ลูกเต่ามะเฟืองรังที่ 2 ขึ้นจากลุ่มฟัก ลงทะแลแล้ว 49 ตัว

Wed, 22 Jan 2020 09:26:00

เมื่อวันที่ 21 ม.ค.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 19.30 น. นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นักท่องเที่ยวและประชาชน ร่วมติดตามการฟักตัวของไข่เต่ามะเฟืองรังที่ 2 บริเวณศูนย์ติดตามสถานการณ์เต่ามะเฟืองหาดบ่อดาน หมู่ 7 ต.นาเตย อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา หลังจากครบกำหนดการฟักไข่ของเต่ามะเฟืองรังที่ 2 โดยในช่วงเช้ามีรายงานว่า กล้องซีซีทีวี ที่ฝังรวมกับไข่เต่าในหลุมฟัก เห็นลูกเต่าโผล่จากไข่

บรรยากาศเต็มไปด้วยเจ้าหน้าที่และประชาชนทยอยเข้ารับชมหลุมฟักไข่เต่ามะเฟืองรังที่ 2 ในบริเวณดังกล่าว ท่ามกลางการเฝ้าติดตามของเจ้าหน้าที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ประชาสัมพันธ์ ห้ามใช้แสงและเสียงทุกชนิด โดยในช่วงค่ำที่ผ่านมา พบว่าลูกเต่ามะเฟืองโผล่ขึ้นมา จำนวน 6 ตัว ขณะที่ นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา ได้นำเค้กเข้าอวยพรวันเกิดแก่ลูกเต่าและร้องเพลงวันเกิดร่วมกัน จากนั้นได้แจกจ่ายเค้กให้เจ้าหน้าที่และประชาชนที่มาร่วมชม

กระทั่งเวลา 00.30 น. เจ้าหน้าที่ตัดสินใจขุดทรายเพื่อช่วยเหลือลูกเต่า เนื่องจากระยะการขึ้นของลูกเต่าทิ้งช่วงเป็นเวลานาน กระทั่งได้ผลสรุปว่า ลูกเต่ามะเฟืองรังที่ 2 บริเวณ ชายหาดบ้านบ่อดาน หมู่ 7 ต.นาเตย อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา ลูกเต่ามะเฟืองสามารถฟักตัวและโผล่ขึ้นจากหลุมฟักเองจำนวน 6 ตัว เจ้าหน้าที่ขุดหลุมฟักเพื่อช่วยเหลือจำนวน 43 ตัว จากนั้นได้ทำการปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ โดยให้ลูกเต่ามะเฟือง จำนวน 49 ตัว เดินลงทะเลพร้อมว่ายน้ำสู่ท้องทะเลอันดามัน จากการขุดหลุมฟักยังพบลูกเต่าที่ไม่แข็งแรงพอที่จะปล่อยลงสู่ทะเล เจ้าหน้าที่ได้ช่วยเหลือและพักฟื้นอีกจำนวน 28 ตัว โดยพบว่าเสียชีวิต 3 ตัว ไข่ไม่มีน้ำเชื้อ 21 ฟอง รวมไข่เต่ามะเฟืองในหลุมฟักรังที่ 2 นี้ จำนวนทั้งสิ้น 101 ฟอง

 

 

ด้านนายก้องเกียรติ กิตติวัฒนาวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งภูเก็ต กล่าวว่า ถือว่าเป็นความสำเร็จมาก ซึ่งพบว่าไข่เต่ามะเฟือง เป็นรังไข่เต่ามะเฟืองที่ไม่มีการเคลื่อนย้ายหลุมฟัก โดยมีโอกาสรอดมากกว่ารังที่มีการเคลื่อนย้ายหลุมฟักถึงร้อยละ 95 ดังนั้นเหลือหลุมฟักไข่เต่ามะเฟืองอีก 2 รัง ในพื้นที่ ชายหาดบ่อดาน หมู่ 7 ต.นาเตย อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา ซึ่งมีทั้งหลุมฟักที่ถูกเคลื่อนย้าย และหลุมฟักอีกรังไม่มีการเคลื่อนย้าย จึงมีความเห็นว่าในหลุมฟักที่ไม่มีการเคลื่อนย้ายตั้งแต่แม่เต่ามาวางไข่ จะไม่มีการขุดหลุมเข้าช่วยเหลือ สำหรับไข่เต่ามะเฟืองที่เสียชีวิตและไข่ที่อยู่ในหลุมฟักจะนำไปศึกษา 4 อย่าง

 

 

อย่างแรกจะตรวจดูว่าไข่มีการผสมพันธุ์หรือไม่ อย่างต่อมา ถ้ามีการผสมจะตรวจว่ามีการพัฒนาการถึงขั้นไหน อย่างที่ 3 จะดูว่าไข่เต่าแต่ละรังเกิดจากแม่เต่าตัวเดียวกันหรือไม่ เพื่อจะได้ทราบว่ามีแม่เต่ามะเฟืองกี่ตัว และแต่ละรังจะทราบว่ามีพ่อเต่ามะเฟืองกี่ตัว เนื่องจากธรรมชาติแม่เต่าตัวเดียวสามารถมีพ่อเต่าได้หลายตัว นับว่าเป็นครั้งแรกของประเทศไทย และอาจจะเป็นการศึกษาครั้งแรกในอาเซียน ซึ่งเป็นการเปิดเผยข้อมูลที่ไม่เคยทราบมาก่อน ส่วนเรื่องเพศของลูกเต่าต้องรอผลของอุณหภูมิอีกครั้ง เบื้องต้นพบว่าค่าเฉลี่ยของเพศลูกเต่าอยู่ครึ่ง

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ฟักแล้ว 30 ตัว "ลูกเต่ามะเฟือง" หาดท้ายเหมือง 

ฟักแล้ว! "ลูกเต่ามะเฟือง" โผล่จากหลุมไข่หาดท้ายเหมือง

ข่าวดี! แม่เต่ามะเฟืองวางไข่หาดในทอน ย้ายหลุมจัดทีมเฝ้า 24 ชม.

เดินเต่าพบหลุมไข่ "เต่ามะเฟือง" หาดบ่อดาน

 

 


DSI แจงผลสอบ 12 คนเอี่ยวปมที่ดิน "นักการเมือง" รุกเขาใหญ่

Tue, 21 Jan 2020 18:44:00

วันนี้ (21 ม.ค.2563) พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยกรณีที่ปรากฏข่าวทางสื่อออนไลน์ กรณีเจ้าหน้าที่ชุดพญาเสือ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ร่วมกับเจ้าหน้าที่ กอ.รมน. เข้าตรวจสอบการแผ้วถางป่าเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ บริเวณต.เนินหอม อ.เมืองปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี ต่อมามีผู้นำเอกสารสิทธิในที่ดินดังกล่าวมาแสดง โดยพบว่าเป็นของนักการเมืองคนสำคัญของจ.ปราจีนบุรี และมีการระบุในข่าวว่าที่ผ่านมามีการยื่นเรื่องต่อดีเอสไอ เพื่อให้ดำเนินการแล้ว แต่เรื่องเงียบหายไป 

โดยกรณีดังกล่าวทางดีเอสไอ ได้สั่งการให้ตรวจสอบ พบว่าเมื่อพ.ศ.2554 ได้มีประชาชนมายื่นเรื่องต่อดีเอสไอ ขอให้ตรวจสอบกรณีนักการเมืองชื่อดังของจังหวัดปราจีนบุรี มีพฤติการณ์ยึดถือครอบครองที่ดิน ก่นสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่า ภายในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยออกเอกสารสิทธิครอบคลุมพื้นที่ป่าโดยมิชอบ ในเขตพื้นที่ ต.โพธิ์งาม อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี จำนวน 22 แปลง เนื้อที่ประมาณ 251 ไร่

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช

รับเป็นคดีพิเศษส่งไม้ต่อ "ป.ป.ท.-ป.ป.ช."

ภายหลังรับเรื่องดังกล่าว ดีเอสไอ ได้รับเรื่องไว้สืบสวนเป็นสำนวนสืบสวนที่ 189/2554 และคณะกรรมการคดีพิเศษ ได้มีมติในการประชุม ครั้งที่ 4/2555 เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.2555 ให้รับเป็นคดีพิเศษที่ 149/2555

ทางการสอบสวน พบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้องอยู่ในข่ายเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญาในการออกเอกสารสิทธิดังกล่าว จึงส่งเรื่องดังกล่าวไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ดำเนินการตามกฎหมาย

และกรมสอบสวนคดีพิเศษได้สืบสวนขยายผลกรณีเอกชนบุกรุกที่ดินของรัฐ โดยต่อมารับเป็นคดีพิเศษที่ 136/2558 และรวบรวมพยานหลักฐาน และเตรียมที่จะพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้เกี่ยวข้องกับการ กระทำความผิด ปรากฏว่าได้มีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 ประกาศใช้ ทำให้เรื่องเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่กระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการทั้งหมด เป็นอำนาจของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช

 

รวมทั้งเรื่องที่เป็นของสำนักงาน ป.ป.ท.อยู่แต่เดิมด้วย และมาตรา 30 วรรคสอง ของกฎหมายดังกล่าว กำหนดให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีอำนาจไต่สวนคดีความผิดทางอาญาอื่นที่เป็นเรื่องเกี่ยวข้องกันและต้องดำเนินการไปในคราวเดียวกันกับเรื่องที่เป็นหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ดังนั้น กรมสอบสวนคดีพิเศษจึงส่งสำนวนการสอบสวนคดีพิเศษที่ 136/2558 ไปยังคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายใหม่ และจำหน่ายคดีจากสารบบ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง  แจ้งจับ "นักการเมืองดัง" ปราจีนบุรี งาบป่าเขาใหญ่

ผลสอบคลอดแล้ว 12 คนเอี่ยวคดี

ต่อมา คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีหนังสือ เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.2561 ส่งสำนวนการสอบสวนคดีพิเศษดังกล่าวคืนมายังดีเอสไอ โดยพิจารณาแล้วเห็นว่าสามารถแยกเรื่องเพื่อดำเนินการได้ ทางดีเอสไอ จึงรับเรื่องไว้สอบสวนใหม่ เป็นคดีพิเศษที่ 2/2562 และทำการสอบสวน

ตอนนี้การสอบสวนเสร็จสิ้น มีการแจ้งข้อกล่าวหากับผู้เกี่ยวข้องในความผิดตามพ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2548 และพ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 และประมวลกฎหมายที่ดิน 12 คน คดีอยู่ระหว่างสรุปสำนวนการสอบสวน เสนอผู้บังคับบัญชา
ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช

 

จากข้อเท็จจริงดังกล่าว จึงชี้แจงมายังสาธารณชนว่า พื้นที่ตามที่ปรากฏเป็นข่าว เป็นคนละพื้นที่กับที่ดีเอสไอดำเนินคดี และในส่วนที่ดีเอสไอรับผิดชอบ มีการดำเนินคดีอาญากับผู้เกี่ยวข้องครอบคลุมทั้งส่วนเจ้าหน้าที่ของรัฐและเอกชน จึงเป็นการปฏิบัติงานที่โปร่งใส มีประสิทธิภาพ และเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย การนำเสนอข่าวดังกล่าว จึงมีความคลาดเคลื่อน และทำให้เกิดความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน

ทางดีเอสไอ จึงชี้แจงข้อเท็จจริงมาเพื่อทราบ และขอความร่วมมือสื่อมวลชนในการนำเสนอข่าวพาดพิงการปฏิบัติงานของดีเอสไอ ขอให้ตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานก่อนนำเสนอข่าว เพื่อลดโอกาสที่ทำให้สังคมเกิดความสับสน และได้รับข่าวสารที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง อันอาจส่งผลกระทบต่อหน่วยงานได้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

"วราวุธ" ลั่นไม่มี 2 มาตรฐานเช็กบิล "กนกวรรณ" งาบเขาใหญ่

 

 


นาทีชีวิต "ลูกเต่ามะเฟือง" ใต้ผืนทรายหาดบ่อดาน

Tue, 21 Jan 2020 18:21:00

วันนี้ (21 ม.ค.2563) เฟซบุ๊กกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เผยแพร่ภาพ "ลูกเต่ามะเฟือง" ใต้ผืนทราย บริเวณหาดบ่อดาน อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา ซึ่งเป็นครั้งแรกในประเทศไทยกับการชมภาพนาทีชีวิตแรกฟักออกมาจากไข่ของลูกเต่ามะเฟือง ที่รอเวลาอยู่ใต้ผืนทราย ก่อนจะคลานขึ้นมาที่ปากหลุมในช่วงเย็นหรือค่ำที่มีอุณหภูมิบนหลุมทรายเย็นลงแล้ว

ลูกเต่ามะเฟืองรังนี้ถือเป็นรังที่ 2 ของปี ซึ่งแม่เต่ามะเฟืองขึ้นมาวางไข่ เมื่อวันที่ 27 พ.ย.2562 บริเวณหาดบ่อดาน อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา ห่างจากหลุมวางไข่ครั้งแรกทางทิศใต้ ประมาณ 6.2 กิโลเมตร แต่ไม่พบตัวแม่เต่า เจ้าหน้าที่จึงขุดดูขนาดไข่ และยืนยันว่าเป็นไข่ของเต่ามะเฟืองที่คาดว่าขึ้นมาวางไข่ประมาณเที่ยงคืน อีกทั้งยังคาดว่าเป็นแม่เต่าคนละตัวกับตัวก่อนหน้านี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง ข่าวดี! แม่เต่ามะเฟืองตัวที่ 2 วางไข่หาดบ่อดาน จ.พังงา 

 

ขณะที่นายก้องเกียรติ กิตติวัฒนาวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน จ.ภูเก็ต โพสต์เฟซบุ๊ก Kongkiat Kittiwatanawong เกี่ยวกับลูกเต่ามะเฟืองใต้ผืนทรายว่า

ภาพลูกเต่ามะเฟืองในหลุมไข่ ที่รอเพื่อนๆ และช่วงเวลาอันเหมาะสมเพื่อจะคลานขึ้นจากทราย เป็นความสำเร็จครั้งแรกที่เราสามารถเห็นภาพลูกเต่ามะเฟืองในหลุมไข่ใต้ผืนทราย ขอบพระคุณพี่แดง แพง และทีมงาน Thaiwhales ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จนี้

นอกจากนี้ยังโพสต์ภาพและระบุข้อความว่า กล้องตรวจจับความร้อนแสดงให้เห็นว่าลูกเต่ามะเฟือง (บริเวณสีแดง) ฟักออกจากไข่ และเริ่มเคลื่อนตัวขึ้นด้านบน

 

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 19 ม.ค.ที่ผ่านมา ลูกเต่ามะเฟืองรังแรก บริเวณอุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง จ.พังงา ฟักออกจากไข่และคลานขึ้นมาจากหลุม 1 ตัวในช่วงเช้า เจ้าหน้าที่นำไปอนุบาลเพื่อรอลูกเต่าตัวอื่นๆ คลานตามขึ้นมา กระทั่งช่วงค่ำวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ขุดผ่ารังช่วยลูกเต่ามะเฟืองออกมา รวมทั้งหมด 30 ตัว ก่อนปล่อยลงทะเล นอกจากนี้ยังพบไข่ที่ไม่ฟักอีก 55 ฟอง จึงนำไปฝังกลบใต้ผิวทรายบริเวณเดิมเพื่อให้มีการพัฒนาเป็นตัวที่สมบูรณ์

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถรับชมภาพแบบเรียลไทม์ผ่านกล้อง CCTV จากบริเวณหาดบ่อดาน อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา ได้ที่ http://loveseaturtle2.dmcr.go.th/

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ฟักแล้ว! "ลูกเต่ามะเฟือง" โผล่จากหลุมไข่หาดท้ายเหมือง

ฟักแล้ว 30 ตัว "ลูกเต่ามะเฟือง" หาดท้ายเหมือง

 


ค้านสร้างโรงฆ่าสัตว์ อ.เมืองนครปฐม

Tue, 21 Jan 2020 17:43:00

(21 ม.ค.2563) ทีมข่าว รายการสถานีประชาชน ลงพื้นที่ไปพบกับชาวบ้านตำบลตากล้องกว่า 50 คน อ.เมืองนครปฐม ที่รวมตัวกันยื่นหนังสือคัดค้านการก่อสร้างโรงฆ่าสัตว์ ต่อนายประเสริฐ โฆษิตพิรุณ อุตสาหกรรมจังหวัดนครปฐม เพราะกังวลว่าโรงฆ่าสัตว์แห่งนี้ จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน เนื่องจากพื้นที่ในการก่อสร้างเคยเป็นพื้นที่เก่าของฟาร์มหมู ซึ่งชาวบ้านต่างได้รับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งเรื่องกลิ่นเหม็น เสียงดังและแมลงวันมาโดยตลอด

 


หากมีการก่อสร้างโรงฆ่าสัตว์ในพื้นที่อีก จะยิ่งส่งผลให้ชาวบ้านได้รับผลกระทบมากขึ้นทั้งน้ำเสีย เสียงดัง และกลิ่นเหม็นจากโรงฆ่าสัตว์ ในวันนี้จึงทำให้ชาวบ้านต้องรวมตัวกันมายื่นหนังสือ เพื่อขอให้ทางอุตสาหกรรมพิจารณาการออกใบอนุญาตให้กับผู้ประกอบการก่อสร้างโรงฆ่าสัตว์ในพื้นที่

 


ด้านนายประเสริฐ โฆษิตพิรุณ อุตสาหกรรมจังหวัดบอกว่า ในวันนี้จะรับเรื่องที่ชาวบ้านยื่นไว้เพื่อพิจารณาตามข้อเรียกร้องของชาวบ้าน และหลังจากนี้จะต้องมีการเรียกผู้ประกอบการ และชาวบ้านมานั่งประชุมพร้อมกัน เพื่อหาข้อสรุปถึงข้อกังวลของชาวบ้าน หากโรงฆ่าสัตว์มีมาตรการในการป้องกันและแก้ไขตามข้อเรียกร้องของชาวบ้านได้ เรื่องนี้คงหาข้อสรุปลงได้   แต่หากทางผู้ประกอบไม่สามารถทำได้  ทางอุตสาหกรรมจังหวัดก็ออกใบอนุญาตให้ไม่ได้เช่นกัน 

 


ขณะที่นางฐิตารีย์ อิกถิรกวิน ผู้ประกอบการ บอกว่า ที่ผ่านมาทราบว่าชาวบ้านมีการรวมตัวคัดค้านในการก่อสร้างโรงฆ่าสัตว์ จึงได้ปรับเปลี่ยนจากโรงฆ่าสัตว์มาเป็นเพียงโรงชำแหละเท่านั้น โดยมีการวางระบบป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน แต่หากมีชาวบ้านไม่มั่นใจทางผู้ประกอบการก็ยินดีที่จะให้ชาวบ้านเข้ามาตรวจสอบเพื่อแก้ไขปัญหาร่วมกัน


23 ม.ค.นี้ รอลุ้นบอร์ดสิ่งแวดล้อม เคาะมาตรการสยบฝุ่น

Tue, 21 Jan 2020 17:38:00

วันนี้ (21 ม.ค.2563) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวว่า แนวทางการแก้ปัญหาค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน หรือ PM2.5 ว่า ปัญหาดังกล่าวเป็นสิ่งที่ต้องทำความเข้าใจร่วมกัน ซึ่งมาตรการต่างๆ ที่ออกมาจะรุนแรงหรือไม่ ต้องดูที่ข้อมูลเหตุผลและมาตรฐานที่กำหนดไว้

เรื่องนี้คณะรัฐมนตรี ได้อนุมัติแผนแม่บทไปแล้วก่อนหน้านี้ ที่ประกอบด้วยแผนเฉพาะหน้า ระยะกลาง และระยะยาววันนี้จึงต้องมาดูว่าปัญหาค่าฝุ่นละออง พื้นที่ใดมีความรุนแรง จึงจะต้องมีมาตรการเฉพาะดูแลในแต่ละพื้นที่ และค่ามาตรฐานของฝุ่นที่จะต้องแก้ปัญหาตามขั้นตอน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง  โซเชียลเดือด! กระทุ้งรัฐเร่งสางฝุ่นพิษ - แนะกทม.ปิดโรงเรียน

ชงเสนอบอร์ดสิ่งแวดล้อม 23 ม.ค.นี้ 

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า โดยค่าฝุ่นระดับไม่เกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ไม่มีปัญหาใช้มาตรการปกติในการดูแล ระดับ 51-75 อยู่ในระดับที่ผู้ว่าราชการแต่ละจังหวัดและกรุงเทพมหานคร จะต้องเข้มงวดมาตรการลดปัญหาในพื้นที่ ขณะที่หากระดับ 76-100 จะต้องเข้มงวดรถเข้า-ออก หรือการกำหนดวันในการใช้รถ ขณะที่ค่าฝุ่นเกิน 100 รัฐบาลต้องมีมาตรการควบคุมหรือหยุดการใช้รถทั้งหมด โดยใช้รถสาธารณะแทน หรือห้ามใช้รถที่มีอายุเกิน 10 ปี

เข้าใจปัญหาของทุกฝ่าย แต่หากไม่ร่วมมือกันดูแล ปัญหาก็แก้ได้ยาก

วอนเข้าใจอย่าตำหนิ-รัฐเน้นแก้ปัญหาเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ การแก้ปัญหาทั้งการดูในเรื่องของการก่อสร้าง จะต้องใช้ผ้าคลุมฝุ่น รวมถึงการล้างล้อรถ ส่วนข้อเรียกร้องให้ใช้มาตรการที่รุนแรงนั้น รัฐบาลต้องใช้มาตรการที่ลดผลกระทบ โดยคำนึงถึงผลกระทบรอบด้าน เพราะปัญหาไม่ได้เกิดจากกรณีใดกรณีหนึ่ง เช่น ควันดำจากรถทุกประเภทก็สร้างปัญหาไม่ใช่แค่รถบรรทุกเท่านั้น แต่เรื่องของรถควันดำ สั่งเข้มงวดตรวจสอบอย่างเต็มที่

ขณะที่มาตราการลดการเผาได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรม ในส่วนของสถานศึกษา การหยุดเรียนขึ้นอยู่กับผู้อำนวยการโรงเรียนพิจารณา แต่จะต้องมีการชดเชยการเรียนการสอน

ส่วนกรณีที่ดารา นักแสดง และประชาชนต่างตำหนิมาตรการที่ออกมา ขอให้เปิดใจรับฟังกันบ้าง รับรู้การทำงานของรัฐบาลว่าทุกอย่างต้องคำนึงถึงภาพรวมทั้งหมด สิ่งสำคัญที่สุด คือทุกคนต้องมีจิตสำนึกร่วมกันดูแลสิ่งแวดล้อม

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในวันที่ 23 ม.ค.นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ โดยจะมีมาตรการต่างๆ ออกมาอย่างเป็นรูปธรรมในการแก้ปัญหา ทั้งนี้รัฐบาลจะใช้มาตรการที่เหมาะสม หากแก้ไม่ได้ ก็จะยกระดับมาตการเพื่อแก้ปัญหาทีละขั้นตอน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

คพ.ตอบ "โจอี้ บอย" ไม่นิ่งนอนใจแก้ฝุ่น PM2.5 

ผู้ว่าฯ อัศวิน สั่งโรงเรียนงดกิจกรรมเข้าแถวเลี่ยงฝุ่นพิษ

 

 

 

 


ผู้ว่าฯ อัศวิน สั่งโรงเรียนงดกิจกรรมเข้าแถวเลี่ยงฝุ่นพิษ

Tue, 21 Jan 2020 14:21:00

จากกรณีพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้เด็กเข้าแถวร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีทุกเช้า เริ่มตั้งแต่วันนี้ (21 ม.ค.2563) โดยไม่ห่วงใยสุขภาพของเด็กๆ ล่าสุด พล.ต.อ.อัศวิน โพสต์เฟซบุ๊ก ผู้ว่าฯ อัศวินว่า ผมขอชี้แจงว่าที่ผ่านมา กทม.ให้ความสำคัญกับปัญหาเรื่องฝุ่นมาโดยตลอด โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องผลกระทบต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชนทุกกลุ่มทุกวัย

เราได้งดกิจกรรมการเข้าแถว รวมถึงกิจกรรมกลางแจ้งทุกอย่างไปแล้วในช่วงเวลาที่ผ่านมา เพราะคำนึงถึงสุขภาพของเด็ก ๆ เป็นสำคัญครับ

ส่วนเรื่องการร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี เป็นเพียงแนวความคิดที่จะส่งเสริมจิตสำนึกในการรักและศรัทธาต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ อันเป็นรากฐานสำคัญของความเป็นชาติไทยเท่านั้น เช่นเดียวกับการร้องเพลงชาติและการสวดมนต์ ซึ่งทำกันเป็นประจำในทุกๆโรงเรียนอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามตอนนี้เรายังคงงดการทำกิจกรรมกลางแจ้งทั้งหมด เพื่อคำนึงถึงสุขภาพของเด็กๆ เป็นสำคัญครับ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง  คนกรุงอ่วม! ลมสงบ-เจอภาวะ "ฝาชีครอบ" ทำฝุ่นสะสม

ผู้ว่าฯ กทม.ระบุสั่งปิดโรงเรียนได้หากฝุ่นเกิน

นอกจากนี้ พล.ต.อ.อัศวิน โพสต์ข้อมูลอีกว่า ค่าฝุ่นและมลพิษสูง สวมหน้ากากN95 ป้องกันฝุ่นครับ หากไม่มีจริงๆ สวมหน้ากากอนามัยก็ยังดี ลดความรุนแรงของโรค เพื่อสุขภาพปลอดภัยครับ

ในช่วงที่ค่าฝุ่นและมลพิษเกินมาตรฐานแบบนี้ พบว่าพี่น้องประชาชนยังสวมหน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่นกันน้อยมาก อาจจะเพราะหน้ากากกันฝุ่น N95 มีราคาสูงหรือหายาก แต่ถ้าไม่มีหน้ากาก N95 จริงๆ อย่างน้อยสวมหน้ากากอนามัยก็ยังดีกว่าไม่สวมครับ และควรหลีกเลี่ยงการอยู่นอกอาคารด้วยเพื่อสุข ภาพของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว เพราะ PM2.5 เป็นอันตรายต่อระบบสมอง หลอดเลือด และหัวใจครับ

ที่ผ่านมา กทม.ได้จัดเจ้าหน้าที่ 50 เขต และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข กทม.ลงพื้นที่ให้ความรู้ในการป้องกันตัวเองจากฝุ่นและมลพิษ รวมถึงแจกหน้ากากอนามัยแก่พี่น้องประชาชนและเด็กๆในโรงเรียน มาตั้งแต่ช่วงที่ค่าฝุ่นสูงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปีที่แล้วกทม.ได้แจกจ่ายหน้ากากอนามัยให้กับประชาชนจำนวนมากกว่า 100,000 ชิ้นปีนี้ก็ยังคงแจกอย่างต่อเนื่องครับ รวมถึงกำชับให้โรงเรียนงดกิจกรรมกลางแจ้งทุกประเภทในช่วงที่ค่าฝุ่นสูงด้วย

กทม.มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัด ร่วมกันหารือกันว่าเมื่อค่าฝุ่นเกินมาตรฐานที่ 76 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรแล้ว การสั่งปิดโรงเรียนหรือหยุดการประกอบกิจการบางประเภทจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนได้หรือไม่

อย่างไร รวมไปถึงการหารือมาตรการป้องกันและบรรเทาฝุ่นมลพิษ ควบคู่ไปกัยมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ปัญหาการขาดแคลนน้ำ และปัญหาไฟไหม้หญ้าซึ่งก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้เกิด PM2.5 อีกด้วย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

โซเชียลเดือด! กระทุ้งรัฐเร่งสางฝุ่นพิษ - แนะกทม.ปิดโรงเรียน

โพล เผย คนกรุงมองหน่วยงานรัฐไร้ประสิทธิภาพแก้ "วิกฤตฝุ่น"

 

 

 


ไทยพีบีเอสแจกหน้ากากกันฝุ่น PM 2.5

Tue, 21 Jan 2020 14:06:00

วันนี้ (21 ม.ค.2563) สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส มูลนิธิไทยพีบีเอส ร่วมกับสำนักงานเขตหลักสี่ และศูนย์บริการสาธารณสุข 53 ทุ่งสองห้อง พร้อมอาสาสมัคร ลงพื้นที่ซอยกำแพงเพชร 6 แยก 7 เพื่อรณรงค์แจกหน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่น PM 2.5 และเอกสารประชาสัมพันธ์ ถึงผลกระทบจากฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ซึ่งพบว่าหลายพื้นที่ใน กทม.มีค่าเกินมาตรฐาน โดยวันนี้ ได้แจกจ่ายให้กับประชาชนที่สัญจรผ่านไปมา รวมถึงชุมชนและตลาด เคหะทุ่งสองห้อง นักเรียนโรงเรียนเคหะทุ่งสองห้องวิทยา 1

 


นายชาญชัย ทองสัมฤทธิ์ รักษาการผู้อำนวยการสำนักสื่อสารและภาคีสัมพันธ์ ไทยพีบีเอส กล่าวถึง กิจกรรมในวันนี้ เป็นวันเริ่มต้นที่ได้ลงมายังชุมชน ซึ่งหลังจากนี้จะดำเนินการกิจกรรมเพื่อสังคมดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง โดยในวันนี้ได้แจกหน้ากากอนามัยให้ประชาชนรวมประมาณ 1 พันชิ้น

 


กำหนดการกิจกรรมไทยพีบีเอสแจกหน้ากากกันฝุ่น PM 2.5 ดังนี้

วันที่ 22 ม.ค. เช้าที่ชุมชนชินเขต 500 ชิ้น  บ่ายที่ชุมชนบางบัว 500 ชิ้น

วันที่ 23 ม.ค. เช้าที่โรงเรียนวัดหลักสี่  850 ชิ้น บ่ายที่โรงเรียนบางเขนไว้สาลีอนุสรณ์ 1,060 ชิ้น

วันที่ 24 ม.ค. เช้าที่สำนักงานเขตหลักสี่  500 ชิ้น  ช่วงสายที่ สน.ทุ่งสองห้อง 400 ชิ้น  รวมแจกหน้ากากทั้งสิ้น  7,370  ชิ้น

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อย้ำและกระตุ้นเตือนประชาชนให้ตระหนักถึงปัญหา และการป้องกันตัวเองจากฝุ่นขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน ซึ่งพบว่ามีผลกระทบกับการหายใจเข้าไปสู่ปอด โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง คือ ผู้สูงวัย และเด็ก

 

 

 


"วราวุธ" ลั่นไม่มี 2 มาตรฐานเช็กบิล "กนกวรรณ" งาบเขาใหญ่

Tue, 21 Jan 2020 13:02:00

วันนี้ (21 ม.ค.2563) นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่ จ.นราธิวาส กรณีนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.กระทรวงศึกษาธิการ ถูกกล่าวหาว่าครอบครองที่ดินที่อยู่ในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ว่า มีทั้งกรณีการเข้าไปบุกรุกนอกโฉนด โดยเจ้าหน้าที่แจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว

ส่วนบริเวณที่มีข้อกังขาว่ามีการออกโฉนด หรือเอกสารสิทธิ์ทับซ้อนกับพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ก็ต้องมีการตรวจสอบว่าโฉนดแปลงนั้นมาได้อย่างไร มาจากใบ สค.หรือไม่ หรือมีมาตั้งแต่ก่อนประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อปี 2505 แล้วตกทอดมาเรื่อยๆ จนกลายมาเป็นโฉนดในปัจจุบัน หรือมีการทับซ้อนกันจริง

นายวราวุธ กล่าวว่า ขณะนี้กรมอุทยานฯ กำลังตรวจสอบการครอบครองต้องมีการไปตรวจสอบไล่เรียงว่าเกิดมาอย่างไร หากพบว่าเอกสารแสดงสิทธิ์ครอบครองที่ดินออกมาก่อนการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ก็เป็นสิทธิ์ที่เขาสามารถอยู่ได้ แต่ถ้ามีการประกาศเป็นเขตพื้นที่อุทยานไปแล้ว แล้วเขามาครอบครองที่ดินภายหลัง ก็ถือว่าเป็นการบุกรุกพื้นที่อุทยานฯ

ยืนยันทส.ให้ความสำคัญกับการดำเนินการตามกฎหมาย ใช้กฎหมายและมีมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นใคร หากพบว่ามีการออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบ ก็ต้องถูกดำเนินการตามกฎหมาย ไม่มีอะไรต้องหนักใจ 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง แจ้งจับ "นักการเมืองดัง" ปราจีนบุรี งาบป่าเขาใหญ่

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช

ยึดข้อกฎหมาย-ไม่ละเว้น

นายวราวุธ ตอบคำถามสื่อที่ถามว่าผู้ถูกกล่าวหา เป็นรัฐมนตรีร่วมรัฐบาล จะเกิดปัญหาในการตรวจสอบ จะถูกมองว่าเป็นการลูบหน้าปะจมูกหรือไม่ว่า โดยยืนยันว่า กฎหมายเป็นฉบับเดิม ไม่มีปัญหา ทุกอย่างว่ากันไปตามตัวหนังสือ และตามบทบัญญัติของกฎหมายที่มี ส่วนที่มีการไปแผ้วถางในพื้นที่นอกโฉนดที่มีอยู่ในปัจจุบัน ทางทส.ได้แจ้งความแล้ว

ส่วนระยะเวลาตรวจสอบนานแค่ไหน นายวราวุธ กล่าวว่ากำลังรอการรายงานจากกรมอุทยานฯ รอให้ผู้เกี่ยวข้องทั้งกรมที่ดิน กรมป่าไม้ และกรมอุทยานฯ พูดคุยให้ได้ข้อสรุปว่าเอกสารดังกล่าวออกมาเมื่อไหร่ ยังตอบไม่ได้ว่าเจ้าหน้าที่จะใช้เวลาในการตรวจสอบนานแค่ไหน แต่เป็นที่สิ่งที่หลายคนให้ความสนใจ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งดำเนินการตรวจสอบ

ให้ป.ป.ช.สอบนักการเมืองถือครองที่ดิน

เมื่อถามอีกว่าทาง ทส.ตรวจพบว่ามีนักการเมืองคนอื่นเข้าไปถือครองพื้นที่ที่บุกรุกป่าเช่นนี้อีกหรือไม่ นายวราวุธ​ กล่าวว่า  ถ้าจะไปตรวจสอบ ส.ส.ทั้ง 500 คน ก็คงต้องให้เจ้าหน้าที่ ไปไล่ดูเอกสาร จากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจิตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) คงไม่มีเวลาขนาดนั้น วันนี้เท่าที่ได้รับรายงานว่ายังไม่ทราบว่ามีรายอื่นอีกหรือไม่ แต่หากอยากให้ทส.ขึ้นหน้าสื่อ ก็คงมีเข้ามาอีก 

ส่วนกรณีที่นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน ทวงถามถึงความคืบหน้าคดี น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ  ครอบครองที่ดิน ส.ป.ก.682 ไร่ว่า ได้รับรายงานจากกรมป่าไม้ว่า ได้ไปชี้แจงกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นรอบที่ 2 ต้องการขอข้อมูลเพิ่มเติม หากคณะกรรมการ ตอบกลับมา พร้อมดำเนินการได้ทันที ไม่มีปัญหาอะไร

ขอให้ว่ากันไปตามกระบวนการ ไม่มีการละเว้น หรือปฏิบัติเป็นพิเศษ ยืนยันอีกครั้งว่าไม่ได้ล่าช้า ตอนนี้ยังยืนอยู่และยันอยู่ด้วย
ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ส.ป.ก.เตรียมลุยรื้อฟาร์มไก่ "ปารีณา" 9 ม.ค.นี้

ด่วน! "ปารีณา" ถอยยอมคืนที่ดิน ส.ป.ก. 682 ไร่

 

 


โซเชียลเดือด! กระทุ้งรัฐเร่งสางฝุ่นพิษ - แนะกทม.ปิดโรงเรียน

Tue, 21 Jan 2020 11:06:00

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

คนกรุงอ่วม! ลมสงบ-เจอภาวะ "ฝาชีครอบ" ทำฝุ่นสะสม

ค่าฝุ่น PM 2.5 กรุงเทพฯ-ปริมณฑล ยังพุ่งเกินมาตรฐาน

วันนี้ (21 ม.ค.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์สภาพอากาศปิด ทำให้ กทม.และปริมณฑล เมื่อเวลา 09.00 น.ยังมีปัญหาฝุ่น PM 2.5 เกินมาตรฐานต่อเนื่องเกือบสัปดาห์ จนมีผลกระทบต่อสุขภาพ ตรวจพบค่าระหว่าง 47-76 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งโรงเรียนริมถนนที่มีปัญหาการจราจรหนาแน่น มีการขอความร่วมมือให้ผู้ปกครองมาส่งบุตรหลานดับเครื่องยนต์ และสวมหน้ากากอนามัยให้เด็กๆ 

ไทยพีบีเอสออนไลน์ สำรวจโรงเรียนเอกชนย่านหลักสี่ ครูฝ่ายปกครองมีการประกาศให้ผู้ปกครองดับเครื่องยนต์ในระหว่างที่ป้อนข้าวลูกภายในโรงเรียน เนื่องจากเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดมลพิษ รวมทั้งยังขอให้สวมใส่หน้ากากอนามัยให้กับบุตรหลานอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังกำชับให้ครูดูแลเด็กเล็กไม่ให้ออกมาวิ่งเล่นกลางแจ้ง  ขณะที่โรงเรียนนำป้ายประกาศค่าดัชนีคุณภาพอากาศมาติดแสดงเพื่อให้ผู้ปกครอง และนักเรียนได้ดูรายละเอียดต่่างๆหลายๆจุดทั้งบริเวณหน้าเสาธง และอาคารเรียน 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง เช้านี้ ฝุ่น PM2.5 เกินมาตรฐานหลายพื้นที่ หนักสุดริมถนนสามเสน

 

ส่วนความเคลื่อนไหวในโซเชียลหลังจากค่าฝุ่น PM 2.5 มีแนวโน้มเกินค่ามาตรฐานตลอดสัปดาห์ ในทวิตเตอร์มีติดแฮชแท็กคำว่า#ฝุ่นกทม. #ฝุ่นPM25 #ฝุ่นกรุงเทพ #PM25 โดยชาวโซเชียล กังวลถึงปัญหาที่เกิดขึ้น และเรียกร้องให้ภาครัฐมีความเข้มข้นกับการแก้ปัญหา

ผู้ใช้ทวิตเตอร์ ball@Sompop_ball ระบุว่า ควรประกาศให้ระวังอันตรายจากฝุ่นแบบจริงจังแล้ว!! บรรยากาศเช้านี้ที่บางซื่อ 

 

นายศศิน เฉลิมลาภ โพสต์เฟชบุ๊กว่า วันนี้อาจถึงเวลาสั่งปิดโรงเรียนสองอาทิตย์และขอความร่วมมืองดออกจากบ้าน

 

ขาดมืออาชีพแก้ปัญหาฝุ่น 

นอกจากนี้ นายศศิน ยังโพสต์เฟซบุ๊กว่า สิ่งที่ชัดเจนในท่ามกลางสลัวฝุ่น โดยระบุว่า ผู้นำประเทศไม่มีจิตวิทยาในการบริหารจัดการภาวะวิกฤติ และวิกฤติศรัทธา ทั้งในแง่ทักษะการบริหาร และการสื่อสาร ที่สำคัญคือความจริงใจในเรื่องความห่วงใยประชาชน

นอกจากนี้ การบริหารจัดการวิกฤติ ต้องใช้ "มือดี" เพื่อบรรเทาปัญหา หรือ อย่างน้อยที่สุด ทำให้มีความหวังบ้างต้องดูไล่ลงมา มือดีต้องมีความรู้ กล้าตัดสินใจ มีทีมงาน และทุ่มเท
มือดีที่ว่า เป็นใคร

พอคิดและลิสต์มาทั้งหมดในหัวข้อ 2 ก็ต้องย้อนไปดู ข้อ 1

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง คพ.ตอบ "โจอี้ บอย" ไม่นิ่งนอนใจแก้ฝุ่น PM2.5

"ทราย" โพสต์ถามผู้นำลองนั่งรถเมล์ร้อนตระเวนกรุง

ส่วนดารานักแสดงทราย เจริญปุระ โพสต์เฟซบุ๊กว่า อยากจัดค่ายผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานราชการและประเทศ ออกเดินทางด้วยรถเมล์ครีมแดง ออกจากรัฐสภา วนรอบกรุงเทพ จรดมีนบุรี หนองแขม บางนา บางขุนเทียน ตลิ่งชัน วนยังไงก็ได้ให้ครบ 4 ชั่วโมง เท่าเวลาเฉลี่ยที่คนกรุงเทพ ใช้ในการเดินทางไปทำงานทุกวัน เมื่อกลับมาถึงให้ยืนเข้าแถวเคารพธงชาติ ตั้งแถวจนกว่าแถวจะตรง ใครคุยหรือยุกยิกทดเวลาเพิ่มไปอีกห้านาที เคารพธงชาติ สวดมนต์​ ฟังประชาชนให้โอวาท ฟังเราพูดจนกว่าเราจะพอใจ (เราพูดอยู่ในห้องแอร์ที่มีเครื่องฟอกอากาศ Dyson) จากนั้นให้เดินเรียงแถวไปประชุม ถ้าแถวไม่ตรงกลับมาเดินใหม่

ที่ประชุมวันนี้ไม่ได้อยู่ในห้องประชุม แต่เราจะเช่าเตนท์มากางให้กลางสนาม ติดตั้งระบบเสียงอย่างดี ประชุมแบบเอาท์ดอร์กันดูหน่อยซิ อาหารการกินครบถ้วน ขาดอย่างเดียวคือหน้ากากกันฝุ่น ขอโทษทีไม่มีแจก ประชุมเลิกซักห้าโมงเย็น เดี๋ยวให้รถเมล์มินิบัสพาไปส่งที่บ้าน พร้อมอาหารเย็นใส่กล่องให้ไปด้วย ใจดี  แล้วมาดูกันซิว่าจะยังนิ่งเฉยอยู่อีกไหม

 

ชง 17 มาตรการแก้ปัญหาระยะสั้น

ด้านนายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวถึงมาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ว่า คพ.ได้ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหา ได้ข้อสรุปเกี่ยวกับมาตรการแก้ไขและป้องกันทั้งหมด 17 มาตรการ และเตรียมนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ โดยมาตรการระยะสั้น จะเกี่ยวข้องกับการห้ามไม่ให้รถบรรทุกวิ่งในถนนบางจุด การควบคุมภาคอุตสาหกรรมอย่างจริงจัง ดำเนินมาตรการเกี่ยวกับการเผา ควบคุมการก่อสร้างในเมือง การตั้งจุดตรวจจุดสกัดรถควันดำเป็น 50 จุดทั่วกรุงเทพมหานคร เป็นต้น เชื่อว่าหากที่ประชุมครม.มีมติออกมา ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องปฏิบัติตาม และจะสามารถแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองที่เกิดขึ้น

เปิดสถิติค่าฝุ่นพุ่ง 7 วันติด

ขณะที่จากการตรวจสอบข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) พบว่าตั้งแต่วันที่ 14-20 ม.ค.นี้ ค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมงของ PM 2.5 ณ เวลา 07.00 น. (มคก.ต่อลบ.ม.) ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล วันที่ 14-20 ม.ค.2563 เริ่มมีแนวโน้มค่าฝุ่นสูงขึ้น 

 

 

 


"ไทยพีบีเอส" แจกหน้ากากกันฝุ่น PM 2.5 ให้นักเรียนทุ่งสองห้อง

Tue, 21 Jan 2020 09:28:00

 

วันนี้ (21 ม.ค.2563) ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอสออนไลน์ รายงานว่า ฝ่ายสื่อสารองค์การ และฝ่ายเครือข่ายและชุมชนสัมพันธ์ องค์การประจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส ลงพื้นที่แจกหน้ากากกันฝุ่น PM 2.5 ให้กับเด็กๆ และผู้ปกครองโรงเรียนเคหะทุ่งสองห้องวิทยา 1 และพี่น้องชุมชนเคหะทุ่งสองห้อง โดยมี นายชาญชัย ทองสัมฤทธิ์ รักษาการผู้อำนวยการสำนักสื่อสารและภาคีสัมพันธ์ นายวีริศ หุ่นเจริญ ผู้ประกาศข่าว และ น.ส.แขณภา สหกิจรุ่งเรือง พิธีกรรายการวันใหม่วาไรตี้ ร่วมแจกหน้ากากและให้ความรู้กับประชาชนถึงวิธีการป้องกันตนเองจากฝุ่นพิษและวิธีการใส่หน้ากากกันฝุ่นที่ถูกต้อง ซึ่งมีประชาชนให้ความสนใจเข้ารับหน้ากากกันฝุ่นเป็นจำนวนมาก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เช้านี้ ฝุ่น PM2.5 เกินมาตรฐานหลายพื้นที่ หนักสุดริมถนนสามเสน

https://news.thaipbs.or.th/content/288148

 

 


คพ.ตอบ "โจอี้ บอย" ไม่นิ่งนอนใจแก้ฝุ่น PM2.5

Mon, 20 Jan 2020 19:12:00

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

คนกรุงอ่วม! ลมสงบ-เจอภาวะ "ฝาชีครอบ" ทำฝุ่นสะสม

ค่าฝุ่น PM 2.5 กรุงเทพฯ-ปริมณฑล ยังพุ่งเกินมาตรฐาน

เตือน! ผู้ปกครองดูแลเด็ก "กลุ่มเสี่ยง" ช่วงฝุ่นพิษเกินมาตรฐาน

โพล เผย คนกรุงมองหน่วยงานรัฐไร้ประสิทธิภาพแก้ "วิกฤตฝุ่น"


กรณีที่นักร้องชื่อดัง "โจอี้ บอย" โพสต์เฟซบุ๊ก Apisit Joeyboy Opasaimlikit เมื่อวันที่ 18 ม.ค.ที่ผ่านมา เกี่ยวกับสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ว่า "สงสัยเหลือเกิน ว่าไม่มีใครกลัวเลยเหรอ? หรือคนที่ต้องรับผิดชอบเค้าไม่กลัวพวกเราเป็นอะไรเลยเหรอ?" และล่าสุดวันนี้ (20 ม.ค.2563) โจอี้ บอยก็ได้โพสต์รูปเครื่องฟอกอากาศ พร้อมระบุข้อความว่า "ในบ้านอย่าคิดว่ารอดกันนะครับ เครื่องฟอกในบ้านนี่เตือนแดงตลอดเวลา #PM25" ซึ่งมีประชาชนเข้าไปแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก

 

นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวว่า ขอบคุณโจอี้ บอย ที่ห่วงใยเรื่องสถานการณ์ฝุ่นละอองที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้เร่งดำเนินการแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่เป็นผลมาจากสภาพภูมิอากาศในขณะนี้ ทำให้ฝุ่นไม่สามารถลอยขึ้นไปในชั้นบรรยากาศได้ ประกอบกับการจราจรที่หนาแน่น ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ได้ดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง

ชง ครม.เคาะมาตรการเพิ่มเติมแก้ฝุ่นพิษ

ขณะที่คณะกรรมการควบคุมมลพิษได้ประชุมและวางมาตรการเพิ่มเติมกว่า 12 มาตรการ เพื่อยกระดับการป้องกันและแก้ไขปัญหา โดยจะเสนอต่อ ครม.สัญจรในวันที่ 21 ม.ค.นี้ ซึ่งเป็นมาตรการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ อาทิ

ซึ่งมาตรการเหล่านี้ ภาครัฐพยายามที่จะให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกันและเป็นข้อบังคับให้หน่วยราชการนำไปปฏิบัติ เพื่อเแก้ไขปัญหาไม่ให้เกิดฝุ่น PM2.5 ที่จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน

 

อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ระบุอีกว่า จนถึงขณะนี้ ค่าฝุ่น PM2.5 จากการวัดของหน่วยงานกรมควบคุมมลพิษและกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีสถานีกว่า 54 สถานีครอบคลุมทั่วกรุงเทพฯ โดยค่าฝุ่น PM2.5 ทุกสถานี ยังอยู่ในค่า "สีส้ม" คือไม่เกิน 90 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ยกเว้นริมถนนสามเสน เขตพระนคร ที่มีค่า PM2.5 อยู่ที่ 95 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

ดังนั้นค่าฝุ่น PM2.5 จากสถานีของกรมควบคุมมลพิษและกรุงเทพมหานคร เป็นค่าที่ถูกต้อง เพราะเป็นสถานีที่ได้รับการรับรองจากองค์การ US-EPA และมีมาตรฐานที่ถูกต้อง และมีความแม่นยำ เนื่องจากมีการสอบเทียบอย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งยังเป็นเครื่องมือที่มีระบบดักจับค่าความชื้น ไม่ให้ไปเพิ่มตัวเลขในการแสดงค่า PM2.5 ซึ่งปกติแล้ว หากเครื่องมือที่ไม่มีอุปกรณ์ดักจับค่าความชื้นจะส่งผลทำให้การอ่านค่า PM2.5 สูงขึ้นมากกว่าปกติ 2 เท่า พร้อมกันนี้ขอเชิญชวนประชาชนดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Air4Thai ซึ่งจะมีการรายงานค่าฝุ่น PM2.5 ได้ตามมาตรฐานและเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง

 

 

 


คพ.-ส.อ.ท.เล็งใช้ถุงพลาสติกแบบหนาทดแทน "ก๊อบแก๊บ"

Mon, 20 Jan 2020 13:22:00

กรณีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) รณรงค์ให้ร้านสะดวกซื้อ และห้างสรรพสินค้างดการใช้ถุงพลาสติก ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา วันนี้ (20 ม.ค.2563) นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวว่า ขณะนี้ทางคพ.ได้หารือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เกี่ยวกับทางเลือกในการใช้ถุงพลาสติกแบบหนาที่มีขนาด 45-50 ไมครอนมาใช้แทนถุงพลาสติกหูหิ้วขนาด 36 ไมครอนที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง เนื่องจากมองว่าถึงแม่จะตั้งเป้าลดถุงพลาสติกหูหิ้วที่ใช้มากถึง 45,000 ล้านใบลงได้ แต่ในกลุ่มตลาดสด และร้านค้าโชว์ห่วยยังลดได้น้อย

อธิบดี คพ.กล่าวอีกว่า ขณะนี้กำลังมองว่าถ้ามีถุงพลาสติกแบบหนา ใช้ได้ประมาณ 30 ครั้งมาผลิตทด แทน และยังรีไซเคิลได้ โดยหารือกับนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดทส.ว่าวัตถุประสงค์คือไม่ต้องการขยะเพิ่ม แต่เน้นลดขยะถ้าใช้ซ้ำได้จะลดขยะลงไปได้ โดยถุงแบบหนา 1 กิโลกรัมจะมีประมาณ 80 ใบราคาเฉลี่ยใบละ 40-50 สตางค์ ส่วนถุงหูหิ้วใช้ครั้งเดียวมี 400 ใบต่อกิโลกรัมเฉลี่ย 20 สตางค์ต่อใบ'

 

ทั้งนี้พบว่าขยะถุงพลาสติก 45,000 ใบนั้น 30% มาจากห้างสรรพสินค้า-ร้านสะดวกซื้อ แต่อีก 30% มาจากร้านโชว์ห่วย และอีก 40% มาจากตลาดสด ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายต่อไปที่จะลดการใช้ลง

วันที่ 23 ม.ค.นี้จะหารือกับตลาดสดใน กทม.เช่น ตลาดยิ่งเจริญ ตลาดไท และตลาดสี่มุมเมือง ว่าจะเห็นด้วยกับแนวทางนี้หรือไม่ ถ้าสังคมยอมรับทางเลือกนี้ก็ได้ผลิตถุงแบบหนามาใช้แทนถุงก๊อบแก๊บ

ส.อ.ท.แนะขายถุงพลาสติก

ด้านนายอภิภพ พึ่งชาญชัยกุล รองประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศ ไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ขณะนี้นโยบายดังกล่าว เริ่มสร้างปัญหาให้กับผู้ประกอบการ และผู้บริโภคบ้างแล้ว โดยผู้ประกอบการบางราย มียอดขายลดลง เพราะผู้ซื้อนำสินค้ากลับบ้านได้ลำบาก ทำให้ร้านค้า และร้านสะดวกซื้อบางแห่งเริ่มนำถุงพลาสติก ที่ไม่พิมพ์โลโก้ร้านกลับมาให้บริการกับลูกค้าบ้างแล้ว

สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหา เสนอว่า รัฐบาลควรยกเลิกการใช้ถุงพลาสติกชนิดบาง แต่ยังเปิดให้ใช้ถุงพลาสติก แบบหนาตั้งแต่ 36 ไมครอนขึ้นไป เพื่อให้นำกลับมาใช้ใหม่ได้หลายครับ

รวมทั้งควรจะออกมาตรการให้จำหน่ายถุงพลาสติกแทนการแจกฟรี ในอัตรา ใบละ 2-3 บาท โดยแบ่งเป็นต้นทุนค่า ถุงพลาสติก และโครงการรักษาสิ่งแวดล้อมของร้านค้าไม่เกิน 50 สตางค์ต่อใบ ให้กับร้านค้า และที่เหลืออีก 1.50 - 2 บาท ก็นำส่งเข้ากองทุนต่างๆ เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม และการกำจัดขยะที่ถูกต้อง

นำถุงไปกำจัดถูกวิธี-ลดมลพิษตกค้าง

นอกจากนี้ ควรให้ห้างสรรพสินค้า ร้านค้าต่างๆ เป็นผู้รวบรวมถุงพลาสติกที่ชำรุดส่งไปกำจัดให้ถูกต้อง ไม่ให้มี ถุงพลาสติกสร้างมลพิษให้สิ่งแวดล้อม โดยให้ผู้บริโภคที่ใช้ถุงพลาสติกจนชำรุด สามารถนำมาแลกซื้อถุงใบใหม่ในราคาต่ำ เพื่อจูงใจให้นำถุงพลาสติกเข้าสู่ระบบกำจัดที่ถูกต้อง


มาตรการนี้ จะค่อยๆทำให้ถุงพลาสติกลดลง เพราะไม่ได้แจกฟรี ทำให้ผู้บริโภคนำถุงพลาส ติกเก่ากลับมาใช้งานมากขึ้น และยังเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าที่ลืมนำถุงมา

ที่สำคัญยังมีเงินไหลมาเข้ากองทุนเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยคาดว่าจะมีเงินเข้ากองทุนหลายพันล้านบาทต่อปี และคาดว่าภายใน 10 ปี จะลดขยะพลาสติกลงได้ 50% เละสามารถนำขยะพลาสติกเหล่านี้ไปรีไซเคิลได้ทั้งหมด

ส่วนการส่งเสริมให้มาใช้ถุงพลาสติกชีวภาพ มองว่าจะช่วยบรรเทาปัญหา แต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทั้งหมด เพราะการย่อยสลายของ ถุงพลาสติกชีวภาพจะต้องอยู่ในสภาวะที่เหมาะสม หากปล่อยทิ้งลงแม่น้ำ ลำคลอง ก็ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เกิดอันตรายได้แบบพลาสติกทั่วไป

สำหรับมาตรการต่างๆ ส.อ.ท.จะนำเสนอเข้าสู่คณะอนุกรรมการบริหารจัดการขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์ ที่อยู่ภายใต้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เพื่อร่วมกันผลักดันภับภาคเอกชนให้เป็นไปตามเป้าหมายต่อไป

 


"กระทิง" เขาแผงม้าเพิ่มเกือบ 300 ตัว เล็งผลักดันกลับเขาใหญ่

Mon, 20 Jan 2020 11:23:00

ไทยพีบีเอสออนไลน์ลงพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาแผงม้า อ.วังน้ำเขียว​ จ.​นครราชสีมา แหล่งท่องเที่ยวจุดชมกระทิง พบนักท่องเที่ยวทยอยเดินทางมารอดูกระทิงออกมาหากินในช่วงเย็นจำนวนมาก โดยในช่วงเย็นฝูงกระทิง 2 ฝูงใหญ่ เดินออกมาจากในป่าเพื่อเล็มหญ้ากินพร้อมโชว์ตัวให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก และดูผ่านกล้องส่องทางไกล

ภาพเมื่อวันที่ 16 ม.ค. 2563

ภาพเมื่อวันที่ 16 ม.ค. 2563


นายสิทธิชัย​ เสรีส่งแสง​ ผู้อำนวยการสำนักบริหาร​พื้นที่​อนุรักษ์​ที่​ 7​ (นครราชสีมา) ระบุว่า ปัจจุบันกระทิง​ที่เขาแผงม้า มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากเดิม 100 ตัว เป็นเกือบ 300 ตัว​ ทั้งนี้เป็นเพราะไม่มีการล่าจากมนุษย์มานานแล้ว หลังจากการประกาศให้พื้นที่บริเวณดังกล่าว เป็นเขตห้ามล่าพันธุ์สัตว์ป่า นอกจากนี้ในพื้นที่เขาแผงม้า ไม่มีสัตว์ผู้ล่า​ และมีแหล่งน้ำ แหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ เนื่องจากเจ้าหน้าที่จัดการหญ้าซึ่งเป็นแหล่งอาหารหลักของกระทิงอย่างใกล้ชิดและเพียงพอ ทำให้กระทิงเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง


นายสิทธิชัยเปิดเผยว่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาแผงม้า​ มีพื้นที่เพียง 5,000 ไร่​ ในอนาคตหากจำนวนกระทิงแออัดจนเกินไป​ กรมอุทยานฯ​ จึงมีแนวคิดที่จะต้อนฝูงกระทิงกลับไปยังผืนป่าเขาใหญ่ ​หรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาภูหลวง​ จ.นครราชสีมา ซึ่งอยู่ติดกัน


ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวที่มาชมกระทิงบนเขาแผงม้า ก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปีเช่นเดียวกัน ปี 2562 มีจำนวน 20,000 คน​ สามารถจัดเก็บรายได้ถึง 200,000 บาท ซึ่งจำเป็นต้องจัดพื้นที่ให้นักท่องเที่ยว​ ให้อยู่ในบริเวณที่จำกัดและไม่กระทบกับกระทิง

ลดความขัดแย้งชาวบ้าน-กระทิง สร้างรายได้ให้ชุมชน

นายจินดา ฉิมพลี เจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาแผงม้า ระบุว่า ในช่วงปี 2537 ตรงนี้มีกระทิงกลุ่มเดียวบนพื้นที่ 5,000 ไร่ ที่นี่เป็นแหล่งอาหารที่สมบูรณ์ เวลาผ่านมา 20 ปี กระทิงจากเขาใหญ่ก็เริ่มมองหาแหล่งอาหารที่สมบูรณ์ จึงอพยพมาเขาแผงม้าด้วย เนื่องจากเป็นป่ารุ่นสอง ไม่ใช่ป่าดิบ ทำให้มีพืชในพงหญ้าที่อยู่ใต้ร่มไม้ค่อนข้างเยอะ ก็มีอาหารสมบูรณ์ จำนวนกระทิงก็เพิ่มขึ้น

ภาพ : เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาแผงม้า

ภาพ : เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาแผงม้า


อีกส่วนที่ทำให้กระทิงเพิ่มขึ้น คือ การประกาศพื้นที่เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ทำให้มีการจัดการเขตพื้นที่ชัดเจน มีการจัดการแหล่งอาหาร และป้องกันสัตว์ที่ออกไปจากพื้นที่ ทำให้ปัจจุบันไม่มีการล่าสัตว์ป่าอีกแล้ว เนื่องจากไม่มีคนเข้ามาในพื้นที่ และกระทิงแทบจะไม่ออกจากพื้นที่เลย

ภาพ : เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาแผงม้า

ภาพ : เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาแผงม้า


ส่วนการแก้ปัญหาสัตว์ป่าในพื้นที่ เมื่อก่อนชาวบ้านทำตามวิธีการโบราณ คือ ดักจับ ยิง ฆ่า แต่ปัจจุบันเริ่มมองเห็นว่าเปลี่ยนเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ และสร้างรายได้เข้าชุมชน ชาวบ้านถือเป็นแนวร่วมที่ดี ที่ทำให้ไม่มีการล่ากระทิง แต่ก็ยังพบปัญหาอยู่บ้างเกี่ยวกับความขัดแย้ง เนื่องจากบางคนเข้ามาเช่าที่ทำเกษตรกรรม ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ใช่คนในพื้นที่ จึงไม่ทราบว่ามีช้างหรือกระทิงอาศัยอยู่ ทำให้กระทบกระทั่งกัน จึงอาจจะมีอารมณ์บ้าง

รั้วไฟฟ้าชั่วคราว 10 กิโลเมตร เป็นรั้วที่มีการจ่ายกระแสไฟตามจังหวะเข็มนาฬิกา ซึ่งกั้นกระทิงได้ประมาณ 70 % ทำให้บางครั้งกระทิงออกไปนอกพื้นที่ได้ และเข้าไปในพื้นที่เกษตร โดยเฉพาะไร่ข้าวโพดที่อยู่ติดกับเขาแผงม้า


ในกรณีที่กระทิงเข้าไปในพื้นที่เกษตรกรรม คนในพื้นที่ส่วนใหญ่ก็เริ่มเรียนรู้และให้ความร่วมมือในการดูแล เมื่อพบว่ากระทิงออกไปนอกเขตก็จะโทรแจ้งเจ้าหน้าที่หรือขี่รถจักรยานยนต์มาบอก เจ้าหน้าที่ก็จะรีบไปต้อนกลับเข้าพื้นที่ทันที โดยมีเจ้าหน้าที่ชุดผลักดันกระทิงอยู่ 2 ชุด ชุดละ 4 คนขึ้นไป ที่จะคอยลงตรวจสอบพื้นที่และไล่ต้อนกระทิงกลับเข้าพื้นที่

"ทองดี" ลูกแม่มะลิ ดาวเด่นเขาแผงม้า


ขณะที่นายพยนต์ จอมสระน้อย เจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาแผงม้า เล่าว่า ปกตินักท่องเที่ยวจะมาดูกระทิงในช่วงวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ และช่วงเทศกาล ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเตรียมตั้งกล้องส่องทางไกลไว้ให้นักท่องเที่ยว 2 ตัว บริเวณจุดดูกระทิง เนื่องจากแต่ละวันกระทิงจะออกมาในจุดที่แตกต่างกัน บางวันก็ใกล้ บางวันก็ไกลจากจุดดูกระทิง ซึ่งกล้องส่องทางไกลสามารถส่องได้ประมาณ 2 กิโลเมตร 

บางวันกระทิงก็เคยเข้ามาใกล้มากที่สุดเกือบติดรั้วไฟฟ้าที่จุดชมกระทิง เพื่อมากินน้ำที่แหล่งน้ำ โดยส่วนใหญ่กระทิงจะออกมาเป็นฝูง บางวันเคยนับได้มากสุดประมาณ 100 ตัว ที่ออกมากินหญ้าพร้อมกันเป็นฝูง

สำหรับดาวเด่นเขาแผงม้า นายพยนต์ ยกให้ "ทองดี" กระทิงตัวใหญ่ตัวเดียว ลูกของแม่มะลิ กระทิงชื่อดัง "ผากระดาษ" เขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จ.นครราชสีมา โดยลูกของแม่มะลิทั้งทองดีและทองแดงมักจะออกมาอวดโฉม เล็มหญ้าโชว์นักท่องเที่ยวเป็นประจำ แต่ทองดีจะชอบเดินติดแนวรั้วใกล้ชิดกับนักท่องเที่ยว โดยลักษณะเด่นของทองดี จะมีปลายเขาแตกทั้ง 2 ข้าง และตาบอด เนื่องจากมีการขับแย่งการเป็นจ่าฝูง แล้วเกิดบาดเจ็บในช่วงที่ปะทะกัน

ภาพเมื่อวันที่ 16 ม.ค. 2563

ภาพเมื่อวันที่ 16 ม.ค. 2563


ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์เขาแผงม้า ระบุว่า กระทิงเขาแผงม้า จะออกมาให้นักท่องเที่ยวชมแทบทุกวันเวลา 16.00 - 17.00 น. เพราะกระทิงหากินกลางคืน กลางวันก็จะกลับเข้าป่าไปนอน ปัจจุบันกระทิงที่เขาแผงม้ามีมากกว่า 250 ตัว หรือ 3 ฝูงใหญ่ แต่ในช่วงหน้าแล้งกระทิงจะกระจายฝูงกันอยู่และออกมาน้อยกว่าปกติ ฉะนั้น หากนักท่องเที่ยวจะมาชมกระทิงที่เขาแผงม้าจะได้พบกระทิงฝูงใหญ่ในช่วงหน้าฝน ตั้งแต่เดือน มิ.ย.เป็นต้นไป เพราะแหล่งน้ำและแหล่งอาหารอุดมสมบูรณ์

 

 


แจ้งจับ "นักการเมืองดัง" ปราจีนบุรี งาบป่าเขาใหญ่

Mon, 20 Jan 2020 10:31:00

วานนี้ (19 ม.ค.2563) พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ หัวหน้าชุดปฏิบัติการ ศูนย์การประสานการปฏิบัติที่ 4 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เข้าตรวจสอบ เนินเขาในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ พื้นที่ หมู่ 14 ต.เนินหอม อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี ใกล้อ่างเก็บน้ำคลองไม้ปล้อง หลังรับแจ้งว่า มีการนำรถแบคโฮ 3 คัน เข้าไปขุดปรับพื้นที่บนเนินเขา

ขณะเข้าตรวจสอบพบรถแบคโฮ กำลังทำงานขุดปรับพื้นที่ เจ้าหน้าที่จึงสั่งให้หยุดการทำงาน และสอบปากคำคนขับรถแบคโฮ ทราบว่า ถูกว่างจ้างให้เข้าปรับพื้นที่ ตั้งแต่ วันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา


ด้านนายไพโรจน์ กุหลาบวงษ์ อายุ 64 ปี แจ้งว่า เป็นตัวแทนเจ้าของที่ดินนำสำเนาเอกสารสิทธิ์โฉนดที่ดิน จำนวน 3 แปลง ของนายสุนทร วิลาวัลย์ พ่อขอนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.กระทรวงศึกษาธิการ มาแสดง เจ้าหน้าที่ได้บันทึกการตรวจสอบ และลงบันทึกประจำวันไว้ ที่สภ.เมืองปราจีนบุรี ไว้เป็นหลักฐาน

จากการตรวจสอบ พบว่าที่ดินทั้ง 3 แปลง บุกรุกเข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ 6 จุด คิดค่าเสียหายเบื้องต้นเป็นเงิน 1.7 ล้านบาท
ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช

อ้างมีโฉนดตั้งแต่ปี 2536 

ไทยพีบีเอสสัมภาษณ์ แหล่งข่าวจากกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช ระบุว่าจากการการตรวจสอบที่ดินที่ถูกบุกรุก 6 แปลงรวมเนื้อที่ 11 ไร่เศษ เป็นการมีดังนี้

 

เบื้องต้นพบว่า ที่พบการบุกรุกออกนอกโฉนดที่ดิน มีชื่อเจ้าของที่ดินเป็นนักการเมืองชื่อดังใน จ.ปราจีน บุรี นอกจากบริเวณนี้แล้วเจ้าหน้าที่อุทยาน  แจ้งว่ายังมีโฉนดที่ดินของนักการเมืองดังกล่าว อยู่คาบเกี่ยวกับแนวเขตอุทยาน อีกหลายแปลง ซึ่งจะต้องตรวจสอบความถูกต้องการออกเอกสิทธิ์ต่อไป

เขาอ้างว่าที่ดินมีโฉนดออกตั้งแต่ปี 2536 จำนวน 3 แปลงบริเวณคลองไม้ป้อง ซึ่งเป็นเขตเขาใหญ่ในฝั่ง จ.ปราจีนบุรี ขณะที่เขาใหญ่ ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติปี 2505 ตรงนี้มีการแจ้งความดำเนินคดีแล้ว
ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช

 

"ดีเอสไอ" ตรวจสอบไว้ 22 แปลงยังไม่คืบ

แหล่งข่าวระบุว่า กรณีที่ดินของนักการเมืองคนนี้ พบว่าเมื่อ 5-6 ปีก่อนเคยมีการบุุกรุกที่ดินเขาใญ่ในฝั่งอ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี อีก 22 แปลง ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)ได้รับทำเป็นคดีพิเศษไปแล้วแต่ขณะนี้ยังต้องตามว่าคดีไปถึงไหนแล้ว ส่วนที่มีการจับล่าสุดเป็นการเปิดพื้นที่ใหม่  

การที่การเข้าอ้างโฉนด ทางกรมอุทยานฯมีการส่งเรื่องเข้าคณะทำงานชุดใหญ่ภายในสัปดาห์นี้ เร่งตรวจสอบแนวเขตแปลงที่ดินควบคู่กันไป และมั่นใจว่าจะเอาที่ดินเขาใหญ่ มรดกโลกคืนมาได้อย่างแน่นอน

แหล่งข่าวยอมรับว่า ปัญหาที่ดินในมิของนักการเมืองรอบเขาใหญ่ บางครั้งชาวบ้านไม่กล้าเข้ามาแจ้งกับทางอุทยานฯทำให้เกิดการบุกรุกขึ้น ขณะเดียวกันคนที่บุกรุก ก็จ้างให้คนที่เคยทำงานรังวัดแผนที่ของกรมอุทยาน กรมที่ดินมาทำให้ทำให้รู้หมดว่าเป็นช่องทางไหนที่จะซิกแซกได้ง่าย 

 

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช

 

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช

 

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช

 

 


คนกรุงอ่วม! ลมสงบ-เจอภาวะ "ฝาชีครอบ" ทำฝุ่นสะสม

Mon, 20 Jan 2020 10:30:00

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เตือน! ผู้ปกครองดูแลเด็ก "กลุ่มเสี่ยง" ช่วงฝุ่นพิษเกินมาตรฐาน

โพล เผย คนกรุงมองหน่วยงานรัฐไร้ประสิทธิภาพแก้ "วิกฤตฝุ่น"

คนกรุงอ่วม! ลมสงบ-เจอภาวะ "ฝาชีครอบ" ทำฝุ่นสะสม

โซเชียลเดือด! กระทุ้งรัฐเร่งสางฝุ่นพิษ - แนะกทม.ปิดโรงเรียน

วันนี้ ( 20 ม.ค.2563) นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า สถานการณ์ฝุ่นละอองรายชั่วโมง เวลา 06.00-07.00 น. ตรวจวัดค่าได้ 47-89 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม) ภาพรวมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นหลายพื้นที่จากเมื่อวาน (19 ม.ค.) มีพื้นที่ที่มีปริมาณฝุ่นละอองอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ (พื้นที่สีส้ม) 49 พื้นที่

สาเหตุของการเพิ่มขึ้นของค่าฝุ่นละอองในเช้าวันนี้ ยังคงเกิดภาวะลมสงบตั้งแต่ช่วงกลางคืนวันที่ 19 ม.ค. ต่อเนื่องถึงเช้าในหลายพื้นที่ของ กทม.และปริมณฑล ทำให้การกระจายตัวของฝุ่นละลองยังคงอยู่ในระดับต่ำอยู่ ประกอบกับสภาพความกดอากาศในพื้นที่ประเทศไทย เมื่อคืนที่ผ่านมาเกิดภาวะฝาชีครอบ (inversion) ในระดับต่ำ 1 กม.(ปกติ ควรสูงกว่า 3.0 กม.) ทำให้ฝุ่นไม่สามารถลอยขึ้นไปได้ และยังคงมีการสะสมตัวของฝุ่นละอองตั้งแต่เมื่อวานต่อเนื่องมาจนถึงเช้าของวันนี้เพิ่มสูงขึ้น

ขณะที่สถานการณ์การจราจร เมื่อวันที่ 19 ม.ค.ที่ผ่านมา ในช่วงกลางวันค่อนข้างจะหนาแน่นต่อเนื่อง ทำให้มีการสะสมตัวของฝุ่นละอองเพิ่มขึ้นจนทำให้ปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 ยังคงอยู่ในระดับที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพในช่วงเช้านี้

และจากสถานการณ์ฝุ่นละอองในช่วงเมื่อวานที่ผ่านมาเริ่มมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น คพ.ได้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันบูรณาการภารกิจตามแผนฯอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการอำนวยความสะดวกในการจราจร เพื่อลดปัญหาการจราจรติดขัด โดยทาง บก.จร.ได้จัดชุด เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรลงจัดการจราจรในพื้นที่ที่การจราจรติดขัดหนักอย่างต่อเนื่อง

 

เตือนประชาชนเฝ้าระวังสุขภาพ

จากสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 สูงเกินมาตรฐานในหลายพื้นที่ ในช่วงเวลานี้ กระทรวงสาธารณสุขได้แจ้งเตือน ให้ประชาชนที่อยู่ใน กลุ่มเสี่ยงทางสุขภาพที่จะได้รับผลกระทบจากฝุ่น PM2.5 ได้แก่ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัว ในพื้นที่ที่ฝุ่นละอองเกินมาตรฐานควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรม หรือออกกำลังกายกลางแจ้ง หากจำเป็นต้องออกนอกบ้านเป็นเวลานาน ควรสวมหน้ากากอนามัย เพื่อเป็นการป้องกันฝุ่นละออง รวมถึงป้องกันโรคติดต่อในระบบทางเดินหายใจ ซึ่งเป็นไป ตามหลักการป้องกันไว้ก่อน

 

เข้มงวดลดเผา ก่อมลพิษ

อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า สถานการณ์ฝุ่นละอองในหลายพื้นที่มีค่าเกินค่ามาตรฐานที่กำหนด กรมควบคุมมลพิษได้ดำเนินการประสานและขอให้เข้มงวดในมาตรการที่ได้ผ่านมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา ตามบัญชาท่านนายกรัฐมนตรี ที่ให้ทุกหน่วยงานเร่งรัด อย่างเข้มงวด และเร่งด่วนเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ ให้ดีขึ้น

หน่วยงาน เช่น กรมขนส่งทางบก กรมทางหลวง กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) กรุงเทพมหานคร กรมการขนส่งทางบก องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ กรมทางหลวง กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงเกษตรฯ จังหวัดปริมณฑล ยังคงดำเนินการตามมาตรการอย่างเข้มงวดต่อเนื่อง อาทิ จัดชุดตรวจการ 16 ชุด ตรวจทุกวัน วันที่ 19 ม.ค. 2563 ลงพื้นที่ตั้งจุดตรวจวัดควันดำรถบรรทุก และรถโดยสาร รวมทั้งสิ้น 304 คัน เข้มงวดการห้ามรถบรรทุกเข้าเขตกรุงเทพมหานครตามช่วงเวลาที่กำหนด เข้มงวดตรวจจับควันดำรถบรรทุกขนาดใหญ่และรถโดยสาร อำนวยความสะดวกด้านการจราจร เร่งการระบายรถโดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ก่อสร้างและกวดขันจับกุมรถจอดขวางการจราจร เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัด

 

รวมถึงรณรงค์ให้ผู้ใช้ทางหันมาใช้ M-Pass และ Easy Pass เพิ่มความคล่องตัวในการจราจร ควบคุมการระบายมลพิษทางอากาศอย่างเข้มงวด โดย กรอ.ประสาน โรงงานอุตสาหกรรมลดกำลังการผลิตในช่วงสถานการณ์ฝุ่นละอองสูง ไม่ให้มีการเผาในที่โล่งในพื้นที่ กทม และปริมณฑล จัดชุดเคลื่อนที่เร็ว เฝ้าระวังการเผาไหม้ข้างทาง พร้อมปฏิบัติการ 24 ชั่วโมง ควบคุมและลดฝุ่นจากการก่อสร้างรถไฟฟ้าและการก่อสร้างประเภทอื่นๆ พร้อมทั้งเร่งคืนผิวการจราจรให้แก่ประชาชนเพื่อลดปัญหาการจราจรที่ติดขัดในช่วงกลางวัน /แจ้งเตือนสถานการณ์และแนะนำการปฏิบัติตนของประชาชน โดยเฉพาะประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์

อากาศปิด ยังคงมีฝุ่นละอองสะสม

ข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยา สถานการณ์ในช่วงเช้านี้ ยังคงมีการสะสมตัวของฝุ่นละอองต่อเนื่อง จากภาวะสภาพอากาศปิด ลมสงบ จนกระทั่งในช่วงเที่ยงของวันนี้ การฟุ้งกระจายตัวของฝุ่นละอองจะเริ่มดีขึ้นเนื่องจากหลายพื้นที่ ในกทม.และปริมณฑลจะได้รับอิทธิพลลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็วสูงสุด 10-20 กม/ชม. และอาจมีโอกาสที่จะเกิดฝน ร้อยละ 10 ของพื้นที่

ข้อมูลการพยากรณ์อากาศรายสัปดาห์พบว่า ช่วงวันที่ 21-22 ม.ค.2563 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอุณหภูมิลดลง คลื่นอากาศในกระแสลมฝ่ายตะวันตกในระดับบนจะพัดผ่านประเทศเมียนมาเข้ามาปกคลุมภาคเหนือ 

 

ส่วนในช่วงวันที่ 22 - 24 ม.ค. 2563 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนที่ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้เคลื่อนที่ไปทางทิศตะวันออกลงสู่ทะเลจีนใต้มากยิ่งขึ้น ทำให้บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอุณหภูมิสูงขึ้น ทำให้มีลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากอ่าวไทยเข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกและภาคกลาง ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง

เนื่องจากในวันนี้เป็นวันต้นสัปดาห์ของการทำงาน การจราจรในภาพรวมของเช้านี้มีการจราจรที่หนาแน่นและติดขัดในหลายเส้นทาง ซึ่งสอดคล้องข้อมูลดัชนีรถติดจากมูลนิธิศูนย์ข้อมูลจราจรอัจฉริยะไทย และ บก.จร. สถานการณ์ภาพรวมในวันนี้อาจจะยังคงมีการสะสมของฝุ่นละอองอยู่ระดับหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม คพ. ยังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และดำเนินการแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสาธารณชนทราบเพื่อจะได้ดำเนินการเข้าไปบรรเทาสภาพปัญหา และเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบใช้เป็นข้อมูลในการดูแลตนเองต่อไป 

ประชาชนสามารถติดตาสถานการณ์คุณภาพอากาศแบบ RealTime ได้ทาง Air4Thai.com

 


"ศรีสุวรรณ" จ่อร้องป่าไม้-อุทยานฯ ปมโรงแรมรุกป่าเขาค้อทำขยะล้น

Mon, 20 Jan 2020 09:20:00

วันนี้ (20 ม.ค.2563) นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เปิดเผยว่า สมาคมฯ ได้เดินทางไปตรวจสอบเชิงลึกและเก็บข้อมูลโรงแรมที่ไม่มีใบอนุญาต ตาม พ.ร.บ.โรงแรม 2547 ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาโปลกหล่น ต.ทุ่งสมอ พื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาปางก่อและป่าวังชมภู เขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าห้วยน้ำโจนและป่าวังสาร เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าลุ่มน้ำป่าสักฝั่งซ้าย เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าห้วยทินและป่าคลองตีบ และป่าสงวนแห่งชาติและอุทยานแห่งชาติเขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งมีกว่า 600 โรงแรม

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า การตรวจสอบดังกล่าวพบว่า หลังจากเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา มีการนำขยะมาทิ้งหลายจุด และหลายพื้นที่ในที่รกร้างว่างเปล่า ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำ หรือพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1 เอ โดยไม่มีมาตรการการจัดเก็บและนำไปกำจัดตามหลักสุขาภิบาล ชี้ให้เห็นถึงการละเลยการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรปกครองท้องถิ่นในพื้นที่ และบางจุดมีการลักลอบเผาขยะจนก่อให้เกิดฝุ่นควันแพร่กระจายในวงกว้างด้วย

 

สำหรับสาเหตุสำคัญคือการปล่อยให้มีโรงแรมผิดกฎหมาย รีสอร์ท บังกะโล เกิดขึ้นเป็นจำนวนมากโดยไม่มีมาตรการควบคุมและจัดการที่ดีพอ ทำให้ขยะจากนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่เดินทางมาพักผ่อนและเที่ยวชมพื้นที่เขาค้อ ซึ่งเป็นป่าสงวนแห่งชาติ และบางส่วนเป็นอุทยานแห่งชาติเขาค้อ เกินศักยภาพของพื้นที่ที่จะรองรับได้ พร้อมตั้งข้อสงสัยว่าเหตุใดกรมป่าไม้ และกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช จึงไม่บังคับใช้กฎหมายให้เข้มงวด เช่นเดียวกันกับกรณีที่กรมป่าไม้ไปจัดการรีสอร์ทผิดกฎหมายในพื้นที่ม่อนแจ่ม จ.เชียงใหม่

สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนจะนำข้อมูลโรงแรม รีสอร์ท บังกะโลที่บุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ และอุทยานแห่งชาติเขาค้อ ไปร้องเรียนกับนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ และนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ให้บังคับใช้กฎหมายโดยเคร่งครัดในสัปดาห์

 


ค่าฝุ่น PM 2.5 กรุงเทพฯ-ปริมณฑล ยังพุ่งเกินมาตรฐาน

Mon, 20 Jan 2020 08:25:00

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

"นครสวรรค์" ค่าฝุ่น PM2.5 พีคสุดรอบ 10 วัน ผู้ว่าฯ ถกด่วนพรุ่งนี้

โพล เผย คนกรุงมองหน่วยงานรัฐไร้ประสิทธิภาพแก้ "วิกฤตฝุ่น"

คนกรุงอ่วม! ลมสงบ-เจอภาวะ "ฝาชีครอบ" ทำฝุ่นสะสม

"ไทยพีบีเอส" แจกหน้ากากกันฝุ่น PM 2.5 ให้นักเรียนทุ่งสองห้อง

 

วันนี้ (20 ม.ค.2563) กรมควบคุมมลพิษ รายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศ เวลา 08.00 น. พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล คุณภาพอากาศอยู่ในระดับ คุณภาพปานกลางถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยสารมลพิษทางอากาศที่ตรวจพบเกินมาตรฐานได้แก่ ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ตรวจพบค่าระหว่าง 47-90 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก.ต่อ ลบ.ม.) โดยพบพื้นที่ที่มีปริมาณฝุ่นละอองอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ (พื้นที่สีส้ม) 54 พื้นที่ เช่น บริเวณแขวงหิรัญรูจี เขตธนบุรี กรุงเทพฯ, ริมถนนกาญจนาภิเษก เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ, แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพฯ, แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ, แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ, แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ, ริมถนนพระราม 4 เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ

และริมถนนอินทรพิทักษ์ เขตธนบุรี กรุงเทพฯ, ริมถนนลาดพร้าว เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ, ริมถนนดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ, แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพฯ, แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ, ต.นครปฐม อ.เมือง นครปฐม, ต.บางกรวย อ.บางกรวย นนทบุรี, ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด นนทบุรี, ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง ปทุมธานี, ต.ทรงคนอง อ.พระประแดง สมุทรปราการ, ต.ปากน้ำ อ.เมือง สมุทรปราการ, ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน สมุทรสาคร

ขณะที่ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) ตรวจพบค่าระหว่าง 61-126 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (µg/m3) เกินมาตรฐานที่บริเวณ เกินมาตรฐานที่บริเวณ แขวงหิรัญรูจี เขตธนบุรี กรุงเทพฯ, ริมถนนดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ

ประชาชนสามารถติดตาสถานการณ์คุณภาพอากาศแบบ RealTime ได้ทาง Air4Thai.com 

ผู้ป่วย 4 กลุ่มโรคสังเกตอาการ

นพ.ขจรศักดิ์ แก้วจรัส รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากกรณีที่พบค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 สูงในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯและปริมณฑล นั้นได้สั่งการไปยังหน่วยงานในสังกัดให้ดำเนินการติดตามสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งสื่อสารและประชาสัมพันธ์ความรู้ในการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องแก่ประชาชน โดยเฉพาะประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง เนื่องจากค่า PM 2.5 ในแต่ละจุดในแต่ละเวลามีความแตกต่างกัน ผลกระทบต่อสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนจึงขึ้นอยู่กับหลายองค์ประกอบ ได้แก่ 

1.ตำแหน่งที่อยู่อาศัยหรือตำแหน่งที่ทำกิจกรรม 

2.ช่วงเวลาและระยะเวลาที่สัมผัส 

3.ชนิดของกิจกรรมที่ทำในพื้นที่ที่มีค่า PM 2.5 สูง เช่น ออกกำลังกายกลางแจ้ง ทำงานกลางแจ้งจะมีความเสี่ยงที่จะได้รับ PM 2.5 มากกว่า กลุ่มคนที่ออกกำลังกายในที่ร่ม หรือทำงานในอาคาร 

4.ปัจจัยเฉพาะบุคคล โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ กลุ่มเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ ผู้ที่มีโรคประจำตัว

โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคหืด ภูมิแพ้ หากได้รับมลพิษจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก เข้าสู่ร่างกาย อาจทำให้เกิดการเจ็บป่วยหรือมีผลกระทบต่อสุขภาพที่รุนแรงกว่าประชาชนทั่วไป

นพ.ขจรศักดิ์ กล่าวว่า ประชาชนที่มีบุคคลในครอบครัวที่ป่วยด้วย 4 กลุ่มโรคสำคัญ ขอให้สังเกตอาการ ดังนี้ 1.กลุ่มโรคหัวใจ และหลอดเลือด เช่น เหนื่อยง่าย หัวใจเต้นเร็ว 2.กลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจ เช่น คัดจมูก น้ำมูกไหล แสบจมูกและลำคอ 3.กลุ่มโรคผิวหนังอักเสบ เช่น อาการคันตามร่างกาย มีผื่นแดงตามร่างกาย และ 4.กลุ่มโรคตาอักเสบ เช่น อาการแสบหรือคันตา น้ำตาไหล และตาแดง หากสงสัยหรือมีอาการผิดปกติ ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว

 

ทั้งนี้ กรมควบคุมโรค ขอให้ประชาชนสังเกตและตรวจสอบคุณภาพอากาศในพื้นที่ เพื่อประเมินความเสี่ยงในการสัมผัสฝุ่นละอองอย่างเหมาะสม และขอให้ประชาชนลดการเพิ่มปริมาณฝุ่นละอองในอากาศ เช่น ลดการใช้รถยนต์และรถที่มีควันดำ หันมาโดยสารรถสาธารณะ ลดการเผาขยะ/หรือเผาในที่โล่งแจ้ง รวมถึงดูแลทำความสะอาดบ้านให้ปลอดฝุ่น โดยการใช้ผ้าชุบน้ำเช็ด ปิดประตู/หน้าต่างให้มิดชิด หากไม่จำเป็นไม่ควร ออกนอกบ้านหรือทำกิจกรรมนอกบ้าน เช่น ออกกำลังกายหรือทำงานกลางแจ้ง โดยเฉพาะบริเวณหรือเส้นทางที่มีฝุ่นขนาดเล็กหนาแน่น

หากจำเป็นควรป้องกันการสัมผัสฝุ่นให้น้อยที่สุด โดยการสวมหน้ากากป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก และที่สำคัญควรสวมใส่หน้ากากอย่างถูกวิธี 

นอกจากนี้ผู้ที่เดินทางด้วยรถจักรยานยนต์ ควรป้องกันตนเองโดยการสวมหน้ากาก แว่นตา เสื้อแขนยาว เพื่อป้องกันฝุ่น เพราะฝุ่นจะทำให้เกิดการระคายเคืองตาและผิวหนัง 

 

 


ฟักแล้ว 30 ตัว "ลูกเต่ามะเฟือง" หาดท้ายเหมือง

Mon, 20 Jan 2020 06:12:00

วันที่ 19 ม.ค.2563 เวลา 20.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) พร้อมด้วยพลเรือโท เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 และผู้บริหาร ทช. เดินทางไปศูนย์เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์เต่ามะเฟืองหาดท้ายเหมือง จ.พังงา หลังจากได้รับทราบว่า มีลูกเต่ามะเฟือง 1 ตัวได้ขึ้นมาจากหลุมฟักไข่เมื่อช่วงเช้า ซึ่งหลุมไข่เต่ามะเฟืองนี้ เป็นหลุมที่วางไข่เมื่อวันที่ 17 พ.ย.2562 นับเวลารวม 63 วัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง "เต่ามะเฟือง" ขึ้นวางไข่ชายหาดท้ายเหมือง จ.พังงา

กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

 

ต่อมา เจ้าหน้าที่ ทช.ร่วมกับอุทยานแห่งชาติเขาลำปี-ท้ายเหมือง วางแผนและขุดผ่ารังช่วยลูกเต่ามะเฟืองในการฟักหลุมแรกที่หาดท้ายเหมือง สรุปได้ลูกเต่ามะเฟือง 30 ตัว เป็นตัวที่แข็งแรง 24 ตัว จึงนำไปปล่อยลงทะเล ส่วนอีก 6 ตัว ยังอ่อนแอ จึงนำไปอนุบาลต่อก่อนพิจารณาปล่อยลงทะเลต่อไป ส่วนไข่ที่ไม่ได้ฟักมีรวม 55 ฟอง ได้นำไปฝังกลบใต้ผิวทรายบริเวณที่เดิม เพื่อให้มีการพัฒนาเป็นตัวที่สมบูรณ์อีกรอบ คาดว่าอีกประมาณ 1-2 วัน อาจจะฟักออกเป็นตัวเพิ่มอีก

กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

 

ทั้งนี้ บริเวณหลุมไข่เต่า ยังมีผู้แทนหน่วยงานในพื้นที่และประชาชนประมาณ 200 คน มาร่วมเป็นสักขีพยานเฝ้าดูการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และให้กำลังใจแก่ลูกเต่ามะเฟืองในการเดินลงทะเลอีกด้วย

กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

 

ขณะที่ ผศ.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านนิเวศทางทะเล และรองคณบดี คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ข้อความ "ทำความรู้จักกับเต่ามะเฟือง" โดยระบุว่า เริ่มจากดูรูปร่างของเต่าน้อยน่ารัก สังเกตขาคู่หน้าที่ยาวมาก ลักษณะเป็นใบพายช่วยพาตัวเองไปข้างหน้า เต่ามะเฟืองอาศัยกลางทะเลเปิด ไม่เข้าใกล้ฝั่งเหมือนเต่าตนุ เต่ากระ ขาหน้าจะยาวช่วยให้ว่ายน้ำเก่ง โดยเฉพาะลูกเต่า เมื่อลงสู่ทะเลแล้วจะว่ายน้ำอย่างเดียว เพราะธรรมชาติบอกให้ออกไปไกลฝั่งมากที่สุด เหตุผลคือใกล้ฝั่งศัตรูเยอะ ตกเป็นเป้าได้ง่าย

 

เมื่อว่ายออกไปไกลในทะเลเวิ้งว้าง ลูกเต่าตัวนิดเป็นเหมือนเศษชิ้นเล็ก ๆ กลางมวลน้ำมหาศาล ศัตรูในทะเลเปิดยังมีน้อยกว่า จะเห็นสีน้ำเงินอยู่ด้านบนคลุมจนหมดตัว หากนกทะเลมองลงมาก็ไม่เห็น เพราะสีเต่ากลืนไปกับสีมวลน้ำในที่ลึก หรือแม้เป็นสัตว์นักล่ากลางทะเลลึก พวกนี้มักวนเวียนอยู่ใกล้ผิวน้ำหากเต่าน้อยกำลังดำดิ่ง มองลงมายิ่งไม่เห็นใหญ่ แต่ใต้ท้องเป็นสีขาว หากผู้ล่าอยู่ข้างล่างลึกลงไป มองขึ้นมาจะเห็นแสงจ้าด้านบน สีท้องก็กลืนไปกับแสง เต่ามะเฟืองกินแมงกะพรุนเป็นหลัก ไม่ต้องใช้สีเพื่อการพรางตัวตามล่า แต่ใช้สีเพื่อพรางตัวหลบภัย มีการวิจัยในต่างประเทศพบว่าเต่ามะเฟืองจะว่ายน้ำตลอดเวลา และจะว่ายด้วยความเร็ว 0.5-0.8 เมตรต่อวินาทีถือว่าเร็วมาก โดยการว่ายมี 2 แบบ แบบแรก คือ ว่ายปกติจะโผล่มาหายใจ ดำดิ่งว่ายไปแล้วจะโผล่มาหายใจอีกครั้ง เรียกว่าการว่ายแบบ U-shape อีกแบบมักพบตอนกลางวัน จะว่ายแบบไฮสปีดกว่าแบบแรก วิธีนี้เต่าจะว่ายอยู่ในระดับความลึกราว 2 เมตร ซึ่งเต่ามะเฟืองจะไม่ค่อยพัก แตกต่างจากเต่ากระเต่าตนุที่พบว่าจะมีการพักตามพื้น เต่ามะเฟืองจะว่ายไปเรื่อย อาจมีพักบ้างนานๆ ครั้ง เพราะเต่ามะเฟืองหากินในระยะทางไกลมากเมื่อเทียบกับเต่าทะเลชนิดอื่น

กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

 

มีรายงานบอกว่า โดยปกติเต่ามะเฟืองมีพื้นที่หากินเกิน 4,000 กิโลเมตร ดำน้ำได้ลึกกว่าเต่าทะเลชนิดอื่น หากเป็นเต่าเต็มวัยอาจดำได้ลึกมากกว่า 1,000 เมตร และอยู่ได้นาน 85 นาที

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ฟักแล้ว! "ลูกเต่ามะเฟือง" โผล่จากหลุมไข่หาดท้ายเหมือง 

ข่าวดี! แม่เต่ามะเฟืองวางไข่หาดในทอน ย้ายหลุมจัดทีมเฝ้า 24 ชม. 

เดินเต่าพบหลุมไข่ "เต่ามะเฟือง" หาดบ่อดาน 

 


สำรวจจุดก่อสร้างเขื่อนน้ำยวม จ.แม่ฮ่องสอน ผันน้ำลงเขื่อนภูมิพล

Mon, 20 Jan 2020 05:56:00

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 19 ม.ค.2563 คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการบริหารจัดการลุ่มน้ำทั้งระบบร่วมกับคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาแนวทางการบริหารจัดการกลุ่มลุ่มน้ำเจ้าพระยา สภาผู้แทนราษฎร เดินทางศึกษาดูงานการบริหารจัดการลุ่มน้ำสาละวิน จ.แม่ฮ่องสอน ลุ่มน้ำปิง จ.เชียงใหม่ โดยล่องเรือตามลำน้ำเงา-น้ำยวม เพื่อดูพื้นที่จุดที่จะมีการสร้างอุโมงค์ผันน้ำ และพื้นที่คาดว่าจะถูกน้ำท่วมหลังการสร้างเขื่อนน้ำยวม เพื่อผันน้ำสู่เขื่อนภูมิพล

กมธ.ล่องเรือลำน้ำยวม-เงา ดูจุดสร้างอุโมงค์และเขื่อน

กมธ.ล่องเรือลำน้ำยวม-เงา ดูจุดสร้างอุโมงค์และเขื่อน

 

โครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพล และโครงการแนวส่งน้ำยวม-อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล ตั้งโครงการอยู่ที่ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน อ.ฮอด อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ อยู่ระหว่างการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพราะเป็นการผันน้ำผ่านลุ่มน้ำ มีพื้นที่ชลประทานเกิน 80,000 ไร่ และตั้งอยู่ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์เกิน 500 ไร่ขึ้นไป ซึ่งจะผ่านพื้นที่ป่าจำนวน 7 แห่ง คือ อุทยานแห่งชาติแม่เงา (เตรียมการ),ป่าสงวนแห่งชาติท่าสองยาง,ป่าสงวนแห่งชาติแม่แจ่มแม่ตื่น,ป่าสงวนแห่งชาติป่าอมก๋อย,ป่าสงวนแห่งชาติแม่ยวมฝั่งซ้าย และป่าสงวนแม่ยมฝั่งขวา

ความสมบูรณ์ของป่าและลุ่มน้ำยวม-เงา

ความสมบูรณ์ของป่าและลุ่มน้ำยวม-เงา

นายวีระกร คําประกอบ รองประธานคณะกรรมาธิการคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการบริหารจัดการลุ่มน้ำทั้งระบบคนที่หนึ่ง ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาแนวทางการบริหารจัดการกลุ่มลุ่มน้ำเจ้าพระยา เปิดเผยว่า เหตุผลที่มีโครงการเพื่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพล และโครงการแนวส่งน้ำยวม-อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล สืบเนื่องจากปัญหาปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล ที่มีความจุ 9,662 ล้าน ลบ.ม. ปัจจุบันมีน้ำเฉลี่ยไหลเข้าอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล 5,677 ล้าน ลบ.ม.ลดลงจากอดีตร้อยละ 12 ซึ่งไม่เพียงพอกับกับการใช้การเกษตรในลุ่มน้ำเจ้าพระยา และผลักดันน้ำเค็ม และยังลุ่มน้ำปิงตอนบนยังมีแนวโน้มใช้น้ำเพิ่มขึ้น มีความจำเป็นที่จะต้องหาแห่งน้ำมาเพิ่มเติมโดยโครงการผันน้ำยวมจึงเป็นหนึ่งทางเลือกนั้น

 

นายวีระกร คําประกอบ ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการบริหารจัดการลุ่มน้ำทั้งระบบ สภาผู้แทนราษฎร

นายวีระกร คําประกอบ ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการบริหารจัดการลุ่มน้ำทั้งระบบ สภาผู้แทนราษฎร

 

ด้านนายพลมงคล ชิดชอบ ผู้อำนวยการส่วนวางโครงการที่ 1 สำนักบริหารโครงการ กรมชลประทาน เปิดเผยว่า โครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพล และโครงการแนวส่งน้ำยวม-อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล เริ่มมีการศึกษาเมื่อช่วงปีที่ผ่านมา แต่โครงการช่วงนั้นศึกษาโดยกรมพลังงานทดแทน มุ่งเน้นเพื่อการผลิตกระแสไฟฟ้า แต่ปัจจุบันเกิดวิกฤตน้ำต้องการสร้างความมั่นคงน้ำในลุ่มน้ำภาคกลาง จะต้องหาน้ำมาเพิ่มเติมเขื่อนภูมิพล โดยเฉพาะน้ำที่ไหลออกนอกประเทศไม่ได้ถูกนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์มากมาย จึงมีการผันน้ำ

พลมงคล ชิดชอบ ผู้อำนวยการส่วนวางโครงการที่ 1 สำนักบริหารโครงการ กรมชลประทาน

พลมงคล ชิดชอบ ผู้อำนวยการส่วนวางโครงการที่ 1 สำนักบริหารโครงการ กรมชลประทาน

 

ส่วนความคืบหน้าโครงการฯล่าสุดศึกษาเข้าคณะกรรมการชำนาญการ มีการรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมไปแล้ว 2 ครั้งมีข้อต้องปรับปรุงข้อกังวลสิ่งแวดล้อมหลาย ๆ เรื่อง เช่น พันธุ์ปลาหากมีการสร้างเขื่อนกั้นปลาจากแม่น้ำสาละวิน จะไม่สามารถขึ้นจากแม่น้ำเมย น้ำยวม น้ำเงา หรือ การผันน้ำจากบุ่มน้ำสาละวิน จะทำให้มีพันธุ์ปลาเอเลี่ยนสปีชีส์ หรือปลาพันธุ์ต่างถิ่นมารุกราน ทำร้ายปลาในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่งอยู่ระหว่างการออกแบบและสำรวจ หากผ่านการพิจารณาก็สามารถตั้งงบเพื่อดำเนินการได้ทันที

บ้านเรือนชาวบ้านริมแม่น้ำยวม

บ้านเรือนชาวบ้านริมแม่น้ำยวม

 

ขณะที่ข้อกังวลที่ระดับน้ำที่จะท่วมบ้านเรือนของชาวบ้าน ผู้อำนวยการส่วนวางโครงการที่ 1 สำนักบริหารโครงการ กรมชลประทาน ยืนยันว่าระดับน้ำหลังการสร้างเขื่อนจะไม่สูงกว่าระดับน้ำที่เคยท่วมในฤดูฝน ซึ่งการมีเขื่อนและสถานีสูบน้ำจะช่วยควบคุมปริมาณน้ำ ขณะที่อุโมงค์ผันน้ำระยะทาง 61 กม.ยืนยันว่าจะมีการควบคุมปลาไม้ให้ผ่านไปในอุโมงค์

อุโมงค์ไม่ใช่อุโมงค์แรงดัน จะเป็นแบบเปิดมีอากาศด้านบน เหมือนปลาว่ายอยู่ธรรมดา ไม่ได้เป็นคล้ายท่อประปา แต่จะกันไม่ให้ปลาเข้าอุโมงค์ สถานีสูบมีการกำหนดให้มีคลื่นเสียงเพื่อกันไม่ให้เข้าใกล้ มีการทำตาข่ายดัก

 

ภาพจำลองโครงการสร้างเขื่อนและอุโมงค์เขื่อนน้ำยวม

ภาพจำลองโครงการสร้างเขื่อนและอุโมงค์เขื่อนน้ำยวม

ส่วนงบประมาณโครงการที่คาดว่าจะใช้ในการดำเนินการคาดว่าจะใช้งบประมาณ 70,000 ล้านบาท ยืนยันมีความคุ้มค่ากับการลงทุน เมื่อเทียบกับความมั่นคงในอนาคต และสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปในอนาคตจะมีความเสี่ยงมากขึ้น เขื่อนภูมิพลปัจจุบันมีความจุ 9,662 ล้าน ลบ.ม. มีน้ำไหลเข้าเขื่อนประมาณ 5,000 ล้าน ลบ.ม. น้ำไม่เต็มเขื่อนทุกปีถ้ามีโครงการนี้ไปเติม ประมาณ 1,700 -1,800 ล้าน ลบ.ม. ก็ได้น้ำมากกว่าครึ่งปริมาณน้ำที่เหลืออยู่ เมื่อคำนวณการลงทุนจะตกอยู่ที่ 5 บาท ต่อ ลบ.ม.จะสามารถเปิดพื้นที่การเกษตรในฤดูแล้งได้ประมาณ 1,060,000 ไร่ และจะไม่กระทบผู้ใช้น้ำลุ่มน้ำยวม-เงา เพราะจะผันน้ำเพียง 6 เดือนเท่านั้น

ตัวแทนชาวบ้านที่เข้าร่วมหารือกับคณะ กมธ. ยอมรับว่า ชาวบ้านกังวลกับการสร้างเขื่อนโดยเฉพาะอุโมงค์บริเวณหมู่บ้าน

ตัวแทนชาวบ้านที่เข้าร่วมหารือกับคณะ กมธ. ยอมรับว่า ชาวบ้านกังวลกับการสร้างเขื่อนโดยเฉพาะอุโมงค์บริเวณหมู่บ้าน

ด้านผู้นำหมู่บ้านแม่เงา หมู่ที่ 8 ต.แม่สวด อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ตัวแทนชาวบ้านที่เข้าร่วมหารือกับคณะ กมธ. ยอมรับว่า ชาวบ้านกังวลกับการสร้างเขื่อนโดยเฉพาะอุโมงค์บริเวณหมู่บ้าน แม้การศึกษาออกแบบจะไม่ให้กระทบกับชาวบ้านแม่เงา ชาวบ้านยืนยันว่า จุดจะเจาะอุโมงค์มีบ้านเรือนของชาวบ้านอาศัยอยู่ หากมีการก่อสร้างจะย้ายชาวบ้านที่อาศัยอยู่ไปอยู่ที่ไหน วิถีชีวิต และพื้นที่ดินทำกิน จะดูแลอย่างไร เพราะพื้นที่ชาวบ้านอาศัยและทำกินทั้งหมดอยู่ในพื้นที่ป่าที่อาศัยและทำกินมานาน

ภาพจำลองโครงการสร้างเขื่อนและอุโมงค์เขื่อนน้ำยวม

ภาพจำลองโครงการสร้างเขื่อนและอุโมงค์เขื่อนน้ำยวม

 

สำหรับโครงการเพื่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพล และโครงการแนวส่งน้ำยวม-อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล มีสิ่งก่อสร้างประกอบด้วย 

- เขื่อนน้ำยวม เป็นเขื่อนหินถมคอนกรีต มีความสูง 69.5 เมตร กว้าง 9 เมตร ความยาว 260 ม.
- อ่างเก็บน้ำยวม มีความจุอ่าง 68.34 ล้าน.ลบ.ม. และน้ำสามารถใช้งาน 13.95 ล้าน ลบ.ม.
- สถานีสูบน้ำบ้านสบเงา เครื่องสูบ 6 เครื่อง อัตราการสูบรวม 182.52 ล้าน ลบ.ม./วินาที น้ำผันเฉลี่ยต่อปี 1,795.25 ล้าน ลบ.ม/ปี
- อุโมงค์ส่งน้ำคอนกรีต ความยาว 61.52 กม. มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 8.10-8.30 ม.
- อุโมงค์พักน้ำและอัดอากาศและท่อระบายอากาศ เส้นผ่านศูนย์กลาง 34.10 ม.ความสูง 25.54 ม.
- อุโมงค์อัดน้ำ ยาว 1.822 กม. เส้นผ่านศูนย์กลาง 6.8 มม.

ป่าไม้บริเวณลุ่มน้ำยวม-เงา

ป่าไม้บริเวณลุ่มน้ำยวม-เงา

พื้นที่ป่าไม้ และสัตว์ป่า คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากโครงการฯ จำนวน 3,641.77 ไร่ เป็นพื้นที่ป่าโซน C และ E จำนวน 3623.13 ไร่ สัตว์ป่า พบนกอพยพจำนวน 15 ชนิด สัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ คือ เต่าเหลือง เต่าปูลู และสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง คือ ลิ่นชวา ส่วนสัตว์น้ำที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ จากการสร้างเขื่อนน้ำยวมจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศ และกีดขวางเส้นทางเคลื่อนย้ายของปลาหรือสัตว์น้ำตามวัฎจักร เช่น ปลาสะเเงะ (ปลาตูหนา) ปลาดกดหัวเสียม ปลากดหมู ปลาคม และการผัดน้ำอาจทำให้ปลาเฉพาะถิ่นของลุ่มน้ำสาละวิน เช่น ปลาพลวง ปลากดหัวเสียม ปลากดหมู หลุดเข้าไปห้วยแม่งูดที่ผันน้ำไปลงเขื่อนภูมิพล อาจส่งผลกระต่อความสมดุล และห่วงโซ่อาหารในลุ่มน้ำพื้นที่บ้านเรือน และพื้นที่เกษตรกรรม ที่อาศัยบริเวณโครงการมีจำนวน 24 หลังคาเรือน รวมพื้นที่ทำกิน 105.05 ไร่ คาดว่าต้องชดเชยประมาณ 27 ล้านบาท


"นครสวรรค์" ค่าฝุ่น PM2.5 พีคสุดรอบ 10 วัน ผู้ว่าฯ ถกด่วนพรุ่งนี้

Sun, 19 Jan 2020 17:34:00

วันนี้ (19 ม.ค.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาพตัวเมือง จ.นครสวรรค์ และพื้นที่ในเขตเทศบาลเมือง มีฝุ่นปกคลุมตั้งแต่ช่วงเช้ามืด จนถึงเวลา 14.00 น. ซึ่งเห็นได้ชัดว่ามีฝุ่นฟุ้งกระจายจนบางพื้นที่มองไม่เห็นที่พักอาศัย หรือแม่น้ำเจ้าพระยาได้ชัดเจน โดยเฉพาะเมื่ออยู่บริเวณจุดชมวิวมุมสูงจากวัดคีรีวงศ์ อ.เมือง จ.นครสวรรค์

ขณะที่การตรวจวัดค่าฝุ่น PM2.5 ของ จ.นครสวรรค์ ปัจจุบันมีสถานีตรวจวัดของกรมควบคุมมลพิษอยู่เพียง 1 เครื่อง ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองนครสวรรค์ที่ ต.ปากน้ำโพ อ.เมือง โดยอยู่ในรั้วของสำนักงานโครงการชลประทานจังหวัดนครสวรรค์

 

ขณะนี้กรมควบคุมมลพิษได้ทำระบบในแอปพลิเคชัน เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบค่าฝุ่น PM2.5 เป็นรายชั่วโมงแล้ว จากเดิมที่เป็นค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง ซึ่งวันนี้ (19 ม.ค.) ค่าฝุ่นที่สถานีตรวจวัด วัดได้ 74 ไมโครกรัมต่อลูกบากศ์เมตร (มคก./ลบ.ม.) เกินค่ามาตรฐาน และยังพบว่าตัวเลขค่าฝุ่น PM2.5 ในวันนี้สูงที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับในช่วง 10 วันที่ผ่านมา โดยเฉพาะเมื่อเวลา 05.00 น.ที่ค่าฝุ่น PM2.5 อยู่ที่ 99 มคก./ลบ.ม. และแม้ช่วงครึ่งบ่ายจะลดลงเหลือในระดับ 70-73 มคก./ลบ.ม. แต่ก็ยังเป็นค่าที่ทำให้คุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ

 

นายอรรถพร สิงหวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ เปิดเผยกับไทยพีบีเอสว่า ขณะนี้ได้ติดตามสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 มาอย่างต่อเนื่อง หลังพบว่าค่าฝุ่นสูงเกินเกณฑ์กลางที่กำหนดไว้ รวมถึงค่าความร้อนเผาไหม้ หรือจุดฮอตสปอต ที่ติดตามจากเพจ Smoke Watch ของกลุ่มนักวิชาการที่ติดตามเรื่องไฟป่า พบว่าสัปดาห์ที่ผ่านมาค่าความร้อนของ จ.นครสวรรค์ มีกว่า 160 จุด ซึ่งถือว่าเป็นอันดับ 1 ของกลุ่มจังหวัดภาคกลาง แต่ได้กำชับให้นายอำเภอให้ติดตามในพื้นที่อย่างใกล้ชิดและรีบเข้าดับไฟหากพบจุดเผาไหม้ จนทำให้ค่าเผาไหม้จุดฮอตปอต ลดลงเหลือ 50 กว่าจุดในช่วงสุดสัปดาห์นี้ แต่ยังแปลกใจว่าค่าการเผาไหม้ในพื้นที่ จ.นครสวรรค์ ลดลง แต่ยังมีค่าฝุ่นพิษ PM2.5 สูงขึ้น ในระดับถึงกว่า 70-90 มคก./ลบ.ม. ในช่วงวันนี้

ผู้ว่าฯ นครสวรรค์ กล่าวอีกว่า วันพรุ่งนี้ (20 ม.ค.) จะเรียกประชุมฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างเร่งด่วน ทั้ง ปภ. และนายอำเภอ เพื่อประเมินสถานการณ์และติดตามข้อราชการที่ได้สั่งการไปแล้ว รวมถึงที่จะมีคำสั่งเพิ่มเติมหลังจากฟังรายงานสถานการณ์วันพรุ่งนี้ เนื่องจากที่ผ่านมาได้พยายามแก้ปัญหาจุดเผาไหม้ให้ลดลง ซึ่งก็พบว่าลดลงบ้างแล้ว ขณะที่ทางขนส่งจังหวัดก็มีการตรวจจับรถยนต์ควันดำ รวมถึงได้กำชับนายอำเภอให้ดูแลและกำชับกลุ่มผู้ประกอบการโรงโม่หินอุตสาหกรรมโรงงาน

นายอรรถพร สิงหวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์

นายอรรถพร สิงหวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์

 

วิ่งไล่ฝุ่น "นครสวรรค์ ริเวอร์ รัน 2020"

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ช่วงเช้าวันนี้ (19 ม.ค.) มีนักวิ่งไปรวมตัวกันในงาน "นครสวรรค์ ริเวอร์ รัน 2020" ซึ่งเป็นการรวมตัวของนักวิ่งที่มีแนวคิดคล้ายๆ กันต่อการเรียกร้องให้สังคมสนใจประเด็นฝุ่นพิษ PM2.5 ที่สูงเกินค่ามาตรฐาน ทั้งใน จ.นครสวรรค์ รวมถึงสถานการณ์ฝุ่นพิษที่เกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพมหานคร, ภาคกลาง และภาคเหนือตอนล่าง โดยมีผู้ร่วมกิจกรรมกว่า 500 คน ใช้เส้นทางวิ่งหลักในเขตเทศบาลเมืองนครสวรรค์

ผู้เข้าร่วมกิจกรรมวิ่งไล่ฝุ่น หรือนครสวรรค์ ริเวอร์ รัน 2020 มาจากหลายพื้นที่ ไม่ใช่แค่ใน จ.นครสวรรค์ เท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้ที่มาจากกรุงเทพฯ, เชียงใหม่, อุทัยธานี, พิษณุโลก เป็นต้น ซึ่งเป็นพื้นที่ที่พวกเขาให้ข้อมูลว่าเคยเผชิญต่อสถานการณ์ฝุ่นพิษ PM2.5 มาก่อนในช่วงปีที่ผ่านมา และทำให้เห็นว่าการวิ่งที่ จ.นครสวรรค์ ครั้งนี้เป็นการจุดประกายและสะท้อนถึงเจตนารมณ์ที่ต้องการให้ทุกฝ่ายช่วยกันแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5

ขณะที่นักวิ่งหลายคนเห็นด้วยกับการจัดงานวิ่งที่ริเริ่มโดยกลุ่มเยาวชนใน จ.นครสวรรค์ ซึ่งผู้เข้าร่วมวิ่งบางคนก็ยังอยู่ในสภาพที่บ้านพักอาศัยต้องเผชิญกับละอองเขม่าที่เกิดจากการเผาไหม้ในที่โล่งแจ้ง ปลิวเข้าใส่บ้านและเสื้อผ้า จึงอยากให้ทุกคนตระหนักถึงปัญหาฝุ่นว่าเป็นเรื่องใกล้ตัว