จับตาสิ้นเดือน ธ.ค.นี้ รู้ชื่อ "ส.ส.-กลุ่มทุน" ฮุบที่ดิน ส.ป.ก.

Sat, 7 Dec 2019 17:53:00

วันนี้ (7 ธ.ค.2562) ไทยพีบีเอสสัมภาษณ์ นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก) ภายหลังลงพื้นที่รับมอบที่ดิน 682 ไร่ที่ดินเขาสนฟาร์มใน ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ของน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ที่ทำหนังสือขอคืนพื้นที่ให้ส.ป.ก.ทันที หลังการแถลงข่าวของส.ป.ก.ที่ขีดเส้นให้เวลา 7 วันในการดำเนินการ 

การส่งมอบภายใน 7 วันแล้วเสร็จหรือไม่?

เบื้องต้นวันนี้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และส.ป.ก.ได้ลงมารับมอบการคืนที่ดินแปลงนี้ของน.ส.ปารีณา ซึ่งจะต้องมีการพบกับเจ้าของแปลงว่าจะทำอย่างไร มีสิ่งของ อาคาร ทรัพย์สินที่อยู่ในบัญชีการรื้อถอนอะไร เป็นเรื่องรายละเอียด 

ซึ่งระยะเวลาจะยึดตามที่แจ้งภายใน 7 วัน ถ้าถามว่าเขาอาจจะเกินเวลาไปได้หรือไม่ ต้องดูว่าเขามีเจตนาที่จะย้ายออก ก็ให้อยู่ในเวลาที่เหมาะสม โดยวันที่ 9 ธ.ค.นี้ ส.ป.ก.จะมาติดป้ายที่ืดินถูกยึดคืน

การจัดการที่ดินแปลงนี้

หลังการยึดคืนและในระหว่างการรื้อถอน ต้องให้วิศวกรมาดูเรื่องระบบด้วยว่ามีอาคารสิ่งก่อสร้างกี่แห่ง และอะไรที่เป็นอุปสรรคในการนำที่ดินไปใช้ประโยชน์ต่อ ต้องเอาออก เพราะบางจุด เช่น  ซากรถ อาคารที่ทรุดโทรมต้องรื้อออก เพราะหลังจากนี้จะนำที่ดินไปเข้าในโครงการของคทช.ให้นำไปจัดสรรที่ดินทำกินให้เกษตรกร และผู้ที่ไม่มีที่ดินทำกินแบบแปลงรวม ซึ่งมีผู้ว่าฯ ราชบุรี เป็นประธานคณะทำงาน  

ที่ดินแปลงนี้เข้าสู่คทช.นำไปจัดสรรที่ดินให้กับเกษตรกรและประชาชนที่ไม่มีที่ดินตามกระบวนการพิสูจน์

สภาพพื้นที่เหมาะสมกับการเกษตร 

ตรงนี้เป็นแปลงขนาดใหญ่ พื้นที่ยังคงเหมาะสมกับการทำปศุสัตว์แบบเดิมทั้งเลี้ยงไก่ เลี้ยงวัว แต่ต้องมีการจัดระบบน้ำเข้ามาเสริม ยังเหมาะสมกับการจัดสรร และสร้างอาชีพได้   

ตรวจสอบนักการเมือง-ส.ส.ครอบครองที่ดิน

ขณะนี้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ ส.ป.ก.ทั่วประเทศรายงานผลการตรวจสอบ การถือครองที่ดินของกลุ่มนักการเมือง ส.ส. และกลุ่มทุน ที่อาจเกี่ยวข้องกับพื้นที่ ส.ป.ก. ให้รับทราบก่อนสิ้นเดือน ธ.ค.นี้ เพื่อจะได้ดำเนินการตรวจสอบเชิงลึกต่อไป หากพบรายใดถือครองแบบผิดปกติ

ยืนยันว่า มีกลุ่มที่ส.ป.ก.ได้ติดตามอยู่แล้วในขณะนี้ แต่ยังไม่ขอเปิดเผยจำนวนบุคคล หรือจำนวนที่ดินที่พบการถือครอง รอให้สิ้นปีนี้ก่อนจะสรุปกันอีกที ถ้ามีลักษณะแบบนี้จะใช้มาตรฐานเดียวกัน

 

สปก.มีพื้นที่ปฏิรูปที่ดินทั่วประเทศประมาณ 40 ล้านไร่ บางแห่งมีการครอบครองไม่ชอบ และไม่ใช่เกษตรกร ทั้งนี้ ส.ป.ก.รับนโยบายรัฐบาลเรื่องลดความเหลื่อมล้ำ พยายามจัดที่ดินในแต่ละปี 63,000 คน พื้นที่ประมาณ 500,000 ไร่ปัจจุบันเรามีที่ดินขอรัฐจำกัด ประเทศไทยมีที่ดินแค่นี้ แต่มีความต้องการใช้ที่ดินเพิ่มขึ้น

 

 

ดังนั้นอยากจะขอร่วมมือเกษตรกรว่า หากได้ที่ดินไปแล้วให้ช่วยดูแลที่ดิน ถ้าติดขัดให้แจ้ง ส.ป.ก.เพื่อให้แก้ปัญหา ป้องกันการซื้อขายทีดินเปลี่ยนมือ ซึ่งยืนยันว่าส.ป.ก.ยึดการทำงานโปร่งใสทำงานอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม เพื่อไม่ให้มีข้อครหาอีกในอนาคต 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ขีดเส้น 7 วัน "ปารีณา" คืนที่ดิน ส.ป.ก. 682 ไร่

คืนที่ดิน 682 ไร่จบ! ส.ป.ก.เอาผิด "ปารีณา" ไม่ได้

 


ย้ายของวุ่น! "ธรรมนัส" ลุยฟาร์มไก่ไม่รอครบ 7 วัน

Sat, 7 Dec 2019 12:38:00

ความคืบหน้าการตรวจสอบที่ดินน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ แม้จะอยู่ในขั้นตอนที่สำนักงานปฎิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) แจ้งหนังสือให้คืนที่ดิน 682 ไร่ในพื้นที่ ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ภายใน 7 วัน

วันนี้ (7 ธ.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะลงพื้นที่เขาสนฟาร์ม ของน.ส.ปารีณา พร้อมกับเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก.โดยให้เหตุผลว่าจะยึดคืนที่ดินและสิ่งปลูกสร้างคืนเป็นของหลวง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง คืนที่ดิน 682 ไร่จบ! ส.ป.ก.เอาผิด "ปารีณา" ไม่ได้

 

จากการตรวจสอบของผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส พบว่าเริ่มมีการเคลื่อนย้ายสิ่งของออกจากพื้นที่ โดยเฉพาะจุดรับซื้อขายขี้ไก่ใต้เชิงเขาสน ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 29 พ.ย.ที่ผ่านมา ยังมีการวางถุงกระสอบสีขาว และวัวที่เลี้ยงไว้ ถูกเคลื่อนย้ายออกไปแล้ว ขณะที่เล้าไก่ด้านใน ได้เริ่มขนย้ายเครื่องจักรบางส่วนแล้ว

ขณะที่ยังพบมีรถกระบะหลายคัน ทยอยขนเครื่องจักร และอุปกรณ์ไฟฟ้า ออกมาต่อเนื่อง เป็นที่น่าสังเกตว่ายังมีคนงานหลายคนทยอยขึ้นรถกระบะ และออกนอกฟาร์มไปก่อนที่ ร.อ.ธรรมนัส จะลงพื้นที่

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง ตร.จ่อส่งสำนวน "ทวี" ฮุบที่ดินชาวบ้านให้ บก.ปทส.ทำคดี

 

ขณะที่การตรวจสอบที่ดินในความรับผิดชอบของ ส.ป.ก.พบว่า น.ส.ปารีณาขาดคุณสมบัติการครอบครองที่ดิน 682 ไร่ จะมีคำสั่งทำหนังสือให้ย้ายออกจากพื้นที่ในวันที่ 9 ธ.ค.นี้ และต้องย้ายออกภายใน 7 วัน เพื่อให้ ส.ป.ก.นำที่ดินไปจัดสรรให้เกษตรกร แต่หากไม่คืนจะมีการใช้ ม.44 คำสั่ง คสช.ที่ 36/2559 เกี่ยวกับการปฎิรูปที่ดิน ครอบครองที่ดินโดยมิชอบด้วยกฎหมาย จะดำเนินคดีอาญาต่อไป

ป.ป.ช.ตรวจ"ปารีณา"ขาดคุณสมบัติส.ส.หรือไม่

ส่วนกรณีการตรวจสอบคุณสมบัติการเป็น ส.ส.ของ น.ส.ปารีณา คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. อยู่ระหว่างตรวจสอบว่า มีเจตนาทุจริตต่อหน้าที่ และฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมของการเป็นส.ส.หรือไม่

โดยเน้นไปที่การตรวจสอบบัญชีทรัพย์สิน ที่เคยแจ้งไว้ว่าครอบครองที่ดิน ภ.บ.ท.จำนวน 1,706 ไร่ มีที่มาที่ไปเป็นอย่างไร หลังน.ส.ปารีณา อ้างว่าที่ดินที่ครอบครองมีเพียง 600 กว่าไร่ แจ้งขอเปลี่ยน แปลงรายการบัญชีทรัพย์สิน เพราะเป็นการแจ้งหลักฐานซ้ำซ้อน


นอกจากนี้ ป.ป.ช.จะตรวจสอบข้อมูลจากป่าไม้ และส.ป.ก.จังหวัดราชบุรี ว่าทำไม ไม่มีการเข้าไปทำรังวัด หรือแบ่งแนวเขตที่ดินเขาสนฟาร์ม ของน.ส.ปารีณา ให้ชัดเจนตั้งแต่ปี 2554 เพื่อดูพฤติกรรมของน.ส.ปารีณาว่า มีเจตนาไม่เข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดินเมื่อประมาณ 9 ปีที่แล้วหรือไม่ เพื่อนำข้อมูลมารวบรวมชี้ขาดว่า น.ส.ปารีณา ขาดคุณสมบัติการเป็น ส.ส.ตามที่สังคมตั้งข้อสงสัยหรือไม่

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ขีดเส้น 7 วัน "ปารีณา" คืนที่ดิน ส.ป.ก. 682 ไร่

6 ธ.ค.นี้ จับตา "ส.ป.ก." ใช้ยาแรง ม.44 ยึดที่ดินฟาร์มไก่ "ปารีณา"

 

 

 


คดีโถม "ปารีณา" จาก "รุกป่า" ถึงครอบครอง "อาวุธสงคราม"

Sat, 7 Dec 2019 11:57:00

อัยการสั่งฟ้อง น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ และนายสัชญา สถิรพงษะสุทธิ คดีพกอาวุธสงคราม โดยศาลนัดพร้อมคู่ความวันที่ 27 ม.ค.2563 โดยคดีนี้เหตุเกิดตั้งแต่วันที่ 16 ก.ค.2557 ระหว่างการประกาศกฎอัยการศึกษา ซึ่งตำรวจ สน.ลุมพินี ได้ควบคุมตัวนายสัชญา บริเวณปากซอยสมคิด ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ

โดยมีของกลางที่ยึดได้ คือ อาวุธสงครามที่ต้องได้รับอนุญาตจากปลัดกระทรวงกลาโหม ซึ่งผู้ต้องหาไม่รับอนุญาต ได้แก่ กล้องส่องเวลากลางคืน เสื้อเกราะกันกระสุน และหมวกเกราะกันกระสุน

อาวุธที่ได้รับอนุญาติตามกฎหมาย ได้แก่ ปืนพกออโตเมติก .38 และกระสุนปืน 31 นัด และปืนพกรีวอลเวอร์ และกระสุนปืน 8 นัด โดยนายสัชญาได้หลบหนีคดีไปแล้ว

"ทวี" แจงลูกถูกโยงอาวุธสงคราม เพราะแค้นส่วนตัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 22 ธ.ค.2557 นายทวี ไกรคุปต์ ได้นำ น.ส.ปารีณา เข้ามอบตัวกับตำรวจ สน.ลุมพินี โดยปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

นายทวี ชี้แจงว่า ลูกสาวไม่เกี่ยวข้องกับการครอบครองอาวุธสงคราม โดย น.ส.ปารีณา เป็นคนชี้เบาะแสให้กับตำรวจ แต่เมื่อจับกุม นายสัชยา กลับถูกซัดทอดว่าครึ่งหนึ่งเป็นของ น.ส.ปารีณา ซึ่งคาดว่าสาเหตุมาจากความแค้นส่วนตัว เพราะทั้งคู่เคยคบหากันมาก่อน และที่ผ่านมานายสัชญา เคยข่มขู่ว่าจะทำร้าย น.ส.ปารีณา ด้วย ทั้งนี้นายทวีได้วางหลักทรัพย์ 6 ล้านบาทประกันตัวเป็นที่ดิน จ.ราชบุรี

คดีข้างต้นนับเป็นคดีแรกของ น.ส.ปารีณา ที่อยู่ในการพิจารณาของศาล ขณะที่ล่าสุดคดีรุกป่าและที่ดิน ส.ป.ก.อยู่ระหว่างดำเนินคดีในชั้นต้น

กรมป่าไม้แจ้งจับคดีรุกป่า

กรมป่าไม้ได้แจ้งความ น.ส.ปารีณา คดีรุกป่า 46 ไร่ ตั้งแต่วันที่ 2 ธ.ค.ที่ผ่านมา ในความผิดตามกฎหมายดังนี้

1.ความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 54 ฐาน ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า กระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่าเข้ายึดถือและครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่น โดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องระวางโทษตามมาตรา 72 ตรี

2.ความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 14 ยึดถือครอบครองทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถางทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติโดยมิได้รับอนุญาต ต้องระวางโทษตามมาตรา 31

3.ความผิดตาม ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9 ฐาน เข้าไปยึดครอง ก่อสร้าง เผาป่า ทำด้วยประการใด ให้เป็นการทำลาย หรือทำให้เสื่อมสภาพที่ดิน ในที่ดินของรัฐโดยไม่มีสิทธิ์ครอบครอง หรือมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่

4.การดำเนินคดีทางแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหายตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535

การพิจารณาขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล ซึ่งโทษสูงสุดคือความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนฯ จำคุกสูงสุด 20 ปี และปรับสูงสุด 2 ล้านบาท

ส.ป.ก.สั่งคืนที่ดินใน 7 วัน ขู่ฟันอาญาหากขัดขวาง

ส่วนการดำเนินการของ ส.ป.ก.ได้สั่งให้ น.ส.ปารีณา คืนที่ดิน 682 ไร่ คืนภายใน 7 วัน หากไม่ยอมคืนที่ดินหรือขัดขวางเจ้าหน้าที่จะมีความผิดตาม มาตรา 23 และมาตรา 27 พ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท แต่ขณะนี้ยังไม่มีการดำเนินคดีทางอาญา เพราะถือว่า น.ส.ปารีณา ได้แสดงเจตนาที่จะเข้าร่วมการปฏิรูปที่ดิน แต่ขาดคุณสมบัติ

อนาคตใหม่ฟ้องหมิ่นฯ ถูกโยงระเบิดป่วนกรุงเทพฯ

นอกจากคดีข้างต้น น.ส.ปารีณา ยังมีคดีความอื่นๆ เช่น คดีหมิ่นประมาท ที่พรรคอนาคตใหม่ยื่นดำเนินคดีวันที่ 5 ส.ค. 2562 กรณี น.ส.ปารีณา โพสต์เฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 4 ส.ค.ที่ผ่านมา เวลา 09.56 น. โดยเป็นข่าวปลอมที่มีเนื้อความเป็นเท็จ

พร้อมตัดต่อภาพ น.ส.พรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ลักษณะที่ทำให้สังคมเข้าใจผิดว่าพรรคอนาคตใหม่เชื่อมโยงกับเหตุความรุนแรงหลายจุดในกรุงเทพฯ เมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คืนที่ดิน 682 ไร่จบ! ส.ป.ก.เอาผิด "ปารีณา" ไม่ได้

ตร.จ่อส่งสำนวน "ทวี" ฮุบที่ดินชาวบ้านให้ บก.ปทส.ทำคดี

 


ตร.จ่อส่งสำนวน "ทวี" ฮุบที่ดินชาวบ้านให้ บก.ปทส.ทำคดี

Sat, 7 Dec 2019 09:01:00

จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ศูนย์ป่าไม้ราชบุรี สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 (ราชบุรี) นำป้ายตรวจยึดพื้นที่ เข้าไปติดตั้งในบริเวณฟาร์มไก่เขาสนฟาร์ม ของน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี เขต 3 พรรคพลังประชารัฐ ในส่วนที่บุกรุกป่า 46 ไร่ และถูกดำเนินคดี

วันนี้ (7 ธ.ค.2562) ผู้สื่อข่าวเข้าสำรวจบริเวณฟาร์มไก่ เขาสนฟาร์ม 1 และ 2 ไม่มีคนงานอยู่ภายในฟาร์มไก่ มีเพียงคนดูแลแค่ 2 คน ซึ่งจากการสอบถามคนที่ดูแล ระบุว่ามีการจับไก่ที่เลี้ยงไว้ออกไปหมดแล้ว ก่อนจะมีข่าวว่าเจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจสอบฟาร์มไก่เพียงแค่ 2 วัน

หลังจากนั้นไม่ได้นำไก่มาลงในฟาร์มอีก ทำให้คนงานหลายสิบคน ที่ส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างด้าวต้องออกไปหางานทำที่อื่น เพราะในฟาร์มไม่มีงานให้ทำ โดยเฉพาะหลังจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้นำป้ายตรวจยึดมาติดตั้ง ยิ่งทำให้คนงานรู้สึกกังวลว่าจะตกงาน บรรยากาศในฟาร์มไก่ตอนนี้จึงเงียบเหงามาก

 

ขณะที่เมื่อวานนี้ (6 ธ.ค.) นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งเสริม เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก) แถลงกรณีการครอบครองที่ดินเขาสนฟาร์มใน ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ของ น.ส.ปารีณา โดยกำหนดให้ น.ส.ปารีณา ต้องคืนที่ดินฟาร์มไก่ 682 ไร่ภายใน 7 วันนับจากวันแจ้งหนังสือที่คาดว่าจะออกได้วันที่ 9 ธ.ค.นี้ เนื่องจากไม่เข้าข่ายคุณสมบัติเป็นเกษตรกร เข้าครอบครองที่ดินทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดินทำกิจการฟาร์มไก่ และหากไม่ยอมคืนจะใช้มาตรา 44 คำสั่ง คสช. และเอาผิดทางอาญา 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง ขีดเส้น 7 วัน "ปารีณา" คืนที่ดิน ส.ป.ก. 682 ไร่

สภ.สวนผึ้ง จ่อส่งคดี "ทวี"ให้บก.ปทส.


ส่วนคดีที่น.ส.ปราณี และน.ส.อำไพ นำพา ลูกสาวของนายเสี้ยว นำพา ที่ถูกนายทวี ไกรคุปต์ พ่อของน.ส.ปารีณา บุกรุกที่ดินกว่า 30 ไร่ ในพื้นที่หมู่ 9 ต.ท่าเคย อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี นำหลักฐานเอกสารบันทึกการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ในพื้นที่ที่ถูกนายทวีบุกรุก เข้าแจ้งความพนักงานสอบสวนสภ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี เพื่อดำเนินคดีกับนายทวี เมื่อวันที่ 5 ธ.ค.ที่ีผ่านมา

 

พ.ต.ต.จักราวุธ กลางคาร สว. (สอบสวน) สภ.สวนผึ้ง เจ้าของคดี  กล่าวว่า หลังจากที่น.ส.ปราณี นำหลักฐานเอกสารการตรวจสอบที่ดินของเจ้าหน้าที่ป่าไม้มามอบให้ และได้สอบปากคำเบื้องต้นแล้ว ได้มีการประชุมไปเมื่อวานนี้ โดยผู้บังคับบัญชาได้สั่งการให้ ส่งสำนวนและเอกสารหลักฐานทั้งหมดไปที่บก.ปทส.

คดีนี้ชาวบ้าน มีการแจ้งความร้องทุกข์เรื่องนายทวี บุกรุกกับพนักงานสอบสวน บก.ปทส.ไว้แล้วจึงรวมเป็นคดีเดียวกัน ขั้นตอนจากนี้ขึ้นกับทางบก.ปทส.ที่จะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

"ปทส." ชงสอบสวนกลาง ขอทำคดี "ปารีณา" รุกป่า

กรมป่าไม้ชี้ "ปารีณา" ผิด 4 ข้อหา เตรียมปักป้ายปิดฟาร์มไก่

สั่งยึดฟาร์มไก่ "ปารีณา" รุกป่า-สปก.เจอพ่วงส่ง ป.ป.ช.สอบ

 

 

 


“ปิยบุตร” เตรียมฟ้อง กกต.อีกคดีกรณีเร่งรัดคดี อนค.กู้เงิน 191ล้าน

Fri, 6 Dec 2019 18:14:00

 วันนี้ ( 6 ธ.ค.2562) หลังส่งเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับเงินกู้ของพรรคอนาคตใหม่ 191 ล้านบาทให้ กกต. ไม่ทันกรอบกำหนดวันที่ 2 ธันวาคมที่ผ่านมานั้น รองศาสตราจารย์ ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ แถลงชี้แจงไทม์ไลน์กระบวนการสอบสวนคดีกู้ยืมเงินของพรรคอนาคตใหม่ที่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค รวมถึงเหรัญญิกพรรคและเลขาธิการพรรค เข้าให้ข้อมูลต่อ กกต.แล้ว

ซึ่งเอกสารที่เกี่ยวข้องการกู้พรรคได้ยื่นส่งต่อ กกต.ไปบางส่วนแล้ว เว้นแต่เอกสารบางอย่างที่ต้องใช้ระยะเวลาในการจัดทำ เนื่องจากมีจำนวนมากราว 100 แฟ้มที่รวมแล้วสูงเกือบ 3 เมตรและต้องเซ็นรับรองสำเนาทุกหน้า  แต่แม้จะขอขยายเวลาจาก กกต.แล้วแต่กกต.ไม่ขยายเวลาให้ ซึ่งเมื่อนับแล้วให้เวลาเพียง 2 สัปดาห์เท่านั้น

โดยยืนยันในคดีนี้ไม่มีปัญหาและพร้อมสู้คดี และเอกสารที่ยังไม่ได้จัดส่งพรรคจะนำส่งสู้คดีในชั้นศาลหากท้ายที่สุด กกต.มีมติยื่นเรื่องต่อศาล. ทั้งนี้พรรคสงวนสิทธิที่จะยื่นฟ้องแพ่งและอาญาต่อ กกต.ที่อาจมีเจตนาเร่งรีบสอบสวนคดีเกินวิสัยพรรคจ้อฟ้องดำเนินคดีกับ กกต. หากเห็นว่ากระบวนการนี้พรรคถูกกลั่นแกล้งและไม่เป็นไปโดยสุจริต ใช้อำนาจมิชอบ ก่อนจะชี้ในคดียุบพรรคนี้จะจบไม่เหมือนหนังม้วนเก่าที่เคยมีคดียุบพรรค

 


รองศาสตราจารย์ปิยบุตร ระบุว่าเอกสารที่ กกต.เรียกขอจากพรรคนั้น ไม่เกี่ยวข้องกับการกู้เงิน ประกอบด้วย บัญชีรายวันและแสดงรายได้หรือรายรับรายจ่าย และแสดงค่าใช่จ่ายหรือรายจ่าย , บัญชีแสดงรายรับจากการบริจาค ,บัญชีแยกประเภท และบัญชีแสดงสิทนทรัพย์และหนี้สิน ช่วงเวลาตั้งแต่ 1 มกราคม - 30 กันยายน 2562 รวมระยะเวลา 9 เดือน ทั้งนี้ยังตั้งข้อสังเกตว่า กกต.พยายามทำกลวิธีที่ทำให้คดีการเมืองไปอยู่ในมือสื่อและใช้เทคนิกการสื่อสารชี้นำ โดยเฉพาะเรื่องคดีเงินกู้ให้ไปอยู่ในการนำเสนอของสื่อมวลชนโดยผ่านเอกสารข่าวของ กกต. และมีการปั่นกระแสให้ประชาชนรับทราบข่าว

เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ระบุว่า กรณีที่ ส.ส.ของพรรคโหวตสวนมติพรรค พรรคจะไม่ส่งลงสมัครรับเลือกตั้งในครั้งต่อไป ย้ำว่าตัวผู้โหวตสวนมติพรรคควรทบทวนลาออกจากสมาชิกพรรค และจะพิจารณาขับออกจากพรรคหรือไม่ และแม้สภาฯจะล้มญัตติการตั้งกรรมาธิการศึกษาผลกระทบการใช้คำสั่ง คสช.ตามมาตรา44 นั้น  ไม่ได้เป็นอุปสรรคสำหรับการจัดการมรดก คสช. เพราะพรรคฝ่ายค้านยังมีกลไกของกรรมาธิการกฎหมายฯ ที่รองศาสตราจารย์ปิยบุตรเป็นประธานอยู่ และการรณรงค์นอกสภาฯหลังจากนี้ กับประชาชนที่ได้รับความเดือนร้อนจาก ม.44

นอกจากนี้เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ยังย้ำว่า คำร้องที่พรรคยื่นฟ้องญามาตรา 157 กับ 7 กกต. ยังอยู่ในกระบวนการรอรับคำร้องของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ว่าศาลจะรับคำร้องไว้พิจารณาหรือไม่  ด้วยมีหลักฐานยืนยันที่ชี้ว่าในระหว่างที่ กกต.ยื่นต่อศาลพิจารณาเรื่องคดีถือหุ้นสื่อของหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่นั้น ในชั้นสืบสวนไต่สวนของ กกต.ยังคงมีการไต่สวนดคีนี้อยู่ ไม่ใช่การไต่สวนคดีอื่นอย่างที่ กกต.กล่าวอ้าง โดยพรรคอ้างอิงถึงหนังสือเรียกเข้าให้ข้อมูลว่าเป็นการเรียกเกี่ยวกับคดีโอนหุ้นสื่อฯ

ทั้งนี้พรรคอนาคตใหม่พร้อมสู้ทุกคดี รวมถึงรอกระบวนการพิจารณาของคำร้องนายณฐพร โตประยูร ที่ยื่นยุบพรรคอนาคตใหม่ข้อกล่าวหาล้มล้างการปกครอง ว่าศาลจะเรียกเข้าสู่กระบวนการไต่สวนหรือไม่  หากไต่สวนพร้อมไปชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญด้วยตัวเอง ซึ่งอาจต้องใช้ระยะเวลาอีกระยะหนึ่ง หากศาลไม่เรียกไต่สวนจะจะไปสู่การนัดวันวินิจฉัย


"สุชาติ ตันเจริญ" รอง ปธ.สภาฯแจงไม่มีอำนาจจับ" พ.ต.ท.ไวพจน์" เหตุยังไม่ได้หมายจับ

Fri, 6 Dec 2019 18:06:00

วันนี้ (6 ธ.ค. 2562 ) นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ชี้แจงสาเหตุที่ปล่อยให้ พันตำรวจโทไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.จังหวัดกำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ ที่ถูกศาลฎีกาออกหมายจับให้ไปฟังคำพิพากษาคดีการบุกล้มการประชุมอาเซียน ในขณะที่ทำหน้าที่ประธานควบคุมการประชุมอยู่ ว่าการจับกุมเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และในวันดังกล่าวก็ยังไม่ได้รับหมายจับของศาล รวมถึงยังไม่มั่นใจว่าที่มีการนำเสนอข่าวไปนั้นศาลได้ออกหมายแล้วจริงหรือไม่ จึงแนะนำให้พันตำรวจโทไวพจน์ไม่ต้องลงคะแนนทั้งองค์ประชุมและมติ

ทั้งนี้นายสุชาติยังอธิบายถึงการจับกุม พันตำรวจโทไวพจน์ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่ใดก็ตามสามารถนำหมายศาลมาแสดงต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอจับกุมพันตำรวจโทไวพจน์ได้ทันที โดยยืนยันว่าขณะนี้พันตำรวจโทไวพจน์ยังมีสถานะภาเป็น ส.ส.อยู่ และยังสามารถเข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันพุธที่ 11 ธันวาคมนี้ได้


"เพื่อไทย" ตั้งกรรมการสอบ 3 งูเห่า โทษสูงสุดขับออกพรรค

Fri, 6 Dec 2019 17:09:00

วันนี้ (6 ธ.ค.2562) นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ นายชัยเกษม นิติสิริ คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค และนายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค ร่วมกันแถลงข่าวตั้งคณะกรรมการตรวจสอบกรณีการเกิดงูเห่าในพรรคการเมือง

นายสมพงษ์ กล่าวว่า ตามที่พรรคร่วมฝ่ายค้านได้มีมติเสนอญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาผลกระทบจากการกระทำประกาศและคำสั่งของ คสช. และการใช้อำนาจของหัวหน้า คสช. ตามมาตรา 44 ซึ่งถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญและเป็นไปตามอุดมการณ์และนโยบายของพรรคที่จะต้องคัดค้านต่อต้านการรัฐประหาร แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่า ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 4 ธ.ค.ที่ผ่านมา ส.ส. พรรครัฐบาลเสนอให้ลงคะแนนใหม่ โดยมีเจตนาจะล้มญัตติดังกล่าว ได้มี ส.ส. ของพรรค 3 คน ร่วมประชุมเพื่อให้ครบองค์ประชุมในการลงมติครั้งนี้ด้วย ทำให้เกิดความเสียหายต่อพรรคและภาพลักษณ์ของการเป็นพรรคฝ่ายค้านเป็นอย่างยิ่ง ทั้งที่มติพรรคร่วมฝ่ายค้านเห็นชอบไม่ให้ ส.ส. ฝ่ายค้านเข้าร่วมประชุม 

ตั้งกรรมสอบงูเห่า รู้ผล 7-10 วัน

นายสมพงษ์ กล่าวต่อไปว่า เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง กรณี ส.ส. ของพรรคทั้ง 3 คนได้เข้าร่วมประชุมในวันดังกล่าว อาศัยอำนาจตามข้อบังคับพรรคเพื่อไทย พ.ศ.2561 ข้อ 63 (7) แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยมี พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ ประธานกรรมการ นายชัยเกษม นิติสิริ นายภูมิธรรม เวชยชัย นายชูศักดิ์ ศิรินิล กรรมการ และนายวัฒนา เตียงกูล เลขานุการ ใช้เวลา 7-10 วัน โดยให้ตรวจสอบและแสวงหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ ส.ส. ของพรรคได้เข้าร่วมประชุมในวาระพิจารณาญัตติข้างต้น เชิญ ส.ส. ของพรรคที่เกี่ยวข้อง และที่มีข้อมูลมาให้ข้อเท็จจริง หรือส่งมอบเอกสารหลักฐาน รวมทั้งสรุปข้อเท็จจริงและข้อเสนอแนะเสนอหัวหน้าพรรคเพื่อพิจารณา



การใช้อำนาจของหัวหน้า คสช. ตามมาตรา 44 เป็นปรากฏการณ์ที่แสดงให้เห็นถึงความกลัว ในการถูกตรวจสอบของผู้นำรัฐบาล ถึงขั้นกล้ากระทำสิ่งที่น่าละอาย ขัดต่อความรู้สึกของพี่น้องประชาชน และขัดต่อความถูกต้องชอบธรรม อย่างไม่สะทกสะท้าน หวั่นเกรงใด ๆ

 

หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวอีกว่า ผู้นำรัฐบาลพยายามทำทุกวิถีทางในการล้มญัตติดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นการนำจำเลยซึ่งศาลฎีกาพิพากษาให้มีความผิดถูกออกหมายจับเข้ามานั่งในสภาฯ ได้ โดยที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจนายใดกล้าเข้ามาจับกุม หรือกรณีที่มีข่าวหนาหูว่ามีการใช้ผลประโยชน์ อิทธิพลและมีการกล่าวอ้างถึงการใช้เงินจำนวนมากถึง 7-8 หลัก เพื่อโน้มน้าวชักจูงให้มีการลงมติสนับสนุนฝ่ายรัฐบาล และดิ้นรนที่จะไม่ยินยอมให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาผลกระทบของการใช้มาตรา 44

"งูเห่า" ทำการเมืองไทยถอยหลัง 40 ปี

ปรากฏการณ์ “งูเห่า” ที่เกิดขึ้นในพรรคการเมืองหลายพรรค ซึ่งถือเป็นปฏิบัติการที่ไม่มีกติกา ขาดวินัย ไร้จิตสำนึก มุ่งแต่แสวงประโยชน์ฝ่ายตนให้เกิดขึ้นภายใต้กลไกอำนาจนอกระบบ เป็นการลุแก่อำนาจ คุกคามด้วยอามิสสินจ้าง ทำทุกอย่างเพื่อให้ชนะ เพราะกลัวการถูกตรวจสอบ

เห็นได้ว่านับตั้งแต่การรัฐประหารล่วงเลยมาถึงวันนี้ สังคมไทยมีบาดแผลและมีมลทินมากมาย ผลที่เห็นประจักษ์ชัด คือ การเมืองไทยที่เคยก้าวหน้า เป็นการเมืองเชิงนโยบาย ยึดถือการรักษาพันธะ สัญญาที่จะตอบสนองความต้องการเชิงนโยบายให้แก่พี่น้องประชาชน กลับต้องถอยหลังย้อนอดีตไปเกือบ 40 ปี เป็น Money Politic ที่ใช้อำนาจอธรรมและเงิน เป็นเครื่องมือ ทำให้ระบบรัฐสภาถอยหลัง ประชาชนหมดความไว้วางใจ บั่นทอนระบอบรัฐสภาให้เป็นสภาพแวดล้อมที่ขาดไร้จริยธรรม สร้างเงื่อนไขให้ผู้คนเห็นความเสื่อม จนอาจเกิดความชาด้านและปฏิเสธระบบรัฐสภาในที่สุด

พรรคเพื่อไทยเห็นว่าการใช้อำนาจเงินหว่านล้อมให้ ส.ส.งูเห่า ยอมจำนน ในด้านหนึ่งแม้จะสะท้อนภาพของการขาดจริยธรรมของ ส.ส. แต่เบื้องหลังคือ อำนาจและกลไกการควบคุมที่ถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันให้พรรคพวกของตนสามารถสืบทอดอำนาจของพวกตนเองได้ตลอดไป สื่อให้เห็นถึงรัฐบาลที่ไร้หลักการ ไม่สามารถใช้เหตุผลมาดึงความร่วมมือร่วมใจของคนทุกฝ่ายให้เกิดขึ้นได้จริง จึงต้องเล่นแร่แปรธาตุทุกวิถีทางดังที่เป็นอยู่

พรรคเพื่อไทยเห็นว่าปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นสัญญาณเตือนว่าจะยังไม่ใช่ครั้งสุดท้ายและจะยิ่งเกิดขึ้นอีกต่อเนื่อง ด้วยเสียงที่ปริ่มน้ำของรัฐบาล ก็จะกระทำทุกวิถีทางในการปกป้องประโยชน์พวกพ้องตน มากกว่าประโยชน์ของประชาชน อันเป็นการทำลายระบบการเมืองที่มีหลักการของประเทศต่อไปอย่างไม่มีจุดจบ

จ่อชงแก้รัฐธรรมนูญ

ทั้งนี้ การหลุดพ้นปัญหาดังกล่าว รัฐบาลและกลุ่มผู้มีอำนาจในปัจจุบันต้องยินยอมและเร่งรัดให้เกิดกระบวนการการมีส่วนร่วมในสังคม เพื่อออกแบบรัฐธรรมนูญเสียใหม่ ให้ตอบสนองความต้องการอันแท้จริงของประเทศ และความต้องการของประชาชน และต้องมุ่งสร้างความเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริงให้เกิดขึ้นโดยเร็ว สำหรับวาระต่อไปคือ การนำวาระการพิจารณาเรื่องการศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เข้าสู่สภาฯ เพื่อหาทางออกจากวิกฤตของประเทศ ดังนั้น พรรคเพื่อไทยจะดำเนินการ ดังนี้

ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณี ส.ส. ของพรรคไม่ปฏิบัติตามมติพรรคร่วมฝ่ายค้าน หากพบว่ามีการกระทำผิดจะดำเนินการตามกฎหมายและข้อบังคับพรรคในสถานหนัก

จะเสนอให้พรรคร่วมฝ่ายค้านพิจารณาตั้งคณะกรรมการศึกษาผลกระทบของการใช้มาตรา 44 โดยทำหน้าที่รวบรวมความคิดเห็นและผลกระทบที่เกิดขึ้นจากกรณีดังกล่าว โดยให้ประชาชนในสังคมร่วมเสนอความคิดเห็น และแถลงให้พี่น้องประชาชนทราบโดยเร็วที่สุด

โทษสูงสุดขับ "งูเห่า" ออกจากพรรค

ขณะที่นายชัยเกษม ตอบคำถามถึงการดำเนินการเอาผิด ส.ส. ว่า ในความเป็นสมาชิกพรรคก็ต้องดำเนินการตามมติพรรค ส่วนจะลงโทษหนักแค่ไหนนั้นขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงที่สอบได้ หากพบว่า ส.ส.ถูกชักจูงด้วยอามิสสินจ้าง ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย เพราะถือว่ามีความผิด หากทำผิดถึงขั้นร้ายแรงอาจถึงขั้นขับออกจากพรรค ไม่ส่งลงสมัครรับเลือกตั้งในครั้งต่อไป ซึ่งถือเป็นเรื่องร้ายแรง เพราะอนาคตการเป็น ส.ส. แทบจะเป็นหมดไป

ด้านนายชูศักดิ์ กล่าวว่า แม้ว่ารัฐธรรมนูญและกฎหมายพรรคการเมืองเขียนไว้ว่าเป็นเอกสิทธิ์ของ ส.ส. แต่ ส.ส. ก็ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายพรรคการเมืองและข้อบังคับของพรรค เพราะ ส.ส. จะลงสมัครอิสระไม่ได้ ต้องสังกัดพรรคการเมือง ดังนั้นเมื่อพรรคมีมติ ส.ส. ต้องเคารพมติพรรค

 


ผบ.ทบ.ย้ำ นศท.พร้อมรับใช้ชาติ-ทดแทนคุณแผ่นดิน

Fri, 6 Dec 2019 17:02:00

วันนี้(6ธ.ค.62)นักศึกษาวิชาทหารทั้งชายและหญิง 1,134 คน จาก 6 กองพันเดินสวนสนาม และ 2 กองพันวิ่งสวนสนาม 2 กองพัน ร่วมพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนและสวนสนามของนักศึกษาวิชาทหารประจำปี 2562 โดยมีพลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานในพิธีและตรวจพลสวนสนามด้วยรถยนต์

ผู้บัญชาการทหารบก ย้ำให้นักศึกษาวิชาทหารเตรียมความพร้อมปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับกำลังประจำการในสถานการณ์จำเป็น และแม้ว่าการฝึกนักศึกษาวิชาทหารครบตามหลักสูตรจะทำให้ยกเว้นจากการเกณฑ์ทหาร แต่
สถานการณ์โลกปัจจุบันจำเป็นต้องเสริมสร้างกำลังทหารและกำลังสำรอง ให้พร้อมผชิญหน้ากับภัยคุกคาม และนักศึกษาวิชาทหารต้องพร้อมกลับมาปฏิบัติหน้าที่ทดแทนบุญคุณแผ่นดินเกิด

กองทัพบกจัดพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนและสวนสนามของนักศึกษาวิชาทหารต่อเนื่องทุกปี ในโอกาสวันนักศึกษาวิชาทหาร ซึ่งตรงกับวันที่ 8 ธันวาคม เพื่อระลึกถึงวีกรรมของยุวชนทหารที่ร่วมต่อต้านทหารญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกที่จังหวัดชุมพร และยังแสดงออกถึงอุดมการณ์ที่มีต่อชาติศาสนาพระมหากษัตริย์และการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ขณะที่พลเอกอภิรัชต์ ยังให้ความสำคัญกับนักศึกษาวิชาทหารเป็นพิเศษ ในฐานะคนรุ่นใหม่ที่กองทัพบกส่งเสริมให้เป็นแบบอย่างของเยาวชนในการสร้างความรักสามัคคี จิตอาสา และปลูกฝังเรื่ิองประวัติศาสตร์ชาติไทย


คืนที่ดิน 682 ไร่จบ! ส.ป.ก.เอาผิด "ปารีณา" ไม่ได้

Fri, 6 Dec 2019 14:39:00

วันนี้ (6 ธ.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการแถลงข่าวของนายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก) กรณีตรวจสอบการถือครองที่ดินของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งแม้ว่ายังไม่ตัดสินใจใช้มาตรา 44 คำสั่ง 36/2559 เรื่องมาตรการในการแก้ไขปัญหาการครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมโดยมิชอบกฎหมาย ตามที่มีการคาดการณ์และเสนอจากในพื้นที่ก็ตาม 

ส.ป.ก.ตรวจสอบแล้วพบว่า น.ส.ปารีณา ครอบครองที่ดิน 682 ไร่ไม่รับอนุญาตและไม่เข้าข่ายมีคุณสมบัติเป็นเกษตรกร จึงต้องยึดคืนที่ดิน โดยให้เวลา 7 วันนับตั้งแต่วันที่ 9 ธ.ค.นี้

ทั้งนี้ในการคืนที่ดินฟาร์มไก่ 682 ไร่ โดยจะยังไม่แจ้งความเอาผิดและดำเนินคดี แต่หากยังไม่คืนที่ดิน จึงจะใช้คำสั่งมาตรา 44 คำสั่ง 36/2559 

ถือว่าจบหน้าที่ของ ส.ป.ก. เนื่องจาก น.ส.ปารีณา เข้ามาครอบครองโดยไม่ได้รับการอนุญาต ถ้าเข้ามาครอบครองโดยไม่มีคุณสมบัติก็ต้องยึดคืน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 6 ธ.ค.นี้ จับตา "ส.ป.ก." ใช้ยาแรง ม.44 ยึดที่ดินฟาร์มไก่ "ปารีณา"

โดยนายนภดล ตันติเมฆิน ผอ.สำนักกฎหมาย ส.ป.ก. กล่าวว่า ตอนนี้ไม่ใช่แค่เรื่องที่ว่าอยู่หรือไม่อยู่ในที่ ส.ป.ก.แต่ตอนนี้เข้าสู่กระบวนการว่ายอม หรือไม่ยอมคืนพื้นที่ ถ้าไม่คืนต้องขอดูในข้อเท็จจริง เพื่อใช้ประกอบ ส่วนการฟ้องแพ่ง ยังต้องขอดูกฎหมายอื่นๆ ประกอบก่อน เพราะต้องใช้กฎหมายอื่นร่วมด้วย

เปิดคำสั่ง ม.44 คสช.ทวงคืนที่ดิน ส.ป.ก.

ไทยพีบีเอสออนไลน์ ตรวจสอบราชกิจจานุเบกษา เล่ม 133 ตอนพิเศษ 150 ง ราชกิจจานุเบกษา 5 ก.ค.2559 คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 36/2559 เรื่อง มาตรการในการแก้ไขปัญหาการครอบครองที่ดิน ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมโดยมิชอบกฎหมาย ระบุว่า 

ตามที่คณะรัฐมนตรีเคยมีมติตั้งแต่ พ.ศ.2536 ให้มีการส่งมอบพื้นที่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติที่เสื่อมโทรม เพื่อนําพื้นที่ไปดําเนินการจัดสรรที่ดินให้แก่เกษตรกร ตามกฎหมาย ส.ป.ก. แต่จนถึงปัจจุบันได้ปรากฏข้อเท็จจริงว่ายังมีแปลงที่ดินที่ยังไม่ได้ทําการสํารวจรังวัดอยู่จํานวนมาก

เนื่องจากมีผู้ถือครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งกลุ่มบุคคลดังกล่าวต่างไม่ให้ความร่วมมือ หรือความยินยอมเพื่อเข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือแม้กระทั่งในบางรายที่ได้มีคําพิพากษาถึงที่สุดแล้ว แต่การส่งมอบพื้นที่คืน เพื่อให้ ส.ป.ก.นําไปดําเนินการจัดที่ดินตามกฎหมายก็ยังไม่ได้รับการปฏิบัติตามคําพิพากษา

นอกจากนี้ ยังปรากฏว่ามีบุคคล ซึ่งไม่มีสิทธิครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายเข้าใช้ประโยชน์โดยอ้างสิทธิในที่ดินจากการซื้อขายต่อจากเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน หรือมีการเปลี่ยนมือที่ดินที่จัดให้แก่เกษตรกรเพื่อถือครองที่ดินเป็นแปลงขนาดใหญ่ และได้นําพื้นที่ดังกล่าวไปประกอบเกษตรกรรมในรูปแบบการปลูกพืชเชิงเดี่ยว ซึ่งจะมีผลกระทบต่อระบบนิเวศน์อย่างรุนแรงในระยะยาว หรือในบางกรณี

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง ส.ป.ก.เตรียมใช้ ม.44 ยึดคืนที่ดินฟาร์มไก่ "ปารีณา"

 

ปรากฏพื้นที่ข้างเคียงเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ยังคงเป็นพื้นที่อนุรักษ์ หากมีการใช้ประโยชน์ที่ดินไม่เหมาะสม อาจมีปัญหาการบุกรุกพื้นที่เพิ่มเติม ซึ่งกระทบต่อความมั่นคงทางทรัพยากรธรรมชาติ และก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมได้ อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว)พ.ศ.2557 หัวหน้า คสช.โดยความเห็นชอบของ คสช.จึงมีคําสั่งดังนี้

ข้อ 1 ในคําสั่งนี้ ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมที่เป็นพื้นที่เป้าหมาย ได้แก่ ที่ดิน
ดังต่อไปนี้

ให้เวลา 15 วันชี้แจงหลังถูกยึดคืน  

ข้อ 2 เมื่อ ส.ป.ก.ประกาศกําหนดพื้นที่เป้าหมายตามข้อ 1(1) ให้สํานักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัด ปิดประกาศพื้นที่เป้าหมายไว้ในที่เปิดเผย ณ ที่ว่าการอําเภอ ที่ทําการ กํานัน ที่ทําการผู้ใหญ่บ้าน และที่ทําการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แห่งท้องที่ ซึ่งพื้นที่เป้าหมายตั้งอยู่เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 7 วัน และให้นายอําเภอ กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ปิดประกาศนั้น มีหน้าที่รักษาความมีอยู่หรือความสมบูรณ์ของประกาศด้วย

ข้อ 3 ให้ผู้ครอบครองที่ดินในพื้นที่เป้าหมายตามข้อ 1(1) ยื่นคําร้องเพื่อแสดงสิทธิ ในที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดินหรือกฎหมายอื่น ต่อสํานักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดภายใน 15 วัน นับแต่วันปิดประกาศตามข้อ 2 และให้สํานักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดตรวจสอบหลักฐานแสดงสิทธิ ในที่ดินของผู้ครอบครองที่ดินในพื้นที่เป้าหมายให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคําร้อง ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กําหนด

ขณะที่ พ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม พ.ศ.2518 ซึ่งมีเป้าหมายในการมีการปฏฎิรูปที่ดินเพื่อต้องการให้เกษตรกรมีที่ดินทำกิน และใช้ที่ดินเกิดประโยชน์มากที่สุดพร้อมทั้งการจัดระบบการผลิตและจำหน่ายผลิตผลเกษตรกรรม เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่เกษตรกร ดังนั้นการกำหนดโทษ จึงไม่รุนแรงหากเทียบกับการบุกรุกที่ดินประเภทอื่นๆ โดยระบุดังนี้ 

มาตรา 47 ระบุว่า ผู้ใดขัดขวางหรือไม่อำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 23 หรือมาตรา 27 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 48 ผู้ใดฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามประกาศของรัฐมนตรี ซึ่งออกตามมาตรา 33 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท

 

ไร้แรงกดดันทางการเมือง 

แหล่งข่าวกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยอมรับว่ารู้สึกอึดอัดที่ ส.ป.ก.ไม่สามารถจัดการปัญหานี้ได้ แต่ยืนยันไม่ได้มีนโยบายจากผู้ใหญ่ลงมา ตามที่สื่อตั้งข้อสังเกตว่าเกิดจากการอุ้มน.ส.ปารีณา แต่ด้วยความไม่ชัดเจน และในแง่กฎหมายไม่สามารถเอาผิดทางอาญาใดๆ

นอกจากนี้ส่วนหนึ่งยังเกิดจากเส้นแนวเขตที่เกิดปัญหาเป็นความคลาดเคลื่อนของแผนที่ในอดีตระหว่างแนวเขตที่ดินส.ป.ก. และของกรมป่าไม้ มานานถึง 40 ปี ซึ่งหลังจากนี้เมื่อมีการใช้แผนที่วัน-แมป มาใช้คาดว่าเกิดความชัดเจนในการตรวจสอบที่ดิน ที่พบว่ามีหลายพื้นที่ เช่น จ.ภูเก็ต ชลบุรี ราชบุรี ที่มีลักษณะเดียวกัน

ขณะนี้ต้องรอว่าอีก 7 วัน น.ส.ปารีณา จะคืนที่ดินจำนวน 682 ไร่ ได้ทันหรือไม่ ขอให้รอ แต่ในฐานะที่อยู่ที่กระทรวงเกษตรฯ ส.ป.ก.มีอำนาจแค่นี้ ต่อให้คนที่จะอุ้มหรือไม่อุ้ม ตามอำนาจมีแค่นี้ แม้จะค้านสายตาคนทั่วไป   

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไทม์ไลน์ 21 วัน ทวงคืนที่ ส.ป.ก. 682 ไร่ จาก "ปารีณา" 

ขีดเส้น 7 วัน "ปารีณา" คืนที่ดิน ส.ป.ก. 682 ไร่

กางแผนที่ตรวจสอบที่ดิน สปก. "ปารีณา"

 


ศรีสุวรรณ ร้อง ป.ป.ช.สอบอธิการบดี ม.การกีฬาแห่งชาติ

Fri, 6 Dec 2019 12:18:00

วันนี้ เวลา 11.00 น. ที่สำนักงาน ป.ป.ช.นนทบุรี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เดินทางมายื่นคำร้องเพื่อให้สอบสวน และวินิจฉัยกรณีที่รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ซึ่งเพิ่งยกฐานะจากสถาบันการพลศึกษามาเป็นมหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 22 พ.ค.2562

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า ที่รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ใช้ตำแหน่งอธิการบดี โดยไม่มีคำว่ารักษาการนำหน้า นอกจากนั้นยังมีคำสั่งให้คณะผู้บริหารและพนักงานเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยจำนวนมากเดินทางไปติดตามประเมินผลนักเรียนทุนที่มีความสามารถด้านกีฬาจำนวนไม่กี่คน ณ ประเทศออสเตรเลีย ระหว่างวันที่ 12-17 ก.ค.2562 ซึ่งพบว่าคณะที่เดินทางไปดังกล่าวมีโปรแกรมการดูงานจริงเพียงครึ่งวันเท่านั้น และไม่มีโปรแกรมการไปติดตามและประเมินผลการเรียนของนักเรียนทุน

เป็นโปรแกรมการทัวร์เที่ยวเล่น กิน ช้อปปิ้ง ถ่ายรูปเซลฟี่มาอวดกัน และผู้ที่ไปร่วมดูงานก็ไม่มีหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับภารกิจแต่อย่างใด เช่น หัวหน้าสำนักงานรองอธิการบดี นักวิเคราะห์นโยบายและแผน นักวิชาการคอมพิวเตอร์ นักวิเทศสัมพันธ์

ก่อนหน้านี้ ยังมีการอนุมัติให้คณะผู้บริหารและบุคคลภายนอกอีก 24 คน เดินทางไปดูงานด้านการศึกษาและกีฬากับประเทศในกลุ่มทวีปยุโรป เช่น รัสเชีย นอร์เวย์ และเดนมาร์ก โดยใช้งบประมาณจากภาษีของประชาชนไปเป็นจำนวนมาก และมีข้อสังเกตว่า มีการนำสามีของผู้บริหารสถาบันเดินทางไปร่วมดูงานด้วย ทั้งที่ไม่ได้เป็นกรรมการ หรือมีตำแหน่ง หรือส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับมหาวิทยาลัยหรือสถาบันแต่อย่างใด

กรณีที่เกิดขึ้นจึงเป็นการใช้อำนาจที่อาจเข้าข่ายกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรมหรือไม่ จึงเป็นอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช. ที่จะต้องดำเนินการให้เป็นไปตาม ม. 234(2) ของรัฐธรรมนูญ 2560 ประกอบ พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2561

สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงต้องนำความพร้อมพยานหลักฐานมาร้องเรียนกล่าวโทษอธิการบดี ม.การกีฬาแห่งชาติ ต่อ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ไต่สวนและวินิจฉัยตามข้อพิรุธดังกล่าวข้างต้น และเสนอลงโทษตามกฎหมาย ป.ป.ช.ต่อไป

 


"กองทัพ" สั่งสอบสาวโพสต์หมิ่นเกียรติทหาร

Fri, 6 Dec 2019 11:34:00

จากกรณีมีบุคคลแชร์ภาพการเหยียดหยาม และนำพลทหารบริการไปใช้ผิดประเภท เช่น ล้างรถ ปอกทุเรียน และใช้ถ้อยคำไม่สุภาพ จนถูกวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง วานนี้ (5 ธ.ค.2562) พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ถือเป็นการกระทำส่วนบุคคล ที่สังคมต้องร่วมกันตรวจสอบข้อเท็จจริงจากแหล่งที่มา และวัตถุประสงค์ของการเผยแพร่

ยอมรับเป็นเรื่องเหยียดหยามเกียรติภูมิทหาร ที่กองทัพก็ไม่สามารถยอมรับได้ กระทรวงกลาโหม กำลังติดตามตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว

พล.ท.คงชีพ ยืนยันว่า จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย การทำงานของทุกเหล่าทัพในภาพรวม มีการแบ่งมอบงานและหน้าที่กันชัดเจนในหน่วยงานต่างๆ และมีงานด้านธุรการ ที่มีนายทหาร นายสิบและพลทหาร ในตำแหน่งพลทหารบริการ แต่ย้ำถึงการคำนึงถึงเกียรติภูมิและศักดิ์ศรีของทหารในทุกระดับ และไม่มีนโยบายให้นำพลทหารบริการ ไปใช้ผิดวัตถุประสงค์

หากมีบุคคลใดใช้พลทหารผิดไปจากวัตถุประสงค์ และมีการละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ จะต้องมีผู้รับผิดชอบและถือเป็นความผิดส่วนบุคคล ทั้งทางวินัย อาญาตามมูลฐานความผิด

 

 

"ศรีสุวรรณ"ร้องสอบหมิ่นเกียรติทหาร 

ขณะที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า ตามที่ปรากฏภาพในสื่อและโซเชียล โพสต์ภาพของทหารเกณฑ์ทำงานที่บ้าน ทั้งล้างรถ ซ่อมบ้าน ทำความสะอาดบ้าน และปลอกทุเรียนให้รับประทาน พร้อมข้อความในเชิงดูหมิ่นศักดิ์ศรี ซึ่งเป็นพฤติการณ์ที่เป็นเรื่องร้ายแรง ที่สังคมไทยไม่อาจนิ่งเฉย หรือปล่อยให้กองทัพแก้ปัญหาเพียงฝ่ายเดียวได้

จึงจะเดินทางไปยื่นคำร้องต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อสั่งการให้มีการตรวจสอบและลงโทษ ทั้งทางวินัยและอาญากับนายทหาร หรือผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้อง พร้อมกับการออกคำสั่งหรือออกระเบียบ ไม่ให้นำพลทหารประจำการไปทำงานรับใช้นายทหารในทุกชั้นยศ และสนับสนุนให้พรรคการเมืองต้องเสนอร่างกฎหมายให้มีการยกเลิกการเกณฑ์ทหาร

ก่อนหน้านี้ เพจอยากดังเดี๋ยวจัดให้ return.v 14 เผยแพร่ข้อความและภาพที่ถูกระบุว่ามีการโพสต์ไว้เมื่อช่วง 2 ปีก่อน แต่หลายข้อความทำให้ถูกการตั้งคำถามว่าดุหมินศักดิ์ศรีของทหารเกณฑ์ จนนำมาสู่การตรวจสอบจากกระทรวงกลาโหม 

 

 

 


ขีดเส้น 7 วัน "ปารีณา" คืนที่ดิน ส.ป.ก. 682 ไร่

Fri, 6 Dec 2019 09:38:00

วันนี้ (6 ธ.ค.2562) นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก) แถลงกรณีการครอบครองที่ดินเขาสนฟาร์มใน ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ โดยเป็นการแถลงอย่างเป็นทางการครั้งแรก หลังจากมีการตรวจสอบมานานกว่า 1 เดือน โดยใช้เวลาในการแถลงและตอบข้อซักถามเพียงแค่ 1 ชั่วโมง 

นายวิณะโรจน์ กล่าวว่า หลังจากมีการตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ทาง ส.ป.ก.ให้เวลา 15 วันให้ น.ส.ปารีณา มาชี้แจงตามขั้นตอน จากนั้นในวันที่ 20 พ.ย.ที่ผ่านมา ส.ป.ก.เข้าปักป้ายที่ดิน ขณะเดียวกันคณะทำงานตรวจสอบที่ดินสั่งให้ ส.ป.ก.ราชบุรี รวบรวมข้อมูลต่างๆ โดยได้ข้อสรุปผลการทำงานเมื่อวันที่ 3 ธ.ค. และประชุมสรุปในวันที่ 4 ธ.ค.ที่ผ่านมา

ผลการตรวจสอบปรากฎว่า มีเนื้อที่ครอบครอง 682 ไร่ เข้าครอบครองปี 2548-2549 รับมอบจากนายทวี ไกรคุปต์ บิดาของ น.ส.ปารีณา ขณะที่ได้พิจารณาหนังสือขอแสดงเจตนารมณ์เข้าสู่กระบวนการโครงการปฏิรูปที่ดินของ ส.ป.ก. แต่จากการดูระเบียบและกฎหมายต่างๆ พบว่า น.ส.ปารีณา เป็น ส.ส.และเป็นกรรมการบริษัท ไม่ใช่เกษตรกร ดังนั้นจึงต้องคืนพื้นที่ 

น.ส.ปารีณา ไม่เข้าเกณฑ์เป็นเกษตรกร ดังนั้นจึงต้องขอให้คืนที่ดินภายใน 7 วัน จากนั้นจะส่งมอบที่ดินให้ คทช.นำไปจัดสรรที่ดินทำกินเพื่อชาวบ้านและเกษตกร แต่หากไม่ยินยอมจะใช้มาตรา 44 ของ คสช.คำสั่งที่ 36/2559

นอกจากนี้ เลขาธิการ ส.ป.ก.ขอโทษที่การทำประชาสัมพันธ์ล่าช้า เพราะต้องใช้เวลาในการตรวจสอบ แต่ยืนยันว่าทำตามระเบียบและไม่เลือกปฏบัติ โดยที่ดินทุกแปลงที่ครอบครองไม่ถูกต้องจะยืดคืนทั้งหมด 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 6 ธ.ค.นี้ จับตา "ส.ป.ก." ใช้ยาแรง ม.44 ยึดที่ดินฟาร์มไก่ "ปารีณา"

ยังไม่ดำเนินคดี-จ่อใช้ ม.44 

ด้านนายนภดล ตันติเมฆิน ผอ.สำนักกฎหมาย กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ดำเนินคดี แต่หากผู้ถือครองที่ดินไม่ให้ความร่วมมือ จึงจะเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายในการดำเนินคดีอาญา กรณีป้องปัดขัดขวางไม่ให้ตรวจสอบทำประโยชน์เกษตรกรรม

ทั้งนี้ยังสั่งการให้ ส.ป.ก.ตรวจสอบการถือครองที่ดินแปลงอื่นๆ ทั่วประเทศ ที่อาจมีคำสั่งครอบครองไม่ถูกต้องอีกครั้ง ซึ่งก่อนหน้านี้ ส.ป.ก.สำรวจพื้นที่ต่างๆ มาแล้วใน จ.ราชบุรี มี 9 แปลงที่มีผืนใหญ่เกิน 500 ไร่

ที่ดิน น.ส.ปารีณา ไม่ใช่แปลงแรกในราชบุรี ที่มีการตรวจสอบเรื่องถือครองไม่ถูกต้องและต้องยืดคืนมาทั้งหมด โดย ส.ป.ก.ได้กำหนดแนวเขตปฏิรูปไว้ และพบว่าไม่มีคุณสมบัติครอบครอง

 

เลขาธิการ ส.ป.ก. ยังระบุอีกว่า รับมอบที่ดินป่าเสื่อมโทรมจากกรมป่าไม้มา 40 ล้านไร่ และนำที่ดินมาปฏิรูปจัดสรรให้เกษตรกร เฉลี่ยปีละ 63,000 ราย พื้นที่ประมาณ 50,000 ไร่ต่อปี และเมื่อมอบที่ดินให้แล้วก็ต้องตามดูแล ป้องกันไม่ให้ซื้อขายเปลี่ยนมือ โดยต่อจากนี้ ส.ป.ก.จะเป็นหน่วยคุ้มครองที่ดินเกษตรกร เพราะเป็นที่ดินที่จะหล่อเลี้ยงและถือเป็นความมั่นคงทางด้านแหล่งอาหารของประเทศ

สำหรับที่ดินฟาร์มไก่ จำนวน 682 ไร่ ประกอบด้วย แปลงหมายเลข 73 เนื้อที่ 417 ไร่ ทำโรงเลี้ยงไก่, แปลงหมายเลข 75 เนื้อที่ 190 ไร่ เลี้ยงวัว-ปลูกหญ้า, แปลงหมายเลข CL.424 เนื้อที่ 48 ไร่ เลี้ยงวัว-ปลูกหญ้า และแปลงหมายเลข 74 เนื้อที่ 27 ไร่ ใช้วางมูลไก่

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 

ผลรังวัดรอบ 2 ฟาร์มไก่ “ปารีณา” รุกป่า 46.1 ไร่

ชักศึกเข้าป่าเขาสน "ปารีณา" ลาก สปก.วัดที่ดินใหม่

 


เปิดชื่อ 10 งูเห่า โผล่ช่วยรัฐบาลคว่ำมติตั้ง กมธ. ม.44

Thu, 5 Dec 2019 07:01:00

วานนี้ (4 ธ.ค.2562) สภาผู้แทนราษฎรมีมติไม่เห็นด้วยกับการตั้ง กมธ.ศึกษาผลกระทบ มาตรา 44 โดยมีมติไม่เห็นด้วย 244 เสียง ต่อ 5 เสียง งดออกเสียง 6 เสียง หลังจากการพิจารณาญัตตินี้ของสภาฯ ไม่สามารถดำเนินการได้ถึง 2 ครั้ง ในสัปดาห์ที่ผ่านมา


ทั้งนี้ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาฯ คนที่ 1 ในฐานะที่ประชุมสภาฯ ประกาศเดินหน้าญัตติดังกล่าว ตามข้อเสนอของวิปรัฐบาล โดยนายสุชาติ ยืนยันว่าการเดินหน้าญัตติดังกล่าวเป็นไปตาม ข้อ 85 ของระเบียบการประชุมสภาฯ ซึ่งการนับคะแนนใหม่ เท่ากับการลงมติใหม่


จากนั้นที่ประชุมสภาฯ จึงขอนับองค์ประชุม ซึ่งฝ่ายค้านประกาศวอร์กเอาท์ แต่ผลการนับองค์ประชุมปรากฎว่ามี ส.ส. ร่วมองค์ประชุมถึง 261 คน ทั้งที่ ส.ส.ฝ่ายค้านประกาศวอล์กเอาท์ไม่ร่วมการประชุมครั้งนี้ เท่ากับว่ามี ส.ส.จากพรรคร่วมฝ่ายค้านจำนวนหนึ่ง เสียบบัตรแสดงตนเป็นองค์ประชุม เพื่อช่วยให้รัฐบาลเดินหน้าคว่ำญัตติการตั้ง กมธ.ศึกษาผลกระทบ ม.44 

 


ภายหลังการประชุม สำนักงานเลขาสภาฯ ได้ประกาศรายชื่อผู้แสดงตนและร่วมลงมติ พบว่ามี ส.ส. พรรคร่วมฝ่ายค้านอย่างน้อย 10 คน ที่ร่วมองค์ประชุม ดังนี้ 

พรรคเพื่อไทย 3 คน 

  1. นายขจิตร ชัยนิคม ส.ส.อุดรธานี
  2. น.ส.พรพิมล ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานี
  3. นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กทม.

พรรคอนาคตใหม่ 2 คน

  1. นายจารึก ศรีอ่อน ส.ส.จันทบุรี
  2. พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส.จันทบุรี

พรรคเศรษฐกิจใหม่ 4 คน

  1. นายภาสกร เงินเจริญกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ
  2. นายมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ
  3. นางมารศรี ขจรเรืองโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ
  4. นายสุภดิช อากาศฤกษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

พรรคประชาชาติ 1 คน

  1. นายอนุมัติ ซูสารอ ส.ส.ปัตตานี

ส่วน น.ส.กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี ไม่ได้ร่วมแสดงตนเป็นองค์ประชุม แต่เข้ามาร่วมโหวตเห็นด้วยกับการตั้ง กมธ.ศึกษาผลกระทบ ม.44 ภายหลัง 

นายขจิตร ชัยนิคม ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์หลังปรากฏชื่อเป็นหนึ่งใน ส.ส.ฝ่ายค้านที่ร่วมองค์ประชุมกับรัฐบาลว่า หลังจากองค์ประชุมครบแล้วก็ได้ขึ้นไปประชุม กมธ.งบประมาณ เนื่องจากเป็นประธานอนุ กมธ. พิจารณางบฯ ของกระทรวงศึกษาธิการในเวลาเดียวกับที่มีการแสดงตน ซึ่งปกติเวลาลงชื่อมาร่วมประชุมแล้วจะรับบัตรแสดงตนมาเสียบไว้ทุกวัน

ว่าไม่มีเจตนา ครั้งก่อนก็เหมือนกัน แล้วก็มีชื่อคนเดียวเลย บัตรไม่เคยเอาออกจากที่กด เพราะเสียบบัตรคาไว้ เมื่อรับบัตรมาก็เสียบไว้ ไม่เคยเอาคืน พอเลิกประชุมผมก็กลับไปเลย ไม่เคยเป็นหรอกงูเห่า ถ้าผมจะเป็น ก็จะประกาศไปเลย

นอกจากนี้ นายขจิตร ยังยันยืนว่า ไม่ได้เทใจให้รัฐบาล และเสียใจที่พรรคเพื่อไทยไม่อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในเดือน ธ.ค.นี้ เนื่องจากไม่ไว้วางใจรัฐบาลตั้งแต่เข้ามาทำงาน และเรื่องที่เกิดขึ้นไม่เกี่ยวกับความไม่พอใจเรื่องการไม่ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

ประธานวิปฝ่ายค้านรอ 10 ส.ส.ชี้แจง ขู่ใช้กฎหมายเอาผิด

ขณะที่นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า ขอฟังเหตุผลของแต่ละคนก่อน และยังไม่สรุปว่าใครเป็นงูเห่าหรือไม่ หากเชื่อได้ว่าไม่มีอามิสสินจ้างไม่ถือเป็นงูเห่า แต่หากฟังเเล้วเชื่อได้ว่า มีการเเลกเปลี่ยน การซื้อ หรือจ่ายเงิน อาจเรียกเป็นงูเห่าได้ ต้องให้ทุกคนได้ชี้แจงก่อนเพื่อความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย แต่หากไปรับเงินมา พรรคเพื่อไทยก็มีมาตรการซึ่งไม่เกี่ยวกับข้อบังคับพรรค แต่เกี่ยวกับข้อกฎหมาย 

ส่วนกรณีนายขจิตร ขอรับฟังไว้ก่อน ยังเร็วไปจะตัดสินเพราะยังไม่ตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่ต้องพูดคุยสอบถามกันอย่างตรงไปตรงมาแน่นอน อย่างพรรคเศรษฐกิจใหม่ ก็ต้องพูดคุยกันต่อไปว่าในอนาคตจะทำงานร่วมกันต่อหรือไม่


ทั้งนี้ การตรวจสอบรายชื่อฝ่ายรัฐบาล พบว่า ส.ส.ประชาธิปัตย์ 6 คน ที่เคยโหวตส่วนมติวิปรัฐบาล ส่วนใหญ่ยังคงยืนยันมติเดิม คือเห็นด้วยกับการตั้ง กมธ.ศึกษาผลกระทบ ม.44 ดังนี้

  1. กันตวรรณ ตันเถียร ส.ส.พังงา งดออกเสียง
  2. ชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ส.ส.ตาก งดออกเสียง
  3. เทพไท เสนพงษ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช เห็นด้วย
  4. พนิต วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เห็นด้วย
  5. สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง เห็นด้วย 
  6. อันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี เห็นด้วย 

 


จนท.ขยายผลติดตามผู้ก่อเหตุบุกยิง ชรบ.ลำพะยา - ไร้เจ็บ

Wed, 4 Dec 2019 15:33:00

วันนี้ (4 ธ.ค.2562) เพจศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า แจ้งว่าเมื่อเวลา 14.00 น.เจ้าหน้าที่สนธิกำลังเข้าขยายผลบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มผู้ก่อเหตุบุกยิง ชรบ.ลำพะยา โดยได้ปะทะกันบนภูเขา ต.ห้วยกระทิง อ.กรงปินัง จ.ยะลา เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ปลอดภัย ตรวจยึดอาวุธปืนได้ 2 กระบอก พบที่พัก 8 หลัง อุปกรณ์ยังชีพและอื่น ๆ หลายรายการ รายละเอียดจะรายงานให้ทราบต่อไป


ป่าไม้รังวัดที่ดิน "ลุงเสี้ยว" อ้างถูก "ทวี" รุกล้อมรั้ว 30 ไร่

Wed, 4 Dec 2019 14:47:00

กรณีนายเสี้ยว นำพา ชาวบ้านหมู่ 9 ต.ท่าเคย อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ร้องเรียนไปยังหน่วยงานต่างๆว่าถูกนายทวี ไกรคุปต์ อดีต รมช.กระทรวงคมนาคม พ่อของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี เขต 3 จ.ราชบุรี ล้อมรั้วกินพื้นที่ทำกินหายไปกว่า 30 ไร่ ทั้งที่พื้นที่ดังกล่าวนั้นทำกินเลี้ยงครอบครัวมากว่า 50 ปีแล้ว มีเอกสารการครอบครองทุกอย่าง แต่เรื่องก็เงียบ ทำให้นางปราณี นำพา ลูกสาวของนายเสี้ยว ต้องหอบหลักฐานการครอบครองไปร้องที่ บก.ปทส.เพื่อขอความเป็นธรรม

วันนี้ (4 ธ.ค.62) นายสุชาติ บัวบาง เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญงาน ศูนย์ป่าไม้ราชบุรี สำนักจัดการทรัพยา กรป่าไม้ที่ 10 (ราชบุรี) พร้อมนายอรุณ สิงโต หัวหน้าหน่วยป้องกันและพัฒนาสวนผึ้ง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่า เจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สวนผึ้ง เจ้าหน้าที่กอ.รมน.รมน.จ.ราชบุรี และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อ.สวนผึ้ง เข้ารังวัดพื้นที่ โดยให้นายเสี้ยว และลูกสาว เป็นผู้นำชี้  เนื่องจากเป็นผู้เข้าครอบครองพื้นที่ตามโครงการสำรวจถือครอง เพื่อจัดการที่ดินในพื้นที่ป่าไม้ถาวรป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี ตามพ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 และตรวจสอบตามกรณีข้อพิพาท 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง เรื่องเงียบ! ชาวบ้านโวยถูกฮุบที่ดิน 30 ไร่ใกล้แปลงพ่อ "ปารีณา"

 

นายสุชาติ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้ใช้แผนที่ภาพถ่ายทางอากาศ พร้อมกับเครื่องตรวจจับพิกัดที่ดินซึ่งมีหมายเลขรหัสกำกับไว้ พร้อมเข้าเดินตรวจสอบแต่หลักหมุด หลังนายเสี้ยว ได้ไปร้องศูนย์ดำรงธรรมสวนผึ้ง และยังมีการแจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจภูธรสวนผึ้งไว้ว่ามีการปักรั้วลวดหนามรุกล้ำเข้ามาในที่ดิน

ตรวจสอบพื้นที่มีการล้อมรั้วลวดหนาม มีต้นไม้เป็นต้นมะพร้าวปลูกในพื้นที่ โดยที่ดินนายเสี้ยว ได้มีการสำรวจการถือครองไว้ ปัจจุบันที่ดินได้มอบให้กับลูกสาว 2 คน คือ น.ส.อำไพ นำพา 23 ไร่ 2 งาน 79 ตารางวา น.ส.ปราณี นำพา 23 ไร่ 99 ตารางวา

ยังไม่สรุปใครรุกที่ดินชาวบ้าน

เบื้องต้นทั้ง 2 คนได้รับการสำรวจข้อการสำรวจการถือครองเพื่อจัดการที่ดินทำกินในเขตพื้นที่ป่าไม้ถาวร เขตป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี หมายเลข 85 เมื่อปี พ.ศ.2559 ตอนนี้มีข้อมูลว่าทางเจ้าหน้าที่ได้สำรวจไว้แล้ว และส่วนตรงนี้จะดูรายละเอียดว่าที่มีการร้องนั้น ยังไม่รู้ว่าเป็นใคร ซึ่งจะนำข้อมูลที่ได้ไปร่วมกันพิจารณาแก้ไข ส่วนใครที่เข้ามาบุกรุกโดยไม่ได้รับอนุญาต จะต้องดำเนินการตามกฎหมาย

ยืนยันที่จะบังคับใช้กฎหมายโดยเสมอภาคไม่เลือกปฏิบัติ ส่วนที่เหลืออาจจะต้องตั้งคณะทำงาน เพราะเป็นเรื่องใหญ่ จะต้องมีหลายหน่วยงานเข้ามาเกี่ยวข้อง

 

สำหรับพื้นที่ที่ตรวจสอบในวันนี้ยังคงมีพื้นที่เท่าเดิม แต่ไม่รู้ว่าใครมาเป็นผู้บุกรุก จึงจะให้เจ้าหน้าที่จับพิกัดพื้นที่ทั้งหมด และตรวจสอบมีการนำพืชอะไรบ้างเข้ามาปลูกในพื้นที่ ดูระยะเวลาการปลูกว่านานแค่ไหน เป็นพยานหลักฐานที่ปรากฏในพื้นที่ดังกล่าวด้วย

เบื้องต้นกรณีการปักหลักในพื้นที่ล้ำเข้าไปในพื้นที่ที่มีการรังวัดของชาวบ้าน จะเข้าข่ายเรื่องพิพาทของเอกชน และพิพาทในที่ดินของรัฐ ถ้าใครมีพิพาทกับที่ดินของรัฐ ก็จะถูกดำเนินการไปตามกฎหมายตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ชาวบ้านตื่นตัวยืนยันสิทธิ์ที่ดิน ส.ป.ก.ราชบุรี หวั่นถูกหางเลข

"วีระ" เตือน​ "ปารีณา​​" แจ้งความป่าไม้บุกรุก ​ระวังแจ้งความเท็จ

"ปารีณา-ทวี" ยันสู้คดีรุกป่าถึงที่สุด

 

 

 

 

 


"ศรีสุวรรณ" เปิดชื่อ 13 ส.ส. ส่อฮุบที่หลวง

Wed, 4 Dec 2019 13:56:00

วันนี้(4 ธ.ค.2562) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้ไต่สวน ส.ส. 13 คน จาก 5 พรรคการเมือง ที่ครอบครองที่ดินที่มีเอกสารรับรองประเภท ภ.บ.ท.5 และหรือ ส.ป.ก.4-01 ตามที่ได้ยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. ซึ่งอาจเข้าข่ายขาดคุณสมบัติสิทธิครอบครองและทำประโยชน์ตามที่กฎหมาย

รายชื่อ ส.ส. 13 คน ดังนี้

1.นายโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี ส.ส.กทม. พรรคอนาคตใหม่
มีที่ดิน ภ.บ.ท.5 จำนวน 10 ไร่ 20 ตร.ว.

2.นายศักดินัย นุ่มหนู ส.ส.ตราด พรรคอนาคตใหม่
มีที่ดิน ส.ป.ก.4-01 จำนวน 22 ไร่ 47 ตร.ว.

3.พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ
มีที่ดิน ภ.บ.ท.5 จำนวน 2 งาน 88 ตร.ว.

4.น.ส.พิมพ์พร พรพฤฒิพันธุ์ ส.ส.เพชรบูรณ์ พรรคพลังประชารัฐ
มีที่ดิน ภ.บ.ท.5 จำนวน 50 ไร่

5.นายวุฒิพงษ์ นามบุตร ส.ส.อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์
มีที่ดิน ภ.บ.ท.5 จำนวน 2 แปลงเนื้อที่รวม 16 ไร่ 2 งาน 3 ตร.ว.

6. นายสุพล จุลใส ส.ส.ชุมพร พรรครวมพลังประชาชาติไทย
มีที่ดิน ภ.บ.ท.5 จำนวน 2 แปลงเนื้อที่รวม 17 ไร่ 37 ตร.ว.

7. นายชินวรณ์ บุญยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์
มีที่ดิน ภ.บ.ท.5 จำนวน 4 แปลงเนื้อที่รวม 70 ไร่

8. นายมานพ ศรีผึ้ง ส.ส.นครสวรรค์ พรรคภูมิใจไทย
มีที่ดิน ภ.บ.ท.5 จำนวน 2 แปลงเนื้อที่รวม 27 ไร่ 40 ตร.ว.

9. นายสฤษดิ์ บุตรเนียร ส.ส.ปราจีนบุรี พรรคภูมิใจไทย
มีที่ดินทั้ง ภ.ท.บ.5 และ ส.ป.ก.4-01 จำนวนรวม 2 แปลง เนื้อที่รวม 13 ไร่ 47 ตร.ว.

10. นายสนอง เทพอักษรณรงค์ ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย
มีที่ดิน ส.ป.ก.4-01 ข จำนวน 2 แปลงเนื้อที่ 7 ไร่ 2 งาน 5 ตร.ว.

11.นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย
มีที่ดิน ภ.บ.ท.5 จำนวน 30 ไร่

12.นายสุชาติ ภิญโญ ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย
มีที่ดิน ภ.บ.ท.5 จำนวน 2 แปลง เนื้อที่ 295 ไร่ 3 งาน 33 ตร.ว.

13.นายสงวน พงษ์มณี ส.ส.ลำพูน พรรคเพื่อไทย
มีที่ดิน ส.ป.ก.4-01 ก จำนวน 1 ไร่ 2 งาน 81 ตร.ว.

"ทวี" หลุดปากซื้อที่ดินฟาร์มไก่จากทหาร อ้างมีหลักฐานชัด
คำต่อคำ "ทวี ไกรคุปต์" หลังโซเชียลวิจารณ์สนั่นแย่งไมค์อธิบดี

นายศรีสุวรรณ ระบุว่า ส.ส. แต่ละคนมีรายได้และทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก และไม่ได้มีอาชีพทำเกษตรกรรมเป็นหลัก การมีที่ดิน ภ.ท.บ.5 และหรือ ส.ป.ก.4-01 ซึ่งเป็นที่ดินของทางราชการที่มีไว้แจกให้เฉพาะคนยากจน จึงขัดต่อพ.ร.บ. ส.ป.ก.2518 ประกอบ พ.ร.ฎ.กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการเป็นเกษตรกร พ.ศ.2535

นอกจากนี้ยังผิดมติคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ครั้งที่ 1/2555 เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2555 ได้กำหนดอัตรารายได้ของผู้ยากจนไว้ คือ ผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่า 3 หมื่นบาทต่อคนต่อปีเท่านั้น ซึ่งการเข้าไปยึดถือครอบครองที่ดินดังกล่าว อาจผิด ม.54 .พ.รบ.ป่าสงวนแห่งชาติ 2507 ม.14 พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 และ ม.9 ประมวลกฎหมายที่ดิน และ ม.97 พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535

ดังนั้น ส.ส. 13 คน ย่อมรู้ว่าตนเองเป็นผู้ที่ขาดคุณสมบัติของการได้สิทธิในการครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดิน ส.ป.ก. หรือ ภ.บ.ท.5 แต่กลับไม่ยอมสละที่ดินคืนรัฐเพื่อนำไปจัดสรรให้กับผู้ยากไร้ เท่ากับว่าอาจมีเจตนาที่จะทุจริตต่อหน้าที่และฝ่าฝืนกฎหมายอันเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมฯ 2561 อย่างร้ายแรงในข้อ 7 ข้อ 8 และข้อ 9

รวมทั้งเข้าข่ายการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอันเป็นค่านิยมหลักในข้อ 11 ข้อ 12 ข้อ 17 และฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมทั่วไปในข้อ 21 ตามที่รัฐธรรมนูญ 2560 ม.219 สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงต้องนำความมาร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เพื่อดำเนินการไต่สวน สอบสวน เพื่อดำเนินการเอาผิดหรือลงโทษ ส.ส.ทั้ง 13 คนตามกฎหมายต่อไป


"กห." จัดกิจกรรมถวายเป็นพระราชกุศลรัชกาลที่ 9

Wed, 4 Dec 2019 13:49:00

วันนี้(4 ธ.ค.2562) พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม นำจิตอาสาทำกิจกรรมโครงการ "จิตอาสาพระราชทานเราทำความ ดีเพื่อ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์" ทำความสะอาด ปรับปรุงภูมิทัศน์คลองคูเมืองเดิม เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในพื้นที่ปากคลองตลาด และบริเวณโดยรอบกระทรวงกลาโหม โดยมีข้าราชการสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม หน่วยราชการในพื้นที่และประชาชนจิตอาสา เข้าร่วมกว่า 1,200 คน 

สำหรับกิจกรรมจิตอาสาในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีของทุกภาคส่วน ที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมทั้งเป็นโอกาสที่ทหาร ส่วนราชการพลเรือน และประชาชนชนในพื้นที่ จะได้ร่วมกันบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ตามโครงการจิตอาสาพระราชทาน “
นอกจากนี้ สำนักงานแพทย์ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ยังได้จัดหน่วยแพทย์เครื่อนที่บริการตรวจสุขภาพทันตกรรม การบริจาคโลหิต และการบริการตัดผม เพื่อสุขอนามัยที่ดีและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน


ทบ.เชิญประชาชนร่วมกิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

Wed, 4 Dec 2019 12:50:00

วันนี้(4 ธ.ค.2562) พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) พร้อมภริยา เป็นประธานจัดกิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ 5 ธ.ค.2562 กิจกรรมประกอบด้วยการถวายความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์ และการกล่าวถวายราชสดุดี เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

พร้อมทั้งยังจัดกิจกรรมเชิญชวนกำลังพลร่วมบริจาคโลหิตถวายเป็นพระราชกุศล และจัดนิทรรศการเผยแพร่พระเกียรติคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

นอกจากนี้ กองทัพบกร่วมกับประชาคมบางลำพู ชุมชนเขตพระนคร ชุมชนรอบกองบัญชาการกองทัพบก จัดกิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ในวันที่ 5 ธ.ค.2562 ที่พิพิธบางลำพู เขตพระนคร

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เป็นพระมหากษัตริย์ไทย แห่งราชวงศ์จักรี ทรงครองสิริราชสมบัติตั้งแต่วันที่ 9 มิ.ย.2489 สิริรวมระยะเวลา 70 ปี นับว่าทรงเป็นพระมหากษัตริย์ไทยที่ทรงครองราชสมบัติยาวนานที่สุดในประเทศไทย

พร้อมทั้งพระราชทานแนวพระราชดำริเรื่องปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งได้รับการยกย่องจากยูเนสโกว่า พระองค์ท่านเป็นกษัตริย์นักพัฒนา โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริกว่า 4,000 โครงการ เป็นที่ประจักษ์ถึงพระวิริยะอุตสาหะในการทุ่มเทพระวรกายเพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน พระองค์จึงทรงเป็นที่เทิดทูนและเคารพของคนไทยทั้งประเทศ

ด้านการทหารพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงเล็งเห็นถึงความสำคัญที่จะต้องศึกษาค้นคว้าให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก

กองทัพบก ในฐานะที่ดำรงไว้ซึ่งการพิทักษ์ ปกป้อง และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นสถาบันสูงสุด และเป็นศูนย์รวมจิตใจของปวงชนชาวไทย จึงได้ยึดมั่นในภารกิจอันสำคัญยิ่ง ได้แก่ การถวายการรักษาความปลอดภัยและถวายพระเกีรยติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสนองงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน


"พล.อ.ประวิตร" ยิ้มรับ นายกฯชื่่นชมความสัมพันธ์ "3 ป."

Wed, 4 Dec 2019 12:45:00

วันนี้ (4 ธ.ค.2562) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ระบุถึงการพูดคุยระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลเมื่อคืนที่ผ่านมา (3 ธ.ค.2562)ว่า เป็นการรับประทานอาหารร่วมกันเท่านั้น ไม่ได้มีการหารือกันนอกรอบ และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมก็ไม่ได้พูดอะไรเป็นพิเศษในระหว่างร่วมรับประทานอาหาร เพียงแค่เดินทักทายตามโต๊ะต่าง ๆ

ส่วนที่ว่าพรรคประชาธิปัตย์ รับปากหรือไม่ว่าจะไม่โหวตสวนมติพรรคร่วมรัฐบาลอีก พล.อ.ประวิตร ระบุว่า ต้องไปถามพรรคประชาธิปัตย์ และส่วนตัวไม่ได้พูดคุยกับทางพรรคประชาธิปัตย์ โดยมั่นใจว่า การประชุมสภาฯในวันนี้จะไม่ล่ม พร้อมย้อนถามกลับถ้าล่มจะมายืนอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร

ส่วนการที่นายกรัฐมนตรีระบุถึงความสัมพันธ์ 3 ป.ซึ่งหมายถึง พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ทำให้ทำงานเพื่อประเทศชาติมาจนถึงทุกวันนี้ได้นั้น พล.อ.ประวิตร ยิ้มรับ และไม่ออกความเห็น แต่ระบุว่าให้ไปถามจาก พล.อ.ประยุทธ์ เพราะเป็นคนพูด

ส่วนคำพูดเหล่านี้จะตอกย้ำความเชื่อที่ว่าประเทศอยู่ภายใต้การบริหารของ 3 ป.ด้วยหรือไม่นั้น พล.อ.ประวิตร ย้ำว่า ประเทศก็ต้องบริหารด้วยรัฐบาล โดยส่วนตัวเพียงแค่มาช่วยทำงานและร่วมอยู่ในคณะรัฐมนตรีเท่านั้น

ส่วนการตั้งข้อสังเกตว่านายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ ปรากฏตัวร่วมรับประทานอาหารเมื่อคืนนี้ด้วยจะแสดงถึงการที่พรรคฝ่ายค้านอิสระจะมาร่วมกับรัฐบาลอีกครั้งหรือไม่นั้น พล.อ.ประวิตร ระบุว่า โดยส่วนตัวไม่ได้พูดคุยกับนายมงคลกิตติ์

สำหรับกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ ออกมาระบุว่านายมงคลกิตติ์จะเปลี่ยนเป็นคนใหม่ตั้งแต่ 1 ม.ค.2563 นั้น พล.อ.ประวิตรย้ำว่า นายมงคลกิตติ์จะเป็นคนดี แต่ตอนนี้เป๋ ๆ ไปบ้าง และยืนยันว่า ไม่ใช่การดึงพรรคฝ่ายค้านอิสระกลับมาอยู่กับพรรคร่วมรัฐบาล เพราะขณะนี้ก็ถือว่ามีความเป็นปึกแผ่นกันอยู่แล้ว

ส่วนแนวทางการปรับคณะรัฐมนตรีจากผลงาน 6 เดือนนั้น พล.อ.ประวิตร ระบุว่า ไม่ทราบ ต้องไปถามนายกรัฐมนตรี แต่ส่วนตัวเชื่อว่าหากจะมีการปรับคงไม่ใช่เพียงแค่ผลงาน แต่ต้องขึ้นอยู่กับประชาชนจะสนับสนุนรัฐบาลให้อยู่ทำงานได้มากน้อยแค่ไหน และเชื่อว่าการที่นายกรัฐมนตรีออกมาพูดถึงการปรับคณะรัฐมนตรีไม่ใช่การขู่ แต่พูดในหลักการที่ว่า หากใครทำงานไม่ดีก็ต้องมีการปรับคณะรัฐมนตรีหรือนำไปสู่การยุบสภา

ทั้งนี้เชื่อว่า ยังไม่มีการปรับคณะรัฐมนตรี แต่ถ้าจะมีการใครถูกปรับก็อาจถูกปรับออกจากคณะรัฐมนตรีเอง เนื่องจากเดินไม่ค่อยได้ แต่เมื่อถามว่าหากรัฐบาลชุดนี้ขาด ป.ใด ป.หนึ่งใน 3 ป. จะส่งผลให้รัฐบาลทำงานไม่ได้หรือไม่นั้น พล.อ.ประวิตร มีท่าทีนิ่ง และระบุสั้น ๆ ว่า ไม่ตอบ


"ทวี" หลุดปากซื้อที่ดินฟาร์มไก่จากทหาร อ้างมีหลักฐานชัด

Wed, 4 Dec 2019 10:28:00

วันนี้ (4 ธ.ค.2562) สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 (ราชบุรี) และป่าไม้จังหวัด เข้าไปปักป้ายบนที่ดินฟาร์มไก่ของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ โดยปักป้ายคำว่า "พื้นที่ตรวจยึด" ด้านหน้าฟาร์มไก่ โดยนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ ระบุว่าผู้ครอบครองยังสามารถดำเนินกิจการได้จนกว่ากระบวนการยุติธรรมจะถึงที่สุด

ด้านนายทวี ไกรคุปต์ พ่อของ น.ส.ปารีณา ให้สัมภาษณ์เมื่อวานนี้ (3 ธ.ค.2562) ซึ่งมีข้อมูลบางส่วนพาดพิงไปยังผู้ขายที่ดินที่เป็นนายทหาร โดยระบุว่า เรื่องที่ดินอยู่ระหว่างตรวจสอบไม่ขอให้รายละเอียด แต่เมื่อผู้สื่อข่าวถามประเด็นเดิม นายทวี ตอบว่า "ซื้อมาจากนายทหารคนหนึ่ง แต่นายทหารคนนั้นจะได้มาอย่างไม่ทราบ เขาเล่าว่าเป็นมรดาตกทอดจากพ่อ ซึ่งปู่ให้มาเพื่อใช้เป็นที่ทำการเกษตร"

ผู้สื่อข่าวถามว่า เอกสารที่ใช้สู้คดีมีชื่อผู้ถือครองหรือไม่ นายทวี ตอบว่า "แน่นอน เรื่องนี้ น.ส.ปารีณาไม่รู้ แต่ตนเป็นคนถือครองอยู่" 

คำต่อคำ "ทวี ไกรคุปต์" หลังโซเชียลวิจารณ์สนั่นแย่งไมค์อธิบดี

"ทวี" ยันไม่ได้แย่งไมค์ ขอความเป็นธรรมคดียังไม่สิ้นสุด

ขณะที่การให้สัมภาษณ์ของนายทวี วันที่ 26 พ.ย. ที่ผ่านมา ยืนยันว่าที่ดินทั้งหมดที่นายทวีครอบครองและส่งต่อให้ น.ส.ปารีณา มี 700 ไร่ ไม่ใช่ 1,700 ไร่ โดยซื้อมาจากชาวบ้านทั้งหมด และไม่มีการทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร แต่ได้เสียภาษีบำรุงท้องที่แล้ว ซึ่งช่วงที่ซื้อที่ดินมาไม่ได้มีสภาพเป็นป่า และมีการเข้าใช้ประโยชน์ด้านเกษตรกรรมแล้ว