"วิรัช รัตนเศรษฐ" ยันกรอบอภิปรายงบฯ 3 วัน พร้อมลงมติทุกเมื่อ

Wed, 16 Oct 2019 11:09:00

วันนี้ ( 16 ต.ค. 2562) ก่อนการประชุมร่วมกับนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรและวิปฝ่ายค้าน นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล หรือวิปรัฐบาล ยืนยันว่าจะพูดคุยในกรอบเดิมที่ได้หารือกันแล้วล่วงหน้า ว่าจะแบ่งการอภิปรายฝ่ายละ 15 ชั่วโมง ส่วนกรอบเวลาของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแบ่งเวลาชี้แจงไม่เกิน 2 ชั่วโมง

ขณะเดียวกันเตรียมกรอบเวลาสำหรับสมาชิกในการทักท้วงและคัดค้านประมาณ 2 ถึง 3 ชั่วโมง รวมใช้เวลา 35 ชั่วโมง ส่วนจะมีการขอเวลาในการพิจารณาเพิ่มหรือไม่ก็จะหารือกันในวันนี้แต่ต้องอยู่ในกรอบการพิจารณาระหว่างวันที่ 17 - 19 ตุลาคมเท่านั้น

หากฝ่ายค้านขอเวลาอภิปรายเพิ่มเป็น 20 ชั่วโมง นายวิรัช กล่าวว่า ฝ่ายรัฐบาลก็ต้องขอเพิ่มเวลาเป็น 20 ชั่วโมงเช่นกัน เบื้องต้นส่วนของรัฐบาลได้มีการแบ่งเวลาตามสัดส่วนให้กับพรรคร่วมรัฐบาลแล้ว ส่วนพรรคเล็กก็ให้ไปจัดสรรเวลากันเอาเอง แต่กรอบเวลาพรรคเล็กในแต่ละพรรคอาจไม่ถึง 10 นาทีตามที่ร้องขอ

นายวิรัช ยังกล่าวว่าในวันพรุ่งนี้จะเริ่มพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ในเวลาประมาณ 12.00 น. เนื่องจากมีวาระการพิจารณาพระราชกำหนดโอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหมไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์ปี 2562 ที่ต้องพิจารณาให้เสร็จสิ้นก่อนในช่วงเช้า ซึ่งการพิจารณาในวันที่ 17 ตุลาคมน่าจะเสร็จสิ้นการประชุมในเวลา 23.00 น.

ส่วนวันที่ 18 ตุลาคมจะเริ่มประชุมในเวลา 10.00 น.จนถึง 23.00 น. รวม 2 วัน ใช้เวลา 23 ชั่วโมง และมีเวลาอีก 7-8 ชั่วโมงในการทักท้วงและคัดค้าน เชื่อว่าการพิจารณาจะอยู่ในกรอบวันและเวลาที่กำหนดไว้

นายวิรัช ยืนยันว่าไม่กังวลการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 เมื่อฝ่ายค้านสงสัย รัฐบาลก็มีหน้าที่ชี้แจง เชื่อว่าไม่มีปัญหา ซึ่งในส่วนของ ส.ส.รัฐบาลพร้อมลงมติทุกเมื่อ โดยก่อนการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วิปรัฐบาลจะซักซ้อมการประชุมก่อนในช่วงเช้า

ขณะที่นายพิเชษฐ์ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย ในฐานะฝ่ายค้านอิสระ เปิดเผยว่า ได้เข้าหารือถึงการจัดสรรเวลา ให้ฝ่ายค้านอิสระ โดยนายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล ยินดีแบ่งเวลาให้ ซึ่งได้ขอให้พรรคประชาธรรมไทย 10 นาที และพรรคไทยศรีวิไลย์อีก 10 นาที รวมเป็น 20 นาที

พร้อมย้ำความจำเป็นต้องทำหน้าที่อภิปรายเพื่อเป็นฝ่ายค้านอิสระโดยสมบูรณ์ เพราะมี เรื่องเกี่ยวกับความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับการจัดสรรงบประมาณ โดยเฉพาะปัญหาเหมืองแร่ที่จะต้องอภิปรายให้ประชาชนได้รับทราบ ยืนยันว่า แม้จะได้เวลาในสัดส่วนของรัฐบาล แต่การทำหน้าที่ยังคงเป็นไปโดยอิสระ ส่วนจะโหวตเห็นชอบหรือไม่นั้น ต้องหารือกับพรรคไทยศรีวิไลย์ก่อน


ครม. ตั้ง "กรวัชร์" เป็นผู้ตรวจฯ ยุติธรรม

Tue, 15 Oct 2019 19:49:00

วันนี้ (15 ต.ค.2562) คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเสนอแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงยุติธรรม ให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง จำนวน 4 คน ดังนี้

1. นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง

2. พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง

3. นายพยนต์ สินธุนาวา รองอธิบดีกรมคุมประพฤติ ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง

4. นายมณฑล แก้วเก่า รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง

ทั้งนี้ พ.ต.ท.กรวัชร์ รองอธิบดีดีเอสไอ มีบทบาทสำคัญในชุดคลี่คลายคดีนายพอละจี รักจงเจริญ หรือ บิลลี่ แกนนำกระเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย 


กมธ.ความมั่นคงฯ เชิญ "พล.อ.อภิรัชต์" แลกเปลี่ยนความเห็น

Tue, 15 Oct 2019 16:45:00

วันนี้ (15 ต.ค.2562) นายพีรเดช คำสมุทร ส.ส.จังหวัดเชียงราย พรรคอนาคตใหม่ ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมาธิการ ที่มี พล.ท.พงศกร รอดชมภู เป็นประธานกรรมาธิการ มีมติให้ทำหนังสือเชิญ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เข้าแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านความมั่นคง หลังจากที่ได้บรรยายพิเศษ "แผ่นดินของเราในมุมมองด้านความมั่นคง"

นายพีรเดช ระบุด้วยว่า คณะกรรมาธิการฯ เห็นว่าเรื่องนี้มีความสำคัญ มีความเคลื่อนไหวเรื่องนี้มาก จึงได้ทำหนังสือเชิญ ผบ.ทบ.มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นประเด็นความมั่นคง โดยทางคณะกรรมาธิการฯย้ำว่า คาดหวังว่า ผบ.ทบ.จะให้ความร่วมมือในการเดินทางเข้ามาร่วมแลกเปลี่ยน

นอกจากนี้ที่ประชุมวันนี้ ยังมีข้อสรุป 4 ข้อดังต่อไปนี้ นอกจากเรื่องการเชิญ ผบ.ทบ.มาแลกเปลี่ยนข้อมูลแล้ว ยังมีเรื่องรายงานการศึกษาดูงานที่ จ.เชียงราย และ จ.นราธิวาส เรื่องกรอบการทำงานของคณะกรรมาธิการ เรื่องการตั้งอนุกรรมาธิการ ซึ่งมีอนุกรรมาธิการความมั่นคงกิจการชายแดน และ อนุกรรมาธิการยุทธศาสตร์ชาติ การปฏิรูปประเทศ ทั้งนี้มีรายงานว่าคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐฯ ทำหนังสือเชิญผบ.ทบ.มาในวันที่ 21 ต.ค.นี้


ครม.ไฟเขียว 4-5 พ.ย.นี้ เป็นวันหยุดพิเศษ เฉพาะ กทม.-นนทบุรี

Tue, 15 Oct 2019 15:23:00

วันนี้ (15 ต.ค.2562) ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.มีมติอนุมัติวันหยุดราชการเป็นกรณีพิเศษ วันที่ 4-5 พ.ย.นี้ ในพื้นที่กรุงเทพฯ และ จ.นนทบุรี เพื่อลดผลกระทบด้านการจราจรของประชาชน เนื่องไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 35 และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้อง ระหว่างวันที่ 2-4 พ.ย.นี้ ที่ศูนย์การประชุมอิมแพค เมืองทองธานี คาดว่ามีผู้เข้าร่วมประชุมมากกว่า 3,000 คน

นอกจากนี้ เพื่อให้การอารักขาและการรักษาความปลอดภัยผู้นำต่างประเทศเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ ในส่วนของรัฐวิสาหกิจ สถาบันการเงิน และภาคเอกชน ให้รัฐวิสาหกิจแต่ละแห่ง ธนาคารแห่งประเทศไทย และกระทรวงแรงงาน พิจารณาความเหมาะสมของการกำหนดเป็นวันหยุดให้สอดคล้องกับข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องในแต่ละกรณีไป ส่วนกรณีหน่วยงานใดที่มีภารกิจให้บริการประชาชน หรือมีความจำเป็นหรือราชการสำคัญในวันหยุดดังกล่าวโดยได้กำหนดหรือนัดหมายไว้ก่อนแล้ว ซึ่งหากยกเลิกหรือเลื่อนไปจะเกิดความเสียหาย หรือกระทบต่อการให้บริการประชาชน ให้หัวหน้าหน่วยงานนั้นพิจารณาดำเนินการตามที่เห็นสมควร โดยมิให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการและการให้บริการประชาชน


"ธีรยุทธ" แนะกองทัพอย่าใช้ "ความเมือง" ทำลายฝ่ายตรงข้าม

Tue, 15 Oct 2019 14:23:00

วันนี้ (15 ต.ค.2562) ศาสตราจารย์ธีรยุทธ บุญมี นักวิชาการอิสระ เปิดบรรยายพิเศษ "ประชาชน พรรคการเมือง ทหารไทย ติดกับดักวิกฤตใหม่ประเทศไทย" ที่ อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ถ.ราชดำเนิน


ศ.ธีรยุทธ เริ่มต้นด้วยการกล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงระบบคิด ที่เรียกว่ากระบวนทัศน์ หรือ ความคิดใหญ่ แม่แบบความคิดในสังคมไทยที่เพิ่งก่อตัวขึ้นไม่นาน การบรรยายในวันนี้ จึงกระทำในฐานะนักวิชาการอิสระ ซึ่งเป็นหน้าที่ติงและเตือนสังคม ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น โดยย้ำว่า ไม่ถือว่าใครหรือกลุ่มไหนในสังคมไทยเป็นศัตรู มองทุกฝ่าย ทั้งรัฐบาล ฝ่ายค้าน และทหาร ด้วยสายตาที่เป็นกลาง วิพากษ์วิจารณ์ตามบทบาทที่ทุกฝ่ายกำลังเดินไป

เมืองไทย 3 ยุค ปัจจุบันคือ "ติดกับดักตัวเอง"

ศ.ธีรยุทธ ระบุว่า สังคมไทยไม่มีเป้าหมาย ติดกับดักตัวเอง ภาวะการไม่มีเป้าหมาย เห็นได้ชัดจากการปฏิรูปประเทศ ที่เกิดมานานกว่า 20 ปี นับตั้งแต่ปี 2535 แต่สาเหตุที่ทำให้กระแสปฏิรูปตาย หรือเดินหน้าไม่ได้ คือ การปฏิวัติของทหาร

โดยสังคมไทยออกเป็น 3 ยุค คือ ยุคพัฒนา ตั้งแต่ปี 2505 - 2535 ที่มีเป้าหมายชัดเรื่องการพัฒนา ไฟสว่าง มีงานดี เป็นความสำเร็จในการปฏิรูปครั้งแรก มีการพัฒนาเศรษฐกิจและประชาธิปไตย ที่มีทั้งข้อสำเร็จและล้มเหลว ผลดีคือ สิทธิเสรีภาพกว้างขวาง พรรคการเมือง สื่อมวลชนเกิดขึ้นมากมาย แต่มีข้อเสีย คือ การคอร์รัปชัน โดยเฉพาะวิกฤตคุณธรรมในสังคม ที่หายไป

ยุคต่อมา ปี 2535 - 2557 ยุคปฏิรูป ซึ่งเป็นฉันทามติร่วมกัน มีพลังแสดงออกร่วมกัน มีการปฏิวัติประชาธิปไตย รัฐธรรมนูญสีเขียว และการเคลื่อนไหวของมวลชนสองครั้งใหญ่ คือ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และ กปปส. แต่ก็ประสบความล้มเหลว หลังการรัฐประหารสองครั้ง

ทหาร ข้าราชการ มีอำนาจรวมกัน 7 ปีไม่มีความสามารถและไม่มีพลังจิตใจที่จะปฏิรูป จึงล้มเหลว ยุคนี้กำลังจบสิ้น หากมีใครเชิญปฏิรูปด้วยการเดินขบวนอีก คงไม่มีใครร่วม

ยุคปัจจุบันตั้งแต่ปี 2557 - 2562 คือ ยุคติดกับดัก เพราะไม่สามารถหาเป้าหมายที่เป็นทางออกของประเทศได้ หากจะมี ก็คือประชาธิปไตยกินได้ หรือ ประชานิยม ซึ่งคนชนบทชื่นชมมาก และถือเป็นปัจจัยที่ทำให้พรรคไทยรักไทย พรรคเพื่อไทย มีฐานเสียงที่เหนียวแน่น แม้แต่การเลือกตั้งล่าสุด แต่ไม่ใช่วาทกรรมที่เป็นทางออก เพราะประชานิยมเป็นเพียงเครื่องมือการหาเสียง ที่หมายถึงการเมืองทั่วโลก เป็นเครื่องมือ แต่ไม่ใช่เป้าหมาย

พรรคอนาคตใหม่ มีฐานเสียงคือคนรุ่นใหม่และชนชั้นกลางที่ไม่พอใจระบบเก่า แต่ทั้งสองพรรคยังไม่มียุทธศาสตร์ แผนงานหลักเพื่อพาประเทศไปสู่เป้าหมาย ส่วนฝ่ายอนุรักษ์ หรือ ทหารที่มีอำนาจมา 5 ปีเศษ ก็ติดกับดักความคิด โดยเฉพาะเรื่องความมั่นคง

 


ชี้กระบวนทัศน์ “ความเมือง” พร้อมทำสงคราม อันตราย

ศ.ธีรยุทธ เปรียบเทียบกระบวนทัศน์แบบ ความเมือง กับ การเมือง โดยนิยามการเมืองว่า คือ พื้นที่แบ่งปันผลประโยชน์ทางการเมืองให้กลุ่มผลประโยชน์ต่าง ๆ เชื่อว่าเสียงส่วนใหญ่เป็นหนทางแก้ไข

แต่ "ความเมือง" เป็นทรรศนะใหม่ มองว่าพื้นฐานของสังคม คือ กลุ่มคน ที่อยู่ด้วยกันด้วยความหวาดระแวง อยู่แบบพวกเรากับศัตรู มองว่ากลุ่มตัวเองต้องอยู่รอด กลุ่มอื่นเป็นศัตรูที่ต้องทำลายล้าง เป็นหัวใหญ่ของความคิดแบบ the political มองความสัมพันธ์เชิงสงคราม ต่อสู้แบบไม่มีรูปแบบ ด้วยความเป็นกลุ่ม ที่ต้องมีผู้นำตัดสินใจสูงสุด

ซึ่งตรงข้ามกับ "การเมือง" แบบ the politic ที่เชื่อในกระบวนการธรรมดา เมื่อมีการเลือกตั้งแล้ว อภิปราย วิพากษ์วิจารณ์โดยใช้เหตุผล เพื่อให้ความคิดและประโยชน์ฝ่ายตนบรรลุผล และฝ่ายอื่นล้มเหลว แต่สุดท้ายก็นำไปสู่การล้มรัฐบาล หรือ ยุบสภาฯ ตามกระบวนการทางประชาธิปไตยแบบเสรีนิยม ที่เชื่อมั่นในตัวบุคคล ความเห็นต่าง แต่ถกเถียงกัน หาแง่มุมชนะกัน แต่กระบวนการอยู่ร่วมกันในสังคม จะช่วยให้บรรลุข้อตกลงได้

“ความเมือง” เป็นกระบวนทัศน์ปัจจุบัน คนไทยส่วนหนึ่งรับกระบวนทัศน์แบบนี้ ที่มองว่าการอยู่รอดแบบกลุ่มสำคัญที่สุด ไม่ใช่การอยู่แบบปัจเจกนิยม ไม่เชื่อเรื่องเสรีประชาธิปไตย เป็นวิธีคิดที่สะท้อนออกมาแบบ "ไฮบริด วอร์แฟร์" ดังที่ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก พยายามนำเสนอ โดยมองว่าคนอื่นเป็นศัตรูที่ต้องล้มล้าง ทั้งที่อยู่ในภาวะปกติ ไม่มีวิกฤตใด ๆ เพราะผ่านการเลือกตั้งมาแล้ว ถือเป็นความปกติแล้ว ใช้การเมืองธรรมดาได้

จากการเล่นการเมือง กำลังเป็นการเล่นความเมือง นักการเมืองกลายเป็นนักความเมือง พรรคการเมืองกลายเป็นพรรคความเมือง นักวิชาการกลายเป็นนักโฆษณาความเมือง ทหารฝ่ายความมั่นคงกลายเป็นทหารฝ่ายความเมือง คือ ใช้ทุกวิธีการที่จะขยายความ เกินเหตุเกินผล สร้างความ บิดความ ต่อเติมความ รวมทั้ง คดีความ

ศ.ธีรยุทธ ยกตัวอย่างกลุ่มของกระบวนทัศน์แบบความเมือง เพื่อทำลายคู่ต่อสู้ รวมถึง ข่าวปลอม ข่าวสารข้อมูล ในที่สุดจะกลายเป็นสงคราม ทำให้สงครามไร้รูปแบบ ขยายตัวน่ากลัวขึ้นเรื่อย ๆ เริ่มจากความขัดแย้ง เหลือง - แดง, ชนชั้นล่างชนชั้นกลางในชนบท - ชนชั้นกลางชนชั้นสูงในเมือง, ภาคเหนือ - อีสาน - ใต้, เผด็จการ - ประชาธิปไตย รวมถึงการเลือกตั้งครั้งหลังสุด คือ คนรุ่นเก่า - คนรุ่นใหม่ และ ความคิดเก่า - ความคิดใหม่


มองใจกลางปัญหาผิด นำไปสู่ปัญหาใหม่ร้ายแรง

ศ.ธีรยุทธ ระบุว่า การใช้ค่านิยมของทหาร ในเรื่องสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ มองเป็นปัญหาหลักของประเทศ ซึ่ง ศ.ธีรยุทธมองว่า เป็นปัญหาที่สำคัญยิ่ง แต่การให้ความสำคัญเร่งด่วน เป็นการผิดพลาดในแง่ยุทธศาสตร์และยุทธวิธี ซึ่งควรหยิบยกปัญหาเร่งด่วน ทั้งปากท้องประชาชน และความเหลื่อมล้ำ ซึ่งกระทบกับประชาชนเป็นจำนวนมาก ซึ่งมองว่าเป็นการจัดการวิกฤตผิดพลาด มองปัญหาใจกลางผิด อาจนำไปสู่ปัญหาใหม่ที่ร้ายแรง

ศ.ธีรยุทธ ระบุว่า การนิยามว่าการชุมนุมของมวลชนเป็นสงครามภายในประเทศ ได้นำมาสู่เหตุผลในการปฏิวัติรัฐประหาร ซึ่งเป็นข้อผิดพลาดในการกำหนดท่าทีเชิงยุทธศาสตร์ แต่ไม่ได้ใช้เพื่อการปฏิรูป เมื่อรัฐบาล คสช.มองว่าแก้ปัญหายังไม่จบ จึงเป็นเหตุผลให้อยู่ในอำนาจต่อ

อยู่ยาวด้วยกระบวนการต่าง ๆ เช่น ล้มรัฐธรรมนูญฉบับศาสตราจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ มีกลไก ส.ว. และยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งหากเราเอาภาวะสงครามไปยัดเยียดให้ในภาวะปกติ มีโอกาสที่สงครามจริง ๆ จะเกิดขึ้น

เสนอ สังคมตั้งสติ รัฐไม่มองประชาชนเป็นศัตรู

ศ.ธีรยุทธ ยังได้เสนอหนทางแก้ไข 2 ข้อ ที่ต้องช่วยกันให้ทุกฝ่ายคลี่คลาย ผ่อนความขึงตึงของสถานการณ์ 

  1. สังคมต้องตั้งสติอยู่ตรงกลาง มองสถานการณ์ให้กระจ่าง เสริมพลังบวกที่จะช่วยแก้ปัญหาของสังคม
  2. รัฐต้องวางตัวเป็นกลาง ทหารต้องไม่มองว่าประชาชนเป็นศัตรู ควรอยู่ในกรมกอง เพราะมีกลไกอื่นที่แก้ปัญหาได้ เช่น สภาผู้แทนราษฎร ศาล และระบบยุติธรรม โดยมองว่าความตื่นตัวต่อปัญหานั้นทำได้ แต่การประกาศตัวเป็นศัตรูกับประชาชนบางกลุ่ม เป็นเรื่องที่น่าตกใจ ไม่เป็นผลดีกับประเทศ อาจต้องถอยกลับ

สำหรับคำแนะนำถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะนายกรัฐมนตรี ที่ต้องเร่งแก้ปัญหาปากท้องของประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำ โดยเฉพาะคนชั้นกลางและคนจน รวมถึงใช้บารมีและวุฒิภาวะ มองข้ามสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ และชักชวนให้ภาคส่วนต่าง ๆ ของสังคม ร่วมกันประคับประคองสถานการณ์


ต่อคำถามว่า หากสังคมไม่ช่วยกัน จะนำพาฉากทัศน์ทางการเมืองไปทิศทางไหน ศ.ธีรยุทธ ระบุว่า น่าเป็นห่วง เพราะความคิดและความขัดแย้งจะพัฒนาไปเรื่อย ๆ เห็นชัดจากกรณีเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ที่เกิดจากวาทกรรมที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ผลักให้กลุ่มหนึ่งเป็นคนส่วนน้อย สร้างความเป็นอื่น ถอดความถูกต้อง ความเป็นปกติ

การสร้างความเป็นอื่น คือ ถอดความเป็นตัวตน ซึ่งถูกต้อง จำเป็น เช่น เป็นพลเมืองของประเทศไทย มีสิทธิ มีเสียง มีเสรีภาพในสังคม เป็นนักธุรกิจ เป็นนักวิชาการ ถูกถอดทิ้งไปเรื่อย ๆ ให้เหลือเฉพาะสิ่งที่มันเปลือยเปล่า รวมทั้งสร้างภาพว่าเป็นยักษ์เป็นมาร เป็นศัตรูที่ร้ายกาจ ที่มีแต่ความชั่วร้ายอยู่ เช่น คอมมิวนิสต์ เคยถูกสร้าง นำไปสู่วลีแบบ ฆ่าคนไม่บาป บิดเบือนความจริง ขยายความ นำไปสู่ความรุนแรง 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง 

"ธีรยุทธ" เรียกร้องนายกฯ อย่าใช้อำนาจจนถูกครหาโกงเลือกตั้ง

"ธีรยุทธ"ประเมิน 2 ปี คสช.ปฏิรูปประเทศ

 


"ศรีสุวรรณ" ร้อง ป.ป.ช. สอบจริยธรรม "บิ๊กแดง-ธนาธร"

Tue, 15 Oct 2019 11:55:00

 

วันนี้ (15 ต.ค. 2562) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช.   เพื่อให้ดำเนินการไต่สวน สอบสวน ว่าคำพูดและการกระทำดังทั้งของพล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ กรณีบรรยายพิเศษและนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่ถ่ายรูปคู่กับนักเคลื่อนไหวทางการเมืองฮ่องกง ว่าจงใจที่จะฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมฯและกฎหมายหรือไม่

โดยอ้างอิงคือ 1.กรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ตามที่ปรากฎภาพการถ่ายรูปคู่กับนายโจชัว หว่อง แกนนำเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง จนทำให้สถานเอกอัครราชฑูตสาธารณรัฐประชาชนจีนออกแถลงการณ์ในทำนองตำหนินักการเมืองไทย ที่อาจจะไปสมคบคิดหรือสนับสนุนกระบวนการเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกงนั้น นายศรีสุวรรณเห็นว่าเรื่องดังกล่าว ป.ป.ช.ต้องไต่สวน สอบสวนให้ได้ข้อยุติโดยเร็ว เพื่อไม่ให้กระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทย-จีน ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความมั่นคงและผลประโยชน์ของชาติ

ส่วนกรณีที่ 2 เป็นผลอันเนื่องมาจากการที่ พล.อ.อภิรัชต์  คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก จัดบรรยายพิเศษ ในหัวข้อเรื่อง “แผ่นดินของเราในมุมมองด้านความมั่นคง” เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยได้ตำหนินักการเมืองต่างๆอย่างเปิดเผย ซึ่งอ้างอิงถึงถ้อยคำการบรรยายว่าชี้ให้เห็นถึงลักษณะความไม่เป็นกลางทางการเมือง และสะท้อนให้เห็นว่ามีทัศนคติทางการเมืองแบบเลือกข้าง ซึ่งขัดต่อธรรมเนียมปฏิบัติและมารยาททางการเมืองที่ผู้นำเหล่าทัพไม่ควรเลือกข้างทางการเมือง หรือแสดงความเห็นในลักษณะประกาศจุดยืน จนอาจเป็นการแทรกแซงกระบวนการในระบอบประชาธิปไตย จนทำให้เกิดการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายในประเทศเสียเอง ทั้งที่พล.อ.อภิรัชต์ เคยเป็นถึงอดีตเลขาธิการ คสช. ซึ่งพยายามสร้างความปรองดอง-สร้างการสมานฉันท์ขึ้นภายในประเทศ และเป็นถึงผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพบก และเป็นถึงสมาชิกวุฒิสภาด้วย


พร้อมย้ำว่าการบรรยายต่อสาธารณะของพล.อ.อภิรัชต์ อาจเป็นการฝ่าฝืน “พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการทหาร 2521” “ระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วยประมวลจริยธรรม 2551” และ “พ.ร.บ.ว่าด้วยวินัยทหาร 2476” และยังอาจเข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมฯ 2561 อีกด้วย


พล.อ.อนุพงษ์ ไม่ตอบงบฯมหาดไทยเพิ่ม 2.5 หมื่นล้านบาท

Tue, 15 Oct 2019 10:46:00

วันนี้ (15 ต.ค.2562) พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงความพร้อมในการชี้แจงงบประมาณปี 2563 ต่อสภาฯว่า เมื่อตั้งงบประมาณไปก็ต้องชี้แจงว่าจะใช้อย่างไรและสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติอย่างไร ซึ่งสภาฯหรือกรรมาธิการ จะมีความเห็นอย่างไรก็ให้เป็นไปตามกฎหมาย 

ส่วนงบประมาณของกระทรวงมหาดไทยที่เพิ่มขึ้นมากว่า 25,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นเป้าการอภิปรายของฝ่ายค้านนั้น พล.อ.อนุพงษ์ ถามกลับว่า จะให้ตอบอะไร ก็ตอบไปหมดแล้ว แต่อย่างไรก็พร้อมชี้แจง

ทางสภาจะตัด จะตกจะแต่งอย่างไร ก็ดำเนินการไปตามกฎหมาย

พล.อ.อนุพงษ์ ยังกล่าวถึงความคืบหน้าการเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย โดยเฉพาะ จ.อุบลราชธานี ว่า การจ่ายเงินเยียวยา ครอบครัวละ 5,000 บาท ก็ดำเนินการไปเป็นไปตามขั้นตอนภายในเดือนนี้ ซึ่งต้องรับรองตามกฎหมายผ่านการทำประชาคมให้ประชาชนรับรองว่าเป็นผู้ประสบภัยจริงและอยู่ในพื้นที่ประกาศภัยพิบัติ ซึ่งยืนยันว่าเมื่อขั้นตอนแล้วเสร็จ จะเร่งจ่ายเงินให้ประชาชน ส่วนเงินอุดหนุนท้องถิ่นขณะนี้ได้โอนให้กับท้องถิ่นแล้ว 

สำหรับภาพรวมความเสียหายอยู่ที่ 35,000 ครัวเรือนโดยขณะนี้มีการซ่อมแซมแล้วกว่า 20,000 หลัง ด้านการเกษตรภาพรวมที่นาที่ได้รับความเสียหาย 190,000 ไร่ พร้อมยืนยันว่าไม่มีปัญหาและอุปสรรคในการทำงาน

พล.อ.อนุพงษ์ ยังได้สั่งการให้พื้นที่ภาคเหนือเตรียมรับมือกับภัยหนาวที่คาดว่าจะยาวนานไปถึงเดือน ม.ค. - ก.พ.ปี 2563 ส่วนภาคใต้ขณะนี้มีฝนตกหนักต่อเนื่องไปอีกระยะ ก็ต้องเตรียมการรับมือกับสภาวะน้ำท่วมและน้ำป่าไหลหลาก ส่วนภาคอื่นก็ยังคงมีการประสบปัญหาภัยแล้ง ซึ่งก็สั่งการให้ทุกส่วนแจ้งเตือนประชาชนต่อเนื่อง


"ชัชวาลล์" หน.พลังท้องถิ่นไท เปิดฟรีโหวต ร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 63

Tue, 15 Oct 2019 10:13:00

วันนี้ (15 ต.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้ 14 ต.ค.2562 คณะทำงานพรรคพลังท้องถิ่นไทได้สรุปข้อมูล ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ให้หัวหน้าพรรคพิจารณาโดยอ้างอิงว่าอาจมีผลต่อการพัฒนาและจัดบริการประชาชนในท้องถิ่น ซึ่งนายชัชวาลล์ คงอุดม ได้ประชุม ส.ส.ของพรรคพลังท้องถิ่นไท และคณะทำงานด้านงบประมาณ ที่ประชุมมีข้อสรุปให้ ส.ส.ทั้ง 3 คนสามารถใช้เอกสิทธิ์ในการอภิปรายและการโหวต ร่างกฎหมายงบประมาณ ตามความเห็นส่วนบุคคล

นายธีรศักดิ์ พานิชวิทย์ เลขาธิการพรรค ได้ชี้แจงว่า หัวหน้าพรรคเห็นชอบในมติดังกล่าว ด้วยคำนึงถึงหลักการแห่งรัฐธรรมนูญในสาระที่ ส.ส มีเอกสิทธิ์ในการแสดงความคิดเห็นของตนเองและไม่ถือเป็นการขัดแย้งในการทำงานของพรรคฯ โดยพรรคยังยึดหลักการ อะไรที่มีผลประโยชน์ต่อประชาชนก็ควรคำนึงถึงให้มากที่สุด และทางพรรคฯ ได้มอบหมายให้ ส.ส.พรรคพลังท้องถิ่นไท นายโกวิทย์ พวงงาม ส.ส.นักวิชาการด้านท้องถิ่น และ นายนพดล แก้วสุพัฒน์ ส.ส.ตัวแทนองค์กรท้องถิ่น อภิปรายเพื่อเสนอแนวทางให้รัฐบาลและกรรมาธิการงบประมาณไปพิจารณาเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการกระจายอำนาจและพัฒนาท้องถิ่น

นายโกวิทย์ พวงงาม ส.ส.พรรคพลังท้องถิ่นไท ยังสะท้อนมุมมองด้วยว่าร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯปี 63 มีทั้งจุดแข็งและจุดอ่อน ในส่วนจุดแข็งนั้น แนวทางงบประมาณตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ชาติในเรื่องสร้างโอกาสและความเสมอภาค รวมทั้งการยกระดับการเรียนรู้ทุกช่วงวัย แต่ในจุดอ่อนยังคงเป็นเรื่องเดิม ๆ ที่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลง ที่เน้นการให้ราชการส่วนกลาง และส่วนภูมิภาคเป็นหน่วยขับเคลื่อนงบประมาณโดยไม่มุ่งเน้นกระจายอำนาจ และใช้องค์กรปกครองท้องถิ่นเป็นกลไกพัฒนาระดับพื้นที่ รวมถึงมีการวางกรอบงบประมาณท้องถิ่นที่ยังไม่สอดคล้องการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ทั้งนี้ ส.ส.พรรคพลังท้องถิ่นไทมี 3 คน ประกอบด้วย นายชัชวาลล์ คงอุดม,นายโกวิทย์ พวงงาม และนายนพดล แก้วสุพัฒน์ ซึ่งเป็น ส.ส.บัญชรายชื่อ


ประชาชนหนุนนายกฯ จัดรายการสด "PM Talk"

Mon, 14 Oct 2019 13:03:00

วันนี้ (14 ต.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊กไทยคู่ฟ้าของรัฐบาล ได้โพสต์ข้อความระบุว่า "บอกเราหน่อย อยากเห็น PM Talk พูดคุยแบบไหน?" ขอ 1 ความคิดเห็น ประกอบด้วยไลฟ์สไตล์ • คุยกับประชาชน • สัมภาษณ์ • หรืออื่นๆ ซึ่งปรากฏว่ามีประชาชนเข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นกันอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการเสนอให้พูดคุยถึงความคืบหน้าแต่ละโครงการ หรือแผนงานที่รัฐบาลทำสำเร็จ อยากให้ใช้ผลงานชนะใจคนที่มีความเห็นต่าง

ทั้งนี้ บางคนขอให้เน้นโครงการที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานของประเทศที่สำคัญ ทั้งภาพความก้าวหน้า และโครงการใหม่ที่จะเกิดขึ้น รวมทั้งระบบสาธารณสุข อยากให้เป็นแบบประกันสุขภาพ ให้ประชาชนชั้นกลาง สามารถเข้าถึงบริการสาธารณสุขภาครัฐ ซึ่งราคาไม่แพง แต่มีส่วนในการสนับสนุนค่าใช้จ่ายได้ด้วย ทำให้สามารถขยายสถานพยาบาลได้เพิ่มขึ้น และเร่งแก้ไขให้เศรษฐกิจกระเตื้องขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

ขณะที่บางคนเสนอให้ลงไปในสถานที่จริง ไม่อยู่ในห้องส่ง ส่วนพิธีกร อยากให้มีการสลับให้คนหลากหลายอาชีพที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะสาขาอาชีพมาสัมภาษณ์แบบสบายๆ และมีบางคนที่อยากให้นำดารา คนดัง หรือพิธีกรชื่อดังมาร่วมรายการ จะได้เป็นที่สนใจมากขึ้น และให้นักข่าวจากหลากหลายสำนักมาติดตามนายกรัฐมนตรี เพื่อทำข่าว รายงานการทำงานของรัฐบาล รัฐมนตรี และข้าราชการแบบเรียลิตี้ ไม่ต้องมีสคริปต์ เพื่อให้เห็นความโปร่งใสและจริงใจในการปฏิบัติงาน

นอกจากนี้ ยังมีหลายความคิดเห็นที่อยากให้นายกรัฐมนตรีจัดการรายการสด หรือออกอากาศสด และสร้างการมีส่วนร่วมกับประชาชนด้วยการอ่านข้อความและตอบคำถามเอง ขณะที่หลายคนกลับมองว่าไม่จำเป็นต้องจัดรายการสด เพราะนายกรัฐมนตรีคนก่อนๆ ก็ไม่จัดรายการสด ใช้การบันทึกเทปแทน และมีส่วนหนึ่งอยากให้นายกรัฐมนตรีพูดให้ช้าลง ชัดถ้อยชัดคำ พูดน้อยแต่ชัดเจนมีพลังแทนการพูดให้ความรู้ความเข้าใจแบบเมื่อก่อน


วิเคราะห์ท่าที พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์

Sat, 12 Oct 2019 13:43:00

นายเทพชัย หย่อง สื่อมวลชนอาวุโส และนายก่อเขต จันทเลิศลักษณ์ ผอ.สำนักข่าว ไทยพีบีเอส ร่วมถอดรหัสจุดยืน พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาทหารบก (ผบ.ทบ.) หลังการบรรยายหัวข้อ "แผ่นดินของเราในมุมมองฝ่ายความมั่นคง" โดยเฉพาะจุดยืนของ ผบ.ทบ.ที่มีต่อการเมืองผ่านการตีความของฝ่ายความมั่นคง ซึ่งมีความสุ่มเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดการแบ่งแยกทางความคิดและนำไปสู่ความรุนแรง นอกจากนี้ยังวิเคราะห์ทางออกของสังคมที่คนมีวิธีคิดแตกต่างกัน และเชื่อว่าสถานะของผู้บัญชาการทหารบก เป็นสถานะที่ช่วยสร้างความสมานฉันท์ได้

 


"ปิยบุตร" ซัด ผบ.ทบ. อย่าใช้ความรู้สึกกล่าวหาคนเห็นต่าง

Sat, 12 Oct 2019 13:36:00

วันนี้ (12 ต.ค.2562) ที่ทำการพรรคอนาคตใหม่ อาคารไทยซัมมิท รศ.ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ เปิดบรรยายพิเศษ “แผ่นดินของเราในมุมมองประชาธิปไตย บทบาทของประชาชนในการสร้างชาติ” หลังการบรรยายของ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบกเมื่อวานนี้

รศ.ปิยบุตร กล่าวก่อนเริ่มการบรรยายว่า แม้ ผบ.ทบ. ไม่ได้ระบุชื่อใครหรือพรรคการเมืองไหน แต่เมื่อฟังจนจบก็คงเข้าใจดีว่าหมายถึงพรรคอนาคตใหม่ และแกนนำคนอื่น ๆ ในพรรค ซึ่งสะท้อนวิธีคิดของ ผบ.ทบ. และกองทัพ ที่จะทำให้เกิดความแตกแยกของคนในชาติ

มีการหยิบยกประเด็น “แผ่นดินของเรา” กับความหมายของการสร้างชาติที่เปลี่ยนไป รศ.ปิยบุตร ระบุว่า เครื่องมือสร้างชาติในยุคสมัยปัจจุบัน มีความจำเป็นต้องยึดหลักการ 4 ข้อ คือ 1) ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ 2) สิทธิเสรีภาพ 3) พึ่งพาอาศัยกันฉันท์เพื่อนร่วมชาติ และ 4) เคารพในความแตกต่างหลากหลาย ที่เมื่อใดถูกนำมาใช้เพื่อการร้อยรัฐ เมื่อนั้นประชาชนก็จะเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมกันสร้างชาติได้

เมื่อชาติเท่ากับประชาชนแล้ว หากเราพูดถึงความมั่นคงของชาติ ความมั่นคงของประเทศ จึงเท่ากับความมั่นคงของประชาชนไปด้วย คือ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ความมั่นคงในชีวิต ความมั่นคงในทางสิทธิและเสรีภาพ และความมั่นคงในทางการศึกษา

ไม่แตะ รธน.มาตรา 1

ส่วนประเด็นข้อกังวลการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 1 รศ.ปิยบุตร ระบุว่า ตามกรอบของรัฐธรรมนูญ 2560 นั้นเป็นไปไม่ได้ พล.อ.อภิรัชต์ จึงไม่ควรใช้ความรู้สึกส่วนตัวในการออกมาตอบโต้ แต่ควรใช้กรอบของกฎหมาย พร้อมยืนยันว่า ตน และพรรคอนาคตใหม่ รวมถึงพรรคร่วมฝ่ายค้านพูดในที่สาธารณะหลายครั้ง ว่าจะไม่มีการแตะมาตรา 1 และมาตรา 2 อย่างเด็ดขาด พร้อมตอบกลับ พล.อ.อภิรัชต์ ว่า เป็นความพยายามเชื่อมโยงเพื่อลดความชอบธรรมของการรณรงค์แก้รัฐธรรมนูญ และมีเพียงการทำรัฐประหารโดยทหารเท่านั้น ที่เปลี่ยนแปลงและยกเลิกรัฐธรรมนูญ โดยไม่มีกรอบของกฎหมายมารองรับ

รัฐธรรมนูญฉบับ 2560 ที่พวกท่านร่างกันมา มาตรา 255 เขียนว่า การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่เป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ เปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ จะกระทํามิได้

สำหรับประเด็นการแทรกแซงการเมืองของกองทัพ รศ.ปิยบุตร ยกตัวอย่างฝ่ายความมั่นคงของหลายประเทศ ที่จะไม่มีการออกมาแสดงความเห็นทางการเมือง แต่ในทางกลับกัน พล.อ.อภิรัชต์ ในฐานะ ผบ.ทบ. ที่แม้พยายามกล่าวในการบรรยายเมื่อวานนี้ ว่าไม่ใช่การยุ่งกับการเมือง แต่กลับแสดงความเห็นทางการเมืองอย่างชัดแจ้ง โดยระบุว่าเหตุผลเดียวที่จะครองอำนาจทางกองทัพเอาไว้ได้ คือ การมีวิกฤตภายในประเทศตลอดเวลา 

สถานะพิเศษช่วงยกเว้น จึงกลายเป็นสถานะถาวร เช่น มาตรา 44 อยู่กับเราจนเราคุ้นชินเป็นปกติ มันจะเกิดขึ้นได้ ต้องมีการปลุกปั่นวิกฤต บางช่วงอาจมีจริง ๆ แต่เมื่อหายไป ไม่มีความจำเป็นที่ทหารต้องแทรกแซงทางการเมือง ทุกอย่างผลิตผ่านวาทกรรมต่าง ๆ

นอกจากนี้ ยังระบุถึงบทเรียน "วงจรอุบาทว์การเมืองไทย" ที่ถูกทำให้เชื่อว่ามีการเลือกตั้ง มีวิกฤตการเมือง และจบลงด้วยการรัฐประหาร แต่วงจรอุทบาทว์ที่แท้จริง คือ การตัดตอน หรือ หยุดยั้งประชาธิปไตย เมื่อเห็นว่าประชาชนตระหนักรู้ว่าอำนาจสูงสุดเป็นของประชาชนและรุดหน้าเกินควบคุม เมื่อนั้นก็จะเกิดการรัฐประหาร ส่วนกรณีที่ พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวถึงภัยคุกคามรูปแบบใหม่ "สงครามลูกผสม" หรือ ไฮบริด วอร์แฟร์ (Hybrid Warfare) นั้น ในต่างประเทศกลับมองประเทศไทยว่าเป็น "ระบอบลูกผสม" หรือ ไฮบริด รีจีม (Hybrid Regime) ที่มีสาระสำคัญ คือ ใช้ระบบเลือกตั้งเป็นเครื่องมือสืบทอดอำนาจ

ภาพ : พรรคอนาคตใหม่

ภาพ : พรรคอนาคตใหม่

 

ไม่เถียง เป็น "ซ้ายจัดดัดจริต"

รศ.ปิยบุตร ยังระบุว่า การติดหล่มความขัดแย้งทางการเมืองตลอด 13 ปีที่ผ่านมา ทำให้คนในประเทศมองไม่เห็นอนาคต จึงไม่แน่ใจว่า หากขับเคลื่อนประเทศต่อด้วยเพียง กองทัพที่ไม่เป็นประชาธิปไตย สื่อมวลชนยุยงปลุกปั่น และรัฐบาลที่สืบทอดอำนาจ จะก้าวผ่านปัญหาทางการเมืองและพัฒนาประเทศไปได้อย่างไรพร้อมยอมรับเป็น "ซ้ายจัดดัดจริต" เพราะเหตุผลที่ศึกษาเรื่องการปฏิวัติ ประวัติศาสตร์ทั่วโลก ก็เพื่อเป็นบทเรียน และพิจารณาร่วมกันว่าทำอย่างไร ให้ประเทศไทย ไม่ต้องพบสถานการณ์เช่นนั้น

ผมศึกษาเรื่องปฏิวัติ แต่ผมสนับสนุนและอยากให้ประเทศไทยปฏิรูป เพื่อให้คนในชาติอาศัยร่วมกัน ณ วันนี้ถึงเวลาแล้ว เราติดหล่มมา 13 ปี ท่านอย่ากังวลใจ พวกเรามีแต่ความปรารถนาดีและพร้อมปฏิรูปประเทศนี้ไปกับท่าน การบรรยายของท่านเมื่อวานนี้ไม่เป็นผลดี ไม่แก้ไขปัญหา ตรงกันข้าม ยิ่งตอกลิ่ม สร้างความแตกแยก แบ่งแยกแล้วปกครอง 

 


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการบรรยาย มีเหตุชุลมุนขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากมีผู้ตั้งคำถามเห็นแย้งหลายครั้ง ทำให้มีการตอบโต้จากประชาชนที่ฟังการบรรยาย โดย รศ.ปิยบุตร ได้เชิญให้ร่วมฟังต่อ พร้อมเปิดให้มีการตั้งคำถามในช่วงท้าย ซึ่งเป็นการถามความชัดเจน กรณีความเกี่ยวโยงกับนายคณากร เพียรชนะ ผู้พิพากษาที่ยิงตัวเอง พร้อมแสดงความคิดเห็น ไม่ต้องการให้แบ่งแยกอายุและช่วงวัยของกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคอนาคตใหม่ และเสนอให้ทำงานการเมืองสร้างสรรค์ในสภาฯ

หลังจบการบรรยาย ชายคนดังกล่าวได้เดินเข้าไปจับมือและขอบคุณ รศ.ปิยบุตร ที่ตอบคำถามเพื่อความชัดเจน

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ท่าที ผบ.ทบ.กับข้อกังวลสถานการณ์การเมือง "สงครามลูกผสม"

“ธนาธร” ชี้ “ผบ.ทบ.” บรรยายทำสังคมแตกแยก ย้ำโดนดิสเครดิต

ผบ.ทบ.ไม่ขวางแก้รัฐธรรมนูญ ขู่อย่าแตะมาตรา 1

 


กกต.แจงการ "เพิ่มชื่อ-ถอนชื่อ" เขต 5 จ.นครปฐม พรุ่งนี้วันสุดท้าย

Sat, 12 Oct 2019 13:11:00

วันนี้ ( 12 ต.ค. 2562) นางสาวบุญเรือน ไทยวัฒนธรรม ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครปฐม  เปิดเผยว่า การเลือกตั้ง ส.ส.นครปฐม เขตเลือกตั้งที่ 5 แทนตำแหน่งที่ว่างในวันพุธที่ 23 ตุลาคม 2562 ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. นั้นมีรายละเอียดดังนี้


1. การเพิ่มชื่อ-ถอนชื่อ 

       การส่งหนังสือแจ้งเจ้าบ้านเกี่ยวกับบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง (ส.ส. 1/6) ไปถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกครัวเรือนแล้ว  และในวันพรุ่งนี้ (วันที่ 13 ตุลาคม 2562) เป็นวันสุดท้ายของการเพิ่มชื่อ-ถอนชื่อ โดยสำนักทะเบียนอำเภอสามพราน และสำนักทะเบียนท้องถิ่นเทศบาลจำนวน 4 แห่ง ได้แก่ เทศบาลเมืองสามพราน  เทศบาลเมืองไร่ขิง  เทศบาลเมืองกระทุ่มล้ม  และเทศบาลตำบลอ้อมใหญ่  เปิดทำการเพื่อให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ของเขตเลือกตั้งที่ 5 ที่เห็นว่าไม่มีชื่อตนเองหรือมีชื่อผู้ไม่มีสิทธิเลือกตั้งปรากฏอยู่ในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง   ไปแจ้งนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่น โดยนำหลักฐานทะเบียนบ้านและบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรประจำตัวอื่นใดที่ทางราชการออกให้มาแสดง (หมายเหตุ สำนักทะเบียนเทศบาลตำบลบางกระทึก จะอยู่กับสำนักทะเบียนอำเภอสามพราน)


2. การลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตและนอกเขตไม่มี

       การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขตเลือกตั้งที่ 5  ไม่มีการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า ในเขตและนอกเขต ผู้มีสิทธิเลือกตั้งของเขตเลือกตั้งที่ 5 ต้องไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่พุธที่ 23 ตุลาคม 2562 ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. ที่หน่วยเลือกตั้งที่ท่านมีชื่อ (ได้เพียงวันเดียวเท่านั้น) 


3. หลักฐานในการใช้สิทธิเลือกตั้ง

     3.1  บัตรประชาชน (บัตรที่หมดอายุก็ใช้ได้)
     3.2  บัตรหรือหลักฐานที่ราชการหรือหน่วยงานของรัฐออกให้มีรูปถ่ายและหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน เช่น บัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ ใบขับขี่ หรือหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) และที่สำคัญต้องไม่หมดอายุ 


4. ขั้นตอนการลงคะแนนเลือกตั้ง

    4.1.ตรวจสอบรายชื่อและลำดับที่จากบัญชีรายชื่อผู้สิทธิเลือกตั้งที่ประกาศไว้หน้าหน่วยเลือกตั้ง
    4.2 ยื่นบัตรประจำตัวประชาชนและลงลายมือชื่อในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
    4.3 รับบัตรเลือกตั้งพร้อมลงลายมือชื่อหรือพิมพ์ลายนิ้วหัวแม่มือขวาบนต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง 
เข้าคูหาลงคะแนน
    4.4 ทำเครื่องหมายกากบาท X ลงในช่องทำเครื่องหมาย เลือกผู้สมัครเพียงหมายเลขเดียว
    4.5 หากไม่ต้องการเลือกผู้สมัครรายใด ให้ทำเครื่องหมายกากบาท X ในช่องไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด
    4.6 เมื่อลงคะแนนเสร็จแล้วพับบัตรเลือกตั้งให้เรียบร้อยและหย่อนบัตรลงในหีบบัตรเลือกตั้งด้วยตนเอง       และที่สำคัญการออกเสียงลงคะแนน “โดยตรงและลับ”  และประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งอย่าเผลอไปถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งที่ทำเครื่องหมาย  x  แล้ว หรือถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งในคูหา จะมีความผิดตามกฎหมายได้ 


5. การแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง 

    ถ้าผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่สามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันพุธที่ 23 ตุลาคม 2562 เวลา 08.00-17.00 น. ได้   ให้แจ้งเหตุไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งต่อนายทะเบียนอำเภอและนายทะเบียนท้องถิ่น
     - ภายใน 7 วันก่อนวันเลือกตั้ง  คือ วันที่ 16-20 ตุลาคม 2562) หรือ
     - ภายใน 7 วันนับแต่วันเลือกตั้ง  คือ วันที่ 24-30 ตุลาคม 2562
ขอรับแบบ ส.ส. 1/8 หรือทำหนังสือชี้แจงเหตุที่ทำให้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งไม่ได้ และให้ระบุเลขประจำตัวประชาชนและที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน โดยยื่นหนังสือต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นด้วยตนเอง มอบหมายผู้อื่น หรือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน


 6. การเสียสิทธิ  หากไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง จำนวน 5 ประการดังนี้

   6.1 ยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้ง ส.ส.
   6.2 สมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. หรือ สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมัครรับเลือกเป็น ส.ว.
   6.3 สมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้านตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่
   6.4 ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการการเมือง และข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการรัฐสภา
   6.5 ดำรงตำแหน่งรองผู้บริหารท้องถิ่น เลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยเลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ประธานที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น ที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น หรือคณะที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น


     ทั้งนี้ การจำกัดสิทธินี้มีกำหนดเวลาครั้งละ 2 ปีนับแต่วันเลือกตั้งครั้งที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง แต่หากการเลือกตั้งครั้งต่อไป ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ไปใช้สิทธิอีก ให้นับเวลาการจำกัดสิทธิจากวันที่มิได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งใหม่ กำหนดเวลาที่ถูกจำกัดสิทธิจากการเลือกตั้งครั้งก่อนเหลืออยู่เท่าใดให้สิ้นสุดลง

           พร้อมประชาสัมพันธ์เชิญชวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งนครปฐม เขตเลือกตั้งที่ 5 ไปใช้สิทธิเลือกตั้งกันอีกครั้ง ในวันพุธที่ 23 ตุลาคม 2562 ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น.

“ธนาธร” ชี้ “ผบ.ทบ.” บรรยายทำสังคมแตกแยก ย้ำโดนดิสเครดิต

Sat, 12 Oct 2019 09:36:00

วันนี้ ( 12 ต.ค. 2562) หลังชี้แจงผ่านเฟซบุ๊ค กรณีภาพถ่ายคู่ร่วมกับนายโจชัว หว่อง โดยทางการจีนออกแถลงการณ์ท้วงติงนักการเมืองไทยแทรกแซงการเมืองจีน-ฮ่องกง ขณะที่พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก บรรยายพิเศษอ้างว่านักการเมืองนักธรุกิจบางคนเจาะฐานคนรุ่นใหม่ หวังชวนเชื่อสื่อนัยยะทางการเมืองนั้น

"ธนาธร" เรียกร้องอย่าสร้างความเกลียดชัง

โดยระหว่างนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ลงพื้นที่ช่วยผู้สมัคร ส.ส.หาเสียงที่จังหวัดนครปฐม ระบุว่า ผู้บัญชาการทหารบกพูดโดยไม่เข้าใจบริบทของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป นายธนาธรจึงเรียกร้องทุกฝ่ายอย่าสร้างความเกลียดชัง ในช่วงเวลานำพาประเทศไทยก้าวหน้าสู่ความเป็นประธิปไตย และชี้ว่าการพูดของผู้บัญชาการทหารบกนั้น ไม่ได้ก่อประโยชน์ที่จะนำพาประเทศไปข้างหน้า แต่ทำให้สังคมแบ่งแยกเกิดความเกลียดชัง


นายธนาธร ยังระบุถึงแถลงการณ์ของจีนที่ท้วงติงนักการเมืองไทย ว่าจีนไม่ได้ระบุชื่อบุคคลในแถลงการณ์ดังกล่าว จึงไม่ทราบว่าหมายถึงตัวเองหรือไม่ และย้ำว่าการไปร่วมเสวนาที่ฮ่องกงได้รับเชิญในฐานะหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ โดยองค์กรสื่อระดับโลกที่ไปร่วมเสวนาพูดถึงอนาคตของเอเชีย และเห็นว่าเป็นสิทธิเสรีภาพของหัวหน้าพรรคสามารถทำได้ ไม่ใช่ปัญหาหรือต้องระวังในการวางตัว พร้อมเล่าว่าระหว่างการพูดคุยนาน 5 นาที กับนายโจชัว หว่อง ได้พูดคุยเรื่องประชาธิปไตย การได้มาซึ่งสิทธิเสรีภาพภายใต้บริบทสังคมที่แตกต่างกัน

นายธนาธร ย้ำว่าจะไม่ตอบโต้ผู้บัญชาการทหารบก โดยวันนี้รองศาสตราจารย์ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค จะแถลงชี้แจง ส่วนข้อกังกวลของผู้บัญชาการทหารบกว่าพรรคอนาคตใหม่เป็นพรรคที่คนรุ่นใหม่ให้ความสนใจ และอาจก่อให้เกิดการกระตุ้นระดมคนรุ่นใหม่ให้เกิดแบบอย่างในฮ่องกง โดยยืนยันการไปร่วมวงเสวนาในฐานะหัวหน้าพรรคจะไม่ส่งผลกระทบต่อพรรคอนาคตใหม่ แม้ กกต.จะตรวจสอบก็ยินดี

ทั้งนี้กรณีที่มีกลุ่มบุคคล สื่อมวลชน และผู้บัญชาการทหารบก กล่าวหาตัวเองมีส่วนร่วมกับการก่อความไม่สงบในประเทศจีนนั้น ส่วนตัวเห็นว่าไม่มีหลักฐานที่บ่งชี้ได้ว่าเชื่อมโยง มีเพียงรูปถ่ายเพียงใบเดียวเท่านั้น โดยนายธนาธรเห็นว่าเหตุการณ์นี้เป็นอีกครั้ง ที่มีการทำลายความน่าเชื่อถือของตัวเองและพรรคอนาคตใหม่ พร้อมขอประชาชนรับข้อมูข่าวสารรอบด้านเป็นธรรม

 

 

ฝ่ายค้านเตรียมอภิปรายร่าง งบฯ 3.2 ล้านล้าน

ส่วนการเตรียมพร้อมในการอภิปราย ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ของ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ นายธนาธร ระบุถึงความตั้งใจที่จะชี้ให้เห็นว่า การจัดสรรงบฯ ไม่ตอบโจยท์การแก้ไขปัญหาของประเทศ โดยเฉพาะความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นอย่างมาก และงบฯ กองทัพที่เป็นปัญหา กรอบคิดงบประมาณทั้งระบบ งบฯ รายกระทรวง และเป็นกรอบเดิมที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ดำเนินการมาตลอด 5 ปี

ทั้งนี้นายธนาธร เห็นว่าเป็นสิทธิของรัฐมนตรีที่เป็น ส.ส. จะร่วมโหวตเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 63 แต่ไม่เปิดเผยว่า ส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่จะร่วมโหวตรับหลักการหรือไม่ โดยให้ติดตามวันลงมติ ซึ่งพรรคยังไม่ได้หารือกันเรื่องนี้ นอกจากนี้อยากเห็นการอภิปรายที่ชี้ให้เห็นปัญหาการจัดสรรงบประมาณ 3.2 ล้านล้านบาท มากกว่าการพูดเรื่องการดึงงบประมาณเข้าพื้นที่ของ ส.ส.แต่ละคน

 


"ธนาธร" ชี้ประชาชนสะท้อนเลือกตั้งซ่อมเขต 5 นครปฐม ส่อทุจริต

Sat, 12 Oct 2019 08:49:00

วันนี้ ( 12 ต.ค. 2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างลงพื้นที่ช่วยนายไพรัฏฐโชติก์ จันทรขจร ผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ เขต 5 นครปฐมหาเสียง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ระบุถึงการแข่งขันช่วงหาเสียงในพื้นที่ ว่ามีความเข้มข้นดุเดือดโดยอ้างอิงข้อมูลว่ามีการซื้อสิทธิขายเสียง ใชอิทธิพลเพื่อปิดกั้นการชนะของพรรคอนาคตใหม่

นั่นเพราะเสียงปริ่มน้ำทำให้ผลการเลือกตั้งซ่อมทุกเขตมีความหมาย ซึ่งแม้นายธนาธรจะระบุว่ายังไม่มีหลักฐาน แต่ก็อ้างจากเสียงสะท้อนจากประชาชน จึงยังเรียกร้องประชาชนขออย่าให้เงินการซื้อสิทธิหลักร้อยหลักหลักพันมาทำลายอนาคตของลูกหลาน

พร้อมยืนยันพรรคอนาคตใหม่ไม่ซื้อเสียงแน่นอน ซึ่งหากมีหลักฐานการซื้อเสียงพร้อมส่งเรื่องร้องเรียน ต่อ กกต. และยังย้ำถึงผลการเลือกตั้งในวันที่ 23 ตุลาคมนี้ว่าจะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองระดับชาติ ทั้งนี้ยังตั้งคำถามต่อ กกต. กำหนดวันเลือกตั้งวันหยุดกลางสัปดาห์วันที่ 23 ตุลาคมว่าเพื่อประโยชน์ให้กับฝ่ายการเมืองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือไม่ และเชื่อว่าผลการเลือกตั้งครั้งนี้ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงอนาคตประเทศ


นอกจากนี้หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ยังประชาสัมพันธ์กิจกรรมของผู้สมัคร ส.ส.ในวันอาทิตย์ 13 ตุลาคมนี้ เชิญชวนชาวสามพรานร่วมกิจกรรม "วิ่งต่อต้านการซื้อเสียง" ในเวลา 07.00 น.ที่วัดไร่ขิง โดยหวังให้ประชาชนร่วมต่อต้านการซื้อเสียงและการใช้อิทธิพลในการเลือกตั้ง


ทั้งนี้การเลือกตั้งซ่อมเขตเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดนครปฐม กกต.กำหนดวันเลือกตั้งวันที่ 23 ต.ค.นี้ ผู้ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งสามารถไปใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่เวลา 08:00 - 17:00 น. โดยในพื้นที่มีหน่วยเลือกตั้ง 193 หน่วย

ผู้สมัครลงรับเลือกตั้งซ่อม ส.ส. เขต 5 จ.นครปฐม  7 คน 

หมายเลข 1 นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ พรรคชาติไทยพัฒนา

หมายเลข 2 นางสาวสิริขวัญ แย้มมูล พรรคพลังสังคม

หมายเลข 3 นายสุรชัย อนุตธโต พรรคประชาธิปัตย์

หมายเลข 4 นางลาวัลย์ สิงห์สถิต พรรคเสรีรวมไทย

หมายเลข 5 นางสาวปริมปรางค์ แสงสว่าง พรรคไทยศรีวิไลย์

หมายเลข 6 นายไพรัฏฐโชติก์ จันทรขจร พรรคอนาคตใหม่

หมายเลข 7 นายเพชร จันทร์ดา พรรคเพื่อชีวิตใหม่

 

 


"ธนาธร" แจงภาพคู่ "โจชัว หว่อง" แค่เจอในงานสัมมนา

Fri, 11 Oct 2019 15:40:00

วันนี้ (11 ต.ค.2562) เวลา 15.00 น. นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงกรณีปรากฎภาพถ่ายคู่กับ โจชัว หว่อง นักเคลื่อนไหวทางการเมืองชาวฮ่องกง ว่า มีความพยายามจะเชื่อมโยงว่าตัวเองเข้าไปเกี่ยวข้องกับความไม่สงบและกลุ่มผู้ประท้วง

เมื่อวันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา ผมได้รับเชิญจากนิตยสาร The Economist ซึ่งเป็นนิตยสารเกี่ยวกับเศรษฐกิจและการเมืองระดับโลก ให้ไปพูดที่งาน Open Future Festival ที่ฮ่องกง ในหัวข้อเรื่อง “Inside the Minds of Asia’s Next Gen Politicians” ซึ่งในวงเสวนาของผมมีผู้ร่วมรายการสองคนได้แก่ Tim Wilson สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหัวก้าวหน้าจากออสเตรเลีย และ Nurul Izzah Anwar สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากมาเลเชีย ลูกสาวของคุณอันวาร์ อิบราฮิม Nurul มาไม่ได้เนื่องจากติดภารกิจ บนเวทีเสวนาจึงเหลือเพียงผมกับ Tim หลังจากที่งานเลิกแล้ว ผมและโจชัว หว่อง พบกันในบริเวณงานและได้คุยกันประมาณ 5 นาที เราถ่ายรูปด้วยกันและแยกย้ายกัน ซึ่งเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่ได้พบปะกับโจชัว หว่อง ยืนยันไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มการเมืองใด ๆ ในฮ่องกง และไม่มีเจตนาที่จะทำในอนาคต เพราะภารกิจของผมและพรรคอนาคตใหม่ คือการสร้างประชาธิปไตยและความก้าวหน้าของสังคมไทย

 



ส่วนการสนทนาและถ่ายรูปกันในหมู่ผู้พูดในงานสัมมนาต่าง ๆ เป็นเรื่องปกติ ผมเองได้ถ่ายรูปร่วมกับหลายคนในงาน รวมทั้งกับ Shaun L. Rein และมีโอกาสสนทนากับเขาในหลาย ๆ เรื่อง มากกว่าที่ผมสนทนากับโจชัวเสียอีก Shaun มาจาก China Market Research Group ผู้เขียนหนังสือ The War for China’s Wallet เขาวิพากษ์วิจารณ์การประท้วงในฮ่องกง และขึ้นเวทีถกเถียงกับโจชัว หว่อง ซึ่งการพบปะพูดคุยกับคนที่มีความคิดหลากหลายเป็นธรรมดา และเป็นโอกาสดีที่เราจะได้เรียนรู้ความเห็นที่หลากหลาย เช่น กรณีของ Shaun ซึ่งยืนยันแนวทางการเมืองของปักกิ่ง แต่ก็เสนอว่าการแก้ปัญหาฮ่องกงต้องลดความเหลื่อมล้ำและกระจายรายได้ให้ทั่วถึงคนส่วนใหญ่ด้วย Shaun ยังชวนผมไปพบเขาหากผมมีโอกาสไปปักกิ่งอีก

อย่างไรก็ตาม ผมได้พูดถึง “ฮ่องกง” ในระหว่างที่ผมบรรยายอยู่บนเวทีจริง ผมกล่าวว่า เมื่อปลายปี 2560 ตอนที่ผมและเพื่อน ๆ กำลังตัดสินใจทำอะไรสักอย่างเพื่อยุติการสืบทอดอำนาจของระบอบ คสช. เราครุ่นคิดกันว่าจะสร้างขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคม (Social Movement) หรือพรรคการเมือง โจทย์นี้เป็นโจทย์ใหญ่และฮ่องกงชวนให้เราคิดถึงโมเดลขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคม แต่สุดท้ายเราตัดสินใจตั้งพรรคการเมืองและต่อสู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงผ่านระบบรัฐสภาแทน เนื่องจากความสูญเสียจากการสลายการชุมนุมปี 2553 ยังคงบาดลึกอยู่ในสังคมไทย ถ้าจะถามผมต่อเรื่องฮ่องกง ผมสนับสนุนการเคารพธรรมนูญการปกครองฮ่องกง หรือ Basic Law ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อฮ่องกงถูกส่งคืนสู่เขตอำนาจอธิปไตยของจีน โดยยึดหลัก “หนึ่งประเทศ สองระบบ” อย่างสมดุล และเคารพสิทธิการเลือกตั้งผู้บริหารฮ่องกงอย่างเป็นประชาธิปไตยตามที่ระบุไว้ใน Basic Law มาตรา 45

 

 

ผมสนับสนุนการใช้สิทธิเสรีภาพของประชาชนในการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออกโดยสันติเสมอมา ผมปรารถนาที่จะเห็นสถานการณ์ที่ฮ่องกงคลี่คลายไปได้ด้วยดี ผมไม่ปรารถนาเห็นการใช้ความรุนแรงต่อทั้งพลเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐ ทางออกที่ดีที่สุดน่าจะเป็นการฟื้นฟูความเชื่อถือและไว้วางใจระหว่างเจ้าหน้าที่กับพลเมืองขึ้นมา ไม่ดำเนินการหรือใช้มาตรการใด ๆ ที่ไม่สมควรแก่เหตุ

รูปถ่ายระหว่างผมกับโจชัว หว่อง เพียงภาพเดียวถูกนำมาขยายความต่อเกินความจริง โดยปราศจากหลักฐานยืนยันใด ๆ สื่อ, กลุ่มคนบางกลุ่ม, รวมถึงผู้นำกองทัพ พยายามเชื่อมโยงผมกับความไม่สงบในฮ่องกงเพื่อสร้างความเกลียดชังในสังคมไทย

ผมขอให้ทุกท่านรับข้อมูลข่าวสารอย่างรอบด้าน และขอยืนยันอีกครั้งว่าเราสร้างพรรคอนาคตใหม่ขึ้นมาด้วยความปรารถนาดีต่อประเทศ เราอยากเป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันประเทศสู่ประชาธิปไตย, สร้างความเสมอภาคเท่าเทียมในสังคม และส่งต่อสังคมที่ดีกว่านี้ให้แก่คนรุ่นต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

"รศ.เจษฏ์" แนะรัฐบาลไทย เตือนนักการเมืองตามแถลงการณ์จีน 

ผบ.ทบ. ถามเหมาะสมหรือไม่ นักการเมืองถ่ายภาพคู่ "โจชัว หว่อง" 

 


ผบ.ทบ.ไม่ขวางแก้รัฐธรรมนูญ ขู่อย่าแตะมาตรา 1

Fri, 11 Oct 2019 14:52:00

วันนี้ (11 ต.ค.2562) ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. บรรยายพิเศษ "แผ่นดินของเราในมุมมองด้านความมั่นคง" เล่าประสบการณ์ และมุมมองการทำงาน โดยกล่าวในตอนหนึ่งของการบรรยายว่า รัฐธรรมนูญสามารถแก้ไขได้ แต่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขมาตรา 1 ที่ระบุว่า "ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว จะแบ่งแยกมิได้" เพราะประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติ หากแก้มาตรา 1 จะกระทบมาตราอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์

มาตรา 1 เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติ เกี่ยวกับบรรพบุรุษที่รักษาขวานทองไว้ ผมบอกได้เลยว่าไม่มีวัน ถึงผมตายไป ทหารรุ่นใหม่ ๆ ก็ต้องเกิดขึ้นมาทดแทนผม ในโลกนี้ไม่มีรัฐธรรมนูญไหนที่บอกว่าสามารถแบ่งแยกดินแดนได้ ไม่มี

ผบ.ทบ.ตั้งข้อสังเกตถึงนักวิชาการที่หยิบยกประเด็นแก้มาตรา 1 ของรัฐธรรมนูญ ว่า หากประเทศไทยไม่ใช่ราชอาณาจักร แผ่นดินถูกแบ่งแยก จะเป็นเรื่องของฝ่ายความมั่นคง ซึ่งที่ผ่านมาทหารเป็นเป้าโจมตีมาโดยตลอด แต่ขณะนี้ไทยมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ยืนยันว่าทหารทำงานตามรัฐธรรมนูญ ตามกฎหมาย ไม่มีการเลือกปฏิบัติ แต่กลุ่มดังกล่าวมองทหารเป็นอุปสรรคของประชาธิปไตย ซึ่งไม่ทราบว่ามีเหตุผลอะไร เพราะทหารคือหลักแห่งความมั่นคงที่ต้องปกป้องอธิปไตย

ไม่ว่าใครจะเป็นรัฐบาล จะมีนายตำรวจเป็นหัวหน้ารัฐบาล หรือนายทหาร นาย นาง นางสาว มาเป็นหัวหน้ารัฐบาล พวกผมก็รับใช้ ไม่มีการเลือกปฏิบัติ ไม่มีการเลือกนาย

 


"เจษฎ์ " แนะรัฐบาลไทย เตือนนักการเมืองตามแถลงการณ์จีน

Fri, 11 Oct 2019 14:40:00

วันนี้ (11 ต.ค.2562) รศ.เจษฏ์ โทณวนิก อดีตโฆษก กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงกรณีที่ทางการจีนท้วงติงนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ แทรกแซงการเมืองระหว่างจีนกับฮ่องกงว่า ต้องพิจารณาว่าเรื่องดังกล่าวกระทบกับความมั่นคงของไทยหรือไม่ เพราะหากไม่กระทบจะบอกว่าผิดกฎหมายไทยก็ไม่ได้ ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีนต้องดูว่าทางการจีนมองว่าเป็นเรื่องส่วนบุคคล หรือเป็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่งหากเป็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจะกระทบกับความมั่นคงของไทยได้

ทั้งนี้ เสนอแนะให้รัฐบาลดำเนินการตามแนวทางที่ทางการจีนออกมา เช่น การแจ้งเตือนนักการเมืองในภาพรวมว่าขอให้ยุติการกระทำที่เป็นการก้าวก่ายแทรกแซงปัญหาทางการเมืองระหว่างจีนกับฮ่องกง ตามที่แถลงการณ์ของทางการจีน แต่หากยังไม่หยุดและทางการจีนระบุชื่อชัดเจนว่าเป็นใครไปแทรกแซง ก็เห็นว่ารัฐบาลไทยสามารถยกระดับดำเนินคดีทางกฎหมายกับบุคคลผู้นั้นได้ เพราะเป็นเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับประเทศที่มีความผูกพันมาอย่างยาวนานและมีความผูกพันทางเศรษฐกิจอย่างเหนียวแน่น และยังเห็นว่าการอ้างถึงสิทธิและเสรีภาพส่วนบุคคลแต่เพียงอย่างเดียว ทุกบ้านเมืองต้องพังหมดแน่

รศ.เจษฏ์ ยังมองว่า การที่นายธนาธรซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองและไปพูดเรื่องการเมือง ปฏิเสธได้ยากว่าเป็นการกระทำโดยส่วนตัว ซึ่งหากพิสูจน์ว่าพรรคอนาคตใหม่และกรรมการบริหารพรรคมีส่วนรู้เห็น ก็อาจจะเข้าข่ายกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ดังนั้นผู้ที่เป็นหัวหน้าพรรคการเมืองต้องระวังตัวเองในการดำเนินการใด ๆ ซึ่งไม่ใช่เฉพาะหัวหน้าพรรคการเมือง แม้หัวหน้าชั้นเรียนก็ต้องระมัดระวังตัวเช่นกัน

นอกจากนี้ยังกล่าวถึงกรณีที่นักวิชาการเสนอแนะให้แก้ไรัฐธรรมนูญมาตรา 1 ในเวทีเสวนาของพรรคฝ่ายค้านว่า เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญและเจตนารมณ์ในการสร้างชาติต้องการความเป็นปึกแผ่นของบ้านเมือง ดังนั้นไม่สามารถที่จะแบ่งแยกได้ ส่วนการพูดคุยในเชิงวิชาการนั้นต้องมองว่าอยู่บนพื้นฐานของการคิดในเรื่องอะไร ส่วนตัวมองว่า แม้แต่การพูดคุยบนพื้นฐานเชิงรัฐศาสตร์ก็ยังไม่คิดว่าจะสามารถทำได้ แต่อาจจะคุยในเชิงการปกครองหลายรูปแบบ เช่น การปกครองพิเศษ หรือปกครองตนเองได้ภายในราชอาณาจักรเดียวกัน

 

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 

ผบ.ทบ. ถามเหมาะสมหรือไม่ นักการเมืองถ่ายภาพคู่ "โจชัว หว่อง"

"ธนาธร" แจงภาพคู่ "โจชัว หว่อง" แค่เจอในงานสัมมนา

ผบ.ทบ.บรรยายพิเศษ "แผ่นดินของเราในมุมมองด้านความมั่นคง"

"อิทธิพร" ปัดตอบปมจีนประณามนักการเมืองไทยแทรกแซงเหตุขัดแย้งฮ่องกง

 


ผบ.ทบ. ถามเหมาะสมหรือไม่ นักการเมืองถ่ายภาพคู่ "โจชัว หว่อง"

Fri, 11 Oct 2019 11:45:00

วันนี้ (11 ต.ค.2562) กองทัพบกได้จัดการบรรยายพิเศษ โดย พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้ให้เกียรติในการบรรยายพิเศษครั้งนี้ ในหัวข้อเรื่อง “แผ่นดินของเราในมุมมองด้านความมั่นคง” ณ หอประชุมกิตติขจร กองบัญชาการกองทัพบก โดยเชิญนักเรียน นิสิต นักศึกษา ครู อาจารย์ ผู้นำองค์กร ผู้นำมวลชนรอบค่าย ศิลปินดารา ตลอดจนสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศร่วมฟังการบรรยาย

ด้วยปัจจุบันสถานการณ์บ้านเมืองทั้งภายในและนอกประเทศมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ด้วยวิถีการดำเนินชีวิตของผู้คนที่เปลี่ยนไป กองทัพบกในฐานะหน่วยงานหนึ่งที่รับผิดชอบดูแลงานด้านความมั่นคงของชาติ จึงจำเป็นต้องปรับองค์กรให้สามารถปฏิบัติภารกิจให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว โดยยึดมั่นในการดำรงไว้ซึ่งความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ตลอดจนการช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนในทุกโอกาส ดังนั้นเพื่อสร้างการตระหนักรับรู้และเข้าใจบทบาทของกองทัพที่เปลี่ยนแปลงไปในมิติของความมั่นคง ตลอดจนความสำนึกรักแผ่นดินและความสามัคคีแก่ประชาชน กองทัพบกจึงได้จัดการบรรยายพิเศษซึ่งถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมมวลชนสัมพันธ์ที่กองทัพบกดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยโอกาสนี้ได้เชิญกลุ่มประชาชนหลากหลายอาชีพและสถานภาพที่มีบทบาทต่อการสร้างการรับรู้ต่อสาธารณะ มารับฟังการบรรยายดังกล่าวเพื่อนำความรู้ที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์นี้ไปเผยแพร่แก่สาธารณชนเพื่อสร้างความมั่นคงร่มเย็นแก่ประเทศชาติต่อไป

 

ผู้บัญชาการทหารบก ระบุว่า เป็นครั้งแรกที่ได้มาบรรยายพิเศษและถือเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมมวลชนสัมพันธ์ที่กองทัพบกจัดขึ้นมาต่อเนื่อง โดยหัวข้อการบรรยายเพื่อย้ำว่า ทหารถอยห่างจากการเมือง หลังสิ้นสุด คสช.แต่ทหารยังคงมีบทบาทหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ 

ผู้บัญชาการทหารบก ได้หยิบยกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ชาติไทยที่ในอดีตเคยเสียกรุงมา 14 ครั้ง ซึ่งเกิดจากความเปลี่ยนแปลงในแต่ละยุคสมัย รวมทั้งการล่าอาณานิคม ในสมัยรัชกาลที่ 5 ทำให้ไทยดินแดนไปหลายครั้ง จนมาถึงสมัยรัชกาลที่ 9 ซึ่งนับเป็นครั้งที่ 14 ที่ไทยสูญเสียดินแดน จากคำพิพากษาศาลโลกให้เขาพระวิหารเป็นของกัมพูชา

ผู้บัญชาการทหารบก ย้ำถึงเหตุจูงใจให้มาเป็นทหารจากการเหตุการณ์ที่ พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ พ่อของ พล.อ.อภิรัชต์ ที่ถูกผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ยิงได้รับบาดเจ็บขณะปฏิบัติภารกิจเมื่อปี 2515 ซึ่ง พล.อ.อภิรัชต์ มีอายุเพียง 12 ปี และแม้เหตุการณ์คอมมิวนิสต์จะยุติลงไปนานแล้ว แต่ยังมีบุคคลบางกลุ่มที่มีแนวความคิดฝังหัวเรื่ิองคอมมิวนิสต์และเคลื่อนไหวอยู่

ผู้บัญชาการทหารบก ยังระบุถึง สถานการณ์การเมืองปัจจุบันว่าเปลี่ยนแปลงไปและซับซ้อนมากยิ่งขึ้นจากหลายปัจจัยทั้งเศรษฐกิจ และความขัดแย้งของคนในชาติ ซึ่งเกิดขึ้นในหลายประเทศ ล่าสุดคือเหตุวุ่นวายที่ฮ่องกง แต่กลับปรากฎภาพบุคคลในประเทศไทยไปถ่ายภาพร่วมกับแกนนำเคลื่อนไหวของฮ่องกง ในช่วงสถานการณ์ที่จีนกำลังแก้ไขปัญหา จึงขอให้ทุกฝ่ายพิจารณาเองว่าเหมาะสมหรือไม่

ช่วงหนึ่ง พล.อ.อภิรัชต์ ยกคำพูด โจชัว หว่อง นักเคลื่อนไหวชาวฮ่องกง โดยกล่าวว่า ฮ่องกงเป็นแเกาะเป็นส่วนหนึ่งของจีน แต่มีคนไทยบางคนไปถ่ายคู่กับ โจชัว หว่อง ซึ่งนายโจชัว หว่อง มาเมืองไทยไม่รู้กี่รอบ มาพบใคร การพบกันนั้นมีวาระซ่อนเร้น วางแผนสมคบคิดทำอะไรกันหรือไม่ ตอนนี้มีการประท้วงกันอยู่ก็ไปเยี่ยม เหมือนไปให้กำลังใจ ให้การสนับสนุน เรื่องนี้ในเว็บไซต์สือออนไลน์มีหมด 

 

ผู้บัญชาการทหารบก ยังระบุถึง สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า เหตุรุนแรงขึ้นขยายวงขึ้นในช่วงก่อนเหตุการณ์ปล้นปืนกองพันพัฒนาที่ 4 นราธิวาสปี 2547 และมีความพยายามแก้ปัญหาในหลายรัฐบาลจนเริ่มคลี่คลายในปี 2557 รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ และเริ่มปรับลดกำลังทหารลง ซึ่งเกิดการสูญเสียจำนวนมาก รวมทั้งเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ครู และประชาชน

พร้อมระบุถึง ช่วงที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า เป็นช่วงเวลาที่เครียดและกดดัน เพราะในพื้นที่ไม่ใช่การสู้รบปกติ ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ยาก เนื่องจากผู้ก่อเหตุปะปนกับประชาชนผู้บริสุทธิ์และยังมีคนบางกลุ่ม

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

"ธนาธร" แจงภาพคู่ "โจชัว หว่อง" แค่เจอในงานสัมมนา

ผบ.ทบ.ไม่ขวางแก้รัฐธรรมนูญ ขู่อย่าแตะมาตรา 1

 

 


ผบ.ทบ.บรรยายพิเศษ "แผ่นดินของเราในมุมมองด้านความมั่นคง"

Fri, 11 Oct 2019 11:30:00

วันนี้ (11 ต.ค.2562) กองบัญชาการกองทัพบก มีการจัดกิจกรรมมวลชนสัมพันธ์ประจำปี 2562 และโอกาสนี้ผู้บัญชาการทหารบก โดย พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก บรรยายพิเศษในหัวข้อ "แผ่นดินของเราในมุมมองด้านความมั่นคง" เพื่อให้มวลชนมีความเข้าใจในการปฏิบัติภารกิจของกองทัพบก และร่วมทำกิจกรรมกับกำลังพลของกองทัพบกในการช่วยเหลือประชาชนมาโดยตลอด และในโอกาสที่เริ่มต้นปีงบประมาณ 2563

ทั้งนี้ เนื่องด้วยปัจจุบันสถานการณ์บ้านเมือง ทั้งภายในและนอกประเทศ มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ด้วยวิถีการดำเนินชีวิตของผู้คนที่เปลี่ยนไป กองทัพบกในฐานะหน่วยงานหนึ่งที่รับผิดชอบ ดูแลงานด้านความมั่นคงของชาติ จึงจำเป็นต้องปรับองค์กรให้สามารถปฏิบัติภารกิจให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว

โดยยึดมั่นในการดำรงไว้ซึ่งความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ตลอดจนการช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนในทุกโอกาส ดังนั้นเพื่อสร้างการตระหนักรับรู้และเข้าใจบทบาทของกองทัพที่เปลี่ยนแปลงไปในมิติของความมั่นคง ตลอดจนความสำนึกรักแผ่นดินและความสามัคคีแก่ประชาชน


ทั้งนี้ พล.อ.อภิรัชต์ จะเล่าประสบการณ์ และมุมมองการทำงาน ตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน รวม 8 องค์ประกอบ ทั้งเหตุบ้านการเมืองที่เกิดปัญหาความขัดแย้ง จนนำไปสู่การใช้อาวุธสงครามโต้ตอบกันไปมา หรือแม้แต่การแสดงจุดยืดของกองทัพต่อสถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบัน โดยเฉพาะการถอนบทเรียนการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ครั้งที่เป็นผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจที่ 14 จังหวัดยะลา ซึ่งอาจจะรวมไปถึงโครงข่ายขบวนการทำลายประเทศ

สำหรับการจัดกิจกรรมมวลชนสัมพันธ์ของกองทัพบกในครั้งนี้ มีผู้ตอบรับที่จะเข้าร่วมรับฟังการบรรยายพิเศษจากผู้บัญชาการทหารบก ประมาณ 500 คน จากภาคประชาชน นิสิตนักศึกษา นักศึกษาวิชาทหาร พี่น้องชาวไทยมุสลิม มวลชนที่อยู่ในเขตรอบที่ตั้งกองทัพบก รวมถึงผู้มีชื่อเสียงในสังคม และผู้บริหารสื่อโทรทัศน์ สื่อสิ่งพิมพ์ ทั้งไทยและต่างประเทศ และศิลปินดารา-นักแสดง อาทิ ดี้ นิติพงษ์ ห่อนาค สินจัย เปล่งพานิช โจ จิรายุส วรรธนะสิน

 


"อิทธิพร" ปัดตอบปมจีนประณามนักการเมืองไทยแทรกแซงเหตุขัดแย้งฮ่องกง

Fri, 11 Oct 2019 10:45:00

วันนี้ (11 ต.ค.2562) นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีที่ทางการจีนออกมาประณามพฤติกรรมนักการเมืองไทยแทรกแซงการเคลื่อนไหวขอแยกตัวจากจีนของฮ่องกงว่า ทราบข่าวจากสื่อมวลชนแต่หากมีประเด็นใดที่ทำผิดกฎหมายหรือเกี่ยวข้องกับสำนักงาน กกต.ก็จะดำเนินการตรวจสอบและเสนอให้คณะกรรมการพิจารณา ซึ่งไม่ต้องสั่งการเรื่องนี้เป็นพิเศษ

ทั้งนี้ส่วนตัวไม่สามารถที่จะตอบได้ว่ากรณีดังกล่าวเข้าข่ายผิดกฎหมายใดหรือไม่เนื่องจากหากแสดงความคิดเห็นไปจะเป็นการแสดงความเห็นส่วนตัวซึ่งการพิจารณาคำร้องต้องขอเป็นมติที่ประชุม

นายอิทธิพร ยังกล่าวถึงคำร้องทุจริตการเลือกตั้งในวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมาว่า จากตัวเลขล่าสุดที่ กกต.ได้รับเรื่องมาเมื่อต้นสัปดาห์ มีจำนวน 584 เรื่อง วินิจฉัยไปแล้วจำนวน 437 เรื่อง และเหลืออีกจำนวน 137 เรื่อง โดยยืนยันว่าจะพิจารณาให้แล้วเสร็จโดยเร็วขณะนี้ยังไม่มีมติใบแดง ใบส้ม หรือ ใบดำ

นายอิทธิพร ยังกล่าวถึงกรณีการตรวจสอบที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ปล่อยกู้ให้กับพรรคพรรคอนาคตใหมจำนวน 191 ล้านบาทว่า ในสัปดาห์หน้าคณะอนุกรรมการที่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการสืบสวนจะประชุมเพื่อให้ได้ข้อสรุปก่อนที่จะทำความเห็นเสนอต่อ กกต.ให้วินิจฉัยโดยนายอิทธิพร ยืนยันว่า ทำตามขั้นตอนไม่ได้เร่งรีบอะไรและไม่ได้ล่าช้า

ขณะที่กรณีการเตรียมความพร้อมในการจัดเลือกตั้งใหม่ที่เขตเลือกตั้งที่ 5 จ.นครปฐม ย้ำว่ามีความพร้อมในทุกด้านและกำชับให้เพิ่มความระมัดระวัง แม่นยำเรื่องเอกสาร การแจกบัตรเลือกตั้งไม่ให้ผิดพลาดและให้มีบัตรเสียน้อยที่สุด โดยหน่วยเลือกตั้งในเขตที่ 5 มีจำนวน 193 หน่วย นอกจากนี้ยังมีเตรียมหน่วยข่าวของ กกต.และกรรมการสืบสวนไต่สวนสำหรับรับเรื่องร้องเรียน แต่ขณะนี้ยังไม่มีกรณีน่าห่วง และไม่ได้รับรายงานเรื่องอะไร