"มิน - พลอย" กลุ่มนักเรียนเลว รับทราบข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

Mon, 30 Nov 2020 16:14:00

วันนี้ (30 พ.ย.2563) นายลภนพัฒน์ หวังไพสิฐ หรือ มิน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6  และ น.ส.เบญจมาภรณ์ นิวาส หรือ พลอย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 และนายคณพศ แย้มสงวนศักดิ์ พร้อมทนายความ และผู้ปกครอง เดินทางไปยัง สน.ลุมพินี เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียก ฐานฝ่าฝืนข้อกำหนดที่ออกตามมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 คาดว่าเป็นเหตุจากการขึ้นปราศรัยในชุมนุมวันที่ 15 ต.ค.ไปแยกราชประสงค์

น.ส.คุ้มเกล้า ส่งสมบูรณ์ ทนายความ ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้ารับทราบข้อกล่าวหาว่า พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหา ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จากพฤติการณ์ในการชุมนุมวันที่ 15 ต.ค. แต่ยังไม่ทราบรายละเอียดพฤติการณ์ที่พนักงานสอบสวนจะแจ้งทั้งหมด เบื้องต้น คดีนี้มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท 

การชุมนุมของนักเรียนเลว เป็นไปด้วยสันติมาตลอด และการเรียกร้องให้กระทรวงศึกษาธิการปฏิรูปการศึกษาถือว่าอยู่ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญมาตลอด จึงตั้งคำถามกับเจ้าหน้าที่ว่า การดำเนินคดีกับเยาวชนขัดต่ออนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กหรือไม่

ทั้งนี้ แนวทางการช่วยเหลือของทนาย ทั้ง 3 คนจะให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา นอกจากนี้ ยังต้องไปตรวจสอบการรับทราบข้อกล่าวหาที่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางต่อไป

ขณะที่ นายลภนพัฒน์ ระบุว่า การชุมนุมเป็นสิทธิเสรีภาพของประชาชนในประเทศที่ควรกระทำได้ ดังนั้น จึงมองว่าไม่เป็นธรรมที่ถูกเอาผิดจากการชุมนุม ชี้เด็กที่ออกมาชุมนุมต้องติดป้ายบังชื่อตัวเองหรือชื่อโรงเรียน สะท้อนว่ารัฐที่อยู่เป็นรัฐที่ไม่ปกติ ยืนยัน การถูกออกหมายเรียกไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหว การเรียกร้องเป็นอุดมการณ์ไม่ใช่บุคคล 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

พลอย-มิน กลุ่มนักเรียนเลว โดนออกหมายเรียก ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

 

 


โฆษก กห.ชี้ไม่มีมูล - เหตุการณ์เกิดรัฐประหาร

Mon, 30 Nov 2020 14:20:00

วันนี้ (30 พ.ย.2563) พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงผลการประชุมสภากลาโหมว่า ที่ประชุมเห็นชอบการแต่งตั้งเป็นกรรมการสภาทหารผ่านศึก โดยตั้งรองผู้บัญชาการเหล่าทัพ และผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และแต่งตั้งทหารผ่านศึกนอกราชการ 5 คน โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มอบนโยบายเรื่องจัดกิจกรรมวันน้อมรำลึกวันพ่อแห่งชาติ และวันชาติ วันที่ 5 ธ.ค.2563 ให้สนับสนุนรัฐบาลจัดกิจกรรม เผยแพร่ประชาสัมพันธ์เนื่องในวันคล้ายพระราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร หรือในหลวง รัชกาลที่ 9 บริเวณถนนสนามไชยถึงสวนสราญรมย์ ระหว่างวันที่ 1-6 ธ.ค.นี้ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังสั่งการหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม สนับสนุนการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน ครั้งที่ 14 ในวันที่ 9-10 ธ.ค. ที่เวียดนาม โดยจะประชุมผ่านระบบออนไลน์ กำชับให้เตรียมข้อมูลครบทุกมิติในการแลกเปลี่ยนมุมมองของภูมิภาค และสนับสนุนด้านทหาร อุตสาหกรรมการป้องกันประเทศ และป้องกันภัยคุกคามรูปแบบใหม่ พร้อมผลักดันความร่วมมือเดิมและกรอบความร่วมมือใหม่

จับมือ "อาเซียน" ในหลายประเด็น

ขณะเดียวกัน กรณีที่อาเซียนจะอาศัยความร่วมมือในการผนึกเสถียรภาพด้วย โดยเฉพาะความร่วมมือป้องกันโรคอุบัติใหม่ ภัยคุกคามไซเบอร์ การต่อต้านก่อการร้าย ภัยคุกคามทางทะเล และการรับมือภัยพิบัติ ยังกำชับติดตามนโยบายของสหรัฐฯ หลังการเลือกตั้ง ทั้งด้านความมั่นคงทางทหาร เพื่อส่งเสริมการยกระดับความร่วมมือในอนาคต โดยยึดความแกนกลางอาเซียนและผลประโยชน์ของชาติในระยะยาว

ส่วนการคงมาตรการเข้มข้นการป้องกันการแพร่ระบาด COVID-19 โดยย้ำผู้บัญชาการเหล่าทัพ เฉพาะพื้นที่ชายแดนด้านตะวันตกติดเมียนมา เพิ่มความถี่การลาดตระเวน การข่าวลักลอบเข้าเมือง สั่งห้ามเจ้าหน้าที่รัฐไปเกี่ยวข้องหรืออยู่เบื้องหลังขบวนการลักลอบขนคนเข้าเมืองผิดกฎหมาย โดยสาธารณภัย และช่วยเหลือประชาชน นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้เหล่าทัพสนับสนุนรัฐบาล ร่วมกับหน่วยงานรัฐร่วมมือกันแก้ปัญหาภัยแล้ง ฝุ่นละออง การบริหารจัดการน้ำ

แก้ปัญหายาเสพติด - ตัดวงจรอุบาทว์

นายกรัฐมนตรีสั่งย้ำการแก้ปัญหายาเสพติดวาระแห่งชาติที่รัฐบาลให้ความสำคัญ ต้องตัดวงจรนี้ เพราะสถานการณ์ปัจจุบันมีการลักลอบการผลิตมากขึ้นและลักลอบนำเข้ามากขึ้น เพราะความต้องการในประเทศยังมีอยู่ ยังมีการเสพในประเทศและการส่งออกไปประเทศที่ 3 โดยได้ขอบคุณ ป.ป.ส.และฝ่ายปกครองที่ป้องกันสกัดกั้นอย่างจริงจัง ตามชายแดนและพื้นที่ชั้นใน ย้ำว่าต้องไม่มีข้าราชการทุกหน่วยและทหารเข้าไปเกี่ยวข้องเด็ดดาด และให้สืบเส้นทางการเงินนำไปสู่จับกุมเครือข่ายยึดทรัพย์ทุกกรณีไม่มียกเว้น

ส่วนการปกครองวินัยทหาร ย้ำการปฏิบัติหน้าที่ผู้บังคับบัญชาทุกระดับให้เป็นตัวอย่าง ยึดหลักคุณธรรม จริยธรรม ธรรมาภิบาล ปฏิบัติตนให้เป็นตัวอย่างที่ดี ห้ามใช้การลงโทษทางวินัยที่รุนแรงและการกระทำที่เกินกว่าเหตุโดยเด็ดขาด ให้กำกับดูแลเจ้าหน้าที่เรือนจำทหารให้ดูแล เพิ่มกล้องวงจรปิด ห้ามลงโทษทางทหารที่ไม่เป็นธรรมนอกแบบทะเบียนทหาร

ปฏิรูปกองทัพ - ปรับขนาดให้เหมาะสม

ส่วนการแจ้งเพื่อทราบการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีป้องกันประเทศ นายกรัฐมนตรีกำชับทุกเหล่าทัพ สำรวจสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคง มองไปข้างหน้า เร่งพัฒนาขับเคลื่อนปฏิรูปกองทัพ ทั้งโครงสร้างกำลังพล งบประมาณ การบริหารจัดการ ให้กองทัพมีขนาดเหมาะสม ทันสมัย รองรับสภาพแวดล้อมของโลก ภูมิภาค ให้นำเทคโนโลยีมาใช้ให้เหมาะสมว่าจะสร้างหรือซื้อ

พล.ท.คงชีพ กล่าวว่า ฝ่ายความมั่นคงจะดูแลการชุมนุมให้เกิดความสมดุล และการชุมนุมที่เป็นไปตามสิทธิเสรีภาพ แต่ควรแจ้งให้ถูกต้อง จะได้ไม่กระทบเสรีภาพผู้อื่นและประโยชน์สาธารณะ และยึดใช้กฎหมายปกติ พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ ยึดหลักสากลไม่ให้เกิดการกระทบกระทั่งผู้ชุมนุม 2 ฝ่าย ติดตามด้วยความเข้าใจและปฏิบัติงานด้วยความอดทนต่อการยั่วยุ ยืนยันทำหน้าที่อย่างดีที่สุด ยังยืนยันไม่มีรัฐประหาร ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รวมทั้งผู้บัญชาการเหล่าทัพย้ำตรงกันตลอด ชี้ไม่มีมูลและเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในลักษณะนี้ ขออย่าขยายความ ทำให้เข้าใจผิดในสังคม เกิดความหวาดระแวง

มองการชุมนุมเป็นการพัฒนาการเมือง

พล.ท.คงชีพ กล่าวว่า โดยส่วนตัวแล้วมองว่าการชุมนุมที่เกิดขึ้นเป็นพัฒนาการทางการเมือง การมีส่วนร่วมของสังคมเป็นการเรียนรู้ทำความเข้าใจร่วมกัน หากช่วยกันพัฒนาในเชิงบวกต่อชาติ ประเทศจะก้าวผ่านเหตุการณ์อย่างแข็งแรง

 


"อานนท์-รุ้ง-ไมค์-เพนกวิน" รายงานตัว หมายเรียก สน.ชนะสงคราม

Mon, 30 Nov 2020 13:56:00

วันนี้ (30 พ.ย.2563) นายอานนท์ นำภา น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง รวมทั้ง ภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ ไมค์ พริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน และนายปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม หรือหมอลำแบงค์ เดินทางไปยัง สน.ชนะสงคราม ตามหมายเรียกเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติมตามหมายเรียกของพนักงานสอบสวน ในความผิดข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 สืบเนื่องมาจากเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมือง บริเวณสนามหลวงในช่วงวันที่ 19-20 ก.ย.ที่ผ่านมา


นายอานนท์ ระบุว่า ส่วนตัวไม่เป็นกังวลที่ถูกใช้มาตรา 112 มาดำเนินคดี พร้อมต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรม เพราะมั่นใจในพยานหลักฐานที่ตัวเองมีว่า ไม่ได้กระทำผิด และยืนยันว่า แกนนำจะยังคงยึดมั่นในแนวทางชุมนุมอย่างต่อเนื่อง โดยจากนี้ไป จะมีแนวทางการเคลื่อนไหวที่เข้มข้นมากขึ้น

เรื่องข้อมูลหรือการชุมนุม ปีหน้าหนักแน่ ไปหาตู้คอนเทนเนอร์มาเพิ่มได้เลย

ขณะที่ น.ส.ปนัสยา ยืนยันว่า เป็นการปฏิรูปไม่ใช่ล้มล้าง แม้จะถูกดำเนินคดีตามมาตรา 112 แต่ยืนยันว่า จะไม่มีผลต่อการเคลื่อนไหว พร้อมจะยึดมั่นแนวทางการเคลื่อนไหว 3 ข้อเรียกร้องต่อไป


นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า ในพื้นที่สถานีตำรวจนครบาลชนะสงคราม ยังพบ นายพริษฐ์ มีการกระทำความผิด เข้าข่ายมาตรา 112 อีก 1 คดี จากการชุมนุม เมื่อวันที่ 14 พ.ย. บริเวณแยกคอกวัว ซึ่งคดีนี้ พนักงานสอบสวน อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ส่วนนายพริษฐ์ ยังมีรายงานเพิ่มเติมว่า พนักงานสอบสวนพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด และอุบลราชธานี ได้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมไปก่อนหน้านี้แล้ว

 


นายกฯ ยืนยันเคารพการตัดสินคดีบ้านพัก 2 ธ.ค.นี้

Mon, 30 Nov 2020 13:25:00

วันนี้ (30 พ.ย.2563) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยภายหลังการประชุมสภากลาโหมว่า ในการประชุมวันนี้ ได้สรุปความก้าวหน้าการทำงานของกระทรวงกลาโหม โดยมีผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมาร่วมประชุมด้วยในฐานะที่ปรึกษากระทรวงกลาโหม และหารือการเตรียมวันที่ 5 ธ.ค.นี้ ที่เหล่าทัพจัดงานร่วมกัน

ส่วนวันที่ 2 ธ.ค.นี้ ที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ชี้ขาดคำร้องบ้านพักทหาร นายกรัฐมนตรีย้ำว่าเป็นเรื่องวินิจฉัยของศาล ขออย่าคาดเดา ส่วนตัวไม่ได้กังวลหรือคิดอะไรมากให้เป็นเรื่องกระบวนการยุติธรรม ยืนยันเคารพในกระบวนการยุติธรรมทุกประการ ไม่ว่าจะตัดสินมาอย่างไร ยังไม่ได้เตรียมแผนใดรองรับ และไม่ได้หารือใน ครม. หากผลวินิจฉัยออกมาทางลบ มั่นใจตัดสินใจได้ง่าย รอผลออกมาก่อนค่อยคิด เพราะทุกอย่างมีคิดระยะสั้น ระยะยาว

มั่นใจทำดีไม่กลัวอาถรรพ์บ้านพิษณุโลก

ส่วนบ้านพักนายกรัฐมนตรีบ้านพิษณุโลก ตอนนี้ยังซ่อมแซมอยู่ ส่วนจะไปอยู่หรือไม่ นายกรัฐมนตรีขอพิจารณาความเหมาะสม โดยเห็นว่าใหญ่โตเกินไป ส่วนอาถรรพ์ที่มีกระแสข่าวนั้นมั่นใจไม่มีอะไร เพราะทำความดีไม่ต้องกลัวอะไร พระก็ไหว้ คล้องด้วย อยู่ที่ใจด้วย และถ้าเราทำความดีเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เชื่อว่าสิ่งศักดิ์สิทธิจะคุ้มครอง และอยู่มาทุกวันนี้เชื่อมั่นว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองอยู่ เพราะตั้งใจทำเพื่อประเทศให้ก้าวหน้า ยืนยันระมัดระวังที่สุดไม่ได้ทำผิดกฎหมาย หรือการทุจริต หรือผลประโยชน์ส่วนตน เพราะรู้แก่ใจและละอายเกรงกลัวต่อบาป "หิริโอตัปปะ"

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยืนยันพร้อมออกจากที่พักปัจจุบัน หากกองทัพไม่ให้อยู่ และมีบ้านนอกพื้นที่กองทัพ แต่มีพื้นที่จำกัด จึงต้องดูหลายๆ อย่าง รู้แม้ไม่มีใครมาทำร้ายและตามมาตรการดูแลผู้นำก็ต้องมี และกรณีที่มีการนัดชุมนุมที่ศาลรัฐธรรมนูญนั้น เห็นว่าเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง เพราะอาจผิดกฎหมายและศาลเคยมีคดีในลักษณะนี้มาแล้ว และมีการประกาศระเบียบของศาลด้วย ขอให้นะมัดระวัง

รับฟังความเห็นจากม็อบ - กระแสสังคม

ส่วนกระแสข่าวว่าสังคมเอือมระอาต่อม็อบ พล.อ.ประยุทธ์ ย้ำว่ารับฟังความเห็นทั้ง 2 ทางทั้งม็อบ กระแสสังคม หรือความเห็นคนส่วนใหญ่หรือส่วนน้อยเองก็ตาม และขอให้สื่อเข้าใจกรณีที่รัฐบาลบอกว่าจะดำเนินการเด็ดขาดนั้นคือการทำตามกระบวนการของกฎหมาย, ตำรวจ, อัยการ และศาล เพื่อทำให้ประชาชนเกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพยสินทั้งม็อบและผู้ได้รับผลกระทบ ไม่ต้องการให้เกิดการกระทบกระทั่งกัน จึงขอให้ระมัดระวังการสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่นด้วย เช่น การไปชุมนุมที่พื้นที่ปิด มากกว่าการไปชุมนุมบนถนน ทำให้การจราจรติดขัด

ทั้งนี้ การชุมนุมฝ่ายความมั่นคงก็ตรวจสอบมาตลอด ส่วนการปราศรัยของผู้ชุมนุมว่าไม่จบที่การลาออกของนายกรัฐมนตรี สุดแล้วแต่ผู้ชุมนุม แต่ขอให้รับผิดชอบการกระทำด้วย โดยไม่ขอแสดงความเห็นการขับเคลื่อนการชุมนุมของกลุ่มราษฎร

สำหรับการทำหน้าที่สื่อ ขอให้นำเสนอข่าวอย่างเป็นกลางและสื่อเสนอสิ่งที่เป็นประโยชน์ เช่น กรณีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีฯ เสด็จเยี่ยมประชาชน สื่อใส่รูปนิดเดียว แต่ผู้ชุมนุมในรูปเต็มหน้าเลย เหมาะสมหรือไม่ หรืออย่าสร้างข้อมูลให้เกิดความขัดแย้งกัน ขยายความรุนแรงการเมือง และห่วงการทำข่าวของผู้สื่อข่าว ท่ามกลางการชุมนุม ขอให้ดูแลระมัดระวังตัวเองด้วย ยืนยันเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมายอยู่แล้ว และการบุกรุกเข้าไปพื้นที่หวงห้ามเป็นการละเมิด

อย่าตระหนกพบป่วย COVID-19 เพิ่ม

สำหรับเศรษฐกิจไทย นายกรัฐมนตรี ย้ำให้นโยบายไปจำนวนมาก อันไหนที่ประชาชนพอใจทำต่อ พร้อมกับหามาตรการอื่นเพิ่มด้วยให้เศรษฐกิจเดินหน้า และแม้พบผู้ติดเชื้อ COVID-19 เพิ่ม ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก ยืนยันรัฐบาลควบคุมดูแลได้ และฝากสังคมช่วยดูแลกรณีคนที่ไปอยู่พื้นที่เสี่ยงลักลอบเข้าประเทศ ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ

ส่วนกรณีเจ้าหน้าที่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในกรุงเทพฯ ดูแลการชุมนุม ขอให้อดทน โดยได้สั่งการให้ดูแลตำรวจที่มาปฏิบัติหน้าที่ทั้งเรื่องเบี้ยเลี้ยง ขอให้เบิกให้ทันเวลา เพราะรัฐบาลสนับสนุนงบประมาณให้อยู่แล้ว น่าเห็นใจเจ้าหน้าที่ต้องเดินทางมาจากต่างจังหวัด เพราะไม่สามารถรวมกำลังในกรุงเทพฯ ได้


ทบ.แจงภาพโซเชียลอ้างปั่น IO แค่ทหารใหม่คุยกับครอบครัว

Mon, 30 Nov 2020 11:35:00

วานนี้ (29 พ.ย.63) กรณีมีการแชร์ภาพผ่านช่องโซเชียลมีเดีย พบมีทหารหลายนายกำลังใช้โทรศัพท์มือถือทำอะไรบางอย่างในห้องที่นั่งรวมกัน ล่าสุดแฟนเพจเฟซบุ๊ก Army Spoke Team โพสต์ชี้แจงถึงเรื่องดังกล่าวระบุว่า ด้วยมีผู้ไม่หวังดี นำภาพทหารใช้โทรศัพท์ไปสร้างข่าวเท็จในทวิตเตอร์ว่าทหารทำ IO

ข้อเท็จจริงคือ ภาพดังกล่าว เป็นภาพที่หน่วยฝึกทหารใหม่ให้เวลาทหารได้ใช้โทรศัพท์ติดต่อกับครอบครัวในช่วงการฝึกทหารใหม่ ไม่มี IO ขอเรียกร้องอย่าบิดเบือน

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 28 พ.ย.ที่ผ่านมา กรณีมีการเผยแพร่เอกสารนำเสนอเกี่ยวกับการใช้โซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มทวิตเตอร์ของหน่วยทหาร และอ้างว่ามีการจ้างบริษัทเอกชน เพื่อทำการอย่างใดอย่างหนึ่งผ่านแอพพลิเคชั่นทวิตเตอร์นั้น

กองทัพบกได้ตรวจสอบกับส่วนที่เกี่ยวข้องแล้ว ขอเรียนในประเด็นข้อเท็จจริงว่ากองทัพบกหน่วย ไม่ได้มีการว่าจ้างบริษัทเอกชนไปดำเนินการปฏิบัติการข่าวสารตามที่มีความพยายามกล่าวหา โดยใช้การตีความจากเอกสารที่ถูกนำมาเผยแพร่ดังกล่าว เพราะวัตถุประสงค์ในการสื่อสารทางโซเชียลมีเดียของกองทัพบกนั้นมุ่งเน้นการสื่อสารสร้างการรับรู้ อย่างสร้างสรรค์ เท่าทันสถานการณ์

ทั้งนี้ ในยุคสื่อสังคมออนไลน์ ทหาร กองทัพเอง ต้องมีการเรียนรู้พัฒนาเทคโนโลยีและแพลต ฟอร์มต่างๆให้ทันกับสภาพสังคม โดยมีการจัดอบรมบรรยายและให้ความรู้ในเรื่องดังกล่าวกับกำลังพลในทุกระดับให้มีความเข้าใจในการใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสม

สำหรับภาพและข้อมูลในสื่อโซเชียลที่ปรากฎเป็นเรื่องเกี่ยวกับการอบรมกำลังพลของหน่วย (พล.ร.2 รอ.)ในการใช้แอปพลิเคชั่นทวิตเตอร์ สนับสนุนงาน ประชาสัมพันธ์ของหน่วยให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยมีกลุ่มเครือข่ายภาคประชาชนที่มีทักษะความรู้ด้านการตลาดดิจิทัลและในการใช้สื่อออนไลน์ที่ทันสมัย มาเป็นผู้ให้คำแนะนำการใช้งาน โดยไม่มีการว่าจ้าง ทั้งนี้ ซอฟต์แวร์ที่นำมาใช้กระจายข้อมูลเชิงบวกก็เป็น “ฟรีซอฟต์แวร์” ที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เช่น Tweet Broadcast และ free Messenger  

อ่านข่าวเพิ่ม ผบ.ทบ.สั่งกองทัพแจงปมจ้างเอกชนทำ "ไอโอ"

 

สำหรับผังโครงสร้างที่ปรากฎก็เป็นการจัดหน่วยประชาสัมพันธ์ เพื่อทดลองกระจายข้อมูลเชิงบวกให้กับบัญชีทวิตเตอร์ด้วยแอปพลิเคชั่นดังกล่าว มีการลงทะเบียนใช้งานอย่างเปิดเผย ระบุตัวตนได้ ส่วนเนื้อหาที่นำลงก็เป็นการประชาสัมพันธ์เชิงบวก กิจกรรมเทิดทูนสถาบัน การสร้างภาพลักษณ์ ภารกิจกองทัพบกและการช่วยเหลือประชาชน

ในขณะเดียวกันหากมีผู้ไม่หวังดีนำข้อมูลที่ไม่ถูกต้องบิดเบือน หรือข่าวเท็จ(ข้อมูลที่เป็นสีเทา หรือสีดำ) ที่ส่งผลกระทบต่อหน่วยงานก็จะมีการตรวจสอบและเร่งเผยแพร่ข้อเท็จจริงในสื่อสังคมออนไลน์อย่างทันท่วงที เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง ซึ่งเป็นเรื่องปกติ โดยไม่ได้มีลักษณะที่บ่งบอกถึงการนำเอาแพลตฟอร์มดังกล่าวไปดำเนินการเพื่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่บุคคลหรือองค์กรใด หรือทำให้เกิดผลกระทบในทางลบต่อสังคมโดยรวม

นอกจากนี้ ข้อมูลที่ปรากฏเป็นข่าว ก็เป็นข้อมูลที่ผู้หนึ่งผู้ใดสามารถ download ได้ สะท้อนให้เห็นว่าทางกองทัพและผู้พัฒนาโปรแกรม ไม่มีเจตนาปกปิด หรือกระทำสิ่งใดที่ผิดกฎหมาย จึงเป็นสิทธิที่กองทัพสามารถดำเนินการ แสดงออกและกระจายข้อมูลเชิงบวกเข้าสู่ระบบสังคมออนไลน์ได้ตามเจตนารมณ์ 

ยืนยันกองทัพบกใช้โซเชียลมีเดียโดยเฉพาะแพลตฟอร์ม Twitter เพื่อสนับสนุน งานการประชาสัมพันธ์ของหน่วยระดับต่างๆ เพื่อประชาสัมพันธ์การช่วยเหลือประชาชนการสื่อสารกับกำลังพลในพื้นที่ประสบภัยและเพื่อสร้างการรับรู้ให้กับสาธารณชนเท่านั้น

นอกจากนี้ กองทัพบกได้มีการปรับระบบการใช้สื่อสังคมออนไลน์เพื่อการปฏิบัติงานโดยเฉพาะด้านการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ ล่าสุด คณะทำงานด้านการประชาสัมพันธ์ในระดับกองทัพบกได้มีการจัดตั้งเครือข่ายสื่อสังคมออนไลน์ของศูนย์ประชาสัมพันธ์ของหน่วยทหารจนถึงระดับกองพันจำนวน 578 หน่วย ซึ่งจะทำให้สามารถสร้างการรับรู้ในข่าวสารด้านความมั่นคง งานช่วยเหลือประชาชน งานบรรเทาภัย ได้รวดเร็วและกว้างขวางยิ่ง

 


ตร.รวบรวมหลักฐานเอาผิดม็อบราบ 11 ทำลายทรัพย์สิน

Mon, 30 Nov 2020 11:11:00

วันนี้ (30 พ.ย.2563) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า ตำรวจได้ดำเนินคดีกับแกนนำและกลุ่มผู้ชุมนุม ช่วงเวลาตั้งแต่เดือน ก.ค.ที่ผ่านมา พบความผิดทั่วประเทศกว่า 170 คดี โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ดำเนินคดีไปแล้ว 110 คดี ในจำนวนนี้ 21 คดี พนักงานสอบสวน สรุปสำนวนมีความเห็นสั่งฟ้องเกือบทั้งหมด และอยู่ระหว่างการสอบสวน 85 คดี


สำหรับการชุมนุมบริเวณกรมทหารราบที่ 11 มหาดเล็กราชวัลลภ รักษาพระองค์ฯ บางเขน เมื่อวันที่ 29 พ.ย.ที่ผ่านมา พบว่า มีทรัพย์สินราชการเสียหายหลายอย่าง เช่น รถตู้โดยสารของทางราชการ ถูกทุบทำลาย พ่นสี ปล่อยลมยาง รวมถึง บริเวณรั้ว และสวนหย่อมของกรุงเทพมหานคร


ทั้งนี้ ตำรวจประสานหน่วยที่เกี่ยวข้องเข้าสำรวจความเสียหาย เพื่อแจ้งความดำเนินคดีแล้ว ขณะเดียวกันสามารถตามจับ นายวชิระ ศรีงามหรือ เจี๊ยบ ซึ่งเป็นผู้ปล่อยลมยาง และทุบทำลายกระจกรถของสถานีตำรวจนครบาลสายไหม ได้รับความเสียหายบริเวณพื้นที่ชุมนุม จึงได้ดำเนินคดีในข้อหาทำให้เสียทรัพย์ เบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ส่วนจะเข้าข่ายความผิดอื่นด้วยหรือไม่ อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานซึ่งพบมีผู้เข้าข่ายความผิดหลายคน


ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ช่วงบ่ายนี้พบมีการนัดหมายชุมนุมบริเวณสถานีตำรวจนครบาลลุมพินี และสถานีตำรวจนครบาลชนะสงคราม เพื่อให้กำลังใจแกนนำและผู้ชุมนุมบางส่วนที่จะเข้ารับทราบข้อกล่าวหาในคดีต่างๆ ซึ่งจากการรายงานของตำรวจท้องที่ ยังไม่มีการแจ้งการชุมนุมแต่อย่างใด




ตร.ถกแผนรับมือม็อบ 2 ธ.ค. ศาล รธน.ชี้ชะตา “พล.อ.ประยุทธ์”

Mon, 30 Nov 2020 10:40:00

วันนี้ (30 พย.2563) พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เปิดเผยว่า ตำรวจเตรียมแผนรองรับกรณีกลุ่มราษฎร นัดชุมนุมบริเวณศาลรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 2 ธ.ค.นี้ ซึ่งเป็นวันที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กรณีอาศัยบ้านพักหลวงตั้งแต่ดำรงตำแหน่ง ผบ.ทบ. และเมื่อเกษียณอายุราชการก็ยังคงอยู่อาศัยใช้ประโยชน์ ซึ่งอาจเข้าข่ายเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ อันเป็นการกระทำต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ

ทั้งนี้ ตำรวจต้องหารือร่วมกับศาลรัฐธรรมนูญ เกี่ยวกับมาตรการรักษาความปลอดภัยโดยรอบพื้นที่ศาลฯ ซึ่งเป็นอำนาจของศาลฯ พิจารณาขอบเขตห้ามชุมนุมบริเวณศาลฯ หรือไม่ แต่ตำรวจได้จัดกำลังและแผนเกี่ยวกับการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร รองรับการชุมนุมแล้ว

นอกจากนี้ ผบช.น. กล่าวถึงการชุมนุมหน้ากรมทหารราบที่ 11 มหาดเล็กราชวัลลภ รักษาพระองค์ฯ บางเขน ว่า มีรถตู้ของตำรวจได้รับความเสียหายหลายคัน โดยอยู่ระหว่างการประเมินความเสียหายและรวบรวมหลักฐาน เพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย


ถอดสลัก “ความขัดแย้ง” ปมข้อเรียกร้อง “ปฏิรูปสถาบันฯ”

Mon, 30 Nov 2020 09:41:00

นายไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ประจำภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยประเมินข้อเรียกร้องปฏิรูปสถาบันฯ และจุดสมดุลของการเมืองไทย ผ่านรายการ "ห้องข่าว ไทยพีบีเอส NEWSROOM" 

ถาม : หากดูจากการชุมนุมของกลุ่มราษฎรตั้งแต่เริ่มต้นจากเดิมชื่อว่า แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม หากนับตั้งแต่วันที่ 10 ส.ค.63 จนมาถึงตอนนี้ก็ประมาณ 4 เดือน เห็นการยกระดับการชุมนุมที่ความถี่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมกับข้อเรียกร้องต่างๆ อาจรย์ประเมินสถานการณ์อย่างไร   

ไชยันต์ : แน่นอนว่า ฝ่ายชุมนุมขณะนี้เมื่อชุมนุมยืดเยื้อก็จะเหนื่อย สังเกตได้ว่าตลอดระยะเวลา 4 เดือน สถานการณ์มีลักษณะน้ำขึ้นน้ำลง บางฝ่ายได้เปรียบ คือ ได้ความชอบธรรมและกระแสจากสังคมทั่วไป ซึ่งจะมีลักษณะขึ้น-ลง แต่สังเกตได้ว่า กลุ่มผู้ชุมนุมจะยกระดับความเข้มข้นในการแสดงออกหรือเรียกร้อง เช่นที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติที่มีการพ่นสี

ขณะที่การเรียกร้อง เช่น การลาออกของนายกฯยังไม่ได้ ขณะที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ผ่านการลงมติในสภาฯไปแล้ว ทั้งในส่วนของ ส.ส. และ ส.ว. แต่จะเป็นที่พอใจของผู้ชุมนุมหรือไม่ ยังไม่มีคำตอบว่าพอใจหรือไม่พอใจ ก็ยังยืนยันว่าจะต้องปฏิรูปสถาบันฯ ซึ่งก็จะเกี่ยวข้องกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรายังไม่รู้หรอกว่ายังไม่ทราบได้ว่าฝ่ายใดจะได้รับชัยชนะ หรือว่าฝ่ายไหนจะเสียหรือ ต้องยอมแค่ไหน

อยากให้คิดว่าปัญหานี้ ขออนุญาตสำหรับบางท่าน ถ้าผมต้องบอกว่านี่ เป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งหลายท่านอาจไม่พอใจ ในการใช้วาจา ข้อเขียน พยายามที่จะแสดงออกอย่างล้อเลียนสถาบันฯ จาบจ้วง ซึ่งการแสดงออกทางการเมืองนี่ เอาเป็นเรื่องการชุมนุมก่อนยังไม่พูดเรื่องเนื้อหาบางอย่าง เป็นเรื่องธรรมดาของระบอบประชาธิปไตย โดยฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายผู้ชุมนุม ฝ่ายประชาชน เข้าใจร่วมกันว่า เราจะอยู่ภายใต้ของครรลองประชาธิปไตย ก็แปลว่าเราต้องยอมรับว่าการชุมนุมเป็นเรื่องปกติ

ถาม : จริง ๆ สังคมไทยผ่านการชุมนุมมประท้วงมาต่อเนื่องตลอด 10 กว่าปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ยุคพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ยุค นปช. หรือ กปปส. แล้วก็มาถึงกลุ่มเยาวชนปลดแอก และกลุ่มราษฎร ในแง่หนึ่งคนไทยก็อาจจะชิน แต่ครั้งนี้อย่างที่อาจารย์บอกว่าไปแตเรื่องของสถาบันฯ การปฏิรูปสถาบันฯ ข้อเรียกร้องต่าง ๆ มันก็คงทำให้คนรู้สึกอดตกใจไม่ได้ สำหรับคนที่ไม่เห็นด้วยกับข้อเรียกร้อง   

ไชยันต์ :  มันก็จริงอยู่ว่าน่าจะเคยชิน แต่ก็ไม่ชินกับการแตะต้องสถาบันฯ แต่ก็อยากจะชวนให้คิดว่า ไม่ว่าฝ่ายใดจะชนะหรือแพ้ ให้รู้สึกว่าเราปรับตัวไปอยู่ในสภาพนิวนอร์มัลทางการเมือง

ถาม : หมายถึงว่า คนในสังคมต้องยกระดับ และยอมรับว่า รูปแบบการประท้วงแบบนี้เกิดขึ้นได้ พร้อมทั้งข้อเรียกร้องเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้  

ไชยันต์ :  ครับ เป็น นิวนอร์มัลทางการเมือง โดยขอให้เลิกคิดเรื่องรัฐประหาร ให้ตัดทิ้งไปเลยเพราะการรัฐประหารไม่ใช่คำตอบแล้ว ซึ่งประชาชนทุกฝ่ายไม่ควรที่จะเรียกร้อง

ถาม : หมายความว่ารัฐบาลและหน่วยงานด้านความมั่นคง ต้องยอมรับสมการ ต้องจุดนนี้ ว่าไม่ควรแก้ไขปัญหาด้วยการทำรัฐประหาร และประชาชนไม่ควรที่จะเรียกร้อง 

ไชยันต์ :  ประชาชนทุกฝ่ายไม่ควรที่จะเรียกร้อง ผมมีความกังวลใจจริง ๆ ว่า เป้าหมายของกลุ่มผู้ชุมนุม คือ อะไรแน่ สมมติว่าต้องการปกิรูปสถาบัน แน่นอนข้อเรียกร้อง 10 ข้อ หลายข้อก็เกี่ยวกับการแก้ไขกฎหมาย หรือแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็ควรจะดูว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะเกิดขึ้น หรือ สภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่จะมีการเลือก ส.ส.ร.ก็ควรที่จะไปรณรงค์ในจุดนั้นไม่ใช่การไปเรียกร้องบนท้องถนนเพื่อให้เกิดการปฏิรูป ซึ่งต้องผ่านสภาฯ

กำลังคิดว่า การยกระดับความรุนแรงทางภาษา การล้อเลียนอย่างเข้มข้น ด้อยค่าอย่างรุนแรง เป็นการที่ต้องการให้มีใครมากระทำความรุนแรงกับเขาหรือไม่ หรือ พยายามทำให้เกิดการรัฐประหารหรือไม่ เพราะการทำรัฐประหารซึ่งเฉพาะหน้าความเสียหายคือ พวกเขาจะถูกควบคุมฝูงชน แต่ว่าความเชื่อมั่นของรัฐบาลและประเทศจะแย่ลง และอาจจะมีการกล่าวอ้างว่า ผู้อยู่เบื้องหลังการทำรัฐประหารคือ สถาบันพระมหากษตริย์ ซึ่งพวกเขามีการพูดเช่นนี้ตลอด เท่าที่ผมติดตามข้อมูล

ถาม : ถ้าให้เดาใจกลุ่มผู้ออกมาประท้วงซึ่งจากที่เห็นก็จะเป็นคนรุ่นหนุ่มสาว ที่เชื่อมต่อถึงกันผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ใช้ข้อความทวิตเตอร์ และแฮชแท็กต่าง ๆ สื่อสาร และข้อความที่ผู้ใหญ่เห็นแล้วก็อาจจะตกใจ คนที่คุ้นชินกับระบบที่ผ่านสภาบันฯก็จะตกใจกับข้อความที่เกิดขึ้น ประเมินว่าเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ได้อย่างไร   

ไชยันต์ : ต้องทำความเข้าใจว่าเขาคือเยาวชน และนักศึกษา ซึ่งอาจไม่มีประสบการณ์โดยตรงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต ฉะนั้นสิ่งที่พวกเขารับรู้ต้องผ่านตัวหนังสือ ผ่านข้อมูล และต้องยอมรับข้อมูลที่เขาเสพ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลทางวิชาการหรือข้อมูลทั่วไป กระแสที่เกิดขึ้นในสื่อสังคมออนไลน์ก็จะออกมาในทิศทางเดียวกัน ก็จะพยายามชี้ให้เห็นว่าปัญหาทั้งหมดอยู่ที่สถาบันพระมหากษัตริย์อยู่เบื้องหลังแทรกแซงทางการเมืองมาโดยตลอด อาจจะย้อนตั้งแต่สมัย 2490 อิทธิพลของสถาบันพระมหากษตริย์ ซึ่งมีงานวิชาการชุดหนึ่งที่พร้อมเพรียงจะเขียนมันออกมา และครุ้่นใหม่อยู่ภายใต้ข้อมูลชุดนี้ ขณะเดียวกันฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายสถาบัน ก็ไม่พยามยามที่จะอธิบาย ว่าความเป็นจริงเป็นอย่างไร

ขณะที่ด้วยวัยของเยาวชน หรือ (Generation Cap) ความขัดแย้งระหว่างวัยมันเกิดขึ้นเสมอ ซึ่งความคับข้องใจของเยาวชนต่อเรื่องราวต่าง ๆ รอบตัวในเรื่องที่มันเป็นระเบียบเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นทุกยุคทุกสมัยของคนหนุ่มสาว แต่มันถูกทำให้สามารถประสานความคับข้องใจ ของเยาวชนในแนวระนาบ มารวมกับตรงนี้ แล้วถูกทำให้เป็นเรื่องการเมือง และถูกทำให้เข้าใจว่าสาเหตุของการเช่น ระเบียบการไว้ผม การคุกคาม เครื่องแบบ ตำรา ทั้งหมดเป็นสาเหตุจากฝ่ายอนุรักษ์นิยม เป็นสาเหตุจากสถาบันพระมหากษตริย์ เพราะฉะนั้นการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ควรจะหาความจริงว่า ความจริงคืออะไร พยายามทำให้เข้าใจว่า ระเบียบเรื่องเครื่องแต่งกาย ผม หรืออะไร ต่าง ๆ การเป็นอีกส่วนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์

ถาม : หมายถึงว่า ควรที่จะไปสืบค้นข้อเท็จจริงในแต่ละประเด็น เพื่อให้ผู้ชุมนุมเข้าใจควรจะเป็นหน้าที่ของใคร หรือ ต้องเป็นผู้ชุมนุมเองที่ต้องหาข้อเท็จจริง

ไชยันต์ : ถ้าเขาไปหาข้อเท็จจริงเอง ประเด็นคือ เมื่อเขาเปิดเขาไปในสื่อสังคมออนไลน์ก็จะไปพบกับข้อมูลชุดนั้นที่เผยแพร่ กระจายอยู่ทั่วไป ซึ่งทางการนี่แหละที่ควรจะเรียกมา แล้วจัดประชุมร่วมกัน ประเด็นข้อที่จะศึกษา หรือที่เยาวชนหรือกลุ่มผู้ชุมนุมเขาตั้งข้อประเด็นขึ้นมา ต้องยอมรับว่าเขามีข้อสงสัย เราจะตอบอย่างไร แต่ถ้าเผชิญกันแล้ว ความจริงก็จะเป็นตัวแก้ไขปัญหาวิกฤต แต่มันเจ็บปวด

ถาม :  อาจารย์ว่า มันจะเป็นไปได้จริงหรือไม่ในทางปฏิบัติ

ไชยันต์ : ต้องเป็นให้ได้เพราะไม่เช่นนั้นจะคาราคาซัง ขอโทษนะครับ สมมติหากมีคนเสพข้อมูลนี้ไปเรื่อย ๆ เขาอาจจะขยายวงได้นะ ขยายวงความเชื่อ ที่นี้ฝ่ายจงรักกักดี มีแต่ความศรัทธา ความรัก เทิดทูน แต่อีกฝ่ายบอกว่าเขามีข้อมูลตรงนี้ ทำไมฝ่ายจงรักภักดีไม่เห็นหรอ นี่คือเหตุผลที่เขาออกมา ก็ต้องชี้ให้เห็นว่าเหตุผลของคุณมันมี (footnote เชิงอรรถ) รองรับ และไม่เคยดู footnote ว่ามันมีการตีความเกินไปหรือเปล่า

ถาม :  กระบวนการเหล่าเกิดขึ้นจริง จะเท่ากับการทบทวนประวัติศาสตร์และสร้างความจริงชุดใหม่ ที่คนในสังคมปัจจุบันยอมรับหรือไม่

ไชยันต์ : ใช่ แล้วผมบอกได้เลยว่า ฝ่ายที่วิพาษก์วิจารณ์ สถาบันกษัตริย์รุนแรง ประวัติศาสตร์ของคุณเนี่ย กับประวัติศาสตร์ของฝั่งอนุรักษ์ ประวัติศาสตร์ของทั้ง 2 ฝั่งต้องยอมรับความจริงว่า เราไม่ได้เดินในทุ่งลาเวนเดอร์ มันเจ็บปวดทั้งนั้นเลย


ถาม : คือการเปิดเผยถกเถียงผ่านชุดข้อมูล แต่อีกด้านคือ มีข้อกังวล หากไม่มีเวทีมาคุยกันแบบนี้อย่างจริงจัง ซึ่งอาจะเป็นเรื่องใหญ่ที่หากจะจัดกันได้อย่างจริง ๆ และมีผู้ที่จะรับฟังอย่างจริงจังหรือไม่ ซึ่งถ้าไม่มีการรับฟัง หรือจะต้องจบด้วยการนองเลือด สูญเสียกันอีก

ไชยันต์ :  อย่างที่ผมพูด ถ้าเราตัดเรื่องรัฐประหารไป แล้วผู้ชุมนุมอาจขยับการชุมนุมที่ยั่วยุมากขึ้น ก็หมายความว่า รัฐบาลก็ทำหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมาย บังคับใช้กฎหมาย จะช้าบ้าง เร็วบ้างก็ใช้ จะใช้มาตรา 112 ก็ใช้ไป เพราะศาลจะเป็นคนตัดสิน แต่มาตรา 112 เนี่ย ถ้าใช้ได้ก็ต้องใช้อย่างระมัดระวัง ไม่ใช่การใช้ในลักษณะการกลั่นแกล้ง

ถาม : อย่างที่อาจารย์บอกว่า มันเป็นเรื่องของความเจ็บปวดซึ่งขึ้นอยู่กับว่าเราจะยอมรับได้มาก-น้อยแค่ไหน ซึ่งประวัติศาสตร์หลายเรื่องบนโลกนี้ก็ยังไม่มีการชำระ ซึ่งหากนำมาพูดกันจริงๆ ก้อาจจะเต็มไปด้วยความเจ็บปวด เพราะฉะนั้นก็น่าจะเป็นโจทย์ยาก แต่เราต้องไม่ละทิ้งความหวังใช่มั้ยคะ

ไชยันต์ :  อย่างน้อยทุกฝ่ายก็ต้องตั้งสติว่า ตกลงแล้วที่ผ่านมาทำอะไรกันไปบ้าง เพราะรู้ว่าทุกคนอยากจะเปิด ไม่ใช่ว่าผู้ชุมนุมอยากจะเปิดโปง ฝ่ายนักวิชาการอย่างพวกผมก็อยากจะเปิดโปงเหมือนกัน

แต่อย่างที่ อาจารย์บอกไว้ว่า รัฐประหารไม่ควรที่จะเกิดขึ้นแล้ว เพราะที่ผ่านมาพิสูจน์แล้วว่าไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาทางการเมือง   หรือไม่สามารถแก้ปัญหาที่จะปลดล็อกทางการเมืองได้ สังคมไทยก็จะเหลือบทพิสูจน์ว่าจะทดสอบความมีน้ำอดน้ำทน ในการรับฟังกันทุกฝ่ายในช่วงเวลานี้จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาได้สำเร็จ 

 

 

 

 

 

 

 


กลุ่มราษฎรนัดชุมนุม 2 ธ.ค.ตัดสินคดีบ้านพักนายกฯ

Mon, 30 Nov 2020 06:34:00

หลังแกนนำกลุ่มราษฎรได้จัดชุมนุมที่บริเวณด้านหน้ากรมทหารราบ ที่ 11 หลังเสร็จสิ้นการชุมนุมได้เชิญชวนไปชุมนุมในวันที่ 2 ธ.ค. ที่ศาลรัฐธรรมนูญ ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ ในเวลา 14.00 น. เป็นต้นไปซึ่งเป็นวันตัดสินคดี บ้านพักของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่าจะเข้าข่ายเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ อันเป็นการกระทำต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญหรือไม่

จากการประเมินสถานการณ์การชุมนุม ฝ่ายความมั่นคง มั่นใจว่าการปฏิวัติรัฐประหารจะไม่เกิดขึ้น แต่ก็ยอมรับว่าอยู่ที่ปัจจัยเสี่ยงจากการชุมนุม โดยเฉพาะความขัดแย้งและความรุนแรง ประกอบกับการบังคับใช้กฎหมายที่มีความเข้มข้น จะคงระดับที่ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เว้นแต่จะมีเงื่อนไขเพิ่มขึ้น ก็อาจแตะระดับไปที่กฎอัยการศึกได้

และจากการคาดการณ์นี้ ฝ่ายความมั่นคง จึงเตรียมพร้อมรับมือถึงการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ของกลุ่มผู้ชุมนุม โดยจะยึดโยงกับวันสำคัญในเชิงสัญลักษณ์ ในเดือนธันวาคมนี้ ตั้งแต่วันที่ 2 ธ.ค.ที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดฟังคำวินิจฉัยคดีบ้านพักทหาร จะเป็นเหตุให้ความเป็นนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงหรือไม่ หรือวันที่ 5 ธ.ค. วันพ่อแห่งชาติ และวันที่ 10 ธ.ค.ซึ่งเป็นวันรัฐธรรมนูญไทย


แถลงการณ์ "ราษฎร" เรียกร้องยกเลิก พ.ร.ก.โอนย้ายกำลังพล

Sun, 29 Nov 2020 20:58:00

วันนี้ (29 พ.ย.2563) นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน อ่านแถลงการณ์กลุ่มราษฎร มีสาระสำคัญคือการเรียกร้องให้ยกเลิก พ.ร.ก.โอนย้ายกำลังพล ที่โอนย้ายกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ และกรมทหารราบที่ 11 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ เป็นส่วนราชการในพระองค์ เพื่อเป็นหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์

นอกจากนี้ นายพริษฐ์ ยังกล่าวหาว่า กรมทหารราบที่ 11 มีส่วนกับการสลายการชุมนุมเมื่อปี 2516 และปี 2553 รวมถึงกล่าวหาว่ามีทหารที่เกี่ยวข้องกับการอุ้มหายนักกิจกรรมทางการเมืองด้วย

ภายหลัง นายพริษฐ์ อ่านแถลงการณ์เสร็จ ผู้ชุมนุมได้ร่วมกันพับกระดาษแถลงการณ์เป็นจรวด และพยายามขว้างเข้าไปยังแนวตำรวจที่ยืนรักษาความปลอดภัยบริเวณทางเข้ากรมทหารราบที่ 11


กลุ่มอาชีวะฯ จัดชุมนุมวงเวียนใหญ่ปกป้องสถาบันฯ

Sun, 29 Nov 2020 17:50:00

วันนี้ (29 พ.ย.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาคีเครือข่ายปกป้องสถาบัน กลุ่มอาชีวะปกป้องสถาบัน 30 สถาบัน นัดรวมตัวที่อนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช วงเวียนใหญ่ โดยเริ่มชุมนุมในเวลา 16.00 น. มีประชาชนเข้าร่วมฟังประวัติศาสตร์พระมหากษัริตย์ไทย จากนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญ อดีตอาจารย์อาชีวะ และอดีตนายทหารนักบินรบกองทัพอากาศ

นายฐากูร นวลแก้ว โฆษกกลุ่มอาชีวะปกป้องสถาบัน ระบุว่า ได้ขออนุญาตใช้พื้นที่กับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว จุดประสงค์หลักของการชุมนุมในครั้งนี้ เพื่อแสดงจุดยืนปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยจะไม่มีการเคลื่อนไปยังจุดอื่น เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะ

 

ส่วนเหตุผลที่จัดกิจกรรมบริเวณอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เพราะมีคณะบุคคลที่บิดเบือนและจาบจวงสถาบันฯ และบางกลุ่มเป็นคนรุ่นใหม่ที่ไม่ได้รับทราบพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์ในอดีต ดังนั้นการจัดกิจกรรมในวันนี้จึงเลือกสถานที่ดังกล่าว เพื่อจัดเวทีให้ความรู้กับประชาชนเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของพระมหากษัตริย์ไทย ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

 

โฆษกกลุ่มอาชีวะปกป้องสถาบัน ยังยืนยันเจตนาว่าไม่ได้ต้องการโจมตีฝ่ายเห็นต่าง รวมถึงไม่มีการเมืองใดๆ แอบแฝง และไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล แต่ต้องการแสดงจุดยืนปกป้องสถาบันฯ เท่านั้น ซึ่งที่ผ่านมาหลังจากแสดงจุดยืนปกป้องสถาบันฯ ก็ทำให้มีคนส่วนหนึ่งที่เคยเห็นต่างเปลี่ยนใจเข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มอาชีวะปกป้องสถาบัน ทั้งนี้การจัดกิจกรรมจะยุติลงในเวลา 19.30 น. และจะพยายามควบคุมให้การจัดกิจกรรมเป็นไปตามกำหนดเวลา เพราะกังวลว่าจะมีมือที่ 3 ก่อเกิดเหตุวุ่นวายจนเกิดความรุนแรง

สำหรับรูปแบบชุมนุม กลุ่มอาชีวะปกป้องสถาบัน ยืนยันว่าจะไม่ใช้วิธีให้เกิดเหตุรุนแรง และในวันที่ 5 ธ.ค.นี้ จะจัดซุ้มอาชีวะจิตอาสาที่บริเวณสนามหลวง

 

 

 


ปิด ถ.พหลโยธิน ชุมนุมหน้ากรมทหารราบที่ 11

Sun, 29 Nov 2020 17:01:00

วันนี้ (29 พ.ย.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มราษฎร ซึ่งก่อนหน้านี้นัดชุมนุมที่บริเวณหน้ากรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ถ.วิภาวดีรังสิต

กระทั่งเวลาประมาณ 10.00 น. กลุ่มราษฎรได้แจ้งย้ายสถานที่ชุมนุมเป็น หน้ากรมทหารราบที่ 11 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ถ.พหลโยธิน เวลา 15.00 น.

หลังจากมีข่าวเปลี่ยนแปลงสถานที่ชุมนุมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางเขน ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบเริ่มเตรียมพื้นที่รองรับ พร้อมกับทหารของกรมทหารราบที่ 11 รอ.

ตั้งใจมาที่ราบ 11 ที่ราบ 1 แค่เป้าหมายหลอก

ต่อมาเวลา 12.45 น. นายปิยรัฐ จงเทพ หัวหน้าการ์ดมวลชนอาสา เดินทางมาถึงหน้า กรมทหารราบที่ 11 พร้อมทั้งยืนยันว่า ความตั้งใจเดิมจะมาชุมนุมที่หน้ากรมทหารราบที่ 11 อยู่แล้ว เพียงแต่ที่กรมทหารราบที่ 1 เป็นเป้าหมายหลอก และจะชุมนุมไม่เกินเวลา 22.00 น.

เวลา 13.52 น. เจ้าหน้าที่นำซากรถบัสของตำรวจควบคุมฝูงชน ที่ไม่ได้ใช้แล้วนำมาขวางไว้ด้านหน้าประตูทางเข้ากรมทหารราบที่ 11

เวลา 13.55 น.ตำรวจสน.พหลโยธิน เริ่มนำรั้วเหล็กวางเป็นแนว หน้าเกาะกลางถนนทางเข้า-ออก กรมทหารราบที่ 11

เวลา 14.35 น. ตัวแทนการ์ดกลุ่มราษฎรเจรจาตำรวจขอให้นำกลุ่มชายสวมเสื้อสีเหลือง ออกไปจากแนวด้านหน้ากรมทหาราบที่ 11 เนื่องจากเกรงว่าการชุมนุมจะไม่ปลอดภัย

ตำรวจใช้รถบัสเก่ากั้นหน้าราบ 11

เวลา 14.49 น. เจ้าหน้าที่นำรถบัสเก่า 3 คัน และรถบรรทุก 2 คัน มาจอดบน ถ.พหลโยธิน หน้าทางเข้า-ออก กรมทหารราบที่ 11 ตรงข้ามบ้านบางเขน ที่คาดว่าจะใช้เป็นพื้นที่ชุมนุม

เวลา 14.50 น. เพนกวิน หรือ พริษฐ์ ชิวารักษ์ หนึ่งในแกนนำกลุ่มราษฎร 2563 ปรากฏตัว บริเวณใต้สถานีรถไฟฟ้า BTS วัดพระศรีมหาธาตุ จุดที่มวลชนนัดตั้งขบวน เพื่อไปยังกรมทหารราบที่ 11

 

เวลา 15.10 น. เพนกวินระบุว่า การเปลี่ยนเป้าหมายการชุมนุม จากกรมทหารราบที่ 1 มายังกรมทหารราบที่ 11 เพราะหน่วยดังกล่าวนี้ คือหน่วยหลักที่ก่อการปราบปรามประชาชนในปี 2553 และยังเป็นกำลังหลักในการ “รัฐประหาร” ในช่วงเวลาอดีตที่ผ่านมา

และหากวันนี้ ทหารมีการใช้กำลังปราบปรามประชาชนที่เห็นต่าง ยิ่งเป็นการตอกย้ำภาพศักดินา และสถาบันใช้กองกำลังต่อต้านประชาชนที่มาชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยด้วยมือเปล่า

ส่วน วันที่ 2 ธ.ค.นี้ ที่มวลชนกลุ่มต่างๆ นัดรวมตัวหน้าศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีคำวินิจฉัยสำคัญถึงคุณสมบัติ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กรณีอยู่บ้านพักของทางราชการ นายพริษฐ์ระบุว่า ต้องติดตามท่าทีจากบนเวทีวันนี้ ว่าจะเข้าร่วมหรือไม่

เริ่มปิดถนน-การจราจรติดขัด

เวลา 15.15 น. การ์ดกลุ่มราษฎร เริ่มปิดการจราจรถ.พหลโยธิน มุ่งหน้าวงเวียนบางเขน บริเวณสถานีรถไฟฟ้าบางบัว เพื่ออำนวยความสะดวกการชุมนุม ขณะที่ตำรวจจราจรประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางไปก่อน ขณะที่การจราจรบน ถ.พหลโยธิน ขาออก เริ่มติดขัด

เวลา 15.20 น. ปิด ถ.พหลโยธิน เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้รถตู้เพิ่มแนวรักษาพื้นที่หน้าทางเข้ากรมทหารราบที่ 11 ขณะที่ตำรวจควบคุมฝูงชน ยืนประจำแนวตามกำแพง ซึ่งแกนนำการ์ดระบุว่า จะไม่บุกเข้าไป แต่จะขอพื้นที่ชุมนุมบนถนนด้านหน้า

เวลา 16.00 น. กลุ่มราษฎรนำโดยเพนกวิน นำรถยนต์ติดตั้งเครื่องขยายเสียง ตั้งขบวน เตรียมเคลื่อนไปที่หน้ากรมทหารราบที่ 11

ตำรวจเตือนไม่ให้รื้อรั้ว-แนวกั้น

เวลา 16.05 น. ทีมการ์ดเริ่มช่วยกันขยับซากรถบัสตำรวจ 2 คัน ให้ออกไปพ้นหน้าประตูทางเข้า-ออก กรมทหารราบที่ 11 ขณะที่การ์ดบางคนเข้าไปตัดรั้วลวดหีบเพลง ที่เจ้าหน้าที่นำมาวางไว้ด้านหน้าประตูทางเข้า-ออก

เวลา 16.17 น. ตำรวจใช้โทรโข่งประกาศแจ้งเตือน ห้ามเคลื่อนย้ายสิ่งของ และรื้อแนวรั้วกั้นเพราะถือว่าผิดกฎหมาย

เวลา 16.35 น. ตำรวจใช้เครื่องขยายเสียง แจ้งเตือนกลุ่มผู้ชุมนุม ครั้งที่ 2 อย่าฝ่าแนวที่กั้นไว้ ขณะที่การ์ดเข้าจัดแนวหน้ารั้ว กันผู้ชุมนุมไม่ให้เข้าใกล้

 

เวลา 16.36 น.การ์ดผู้ชุมนุม เริ่มเคลื่อนแถวจากวงเวียนวัดพระศรีมหาธาตุ มาสำรวจทางหน้ากรมทหารราบที่ 11 โดยแนวหน้าใช้โล่พ่นสีชมพูสดเป็นสัญลักษณ์

เวลา 16.40 น. ผู้ชุมนุมปิดเส้นทางการจราจร ถ.พหลโยธิน ขาเข้า ลงอุโมงค์บางเขน ตั้งแต่บริเวณหน้าโลตัสหลักสี่

เคลื่อนขบวนเป็ดเหลือง

ต่อมาเวลา 17.25 น. ผู้ชุมนุมที่มารวมตัวกันบริเวณหน้าวัดพระศรีมหาธาตุบางเขน เริ่มเป่าเป็ดยาง เพื่อเตรียมพร้อมก่อนเคลื่อนขบวนไปยัง กรมทหารราบที่ 11

 

เวลา 17.49 น. ผู้ชุมนุมเคลื่อนจากแยกวัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน มาตาม ถ.พหลโยธิน ขาเข้า ด้านหน้ากรมทหารราบที่ 11 โดยใช้เป็ดยางเหลืองเป็นสัญลักษณ์นำขบวน

เวลา 18.24 น. หัวขบวนกลุ่มราษฎร เคลื่อนถึงแนวพื้นที่ชุมนุม หน้าประตูหลักกรมทหารราบที่ 11 ด้านในค่ายช่วงพื้นที่ชุมนุม ปิดไฟมืด

 

เวลา 19.25 น. นายอานนท์ นำภา ขึ้นเวทีปราศรัยว่า การชุมนุมเดินทางมาไกลแล้ว โดยเน้นถึงเหตุผลที่ต้องเรียกร้อง การปฏิรูปสถาบันฯ โดยช่วงหนึ่งได้ย้อนถึงการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองโดยคณะราษฎร เมื่อช่วงปี 2475 และเชื่อมั่นว่าพลังของกลุ่มราษฎรยุค 2563 จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้อีกครั้ง

การต่อสู้มาถึงจุดนี้ ไม่ใช่การพกอาวุธแบบมารบ แต่จะเป็นการเปิดแผลขยี้ชนชั้นศักดินาไทยให้ชัดเจน

นายอานนท์กล่าวว่า วันพรุ่งนี้ หรืออีก 2 วันให้มวลชนติดตามการนัดชุมนุมใหญ่อีกครั้งของกลุ่มราษฎรที่จะเดินทางไป

เตือนหยุดทำลายรถตำรวจ

เวลา 20.32 น. นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ แกนนำกลุ่มราษฎร ขึ้นเวทีรถปราศรัยอ่านแถลงการณ์ ที่เกี่ยวข้องกับสถาบันฯ โดยเน้นว่า โดยเรียกร้องให้ยกเลิกกำลังพล ผ่านการยกเลิก พระราชกำหนดโอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพ

โดยหลังจากอ่านแถลงการณ์จบ กลุ่มผู้ชุมนุมได้ร่อนจรวดกระดาษที่พับเตรียมไว้ก่อนหน้านี้ เข้าไปบริเวณแนวของตำรวจที่ยืนคุมพื้นที่บริเวณกรมทหารราบที่ 11 ต่อเนื่องนานกว่า 5 นาที

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทั่งเวลา 21.20 น. ผู้ชุมนุมบางส่วนเริ่มทยอยเดินทางออกนอกพื้นที่ชุมนุม แม้ว่าการชุมนุมยังไม่ยุติ และยังมีการปราศรัยต่อเนื่อง

เวลา 21.30 น. แกนนำการชุมนุมประกาศให้ผู้ชุมนุมหยุดพ่นสีใส่รถตู้ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และหยุดปล่อยลมยางรถ หลังจากมีรถตำรวจถูกกระทำดังกล่าวจำนวนหลายคัน

เวลา 21.47 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้น แกนนำนำผู้ชุมนุม สาดสีแดงลงบนพื้น เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ชุมนุมของ นปช. ช่วงปี 2553 ที่มีผู้เสียชีวิต 99 ศพ แต่มีผู้ชุมนุมบางส่วน สาดสีใส่ตำรวจที่ยืนรักษาแนว จนตำรวจต้องนำโล่มาบังตัว

 

ซึ่งก่อนสาดสี แกนนำให้มวลชน ยืนไว้อาลัยให้ผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ชุมนุมครั้งนั้น เป็นเวลาประมาณ 2 นาที ก่อนจะประกาศยุติการชุมนุมเวลา 22.00 น.


"เพนกวิน" นำเคลื่อนขบวนไปราบ 11 "กฤษณะ" เตือนอย่าล้ำแนวกั้น

Sun, 29 Nov 2020 16:47:00

วันนี้ (29 พ.ย.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อเวลา 16.00 น. ว่า กลุ่มราษฎรนำรถยนต์ติดตั้งเครื่องขยายเสียง ตั้งขบวนบริเวณหน้าวัดพระศรีมหาธาตุ เพื่อเตรียมเคลื่อนไปที่หน้ากรมทหารราบที่ 11 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ โดยมีนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ "เพนกวิน" เป็นแกนนำ

ส่วนบริเวณกรมทหารราบที่ 11 มีมวลชนบางส่วนช่วยกันขยับซากรถบัสตำรวจ 2 คันให้ออกไปจากหน้าประตูทางเข้า-ออก หลังเจ้าหน้าที่นำมาจอดกั้นไว้ ขณะที่บางคนตัดรั้วลวดหนาม เจ้าหน้าที่จึงได้ประกาศแจ้งเตือนห้ามมวลชนเคลื่อนย้ายสิ่งของและอย่าฝ่าแนวกั้น

"พ.ต.อ.กฤษณะ" เตือนผู้ชุมนุมอย่าล้ำแนวกั้น

ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. ลงพื้นที่บริเวณหน้ากรมทหารราบที่ 11 หลังกลุ่มราษฎรนัดหมายชุมนุมในเวลา 15.00 น. โดยระบุว่า วันนี้เจ้าหน้าที่วางกำลังดูแลและรักษาความปลอดภัยตามยุทธการ โดยมีผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 และผู้กำกับการ สน.บางเขน เฝ้าสังเกตการณ์ในพื้นที่ด้วย ซึ่งตำรวจได้วางกำลังตามความจำเป็นและความเหมาะสม ขณะที่การชุมนุมบริเวณหน้ากรมทหารราบที่ 11 ไม่มีการแจ้งขอจัดการชุมนุมกับตำรวจ จึงถือว่ามีเจตนาฝ่าฝืน พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ และเป็นการชุมนุมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ตำรวจยังคงบังคับใช้กฎหมายตามปกติ มีขั้นตอนการดำเนินการ มีหลักการเจรจาพูดคุย พร้อมยืนยันตำรวจไม่ใช่คู้ขัดแย้งของฝ่ายใด ทั้งนี้จะประเมินสถานการณ์การชุมนุมหน้ากรมทหารราบที่ 11 อย่างต่อเนื่อง เพราะอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา พร้อมเตือนผู้ชุมนุมอย่าล้ำแนวกั้นและอย่ากระทำผิดกฎหมาย เพราะตำรวจจะบังคับใช้กฎหมายตามปกติ

ขอให้ผู้ชุมนุมอย่ากระทำผิด แม้ว่าการชุมนุมจะเป็นสิทธิ แต่ต้องไม่ละเมิดกฎหมาย

รองโฆษก ตร. ระบุอีกว่า ตำรวจไม่มีแผนปิดการจราจร เพราะไม่อยากให้ประชาชนทั่วไปได้รับความเดือดร้อน ยกเว้นกลุ่มผู้ชุมนุมจะพยายามปิดกั้นการจราจรไม่ให้ใช้งานได้

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตร.ยืนยันคุมทุกพื้นที่แม้ผู้ชุมนุมย้ายไป "กรมทหารราบที่ 11"

"โตโต้" เจรจาชุมนุมหน้ากรมทหารราบที่ 11 ย้ำไม่บุก

บช.น.ชี้แกนนำไม่แจ้งขอจัดชุมนุมหน้า "กรมทหารราบที่ 11"

 


"โตโต้" เจรจาชุมนุมหน้ากรมทหารราบที่ 11 ย้ำไม่บุก

Sun, 29 Nov 2020 15:15:00

วันนี้ (29 พ.ย.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายปิยรัฐ จงเทพ หรือ โตโต้ หัวหน้าการ์ดมวลชนอาสา ของกลุ่มม็อบราษฎร ได้เดินทางมาถึงหน้ากรมทหารราบที่ 11 พร้อมระบุว่า ก่อนหน้านี้ที่มีการประกาศนัดชุมนุมที่กรมทหารราบที่ 1 กองพันทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ฯ ถนนวิภาวดีรังสิตนั้น เป็นเพียงเป้าหมายหลอก โดยตั้งใจจะมาชุมนุมที่กรมทหารราบที่ 11 อยู่แล้ว ซึ่งการชุมนุมในวันนี้ (29 พ.ย.) จะขอเจรจากับทหาร เพื่อขอใช้พื้นที่หน้ากรมทหารราบที่ 11 เป็นพื้นที่ชุมนุม จนถึงเวลา 22.00 น.

ส่วนการเคลื่อนขบวนจะรอฟังคำสั่งจากเพจแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมเท่านั้น ซึ่งทีมการ์ดจะทำหน้าที่ดูแลด้านการจราจรและความปลอดภัยบริเวณโดยรอบ พร้อมยืนยันว่าจะไม่บุกเข้าไปภายในกรมทหารราบที่ 11 และจะไม่ทำลายทรัพย์สินสาธารณะ หากไม่ถูกคุมคาม

 

ขณะที่ตัวแทนการ์ดราษฎรเจรจากับตำรวจ ขอให้นำกลุ่มชายที่สวมใส่เสื้อสีเหลืองออกจากบริเวณแนวรั้ว หน้ากรมทหารราบที่ 11 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ฯ บางเขน เนื่องจากกังวลเรื่องความปลอดภัย

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์การชุมนุม โดยได้ขึงลวดหนาม และนำซากรถบัสเก่าของตำรวจควบคุมฝูงชน 3 คัน และรถบรรทุกอีก 5 คัน มาจอดไว้บนถนนพหลโยธิน หน้าทางเข้า-ออกประตูกรมทหารราบที่ 11 นอกจากนี้มีการนำรถตำรวจควบคุมฝูงชนเข้ามาจอดในพื้นที่ด้วย

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตร.ยืนยันคุมทุกพื้นที่แม้ผู้ชุมนุมย้ายไป "กรมทหารราบที่ 11"

บช.น.ชี้แกนนำไม่แจ้งขอจัดชุมนุมหน้า "กรมทหารราบที่ 11"

 


บช.น.ชี้แกนนำไม่แจ้งขอจัดชุมนุมหน้า "กรมทหารราบที่ 11"

Sun, 29 Nov 2020 13:22:00

วันนี้ (29 พ.ย.2563) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น., พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. และ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. แถลงมาตรการดูแลการชุมนุมของกลุ่มราษฎร​ ซึ่งประกาศนัดชุมนุมกรมทหารราบที่ 11 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์

พล.ต.ต.ปิยะ เปิดเผยว่า การชุมนุมที่กรมทหารราบที่ 11 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ แกนนำยังไม่ได้แจ้งจัดการชุมนุม ส่วนการนัดรวมตัวทำกิจกรรมที่อิมพีเรียล ลาดพร้าว แกนนำผู้จัดกิจกรรมได้แจ้งขอชุมนุมกับตำรวจ สน.โชคชัย เจ้าของพื้นที่รับผิดชอบแล้ว ซึ่งตำรวจได้แจ้งให้แกนนำ ปฏิบัติตามเงื่อนไข ไม่ให้ใช้เครื่องเสียงดังเกินกว่ากฎหมายกำหนด หรือมีการละเมิดสิทธิของประชาชนทั่วไป

ทั้งนี้ ตำรวจจะปรับเปลี่ยนแผนไปตามสถานการณ์ หลังพบว่าในช่วงนี้มีการนัดชุมนุมทางการเมืองหลายครั้ง โดยตำรวจจะวางกำลังทั้งในและนอกพื้นที่ชุมนุม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุความรุนแรงขึ้น

ตำรวจแจ้งความเอาผิดถูกการ์ดราษฎร​ล็อกตัว

ส่วนกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปกลุ่มการ์ดราษฎร​​ควบคุมตัวตำรวจระหว่างเข้าไปสืบสวนหาข่าว บริเวณการชุมนุมที่แยกลาดพร้าว เมื่อวันที่ 27 พ.ย.ที่ผ่านมา พล.ต.ต.ปิยะ ระบุว่า ผู้บังคับบัญชาได้นำตัว ร.ต.ต.อิทธิชัย โคกรำภา รองสารวัตรสืบสวน กองกำกับการ 1 กองบังคับการ สันติบาล 2 เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษเอาผิดกับกลุ่มการ์ดราษฎร​ ในข้อกล่าวหาร่วมกันทำร้ายร่างกาย กักขังหน่วงเหนี่ยว และขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ยืนยันว่ากลุ่มการ์ดไม่ใช่ผู้ช่วยเจ้าพนักงาน ไม่มีอำนาจในการตรวจค้น หรือจับกุมผู้หนึ่งผู้ใด

ขณะที่ พล.ต.ต.จิรสันต์ เปิดเผยว่า ตำรวจจะปิดการจราจรเมื่อมีผู้ชุมนุมลงไปกีดขวางบนพื้นผิวการจราจร สำหรับการปิดการจราจรในช่วงกองพันทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ฯ ถนนวิภาวดีรังสิต ขาออก ตำรวจยังคงตั้งอุปกรณ์กีดขวางและปิดกั้นการจราจรไว้

ส่วนการประกาศย้ายไปชุมนุมที่กรมทหารราบที่ 11 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ฯ จะส่งผลกระทบต่อถนนพหลโยธิน ขาเข้า ตั้งแต่แยกอนุสาวรีย์หลักสี่ ไปจนถึงแยกเกษตรศาสตร์ จึงขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว

ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ ระบุว่า ตำรวจเตรียมดำเนินคดีกับแกนนำผู้ชุมนุมที่มีการชุมนุม และใช้สีพ่นศูนย์ราชการจังหวัดนนทบุรี เมื่อวานนี้ (28 พ.ย.) ในความผิดทำให้เสียทรัพย์ โดยอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตร.ยืนยันคุมทุกพื้นที่แม้ผู้ชุมนุมย้ายไป "กรมทหารราบที่ 11"

ตั้งตู้คอนเทนเนอร์ปิด ถ.วิภาวดีฯ มุ่งหน้ากรมทหารราบที่ 1

ผบช.น.แนะเลี่ยงเส้นทาง ถ.วิภาวดีฯ ตั้งแต่เที่ยงวันนี้

 


ตร.ยืนยันคุมทุกพื้นที่แม้ผู้ชุมนุมย้ายไป "กรมทหารราบที่ 11"

Sun, 29 Nov 2020 10:52:00

วันนี้ (29 พ.ย.2563) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ยืนยันความพร้อมดูแลการชุมนุมของกลุ่ม "ราษฎร" หลังมีการนัดชุมนุมในพื้นที่กรุงเทพฯ เบื้องต้นจากรายงานข่าวพบว่า วันนี้จะมีการชุมนุมทางการเมืองใน 3 พื้นที่ คือ กรมทหารราบที่ 1 กองพันทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ฯ ถนนวิภาวดีรังสิต, หน้าห้างสรรพสินค้าอิมพิเรียล ลาดพร้าว และล่าสุดกลุ่มผู้ชุมนุมประกาศเปลี่ยนแปลงไปชุมนุมที่หน้ากรมทหารราบที่ 11 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ฯ บางเขน

ขณะที่ตำรวจมั่นใจมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยทุกพื้นที่ โดยมีการจัดเตรียมกำลังตำรวจและอุปกรณ์เครื่องกีดขวาง ป้องกันไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมบุกรุกสถานที่สำคัญ นอกจากนี้ยังจัดเตรียมความพร้อมอุปกรณ์รถยนต์ควบคุมฝูงชน ซึ่งเป็นไปตามมาตรการและแผนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

 

พล.ต.ต.ปิยะ ระบุอีกว่า ไม่กังวลเรื่องมือที่สามที่อาจฉวยโอกาส​สร้างสถานการณ์ความรุนแรง โดยตำรวจมีการสืบสวนหาข่าวอย่างต่อเนื่อง ส่วนพื้นที่สำคัญของหน่วยราชการทหาร จะมีเจ้าหน้าที่ทหารช่วยดูแลรักษาความปลอดภัยในพื้นที่เสริมกำลังของตำรวจอีกชั้นหนึ่ง

ก่อนหน้านี้เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. เฟซบุ๊ก "แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม - United Front of Thammasat and Demonstration" ประกาศเปลี่ยนแปลงสถานที่จาก "ราบที่ 1 ไปที่กรมทหารราบที่ 11 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ฯ บางเขน โดยมีการนัดรวมตัว โดยนัดรวมตัวกันที่รถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีวัดพระศรีมหาธาตุ และจะเดินขบวนไปที่ กรมทหารราบที่ 11

 


เทียบ กม.จัดระเบียบทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ 2491 และ 2561

Sun, 29 Nov 2020 10:41:00

เมื่อ 2 ปีที่แล้ว สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ เคยชี้แจงวัตถุประสงค์กฎหมายใหม่ หลังการประกาศใช้ พ.ร.บ.จัดระเบียบทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ ปี 2560

ในคำชี้แจงเรื่อง การเปลี่ยนชื่อผู้ถือหุ้นจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เป็นพระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ระบุถึงการรวมทรัพย์สินส่วนพระองค์และทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เข้าด้วยกัน "ทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์จะต้องกลับคืนมาอยู่ในความเป็นเจ้าของและการดูแลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อที่จะทรงจัดการทรัพย์สินนั้นตามพระราชอัธยาศัยต่อไป สำหรับทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ใดที่เดิมเป็นชื่อของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เช่น การมีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัด จึงต้องเปลี่ยนเป็นพระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว"

 

เหตุผลหนึ่งที่เปลี่ยนชื่อความเป็นเจ้าของของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เป็นพระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว "เพื่อให้ทรัพย์สินนั้นอยู่ในบังคับของกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับภาษีอากร และต้องมีภาระเสียภาษีอากรเช่นเดียวกับบุคคลทั่วไป อันเป็นการปฏิบัติเพื่อให้เป็นไปตามพระราชประสงค์"

เอกสารดังกล่าวระบุอีกว่า "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชปณิธานที่จะสืบสวนพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระบูรพมหามหากษัตริยาธิราชเจ้าที่ได้ทรงสร้างคุณูปการให้แก่ประเทศไทย ด้วยการก่อตั้งกิจการต่าง ๆ เพื่อให้ประเทศไทยมีฐานะมั่นคงสามารถดำเนินกิจการด้วยคนไทยและแข่งขันกับต่างประเทศได้ เช่น กิจการธนาคารไทยพาณิชย์ ซึ่งพัฒนาขึ้นจาก บริษัท แบงก์สยามกัมมาจลทุนจำกัด"

หลังจากกฎหมายจัดระเบียบทรัพย์สินฯ ใหม่ ประกาศใช้ รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ของธนาคารไทยพาณิชย์ และบริษัทปูนซีเมนต์ไทย จำกัด ได้เปลี่ยนตามคำชี้แจงของสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ เป็นพระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

 

เอกสารชี้แจงของสำนักงานทรัพย์สินฯ ระบุว่า "การใช้พระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นผู้ถือหุ้นในกิจการที่เดิมใช้ชื่อสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ทำให้ทรงสามารถมอบหมายข้าราชบริพารหรือผู้ถวายงานใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทดูแลกิจการต่าง ๆ เหล่านี้ได้อย่างใกล้ชิด เพื่อให้กิจการเหล่านี้ดำเนินการอยู่ในกรอบการบริหารกิจการที่ดีตามพระราชประสงค์"

ขณะที่คณะกรรมการทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ได้เปลี่ยนตามกฎหมายใหม่ ได้แก่ พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ประธานกรรมการและผู้อำนวยการทรัพย์สินพระมหากษัตริย์, นายเกษม วัฒนชัย กรรมการ, นายกฤษณ์ กาญจนกุญชร กรรมการ, พ.ท.สมชาย กาญจนมณี กรรมการ, พ.ต.อ.ธรรมนิธิ วนิชย์ถนอม กรรมการ, พล.อ.อ.อำนาจ จีระมณีมัย กรรมการ, พล.อ.จักรภพ ภูริเดช กรรมการ, พล.อ.ท.ภักดี แสง-ชูโต กรรมการ, พล.ร.อ.ปวิตร รุจิเทศ กรรมการ, นายอำพน กิตติอำพน กรรมการ และ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ กรรมการ

 

ในปี 2561 รัฐบาล คสช. ออก พ.ร.บ.จัดระเบียบทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ซึ่งตัดคำว่า "ฝ่าย" ออกไป แต่สาระสำคัญใกล้เคียงกับฉบับเดิม คือ รวมทรัพย์สินเรียกว่า "ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์"

ผลอีกด้านหนึ่งของการแก้ไขกฎหมาย คือ การพระราชทานโฉนดที่ดินจำนวนมากให้กับหน่วยงานราชการ เช่น พระราชทานโฉนดที่ดินให้กับมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต และมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

ก่อนหน้านี้ พ.ร.บ.จัดระเบียบทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ 2491 ที่ใช้มาอย่างยาวนาน แยกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ทรัพย์สินส่วนพระองค์ หรือทรัพย์สินที่มีอยู่แล้วก่อนเสด็จขึ้นครองราชสมบัติ, ทรัพย์สินส่วนสาธารณสมบัติของแผ่นดิน หรือทรัพย์สินในพระมหากษัตริย์ ซึ่งใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดิน เช่น พระราชวัง และทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ หรือทรัพย์สินนอกจากทรัพย์สินส่วนพระองค์และทรัพย์สินส่วนสาธารณสมบัติ คือ ที่ดิน เงินลงทุนในบริษัทต่าง ๆ

เมื่อเปรียบเทียบ พ.ร.บ.จัดระเบียบทรัพย์สินฯ 2491 กับ พ.ร.บ.จัดระเบียบทรัพย์สินฯ 2561 จะคงเหลือแค่ทรัพย์สินในพระองค์กับทรัพย์สินในพระมหากษัตริย์ และทั้ง 2 ส่วนรวมเป็นทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ซึ่งกฎหมายปี 2561 ยังเพิ่มข้อความ "การจัดการ การดูแลผลประโยชน์ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย" ขณะที่ปี 2491 ระบุว่าให้สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ดูแล

 

นอกจากนี้ กฎหมายปี 2491 ระบุว่า ทรัพย์สินส่วนพระองค์ต้องเสียภาษี ยกเว้นทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ส่วนปี 2561 ระบุว่า ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ต้องเสียภาษีตามกฎหมาย อีกหนึ่งข้อแตกต่าง คือ กฎหมายปี 2491 ระบุว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานกรรมการทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์โดยตำแหน่ง ขณะที่ปี 2561 ระบุว่า พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งทั้งหมดตามพระราชอัธยาศัย

ข้อถกเถียงขณะนี้ คือ การใช้กฎหมายจัดระเบียบทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ใหม่ ที่รวมทรัพย์สินส่วนพระองค์และทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เป็นทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ หรือควรใช้ พ.ร.บ.จัดระเบียบทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ ปี 2491 ซึ่งเป็นกฎหมายฉบับเดิมที่ใช้ตลอดรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง ย้อนประวัติศาสตร์-ข้อถกเถียง "ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์" 

 


ผบช.น.แนะเลี่ยงเส้นทาง ถ.วิภาวดีฯ ตั้งแต่เที่ยงวันนี้

Sun, 29 Nov 2020 08:35:00

วันนี้ (29 พ.ย.2563) พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. และ พล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผบก.จร. กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มราษฎรนัดชุมนุมบริเวณถนนวิภาวดีรังสิต ตั้งแต่เวลา 15.00 น. วันนี้ ว่า เนื่องด้วยบริเวณการรวมกลุ่มเพื่อชุมนุมบริเวณดังกล่าว เป็นถนนสายหลักที่ประชาชนใช้ในการสัญจร สภาพการจราจรหนาแน่นทั้งในช่วงเวลาปกติ และช่วงเวลาเร่งด่วน

บช.น. จึงขอแจ้งข้อมูลข่าวสารด้านการจราจร โดยขอให้หลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว ตั้งแต่เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป จนเสร็จสิ้นการชุมนุม ดังนี้

เส้นทางควรหลีกเลี่ยง

9 เส้นทางแนะนำ

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนเตรียมความพร้อมและวางแผนการเดินทาง โดย บช น.จัดเตรียมกำลังตำรวจจราจรคอยอำนวยความสะดวกด้านการจราจรให้แก่พี่น้องประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนในภาพรวม เพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด สอบถามข้อมูลเส้นทาเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร (บก.02) หมายเลขโทรศัพท์ 1197 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่เวลา 03.00 น.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่นำตู้คอนเทนเนอร์มาวางกั้นถนนวิภาวดีรังสิต ช่องทางคู่ขนาน ตั้งแต่บริเวณก่อนถึงทางเข้า กรมทหารราบที่ 1กองพันทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ฯ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง ตั้งตู้คอนเทนเนอร์ปิด ถ.วิภาวดีฯ มุ่งหน้ากรมทหารราบที่ 1 

 


ตั้งตู้คอนเทนเนอร์ปิด ถ.วิภาวดีฯ มุ่งหน้ากรมทหารราบที่ 1

Sun, 29 Nov 2020 05:21:00

วันนี้ (29 พ.ย.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่นำตู้คอนเทนเนอร์มาวางกั้นถนนวิภาวดีรังสิต ช่องทางคู่ขนาน ตั้งแต่บริเวณก่อนถึงทางเข้า กรมทหารราบที่ 1กองพันทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ฯ หลังจากที่แกนนำกลุ่มราษฎรนัดหมายชุมนุมบริเวณดังกล่าวในเวลา 15.00 น.

 

เจ้าหน้าที่ได้เคลื่อนย้ายตู้คอนเทนเนอร์มาจากพื้นที่โดยรอบเขตดุสิตที่นำไปปิดกั้นไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งมีรถบรรทุกลำเลียงประมาณ 50 คัน แต่ละคันบรรทุก 2 ตู้คอนเทนเนอร์ รวมกว่า 100 ตู้ ทยอยนำลงปิดกั้นถนนวิภาวดีรังสิตช่องทางคู่ขนาน ตั้งแต่เวลาประมาณ 03.00 น.ที่ผ่านมา

 

นอกจากตู้คอนเทนเนอร์แล้ว เจ้าหน้าที่ยังนำลวดหนามหีบเพลง และแบริเออร์คอนกรีตอีกจำนวนหนึ่ง เตรียมใช้วางกั้นพร้อมกับตู้คอนเทนเนอร์เพื่อป้องกันกลุ่มผู้ชุมนุมเข้ามาในพื้นที่ และรถบรรทุกบางส่วนนำตู้คอนเทนเนอร์เข้าไปวางภายในกรมทหาราบที่ 1 ฯ

 

สำหรับการจราจรถนนวิภาวดีรังสิต ช่องทางคู่ขนาน จะปิดการจราจรตั้งแต่หน้าโรงพยาบาลทหารผ่านศึก จนถึงบริเวณสนามกีฬากองทัพบก โดยจะให้รถยนต์ใช้ช่องทางด่วน หรือขึ้นทางยกระดับโทลล์เวย์ ได้ตามปกติ

 


นัดรวมพลอิมพีเรียลสำโรง ปิดแยกบางนา ดัน 3 ข้อเรียกร้อง

Sat, 28 Nov 2020 18:37:00

วันนี้ (28 พ.ย.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลาประมาณ 15.50 น. หน้าห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียลเวิลด์ สำโรง จังหวัดสมุทรปราการ มีกลุ่มผู้ชุมนุมมารวมตัวกันตามการนัดหมาย เพื่อทำกิจกรรมสะท้อนมุมมองทางการเมือง พร้อมผลักดัน 3 ข้อเรียกร้องคือ 1. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 2.ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ 3.ปฏิรูปสถาบัน

 

ในระหว่างการรวมตัว กลุ่มผู้ชุมนุมได้ร่วมกันเขียนข้อความบนผ้าสีขาวสะท้อนมุมมองทางการเมือง

 

 

เวลา 18.00 น. ผู้ชุมนุมเริ่มเคลื่อนขบวนไปยังสี่แยกบางนา โดยมี น.ส.อาทิตยา พรพรม เป็นแกนนำในการเคลื่อนขบวน ส่งผลให้ถนนสุขุมวิท ขาออก ไม่สามารถสัญจรผ่านได้ ซึ่งผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนมาถึงแยกบางนา เวลาประมาณ 19.20 น.