความสับสนวุ่นวาย โดยให้ความมั่นใจว่าพรรคพลังประชารัฐมีนโยบายที่จับต้องได้และทำได้จริง


"อภิสิทธิ์" นำผู้สมัคร ส.ส. ลุยหาเสียงดอนเมือง

Sat, 16 Feb 2019 10:23:00

วันนี้ (16 ก.พ.2562) ช่วงเช้าวันนี้ ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. จากหลายพรรคการเมือง เริ่มหาเสียงเพื่อสู้ศึกเลือกตั้งกันอย่างเข้มข้น โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมนายธัญญ์นิธิ ชวรัตน์นิธิโชต ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค ลงพื้นที่พบปะประชาชนที่ตลาดเช้าย่านดอนเมืองและขึ้นรถแห่หาเสียง

 

นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า บรรยากาศการปราศรัยหาเสียงแต่ละพรรคการเมืองเป็นไปด้วยดี เพื่อเป็นทางเลือกให้ประชาชนพิจารณาทางเลือกของประเทศ และยอมรับว่าการปราศรัยหาเสียงอาจจะมีกระทบกระทั่งกันบ้างเป็นเรื่องปกติ แต่ตำหนิบางพรรคการเมืองบางส่วนที่อาจใช้คำหยาบคาย หรือไม่เหมาะสม พร้อมยืนยันพรรคประชาธิปัตย์มีความพร้อมและความเหมาะสมที่จะนำพาประเทศพ้นจากปัญหาทั้งการเมืองและเศรษฐกิจ สำหรับผู้สมัคร ส.ส.ในเขตดอนเมืองของพรรค เป็นผู้สมัครหน้าใหม่ แต่ทำงานในพื้นที่มาตลอด และไม่หนักใจกับการแข่งขันในพื้นที่นี้

 

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ กกต.และผู้อำนวยการเขตเลือกตั้ง ประกาศรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.ที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติและไม่มีลักษณ์ต้องห้าม ว่า ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ส่งผู้สมัคร ส.ส.ครบทั้ง 350 เขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 150 มีผู้สมัครที่ไม่ผ่านคุณสมบัติ 1 คน เนื่องจากสมัครไปเป็นหุ้นส่วนกับวิทยุชุมชน หลังจากนี้จะกลับไปศึกษาข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงก่อนจะพิจารณาว่าจะยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาหรือไม่

 

 

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ผู้อำนวยการเขตเลือกตั้งที่ 10 หรือเขตดอนเมือง ได้นำรายชื่อผู้สมัคร ส.ส. ของแต่ละพรรคการเมือง ที่ผ่านคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม มาติดป้ายที่สำนักงานเขต จำนวน 27 คน จากผู้สมัคร 29 คน โดยมีผู้ไม่ผ่านคุณสมบัติ 2 คน ส่วนการเลือกตั้งเมื่อปี 2554 นายการุณ โหสกุล จากพรรคเพื่อไทย เป็นผู้ที่ได้รับเลือกเป็น ส.ส.ในเขตนี้

 


ผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ แจงไม่ได้ใช้รถหลวงหาเสียง

Fri, 15 Feb 2019 19:37:00

วันนี้ (15 ก.พ.2562) กรณีเพจเฟซบุ๊ก CSI LA เผยแพร่ภาพรถหาเสียง นายสัญญา นิลสุพรรณ ผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ เขต 3 จ.นครสวรรค์ ว่าอาจเป็นรถของทางราชการ จนมีการวิพากษ์วิจารณ์กันกว้างขวาง นั้น

นายสัญญา ได้พาเจ้าของรถคันดังกล่าวออกมาชี้แจงว่า เป็นรถที่หมดอายุราชการแล้ว และได้มีการซื้อขายทอดตลาดโดยประมูลมาตั้งแต่ปี 2559 แต่ไม่ได้ทำสีใหม่และลบโลโก้ของหน่วยงานรัฐออก

นายสัญญา กล่าวว่า รถคันดังกล่าวได้ทำเรื่องส่งให้ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับทราบแล้ว ซึ่งมีการลงรายละเอียดเป็นหลักฐาน พร้อมทั้งมีเอกสารยืนยันว่า ไม่ใช่รถของทางราชการ จากนี้จะรวบรวมหลักฐานส่งให้ กกต.อีกครั้ง

สำหรับ จ.นครสวรรค์ การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นวันที่ 24 มี.ค.นี้ มี ส.ส.ได้ทั้งหมด 6 คน ซึ่งเจ้าของพื้นที่เดิมคือ ส.ส.จากพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์

 


"เพื่อไทย"ปราศรัยใหญ่ ชู 5 มาตรการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ

Fri, 15 Feb 2019 18:49:00

วันนี้ (15 ก.พ.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 17.00 น.พรรคเพื่อไทยเปิดปราศรัยใหญ่ ณ ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร มีประชาชนมาร่วมฟังคำปราศรัยเป็นจำนวนมากเต็มพื้นที่ลานคนเมือง

 

ทั้งนี้ มีแกนนำพรรคเพื่อไทยเดินทางเข้าร่วมเวทีปราศรัยจำนวนมาก ทั้งนายวิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรค ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง นายโภคิน พลกุล นายปลอดประสพ สุรัสวดี นายนพดล ปัทมะ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ นายวิชาญ มีนชัยนันท์ รวมถึงนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี รวมถึงผู้สมัคร ส.ส.ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดจำนวนมาก เนื่องจากเป้ฯการปราศรัยใหญ่ครั้งแรกของพรรคเพื่อไทย

 

ขณะที่ ผู้ที่ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยมาร่วมเวทีทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นนายชัยเกษม นิติสิริ นายชัชาติ สิทธิพันธุ์ และคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย

 

 

 

เน้น 5 มาตรการ แก้เศรษฐกิจ


คุณหญิงสุดารัตน์ ขึ้นเวทีปราศรัยเมื่อเวลาประมาณ 21.00 น.กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ทั่วประเทศ เพราะมีความหวังว่าจะเลือกตั้งแต่อ่อนล้าจากสภาพเศรษฐกิจและคือเหตุผลว่า พรรคเพื่อไทยต้องอาสามาพลิกฟื้นเศรษฐกิจให้สำเร็จโดยเร่งสร้างรายได้ให้ประชาชน โดยเน้นมาตรการ 5 ด้านในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจ 1.การปรับโครงสร้างหนี้ครั้งใหญ่ ให้กับธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก 2.เร่งเติมเงินทุนให้พี่น้องประชาชน โดยขยายแหล่งทุนให้รวดเร็วโดยตั้งธนาคารพัฒนารายได้ทุกจังหวัด


3.สร้างพื้นที่การค้าขาย โดยนำสินค้าไทยไปบุกตลาดโลก 4.ขจัดอุปสรรคในการประกอบธุรกิจ โดยลดขั้นตอนการขอใบอนุญาตประกอบธุกิจ 5.ลดภาษีรวมถึงการพักชำระหนี้เกษตกร 3 ปี ราคาสินค้าเกษตรดีขึ้นร้อยละ 30 ในระยะเวลา 6 เดือน

นอกจากนี้ เตรียมพัฒนากรุงเทพฯให้เป็นเมืองศูนย์กลางการท่องเที่ยวของโลกโดยตั้งเป้า 2 ปี เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวเป็น 50 ล้านคนและจะมีเงินสะพัดแตะ 3 ล้านล้านบาท พร้อมยกระดับฟู้ดสตรีทเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก และสร้างศูนย์พัฒนาเถ้าแก่ใหม่ โดยนำงบประมาณกระทรวงกลาโหมมาดำเนินการ

พร้อมกับยกเลิกเกณฑ์ทหาร ยังมีโครงการ "บัตรทองสตาร์ทอัพ" ให้สิทธิพิเศษ แก่ผู้ประกอบรายเล็กนอกอีซีซี รวมถึงนำโครงการบัตร 30 บาทยุคใหม่ "ยาดี รักษาดี ไม่ต้องรอคิว"  และจะคืนอากาศดีให้คนกรุงเทพฯภายใน 3 ปี และภายใน 4 ปีหากได้เป็นรัฐบาลจะเปลี่ยนรถเมล์ทั้งหมดเป็นรถเมล์ไฟฟ้า 

"ในยุครัฐบาลปัจจุบันระยะเวลา 4 ปี 9 เดือนใช้งบประมาณ 14.4 ล้านล้านบาท มากกว่าทุกรัฐบาลที่ผ่านมาในอดีต แต่หนี้สินครัวเรือน และหนี้สินเกษตกรเพิ่มขึ้น หมดเวลารถถัง ได้เวลาฟื้นเศรษฐกิจแล้ว"

 

คุณหญิงสุดารัตน์ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ขอให้ประชาชนร่วมลงคะแนนเสียงให้พรรคเพื่อไทยให้มีคะแนนเสียงท่วมท้นมากกว่า 375 เสียงเพื่อที่จะได้เป็นรัฐบาลในการบริหารแก้ปัญหาเศรษฐกิจให้กับประชาชน

 

“ชัชชาติ” เล็งแก้เศรษฐกิจ 3 ด้าน


นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ประชาชนเรียกร้องให้แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งปัญหาเศรษฐกิจถือว่าเป็นโจทย์หลักในการเลือกตั้งครั้งนี้ สำคัญพอๆ กับประชาธิปไตย 

 

 

นายชัชชาติ กล่าวว่า หลายโครงการที่พรรคเพื่อไทยได้คิดไว้ ได้ถูกนำมาดำเนินการในปัจจุบัน ทั้งหมดนี่คือวิสัยทัศน์ของพรรคเพื่อไทย ขณะนี้เราเข้าใจปัญหาเศรษฐกิจไทยมี 3 ประการคือ “แข็งบนอ่อนล่าง แข็งนอกอ่อนใน และแต่ก่อนเราแข็งกว่านี้”

1.แข็งบนอ่อนล่าง คือ เรามีความเหลื่อมล้ำสูง ปัญหาคือที่ผ่านมามีการดูแลระดับบนแต่ระดับกลางและล่างยังน้อย 2.“แข็งนอกอ่อนใน” เศรษฐกิจภาคการส่งออกแข็งแรงแต่เศรษฐกิจในประเทศอ่อนแอ และ 3.“แต่ก่อนเราแข็ง” คือ เมื่อก่อนเราเป็นเบอร์ 1 ของอาเซียนแต่ขณะนี้เงินลงทุนของเราไหลออก หัวใจสำคัญ คือการพัฒนาเศรฐกิจภายในประเทศให้แข็งแรงขึ้น ลดอุปสรรคทางการค้า เพิ่มเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มพลังในประเทศ

นอกจากนี้ ยังเป็นการพัฒนาแบรนด์สินค้าของไทย เพิ่มความเท่าเทียมในการเดินทาง ขยายเส้นทางรถไฟ สนามบิน เปลี่ยนกรุงเทพฯเป็นเมืองน่าเที่ยวให้เป็นเมืองน่าอยู่

นายชัชชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในอนาคตวาระแห่งชาติจะต้องมีอย่างน้อย 2 เรื่อง คือ แก้ไขปัญหาคอร์รัปชัน เพราะการทุจริตกัดกร่อนประเทศไทย 2.คุณภาพของชีวิตต้องดีขึ้น ต้องไม่มีปัญหาสิ่งแวดล้อมเช่นกรณีของฝุ่น PM 2.5

 

เล็งรื้อกฎหมายยุค คสช. – ปฏิรูปกองทัพ


นายชัยเกษม นิติสิริ ผู้ถูกเสนอรายชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีอีกคนหนึ่ง กล่าวว่า ระบุว่า กฎหมายที่ออกมาระหว่าง คสช.เป็นกฎหมายที่ไม่ยุติธรรม ต้องทำการสำรวจครั้งใหญ่ว่ากฎหมายฉบับใดที่ออกมาในยุคนี้ที่ไม่เป็นธรรมและแก้ไข

 

 

นอกจากนี้ ยังต้องมีกฎหมาย คือ 1.การ“ปฏิรูปกองทัพ” ที่ต้องปฏิรูปให้ได้ โดยเฉพาะการยกเลิกการเกณฑ์ทหาร โดยให้เป็นความสมัครใจและให้สวัสดิการ สิทธิประโยชน์ที่เหมาะสม ซึ่งเป็นการแก้ไขเพื่อความเป็นธรรม และสิทธิในการเข้ารับราชการในชั้นนายประทวนและสัญญาบัตร 2.การลดจำนวนนายพลในกองทัพ ที่มีจำนวนมากเกินไป

 

เล็งตั้ง “กองทุนตลาดชุมชน” ช่วยพ่อค้า


น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ผู้สมัคร ส.ส.ระบบแบ่งเขต กรุงเทพฯ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยจัดเตรียมนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนและเพิ่มช่องทางในการค้าขายให้กับประชาชนโดยใช้เทคโนโลยี ด้วยนโยบายที่จะดำเนินการทันที “กองทุนตลาดชุมชน” โดยเป็นกองทุนให้พ่อค้าแม่ค้าเข้าถึงกองทุนและหาเทคโนโลยีที่เหมาะสมในการเพิ่มช่องทางในการค้าขาย

นอกจากนี้ ยังมีแผนในการแก้ไขปัญหาจราจรโดยใช้เทคโนโลยีในการลดเวลาในการเดินทาง โดยการบูรณาการข้อมูลของหน่วยงานรัฐและเอกชนเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางให้กับประชาชน และการแก้ไขปัญหาการไม่เคารพกฎจราจร และไม่มีวินัยในการจราจรโดยใช้ระบบ “ตำรวจอิเล็กทรอนิกส์” ในการตรวจตรา ดูแลการกระทำผิดวินัยจราจรโดยส่งใบสั่งและแจ้งเตือนไปยังโทรศัพท์มือถือ

15 ปีเรียนฟรี ต้องฟรีจริง

ขณะที่ นายนพดล ปัทมะ แกนนำพรรคเพื่อไทยและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงแนวทางการปฏิรูปการศึกษาโดยเตรียมแก้ไขปัญหาด้านการศึกษา 3 ด้าน 1.ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและสร้างโอกาสทางการศึกษา 2.ยกระดับการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาล และ 3.ปรับปรุงการบริหารจัดการงบประมาณให้คุ้มค่า

นโยบายที่ 1 คือ “15 ปีเรียนฟรีต้องฟรีจริง” นโยบายที่ 2.เพิ่มเงินกองทุนเสมอภาคเพื่อการศึกษา และ 3.นโยบาย 8 ปี ชี้ทางชีวิต ยกระดับศูนย์เด็กอ่อนทั่วประเทศ 4.ช่วยผู้กู้เงินกยศ.โดยปลดผู้ค้ำประกัน ลดดอกเบี้ย ลดเบี้ยปรับ 5.หลักสูตรโรงเรียนออนไลน์ 6.เลิกท่องจำคิดก้าวล้ำสร้างสรรค์ 7.เด็กไทย 3 ภาษา

ขณะที่นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ชูสร้างรายได้ภาคการเกษตรและภาคการผลิต ด้วยนโยบาย “เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ขยายโอกาส”


ย้ำทุกเสียงสำคัญ

 

 

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา แกนนำพรรคเพื่อไทยและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้ ส.ว.จำนวน 250 คน ซึ่งแต่งตั้งโดย คสช.ทำให้ คสช.มีเสียงของ ส.ว.จำนวน 250 เสียงอยู่ในกำมือ โดยครั้งนี้ให้ ส.ว.มาร่วมลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีได้ซึ่งหากได้เสียงสนับสนุน 376 เสียงจาก 750 เสียง จึงจะเป็นนายกรัฐมนตรีได้

ถ้าจะทำให้รัฐธรรมนูญที่ออกแบบมาไม่ทำงานต้องเลือกพรรคเพื่อไทยทั้งหมด ทุกเสียงมีความหมาย เพราะทุกคะแนนเสียงจะถูกนำไปคำนวณจำนวน ส.ส.ทำคะแนนเสียงจึงมีความสำคัญ




เลือกตั้ง62 : เจาะสนามเลือกตั้ง "นครราชสีมา" แย่ง 14 ที่นั่ง

Fri, 15 Feb 2019 18:29:00

ในการเลือกตั้งครั้งนี้สนามเลือกตั้ง จ.นครราชสีมา มี 4 พรรคที่พยายามแย่งชิง 14 ที่นั่งคือ พรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรคชาติพัฒนา และพรรคภูมิใจไทย แม้แต่อนาคตใหม่ ก็พยายามจะสอดแทรกเข้ามาให้ได้เช่นกัน

 

 

เป็นครั้งแรกที่นายธนาธร จึงรุ่งเรื่องกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ลงพื้นที่หาเสียงในภาคอีสาน โดยเลือก จ.นครราชสีมา เป็นจังหวัดแรกในการเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งครั้งนี้ส่งผู้สมัครลงสู้ศึกเลือกตั้งครบทั้ง 14 เขต และได้รับการต้อนรับจากชาวจังหวัดนครราชสีมาเป็นอย่างดี

 

 

การต่อยอดพัฒนาด้านอุตสาหกรรม ขยายพื้นที่ตั้งโรงงาน เพื่อสร้างงานและสร้างอาชีพคือนโยบายที่พรรคอนาคตใหม่ คาดหวังว่าจะตอบโจทย์ชาวจังหวัดนครราชสีมา และนำมาใช้ในการหาเสียง

 

 

ไม่ต่างจากพรรคการเมืองขนาดใหญ่ที่ต่างเร่งลงพื้นที่หาเสียงเพื่อขอคะแนนทั้งพรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรคชาติพัฒนาและพรรคภูมิใจไทย ซึ่งส่วนใหญ่ยังใช้นโยบายประชานิยมในการหาเสียง ทั้งการเพิ่มเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ขยายเมืองนครราชสีมาให้เป็นศูนย์กลางคมนาคม เมืองกีฬาและท่องเที่ยว และแก้ปัญหาปากท้องรวมถึงราคาผลผลิตการเกษตรตกต่ำ ซึ่งชาวจังหวัดนครราชสีมาอยากเห็นนักการเมืองทำได้จริงอย่างที่หาเสียงไว้

 

 

การเน้นเปิดตัวผู้สมัครและชูนโยบายของแต่ละพรรคคือกลยุทธที่ถูกนำมาใช้ ในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้ง ซึ่งนักวิชาการมองว่าสนามเลือกตั้งจังหวัดนครราชสีมา ปัจจัยที่จะมีผลต่อการตัดสินใจของประชาชนคือตัวบุคคล รองลงมาคือนโยบายพรรคและปัจจัยเรื่องเงิน

จ.นครราชสีมา มีผู้สมัคร ส.ส.จำนวน 511 คน จาก 54 พรรคการเมือง มีจำนวน ส.ส.ได้ 14 คน ซึ่งมากเป็นอันดับ 2 รองจากกรุงเทพฯ การเลือกตั้งครั้งนี้นักวิชาการมองว่าจะเป็นการแบ่งที่นั่งของ 4 พรรคการเมืองใหญ่ คือพรรคพลังประชาชรัฐ เพื่อไทย ชาติพัฒนา และพรรคภูมิใจไทย

 


เลือกตั้ง62 : กกต.ไม่รับรอง 2 แคนดิเดตนายกฯ-ปาร์ตีลิสต์ 107 คน

Fri, 15 Feb 2019 17:08:00

วันนี้ (15 ก.พ.2562) สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขต จำนวน 11,181 คน จาก 81 พรรคการเมือง และ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 2,917 คน จาก 77 พรรคการเมือง รวมทั้งรายชื่อบุคคลที่พรรคการเมืองจะเสนอให้รัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี รวม 68 รายชื่อ จาก 44 พรรคการเมือง

ทั้งนี้ กกต.ไม่ประกาศรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 107 คน จากผู้สมัครทั้งหมด 2,917 คน และไม่ประกาศรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค 2 รายชื่อ เนื่องจากผู้ถูกเสนอรายชื่อต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล จำนวน 1 คน และมีวุฒิการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี จำนวน 1 คน

สำหรับการประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งนั้นเป็นอำนาจของผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตในการตรวจสอบคุณสมบัติ ซึ่งต้องดำเนินการประกาศภายในวันนี้เช่นกัน ซึ่งสามารถตรวจสอบได้จากแอพพลิเคชั่น Smart vote

สำหรับบุคคลใดที่คณะกรรมการการเลือกตั้งหรือผู้อำนวยการเขตเลือกตั้งไม่ได้ประกาศรายชื่อให้เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง บุคคลนั้นมีสิทธิ์ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาได้ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ไม่รับสมัครตามมาตรา 49 และมาตรา 59 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561

และหากผู้มีสิทธิเลือกตั้งหรือผู้สมัครผู้ใดเห็นว่า ผู้มีชื่อในประกาศรายชื่อที่คณะกรรมการการเลือกตั้งและผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งได้ประกาศไว้นั้นไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งให้มีสิทธิยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ประกาศรายชื่อผู้สมัครตามมาตรา 51 และมาตรา 60 ด้วย

 


นายกฯ อารมณ์ดีเบ่งกล้ามโชว์ ไม่สนถูกฟ้องขาดคุณสมบัติ

Fri, 15 Feb 2019 17:00:00

วันนี้ (15 ก.พ.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล ระหว่างเดินขึ้นห้องทำงานตึกไทยคู่ฟ้า นายกรัฐมนตรียังอารมณ์ดีต่อเนื่อง หยุดทักทายสื่อมวลชน ไม่เพียงส่งยิ้มและทำสัญลักษณ์มือไอเลิฟยู แต่ยังทำท่าเบ่งกล้ามโชว์ พร้อมยืนยันว่าไม่เป็นอะไรทั้งสิ้น

หลังจากเมื่อวานนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมการฝึกป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแบบบูรณาการประจำปี 2562 ที่ จ.ลพบุรี และเกิดฝนตกหนักและลมแรงในช่วงท้ายของการฝึก โดยมี พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก คอยติดตามและดูแลความเรียบร้อย

ผู้สื่อข่าวได้ถามว่า เมื่อวานนี้เกิดฝนตกหนักและลมแรงในช่วงท้ายของการฝึก ทำให้เกิดอาการป่วยหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นทหารอดทนอยู่แล้ว ก่อนจะทำท่าแข็งแกร่งใส่ผู้สื่อข่าว

สำหรับการประชุมอีอีซีที่ทำเนียบรัฐบาลในวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ย้ำในที่ประชุมถึงแนวทางการพิจารณาเรื่องการเวนคืนที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ ของการรถไฟแห่งประเทศไทย รวมทั้งแนวทางการดำเนินนโยบายต่อแผนการลงทุนของเอกชน การจัดตั้งเขตส่งเสริมพิเศษเพิ่มเติม และร่างแผนพัฒนาสิ่งแวดล้อมในอีอีซี


5 ปี รายการ “พล.อ.ประยุทธ์” ปรับบ่อย แต่ไม่ปัง

Fri, 15 Feb 2019 16:00:00

หลังการทำรัฐประหารวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 รัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีนโยบายผลิตรายการโทรทัศน์เพื่อเป็นช่องทางการสื่อสารและทำความเข้าใจกับประชาชนคือ รายการคืนความสุขให้คนในชาติ และรายการเดินหน้าประเทศไทย ซึ่งทั้ง 2 รายการไม่ค่อยได้รับความนิยมจากประชาชนเท่าใดนัก ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา จึงเห็นรัฐบาลพยายามปรับเปลี่ยนรูปแบบรายการมาโดยตลอด

 

รายการคืนความสุขให้คนในชาติ

ออกอากาศทุกวันศุกร์ เวลา 20.15 น. ทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย (ทรท.)

31 พ.ค.2557 ออกอากาศครั้งแรก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นผู้ดำเนินรายการ โดยสวมชุดเครื่องแบบทหาร นำเสนอในลักษณะนั่งพูด

20 มิ.ย.2557 ปรับเปลี่ยนอิริยาบถให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นำเสนอด้วยการยืนพูดที่โพเดียม แต่ยังคงสวมชุดเครื่องแบบทหาร

19 ก.ย.2557 ปรับเครื่องแต่งกายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยเปลี่ยนมาใส่สูทผูกเนคไท เพื่อให้ดูผ่อนคลาย

28 พ.ย.2557 ปรับเปลี่ยนให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับมานั่งพูด และเปลี่ยนเครื่องแต่งกายหลากหลายมากขึ้น เช่น เสื้อผ้าไทย ชุดสูท ชุดข้าราชการ

26 ธ.ค.2557 ปรับเปลี่ยน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยืนพูดที่โพเดียม

15 เม.ย.2559 ปรับรายการแบบนั่งสัมภาษณ์พูดคุยกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยมี พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ดำเนินรายการ

21 ต.ค.2559 เปลี่ยนชื่อรายการคืนความสุขให้คนในชาติ เป็น ศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยเนื้อหาจะพูดถึงการดำเนินงานของรัฐบาล ที่เชื่อมโยงกับพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว การบริหารประเทศของรัฐบาลจะทำภายใต้หลักการมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน

ปัจจุบัน 2562 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั่งพูดคนเดียว

 

 

รายการเดินหน้าประเทศไทย

ออกอากาศทุกวัน เวลา 18.00-18.30 น. ยกเว้นวันศุกร์ เนื้อหารายการนำเสนอผลงานด้านต่างๆ ของรัฐบาล คสช. ในช่วงแรกใช้รูปแบบนั่งสัมภาษณ์ถาม-ตอบรัฐมนตรี โดยมีผู้ดำเนินรายการเป็นผู้ประกาศจากช่องต่าง ๆ

15 ม.ค.2558 ออกอากาศครั้งแรก

1 มิ.ย.2558 เพิ่มเวลารายการจาก 15 นาที เป็น 30 นาที กำหนดประเด็นในรายการ โดยวันจันทร์ เรื่องความมั่นคง, วันอังคาร แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี, วันพุธเรื่องเศรษฐกิจ, วันพฤหัสบดี เรื่องสังคม, วันเสาร์เรื่องต่างประเทศ, วันอาทิตย์เรื่องกฎหมาย

เม.ย.2559 ปรับรายการ ให้ผู้ดำเนินรายการซึ่งเป็นผู้ประกาศจากช่องต่าง ๆ และรัฐมนตรีหรือหน่วยงาน ลงพื้นที่จริงเพื่อถาม-ตอบในประเด็นที่ต้องการนำเสนอ

ก.ย.2559 เริ่มเสนอในรูปแบบรายงานพิเศษมากขึ้น ควบคู่กับการใช้ผู้ประกาศจากช่องต่าง ๆ สัมภาษณ์รัฐมนตรีหรือหน่วยงาน

25 ก.พ.2561 ปรับปรุงรายการให้ทันสมัยเข้าถึงเยาวชน ใช้ชื่อรายการเดินหน้าประเทศไทย วัยทีน ให้เยาวชนทำหน้าที่พิธีกร

21 ก.ค.2561 – ปัจจุบัน 2562 ปรับรายการโดยใช้ดารา นักแสดง มาร่วมรายการ

นักวิชาการ วิเคราะห์รายการนายกฯ ยังไม่น่าสนใจ 

อ.นันทนา นันทวโรภาส คณบดีวิทยาลัยสื่อสารการเมือง มหาวิทยาลัยเกริก กล่าวว่า รายการเดินหน้าประเทศไทย เป็นรายการที่มีความหลากหลายในแต่ละวัน รูปแบบการนำเสนอสั้น กระชับ มีประเด็นชัดเจน ถือเป็นรูปแบบรายการที่ดีไม่น่าเบื่อ และการนำดารานักแสดงมาร่วมการก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจ แต่เวลานำเสนอไม่เหมาะสม ไม่ใช่เวลานั่งดูทีวีของประชาชน

แตกต่างจากเวลาไพรม์ไทม์ของรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ซึ่งเป็นเวลาที่ประชาชนดูข่าวสาร แต่ด้วยเนื้อหาและลีลาการพูดของนายกรัฐมนตรี ก็ทำให้รายการนี้เป็นช่วงประหยัดไฟของประชาชนที่จะปิดทีวี แล้วจะเปิดอีกครั้งเมื่อรายการจบ เพื่อดูละคร

รายการไหนที่ได้รับความสนใจจากประชาชน ให้ดูว่าวันรุ่งขึ้นเนื้อหาในรายการนั้น เป็นข่าวปรากฎในสื่อต่าง ๆ หรือไม่ ถ้ามีก็แสดงว่ารายการนั้นมีคนสนใจและติดตาม ถ้าไม่มี แสดงว่ารายการนั้นไม่มีใครดู

 

 


ส่อได้เปรียบ! แนะนายกรัฐมนตรี เลิกจัดรายการ คสช.

Fri, 15 Feb 2019 14:59:00

วันนี้ (15 ก.พ.2562) เวลา 20.15 น.ในรายการศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน หรือรายการคืนความสุขให้คนในชาติ เราจะยังเห็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้า คสช.ดำเนินรายการ ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ความได้เปรียบในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐ บางส่วนเห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ควรจัดรายการดังกล่าวแล้ว

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ มองว่า เนื้อหารายการเป็นเรื่องการบริหารราชการแผ่นดิน ไม่ได้พูดเรื่องการเมืองและการหาเสียง จึงสามารถจัดรายการต่อไปได้

อ.นันทนา นันทวโรภาส คณบดีวิทยาลัยสื่อสารการเมือง มหาวิทยาลัยเกริก ให้ความเห็นต่อกรณีดังกล่าวโดยอธิบายว่า รายการที่นายกรัฐมนตรีทำขึ้นเพื่อสื่อสารกับประชาชน ตั้งแต่สมัยนายทักษิณ ชินวัตร จนถึงรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ล้วนเป็นรายการโชว์ผลงานของรัฐบาล ซึ่งถือเป็นรายการหาเสียง หาคะแนนนิยมกับประชาชน อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาเมื่อมีกฤษฎีกาการเลือกตั้ง นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นต้องหยุดจัดรายการ ซึ่งก็เป็นแบบนั้นเรื่อยมา

สำหรับกรณี พล.อ.ประยุทธ์ ที่ยังยืนยันจะจัดรายการต่อ อ.นันทนา เห็นว่าเป็นเรื่องไม่สมควร เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐ

ทั้งนี้ หากพิจารณาถึงความนิยมของรายการศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน พบว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะไม่ได้รับผลประโยชน์ในเชิงบวกจากรายการนี้ หรือมีผลน้อยมาก เพราะในช่วงวันและเวลาของรายการ ประชาชนยังเลือกปิดทีวีไม่รับการสื่อสาร

ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ ยังอยากจัดรายการ ก็จัดได้ แต่ประชาชนยังเป็นเหมือนเดิมคือไม่เปิดรับ แต่โดยมารยาททางการเมือง ท่านควรยุติการจัดรายการ 

นอกจากรายการศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ที่ควรจะต้องยกเลิกในขณะนี้ด้วยคือ รายการเดินหน้าประเทศไทย เพราะเป็นรายการโชว์ผลงานของรัฐบาลเหมือนกัน

ถ้าไม่ยกเลิกทั้ง 2 รายการ ก็ถือว่าได้เปรียบกว่าพรรคอื่น ๆ ที่มีช่องทางเสนอผลงานของตัวเอง และในอนาคตหาก พล.อ.ประยุทธ์ ได้เป็นนายกฯ ก็จะโดนนินทาว่าร้าย ว่าท่านเอาเปรียบพรรคอื่นที่ใช้สื่อภาคบังคับหาเสียงช่วงเลือกตั้ง

 

 


เลือกตั้ง 62: เช็กด่วน! 500 ผู้สมัคร ส.ส.เสี่ยงตกคุณสมบัติ

Fri, 15 Feb 2019 11:57:00

วันนี้ (15 ก.พ.2562) เมื่อเวลา 09.00 น.ที่ผ่านมา คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประชุมสรุปรายละเอียด เพื่อรับรองผู้สมัคร ส.ส.ทั้งระบบเขต และบัญชีรายชื่อ ที่เปิดรับสมัครไปตั้งแต่วันที่ 4-8 ก.พ.ที่ผ่านมา เพื่อพิจารณาประกาศรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ หรือ ปาร์ตี้สิลต์ ที่มีผู้สมัครจาก 77 พรรคการเมืองจำนวน 2,917 คน

เช่นเดียวกันสำหรับผู้สมัคร ส.ส.เขต ที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งทั้ง 350 เขต จะต้องประกาศรับรองรายชื่อผู้สมัคร ส.ส. หลังจากการตรวจสอบคุณสมบัติ และลักษณะต้องห้าม มียอดการสมัคร 11,181 คน

มีรายงานว่าอาจจะมีผู้สมัคร ส.ส.เขตทั่วประเทศ จำนวน 506 คน ที่อาจไม่ผ่านการรับรอง

เพราะพบว่ามีผู้ไม่ผ่านคุณสมบัติการสมัคร 3 ประเด็น คือ ผู้สมัครไม่มีมีชื่ออยู่ในระบบฐานข้อมูลสมาชิกพรรค การเมือง ผู้สมัครเป็นสมาชิกซ้ำซ้อนกับพรรคการเมืออื่น และการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองไม่ครบ 90

โดยมีผู้สมัครพรรคครูไทย สังกัดการเมืองไม่ครบ 90 วัน จำนวน 18 คน พรรครวมพลังประชาชาติไทย 7 คน ขณะที่ผู้สมัครแบบแบ่งเขตของพรรคเศรษฐกิจใหม่ พบเป็นสมาชิกซ้ำซ้อนกับพรรคการเมืองอื่น 27 คน พรรคเพื่อชาติ 20 คน พรรคประชาชาติ 18 คน พรรคเสรีรวมไทย 6 คน พรรคชาติพัฒนา 3 คน พรรคภูมิใจไทย 2 คน

ส่วนพรรคมหาชน ถูกระบุว่าผู้สมัครแบบแบ่งเขตไม่พบชื่อในระบบฐานข้อมูลมากถึง 133 คน พรรคผึ้งหลวงมากถึง 40 คน พรรคประชาธรรมไทย 16 คน พรรคประชาธิปัตย์ 1 คน พรรคอนาคตใหม่ 3 คนที่ ไม่พบข้อมูลในระบบ และไม่เป็นผู้ร่วมจัดตั้งพรรค

ทั้งนี้ตามกระบวนการนั้นหากผู้ไม่ได้รับการรับรอง สามารถยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา ภายใน 7 วัน และนับแต่วันประกาศ จะต้องได้รับการวินิจฉัยก่อนวันเลือกตั้ง 3 วัน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

กกต.ประกาศรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.วันนี้

ย้อนคดียุบพรรค โทษประหารทางการเมือง

 

 


เลือกตั้ง 2562 : "ไทยรักษาชาติ" งดหาเสียงขอ 7 วัน ทำคำชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ

Fri, 15 Feb 2019 11:36:00

วันนี้ (15 ก.พ.2562) นายมิตติ​ ติยะ​ไพรัช เลขาธิการ​พรรค พร้อมด้วยกรรมการบริหารพรรค แถลงข่าวหลังศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องกรณีการยุบพรรคไทยรักษาชาติ โดยระบุว่า ทางพรรค ได้รับสำเนาคำร้องดังกล่าว เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 16.00 น. ซึ่งกำหนดให้พรรคยื่นชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับสำเนาคำร้อง

ทั้งนี้เนื่องจากคณะกรรมการบริหารพรรคจะต้องพิจารณารายละเอียดของคดีในเวลาที่เหลือ 7 วัน ในส่วนของคณะกรรมการบริหารพรรค จึงของดภารกิจในการหาเสียงและกิจกรรมทางการเมือง และขอสื่อสารไปยังสมาชิกพรรคว่า คณะกรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติจะขอใช้เวลาในช่วงนี้เพื่อปรึกษาหารือในการทำคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อศาลในทางกฎหมาย ตามกระบวนการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อป้องกันเหตุแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต และเป็นการยืนยันเจตนาอันบริสุทธิ์ และความปรารถนาดีของคณะกรรมการบริหารพรรค ที่มีต่อประเทศชาติและพี่น้องประชาชน

 

 


เลือกตั้ง 2562 : นิด้าโพลชี้ คนไทยเลือก พล.อ.ประยุทธ์ โหวตเพื่อไทยตั้งรัฐบาล

Fri, 15 Feb 2019 11:15:00

 วันนี้ (15 ก.พ.2562) ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “เกาะติดสถานการณ์ การเลือกตั้ง 2562” 

จากการสำรวจเมื่อถามถึงหากวันนี้เป็นวันเลือกตั้ง 2562 บุคคลที่จะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี (10 อันดับแรก) พบว่า ประชาชน ส่วนใหญ่

อันดับ 1 ร้อยละ 26.06 เลือก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
อันดับ 2 ร้อยละ 24.01 เลือก คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์
อันดับ 3 ร้อยละ 11.91 ระบุว่า ไม่แน่ใจ
อันดับ 4 ร้อยละ 11.43 เลือก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
อันดับ 5 ร้อยละ 6.26 ระบุว่า ไม่สนับสนุนใครเลย
อันดับ 6 ร้อยละ 5.98 เลือก นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ
อันดับ 7 ร้อยละ 5.50 เลือก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส
อันดับ 8 ร้อยละ 4.54 เลือก นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์
อันดับ 9 ร้อยละ 1.15 ไม่ระบุ
อันดับ 10 ร้อยละ 0.91 เลือก น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา

สำหรับพรรคการเมืองที่อยากให้ได้คะแนนเสียงมากที่สุด และเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ (10 อันดับแรก) พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่

อันดับ 1 ร้อยละ 36.49 เลือก พรรคเพื่อไทย
อันดับ 2 ร้อยละ 22.57 เลือก พรรคพลังประชารัฐ
อันดับ 3 ร้อยละ 15.21 เลือก พรรคประชาธิปัตย์
อันดับ 4 ร้อยละ 8.18 เลือก พรรคอนาคตใหม่
อันดับ 5 ร้อยละ 4.97 เลือก พรรคเสรีรวมไทย
อันดับ 6 ร้อยละ 4.40 ระบุว่า ไม่แน่ใจ
อันดับ 7 ร้อยละ 3.06 ระบุว่า ไม่สนับสนุนพรรคใดเลย
อันดับ 8 ร้อยละ 1.39 เลือก พรรคชาติไทยพัฒนา
อันดับ 9 ร้อยละ 0.91 เลือก พรรคเพื่อชาติ และพรรคภูมิใจไทย ในสัดส่วนที่เท่ากัน
อันดับ 10 ร้อยละ 0.43 เลือก พรรคไทยรักษาชาติ และพรรครวมพลังประชาชาติไทย ในสัดส่วนที่เท่ากัน

ด้านความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับนโยบายที่สำคัญและเร่งด่วนที่สุดที่อยากเห็นจากรัฐบาลชุดใหม่ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 54.85 ระบุว่า แก้ปัญหาปากท้องและหนี้สินของประชาชน รองลงมา ร้อยละ 27.93 ระบุว่า ส่งเสริมราคาสินค้า/พืชผลทางการเกษตร ร้อยละ 4.26 ระบุว่า โครงการเรียนฟรีถึงระดับปริญญาตรี ร้อยละ 2.77 ระบุว่า แก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน ร้อยละ 1.82 ระบุว่า แก้ปัญหาหนี้นอกระบบ ร้อยละ 1.48 ระบุว่า แก้ไขปัญหาด้านการคมนาคม ร้อยละ 1.20 ระบุว่า แก้ไขปัญหายาเสพติด อาชญากรรม มิจฉาชีพ ร้อยละ 0.96 ระบุว่า ส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ขณะที่ ร้อยละ 0.77 ระบุว่า ส่งเสริมการศึกษาระดับอาชีวศึกษา ร้อยละ 0.57 ระบุว่า การบังคับใช้กฎหมายด้วยความเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ ร้อยละ 0.48 ระบุว่า แก้ไขปัญหาการว่างงาน และการจัดสรรที่ดินทำกิน ร้อยละ 0.43 ระบุว่า การพักหนี้ กยศ. และแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ในสัดส่วนที่เท่ากัน ร้อยละ 0.29 ระบุว่า ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าใช้ในประเทศ ร้อยละ 0.24 ระบุว่า กัญชาเสรี

ส่วน ร้อยละ 0.18 ระบุว่า นำรถเก่าแลกซื้อรถพลังไฟฟ้า และเลิกเกณฑ์ทหาร ในสัดส่วนที่เท่ากัน ร้อยละ 0.05 ระบุว่า นำเข้าหน้ากากได้โดยไม่เสียภาษี ร้อยละ 0.08 ระบุว่า ยกเลิกการสอบ GAT PAT ร้อยละ 0.96 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ แก้ไขปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ความสามัคคีปรองดองของคนในชาติ แก้ปัญหาด้านราคาน้ำมัน แก้ปัญหาการว่างงาน และจัดสรรที่ดินทำกิน ปฏิรูปด้านการศึกษา ขณะที่บางส่วนระบุว่า การส่งเสริมธุรกิจการท่องเที่ยว และร้อยละ 0.05 ระบุว่า ไม่แน่ใจ

ท้ายที่สุด เมื่อถามประชาชนว่า จะไปเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร (ส.ส.) หรือไม่ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 98.13 ระบุว่า ไปแน่นอน รองลงมา ร้อยละ 0.96 ระบุว่า ไม่ไปแน่นอน และร้อยละ 0.91 ระบุว่า ไม่แน่ใจ

 


เลือกตั้ง 2562 : ร้อง ยุบ "พลังประชารัฐ" ส่ง พล.อ.ประยุทธ์ แคนดิเดตนายกฯ

Fri, 15 Feb 2019 10:38:00

วันนี้ (15 ก.พ.2562) นายวิญญัติ ชาติมนตรี เลขาธิการสมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อสิทธิและเสรีภาพ หรือ สกสส. เข้ายื่นหนังสือร้องขอต่อ กกต. 2 ประเด็น คือ ขอให้ไต่สวนยุบพรรคพลังประชารัฐ และคัดค้านการประกาศรายชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นผู้ถูกเสนอชื่อให้ที่ประชุมรัฐสภาเห็นชอบเป็นนายกรัฐมนตรี ในนามพรรคพลังประชารัฐ

โดยอ้างอิงว่า พรรคถูก พล.อ.ประยุทธ์ ครอบงำ รวมถึงยังใช้ตำแหน่งเป็นคุณหรือโทษต่อผู้สมัครและพรรคการเมือง และใช้นโยบายพรรคการเมืองเพื่อเอื้อประโยชน์และจูงใจในการหาเสียงเลือกตั้ง


นอกจากนี้ ยังเห็นว่าในการเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นบุคคลมาโดยไม่ชอบ ไม่เป็นไปตามครรลองตามระบอบประชาธิปไตย จากการยึดอำนาจและบริหารประเทศ

พฤติการณ์ของพรรคพลังประชารัฐ เกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้ร่วมเดือนแล้ว ก่อนมีพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้งแล้ว แต่ที่ยังไม่ยื่นต่อ กกต. เพราะรอให้มีพฤติการณ์ที่มีลักษณะเป็นการเอารัดเอาเปรียบทางการเมืองเกิดขึ้น ซึ่งเรายอมไม่ได้ เราทำในนามประชาชน


ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังถือว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีลักษณะต้องห้าม ซึ่งได้เตรียมเอกสารหลักฐานที่มีจำนวนกว่า 100 หน้า ให้ กกต.พิจารณาส่งศาลรัฐธรรมนูญ โดยใช้มาตรฐานเดียวกับที่พิจารณาการดำเนินการของพรรคการเมืองอื่นตามมาตรา 92 กรณีเห็นว่าพรรคการเมืองเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หาก กกต.ไม่ใช้มาตรฐานเดียวกัน ก็พร้อมที่จะกล่าวโทษต่อ กกต. พร้อมล่ารายชื่อประชาชนจำนวน 20,000 รายชื่อ เพื่อขอถอดถอน กกต.ต่อไป

 


กกต.ประกาศรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.วันนี้

Fri, 15 Feb 2019 07:18:00

วันนี้ (15 ก.พ.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง แจ้งไปยังผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดทั่วประเทศ รวม 350 เขต กว่า 10,000 คน เพื่อเป็นข้อมูลพิจารณารายชื่อผู้สมัคร ส.ส.ทั้งคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม ก่อนประกาศรับรองรายชื่อในวันนี้ ซึ่งมีรายงานว่าผลตรวจสอบการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองของผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต มีทั้งไม่ปรากฏชื่ออยู่ในฐานข้อมูลสมาชิกพรรค เป็นสมาชิกพรรคไม่ครบ 90 วัน หรือไม่ได้เป็นผู้ร่วมจัดตั้งพรรค รวมทั้งสิ้น 506 คน

 

 

 

ทั้งนี้ ผู้สมัคร ส.ส.แบบเเบ่งเขต ที่ถูกตัดสิทธิ ส่วนใหญ่เป็นพรรคการเมืองขนาดเล็ก ตั้งขึ้นใหม่ รวมถึงเป็นสมาชิกซ้ำซ้อนกับพรรคการเมืองอื่น จำนวน 27 คน ผู้อำนวยการเลือกตั้งแต่ละจังหวัด มีความกังวลว่าหากยึดข้อมูลตามรายงานผลตรวจสอบของส่วนกลาง จะมีผู้สมัคร ส.ส.เขต ถูกตัดสิทธิมากกว่า 500 คน ซึ่งหากผู้สมัครเหล่านั้นไปยื่นร้องต่อศาลฎีกา ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตก็ต้องไปชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาด้วย

 

 

 

มีรายงานว่า ช่วงเช้าวันนี้ กกต.จะประชุมพิจารณารายงานผลการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามในการสมัครของ ส.ส.บัญชีรายชื่ออีกครั้ง ก่อนที่จะประกาศรับรอง รวมทั้งพิจารณากรณีจะต้องถอนชื่อนายสมศักดิ์ โกศัยสุข อดีตหัวหน้าพรรคสังคมประชาธิปไตยไทย ออกจากบัญชีรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่ กกต.ประกาศรับรองไปก่อนหน้านี้ เนื่องจากนายสมศักดิ์ เพิ่งถูกจำคุกในคดีบุกทำเนียบรัฐบาล