6 หัวหน้าพรรคฝ่ายค้านเตรียมลงนามยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

Mon, 27 Jan 2020 14:13:00

วันนี้ (27 ม.ค.2563) หัวหน้าพรรคการเมือง 6 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้ประชุมนัดพิเศษเพื่อหารือการเตรียมความพร้อมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ท่ามกลางข้อสังว่า การประชุมในครั้งนี้ ไม่มีตัวแทนจากพรรคเศรษฐกิจใหม่ ร่วมประชุมด้วย ทั้งนี้นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ย้ำว่า จะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ และวางตัวบุคคลที่จะอภิปรายให้เป็นไปอย่างมีคุณภาพ ข้อมูลแน่น ชัดเจน

สนามซักฟอกนี้ไม่ใช่สนามการฝึกพูด ฝ่ายค้านพร้อมจะยื่นญัตติในวันที่ 29 ม.ค.นี้ แต่หากจะเลื่อนการยื่นไป 1-2 วัน ก็ไม่กระทบกับกรอบเวลาการอภิปราย  ซึ่งการพูดคุยกันในวันนี้จะได้ข้อยุติเรื่องถ้อยคำในร่างญัตติดังกล่าวที่จะยื่น

ส่วนนายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย ชี้ว่าการยื่นญัตติอภิปราย เนื่องจากเห็นว่า รัฐบาลมีจุดบกพร่อง และบริหารราชการแผ่นดินล้มเหลว ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ระบบการเมือง ระบบสังคม และการกระทำผิดกฎหมาย ที่นำไปสู่การทุจริตคอร์รัปชั่น สำหรับการอภิปรายรัฐมนตรีนั้น จะไม่แบ่งแยกพรรค แต่จะรวมตัวกันในฐานะฝ่ายค้าน และยืนยันที่จะทำให้การอภิปรายครั้งนี้ มีประสิทธิภาพมากที่สุด

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ระบุว่า การอภิปรายจะชี้ให้ประชาชนเห็นถึงความล้มเหลวในการทำงานของรัฐบาลชุดนี้ ที่กำลังพาประเทศไปในที่ผิดทิศทาง ดังนั้นหน้าที่ของฝ่ายค้านจะทำหน้าที่แทนประชาชนให้ดีที่สุด ให้สมกับที่ประชาชนไว้ใจ นั่นคือการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล 

อยากให้ประชาชนและ ส.ส. ไม่ว่าฝ่ายใด ร่วมกันตรวจสอบและพิจารณาสิ่งที่ฝ่ายค้านจะนำเสนอ หากฟังอย่างเปิดใจและไม่ใช้อคติ เชื่อว่า สังคมจะเห็นคล้อยไปในทิศทางเดียวกัน ว่าไม่สามารถไว้วางใจให้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา บริหารประเทศต่อไปได้

ขณะที่นายวันมูหะหมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวว่า การบริหารประเทศของรัฐบาลจะต้องมองถึงประชาธิปไตยในรัฐธรรมนูญที่ได้กล่าวไว้ ซึ่งมองว่า รัฐบาลนี้ไม่ค่อยสนใจในเรื่องของรัฐธรรมนูญ และประชาธิปไตย  รวมไปถึงการออกแบบรัฐธรรมนูญในส่วนของสมาชิกวุฒิสภา โดยพรรคฝ่ายค้านจำเป็นต้องอภิปรายเรื่องจริยธรรมของรัฐมนตรี

และยืนยันว่ามีหลักฐานที่สามารถจับต้องได้ เพราะมีประชาชนส่งเข้ามาให้จำนวนมาก รวมถึงเรื่องการปฏิรูปที่มีแต่เพียงตัวหนังสือ แต่ในเชิงปฏิบัติกลับไม่มีความคืบหน้า โดยเฉพาะเรื่องการปฏิรูปการเมือง ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญแต่กลับล้มเหลว ดังนั้นพรรคฝ่ายค้านจึงจำเป็นต้องรวบรวมสิ่งที่นายกรัฐมนตรีและคณะมายื่นอภิปรายในครั้งนี้

นายแพทย์เรวัต วิศรุตเวช รองหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ระบุว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวช หัวหน้าพรรค ที่จะพุ่งเป้าไปที่ปมปัญหาการถวายสัตย์ปฏิญาณตนของนายกรัฐมนตรีและ ครม.โดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 

รวมถึงกรณีที่คณะกรรมการสรรหา ส.ว.ได้เลือกตัวเองเข้ามาดำรงตำแหน่ง ส.ว. และให้ ส.ว.ทั้ง 250 คนโหวตเลือกตนเองเป็นนายกรัฐมนตรี โดยเชื่อว่า เป็นเรื่องที่ไม่ชอบธรรม ไม่มีประเทศใดในโลกทำกัน นอกจากนี้ ยังมีประเด็นที่รัฐบาลเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุน โดยเฉพาะโครงการอีอีซี ที่มีการใช้อำนาจตามมาตรา 44

นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ อ้างอิงเรื่องของความเห็นของประชาชน นักการเมืองและข้าราชการที่ทนไม่ได้กับการบริหารประเทศของรัฐบาลชุดนี้ นำมาซึ่งข้อมูลที่ได้รับจากประชาชน เพื่อที่จะนำมาอภิปราย โดยเชื่อว่า หลังการอภิปราย หาก ส.ส.รัฐบาลยังยกมือสนับสนุนอยู่ ก็ไม่รู้ว่าอย่างไรแล้ว ถ้าหาก ส.ส.ยกมือให้ ประชาชนในพื้นที่ก็จะนำไปพิจารณาว่าจะสนับสนุน ส.ส.ดังกล่าวในอนาคตหรือไม่ มั่นใจมีข้อมูลเด็ดในการอภิปราย พร้อมฝากไปยังรัฐบาลว่า ไม่ต้องทวงใบเสร็จ เพราะฝ่ายค้านจะมีใบเสร็จมาให้เอง

 


ชมรมพัฒนาธุรกิจ ตั้งทีมส่องข่าวลวงในโลกดิจิทัล

Mon, 27 Jan 2020 13:27:00

วันนี้ (27 ม.ค.2563) ชมรมพัฒนาธุรกิจและทรัพยากรมนุษย์ จัดเสวนา “เยาวชนสร้างชาติสู่นักธุรกิจพันล้านในยุคดิจิทัล” พร้อมมอบรางวัล “Thailand Kids Awards 2020 and Thailand Digital Awards 2020” ครั้งที่ 3 ประจำปี 2563 เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เยาวชนและภาคประชาชนสามารถพัฒนาตนเองเป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่

โดยเฉพาะผู้ที่ประสบความสำเร็จในการยกระดับศักยภาพ และกิจการต่าง ๆ ของคนไทย ให้มีขีดความสามารถในการแข่งขัน และปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล ทั้งในเรื่องรูปแบบการดำเนินชีวิต และรูปแบบการดำเนินธุรกิจ รวมทั้งรูปแบบการทำงานเพื่อสังคม ซึ่งให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติปี 2561-2580

โดยงานรับรางวัล “Thailand Digital Awards 2020” จากชมรมพัฒนาธุรกิจและทรัพยากรมนุษย์ ได้คัดเลือกผู้สร้างคุณประโยชน์สาขาต่าง ๆ ทั้งการเมือง สังคม ภาคธุรกิจ และ วงการบันเทิง ซึ่งไม่เฉพาะบุคคลซึ่งมีชื่อเสียงในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังมีบุคคลที่เป็นสตาร์ทอัพด้านธุรกิจจากประเทศในแถบอาเซียนเข้ารับรางวัลด้วย เช่น กัมพูชา สปป.ลาว เป็นต้น

นอกจากนั้นยังมีบุคคลเข้ารับรางวัลด้วย เช่น น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี พิธีกรและอดีตนางสาวไทย จากองค์กรทำดี คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ จากภาคการเมืองและประธานมูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์ รวมถึง นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ ในฐานะประธานมูลนิธิมัลลิกาเพื่อประชาชน และประธานชมรมนักรบไซเบอร์ หรือ Fight Bad Web ได้เข้ารับรางวัล “Thailand Digital Awards 2020” ด้วย

สำหรับ "ชมรม Fight Bad Web" รวมตัวกันขึ้นตั้งแต่ปี 2554 ในยุคที่โซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มต่าง ๆ กำลังถูกใช้สื่อสารอย่างกว้างขวาง และปัจจุบันในยุคดิจิตอลนี้ ข้อมูลที่ออนไลน์เต็มไปด้วยข้อมูลที่ทั้งเป็นความรู้มีประโยชน์ และข้อมูลที่เป็น Fake News หรือข้อมูลที่บิดเบือนใส่ร้าย

โดยเฉพาะกับสถาบันสำคัญของชาติ ซึ่งทำให้เกิดการบั่นทอนความมั่นคง และเสถียรภาพของสังคมไทย ชมรมนักรบไซเบอร์ทำหน้าที่พลเมืองไซเบอร์รวบรวมลิงค์ที่ผิดกฎหมายส่งให้กับเจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งตำรวจที่เกี่ยวกับด้านอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ สำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อดำเนินการต่อไป


พิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ "ชัย ชิดชอบ" ชาวบุรีรัมย์ร่วมอาลัย

Sat, 25 Jan 2020 18:30:00

วันนี้ (25 ม.ค.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีการประกอบพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพและสวดอภิธรรมศพ นายชัย ชิดชอบ อดีตประธานรัฐสภา บิดาของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ถึงแก่อนิจกรรมด้วยความสงบภายในบ้านพัก เมื่อวันที่ 24 มกราคมที่ผ่านมา ที่ศาลาโรงโม่หินศิลาชัย ตำบลอิสาณ อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ 

 

เวลา 13.30 น. ทางครอบครัวเคลื่อนร่างนายชัย ชิดชอบ มายังศาลาด้านหน้า โดยเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้ารดน้ำศพ เวลา 14.00 น. นอกจากนี้ยังมีการนำช้างเข้าร่วมเคารพศพ และประกอบพิธีเซ่นปะกำช้าง ตามความเชื่อของชาวส่วย

 

เวลา 16.00 น. มีการประกอบพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานอัญเชิญน้ำหลวงอาบศพ เพื่อประกอบพิธี ท่ามกลางความอาลัยของครอบครัว และในเวลา 18.00 น.เริ่มพิธีสวดอภิธรรม


ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 26 มกราคมถึงวันที่ 31 มกราคม ทางครอบครัวจะเปิดให้ประชาชนเข้าเคารพศพ ตั้งแต่เวลา 10.00 - 19.00 น. และทำพิธีสวดอภิธรรม ทั้งนี้จะประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพในวันที่ 1 กุมภาพันธ์

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

"ชัย ชิดชอบ" อดีตประธานรัฐสภา ถึงแก่อนิจกรรมในวัย 92

 

 

 


"สมศักดิ์"ชี้ร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 2563 ออกช้าทำสะเทือนทุกหย่อมหญ้า

Sat, 25 Jan 2020 15:43:00

วันนี้ ( 25 ม.ค. 2563)  นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม กล่าวถึง กรณีส.ส.ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อตีความกระบวนการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ที่มีการเสียบบัตรแทนกัน ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ว่าเรื่องนี้ทำให้เกิดปัญหาความล่าช้าในการใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ทำให้กระทบกระเทือนไปทุกส่วน อย่างรัฐบาลก็ต้องการงบประมาณนี้เพื่อมากระตุ้นเศรษฐกิจ ทำโครงการต่างๆให้มีการจ่ายเงินค่าจ้าง 

พร้อมอ้างอิงข้อมูลว่า มีเพื่อนๆที่ทำงานรับเหมาก่อสร้างกับภาครัฐ เขาบอกว่าบริษัทเงินเป็นร้อยล้านแล้วที่ควรจะเบิกเงินได้ แต่กลับยังเบิกไม่ได้ ทำให้ต้องกู้หนี้ยืมสินจากธนาคารเสียดอกเบี้ย ส่วนภาคประชาชน ภาคเอกชนเขาก็ไม่ได้เงินตามเป้าหมาย สะเทือนกันไปทุกหย่อมหญ้า ซึ่งเรื่องนี้ศาลรัฐธรรมนูญคงจะพิจารณาเร็ว เพราะศาลท่านรู้อยู่แล้วว่าจะกระทบกระเทือน เมื่อถามว่าหากร่างพ.ร.บ.งบประมาณเป็นโมฆะ จะเป็นอย่างไร นายสมศักดิ์ กล่าวว่า หากจะต้องทำใหม่จะเป็นยังไงก็ไม่รู้ ตนไม่อยากคิด

 กฎหมายไม่ใช่คณิตศาตร์ หากเป็นคณิตศาสตร์จะคิดง่ายๆได้ว่า มีคน 500 คน ไม่ได้ลงคะแนนเอง 3 คน ก็ตัด 3 คนออกไป แล้วฝั่งไหนมีเสียงมากกว่าก็ว่าตามนั้น ก็ไม่มีปัญหา แต่นี่เป็นกฎหมายเราจึงจะคิดแบบนั้นไม่ได้ ซึ่งสุดท้ายเราก็ต้องรอการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญว่าจะออกมาเช่นไร


"พล.อ.ประวิตร" ลงพื้นที่เชียงใหม่วางแผนน้ำแก้แล้งระยะยาว

Sat, 25 Jan 2020 15:30:00

วันนี้ (25 ม.ค. 2563)   พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ภัยแล้งและการให้ความช่วยเหลือประชาชน ณ วัดสีมาราม ต.สันกลาง อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ โดยมีกิจกรรมช่วยเหลือประชาชนจากหน่วยงานต่าง ๆ อาทิ ชุดแพทย์เคลื่อนที่ บริการซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า ซ่อมเครื่องยนต์ และบริการตัดผม เป็นต้นพร้อมมอบนโยบายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการลดผลกระทบประชาชนผู้ประสบปัญหาภัยแล้งโดยเร่งด่วนและทั่วถึง


ในโอกาสนี้รองนายกรัฐมนตรียังเป็นประธานพิธีส่งมอบบ่อน้ำบาดาลให้กับประชาชนในพื้นที่ ก่อนเดินทางต่อไปยังประตูระบายน้ำท่าวังตาล อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์ภัยแล้งใน จ.เชียงใหม่ และแนวทางการแก้ไขปัญหาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนเดินทางไปเยี่ยมชมการขุดลอกสันดอนภายในลำน้ำปิง บริเวณประตูระบายน้ำท่าวังตาล ซึ่งประสบปัญหาตะกอนดินขวางทางน้ำในช่วงแล้ง และยังส่งผลให้การระบายน้ำในหน้าฝนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพด้วย ดำเนินการโดยหน่วยทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย

 

นายสมเกียรติ  ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ  (สทนช.) เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำ จ.เชียงใหม่ ว่าปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 2 แห่ง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำแม่กวงอุดมธารา มีปริมาณน้ำใช้การในอ่างฯ คิดเป็น 52% และอ่างเก็บน้ำแม่งัดสมบูรณ์ชล ปริมาณน้ำใช้การ 24% ทั้งสองอ่างฯ มีการจัดสรรน้ำตามแผน ซึ่งเป็นไปตามมาตรการควบคุมการจัดสรรรน้ำ ที่ สทนช.ได้ประสานกรมชลประทานดำเนินการก่อนเข้าสู่ฤดูแล้ง ส่งผลให้มีปริมาณน้ำเพียงพอสนับสนุนเพื่อการอุปโภคบริโภคได้ตลอดฤดูแล้งนี้ และสนับสนุนการเกษตรฤดูแล้งที่เป็นเกษตรต่อเนื่องและบางพื้นที่เท่านั้น

ขณะที่อ่างเก็บน้ำขนาดกลางซึ่งมีปริมาณน้ำน้อยกว่าร้อยละ 30 ของความจุที่อาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตร จำนวน 3 อ่าง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำแม่ทะลบหลวง (อำเภอไชยปราการ) อ่างเก็บน้ำแม่ตูบ (อำเภอดอยเต่า) และอ่างเก็บน้ำโป่งจ้อ (อำเภอดอยหล่อ) กระทรวงเกษตรฯ ได้มีการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้เกษตรกรถึงสถานการณ์น้ำในพื้นที่เพื่อลดความเสี่ยงที่ผลผลิตจะเสียหายอย่างต่อเนื่อง


ทั้งนี้จากข้อห่วงใยของรัฐบาลพล.อ.ประวิตร   ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ  ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานภายใต้คณะทำงาน กนอช.เร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือประชาชน เช่น การสนับสนุนเครื่องสูบน้ำจากแหล่งน้ำเข้าระบบประปาหมู่บ้าน การเชื่อมโยงเครือข่ายน้ำ รถบรรทุกน้ำเพื่อแจกจ่ายน้ำ รวมถึงมาตรการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภคระยะเร่งด่วน

 

ซึ่ง ครม.มีมติจัดสรรงบกลาง เมื่อ 7 ม.ค. 63 ซึ่ง จ.เชียงใหม่ ได้รับการจัดสรรรวม 145 โครงการ ประกอบด้วย ขุดเจาะบ่อบาดาล 91 แห่ง จัดหาแหล่งน้ำผิวดิน 10 แห่ง และซ่อมแซมระบบประปา 44 แห่ง พร้อมดำเนินการเพิ่มแหล่งเก็บกักน้ำในฤดูฝนที่จะถึงด้วย อาทิ การขุดลอกลำน้ำปิงซึ่งเป็นลำน้ำสายหลัก ซึ่งกรมเจ้าท่าเป็นเจ้าภาพหลักดำเนินการ โดยมีแผนงานขุดลอกปี 2561-2572 จำนวน 53 แห่ง ระยะทางประมาณ 550 กม. ในปี 2561-2562 ขุดลอกแล้วเสร็จจำนวน 4 แห่ง รวมระยะทาง 24 กม. และในปี 64-72 อีกจำนวน 48 แห่ง ระยะทางประมาณ 500 กม.


เลขาธิการ สทนช.กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ไม่เพียงมาตรการลดผลกระทบภัยแล้งระยะเร่งด่วนเฉพาะหน้าเท่านั้น รัฐบาลยังได้ดำเนินการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำ เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับทรัพยากรน้ำในจังหวัดเชียงใหม่ด้วย โดยผลดำเนินการตามแผนแม่บทการบริหารจัดการน้ำ จ.เชียงใหม่ ปี 2561-2562 รวมทั้งสิ้น 1,462 โครงการ ดำเนินการโดย 12 หน่วยงาน สามารถเพิ่มความจุเก็บกักน้ำรวม 6.07 ล้าน ลบ.ม. พื้นที่รับประโยชน์ 80,202 ไร่ และประชาชนรับประโยชน์ 102,284 ครัวเรือน เช่น การปรับปรุงซ่อมแซมอ่างเก็บน้ำห้วยลาน พร้อมระบบส่งน้ำ อ.สันกำแพง เขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำขาน อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ เป็นต้น


สำหรับแผนงานบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำบประมาณปี 2563 จำนวน 83 โครงการ พื้นที่รับประโยชน์ 25,294 ไร่ เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จสามารถเพิ่มความจุเก็บกักรวมทั้งสิ้น 7.82 ล้าน ลบ.ม. เพิ่มแนวป้องกันตลิ่ง 4.92 กม. พื้นที่ได้รับการป้องกัน 14,640 ไร่และครัวเรือนรับประโยชน์ 10,906 ครัวเรือน อาทิ เขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำปิง สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า ก่อสร้างระบบกระจายน้ำบาดาลด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ในพื้นที่หาน้ำยาก เป็นต้น และโครงการสำคัญ ในปี 2564-65 จำนวน 11 โครงการ เพิ่มปริมาณน้ำเก็บกัก 91.53 ล้าน ลบ.ม.  พื้นที่ได้รับผลประโยชน์ 93,669 ไร่ และ 36,495 ครัวเรือน

แบ่งเป็น แผนการดำเนินงานปี 2564 จำนวน 2 โครงการ ได้แก่ อ่างเก็บน้ำแม่หอยและฝายสบร้อง แผนการดำเนินงานปี 2565 จำนวน 9 โครงการ อาทิ พัฒนาแหล่งน้ำบาดาลขนาดใหญ่ Riverbank Filtration แผนขุดลอกเพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วมแม่ปิง 
 


นายกฯ เตือน "พล.ต.ท.สุรเชษฐ์" อย่าประพฤติชั่วร้ายแรง

Fri, 24 Jan 2020 19:37:00

วันนี้ (24 ม.ค.2563) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 1/2563 เรื่อง ให้ข้าราชการรักษาจรรยาและวินัยข้าราชการ โดยมีรายละเอียด ดังนี้ ตามที่ได้มีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 2/2562 ลงวันที่ 9 เมษายน พ.ศ.2562 สั่งให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ขาดจากการเป็นข้าราชการตำรวจ และให้โอนไปเป็นข้าราชการพลเรือนเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในกรอบอัตรากำลังชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษในสำนักนายกรัฐมนตรี ตามมาตรการแก้ไขปัญหาเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ระหว่างถูกตรวจสอบซึ่งเป็นตำแหน่งที่ได้รับเฉพาะเงินเดือน โดยไม่ได้รับเงินประจำตำแหน่งและสิทธิประโยชน์ประจำตำแหน่งนั้น

เพื่อให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล รักษาจรรยาและวินัยข้าราชการ และเพื่อให้การปฏิบัติงานของข้าราชการดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง อาศัยอำนาจตามข้อ 1 (ค) ของบัญชี ห้าท้ายคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 9/2562 ลงวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ.2562 มาตรา 87 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 และหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1011/ว 12 ลงวันที่ 21 สิงหาคม 2556 นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้งจึงเห็นสมควรกำชับให้ พล.ต.ท.สรเชษฐ์ หักพาล รักษาจรรยาและวินัยข้าราชการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเหตุ ดังต่อไปนี้

  1. ไม่กระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ไม่ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยทุจริต ไม่รายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชา ไม่ปฏิบัติราชการอันเป็นการกระทำการข้ามผู้บังคับบัญชาเหนือตน ไม่อาศัยตำแหน่งหน้าที่ราชการของตนหาประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่น ไม่ประมาทเลินเล่อในหน้าที่ราชการ ไม่ละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการ ไม่กระทำการอันเป็นการกลั่นแกล้ง กดขี่ ข่มเหงกันในการปฏิบัติราชการ ไม่ดูหมิ่น เหยียดหยามประชาชน

  2. ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎระเบียบ ของทางราชการ ด้วยความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ อุทิศเวลาของตนให้แก่ราชการ รักษาความลับของทางราชการ มีความสุภาพ เรียบร้อย รักษาความสามัคคี ช่วยเหลือการปฏิบัติราชการระหว่างข้าราชการด้วยกันและผู้ร่วมปฏิบัติราชการ

ทั้งนี้ ให้ข้าราชการดังกล่าวปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ แต่ให้งดการมอบหมายงานพิเศษและสำคัญ และหากมีกรณีไม่รักษาจรรยาและวินัยข้าราชการให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการทางวินัยต่อไป ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ลงวันที่ 24 ม.ค.2563 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

 

 

 


"ยุทธพร" เชื่อร่างกฎหมายงบฯ63 ส่อเป็นโมฆะ

Fri, 24 Jan 2020 18:40:00

วันนี้ ( 24 ม.ค. 2563) รองศาสตราจารย์ยุทธพร อิสรชัย นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมมาธิราช ระบุถึงประเด็นปัญหาจากการเสียบบัตรลงคะแนนของสภาผู้แทนราษฎรบางคนต่อร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 เพราะการยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความชอบในกระบวนการตรากฎหมายตามรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 148 ที่บัญญัติไว้ว่าหากพระราชบัญญัติฉบับใดมีข้อความหรือสาระสำคัญที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ หรือ กระบวนการในการตราไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ ให้ถือว่ากฎหมายตกไปทั้งฉบับ

และหากกฎหมายตกไปทั้งฉบับนั้น จะทำให้ต้องไปเริ่มต้นกระบวนการกันใหม่ เนื่องจากการใช้ใช้มาตรา 143 นับระยะเวลา 105 วันนั้น หากนับจากวันแรกที่สภาผู้แทนราษฎรมีมติรับหลักการร่างกฎหมายฯเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2562 จะครบกรอบกำหนดในวันที่ 19 มกราคม 2563


โดยเริ่มต้นการตรากฎหมายงบประมาณตามรัฐธรรมนูญมาตรา 141 บัญญัติไว้ต้องตราเป็นพระราชบัญญัตินั้น จะทำให้งบประมาณมาใช้ไม่ทันในเวลานี้ แต่สามารถใช้กฎหมายงบประมาณของปีก่อนไปพราง เชื่อว่าคือทางออกที่เกิดขึ้น  ซึ่งปัญหาดังกล่าวสะท้อนถึงปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งเชิงหลักการของระบบรัฐสภา และปัญหาในเชิงกฎหมาย และปัญหาในเชิงสังคมวิทยาการเมืองด้วย

เพราะตามกฎหมายกำหนดให้ ส.ส. 1 คน ออกเสียงได้ 1 เสียงจะออกแทนคนอื่นนั้น ทำไม่ได้ การมอบหมายการลงคะแนนแทนอ้างว่าช่วยนั้นทำไม่ได้ทุกกรณีตามกฎหมาย อย่างที่ประธานรัฐสภาวินิจฉัยไว้ ทำให้โอกาสทำให้กฎหมายงบประมาณฉบับนี้เป็นโมฆะเป็นไปได้สูงมาก สะท้อนว่า ส.ส.ไม่ได้ให้ความสำคัญกับงานนิติบัญญัติในสภา ซึ่ง ส.ส.ให้ความสำคัญกับการลงพื้นที่มากว่าการทำงานในสภาฯ


รองศาสตราจารย์ยุทธพรยังระบุถึงปัญหาอำนาจแฝงในสภาผู้แทนราษฎร ส.ส.ต้องทำตามมติพรรค ทำให้ความรู้สึกของ ส.ส.ถึงการมีสมรรถนะทางการเมืองของตัวเองลดลง ว่าการลงคะแนนหรือไม่มีผลเหมือนกัน ทำให้เกิดภาวะที่เรียกว่า "การลงคะแนนเหมาเข่ง" สะท้อนถึงประสิทธิภาพการทำงานของ ส.ส.มีอำนาจแฝ


"ณฐพร" ทวงถาม กกต.คืบคำร้อง อนค.เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองฯ

Fri, 24 Jan 2020 15:55:00

วันนี้ ( 24 ม.ค. 2563) นายณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ยื่น กกต. ติดตามความคืบหน้าการพิจารณาคำร้อง ที่เคยยื่นให้ กกต. วินิจฉัยตามาตรา 92 ของพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองปี 2560 ว่าการกระทำของแกนนำพรรคอนาคตใหม่ เป็นการกระทำที่เข้าข่ายความผิดตามมาตรา 92 วรรคสอง หรือไม่ ที่กำหนดไว้ว่า หากพบการกระทำใดเป็นการเชื่อได้ว่าพรรคการเมืองใดกระทำการอันเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ให้ กกต.ยื่นศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคการเมืองดังกล่าว

โดยนายณฐพรชี้แจงว่าการวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 21 มกราคม เป็นการวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 เท่านั้น ซึ่งส่วนตัวพอใจในคำวินิจฉัยเกี่ยวกับข้อบังคับพรรคอนาคตใหม่ ที่ศาลชี้วาข้อบังคับพรรคอาจทำให้เกิดความแตกแยกในหมู่ประชาชน 

 

ศาลยังไม่ได้พิจารณาข้อกฎหมายในมาตรา 92 ของกฎหมายพรรคการเมือง  ซึ่งเข้าใจว่าอาจเป็นเพราะการยื่นช่องทางที่ไม่ถูกต้อง เนื่องจากเป็นอำนาจวินิจฉัยของ กกต. จึงเชื่อว่ายังมีสิทธิที่จะยื่นต่อ กกต. ให้ยื่นศาลวินิจฉัย  ที่ศาลยังวินิจฉัยว่าหากเป็นความผิดอื่นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ทำให้วันนี้มาติดตามความคืบหน้าของการไต่สวนของ กกต. เพื่อให้สังคมเห็นว่าคำร้องนี้เป็นคำร้องที่มีสาระ  จึงต้องดำเนินการให้สิ้นสุดกระบวนความ 

 

นายณฐพรชี้แจงว่าการยื่นศาลและการยื่น กกต.ในข้อกฎหมายต่างกัน โดยการยื่นศาลเป็นประเด็นล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่การยื่น กกต. ขอให้วินิจฉัยเรื่องการเป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัทตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งเคยมีตัวอย่างจากคดียุบพรรคไทยรักษาชาติ มาแล้ว

ขณะเดียวกันยังมั่นใจในพยานหลักฐานที่นำมายื่น กกต. ว่าจะนำไปสู่การวินิจฉัยยุบพรรคได้  และคำร้องดังกล่าว กกต.เคยเรียกมาให้ข้อมูลแล้ว ในชั้นอนุกรรมการเคยเรียกมาชี้แจงแล้วเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว คาดว่าขณะนี้น่าจะสรุปสำนวนคำร้องได้ 

ทั้งนี้นายณฐพรไม่ขอเปิดเผยว่าพฤติกรรมใดขแงผู้ถูกร้องที่เป็นการเข้าข่ายตามคำร้อง เพราะกังวลว่าจะกระทบต่อรูปคดี แต่เชื่อมั่นว่าหากใครได้อ่านคำร้องนี้ จะเข้าใจทั้งหมด ของเหตุการยื่น

นายณฐพรยังยืนยันว่าส่วนตัวไม่ได้มีความโกรธเคืองหรือต้องการยุบพรรคอนาคตใหม่ แต่สิ่งที่ต้องการคือ ทำให้สังคมเข้าใจ และต้องการพิสูจน์ให้สังคนเห็นว่าได้ทำหน้าที่ครบถ้วนแล้ว และยืนยันว่าหลังจากนี้เป็นดุลพินิจ กกต. ว่าจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งหาก กกต.ยกคำร้องส่วนตัวจะถือว่าสิ้นสุดข้อสงสัย ไม่มีการยื่นร้องต่อหน่วยงานใดอีก

 

 


"สมชาย" ส.ว. เรียกร้องรัฐบาลแก้ปัญหากฎหมายงบฯปี 63 ด่วน

Thu, 23 Jan 2020 18:21:00

วันนี้ ( 23 ม.ค. 2563) นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า รัฐบาลต้องตัดสินใจด่วนแก้ไขปัญหาพ.ร.บ.งบประมาณฯปี 2563 สะดุด ทางเลือกคือตรวจสอบกฎหมายให้ชัดเจนว่านำเข้าสภาโหวตใหม่ได้หรือไม่ หรือ ออกพระราชกำหนดแก้ไขปัญหาทางการเงินเร่งด่วน


จริงอยู่ว่างบประมาณแผ่นดินนั้นจะต้องตราเป็นกฎหมายโดยผ่านรัฐสภาแต่เหตุล่าช้าในการใช้งบประมาณ 2563 เม็ดเงิน 3.2 ล้านล้านบาทที่หวังกระตุ้นเศรษฐกิจยามวิกฤติสงครามการค้าและวิกฤติเศรษฐกิจในประเทศมิอาจรอได้และดูจะริบหรี่ล่าช้าไปอีกอย่างน้อย 1-3 เดือนหรืออาจมากกว่า เหตุเพราะปัญหาที่ทั้งส.ส.ฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล คงต้องยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณีปัญหาการมีผู้กดบัตรลงคะแนนสสที่ไม่ได้อยู่ในสภาบางมาตราและหลากหลายกรณี

ในฐานะที่เคยเป็นผู้ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญในหลายคดี รวมถึงคดีที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยคดีการออกพ.ร.บ.เงินกู้2ล้านล้านในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญนั้น แม้ศาลรัฐธรรมนูญท่านจะให้ความสำคัญต่อ พ.ร.บ.ประมาณรายจ่ายประจำปีที่เป็นต่อประโยชน์สาธารณะมากเพียงใดก็ตาม ก็คงต้องให้เวลาศาลรัฐธรรมนูญได้ไต่สวนข้อเท็จจริงซึ่งมีหลายกรณีตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งจากประสบการณ์คงต้องใช้เวลาไต่สวน และให้ส่งเอกสารประกอบคำชี้แจงทั้งฝ่ายผู้ร้องและฝ่ายถูกร้อง หลายครั้ง และใช้เวลาแต่ละนัดรวมกัน1-2เดือน

ถ้ากรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ามีบางส่วนที่ขัดหรือแย้ง และต้องกลับไปให้ ส.ส.-ส.ว. ลงมติใหม่บางส่วน ก็จะใช้เวลารวมกันกว่าจะใช้งบประมาณปี 2563 นี้ได้อย่างเร็วก็ราวเดือนเมษายน แต่ถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 เสียไปทั้งฉบับ และอาจต้องเสนอใหม่ทั้งหมด กระบวนการทั้งหมดคงเสร็จเลยปีงบประมาณ 2563 ความเสียหายทางเศรษฐกิจต่อประเทศ คงยากจะคาดเดา ดังนั้นจึงขอเรียกร้องไปยังนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีได้โปรดพิจารณาตัดสินใจแก้ไขปัญหานี้เป็นการเร่งด่วนโดย


1)ออกเป็นพระราชกำหนดพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี2563 ตามวงเงินที่สภาผู้แทนราษฏรและวุฒิสภาแก้ไขแปรญัตติแล้ว 3.2ล้านล้านบาทและนำพระราชกำหนดดังกล่าวเข้าผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฏรและวุฒิสภา หรือ


2)ออกพระราชกำหนดวงเงินให้กระทรวงการคลังใช้เงินลงทุนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ จำนวนหนึ่ง เช่น6แสนล้านบาท เท่ากับเม็ดเงินที่เตรียมไว้ในพรบงบประมาณปี63


ซึ่งการออกพระราชกำหนดนั้นถือเป็นอำนาจฝ่ายบริหารที่สามารถกระทำได้ในยามจำเป็นเร่งด่วน
และมีตัวอย่างที่รัฐบาลในอดีตสามารถออกพระราชกำหนดทางการเงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจประเทศเป็นการจำเป็นเร่งด่วนมิอาจหลีกเลี่ยงได้และลับ เช่นเมื่อพศ2541 รัฐบาลออกพระราชกำหนด บรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน พ.ศ. 2540 ซึ่งออกมาเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ตกต่ำในสมัยพลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นนายกรัฐมนตรี

และสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พศ2552 คณะรัฐมนตรีออกพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลัง กู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. 2552 แต่เมื่อเสนอให้รัฐสภาพิจารณา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 99 คน[8] เข้าชื่อเสนอคำร้องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยว่าพระราชกำหนดนี้ออกตามเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญมาตรา 184 วรรคหนึ่ง คือ ตราขึ้นเพื่อประโยชน์ในอันที่จะรักษา ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือวรรคสอง คือ ตราขึ้นเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็น รีบด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ หรือไม่


ในระหว่างนี้เมื่อประธานสภาผู้แทนราษฎร (หรือประธานวุฒิสภา)ได้รับคำร้องของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (หรือสมาชิกวุฒิสภา) แล้ว ให้รอการพิจารณาพระราชกำหนดนั้นไว้ก่อนจนกว่าจะได้รับแจ้งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งกรณีตัวอย่างนี้ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องแล้วและพิจารณาเห็นว่าเป็นไปตามเงื่อนไขของการเข้าชื่อเสนอความเห็น จึงมีอำนาจที่จะรับไว้พิจารณา จึงได้แจ้งให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรทราบ

พร้อมทั้งแจ้งให้นายกรัฐมนตรีในฐานะคณะรัฐมนตรี นายประเกียรติ นาสิมมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะผู้แทนผู้เสนอความเห็น ได้จัดทำคำชี้แจงหรือเสนอความเห็นเป็นหนังสือไปยังศาลรัฐธรรมนูญภายในวันที่ 25 พฤษภาคม 2552 และในวันรุ่งขึ้น ศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งพิจารณาเพื่อรับฟังคำชี้แจงและแสดงความเห็นจาก นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะผู้แทนผู้เสนอความเห็น และนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผู้แทนนายกรัฐมนตรีในฐานะคณะรัฐมนตรี และอนุญาตให้ทั้งสองฝ่ายทำความเห็นเป็นหนังสือยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ก่อนการวินิจฉัย ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 3 มิถุนายน 2552 ในที่สุด[9] ศาลรัฐธรรมนูญโดยมติเอกฉันท์ได้วินิจฉัยว่าพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. 2552 ตราขึ้นเพื่อประโยชน์ในอันที่จะรักษาความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 184 วรรคหนึ่ง และตราขึ้นเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 184 วรรคสอง


ประกาศ พ.ร.ฎ.เลือกตั้งซ่อมเขต 2 กำแพงเพชร

Thu, 23 Jan 2020 18:02:00

( 23 ม.ค. 2563) เวปไซต์ราชกิจจา เผยแพร่ประกาศพระราชกฤษฎีกา ให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกำแพงเพชร เขตเลือกตั้งที่ 2 แทนตำแหน่งที่ว่าง

           พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

          โดยที่เป็นการสมควรให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่าง

          อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 105 วรรคหนึ่ง(1) และมาตรา 175 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

         มาตรา 1 พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า "พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกำแพงเพชร เขตเลือกตั้งที่ 2 แทนตำแหน่งที่ว่าง พ.ศ.2563"

         มาตรา 2 พระราชกฤษฎีกานี้ให้บังคับใช้ตั้งแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

         มาตรา 3 ให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกำแพงเพชร แทนตำแหน่งที่ว่าง

         มาตรา 4 ให้ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งรักษาการตรามพระราชกฤษฎีกานี้

 

ผู้สนองพระบรมราชโองการ

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

นายกรัฐมนตรี

    

 

 

 เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2563/A/006/T_0003.PDF


"ชวน" ชี้ไม่ว่ากรณีใด ส.ส.ก็เสียบบัตรแทนกันไม่ได้

Thu, 23 Jan 2020 17:32:00

วันนี้ ( 23 ม.ค. 2563) นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ระบุย้ำที่จะตรวจสอบในทุกกรณีที่เป็นข่าวปรากฎภาพหลักฐานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสียบบัตรลงคะแนนแทนกันในการประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณปี 2563  หรือ กฎหมายงบประมาณปี 2563 เพราะไม่เช่นนั้นจะไม่ยุติธรรมกับทุกฝ่าย

ยังได้กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาเสียบบัตรแทนกันในอนาคตว่า เหตุการณ์ในครั้งนี้จะเป็นบทเรียน สำหรับทุกพรรคการเมืองและทุกคน เชื่อว่าพรรคการเมืองไม่มีใครเจตนาให้เกิดเรื่องนี้ขึ้น แต่มันเกิดขึ้นเพราะมีสมาชิกบางคนไม่ระวัง และย้ำไปแล้วว่าวันเด็กนั้น ส.ส.ไปร่วมกิจกรรมไม่ได้ เพราะติดการพิจารณางบประมาณ

ไม่ว่าจะเสียบแทนกันในกรณีใดก็ทำไม่ได้ แม้เครื่องลงคะแนนในห้องประชุมมีไม่เพียงพอ ส.ส.ก็ไม่สามารถฝากบัตรเสียบแทนกัน และโดยทั่วไป ส.ส.จะไม่ยุ่งกับบัตรของคนอื่น 

 

ประธานสภาฯระบุว่า ต้องยอมรับว่าสภาแห่งนี้ยังไม่พร้อมสำหรับการประชุม ส.ส. เนื่องจากที่นั่งยังไม่มีที่นั่งประจำของตัวเอง เพราะยังยืมห้องของวุฒิสภาใช้ และหากสภาผู้แทนราษฎรมีที่นั่งประจำก็จะทราบว่าใครลงคะแนนอย่างไรและควบคุมได้ดีขึ้น เพราะเป็นเครื่องประจำเหมือนกับห้องประชุมวุฒิสภาตอนนี้ว่าใครนั่งตรงไหน

แต่เหนือสิ่งอื่นใดมันขึ้นอยู่กับความรับผิดชอบของแต่ละบุคคล ไม่มอบบัตรให้ใคร หรือ ใครรับบัตรเพื่อนมาลงแทน อาจจะมองว่าเป็นปัญหาเล็กน้อย แต่เมื่อเกิดปัญหามากระทบการทำงานมาก

ส่วนเรื่องคำร้องที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน จำนวน 2 ฉบับ เข้าชื่อยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าขั้นตอนการตรากฎหมายงบประมาณปี 2563 ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่  คาดว่าวันนี้จะตรวจสอบรายชื่อเสร็จและส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญได้ภายในวันนี้  เพราะต้องรีบ ซึ่งเราไม่สามารถวินิจฉัยแทนศาลรัฐธรรมนูญได้ คงต้องรอดูว่าศาลรัฐธรรมนูญใช้เวลาพิจารณานานเท่าใดคงจะรู้ผล เพราะศาลทราบดีว่าจะต้องรีบพิจารณาเรื่องนี้

เมื่อถามว่าร่างกฎหมายงบประมาณเป็นโมฆะจริงคต้องทำอย่างไร นายชวนกล่าวว่าตามปกติ ถ้างบประมาณปีใหม่ ยังไม่เริ่มก็ให้ใช้งบประมาณเดิมไปก่อน ดังนั้นเงินเดืนของข้าราชการก็เป็นไปตามปกติ เพียงแต่โครงการพัฒนาต่างไม่สามารถเดินหน้าได้


ราชกิจจาฯ ประกาศวันปิดประชุมรัฐสภาครั้งที่สอง 29 ก.พ.นี้

Thu, 23 Jan 2020 17:22:00

วันนี้ (23 ม.ค.2563) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระราชกฤษฎีกา ปิดประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่ 2 พ.ศ.2563 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ไว้ ณ วันที่ 22 มกราคม 2563 เป็นปีที่ 5 ในรัชกาลปัจจุบัน ความว่า

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่ได้มีการตราพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่ 2 พ.ศ.2562 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 นั้น บัดนี้จะสิ้นกำหนดเวลา 120 วันตามสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่ 2 ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 122 และมาตรา 175 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฏีกาปิดประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี


ส.ส.อนาคตใหม่ เรียกร้อง กกต.คำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ใหม่

Thu, 23 Jan 2020 17:16:00

วันนี้ ( 23 ม.ค.2563) นายจิรวัฒน์​  อรัณยกานนท์และนายณัฐชา​  บุญไชยอินสวัสดิ์​ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่   แถลงข่าวเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.แสดงถึงความชัดเจนเรื่องการคำนวณ ส.ส.บัญชายชื่อใหม่ตามกฎหมาย หลังจากที่ศาลฎีกาสั่งให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง หรือ ใบดำ นายชาติชาย วรพิพัฒน์ ผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เขต 2 จังหวัดจันทบุรี เหตุทุจริตการเลือกตั้ง

ความล่าช้าในการคำนวณนั้น นำไปสู่การตั้งข้อสังเกตว่าเอื้อประโยชน์ต่อรัฐบาลหรือไม่ เพราะทุกพรรคการเมืองมีส่วนได้เสียในเรื่องนี้ ถือว่าได้รับผลกระทบโดยเฉพาะพรรคอนาคตใหม่

นายจิราวัฒน์ ระบุว่า ด้วยคำพิพากษาของศาลฎีกาหมายถึงการทุจริตเลือกตั้ง นั่นหมายถึงต้องมีการคำนวณ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อใหม่ ในระยะเวลา 1 ปีนับแต่วันเลือกตั้งทั่วไป ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 131 วรรคสอง ซึ่งอ้างอิงว่า กกต.ต้องประชุมและมีมติให้มีการคำนวณใหม่ และหักคะแนนของนายชาติชาย 19,711 ออก

ซึ่งผลแห่งการคำนวณใหม่นั้น พรรคการเมืองจะได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะประเด็นให้ต้องพิจารณาคือคะแนนของพรรคประชาชนปฏิรูปที่ยุบพรรคไปและไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐนั้น จะทำให้ ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐมี ส.ส.พึงมีมากขึ้น  และยืนยันว่าคะแนนของ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ที่ถูกขับออกจากพรรค 4 คน ยังเป็นคะแนในน่วนของพรรค ไม่ได้ติดตัว ส.ส.ไป ซึ่งจะทำให้พรรคอนาคตใหม่ต้องได้โควต้า ส.ส.กลับคืน

 


กองทัพเรือรับเรือหลวงหลีเป๊ะเข้าประจำการ

Thu, 23 Jan 2020 15:52:00

วันนี้ (23 ม.ค.2563) พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีรับมอบเรือลากจูงขนาดกลาง เรือหลวงหลีเป๊ะ ณ ท่าเรือแหลมเทียน การท่าเรือสัตหีบ ฐานทัพเรือสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมี พล.ร.อ.ชุมศักดิ์ นาควิจิตร ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ พล.ร.ต.เทวินทร์ ศิลปชัย ผู้บัญชาการกองเรือยกพลขึ้นบกและยุทธบริการ กองเรือยุทธการ ให้การต้อนรับ

กองทัพเรือได้ว่าจ้างสร้างเรือลากจูงขนาดกลาง 2 ลำ จากบริษัท อิตัลไทย มารีน จำกัด โดยรับมอบเรือไว้ใช้ในราชการแล้ว 1 ลำ คือ เรือหลวงปันหยี สังกัดกองเรือยกพลขึ้นบกและยุทธบริการ กองเรือยุทธการ

ส่วนเรือหลวงหลีเป๊ะ กองทัพเรือได้ว่าจ้าง บริษัท อิตัลไทย มารีน จำกัด สร้างเพื่อทดแทนเรือเก่า และให้มีเรือลากจูงขนาดกลางในจำนวนที่เพียงพอ รองรับภารกิจสนับสนุนการนำเรือรบขนาดใหญ่ เข้า - ออก จากท่าเทียบเรือ การดับเพลิงในเขตฐานทัพตามท่าเรือต่าง ๆ ของกองทัพเรือ รวมถึงการสนับสนุนภารกิจอื่น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น การขจัดคราบน้ำมัน บริเวณท่าเรือและชายฝั่ง การลากเป้าฝึกยิงอาวุธ 

 

พล.ร.อ.ลือชัย ให้โอวาทแก่กำลังพลประจำเรือว่า นับเป็นวันหนึ่งที่ต้องจารึกเป็นประวัติศาสตร์ สำหรับผู้บังคับการเรือหลวงหลีเป๊ะ และกำลังพลประจำเรือหลวงหลีเป๊ะทุกนาย ในการเริ่มภารกิจอย่างจริงจังตามที่ได้รับมอบหน้าที่ การที่กองทัพเรือได้ต่อเรือลากจูงขึ้นมาก็คือทดแทนเรือลากจูงขนาดเล็ก 2 ลำที่จะปลดประจำการ หากพิจารณาดูลักษณะของเรือลำนี้ ไม่เล็กแล้วก็ไม่ใหญ่ ไม่เล็กไม่ใหญ่นี้ก็คือ ระวางขับน้ำลำนี้ถึง 800 กว่าตัน หากเป็นเรือรบปกติก็เป็นเรือชั้น 2 ใกล้เคียงกับเรือรบชั้นที่ 1 กินน้ำลึก ถึง 5 เมตรกว่า

หากไม่มีความระมัดระวังอาจเกิดความเสียหายได้ และคำว่าไม่ใหญ่ คือเมื่อเทียบกับเรือที่ปลดไป มีความเหนือกว่าอย่างมาก นอกจากนี้แล้วหากพิจารณาถึงภารกิจและบทบาท ที่มอบหมายให้กับเรือลำนี้ จะเห็นได้ว่า บทบาทหน้าที่ของกองทัพเรือสำหรับเรือลากจูงได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก

คือไม่ได้หมายความว่า เกี่ยวกับการรบหรือการบริการเพียงอย่างเดียว นั่นหมายความว่า ต้องเกี่ยวข้องกับพี่น้องประชาชนในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนและความมั่นคงของประเทศชาติ เพราะอย่างยิ่งผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเลและสิ่งแวดล้อม นี่คือภารกิจใหม่ที่ต้องรับผิดชอบ นี่คือความท้าทาย อีกประการหนึ่งที่ทหารเรือยุคใหม่ต้องเผชิญคือ ภัยคุกคามทุกรูปแบบซึ่งไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป 

ขอฝากข้อคิดข้อเตือนใจ กองเรือยกพลขึ้นบกและยุทธบริการ คำว่า ยุทธบริการ แม้ไม่ใช่งานปกติที่เกี่ยวข้องกับการรบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การที่ต้องรับภารกิจที่ไม่เคยดำเนินการมาก่อนก็คือ การช่วยเหลือเรือดำน้ำในการเข้าเทียบออกจากท่า ขอให้ศึกษาหาความรู้ เพราะหากเกิดความเสียหายอันเกิดจากความประมาทเลินเล่อหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จะนำมาซึ่งความเสียหายทั้งแก่ตัวเองและหน่วยงาน คำพูดสุดท้ายที่จะฝากไว้ก็คือคำว่า

ไม่ได้เก่ง แต่มีค่า อันนี้คือสัจจะวาจาหากขาดซึ่งพวกเธอ เรือรบขนาดใหญ่ในการเข้าออกจากท่าจะมีความยากลำบากโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเจอภาวะคลื่นลมที่รุนแรง

หากขาดซึ่งเรือลำนี้ก็ไม่สามารถบรรลุภารกิจได้โดยเรือลำนี้มีความสามารถในการลากจูงในทะเล โดยสามารถลากเรือรบขนาดใหญ่ทางทะเลได้โดยสวัสดิภาพและปลอดภัย สอดคล้องกับคำว่า "ไม่เก่ง แต่มีค่า" จงรักษาคุณค่าบทบาทนี้อย่างเข้มแข็งอดทนและเสียสละหากทำได้เช่นนี้ก็จะเชื่อได้ว่าทุกคนจะนำเรือลำนี้ประสบความสำเร็จสร้างชื่อเสียงเกียรติยศ ให้กับกองทัพเรือสืบไปในภายภาคหน้าต่อไป"


ตรวจวัดควันดำยานพาหนะทางทหาร

Thu, 23 Jan 2020 15:35:00

วันนี้(23 ม.ค.63) พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า กองทัพบกได้เดินหน้าลดปัจจัยและสาเหตุที่จะเพิ่มปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กPM2.5 ตามนโยบายของรัฐบาลต่อเนื่อง หลังจากที่ได้ปฏิบัติการฉีดล้างทำความสะอาดพื้นที่ และมอบหน้ากากอนามัย พร้อมการดูแลสุขภาพประชาชนตลอด3วันที่ผ่านมา

ล่าสุดเพื่อลดสาเหตุสำคัญของสถานการณ์ ฝุ่น PM2.5 ที่เกิดจากการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ในยานพาหนะที่ไม่สมบูรณ์ กองทัพบกได้มอบให้ กรมการขนส่งทหารบก จัดชุดตรวจวัดค่าควันดำ ออกตรวจสอบยานพาหนะและรถยนต์ทุกคันที่ใช้ในหน่วยทหารของกองทัพบกในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล จำนวน 17หน่วย อาทิ กรมสรรพาวุธทหารบก, กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์, มณฑลทหารบกที่ 11, กองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาสยาน, กรมสวัสดิการทหารบก, กรมการทหารสื่อสาร เป็นต้น โดยเริ่มปฏิบัติการตั้งแต่วันพรุ่งนี้ 24 มค. 63 จนถึง 8 กพ.63 หากตรวจพบว่ารถทหารคันใดมีค่าควันดำเกินมาตรฐาน ให้งดใช้และปรับปรุงซ่อมแซมทันที เพื่อป้องกันการปล่อยควันพิษสู่อากาศ

ทั้งนี้ผู้บัญชาการทหารบก ได้เคยสั่งการกำชับทุกหน่วยงานของกองทัพบกให้ปรนนิบัติบำรุงยานพาหนะทุกประเภทให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน ไม่สร้างมลภาวะรวมทั้งการกำกับดูแลเรื่องมารยาทในการขับขี่และปฎิบัติตามกฎจราจรเป็นสำคัญด้วย


ขับเคลื่อนแผนแม่บทความมั่นคง

Thu, 23 Jan 2020 13:45:00

วันนี้(23 ม.ค.63)พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ แถลงผลการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมว่า ที่ประชุมได้หารือเกี่ยวกับแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติภายหลังที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้ใช้แผนหลักของชาติที่เป็นกรอบและทิศทางในการดำเนินการป้องกันแจ้งเตือนและแก้ไขหรือระงับยับยั้งภัยคุกคามเพื่อธำรงไว้ซึ่งความมั่นคงแห่งชาติ โดยจะขับเคลื่อนในคราวเดียวกันกับแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติในประเด็นด้านความมั่นคงเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามยุทธศาสตร์ชาติ

โดยที่ประชุมได้พิจารณาแผนปฏิบัติการด้านบูรณาการข้อมูลด้านความมั่นคงระยะที่ 1 (พ.ศ.2563-2565) เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้เป็นแนวทางดำเนินการเชื่อมโยงข้อมูลด้านความมั่นคง ผ่านระบบฐานข้อมูลด้านความมั่นคงที่ทันสมัย ถูกต้องและสมบูรณ์เพียงพอต่อการสนับสนุนกลไกการตัดสินใจในการแก้ไขปัญหาความมั่นคงในระดับชาติอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งมองว่าปัจจุบันข้อมูลด้านความมั่นคงมีความกระจัดกระจาย จึงต้องมีการจัดทำแผนอย่างบูรณาการ เพื่อรองรับแผนยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง

ทั้งนี้ภัยคุกคามจากการก่อการร้ายทั้งในระดับโลกและระดับภูมิภาค ที่จะส่งผลกระทบในวงกว้างเป็นเรื่องที่รัฐบาลจะต้องเตรียมพร้อมในการบริหารจัดการจึงได้มีการหารือกลไกตามกฏหมายที่เหมาะสมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาด้วยความรวดเร็ว โดยบูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานด้านการข่าวในงานด้านความมั่นคงและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อประโยชน์ในการเตรียมการให้สังคมเกิดความมั่นใจในมาตรการต่างๆเพื่อเตรียมพร้อมป้องกันและแก้ไข

ที่ประชุมยังได้ประเมินสถานการณ์ความมั่นคงและความขัดแย้งระหว่างประเทศต่างๆ โดยเฉพาะปัญหาความขัดแย้งของสหรัฐฯและอิหร่านในขณะนี้ โดยที่ประชุมได้หารือและคาดการณ์ว่าเหตุการณ์จะไม่รุนแรงถึงขั้นใช้กำลังทางทหารระหว่างกัน อย่างไรก็ตามเพื่อความไม่ประมาทได้กำหนดมาตรการในภูมิภาคตะวันออกกลาง ดูแลคนไทยและแจ้งเตือนความปลอดภัยของคนไทยในพื้นที่เสี่ยง และดูแลผลประโยชน์ของสหรัฐฯ อิหร่าน อิรัก ในประเทศไทยไม่ให้ถูกโจมตี รวมทั้งต้องเฝ้าระวังสอดส่องกลุ่มคนสัญชาติที่มีความเสี่ยงด้านการก่อการร้ายหรือผู้ต้องสงสัยที่จะเดินทางเข้ามาเคลื่อนไหวในประเทศไทยด้วย


นายกฯชี้ต้องทำแผนสำรอง หากร่าง พ.ร.บ.งบฯ63สะดุด

Thu, 23 Jan 2020 13:05:00

วันนี้ (23 ม.ค.2563) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีการเสียบบัตรแทนกันหลังสภาผู้แทนราษฎรส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความทำให้ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2563 ล่าช้าออกไปว่า ต้องมีการหารือร่วมกันว่าเกิดขึ้นที่ตรงไหน และจะแก้ไขได้อย่างไร ทั้งนี้รัฐบาลก็ต้องติดตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น สิ่งที่ต้องถามคือจะแก้ไขอย่างไร ซึ่งต้องพูดคุยกับกระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ หลังมีการส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อทำการตีความแล้ว ก็ต้องหารือว่าจะแก้ไขในการบริหารราชการได้อย่างไร ในส่วนของงบฯบุคลากร และงบฯอะไรต่างๆ คงไม่มีปัญหามากนัก แต่จะมีปัญหาในเรื่องงบฯลงทุนที่มีหลายแสนล้านบาท เมื่อใช้ไม่ได้ก็จะทำให้เศรษฐกิจไม่ดีขึ้นมากนัก จึงต้องหามาตรการอื่นๆเข้ามาเสริม เพราะถ้าไม่มีเงินลงไปก็เดือดร้อนด้วยกันทั้งหมด 

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ระยะเวลาก็ขึ้นอยู่กับที่ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณานานหรือไม่ แต่โดยปกติก็นานพอสมควรในเรื่องเหล่านี้ เพราะบางทีก็เป็นเดือนๆ ก็ทำให้ช้าและงบประมาณก็มีปัญหา สมมติว่าช้าไป 3 เดือน แล้วเวลาที่เหลืออยู่จะใช้งบฯทันหรือไม่ โดยจะอยู่ช่วงไตรมาสที่ 2 แล้ว ส่วนจะเป็นไปได้หรือไม่ที่จะออกเป็น พ.ร.ก.เงินกู้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า หลังจากที่ได้ปรึกษากันยังไม่สมควรในเวลานี้

พล.อ.ประยุทธ์ ยอมรับว่า ต้องให้ทีมเศรษฐกิจทำแผนสำรอง โดยต้องมีการประชุมในเรื่องงบประมาณว่าจะทำอย่างไร แล้วจะทำในส่วนใดได้บ้าง ซึ่งการใช้จ่ายเงินงบประมาณของรัฐเรียกว่าใช้ไปพลางก่อน ปัญหาที่ติดอยู่อย่างเดียวก็คือเรื่องเศรษฐกิจและงบลงทุน ส่วนที่มองว่ากรณีเสียบบัตรแทนกันส่งผลให้เกิดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพรรคภูมิใจไทยและประชาธิปัตย์ นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า ไม่ทราบพรรคไหนจะขัดแย้งกันบ้าง ต้องไปถามคนที่ออกมาเปิดประเด็น และไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ แต่อยากบอกว่า ไม่ว่าฝ่ายไหนก็ไม่ควรกระทำสิ่งที่ผิดกติกาของสภาฯ

ก็ไปถามคนฟ้อง อย่าถามผม เพราะผมไม่ได้ไปเกี่ยวข้องด้วย ก็ไม่ควรจะกระทำไม่ว่าฝ่ายไหนก็ตาม ถ้ารู้ว่าผิดกติกาของสภาทั้งหมด ขอตอบแบบนี้


กองทัพบกระดมล้างถนน 8 สาย แก้ปัญหาฝุ่นละออง

Thu, 23 Jan 2020 10:37:00

วันนี้ (23 ม.ค.2563) พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รองผู้บัญชาการทหารบก นำกำลังพลร่วมกิจกรรมการฉีดพ่นน้ำ ล้างถนน บริเวณอนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และ ห้าแยกลาดพร้าว เพื่อลดปัญหาฝุ่นละออง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ซึ่งการล้างถนนสามารถช่วยลดฝุ่นที่ตกค้างลงได้

 

 

ขณะที่ พล.ท.ธรรมนูญ วิถี แม่ทัพภาคที่ 1 ได้มอบหมายให้ พล.ท.เจริญชัย หินเธาว์ แม่ทัพน้อยที่ 1 ติดตามการปฏิบัติการฉีดน้ำลดฝุ่น บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งกองทพับก ได้จัดกำลังพลและรถบรรทุกน้ำจากกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ ออกปฏิบัติการในการล้างทำความสะอาดพื้นที่และฉีดพ่นละอองน้ำ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นและลดฝุ่นละอองในอากาศ

จากนั้นได้เดินทางไปห้าแยกลาดพร้าว ซึ่งกองทัพบกโดยมณฑลทหารบกที่ 11 ได้จัดกำลังพล และรถฉีดน้ำจากมณฑลทหารบกที่ 11 เข้าดำเนินการ นอกจากนี้ยังมีมาตรการตรวจควันพิษ ที่ถูกปล่อยมาจากรถยนต์ โดยปฎิบัติการร่วมกับตำรวจ รวมทั้งการตรวจควันที่ถูกปล่อยมาจากโรงงานอีกด้วย

การดำเนินการในครั้งนี้ เป็นการใช้น้ำฉีดล้างพื้นผิวถนน ตลอดจนกวาดน้ำล้างฝุ่น พื้นที่ในเขตที่มีการก่อสร้าง และเป็นจุดที่มีการจราจรหนาแน่น 1 ในสาเหตุของการเกิดฝุ่น PM 2.5 เป็นจำนวนมาก เสี่ยงเกิดผลกระทบต่อประชาชน ซึ่งกองทัพบกยังได้ดำเนินการพร้อมกันในอีก 8 พื้นที่ ได้แก่ ถ.รามคำแหง , ถ.นวมินทร์ , ถ.พญาไท ,ถ.พระราม 3- เจริญกรุง , ถ.ลาดพร้าว , ถ.พหลโยธิน ,ถ.เพชรบุรี และ ถ.บางนา-ตราด ทั้งนี้เป็นตามนโยบายของรัฐบาลและกองทัพที่มีความห่วงใยในสุขภาพของประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบจากปัญหาฝุ่นละอองเกินมาตรฐานที่เกิดขึ้น จำนวนรถน้ำ 44 คัน และ ยอดกำลังพล 500 นาย

 

 

นอกจากนี้กองทัพบกยังจัดชุดแพทย์เคลื่อนที่ออกตรวจสุขภาพ  แจกจ่ายหน้ากากป้องกันฝุ่น พร้อมให้ความรู้กับประชาชนเกี่ยวกับการป้องกันโรคภัยที่เกิดจากฝุ่นละอองจนกว่าจะคลี่คลาย

 


คัดเลือกทหารเกณฑ์บรรจุหลักสูตรส่งทางอากาศ

Wed, 22 Jan 2020 17:37:00

วันนี้(22ม.ค.63) พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ​กองทัพบกเดินหน้าพัฒนากำลังพลในทุกมิติอย่างต่อเนื่อง ตามที่ได้ประกาศเจตนารมณ์ไว้ในการดำเนินงานในปี 2563 โดยล่าสุด พลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้มอบนโยบายเฉพาะในการสร้างแรงจูงใจ ให้โอกาส และส่งเสริมความก้าวหน้าในการรับราชการให้กับทหารกองประจำการ ด้วยการจัดสรรโควต้าให้กับทหารกองประจำการที่มีความรู้ มีคุณสมบัติ มีอุดมการณ์ ผ่านการทดสอบสมรรถภาพร่างกายและการสอบภาควิชาการจากกองทัพภาค และกรมยุทธศึกษาทหารบก ให้เข้ารับการศึกษาในหลักสูตรส่งทางอากาศ และเมื่อจบหลักสูตรดังกล่าวจะสามารถเข้าศึกษาต่อในหลักสูตรนักเรียนนายสิบเหล่าทหารราบอีกเป็นเวลา 1 ปี หลังจากนั้นจะได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการทหารในสังกัดกองทัพบกต่อไป

​การคัดเลือกทหารกองประจำการให้เข้าศึกษาในหลักสูตรส่งทางอากาศ และหลักสูตรนักเรียนนายสิบเหล่าทหารราบดังกล่าว กองทัพบกได้เริ่มดำเนินการในปี 2563 นี้ ซึ่งทหารกองประจำการจะต้องมีคุณสมบัติสำคัญ เช่น สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 6 หรือเทียบเท่า ประจำการมาแล้วอย่างน้อย 1 ปี มีความประสงค์จะเข้ารับราชการต่อ และจะต้องผ่านการทดสอบสมรรถภาพร่างกายจากกองทัพภาคมาก่อนเป็นอันดับแรก

จากนั้นจะต้องเข้ารับการทดสอบความรู้ทางวิชาการ ณ กรมยุทธศึกษาทหารบก สำหรับผู้ที่สอบผ่านการคัดเลือกจะถูกส่งเข้ารับการศึกษาในหลักสูตรส่งทางอากาศที่หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ก่อนที่จะเข้ารับการศึกษาต่อในหลักสูตรนักเรียนนายสิบเหล่าทหารราบอีก 1 ปี ณ โรงเรียนนายสิบทหารบก เมื่อสำเร็จการศึกษาจะได้รับการบรรจุเข้ารับราชการทหารในหน่วยงานของกองทัพบกต่อไป

​โดยบ่ายวันนี้ (22 ม.ค.2563) ที่กรมยุทธศึกษาทหารบก พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รองผู้บัญชาการทหารบก ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจกับทหารกองประจำการที่เข้ารับการทดสอบภาควิชาการเข้าเป็นนักเรียนนายสิบเหล่าทหารราบ ของทหารกองประจำการจากทั่วประเทศ ที่ผ่านการทดสอบร่างกายมาจากกองทัพภาค จำนวน 1,120 นาย สำหรับสนามสอบภาควิชาการในครั้งนี้เป็นการจัดสอบในภาพรวมของกองทัพบกเป็นครั้งแรก ซึ่งผู้บังคับบัญชาให้ความสำคัญในกระบวนการสอบคัดเลือกที่จะต้องเป็นไปตามมาตรฐาน เพื่อให้ได้ผู้ผ่านการทดสอบที่มีความรู้ทางการทหารและมีทัศนคติที่ดี



ทั้งนี้​ที่ผ่านมากองทัพบกได้ให้โอกาสทหารกองประจำการในการเข้ารับราชการทหารตามความรู้ความสามารถในหลายช่องทาง โดยเฉพาะสิทธิพิเศษในการสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนนายสิบทหารบก และนักเรียนนายสิบเหล่าทหารราบมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการสมัครสอบเป็นนายทหารประทวน พลอาสาสมัคร หรือตำแหน่งอื่นๆ ที่หน่วยทหารเปิดบรรจุ โดยกองทัพบกตระหนักดีว่า ทหารกองประจำการเป็นกำลังพลที่มีทักษะพื้นฐานด้านทางทหาร หากได้รับโอกาสและการส่งเสริมจะสามารถปฏิบัติงานในฐานะทหารอาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ส.ป.ก. ยืนยัน “ปารีณา” คืนที่ดินแล้วไม่ผิด

Wed, 22 Jan 2020 17:29:00

วันนี้ (22 ม.ค.2563) ที่ประชุมคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร (กมธ. ป.ป.ช.) ที่มีพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย เป็นประธานฯ พิจารณาคำร้องของนายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น ตรวจสอบกรณี น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ถือครองที่ดิน สปก. 682 ไร่

โดย กมธ.ส่วนใหญ่ สอบถามถึงสถานะของที่ดิน และนายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ สอบถามถึงบทลงโทษกรณีถือครองที่ดิน สปก. ไม่เป็นไปตามกฎหมาย

 

ขณะที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กำชับเรื่องการสำรวจพื้นที่ ว่าอาจไม่ได้ลุกล้ำป่าสงวน แต่อาจรุกที่ประชาชนที่ถือครองได้ และเห็นว่าการเรียกคืนที่ดินของ น.ส.ปารีณา รวดเร็วกว่าประชาชนทั่วไป

ด้าน พ.จ.อ.ประเสริฐ มาลัย รองเลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ชี้แจงว่า คุณสมบัติผู้ถือครองที่ดิน สปก. ต้องเป็นเกษตรกรจริง หรือเป็นผู้ที่ประสงค์จะทำเกษตรกรรมที่เรียนจบด้านการเกษตรโดยตรง หรือเป็นบุตรหลานของเกษตรกรที่มีฐานะยากจน

เบื้องต้น น.ส.ปารีณา ได้ส่งคืนที่ดินที่เป็น สปก. ครบหมดแล้ว และจะสำรวจว่าทรัพย์สินในที่ดินใช้ประโยชน์ได้หรือไม่ หากใช้ประโยชน์ได้ สปก.จะรับไว้ หากใช้ไม่ได้จะส่งคืนให้ น.ส.ปรีณา ทำลายต่อไป

พ.จ.อ.ประเสริฐ มาลัย รองเลขาธิการ ส.ป.ก.

พ.จ.อ.ประเสริฐ มาลัย รองเลขาธิการ ส.ป.ก.

 

ส่วนนายนภดล ตันติเมฆิน ผอ.สำนักกฎหมาย สปก. ชี้แจงว่า การถือครองที่ดิน ส.ป.ก. ที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย หากส่งคืน สปก. ถือว่าตรงตามเจตนารมณ์แล้ว เพื่อให้ ส.ป.ก.จัดสรรที่ดินให้กับเกษตรกรต่อไป ไม่มีบทลงโทษตามกฎหมาย สปก. เว้นแต่จะมีความผิดในที่ดินตามกฎหมายอื่นๆ ยืนยันว่าการดำเนินการเรียกคืนที่ดิน สปก. ดำเนินการมาตรฐานเดียวกันทุกกรณี ไม่แตกต่างกัน

ไม่มีบทลงโทษตามกฎหมาย สปก. เว้นแต่จะมีความผิดในที่ดินตามกฎหมายอื่นๆ

ขณะที่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้สอบถามรองเลขาธิการ ส.ป.ก. ว่าได้ไปพบนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี พร้อมกับ เลขาธิการ ส.ป.ก. และอธิบดีกรมป่าไม้ หรือไม่ ซึ่งรองเลขาธิการ ส.ป.ก. ตอบว่า ไม่ได้ไปพบรองนายกฯ หลังการพิจารณากรณีที่ดิน ส.ป.ก. เสร็จสิ้น ที่ประชุมมีมติร่วมกันให้ทำหนังสือสรุปการชี้แจงส่งไปถึง นายวีระ สมความคิด ในฐานะผู้ร้อง ขณะที่ น.ส.ปารีณา ในฐานะผู้ถูกร้อง ไม่ได้ชี้แจงข้อมูลใดๆ ตลอดการประชุม