สถานีประชาชนจัดเติมฝันปันรอยยิ้มให้เด็กในถิ่นทุรกันดาร

Tue, 21 Jan 2020 13:38:00

วันนี้ (21 ม.ค.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 18 ม.ค.2563 ที่ผ่านมา รายการร้องทุกข์ลงป้ายนี้ และรายการสถานีประชาชน จัดกิจกรรมเติมฝันปันรอยยิ้ม แบ่งปันความสุขให้น้องๆ นักเรียน ที่โรงเรียนบ้านองสิต อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี พร้อมกับมอบอุปกรณ์กีฬา อุปกรณ์การเรียน ของเล่นเสริมสร้างทักษะ ผ้าห่มกันหนาวและเลี้ยงอาหารกลางวัน รวมไปถึงจัดกิจกรรมสันทนาการสร้างสีสันความสนุกสนานให้เด็กๆได้มีส่วนร่วมและแสดงออกอย่างเต็มที่ 

 


ส่วนกลุ่มจิตอาสาที่ไปร่วมจัดกิจกรรมวันเด็กครั้งนี้ ต่างทำกิจกรรมสนุกสนานกับเด็กๆ เหมือนกับปีที่ผ่านมา

 


กิจกรรมครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจาก

1.มูลนิธิไทยพีบีเอส มอบผ้าห่มกันหนาว จำนวน  200 ผืน พร้อมสื่อการเรียนการสอนและอุปกรณ์กีฬา   

2.ฝ่ายประชาสัมพันธ์ไทยพีบีเอส มอบกระบอกน้ำ จำนวน 150 ชุด และหนังสือสอนศิลป์

2.รายการสถานีประชาชน มอบตุ๊กตาและเงินที่ได้จากการจัดกิจกรรมวันเด็กไทยพีบีเอส จำนวน 13,100 บาท ให้เป็นทุนอาหารกลางวันเด็กนักเรียน

4.กรมเจ้าท่า มอบรถจักรยาน  4 คัน

5.เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ

6.ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม

7.สภาเด็กและเยาวชนจังหวัดกาญจนบุรี

8.กลุ่มชุมสหาย มหาวิทยาลัยรามคำแหง

และผู้มีจิตศรัทธาทุกท่าน ที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการจัดกิจกรรมวันเด็กที่โรงเรียนบ้านองสิตในครั้งนี้

 

 


โรงเรียนบ้านองสิต สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 เปิดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล1 จนถึงประถมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียน 120 คน ครูผู้สอน 11 คน เป็นโรงเรียนขนาดเล็กที่ยังขาดแคลนสื่อการเรียนการสอนหลายอย่าง


หลายพื้นที่ในอ่างทอง ยังเผาซังข้าวไม่เลิก ค่าฝุ่นขยับสูงขึ้น

Tue, 21 Jan 2020 11:17:00

วันนี้ (21 ม.ค.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ยังพบการเผาตอซังข้าวในพื้นที่นาหลายแห่งใน ต.อินทประมูล และ ต.บ่อแร่ อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง ทำให้เกิดควันและฝุ่นคลุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ

แม้ว่าตั้งแต่ปลายเดือนธ.ค.2562 ที่ผ่านมา ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง จะออกคำสั่งห้ามเผาครอบคลุมทั้งจังหวัด และให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีกับผู้ที่เผาทันที แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถจับกุมใครดำเนินคดีได้ เพราะผู้ที่ทำการเผาพื้นที่ทางการเกษตร โดยเฉพาะนาข้าวมักลักลอบเผาตอซังข้าวในเวลากลางคืน ทำให้เกิดฝุ่นละอองจำนวนมาก สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนและก่อมลพิษให้กับสภาพแวดล้อมเป็นอย่างมาก

 

ขณะที่เมื่อเช้าที่ผ่านมา พบว่า ในหลายพื้นที่ของ จ.อ่างทอง มีฝุ่นละอองขนาดเล็กปกคลุมทั่วบริเวณเช่นที่วัดม่วง ต.หัวตะพาน อ.วิเศษชัยชาญ ฝุ่นละอองค่อนข้างหนาจนมองแทบไม่เห็นองค์หลวงพ่อใหญ่พระประธานของวัด โดยวัดค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5ไมครอน ได้ที่ 70.2 มคก./ลบ.ม.ซึ่งต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ต้องงดเว้นกิจกรรมกลางแจ้ง

 

ส่วนที่เมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี แม้จะเป็นพื้นที่ติดชายทะเล แต่มีฝุ่นละอองขนาดเล็กปกคลุมทั่วบริเวณเช่นกัน โดยวัดค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ไมครอนได้ที่ 60 มคก./ลบ.ม. ซึ่งนายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา มอบหมายให้เจ้าหน้าที่เมืองพัทยาออกประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่พักอาศัยในเมืองพัทยาสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ออกจากบ้านแล้ว

ขณะที่ จ.สระแก้ว หลังผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ออกคำสั่งห้ามเผา และหากพบว่า ผู้ใดฝ่าฝืนจะดำเนินคดีสถานหนักในทุกข้อหา โดยเฉพาะทำให้เสียทรัพย์มีโทษสูงสุดจำคุก 7 ปี และปรับ 1 แสนบาท พบว่าเช้าวันนี้ (21 ม.ค.63) ฝุ่นละอองขนาดเล็กที่เคยปกคลุมค่อนข้างหนาแน่นลดจำนวนลงจนดูบางตา แต่ยังคงวัดค่า PM 2.5 ไมครอน ได้ 67 มคก./ลบ.ม. ใน อ.อรัญประเทศ ซึ่งยังอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ


ระทึก! เรือล่มกลางเขื่อนสิริกิติ์ พบศพแล้ว 4 ค้นหาอีก 1 คน

Mon, 20 Jan 2020 14:05:00

วันนี้ (20 ม.ค.2563) เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. เกิดอุบัติเหตุเรือโดยสารชนตอไม้พลิกคว่ำ ภายในอ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์ อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ ซึ่งเรือโดยสารลำดังกล่าวมีผู้โดยสารและคนขับเรือรวมทั้งหมด 11 คน

หลังเกิดเหตุ นายธนากร อึ้งจิตรไพศาล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ ลงพื้นที่ตรวจสอบ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ อาสากู้ภัย และแพทย์เวรโรงพยาบาล เร่งให้การช่วยเหลือผู้รอดชีวิต 6 คน เบื้องต้นมีรายงานว่าพบผู้เสียชีวิตแล้ว 1 คน ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งค้นหาผู้สูญหายอีก 4 คน

 

จากการสอบถามผู้รอดชีวิต ทราบว่าเรือโดยสารลำดังกล่าวเดินทางมาจากหมู่บ้านห้วยต้า ต.นางพญา อ.ท่าปลา เพื่อนำสินค้าและผู้โดยสารมาส่งที่ฝั่งบ้านท่าเรือ เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุบริเวณระหว่างเกาะเม่นและเกาะเต่า เรือได้ชนกับตอไม้จนเสียการทรงตัวและพลิกคว่ำ

ขณะที่ผู้อำนวยการเจ้าท่าภูมิภาค สาขาแพร่ คาดว่าสาเหตุอาจเป็นเพราะน้ำในเขื่อนลดลงมาก และคนขับอาจจะหลงร่องน้ำ จึงทำให้ชนตอไม้ใต้น้ำ ขณะเดียวกันตรวจสอบพบว่าเรือลำดังกล่าวจดทะเบียนเป็นเรือบรรทุกสินค้า แต่ทะเบียนเรือขาดต่ออายุตั้งแต่เดือน พ.ค.2562

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุด (15.45 น.) เจ้าหน้าที่พบศพผู้เสียชีวิตแล้ว 4 คน เหลืออีก 1 คน ที่ยังไม่พบ

 


ชุมชนตัวอย่างแกัปัญหาไฟป่าฝุ่นควัน จ.ลำปาง

Mon, 20 Jan 2020 12:07:00

วันนี้ (20 ม.ค.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทุกปีในช่วงเดือนมกราคม ชาวบ้านต้นต้อง หมู่ 5 ต.พิชัย อ.เมือง จ.ลำปาง จะร่วมกับผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทำแนวกันไฟป่า เพื่อรักษาป่าของชุมชนเอาไว้ แม้จะมีระยะทางที่ต้องทำแนวกันไฟยาวกว่า 8 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่กว่า 1 พัน 500 ไร่ แต่ทุกคนก็ร่วมใจ

 

 

น.ส.ยุพิน ด้วงคำฟู ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านต้นต้อง หมู่ 5 ต.พิชัย อ.เมืองลำปาง เปิดเผยว่า นอกจากทำแนวกันไฟ ชาวบ้านยังจัดเวรยามเข้าไปดูแลโดยไม่ต้องใช้เงินจ้าง ทำให้ป่าชุมชนบ้านต้นต้อง ไม่เคยเกิดไฟป่ามาตั้งแต่ปี 2550 ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของฝุ่นควัน จนกลายเป็นชุมชนตัวอย่างในการอนุรักษ์ป่าของ จ.ลำปาง

 

 

นายมานิตย์ อุ่นเครือ นายก อบต.พิชัย อ.เมือง จ.ลำปาง ระบุว่า ความสำเร็จในการอนุรักษ์ป่าชุมชน ชาวบ้านในพื้นที่เองต้องตระหนัก และเห็นคุณค่าก่อน ที่ผ่านมาไม่เคยสั่งห้ามไม่ให้ชาวบ้านเข้าป่า แต่เมื่อเข้าไปแล้วต้องคอยสอดส่องดูแลเป็นหูเป็นตา เพราะป่าแห่งนี้ถือเป็นแหล่งอาหารสำคัญที่ชาวบ้านสามารถเข้าไปหาได้ตลอดเวลา เมื่อช่วยกันดูแล และปกป้อง ปัญหาไฟป่าก็จะไม่เกิดขึ้น หลังร่วมกันอนุรักษ์มานานกว่า 10 ปี ขณะนี้ต้นไม้มีขนาดใหญ่ และมีน้ำตลอดทั้งปี

 

 

หลังประสบความสำเร็จในการป้องกัน และอนุรักษ์ป่าชุมชน ขณะนี้ชาวบ้านต้นต้อง ยังขออนุญาตเจ้าหน้าที่เข้าไปดูแล และทำแนวกันไฟในเขตป่าสงวนอีกกว่า 1 พัน 200 ไร่ด้วย แม้ทุกปีพื้นที่โดยรอบจะถูกไฟป่าไหม้ทำให้ป่าเสียหายจำนวนมาก แต่ชาวบ้านยังมั่นใจว่าปีนี้จะสามารถป้องกันไฟป่าได้ จากความร่วมมือร่วมใจของชุมชน

 


เรียกร้องหยุดเผาไร่อ้อยใน จ.สระแก้ว

Mon, 20 Jan 2020 10:58:00

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

คพ.ตอบ "โจอี้ บอย" ไม่นิ่งนอนใจแก้ฝุ่น PM2.5

เช้านี้ ฝุ่น PM2.5 เกินมาตรฐานหลายพื้นที่ หนักสุดริมถนนสามเสน

เตือน! ผู้ปกครองดูแลเด็ก "กลุ่มเสี่ยง" ช่วงฝุ่นพิษเกินมาตรฐาน

โซเชียลเดือด! กระทุ้งรัฐเร่งสางฝุ่นพิษ - แนะกทม.ปิดโรงเรียน

เมื่อคืนที่ผ่านมา (19 ม.ค.63) พบมีการลักลอบเผาไร่อ้อยหลายจุดใน อ.วังสมบูรณ์ จ.สระแก้ว โดยเฉพาะที่บ้านศรีทอง หมู่ 2 ตำบลวังใหม่ ห่างจากถนนทางเข้าหมู่บ้านประมาณ 1 กม. ชายวัยทำงาน 2 คน ช่วยกันจุดไฟเผาและคอยควบคุมไม่ให้ไฟลุกลามไปยังพื้นที่อื่น

โดยเปลวเพลิงที่ลุกไหม้อย่างรุนแรงเพราะการจุดไฟเผาไร่อ้อยครั้งนี้ทำให้เกิดควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก รวมถึงเศษเถ้าจากการเผาลอยคลุ้งปกคลุมไปทั่วบริเวณ ซึ่งผู้ที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้กับจุดที่มีการเผาหลายคนไม่เห็นด้วย และต้องการให้ชาวไร่อ้อยหยุดเผา เพราะได้รับผลกระทบจากการเผา ซึ่งไม่ใช่เฉพาะฝุ่นและควัน แต่พืชผลทางการเกษตรที่ปลูกไว้ในแปลงที่มีพื้นที่ติดกันได้รับความเสียหายด้วย

 

นายแก้ว นิลละออ เจ้าของสวนยูคาลิปตัส ซึ่งมีพื้นที่ติดกับไร่อ้อยแห่งหนึ่ง ใน อ.เขาฉกรรจ์ จ.สระแก้ว ซึ่งต้นยูคาลิปตัส 700 ต้น ซึ่งปลูกในที่ดินเกือบ 2 ไร่ เสียหาย เพราะไฟที่เกิดจากการเผาไร่อ้อยซึ่งอยู่ติดกันลามไหม้ เรียกร้องให้มีการยุติการเผาไร่อ้อยโดยเร่งด่วน เพราะสร้างความเดือดร้อน ทั้งทำให้เกิดปัญหาฝุ่นคลุ้งปกคลุมทั่วบริเวณ และสร้างความเสียหายให้กับแปลงเกษตรของผู้อื่น ซึ่งได้แจ้งความกับตำรวจ สภ.เขาฉกรรจ์ ให้ดำเนินคดีแล้ว

ผู้ที่ได้รับผลกระทบ ยืนยันว่า การเผาไร่อ้อยในจังหวัดสระแก้วเกิดขึ้นแทบทุกคืนนานมาแล้วเกือบ 2 สัปดาห์ แต่ยังไม่มีหน่วยงานใดออกประกาศเตือนหรือมีคำสั่งห้ามเผา ขณะที่พื้นที่ปลูกอ้อยใน 6 อำเภอของ จ.สระแก้ว คือวัฒนานคร คลองหาด วังสมบูรณ์ วังน้ำเย็น อรัญประเทศ และอ.เมืองสระแก้ว มีพื้นที่ปลูกอ้อยรวมกันกว่า 5 แสนไร่ หากมีการเผาอ้อยทุกคืนเกรงจะเกิดมลพิษในพื้นที่ จึงต้องการให้เจ้าหน้าที่หามาตรการในการควบคุมไม่ให้มีการเผาไร่อ้อยในพื้นที่โดยเร็ว



ขณะที่เช้าของวันนี้ (20 ม.ค.63) ยังคงมีฝุ่นละอองขนาดเล็กปกคลุมในหลายพื้นที่ของ จ.สระแก้ว โดยวัดค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ไมครอน ที่ อ.อรัญประเทศ ได้ท 73 มคก./ลบม. ซึ่งอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ


ศุลกากรจ่อชง ครม.สัญจร เคาะแพจเกจพัฒนาด่านชายแดนใต้

Sun, 19 Jan 2020 20:12:00

วันนี้ (19 ม.ค.2563) นายจักกฤช อุเทนสุต นายด่านศุลกากรสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เปิดเผยว่า ด่านสุไหงโก-ลก มีมูลค่าการนำเข้า-ส่งออกปีละ 3,200 ล้านบาท แต่ถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปี 2562 ทำให้ตัวเลขปรับลดลงอยู่ที่ 2,900 ล้านบาท โดยสินค้าหลักร้อยละ 80 เป็นสินค้านำเข้าจากมาเลเซีย จำพวกไม้แปรรูปและอาหารทะเล ขณะที่ไทยมีสินค้าส่งออก อาทิ แป้ง น้ำยางพารา ส่งออกไปมาเลเซีย อยู่ที่ประมาณ 400 ล้านบาทต่อปี

ซึ่งขณะนี้ภาพรวมเศรษฐกิจของ อ.สุไหงโก-ลก ลดต่ำลงจากปีก่อนๆ ส่วนหนึ่งอาจมาจากปัจจัยด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินและภาวะทางเศรษฐกิจ โดยเห็นได้จากการนำเข้าไม้แปรรูปลดลงประมาณร้อยละ 50 นอกจากนี้ยังมีเรื่องปริมาณการผลิตและความต้องการสินค้าในภาพรวมที่ปรับลดลง ซึ่งเป็นผลมาจากเศรษฐกิจของโลกไม่ว่าจะเป็นเรื่องสงครามการค้า หรือความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน

ส่วนปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อการค้าชายแดนสุไหงโก-ลก โดยเฉพาะทางด้านจิตใจ ขณะที่ชายแดนติดกับรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย ไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เพราะประชาชนทั้ง 2 ประเทศมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด ทำให้ยังมีการติดต่อค้าขายระดับชุมชน

เสนอตั้งร้านค้าปลอดภาษีกระตุ้นเศรษฐกิจ

นายจักกฤช กล่าวอีกว่า การประชุม ครม.สัญจรที่ จ.นราธิวาส ในวันที่ 20-21 ม.ค.นี้ ศอ.บต.จะเสนอแพกเกจโครงการเพื่อพัฒนาพื้นที่ เช่น การสร้างถนนไฮเวย์ จากสุไหงโก-ลก ไปยัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ส่งเสริมศักยภาพด่านจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมเตรียมเสนอจัดตั้งร้านค้าปลอดภาษี วงเงินไม่เกิน 20,000 บาท โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในอำเภอชายแดน ขณะเดียวกันการจัดประชุม ครม.สัญจร จะสร้างความเชื่อมั่นในพื้นที่ โดยตั้งแต่รัฐบาล คสช.จนถึงรัฐบาลนี้ ภาพรวมสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ดีขึ้น เหตุความรุนแรงลดลง

พร้อมมั่นใจว่าด่านศุลกากรสุไหงโก-ลก ยังทำงานด้านความมั่นคงควบคู่กับการอำนวยความสะดวกด้านการค้า ซึ่งผู้ที่ผ่านเข้า-ออกด่านศุลกากรสุไหงโก-ลก เมื่อผ่านขั้นตอนการตรวจสอบของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแล้ว ก็จะต้องผ่านเครื่องเอ็กซเรย์ทั้งหมด ซึ่งเป็นสิ่งที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้

 

 


ตรวจสอบชายอ้างตัวเป็น "หมอดึงมะเร็ง"

Sat, 18 Jan 2020 16:05:00

วันนี้ (18 ม.ค.2563) ตำรวจ พร้อมด้วย อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน และผู้ใหญ่บ้าน ลงพื้นที่บ้านที่ผู้อ้างตัวเป็นแพทย์พื้นบ้าน สามารถรักษาโรคมะเร็ง ด้วยการใช้เข็มเย็บผ้าและแหนบถอนขน ที่บ้านท่าแดง ต.เกาะหวาย อ.ปากพลี จ.นครนายก แต่ไม่พบตัวและบ้านถูกปิดไว้

 

นายวัลลภ ธัญญะวุฒิศิริ ผู้ใหญ่บ้าน ให้ข้อมูลว่า ชายคนนี้ได้ทำการรักษามานาน 10 ปี แต่ไม่มีการยืนยันจากผู้เข้ารับการรักษาว่า หายจริงหรือไม่ โดยวิธีการรักษาจะใช้การนวด ใช้เข็มเย็บผ้าสะกิด และแหนบดึงเส้นขน บริเวณที่มีอาการโดยผู้เข้ารับการรักษา ส่วนใหญ่เป็นคนนอกพื้นที่ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ จะเข้าตรวจสอบบ้านที่ถูกใช้เพื่อการรักษาอีกครั้ง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 

เตือนมิจฉาชีพอ้างตัวเป็น "หมอดึงมะเร็ง"


ไฟไหม้ป่าราชบุรีเผาพื้นที่ 700 ไร่ จนท.เจ็บ 1 คน

Fri, 17 Jan 2020 17:07:00

วันนี้ (17 ม.ค.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดไฟป่าบริเวณหุบเขาบ้านตากแดด หมู่ 2 ต.ยางหัก อ.ปากท่อง จ.ราชบุรี ซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี จากการตรวจสอบพบว่าต้นเพลิงมาจากบริเวณหมู่ที่ 1 บ้านวังปลาช่อน ซึ่งเป็นพื้นที่ติดต่อกัน

เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ รบ.3 (พุยาง) ได้ประสานหน่วยงานท้องถิ่น เครือข่ายป่าชุมชนบ้านตากแดด และชาวบ้าน ให้ช่วยกันดับไฟป่าและทำแนวกันไฟไม่ให้ไฟลุกลาม แต่สภาพพื้นที่บางจุดเป็นภูเขาสูงชัน มีลมพัดแรง ทำให้ไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันมีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 1 คน ถูกกิ่งไม้เกี่ยวแขนซ้ายจนเป็นแผลลึก จึงได้นำตัวส่งโรงพยาบาลปากท่อ

 

นายสุชาติ บัวบาง หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ รบ.3 (พุยาง) เปิดเผยว่า พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าไผ่รวกและป่าไม้เบญจพรรณ ได้รับความเสียหายประมาณ 700 ไร่ และมีสัตว์จำนวนมากหนีตายเพื่อเอาชีวิตรอด อย่างไรก็ตามได้ขอรับบริจาคเครื่องเป่าลม ซึ่งเป็นอุปกรณ์ดับไฟป่าที่มีประสิทธิภาพ โดย 1 เครื่องสามารถใช้งานได้เท่ากับแรงงานคนถึง 10 คน ขณะนี้ที่หน่วยฯ มีเพียง 3 เครื่อง ซึ่งหากมีมาเพิ่มก็จะสามารถช่วยให้ดับไฟป่าได้ทันเวลา

 


ชลประทานที่ 8 มั่นใจมีน้ำอุปโภคบริโภคเพียงพอ

Fri, 17 Jan 2020 12:02:00

วันนี้ (17 ม.ค.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำในเขื่อนหลักทั้ง 5 แห่งของสำนักงานชลประทานที่ 8 นครราชสีมา ทั้งเขื่อนลำพระเพลิง เขื่อนลำแชะ เขื่อนมูลบน เขื่อนลำตะคอง และเขื่อนลำนางรอง ขณะนี้เหลือน้ำใช้การเพียงร้อยละ 30

 

เขื่อนลำพระเพลิง

เขื่อนลำพระเพลิง

ปริมาณน้ำในเขื่อนที่ลดลงต่อเนื่อง ทำให้ต้องมีมาตรการบริหารจัดการน้ำอย่างเข้มงวด เพื่อไม่ให้กระทบต่อน้ำอุปโภคบริโภค ปีนี้ได้ประชุมหารือร่วมกับกลุ่มผู้ใช้น้ำ หรือ เจเอ็มซี ตามลุ่มน้ำสาขาต่างๆ ให้งดเพาะปลูกข้าวนาปรังโดยเด็ดขาด แต่ยังพบว่ามีชาวนาในบางพื้นที่ลักลอบปลูกข้าวนาปรัง

 

 

ขณะที่นายเกียรติศักดิ์ หนูแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 8 นครราชสีมา ยืนยันว่ามีน้ำเพียงพอไปจนถึงต้นฤดูฝน

ผู้ว่าฯ อุบลฯ ตั้งศูนย์บัญชาการรับมือภัยแล้ง

ส่วนสถานการณ์น้ำแม่น้ำชี ช่วงไหลผ่าน ต.แดงหม้อ อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี สายน้ำลดลงและขาดเป็นช่วงๆ จนเห็นสันดอนทรายกลางลำน้ำ และแม้ว่าชาวนาจะอยู่ใกล้กับแม่น้ำ แต่ต้องงดเพาะปลูกข้าวนาปรัง เพื่อเสี่ยงจะขาดน้ำในช่วงใกล้เก็บเกี่ยว

 


ขณะที่นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ตั้งศูนย์บัญชาการรับมือภัยแล้ง หลังพบว่าลำน้ำสาขาของแม่น้ำชีและแม่น้ำมูล หลายสายเริ่มลดลง โดยขณะนี้ได้แบ่งการรับมือไว้ 3 ระดับ คือจัดหาแหล่งน้ำให้เพียงพอในการใช้บริโภค โดยเฉพาะตามสถานพยาบาลต้องมีการสำรองน้ำใช้ไม่ให้ขาดแคลนอย่างเด็ดขาด จัดรถบรรทุกน้ำสนับสนุนพื้นที่ขาดแคลนอย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน พร้อมจัดการรณรงค์เรื่องการประหยัดน้ำ

 

 


อ่างเก็บน้ำบางเหนียวดำ จ.ภูเก็ต แห้งขอด

Fri, 17 Jan 2020 10:01:00

วันนี้ (16 ม.ค.2563) สภาพอ่างเก็บน้ำบางเหนียวดำ ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ขณะนี้น้ำแห้งขอดในหลายจุด มีน้ำเหลือเพียงร้อยละ 6 ของความจุอ่าง การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) จ.ภูเก็ต ต้องหยุดใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำแห่งนี้ เนื่องจากระดับน้ำต่ำกว่าท่อส่ง ทำให้ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้น้ำใน อ.ถลาง ต.รัษฎา และ ต.เกาะแก้ว อ.เมืองภูเก็ต ที่มีอ่างเก็บน้ำแห่งนี้เป็นแหล่งน้ำสำคัญ

ประปาไม่ไหล ชาวบ้านต้องซื้อน้ำมาใช้

 

ขณะที่ชุมชนกิ่งแก้ว ต.รัษฎา ประสบปัญหาน้ำประปาไม่ไหลมา 3-4 วัน จึงต้องซื้อน้ำมาใช้วันละ 5-6 ขวด บางส่วนซื้อน้ำจากรถขายน้ำในราคา 300-350 บาท ต่อน้ำประมาณ 2,000 ลิตร และขึ้นอยู่กับระยะทางในการขนส่งด้วย

อ่าง 2 แห่งเหลือน้ำใช้ได้ถึง เม.ย.-พ.ค.นี้

 

สำหรับปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำอีก 2 แห่งใน จ.ภูเก็ต ประกอบด้วยอ่างเก็บน้ำคลองกะทะ มีปริมาณน้ำ 1.88 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 44 ของความจุอ่าง จะมีน้ำใช้ได้ไปจนถึงต้นเดือน พ.ค.นี้ ขณะที่อ่างเก็บน้ำบางวาด มีปริมาณน้ำ 2.77 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 27 ของความจุอ่าง สามารถใช้น้ำได้ไปจนถึงต้นเดือน เม.ย.นี้

 


ภัยแล้งกระทบ "มหาสารคาม" แหล่งผลิตประปาเริ่มแห้งขอด

Thu, 16 Jan 2020 11:57:00

วันนี้ (16 ม.ค.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายคำตา ไชยเดช ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านป่าเป้า ต.ยางน้อย อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม ขอความร่วมมือชาวบ้านไม่ให้สูบน้ำจากคลองชลประทานเข้าพื้นที่การเกษตร เพื่อให้น้ำสามารถระบายลงสู่ห้วยกุดกอก แหล่งน้ำดิบผลิตประปาของชุมชนที่น้ำเริ่มแห้งขอด

 


สำหรับปริมาณน้ำกว่า 30 ล้านลูกบาศก์เมตรที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาหนองหวายระบายลงมาเติมน้ำในแหล่งน้ำ 25 แห่งใน อ.โกสุมพิสัย เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำ บางพื้นที่ยังพบปัญหาเกษตรกรลักลอบสูบน้ำไปใช้เพื่อการเกษตร ทำให้ผู้นำชุมชนต้องจัดเวรยามเฝ้าระวังและขอความร่วมมือเพื่อไม่ให้กระทบกับการใช้น้ำอุปโภคบริโภค

 

อ.โกสุมพิสัย ยังมีน้ำพออุปโภค-บริโภค

การผันน้ำมาเติมแหล่งน้ำดิบผลิตประปาเป็นมาตรการช่วยเหลือที่ถูกนำมาใช้ เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งใน อ.โกสุมพิสัย เพราะบางพื้นที่อยู่ในเขตชลประทานและยังมีน้ำเพียงพอ แม้ว่าจะถูกประกาศเป็นเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) แต่ยังไม่มีพื้นที่ขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค การช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามหลักเกณฑ์ จึงเยียวยาเฉพาะพื้นที่การเกษตรที่ได้รับความเสียหายเท่านั้น และยังไม่มีการเสนอขอนำเงินทดลองราชการ 20 ล้านบาทมาใช้ เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง

 

ค่าชดเชยแล้ง "นาข้าว" ไร่ละ 1,136 บ.

การช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งตามประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) จะมี 2 ลักษณะ คือการใช้ความช่วยเหลือด้านการเกษตร ผลผลิตเสียหาย เช่น กรณีนาข้าวจะได้รับเงินชดเชยไร่ละ 1,136 บาทไม่เกิน 30 ไร่ ส่วนกรณีภัยพิบัติฉุกเฉินขาดแคลนน้ำอุปโภคแต่ละอำเภอจะต้องสำรวจความเสียหายเพื่อประกาศเขตให้ความช่วยเหลือภัยพิบัติแล้ง เพื่อขอรับจัดสรรงบประมาณเงินทดลองราชการสำหรับนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่

ภัยแล้งกระทบนาข้าวกว่า 100,000 ไร่

จ.มหาสารคาม เป็น 1 ใน 7 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ถูกประกาศเขตให้ความช่วยเหลือเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) ซึ่งป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดมหาสารคาม ระบุว่าความเสียหายส่วนใหญ่เป็นนาข้าว รวมพื้นที่กว่า 100,000 ไร่ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหายเพื่อจ่ายเงินชดเชย พร้อมระบุว่าสถานการณ์ภัยแล้งปีนี้ไม่รุนแรง เพราะน้ำในอ่างเก็บน้ำของจังหวัดทั้ง 17 อ่างมีปริมาณน้ำกว่าร้อยละ 60 ซึ่งคาดว่าจะเพียงพอตลอดฤดูแล้ง

 

 


3 จังหวัดภาคตะวันออก เร่งวางมาตรการรับมือภัยแล้ง

Thu, 16 Jan 2020 11:35:00

วันนี้ (16 ม.ค.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาพกลางอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล อ.ปลวกแดง จ.ระยอง ซึ่งเป็น 1 ใน 3 อ่างเก็บน้ำสำคัญที่ใช้ในการเกษตรกรรม อุตสาหกรรม และอุปโภคบริโภคทั้งใน จ.ระยอง และชลบุรี ล่าสุด ปริมาณน้ำเหลือเพียงร้อยละ 28.77 ซึ่งเป็นสภาพที่เคยเกิดขึ้นมาครั้งหนึ่งแล้ว เมื่อเดือน ก.ค.2548

 

 

เช่นเดียวกับอ่างเก็บน้ำอื่นๆ ใน จ.ระยอง ที่อยู่ในสภาพไม่ต่างกัน อย่างอ่างเก็บน้ำประแสร์ เหลือน้ำอยู่ร้อยละ 38.44 อ่างเก็บน้ำดอกกราย เหลือน้ำร้อยละ 41.99 หากรวมลุ่มน้ำหลักในระยอง ที่มีอยู่ 2 ลุ่มน้ำ คือลุ่มน้ำคลองใหญ่ และลุ่มน้ำประแสร์ จะมีปริมาณน้ำเหลือเพียงร้อยละ 36 เท่านั้น ซึ่งทำให้ภาคอุตสาหกรรมทั้งใน จ.ระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทรา เร่งวางมาตรการรับมือขาดแคลนน้ำ ด้วยการขอให้ทุกภาคส่วนลดการใช้น้ำ พร้อมกับหาแหล่งน้ำเข้ามาเติมในระบบ

 

จ.ชลบุรี เหลือน้ำกินน้ำใช้ถึงเดือน มิ.ย.

ขณะที่นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เปิดเผยว่า อ่างเก็บน้ำของ จ.ชลบุรี มีทั้งหมด 290 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ขณะนี้เหลือน้ำใช้อุปโภคบริโภคประมาณ 145 ล้านลูกบาศก์เมตร คาดว่าจะใช้น้ำได้ถึงวันที่ 30 มิ.ย.นี้ เท่านั้น

 

ภัครธรณ์ เทียนไชย

ภัครธรณ์ เทียนไชย

ขณะเดียวกัน ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออก ได้จัดตั้งหน่วยเคลื่อนที่เร็วทำฝนหลวง เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งและเติมน้ำในอ่างเก็บน้ำสำคัญ ตั้งแต่วันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา จากการปฏิบัติการเมื่อวันที่ 10-14 ม.ค. ประสบความสำเร็จเป็นที่พอใจ โดยมีฝนตกลงในพื้นที่ จ.ระยอง ถึงขั้นหนักมาก มีปริมาณไหลเติมเต็มลงอ่างน้ำสำคัญๆ อย่างอ่างดอกกราย อ่างหนองปลาไหล และอ่างหนองใหญ่ มากถึง 800,000 ลูกบาศก์เมตร

 

 


เกษตรกรจ่อเข้ากรุงอีกรอบ ร้องช่วยแก้ปัญหาวัวป่วยตาย

Thu, 16 Jan 2020 10:07:00

วันนี้ (16 ม.ค.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ซึ่งได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการแพร่ระบาดของโรคปากและเท้าเปื่อยในเขต อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี ออกจดหมายเปิดผนึกถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี, ประธานวุฒิสภา, ประธานรัฐสภา โดยขอให้ช่วยเหลือ 4 เรื่อง ได้แก่ 1.ขอให้ประกาศภัยพิบัติเร่งด่วนกรณีการแพร่ระบาดของโรคปากและเท้าเปื่อยในเขต ต.ลำพญากลาง ต.ลำสมพุง และพื้นที่ใกล้เคียงใน อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี

2.ขอให้เร่งดำเนินการจัดสรรงบประมาณช่วยเหลือฟื้นฟูเกษตรกรผู้ได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติการแพร่ระบาดโรคปากและเท้าเปื่อยทุกราย 3.ขอให้แก้ไขปัญหาหนี้สินของเกษตรกรเพื่อให้ได้รับการฟื้นฟูช่วยเหลืออย่างเป็นธรรม และ 4.ขอให้ประกาศพื้นที่ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี เป็นพื้นที่คุ้มครองให้เป็นพื้นที่เลี้ยงโคนมอาชีพพระราชทาน

 

กรมปศุสัตว์ลงพื้นที่ตรวจสอบ

กรมปศุสัตว์ลงพื้นที่ตรวจสอบ

ทั้งนี้ กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมเตรียมเข้ากรุงเทพฯ อีกรอบ ในวันที่ 20 ม.ค.2563 เพื่อเรียกร้องนายกรัฐมนตรีแก้ปัญหาและช่วยเหลือกรณีการแพร่ระบาดของโรคปากและเท้าเปื่อยในวัว โดยเมื่อวันที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมา นสพ.สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ ได้มอบหมายให้ นสพ.ชัยวัฒน์ โยธคล รองอธิบดีและคณะนำพาเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์กว่า 100 นายปล่อยขบวนคาราวานออกตรวจสอบช่วยเหลือเกษตรกรเร่งด่วน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เกษตรกรเข้ากรุงฯ จี้รัฐบาลแก้โรคระบาด หลังวัวตายแล้วกว่า 70 ตัว 

ร้องวัวตายผิดปกติกว่า 70 ตัว ป่วย 1,700 ตัว จ.สระบุรี


ตามคดีปลอมเอกสารเบิกเงินโครงการประชารัฐ จ.บึงกาฬ

Tue, 14 Jan 2020 20:18:00

วันนี้ ( 14 ม.ค.2563) ชาวบ้านแสนประเสริฐ หมู่ 9 ต.บึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ รวมตัวกันที่หน้าศาลากลางจังหวัดบึงกาฬ เพื่อทวงถามความคืบหน้าการสอบวินัยผู้ใหญ่บ้าน คือ นางศิริลักษณ์ พนมเริงศักดิ์ ที่ถูกลูกบ้านร้องเรียนตั้งข้อสังเกตว่าทุจริตปลอมลายมือชื่อชาวบ้านในเอกสารโครงการประชารัฐหลายโครงการ หลังร้องเรียนให้ทางจังหวัดและอำเภอตรวจสอบข้อเท็จจริงมานานกว่า 2 ปี แต่กลับยังไม่แล้วเสร็จ

 


ชาวบ้านให้ข้อมูลกับทีมข่าวรายการสถานีประชาชนว่า พวกเค้าถูกปลอมลายมือชื่อในเอกสารประชุมรับฟังความคิดเห็นโครงการประชารัฐของหมู่บ้านและปรากฎชื่อเป็นผู้รับเงินค่าแรงในโครงการ ทั้งที่ไม่ได้ร่วมประชุมหรือไปทำงานในโครงการแต่อย่างใด หลังพบความผิดปกติชาวบ้านได้ร้องเรียนไปยังอำเภอและจังหวัดให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเมื่อประมาณปี 2560 แต่ไม่มีความคืบหน้า ชาวบ้านกว่า 30 คน จึงแจ้งความดำเนินคดีผู้ใหญ่บ้านและผู้เกี่ยวข้องที่ สภ.เมืองบึงกาฬ ในช่วงต้นปี 2561 ต่อมาผู้ใหญ่บ้านแจ้งความกลับ ดำเนินคดีชาวบ้านที่ร้องเรียนในข้อหาหมิ่นประมาท ซึ่งคดีนี้คืบหน้ากว่าคดีแรก ปัจจุบันมีชาวบ้าน 2 คนตกเป็นผู้ต้องหา ถูกตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาไปแล้ว เมื่อวันที่ 11 ม.ค.2563 ซึ่งนางตระกูล อิงสา หนึ่งในชาวบ้านที่ถูกดำเนินคดี แสดงความคิดเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม

 


นายมาวิน วัฒนะ ผอ.ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดบึงกาฬ พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ชี้แจงว่า อำเภอเมืองได้ส่งสำนวนการสอบสวนมาแล้วและจังหวัดได้ตั้งคณะกรรมการสอบวินัยผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างให้โอกาสผู้ใหญ่บ้านชี้แจงข้อกล่าวหา แม้ปัจจุบันจะครบกำหนดในการชี้แจงแล้วแต่ตามสิทธิผู้ใหญ่บ้านสามารถขอขยายเวลาได้อีก 60 วัน ซึ่งจะครบกำหนดประมาณวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 จากนั้นคณะกรรมการจะใช้เวลาไม่เกิน 30 วัน เพื่อสรุปข้อเท็จจริงเสนอผู้ว่าฯ พิจารณา ทั้งนี้ยังไม่แน่ชัดว่าจะผิดวินัยร้ายแรงหรือไม่แต่ทางจังหวัดจะพยายามเร่งรัดดำเนินการให้ทราบผลโดยเร็ว

 


ขณะที่ พล.ต.ต.พลัฎฐ์ วิเศษสิงห์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ และ พ.ต.อ.ชนินทร์ จิตรแจ้ง ผู้กำกับการ สภ.เมืองบึงกาฬ ชี้แจงสาเหตุที่คดีของชาวบ้านเกิดความล่าช้าเพราะเป็นคดีที่เกี่ยวกับโครงการรัฐ จึงต้องส่งสำนวนให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. พิจารณาว่าจะรับสำนวนไปสอบสวนหรือไม่ ซึ่ง ป.ป.ช. แจ้งผลสำนวนแรกกลับมาในเดือนพฤษภาคม 2562 ระบุว่า คดีนี้ไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช. และให้ตำรวจท้องที่ดำเนินการตามกฎหมาย ตำรวจจึงส่งตัวอย่างลายมือชื่อชาวบ้านให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานไปตรวจเทียบซึ่งขณะนี้ยังไม่ทราบผล

อย่างไรก็ตามตำรวจได้ออกหมายเรียกผู้ใหญ่บ้านไปแล้ว 2 ครั้ง หมายเรียกครั้งที่ 2 กำหนดให้ผู้ใหญ่บ้านมารับทราบข้อกล่าวหาในวันพรุ่งนี้(15 ม.ค. 63) เวลา 10.00 น. หากยังไม่มาหรือไม่มีเหตุผลอันควรให้เลื่อนนัด ตำรวจอาจจะออกหมายจับ ทั้งนี้ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ กำชับรองผู้กำกับสอบสวน สภ.เมืองบึงกาฬ ให้เร่งติดตามผลการพิจารณาของ ป.ป.ช. ในอีก 2 สำนวนที่เหลือ และเร่งติดตามผลการตรวจเทียบลายนิ้วมือจากพิสูจน์หลักฐาน และให้แจ้งความคืบหน้าทางคดีให้ชาวบ้านทราบทุก 15 วัน เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ชัดเจน


ก่อนหน้านี้ ทีมข่าวไทยพีบีเอสสัมภาษณ์นางศิริลักษณ์ พนมเริงศักดิ์ ผู้ใหญ่บ้าน และสามี คือ นายอัมพร พนมเริงศักดิ์ ซึ่งมีตำแหน่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านและประธานกองทุนหมู่บ้านแสนประเสริฐ ชี้แจงประเด็นการปลอมเอกสารว่าแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือรายชื่อชาวบ้านที่เข้าประชุม ไม่ทราบว่าชาวบ้านเซ็นชื่อแทนกันหรือไม่ เพราะวางสมุดให้ชาวบ้านเซ็นชื่อกันเองโดยไม่มีเจ้าหน้าที่ดูแล

ส่วนที่สอง คือ เอกสารการจ่ายค่าแรง ผู้ใหญ่บ้านยอมรับว่า คณะกรรมการโครงการได้ประชุมและมีมติกันภายใน ว่าจะจัดทำเอกสารเสมือนว่ามีการจ่ายค่าแรงให้ชาวบ้าน แต่ในความเป็นจริงได้โยกย้ายงบประมาณส่วนนี้ไปใช้จ่ายอย่างอื่นที่ไม่เป็นไปตามที่เสนอโครงการในตอนแรก

ส่วนใบเสร็จค่าวัสดุอุปกรณ์หลายรายการ ที่ปรากฎเป็นหลักฐานว่าผู้ใหญ่บ้านซื้อวัสดุจากร้านค้าของตัวเอง ผู้ใหญ่บ้านชี้แจงว่า เป็นการซื้อวัสดุจากผู้ประกอบการรายอื่นที่ไม่ได้จดแจ้งภาษีมูลค่าเพิ่ม ผู้ใหญ่บ้านจึงเสียสละออกใบเสร็จรับเงินและเสียภาษีแทนในนามกิจการของตนเอง


เงินกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต หายไปเกือบ 2 แสนบาท

Tue, 14 Jan 2020 18:14:00

วันนี้ (14 ม.ค.2563) ตัวแทนสมาชิก "กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต" อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา รวมตัวกว่า 20 คน เพื่อนำหลักฐานสมุดสัจจะสะสมทรัพย์ ร้องเรียนต่อทีมข่าวรายการสถานีประชาชน หลังปี 2560 สมาชิกบางส่วนขอถอนเงิน แต่ประธานหลุ่มออมทรัพย์ปฏิเสธ อ้างว่าเงินไม่เพียงพอ

 


นางวัชรา พันบุรี เป็นหนึ่งในสมาชิก นำรูปพี่ชายที่เสียชีวิตมาร้องเรียน อ้างว่าเคยขอถอนเงินจากกลุ่มออมทรัพย์ จำนวน 6,950 บาท เพื่อนำมาจัดงานศพของพี่ชาย แต่ไม่สามารถถอนเงินได้ ทำให้เดือดร้อนอย่างหนัก ต้องกู้เงินนอกระบบมาใช้จ่ายแทน


นอกจากนี้ยังพบว่า สมาชิกบางคนเคยปิดบัญชีจากกลุ่มออมทรัพย์ไปนานมากแล้ว แต่ยังมีชื่อการกู้เงินในปัจจุบันมากกว่า 10,000 บาท ซึ่งอาจเกิดจากความผิดพลาดของคณะกรรมการในการทำบัญชี สมาชิกทั้งหมดเคยร้องเรียนไปยังอำเภอวังน้ำเขียว เพื่อขอให้จัดตั้งประธานและคณะกรรมการชุดใหม่ จึงนำไปสู่การตรวจสอบพบเงินในระบบของกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต มีเงินฝากทั้งหมด 559,338 บาท มียอดผู้กู้ 383,828 บาท ซึ่งเงินหายจากระบบไปกว่า 190,000 บาท โดยประธานกลุ่มออมทรัพย์และเหรัญญิก ไม่สามารถชี้แจงได้ว่าเงินดังกล่าวหายไปได้อย่างไร

 


ปัจจุบันมีการจัดตั้งประธานและคณะกรรมการชุดใหม่ขึ้นมาบริหารกลุ่มออมทรัพย์แทนแล้ว และเตรียมที่จะดำเนินคดีกับประธานชุดเก่าซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 20 ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ทีมข่าวติดต่อไปยังอดีตประธานกลุ่มออมทรัพย์ที่เป็นผู้ใหญ่บ้านและอดีตเหรัญญิก เพื่อขอให้ชี้แจงถึงจำนวนเงินที่หายไป กลับได้รับคำตอบว่า เงินจำนวนกว่า 190,000 บาท ได้หายไปตั้งแต่ที่ตนเองเข้ามารับช่วงดำเนินการต่อในปี 2556 แล้ว ยืนยันที่ผ่านมามีการบริหารงานอย่างโปร่งใส และพร้อมที่จะสู้คดีให้ถึงที่สุด

 


"กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต" จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2544 ขณะนั้นบริหารงานโดยอดีตผู้ใหญ่บ้าน ดำรงค์ตำแหน่งนานกว่า 10 ปี เมื่อหมดวาระ จึงส่งมอบให้กับผู้ใหญ่บ้านคนต่อไป (ชุดที่เกิดปัญหาร้องเรียน) ในปี 2556 บริหารงานจนถึงปี 2562 และถูกตรวจสอบจึงถูกเปลี่ยนคณะกรรมการชุดใหม่อีกครั้งจนถึงปัจจุบัน

 

 


สุพรรณฯ ตั้งรางวัลชี้เบาะแส "เผาไร่อ้อย" 1 แสนบาท

Mon, 13 Jan 2020 18:13:00

วันนี้ (13 ม.ค.2563) นายนิมิต วันไชยธนวงศ์ ผู้ว่าฯ สุพรรณบุรี มีคำสั่งให้นายภูสิต สมจิตต์ รองผู้ว่าฯ สุพรรณบุรี เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โรงงานน้ำตาล และนายอำเภอทุกอำเภอ เข้าหารือเพื่อกำหนดมาตราการป้องกันการจุดไฟเผาอ้อยในพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ผ่อนผันแล้ว 1 ปี กับผู้ที่ลักลอบเผาอ้อย ในพื้นที่ 6 อำเภอ คือ อ.อู่ทอง อ.ด่านช้าง อ.หนองหญ้าไซ อ.ดอนเจดีย์ อ.เดิมบางนางบวช และ อ.สามชุก พร้อมตั้งรางวัลให้ผู้แจ้งเบาะแสจำนวน 100,000 บาท

ทั้งนี้ เมื่อช่วง 2 วันที่ผ่านมา เกิดฝุ่นปกคลุมทั่วพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี เมื่อตรวจค่าฝุ่น PM2.5 พบว่าค่าฝุ่นสูงเกินมาตรฐาน เข้าข่ายส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน

ลำปางเข้มกฎหมายคุมเผาป่า

ขณะที่เจ้าหน้าที่และจิตอาสา เข้าดับไฟป่าบริเวณเขตห้ามล่าสัตว์ป่าดอยพระบาท รอยต่อเขต อ.เมืองปาน อ.แจ้ห่ม และ อ.เมืองลำปาง ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา และดับไฟได้สำเร็จในช่วง 12.00 น. วันนี้ (13 ม.ค.) ซึ่งหน่วยงานต่างๆ ได้ประชุมแนวทางแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 อยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ เป็นวันแรกของปีนี้

นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าฯ ลำปาง ระบุว่า สาเหตุที่คุณภาพอากาศเกินค่ามาตรฐาน เนื่องจากสภาพอากาศปิด แต่ยืนยันว่าจุดความร้อนที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ (12 ม.ค.) ไม่มีความผิดปกติ ทางจ.ลำปาง ยังสามารถควบคุมการเผาป่าได้ และมีการเตรียมความพร้อมในการรับมือปัญหาและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด

แพร่วอนไม่เผาพื้นที่เกษตร-ป่า

ส่วนที่ จ.แพร่ นางกานต์เปรมปรีด์ ชิตานนท์ ผู้ว่าฯ แพร่ เข้าตรวจเยี่ยมจุดคัดกรองผู้ที่จะเข้าไปในพื้นที่ป่า ที่บ้านหมู่ 4 ต.หัวฝาย อ.สูงเม่น หลังปัญหาฝุ่นควันเริ่มรุนแรงมากว่า 1 สัปดาห์ ส่วนใหญ่ร้อยละ 94 มาจากการเผาในเขตป่า พร้อมย้ำให้ฝ่ายปกครองคุ้มเข้มชาวบ้านที่จะเข้าป่าเพื่อควบคุมการเผาอย่างเข้มงวด

ขณะเดียวกันในวันนี้ยังจัดกิจกรรมส่งเสริมการไม่เผาในพื้นที่การเกษตร พื้นที่ป่า พื้นที่ริมทาง และพื้นที่ชุมชน ประชาสัมพันธ์และให้ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีการเกษตรเพื่อเป็นทางเลือก และเร่งแจกจ่ายหน้ากากอนามัยให้แก่ประชาชนกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็ก ผู้ป่วย ผู้สูงอายุ และผู้พิการ

กำแพงเพชรยังลักลอบเผาแม้มีประกาศห้าม

ส่วนที่ จ.กำแพงเพชร เกษตรกรยังจุดไฟเผาไร่ โดยเฉพาะช่วงหัวค่ำ แม้มีประกาศห้ามเผา และการรณรงค์งดเผา จากกรมควบคุมมลพิษ และ ผู้ว่าราชการจังหวัด แต่จากการสังเกตการณ์ยังพบการเผาโดยเฉพาะไร่อ้อยในช่วงนี้ โดยเฉพาะพื้นภาคกลาง ซึ่งส่งผลให้ค่าความร้อนในภาคกลางช่วงนี้มีหลายแห่ง โดยเฉพาะ จ.กำแพงเพชร , นครสวรรค์ และจากการตระเวนสังเกตพบว่า ต.ปางมะค่า อ.ขาณุวรลักษบุรี จ.กำแพงเพชร มีการเผาไร่อ้อย ภายใน 1 ชั่วโมง อยู่ประมาณ 5 พื้นที่ ในช่วงเวลาประมาณ 18 นาฬิกาเศษ ถึงช่วงเกือบ 19 นาฟิกาเศษ แม้เกษตรกรหลายคนรู้ว่า ห้ามเผา แต่เห็นว่า การเผายังเป็นวิธีที่รวดเร็ว และลดต้นทุนแรงงานคนหากใช้วิธีการตัดอ้อยสด


"ยอ-ยก-ลม" น้ำยมพิจิตรแห้งขอด 4 เขื่อนลุ่มเจ้าพระยาส่อวิกฤต

Mon, 13 Jan 2020 14:36:00

วันนี้ (13 ม.ค.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ภัยแล้งปี 2563 ที่มีการคาดการณ์ว่า แนวโน้มในปีนี้จะลากยาวถึงเดือนพ.ค.นี้ เนื่องจากปริมาณน้ำในเขื่อนทั่วประเทศหลายแห่งลดลง ล่าสุดกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)ได้ประกาศพื้นที่ได้รับผลกระทบแล้ว 16 จังหวัจากตัวเลขการคาดการณ์มีจังหวัดได้รับผลกระทบ 43 จังหวัด โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคกลาง 

ไทยพีบีเอส สำรวจสถานการณ์น้ำในแม่น้ำยม ในพื้นที่จ.พิจิตร ที่แห้งขอดลงตั้งแต่ต้นปี ส่งผลทำให้ชาวประมงหมู่ที่ 9 บ้านใหม่ราษฏร์บำรุง ต.สามง่าม อ.สามง่าม จ.พิจิตร ต้องหยุดหาปลา หลังแหล่งน้ำที่แห้งขอดปริมาณน้ำไม่เพียงพอ

 

จากการสำรวจพบว่า น้ำที่แห้งทำให้แพยอ ที่ชาวประมงวางไว้ในแม่น้ำยมเกยตื้น ขณะที่ชาวประมงพื้นบ้านต้องหยุดทำประมง โดยเก็บอวนไว้บนคันยอ เพื่อป้องกันความเสียหาย ส่วนชาวประมงที่ประกอบอาชีพเลี้ยงปลาในกระชัง ต้องเคลื่อนย้ายกระชังปลาลงเลี้ยงในแหล่งน้ำที่ยังพอหลงเหลือบริเวณกลางแม่น้ำยม

สำหรับแม่น้ำยมที่ไหลผ่าน 4 อำเภอคือ อ.สามง่าม โพธิ์ประทับช้าง บึงนาราง และโพทะเล  จ.พิจิตร ระยะทางกว่า 127 กิโลเมตร ขณะนี้ได้รับผลกระทบจากภาวะภัยแล้งที่มาเร็ว และขาดแคลนน้ำเนื่อง จากน้ำแม่น้ำยมลดลงเร็วกว่าทุกปี หลังเข้าสู่ฤดูหนาว แม่น้ำยมเริ่มแห้งขอดตลอดสาย ขณะที่ไม่มีน้ำต้นทุนเหนือเขื่อนตอนบน จึงส่งผลกระทบกับประชาชน และเกษตรกรริมฝั่งน้ำยม

4 เขื่อนใหญ่ลุ่มเจ้าพระยาน้ำน้อย

ข้อมูลสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา (13 ม.ค.2563) สภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปริมาณนำรวมทั้งสิ้น 10,806 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 43 (ปริมาณน้ำใช้การได้ 4,110 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 23) ปริมาณน้ำไหลลงอ่างฯ จำนวน 4.08 ล้าน ลบ.ม.ปริมาณน้ำระบาย จำนวน 17.66 ล้าน ลบ.ม.สามารถรับน้ำได้อีก 14,065 ล้าน ลบ.ม.


หนุ่มออสเตรียโดดเขาอกทะลุ ร่มเกี่ยวกิ่งไม้ติดหน้าผา

Mon, 13 Jan 2020 12:14:00

วันนี้ (13 ม.ค.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวและเจ้าหน้าที่กู้ภัยพัทลุง กำลังหาทางช่วยเหลือนายโจฮันเนส กลาสเซอร์ นักกระโดดร่มชาวออสเตรีย ติดหน้าผาของภูเขาอกทะลุในเขตเทศบาลเมืองพัทลุง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ จ.พัทลุง 

น.ส.มุกระวี พรหมนวล อายุ 27 ปี ชาวบ้าน ถ.พัทลุง-เขาแดง ต.คูหาสวรรค์ อ.เมืองพัทลุง เล่าว่า เมื่อเวลาประมาณ 08.30 น. ขณะที่ตนทำงานบ้านอยู่บริเวณหน้าบ้าน ได้ยินเสียงคนร้องขอความช่วยเหลือ จึงสังเกตเห็นร่มติดอยู่ที่หน้าผาด้านทิศตะวันออกของภูเขาอกทะลุ จึงขอความช่วยเหลือจากกู้ภัยพัทลุง 

 

นายโจฮันเนส เป็น 1 ใน 9 คนที่มาจากประเทศออสเตรีย เพื่อมากระโดดร่มโชว์ในงานวันเด็กที่ผ่านมา โดยเข้าพักที่โรงแรมใกล้เขาอกทะลุ หลังจากกระโดดร่มโชว์เสร็จเพื่อนๆ พากันกลับประเทศไป แต่นายโจฮันเนสและภรรยา ยังติดใจบรรยากาศการกระโดดร่มของพัทลุง จึงขออยู่ต่อ โดยเมื่อเช้าที่ผ่านมา นายโจฮันเนส กลับมากระโดดร่มอีกครั้งบนยอดเขาอกทะลุ หลังกระโดดลงมาร่มเกิดไปเกี่ยวกับกิ่งไม้ที่หน้าผา ความสูงประมาณ 250 เมตร จนติดค้างอยู่บนหน้าผา

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อยู่ระหว่างประชุมวางแผน เพื่อเร่งหาทางช่วยเหลือนายโจฮันเนส 

 

 

 


ปิดล้อมตรวจค้นเหตุยิงปะทะแนวร่วมฯ จ.นราธิวาส

Mon, 13 Jan 2020 10:32:00

วันนี้ (13 ม.ค.2563) พ.อ.วัชรกร อ้นเงิน รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ภาค 4 ส่วนหน้า แถลงข่าวเหตุปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่และแนวร่วมผู้ก่อเหตุรุนแรงใน อ.สุคิริน จ.นราธิวาส ว่า เหตุเกิดเมื่อช่วงบ่ายวานนี้ (12 ม.ค.) มีผู้ก่อเหตุใช้ปืนบุกโจมตีฐานปฏิบัติการชุดคุมครอง ต.ร่มไทร บ้านอีแย หลังรับแจ้งเหตุทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง จึงเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ

 

 

แต่ระหว่างทางมีผู้ก่อเหตุจุดชนวนระเบิดแสวงเครื่องที่ฝังไว้ใต้ผิวถนน แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จึงเดินทางต่อไปยังจุดเกิดเหตุและยิงปะทะกับกลุ่มแนวร่วมหลายระลอก และมีการใช้ระเบิดแสวงเครื่องชนิดไปป์บอมบ์ปาใส่ฐานปฏิบัติการ ก่อนเสียงปืนสงบลง

อส.เสียชีวิต 1 นาย เจ็บ 7-แนวร่วมฯ ดับ 1

จากการตรวจสอบพื้นที่บริเวณเชิงเขาหลังฐานปฏิบัติการ พบแนวร่วมฯ ถูกยิงเสียชีวิต 1 คน คือนายอับดุลฮาดี อาบูดาโอ๊ะ อายุ 29 ปี เป็นสมาชิกระดับปฏิบัติการ มีหมายป.วิฯ อาญา 2 หมายของสถานีตำรวจภูธรระแงะ

 

 

ขณะเดียวกัน ฝั่งตรงข้ามฐานปฏิบัติการ ห่างออกไป 100 เมตร พบอาสารักษาดินแดนอนุวัฒน์ กอเด ถูกยิงเสียชีวิต 1 นาย และเหตุปะทะที่เกิดขึ้นยังทำให้อาสารักษาดินแดนบาดเจ็บรวม 7 นาย

ขอความร่วมมือประชาชนอย่าขึ้นเขา อ.สุคิริน

หลังจากนี้ เจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจสอบพื้นที่ เพื่อเก็บรวบรวมหลักฐานอย่างละเอียดอีกครั้ง และยังอยู่ระหว่างปิดล้อมติดตามตัวผู้ก่อเหตุในพื้นที่ คาดว่าเป็นกลุ่มของนายซอและ มะเซ็ง ซึ่งเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ อ.สุคิริน และอาจจะเป็นการตอบโต้การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ จากการเปิดแผนยุทธการกดดันจำกัดเสรีผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ป่าเขาบริเวณ อ.สุคิริน และพื้นที่ใกล้เคียงในช่วงที่ผ่านมา

 

 

ทั้งนี้ จึงขอความร่วมมือประชาชนอย่าขึ้นไปในพื้นที่ดังกล่าว หากมีเหตุจำเป็นขอให้ประสานกับหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เกิดเหตุปะทะ อ.สุคิริน อส.เจ็บ 2 ผู้ก่อเหตุเสียชีวิต 1 คน

 


ร้องวัวตายผิดปกติกว่า 70 ตัว ป่วย 1,700 ตัว จ.สระบุรี

Sun, 12 Jan 2020 20:03:00

วันนี้ (12 ม.ค.2563) ไทยพีบีเอสได้รับร้องเรียนจากชาวบ้าน อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี ว่า ขณะนี้เกิดสถานการณ์วัวป่วยและตายจำนวนมาก โดยเฉพาะ ต.ลำพญากลาง ซึ่งการตรวจสอบของทีมข่าวพบว่า วัวเริ่มทยอยตายและเจ็บป่วยในพื้นที่ ต.ลำพญากลาง ตั้งแต่วันที่ 5 ม.ค.2563 ถึงวันนี้ (12 ม.ค.)

 

ผู้เลี้ยงโคบางคน ระบุว่า รู้สึกเสียใจมากเมื่อต้องเห็นโคที่เลี้ยงไว้ขาดใจตายลงต่อหน้าต่อตา โดยไม่รู้สาเหตุที่ชัดเจน แต่สันนิษฐานว่าเป็นโรคปากเท้าเปื่อย ซึ่งเคยระบาดหนักในพื้นที่ในช่วง 2-3 ปี และต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบและแก้ปัญหาดังกล่าว รวมถึงให้คำแนะนำกับชาวบ้านเพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

เกษตรกรเข้ายื่นหนังสือถึงนายกฯ พรุ่งนี้

ขณะที่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดดังกล่าว เตรียมเดินทางเข้ากรุงเทพมหานครในวันพรุ่งนี้ (13ม.ค.) โดยเดินทางไปยื่นเรื่องต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล ในเวลา 09.30 น. จากนั้นเวลา 10.30 น. จะเดินทางไปยื่นหนังสือต่อนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ และเวลา 13.00 น.เดินทางไปยื่นหนังสือต่อ น.สพ.สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือและเยียวยาเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม

เร่งคุมโรคระบาด

เมื่อสอบถามกับ สพ.หญิง ชัชรี นิยโมสถ นายสัตวแพทย์ชำนาญการ สนง.ปศุสัตว์สระบุรี เปิดเผยกับไทยพีบีเอสเกี่ยวกับสถานการณ์ล่าสุดวันนี้ พบว่า ภาพรวมขณะนี้ในช่วงวันที่ 5-11 ม.ค.2563 มีวัวป่วยจำนวน 108 ฟาร์ม จากฟาร์มที่มีใน อ.มวกเหล็ก 2,300 ฟาร์ม, ตายแล้ว 70 ตัว ในจำนพื้นที่ 6 ฟาร์ม ส่วนวัวที่มีอาการป่วยมีประมาณ 1,700-1,800 ตัว ส่วนใหญ่อยู่ใน ต.ลำพญากลาง แต่ขณะนี้สถานการณ์ดีขึ้นบ้างแล้ว มีวัวเริ่มหายจากอาการป่วย 60 ตัว อยู่ระหว่างการรักษาจำนวน 40-50 ฟาร์ม เบื้องต้นอยู่ในสภาวะยังควบคุมโรคระบาด

 

สำหรับข้อมูลเป็นทางการสถานการณ์โรคปากและเท้าเปื่อยในพื้นที่ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี มีเกษตรกรแจ้งผลกระทบจำนวน 108 ราย โคนมร่วมฝูง 5,654 ตัว, ป่วย 1,980 ตัว หายป่วยแล้ว 1,083 ตัว เหลือจำนวนป่วย 897 ตัว ประกอบด้วย

 

สำหรับจำนวนการตายทั้งหมด 70 ตัว ประกอบด้วย แม่โค 26 ตัว, โคสาวรุ่น 31 ตัว 12 ตัว และโคพ่อพันธุ์ 1 ตัว ภาวะโรค ณ วันที่ 11 ม.ค.2563 มีวัวหายป่วยแล้ว 62 ฟาร์ม จำนวน 1,083 ตัว

 

สพ.หญิง ชัชรี ระบุด้วยว่า สำหรับการตายของวัวปีนี้ อยู่ในข่ายที่พบว่าผิดปกติ เนื่องจากปีที่ผ่านมา เมื่อวัวเจ็บป่วยจะสามารถรักษาได้หายทัน แต่ปีนี้จำนวนการตายมีมากกว่าปีที่แล้ว และเป็นประเภทกลุ่มวัยที่แข็งแรง เบื้องต้นสันนิษฐานการตาย อาจเป็นได้ทั้งโรคปากเท้าเปื้อย หรือเกิดภาวะอ่อนแอของวัว แต่ต้องรอการผ่าซากส่งพิสูจน์ เช่น ตรวจสอบกระเพาะอาหาร, ไวรัส, แบคทีเรีย, การทำงานของตับไต, กลุ่มเลือดและพยาธิของสัตว์ ว่าเป็นอย่างไร มีภาวะโรคปอดอักเสบเฉียบพลันหรือไม่ หรือมีพยาธิในเม็ดเลือดทำให้เลือดจาง นอกจากอาการของโรคแล้ว ยังมีข้อสันนิษฐานการตายว่า ช่วงที่ผ่านมาอากาศเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว หากสัตว์อยู่ในภาวะอ่อนแออยู่แล้วก็จะแสดงอาการอ่อนแอให้เห็น โดยต้องรอผลตรวจสอบที่ชัดเจนจากสถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ

ประกาศเขตโรคระบาดชั่วคราว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ระบาดทำให้ นายเสน่ห์ ประเสริฐ ปศุสัตว์อำเภอมวกเหล็ก ออกประกาศกำหนดเขตโรคระบาดชั่วคราว ลงวันที่ 11 ม.ค.2563 เพื่อแจ้งต่อกำนันและผู้ใหญ่บ้าน ให้แจ้งเกษตรกรและผู้เกี่ยวข้องทราบ และให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคตามสถานการณ์ของโรค โดยสำนักงานปศุสัตส์จังหวัดจะแจ้งให้ทราบต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมาได้ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรและจะติดตามสถานการณ์ต่อเนื่อง