THE EXIT : 60 วันทบทวน "เขื่อนเหมืองตะกั่ว" พัทลุง

Mon, 21 Sep 2020 17:06:00

นายสมศักดิ์ เหล็มหมาด เกษตรกรหมู่ 1 ต.หนองธง อ.ป่าบอน จ.พัทลุง และเป็นอดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 เมื่อ 34 ปีก่อน เขาเป็นคนหนึ่งที่ไม่เชื่อว่าพื้นที่ ต.หนองธง ขาดแคลนน้ำ โดยมองว่า เกษตรกรในพื้นที่ยังบริหารจัดการน้ำได้อย่างเพียงพอ แม้การปรับเปลี่ยนมาปลูกไม้ผล ทำให้พื้นที่การเกษตรต้องการน้ำตลอดทั้งปีก็ตาม

 

นี่คือเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เขาไม่เห็นด้วยกับการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่วฯ ซึ่งอยู่ห่างจากอ่างเก็บน้ำคลองป่าบอนฯ เพียง 3 กิโลเมตร นอกจากนั้นห่างออกไปอีก 14 กิโลเมตร ยังมีอ่างเก็บน้ำคลองหัวช้างฯ 30 ล้านลูกบาศก์เมตร

ถามว่าเมื่อก่อนทำไมประชาชนไม่คัดค้านการสร้างอ่างเก็บน้ำคลองป่าบอนฯ เพราะเป็นครั้งแรกที่คนที่นี่ได้เห็นเขื่อน แต่ประโยชน์มีน้อย ประชาชนจึงลุกมาต่อสู้ไม่ให้สร้างที่ใหม่ อีกทั้งทำลายแหล่งท่องเที่ยว น้ำตก แหล่งต้นน้ำ

ท่ามกลางอ่างเก็บน้ำที่มีอยู่เดิม 2 แห่ง ในรัศมี 14 กิโลเมตรจากโครงการอ่างเก็บน้ำน้ำเหมืองตะกั่ว ทำให้นายสมศักดิ์ ตั้งคำถามว่า กรมชลประทานสามารถหาแผนจัดการน้ำที่ไม่ใช่การสร้างอ่างเก็บน้ำแห่งที่ 3 ได้หรือไม่ เช่น ปรับปรุงฝายที่มีอยู่เดิม

 

ขณะที่นายสไว ละออกอ เกษตรกรหมู่ 4 ต.หนองธง อ.ป่าบอน จ.พัทลุง ซึ่งปลูกไม้ผลในที่ดิน 7 ไร่ บอกว่า บ่อที่เขาขุดไว้ในสวนกักเก็บน้ำสำรองไว้ใช้ในช่วงหน้าแล้งได้เพียง 2 เดือน ทำให้ช่วงหน้าแล้งที่ผ่านมา ดอกของพืชที่ปลูกไว้ไม่งามพอ ส่งผลให้ผลผลิตน้อยจนแทบไม่ได้กำไร

 

10 ปีแล้วที่นายสไวเผชิญปัญหาน้ำแล้งไม่พอใช้ในสวนผลไม้ผสม สามารถดึงน้ำจากลำห้วยในกอยมาใช้ได้ไม่มากนัก เพราะไร่ของเขาอยู่ปลายลำห้วยจึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะได้น้ำเต็มเม็ดเต็มหน่วย เนื่องจากลำห้วยนี้แบ่งกันใช้ถึง 3 หมู่บ้าน การสร้างอ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่ว จึงเป็นความหวังของเขา เพราะเชื่อว่าจะทำให้เกษตรกรในหมู่บ้านปลายน้ำไม่ขาดแคลนน้ำ


ผศ.สิตางศุ์ พิลัยหล้า อาจารย์ด้านวิศวกรรมทรัพยากรน้ำ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งเคยเป็นคณะทำงานศึกษาข้อเท็จจริงและปัญหาความขัดแย้งโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ แต่งตั้งโดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อปี 2561 ให้ข้อมูลว่า จากการศึกษาของคณะทำงานฯ พบว่า จ.พัทลุง ไม่ได้มีปัญหาความแห้งแล้ง เพราะสถิติปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 2,000 มิลลิเมตร สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั้งประเทศซึ่งอยู่ที่ปีละ 1,300-1,500 มิลลิเมตร จึงไม่มีความจำเป็นต้องสร้างอ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่ว

บริเวณนั้นมีอ่างเก็บน้ำหลายแห่ง อ่างป่าบอนความจุ 20 ล้านลูกบาศก์เมตร อ่างหัวช้าง 30 ล้านลูกบาศก์เมตร ในหน้าแล้งที่น้ำน้อยที่สุด อ่างเก็บน้ำทั้ง 2 แห่งมีปริมาณน้ำ 40% หากจะนำมาใช้ในพื้นที่ก็มีวิธี ยกตัวอย่างใช้ปั๊ม หรือเดินท่อ ถูกกว่าสร้างอ่างใหม่

 

นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีฝ่ายวิชาการ กรมชลประทาน อ้างอิงข้อมูลจากผลการศึกษาด้านสมดุลน้ำ ที่ระบุว่าปัจจุบันพื้นที่ ต.หนองธง มีค่าขาดแคลนน้ำเฉลี่ยปีละ 3.51 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือขาดแคลนน้ำ 97 เดือนจาก 360 เดือน คิดเป็นร้อยละ 26.9 ของช่วงเวลา 360 เดือน ซึ่งถือว่าเกินค่ามาตรฐานการขาดแคลนน้ำที่ยอมให้ตามหลักวิชาการ ซึ่งต้องไม่เกินร้อยละ 20 หากมีการสร้างอ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่ว กรมชลประทานประเมินว่า การขาดแคลนน้ำจะลดลงเหลือร้อยละ 5.8 ของช่วงเวลา 360 เดือนเท่านั้น


โครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่วฯ เป็นโครงการก่อสร้างชลประทานขนาดกลาง หัวงานเป็นทำนบดินสูง 48 เมตร ยาว 500 เมตร งบประมาณการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำรวมกับการปรับปรุงฝายและระบบส่งน้ำ อยู่ที่ 997.36 ล้านบาท ระยะเวลาก่อสร้าง 5 ปี

ช่วงหลังอาจมีเสียงสะท้อนกลับมาว่าประสบปัญหาไม่มีน้ำในคลองมารดต้นไม้ ถ้ามีอ่างเก็บน้ำก็จะมีการจัดการได้ชัดเจน เพราะมีน้ำต้นทุน คลองส่งน้ำ หรือท่อส่งน้ำ มีขอบเขตพื้นที่ที่เข้าไปดูแลได้ เรียกว่ามีความมั่นคง ถ้าไม่มีอ่างก็ไม่มีความมั่นคงเรื่องน้ำ

บริเวณก่อสร้างอยู่ในพื้นที่ป่าของอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และกรมป่าไม้ เนื้อที่ประมาณ 468.6 ไร่ ขณะนี้สถานะโครงการอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยคณะกรรมการ ซึ่งแต่งตั้งโดยนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อวันที่ 3 ก.ย.2563 หลังจากถูกร้องเรียนว่า ที่มาโครงการไม่โปร่งใสและอาจไม่เข้าข่ายเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

 

นอกจากนี้ การสร้างอ่างเก็บน้ำอาจส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติบริเวณน้ำตกโตนสะตอ ระหว่างนี้กรมชลประทานไม่สามารถเดินหน้าโครงการอ่างเก็บน้ำได้เป็นระยะเวลา 60 วัน

 

 


พบลูกช้างป่าหลงโขลงนอกเขตอุทยานฯ ทับลาน

Sun, 20 Sep 2020 16:18:00

เมื่อวันที่ 19 ก.ย.2563 นายประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบลูกช้างพลัดหลงออกมาบริเวณสันอ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา ต.แก่งดินสอ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ พบลูกช้างป่าเพศผู้ อายุไม่เกิน 2 เดือน เบื้องต้นมีสภาพผอม อิดโรย เดินไปมาอยู่บริเวณถนนเลียบสันอ่างเก็บน้ำ

ภาพ : ประชาสัมพันธ์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช

ภาพ : ประชาสัมพันธ์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช

 

จากทีมสัตวแพทย์จากกรมอุทยานฯ เข้าพื้นที่เพื่อวางแผนการช่วยเหลือ โดยลงความเห็นว่า ต้องรีบเคลื่อนย้ายลูกช้างไปยังที่ทำการอุทยานฯ ทับลาน เพื่อประเมินสภาพร่างกาย ดูแลและสังเกตโรค เบื้องต้นได้ทำคอกชั่วคราวเพื่อเป็นสถานที่อนุบาลดูแล ล่าสุดลูกช้างแข็งแรงขึ้น กินนมได้ และอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมง

ขณะเดียวกันอุทยานฯ ทับลาน ได้จัดชุดลาดตระเวนตรวจสอบพื้นที่ป่าเพื่อหาร่องรอยของฝูงช้าง บริเวณใกล้กับที่พบลูกช้าง เพื่อวางแผนการปล่อยกลับคืนสู่ธรรมชาติ

ภาพ : ประชาสัมพันธ์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช

ภาพ : ประชาสัมพันธ์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช

 

 

 


ลูกช้างหลงแม่ป่าน้ำหนาวตายแล้ว พบดิน-หิน​ในทางเดินอาหาร

Sat, 19 Sep 2020 22:53:00

วันนี้ (19 ก.ย.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีพบลูกช้างเพศผู้ อายุประมาณ 1-2 เดือน พลัดหลงบริเวณป่าไร่ข้าวโพดของชาวบ้านใน ต.ปากช่อง อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นพื้นที่ติดต่อกับเขตอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว เมื่อวันที่ 12 ก.ย.ที่ผ่านมา

ล่าสุด ลูกช้างป่าตายแล้ว เมื่อเวลา 09.45 น.โดยทีมสัตวแพทย์ได้ผ่าชันสูตรซากลูกช้างป่า ซึ่งผลการชันสูตรพบเศษดินและก้อนหินในทางเดินอาหารประมาณ​ 300​ กรัม​ มีเลือดออกและจุดเนื้อตายในทางเดินอาหาร​ เกิดการเสื่อมสภาพ​และเนื้อตายในไต​ ตับ​ ม้าม​ พบเลือดออกในปอด​ หัวใจมีการขยายขนาดเพิ่มขึ้น​ พบของเหลว​ในถุงหุ้มหัวใจประมาณ​ 50​ มิลลิลิตร​ พบน้ำในทางเดินอาหาร​ประมาณ​ 30 ลิตร

สาเหตุ​การตายเกิดจากการกินเศษดินและก้อนหิน​ ทำให้เกิดการอุดตัน​อาหารและน้ำไม่สามารถ​ไหลผ่านได้​ จึงเกิดการติดเชื้อ​ ท้องอืดและกดการหายใจ จนเกิดอาการช็อกและตายในที่สุด

ภาพ : สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 (พิษณุโลก)

ภาพ : สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 (พิษณุโลก)

 

ก่อนหน้านี้ ทีมสัตวแพทย์เข้าประเมินสุขภาพของลูกช้าง ตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้สร้างคอกชั่วคราวบริเวณจุดที่พลัดหลง เพื่อรอแม่ช้างมารับลูกช้างกลับโขลง ต่อมาวันที่ 16 ก.ย.ได้เคลื่อนย้ายลูกช้างออกจากคอกชั่วคราวบริเวณที่พลัดหลง ไปยังบริเวณสวนสนบ้านแปก อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว เนื่องจากเป็นจุดที่มีร่องรอยของช้างป่าใช้เป็นเส้นทางหากิน จากนั้นวันที่ 17 ก.ย. สังเกตเห็นลูกช้างมีอาการอ่อนเพลีย พบรอยบาดแผลบริเวณใบหูด้านขวา และโคนหางพบหนอนแมลงวัน จึงได้เคลื่อนย้ายลูกช้างไปยังคอกชั่วคราวที่โรงรถ บริเวณที่ทำการอุทยานฯ น้ำหนาวอีกครั้ง พร้อมทำการรักษาให้น้ำเกลือและอนุบาลอย่างใกล้ชิด

จากนั้นวันที่ 18 ก.ย. หลังเที่ยงคืนถึงช่วงเช้าวันนี้ (19 ก.ย.) ลูกช้างมีอาการยืนซึม อ่อนแรง ล้มตัวนอนสลับยืนหลับเป็นระยะ ทีมสัตวแพทย์ให้สารน้ำและสารอาหารทางเส้นเลือด ประกอบกับมีฝนตกหนักและลมพัดแรง ทำให้อุณหภูมิในร่างกายลดลง จึงห่มผ้าและให้นมลูกช้าง จากนั้นลูกช้างเริ่มมีอาการทรุดหนัก ซึม ล้มตัวลงนอน มีอาการหายใจลำบาก เยื่อเมือกซีด ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้พยุงลูกช้างขึ้น ซึ่งลูกช้างมีอาการท้องอืดขึ้นเรื่อยๆ กดการหายใจ ทีมสัตวแพทย์จึงสวนทวารกระตุ้นการขับแก๊ส ต่อมาลูกช้างเริ่มหยุดการหายใจ จึงให้ยากระตุ้นการหายใจและปั๊มหัวใจ จนกระทั่งเวลา 09.45 น.ไม่พบการตอบสนองของลูกช้างป่าและล้มในที่สุด

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พบ "ลูกช้างป่า" หลงแม่ใกล้เขตอุทยานฯ น้ำหนาวเพชรบูรณ์

 


แบลกลิสต์นักท่องเที่ยว "ขี้เมา-ทิ้งขยะ" ห้ามเข้าอุทยาน

Sat, 19 Sep 2020 22:04:00

วันนี้ (19 ก.ย.2563) นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) โพสต์เฟซบุ๊ก TOP Varawut - ท็อป วราวุธ ศิลปอาชา ว่า นับจากนี้ใครท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติอย่างไร้ความรับผิดชอบ ทิ้งขยะไว้ในพื้นที่ ดื่มเครื่องดื่มมึนเมา ส่งเสียงรบกวน สร้างความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้อื่น จะใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด "ขึ้นบัญชีดำ" ห้ามไม่ให้เข้ามาทำความเสียหายในเขตอุทยานอีกต่อไป

ตามที่มีการโพสต์ข้อความบนสื่อออนไลน์และร้องเรียน 2 กรณี เกี่ยวกับ 1.นักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่ง ที่มาขอใช้บริการเช่าเต็นท์ที่พักของ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งภายหลังจากการใช้บริการแล้วได้ทิ้งขยะไว้ในเต็นท์ และ 2.นักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่ง ที่มาพักค้างกางเต็นท์ ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น ดื่มเครื่องดื่มมึนเมา และส่งเสียงดัง ได้มีการตักเตือนโดยเจ้าหน้าที่ แต่ก็มิได้ปฏิบัติตามนั้น

ทั้ง 2 เหตุการณ์ ถือเป็นการกระทำที่ขาดจิตสำนึก ส่งผลกระทบต่อการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ และสร้างความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้อื่นในสถานที่อันเป็นสมบัติส่วนรวมของประเทศ

 

กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช พิจารณาแล้ว เพื่อให้การบริการเกี่ยวกับการใช้ที่พักและบริการอื่น รวมถึงมาตรการในการดูแลรักษาความสะอาดของอุทยานแห่งชาติ เป็นไปในแนวทางเดียวกัน จึงมีหนังสือสั่งการให้หน่วยงานในสังกัดให้ดำเนินการ ดังนี้

1. กรณีมีการให้บริการเช่าเต็นท์ที่พักและพื้นที่กางเต็นท์ของอุทยานแห่งชาติ ให้จัดทำบันทึกรายละเอียดประกอบด้วยบริเวณที่ผู้ใช้บริการเข้าพัก ชื่อ-นามสกุลผู้เข้าพัก หมายเลขประจำตัวประชาชน ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ ที่สามารถติดต่อได้ จัดทำหมายเลขประจำเต็นท์ เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้เมื่อเกิดปัญหาในภายหลัง

2. กำชับเจ้าหน้าที่ให้แจ้งนักท่องเที่ยว ห้ามมิให้ทิ้งขยะไว้โดยเด็ดขาด และให้นำขยะออกไปทิ้งนอกเขตอุทยานแห่งชาติ หรือบริเวณซึ่งอุทยานแห่งชาติได้กำหนดไว้ หากฝ่าฝืนจะถูกดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด พร้อมทั้งขึ้นบัญชีรายชื่อผู้ฝ่าฝืน มิให้เข้ามาใช้บริการพักค้างแรมในอุทยานแห่งชาติ ต่อไปในอนาคต

3. ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบบริเวณพื้นที่ที่ให้บริการแก่นักท่องเที่ยวแต่ละราย ว่ามีความสะอาดเรียบร้อยหรือไม่ อย่างไร ก่อนที่จะคืนบัตรประจำตัวให้กับผู้ใช้บริการ

4. แจ้งเตือนเกี่ยวกับการนำสุราและสิ่งของมึนเมา เข้ามาในเขตอุทยานแห่งชาติ และการส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่น

ประสานตำรวจช่วยดูแลความเรียบร้อยช่วงวันหยุดยาว

5. ประชาสัมพันธ์ผ่านเครื่องกระจายเสียง เพื่อแจ้งแนวทางปฏิบัติ ดังนี้
5.1) ห้ามดื่มสุรา หรือของมึนเมา ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ
5.2) ไม่ส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่นหลังเวลา 21.00 น.
5.3) หลังเวลา 22.00 น. นักท่องเที่ยวที่มาพักค้างในอุทยานฯ ต้องงดใช้เสียงทุกประเภท
5.4) หากนักท่องเที่ยวไม่ปฏิบัติตามคำตักเตือน จะขอเชิญออกจากพื้นที่โดยทันที

6.ลำดับมาตรการดำเนินการ ในกรณีมีการฝ่าฝืนระเบียบ ข้อบังคับ มีขั้นตอนการตักเตือน การริบอุปกรณ์กระทำผิด การเชิญออกจากพื้นที่ และการแจ้งความดำเนินคดี ตามลำดับ

7. ในช่วงวันหยุดศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ ที่มีนักท่องเที่ยวมาใช้บริการจำนวนมาก จะขอความร่วมมือไปยังสถานีตำรวจใกล้เคียง เพื่อร่วมส่งกำลังพลตรวจตราความเป็นระเบียบเรียบร้อย

สำหรับทั้ง 2 กรณีข้างต้น ทางอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และอุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น ได้แจ้งความดำเนินคดีกับนักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าว และเปรียบเทียบปรับตามกฏหมายเรียบร้อยแล้วครับ ขอให้ทุกคนศึกษาเป็นกรณีตัวอย่างที่ไม่น่ารัก และอย่าทำตามกันนะครับ 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

"วราวุธ" เอาจริง ส่งขยะคืนถึงบ้าน-แจ้งจับคนทิ้งในอุทยานฯ

 

 

 

 


BEM แจ้งความเอาผิด-พักงานรปภ.ปมแอบถ่ายหญิงสาว

Fri, 18 Sep 2020 15:08:00

จากกรณีมีผู้ใช้ทวิตเตอร์ได้โพสต์ภาพเตือนภัยผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดิน สถานีลาดพร้าว ระบุว่ามีคนแอบถ่ายภาพผู้โดยสารหญิงหลายคน ซึ่งการคาดว่าเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัย ของสถานีรถไฟฟ้า MRT ลาดพร้าว 

วันนี้ (18 ก.ย.2563) บริษัททางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ไม่ได้นิ่งนอนใจโดยเร่งดำเนินการตรวจสอบกรณีดังกล่าวพบผู้มีพฤติกรรมต้องสงสัยที่ถ่ายรูปผู้ใช้บริการ คาดว่าเป็น รปภ.ประจำสถานีลาดพร้าว

ในเบื้องต้นได้แจ้งให้บริษัทต้นสังกัด ซึ่งเป็นผู้รับจ้างระงับการเข้าปฏิบัติหน้าที่และห้ามผู้ต้องสงสัยเข้าพื้นที่สถานีรถไฟฟ้า ตั้งแต่วันที่ 18 ก.ย.นี้ และบริษัทฯ ได้รวบรวมหลักฐาน นำไปแจ้งความที่สถานีตำรวจสุทธิสาร เพื่อดำเนินการสอบสวนและลงโทษผู้กระทำความผิดต่อไป

บริษัทฯ ต้องขออภัยในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอขอบคุณประชาชนผู้แจ้งเบาะแส เพื่อให้บริษัทฯ พัฒนาปรับปรุงการให้บริการและดูแลรักษาความปลอดภัยให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงเพิ่มมาตรการกำกับดูแลผู้ปฏิบัติงานอย่างเข้มงวด หากผู้ใช้บริการพบเห็นสิ่งผิดปรกติหรือต้องการความช่วยเหลือโปรดแจ้งเจ้าหน้าที่ประจำสถานีได้ทันที

 


ไขปริศนา! ไม้พะยูงโยนทิ้งน้ำ "เทียบตอ" เป็นต้นเดียวกัน

Fri, 18 Sep 2020 10:58:00

วันนี้ (18 ก.ย.2563​) นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร​ ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9  อุบลราชธานี​ กล่าวว่า หลังจากสภ.กันทรลักษ์ จ.จ.ศรีสะเกษ ได้จับกุมผู้กระทำผิดลักลอบตัดไม้พะยูง ในพื้นที่โรงเรียนบ้านกระบี่ แต่ผู้กระทำผิดได้โยนไม้ของกลางลงน้ำ ซึ่งอยู่คนละจุดกับที่เกิดเหตุ แต่ตำรวจได้ไปตามค้นหาไม้ของกลางเจอภายหลังวันเกิดเหตุ แต่ปรากฎว่าหลักฐานยังไม่รัดกุม และเอาผิดกับผู้ต้องหาได้ ทาง​สภ.กันทรลักษ์ จึงขอความร่วมมือมายังสบอ.9 เพื่อตรวจพิสูจน์หลักฐานว่าไม้ของกลางกับตอไม้ที่ถูกลักลอบตัด เป็นไม้ต้นเดียวกันหรือไม่ และได้ลงพื้นที่ร่วมกับพ.ต.อ.อาคม บุญสด ผกก.สภ.กันทราลักษณ์ บริเวณจุดตอไม้พะยูงที่ถูกลักลอบตัด

จากการพิสูจน์หลักตามหลักวิชาการ และวิทยาศาสตร์ พบว่าไม้ท่อนของกลาง และตอไม้ ที่ถูกลักลอบตัดเป็นไม้ต้นเดียวกัน
ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

หลักฐานมัดตอไม้พะยูง-ไม้ของกลาง

นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า หลักฐานพบว่าลักษณะเส้นลายไม้แก่น และกระพี้ของตอกับไม้ท่อนของกลางมีลักษณะเหมือนกัน โดยใช้วิธีการลอกลายไม้ใส่แผ่นพลาสติกใสที่ตอไม้ และลอกลายไม้จากไม้ท่อนของกลางด้านที่ต่อจากตอไม้ ซึ่งลายไม้ที่ลอกได้นั้น มีลักษณะตรงกันทุกส่วนแม้แต่รูปทรง การโค้งเว้าและขนาด และเมื่อนำไม้ท่อนของกลางมาประกบใส่กับตอไม้ พบว่าสามารถประกอบเข้ากันได้พอดี

นอกจากนี้ยังพบว่า บริเวณเปลือกไม้ที่ฉีกขาดนั้น นำมาติดกับตอไม้ พอดีกับไม้ท่อนของกลาง​ การกำหนดจุดตำแหน่ง เพื่อวัดความกว้างของกระพี้ไม้ที่ตอไม้ กับไม้ท่อนของกลางนั้น มีขนาดใกล้เคียงกันมาก ทุกตำแหน่งทุกจุดเชื่อมต่อเป็นต้นเดียวกัน ส่วนความโตที่ตอไม้ กับไม้ท่อนของกลาง บริเวณจุดเชื่อมต่อนั้น มีขนาดเท่ากัน อีกทั้งยังเก็บตัวอย่างดินสองตำแหน่งที่ติดจากตอไม้พะยูง และที่ติดอยู่ที่ไม้ท่อนของกลาง นำส่งต่อไป เพื่อพิสูจน์ชุดดินว่าชุดดินที่อยู่ตอไม้กับไม้ท่อนของกลางเป็นชุดเดียวกันหรือไม่

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

 

 


หลักฐานชัด! ซากหัวช้างป่าถูกคว้านตัดงา-ทิ้งแม่น้ำสายบุรี

Fri, 18 Sep 2020 10:20:00

วันนี้ ( 18 ก.ย.2563) นายโอภาส นวลมังสอ ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 6 สาขาปัตตานี รายงานว่า​ ได้รับแจ้งจากหัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโปว่า ชาวบ้านพบอวัยวะส่วนหัวซากช้าง ในแม่น้ำสายบุรี บริเวณรอยต่อบ้านบือแนนากอ หมู่ 6 ต.ตะมะยูง อ.ศรีสาคร และบ้านกำปงซือเระ หมู่ 3 ต.โคกสะตอ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส

เบื้องต้นคาดว่าเป็นซากช้างป่าส่วนหัวของซากช้างที่ตายเมื่อวันที่ 14 ก.ย.ที่ผ่านมา จากการตรวจซากส่วนหัวดังกล่าว พบว่าเป็นอวัยวะส่วนหัวที่ไม่สมบูรณ์ โดยถูกคว้านตั้งแต่โพรงจมูกจนถึงกรามล่างออกไป (งวงและปากถูกคว้านออก) ใบหูทั้ง 2 ข้างโดนตัดออก​ เจ้าหน้าที่ใช้เครื่องสแกนตรวจหาเครื่องหมายไมโครชิพ ปรากฏว่าไม่พบ

หลังทำการเปิดกะโหลกด้านขวา พบรอยรูกระสุน บริเวณบนขอบตาบน 2 รู ในเป้าตา 1 รู และพบลูกตะกั่วลูกใหญ่ 2 ลูก ลูกเล็ก 1 ลูก ในกะโหลกศรีษะ​ และทำการเปิดกะโหลกด้านซ้าย พบรอยรูกระสุน บริเวณขอบตาบน 2 รู และพบลูกตะกั่วขนาดเล็ก 1 ลูก

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติ

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติ

แกะรอยขบวนการล่าและฆ่าช้างเอางา 

ไทยพีบีเอสออนไลน์ สัมภาษณ์นายจงคล้าย วรพงศธร รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุพืช กล่าวว่า ขณะนี้กำชับให้เจ้าหน้าที่เร่งแกะรอยหาคนผิดมาดำเนินคดี ยังไม่ตัดประเด็นการล่าและฆ่าช้างเอางา ซึ่งกรณีนี้ที่หายไปนานแล้ว และในพื้นที่ภาคใต้ในพื้นที่ป่าที่ปัญหาความมั่นคงก็ไม่ค่อยเกิดขึ้น  ซึ่งนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้สอบถามและกำชับให้หาความชัดเจนในประเด็นนี้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

พบซากช้างป่าในอุทยานฯ น้ำตกซีโป​ คาดถูกฆ่าเอางา

 

 

 

 


ภาคปชช.ยื่นตรวจสอบ รมว.อุตสาหกรรม ไฟเขียวสำรวจแร่ทองคำ

Thu, 17 Sep 2020 12:30:00

วันนี้ (17 ก.ย.63) จากกรณีการอนุญาตให้สำรวจสายแร่ทองคำใน จ.จันทบุรี และ จ.เพชรบูรณ์ กว่า 420,000 ไร่ ในช่วงนี้ ก็เป็นเหตุผลที่ทำให้กลุ่มภาคประชาสังคมปฏิรูปทรัพยากรและทองคำคัดค้านการสำรวจที่เกิดขึ้นและยื่นเรื่องให้ตรวจสอบหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เครือข่ายภาคประชาสังคมปฏิรูปทรัพยากรและทองคำ นำโดย นางวันเพ็ญ พรมรังสรรค์ และ น.ส.อารมณ์ คำจริง เดินทางไปที่กระทรวงอุตสาหกรรม ยื่นหนังสือ ต่อ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อคัดค้านการจดคำขออาชญาบัตรพิเศษ และคัดค้านการออกอาชญาบัตรพิเศษ ซึ่งทับซ้อนบนที่ดินของประชาชนในหลายจังหวัด โดยเห็นว่าขัดต่อมติ ครม. และคำสั่ง คสช. ที่ 72|2559 ที่สั่งระงับนโยบายการต่อใบอนุญาต อาชญาบัตร ประทานบัตร และยังขัดต่อเจตนารมณ์ของประชาชน ที่ทำการคัดค้านการทำเหมืองทองคำของประชาชนจาก 12 จังหวัด ที่ร่วมกันใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ ยื่น 27,522 รายชื่อ คัดค้านนโยบายทองคำ คัดค้านการทำเหมืองทองคำไว้เมื่อวันที่ 22 ก.ย.58 การดำเนินการดังกล่าวจึงเป็นการกระทำโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

จากนั้นเวลา 11.00 น.ได้เดินทางไปยื่นเรื่องต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อขอให้มีคำสั่งคัดค้านการดำเนินการรับจดคำขออาชญาบัตรพิเศษ และคัดค้านการออกอาชญาบัตรพิเศษและประทานบัตร และเวลา 13.30 น. ได้เดินทางไปยังสำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อร้องเรียนและให้เอาผิดกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เร่งรีบให้กระทรวงอุตสาหกรรมออกคำขออาชญาบัตรพิเศษ เหนือที่ดินอยู่อาศัยทำกินของประชาชนในหลายจังหวัด โดยเห็นว่า รมว.อุตฯ ละเว้นไม่ดำเนินการเอาผิดตามกฎหมายของประเทศไทยกับ บ.เหมืองทองคำ รวมถึงการละเว้นไม่ดำเนินการเพิกถอนประทานบัตรของบริษัทเหมืองทองคำมาแล้วก่อนหน้านี้


ล่าหมื่นรายชื่อ เสนอร่าง พ.ร.บ. "อากาศสะอาด" ต่อรัฐสภา

Thu, 17 Sep 2020 10:08:00

วันนี้ (17 ก.ย.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เครือข่ายอากาศสะอาด THAILAND CAN ออกสมุดปกขาวอากาศสะอาด โดยเรียกร้องให้ประชาชนร่วมลงลายมือชื่อให้ครบ 10,000 ชื่อ เพื่อเสนอกฎหมายร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กำกับดูแลการจัดการอากาศสะอาดเพื่อสุขภาพแบบบูรณาการ พ.ศ.2563 โดยเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงใดๆ จะสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรมได้ ต้องเกิดจากการสร้างความรู้ความเข้าใจ และจิตสำนึกในการมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อการสร้างอนาคตที่ดีให้กับประเทศไทย

สำหรับการร่วมลงชื่อในสมุดปกขาว สามารถทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ 1. กรอกเอกสารแบบฟอร์มหมายเลข 7, 2. ถ่ายเอกสารสำเนาบัตรประชาชน เซ็นรับรองเอกสาร และ 3. ส่งเอกสารมาที่เครือข่ายอากาศสะอาด เลขที่ 1032/136-138 ชั้น 1 ห้อง VOX ถนนพหลโยธิน 18/1 แยก 2 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900

ข้อมูลจากสมุดปกขาว ระบุว่า จากรายงานของสถาบันวิจัยนโยบายพลังงานแห่งมหาวิทยาลัยชิคาโก สหรัฐฯ เมื่อปี พ.ศ.2561 พบว่าในปี พ.ศ.2559 ปัญหามลพิษทางอากาศของประเทศไทยเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ แล้วอยู่ในระดับที่วิกฤต ประชาชนไทยเสียชีวิตจากมลพิษทางอากาศสูงเป็นอันดับ 7 ของโลก ซึ่งมีประชากรไทยถึงร้อยละ 75 อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีมลพิษทางอากาศเกินกว่าระดับที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ

สาเหตุสำคัญประการหนึ่ง คือการที่รัฐไทยกำหนด "เกณฑ์มาตรฐานคุณภาพอากาศ" ของประเทศที่ยินยอมให้มีระดับของมลพิษในอากาศของไทย สูงกว่าระดับที่องค์กรอนามัยโลกแนะนำไว้ถึง 2 เท่า จึงเป็นเหตุให้คนไทยเสียชีวิตก่อนเวลาอันควรถึง 2.1 ปีโดยเฉลี่ย

ทั้งนี้ เมื่อวิเคราะห์ในระดับพื้นที่แล้ว พบว่าผู้คนในกรุงเทพฯ เสียชีวิตก่อนเวลาอันควรถึง 2.4 ปีโดยเฉลี่ย และพื้นที่ที่เลวร้ายที่สุดในประเทศ คือ จ.เชียงราย ที่มีสถิติอยู่ที่ 3.9 ปีโดยเฉลี่ย ซึ่งรายงานฉบับนี้ประกอบกับข้อมูลหลักฐานทางวิชาการและข้อค้นพบจากการศึกษาวิเคราะห์ของเครือข่ายอากาศสะอาด ทำให้พบว่ารากฐานที่สำคัญของปัญหามลพิษทางอากาศ คือการที่รัฐไทยให้ความสำคัญกับการเติบโตทางเศรษฐกิจมากกว่าความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อมและผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน

ดังนั้น การจัดการกับปัญหามลพิษทางอากาศจึงเป็นงานที่ยากและซับซ้อน เครือข่ายอากาศสะอาด จึงได้วางแนวทางการทำงานร่วมกัน ซึ่งได้เริ่มต้นจัดทำเอกสารเพื่อนำเสนอกรอบแนวคิดในการทำความเข้าใจและการจัดการปัญหาอย่างรอบด้านและเป็นระบบ เป็นสื่อเพื่อการเรียนรู้และการทำงานร่วมกันของผู้คนในสังคมเพื่อจัดการกับปัญหามลพิษทางอากาศ


THE EXIT : กู้ขยะเหตุเรือล่มเกาะสมุย ตอน 2

Wed, 16 Sep 2020 18:11:00

ค่ำคืนบนถนนเลียบชายหาดเฉวง บนเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เคยเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว ร้านอาหาร สถานบันเทิง ที่เปิดให้บริการตลอด 2 ข้างทาง แต่หลังการแพร่ระบาด COVID-19 ทำให้พื้นที่เงียบเหงา ขณะนี้รถเก็บขยะของเทศบาลนครเกาะสมุย สามารถตระเวนเก็บขยะบนถนนเลียบหาดเฉวงได้เร็วขึ้น

 

เสกสรร ทิพมาตย์ พนักงานเก็บขยะ บอกว่า เฉวงเป็นพื้นที่ที่มีปริมาณขยะมากที่สุดบนเกาะสมุย เฉลี่ยวันละไม่ต่ำกว่า 10 ตัน เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวหนาแน่นกว่าพื้นที่อื่น ๆ หลังไม่มีนักท่องเที่ยวจากสถานการณ์ COVID-19 ส่งผลให้ปริมาณขยะลดลงอย่างเห็นได้ชัด สอดคล้องกับตัวเลขปริมาณขยะภาพรวมของเกาะ ที่ลดลงจากวันละ 150 ตัน เหลือ 80-100 ตัน

 

 

ก่อนหน้านั้นปี 2561 สมุยในฐานะเมืองท่องเที่ยว เคยมีขยะเฉลี่ยสูงถึงวันละ 200 ตัน ขยะที่เก็บได้ในแต่ละวันจะถูกนำมากองรวมไว้ที่สถานีขนถ่ายมูลฝอยเทศบาลนครเกาะสมุย ในพื้นที่ ม. 5 ต.มะเร็ต

 

สุธรรม สามทอง รองนายกเทศมนตรีนครเกาะสมุย กล่าวว่า ขยะเกิดใหม่รายวันบนเกาะสมุย เป็นขยะภายใต้สัญญาที่เทศบาลนครเกาะสมุย ทำกับกิจการค้าร่วม ปัญจะ ลัคกี้ คลีน เอ็นไวรอนเมนทอล เมื่อปี 2561 ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) โดยเทศบาลนครเกาะสมุย เป็นผู้ว่าจ้างให้บริษัทดำเนินการขนขยะใหม่ จากสถานีขนถ่ายมูลฝอยออกไปกำจัดนอกเขตพื้นที่ที่ ต.บ้านส้อง อ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี ในสัญญาระบุจำนวนขยะทั้งหมด 240,000 ตัน ในราคา 368,400,000 บาท หรือเฉลี่ยตันละ 1,300 บาท ระยะเวลา 5 ปี ใช้เทคโนโลยีอัดมูลฝอยเป็นก้อน ห่อมัดก่อนทำการขนย้าย และยังมีสัญญาขนย้ายขยะตกค้างจำนวน 100,000 ตัน ในระยะเวลา 600 วัน งบประมาณ 153 ล้านบาท

 

สภาพปัจจุบันของสถานีกำจัดมูลฝอยเทศบาลนครเกาะสมุย ขณะนี้เต็มไปด้วยขยะตกค้างสะสมมาตั้งแต่ปี 2551 จำนวนกว่า 360,000 ตัน เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ไม่มีพื้นที่รองรับขยะใหม่บนเกาะสมุย และต้องใช้วิธีขนย้ายไปกำจัดบนฝั่ง เมื่อย้อนกลับไปจะพบว่าเกาะสมุย เริ่มมีปัญหาขยะและได้รับงบประมาณก่อสร้างเตาเผาขยะกว่า 500 ล้านบาท ในปี 2542

 

 

ด้วยปัญหาด้านการบริหารจัดการและไม่มีการคัดแยกขยะ ทำให้เตาเผาขยะพังหลังจากใช้งานได้เพียง 10 ปี จึงต้องเปลี่ยนมาใช้วิธีฝังกลบในพื้นที่ แต่ไม่สามารถยุติปัญหาได้ ด้วยข้อจำกัดด้านพื้นที่ ลักษณะประชากรบนเกาะสมุยที่มีคนพื้นถิ่นราว 70,000 คน ประชากรแฝง 300,000 คน และนักท่องเที่ยวอีกปีละ 2,000,000 คน ทำให้การรณรงค์จัดการขยะต้นทางเป็นไปได้ยาก

 

วิทยา กาญจนพันธุ์ หัวหน้าช่างและสวน โรงแรมแฟร์เฮาส์เกาะสมุย กล่าวว่า โรงแรมแห่งนี้เป็นกลุ่มแรก ๆ บนเกาะสมุย ที่เริ่มให้ความสำคัญกับการลดขยะต้นทาง เศษอาหารภายในโรงแรมถูกนำมาคัดแยกทำเป็นน้ำหมักชีวภาพดูแลพืชผักสวนครัว และยังสามารถต่อยอดให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามาเที่ยวชมแปลงผัก เรียนรู้เรื่องสมุนไพรไทย

 

ไม่เพียงแค่ขยะของโรงแรมตัวเองเท่านั้น ที่นี่ยังสามารถช่วยกำจัดขยะเปียกจากผู้ประกอบการรายอื่น ๆ ด้วยการนำมาเป็นอาหารหมูและอาหารเป็ด ลดภาระการกำจัดขยะให้กับเทศบาลนครเกาะสมุย

ผู้ดูแลโครงการลดขยะในสถานประกอบการ ยอมรับว่า การลดขยะในรูปแบบนี้ต้องใช้พื้นที่และคนลงมือทำ รายได้จากการลดขยะภายในสถานประกอบการ ทั้งเงินจากการขายขยะรีไซเคิล ผักสวนครัว หรือสัตว์ที่เลี้ยง ใช้เป็นสวัสดิการให้พนักงานเพื่อสร้างแรงจูงใจให้โครงการนี้สามารถดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งวิทยา มองว่า การลดขยะต้นทางจะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ทำให้เกาะสมุย สามารถไปถึงเป้าหมายการจัดการขยะอย่างยั่งยืน

 

ทั้งนี้ ตามแผนของเทศบาลนครเกาะสมุย มีการตั้งงบประมาณ 2,000,000 บาท เพื่อดำเนินโครงการจ้างที่ปรึกษาความเหมาะสมรูปแบบในการกำจัดขยะบนเกาะสมุยให้เป็นไปนโยบายจัดการขยะอย่างยั่งยืน หลังสัญญาขนย้ายขยะตกค้างสิ้นสุดลงในปี 2565

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง THE EXIT : กู้ขยะเหตุเรือล่มเกาะสมุย 

 

 


ภารกิจ 10 วัน จับแล้ว "เจ้าแตงโม" หมีควายหลุดเข้าชุมชน

Wed, 16 Sep 2020 16:27:00

วันนี้ (16 ก.ย.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 15.45 น. เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และทีมสัตวแพทย์ยิงยาสลบสำเร็จและจับหมีควายได้แล้ว หลังร่วมกับเจ้าหน้าที่กู้ภัยติดตามตัวนาน 10 วัน โดยผู้ยิงยาสลบนัดแรกเป็นเจ้าหน้าที่จากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว ขณะนี้ได้เคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่และเตรียมตรวจสอบหาที่มาของหมีควาย

ภาพ : เครือข่ายเพื่อนเตือนภัยจังหวัดขอนแก่น

ภาพ : เครือข่ายเพื่อนเตือนภัยจังหวัดขอนแก่น

 

ภารกิจในวันนี้ เริ่มขึ้นเมื่อเวลา 14.00 น. เจ้าหน้าที่ต้อนหมีควายเข้ามาในวงล้อมเขตวัดป่าร่องหินลาด จ.ขอนแก่น หลังเดินลาดตระเวนเพื่อตรวจหารอยเท้าหมีควายที่หลุดเข้าพื้นที่ชุมชน และได้กระชับพื้นที่ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร จนพบรอยเท้าและพบมูลของหมี ที่เพิ่งถ่ายทิ้งไว้บริเวณบ้านโนนทองหลาง ต.สีชมพู ประกอบกับชาวบ้านแจ้งเบาะแสว่าพบหมี จึงแกะรอยจนพบหมีควายในพื้นที่วัด และใช้ตาข่ายดักล้อมรอบบริเวณที่เป็นช่องโหว่ ก่อนจุดไฟรอบพื้นที่ และวางกรงดัก

เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ บอกว่า หายเหนื่อยเพราะติดตามตัวหมีควายมาหลายวัน ชาวบ้านจะได้สบายใจและใช้ชีวิตตามปกติ

 

นายอนันต์ ปิ่นน้อย ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 8 (ขอนแก่น) กล่าวว่า เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบว่าหมีควายตัวดังกล่าวเป็นหมีวัยรุ่น เพศผู้ อายุ 3-4 ปี น้ำหนัก 100-120 กิโลกรัม จากนี้ทีมสัตวแพทย์จะนำตัวไปดูแลต่อที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าภูเขียว

สำหรับการปฏิบัติการครั้งนี้ นายอนันต์ ร่วมลงพื้นที่บริเวณวัดป่าร่องหินลาด เพื่อสั่งการและร่วมปฎิบัติการ พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงาน และเน้นย้ำให้ปฎิบัติตามแผนการฯ อย่างเคร่งครัด และปรับแผนการจับหมีให้มีความละเอียดรอบคอบมากขึ้น เน้นความปลอดภัยทั้งคน หมีควาย ตลอดจนทรัพย์สิน โดยได้จัดชุดลาดตระเวนไว้ในพื้นที่เพื่อแกะรอยหมีควาย ตรวจกรงดัก และหาข่าวหมีควายในพื้นที่ เมื่อทราบว่าหมีอยู่จุดใดให้นำกรงดัก ดักเป็นรัศมี 100-200 เมตร และติดกล้อง camera tap หน้ากรง พร้อมประชาสัมพันธ์และให้ความรู้ความเข้าใจกับชาวบ้านเกี่ยวกับการระมัดระวังและการปฏิบัติตัวจากการถูกสัตว์ป่าทำร้าย

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

อุทยานฯ ส่งทีมตาม "หมีควาย" หลุดเข้าชุมชน จ.ขอนแก่น

3 วัน ไร้ร่องรอย เร่งค้นหา "หมีควาย" ทำร้ายชาวขอนแก่น เจ็บ 5 คน 

 


พบซากช้างป่าในอุทยานฯ น้ำตกซีโป​ คาดถูกฆ่าเอางา

Wed, 16 Sep 2020 14:42:00

วันนี้ (16 ก.ย.2563) นายพีรวัฒน์ ดาโอะ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป​ นำโดยนายอดิศักดิ์ อดุลยศาสน์ พนักงานพิทักษ์ป่า ระดับ ส 3 นำกำลังเจ้าหน้าที่พร้อมด้วยชาวบ้านในพื้นที่ออกตรวจสอบตามที่ได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 3 บ้าน ต.ศรีบรรพต อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส ว่ามีซากช้างตายในท้องที่บ้านจือกอ อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส​

โดยเมื่อวันที่​ 14​ ก.ย.​2563​ เจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันขนย้ายซากช้างขึ้นบนฝั่ง​เพื่อทำการชันสูตร​ จากการตรวจสอบพบว่าเป็นซากช้างป่าเพศผู้ อายุประมาณ 15​ ปี ตายมาแล้วไม่ต่ำกว่า​ 2​ สัปดาห์ ไม่พบอวัยวะส่วนหัวและปลายหาง จากการชันสูตรซากของทีมสัตวแพทย์สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่​ 6​ สงขลา​ ไม่พบกระสุนปืน พบเพียงร่องรอยกระสุน​ สันนิษฐานสาเหตุการตาย เนื่องจากถูกฆ่าเพื่อเอางา

 

ภาพ :  กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

ภาพ : กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

 

ภาพ :  กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

ภาพ : กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

 

ภาพ :  กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

ภาพ : กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

 

 

 

 


อุทยานฯ ส่งทีมตาม "หมีควาย" หลุดเข้าชุมชน จ.ขอนแก่น

Wed, 16 Sep 2020 10:40:00

วานนี้ (15 ก.ย.2563) นายอนันต์ ปิ่นน้อย ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 8​ จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ได้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เดินลาดตระเวน เพื่อตรวจหารอยเท้าหมีควายที่หลุดเข้าพื้นที่ชุมชน โดยขยายวงรอบด้านห่างจากแปลงกระชับพื้นที่ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร จนเจอรอยเท้า และพบมูลของหมี ที่เพิ่งถ่ายทิ้งไว้บริเวณบ้านโนนทองหลาง ต.สีชมพู ประกอบกับทั้งชาวบ้านแจ้งเบาะแสว่าพบหมี จึงแกะรอย  ต่อมาเวลา 14.00 น.และ 16.00 น.เจ้าหน้าที่เจอตัวหมีที่วัดป่าห้วยหินลาด บ้านโนนทองหลาง ต.สีชมพู จึงได้กระชับพื้นที่ โดยใช้ตาข่ายดักล้อมรอบวัดบริเวณที่เป็นช่องโหว่ และจุดไฟรอบวัด วางกรงดัก และตรึงกำลังรอบบริเวณวัด

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

 

นายอนันต์ กล่าวว่า ขณะนี้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการและคณะทำงานชุดปฏิบัติการติดตามช่วยเหลือสัตว์ป่าในพื้นที่ อ.สีชมพู เพื่อลาดตระเวน และติดตามหมีควาย วันละ 4 ชุด โดย 1 ชุด มีเจ้าหน้าที่ 6 นาย เน้นย้ำให้ปฎิบัติตามแผนการอย่างเคร่งครัด และปรับแผนการจับให้มีความละเอียดรอบคอบมาก เน้นความปลอดภัยทั้งคน และหมีควาย

นอกจากนี้ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมกำลังพล จากทุกภาคส่วน วัสดุอุปกรณ์ พร้อมทีมสัตวแพทย์ และเจ้าหน้าที่ชุดช่วยเหลือด้านสัตว์ป่าไว้อย่างเต็มที่ตลอด 24 ชั่วโมง โดยได้จัดทีมประชาสัมพันธ์พูดคุยกับประชาชนได้ทราบถึงปฎิบัติการเพื่อช่วยเหลือหมีควาย

ชุดลาดตระเวนจะแกะรอยหมีควาย ตรวจกรงดัก ถ้าเจอจุดหมีควายอยู่ตรงไหน จะนำกรงดักในรัศมี 100-200 เมตรติดกล้อง camera tap หน้ากรง หากพบติดกรงดักให้แจ้งสัตวแพทย์ และทีมช่วยเหลือสัตว์ป่า เพื่อเคลื่อนย้าย
ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

 

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

 

 


"วราวุธ" เอาจริง ส่งขยะคืนถึงบ้าน-แจ้งจับคนทิ้งในอุทยานฯ

Tue, 15 Sep 2020 18:36:00

จากกรณีนักท่องเที่ยวโพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ แสดงความไม่พอใจนักท่องเที่ยวส่วนหนึ่งที่เข้าพักค้างคืนและกางเต็นท์บริเวณจุดผากล้วยไม้ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ แต่กลับทิ้งขยะจำนวนมาก ห่วงว่าสัตว์ป่าอาจกินขยะจนเจ็บป่วย หรือตาย

วันนี้ (15 ก.ย.2563) นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โพสต์เฟซบุ๊ก "TOP Varawut - ท็อป วราวุธ ศิลปอาชา" ระบุว่า ขยะที่นักท่องเที่ยวทิ้งไว้ในอุทยานฯ ขณะนี้บรรจุลงกล่องพร้อมส่งคืนถึงบ้านเจ้าของขยะเรียบร้อย และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ได้เข้าร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา พร้อมย้ำว่าการทิ้งขยะไว้ในเขตอุทยานฯ เป็นการกระทำผิด พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 ดังนี้

 

มาช่วยกันปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ทำให้เป็น New Normal ท่องเที่ยวอย่างมีจิตสำนึก ช่วยกันรักษาความสะอาด รักษาสิ่งแวดล้อมกันนะครับ เพราะต่อจากนี้เราจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด


THE EXIT : กู้ขยะเหตุเรือล่มเกาะสมุย

Tue, 15 Sep 2020 18:03:00

ขั้นตอนกู้ซากเรือราชาเฟอรี่ 4 เริ่มขึ้นหลัง "บริษัท เอ็ม.เอส.เซอร์วิส จำกัด" บริษัทที่ได้รับการว่างจ้าง จาก บริษัท ท่าเรือราชาเฟอร์รี่ จำกัด (มหาชน)ให้กู้เรือโดยนำเรือขนาดใหญ่ 2 ลำ ติดตั้งเครนยก 2 ตัว ขนาด 600 ตัน และ 200 ตัน ยกส่วนหัวของเรือราชา 4 ให้โผล่พ้นขึ้นมาบนผิวน้ำ

 

ก่อนจะทำการพลิกตัวเรือให้หงายขึ้นโดยมีทุ่นดักคราบล้อมรอบบริเวณไว้ป้องกันกรณีมีน้ำมันจากเรือหลุดลอยออกมา พร้อมกับมีเรือประมงขนาดเล็กอีก 3 ลำ แล่นวนเฝ้าระวังขยะที่ติดค้างอยู่ในรถบรรทุกพ่วงภายในตัวเรือจำนวนกว่า 90 ตัน ที่อาจจะกระจายออกมาระหว่างปฏิบัติการเก็บกู้

 

แม้จะได้รับการยืนยัน จากทีมนักประดาน้ำที่ลงไปสำรวจสภาพขยะ ขณะจมอยู่ใต้น้ำที่ความลึกกว่า 18 ม.ในช่วงแรกของการเกิดเหตุว่า ขยะทั้งหมดยังอยู่ในสภาพที่มีพลาสติกห่อหุ้มและติดอยู่ในพ่วงของรถบรรทุก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลกระทบที่ยังไม่อาจประเมินค่าได้ต่อระบบนิเวศใต้ท้องทะเล

 

ขยะจำนวนกว่า 90 ตันที่จมลงสู่ทะเล เป็นหนึ่งในขยะตกค้างจำนวน 360,000 ตัน ที่สะสมอยู่ในสถานีกำจัดมูลฝอยของเทศบาลนครเกาะสมุย มาตั้งแต่ปี 2551

 

ด้วยสาเหตุว่า "เตาเผาขยะ" ที่สร้างขึ้นในปี 2542 ผ่านงบประมาณกว่า 500 ล้านบาท โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ศักยภาพเผาขยะได้ 140 ตันต่อวันที่ได้พังลงหลังจากใช้งานได้เพียง 10 ปีเท่านั้นและด้วยสถานการณ์ที่ต้องรองรับทั้งขยะตกค้างสะสมและขยะเกิดใหม่รายวัน ภายในพื้นที่ 37 ไร่ ที่มีอยู่อย่างจำกัด ทำให้ท้ายที่สุดขยะล้นทะลักส่งกลิ่นเหม็นรบกวนน้ำใต้ดินเกิดการปนเปื้อนไม่สามารถใช้อุปโภค-บริโภคได้ กระทั่งชาวบ้านในชุมชนโดยรอบเริ่มรวมตัวประท้วงเรื่อยมาตั้งแต่ช่วงปี 2553

 

นางนวรัตน์ สุขเจริญ ประธานชุมชนมะเร็ต-เขาน้อย อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า "กลิ่นเหม็นก็มีปัญหาต่อชุมชน น้ำไหลลงลำคลอง รวมถึงสารต่าง ๆ ที่ไหลลงใต้ดิน บริเวณนี้ปลูกผักเขาก็ไม่กล้ากิน เพราะเมื่อก่อนบ่อใช้น้ำได้ เดี๋ยวนี้ก็ใช้ไม่ได้"

 

การบีบอัดมูลฝอยโดยใช้เทคโนโลยีเครื่องบีบอัดจากประเทศสวีเดนพันด้วยตาข่าย 6-7 ชั้น และพันทับด้วยฟิล์มพลาสติกอีกรอบ ก่อนทำการขนย้ายออกจากพื้นที่ไปกำจัดโดยวิธีการฝังกลบที่บ่อขยะในเทศบาลตำบลบ้านส้อง อ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี คือ วิธีที่ชาวบ้านในพื้นที่เห็นร่วมกัน ว่าเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดในเวลานั้น แม้จะมีเสียงทักท้วงจากชาวบ้านอีกกลุ่มว่า สุ่มเสี่ยงต่อการขนย้ายเพราะ "สมุย" เป็นเกาะ การขนย้ายต้องใช้เรือบรรทุกและอาจไปสร้างปัญหาสิ่งแวดล้อมให้กับพื้นที่อื่น

ประธานชุมชนมะเร็ต-เขาน้อย อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ตอนนี้คือทำอย่างไรให้ขยะลดน้อยลงไปก่อน แล้วค่อยมาหาวิธีที่ดีที่สุด ที่จะทำให้มันยั่งยืนโดยไม่สกปรกเป็นเตาเผาที่สะอาด

 

จากผลประชาคมเทศบาลนครเกาะสมุย เปิดประกวดราคาผ่านระบบ e-biding กิจการค้าร่วมปัญจะ ลัคกี้ คลีน เอ็นไวรอนเมนทอล เป็นผู้ชนะ โดยยื่นราคาประมูลต่ำกว่าราคากลางเพียงแค่ 5 บาท สัญญาจ้างขนย้ายขยะตกค้างลงวันที่ 17 ก.ค.63 ระบุเงินค่าจ้าง 153.2 ล้านบาท จำนวน 100,000 ตัน ภายในระยะเวลา 600 วัน

 

ขั้นตอนการขนย้ายจากสถานีมูลฝอยไปยังท่าเรือจะใช้วิธีเดียวกับการขนย้าย "ขยะใหม่รายวัน" ซึ่งกิจการค้าร่วมได้ทำสัญญากับเทศบาลนครเกาะสมุย และดำเนินการภายใต้สัญญาฉบับแรกมาก่อนหน้านี้

ขยะที่ผ่านการบีบอัดและห่อหุ้มจะถูกลำเลียงใส่รถบรรทุกมีผ้าใบปิดคลุมมิดชิดไปยังท่าเรืออิฐวิเศษกรุ๊ป ซึ่งเป็นเรือที่บริษัทกิจการค้าร่วมปัญจะ ลัคกี้ คลีน เอ็นไวรอนเมนทอล ว่าจ้างให้ขนย้ายขยะตามสัญญาฉบับแรก ข้ามฝั่งเกาะจากสมุยไปยังท่าเรือดอนสัก โดยเรือที่ใช้เป็นเรือบาร์จสำหรับลำเลียงสินค้าโดยเฉพาะ

 

แต่ "ขยะตกค้าง" ภายใต้สัญญา ฉบับที่ 2 กิจการค้าร่วม เลือกทดลองเปลี่ยนมาว่าจ้างเรือเฟอรี่ของบริษัทท่าเรือราชาเฟอรี่ จำกัด มหาชน ในการขนส่งและการขนย้ายขยะ 90 ตัน เที่ยวแรกก็เกิดเหตุ

นายศรจักร สุวรรณปาล กรรมการบริหารกิจการค้าร่วม ปัญจะ ลัคกี้ คลีน เอ็นไวรอนเมนทอล กล่าวว่า "เบื้องต้นก็ต้องดำเนินการต่อในการขนขยะให้ข้ามไปให้ได้ตามสัญญาโดยใช้ท่าเรือของอิฐวิเศษ"

 

นายสุธรรม สามทอง รองนายกมนตรีนครเกาะสมุย ระบุว่า การใช้เรือเฟอรี่ขนส่งแทนเรือบาร์จเป็น 1 ใน 3 รูปแบบ วิธีการขนส่งที่กิจการค้าร่วมปัญจะ ลัคกี้ คลีน เอ็นไวรอนเมนทอลได้เสนอในแผนซึ่งผ่านความเห็นชอบให้สามารถทำได้ แต่หลังเกิดเหตุเทศบาลนครเกาะสมุย ได้เน้นย้ำให้กิจการค้าทำแผนทบทวนมาตรการขนย้ายใหม่

 

หลังจากนี้ ขยะจากเกาะสมุย ทั้งขยะใหม่รายวัน และขยะเก่าตกค้าง รวมกันกว่า 340,000 ตัน จะยังคงจะถูกขนย้ายออกจากเกาะตามสัญญาว่าจ้างทั้ง 2 สัญญา แต่ขณะเดียวกัน เทศบาลนครเกาะสมุยได้ตั้งงบประมาณ 2 ล้านบาทเพื่อศึกษาแนวทางกำจัดขยะบนเกาะสมุยที่ยั่งยืนควบคู่ไปด้วย

 


ฟัน 2 ข้อหา "ยูทูบเบอร์ดัง" ลอบถ่ายรายการ-เทโซดา

Tue, 15 Sep 2020 11:25:00

วันนี้ (15 ก.ย.2563) นายเกรียงศักดิ์ ถนอมพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 รายงานกรณีเพจหม่อมถนัด... โพสต์ภาพคล้ายการปัสสาวะลงน้ำเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล บริเวณแพภูเขาลอยน้ำ (Mountain Float) ในเขตอุทยานแห่งชาติศรีลานนา จ.เชียงใหม่ โดยนายภูพิชิต ช่วยบำรุง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติศรีลานนา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ เจ้าหน้าที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่แฝก-แม่งัด เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านเป้า และประธานชมรมท่าเรือ-เรือนแพเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่และสืบหาข้อมูลเพิ่มเติม บริเวณเรือนแพภูเขาลอยน้ำ และแพกระชังปลาของนายทองอินทร์ ลือชัย โดนนายทองอินทร์ฯ ได้ให้ถ้อยคำว่า หม่อมถนัด....และคณะ ได้เข้ามาซื้อปลากดและปลาทับทิมพร้อมประกอบอาหาร ในขณะประกอบอาหารได้ถ่ายภาพนิ่งและบันทึกวิดีโอบริเวณแพกระชังปลาของตนโดยได้นำอุปกรณ์เครื่องครัวทุกอย่างมาเอง

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันพิจารณาลงความเห็นว่าการบันทึกภาพนิ่งและวีดีโอขณะประกอบอาหาร ในเขตอุทยานแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 มาตรา 19 (6) และมาตรา 44, มาตรา 20 และมาตรา 47

ส่วนการเทโซดาลงในน้ำในเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชลเป็นการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 มาตรา 33 วรรคหนึ่ง และมาตรา 57 จึงได้จัดทำเรื่องราวร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรแม่แตง จ.เชียงใหม่ เพื่อดำเนินคดีกับ นายสหัสวรรษ ชอบชิงชัย หรือหม่อมถนัด...ตามกฎหมายต่อไป

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จนท.เตือน "หม่อมถนัดแ..ก" โพสต์ภาพคล้ายปัสสาวะลงเขื่อนแม่งัด

หม่อมถนัดแดก "ขอโทษ" ปมถ่ายเมนูไก่หลุม

เมนู "ไก่หลุม" เข้าข่ายทารุณกรรมสัตว์


พาณิชย์ห้ามนำ "ขยะอิเล็กทรอนิกส์" เข้าประเทศ มีผล 15 ก.ย.นี้

Tue, 15 Sep 2020 09:50:00

เมื่อวันที่ 14 ก.ย.2563 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้ขยะอิเล็กทรอนิกส์เป็นสินค้าที่ต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาราจักร พ.ศ.2563 มีรายละเอียดดังนี้

โดยที่มีความจำเป็นเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การสาธารณสุข การคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชน และเพื่อให้การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมของประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สมควรกำหนดให้ขยะอิเล็กทรอนิกส์เป็นสินค้าที่ต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 วรรคหนึ่ง (1) แห่งพระราชบัญญัติการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ.2522 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์โดยอนุมัติของคณะรัฐมนตรีออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้ขยะอิเล็กทรอนิกส์เป็นสินค้าที่ต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ.2563”

ข้อ 2 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป (มีผลวันที่ 15 ก.ย.2563 เป็นต้นไป)

ข้อ 3 ในประกาศนี้ “ขยะอิเล็กทรอนิกส์” หมายความว่า ชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์หรือเศษ (ไม่รวมเศษจากเครื่องก าเนิดไฟฟ้า) ที่มีส่วนประกอบ ซึ่งได้แก่ ตัวเก็บประจุไฟฟ้า และแบตเตอรี่อื่นๆ สวิทซ์ที่มีปรอทเป็นองค์ประกอบในการทำงาน เศษแก้วจากหลอดรังสีแคโทด และแอกติเวเต็ดกลาสอื่น ๆ ตัวเก็บประจุไฟฟ้าที่มีสารพีซีบี หรือที่ปนเปื้อนด้วยแคดเมียม ปรอท ตะกั่ว โพลีคลอริเนทเต็ดไบฟีนิลซึ่งเป็นของเสียเคมีวัตถุ ตามบัญชี 5.2 ลำดับที่ 2.18 ของประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง บัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย พ.ศ.2556 ตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตราย

ข้อ 4 ให้ขยะอิเล็กทรอนิกส์ตามพิกัดอัตราศุลกากรตอนที่ 84 และตอนที่ 85 เฉพาะรหัสสถิติ 899 ตามบัญชีแนบท้ายประกาศนี้ เป็นสินค้าที่ต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร

 

ประกาศณ วันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ.25633
จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

 


พบ "ลูกช้างป่า" หลงแม่ใกล้เขตอุทยานฯ น้ำหนาวเพชรบูรณ์

Tue, 15 Sep 2020 07:57:00

เมื่อวันที่ 14 ก.ย.2563 นายสุทิน พรหมปลัด หัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบลูกช้างเพศผู้ อายุประมาณ 1-2 เดือน พลัดหลงกับแม่ช้าง บริเวณป่าไร่ข้าวโพดของชาวบ้านใน ต.ปากช่อง อ.หล่มสัก ซึ่งเป็นพื้นที่ติดต่อกับเขตอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว

เจ้าหน้าที่อุทยานฯ เข้าตรวจสอบและร่วมกับชาวบ้านช่วยกันล้อมจับลูกช้าง โดยได้สร้างคอกชั่วคราวด้วยไม้ไผ่ในบริเวณจุดที่พลัดหลง เพื่อรอให้แม่ช้างมารับลูก พร้อมจัดหานมและกล้วยให้เป็นอาหารของลูกช้าง แต่ล่าสุดยังไม่พบร่องรอยของแม่ช้างบริเวณคอกชั่วคราวแต่อย่างใด

ขณะเดียวกันอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว ได้ประสานทีมเจ้าหน้าที่สัตวแพทย์สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 มาตรวจสภาพร่างกายของลูกช้าง และขอความร่วมมือชาวบ้านไม่ให้เข้าใกล้บริเวณพื้นที่คอกชั่วคราว รวมทั้งอย่าทำอันตรายช้าง ซึ่งชาวบ้านต่างให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้เฝ้าติดตามสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ และหากแม่ช้างยังไม่ออกมารับลูกช้างในช่วง 2-3 วันนี้ ทางอุทยานแห่งชาติน้ำหนาวจะประสานหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป

 


กรมธรณี ส่งทีมฟื้น "ถ้ำนาคา" หลังเจอมือบอนขูดเขียน

Mon, 14 Sep 2020 17:09:00

วันนี้ (14 ก.ย.2563) นายสมหมาย เตชวาล อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี กล่าวว่า เจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรธรณี และอุทยานแห่งชาติภูลังกา อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ ได้เข้าพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูลังกาเพื่อฟื้นฟูซ่อมแซมทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกนักท่องเที่ยวบางกลุ่มละเมิดกฎ ที่ทางอุทยานแห่งชาติกำหนดไว้ จนเกิดความเสียหาย

โดยเฉพาะบริเวณรอยขีดเขียนบนผนังถ้ำนาคา ควบคู่กับเร่งสำรวจร่องรอยขีดเขียนเพิ่มเติม ตามเส้นทางเดินของนักท่องเที่ยวก่อนถึงถ้ำนาคา เบื้องต้นได้ลบรอยขูดขีดเขียนออกทั้งหมดแล้ว ด้วยวิธีการขัดและตกแต่งสีผิวหินให้เรียบเนียนและเหมือนธรรมชาติที่สุด 

ภาพ:กรมทรัพยากรธรณี

ภาพ:กรมทรัพยากรธรณี

 

ทั้งนี้ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้มีกฎระเบียบการท่องเที่ยวในพื้นที่อุทยานแห่งชาติที่นักท่องเที่ยวต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด คือ ห้ามแตะต้องกลุ่มหินต่าง ๆ ภายในถ้ำ และห้ามขีดเขียน ขูดลบ ขีดฆ่า ทา หรือพ่นสีและแป้ง อันเป็นการกระทำผิดตามมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562

ภาพ:กรมทรัพยากรธรณี

ภาพ:กรมทรัพยากรธรณี

 

สำหรับหินเกล็ดพญานาค กรมทรัพยากรธรณี ระบุว่ามีอายุ 1 แสนปี เป็นปรากฎการณ์ทางธรณีวิทยา ที่เรียกว่า ซันแครก (Suncrack) เกิดจากการแตกผิวหน้าของหิน เนื่องจากการมีการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิที่แตกต่างในวลากลางวัน และกลางคืนอย่างรวดเร็ว ทำให้หินเกิดขยายตัว และหดตัวสลับกันไปมา จนแตกเป็นรูปคล้ายหกเหลี่ยม ต่อมามีการผุพัง และการกัดเชาะโดยน้ำและเกิดการลบเหลี่ยมบริเวณนี้เห็นเป็นลักษณะเหมือนหมอนที่วางช้อนกันเป็นชั้นขนานไปกับแนวชั้นหิน

ภาพ:กรมทรัพยากรธรณี

ภาพ:กรมทรัพยากรธรณี

 

ซึ่งหลังจากมีการเผยภาพถ้ำพญานาคออกไปทำให้มีนักท่องเที่ยวเข้าไปท่องเที่ยวจำนวนมาก และเกิดปัญหานักท่องเที่ยวบางคน บางกลุ่มละเมิดกฏระเบียบ เช่น ปักธูป ขูดขีดหิน โรยแป้ง และเขียนข้อความบนหินจนเกิดความเสียหาย

ภาพ:กรมทรัพยากรธรณี

ภาพ:กรมทรัพยากรธรณี

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

รมว.ทส.สั่งปิด "ถ้ำนาคา" หลังคนขูดขอหวย-เขียนข้อความบนหิน

ไขคำตอบทางธรณี "หินเกล็ดพญานาค" บนภูลังกา

อุทยานฯ ภูลังกา ยังไม่เปิดเที่ยวถ้ำนาคา-น้ำตกตาดวิมานทิพย์

 


เร่งผลักดัน "เสือโคร่ง" หลุดป่าห้วยขาแข้ง

Mon, 14 Sep 2020 15:01:00

วันนี้ (14 ก.ย.2563) นายธนิตย์ หนูยิ้ม ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 จ.นครสวรรค์ กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีมีเสือโคร่งออกจากป่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เข้ามาล่าสุนัขของชาวบ้านตั้งแต่วันที่ 8 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง และเจ้าหน้าที่สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า ยังคงส่งเจ้าหน้าที่ ให้การเฝ้าระวังคุ้มครองความปลอดภัยให้ชาวบ้านและเร่งผลักดันเสือโคร่งกลับเข้าป่าอย่างต่อเนื่อง

ดร.อัจฉรา ซิ้มเจริญ หัวหน้ากลุ่มงานวิชาการ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) ได้ลงพื้นที่เพื่อหาข้อมูลเชิงวิชาการ ยืนยันว่ารอยตีนที่พบเป็นรอยตีนของเสือโคร่งจริง มีขนาดของรอยอุ้งตีนหน้า กว้าง 7.5 เซนติเมตร ขนาดอุ้งตีนหลังกว้าง 7 เซนติเมตร รอยอุ้งตีนขนาดนี้ บ่งบอกได้ว่าเป็นเสือโคร่งวัยรุ่น อายุประมาณ 2 ปี

ปกติเสือโคร่งวัยรุ่น จะมีพฤติกรรมโดยทั่วไปแยกออกจากแม่ ต้องออกร่อนเร่ เพื่อหาพื้นที่ครอบครองหากินเป็นของตนเอง เสือวัยรุ่นอยู่ในวัยคึกคะนอง เมื่อเจอเหยื่อทั้งที่บางครั้งยังไม่หิว จะเกเรลองกำลังเข้าจับหรือแกล้งเหยื่อ 

อย่างไรก็ตาม ได้ประชาสัมพันธ์ให้ชุมชนรอบเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ลดการทำกิจกรรมในพื้นที่ป่าที่ติดกับแนวเขตป่าห้วยขาแข้ง เพราะอาจจะเป็นการขัดขวางการเดินทางกลับพื้นที่ของเสือโคร่ง หลีกเลี่ยงการเดินทางในเวลากลางคืนโดยเจ้าหน้าที่ยังได้ติดตั้งกล้องแอบดักถ่ายภาพไว้ พร้อมทั้งยังคงจัดชุดเฝ้าระวังร่วมกับชาวบ้านอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะมั่นใจว่าเสือโคร่งกลับเข้าป่า