สหรัฐฯ เลิกถอนวีซ่า นศ.ต่างชาติ เรียนออนไลน์

Wed, 15 Jul 2020 14:18:00

วันนี้ (15 ก.ค.2563) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัฐบาลสหรัฐอเมริกาประกาศเพิกถอนนโยบายตรวจคนเข้าเมืองฉบับใหม่ ซึ่งจะมีผลบังคับให้นักศึกษาต่างชาติที่พำนักอยู่ในสหรัฐอเมริกา และต้องเรียนผ่านทางออนไลน์โดยไม่มีชั้นเรียนในมหาวิทยาลัย ต้องถูกเพิกถอนวีซ่าและส่งกลับประเทศ

 

 

หลังจากเผชิญเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อนักศึกษาต่างชาติมากกว่า 1 ล้านคน ที่อาจต้องเดินทางออกจากสหรัฐอเมริกา หรือย้ายไปลงทะเบียนเรียนในสถาบันที่ยังเปิดการเรียนการสอนในชั้นเรียนอยู่บางส่วน แม้ว่าโควิด-19 จะยังแพร่ระบาดรุนแรงให้หลายพื้นที่ของประเทศ

 

 

การเพิกถอนนโยบายดังกล่าวมีขึ้นหลังจากนักกฎหมายจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ และรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ได้ร่วมกันหารือเพื่อหาทางออก ซึ่งได้ข้อสรุปว่าทางรัฐบาลจะตั้งเป้ากลับไปใช้นโยบายฉบับเดิม เมื่อเดือน มี.ค. ส่วนนโยบายใหม่ที่ไม่อนุมัติวีซ่านักเรียนให้แก่ผู้ที่ลงทะเบียนในหลักสูตรออนไลน์เท่านั้น จะนำไปบังคับใช้กับนักศึกษาใหม่ที่ยังไม่เดินทางเข้ามาในสหรัฐอเมริกาแทน


จับ “เจ๊เพชร ปอยเปต” โพสต์รับขนแรงงานเข้าไทย

Wed, 15 Jul 2020 11:01:00

วันนี้ (15 ก.ค.2563) ตำรวจชุดสืบสวน สำนักงานตรวจคนเข้ามเมืองจังหวัดสระแก้ว ควบคุมตัวนางเพชรรัตน์ หรือ เจ๊เพชร ปอยเปต อายุ 55 ปี ภายหลังพบว่ามีพฤติกรรมโพสต์เฟซบุ๊กโฆษณาชักชวนว่าสามารถนำพาบุคคลเข้าออกประเทศได้ โดยไม่ต้องผ่านการตรวจคัดกรองหรือต้องกักตัว 14 วัน โดยเรียกเก็บค่าใช้จ่ายครั้งประมาณ 4,000 - 5,000 บาท ต่อคน แต่ผู้เดินทางจะต้องโอนค่ามัดจำก่อน 500 บาท อ้างว่าเป็นค่ารถ โดยตำรวจสามารถควบคุมตัวได้ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ใน ต.อรัญประเทศ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว

 

นางเพชรรัตน์ ยอมรับว่า ได้เดินทางเข้าประเทศจากช่องทางธรรมชาติซึ่งเป็นความผิดไม่ปฎิบัติตามพระราชกำหนดบริหารในสถานการณ์ฉุกเฉิน

เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบข้อมูลการเดินทางเข้าออกราชอาณาจักร ในระบบสาระสนเทศตรวจคนเข้าเมือง พบว่าผู้ต้องหาเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 13 มี.ค. 2563 เวลา 13.39 นาที ทางจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก และไม่พบข้อมูลการเดินทางเข้าราชอาณาจักรแต่อย่างใด

 

พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผู้บังคับการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง 3 เปิดเผยว่า แนวทางสืบสวนเบื้องต้น พบว่าขณะนี้ยังไม่มีข้าราชการและตำรวจ เกี่ยวข้องหรือรับเงินจากนางเพชรรัตน์

พ.ต.อ.อาทิตย์ ยาแก้ว ผู้กำกับการ ตม.จังหวัดสระแก้ว กล่าวว่า ตำรวจสืบสวนนานกว่า 4 วัน เนื่องจากผู้ต้องหาใช้โซเชียลมีเดีย หลอกว่าอยู่ตามสถานที่นั้น ๆ แต่เมื่อตรวจสอบกลับไม่พบ

 

สำหรับนางเพชรรัตน์ จากการตรวจสอบพบไม่ใช่ผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ เป็นเพียงแค่นายหน้ามาอีกทอดหนึ่ง จากนางสาวสอ โดยได้รับค่านายหน้าจำนวน 500 บาทต่อคน และมีชาวกัมพูชาทำหน้าที่ขับรถรับส่ง เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้ดำเนินคดีนางเพชรรัตน์ หรือเจ๊เพชร ข้อหาเป็นบุคคลเข้ามาหรือออกไปนอกราชอาณาจักรโดยไม่เข้าออกตามช่องทางด้านตรวจ ฝ่าฝืนข้อกำหนดตาม มาตรา 9 พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

 

พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เปิดเผยว่า ได้สั่งการตำรวจ ตม.ประสานทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกวดขันจับกุมกวาดล้างผู้ลักลอบเข้ามาในประเทศอย่างจริงจัง โดยเฉพาะช่องทางธรมชาติ แต่ด้วยอาณาเขตพื้นที่กว้างอาจยากในการดำเนินการ เนื่องจากเจ้าหน้าที่มีจำนวนจำกัดหากจะดูแลความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง อาจเป็นเรื่องยาก จึงขอความร่วมมือประชาชนให้ช่วยตรวจสอบคัดกรองหากพบบุคคลใดเข้าข่ายลักลอบเข้าเมืองสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ พร้อมทั้งเตือนถึงผู้ประกอบการไม่ควรลักลอบผู้ใช้แรงงานผิดกฎหมายรับเข้าทำงาน ซึ่งอาจเป็นความเสี่ยงที่อาจติดเชื้อ COVID-19 ได้

 

 


สระแก้วเปิดด่านคลองลึก ให้ผู้ประกอบการเข้าตรวจสอบสินค้า

Wed, 15 Jul 2020 10:54:00

วันนี้ (15 ก.ค.2563) เจ้าหน้าที่ด่านควบคุมโรคใช้กล้องอินฟราเรด ตรวจจับอุณหภูมิความร้อน ผู้ประกอบการชาวกัมพูชา ที่เดินทางข้ามประเทศ ผ่านด่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ตามระเบียบมาตราการควบคุมโรค COVID-19 หลังทางการไทยผ่อนปรนเปิดด่านให้ผู้ประกอบการเข้ามาตรวจสอบสินค้าและนำสินค้ากลับประเทศ ตามข้อกำหนดและคำสั่งมติคณะรัฐมนตรี พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 11) ลงวันที่ 30 มิ.ย. 2563 ข้อ 5 การผ่อนผันการใช้ช่องทางเข้ามาในราชอาณาจักรเฉพาะเพื่อการขนส่งสินค้า

 

นายสวนิต สุริยกุล ณ อยุธยา นายอำเภออรัญประเทศ จ.สระแก้ว ระบุว่า ผู้ประกอบการชาวกัมพูชาที่ข้ามแดนจะต้องลงทะเบียนล่วงหน้ากับเจ้าหน้าที่ฝั่งกัมพูชาก่อนแจ้งยอดและรายชื่อให้กับทางการไทยรับทราบ ซึ่งทางการไทยจะเปิดให้รถเข้าวันละ 50 คัน เพื่อตรวจสอบสินค้าโดยสลับสับเปลี่ยนผู้ประกอบการในตลาดหมุนเวียนกันไป

 

สำหรับการผ่อนปรนให้ผู้ประกอบการชาวกัมพูชาเข้ามาตรวจสอบสินค้าและนำสินค้ากลับจะอนุญาตให้ผ่านแดนได้ในเวลา 8.00-10.00น และกลับออกไปก่อนเวลา 13.00 น. กำหนดรับรถได้ไม่เกินวันละ 50 คัน

 

สำหรับตารางเปิดให้ผู้ประกอบการชาวกัมพูชาเข้ามาตรวจสอบสินค้า และรับสินค้ากลับเริ่มต้นจากวันอาทิตย์ ตลาดอินโดนจีน, วันจันทร์ ตลาดโกลเด้นเกรทส์, วันอังคาร ตลาด อบจ., วันพุธ ตลาด เบญจวรรณ, วันพฤหัสบดี ตลาดรัตนธรรม, วันศุกร์ ตลาดเดชไทย

 

นอกจากมาตราการจุดผ่อนปรนด่านผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก วันนี้มีชาวไทยได้เดินทางกลับเข้ามาในประเทศ หลังผ่านระเบียบและมาตราการต่าง ๆ ที่รัฐบาลกำหนด จำนวน 3 คน เดินทางกลับเข้าประเทศ ซึ่งทั้ง 3 คน จะถูกนำตัวไปกักตัวเป็นเวลา 14 วัน โดยรัฐบาลจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด

 

 

 


15 ปี อโนชา ปันจ้อย ผู้ถูกลักพาตัวโดยเกาหลีเหนือ

Wed, 15 Jul 2020 09:48:00

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 14 ก.ค. 2563 นายโทโมอารุ เอบีฮาระ ประธานกลุ่มช่วยเหลือผู้ที่ถูกลักพาตัวโดยเกาหลีเหนือ (เชียงใหม่) และนายบรรจบ ปันจ้อย ได้เดินทางไปที่ศูนย์ดำรงธรรม จ.เชียงใหม่ เพื่อยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อทวงถามความคืบหน้าในการติดตามตัว น.ส.อโนชา ปันจ้อย หญิงชาว อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ที่เชื่อว่าถูกลักพาตัวโดยเกาหลีเหนือเมื่อปี 2521

 

 

นายบรรจบ ปันจ้อย ซึ่งเป็นหลานชายของ น.ส.อโนชา ระบุว่า หากวันนี้ น.ส.อโนชา ยังมีชีวิตอยู่ จะมีอายุครบ 66 ปี ซึ่งเพิ่งครบรอบวันเกิดไปเมื่อวันที่ 12 ก.ค. 2563 ที่ผ่านมา แม้กว่า 10 ปี ที่ผ่านมา จะใช้ความพยายามประสานให้รัฐบาลติดต่อกับเกาหลีเหนือ เพื่อติดตามตัวกลับมาแต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้า จึงเดินทางไปยื่นหนังสืออีกครั้ง เพราะไม่อยากให้เรื่องนี้เงียบหายไป ขณะที่ครอบครัวยังมีกำลังใจที่ดี และหวังว่าสักวัน น.ส.อโนชา จะได้กลับบ้านเกิดมาอยู่กับครอบครัว

 

 

นายโทโมฮารุ ระบุว่า การหายตัวไปของ น.ส.อโนชา ถือเป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลไทย ต้องเร่งดำเนินการ เพราะเกี่ยวกับเรื่องสิทธิมนุษยชน และการหายตัวไปของคนหนึ่งคน ในประเทศใดก็ตาม เป็นสิ่งที่ประเทศนั้นต้องติดตามตัว และรู้ข้อเท็จจริงว่ายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ และอยู่อย่างไร

 

 

สำหรับ น.ส.อโนชา ปันจ้อย เกิดเมื่อวันที่ 12 ก.ค. 2497 หายตัวไปขณะเดินทางไปทำงานที่เกาะมาเก๊า เมื่อปี 2521 จนครอบครัวคิดว่าน่าจะเสียชีวิตแล้ว แต่เมื่อมีคำยืนยัน และเบาะแส จากนางฮิโทมิ โซงะ ชาวญี่ปุ่น ที่เคยถูกลักพาตัว โดยเกาหลีเหนือ และได้กลับประเทศญี่ปีเมื่อปี 2545 พร้อมกับนาย Charles Robert jankins ซึ่งเป็นสามี อดีตทหารหนีทัพเอมริกาอยู่ในเกาหลีเหนือกว่า 30 ปี ระบุว่า เดือน พ.ค. 2548 ขณะอาศัยอยู่ในกรุงเปียงยางของเกาหลีเหนือ ได้พบกับผู้หญิงคนหนึ่งชื่อ อโนเชะ และเมื่อเรื่องของ อโนเชะ ออกสถานีโทรทัศน์ของประเทศไทย และรัฐบาลไทยเสาะหาข้อมูลสามารถชี้ชัดได้ว่า อโนเชะ ก็คือ น.ส.อโนชา ปันจ้อย ชาวจังหวัดเชียงใหม่ นาย jankins ยังยืนยันอีกว่า น.ส.อโนชา เคยเล่าให้ฟังว่าถูกมัดที่หาดในมาเก๊า พาลงเรือแล้วพาตัวไปที่เกาหลีเหนือ ซึ่งบนเรือมีหญิงชาวเอเชียอีก 2 คน

 

 

สำหรับความพยายามในการติดตามตัว น.ส.อโนชา ของครอบครัว และรัฐบาลไทย ปี 2548 ได้เริ่มติดต่อ และเจรจากับรัฐบาลเกาหลีเหนือ พร้อมเสนอจัดตั้งคณะทำงานร่วมไทย-เกาหลีเหนือ เพื่อติดตามตัว แต่ได้รับคำตอบจากรัฐบาลเกาหลีเหนือ หลายครั้งว่า ไม่พบบุคคลที่ชื่อ น.ส.อโนชา ปันจ้อย ซึ่งเป็นคนไทยในเกาหลีเหนือ ขณะที่ครอบครัวปันจ้อย และกลุ่มช่วยเหลือผู้ที่ถูกลักพาตัวโดยเกาหลีเหนือ (เชียงใหม่) ยังคงมีการยืนหนังสือเพื่อให้รัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งติดตามตัวทุกปีล่าสุดถือเป็นปีที่ 15 แล้ว แต่ก็ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนว่า น.ส.อโนชา ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ และอยู่ที่ไหน

 

 

ข้อมูลของกลุ่มช่วยเหลือผู้ที่ถูกลักพาตัวโดยเกาหลีเหนือ (เชียงใหม่) ระบุว่า ในอดีตที่ผ่านมาเกาหลีเหนือ ได้ลักพาตัวคนในประเทศต่างๆ ทั่วโลกหลายร้อยคน เฉพาะปี 2550 มีอย่างน้อย 100 คน เช่นเกาหลีใต้,ญี่ปุ่น,จีน,อเมริกา,มาเลเซีย และประเทศไทยคือ น.ส.อโนชา ปันจ้อย โดยมีเป้าหมายในการลักพาตัว คือ เพื่อปิดปากคนที่เห็นการปฏิบัติการของสายลับเกาหลีเหนือในประเทศที่แอบเข้าไป, เพื่อใช้เป็นครูสอนสำหรับผลิตสายลับ, เพื่อผลิตหนังสือเดินทางปลอม, เพื่อให้สายลับปฏิบัติการโดยใช้สถานภาพของผู้ที่ถูกลักพาตัว, เพื่อให้เป็นบุคคลที่มีทักษะเฉพาะทางสำหรับเกาหลีเหนือ และเพื่อให้เป็นคู่สมรสของชาวต่างชาติที่อยู่ในเกาหลีเหนือในลักษณะไม่ปกติ เช่น ทหารหนีทัพ


ลูกบ้านเอื้ออาทรร้องเหม็นขยะล้นถัง จ.สมุทรปราการ

Wed, 15 Jul 2020 08:15:00

วันนี้ (15 ก.ค.2563) ผู้พักอาศัยในโครงการบ้านเอื้ออาทรสมุทรปราการ1 ต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ แจ้งมายังร้องทุกข์ลงป้ายนี้ว่า รถเก็บขยะเข้ามาเก็บขยะล่าช้า ทำให้จุดทิ้งขยะต่างๆภายในหมู่บ้านมีขยะล้นถังออกมากองอยู่กับพื้นเป็นจำนวนมาก ทำให้ขยะที่สะสมเป็นเวลานานส่งกลิ่นเหม็นรบกวน อีกทั้งเวลาที่รถเข้ามาเก็บขยะก็มีน้ำเสียส่งกลิ่นเหม็นไหลออกมาจากรถ สร้างความเดือดร้อนให้คนในชุมชนมานานกว่า 2 สัปดาห์ 


ทีมข่าวร้องทุกข์ลงป้ายนี้ ลงพื้นที่สำรวจภายในโครงการบ้านเอื้ออาทรสมุทรปราการ1 ซึ่งมีทั้งหมด 3 เฟส พบว่า เฟสที่1 และเฟสที่2 มีรถเข้ามาเก็บขยะไปแล้ว เหลือเพียงเฟสที่ 3 ที่ยังไม่มีการเก็บขยะออกไป จึงได้สอบถามแม่บ้านที่กำลังทำความสะอาดอยู่บริเวณจุดทิ้งขยะ บอกว่า สาเหตุที่ยังมีขยะตกค้างอยู่มาจากรถเข้ามาเก็บขยะไม่ตรงเวลา


ทีมข่าวสอบถามไปยังเจ้าหน้าที่กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลตำบลแพรกษา ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบ บอกว่า หลังรับทราบปัญหาได้สั่งการให้ผู้รับจ้างเข้าไปดำเนินการเก็บขยะแล้ว ทั้งนี้ทางเทศบาลตำบลแพรกษา ได้ว่าจ้างบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งในการดำเนินการเก็บขยะในพื้นที่ตำบลแพรกษา โดย จะเข้าไปเก็บขยะในโครงการบ้านเอื้ออาทรสมุทรปราการ1 สัปดาห์ละ3ครั้ง คือวันจันทร์ วันพฤหัสบดี และวันเสาร์ ส่วนสาเหตุที่ยังมีขยะตกค้างในหมู่บ้านดังกล่าวจนนำมาสู่การร้องเรียน ทางเทศบาลจะเชิญผู้รับจ้างเข้าประชุมเพื่อชี้แจ้งและหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาในระยะยาวต่อไป ทั้งนี้หากประประชาในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนสามารถแจ้งปัญหาไปที่เทศบาลตำบลแพรกษาได้โดยตรง


จ.เลย ให้ผู้ค้าสลากกลับจากระยอง แจ้งชื่อ-กักตัว 14 วัน

Wed, 15 Jul 2020 06:39:00

เมื่อวันที่ (14 ก.ค.2563) นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ประชุมแพทย์และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเพื่อเตรียมมาตรการเฝ้าระวังการระบาดของเชื้อ COVID-19 ในพื้นที่หลังพบผู้ติดเชื้อ COVID-19 ใน จ.ระยอง

ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ระบุว่าขณะนี้ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบและคัดกรองผู้ที่เดินทางกลับจาก จ.ระยอง โดยเฉพาะกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าขายสลากกินแบ่งรัฐบาลที่เดินทางไปขายสลากในพื้นที่ จ.ระยอง และจะกลับเข้ามาในพื้นที่ รวมถึงผู้ที่เดินทางด้วยรถโดยสารประจำทาง เส้นทางเลย - ระยอง ในช่วงต้นเดือน ก.ค.

นพ.ปรีดา วรหาร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเลย ระบุว่า แนวทางมาตรการป้องกันเบื้องต้นจะทำบันทึกข้อมูลผู้ที่เดินทางมาจาก จ.ระยอง ที่ต้องส่งข้อมูลให้สาธารณสุขพื้นที่ เพื่อติดตามสังเกตอาการเป็นเวลา 14 วัน ส่วนกลุ่มผู้ค้าสลากเร่ เมื่อกลับเข้ามาในพื้นที่ต้องเข้าสู่กระบวนการกักตัว 14 วันเพื่อสังเกตอาการ


มาเลเซียตั้งรั้วลวดหนามติดชายแดนไทยสกัดลอบเข้าเมือง

Tue, 14 Jul 2020 14:41:00

วันนี้ (14 ก.ค.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่มาเลเซียติดตั้งรั้วลวดหนามฝั่งรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย ติดกับบริเวณพรมเเดนธรรมชาติใน จ.นราธิวาส เพื่อใช้เป็นแนวกั้นป้องกันการอพยพเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นการเฝ้าระวังการระบาดของ COVID-19 หลังมีเเรงงานผิดกฎหมายเข้าเมืองทั้งไทย อินโดนีเซีย เเละฟิลิปปินส์ เพราะมาเลเซียเริ่มปลดล็อก นอกจากนี้ยังเป็นเเนวป้องกันการระบาดของยาเสพติด โดยเฉพาะในรัฐกลันตัน

 

พล.ต.ต.นรินทร์ บูสะมัญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า การติดตั้งรั้วลวดหนามตลอดเเนวชายเเดนของมาเลเซียถือว่าเป็นเรื่องดี เพราะจะช่วยป้องกันการเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ซึ่งในช่วงที่ผ่านมายังคงมีเเรงงานไทยกลับเข้าประเทศเเบบไม่ถูกต้องผ่านด่านพรมเเดนธรรมชาติ เเละมีคนไทยบางส่วนที่กลับมาเลเซียหลังการปลดล็อก

 

นอกจากนี้ยังย้ำว่า ไทยเข้มงวดป้องกันการขนย้ายยาเสพติดข้ามประเทศ เเละตรวจยึดยาเสพติดได้จำนวนมาก โดยเฉพาะการยึดยาไอซ์กว่า 1,400 กิโลกรัมใน อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งการสร้างรั้วกั้นเพื่อเป็นเเนวป้องกันของมาเลเซียอาจทำให้การขนย้ายของกลุ่มค้ายาเพื่อส่งไปยังประเทศที่ 3 ยากขึ้น

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เสริมรั้วลวดหนามสกัดแรงงานข้ามชาติลอบเข้าไทย

 


เสริมรั้วลวดหนามสกัดแรงงานข้ามชาติลอบเข้าไทย

Mon, 13 Jul 2020 20:36:00

วันนี้ (13 ก.ค.2563) พล.ต.ธราพงษ์ มะละคำ ผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา ตรวจสอบแนวรั้วลวดหนามที่ติดตั้งเสริมขึ้น 3 ชั้น และติดตั้งอุปกรณ์ส่งสัญญาณ บริเวณตะเข็บชายแดนบ้านป่าไร่ ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ซึ่งเป็น 1 ใน 5 จุดที่ได้สั่งการให้เสริมแนวรั้วลวดหนามเพิ่ม เพื่อป้องกันแรงงานชาวกัมพูชาใช้เป็นเส้นทางหลบหนีเข้าไทย

โดย 5 จุดประกอบด้วย จุดบ้านป่าไร่ อ.อรัญประเทศ, จุดบ้านทัพไทย บ้านร่มไทร บ้านคลองแผง อ.ตาพระยา และจุดบ้านโนนหมากมุ่น อ.โคกสูง เพราะทั้ง 5 จุด มักถูกใช้เป็นเส้นทางลักลอบเข้าประเทศไทยของแรงงานชาวกัมพูชา ซึ่งตั้งแต่ปลายเดือน มี.ค.เป็นต้นมา มีการจับกุมผู้หลบหนีเข้าเมืองได้แล้วมากกว่า 16,000 คน



ขณะที่เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงกำลังติดตามพฤติการณ์ของผู้กว้างขวางบางคน ที่อาศัยอยู่ใน ต.ทัพไทย ต.ทัพเสด็จ ต.ตาพระยา รวมถึงผู้กว้างขวางในบ้านโนนหมากมุ่น อ.โคกสูง และที่บ้านทัพพริก รอยต่อระหว่าง อ.อรัญประเทศ และ อ.คลองหาด และผู้กว้างขวางใน อ.วังน้ำเย็น เพื่อรวบรวมหลักฐานดำเนินคดี หลังมีเบาะแสว่ายุ่งเกี่ยวกับการนำแรงงานชาวกัมพูชาเข้าไทย

นายวรพันธุ์ สุวัณณุสส์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ยืนยันว่า ภายในวันที่ 15 ก.ค.นี้ จะเปิดด่านบ้านคลองลึกให้ผู้ค้าชาวกัมพูชานำสินค้าเข้ามาจำหน่ายในตลาดโรงเกลือได้วันละ 50 คัน อนุญาตให้มีผู้เข้ามากับรถได้คันละ 2 คน ส่วนที่จุดผ่อนปรนตาพระยา หนองปรือ และที่ด่านบ้านเขาดิน จะอนุญาตให้รถบรรทุกสินค้าเกษตรเข้าได้ แต่ยังไม่อนุญาตให้ประชาชนทั้ง 2 ประเทศเข้า-ออก

ส่วนที่ชายแดน จ.กาญจนบุรี พล.ต.ฐกัด หลอดศิริ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 สั่งเสริมกำลังทหารเข้าไปประจำจุดเสี่ยงที่กลุ่มแรงงานชาวเมียนมาจะใช้เป็นเส้นทางหลบหนีเข้าไทย โดยเฉพาะบริเวณชายแดนบ้านพุน้ำร้อน ต.บ้านเก่า อ.เมืองกาญจนบุรี เพื่อสกัดกั้นไม่ให้สามารถเข้าประเทศได้ตามมาตรการควบคุม COVID-19

 

ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กำชับให้ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองเปิดปฏิบัติการเชิงรุกปราบปรามขบวนการลักลอบนำแรงงานข้ามชาติเข้าเมืองผิดกฎหมายในพื้นที่ชายแดนและพื้นที่ชั้นใน ซึ่งพบสถิติการจับกุมรายวันเพิ่มมากขึ้นหลังการผ่อนคลายมาตรการควบคุม COVID-19

ขณะที่ พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกประจำตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ระบุว่า มีการคาดโทษและเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐ หากพบว่าเกี่ยวข้องกับการนำพาแรงงานผิดกฎหมายเข้าประเทศ และได้แจ้งเตือนสถานประกอบการห้ามรับแรงงานผิดกฎหมายเข้าทำงาน เพราะไม่ได้ผ่านการคัดกรองตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข

 


เกษตรกรร้องถูกเบี้ยวค่าน้ำนมดิบกว่า 2 ล้านบาท อ้างไม่ได้คุณภาพ

Mon, 13 Jul 2020 14:25:00


วันนี้ (13 ก.ค.2563) เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมกลุ่มเกษตรกรก้าวหน้า อ.โนนสุวรรณ จ.บุรีรัมย์ จำนวน 9 คน เรียกร้องขอความช่วยเหลือ หลังถูกผู้ประกอบการที่ทำ MOU รับซื้อน้ำนมดิบไปแปรรูปส่งขายให้กับโรงเรียนต่าง ๆ ไม่ยอมจ่ายค่าน้ำนมดิบให้กับเกษตรกรมาตั้งแต่เดือน เม.ย. เป็นเวลา 4 เดือน รวมเป็นเงินกว่า 2 ล้านบาท ทำให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนไม่มีเงินใช้จ่ายในครอบครัว บางส่วนต้องทยอยขายแม่วัวเพื่อนำเงินมาใช้จ่ายในครอบครัว

 

ตัวแทนเกษตรกร อ้างว่า ที่ผ่านมาเคยสอบถามไปยังทางผู้ประกอบการ แต่อ้างว่านมของเกษตรกรไม่มีคุณภาพ ทางบริษัทต้องนำไปเททิ้ง ทำให้ไม่มีเงินจ่ายให้กับเกษตรกร ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วก่อนที่จะมีการส่งนมได้มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบคุณภาพน้ำนมก่อนทุกครั้ง

 

ก่อนหน้านี้ศูนย์ดำรงธรรมได้เรียกทั้งสองฝ่ายมาไกล่เกลี่ยทางผู้ประกอบการก็รับปากจะทยอยจ่ายเงินที่ค้างให้กับเกษตรกรทั้ง 9 คน แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีใครได้รับเงิน

กลุ่มเกษตรกรจึงเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐเข้ามาตรวจสอบและเร่งคลี่คลายปัญหาความเดือดร้อนโดยเร็ว

 

 

 


วัดโล่สุทธาวาสสอน “มรณานุสติ” จิบกาแฟบนโลงศพ

Mon, 13 Jul 2020 14:18:00

ร้านกาแฟ ชื่อ “วางคาเฟ่” ตั้งอยู่หน้าเมรุฌาปณกิจ ในวัดโล่สุทธาวาส จ.อ่างทอง ไม่ห่างจากพระอุโบสถสองชั้น ภายในร้านตกแต่งด้วยการนำวัสดุเหลือใช้ เช่น เบาะรถจักรยานเก่า มาทำเก้าอี้นั่ง ให้ผู้ใช้บริการ แต่ที่สะดุดตากว่าเก้าอี้ยางรถยนต์ คือโต๊ะที่ให้นั่งดื้ม จิบกาแฟ เป็นโลงศพสีทองอร่าม

พระครูนิเทศก์ธรรมรส หรือหลวงพ่อไพฑูรย์ กันตธัมโม เจ้าอาวาส วัดโล่สุทธาวาส เล่าให้ฟังว่า ร้านกาแฟ “วางคาเฟ่” เกิดจากแนวคิดที่จะให้บริการประชาชนที่เดินทางเข้ามากราบไหว้ และท่องเที่ยวภายในวัด

เหตุผลที่นำโลงศพมาตั้งไว้ ที่ร้านกาแฟหน้าเมรุ ก็เพื่อให้เป็นกุศโลบายให้พุทธศาสนิกชนปล่อยวาง วางจากความทุกข์ เห็นความไม่เที่ยง

 

พระครูนิเทศก์ธรรมรส อีกด้านหนึ่ง ก็เป็นการบริการให้กับญาติโยมที่เข้ามาในวัด ขายเครื่องดื่มในราคาถูก เริ่มต้นเพียง 20 บาทเท่านั้น มีให้เลือกทั้งกาแฟสด กาแฟซอง ส่วนน้ำเก็กฮวย ให้บริการฟรีกับพุทศาสนิกชนที่เข้ามาที่วัด

 

นอกจากกุศโลบาย นำโลงศพมาใช้แทนโต๊ะ สอนเรื่องปล่อยวาง ยังมีการจัดสวนต้นไม้เล็กๆ มีคำบรรยายชื่อของต้นไม้ชนิดต่างๆติดไว้ทั่วบริเวณ เพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้เล็กๆ ให้กับผู้ที่เข้ามาใช้บริการ
วัดโล่สุทธาวาสต.ตลาดหลวง อ.เมืองอ่างทอง ประดิษฐานรูปหล่อสมเด็จโต ปางจับยามสามตาที่มีอายุกว่าร้อยปี และเป็นวัดที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวตลาดอ่างทอง

 

 

 


ร้องตรวจสอบผู้ใหญ่บ้านถมดินทับลำรางสาธารณะหรือไม่ ?

Mon, 13 Jul 2020 12:25:00

วันนี้ (13 ก.ค.2563) ทีมข่าวรายการสถานีประชาชน พร้อมกับ ปลัดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ , เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ลงพื้นที่ หมู่ที่ 10 ต.สามกระทาย อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านในพื้นที่ อ้างว่าได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 10 นำดินถมพื้นที่ คาดการณ์อาจเป็นพื้นที่ลำรางสาธารณะ ทำให้เกรงว่าในอนาคตชาวบ้านจะไม่มีน้ำใช้ทำการเกษตร

 


ตัวแทนชาวบ้านนำโฉนดที่ดินแสดงเป็นหลักฐานกับเจ้าพนักงานที่ดิน อ้างมีพื้นที่ติดกับแปลงที่พิพาทของผู้ใหญ่บ้าน ให้ข้อมูลว่าเคยใช้น้ำในลำรางสาธาณะเพื่อทำการเกษตรมานานหลายปี จนกระทั่งเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2563 ผู้ใหญ่บ้านได้นำดินมาถมและให้เหตุผลว่าเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล ตนเองและชาวบ้านจึงมีการยื่นเรื่องร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งตรวจสอบเป็นการด่วน

นายประชิน เอี่ยมสำอางค์ ผู้ใหญ่บ้าน(คู่กรณี) ให้ข้อมูลว่า เดิมทีพื้นที่ดังกล่าว เป็น นส. 3 ก ตั้งแต่รุ่นบิดา ในสมัยนั้นได้มีการขุดเป็นคูน้ำขนาดเล็กเพื่อใช้ทำเกษตรในพื้นที่ จนกระทั่งปัจจุบันเห็นว่าคูน้ำดังกล่าวเริ่มตื้นเขินจึงมีการขุดขึ้นมาใหม่ใกล้เคียงกันและนำดินถมทับคูน้ำเดิม ซึ่งอาจทำให้ชาวบ้านเข้าใจผิดว่าเป็นพื้นที่สาธารณะ ยืนยันทำถูกต้องตามกฏหมายทุกประการ

 

 

ในขณะที่นางรสริน สุภาพ รักษาการแทนเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นำหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในที่ดินแปลงดังกล่าวแสดงเป็นหลักฐานกับชาวบ้าน ในเอกสารระบุ ปี 2513 – 2514 พื้นที่พิพาทดังกล่าวไม่มีลำรางสาธารณะตามที่ชาวบ้านกล่าวอ้างแต่อย่างใด จนกระทั่งปี 2542 มีโครงการเดินสำรวจที่ดินบริเวณพิพาทอีกครั้ง พบมีการจดแจ้งว่าพื้นที่บริเวณใกล้เคียงมีลำรางสาธาณะ แต่ไม่แน่ชัดว่าลำรางดังกล่าวมีความยาวจรดที่พิพาทหรือไม่ สันนิษฐานตามเอกสารทางราชการ อาจมีการขุดคูน้ำด้วยฝีมือมนุษย์ แต่หากชาวบ้านต้องการหลักฐานที่แน่ชัด ต้องขอซื้อข้อมูลภาพถ่ายทางอากาศกรมแผนที่ทางทหาร เพื่อยืนยันความชัดเจนในพื้นที่พิพาทอีกครั้ง

ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและชาวบ้านอยู่ระหว่างการประสานขอซื้อภาพถ่ายทางอากาศกรมแผนที่ทางทหาร คาดปลายเดือนกรกฎาคมนี้ จะทราบข้อมูลที่ชัดเจนว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นลำรางสาธารณะหรือไม่

 


รื้ออาคาร-กางเต็นท์เรียน หลังโรงเรียนถูกดึงงบช่วย COVID-19

Mon, 13 Jul 2020 10:48:00

วันนี้ (13 ก.ค.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โรงเรียนบ้านตาพรวนสร้างแซ่ง ต.สร้างแซ่ง อ.ยางสีสุราช จ.มหาสารคาม กางเต็นท์ให้นักเรียนเรียนหนังสือ เนื่องจากไม่มีห้องเรียนเพียงพอ หลังได้รื้อถอนอาคารเรียนเพื่อเตรียมพื้นที่ก่อสร้างอาคารหลังใหม่ โดยทางโรงเรียนได้รับงบประมาณปี 2563 เป็นเงินกว่า 2.6 ล้านบาท แต่งบประมาณดังกล่าวถูกโอนคืนกลับไปส่วนกลางเพื่อนำไปช่วยเรื่อง COVID-19

 

นายวรวิทย์ มิทราวงศ์ ผอ.โรงเรียนบ้านตาพวนสร้างแซ่ง เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้โรงเรียนได้รับหนังสือการแจ้งจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 งบลงทุนค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้าง (รายการปีเดียว) จากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 2 ว่า โรงเรียนได้รับจัดสรรงบฯ โดยให้เตรียมการจัดซื้อจัดจ้างรอไว้ก่อน ซึ่งทางโรงเรียนได้จัดหาไว้เรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงทำสัญญาเท่านั้น อีกทั้งยังได้รื้อถอนอาคารเรียนที่เป็นอาคารเก่าอายุกว่า 44 ปีที่มีสภาพผุพัง

หลังจากนั้นทางโรงเรียนถูกระงับการจัดสรรงบฯ จากสถานการณ์ COVID-19 แต่เมื่อมีการรื้อถอนอาคารเรียนไปแล้ว ทำให้ห้องเรียนและห้องพิเศษต่างๆ ไม่เพียงพอ จึงต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการกางเต็นท์ให้นักเรียนใช้เป็นห้องเรียนชั่วคราว รวมถึงย้ายนักเรียนไปเรียนในห้องสมุดและห้องวิทยาศาสตร์แทน ส่งผลให้ผู้ปกครองขาดความเชื่อมั่นต่อโรงเรียนและตัดสินใจย้ายบุตรหลานออกไปเรียนที่อื่นแล้ว 17 คน จึงอยากขอให้ภาครัฐจัดสรรงบฉุกเฉินมาช่วยเหลือเพื่อให้การก่อสร้างอาคารแล้วเสร็จโดยเร็ว

 

เช่นเดียวกับโรงเรียนบ้านนาเลา ต.หนองไฮ อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม ที่ได้รื้อถอนอาคารเรียนหลังเก่า เพื่อเตรียมสร้างอาคารหลังใหม่ แต่ก็ถูกระงับงบประมาณ

นางกัญจนา สัตตรัตนำพร ผอ.โรงเรียนบ้านนาเลา เปิดเผยว่า ทางโรงเรียนทำเรื่องขอรื้อถอนอาคาร เพราะเห็นว่ามีงบประมาณมาแน่นอนแล้ว โดยได้ทำการรื้อถอนในเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา เป็นเงิน 75,000 บาท ซึ่งเงินจำนวนนี้ได้ขอยืมมาจากพระที่เป็นหนึ่งในคณะกรรมการการศึกษา กระทั่งรื้อถอนเสร็จแล้วจึงทราบว่าถูกระงับงบประมาณ ทำให้มีห้องเรียนไม่เพียงพอและนักเรียนต้องมาเรียนรวมกัน บางส่วนต้องไปเรียนที่โรงอาหารแทน จึงอยากให้เร่งจัดสรรงบประมาณหรืองบฉุกเฉินมาช่วยเหลือ เพื่อสร้างอาคารเรียนให้แล้วเสร็จ

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 2 อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม เพื่อสอบถามเรื่องดังกล่าว แต่นายจำนงค์ สุดาเดช ผอ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 2 ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลใดๆ

 


"เทวัญ"สั่งทุกวัดงดรับช่องส่องผี-ขอขมาย่าโม 19 ก.ค.นี้

Mon, 13 Jul 2020 10:40:00

จากกรณีรายการช่องส่องผี ที่มีนายเชษฐวุฒิ วัชรคุณ หรือ บ๊วย พร้อมด้วยอาจารย์เรนนี่ สุระประภา คำขจร และเจมส์ ศราวุฒิ วรพัทธ์ทีวีโชติ มาบันทึกเทปรายการที่วัดศาลาลอย จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นวัดที่บรรจุอัฐิของท้าวสุรนารี หรือย่าโม ที่ชาวนครราชสีมาและคนไทยทั้งประเทศให้ความเคารพนับถือ เป็นวีรสตรีที่ร่วมกับน.ส.บุญเหลือ ลูกบุญธรรม และหญิงชาวโคราช กอบกู้เมืองนครราชสีมาที่ถูกข้าศึกยึดจนสร้างความไม่พอใจกับลูกหลานย่าโม เพราะเนื้อหาบิดเบือนประวัติศาสตร์

วานนี้ (12 ก.ค.2563) นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ได้รับการติดต่อจากนายเชษฐวุฒิ ผู้ดำเนินรายการช่องส่องผีว่า ได้รับทราบความรู้สึกของชาวโคราช และขออภัยกับสิ่งที่เกิดขึ้น และเพื่อเป็นการแสดงออกถึงความเสียใจกับเหตุการณ์ดังกล่าว พิธีกรและทีมงานจะมาทำพิธีขอขมาต่อดวงวิญญาณของท้าวสุรนารี (ย่าโม) และน.ส.บุญเหลือ ในวันที่ 19 ก.ค.นี้

ส่วนเวลา และสถานที่ใดบ้าง ทางจ.นครราชสีมา จะหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภาคประชาชน ลูกหลานย่าโม ชาวโคราช อีกครั้ง ก่อนจะให้รายการช่องส่องผี ทราบต่อไป

อ่านข่าวเพิ่ม ชาวโคราช จ่อแจ้งความ "เรนนี่ ส่องผี" บิดเบือนประวัติศาสตร์ย่าโม

"เทวัญ"ห้ามช่องส่องผีถ่ายในวัด

ขณะที่นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทราบว่าทีมงานรายการ ได้แจ้งความประสงค์จะมาทำพิธีขอขมา ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะคนเราถ้าสำนึกผิดไปแล้ว เชื่อว่าชาวโคราชก็พร้อมที่จะให้อภัย แต่ในเรื่องของคดีความ ที่มีสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านจ.นครราชสีมา ไปแจ้งความดำเนินคดีในความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ก็ขอให้เป็นไปตามขั้นตอนทางกฎหมาย เพราะการมาบิดเบือนประวัติศาสตร์ มีความผิดอยู่แล้ว และทราบข่าวว่ารายการนี้ยังบิดเบือนประวัติศาสตร์ของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และสุนทรภู่อีกด้วย

เรื่องนี้ต้องเป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น กสทช. หรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องเข้าไปดูเพื่อไม่ให้เกิดเรื่องซ้ำขึ้นมาอีก หากปล่อยปละละเลยให้มีรายการลักษณะเช่นนี้ ไปบิดเบือนประวัติศาสตร์ตามอำเภอใจให้คนดูหลงเชื่อ จะส่งผลไม่ดีต่อประเทศชาติแน่นอน

 

ขณะเดียวกันในส่วนของสำนักงานพระพุทธศาสนา ที่ตนเองกำกับดูแลอยู่ ได้ทำหนังสือไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาทุกจังหวัดแล้วว่า หากมีรายการลักษณะเช่นนี้ ไปขอถ่ายทำในวัดต่างๆ ก็ขอให้ชี้แจงรายละเอียดให้ชัดเจน และขอให้พิจารณาให้ดีก่อนอนุญาต หากมาถ่ายทำเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว หรือส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมอันดีงามของไทย ก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือเต็มที่ แต่หากมาถ่ายทำแล้วบิดเบือนประวัติศาสตร์ มีการลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัด ก็ให้พิจารณาว่าไม่อนุญาตให้ถ่ายทำ

ประวัติศาสตร์ ไม่ให้มีใครมาบิดเบือนได้ในภายหลัง และฝากถึงพี่น้องประชาชนชาวไทยด้วยว่า เมื่อดูรายการลักษณะนี้แล้ว ก็ขอให้ใช้วิจารณญาณในการดูด้วย อย่าเชื่อเสียทั้งหมด ซึ่งเชื่อว่าหลายคนก็คงจะรู้แล้วว่าอะไรเป็นอะไร

จี้กสทช.ตรวจสอบ 

ด้านนายวัชรพล โตมรศักดิ์ ส.ส.จังหวัดนครราชสีมา เขต 2 กล่าวว่า ในฐานะเป็นชาวโคราช ได้ติดตามเรื่องนี้มาตลอด ก็รู้สึกว่าการกระทำของรายการนี้เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ที่จะมาบิดเบือนประวัติศาสตร์ของชาวโคราชที่มีบันทึกมาอย่างยาวนาน หากรายการจะมาขอขมาก็ขอให้รีบมาเร็วๆ เพราะอย่างน้อยคนโคราชส่วนหนึ่งก็คงจะให้อภัยได้บ้าง แต่ถ้าไม่มาก็ตั้งใจไว้แล้วว่า จะใช้เวลาของรัฐสภา ยื่นกระทู้ถามไปยัง กสทช.ว่ารายการลักษณะเช่นนี้ หน่วยงานที่ตรวจสอบปล่อยให้ออกมาเผยแพร่ทางสื่อสาธารณะได้อย่างไร เพราะไม่ใช่เฉพาะที่โคราชเท่านั้น แต่ยังมีอีกหลายแห่งที่มีปัญหาเช่นนี้

แม้ว่าจะถอดรายการออกจากช่องแล้วก็ตาม แต่ยังเผยแพร่อยู่ในช่องยูทูปอีก กสทช.ก็ต้องตามไปตรวจสอบด้วย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

"เรนนี่" ช่องส่องผีขอโทษประชาชน-ชี้ความเชื่อทำให้เห็นต่าง

กสทช.เรียก "ช่องส่องผี" ชี้แจง - ชาวโคราชจี้ขอขมาย่าโม

 


ยาบ้าใคร? "เจ้าโชค" ลูกหมาคาบมาเล่นหล่นเกลื่อน 4,000 เม็ด

Mon, 13 Jul 2020 10:05:00

วานนี้ (12 ก.ค.2563)  ร.ต.อ.ปรีชา กังขอนนอก รองสวป.สภ.นาข่า จ.อุดรธานี และตำรวจสายตรวจ 191 ตรวจสอบที่เกิดเหตุหลังจากศูนย์วิทยุ 191 ภ.จว.อุดรธานี  รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบถุงยาบ้าจำนวนมาก โดยมีสุนัขคาบมาแล้วเอามาไว้ในร้านขายเป็ดย่าง ริมถนนมิตรภาพอุดรธานี-หนองคาย บ้านท่าตูม ของนายอดุลย์ วีรวัฒนา อายุ 50 ปี เจ้าของร้านที่พบยาบ้าตกเกลื่อน หลังจากเจ้าโชค ลูกสุนัข พันธุ์ไทยสีขาวลายน้ำตาล อายุ 6 เดือนได้คาบมาจากข้างเสาไฟฟ้าริมถนนบริเวณหน้าร้าน แล้วเอามากัดเล่นทำให้ถุงยาบ้าแตกตกหล่นเป็นทางไปถึงหลังร้าน 

โดยพบว่ยาบ้าจำนวน 10 ถุง แบ่งเป็นถุงสีน้ำเงิน 8 ถุง ถุงสีชมพู 2 ถุง และอีกห่อใหญ่  รวมยาบ้า 4,000 เม็ด โดยยาบ้าทั้งหมด เจ้าโชค คาบมากัดเล่น

เร่งแกะรอยวงจรปิดหาแก๊งค้ายา

นายอดุลย์ กล่าวว่า ก่อนเปิดร้านได้ทำความสะอาดกวาดพื้นอยู่ที่หน้าร้าน แต่เห็นถุงพลาสติกสีน้ำเงินและสีชมพู มีรอยถูกสุนัขกัดตกหล่นเป็นทาง จากหน้าร้านไปถึงหลังร้าน จึงเดินเก็บถุงดังกล่าวมาเรื่อยๆรวมทั้งหมด 10 ถุง และเคยดูจากออกข่าวว่าเป็นถุงใส่ยาบ้า และมีเม็ดสีแดงอยู่ในถุงด้วย จากนั้นก็ไปเจอที่ใต้ต้นมะนาวหลังร้าน ซึ่งเจ้าโชคชอบนอนอยู่แถวนั้นเป็นประจำ

ตำรวจแกะรอยจนพบว่า จุดที่ลูกสุนับคาบห่อยาบ้ามาเล่น อยู่แถวพงหญ้าข้างเสาไฟฟ้าแถวหน้าร้าน เพราะยังมีรอยเศษห่อยาบ้าตกหล่นอยู่

ตำรวจยึดยาบ้าทั้งหมด 4,000 เม็ดไปเก็บไว้ที่โรงพัก พร้อมส่งตำรวจชุดสืบสวน ลงตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงหาตัวผู้ต้องสงสัยแก๊งขบวนการค้ายาบ้าที่นำยาบ้าเอามาวางไว้ทิ้งไว้

 

 


ค้านสร้างตึกสูงเขตเมืองเก่า หวั่นทำผลักดันเชียงใหม่เป็นเมืองมรดกโลกไม่สำเร็จ

Mon, 13 Jul 2020 06:45:00

ตึกเก่าอายุกว่า 50 ปี บนถนนช้างม่อย อ.เมืองเชียงใหม่ บางส่วนยังคงถูกอนุรักษ์ไว้ ขณะที่บางส่วนได้ปรับปรุงเป็นตึกใหม่เพื่อประกอบธุรกิจและที่ผ่านมามีการพยายามสร้างตึกสูง ในพื้นที่ที่ยื่นขอเป็นเมืองมรดกโลกทำให้ภาคประชาชนแสดงความเป็นห่วงต่อการยื่นเสนอเชียงใหม่เป็นเมืองมรดกโลก ก่อนหน้านี้ภาคประชาชนใน จ.เชียงใหม่ ได้คัดค้านการก่อสร้างตึกสูงในเขตเมืองเก่า และเรียกร้องให้มีการปรับปรุงเทศบัญญัติ ให้สอดคล้องกับการยื่นขอขึ้นทะเบียนมนดกโลก เพื่ออนุรักษ์อัตลักษณ์ของจังหวัดเชียงใหม่

คณะทำงานเชียงใหม่เมืองมรดกโลก ระบุว่า การยื่นหนังสือให้กับทาง UNESCO พิจารณาขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจะขึ้นอยู่กับรัฐบาล ซึ่งขณะ จ.เชียงใหม่ ได้ส่งเอกสารให้กับทางรัฐบาลและหน่วยงานเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ เมืองเชียงใหม่ได้ถูกเสนอชื่อให้ขึ้นบัญชีชั่วคราวขององค์การ UNESCO เพื่อแจ้งเจตจำนงให้เป็นแหล่งมรดกโลกด้านวัฒนธรรมซึ่งมีเวลาในการดำเนินการ 10 ปี

ขณะนี้การขับเคลื่อนเมืองเชียงใหม่สู่เมืองมรดกโลกด้านเมืองประวัติศาสตร์ที่มีชีวิต กล่าวคือ ยังคงเป็นพื้นที่ที่วิถีชีวิตแบบเมืองสมัยใหม่ ซ้อนทับไปกับแหล่งโบราณสถาน และยังคงมีการสืบต่อคุณค่าจากครั้งอดีตต่อเนื่องถึงปัจจุบัน ขณะที่การดำเนินงานกำลังเดินหน้าไปตามลำดับ ทั้งในเรื่องการยื่นเอกสารขอเสนอการขึ้นเป็นเมืองมรดกโลก และการจัดทำแผนการจัดการแหล่งมรดกในพื้นที่ ขณะเดียวกันยังมีการแสดงออกถึงความสมัครสมานสามัคคีของประชาชนทุกคน ที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนโครงการนี้ ซึ่งถือว่าเป็นทั้งความก้าวหน้าและความสำเร็จ 

 


ประมงพื้นบ้านร้องรัฐแก้ปัญหารุกอ่าวบ้านดอนเบ็ดเสร็จ

Sun, 12 Jul 2020 14:40:00

วันนี้ (12 ก.ค.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาชิกและเครือข่ายชาวประมงพื้นบ้านจาก 18 จังหวัด ประชุมร่วมกันที่ อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อพิจารณาความเดือดร้อนของสมาชิกชาวประมงพื้นบ้าน กรณีพื้นที่สาธารณะประโยชน์ทางทะเลอ่าวบ้านดอนถูกบุกรุกเป็นแปลงเพาะเลี้ยงหอยแครง โดยสมาชิกล้วนแสดงความกังวลและมองว่ากรณีพิพาทอ่าวบ้านดอนเป็นปัญหาสาธารณะระดับประเทศ หากภาคส่วนต่างๆ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด จะส่งผลต่อพื้นที่ทางทะเลทั่วประเทศที่อาจกลายเป็นไฟลามทุ่งในอนาคต ซึ่งจะมีการบุกรุกครอบครองของกลุ่มทุน และผู้มีอิทธิพลอย่างกว้างขวาง ไม่เฉพาะใน จ.สุราษฎร์ธานีเพียงแห่งเดียว

ขณะที่ พล.ร.ท.สำเริง จันทร์โส ผู้บัญชาการทัพเรือภาค 2 ในฐานะผู้อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาค 2 ระบุว่า เจ้าหน้าที่ได้แจ้งความดำเนินคดีคอกหอย ซึ่งบุกรุกปลูกสร้างโดยผิดกฎหมายใน อ.พุนพิน และ อ.เมืองสุราษฎร์ธานี แล้วกว่า 100 คดี รื้อถอนแล้ว 28 คดี จึงขอให้ผู้ประกอบการที่เหลือเร่งรื้อถอนโดยเร็ว ซึ่งหากเจ้าหน้าที่ปิดหมายประกาศคำสั่งวันใดทรัพย์สินจะตกเป็นของกลางทันที

 

ส่วนผู้ประกอบการรายใดมีความประสงค์จะอุทธรณ์ตามกฎหมายก็สามารถดำเนินการได้ แต่จะต้องถูกแจ้งข้อกล่าวหาและถูกควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมายกรมประมงและกฎหมายของกรมเจ้าท่าเสียก่อน จากนั้นจะขายทอดตลาด

ด้านนายพรศักดิ์ ศักดิ์ธานี ประมงจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ปีนี้มีพื้นที่หอยเกิดใหม่ปริมาณมากบริเวณอ่าวปากพูน และบริเวณแหลมตะลุมพุก ซึ่งเมื่อเข้าสู่ฤดูมรสุมคลื่นลมจะกระจายลูกหอยเหล่านี้ไปจนเต็มอ่าว สร้างความอุดมสมบูรณ์ในพื้นที่ ขณะนี้ได้เกิดปัญหาตามมาคือ มีชาวประมงพื้นบ้านจากต่างพื้นที่เข้ามาเก็บลูกหอย ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อปริมาณหอยในอนาคต

ดังนั้น จึงเตรียมส่งเสริมให้ชาวบ้านใช้กุศโลบายกระโจมบ้านปลา คือ ทะเลอยู่หน้าชุมชนไหน ชุมชนนั้นจะร่วมกันดูแลรักษาใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ข้อตกลงของชุมชนจะมีการอนุรักษ์ลูกหอยให้เติบโตจนได้ขนาดแล้วเก็บหา แต่บุคคลจากชุมชนอื่นไม่เคารพกติกา ซึ่งต้องประชาสัมพันธ์และหามาตรการทางกฎหมายมาปกป้องพื้นที่ ซึ่งมีพ่อแม่พันธุ์หอยเพื่อการขยายพันธ์ต่อไป

 


เครือข่ายนักวิชาการ-นักกิจกรรมฯ ย้ำจุดยืนเดิม ทบทวนนิคมฯ จะนะ

Sat, 11 Jul 2020 17:04:00

วันนี้ (11 ก.ค.2563) เครือข่ายนักวิชาการและนักกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมและสิทธิชุมชน ออกแถลงการณ์กรณีการผลักดันโครงการเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต ในพื้นที่อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา

ตามที่ศูนย์อำนวยการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. ได้จัดให้มีเวทีรับฟังความคิดเห็นในโครงการจะนะเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต ในวันที่ 11 กรกฎาคม 2563 นี้ โดยการปิดกั้นการมีส่วนร่วมของประชาชนที่เห็นต่างและประชาชนในพื้นที่ ที่จะได้รับผลกระทบ แต่ไม่อยู่ในพื้นที่ 3 ตำบล (ต.สะกอม ต.ตลิ่งชัน ต.นาทับ) อ.จะนะจ.สงขลา และสร้างบรรยายกาศที่ไม่นำไปสู่การรับฟังอย่างปลอดภัย ด้วยการใช้กองกำลังจำนวนมากในการควบคุมการจัดเวที การปิดเส้นทางผ่านเวทีการประชุม การคุกคามประชาชนผู้เห็นต่างรวมทั้งนักวิชาการ

ทั้งหมดล้วนเป็นการแสดงออกถึงความไม่โปร่งใสและไม่ชอบธรรม ในการจัดทำโครงการขนาดใหญ่เช่นนี้ มิอาจสร้างความน่าเชื่อถือและความวางใจได้ว่าโครงการดังกล่าวที่จะนำไปสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน และรักษาปกป้องธรรมชาติสิ่งแวดล้อม​

ทางเครือข่ายนักวิชาการและนักกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมและสิทธิชุมชน จึงขอแสดงจุดยืนดังแถลงการณ์เมื่อ 14 พฤษภาคม 2563 

 

แถลงการณ์ เครือข่ายนักวิชาการและนักกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมและสิทธิชุมชน กรณีการผลักดันโครงการเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต ในพื้นที่อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา 14 พฤษภาคม 2563

“ด้วยความเป็นห่วงต่อการผลักดันโครงการขนาดใหญ่ ในพื้นที่ชายหาดธรรมชาติทางทะเลและชุมชน อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีทรัพยากรธรรมชาติที่มีความอุดมสมบูรณ์มากแห่งหนึ่งของประเทศไทย ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดความขัดแย้งใหม่ระหว่างประชาชนและรัฐบาล อันเนื่องมาจากศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้เร่งผลักดันโครงการในช่วงเวลาที่สังคมกำลังประสบวิกฤติจากการระบาดของเชื้อโรค COVID-19 และอยู่ภายใต้การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งเสรีภาพในการชุมนุมและการทำกิจกรรมต่าง ๆ ของประชาชนถูกจำกัด การเปิดรับฟังความคิดเห็นในช่วงเวลาเช่นนี้ จึงไม่อาจดำเนินการไปโดยเสรีตามเจตจำนงของประชาชนและชุมชนอย่างแท้จริง อีกทั้ง ยังเป็นการตัดโอกาสผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มต่าง ๆ ในการเข้าร่วมกระบวนการรับฟังความคิดเห็น ซึ่งหาก ศอ.บต. จะยังคงเดินหน้าผลักดันโครงการต่อไป ก็อาจทำให้โครงการขาดความชอบธรรม และสุ่มเสี่ยงที่จะสร้างปัญหาขึ้นใหม่ ซึ่งขัดแย้งกับภารกิจของ ศอ. บต. ที่มีหน้าที่ในการสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้น จึงไม่ควรก่อให้เกิดความขัดแย้งโดยไม่จำเป็น

ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2562 เห็นชอบหลักการการขยายผลโครงการเมืองต้นแบบ “สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ไปสู่เมืองต้นแบบที่ 4 อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ให้เป็นเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต และได้มีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2563 เห็นชอบให้ศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นผู้กำกับและดำเนินการให้อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลาเป็น “เมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต” ในลักษณะเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ โดยจะใช้เงินลงทุนจำนวน 18,680 ล้านบาท โครงการดังกล่าวเป็นโครงการขนาดใหญ่ครอบคลุมพื้นที่ถึง 16,700 ไร่ และมีผลกระทบในวงกว้างเกินกว่าระดับจังหวัด

การดำเนินโครงการจะส่งผลกระทบอย่างถาวรในวงกว้าง ครอบคลุมในทุกมิติ เช่น วิถีชีวิต รูปแบบการดำเนินชีวิต อาชีพ ประเพณีและวัฒนธรรม ระบบนิเวศน์ทางบกและทางทะเล อีกทั้งยังต้องมีการเปลี่ยนแปลงผังเมืองเดิม โดยการปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดินจากพื้นที่เกษตรกรรมให้เป็นพื้นที่อุตสาหกรรม และมีแผนการดำเนินการต่อเนื่องด้านโครงข่ายการขนส่ง การคมนาคม ด้านพลังงาน รวมทั้งมีการให้สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เพื่อเป็นการสนับสนุนให้มีการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่จากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งจะก่อให้เกิดกระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชนและทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมในพื้นที่จังหวัดสงขลาและจังหวัดใกล้เคียงอย่างกว้างขวาง

 

เครือข่ายนักวิชาการและนักกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมและสิทธิชุมชน เห็นว่าโครงการดังกล่าวมีปัญหาในหลายประเด็น จึงขอแสดงข้อห่วงกังวลและไม่เห็นด้วยกับการดำเนินโครงการดังกล่าว ดังนี้


1. การดำเนินโครงการเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ขาดการมีส่วนร่วมของประชาชนที่มีความหมาย (Meaningful Public Participation) และละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนและสิทธิชุมชนตามรัฐธรรมนูญ การเห็นชอบในหลักการการขยายผลโครงการเมืองต้นแบบโดยคณะรัฐมนตรีขาดการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนผู้มีส่วนได้เสียตั้งแต่ต้น รัฐบาลไม่เคยสอบถามประชาชนผู้มีส่วนได้เสียว่าต้องการให้ภูมิลำเนาถิ่นที่อยู่ของเขานั้นเป็น “เมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต” หรือไม่ และแม้ภายหลังการเห็นชอบในหลักการแล้ว ศอ.บต. ซึ่งเป็นตัวแทนรัฐบาลในการรับผิดชอบการดำเนินการโครงการ จะได้มีจัดให้มีเวทีนําเสนอโครงการและรับฟังความคิดเห็นซึ่งได้ดำเนินการไปบ้างแล้ว แต่ในเวทีดังกล่าวไม่มีการให้ข้อมูลอย่างรอบด้านทั้งก่อนและในเวทีรับฟังความคิดเห็น รวมถึงการปิดกั้นการมีสวนร่วมของประชาชนที่ได้รับผลกระทบในต่างหมูบ้านแม้อยู่ในตำบลเดียวกัน
นอกจากนี้ ศอ.บต. ยังได้ออกประกาศเรื่อง “การจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นในช่วงวันที่ 14 พฤษภาคม 2563 ถึงวันที่ 20 พฤษภาคม 2563” เพื่อการดำเนินโครงการ “การขับเคลื่อนโครงการในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา” แม้ว่าในขณะนี้ ศอ.บต. จะได้เลื่อนการรับฟังความคิดเห็นออกไปอย่างไม่มีกำหนด แต่หากพิจารณารายละเอียดการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนแล้วจะพบว่าไม่ได้มีการให้ข้อมูลกับประชาชนอย่างรอบด้าน หากแต่มีลักษณะเร่งรัดในการดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามกระบวนการขั้นตอนของกฎหมายในเชิงแบบพิธีเท่านั้น มีการจำกัดสิทธิของประชาชนที่สามารถเข้าไปมีส่วนร่วมได้ในวงจำกัด ซึ่งไม่ครอบคลุมประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบตามความเป็นจริง อีกทั้ง ยังให้ข้อมูลที่ไม่มีรายละเอียดชัดเจนเพียงพอต่อการแสดงความคิดเห็น และการกำหนดให้ประชาชนต้องเป็นผู้เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาเป็นเงื่อนไขที่สร้างภาระเกินสมควร หากแม้จะมีการดำเนินการรับฟังความคิดเห็น ดังรายละเอียดที่ ศอ.บต. ได้กำหนดแล้วนั้น ก็ไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นการมีส่วนร่วมของประชาชนที่มีความหมายแต่อย่างใด และยังเป็นการขัดต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนและสิทธิชุมชนที่รัฐธรรมนูญได้รับรองเอาไว้ด้วย

2. ศอ.บต. กำลังสร้างความขัดแย้งใหม่ให้เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนใต้
ศอ.บต. มีภารกิจและหน้าในการสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ได้เร่งผลักดันโครงการนี้ในช่วงเวลาที่ประเทศไทยกําลังประสบวิกฤติการระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งเสรีภาพหลายด้านของประชาชนถูกจำกัด ส่งผลต่อการมีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจของประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ กล่าวคือ การที่รัฐบาลได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อสกัดการแพร่ระบาดของโรคร้าย โดยมีมาตรการห้ามมีการรวมตัวกันของประชาชน ที่เรียกว่า “การเพิ่มระยะห่างทางสังคม” ในขณะที่โครงการฯ จะสร้างผลกระทบในการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของประชาชนอย่างมาก แต่ประชาชนกลับไม่สามารถรวมตัวกันเพื่อประชุมสร้างความเข้าใจโครงการได้อย่างอิสระ และใช้สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารในการทักท้วงและสอบถามข้อมูล รวมถึงการใช้สิทธิในฐานะชุมชน ไม่อาจรับฟังถึงผลดีผลเสีย และนําเสนอข้อคิดเห็นได้อย่างอิสระโดยปราศจากความกลัวต่อโรคร้ายและต่อการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งจะทำให้การดำเนินโครงการมีความรอบคอบมากขึ้น นอกจากนี้เครือข่ายนักวิชาการและนักกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมและสิทธิชุมชน มีความเห็นว่าการผลักดันโครงการนี้ให้ดำเนินต่อไปหมิ่นเหม่ต่อการทำลายสิทธิและศักดิ์ศรีในความเป็นมนุษย์อย่างร้ายแรง ทำลายปิดกั้นผู้ที่มีความคิดเห็นแตกต่างไม่ให้สามารถใช้สิทธิตามกฎหมาย และรัฐธรรมนูญในการเรียกร้องของประชาชนในนาม “เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น”
การดำเนินการในลักษณะนี้ ศอ.บต. สุ่มเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดความขัดแย้งใหม่ระหว่างประชาชนและหน่วยงานรัฐซึ่งเป็นการขัดแย้งกันเองในปรัชญา ภารกิจ และหน้าที่ ของหน่วยงาน ศอ.บต. ในการสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง

3. การแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างโดยสันติเป็นสิทธิที่ได้รับการรับรองในรัฐธรรมนูญ
ขณะนี้ได้มีประชาชนอำเภอจะนะแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับโครงการโดยยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เพื่อขอให้ยุติโครงการจัดเวทีประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ในวันที่ 14 – 20 พฤษภาคม 2563 และทบทวนโครงการ “จะนะเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต” โดย นางสาวไครียะห์ ระหมันยะ ได้ใช้การดื้อแพงอย่างสันติ ปักหลักนั่งรอคําตอบอยู่ที่หน้าศาลากลางจังหวัดสงขลา เครือข่ายนักวิชาการและนักกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมและสิทธิชุมชน มีความคิดเห็นว่าการดื้อแพ่งอย่างสันติโดย นางสาวไครียะห์ ระหมันยะ เป็นการแสดงออกถึงความกล้าหาญของสตรีมุสลิมจะนะที่ห่วงใยชุมชน ธรรมชาติและมีความวิตกกังวลจากการเร่งรัดดำเนินการในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งเป็นสิทธิที่ได้รับการรับรองโดยรัฐธรรมนูญ เจ้าหน้าที่รัฐจึงไม่ควรใช้อำนาจตามอำเภอใจในการจำกัดการใช้สิทธิดังกล่าว รวมถึงต้องให้ความคุ้มครองจากการคุกคามนอกกฎหมายรูปแบบอื่น ๆ

อนึ่ง ถึงแม้ว่าล่าสุด ศอ.บต. จะได้ประกาศเลื่อนการรับฟังความคิดเห็นในการดำเนินโครงการเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคตออกไปอย่างไม่มีกำหนด แต่การประกาศเลื่อนดังกล่าวนั้นก็สะท้อนให้เห็นว่า ศอ.บต.มิได้พิจารณาโดยรอบคอบอย่างเพียงพอในการเตรียมการเพื่อให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนขึ้น และหากมองในอีกด้านหนึ่งการประกาศเลื่อนการรับฟังความคิดเห็นดังกล่าวถือเป็นผลสำเร็จของการต่อสู้โดยการดื้อแพ่งอย่างสันติของประชาชนในนามของเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น โดยการสนับสนุนจากภาคส่วนต่าง ๆ ของสังคม อย่างไรก็ดี ตราบใดที่โครงการนี้ยังไม่ถูกทบทวนอย่างรอบคอบโดยประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ความกังวลของประชาชนและชุมชนก็ยังคงไม่อาจถูกปลดเปลื้องออกไปได้ อาศัยข้อห่วงกังวลและเหตุผลดังกล่าวมาข้างต้น

 

เครือข่ายนักวิชาการและนักกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมและสิทธิชุมชน จึงขอเรียกร้องต่อรัฐบาลและ ศอ.บต. ดังนี้


1. ให้ทบทวนโครงการ “เมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคตเป็นเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ” โดยประชาชนมีส่วนร่วมอย่างมีความหมายตั้งแต่ต้น ทั้งนี้ โดยไม่กำหนดการตัดสินใจว่าจะดำเนินหรือไม่ดำเนินโครงการเอาไว้ล่วงหน้า

2. ในการจัดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนที่จะมีขึ้นในอนาคต ขอให้คำนึงถึงสิทธิเสรีภาพของประชาชนและสิทธิชุมชนที่ได้รับการรับรองเอาไว้ในรัฐธรรมนูญ โดยประชาชนจะต้องสามารถเข้ามีส่วนร่วมได้อย่างมีความหมาย

3. ไม่ใช้มาตรการทางกฎหมาย หรือการคุกคามใดที่เป็นการขัดขวางหรือกีดกันการใช้สิทธิแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างโดยสันติ ดังเช่นกรณีนางสาวไครียะห์ ระหมันยะ และกรณีอื่น ๆ ที่อาจมีขึ้นต่อไป








เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น ชี้เวทีนิคมฯ ไม่ชอบธรรม-กลุ่มค้านถูกสกัดกั้น

Sat, 11 Jul 2020 13:34:00

วันนี้ (11 ก.ค.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านกลุ่มจะนะรักษ์ถิ่น ที่คัดค้านโครงการเขตพัฒนาเศรษฐกิจเฉพาะกิจ อ.จะนะ จ.สงขลา เดินทางออกจากบ้านสวนกง ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญของโครงการท่าเรือน้ำลึกสงขลา โดยรวมกลุ่มชาวบ้านเดินทางด้วยรถยนต์ 15 คัน เพื่อเข้าร่วมเวทีรับฟังความคิดเห็นโครงการที่โรงเรียนจะนะวิทยา แต่ไม่สามารถเข้ามาได้ เนื่องจากถูกเจ้าหน้าที่สกัดกั้นไว้ จึงปักหลักแสดงจุดยืนและอ่านแถลงการณ์ประณามความไม่ชอบธรรมของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ที่จัดเวทีประชาพิจารณ์นิคมอุตสาหกรรมจะนะ บริเวณแยกจะนะ ห่างจากเวทีดังกล่าว 6 กิโลเมตร เพื่อแสดงสัญลักษณ์ให้ผู้ที่สัญจรไปมาบนถนนหาดใหญ่ ปัตตานี

 

ด้าน นส.ไครียะห์ ระหมันยะ” หรือ “ย๊ะ” ลูกสาวแห่งทะเลจะนะ ได้อ่านแถลงการณ์ว่า เป็นที่ประจักษ์อย่างชัดเจนแล้วว่าเวทีที่ ศอ.บต. พยายามจัดในวันนี้ ไม่ใช่การจัดเวทีอย่างปกติทั่วไปตามวิสัยของการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนที่ต้องการสร้างการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง และยิ่งตอกย้ำให้เห็นถึงการใช้อำนาจของฝ่ายปกครองและฝายความมั่นคงอย่างเคยชิน


โครงการจะนะเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต เป็นโครงการที่มีความผิดปกติตั้งแต่เริ่มต้น ด้วยเป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไปว่า การดำเนินโครงการขนาดใหญ่อื่น ๆ ของประเทศ จะต้องดำเนินการภายใต้ขั้นตอนของระบบและระเบียบของกฎหมายต่าง ๆ ซึ่งผู้ทำโครงการจะต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัดไม่ว่าจะเป็นของภาครัฐหรือภาคเอกชนก็ตาม โดยเฉพาะการสร้างกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนบนพื้นฐานของการมีส่วนร่วมอันแท้จริง ถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันได้รับรองและคุ้มครองไว้ ก่อนที่จะรัฐบาลจะอนุมัติโครงการและงบประมาณดำเนินการต่อไปอันถือเป็นขั้นตอนสุดท้าย แต่โครงการนี้ได้รับอภิสิทธิ์พิเศษที่แตกต่างกว่าทุกโครงการที่ผ่านมา คือรัฐบาลได้ “อนุมัติโครงการก่อน แล้วมารับฟังความคิดเห็นตามหลัง” ถือเป็นวิธีปฏิบัติที่ไม่สามารถยอมรับได้

วาทกรรมการมีส่วนร่วมของประชาชนในมุมมองของ ศอ.บต. คงมีความหมายเฉพาะที่ไม่ตรงกับเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ว่าด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชนฉบับต่าง ๆ ของรัฐไทย สะท้อนถึงการมุ่งใช้อำนาจในการบริหารราชการแผ่นดินขององค์กรนี้ จึงไม่แปลกที่ การปิดกั้น การขัดขวาง การข่มขู่คุกคาม การให้ร้ายป้ายสีต่าง ๆ กับพวกเรา จึงกลายเป็นเรื่องปกติของ ศอ.บต.

เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น ระบุเพิ่มเติมว่า การจัดเวทีในวันนี้ของ ศอ.บต. จึงเป็นอีกพิธีกรรมหนึ่งที่สร้างขึ้นเพื่อต้องการความชอบธรรมให้กับโครงการนี้ จึงเรียกร้องให้ประชาชนชาวจะนะ ชาวจังหวัดสงขลา และประชาชนทั่วไป ร่วมกันแสดงจุดยืนตามสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน เพื่อยุติความไม่ชอบธรรมที่เกิดขึ้น รวมถึงการหยุดโครงการจะนะเมืองอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคตต่อไป

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่โรงเรียนจะนะวิทยาเป็นไปอย่างเรียบร้อย เนื่องจากมีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 9 ตั้งภายในโรงเรียนและบริเวณโดยรอบ มีการปิดถนนสายหาดใหญ่-ปัตตานี และมีการตั้งเต็นท์ของเจ้าหน้าที่เพื่อคัดกรองผู้เข้าร่วมงานตลอดแนวถนน

นอกจากเวทีที่โรงเรียนจะนะวิทยา ศอ.บต.ยังจัดเวทีคู่ขนานขึ้นที่ลานอเนกประสงค์เทศบาลตำบลตลิ่งชัน โดยอ้างว่าสถานการณ์จำเป็นต้องเว้นระยะห่าง พบว่ามีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งอ้างว่าเป็นกลุ่มที่ไม่เคยได้ร่วมแสดงความคิดเห็นของโครงการและต้องการเข้ารับฟังในครั้งนี้ โดยมองว่าโครงการยังมีส่วนที่ได้ไม่คุ้มเสีย

ขณะที่ ศอ.บต. ระบุว่า เวทีวันนี้เป็นการรับฟังความคิดเห็นครั้งสุดท้ายก่อนรวบรวมความคิดเห็นทั้งหมด คาดว่าจะสามารถสรุปความเห็นได้ภายใน 1 เดือน อย่างไรก็ตาม ผลสรุปจะเห็นด้วยหรือไม่ก็จะมีขั้นตอนในการทำรายงานกระทบสิ่งแวดล้อมรายโครงการอีกครั้ง

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ระดมกำลังคุมเข้มเวทีรับฟังความเห็น “นิคมฯ จะนะ” 

ตำรวจบุกพบแกนนำ-นักวิชาการ ขวางร่วมเวทีนิคมอุตฯ จะนะ 

ชี้รัฐเมินชาวบ้าน ให้ ศอ.บต.จัดเวทีหนุนนิคมฯ ทำชุมชนแตกแยก 

 

 

 


ระดมกำลังคุมเข้มเวทีรับฟังความเห็น “นิคมฯ จะนะ”

Sat, 11 Jul 2020 09:15:00

วันนี้ (11 ก.ค.2563) ที่โรงเรียนจะนะวิทยา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 9 และชุดควบคุมฝูงชน ระดมกำลังเข้าภายในโรงเรียนและรอบนอก ระบุว่าเป็นการรักษาความปลอดภัย เนื่องจากเป็นพื้นที่ควบคุมพิเศษ สำหรับเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นโครงการขับเคลื่อนเขตเศรษฐกิจพิเศษเฉพาะกิจ อ.จะนะ จ.สงขลา ที่จัดขึ้นโดยศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)

 

สำหรับผู้เข้าร่วมเวทีในครั้งนี้ กำหนดให้เป็นชาวบ้าน ต.ตลิ่งชัน ต.สะกอม และ ต.นาทับ ซึ่งเป็นที่ตั้งโครงการเท่านั้น รวมทั้งทุกคนต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชนให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ส่งผลให้ชาวบ้านบางส่วนใน ต.นาทับ และ ต.สะกอม เชื่อว่า ตัวเองไม่มีรายชื่อให้เข้าร่วมเวที เนื่องจากที่ผ่านมาเคลื่อนไหวคัดค้านโครงการอุตสาหกรรมเมืองจะนะ และก่อนหน้านี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบ สอบถามถึงการเข้าร่วมเวทีในวันนี้ด้วย

มัยมูเนาะ ชัยบุตรดี ชาวบ้านบ่อโชน ต.สะกอม อ.จะนะ จ.สงขลา บอกว่า ตำรวจได้ถามว่าเวทีฯ ในวันนี้จะนำคนเข้าร่วมจำนวนเท่าใด ซึ่งตัวเองตอบว่าคนที่เข้าร่วมเข้าอยากไปฟังในประเด็นที่พูดกัน รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงหมู่บ้าน หรือวิถีชุมชน

 

โครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพิเศษเฉพาะกิจ อ.จะนะ ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่มีความคิดเห็นแตกต่างกัน ทั้งเห็นด้วยเพราะเชื่อว่าจะเกิดการจ้างงานและพัฒนาพื้นที่ ส่วนอีกฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย มองว่าจะกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตประมงพื้นบ้าน

 

ในวันนี้มีการกำหนดรับฟังความคิดเห็นไว้ 3 ชั่วโมง ตั้งแต่ 09.30-12.30 น. โดยเริ่มจากการนำเสนอแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจ เสนอแผนการลงทุน การกำหนดผังการใช้ประโยชน์ที่ดิน ก่อนจะเปิดโอกาสในแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมในช่วงท้าย

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตร.ภาค 9 สั่งเตรียมกำลัง รับมือเวทีพิจารณ์ “นิคมฯ จะนะ” 

ตำรวจบุกพบแกนนำ-นักวิชาการ ขวางร่วมเวทีนิคมอุตฯ จะนะ 

ยื่นร้อง UN ค้าน “นิคมฯ จะนะ” ทำชุมชนแตกแยก-ปิดกั้นเห็นต่าง 

ชี้รัฐเมินชาวบ้าน ให้ ศอ.บต.จัดเวทีหนุนนิคมฯ ทำชุมชนแตกแยก 

 


รถไฟ "กรุงเทพ-พิษณุโลก" ตกรางย่านสถานีบ้านใหม่

Fri, 10 Jul 2020 19:35:00

วันนี้ (10 ก.ค.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 17.43 น. เกิดเหตุขบวนรถธรรมดาที่ 201 กรุงเทพ - พิษณุโลก ตกรางในย่านสถานีบ้านใหม่ จ.พิษณุโลก โดยเป็นหัวรถจักรดีเซล หมายเลข 4523 ตกรางทุกเพลาทุกล้อ และรถพนักงานห้ามล้อ รถชั้น 3 ตกรางอีก 3 คัน จนกีดขวางการเดินรถ

 

นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า เบื้องต้นทราบว่าขบวนรถดังกล่าวได้รับอุบัติเหตุก่อนถึงสถานี ทำให้พนักงานขับรถของ รฟท.ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย แต่ไม่มีผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บ อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นส่งผลให้ขบวนรถที่ตกรางกีดขวางทางเดินรถ โดยคาดว่าจะสามารถเคลื่อนย้ายขบวนรถที่ตกรางได้ไม่เกิน 03.00 น.คืนนี้ พร้อมสั่งการให้สอบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้