"กำนันเป๊าะ" อดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองแสนสุข เสียชีวิตแล้ว

Mon, 17 Jun 2019 08:38:00

วันนี้ (17 มิ.ย.2562) นายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา และอดีตหัวหน้าพรรคพลังชล เปิดเผยว่า นายสมชาย คุณปลื้ม หรือ กำนันเป๊าะ อดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองแสนสุข จ.ชลบุรี บิดาของตัวเอง ได้เสียชีวิตแล้ว และจะมีพิธีรดน้ำศพในวันอังคารที่ 18 มิถุนายน 2562 เวลา 15.00 น. ที่วัดแจ้งเจริญดอน หนองมน ต.แสนสุข อ.เมืองชลบุรี จ.ชลบุรี

ขณะที่นายณรงค์ชัย คุณปลื้ม นายกเทศมนตรีเมืองแสนสุข จ.ชลบุรี ลูกชายคนเล็กของกำนันเป๊าะ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก สั้นๆ ว่า "ผมรักพ่อครับ #RIP"

หลังจากได้รับการพักโทษ เมื่อปี 2561 คดีที่ผู้พิพากษาตัดสิน 2 คดีกับนายสมชาย คุณปลื้ม โดยลงโทษจำคุก 30 ปี 4 เดือน ต่อมาก็ได้รับพระราชทานอภัยโทษ 3 ครั้งในปี 2558 และปี 2559 เหลือโทษหลังสุดจำคุก 6 ปี 8 เดือน 25 วัน ต่อมาด้วยอาการที่ป่วยและอายุมาก ทางครอบครัวจึงได้ขอพักโทษ มาทำการรักษาอาการป่วยเอง ต่อกรมราชทัณฑ์ กรณีพิเศษ และได้รับการพักการลงโทษ เมื่อเดือนมกราคม 2561 กรมราชทัณฑ์จึงอนุญาตให้พักการลงโทษดังกล่าว โดยนำมาพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลสมิติเวชชลบุรี อ.เมืองชลบุรี จนกระทั่งเสียชีวิต เมื่อเวลา 03.00 น.

สำหรับประวัติ นายสมชาย คุณปลื้ม เกิดวันที่ 30 กันยายน 2480 อายุรวม 81 ปี 9 เดือน มีบุตรธิดา 5 คน ประกอบด้วย นายสนธยา คุณปลื้ม อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาคนแรก ปัจจุบันดำรงตำแหน่งนายกเมืองพัทยา, นายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี, น.ส.จิราภรณ์ คุณปลื้ม ดูแลกิจการของตระกูล, นายอิทธิพล คุณปลื้ม อดีต ส.ส.ชลบุรี และนายณรงค์ชัย คุณปลื้ม นายกเทศมนตรีเมืองแสนสุข

กำนันเป๊าะ เป็นลูกชายคนแรกของนายชาญชัย คุณปลื้ม ผู้ใหญ่บ้านตำบลแสนสุข และนางท้วม คุณปลื้ม แม่ค้าขายหมูในตลาดหนองมน และเคยเป็นกระเป๋าและคนขับรถเมล์ จากนั้นผันตัวไปทำกิจการประมง จนสนิทกับชาวฝรั่งเศสที่ค้าน้ำมันในประเทศกัมพูชา จึงสัมปทานจับปลาในประเทศกัมพูชา จากนั้นก็ทำกิจการบ่อดินลูกรัง รับเหมาก่อสร้าง ต่อมาสนิทเสี่ยจิว หรือนายจุมพล สุขภารังสี จึงทำหน้าที่นายประกันให้กับบุคคลทั่วไป ต่อมาได้ลงการเมือง จนกลายเป็นผู้กว้างขวางภาคตะวันออก นับแต่นั้นมา

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

กรมราชทัณฑ์พักโทษ "กำนันเป๊าะ" หลังอายุเกิน 70 ปีและป่วยเป็นโรคมะเร็ง 


ก้าวคนละก้าวภาคอีสาน วิ่งถึงขอนแก่น ยอดบริจาคทะลุ 35 ล้านบาท

Sun, 16 Jun 2019 12:35:00

วันนี้ (16 มิ.ย.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จเช่นเคยสำหรับกิจกรรมก้าวคนละก้าว ก้าวต่อไปด้วยพลังเล็กๆ เพื่อระดมทุนช่วยเหลือโรงพยาบาลชุมชน 8 แห่ง ใน จ.บึงกาฬ หนองคาย อุดรธานี หนองบัวลำภู และ จ.ขอนแก่น ที่ยังขาดแคลนเครื่องมือแพทย์และอาคารสถานที่ สำหรับให้บริการด้านสาธารณสุขให้กับชาวบ้านในพื้นที่ห่างไกล เพื่อลดภาระและการส่งต่อเข้าสู่โรงพยาบาลศูนย์ หรือโรงพยาบาลประจำจังหวัด ซึ่งขณะนี้ยอดเงินบริจาคผ่านทาง sms รวมแล้วกว่า 35 ล้านบาท นอกจากนี้ จุดประสงค์ในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ ที่รวมเหล่าศิลปินดารามาร่วมวิ่งผลัดมาราธอนมากมาย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ประชาชนหันมาออกกำลังกาย

 

 

 

สำหรับวันนี้ ทีมก้าวต้องวิ่งจาก อ.โนนสะอาด จ.อุดรธานี เข้าสู่ จ.ขอนแก่น รวมระยะทางกว่า 70 กิโลเมตร เปลี่ยนทีมวิ่งผลัด ทั้งหมด 7 เซต ซึ่งตลอดเส้นทางริมถนนมิตรภาพมุ่งหน้าเข้าสู่ขอนแก่นมีชาวบ้านและแฟนคลับของเต้ย พงศกร เมตตาริกานนท์ มาร่วมบริจาคเงินและให้กำลังใจนักแสดงที่เขาชื่นชอบจำนวนมาก

 

 

 

ส่วนบรรยากาศที่ศาลากลาง จ.ขอนแก่น มีประชาชนที่สมัครร่วมวิ่งการกุศลเดินทางมารับ ป้ายเลขประจำตัว หรือ บี๊บ สำหรับติดเสื้อ ขณะที่บางคนก็เข้ามาซื้อของที่ระลึกกันอย่างคึกคัก ก่อนที่จะร่วมวิ่งมาราธอน 11 กิโลเมตรสุดท้าย ร่วมกับศิลปินและนักแสดงที่มาร่วมกิจกรรมครั้งนี้ในเวลา 16.00 น. เป็นต้นไป โดยจะผ่านถนนประชาสโมสร ถึงสามแยกหนองใหญ่ ผ่านถนนศรีจันทร์ 4 กิโลเมตร ตัดเจ้าถนนกลางเมือง เลี้ยวขวาบริเวณแยกโรงเรียนเทศบาลวัดกลาง เข้ามุ่งหน้าเข้าสู่สนามกีฬากลาง จ.ขอนแก่น

 

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ก้าวคนละก้าวภาคอีสาน ยอดบริจาคแตะ 25 ล้านบาท 

เริ่มวิ่ง! "ก้าวคนละก้าว" ระดมทุนช่วย 8 รพ.ชุมชนอีสาน 

"พี่ตูน" ชวนวิ่งที่อีสาน ช่วย 8 รพ.ชุมชน 15 - 16 มิ.ย.นี้ 

 

 


สำรวจสวนลิง บ้านใหม่ "เจ้าจ๋อลพบุรี" ถูกปล่อยร้าง

Fri, 14 Jun 2019 12:01:00

เมื่อเอ่ยถึงจังหวัดลพบุรี หลายคนคงนึกถึงความน่ารักของลิง แต่ถ้าไปถามคนที่นั่น พวกเขากลับไม่มีความสุขกับการจัดการที่บอกว่าเป็นจังหวัดต้นแบบสักเท่าไหร่ โครงการสวนลิง งบประมาณกว่า 10 ล้านบาท ดูจะไม่เป็นไปตามเป้า สิ่งปลูกสร้างถูกทิ้งร้างจากการแก้ปัญหาลิงที่ไม่สำเร็จ

โรงหนังมาลัยรามา ถูกปิดทิ้งร้างมานานกว่า 10 ปี หลังเจ้าของถอดใจเลิกทำกิจการ เศษซากความเสียหายที่หลงเหลืออยู่ ถูกตีตราว่าปัญหาเกิดจากลิงเข้ามารบกวนธุรกิจ ทำให้ที่นี่กลายเป็นที่อยู่ของ "ลิงลพบุรี" แบบถาวร จนออกลูกหลาน 

 

นายรักเกียรติ อัครศรีมาชัย ผู้เช่าห้องหน้าโรงหนังมาลัยรามา จ.ลพบุรี บอกว่า หลังคาเขาต้องซ่อม ตลอด เพราะลิงเข้ามาได้ ทำรั้วก็ยาก และถ้าซ่อมแซมคงไม่ไหว สมัยก่อนลิงไม่เยอะเท่านี้มาเยอะขึ้นในช่วง 5-6 ปี

เมื่อสำรวจจุดใกล้เคียง พบบ้านหลังหนึ่งตั้งอยู่ในตรอก ใกล้โรงหนังมาลัยรามา เจ้าของบ้านยอมรับว่า สิ้นหวังกับการแก้ปัญหาจากภาครัฐ จึงตัดสินใจสร้างกรงเหล็กครอบบ้านทั้งหลัง ตัดตอนปัญหาลิงรุกล้ำเข้ามาในที่ดิน แม้ว่าในปีที่ผ่านมาจะมีการตั้งบประมาณเพื่อแก้ปัญหาลิงลพบุรี แต่ก็ยังไม่สำเร็จ 

จังหวัดลพบุรี มีประชาชากรลิงและมีปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับลิง ขณะที่ยังพบว่าห้องแถวหลายแห่ง ถึงแม้จะเปิดให้บริการ แต่ก็ยังตั้งข้อสังเกตเรื่องการไม่แก้ปัญหาที่เป็นรูปธรรม ทั้งที่มีงบ

อาศัยลิงกิน เพราะส่วนมากเป็นงบต่อเนื่อง ถ้าจะทำจริงๆ 10-20 ล้านก็พอแล้ว

 


ทีมข่าวไทยพีบีเอสลงพื้นที่บริเวณโครงการสวนลิง ต.โพธิ์เก้าต้น เป็นหนึ่งในแผนจัดการปัญหาลิงลพบุรี ปัจจุบัน ยังไม่ถูกใช้งาน และมีสภาพไม่ต่างกับชุมชนที่ถูกทิ้งร้าง งบประมาณนับ 10 ล้านบาทที่ทุ่มเทสร้าง บางส่วนมองว่าอาจสูญเปล่า หากฝ่ายที่เกี่ยวข้องบริหารจัดการไม่ดี

พ.อ.คมเดช กาญจนโหติทัศ กล่าวว่า เห็นด้วยกับการสวนลิง แต่ทำแล้วใช้ได้หรือไม่ มีการบริหารจัดการอย่างไร ต้องให้ครบและยาว มองว่าเป็นเรื่องดี เพื่อให้เป็นเอกลักษณ์



จังหวัดลพบุรี มีลิงอาศัยอยู่ไม่ต่ำกว่าหมื่นตัว ที่นี่เป็น 1 ใน 47 จังหวัด ที่อยู่ในแผนบริหารจัดการประชากรลิง จากการสำรวจพบว่าไม่ใช่แค่ชุมชนบางส่วน และสวนลิง ที่มีสภาพเหมือนถูกปล่อยร้าง "โรงพยาบาลลิงลพบุรี" ก็มีปัญหาไม่ต่างกัน ฝ่ายที่เกี่ยวข้องชี้แจงว่า ข้อจำกัดเรื่องงบประมาณ ทำให้การบริหารจัดการไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

12 จังหวัดวิกฤต ลิง-คนขัดแย้ง

ศึกษาพื้นที่ 3 แห่งสร้างนิคมลิง จ.ลพบุรี

ประเดิมส่งลิง 80 ตัวปรับพฤติกรรม "เกาะปายู" ภูเก็ต

 

 


สารภาพรับจ้าง 1 แสน ขนโรฮิงญาไปประเทศที่ 3

Fri, 14 Jun 2019 11:21:00

กรณีชาวโรฮิงญาอพยพทางเรือและขึ้นฝั่งบนเกาะราวี จ.สตูล เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.ที่ผ่านมา และถูกควบคุมตัวได้เกือบ 70 คน 

อ่านข่าว : เรืออพยพชาวโรฮิงญา 65 คนเกยฝั่ง "เกาะราวี"

เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจภูธรจังหวัดสตูลส่งตัวนายสังคม พาพันธุ์ ชาว จ.ระนอง พร้อมชาวเมียนมา 5 คน ฝากขังศาลจังหวัดสตูล ในข้อหานำพาคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักร หลังเสร็จสิ้นการสอบปากคำโดยชั้นสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพว่าได้ถูกว่าจ้าง 100,000 บาท ในการไปส่งชาวโรฮิงญา 65 คน ไปประเทศที่ 3 โดยมีชาวเมียนมาเป็นผู้ว่าจ้าง

จากนี้จะมีการสอบปากคำชาวโรฮิงญาอีกครั้งว่ามีการถูกล่อลวงข่มขู่และขู่เข็ญให้มีการเดินทางมาหรือไม่ หรือเดินทางมาด้วยความสมัครใจ ซึ่งขณะนี้ทั้งหมดอยู่ในจุดพักพิงภายในกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 436

สำหรับการขยายผลขณะนี้ ตำรวจ ทหาร บูรณาการทำงานภาคพื้นและตามเกาะแก่งต่างๆ เข้าตรวจพื้นที่ต้องสงสัยซึ่งเคยเป็นที่พักของโรฮิงญาบนเขาแนวเขตแดนไทยพื้นที่ ต.ปูยู อ.เมืองสตูล ผลการตรวจสอบพบบ้านพักร้าง 5 หลัง แต่ไม่พบร่องรอยการเข้าพักอาศัย

พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ จเรตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว และป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ นำเจ้าหน้าที่ปราบปรามการค้ามนุษย์เข้าปิดล้อมตรวจค้นภูเขาในพื้นที่ ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งเป็นสถานที่พักพิงของแรงงานข้ามชาติ เพื่อรอส่งไปยังประเทศเพื่อนบ้านจากการปูพรมตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ทั้งเดินเท้าและกำลังทางอากาศไม่พบแหล่งพักพิงแรงงานข้ามชาติแต่อย่างใด

นายกฯ สั่งสอบโรฮิงญาขึ้นฝั่งสตูล

พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริงผู้อยู่เบื้องหลังการอพยพหรือใช้แรงงานผิดกฎหมายหรือไม่ หลังกองทัพเรือตรวจพบชาวโรฮิงญาขึ้นฝั่งที่เกาะราวี อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะตะรุเตา จ.สตูล รวมทั้งให้หน่วยงานด้านสาธารณสุข ตรวจสุขภาพร่างกายของชาวโรฮิงญาตามหลักมนุษยธรรมและป้องกันโรคติดต่อด้วย

พร้อมย้ำว่า นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลให้ความสำคัญ โดยเฉพาะการร่วมมือกับนานาประเทศแก้ไขปัญหาผู้อพยพชาวโรฮิงญาอย่างจริงจัง ขณะที่ศูนย์อำนวยการลาดตระเวน และช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมผู้โยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติในมหาสมุทรอินเดีย (ศอ.ยฐ.) ยังคงปฏิบัติหน้าที่ ทั้งการลาดตระเวน ตรวจสอบการอพยพและช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม

 


ธารน้ำใจยื่นมือช่วย "น้องอาร์ม" ขอหยุดเรียนดูแลน้อง 4 ชีวิต

Thu, 13 Jun 2019 19:09:00

ความคืบหน้ากรณี ด.ช.อาทิตย์ มืดคุ้ม หรือ น้องอาร์ม วัย 12 ปี นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านใหม่ปฏิรูป ต.โนนรัง จ.นครราชสีมา ได้ขอลาหยุดเรียน 1 ปี เพื่อออกมาดูแลน้องๆ อีก 4 คน เพื่อแบ่งเบาภาระตากับยายที่มีอาชีพคัดแยกขยะขาย ซึ่งมีรายได้เพียงวันละ 100-200 บาท

วันนี้ (13 มิ.ย.2562) นายพีรพงศ์ สุรเสน ผู้อำนวยการสำนักเขตพื้นที่การศึกษาเขต 7 จ.นครราชสีมา กล่าวว่า ได้พูดคุยกับด.ช.อาทิตย์ เบื้องต้นรับปากว่าจะเดินทางมาเรียนตามปกติ และไม่หยุดเรียน พร้อมพูดคุยกับตาและยาย เพื่อสร้างความเข้าใจระหว่างกัน

หากวันไหนเด็กชายอาทิตย์ มีความจำเป็นต้องหยุดเรียน ก็จะให้ครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 นำการบ้านไปให้ทำที่บ้าน เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อการเรียนของเด็ก

โดยน้องอาร์มได้ยกมือไหว้ขอบคุณคนไทย ทั้งประเทศที่บริจาค และสัญญาว่าจะเป็นเด็กดี จะคอยดูแลน้องๆ และจะตั้งใจเรียนหนังสือ

 

ส่วนการเปิดบัญชีเงินรับบริจาค จะมีผู้อำนาจลงนามเบิกถอน 3 คน คือด.ช.อาทิตย์ และครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 อีก 2 คน ร่วมลงชื่อในการเบิกทุกครั้ง เพื่อนำเงินไปใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด

จากการลงพื้นที่บ้านพักอาศัยของเด็กชายอาทิตย์ และน้องๆ อยู่ในสภาพทรุดโทรมเพราะเป็นเพียงเพิงพัก ซึ่งหากมีเงินบริจาคมากพอก็มีแนวคิดจะให้สร้างบ้านให้สำหรับครอบครัวนี้ และบางส่วนเก็บไว้เป็นทุนการศึกษาให้แก่เด็กๆ ทุกคน 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทำหน้าที่ "พี่ชายคนโต" เด็ก ป.6 ขอหยุดเรียนหนึ่งปีดูแลน้อง 4 ชีวิต

 

 

 


บุกตรวจบริษัทผลิต "บัตรพลังงาน" พบเคยถูกจับสั่งปิด

Thu, 13 Jun 2019 19:05:00

วันนี้ (13 มิ.ย.2562) เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองจังหวัดสงขลา ต้องใช้เครื่องตัดถ่าง เพื่อเข้าตรวจสอบที่ทำการบริษัท เอ็กเพิร์ท โปร เน็ตเวิร์ค จำกัด ผู้ผลิตบัตรพลังงานรักษาโรค ซึ่งเป็นอาคารพาณิชย์ 3 คูหา บริเวณถนนนิพันธ์สงเคราะห์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

โดยก่อนหน้าที่เจ้าหน้าที่พยายามจะติดต่อไปยังจ่าสิบตำรวจธนัช สุรินทร์ กรรมการบริษัท แต่ไม่สามารถติดต่อได้ จึงต้องใช้อำนาจตามกฎหมายบุกเข้าไป เมื่อตรวจสอบพบว่า มีการดัดแปลงเป็นสำนักงาน มีพื้นที่ห้องรับแขก สำนักงาน รถจักรยานยนต์ และเครื่องคอมพิวเตอร์


นอกจากนี้ ภญ.วิไลวรรณ สาครินทร์ หัวหน้าฝ่ายคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานสาธารณสุข จ.สงขลา ระบุว่า ยังมีผลิตภัณฑ์อาหารเสริมบางชนิดวางอยู่ รวมทั้งพบเอกสารเลข อย.จำนวนมาก เมื่อตรวจสอบพบว่าไม่ตรงกับผลิตภัณฑ์ของบริษัท เจ้าหน้าที่จึงยึดไว้เป็นของกลาง ส่วนบัตรพลังงานพร้อมเอกสารแนะนำสินค้าพบในสำนักงานเพียง 1 ใบ เจ้าหน้าที่จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน 


จากการสอบถามชาวบ้านใกล้เคียงให้ข้อมูลว่า เจ้าของบริษัทเป็นชาวนครศรีธรรมราช เปิดบริษัทที่นี่มานานกว่า 10 ปีแล้ว และเคยเปลี่ยนชื่อมาหลายครั้ง โดยชื่อแรกใช้ชื่อว่า บริษัท มารวย เน็ตเวิร์ค คอเปอเรชั่น จำกัด แต่ที่ผ่านมาบริษัทนี้ไม่ค่อยเปิดทำการจะเปิดนานๆ ครั้ง


เมื่อตรวจสอบข้อมูลไปยังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา พบว่า เมื่อ 2 ปีก่อนบริษัทแห่งนี้เคยถูกจับดำเนินคดีมาแล้วครั้งหนึ่ง เนื่องจากมีข้อร้องเรียนเรื่องบัตรพลังงาน จนปิดตัวลง

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังเข้าตรวจสอบบ้านเลขที่ 84/45 ต.คลองแห อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัทตามแผ่นพับประชาสัมพันธ์บัตรพลังงาน แต่บริษัทฯ ย้ายออกไปแล้วกว่า 1 ปีแล้ว

เร่งตรวจสอบ "บัตรพลังงาน" เข้าข่ายโฆษณาเกินจริง?

ขณะที่ เอกสารข้อมูลแนะนำวิธีการทำธุรกิจขายตรง คือ เอกสารที่สมาชิกของบริษัท เอ็กเพิร์ส โปร จำกัด ได้รับ พร้อมกับบัตรที่ชาวบ้านเรียกว่าบัตรพลังงาน สำหรับใช้รักษาโรค โดยไม่มีเอกสารประกอบคำอธิบายการใช้บัตร นอกจากคำบอกเล่าแนะนำปากต่อปากจากตัวแทนจำหน่าย

ทีมข่าวไทยพีบีเอส เดินทางไปที่บ้านของสินธนู เรียนพิศ ชาวบ้านหนองหญ้ารังกา ต.น้ำพอง อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ตามคำบอกเล่าของชาวบ้าน เพื่อขอข้อมูลของบัตร โดยนายสินธนู ยอมรับว่า เป็นตัวแทนจำหน่ายของบริษัทเอ็กเพิร์สโปร จำกัด ได้ประมาณ 3-4 เดือน สมัครเป็นสมาชิก ผ่านเว็บไซต์ของบริษัท จากการบอกต่อของเพื่อนสมาชิก โดยทราบเพียงว่าบัตรนี้นำเข้าจากต่างประเทศ

ลักษณะการแนะนำสินค้า และบอกต่อ รวมทั้งการจัดกิจกรรมของบริษัท ข้อมูลนี้แม้จะยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเข้าข่าย การทำธุรกิจแบบเครือข่ายหรือไม่ แต่เบื้องต้นจากการตรวจสอบของสาธารณะสุขจังหวัดขอนแก่น พบว่า ไม่มีการจดทะเบียน บัตรพลังงานเป็นวัตถุที่ใช้ทางการแพทย์

ขณะนี้ พล.ต.ต.พรหมณัฏฐเขต ฮามคำไพ ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น ระบุว่า อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ว่าเข้าเข้าข่ายการโฆษณาเกินจริงหรือไม่ หากเข้าข่ายโฆษณาเกินจริง เจ้าหน้าที่ก็สามารถดำเนินคดีได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องมีผู้เสียหาย 

สำหรับจังหวัดขอนแก่น พบว่า เริ่มกระจายมาในพื้นที่ อำเภอน้ำพอง อุบลรัตน์ เขาสวนกวาง ตั้งแต่ปีที่แล้ว ล่าสุด บริษัทเพิ่งจัดประชุมสัมนา สมาชิก เมื่อวันที่ 6 ถึง 8 มิถุนายน ที่ผ่านมา ซึ่งข้อมูลจากชาวบ้านระบุว่า เนื้อหาส่วนใหญ่ คือวิธีการจูงใจในการทำธุรกิจ

ขณะนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ได้สั่งการให้ฝ่ายปกครอง ทั้ง 26 อำเภอ ตรวจสอบในพื้นที่รับผิดชอบว่า มีชาวบ้านซื้อบัตรลักษณะนี้มาใช้ในการรักษาโรคตามที่มีตัวแทนจำหน่ายกล่าวอ้างหรือไม่ พร้อมทั้งกำชับผู้นำชุมชน สอดส่องดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากการใช้บัตร

 


สั่งสแกน "บัตรเวทมนตร์" ลวงรักษาโรค

Thu, 13 Jun 2019 12:03:00

กรณีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งใน จ.ขอนแก่น เชื่อว่าใช้บัตรที่เรียกว่า "บัตรพลังงาน" สามารถรักษาอาการป่วยต่างๆ ได้ เพียงแค่เอามาตั้งใต้แก้วน้ำดื่ม หรือ แปะบริเวณที่ปวด โดยบัตรมีราคาสูงถึง 1,500 บาท

วันนี้ (13 มิ.ย.2562) นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น มอบหมายให้นายสันติ เหล่าบุญเสงี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัด สั่งการให้ฝ่ายปกครองทั้ง 26 อำเภอตรวจสอบในพื้นที่รับผิดชอบว่า มีชาวบ้านซื้อบัตรลักษณะนี้มาใช้ในการรักษาโรคตามที่มีตัวแทนจำหน่ายกล่าวอ้างหรือไม่

พร้อมกำชับผู้นำชุมชน สอดส่องดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากการใช้บัตรดังกล่าวซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่า บัตรดังกล่าวเข้าข่ายการหลอกลวงผู้บริโภคหรือไม่เนื่องจากสาธารณสุขมีการตรวจสอบ ข้อมูลแล้วว่า ไม่มีการจดแจ้งการใช้บัตรนี้ในการรักษาโรค

นายสินธนู เรียนพิศ ชาวบ้านหนองหญ้ารังกา ต.น้ำพอง อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ตัวแทนจำหน่ายบัตรพลังงาน ของบริษัทเอ็กเฟิสโปร จำกัด อธิบายขั้นตอนการสมัครเป็นสมาชิกบริษัท และที่ไปที่มาของการนำบัตรพลังงานมาแนะนำให้กับชาวบ้านบางส่วนในหมู่บ้านศาลาดิน ต.ศรีสุขสำราญ อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น หลังจากตัวเองได้เข้าร่วมธรุกิจเครือข่าย และมีผู้แนะนำสินค้าชนิดนี้ให้

 

นายสินธนู กล่าวว่า ตัวเองเป็นสมาชิกของบริษัทดังกล่าวจริง โดยที่ผ่านมาได้ทำธุรกิจขายตรง ใช้ดีบอกต่อ เมื่อมีสินค้าชนิดใหม่ที่ตัวแทนอีกคนมาแนะนำ ก็ได้ทดสอบดู ซึ่งยืนยันว่าใช้ได้ผล และทราบเพียงสรรพคุณของบัตรว่าสามารถบรรเทาอาการปวดเมื่อยตามร่างกายได้ และเป็นสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ

สำหรับบัตรพลังงาน มีขนาดเท่ากับเอทีเอ็ม และเขียนบนบัตรภาษาอังกฤษว่า LA Genius และมีคำว่า kartu sakti เป็นภาษาอินโดนีเซีย แปลว่า บัตรเวทมนตร์

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบ "บัตรพลังงาน" อ้างรักษาโรคได้

หมอแล็บแพนด้า ระบุเคยระบาด 10 ปีก่อน

ขณะที่ เพจเฟซบุ๊ก "หมอแล็บแพนด้า" นายภาคภูมิ เดชหัสดิน นักเทคนิคการแพทย์โพสต์ข้อความว่า พี่น้องอย่าไปหลงเชื่อนะครับ “บัตรพลังงาน” อะไรเนี่ย อ๋อ...สงสัยจะเป็นพลังงานจน ซื้อแล้วจนทันที 555555 ที่จริงมันเคยระบาดมาตั้งเกือบ 10 ปีแล้ว ไม่น่าเชื่อเลยว่ามันจะกลับมาอีก

มาคราวนี้รักษาโรคได้ด้วย 55555 แหม...มีอ้างว่าเป็นเทคโนโลยีของไอสไตน์ด้วยนะครับ ถ้าไอสไตน์กลับมาได้คงต้องบอกว่า ตูไม่เคยพู้ดดดดด 5555  เจอที่ไหนแจ้งมาเลยครับ ตอนนี้ทาง บก.ปคบ. กำลังลุยจับอยู่นะคร้าบ

 

 

 


"นายกรัฐมนตรี" สั่งขยายปมขนโรฮิงญา 65 คนติดเกาะราวี

Thu, 13 Jun 2019 10:36:00

วันนี้ (13 มิ.ย.2562) พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กรณีที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบชาวโรฮิงญา 65 คนขึ้นฝั่งที่เกาะราวี อุทยานแห่งชาติตะรุเตา จ.สตูล โดยพบมีคนไทย 1 คน และว่าคนเมียนมา 5 คน โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการให้สำนัก งานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริงว่า มีผู้อยู่เบื้องหลังการอพยพหรือใช้แรงงานผิดกฎหมายหรือไม่ รวมทั้งให้หน่วยงานด้านสาธารณสุขตรวจสุขภาพร่างกายของชาวโรฮีนจาตามหลักมนุษยธรรมและป้องกันโรคติดต่อด้วย

ทั้ังนี้นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับปัญหาผู้อพยพชาวโรฮิงญา โดยที่ผ่านมาได้ร่วมกับนานาประเทศแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง ส่วนในระดับพื้นที่นั้น มีศูนย์อำนวยการลาดตระเวนและช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมผู้โยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติในมหาสมุทรอินเดีย ทำหน้าที่ลาดตระเวน ตรวจสอบการอพยพ และช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ซึ่งทำงานอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ขอความร่วมมือประชา ชนแจ้งเบาะแส หากพบสิ่งผิดปกติ โดยเฉพาะกรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐรู้เห็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย

 

สำรวจเส้นทางอพยพโรฮิงญาผ่านทะเลไทย 

เมื่อวานนี้ (12 มิ.ย.) พล.ต.อ. สุชาติ ธีระสวัสดิ์ จเรตำรวจแห่งชาติ ซึ่งบินสำรวจเส้นทางอพยพชาวโรฮิงญา และติดตามคดี กล่าวว่า ชาวโรฮิงญาทั้งหมดเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ อยู่ระหว่างคัดกรอง เพื่อแยกตัวผู้ตกเป็นเหยื่อขบวนการค้ามนุษย์ มาสอบปากคำ แต่ประสบปัญหาไม่มีล่ามโรฮิงญาจึงต้องหาล่ามแปลภาษาเพื่อความรอบคอบ

ส่วนการดำเนินคดีผู้นำพาคนไทยคือนายสมพงศ์ พาพันธ์ ชาวจังหวัดระนอง และชาวเมียนมาอีก 5 คน เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อกล่าวหา นำพา หรือพาคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักร หรือกระทำการด้วยประการใดๆ อันเป็นการอุปการะหรือช่วยเหลือ หรือให้ความสะดวกแก่คนต่างด้าวให้เข้ามาในราชอาณาจักร และสอบขยายผลเพิ่มเติม ว่าทั้งหมดเกี่ยวข้องขบวนการค้ามนุษย์ชาวโรฮิงญาหรือไม่
ข้อมูลค้ามนุษย์ชาวโรฮิงญาปัจจุบัน



พบว่าหลัง พล.ท.มนัส คงแป้น อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก นายบรรจง ปองพลหรือนายกจง อดีตนายกเทศมนตรีปาดังเปซาร์ นายปัจจุบัน อังโชติพันธุ์ หรือโกโต้ง อดีตนายก อบจ.สตูล เครือข่ายขบวนการค้าชาวโรฮิงญา ถูกจับเมื่อ ปี 2558

ขบวนการค้าชาวโรฮิงญา ได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบ โดยเครือญาติชาวโรฮิงญาในประเทศมาเลเซีย จะติดต่อเครือข่ายค้ามนุษย์ในประเทศเมียนมาโดยตรง ให้ส่งชาวโรฮิงญาที่ต้องการหนีภัยสู้รบ และต้อง การอพยพไปยังประเทศที่สาม เป็นผู้จัดส่ง และว่าจ้างคนไทยเป็นผู้นำพาขณะผ่านประเทศให้ส่งไปยังปลายทาง ส่วนเส้นทางขนชาวโรฮิงญา มีทั้งเส้นทางทะเล ทางรถยนต์ และเส้นทางรถไฟ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เร่งตรวจสอบเรืออพยพชาวโรฮิงญา 65 คนเกยฝั่ง "เกาะราวี"


ทำหน้าที่ "พี่ชายคนโต" เด็ก ป.6 ขอหยุดเรียนหนึ่งปีดูแลน้อง 4 ชีวิต

Wed, 12 Jun 2019 19:21:00

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากมีการเผยเรื่องราวของด.ช.อาทิตย์ มืดคุ้ม นักเรียนวัย 12 ปีที่ยอมพักการเรียน 1 ปีเพื่อไปเลี้ยงน้องๆอีก 4 ชีวิต ที่มีตั้งแต่วัยแบเบาะไปจนถึง 6 ขวบ การตัดสินใจครั้งนี้ หวังที่จะช่วยลดภาระตายายที่หาเลี้ยงพวกเขา

วันนี้ (12 มิ.ย.2562) ถือเป็นวันที่ 3 ที่ ด.ช.อาทิตย์ หรือน้องอาร์ม วัย 12 ปี นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านใหม่ปฏิรูป ต.โนนรัง อ.ชุมพวง จ.นครราชสีมา ได้ลาหยุดเรียน เพื่อออกมาดูแลน้องจำนวน 4 คน อายุตั้งแต่ 3 เดือนถึง 6 ปี เนื่องจากต้องการแบ่งเบาภาระของครอบครัว ซึ่งเขาได้ขอลาหยุดเรียน 1 ปีตั้งแต่ปลายสัปดาห์ที่แล้ว

 

ด้วยฐานะทางบ้านที่ยากจน มีอาชีพคัดแยกขยะขาย พ่อแม่แยกทาง  ภาระดูแลน้องทุกคนในฐานะพี่ชายคนโต จึงเป็นหน้าที่หลัก เพื่อให้ตากับยาย ซึ่งคัดแยกขยะหารายได้จุนเจือครอบครัวไม่ต้องกังวลเรื่องการดูแล

ไม่เสียใจที่ต้องหยุดเรียนมาดูน้องเพราะรักน้อง และยังอยากเรียนหนังสือต่อ ตั้งใจเรียน และโตขึ้นอยากเป็นทหาร จะได้มีเงินไว้ให้แม่ 

น้องอาร์ม บอกว่า อยากได้ที่สุดตอนนี้ก็คือนมให้น้องทั้ง 2 คน รวมทั้งเสื้อผ้าของใช้เด็กอ่อน 

ขณะที่ครูประจำชั้น และผู้อำนวยการโรงเรียน ได้รวบรวมเงินจากบุคลากรเพื่อให้ความช่วยเหลือ พร้อมเสนอทางออกให้เอาการบ้านมาทำที่บ้าน หรือให้หยุดได้ในวันที่จำเป็นเพื่อรักษาผลการเรียน รวมทั้งมอบหมายให้ครูประจำชั้นเข้าไปช่วยดูแลความเรียบร้อย เพราะบ้านอยู่ห่างจากโรงเรียนเพียง 3 กม. 

 

นางแดง เต็มพิมาย ยายของน้องอาร์ม  บอกว่า เด็กน้อยยังไม่รู้ภาษาสักคน ตอนเช้ายายต้องไปทำงาน ตอนบ่ายถึงจะกลับบ้าน 

น้องอาร์ม เป็นเด็กตั้งใจเรียน และผลการเรียนดี ซึ่งเขายอมรับว่า แม้จะไม่มีเวลาเล่นเหมือนเพื่อนรุ่นเดียวกัน แต่ก็มีความสุขที่ได้ดูแลน้องแทนแม่ และ ยาย แม้ตนเองจะต้องหยุดเรียนเป็นเวลา 1 ปีเต็มก็ตาม

สำหรับครอบครัวน้องอาร์ม มีอยู่อาศัยด้วยกันทั้งหมด 7 คน ประกอบด้วย โดยน้องคนที่ 2 อายุ 6 ขวบ เรียนอยู่ชั้น ป.1 คนที่ 3  อายุ 5 ขวบ เรียนอยู่ชั้นอนุบาล คนที่  4 อายุ 1 ขวบ 3 เดือนและคนเล็กอายุเพียง 3 เดือน (ป่วยเพดานโหว่ตั้งแต่เกิด)

 

 

 

 

 

 

 


อาสากู้ภัยร้อง จับงูไปปล่อย แต่ถูกตำรวจจับ

Tue, 11 Jun 2019 18:23:00

วันนี้ (11 มิ.ย.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก อาตี๋สอง ศิษย์เทพเจ้ากวนอู เขียนข้อความเชิงร้องเรียนว่า มีอาสาสมัครกู้ภัยคนหนึ่ง เข้าไปจับงูจากบ้านชาวบ้าน จะนำไปปล่อยปรากฎว่าถูกตำรวจ สภ.บ้านหมอ จ.สระบุรี จับกุม เพราะงูเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองฯ ระบุว่า

#เตือนใจอาสาสมัครกู้ภัย เมื่อเสียสละเพื่อสังคม แล้วถูกตำรวจจับ เหตุการณ์นี้ทำให้ผมตัดสินใจเขียนโพสนี้ขึ้นมา เพราะความรู้สึกหดหู่ที่เหล่าผู้เสียสละเพื่อสังคม จะต้องมารับชะตากรรมเช่นนี้

เมื่อน้องอั๋นเจ้าหน้าที่กู้ภัย ต้องถูกตำรวจจับ ในขณะที่กำลังจะนำงูไปปล่อย เพราะมีงูสิง งูเหลือม ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง จำพวกเลื้อยคลานในพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าปี 2535

ก่อนหน้านี้น้องอั๋น ได้ถูกเชิญให้ไปร่วมสาธิตให้ความรู้เรื่องงูกับประชาชน ซึ่งงูที่ใช้อบรมคืองูที่ประชาชนแจ้งให้ไปจับ

มาถึงตรงนี้คนที่ทำหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยต้องทราบเอาไว้ ว่างูที่เราจับนั้น มีงูที่เป็นสัตว์คุ้มครองอยู่ 14 ชนิด และหากจับได้ เราต้องไปลงบันทึกประจำวันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะในการจับสัตว์คุ้มครอง ต้องถูกกระทำโดยเจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานฯเท่านั้น

จุดพีคอยู่ตรงที่ ทางทีมก็พยายามไปลงบันทึกประจำวันกับสถานีตำรวจแห่งหนึ่ง แต่ทางเจ้าหน้าที่ให้ไปแจ้งกับเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ซึ่งพอทางน้องไป ทางอุทยานฯ ก็ให้ไปแจ้งกับสถานีตำรวจอีก

ผลสุดท้ายในขณะที่น้องอั๋น กำลังเดินทางเพื่อนำงูไปปล่อย ก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับ น้องพยายามอธิบาย แต่ทางตำรวจก็ไม่ฟังคำอธิบาย แม้แต่พยายามแสดงหลักฐาน ทางตำรวจก็ไม่ดูทั้งนั้น

ตอนนี้น้องถูกควบคุมตัวไว้ที่สภอ.บ้านหมอ สระบุรี ยังไม่รู้ว่าจะโดนข้อหาอะไรบ้าง เบื้องต้นเห็นใจทั้งคู่ ทั้งน้องที่เสียสละเพื่อสังคม และตำรวจที่ต้องทำตามหน้าที่ แต่อยากให้มีดุลพินิจ ยอมฟังเหตุผล และดูหลักฐานในการประกอบการตัดสินใจด้วย เพราะไม่ว่ากฏหมายจะเขียนไว้อย่างไรก็ตาม ผมเชื่อว่าที่สำคัญที่สุดคือเจตนา ผู้ใช้ต้องมีดุลยพินิจและมีคุณธรรม

เพราะหากเป็นแบบนี้ กู้ภัยจะกระทำความผิดทั่วทั้งประเทศ ทั้งที่เขาเสียสละช่วยเหลือสังคมมาตลอด และฝากถึงกรมอุทยานฯ ว่าขั้นตอนในการผ่อนผันให้กู้ภัยช่วยจับงูที่เป็นสัตว์คุ้มครอง ในทางปฏิบัติมันทำยากมาก

เพราะนอกจากกู้ภัยต้องไปช่วยจับงูให้แล้ว ยังต้องวิ่งไปลงบันทึกประจำวันอีก มันทำยากเพราะเสียเวลาเสียค่าน้ำมันเขา เลยแทบจะไม่มีใครทำกัน

แล้วในกรณีของน้องอั๋น ทีมงานก็พยายามทำแล้ว แต่ทางเจ้าหน้าที่ไม่ลงบันทึกให้ จนถูกจับ และมีแนวโน้มจะถูกดำเนินคดี ไม่รู้ว่าสุดท้ายจะเป็นอย่างไร แต่ตอนนี้ความรู้สึกของผมแย่มาก ที่ผู้เสียสละ ต้องมารับเคราะห์แบบนี้ครับ

Cr.พี่นิค นิรนาม
#ผู้เชี่ยวชาญด้านงู

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 

กรมอุทยานฯ ตามจับถึงบ้าน "คลิปกินงูสิง" โชว์โซเชียล

 

 


เร่งตรวจสอบเรืออพยพชาวโรฮิงญา 65 คนเกยฝั่ง "เกาะราวี"

Tue, 11 Jun 2019 15:57:00

วันนี้ (11 มิ.ย.2562) น.ท.ธนะพงษ์ สุดรักษ์ ผบ.นป.สอ.รฝ.452 ได้รับแจ้งจากหัวหน้าอุทยานแห่งชาติตะรุเตา จ.สตูล ว่ามีโรฮิงญา ประมาณ 40 คน ได้นำเรือเกยฝั่งที่เกาะราวี ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติตะรุเตา ประมาณ 500 เมตร จึงได้ประสานสั่งการให้เรือ ต.113 เข้าตรวจสอบ และผลักดัน
กลับ

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบ เบื้องต้นกลุ่มชาวโรฮิงญา จำนวน 65 คน แบ่งเป็น ผูู้ชาย 31 คนหญิง 30 คน และเด็ก 4 คน ที่บริเวณเกาะราวี โดยช่วยเหลือด้วยการนำอาหารและน้ำขั้นต้น และเตรียมและส่งกลับ ออกนอกเขตน่านน้ำไทย แต่เรือชำรุดจึงต้องนำขึ้นฝั่ง

 

ทั้งนี้พบว่ามีคนไทย 1 คนที่อยู่ในเรือที่ขนชาวโรฮิงญาด้วย จึงเตรียมนำขึ้นฝั่ง เพื่อสอบปากคำว่าเข้าข่ายขบวนการณ์ลักลอบค้ามนุษย์หรือไม่

ด้านนายกาญจนพันธ์ กำแหง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเกาะตุรุเตา กล่าวว่า หลังจากที่เจอเรือชาวโรฮิงญามาเกยฝั่งที่เกาะราวี ก็ได้ประสานทางตำรวจ ทหาร เข้ามาทำการตรวจสอบ ตอนนี้ได้มีการนำชาวโรฮิงญาทั้งหมดขึ้นเรือ เพื่อเตรียมตรวจสอบตามขั้นตอน 

 

 

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 14 พ.ค.2558 เจ้าหน้าที่พบเรือบรรทุกชาวโรฮิงญากว่า 300 คน ลอยลำอยู่ในทะเลอันดามัน ห่างจากเกาะหลีเป๊ะ จ.สตูล ประมาณ 17 ไมล์ทะเล ในพื้นที่ ต.เกาะสาหร่าย อ.เมือง จ.สตูล จนนำมาสู่การปราบปรามขบวนการค้ามนุษย์ชาวโรฮิงญา ที่มีคนไทยเกี่ยวข้องในคดีนี้ 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศาลสั่งจำคุกเพิ่ม 20 ปี "พล.ท.มนัส" คดีฟอกเงินโรฮิงญา

 

 

 

 

 

 

 

 


นำร่อง "ถนนนิมมานเหมินทร์" เร่งพัฒนาเมืองอัจฉริยะเชียงใหม่

Tue, 11 Jun 2019 15:36:00

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จ.เชียงใหม่ มีการประชุมหารือส่วนราชการขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะ โดยเตรียมนำร่องต้นแบบบน "ถนนนิมมานเหมินทร์" เบื้องต้นจะนำสายไฟฟ้าและสายสื่อสารลงใต้ดิน รวมถึงการวางท่อส่งประปาใหม่ พร้อมปรับปรุงทางเท้า ผิวจราจร ระบบไฟฟ้าแสงสว่างใหม่ และจะมีการติดตั้งกล้อง CCTV เพื่อดูแลความปลอดภัย

ส่วนงบประมาณการปรับปรุงและก่อสร้าง คาดว่าจะใช้ประมาณ 350 ล้านบาทในการย้ายและปรับปรุงสาธารณูปโภคพื้นฐาน ซึ่งจะบูรณาการงบประมาณจากหลายหน่วยงาน เช่น การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การประปา กรมทางหลวง และบางส่วนจากเทศบาลนครเชียงใหม่ ที่จะต้องผ่านความเห็นชอบจากสภา โดยคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างพร้อมกันในวันที่ 1 ต.ค.2563 ใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 12 เดือน

 

สำหรับการพัฒนาเมืองอัจริยะระยะแรก รัฐบาลกำหนดเป้าหมายปี 2561-2562 เมืองอัจฉริยะจำนวน 10 เมืองใน 7 จังหวัด เช่น ภูเก็ต ขอนแก่น เชียงใหม่ ชลบุรี ส่วนระยะที่ 2 ปี 2562-2563 กำหนด 30 เมืองใน 24 จังหวัด ซึ่งก็เป็นไปอย่างล่าช้าเพราะติดปัญหาความชัดเจนโครงการ ข้อจำกัดหน่วยงานและงบประมาณ ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในขั้นเตรียมการเท่านั้น

ล่าสุด มีหนังสือคำสั่งจาก พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ประธานกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจริยะ ให้จัดตั้งสำนักงานเมืองอัจริยะประเทศไทย เพื่อเป็นหน่วยงานหลักประสานภาคส่วนต่างๆ เพื่อความคล่องตัวและลดข้อจำกัดอุปสรรคการพัฒนาเมืองอัจริยะ

ทั้งนี้ ถนนนิมานเหมินทร์ จ.เชียงใหม่ เป็นถนนที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาตินิยมมาท่องเที่ยว เพราะเป็นแหล่งไลฟ์สไตล์ที่ผสานกับวัฒนธรรมท้องถิ่นของเชียงใหม่ ถนนเส้นนี้จึงถูกกำหนดเป็นยุทธศาสตร์สำคัญพัฒนาเป็นย่านเมืองอัจริยะ หรือสมาร์ทซิตี้

ภาคธุรกิจปรับตัวรับสมาร์ทซิตี้

ภาคเอกชนและนักธุรกิจใน จ.เชียงใหม่ เริ่มปรับตัวเพื่อรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยว โดยนายวโรดม ปิฎกานนท์ ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ ระบุว่า จ.เชียงใหม่ จะดำเนินการให้ถนนนิมานเหมินทร์ เป็นถนนต้นแบบสมาร์ทซิตี้ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาภาคธุรกิจมีการปรับตัวและเข้าสู่ระบบดิจิทัล เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวจากประเทศจีน ทั้งระบบการซื้อขายและระบบการจ่ายเงิน

ส่วนผู้ประกอบการย่านถนนนิมานเหมินทร์ มองว่าการจะเป็นสมาร์ทซิตี้ได้นั้น นอกจากพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานแล้ว การพัฒนาระบบฐานข้อมูลให้กับผู้ประกอบการก็ถือเป็นหัวใจสำคัญ เพราะผู้ประกอบการจะสามารถคำนวณต้นทุนร้านเพื่อรองรับการบริการจากนักท่องเที่ยว

ข้อสังเกตการพัฒนาเมืองอัจฉริยะเชียงใหม่

ผศ.ปุ่น เที่ยงบูรณธรรม อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระบุว่า หัวใจสำคัญของสมาร์ทซิตี้ คือ การคิดและตัดสินใจดีขึ้นบนพื้นฐานของข้อมูล เพื่อคุณภาพชีวิตของคนในเมือง สร้างโอกาสทางธุรกิจและการเติบโตของเมือง

ผศ.ปุ่น เที่ยงบูรณธรรม

ผศ.ปุ่น เที่ยงบูรณธรรม

สำหรับปัญหาการพัฒนาสมาร์ทซิตี้ต่อไป ผศ.ปุ่น มองว่าอาจต้องเผชิญปัญหา โดยเฉพาะข้อมูลต่างๆ ที่ปัจจุบันส่วนใหญ่อยู่ในภาคเอกชนที่ค่อนข้างหวงข้อมูล เพราะมองว่าเป็นการแข่งขันด้านธุรกิจ โจทย์ใหญ่ที่ท้าทายในการเป็นเมืองสมาร์ทซิตี้คือใครที่จะเป็นตัวกลางในการดูแลข้อมูล

โดยธรรมชาติคนจะหวงข้อมูล โดยเฉพาะในยุคใหม่ข้อมูลคือน้ำมัน คือทรัพยากร คือส่วนหนึ่งของความสามารถในการแข่งขัน ดังนั้นต้องมีคนกลางที่ทุกคนไว้ใจและสามารถร่วมมือได้

สำหรับเป้าหมายเมืองอัจฉริยะ จ.เชียงใหม่ เป็นหนึ่งในพื้นที่เป้าหมายที่รัฐบาลจะใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัยและชาญฉลาด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการให้บริการและการบริหารจัดการเมือง ลดค่าใช้จ่ายและการใช้ทรัพยากรของเมือง เน้นการออกแบบที่ดีและการมีส่วนร่วมของภาคธุรกิจและภาคประชาชนในการพัฒนาเมือง ภายใต้แนวคิดการพัฒนา เมืองน่าอยู่และทันสมัย ให้ประชาชนในเมืองมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความสุขและยั่งยืน

 


สั่งย้ายตำรวจทำร้ายวัยรุ่น ในสถานบันเทิง จ.กาญจนบุรี

Tue, 11 Jun 2019 06:56:00

จากกรณีที่มีการแชร์ภาพผู้ชายคนหนึ่งถูกตำรวจทำร้ายร่างกาย ในสถานบันเทิง จ.กาญจนบุรี ล่าสุด ชายคู่กรณีที่ทำร้ายอ้างว่าเป็นตำรวจ และได้รับการลงโทษย้ายออกนอกพื้นที่ สภ.เมืองกาญจนบุรี พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง

พ.ต.อ.ธีรพงษ์ ฤทธิ์จรูญ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรี ได้สั่งการให้ ร.ต.อ.มานิต ทองเพชรพิสิษฐ์ รองสารวัตรป้องกันปราบปราม สภ.เมืองกาญจนบุรี ซึ่งเป็นชายใส่เสื้อสีน้ำเงินที่ปรากฏในคลิปและผู้ถูกกล่าวอ้างว่า เป็นผู้ที่ทำร้ายชายวัยรุ่นผู้ที่ถ่ายคลิปโดยให้ไปช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธร จ.กาญจนบุรี พร้อมให้ทำบันทึกชี้แจงเหตุการณ์ในคืนเกิดเหตุ รวมถึงตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้ว

ขณะที่ ร.ต.อ.มานิต ชี้แจงว่า ได้ไปเที่ยวสถานบันเทิงดังกล่าว และนั่งอยู่โต๊ะใกล้เคียงกับคู่กรณี แต่ไม่ได้มีปากเสียงหรือเข้าไประรานใดๆเพียงแค่เข้าไปห้ามปรามไม่ให้ก่อความวุ่นวายในร้านเท่านั้น โดยขอยืนยันว่าไม่ได้ทำร้ายร่างกายชายคนที่ถ่ายคลิปและไม่ได้มีการพกปืนข่มขู่ชายคนที่ถ่ายคลิป

ด้านนายพรหมมนัส ภูศรี อายุ 27 ปี คู่กรณีที่อ้างว่าถูกทำร้ายเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยยืนยันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคลิปเป็นเหตุการณ์จริงไม่ได้ใส่ความเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่อย่างใด

 


ชาวอุดรธานีแห่สมัครไปทำงานที่เกาหลีใต้

Mon, 10 Jun 2019 06:35:00

เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.62 ชาวจังหวัดอุดรธานีและจังหวัดใกล้เคียง เดินทางสมัครทดสอบภาษาเกาหลีและทักษะการทำงาน ที่ตึกคอมแลนมาร์คสาขา จ.อุดรธานี กันอย่างเนืองแน่น หลังกรมจัดหางานเปิดรับสมัครบุคคลที่สนใจไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้ตามระบบ EPS ประเภทงานอุตสาหกรรมการผลิต ,เกษตร ,ปศุสัตว์ และก่อสร้าง ทั่วประเทศ 4 แห่ง คือ กรุงเทพมหานคร ลำปาง นครราชสีมา และอุดรธานี ระหว่างวันที่ 7-9 มิ.ย.นี้ คาดว่าทั่วประเทศจะมีแรงงานเดินทางมาสมัครหลายหมื่นคน

นางวันวิภา โรเด ชาวบ้าน ต.นาไหม อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี บอกว่าอยากไปทำงานที่เกาหลีใต้มานานแล้วแต่ไม่มีโอกาสเพราะขาดเรื่องเงินทุน ที่ผ่านมาเคยมีคนชักชวนไปทำงานแบบลักลอบเข้าเมือง แต่ไม่กล้าไปเพราะต้องอยู่แบบหลบ ๆ ซ่อนๆ จึงตัดสินใจมาสมัครแบบไปแบบถูกกฎหมาย แม้จะสมัครครั้งแรกแต่ก็อยากมีสิทธิ์ลุ้นไปทำงานเพราะจะได้มีเงินส่งกลับมาจุนเจือครอบครัว หลังจากนี้ต้องไปฝึกภาษาเกาหลี และเตรียมตัวสอบที่จะมีขึ้นในเดือน ก.ค.นี้

นางเพชรรัตน์ สินอวย อธิบดีกรมการจัดหางาน ระบุว่า เฉพาะที่ จ.อุดรธานี คาดว่าจะมีผู้เดินทางมาสมัครไม่น้อยกว่า 10,000 คน เตือนอย่าหลงเชื่อบุคคลที่แอบอ้างว่าจะสามารถช่วยให้ได้ไปทำงานเพราะทุกอย่างต้องผ่านระบบการสอบทุกขั้นตอน

 

 


หนุ่มอุดรฯ ฮีโร่ช่วยเด็กจมน้ำ ตัวเองโดนคลื่นซัดเสียชีวิต

Mon, 10 Jun 2019 06:31:00

เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.62 ตำรวจ สภ.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งเหตุมีคนจมน้ำที่ชายหาดนางรำ โดย น.ส.จิรานุช ธรรมเมืองคุณ อายุ 37 ปี ระบุว่า นายวุฒิชัย เจริญธรรม ได้ลงไปช่วยเหลือ ด.ช.สิงหา หวังพลาย อายุ 15 ปี และ ด.ญ.สุธางรัตน์ หวังพลาย อายุ 15 ปี ที่กำลังจะจมน้ำจนสามารถช่วยเหลือได้ และได้สูญหายไปที่หาดนางรำ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

นายวุฒิชัย นำภรรยาและลูกน้อยมาเที่ยวพักผ่อนที่ชายหาด พบเห็นเหตุการณ์เด็กจมน้ำ จึงเข้าไปช่วยเหลือผลักเด็กทั้งสองคนกลับเข้าฝั่งได้อย่างปลอดภัย แต่เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้เกิดขึ้นเมื่อมีคลื่นลูกใหญ่ลูกใหม่ซัดร่างของ นายวุฒิชัยฯ ออกไปจากชายฝั่ง ถึงแม้ว่าจะพยายามว่ายน้ำเข้าฝั่ง แต่สู้เกลียวคลื่นไม่ได้และหมดแรงจมน้ำหายไปในทะเล ต่อหน้าต่อตาผู้คนที่เอาใจช่วยเป็นจำนวนมาก

ต่อมาได้มีการประสานไปยังชุดประดาน้ำหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานสัตหีบ เข้ามาช่วยกันค้นหาและพบร่างของนายวุฒิชัยฯ จมอยู่ใต้น้ำห่างจากฝั่งประมาณ 200 เมตร ขณะที่โลกโซเชียลฯได้แชร์เรื่องราวและต่างชื่นชมในความเสียสละของนายวุฒิชัยฯ ยกย่องให้เป็นวีรบุรุษของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น


ช่วยเหลือเรือหาปลาล่ม ลอยคอกลางทะเลตราด

Sun, 9 Jun 2019 16:31:00

วันนี้ (9 มิ.ย.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หัวหน้าชุดกู้ภัยทางน้ำ สมาคมกู้ภัยสว่างบุญช่วยเหลือธรรมสถานตราด นำกำลังชุดประดาน้ำ10 นาย ช่วยกู้ซากเรือหาปลาของนายสุวิทย์ ลาภวิไล ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 8 ต.เขาสมิง อ.เขาสมิง จ.ตราด และนายอนุรักษ์ ทับทิม บริเวณทะเลบ้านสะพานหิน ต.แหลมกลัด อ.เมืองตราด

หลังเมื่อคืนที่ผ่านมา (8 มิ.ย.) เกิดพายุคลื่นลมแรงและฝนตก ทำให้เรือหาปลาล่ม ส่งผลให้นายสุวิทย์และนายอนุรักษ์ต้องลอยคออยู่ในทะเลนานถึง 12 ชั่วโมง กระทั่งเวลา 06.00 น. นายชะติ หินขาว ชาวประมงพื้นบ้านสะพานหิน ขับเรือออกจากฝั่งไปกู้อวนปูและพบทั้ง 2 คนเกาะถังน้ำลอยคออยู่ จึงช่วยนำขึ้นเรือ ก่อนนำตัวกลับขึ้นฝั่งไปพักและแจ้งขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่เพื่อนำกำลังช่วยกู้ซากเรือ

 

นายสุวิทย์ ลาภวิไล เล่าว่า ขณะกำลังกลับจากหาปลา เรือเกิดขวางคลื่น ทำให้คลื่นขนาดใหญ่ซัดเรือพลิก ตนเองและนายสุวิทย์ตกจากเรือ จึงคว้าเชือกเรือมัดติดกับถังไฟเบอร์ใส่น้ำแข็งและพยายามประคองตัวจับถังไฟเบอร์ พร้อมทั้งเกาะเชือกไว้ตลอดทั้งคืน จนกระทั่งได้รับการช่วยเหลือ

ขณะที่นักประดาน้ำดำน้ำลงไปใช้เชือกผูกกับตัวเรือ เพื่อลากเรือขึ้นจากน้ำและช่วยกันดำน้ำหาเครื่องเรือที่หลุดจมลงใต้น้ำ โดยใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง จึงสามารถนำเครื่องเรือขึ้นจากใต้น้ำได้และช่วยกันลากเรือเข้าฝั่งได้สำเร็จ

 


ตร.บุรีรัมย์ ไม่ห้ามจัดการแสดง "รถแห่" แต่ต้องขออนุญาตก่อน

Sat, 8 Jun 2019 19:38:00

กรณีสื่อสังคมออนไลน์แชร์ภาพหนังสือคำสั่งภายในของสถานีตำรวจภูธรประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ เนื้อหาส่วนหนึ่ง ระบุว่า มีข้อสั่งการจากผู้บังคับบัญชาจากตำรวจ และตำรวจภูธรภาค 3 ห้ามจัดกิจกรรมมหกรรมรถแห่ และให้มีรถแห่งานรื่นเริงและงานมหรสพต่างๆ ในพื้นที่โดยเด็ดขาด หากตรวจพบเจอให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ และบังคับใช้กฎหมายอย่างเฉียบขาด ทำให้มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ขณะที่กลุ่มผู้ประกอบการรถแห่เครื่องเสียง ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งนี้ เพราะส่งผลกระทบต่ออาชีพ และมองว่าเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ

ล่าสุด พ.ต.อ.รุทธพล เนาวรัตน์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ ระบุว่า ยังไม่มีคำสั่งห้าม แต่ให้ตำรวจควบคุมการจัดงานบุญประเพณีที่ว่าจ้างรถแห่มาแสดงและตรวจสอบรถแห่ดนตรีหรือรถหกล้อติดตั้งลำโพง เพื่อวางมาตรการรักษาความปลอดภัย เนื่องจากเกิดเหตุทะเลาะวิวาทบ่อยครั้ง

สำหรับการขออนุญาตจัดงานบุญว่างจ้างรถแห่ หรือขออนุญาตใช้เสียงให้ถูกต้อง จากสำนักงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและแจ้งตำรวจในพื้นที่ ทั้งรายละเอียดการจัดงาน จำนวนผู้เข้าร่วม เพื่อจัดหาเจ้าหน้าที่ ทั้ง ตำรวจ ทหาร อปพร.และตำรวจบ้าน ให้เพียงพอดูแล ป้องกันเหตุทะเลาะวิวาท

 


บุกยึดไม้หวงห้ามแปรรูป 200 แผ่น ซุกบ้านพักบึงกาฬ

Tue, 4 Jun 2019 06:27:00

เมื่อวันที่ 3 มิ.ย.62 เจ้าหน้าที่ชุดพญาเสือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกับทหารชุดปฏิบัติการพิเศษรอยต่อ 3 จังหวัดกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติภูลังกา หน่วยป้องกันและรักษาป่าที่ บก1 บึงกาฬ ทหารพรานที่ 2106 หน่วยเรือ นรข.บ้านแพง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 172 หมู่ 2 บ้านดงสรวง ต.ดงบัง อ.บึงโขงหลง ตรวจยึดไม้พะยูงที่ซุกซ่อนอยู่ภายในห้องน้ำบ้านพักหลังหนึ่งและภายในรถยนต์เก๋ง

 

หลังหน่วยพญาเสือได้ติดตามขบวนการค้าไม้พะยูงที่ลักลอบนำไม้จากพื้นที่ป่าใน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา มาซุกซ่อนไว้ในบ้านหลังดังกล่าว ซึ่งมีนายจำนงค์ จิตมาตย์ ชาว จ.อุดรธานี รับเป็นเจ้าของบ้าน เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดนำของกลางและผู้ต้องหามาสอบสวนที่ หน่วยอุทยานแห่งชาติภูลังกา อ.บ้านแพง จ.นครพนม

 

จากการตรวจนับไม้ของกลางเป็นไม้พะยูงและไม้ชิงชัน ทั้งแบบแผ่นและแบบท่อน จำนวนกว่า 200 แผ่น ส่วนผู้ต้องหาอ้างเป็นเพียงคนรับจ้างฝากไม้ไว้เท่านั้น โดยจะได้ค่าจ้างครั้งละ 5,000 บาท แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากเฝ้าติดตามพฤติกรรมมานานแล้ว จึงควบคุมตัวไปสอบสวนและเตรียมส่งเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 


นายอำเภอโนนสัง สั่งทุกหมู่บ้านยุติจัดงาน "บุญบั้งไฟ"

Mon, 3 Jun 2019 12:34:00

วันนี้ (3 มิ.ย.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุบั้งไฟเกิดระเบิดขณะร่วมงานประเพณีบุญบั้งไฟ ที่สนามห้วยหินลาด บ้านหนองเหมือดแอ่ ต.หนองเรือ อ.โนนสัง จ.หนองบัวลำภู เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน ทราบชื่อ คือ นายหนูฤทธิ์ ชัยสิงห์ และมีผู้บาดเจ็บกว่า 10 คน เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (2 มิ.ย.)

ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ขณะที่ชาวบ้านจำนวนมากไปรอชมการจุดบั้งไฟอยู่นั้น เซียนบั้งไฟที่เตรียมจะนำบั้งไฟขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน 3 นิ้ว หรือ "บั้งไฟหมื่น" ขึ้นจุด ได้ล้างบั้งไฟ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า ล้างหางบั้งไฟ เพื่อให้บั้งไฟขึ้นอยู่บนท้องฟ้าได้นาน โดยจะใช้เหล็กเส้นขนาดเล็กแหย่เข้าไปในรูบั้งไฟที่มีดินปืนจนเกิดการจุดระเบิด ทำให้บั้งไฟพุ่งใส่ผู้คนที่อยู่บริเวณใกล้เคียงในลักษณะแนวราบ

หลังเกิดเหตุ นายพิทักษ์ พิศสิริวัฒนสุทธิ์ นายอำเภอโนนสัง สั่งการให้ทุกหมู่บ้านที่ขออนุญาตจุดบั้งไฟยุติการจุดบั้งไฟ หากหมู่บ้านใดยังจุดบั้งไฟถือว่าเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนคำสั่งและมีความผิดตามกฎหมาย

ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสบางส่วนยังคงพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลหนองบัวลำภู ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยและเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลโนนสังและใกล้เคียง อาการเริ่มดีขึ้นและแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว

เอาผิด คนจุดบั้งไฟ-ผู้เกี่ยวข้อง 

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. ระบุว่า พนักงานสอบสวน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานและผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันเดินทางไปตรวจสถานที่เกิดเหตุ ร่วมกับแพทย์ทำการขันสูตรพลิกศพผู้เสียชีวิต และได้สอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์เบื้องต้นเอาไว้แล้ว สำหรับผู้จุดบั้งไฟดังกล่าว มีความผิดฐาน “กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายหรือได้รับบาดเจ็บ” ซึ่งพนักงานสอบสวนจะรวบรวมหลักฐาน ผลการตรวจพิสูจน์ จากนั้นจึงจะเรียกผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำความผิดมารับทราบข้อกล่าวหาเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สำหรับพื้นที่ที่จัดให้มีการจุดบั้งไฟเนื่องในงานประเพณี ควรมีการขออนุญาตต่อเจ้าหน้าฝ่ายปกครอง ให้ถูกต้องและต้องขออนุญาตก่อนจัดงาน 7 วัน เพื่อที่ท่าอากาศยานจะได้แจ้งให้กับสายการบินและนักบินได้รับทราบ ซึ่งหากไม่มีการขออนุญาตอย่างถูกต้องและมีการตรวจพบก็จะถูกดำเนินคดีตามคำสั่ง คสช. ที่ 27/2559 มีอัตราโทษจำคุก 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ขณะเดียวกันพื้นที่โดยรอบสนามบินในระดับของการขึ้น-ลงอากาศยาน 15 กิโลเมตร ตามการจัดการจราจรทางอากาศนั้นไม่อนุญาตให้จุดบั้งไฟอย่างเด็ดขาด

 

พ.ต.อ.กฤษณะ ระบุว่า ขอความร่วมมือประชาชนให้ระมัดระวังการจุดพลุ บั้งไฟ รวมไปถึงประชาชนที่เข้าชมประเพณีดังกล่าวด้วย โดยเฉพาะเรื่องขนาดของบั้งไฟที่กำหนด จำนวนการปล่อยบั้งไฟที่ได้รับอนุญาต

ประชาชนต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา ดูแล ตักเตือน ซึ่งกันและกัน

อีกทั้งห้ามไม่ให้มีการเล่นการพนันบั้งไฟโดยเด็ดขาด หากมีผู้ใดฝ่าฝืน เจ้าหน้าที่ตำรวจจะร่วมกับฝ่ายปกครอง ทหาร สั่งยุติกิจกรรมและดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาด

นอกจากนี้ ขอกำชับไปยังผู้ที่มีหน้าที่ในการควบคุมดูแลในการจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟในทุกพื้นที่ ขอให้มีมาตรการในการรักษาความปลอดภัย เพื่อป้องกันอุบัติเหตุหรือภยันตรายต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นกับประชาชนหรือนักท่องเที่ยวที่เข้ามาร่วมงานประเพณีบุญบั้งไฟ รวมทั้งให้มีแผนรองรับในการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ การปฐมพยาบาลเบื้องต้นและการลำเลียงไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลต่อไป

 

 


ตำรวจช่วยเหลือ "เด่น ดอกประดู่" หลังมาหางานทำที่ จ.ขอนแก่น

Sun, 2 Jun 2019 19:00:00

วันนี้ (2 มิ.ย.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แพทย์และพยาบาลโรงพยาบาลศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น ตรวจสุขภาพ เด่น ดอกประดู่ หรือ นายบรรพต วีระรัฐ ดาราตลกอาวุโสชื่อดัง ที่สถานีตำรวจท่องเที่ยว จ.ขอนแก่น หลังมีผู้พบ เด่น ดอกประดู่ ที่สถานีขนส่ง จ.ขอนแก่น ในสภาพอิดโรยและมีกระเป๋าสัมภาระจำนวนมาก ก่อนจะมีผู้นำภาพไปโพสต์ในสื่อสังคมออนไลน์ ทำให้ผู้ทราบข่าวแสดงความเป็นห่วง และอยากช่วยเหลือจำนวนมาก

 

 

 

เด่น ดอกประดู่ เปิดเผยว่า เดินทางมาจากกรุงเทพมหานคร ด้วยรถโดยสารประจำทาง ตั้งใจจะมาหางานทำด้วยความสามารถที่ตัวเองถนัด คือการแสดงตลกตามร้านอาหาร และสถานที่ต่างๆ และเลือกเดินทางมาที่ จ.ขอนแก่น เพราะเห็นว่าเป็นเมืองใหญ่ และน่าจะหางานทำได้ ซึ่งที่ผ่านมา ไม่มีงานแสดงมานาน 5-6 ปี ทำให้ไม่มีรายได้ จึงมีปัญหากับครอบครัวและตัดสินใจออกจากบ้าน เพื่อมาหางานทำ

 

 

 

ด้าน ร.ต.อ.โกศล รัตนศุโกศล รองสารวัตรสถานีตำรวจท่องเที่ยวขอนแก่น กล่าวว่า ได้รับ เด่น ดอกประดู่ มาดูแลและให้การช่วยเหลือเบื้องต้น ซึ่งจากการพูดคุยพบว่ามีสภาพอิดโรย จึงให้แพทย์ตรวจสุขภาพ พร้อมติดต่อญาติที่กรุงเทพมหานครเพื่อให้รับทราบ เบื้องต้น ดาราตลกอาวุโสต้องการหางานทำ ตำรวจจึงประสานงานกับผู้ประกอบการ ซึ่งขณะนี้มี 2 รายที่ติดต่อเข้ามา คือร้านชาบูใน จ.ขอนแก่น และสวนเกษตรอินทรีย์ใน จ.กาฬสินธุ์