Trash Hero รวมพลเก็บขยะบางกะเจ้าเพื่อมาเรียม

Sun, 25 Aug 2019 17:15:00

วันนี้ (25 ส.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จิตอาสากลุ่ม Trash Hero Bangkok ร่วมกับอาสาสมัครจากหลายองค์กรกว่า 200 คน ร่วมกิจกรรมเก็บขยะที่บางกะเจ้า ริมแม่น้ำเจ้าพระยา จ.สมุทรปราการ หลังพบว่ากว่าร้อยละ 80 ของขยะในทะเลมาจากบนบก

โดยเฉพาะขยะพลาสติก 1.3 ล้านตันต่อปี ติดอันดับ 6 ของโลก ซึ่งเป็นสาเหตุให้สัตว์ทะเลตาย จากการถูกรัดพัน หรือกินเข้าไป เช่น วาฬนำร่องครีบสั้น ที่กินถุงพลาสติกเข้าไป จำนวนมากถึง 80 ชิ้น น้ำหนักกว่า 8 กิโลกรัม รวมถึงล่าสุด พะยูนน้อยมาเรียม ที่ตายจากการกินถุงพลาสติกเข้าไป

นายวรวัฒน์ สภาวสุ ผู้นำกลุ่ม Trash Hero กล่าวว่า การมีจิตอาสาตระเวนเก็บขยะ จะช่วยสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาปริมาณของขยะพลาสติกให้สังคมเห็น และหวังว่าทุกคนในสังคมจะช่วยกันหาวิธีลดการใช้และทิ้งขยะพลาสติก เพราะถึงแม้ว่าจะทิ้งลงถังขยะอย่างถูกต้อง แต่ขยะพลาสติกส่วนมาก ก็ไม่ได้ถูกนำไปรีไซเคิล ทำให้เป็นปัญหาต่อได้ไม่ว่าจะโดนฝังหรือถูกทิ้งลงแม่น้ำลำคลองก็ตาม

วรวัฒน์ สภาวสุ ผู้นำกลุ่ม  Trash Hero

วรวัฒน์ สภาวสุ ผู้นำกลุ่ม Trash Hero

 

ส่วนหนึ่งที่มีจิตอาสามามากขนาดนี้ คงเกิดจากข่าวการตายของพะยูนมาเรียม และยามีล เพราะมีถุงพลาสติกอุดตันอยู่ในลำไส้ที่แสดงให้เห็นว่า ขยะที่ลอยไปในทะเลจากบนฝั่ง แสดงถึงการตื่นตัวของคนรุ่นใหม่ และความกังวลต่ออนาคตและสภาพแวดล้อมที่ดูจะทรุดโทรมลงอยากมากในปัจจุบัน

ด้านอาสาสมัครที่เดินทางมาจาก จ.ขอนแก่น ระบุว่า แม้ตนเองจะอยู่ในจังหวัดที่ไม่ได้ติดชายฝั่งทะเล แต่ข่าวการตายของสัตว์ทะเลที่ผ่านๆ มา ทำให้ตระหนักและพยายามลดการใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง คัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง แต่ยอมรับว่า พลาสติกบางประเภทไม่สามารถปฏิเสธได้ จึงอยู่ที่ผู้ผลิต หรือรัฐบาล ที่ต้องออกมาตรการสนับสนุนบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

 

 

กิจกรรมวันนี้ใช้เวลา 1.30 ชั่วโมง สามารถเก็บขยะแบ่งเป็นประเภท ขวดพลาสติก 422 ขวด ถุงพลาสติก 37.3 กิโลกรัม หลอด 2,100 ชิ้น ขวดแก้ว 387 ขวด กล่องโฟม หรือชิ้นโฟม 1 ถุงใหญ่ ไฟแช๊ก 185 อัน รองเท้า 223 ข้าง หนังยาง 22,500 ชิ้น ถุงพลาสติก 37.3 กิโลกรัม กล่องนม 3.8 กิโลกรัม กระป๋องโลหะ หรือขยะอันตราย 9 ชิ้น ขยะอื่นๆ ที่ไม่ได้แยก 370.7 กิโลกรัม

การเก็บขยะครั้งนี้ นับเป็นการเก็บขยะที่มีอาสาสมัครเข้าร่วมมากที่สุด ตั้งแต่ Trash Hero เริ่มขึ้นเมื่อเดือนธันวาคมปี 2556 ที่เกาะหลีเป๊ะ จ.สตูล โดยขยะที่เก็บได้ในครั้งนี้จะส่งต่อให้ทาง วัดจากแดง จ.สมุทรปราการ ที่มีโครงการรีไซเคิลขวดพลาสติก เช่น การทำจีวรพระ หรือ เปลี่ยนพลาสติกเป็นน้ำมัน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ลิโอนาร์โด โพสต์ถึง "มาเรียม" ขวัญใจคนไทยตายจากพลาสติก

เศร้า! มาเรียมลูกพะยูนขวัญใจตาย “ช็อก-เจอถุงพลาสติก”

 


นายกฯ ตุ้ย แจง “แพลงก์ตอนบลูม” เริ่มลดลง คาด 1-2 วัน ปกติ

Sun, 25 Aug 2019 15:30:00

วันนี้ (25 ส.ค.2562) นายณรงค์ชัย คุณปลื้ม นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองแสนสุข จ.ชลบุรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ณรงค์ชัย (ตุ้ย) คุณปลื้ม โดยระบุถึงปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสี ดังนี้

ภาพ : เฟซบุ๊ก ณรงค์ชัย (ตุ้ย) คุณปลื้ม

ภาพ : เฟซบุ๊ก ณรงค์ชัย (ตุ้ย) คุณปลื้ม

จากเหตุการณ์ที่พบน้ำทะเล บริเวณชายหาดบางแสนมีสีเขียวเข้ม และมีกลิ่นค่อนข้างแรง ในช่วงตั้งแต่วันจันทร์ที่ 19 ส.ค. 62 ที่ผ่านมา ปรากฏการณ์ดังกล่าว เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เรียกว่า “ปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสี หรือ แพลงก์ตอนบลูม (red tide) 

เกิดจากสาหร่ายเซลล์เดียวหรือแพลงก์ตอนพืชเพิ่มจำนวนมากขึ้น จนทำให้สีของน้ำทะเลเปลี่ยนไปจากสีปกติ ซึ่งในครั้งนี้เปลี่ยนไปเป็นสีเขียวเข้ม เนื่องจากสีของสารสี (คลอโรฟิลล์เหมือนในพืช) ที่อยู่ในเซลล์นั่นเอง และอาจพบสีอื่นๆ ได้ เช่น สีแดง สีน้ำตาล และสีเหลืองเป็นต้น

ในอดีตชาวประมงที่พบเห็นจะเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า “ขี้ปลาวาฬ” ปรากฏการณ์ครั้งนี้ เกิดจากแพลงก์ตอนพืช สกุล Noctiluca มีลักษณะทรงกลมภายในเซลล์มีสีเขียว ขนาดประมาณ 0.5 - 0.7 มิลลิเมตร สามารถมองเห็นเป็นเม็ดกลมๆ สีเขียวด้วยตาเปล่า ในบริเวณผิวหน้าน้ำ แพลงก์ตอนพืชสกุลนี้ไม่เป็นอันตรายเนื่องจากไม่สร้างสารพิษ แต่การที่น้ำทะเลมีกลิ่นค่อนข้างแรงเนื่องจากภายในเซลล์มีสารแอมโมเนียค่อนข้างมาก เมื่อเซลล์แตกจากคลื่นหรือเซลล์ตายลง จะมีการปลดปล่อยแอมโมเนียออกสู่บรรยากาศและส่งกลิ่นเหม็นนั่นเอง และการที่พบสัตว์น้ำขนาดเล็กตายและพบซากบริเวณชายหาดในช่วงที่เกิดปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสี เนื่องจากพอแพลงก์ตอนพืชตายลง ซากจะถูกแบคทีเรียใช้ออกซิเจนในน้ำในการย่อยสลายซาก จึงทำให้ออกซิเจนในน้ำลดลง ส่งผลให้สัตว์น้ำขนาดเล็กขาดออกซิเจนและตายลง

ภาพ : เฟซบุ๊ก ณรงค์ชัย (ตุ้ย) คุณปลื้ม

ภาพ : เฟซบุ๊ก ณรงค์ชัย (ตุ้ย) คุณปลื้ม

ปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสี ปกติจะเกิดขึ้นทุกปีในระยะ 3 - 5 ปี ที่ผ่านสามารถพบเห็นได้ประจำ ปีละประมาณ 2-3 ครั้ง ระยะเวลาในการเกิดจากพบเห็นต่อเนื่อง 3 - 5 วัน โดยมักพบในช่วงหลังฝนตก เนื่องจากมีการชะล้างสารอาหารลงสู่น้ำทะเลชายฝั่ง และมีอุณหภูมิ ความเค็ม และความเข้มแสงที่เหมาะสม จึงทำให้แพลงก์ตอนพืชเพิ่มจำนวน (เติบโตอย่างรวดเร็ว) และเมื่อสารอาหารลดลงก็จะพบเซลล์ลดลงและปรากฏการณ์นี้จะหายไป

นอกจากนี้การขึ้นลงของน้ำทะเลและกระแสลม ในช่วงลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังแรงพัดลมทิศทางเข้าสู่ฝั่ง เป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลให้มวลของแพลงก์ตอนพืช ถูกพัดเข้าสู่ฝั่งในบริเวณชายฝั่งบางแสนในปี 2562 ที่ผ่านมาบริเวณชายหาดบางแสน พบการเกิดน้ำทะเลเปลี่ยนสีมาแล้วประมาณ 4 ครั้ง คือ เดือนกุมภาพันธ์ มีนาคม กรกฏาคม และสิงหาคม (ครั้งนี้) จากการติดตามและตรวจสอบของหน่วยงานต่างๆ สามารถคาดการณ์ได้ว่าปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสีครั้งนี้ที่เกิดขึ้นอยู่ในช่วงปลายของการบลูมแล้ว จำนวนเซลล์เริ่มลดลง คาดว่าอีก 1 - 2 วัน สถานการณ์จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 

มาถี่ขึ้น ! "บางแสน-แหลมแท่น" น้ำทะเลเปลี่ยนสี

 

 


เผาเสบียงแก๊งลักตัดไม้ ไฟพรึ่บกลางฝน ลูก "ผอ.มือปราบ"บาดเจ็บ

Sun, 25 Aug 2019 14:45:00

วันนี้ (25 ส.ค.2562) นายประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ (24 ส.ค.) ตั้งแต่เวลา 08.00 น.เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทับลานได้ตรวจสอบพบร่องรอยการลักลอบเข้าพื้นที่ป่า บริเวณป่าด้านทิศตะวันตก โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยโสมง​ ท้องที่​ ต.แก่งดินสอ​ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี​ โดยคาดว่า เป็นกลุ่มบุคคลไม่ต่ำกว่า​ 10​ คน​ จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ส่วนกลาง เพื่อติดตามกลุ่มผู้ลักลอบเข้าป่า​

กระทั่งเวลาประมาณ​ 14.00 น.​ลาดตระเวนถึงบริเวณหุบอีปี้ง พบที่พักของบุคคลที่ลักลอบเข้าป่า​ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัว จับกุมชาวกัมพูชา​ได้​ ​1​ คน​ และตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียด พบเลื่อยยนต์​ 1​ เครื่อง​ เป้เสบียง​ 20​ ใบ และน้ำมันเบนซิน ​จากการสอบถามชาวกัมพูชา ระบุว่า ผู้กระทำผิดมีจำนวน​ 20​ คน มีคนไทยนำทาง​ 2​ คน เข้ามาตัดไม้พะยูง ในบริเวณดังกล่าว

ภาพ:อุทยานแห่งชาติทับลาน

ภาพ:อุทยานแห่งชาติทับลาน

 

นายประวัติศาสตร์ กล่าวต่อว่า ก่อนออกจากพื้นที่ เจ้าหน้าที่ได้เผาเศษขยะ และเสบียงอาหารทั้งหมด เพื่อไม่ให้กลุ่มผู้กระทำผิดที่หลบหนี นำกลับไปใช้ประโยชน์ได้อีก แต่ในขณะที่จุดไฟ​เตรียมเผา เนื่องจากมีฝนตกสภาพพื้นเปียกชื้น​ น้ำมันจึงลอยอยู่เหนือผิวน้ำที่ไหลไปทางเจ้าหน้าที่ ทำให้เกิดเปลวไฟลุกเป็นบริเวณกว้าง เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย

​หนึ่งในนั้น คือ นายป่าเหนือ ชีวะธรรม อายุ 22 ปี ลูกชายของนายชีวะภาพ ชีวะธรรม ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ ที่เพิ่งเรียนจบจากคณะวนศาสตร์ และมาปฏิบัติงาน ที่อุทยานแห่งชาติทับลาน ได้รับบาดเจ็บบริเวณแขนทั้ง 2 ข้าง และใบหน้าโดนไฟไหม้เป็นแผลพุพอง​ หลังเกิดเหตุ​ได้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลกบินทร์บุรีอย่างเร่งด่วน​ ล่าสุดอาการปลอดภัย แพทย์ระบุบางจุดมีแผลไฟลวกระดับ 2 และยังต้องเฝ้าระวังไม่ให้มีการติดเชื้อ 

"ชีวะภาพ" ตกใจและเป็นห่วง

ไทยพีบีเอสออนไลน์ สัมภาษณ์นายชีวะภาพ กล่าวว่า รู้ข่าวเมื่อคืนนี้ รู้สึกตกใจ เนื่องจากติดภารกิจไปศึกษาดูงานอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น ต้องบินกลับมาด่วน และตอนนี้ (15.00 น.) ยังอยู่ระหว่างเดินทางไปที่โรงพยาบาลกบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี  ซึ่งจากการสอบถามอาการ จากนายประวัติศาสตร์ พบว่าอาการปลอดภัยแล้ว แต่ยอมรับว่าเป็นห่วงจิตใจ เพราะอายุป่าเหนือ ยังน้อยมาก บาดแผลไฟไหม้อาจทำให้เกิดรอยแผลเป็นได้ ตอนนี้ยังต้องดูอาการก่อนตัดสินใจอีกครั้งว่าจะย้ายโรงพยาบาลหรือไม่

ลูกชายเพิ่งเรียนจบที่วนศาสตร์ และไปทำงานเป็นลูกจ้างชั่วคราว ที่อุทยานแห่งชาติทับลานแค่ 2 เดือน เขาเลือกเองเพราะว่าเคารพหัวหน้าประวัติศาสตร์ เหมือนเป็นพี่ชาย เคยเลี้ยงกันมาตั้งแต่เด็กๆ และอยากไปอยู่กับ หัวหน้าวิเชียร ชิณวงษ์ ที่ป่าทุ่งใหญ่ฯ ด้วย

นายชีวะภาพ กล่าวอีกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถือเป็นอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝัน เพราะด้วยประสบการณ์ของป่าเหนือ ที่อาจไม่ทันระวังตัวว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นได้ แต่ก็ให้กำลังใจเขา เพราะก่อนที่จะเลือกเรียน และเดินตามรอยพ่อ เคยพูดคุยกับเขาแล้วว่าอาชีพนี้มีความเสี่ยง และลำบาก ซึ่งเขาก็ยอมรับและเลือกที่จะเรียนและทำงานด้านนี้เมื่อเรียนจบทันที

นิสัยป่าเหนือจะชอบลุย การเข้าไปจับแก๊งมอดไม้พะยูงในป่าลึกต้องเดินเท้าหลายกิโลเมตร ตอนที่เกิดอุบัติเหตุเจ้าหน้าที่ต้องช่วยพาเดินป่าเออกมา 3 กิโลเมตร ส่งโรงพยาบาล

คิดในใจตลอดว่าเป็นเรื่องชะตาชีวิตที่เขาอยากทำหน้าที่ปกป้องป่าร่วมกัน ดังนั้น เชื่อว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ คงจะไม่ทำทำให้เขาท้อจนต้องยุติการทำงานตรงนี้
ภาพ:อุทยานแห่งชาติทับลาน

ภาพ:อุทยานแห่งชาติทับลาน

 

 


ลิโอนาร์โด โพสต์ถึง "มาเรียม" ขวัญใจคนไทยตายจากพลาสติก

Sun, 25 Aug 2019 13:44:00

วันนี้ (25 ส.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ลีโอนาร์โด ดิคาปรีโอ ดาราฮอลลีวูดชื่อดังระดับโลก ที่มีบทบาทสำคัญในด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โพสต์ภาพและข้อความผ่านทาง อินสตราแกรม leonadodicaprio ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 34 ล้านคนเป็นภาพของมาเรียม พะยูนขวัญใจชาวไทยและคนทั่วโลก ที่อยู่ในอ้อมกอดของเจ้าหน้าที่ดูแลชาวไทย

พร้อมข้อความบางส่วน ซึ่งนำมาจากรายงานจากสื่อชื่อดังวอชิงตันโพสต์ ที่รายงานความสูญเสียพะยูนสัตว์ทะเลหายากของคนไทยและของโลก ซึ่งมีสาเหตุจากการที่มาเรียม กินขยะพลาสติกเข้าไปจนเกิดการอักเสบในลำไส้ ทำให้มีแก๊สสะสมในทางเดินอาหาร ส่งผลให้มีอาการติดเชื้อในกระแสเลือด และตายเมื่อวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา

 

ก่อนหน้านี้ ลีโอนาร์โด ได้เคยโพสต์ภาพเสือในป่าห้วยขาแข้งของไทย และชื่นชมเจ้าหน้าที่ที่ช่วยดูแลเสือโคร่งจนมีประชากรเพิ่มขึ้น ถือเป็นความสำเร็จในการพยายามฟื้นฟูประชากรเสือในป่าธรรมชาติให้อยู่ในภาวะไม่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

"ลีโอนาร์โด" ขอบคุณ จนท.ห้วยขาแข้งช่วยฟื้น "เสือโคร่ง" คืนป่า

ทช.ส่งสติ๊กเกอร์น่ารัก "มาเรียม" ตัวแทนความคิดถึงช่วยสื่อลดขยะ

เศร้า! มาเรียมลูกพะยูนขวัญใจตาย “ช็อก-เจอถุงพลาสติก”

 

 

 


ระวัง! แมงกะพรุนพิษ พบมากช่วงมรสุม - หลังฝนหยุดใหม่ ๆ

Sun, 25 Aug 2019 11:48:00

วันนี้ (25 ส.ค.2562) นพ.อัษฏางค์ รวยอาจิณ รองอธิบดีและโฆษกกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในช่วงมรสุมและฝนตกอาจเจอแมงกะพรุนที่ถูกคลื่นซัดเข้ามาชายหาดได้ โดยแมงกะพรุนที่พบทั่วไปในทะเลไทยมีหลายชนิด ทั้งมีพิษและไม่มีพิษ และพบแมงกะพรุนมากขึ้นในช่วงมีมรสุมของปี รวมถึงช่วงฝนตกหรือหลังฝนหยุดใหม่ ๆ

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กรมควบคุมโรคได้รับรายงานพบผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บจากแมงกะพรุนพิษ (Jellyfish-related injury) ที่เกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน 3 คน มีอาการปวดแสบบริเวณลำตัว สงสัยว่าถูกพิษแมงกระพรุนกล่องสายเดียว แต่ไม่เห็นตัวแมงกระพรุน ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบ

แมงกะพรุนที่เป็นอันตรายและมีพิษรุนแรงคือ แมงกะพรุนกล่อง มีลักษณะโปร่งใส รูปร่างทรงสี่เหลี่ยม มีหนวดยื่นออกมาในแต่ละมุม และหนวดอาจยาวเท่ากับความสูงของคน

แมงกะพรุนกล่อง แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ ชนิดที่มีหนวดเพียงเส้นเดียวในแต่ละมุม และชนิดที่มีหนวดหลายเส้นในแต่ละมุม ซึ่งกลุ่มนี้มีหนวดรวม ๆ แล้ว ประมาณ 12-15 เส้น และผู้เสียชีวิตเกิดจากชนิดที่มีหนวดหลายเส้น ซึ่งกระเปาะพิษจะอยู่ที่สายหนวด หนึ่งตัวอาจมีกระเปาะพิษถึงล้านถุง ทำให้แมงกะพรุนกล่อง จัดเป็นสัตว์ทะเลที่มีพิษร้ายแรงที่สุด

พิษของแมงกะพรุนกล่องมีพิษ 3 แบบ คือ 1.ทำให้เซลล์ผิวหนังตาย 2.มีอาการปวดรุนแรง 3.หากได้รับพิษในปริมาณมาก พิษเข้าสู่กระแสเลือดและจะเข้าสู่หัวใจ ทำให้หัวใจหยุดเต้นและระบบหายใจล้มเหลว อาจเสียชีวิตได้ภายใน 2-10 นาที

ภาพ : เฟซบุ๊ก กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

ภาพ : เฟซบุ๊ก กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

 

การป้องกันแมงกะพรุนพิษ

ขอให้ประชาชนระมัดระวังการลงเล่นน้ำทะเลในช่วงมีมรสุมหรือปลายฝนต้นหนาว ในวันคลื่นลมสงบ อากาศแจ่มใส หรือหลังฝนตกใหม่ๆ โดยเฉพาะแถวชายหาดระดับน้ำตื้นๆ แนะนำให้สวมเสื้อผ้าที่เป็น Lycra suit หรือเสื้อแขนยาวและกางเกงขายาว ซึ่งควรเป็นผ้าที่มีเนื้อแน่นและแนบลำตัว

ที่มา : กรมควบคุมโรค

ที่มา : กรมควบคุมโรค

วิธีปฐมพยาบาลเมื่อถูกพิษแมงกะพรุน

ให้ปฐมพยาบาลตามขั้นตอนเพื่อให้ผู้ป่วยพ้นวิกฤตก่อน ดังนี้ 

1.นำผู้บาดเจ็บขึ้นจากน้ำ

2.เรียกให้คนช่วยหรือเรียกรถพยาบาล (โทร 1669) แต่ห้ามทิ้งให้ผู้บาดเจ็บอยู่ตามลำพัง เพราะอาจหมดสติภายในเวลาไม่กี่นาที

3.ให้ผู้บาดเจ็บอยู่นิ่ง ๆ เพื่อลดการยิงพิษจากแมงกะพรุน

4.ราดน้ำส้มสายชูที่ใช้กันตามครัวเรือน ตรงบริเวณที่สัมผัสแมงกะพรุนพิษทันที โดยราดอย่างต่อเนื่องอย่างน้อยนาน 30 วินาที และห้ามขัดถูหรือขยี้ รวมถึงห้ามราดน้ำจืด น้ำปัสสาวะ และแอลกอฮอล์ บริเวณที่ถูกแมงกะพรุน เพราะจะทำให้มีการยิงพิษเพิ่มขึ้น

5.ถ้าผู้ป่วยหมดสติและไม่มีชีพจร ให้ปั๊มหัวใจก่อน

หากมีข้อสงสัยประชาชนสามารถสอบถามได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

 

 


ทช.ส่งสติ๊กเกอร์น่ารัก "มาเรียม" ตัวแทนความคิดถึงช่วยสื่อลดขยะ

Sun, 25 Aug 2019 09:16:00

วันนี้ (25 ส.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ได้จัดทำสติ๊กเกอร์ไลน์ ทช. ชุดที่ 3 ชื่อชุด “DMCR Dugong รักษ์พะยูน” ขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกถึงน้องมาเรียม และน้องยามีล มามะ มาพาน้องๆ ติดตัวไปไหนไปด้วยกันแก้คิดถึง และย้ำเตือนภารกิจรักษ์โลก รักษ์ทะเล ร่วมกันลดการใช้พลาสติก โฟม และไม่ทิ้งขยะลงแหล่งน้ำ ทะเล ทั้งนี้สามารถดาวน์โหลดได้ที่ https://line.me/S/sticker/8888863 โดยมีภาพน่ารักในอิริยาบถต่างๆของมาเรียม 16 ท่าทาง เช่น หิวแล้ว เป็นกำลังใจให้นะ OK รับทราบ รักที่สุด ฝันดี โดยจำหน่ายราคาเพียง 30 บาท เพื่อนำรายได้ทั้งหมดสมทบทุนเข้ากองทุนสวัสดิการอาสาสมัครผู้พิทักษ์ทะเล และเจ้าหน้าที่ของทช. 

โดยมาเรียม เป็นลูกพะยูน ตัวแรกอายุ 6 เดือนที่มาอยู่ในความดูแลของสัตวแพทย์ และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครนานเกือบ 4 เดือนในพื้นที่ทะเลหน้าเขาบาตู เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง แต่หลังจากมาเรียมเริ่มป่วย และตายเมื่อวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา เมื่อผ่าชันสูตรซาก พบว่าหนึ่งที่ทำให้มาเรียมตาย เพราะมีเศษพลาสติกเล็กๆหลายชิ้นขวางลำไส้ จนมีอาการอุดตันบางส่วน และอักเสบ จนทำให้มีแก๊สสะสมเต็มทางเดินอาหาร มีการติดเชื้อในกระแสเลือด 

อ่านข่าวเพิ่มเติม เศร้า! มาเรียมลูกพะยูนขวัญใจตาย “ช็อก-เจอถุงพลาสติก”

ก่อนหน้านี้ ทช.เคยจัดทำสติ๊กเกอร์ไลน์ชุดที่ 2 ในโอกาสพิเศษ 2 วาระ คือ ความน่ารักน่าชังของน้องมาเรียม พะยูนน้อยทะเลตรัง กับกฎหมายใหม่ที่เพิ่มสัตว์ทะเลหายากของไทยอีก 4 ชนิด ได้แก่ ฉลามวาฬ วาฬบรูด้า วาฬโอมูระ และเต่ามะเฟือง โดยครั้งนี้ ทช. ได้นำภาพของพะยูน โลมา วาฬ และเต่ามะเฟืองมาเป็นตัวแทนเพื่อนจากท้องทะเล ชื่อชุด DMCR Marine Life : สัตว์ทะเลน่ารักษ์จัง มี 16 รูป ราคา 30 บาท รายได้ทั้งหมดสมทบทุนสวัสดิการผู้พิทักษ์ทะเล ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดได้แล้วที่ https://line.me/S/sticker/6979112

 

ภาพ:กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.)

ภาพ:กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.)

สรุปสาเหตุตายไม่ชัด ซากลูกพะยูนจากเกาะลิบง

ส่วนกรณีพบลูกซากลูกพะยูน เกยตื้นเมื่อวันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมา บริเวณพื้นที่ปากคลองตะเปะ ม.6 ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง ผลชันสูตรเมื่อวานนี้ (24 ส.ค.) โดยศูนย์วิจัยทช.พบเป็นลูกพะยูน ตัวเมีย ความยาวลำตัว 127 ซเซนติเมตร น้ำหนัก 40 กิโลกรัมสภาพซากเน่า

พบบาดแผลภายนอก มีลักษณะเป็นรอยแผลจากคมเขี้ยวบริเวณด้านหลัง 1 รอย และด้านข้างลำตัวอีก 1 รอย เมื่อเปิดผ่าพบลักษณะกล้ามเนื้อช้ำบริเวณสะบัก ซึ่งเกิดจากของแข็งที่ไม่มีความคมกระแทก และระบบทางเดินอาหารภายในกระเพาะอาหารพบหญ้าทะเล มีอาหารอยู่ตลอดลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่ ซึ่งลำไส้เล็กมีก้อนหนองขนาด 2 เซนติเมตร 4 ก้อน

นอกจากนี้พบพยาธิในหลอดลม ลำไส้เล็ก และกระพุงลำไส้ใหญ่ และอวัยวะภายในมีสภาพเน่า ไม่สามารถระบุรอยโรคได้ สันนิษฐานสาเหตุของการตายมาจากการเสียชีวิตแบบเฉียบพลัน แต่ไม่สามารถระบุสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดได้ เนื่องจากสภาพซากเน่ามาก

ภาพ:กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.)

ภาพ:กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.)

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตะลึง! ขยะเกลื่อนแปลงหญ้าทะเลจุด "มาเรียม" ตาย

ทำบุญ "มาเรียม-ยามีล" สัญลักษณ์อนุรักษ์สัตว์ทะเล

 

 

 


“ไซเตส” ปลดไทยพ้นบัญชีดำค้างาช้างข้ามชาติ

Sat, 24 Aug 2019 18:04:00

วันนี้ (24 ส.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเพจเฟซบุ๊กกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผยข่าวดีระดับโลกว่าในการประชุมภาคีสมาชิกอนุสัญญาไซเตส (COP-18 ) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-28 ส.ค.นี้ ที่นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส 

นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช นำทีมผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมไซเตส (COP-18) ซึ่งมีข่าวดีว่าผลการพิจารณาวาระการรายงานการวิเคราะห์ข้อมูลจากระบบสารสนเทศการค้าช้าง (ETIS Report) พบว่าปีนี้ไทยไม่ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการค้างาช้างผิดกฎหมายแล้ว ซึ่งหมายความว่า ไทยหลุดพ้นจากการที่จะต้องเป็นประเทศที่ต้องพัฒนา และดำเนินการตามแผนปฏิบัติการงาช้างแห่งชาติ

การปลดไทยพ้นแบลกลิสต์ค้างาช้างในปีนี้เนื่องจากไม่มีคดีงาช้างล็อตใหญ่ รวมทั้งมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น มีประสิทธิภาพ ถึงแม้จะมีตลาดงาช้างภายในประเทศ แต่ก็มีกฎหมายภายใน และมาตรการควบคุมดูแลอย่างรัดกุม
ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

แบ่ง 3 กลุ่มจับตายังมีการลักลอบขาย

ทั้งนี้องค์กร TRAFFIC ผู้จัดทำรายงานการวิเคราะห์ข้อมูลจากระบบสารสนเทศการค้าช้าง (ETIS Report) เสนอต่อไซเตสครั้งนี้ ได้แบ่งกลุ่มประเทศที่มีความน่ากังวลเกี่ยวกับการค้างาช้างออกเป็น 3 กลุ่ม โดยใช้ข้อมูลในปี พ.ศ. 2558-2560 ประกอบด้วย กลุ่ม A (เดิมคือ Primary Concern) เป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการค้างาช้างผิดกฎหมายมากที่สุด คือ มาเลเซีย โมซัมบิก ไนจีเรีย และเวียดนาม

กลุ่ม B (เดิมคือ Secondary Concern) เป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการค้างาช้างผิดกฎหมายอย่างชัดเจน คือ เคนยา แทนซาเนีย ยูกันดา จีน และฮ่องกง และกลุ่ม C (เดิมคือ Importance to watch) เป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการค้างาช้างผิดกฎหมาย  คือ สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกสาธารณรัฐคองโก  แอฟริกาใต้ คาเมรูน กาบอง ซิมบับเว แองโกลา สหรัฐอาหรับเอมิเรต เอธิโอเปีย เขมร สิงคโปร์ ลาว ตุรกี และบุรันดี 

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

เลขาไซเตส ชมไทยจริงจังแก้ปัญหาค้างาช้าง

ทั้งนี้ คณะผู้แทนไทยยังเข้าเยี่ยมคารวะเลขาธิการไซเตส พร้อมหารือเกี่ยวกับงานอนุสัญญาไซเตสของไทย โดยเฉพาะการปรับปรุง พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในเดือนพ.ย.นี้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการออกอนุบัญญัติ เพื่อกำหนดรายะเอียดแนวทางปฏิบัติต่อไป

เชื่อว่ากฎหมายใหม่จะช่วยให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เนื่องจากมีการกำหนดชนิดพันธุ์ที่ได้รับความคุ้มครองที่สอดคล้องกับอนุสัญญาไซเตส และบทลงโทษที่รุนแรงจะช่วยควบคุมป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมเกี่ยวกับสัตว์ป่าได้ดียิ่งขึ้น

เลขาธิการไซเตส ได้แสดงความชื่นชมไทยที่ได้ดำเนินมาตรการหลายอย่างในการปฏิบัติตามอนุสัญญาไซเตส ซึ่งมีผลการดำเนินการที่ดีและสามารถเป็นผู้นำในระดับภูมิภาคในการดำเนินการดังกล่าว ทั้งนี้ หลายเรื่องที่ประสบความสำเร็จเป็นเรื่องที่ยาก และใช้เวลาในการดำเนินการ ทั้งเรื่องการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการงาช้าง จนกระทั่งไทยสามารถออกจากกระบวนการจัดทำแผนปฏิบัติการงาช้าง และแสดงให้เห็นว่าเป็นประเทศที่ไม่เกี่ยวข้องกับการค้างาช้างที่ผิดกฎหมาย หรือการแก้ไขกฎหมายสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า 

 


ย้ายลูกช้างป่า "ชบาแก้ว" กลับบึงกาฬปลอดภัย

Sat, 24 Aug 2019 17:40:00

วันนี้ (24 ส.ค.2562) เฟซบุ๊กส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผยภาพและคลิปสุดน่ารักของ "ชบาแก้ว" ลูกช้างป่าหลงโขลงและตกลงไปในบ่อเกรอะของชาวบ้าน ซึ่งเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว จ.บึงกาฬ เข้าช่วยเหลือ ก่อนส่งตัวไปรักษาที่โครงการคชอาณาจักร จ.สุรินทร์ จนมีร่างกายแข็งแรง วิ่งเล่นและซุกซนตามประสาช้างเด็ก

ล่าสุด นายทวีป คำแพงเมือง หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว เปิดเผยว่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้อนุญาตให้เคลื่อนย้ายลูกช้างป่า "ชบาแก้ว" จากโครงการคชอาณาจักร จ.สุรินทร์ กลับมาที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว จ.บึงกาฬ และเตรียมการปล่อยคืนสู่ฝูงช้างป่าตามแนวทางที่กำหนด

 

โดยเมื่อวานนี้ (23 ส.ค.) เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันทำพิธีปล่อยขบวนรถเคลื่อนย้ายลูกช้าง โดยผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 10 (อุดรธานี) ได้กำกับดูแลการเคลื่อนย้ายและได้รับการสนับสนุนรถยนต์ขนย้ายจากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี)

กระทั่งเวลา 02.30 น ของวันนี้ (24 ส.ค.) ขบวนรถเคลื่อนย้ายลูกช้างเดินทางมาถึงหน่วยพิทักษ์ป่าชะแนน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว จ.บึงกาฬ อย่างปลอดภัย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เตรียมสถานที่รองรับและทีมสัตวแพทย์ได้ตรวจสุขภาพของลูกช้าง พบว่ามีสุขภาพแข็งแรงดีและร่าเริง เตรียมดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ช่วย "ลูกช้างตกท่อ" ล่าสุดแข็งแรงดี รอแม่รับกลับป่า

ส่งลูกช้างป่า "ชบาแก้ว" รักษาอาการบาดเจ็บที่สุรินทร์

ลูกช้างป่า "ชบาแก้ว" เริ่มแข็งแรง วิ่งเล่นทั่วคอก

ลูกช้าง "ชบาแก้ว" แผลเริ่มแห้ง-วิ่งเล่นร่าเริง

 


ทำบุญ "มาเรียม-ยามีล" สัญลักษณ์อนุรักษ์สัตว์ทะเล

Sat, 24 Aug 2019 13:09:00

วันนี้ (24 ส.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สพ.ญ.นันทริกา ชันซื่อ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมด้วย น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา, นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช, นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี รองอธิดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.), นายสัตวแพทย์ บริพัตร ศิริอรุณรัตน์ ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) พร้อมด้วยทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่ร่วมดูแลลูกพะยูน "มาเรียม" และ "ยามีล" ได้ร่วมกันทำบุญ อุทิศส่วนกุศลให้กับลูกพะยูน "มาเรียม" และลูกพะยูน "ยามีล" รวมถึงพะยูนตัวอื่นๆ ที่ตายในท้องทะเลไทย ณ ศาลาพระยานิกรบดินทร วัดกัลยาณมิตร

 

การทำบุญให้กับพะยูนที่ตายไปในครั้งนี้ เป็นการระลึกถึงลูกพะยูน "มาเรียม" ที่เป็นสัญลักษณ์ของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ สัตว์ทะเล และลดการใช้และลดทิ้งขยะพลาสติกลงสู่ท้องทะเล หลังลูกพะยูนมาเรียมได้ตายลง เมื่อวันที่ 17 ส.ค. เพราะกินพลาสติกที่ปะปนอยู่ในแหล่งหญ้าทะเล ขณะที่ลูกพะยูน "ยามีล" ตายเมื่อวันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งทีมสัตวแพทย์ได้พยายามรักษาอย่างสุดความสามารถ แต่ก็ไม่อาจช่วยชีวิตลูกพะยูนทั้ง 2 ตัวไว้ได้

เจ้าหน้าที่ได้นำซากลูกพะยูน "มาเรียม" มาสตัฟฟ์ไว้ เพื่อใช้เป็นสัญลักษณ์ให้มนุษย์เห็นถึงโทษและอันตรายของขยะทะเล ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตสัตว์ทะเลที่ต้องตายเป็นจำนวนมากในแต่ละปี เช่นเดียวกับลูกพะยูน "ยามีล" ก็จะนำมาสตัฟฟ์ไว้ เพื่อใช้เป็นสัญลักษณ์ต่อต้านขยะทะเลและขยะพลาสติกเช่นกัน ควบคู่กับการสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนเห็นความสำคัญของสัตว์ทะเลหายาก รวมถึงการหยุดทิ้งขยะลงแม่น้ำและลำคลอง ซึ่งเป็นต้นเหตุของขยะที่ไหลลงสู่ทะเล

ทั้งนี้ ในปี 2562 ประเทศไทยสูญเสียพะยูนแล้วกว่า 17 ตัว ภายในเวลาไม่ถึง 8 เดือน โดยเฉพาะที่ทะเลตรัง มีพะยูนตายมากที่สุดถึง 6 ตัว ถือเป็นอัตราการตายที่สูงกว่าหลายปีที่ผ่านมา ที่มีอัตราการเกยตื้นตายประมาณ 10-13 ตัว

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เศร้า! มาเรียมลูกพะยูนขวัญใจตาย “ช็อก-เจอถุงพลาสติก”

เปิดขั้นตอนสตัฟฟ์ "มาเรียม" พะยูนตัวแรก

"ยามีล” ลูกพะยูนตายแล้วช็อก-หัวใจหยุดเต้นหลังดูแล 53 วัน

ไทม์ไลน์ พะยูนตายปี 62 ทะเลกระบี่-ตรัง

 


ผลชันสูตร "ยามีล" หัวใจขาดเลือด-ช็อกจากพิษติดเชื้อ

Fri, 23 Aug 2019 19:09:00

วันนี้ (23 ส.ค.2562) น.ส.พัชราภรณ์ แก้วโม่ง นายสัตวแพทย์ ประจำศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน จ.ภูเก็ต เปิดเผยผลการชันสูตรหลังผ่าซากยามีล ลูกพะยูนอายุ 5 เดือน โดยพบว่า กล้ามเนื้อหัวใจมีภาวะขาดเลือด และภายในช่องหัวใจมีก้อนเลือดแข็งตัวที่เกิดจากการอักเสบ ระบบทางเดินหายใจ พบการอักเสบและมีเมือกข้นตลอดทางเดินหายใจ ไตพบการอักเสบรุนแรง และมีปัสสาวะคั่งค้างในกระเพาะปัสสาวะประมาณ 100 มิลลิลิตร

นอกจากนี้ และระบบทางเดินอาหารพบการอักเสบของกระเพาะอาหารที่รุนแรงมีลักษณะแผลหลุมกระจายทั่วผนังกระเพาะ และมีหญ้าทะเลอัดแน่นอยู่ 150 กรัม ผนังลำไส้เล็กเริ่มมีการอักเสบ และผนังหนาตัวขึ้น ลำไส้ใหญ่พบลักษณะการคั่งค้างของอาหาร และพบลำไส้บางส่วนไม่สามารถบีบตัวส่งอาหารต่อไปได้ ร่วมกับมีการสะสมของแก๊ส นอกจากนี้พบต่อมน้ำเหลืองบริเวณเยื่อแขวนลำไส้เริ่มมีการตอบสนองต่อการอักเสบ

สรุปผลการเสียชีวิตมาจากภาวะการช็อกเหตุพิษติดเชื้อ ซึ่งมีผลมาจากการอักเสบของกระเพาะอาหารที่รุนแรงและเรื้อรัง ทำให้มีผลต่อการทำงานของระบบทางเดินอาหารทำให้ระบบการย่อยอาหารผิดปกติ เกิดอาการท้องอืดและมีอาการปวดเสียดรุนแรง ร่วมกับมีการอักเสบติดเชื้อทั่วร่างกาย

การตายของยามีลส่วนหนึ่งเกิดจากการอักเสบเรื้อรังภายในกระเพาะอาหาร ซึ่งมีมาก่อนการเกยตื้น ส่งผลให้เกิดเป็นแผลหลุมขนาดใหญ่ โน้มนำให้เกิดการติดเชื้อแทรกซ้อน นำไปสู่การติดเชื้อทั่วร่างกาย ร่วมกับความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรง ทำให้เกิดภาวะช็อกและตายในที่สุด
ภาพ:กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง(ทช.)

ภาพ:กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง(ทช.)

 

ทช.ดันเดินหน้าจัดการขยะทะเล

นายจตุพร บุรุพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า  หลังจากนี้ใช้งานวิชาการเป็นฐานในการกำหนดมาตรการที่เหมาะสม ให้มีการลาดตระเวนทางทะเลเชิงคุณภาพร่วมกับชุมชน
ในพื้นที่ ให้มีการปรับเปลี่ยนเครื่องมือประมง ที่เป็นสาเหตุการตายของพะยูนและส่งเสริมการท่องเที่ยวชมพะยูนอย่างถูกวิธี พร้อมกำชับให้อาสาสมัครพิทักษ์ทะเลเป็นศูนย์กลางในการทำงาน ร่วมมือกับจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

พร้อมกันนี้ขอขอบคุณทีมสัตวแพทย์ กองทัพเรือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง ทีมพิทักษ์ดุหยง อาสาสมัคร และผู้นำท้องถิ่น ที่ร่วมมือกันดูแล อนุบาล และฟื้นฟูมาเรียม และยามีลอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่แรกพบจนถึงช่วงเวลาที่พะยูนตาย ทำให้ทุกภาคส่วนหันมาตระหนักถึงความสำคัญในการอนุรักษ์พะยูน และการบริหารจัดการขยะอย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น

ทช.จะเร่งรัดการดำเนินการตามแผนการลดปริมาณขยะทะเล และจะจัดทำแผนอนุรักษ์พะยูนของประเทศไทย รวมทั้งถอดบทเรียน เพื่อให้เป็นประโยชน์ในการดูแลพะยูน เพื่อนำไปเป็นแนวทางสำหรับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการประชุมพะยูนโลกที่จะจัดในปีหน้าต่อไปง

ภาพ:กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง(ทช.)

ภาพ:กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง(ทช.)

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

"วราวุธ" ขอโทษที่มนุษย์ช่วยไม่สำเร็จลูกพะยูน "มาเรียม-ยามีล"

วิกฤต! พะยูนตาย 17 ชีวิต สะท้อนปัญหาทะเลไทย

 

 


แจกฟรี โปสเตอร์ 15 สัตว์ป่าสงวนของไทย

Fri, 23 Aug 2019 18:31:00

วันนี้(23 ส.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนสารสนเทศด้านอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์ป่าสงวนของไทย ในรูปแบบของโปสเตอร์ที่มีสีสันสวยงาม และรายละเอียดของสัตว์สงวนแต่ละชนิด โดยจะระบุว่า แจกฟรีโปสเตอร์สัตว์ป่าสงวนในประเทศไทย จำนวน 15 ชนิด ตามพระราชบัญญัติสงวนเเละคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535

สามารถรับโปสเตอร์สัตว์ป่าสงวนขนาด A1 ได้ที่ ส่วนสารสนเทศด้านอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า เเละพันธุ์พืช 61 พหลโยธิน เเขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพ มหานคร 10900 หรือ โทร.02-561-0777 ต่อ 1660 (โปสเตอร์เเจกฟรีเพื่อเป็นการศึกษาเท่านั้น)
หากท่านต้องการจำนวนมาก รบกวนโทรแจ้งล่วงหน้าเจ้าหน้าที่จะจัดเตรียมไว้ให้สามารถติดต่อได้ตามเวลาราชการ 08.30-16.30 จันทร์-ศุกร์

 

ขออภัยในความไม่สะดวกโปสเตอร์สัตว์ป่าสงวนในประเทศไทย ไม่มีบริการจัดส่งทุกรูปแบบ หรือ อีกช่องทางสำหรับการเข้าถึง ท่านที่สนใจสามารถดาวน์โหลดไฟล์ภาพขนาดใหญ่ ได้ตามลิงค์
http://www.dnp.go.th/wildlife_it/…/lacegant/pages/poster.php

ในส่วนของสัตว์ป่าสงวนที่ประกาศใหม่ตามพระราชบัญญัติสงวนเเละคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 กำลังอยู่ในขั้นตอนการจัดทำ 1.วาฬโอมูระ 2.ฉลามวาฬ 3.วาฬบรูด้า 4.เต่ามะเฟือง

ทั้งนี้มีรายงานว่ามีผู้สนใจจำนวนมากเข้ามาขอรับโปสเตอร์ไปแล้วกว่า 1,000 ชุด จึงขอให้หน่วยงานราชการ หรือโรงเรียน เพียงข 2 ชุด ต่อ 1 สถานที่ กรุณาแจ้งหรือแสดงหลักฐานยืนยันตัวตน 

 

 


"วราวุธ" ขอโทษที่มนุษย์ช่วยไม่สำเร็จลูกพะยูน "มาเรียม-ยามีล"

Fri, 23 Aug 2019 17:27:00

วันนี้(23 ส.ค.2562) นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวด ล้อม (ทส.) กล่าวถึงกรณีพะยูนยามีล และมาเรียมที่ตายหลังจากนำมาอนุบาลว่า ขอโทษที่ไม่สามารถรักษาชีวิตเอาไว้ได้ และขอเป็นกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ดูแลพะยูนทั้ง 2 ตัว โดยให้นำประสบการณ์ครั้งนี้เป็นบทเรียน เพื่อดูแลปกป้องพะยูนในท้องทะเลไทย 

การดูแลพะยูน 2 ชีวิตไม่อยากให้เรียกว่าผิดพลาด แต่เป็นบทเรียนที่ทีมสัตวแพทย์ ต้องเก็บไว้เป็นประสบการณ์เพื่อใช้เป็นบทเรียน และขอให้ทุกคนให้กำลังทีมงานสัตวแพทย์ทุกคนทำงานหนักตลอดเวลาหลายเดือน ทุกคนก็เศร้าไม่แพ้กัน ดูแลลูกพะยูนเหมือนคนในครอบครัว 

 

ภาพ:กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.)

ภาพ:กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.)

 

ก่อนหน้านายวราวุธ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก Varawut Silpa-archa ระบุว่า หลับให้สบายครับยามีล ไปอยู่กับมาเรียมแล้ว สบายแล้วนะครับ ขอโทษที่มนุษย์อย่างพวกเรายังไม่สามารถที่จะเข้าใจถึงศาสตร์แห่งพะยูนได้ลึกซึ้งพอที่จะทำให้ยามีลได้อยู่บนโลกใบนี้ไปอีกนานๆ

ขอเป็นกำลังใจให้ทีมงานทุกๆคนนะครับ ผมทราบดีว่า เครียดแค่ไหน เหนื่อยแค่ไหน เสียใจแค่ไหน แต่ความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้จากบทเรียนต่างๆที่เราได้รับมาขอให้ประสบการณ์จากน้องมาเรียม และยามีล เป็นครูแก่พวกเราทุกคน เพื่อจะไม่ต้องมีเหตุการณ์ที่น่าเศร้าเช่นนี้อีก ปัญหามีไว้แก้ อย่าเพิ่งท้อ เสียใจได้ เหนื่อยก็พัก แต่อย่าหยุดความพยายามครับ ยังมีพะยูนอีกหลายชีวิตในท้องทะเลไทยที่ยังต้องการคนดูแลและปกป้องครับ ช่วยกันและเป็นกำลังใจให้กันต่อไป

เร่งเดินหน้าแผนพะยูนแห่งชาติ 

นายวราวุธ กล่าวว่า ภายหลังจากที่ทรงทราบว่ายามีลป่วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา มีรับสั่งให้หมอเด็กจากโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ไปดูแลยามีล ร่วมกับทีมสัตวแพทย์ของ ทช.ด้วย และเมื่อคืนที่ผ่านมาทีมหมอที่ดูแลน้องยามีล ก็พยายามจนสุดความสามารถแล้ว นอกจากนี้ยังได้รายงานพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ท่านให้กำลังใจกับทีมงานทุกคนและเร่งให้ดูแลพะยูนที่เหลืออยู่  

การดูแลลูกพะยูนทั้ง 2 ตัวไม่อยากให้ใครอยากให้จากไป แต่ตอนนี้ยังมีพะยูนอีกกว่า 200 ที่ต้องดูแลปกปกป้อง ซึ่งยอมรับว่าที่ผ่านมาหลายประเทศก็ยังไม่เคยมีประสบการณ์ดูแลลูกพะยูนที่มีอายุ 5-6 เดือนเหมือนกับยามีล และมาเรียมมาก่อน ทำให้ต้องเริ่มต้นตั้งแต่นมและอาหาร ซึ่งเรื่องนี้ขอให้เข้าใจ และตอนนี้ ทส.กำลังเร่งผลักดันแผนอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติ

 

ทช.ขอโทษยื้อ 2 ชีวิตไม่ได้

ขณะที่เพจกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) โพสต์ข้อความระบุว่าส่งน้องยามีล พะยูนน้อยของชาวไทย ทช. ขอแสดงความเสียใจอย่างที่สุด และขออภัยพี่น้องชาวไทยที่ไม่สามารถช่วยอนุบาลลูกพะยูนทั้งสองตัวให้มีโอกาสรอดกลับคืนสู่ธรรมชาติได้อย่างที่ตั้งใจไว้

ในโอกาสนี้ ทช.ขอกราบพระบาทสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงห่วงใยพะยูน ซึ่งเป็นสัตว์ทะเลหายาก และทรงรับไว้ในโครงการอนุรักษ์แนวปะกา รังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ในพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และทรงพระราชทานกำลังใจให้กับทีมงานที่ดูแลพะยูนตลอดมา

ทช.ขอขอบพระคุณพี่น้องชาวไทย ที่ติดตาม และให้ความสนใจ ความรัก เมตตาที่มีต่อลูกพะยูนที่พลัดหลงจากแม่ ทั้งราย น้องมาเรียม และน้องยามีล ต่อเนื่องกันมานับร้อยวัน และขอขอบคุณ ทีมหมอ จิตอาสา ชุมชนเกาะลิบง จ.ตรัง อ่าวทึง จ.กระบี่ และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง จากทุกภาคส่วนที่ช่วยกันดูแลต่อเนื่องกันมา

แม้วันนี้ ลูกพะยูนทั้ง 2 ตัว จะจากพวกเราไปแล้ว แต่เราไม่ได้สูญเสียพวกเขาไปโดยเปล่าประโยชน์ น้องๆ ทั้งสองตัว ได้ทิ้งองค์ความรู้ในการดูแลสัตว์ทะเลหายากไว้ให้เรา พร้อมกับจิตสำนึกในการร่วมดูแลรักษาทะเลไว้ให้กับพวกเราชาวไทย กรม ทช. สัญญาว่าจะร่วมกับพี่น้องประชาชนในการดูแลรักษาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอย่างดีที่สุดต่อไป

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

วิกฤต! พะยูนตาย 17 ชีวิต สะท้อนปัญหาทะเลไทย

"ยามีล” ลูกพะยูนตายแล้วช็อก-หัวใจหยุดเต้นหลังดูแล 53 วัน

 

 

 

 


ขยะท่วมคลอง "หาดเจ้าสำราญ" 4 เดือนดักได้กว่าตัน

Fri, 23 Aug 2019 12:51:00

สังคมกำลังปลุกกระแสรณรงค์ลดใช้พลาสติก ที่เป็นตัวการทำให้ลูกพะยูน "มาเรียม" และสัตว์น้ำอีกหลายตัวต้องตายไป ซึ่งขยะส่วนใหญ่ในทะเลมาจากบนบก ทำให้หลายหน่วยงาน หลายเครือข่ายและชาวบ้านในหลายพื้นที่ ต้องหาวิธีร่วมมือกันลดและดักขยะในแม่น้ำและลำคลอง หนึ่งในนั้นคือเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทะเลหาดเจ้าสำราญ ที่ใช้ "ทุ่นกักขยะ" เป็นเครื่องมือสกัดขยะไม่ให้ไหลลงทะเล

 

นายกสิธาดา คล้อยดี หนึ่งในทีมอาสาสมัครพิทักษ์ทะเลหาดเจ้าสำราญ ให้สัมภาษณ์กับ "ไทยพีบีเอสออนไลน์" บอกเล่าถึงโครงการทดลองใช้ทุ่นกักขยะ หรือ BOOM บริเวณคลองบางทะลุ อ.เมือง จ.เพชรบุรี ว่า "คลองบางทะลุ" ประสบปัญหาเรื่องขยะทับถมค่อนข้างมาก และขยะเหล่านี้จะไหลลงทะเล เนื่องจากบริเวณหัวคลองและท้ายคลองมีทางออกสู่ทะเลทั้ง 2 ด้าน ขณะที่กลางคลองเป็นชุมชน

ก่อนหน้านี้ สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 4 (เพชรบุรี) ได้มาสอบถามชาวบ้านว่าสนใจทำทุ่นกักขยะหรือไม่ และยังได้หารือกับเทศบาลตำบลหาดเจ้าสำราญ จนนำมาสู่การทดลองใช้ทุ่นกักขยะบริเวณคลองบางทะลุ โดยทำการติดตั้งไว้ 3 จุด คือ บริเวณสะพานทางเข้าบ้านดอนสบาย (ออกสู่ทะเลด้านทิศใต้), โค้งลุงชาญ (กลางคลองก่อนถึงแยก) และสะพานซีวิว (ออกสู่ทะเลด้านทิศเหนือ)

 

เครือข่ายฯ ชาวบ้านและชาวประมงพื้นบ้าน ได้ช่วยกันเก็บขยะที่ลอยมาติดทุ่น สัปดาห์ละ 1 ครั้ง แต่ละครั้งจะสำรวจว่ามีขยะลดน้อยลงหรือไม่ หรือมีขยะประเภทใดที่ลดลง โดยเริ่มตั้งแต่เดือน เม.ย.2562 จนถึงเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา เก็บขยะรวมแล้ว 16 ครั้ง พบขยะ 9,527 ชิ้น น้ำหนักรวม 1,566 กิโลกรัม ส่วนใหญ่เป็น "ถุงพลาสติก"

เปิดโครงการตั้งแต่เดือน เม.ย.ที่ผ่านมา เก็บขยะแล้ว 16 ครั้ง รวมน้ำหนักประมาณ 1 ตันครึ่ง แยกเป็นขยะถุงพลาสติก 52% ที่เกิดขึ้นที่คลองบางทะลุ

รองลงมาเป็นขวดเครื่องดื่มพลาสติก เศษโฟม และขยะอื่นๆ ทั้งหมดนี้คือขยะในคลองบางทะลุ แต่หลังการดำเนินงาน ลำน้ำที่หาดเจ้าสำราญสะอาดขึ้น ขยะในคลองบางทะลุก็ลดลง ส่วนขยะที่เก็บมาได้จะคัดแยก ขยะที่รีไซเคิลได้จะนำไปขาย ส่วนขยะที่ต้องทิ้งจริงๆ เทศบาลจะนำไปฝังกลับต่อไป

 

นายกสิธาดา กล่าวทิ้งท้ายว่า แม้การดักขยะจะเป็นการแก้ปัญหาปลายทาง แต่หนึ่งในมาตรการต้นทางที่จะป้องกันไม่ให้เกิดขยะทะเล หรือลดจำนวนขยะทะเลลง คือการขอความร่วมมือจากชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมคลอง ใช้เวลา 6-7 สัปดาห์สร้างการรับรู้ จนสามารถทำให้ชาวบ้านตระหนักได้ว่าไม่ควรทิ้งขยะลงคลอง แม้จะมีทีมงานมาเก็บขยะก็ตาม ก็ถือว่าได้ผล

ล่าสุด เมื่อวานนี้ (22 ส.ค.) ทช.และเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทะเลหาดเจ้าสำราญ ได้เก็บขยะจากทุ่นกักขยะที่ติดตั้งไว้ทั้ง 3 จุด เป็นครั้งที่ 18 ได้ขยะรวม 43 กิโลกรัม เป็นขยะทั่วไป 36 กิโลกรัม ขยะอินทรีย์ 7 กิโลกรัม แต่ขยะส่วนใหญ่ยังเป็นถุงก๊อปแก๊ป (ถุงหูหิ้ว) ถุงพลาสติก โฟม และขวดเครื่องดื่ม (แก้ว) พร้อมระบุว่า "ดักขยะพลาสติกจากคลองบางทะลุ 1 ปีน่าจะได้สักสองตัน"

 


ไทม์ไลน์ พะยูนตายปี 62 ทะเลกระบี่-ตรัง

Fri, 23 Aug 2019 12:15:00

17 ก.พ.62

ลูกเพศเมีย อายุ 1 ปี ลอยตายปากคลองโตรย ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง น้ำหนักประมาณ 50-60 กิโลกรัม ความยาว 144 เซนติเมตร สภาพซากสมบูรณ์ ไม่พบบาดแผลถูกทำร้าย มีรอยขีดข่วนตามลำตัว

19 มี.ค.62

พบซากพะยูนเพศผู้ ลอยตายในทะเล บริเวณเกาะเหลาเหลียง จ.ตรัง คาดว่าอายุไม่เกิน 1-2 ปี ความยาว 115 ซม. น้ำหนัก 20 กก. สภาพซากสมบูรณ์ ไม่พบบาดแผล แต่มีรอยถลอก

26 เม.ย.62

ลูกพะยูน เพศเมีย อายุ 6-7 เดือน เกยตื้นในสภาพยังมีชีวิต บริเวณอ่าวทึง ต.อ่าวนาง จ.กระบี่ นำไปอนุบาลที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง จ.ตรัง ตั้งชื่อให้ว่า "มาเรียม"

5 พ.ค.62

ซากลูกพะยูน เพศเมีย อายุประมาณ 1 ปีครึ่ง บริเวณหาดตูบ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเกาะลิบง จ. ตรัง น้ำหนัก 40 - 50 กก. ความยาวลำตัว 138 ซม. สภาพภายนอกสมบูรณ์ ไม่พบบาดแผล

27 มิ.ย.62

ซากพะยูนเพศผู้ เกยตื้น บริเวณเกาะเม็ง ต.ไม้ฝาด อ.สิเกา จ.ตรัง จึงร่วมกับสัตวแพทย์ของศูนย์วิจัย ทช. ทะเลอันดามันเข้าตรวจสอบ ขนาดความยาว 110 ซม.น้ำหนักประมาณ 20 กก.สภาพซากเน่ามาก

1 ก.ค.62

ลูกพะยูน “ยามีล” อายุ 3 เดือน เกยตื้นในสภาพยังมีชีวิตอยู่ บริเวณชายหาดบ่อม่วง ต.ทรายขาว อ.คลองท่อม จ.กระบี่ ความยาว 111 ซม. น้ำหนักประมาณ 25 กก. สภาพอ่อนแรง ตามลำตัวมีรอยแผล นำไปอนุบาลที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอันดามัน จ.ภูเก็ต

5 ก.ค.62

พะยูน เพศผู้ อายุ 70-80 ปี ลอยตายบริเวณอ่าวสิเกา ต.บ่อหิน อ.สิเกา จ.ตรัง ความยาว 285 ซม. น้ำหนัก 250 กก. สภาพซากเน่ามาก ไม่พบรอยบาดแผล ถูกถอดเขี้ยว

12 ก.ค.62

ซากพะยูน เพศผู้ อยู่ในช่วงวัยรุ่น เกยตื้นบริเวณบ้านคลองนิน เกาะลันตาใหญ่ จ.กระบี่ ความยาวประมาณ 2 เมตร น้ำหนักประมาณ 250 กก. สภาพซากเน่า ผิวหนังหลุดลอก ถูกตัดเขี้ยว

14 ก.ค.62

ลูกพะยูน เพศผู้ อายุ 6 เดือน ตายบริเวณหน้าหาดตูบ ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง ความยาว 129 ซม. น้ำหนักเกือบ 30 กิโลกรัม สภาพลูกพะยูนมีอวัยวะครบถ้วน มีสภาพเน่ามาก สมบูรณ์ มีรอยช้ำรอบโคนหาง บ่งชี้ว่ามาจากการถูกรัดก่อนเสียชีวิต ทีมสัตวแพทย์สันนิษฐานตายเฉียบพลัน ไม่พบการป่วยตายตามธรรมชาติและมีร่องรอยของการถูกรัดที่โคนหาง

14 ก.ค.62

พะยูนเพศผู้ โตเต็มวัย ลอยตายในทะเลบริเวณเกาะพีพี ห่างจากเกาะไผ่ 20 กิโลเมตร ความยาวลำตัว 299 ซม. น้ำหนัก 398 กม. สภาพซากสด มีความสมบูรณ์ มีรอยถลอกและรอยแดดไหม้ที่หลัง บริเวณโคนใบพาย 2 ข้างมีรอยแผลรัดลึกและแผลสมานแล้ว สันนิษฐานตายจากการป่วยตายธรรมชาติ

17 ส.ค.62

ลูกพะยูน "มาเรียม" ช็อกตาย ผลชันสูตรพบเศษถุงพลาสติกในลำไส้ รวมระยะเวลาดูแลมาเรียม 114 วันหลังพบเกยตื้น

18 ส.ค.62

พบซากพะยูนเต็มวัย อายุ 25 ปี บริเวณอ่าวต้นไทร ต.อ่าวนาง จ.กระบี่ น้ำหนัก 240 กิโลกรัม ความยาวลำตัว 260 เซนติเมตร ลำตัวมีบาดแผล มีรอยช้ำที่ใบพายด้านซ้าย เขี้ยวมีครบ 2 คู่ ซากค่อนข้างสดมาก เป็นตัวที่ 16 ของพะยูนที่เกยตื้นฝั่งอันดามันในปีนี้

22 ส.ค.62

พบซากพะยูน เพศเมีย เกยตื้นบริเวณพื้นที่ปากคลองตะเปะ ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง ความยาว 1.22 เมตร น้ำหนักประมาณ 40 กก. สภาพซากเริ่มเน่า ไม่มีบาดแผลฉกรรน์

22 ส.ค.62

ลูกพะยูน "ยามีล" ช็อกตาย สาเหตุจากอาการลำไส้อักเสบและติดเชื้อ ซึ่งทีมสัตวแพทย์นำยามีลไปผ่าตัดนำก้อนหญ้าทะเลที่อัดแน่นในกระเพาะอาหารออกที่ รพ.วชิระ ภูเก็ต หลังมีภาวะลำไส้หยุดทำงาน จนเกิดแก๊สสะสมในระบบทางเดินอาหาร รวมระยะเวลาอนุบาลดูแล 53 วัน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

วิกฤต! พะยูนตาย 17 ชีวิต สะท้อนปัญหาทะเลไทย

ความตายสีเทา 5 ชีวิต “พะยูน” กระบี่-ตรัง

 

 

 

 


วิกฤต! พะยูนตาย 17 ชีวิต สะท้อนปัญหาทะเลไทย

Fri, 23 Aug 2019 11:50:00

วันนี้ (23 ส.ค.2562) นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กล่าวว่า เมื่อเวลา 21.43 น.ได้สูญเสียลูกพะยูนตัวผู้ยามีล อายุ 3 เดือนจากการภาวะอาการช็อก ทีมสัตว แพทย์เร่งช่วยชีวิตด้วยการทำ CPR แต่ไม่สามารถช่วยกลับมาได้และได้ตายลง เนื่องจากสภาพร่างกายบอบช้ำมาก หลังจากทีมสัตวแพทย์และทีมแพทย์โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ได้นำตัวพะยูนยามีล ส่งรักษาที่โรงพยาบาลวิชระ ภูเก็ต เพื่อผ่าตัดนำก้อนหญ้าทะเลที่อัดแน่นบริเวณกระเพาะอาหารและลำไส้ออก ด้วยการทำหัตถการทางการแพทย์

โดยได้รับความอนุเคราะห์จากทีมแพทย์ด้านศัลยกรรมใช้กล้อง Endoscope และการทำซีทีสแกน แล้วเคลื่อนย้ายพะยูนยามีล กลับมาพักฟื้นยังบ่ออนุบาล ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน แต่พบว่ายามีล มีการเต้นของหัวใจที่ต่ำและน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะสัญญาณชีพที่อ่อนลง

ถือเป็นการสูญเสียพะยูนในท้องทะเลไทยปีนี้รวมแล้ว 17 ตัว โดยเฉพาะสัปดาห์นี้มีพะยูนตายรวมกัน 4 ตัวคือมาเรียม ยามีล พะยูนที่เกาะพีพี จ.กระบี่ และตรัง

ทั้งนี้ทีมสัตวแพทย์จะชันสูตรหาสาเหตุการตายของยามีล จากนั้นจะนำยามีลไปสตัฟฟ์เหมือนกับมาเรียม เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของสัตว์ทะเลหายาก ใช้เพื่อการอนุรักษ์และศึกษาต่อไปในอนาคต

ภาพ:กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.)

ภาพ:กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.)

ทช.เสียใจ-ขอโทษที่ช่วยชีวิตลูกพะยูนไม่ได้

ด้านเพจเฟซบุ๊กกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ระบุว่าทช.ขอแสดงความเสียใจอย่างที่สุด และขออภัยพี่น้องชาวไทย ที่ไม่สามารถช่วยอนุบาลลูกพะยูนทั้ง 2 ตัวให้มีโอกาสรอดกลับคืนสู่ธรรมชาติได้อย่างที่ตั้งใจไว้

ในโอกาสนี้ ทช. ขอกราบพระบาท สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงห่วงใยพะยูน ซึ่งเป็นสัตว์ทะเลหายาก และทรงรับไว้ในโครงการอนุรักษ์แนวปะกา รังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ในพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และทรงพระราชทานกำลังใจให้กับทีมงานที่ดูแลพะยูนตลอดมา

ทช.ขอขอบพระคุณพี่น้องชาวไทยที่ติดตาม และให้ความสนใจ ความรัก เมตตาที่มีต่อลูกพะยูนที่พลัดหลงจากแม่ทั้งน้องมาเรียม และน้องยามีล ต่อเนื่องกันมานับร้อยวัน และขอขอบคุณทีมหมอ จิตอาสา ชุมชนเกาะลิบง จ.ตรัง อ่าวทึง จ.กระบี่ และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง จากทุกภาคส่วนที่ช่วยกันดูแลต่อเนื่องกันมา

แม้วันนี้ลูกพะยูนทั้ง 2 ตัว จะจากพวกเราไปแล้ว แต่เราไม่ได้สูญเสียพวกเขาไปโดยเปล่าประโยชน์ น้องๆ ทั้งสองตัว ได้ทิ้งองค์ความรู้ในการดูแลสัตว์ทะเลหายากไว้ให้เรา พร้อมกับจิตสำนึกในการร่วมดูแลรักษาทะเลไว้ให้กับพวกเราชาวไทย ทช. สัญญาว่าจะร่วมกับพี่น้องประชาชนในการดูแลรักษาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอย่างดีที่สุดต่อไป

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง ความตายสีเทา 5 ชีวิต “พะยูน” กระบี่-ตรัง

กลุ่มอนุรักษ์วอนกำจัดเครื่องมือประมงผิดกฎหมาย  

ขณะที่มูลนิธิอันดามัน Save Andaman โพสต์ข้อความว่า พะยูนไทยจะต้องสังเวยอีกกี่ตัว? เมื่อวานพบพะยูนตาย เป็นตัวที่ 17 ในรอบปีนี้ วันนี้ทราบข่าวร้ายน้องยามีล ได้จากเราไปอีกตัว เป็นข่าวที่สร้างความเสียใจให้กับเราทุกคน แต่จะเป็นพะยูนตัวไหนๆก็มีค่าเท่ากันหมด เราหวังว่าคงถึงเวลาที่จะร่วมกันแก้ปัญหาอย่างจริงจังที่ต้นเหตุ 

เครือข่ายชมรมชาวประมงพื้นบ้านจ.ตรัง ไม่เคยนิ่งเฉย เมื่อวันที่ 2 ส.ค.ที่ผ่านมาได้ยื่นข้อเสนอมาตร การอนุรักษ์พะยูนในทะเลตรัง ในที่ประชุมคณะกรรมการประมงจังหวัดตรัง แต่ทุกอย่างกลับนิ่งเฉยไร้การปฏิบัติ แล้วเราจะคาดหวังกลไกการทำงานจากภาครัฐได้อย่างไร?

วันนี้คงถึงเวลาที่เราต้องมีปฏิบัติการร่วมกันอย่างจริงจังสักทีเสียงของชาวประมงพื้นบ้านถึงผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง‼️  เพื่อให้การแก้ปัญหาการลักลอบใช้เครื่องมือประมงผิดกฎหมายและทำลายพันธุ์สัตว์น้ำและการใช้เครื่องมือทำการประมงที่เป็นอันตรายต่อพะยูน และสัตว์ทะเลหายากเกิดประสิทธิภาพ จำเป็นต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของชุมชน เครือข่ายชมรมชาวประมงพื้นบ้าน จ.ตรังขอเสนอมาตรการดังนี้ 

ภาพ:กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.)

ภาพ:กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.)

 

 อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

"ยามีล” ลูกพะยูนตายแล้วช็อก-หัวใจหยุดเต้นหลังดูแล 53 วัน

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ พระราชทานชื่อพะยูนกระบี่ "ยามีล"

 


ทำหมันลิงเขาตะเกียบ - เขาหินเหล็กไฟ 600 ตัว แก้ปัญหาคนกับลิง

Fri, 23 Aug 2019 07:14:00

วานนี้ (22 ส.ค.2562) นายสวัสดิ์ ทวีรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ ที่ 3 สาขาเพชรบุรี  ระบุว่า โครงการควบคุมประชากรลิงแสมบริเวณพื้นที่เขาตะเกียบและเขาหินเหล็กไฟ ดำเนินการเพื่อควบคุมการเพิ่มของจำนวนประชากรลิงที่ส่งผลกระทบต่อชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งทางสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง

ภาพ : กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

ภาพ : กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช


ในปีนี้มีเป้าหมายในการควบคุมประชากรลิงด้วยการทำหมันตามโครงการฯ จำนวน 600 ตัว ซึ่งจะดำเนินการระหว่างวันที่ 22 ส.ค.- 7 ก.ย.นี้ โดยกรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้ส่งทีมสัตวแพทย์ และเจ้าหน้าที่สนับสนุนดำเนินการตั้งแต่ลงพื้นที่จับลิง ทำหมัน ตรวจสุขภาพ และปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ ซึ่งจากผลการดำเนินการที่ผ่านมา ทำให้สถิติการเกิดของลิงใหม่มีจำนวนลดลง ประชาชนในพื้นที่มีความพอใจในระดับหนึ่ง ทั้งนี้ ทางเทศบาลและกรมอุทยานฯ เตรียมเร่งดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้จำนวนประชากรลิงในพื้นที่มีจำนวนที่เหมาะสม

ด้าน น.ส.บุษบา โชคสุชาติ รองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองหัวหิน ระบุว่า ในพื้นที่เขาตะเกียบมีจำนวนประชากรลิงโดยประมาณ 3,000 ตัว การดำเนินการในครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ที่ดำเนินการควบคุมจำนวนประชากรลิง ทำให้ในพื้นที่มีจำนวนประชากรลิงที่ลดลง แต่เนื่องจากการแก้ไขปัญหาจะต้องใช้ระยะเวลาในการติดตาม จึงจะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องต่อไป

ภาพ : กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

ภาพ : กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช


ขณะที่ สพญ.ลักษณา ประสิทธิชัย นายสัตวแพทย์ชำนาญการ กรมอุทยานแห่งชาติฯ เปิดเผยว่า การดำเนินโครงการควบคุมประชากรลิงในครั้งนี้ นอกจากทางทีมสัตวแพทย์จะดำเนินการทำหมันในลิงแล้วยังจะมีการตรวจโรคเพื่อเฝ้าระวังโรคจากสัตว์สู่สัตว์ และจากสัตว์สู่คน รวมถึงมีการทำแผลลิงที่ถูกกัดจากการแย่งพื้นที่ หรืออาหารก่อนหน้านี้อีกด้วย พร้อมยืนยันว่าทุกขั้นตอนในการดำเนินการปฏิบัติตามหลักวิชาการ ไม่ทำให้ลิงเป็นอันตรายอย่างแน่นอน

 


"ธรณ์" เรียกร้องรัฐจัดสรรงบฯ อนุรักษ์สัตว์หายากอย่าง "พะยูน"

Thu, 22 Aug 2019 22:44:00

วันนี้ (22 ส.ค.2562) นายธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานด้านการจัดการสัตว์ทะเลหายาก และใกล้สูญพันธุ์ โพสต์เฟซบุ๊กหลังจากทราบข่าวการจากไปของลูกพะยูน "ยามีล" ว่า มนุษย์มีความสามารถที่จะทำให้พะยูนมีชีวิตยืนยาวได้ และสามารถรักษาและเลี้ยงมันได้ เพียงแต่ประเทศไทยขาดแคลนโรงพยาบาลและเครื่องมือในการรักษาสัตว์หายากอย่างครบวงจรและเป็นระบบ ดังนั้นจำเป็นต้องใช้เงินงบประมาณเข้ามาจัดซื้ออุปกรณ์ที่จำเป็น สนับสนุนบุคลากรเข้ามาทำงาน เพื่ออนุรักษ์สัตว์น้ำหายากที่เหลืออยู่น้อยอย่างพะยูนให้เกิดความยั่งยืน

ไม่ใช่มีเพียงแค่หมอหรือกำลังคนที่จะช่วยให้พะยูนรอด แต่มันต้องพึ่งพาเครื่องมือและเทคโนโลยีช่วยเช่นกัน

มันเป็นเรื่องน่าเศร้าที่ไม่ถึง 1 สัปดาห์เราต้องสูญเสียพะยูนถึง 4 ตัว ถึงเวลาแล้วที่เราต้องเดินตามแผน เราต้องมีโรงพยาบาลขนาดใหญ่ 2 แห่ง เราต้องมีโรงพยาบาลศูนย์ 4-5 แห่ง เราต้องมีเครื่องมือที่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยและบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ

แต่ทั้งหมดทั้งมวลขึ้นอยู่กับรัฐบาลว่าจะให้ความสำคัญจัดสรรงบประมาณลงมาในส่วนนี้อย่างไร เพราะตอนนี้เหลืออย่างเดียวจะเดินหน้าได้คือเงิน

 


"ยามีล” ลูกพะยูนตายแล้วช็อก-หัวใจหยุดเต้นหลังดูแล 53 วัน

Thu, 22 Aug 2019 22:17:00

ไทยพีบีเอสออนไลน์ รวบรวมความน่ารักของ “ยามีล” ลูกพะยูนอายุ 3 เดือนถูกพบเกยตื้นที่ชาดหาดบ่อม่วง จ.กระบี่ และเป็นลูกพะยูนตัวที่ 2 หลังจากมาเรียม เคยเกยตื้น สัตวแพทย์ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) รับตัวมาดูแลในบ่ออนุบาลที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน จ.ภูเก็ต ถือเป็นลูกพะยูนที่เกยตื้นและมีชีวิตรอดและอยู่ในความดูแลของคนรวม 53 วัน

1 ก.ค.62 ชาวบ้านพบลูกพะยูนเกยตื้น บริเวณชายหาดบ่อม่วง ต.ทรายขาว อ.คลองท่อม จ.กระบี่ ในสภาพที่ยังมีชีวิตอยู่ พบเป็นลูกพะยูนตัวผู้ อายุประมาณ 1 เดือน มีความยาว 111 ซม. รอบตัว 66 ซม. น้ำหนักประมาณ 25 กก. สภาพอ่อนแรงและอิดโรยมาก มีบาดแผลบริเวณแผ่นหลัง 5-6 แผล

ภาพ:กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง(ทช.)

ภาพ:กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง(ทช.)

2 ก.ค. 62 เจ้าหน้าที่นำลูกพะยูนมารักษาที่ศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายาก จ.ภูเก็ต การตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า เป็นลูกพะยูนตัวผู้ อายุเพียง 3 เดือน อัตราการเต้นหัวใจ 67 ครั้งต่อนาที อัตราการหายใจ 4 ครั้งต่อ 5 นาที สภาพอ่อนแรงและอิดโรยมาก ตามตัวมีบาดแผลร้อยละ 50 โดยป้อนนมไปแล้ว 100 ซีซี และน้ำ 200 ซีซี เป็นบาดแผลร่องรอยขีดข่วน สภาพร่างกายยังคงแข็งแรง

5 ก.ค.62 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงพระกรุณาพระราชทานชื่อให้แก่ลูกพะยูนเกยตื้นตัวล่าสุดที่ จ.กระบี่ว่า "ยามีล" ซึ่งมีความหมายในภาษายาวีว่า "ชายรูปงามแห่งท้องทะเล" และทรงรับลูกพะยูนทั้ง 2 ตัวไว้ในโครงการ

 

8 ก.ค.62 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ แวะเยี่ยมและให้นมยามีล ลูกพะยูนที่เข้ามาเกยตื้น ซึ่งอยู่ในการดูแลของเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ร่วมกับกองทัพเรือและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

19 ก.ค.62 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่เกาะลิบง เยี่ยมมาเรียม พร้อมทั้งเตรียมให้ติดแท็กและฝังชิปพะยูนเพื่อสามารถติดตามถิ่นอาศัยและพฤติกรรมการหากิน

ภาพ:กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.)

ภาพ:กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.)

29 ก.ค.62 ศูนย์วิจัย ทช.รายงานว่า ยามีล มีน้ำหนัก 27 กิโลกรัม ความยาว 112 เซนติเมตร ความยาวรอบตัว 71 เซนติเมตร กินนม 1,590 มิลลิลิตร กินหญ้าทะเล 10 กรัม ขับถ่ายปกติ ร่าเริงสดใส แข็งแรง กินอิ่ม นอนหลับดี สัตวแพทย์ช่วยทำแผงหญ้าทะเลเทียมให้หัดกินใต้น้ำ และดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้สามารถติดตามชีวิตยามีล ผ่านระบบกล้อง CCTV ที่กล้องหมายเลข 8 ที่ http://mariumthaidugong.dmcr.go.th/

19 ส.ค.62 ทีมสัตวแพทย์ ศูนย์วิจัย ทช. ตรวจพบยามีลมีอาการเกร็งท้อง ซึ่งอาการดังกล่าวยังเป็นต่อเนื่อง สัตวแพทย์ให้ยาลดอาการอักเสบ ร่วมกับยากระตุ้นทางเดินอาหาร พร้อมสอดท่อระบายแก๊ส ทำให้ยามีลมีอาการดีขึ้นบ้าง แต่ยามีลก็ยังมีอาการเกร็งท้อง ต่อมาได้เอ็กซเรย์พบลำไส้เล็กมีการสะสมของแก๊สจำนวนมาก กระเพาะอาหารมีอาหารอยู่ แต่ไม่มีการเคลื่อนตัว และไม่พบวัตถุแปลกปลอม

 

ยามีลเริ่มป่วย ท้องอืดต้องส่งตัวผ่าตัด 

21 ส.ค.62 ทีมสัตวแพทย์ ศูนย์วิจัย ทช.ทะเลอันดามัน ร่วมกับทีมแพทย์จากโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ประกอบด้วย แพทย์เด็ก แพทย์ศัลยกรรม วิสัญญีแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการ x-ray และทีมสัตวแพทย์ของศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รวม 12 คน วินิจฉัยอาการโรคของน้องยามีล และแนวทางการรักษา

22 ส.ค.62 ทีมสัตวแพทย์ ศูนย์วิจัย ทช.ทะเลอันดามัน รายงานอาการของน้องยามีล ยังคงมีการสะสมของแก๊สในกระเพาะอาหารและบริเวณลำไส้ มีอัตราการเต้นหัวใจสูง และชักเกร็งเป็นบางครั้ง จึงให้ยาช่วยลดอาการปวดและยาซึม ส่วนผลการ x-ray พบว่าอาหารส่วนที่เป็นของเหลวสามารถเคลื่อนที่ผ่านระบบทางเดินอาหารได้ แนวทางการรักษาจะพยายามนำอาหาร ซึ่งเป็นหญ้าทะเลที่ค้างในกระเพาะออกมา เพื่อลดการหมักหมม และให้สารน้ำและเกลือแร่ผ่านทางท่อให้อาหาร ร่วมกับการใช้ยาปฎิชีวนะ สถานะยังคงเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

ภาพ:กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.)

ภาพ:กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.)

22 ส.ค.62 เวลา 17.00 น. ศูนย์วิจัย ทช.ทะเลอันดามัน ร่วมกับทีมแพทย์โรงพยาบาลวชิระ ภูเก็ต นำตัวน้องยามีล ส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลวิชระ ภูเก็ต เพื่อผ่าตัดโดยใช้กล้อง Endoscope นำก้อนหญ้าทะเลที่อัดแน่นในบริเวณกระเพาะอาหารออก โดยการอัดแน่นของหญ้าทะเล เกิดจากสภาวะลำไส้หยุดทำงาน ซึ่งพบได้ในเด็ก (คน) เป็นอาการที่ลำไส้ไม่มีการเคลื่อนตัว ทำให้อาหารในระบบทางเดินอาหารไม่เคลื่อนที่ เป็นสาเหตุให้เกิดการสะสมและเกิดการสร้างแก๊สขึ้นในระบบทางเดินอาหาร โดยแก๊สที่เกิดขึ้นทำให้ผนังลำไส้บางลง เกิดการแตกของเส้นเลือดฝอยและเกิดภาวะการติดเชื้อตามมา นอกจากนี้แก๊สที่เกิดขึ้นยังส่งผลกระทบไปดันบริเวณปอดทำให้เกิดการหายใจติดขัดด้วย

22 ส.ค.62 นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กล่าวว่า ยามีลมีอาการท้องอืด และมีปัญหาที่ลำไส้ และทางสัตวแพทย์ ทช.และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดูแลอย่างใกล้ชิด และนำตัวส่งไปรักษาโดยใช้เครื่องมือของคนในการรักษา เพราะยามีลยังเทียบกับเด็กอายุ 3 เดือน ทีได้รับรายงานยังทรงๆแต่ทุกคนจะทำให้ดีที่สุด และได้หารือกับผู้เชียวชาญจากอควาเรียมที่เคยรักษาพะยูนในประเทศญี่ปุ่น มาช่วยดูแลและต้องการรักษายามีลให้ได้

สุดยื้อทำซีพีอาร์ช็อก-หัวใจหยุดเต้น

เวลา 20.30 น.ศูนย์วิจัย ทช.ทะเลอันดามัน ร่วมกับทีมแพทย์โรงพยาบาลวชิระ ภูเก็ต นำตัวน้องยามีลไปรักษาที่โรงพยาบาลวิชระ ภูเก็ต เพื่อผ่าตัดโดยใช้กล้อง Endoscope นำก้อนหญ้าทะเลที่อัดแน่นในบริเวณกระเพาะอาหารออก ต่อมาเวลา 20.30 น. ผลการทำทีซีสแกนพบการอักเสบของปอด มีกลุ่มก้อนหญ้าทะเลในบริเวณกระเพาะ จึงสอดท่อกล้องตรวจภายในและฉีดน้ำสลายการเกาะแน่นของหญ้าทะเล จากนั้นจึงเริ่มดูดออกได้ร้อยละ 30 ทั้งนี้จะทยอยล้างออกเพิ่มในวันต่อไป โดยใช้เวลาการทำหัตถการรวม 1.5 ชั่วโมง จากนั้นจึงขนย้ายน้องยามีลกลับมาพักฟื้นยังบ่ออนุบาลของศูนย์วิจัย ทช.ทะเลอันดามัน น้องยามีลมีอัตราการเต้นหัวใจที่ต่ำ ยังต้องเฝ้าระวังสัญญาณชีพอย่างใกล้ชิด

ต่อมาเวลา 21.43 น.หลังจากนำน้องยามีล เข้ารับการรักษาด้วยการสลายก้อนหญ้าที่อุดตันในกระเพาะอาหารและลำไส้จากโรงพยาบาลวชิระ ภูเก็ต กลับมาถึงบ่ออนุบาลที่ศูนย์วิจัย ทช.ทะเลอันดามัน น้องยามีลมีภาวะช๊อก หัวใจหยุดเต้น ทีมแพทย์เร่งช่วยชีวิตด้วยการทำ CPR แต่ไม่สามารถช่วยน้องกลับมาได้ น้องยามีลจากพวกเราไปแล้ว

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ส่ง "ยามีล" ผ่าตัดด่วน เอาก้อนหญ้าที่อุดตันในกระเพาะออก

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ พระราชทานชื่อพะยูนกระบี่ "ยามีล"

นายกฯ ป้อนนมลูกพะยูน "ยามีล" ระหว่างตรวจราชการที่ภูเก็ต

 


ส่ง "ยามีล" ผ่าตัดด่วน เอาก้อนหญ้าที่อุดตันในกระเพาะออก

Thu, 22 Aug 2019 18:26:00

วันนี้ (22 ส.ค.2562) เวลา 17.00 น. กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ร่วมกับทีมแพทย์โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต นำตัว "ยามีล" ส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลวิชระภูเก็ต เพื่อผ่าตัดโดยใช้กล้อง Endoscope นำก้อนหญ้าทะเลที่อัดแน่นในบริเวณกระเพาะอาหารออก โดยการอัดแน่นของหญ้าทะเล เกิดจากสภาวะลำไส้หยุดทำงาน ซึ่งพบได้ในเด็ก (คน) เป็นอาการที่ลำไส้ไม่มีการเคลื่อนตัว ทำให้อาหารในระบบทางเดินอาหารไม่เคลื่อนที่

ทั้งนี้ เป็นสาเหตุให้เกิดการสะสมและเกิดการสร้างแก๊สขึ้นในระบบทางเดินอาหาร โดยแก๊สที่เกิดขึ้นทำให้ผนังลำไส้บางลง เกิดการแตกของเส้นเลือดฝอยและเกิดภาวะการติดเชื้อตามมา นอกจากนี้แก๊สที่เกิดขึ้นยังส่งผลกระทบไปดันบริเวณปอดทำให้เกิดการหายใจติดขัดด้วย

เมื่อวานนี้ (21 ส.ค.) อาการของ "ยามีล" มีการสะสมของแก๊สในกระเพาะอาหารและบริเวณลำไส้ มีอัตราการเต้นหัวใจสูงและชักเกร็งเป็นบางครั้ง จึงให้ยาช่วยลดอาการปวดและยาซึม ส่วนผลการ x-ray พบว่าอาหารส่วนที่เป็นของเหลวสามารถเคลื่อนที่ผ่านระบบทางเดินอาหารได้ แนวทางการรักษาในวันนี้จะพยายามนำอาหาร ซึ่งเป็นหญ้าทะเลที่ค้างในกระเพาะออกมา เพื่อลดการหมักหมมและให้สารน้ำและเกลือแร่ผ่านทางท่อให้อาหารร่วมกับการใช้ยาปฎิชีวนะ สถานะยังคงเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กล่าวว่า ยามีลมีอาการท้องอืด และมีปัญหาที่ลำไส้และทางสัตวแพทย์ ทช.และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดูแลอย่างใกล้ชิดและนำตัวส่งไปรักษาโดยใช้เครื่องมือของคนในการรักษา เพราะยามีลยังเทียบกับเด็กอายุ 3 เดือน ทีได้รับรายงานยังทรงๆ แต่ทุกคนจะทำให้ดีที่สุด และได้หารือกับผู้เชียวชาญจากอควาเรียมที่เคยรักษาพะยูนในประเทศญี่ปุ่น มาช่วยดูแลและต้องการรักษายามีลให้ได้

 

 

วันเดียวกัน กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยสำนักงานบริหาร ทช.ที่ 10 (ตรัง) ได้รับแจ้งจาก นายหลงเฟี๊ยะ บางสัก ประธานกลุ่มประมงพื้นบ้าน บ้านน้ำราบ ต.บางสัก อ.กันตัง จ.ตรัง ว่า นายสมบูรณ์ ทิ้งหลี อายุ 35 ปี อาชีพประมงพื้นบ้าน ในพื้นที่ ต.บางสัก อ.กันตัง พบซากพะยูนเกยตื้น บริเวณพื้นที่ปากคลองตะเปะ หมู่ 6 ต.เกาะลิบง อ.กันตัง

 

จากผลการตรวจสอบพบเป็นซากพะยูน เพศเมีย ความยาว 1.22 เมตร ความยาวรอบตัว 93 ซม. น้ำหนักประมาณ 40 กก. สภาพซากเริ่มเน่า ไม่มีบาดแผลฉกรรน์ จากนั้นได้นำซากไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.สิเกา อ.สิเกา พร้อมประสานนำส่งซากไปยังศูนย์วิจัย ทช. ทะเลอันดามัน จ.ภูเก็ต เพื่อผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการตายต่อไป

 

 

 


เปิดโฉม "STC–3" รถพลังงานโซลาร์เซลล์ เตรียมแข่งเวทีโลกต.ค.นี้

Thu, 22 Aug 2019 17:45:00

วันนี้ (22 ส.ค.2562) นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวให้กำลังใจคณะอาจารย์ และนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม ในฐานะตัวแทนเยาวชนไทยเข้าร่วมการแข่งขันรถไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในระดับโลก World Solar Challenge 2019 ที่ประเทศออสเตรเลีย ระหว่างวันที่ 13-20 ต.ค.นี้ โดยนำรถไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ STC-3 เข้าแข่งขัน

นายวราวุธ  กล่าวว่า การแข่งขันในระดับโลกเป็นการแสดงให้เห็นว่าเยาวชนไทยเก่งไม่แพ้ชาติใดในโลก ขณะที่วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม เปรียบเหมือนสถานเพาะพันธุ์ไม้ดี ที่จะพัฒนาเยาวชนไทยให้มีศักยภาพในด้านเทคโนโลยี หากภาครัฐหรือเอกชนจะสนับสนุนเยาวชนเหล่านี้ขอให้มาสนับสนุนกันตอนนี้เลยอย่ารอให้มีชื่อเสียงแล้วมาขอสนับสนุนทีหลัง

ไทยได้ใช้รถไฟฟ้าบางส่วนแล้ว แต่ยังติดปัญหาการประจุแบตเตอรี่ให้ใช้ได้นาน เชื่อว่าในอนาคตจะพัฒนาระบบเหล่านี้ให้ดีขึ้น เพราะถ้าถนนไทยใช้รถไฟฟ้ามากขึ้นจะช่วยแก้ปัญหาการใช้พลังงาน และสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้นได้
ภาพ:กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ภาพ:กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

 

เล็งปรับใช้ถนนไทย-ลดมลพิษ 

สำหรับการแข่งขันรถไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ครั้งนี้มีมายาวนานกว่า 30 ปี โดยต้องใช้รถไฟฟ้าขับเคลื่อนเป็นระยะทางเป็นพันกิโลเมตร ทำให้เป็นเวทีแข่งขันที่เป็นแหล่งรวมตัวของผู้กล้า นักผจญภัย และนักนวัตกรรมสายเลือดใหม่จากทั่วโลกมาแข่งขันชิงความเป็นที่หนึ่งด้านรถไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในโลก

ผศ.พรพิสุทธิ์ มงคลวนิช อธิการบดีวิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม กล่าวว่า ได้ผลิตรถ STC-1 และ STC–2 เข้าแข่งขันมาแล้ว ส่วนปีนี้ใช้รถ STC–3 ที่ออกแบบทั้งด้านรูปลักษณ์ และสมรรถนะ เป็นรถเอนกประสงค์สำหรับครอบครัวขนาดเล็กภายในมี 3 ที่นั่ง ใช้แผงโซลาร์เซลล์ชนิดซิลิกอนแบบผลึกเดี่ยว ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 1.1 กิโลวัตต์ ติดไว้บนหลังคารถ และใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ความจุ 33 กิโลวัตต์ชั่วโมง เป็นตัวป้อนกระแสไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์ต่างๆของเครื่องยนต์

รถ STC-3 ถูกออกแบบให้สามารถถอดแผงโซลาร์เซลล์ด้านบนหลังคอได้ ทำให้ใช้งานได้เช่นเดียวกับรถไฟฟ้าทั่วไป และรองรับการชาร์จตามมาตรฐาน IEC62196 type–2 ใช้ต้นทุน 600,000–700,000 บาท หากมีการพัฒนาจนใช้ได้จริงจะพยายามให้ต้นทุนลดลงอยู่ที่ 250,000 บาท เพื่อให้คนรุ่นใหม่หรือครอบครัวขนาดเล็กเปิดใจใช้รถไฟฟ้า มั่นใจว่า การนำรถ STC–3 มาใช้ในชีวิตประจำวันจะช่วยแก้ปัญหาพลังงานและสิ่งแวดล้อมได้

 

ภาพ:กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ภาพ:กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

 

ภาพ:กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ภาพ:กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม