ด่วน! "ปารีณา" ถอยยอมคืนที่ดิน ส.ป.ก. 682 ไร่

Sat, 7 Dec 2019 14:09:00

วันนี้ (7 ธ.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.00 น. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจสอบฟาร์มไก่ ของน.ส.ปารีณา โดยเบื้องต้น ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่าไม่เอาผิดน.ส.ปารีณา และให้เวลาขนของออก 7 วันนับจาก วันนี้พรอมทั้งยืนยันว่าทำงานเร็วที่สุดแล้ว

ร.อ.ธรรมนัส ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าตรวจสอบภายในฟาร์มไก่ว่า ยืนยัน ไม่ดำเนินคดีเรื่องที่ดินกับ น.ส.ปารีณา เพราะครอบครองก่อนการปฏิรูปที่ดิน วันนี้จึงถือโอกาสมารับการส่งมอบทั้งหมด ส่วนการที่อาจถูกสังคมมองว่าการไม่ดำเนินคดีเอาผิด อาจถูกมองว่าไม่ชอบธรรม ร.อ.ธรรมนัส ขอให้สังคมเข้าใจว่าทำตามกฎหมาย ส.ป.ก. คือยึดที่ดิน 682 ไร่กลับคืนมาเป็นของรัฐ อ้างว่าเจ้าหน้าที่ไม่มีละเว้นเรื่องการใช้กฎหมาย

หากพบบุคคลอื่นครอบครองที่ดินก่อนเกิดการปฏิรูปที่ดินในลักษณะเดียวกันน.ส.ปารีณา เจ้าหน้าที่ก็จะไม่ดำเนินคดีเช่นกัน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง  คืนที่ดิน 682 ไร่จบ! ส.ป.ก.เอาผิด "ปารีณา" ไม่ได้

 

ไม่ได้บุกรุกแค่ครอบครองที่ดินก่อนการปฎิรูป

เมื่อตั้งคำถามว่าการยึดที่ดิน 682 ไร่ครั้งนี้หมายความว่า น.ส.ปารีณา ไม่มีผิดเลยใช่หรือไม่? ร.อ.ธรรมนัส บอกว่า ใช่ เพราะน.ส.ปารีณา ทำหนังสือถึงนายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการส.ป.ก.ขอส่งคืนเนื้อที่ทั้งหมดที่อยู่ในเขตปฏิรูปที่ดิน เมื่อวันที่ 6 ธ.ค.

พฤติกรรมของน.ส.ปารีณา ไม่ได้บุกรุก ที่ดินส.ป.ก.เป็นเพียงการครอบครองที่ดินมาก่อนการเกิดปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม

เปิดหนังสือขอคืนที่ดิน ส.ป.ก.

นอกจากนี้ยังมีการนำหนังสือขอคืนพื้นที่ของน.ส.ปารีณา มาโชว์ให้สื่อมวลชนดู โดยเนื้อหาระบุว่าน.ส. ปารีณา ได้ทำหนังสือเลขาธิการสำนักงานปฎิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เมื่อ 6 ธ.ค.2562 พร้อมทั้งสำเนาภบ.ท.5 จำนวน 29 แปลง

โดยระบุว่า ด้วยข้าพเจ้า น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ได้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อเกษตรกรรม บริเวณ หมู่ที่ 6 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี และข้าพเจ้าได้ยื่นชำระภาษีบำรุงท้องที่ ข้าพเจ้ามีความประสงค์ของคืนพื้นที่ตาม ภ.บ.ท.5 ดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดินเพื่อการกษตร ให้เกิดประโยชน์ต่อการใช้ที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ขอสงวนการใช้สิทธิเป็นอันดับแรกตามที่กฎหมายกำหนด และยินดีเข้าให้ถ้อยคำ และให้ความร่วมมือกับทางสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมทุกประการ

 

ขณะที่บรรยากาศภายในฟาร์มไก่ คนงานเริ่มรื้ออาคารโรงเรือนเลี้ยงไก่  เก็บอุปกรณ์การเลี้ยง เครื่องจักรเครื่องปั่นไฟ ปั้มน้ำ ถังแก๊ส และทยอยขนออกจากพื้นที่ โดย ร.อ.ธรรมนัส พร้อมทีมเจ้าหน้าที่ ได้เข้าตรวจสอบโรงเรือนเลี้ยงไก่ด้วยตัวเอง 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ย้ายของวุ่น! "ธรรมนัส" ลุยฟาร์มไก่ไม่รอครบ 7 วัน

ไทม์ไลน์ 21 วัน ทวงคืนที่ ส.ป.ก. 682 ไร่ จาก "ปารีณา"

 ขีดเส้น 7 วัน "ปารีณา" คืนที่ดิน ส.ป.ก. 682 ไร่


มูลนิธิฯส่งหนังสือถึงนายกฯ สั่งห้ามเสิร์ฟหูฉลามงานเลี้ยงภาครัฐ

Fri, 6 Dec 2019 17:10:00

วันนี้ ( 6 ธ.ค.2562 ) มูลนิธิสืบนาคะเสถียรส่งจดหมายถึง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขอเสนอให้รัฐบาลไทยทบทวนนโยบายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมของประเทศโดยระบุว่า

สืบเนื่องจากข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ ที่แสดงภาพงานเลี้ยงของพรรคร่วมรัฐบาลได้มีการเสิร์ฟเมนูซุปหูฉลามตุ๋นหม้อดินในงานเลี้ยง เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2562 ที่ผ่านมา จากภาพดังกล่าวแสดงให้เห็นได้ว่าทางคณะรัฐบาลไม่ได้ให้ความสำคัญและใส่ใจต่อเรื่องการคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมากพอ ข้อมูลจากรายงาน “Global catches, exploitation rates, and rebuilding options for sharks” ที่ตีพิมพ์ลง Marine Policy Scientific Journal พบว่า ในแต่ละปีฉลามราว 100 ล้านตัว ต้องถูกฆ่า ในจำนวนนี้ครีบจากฉลาม 73 ล้านตัว ถูกนำไปทำเป็นซุปหูฉลาม การล่าฉลามเพื่อตัดครีบเป็นการปฏิบัติที่ไม่ยั่งยืนและโหดร้าย โดยฉลามถูกลากขึ้นมาเพื่อเฉือนครีบของมันออกทั้งหมด ก่อนจะถูกโยนทิ้งกลับลงสู่ทะเล ซึ่งทำให้ฉลามเหล่านั้นต้องจมน้ำตายทั้งเป็น เนื่องจากสูญเสียครีบอันเป็นอวัยวะสำคัญในการดำรงชีวิต มูลนิธิสืบนาคะเสถียรจึงอยากให้พรรคร่วมรัฐบาลได้แสดงออกถึงความใส่ใจด้านสิ่งแวดล้อม โดยการประกาศสั่งห้ามไม่ให้มีการเสิร์ฟซุปหูฉลามในงานเลี้ยงของหน่วยงานภาครัฐอีก เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีของประชาชนและเยาวชนคนรุ่นต่อไปที่จะเข้ามาบริหารและพัฒนาประเทศ

 

นอกจากนี้ขอเสนอให้ภาครัฐทบทวนโครงการอื่นๆที่กำลังจะเกิดขึ้นเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศแต่จะทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมลงไปด้วยอีกหลายโครงการ เช่น

โครงการพัฒนาแนวทางการผันน้ำจากเขื่อนศรีนครินทร์ไปยังอ่างเก็บน้ำลำอีซู


เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งโครงการดังกล่าวจะตัดผ่านใจกลางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและเป็นการรบกวนถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าอย่างรุนแรง รวมทั้งอาจมีปัญหาการเข้าบำรุงรักษาในพื้นที่ในอนาคต โดยขอให้พิจารณาเส้นทางผันน้ำอื่น คำนึงถึงผลกระทบสิ่งแวดล้อมและมาตรการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้ได้มากที่สุด

โครงการท่าเรือน้ำลึกปากบารา

หากโครงการดังกล่าวเกิดขึ้น นอกจากต้องเพิกถอนพื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา และทำให้เกิดเส้นทางเรือสินค้าผ่านอุทยานแห่งชาติทางทะเลตะรุเตา ซึ่งท่าเรือดังกล่าวจะต้องมีกิจกรรมขนาดใหญ่มากมายเทียบเท่าท่าเรือแหลมฉบัง หรือ มาบตาพุดในอนาคตปะการังอ่อนที่สวยงามที่สุด รวมถึงระบบนิเวศทางทะเลที่มีความสำคัญต่อทรัพยากรการประมง และการท่องเที่ยว ซึ่งบริเวณนี้เป็นทรัพยากรทางทะเลที่ดีที่สุดจะต้องถูกทำลายลงอย่างไม่มีวันฟื้นตัวกลับคืนมา

โครงการทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา


โครงการที่ภาครัฐต้องการจัดระเบียบแม่น้ำเจ้าพระยา และพัฒนาเป็นแลนด์มาร์กใหม่ของประเทศ แม่น้ำเจ้าพระยาคือพื้นที่สำคัญ การทำสิ่งก่อสร้างรุกล้ำลงไปในแม่น้ำ จะทำลายประวัติศาสตร์และสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาติ นอกจากนี้ยังอ่อนไหวต่อสัณฐานลำน้ำ การกัดเซาะชายฝั่ง และการตกตะกอนในลำน้ำ จึงควรยกเลิกแนวคิดทำทางเลียบดังกล่าว และหันมารักษาฟื้นฟูแม่น้ำเจ้าพระยาแทน

โครงการกำแพงหรือเขื่อนกันคลื่น


โครงการที่กำลังรุกหนักตามแนวพื้นที่ชายฝั่งทะเลทั่วประเทศ ส่งผลให้คลื่นเปลี่ยนทิศทางจากเดิม ทำให้พื้นที่ที่ถัดออกมาจากจุดที่มีโครงสร้างแข็งถูกกัดเซาะมากขึ้น จากข้อมูลเมื่อปี 2559 ตลอดแนวชายฝั่งทะเลอ่าวไทยและอันดามันระยะทางประมาณ 3,100 กิโลเมตร ถูกกัดเซาะไปแล้วกว่า 700 กิโลเมตร ซึ่งโครงสร้างแข็งทุกรูปแบบส่งผลกระทบต่อชายฝั่ง รุนแรงกว่าการกัดเซาะตามธรรมชาติ ทั้งนี้เสนอให้เปลี่ยนมาจัดการในลักษณะกลุ่มหาด ซึ่งเป็นรูปแบบใหม่ที่ช่วยแก้ไขปัญหา

ด้วยเหตุผลดังกล่าว มูลนิธิสืบนาคะเสถียร จึงขอเสนอรัฐบาลให้ทบทวนโครงการต่างๆดังกล่าวเพื่อแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจและใส่ใจที่จะคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และพัฒนาตามวิสัยทัศน์ของประเทศ คือ “ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” โดยมีเป้าหมายการพัฒนาประเทศ คือ “ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข เศรษฐกิจพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สังคมเป็นธรรม ฐานทรัพยากรธรรมชาติยั่งยืน” สร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยโครงการพัฒนาต่างๆต้องคำนึงถึงผลกระทบสิ่งแวดล้อม มีการศึกษาที่รอบคอบและรอบด้าน และมีมาตรการลดผลกระทบให้ได้มากที่สุดอีกด้วย ทั้งนี้มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะให้ความร่วมมือหากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 

เศร้า ! พรรคร่วมรัฐบาลเสิร์ฟ "หูฉลาม" กระชับมิตร


อ่านคำต่อคำ! เลขาธิการ สปก.เลี่ยงบาลี ชี้ชัดๆ ปารีณา "ไม่ผิด"

Fri, 6 Dec 2019 15:41:00

วันนี้ (6 ธ.ค.2562) นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการ ส.ป.ก. แถลงข่าวกรณี การครอบครองที่ดินของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ได้ข้อสรุป ว่า น.ส.ปารีณา ต้องคืนที่ดินเขาสนฟาร์ม 682 ไร่ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ ส.ป.ก. ภายใน 7 วัน จากนั้นจะส่งมอบให้เกษตรกรตามนโยบายจัดที่ทำกินชุมชนของรัฐบาล (คทช.) นำไปจัดสรรที่ดินทำกินเพื่อชาวบ้านและเกษตกร 

และหากไม่ยินยอมจะใช้มาตรา 44 ของ คสช.คำสั่งที่ 36/2559 จะส่งหนังสือไปแจ้งให้ น.ส.ปารีณา ทราบภายใน 2-3 วัน โดยไม่ได้มีการดำเนินคดี ส่วนกรณีขาดคุณสมบัติในการถือครองที่ดิน ส.ป.ก. เพราะเป็น ส.ส. และเป็นกรรมการบริษัท ปารีณา ไกรคุปต์ จำกัด ซึ่งลงชื่อผูกพันบริษัทได้ จึงไม่ใช่เกษตรกรผู้มีสิทธิจะได้รับการจัดที่ดินจาก ส.ป.ก

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ขีดเส้น 7 วัน "ปารีณา" คืนที่ดิน ส.ป.ก. 682 ไร่

ต่อมา เลขาธิการ ส.ป.ก. และนายนภดล ตันติเมฆิน สำนักกฎหมาย พร้อมทีมเจ้าหน้าที่ได้ตอบข้อสักถามของสื่อมวลชน ทั้งในแง่ของขั้นตอนการตรวจสอบ กฎหมาย คุณสมบัติ โดยเฉพาะการครอบครงที่ดิน ส.ป.ก. ของ ส.ส. และนักการเมือง ทั่วประเทศ 

ส.ป.ก.ยืนยันว่า ที่ดินเป็นของ น.ส.ปารีณา ?

เลขาธิการ ส.ป.ก. : ส.ป.ก.ได้สอบถามไปทางพาณิชย์จังหวัด ทางปศุสัตว์ และ อบต.ซึ่งหน่วยงานเหล่านี้มีหลักฐานในการยืนยันว่า มีการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและมีการจัดตั้งบริษัทในนามปารีณา ไกรคุปต์ จำกัด

น.ส.ปารีณา ครอบครองที่ดิน ส.ป.ก.โดยมิชอบ? 

เลขาธิการ ส.ป.ก. : น.ส.ปารีณา เข้ามาในส่วนของ ส.ป.ก.เพื่อครอบครองพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาตจาก ส.ป.ก.

ถือว่าผิดกฎหมายหรือไม่ ?

เลขาธิการ ส.ป.ก. : ในวิธีการ ส.ป.ก.เราก็ต้องดำเนินการไปตาม พ.ร.บ. ส.ป.ก. คือ ถ้าเขาเข้ามาครอบครองโดยไม่มีคุณสมบัติ เขาก็ต้องดำเนินการคืนที่ดินทั้งหมด ในพื้นที่ ส.ป.ก.ที่ได้รับการจัดให้เกษตรกรนั้น ส่วนใหญ่มีเกษตรกรติดที่มาทั้งหมด เป็นป่าเสื่อมโทรมที่มอบให้เรามา เพราะฉะนั้น สิทธิในการถือครอง สำหรับเกษตรกรที่ถือครองเดิม จะต้องได้รับการพิจารณาภายใต้คุณสมบัติ ภายใต้พื้นที่ ภายใต้หลักเกณฑ์ ซึ่งเกษตรกรเหล่านั้นจะได้สิทธิพิจารณาก่อน และต้องอยู่ในพื้นที่ที่มีขนาดตามที่กำหนด แต่อย่างไรก็ต้องคืน ส.ป.ก.

โทษสูงสุดที่เอาผิด น.ส.ปารีณา ได้คือ จำคุก 1 เดือน ปรับ 1,000 บาท ? 

เลขาธิการ ส.ป.ก. : ตาม พ.ร.บ. ส.ป.ก. เป็นอย่างนั้น เพราะ กฎหมาย ส.ป.ก.เป็นกฎหมายส่งเสริม ไม่ใช่กฎหมายลงโทษ เราส่งเสริมให้เกษตรกรมีที่ดินทำกิน อย่างเท่าเทียมและครบถ้วน บางเรื่องเกษตรกรอาจไม่รู้เท่าทันและไม่รู้รายละเอียด เราไม่สามารถออกกฎหมายที่มีความรุนแรงในสมัยเริ่มต้นได้ แต่ณ วันนี้ การคุ้มครองพื้นที่อาจต้องมีการปรับปรุงกฎหมายมากขึ้น ในเรื่องการคุ้มครองพื้นที่ ส.ป.ก.ให้มีประโยชน์กับภาคเกษตรให้มากขึ้น

เบื้องต้น ส.ป.ก.จะไม่ดำเนินคดี น.ส.ปารีณา ?

เลขาธิการ ส.ป.ก. : เขาแจ้งความประสงค์ที่จะเข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดินแล้ว เขามีเจตนาในการที่จะเข้ามาแล้ว พ.ร.บ.เรา ก็ถือว่าเขาไม่ได้ขัดขืนในเรื่องการปฏิรูปที่ดินตามกฎหมายที่มีอยู่ ณ วันนี้แยกเป็น 2 อย่าง คือ คุณสมบัติของ น.ส.ปารีณา กับเรื่องการยินยอมในการปฏิรูปที่ดิน ถ้าเขายินยอมคืนที่มา แต่เขาไม่มีคุณสมบัติ ก็ไม่ได้รับการจัดที่ดิน แล้วเกษตรกรที่มีความต้องการก็จะได้รับประโยชน์ในที่ดินแปลงนี้

ส.ป.ก.ไม่มีกฎหมายการบุกรุกที่ดินเหมือนกรมป่าไม้?

เลขาธิการ ส.ป.ก. : ไม่มี


แสดงว่าคืนที่ก็จบ ?


เลขาธิการ ส.ป.ก. : ใช่

นักการเมืองครอบครองที่ดิน2 ล้านไร่ ถ้าเข้าข่ายเคสเดียวกับ น.ส.ปารีณา เอามาคืนก็จบ?


เลขาธิการ ส.ป.ก. : ครับ


ส.ป.ก.จะออกหนังสือถึง น.ส.ปารีณา วันไหน?

เลขาธิการ ส.ป.ก. :ออกวันจันทร์นี้ ต้องเรียนว่าทุกอย่างเป็นไปตามหลักการของกฎหมาย เรามีกฎหมายที่พูดถึงกระบวนการและวิธีการทางการปกครองกำกับอยู่


เมื่อครบกำหนด 7 วัน สิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ ต้องรื้อถอนทันที ?

เลขาธิการ ส.ป.ก. : ใช่ครับ ๆ การออกจากพื้นที่ก็ต้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ในพื้นที่ออกไปด้วย

หากไม่มีดำเนินการรื้อ เรียกค่าเสียหายได้หรือไม่ ?

นายนภดล :  จะเป็นขั้นตอนตามคำสั่ง คสช. ซึ่ง ส.ป.ก.ก็จะมีอำนาจ เมื่อเข้าสู้กระบวนการใช้อำนาจตามคำสั่ง คสช. จะมีในเรื่องการให้ อำนาจ ส.ป.ก. อยู่แล้ว

ทำไม น.ส.ปารีณา ยินยอมเข้ากระบวนการปฏิรูปที่ดิน แต่ ส.ป.ก.ยังยึดคืนที่ดินอยู่?

นายนภดล : ถึงแม้ว่า น.ส.ปารีณา จะแจ้งความจำนงเข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดินแล้ว แต่ ส.ป.ก.ได้ตรวจสอบคุณสมบัติ น.ส.ปารีณา พบว่า น.ส.ปารีณา มีสถานะเป็น ส.ส.และกรรมการบริษัท ปารีณา ไกรคุปต์ จำกัด ซึ่งถือว่าไม่มีคุณสมบัติของเกษตรกร จึงไม่สามารถรับที่ดินจาก ส.ป.ก.ได้

หากคืนแล้วไม่ผิด หากไม่คืนจะมีความผิดอะไรบ้าง ?

นายนภดล :  ในส่วนกระบวนการปฎิรูปที่ดินในพื้นที่ที่เป็นป่าสงวนแห่งชาติเสื่อมโทรมแล้วที่ส่งมอบให้กับ ส.ป.ก. ดำเนินการ ทั้งพื้นที่ดิน และเกษตรกรผู้ถือครองที่ดินเดิม หลัง ส.ป.ก. ได้รับที่ดินมาแล้วจะดำเนินการจัดที่ดินให้กับเกษตรกร ผู้ถือครองที่ดินเดิม ซึ่งจะมีการตรวจสอบคุณสมบัติว่าเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของการได้รับการจัดที่ดินจาก ส.ป.ก.หรือไม่ ซึ่งหากปรากฎว่า ผู้ที่ถือครองที่ดินเดิมที่มีอยู่เป็นผู้ที่ขาดคุณสมบัติ ในประเด็นนี้ก็จะดำเนินการขอที่ดินกลับคืนมา เพื่อดำเนินการจัดที่ดินตาม พ.ร.บ.ปฎิรูป ต่อไป ฉะนั้นในส่วนนี้ไม่ได้มีการดำเนินการในเรื่องของการดำเนินคดี แต่หากเป็นกรณีที่ผู้ถือครองที่ดินเดิม ไม่ให้ความร่วมมือ ก็จะเข้าสู้กระบวนการของการดำเนินคดี ซึ่งจริงๆ แล้ว ใน พ.ร.บ.ปฎิรูปที่ดิน เพื่อเกษตรกรรม จะมีบทลงโทษตามกฎหมาย อาญาอยู่ใน พ.ร.บ. จำนวน 2 มาตรา ซึ่งข้อหลักๆ เป็นเรื่องของการดำเนินคดีอาญา ซึ่งมีบทลงโทษในกรณีที่ ป้องปัดขัดขวางไม้ให้ ส.ป.ก. ตรวจสอบการทำประโยชน์ ในเรื่องของเกษตรกรรม

อีกเรื่อง คือ การเข้าไปสำรวจขอบเขตของพื้นที่ก็จะเป็นบทลงโทษ ตาม พ.ร.บ.การปฎิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เมื่อเข้าสู้กระบวนการผู้ถือครองที่ดินหากไม่ยินยอมคืน อย่างกรณีนี้ก็จะเป็นการใช้อำนาจ ตามคำสั่งของ คสช. ซึ่งหากมีการฝ่าฝืน คำสั่งก็จะมีการดำเนินคดีต่อไป

ที่ดินของ น.ส.ปารีณา ใช้ พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 ดำเนินการ?

นายนภดล : พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 ดำเนินการโดยกรมป่าไม้ ส.ป.ก.ไม่ได้มีรับการแต่งตั้งเป็นเจ้าหน้าที่ในการดำเนินการตามกฎหมายนี้

เลขาธิการ ส.ป.ก. : กรณีนี้ผมคงไม่ก้าวล่วงการดำเนินการของกรมป่าไม้ เพราะถือว่ากรมป่าไม้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ที่มี ตาม พ.ร.บ. ที่กรมป่าไม้ได้ถือครอง ส่วนของ ส.ป.ก. ก็ดำเนินการในขอบเขตของ ส.ป.ก. ที่ดำเนินการอยู่ แต่ ส.ป.ก.ได้หารือกับอธิบดีกรมป่าไม้แล้วว่าต่อไปในอนาคต กรมป่าไม้อาจจะตั้งให้เจ้าหน้าที่ ส.ป.ก.เป็นเจ้าพนักงานตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ เพื่อให้มีอำนาจในการดำเนินการในพื้นที่ด้วย

1,700 ไร่ จะตรวจสอบต่อหรือไม่ หรือจะหยุด แค่ 682 ไร่ ?

เลขาธิการ ส.ป.ก. : ขอแยกเป็น 2 ส่วน 1. คือ ในส่วน 1,700 ไร่ นั้นเป็นส่วนที่หน่วยงานที่รับแจ้งจะต้องดำเนินการ แต่ในส่วนที่ ส.ป.ก.จะติดตามตรวจสอบพื้นที่ วันนี้เรารับนโยบายจาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ผมได้ทำหนังสือแจ้งทุกจังหวัดแล้ว เมื่อปลายเดือน ให้ทุกจังหวัด ตรวจสอบพื้นที่ ที่จังหวัดรับทราบ หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการถือครอง โดยมิชอบ ตาม พ.ร.บ.ปฎิรูปที่ดิน และให้ส่งข้อมูล มาให้ ส.ป.ก. ภายใน 30 วัน วันนี้ ร.อ.ธรรมนัส ได้เร่งรัดเรื่องนี้ ให้ ส.ป.ก. ดำเนินการ หากตรวจพบก็จะดำเนินการเช่นเดียวกัน โดยใช้มาตรฐานเดียวกัน

ปัญหาที่ดิน ส.ป.ก.มีมานานแล้ว ทำไม ส.ป.ก.เพิ่งจะมาดำเนินการ?

เลขาธิการ ส.ป.ก. : จริงๆ ส.ป.ก.ดำเนินการเรื่องนี้มาโดยตลอด แต่ ส.ป.ก.มีพื้นที่ในการดูแล 40 ล้านไร่ มีข้าราชการที่ดูแลทุกจังหวัด ที่ทำหน้าที่นำที่ดินมาจัดจริงๆ 1,000 คน ใน 1,000 คน นอกจากการจัดที่ดิน ส.ป.ก.ยังต้องดำเนินการตรวจสอบสิทธิ โอนสิทธิ ตรวจสอบสิทธิ ดูแลข้อพิพาทในพื้นที่

ในแต่ละจังหวัดมีช่าง 2 คน ต่อที่ดิน 1 ล้านไร่ มีนิติกร 2 คนในการดูแลข้อพิพาทต่างๆ อันนี้ไม่ใช่ข้อแก้ตัว เราจะพยายามเร่งรัดทุกเรื่องให้เร็วที่สุด แต่ละปีเราตั้งเป้าหมายจัดที่ดินให้เกษตรกร 63,000 ราย ในที่ดิน 5 แสนไร่ เราไม่สามารถให้ที่ดินโดยการปล่อยเขาไปได้เลย ต่างจากกรมที่ดินที่แค่มอบโฉนดที่ดินแล้วหมดภาระ

หลังจากให้เอกสารสิทธิ์ไปแล้ว ส.ป.ก.ยังต้องดูแลเกษตรกรในเรื่องต่างๆ ทั้งเรื่องของน้ำ ถนน ที่ดิน ที่อยู่อาศัย รวมถึงไฟฟ้า อาชีพ และรายได้ เพื่อให้ประชาชนอยู่ได้ หากเกษตรกรไม่สามารถอยู่ได้ ก็จะทำให้เกิดเรื่องต่างๆ อย่างที่มีข่าวออกมา ทั้งการเปลี่ยนมือ การขายสิทธิ เพราะเขาอยู่ไม่ได้ ทำให้ ส.ป.ก.ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความยั่งยืนในพื้นที่

ที่ดินอีก 600 ไร่ ของนายทวี ไกรคุปต์ ที่ ต.ท่าเคย ส.ป.ก.จะมีการตรวจสอบและยึดคืนหรือไม่ ?

เลขาธิการ ส.ป.ก. : ตรวจสอบหมด คนที่เข้าไปครอบครองพื้นที่ ส.ป.ก.ตาม พรฎ.ทุกคน โดยจะเชิญผู้ที่ได้ครอบครองที่ดิน 70 คน ซึ่งครอบครองที่ดินประมาณ 2,000 ไร่ ให้มาชี้แจงข้อเท็จจริง รวมถึงนายทวี ไกรคุปต์ด้วย โดยให้เวลา 15 วัน ในการส่งเอกสารแสดงสิทธิการครอบครองมาให้ ส.ป.ก. และเจ้าหน้าที่ต้องลงพื้นที่ตรวจสอบแนวเขตในพื้นที่ด้วย

 

ทวี ระบุ ส.ป.ก.ก็ไม่เคยรังวัดในพื้นที่เลย ?

เลขาธิการ ส.ป.ก. : พื้นที่ใน จ.ราชบุรี เราเร่งรัดการดำเนินการในช่วงรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เป็นรัฐบาลของ คสช.ได้มีข้อสั่งการให้ ส.ป.ก. ตรวจสอบพื้นที่ที่มีการครอบครองโดยผิดกฎหมาย ที่เข้าเงื่อนไขของคำสั่งหัวหน้าคณะปฎิรูป ที่ 36/59 ตามเงื่อนไข ส.ป.ก.เองก็ได้มีการแสกนพื้นที่ทั้งประเทศ เฉพาะใน จ.ราชบุรี ทำไปแล้ว 9 พื้นที่ ที่นี้ไม่ใช่พื้นที่แรกที่เริ่มทำ ในอดีตเราทราบข้อมูลในเวลานั้นว่ายังไม่อยู่ในเงื่อนไข ในการที่เป็นแปลงผืนติดต่อกัน รวม 500 ไร่ ซึ่งมีแปลงคั้นกลาง และมีแปลงอื่นๆ ที่เป็นข้อมูลที่เราต้องหาอยู่ เราจะไปเร่งรัดดำเนินการในแปลงที่มีการตรวจสอบข้อมูลชัดเจนแล้ว วันนี้ทุกๆ แปลงในพื้นที่ เรารับคำสั่งในการจัดที่ดินหมดแล้ว และจะเริ่มดำเนินการในแปลงที่ เร่งด่วนหรือหากถ้าพบในการครอบครองไม่ถูกต้อง จะใช้ยึดคืนกลับมา แล้วก็ดำเนินการ

ทาง ปารีณา และ นายทวี ได้ประสานเข้ามาเบื้องต้นบ้างหรือไม่

เลขาธิการ ส.ป.ก. : เมื่อวันที่ 4 ที่ผ่านมา ที่มีหนังสือยินยอมเข้าสู้กระบวนการปฎิรูปที่ดิน เพื่อเกษตรกรรม หลังจากที่ประชุมคณะทำงานเสร็จก็มีหนังสือฉบับนี้เข้ามา เป็นหนังสือชี้แจงเจตนารมณ์ว่าท่านจะเข้าสู่กระบวนการ แต่ว่าในกระบวนการหลังจากนี้ไป เราก็ต้องตรวจสอบสิทธิ ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ที่จะขอเข้าสู่กระบวนการว่าเป็นผู้มีคุณสมบัติ ตามที่กำหนดไว้ในหลักเกณฑ์ ระเบียบไว้หรือไม่ อันนั้นก็เป็นอีกขุ้นตอนหนึ่งที่เราดู

ส.ป.ก.จะดำเนินการด้วยมาตรฐานเดียวกันกับนักการเมืองและกลุ่มทุนใหญ่หรือไม่

เลขาธิการ ส.ป.ก. : ใช่ครับ มาตรฐานเดียวกัน เราจะทำเหมือนกัน

ที่ผ่านมากฎหมายเอื้อให้เกษตรกรมากพอ?

เลขาธิการ ส.ป.ก. : ผมมีหนังสือสั่งการให้ทั่วประเทศดำเนินการตรวจสอบการถือครองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว ทุกจังหวัดที่มีสำนักงานเขต ส.ป.ก.อยู่ ส.ส. นักการเมืองก็ไม่ละเว้น

เกษตรกรอยู่ในพื้นที่ไม่ได้ทำให้ที่ดินเปลี่ยนมือ ส.ป.ก.จะดำเนินการอย่างไร?

เลขาธิการ ส.ป.ก. : เกษตรกรที่อยู่ในเขต ส.ป.ก.ไม่ได้ ไม่ใช่ปัญหาเรื่องอาชีพอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องอายุด้วย อีก 10 ปีข้างหน้า เกษตรกรประมาณ 1 ล้านคน จะอายุเกิน 60 ปี จากการสำรวจเพื่อจะดำเนินการปรับปรุงระเบียบกฎหมายของ ส.ป.ก.ในอนาคต แต่ก็ยังมีคนอีกหลายๆ กลุ่มที่จะเข้ามาเป็นเกษตรกร แต่ยังไม่รู้จะเข้ามาอย่างไร ซึ่งคุณสมบัติยังไม่ได้ และยังไม่มีที่ดินที่เขาจะเข้ามาทำเกษตรกรรม

ในอนาคต ส.ป.ก.กำลังดำเนินการเพื่อปรับปรุงให้ผู้ที่ไม่สามารถทำเกษตรกรรมได้ นำที่ดินมาคืน ส.ป.ก.เพื่อเปลี่ยนมือไปให้เกษตรกรรายใหม่ได้อีก เพราะปัจจุบัน การคืนที่ดินให้ ส.ป.ก.หลายคนคิดว่าควรมีค่าชดเชยให้ซึ่ง ส.ป.ก.กำลังดำเนินการเรื่องนี้อยู่ โดยมุ่งเน้นให้ ส.ป.ก.เป็นหน่วยงานคุ้มครองพื้นที่เกษตรกรรม

44 ปีที่ผ่านมา ส.ป.ก.จำเป็นต้องปรับกฎหมายแล้ว หลายๆ สิ่ง มันไม่ได้ครอบคลุมถึงสิทิในปัจจุบัน ตอนนี้ ส.ป.ก.ได้มีแบบสำรวจความคิดเห็น เพื่อให้ประชาชนได้สะท้อนปัญหาและร่วมเสนอแนวทางแก้ไขมาให้ ส.ป.ก. เพื่อเป็นแนวคิดในการปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับปัจจุบันต่อไป

กรมป่าไม้ บอก พื้นที่ ส.ป.ก. สามารถใช้ พ.ร.บ.กรมป่าไม้ได้ ?

นายนภดล :  เรื่องของการดำเนินการตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 ตรงนี้มีความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาที่ตีความแล้วว่า ที่ดิน ส.ป.ก.เป็นที่ดินของรัฐ เพราะฉะนั้นก็จะอยู่ภายใต้บทบัญญัติของ พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 เช่นเดียวกัน

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไทม์ไลน์ 21 วัน ทวงคืนที่ ส.ป.ก. 682 ไร่ จาก "ปารีณา"

คืนที่ดิน 682 ไร่จบ! ส.ป.ก.เอาผิด "ปารีณา" ไม่ได้

ขีดเส้น 7 วัน "ปารีณา" คืนที่ดิน ส.ป.ก. 682 ไร่

 

 

 

 

 

 

 

 


ไทม์ไลน์ 21 วัน ทวงคืนที่ ส.ป.ก. 682 ไร่ จาก "ปารีณา"

Fri, 6 Dec 2019 11:17:00

14 พ.ย. 62

ส.ป.ก.ลงพื้นที่ตรวจสอบและสอบถามผู้ปกครองท้องที่เกี่ยวกับการถือครองและทำประโยชน์ที่ดิน

15 พ.ย. 62

ส.ป.ก.ราชบุรี มีหนังสือแจ้งเกษตรกรผู้ได้รับอนุญาตรายแปลงในพื้นที่ ม.6 ต.รางบัว อ.​จอมบึง จ.ราชบุรี เพื่อขอตรวจสอบการทำประโยชน์ในที่ดิน ซึ่งมีเกษตรกรมาให้ข้อมูล 9 คน จาก 14 คน

18 พ.ย.62

ส.ป.ก.มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงการครอบครองทำประโยชน์ โครงการป่าฝั่งซ้้ายแม่น้ำภาชี โดยมิชอบ ซึ่งขีเ้ส้นตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน คือ วันที่ 18 ธ.ค.62

19 พ.ย.62

ส.ป.ก.ราชบุรี มีหนังสือแจ้ง น.ส.ปารีณา ให้มาชี้แจงการถือครองที่ดินภายใน 15 วัน แต่ไม่มีผู้รับหนังสือ เนื่องจากปิดบ้านจึงสั่งจ่ายไม่ได้

20 พ.ย. 62

ส.ป.ก.ราชบุรี ปักป้ายแสดงพื้นที่เขต ส.ป.ก.​ในพื้นที่ ม.6 ต.รางบัว อ.​จอมบึง จ.ราชบุรี

22 พ.ย. 62

ส.ป.ก.​ประชุมคณะทำงานฯ ซึ่งมีมติมอบหมายให้ ส.ป.ก.​ราชบุรี ตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่เป้าหมาย และรายงานผลตรวจสอบมายังคณะทำงานฯ ภายใน 3 ธ.ค.

22 พ.ย. 62

ส.ป.ก.​ราชบุรี ตรวจสอบข้อมูลถือครอง น.ส.3 และ ส.ค.1 ในเขต ส.ป.ก.กับสำนักงานที่ดินจังหวัดราชบุรี สาขาจอมบึง โดยตรวจสอบตำแหน่งที่ดินตามหมายเลขสีแดงในแผนที่ที่จัดส่งไปให้กับระวางรูปถ่ายทางอากาศ พบว่า ตำแหน่งที่ดินตามหมายเลขสีแดง ยังไม่มีการออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดินแต่อย่างใด

24 พ.ย. 62

ส.ป.ก.นำชี้แนวเขต พรฎ.ตามที่กรมป่าไม้ได้ดำเนินการตามหมายศาล

26 พ.ย. 62

ส.ป.ก.​ราชบุรี มีหนังสือแจ้งปารีณา ให้มาชี้แจง กรณีถือครองที่ดินครั้งที่ 2 ภายใน 15 วัน ในวันเดียวกัน ส.ป.ก.​ราชบุรี ขอสำเนา ภบท.5 และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการถือครองที่ดิน จาก อบต.รางบัว อาทิ ที่ตั้งฟาร์ม ทะเบียนราษฎร์ ข้อมูลจดทะเบียนบริษัท ปารีณา ไกรคุปต์ จำกัด

29 พ.ย. 62

ส.ป.ก.ร่วมกับกรมป่าไม้ ตรวจสอบและยืนยันแนวเขตตาม พรฎ. ตามความร้องขอความเป็นธรรมของ น.ส.ปารีณา

3 ธ.ค.62

ส.ป. ก.​ราชบุรี สรุปการตรสจสอบขอบเขตการครอบครองจากผู้ปกครองท้องที่ และที่ดินแปลงข้างเคียง ซึ่งปรากฏพิ้นที่มีการครอบครองและทำประโยชน์ ในเขต ส.ป.ก.​เนื้อที่รวม 682 ไร่ ปี 2548-2549


ส่วนที่ดินแปลงข้างเคียงที่ ส.ป.ก.​อนุญาตให้ทำประโยชน์แล้วรวม 14 ราย 15 แปลง เนื้อที่รวมประมาณ 491 ไร่ ทิศเหนือ นอกจากนี้ยังมีที่ดินแปลงย่อยที่ติดถนนจอมบึง-ชัฏป่าหวาย ฝั่งตรงข้ามที่ดินที่ น.ส.ปารีณาถือครอง มีผู้ถือครอง 16 ราย 20 แปลง เนื่อที่ 222 ไร่

4 ธ.ค. 62

น.ส.ปารีณา มีหนังสือแจ้ง ส.ป.ก.​ขอเข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม โดยในวันเดียวกัน ส.ป.ก.​ประชุมคณะทำงานครั้งที่ 2/2562 เพื่อพิจารณากำหนดแนวทางดำเนินการตามกฎหมาย ส.ป.ก.​พิจารณาแล้วเห็นว่า คุณสมบัติของ น.ส.ปารีณาไม่สามารถรับที่ดินจาก ส.ป.ก.​ได้ เนื่องจากไม่ใช่เกษตรกร และมีสถานะเป็น ส.ส.และกรรมการบริษัท ปารีณา ไกรคุปต์ จำกัด

ส.ป.ก.​จึงดำเนินการแจ้ง น.ส ปารีณาคืนที่ดินที่ครอบครองและทำประโยชน์ทั้งหมดให้ ส.ป.ก.มาดำเนินการปฏิรูปที่ดินภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันที่รับหนังสือ ซึ่ง ส.ป.ก.​จะนำที่ดินไปจัดให้แก่เกษตรกรตามนโยบายจัดที่ดินทำกินชุมชนอของรัฐบาล (คทช.)

หากยังไม่ส่งคืนที่ดิน ส.ป. ก.​จะใช้อำนาจตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 36/2559 เรื่อง มาตรการในการแก้ไขปัญหาการครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน เพื่อเกษตรกรรมโดยมิชอบกฎหมายซึ่ง ส.ป.ก.​จะนำที่ดินไปจัดให้แก่เกษตรกรตามนโยบายจัดที่ดินทำกินชุมชนอของรัฐบาล (คทช.)

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ขีดเส้น 7 วัน "ปารีณา" คืนที่ดิน ส.ป.ก. 682 ไร่

 

 


ตายตัวที่ 23 ของปีซาก "พะยูน" ลอยเกยตื้นหาดเกาะลันตาใหญ่

Fri, 6 Dec 2019 07:42:00

วันที่ 5 ธ.ค.2562 หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา และเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 7 (ตรัง) พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันพิสูจน์ซากพะยูน หลังได้รับแจ้งว่าพบซากพะยูนลอยเกยตื้น บริเวณหาดหินหน้าโรงแรม red rock ต.เกาะลันตาใหญ่ อ.เกาะลันตา จ.กระบี่

 

ผลการตรวจสอบซากเบื้องต้น พบว่าเป็นพะยูนเป็นเพศเมีย วัยเจริญพันธุ์ มีขนาดความยาว 2.7 เมตร ความยาวรอบตัว 56 เซ็นติเมตร น้ำหนักประมาณ 70 กิโลกรัม ลักษณะภายนอก ไม่พบบาดแผลฉีกขาดที่อาจเป็นสาเหตุการตายได้ ไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย อวัยวะทุกส่วนครบถ้วน ผิวหนังเริ่มเปื่อย คาดว่าตายมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 วัน เจ้าหน้าที่ได้นำซากส่งไปที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน จ.ภูเก็ต เพื่อตรวจสอบหาสาเหตุการตายต่อไป

 

ขณะที่นายก้องเกียรติ กิตติวัฒนาวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน จ.ภูเก็ต โพสต์เฟซบุ๊ก Kongkiat Kittiwatanawong ระบุว่า

หลังจากที่พะยูนตัวที่ 22 เพิ่งตายไปจากกิจกรรมของมนุษย์ วันนี้เราต้องสูญเสียพะยูนอีก 1 ตัว พะยูนตัวที่ 23 พบที่ฝั่งตะวันออกของเกาะลันตา จังหวัดกระบี่

 


ปักป้ายยึดฟาร์มไก่ เขาสน 2 “ปารีณา” ห้ามทำกิจการ

Thu, 5 Dec 2019 20:29:00

ความคืบหน้าหลังกรมป่าไม้ แจ้งข้อกล่าวหา น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ในข้อหาที่ดินเขาสนฟาร์มในพื้นที่หมู่ 6 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี บุกรุกเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี เนื้อที่ 41-1-59 ไร่ และพ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 เนื้อที่ 4-3-81 ไร่ รวม 46.1 ไร่

วานนี้ (5 ธ.ค.2562) นายสุชาติ บัวบาง เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญงาน ศูนย์ป่าไม้ราชบุรี สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 (ราชบุรี) นำเจ้าหน้าที่เข้าไปติดป้ายประกาศบริเวณพื้นที่ 46.1 ไร่ บริเวณฟาร์มเลี้ยงไก่เขาสน 2 เพื่อประกาศให้เป็นพื้นที่ที่ถูกตรวจยึด โดยบริเวณดังกล่าวมีโรงเรือนที่เคยใช้เป็นฟาร์มเลี้ยงไก่ 5 โรงเรือน ห้ามผู้ใดเข้าทำกิจการในบริเวณนี้

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ได้ติดป้ายประกาศทั้งหมด 4 จุดในบริเวณรอบๆ พื้นที่ที่เป็นพื้นที่ของกรมป่าไม้ และไม่ให้ใครเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าวแล้ว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง ผลรังวัดรอบ 2 ฟาร์มไก่ “ปารีณา” รุกป่า 46.1 ไร่

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า ป้ายที่ติดประกาศในพื้นที่ฟาร์มไก่ ของ น.ส.ปารีณา เป็นพื้นที่ตรวจยึดข้อหาบุกรุกป่า ยังไม่สามารถยึดคืนได้ ต้องให้ศาลตัดสินก่อน ส่วนการตรวจสอบส.ส. 13 คนจาก 6 พรรคการที่มีรายชื่อว่าบุกรุกป่า และใบภ.บ.ท.5 ขณะนี้ยังไม่ได้รับข้อมูลจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แต่หากมีข้อมูลก็ตรวจสอบได้

สำหรับป้ายประกาศ เนื้อหาระบุว่าบริเวณนี้ปรากฏการกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 มาตรา 54 ฐานก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า ทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า เข้ายึดถือและครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่น โดยไม่ได้รับอนุญาต ”พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 14 "ยึดถือครอบครองทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถางทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ โดยมิได้รับอนุญาต"

และความผิดตามประมวลกฏหมายที่ดิน มาตรา 9 ฐาน "เข้าไปยึดถือครอบครอง ก่อสร้าง เผาป่า ทำด้วยประการใด ให้เป็นการทำลายหรือทำให้เสื่อมสภาพที่ดินในที่ดินของรัฐโดยไม่มีสิทธิครอบครอง หรือมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่" เป็นพื้นที่ที่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี จำนวนเนื้อที่ 41-1-59 ไร่ และป่าตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 จำนวนเนื้อที่ 4-3-81 ไร่ รวมจำนวนเนื้อที่ 46-1-40 ไร่ ตาม ปจว. ข้อ 4 ลงวันที่ 2 ธ.ค.62 เวลา 17.00 น. กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตรวจยึดโดยหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ รบ.1 (จอมบึง) หน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้จอมบึง สังกัดศูนย์ป่าไม้ราชบุรี สำนักงานจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10(ราชบุรี) กรมป่าไม้ จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน ปิดประกาศ ณ วันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2562

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

6 ธ.ค.นี้ จับตา "ส.ป.ก." ใช้ยาแรง ม.44 ยึดที่ดินฟาร์มไก่ "ปารีณา"

ศาลไม่รับฟ้องคดีปารีณา ยื่นฟ้องวีระ-อัจฉริยะ หมิ่นฯ-แจ้งความเท็จ

"ทวี" หลุดปากซื้อที่ดินฟาร์มไก่จากทหาร อ้างมีหลักฐานชัด

 

 


ลูกสาวลุงเสี้ยวแจ้งความดำเนินคดี หลังผลรังวัด "ทวี" รุกที่ดิน

Thu, 5 Dec 2019 19:56:00

วันนี้ (5 ธ.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีนายเสี้ยว นำพา อายุ 74 ปี ชาวบ้านหมู่ 9 ต.ท่าเคย อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี พร้อมด้วย น.ส.ปราณี นำพา และ น.ส.อำไพ นำพา ลูกสาว เกิดข้อพิพาทกับนายทวี ไกรคุปต์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม บิดาของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี เขต 3 พรรคพลังประชารัฐ ถูกนายทวีบุกรุกที่ดินทำการล้อมรั้ว ปลูกต้นมะพร้าว ทำให้ที่ดินที่ถือครองทำกินเลี้ยงครอบครัวมากว่า 50 ปี หายไปกว่า 30 ไร่ จนต้องร้องเรียนขอความเป็นธรรมไปยังหน่วยงานต่างๆ และล่าสุด เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.2562 เจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้เข้าตรวจสอบวัดแนวเขตที่ดินที่เกิดข้อพิพาท และได้มีการบันทึกการตรวจสอบ โดยการสอบสวนนายเสี้ยว นำพา น.ส.ปราณี นำพา น.ส.อำไพ นำพา และชาวบ้านที่เป็นพยานแล้ว

ผลตรวจวัดค่าพิกัด พบว่ารุกล้ำที่ดินกว่า 23 ไร่

ทั้งนี้ ในวันนี้ น.ส.ปราณี นำพา อายุ 49 ปี น.ส.อำไพ นำพา อายุ 43 ปี ลูกสาวนายเสี้ยว ได้นำเอกสารบันทึกการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ที่ระบุว่า คณะเจ้าหน้าที่ได้ตรวจวัดค่าพิกัดโดยรอบแปลงพบว่านายทวี นั้นรุกล้ำที่ดินของตนเองได้จำนวน 10 จุด เป็นเนื้อที่ 23-0-04 ไร่ จากนั้น คณะเจ้าหน้าที่ได้ตรวจนับต้นมะพร้าวได้ 511 ต้น ปลูกมาประมาณ 5 เดือน และตรวจนับต้นเสาปูนได้จำนวน 212 ต้น ที่ปักโดยรอบแปลง มีการขึงลวดหนามไว้ 3 เส้นไปตามเสาปูน แต่ไม่รอบต้นเสาปูนทั้งหมดที่มีการปักไว้ พร้อมเอกสารตารางค่าพิกัดอย่างละเอียด และแผนที่แสดงพื้นที่ตรวจสอบ โดยมอบเอกสารดังกล่าวให้กับ พ.ต.ต.จักราวุธ กลางคาร พนักงานสอบสวน สภ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี เจ้าของคดีที่ได้มีการแจ้งความว่านายทวี ไกรคุปต์ บุกรุกที่ดินตั้งแต่วันที่ 7 ก.ค.2562 เพื่อดำเนินคดีกับนายทวี ไกรคุปต์

ลูกสาวลุงเสี้ยว เผยเคยร้องทุกข์ แต่เรื่องเงียบ

น.ส.ปราณี นำพา เปิดเผยว่า หลังจากได้เอกสารการตรวจรังวัดจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้ จึงนำมามอบเป็นหลักฐานให้กับพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีกับนายทวี ไกรคุปต์ ตนและครอบครัวต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ให้ความร่วมมือด้วยดีมาตลอด และขอขอบคุณทางเจ้าหน้าที่ป่าไม้ กอ.รมน. หน่วยงานต่างๆ และสื่อมวลชนที่ทำให้ทุกอย่างกระจ่าง เพราะตอนแรกที่ถูกบุกรุก นายเสี้ยวผู้เป็นพ่อและตนพยายามร้องทุกข์ต่อหน่วยงานหลายที่ แต่เรื่องเงียบไม่คืบหน้า คิดว่าเราแค่ชาวบ้านธรรมดาๆ คงไม่มีปัญญาไปสู้อะไรกับเขาหรอก จนพวกเราแทบหมดกำลังใจแล้ว แต่วันนี้ทุกอย่างชัดเจน ต่อไปก็ขอให้เป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย

ตำรวจชี้คดีนี้เป็นความผิดที่ยอมความกันได้

ด้าน พ.ต.ต.จักราวุธ กลางคาร พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี กล่าวว่า ทางผู้เสียหายได้มามอบเอกสารการตรวจวัดยืนยันแล้วว่าพื้นที่ที่ถูกบุกรุกเป็นที่ดินในความถือครองของเขา ทางพนักงานสอบสวนมีหลักฐานแล้วก็จะได้เรียกตัวผู้ถูกกล่าวหามารับทราบข้อกล่าวหา แต่คดีนี้เป็นความผิดที่ยอมความกันได้ แต่ผู้เสียหายไม่ประสงค์จะพูดคุย ก็จะดำเนินการตามขั้นตอนมีหมายเรียกถึงผู้ถูกกล่าวหาจำนวน 2 ครั้ง ถ้าไม่มาพบพนักงานสอบสวนก็จะออกหมายจับตามกฎหมายต่อไป

"ป่าไม้" ส่งเรื่องต่อให้ศูนย์ดำรงธรรม อ.สวนผึ้ง

ส่วนนายสุชาติ บัวบาง เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญงาน ศูนย์ป่าไม้ราชบุรี สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 (ราชบุรี) กล่าวว่า ข้อพิพาทในเรื่องนี้ทางป่าไม้ได้ทำการสำรวจแล้ว พื้นที่ถูกบุกรุกเป็นพื้นที่ที่กรมป่าไม้เข้าไปแก้ไขปัญหาที่ทำกิน และเป็นพื้นที่ที่ให้สิทธินายเสี้ยว ซึ่งต่อมาเปลี่ยนเป็นชื่อลูกสาวครอบครองเพื่อทำกิน เมื่อเกิดข้อพิพาทก็เป็นเรื่องระหว่างเอกชนกับเอกชน ทางป่าไม้ได้ส่งเรื่องให้ทางศูนย์ดำรงธรรม อ.สวนผึ้ง ดำเนินการ ซึ่งทางศูนย์ดำรงธรรมคงจะให้ทั้ง 2 ฝ่ายมาพูดคุยเพื่อยุติปัญหา จะได้ต่างคนต่างทำมาหากิน ในส่วนเรื่องการแจ้งความดำเนินคดีบุกรุกนั้น เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พนักงานสอบสวนจะดำเนินการตามกฎหมาย หากเจรจายอมความกันได้เรื่องก็ยุติ แต่เจรจากันไม่ได้คดีก็ต้องว่ากันไปตามขั้นตอน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ป่าไม้รังวัดที่ดิน "ลุงเสี้ยว" อ้างถูก "ทวี" รุกล้อมรั้ว 30 ไร่

เรื่องเงียบ! ชาวบ้านโวยถูกฮุบที่ดิน 30 ไร่ใกล้แปลงพ่อ "ปารีณา"

ชาวบ้านตื่นตัวยืนยันสิทธิ์ที่ดิน ส.ป.ก.ราชบุรี หวั่นถูกหางเลข


อธิบดี ทช.ลุยตรวจยึดบ่อกุ้งนายทุน รุกป่าชายเลน 327 ไร่

Thu, 5 Dec 2019 18:11:00

วันนี้ (5 ธ.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.00 น. นายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เปิดการปฏิบัติการตรวจยึด “เพิ่มและฟื้นฟูพื้นที่ป่าชายเลน”โครงการแผนปฏิบัติการพลิกฟื้นผืนป่าชายเลน จ.ระยอง ณ ฐานปฏิบัติการศูนย์บริหารจัดการทรัพยากรป่าชายเลน จ.ระยอง ต.เนินฆ้อ อ.แกลง จ.ระยอง โดยมีนายอภิชัย เอกวนากุล ผู้อำนวยการกองอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลน, นายภุชง สกฤษฎีชัยกุล ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1, นายธีรัตม์ ธีระวุฒิพันธุ์ ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายฝั่งและป่าชายเลน

ปล่อยแถวเจ้าหน้าที่กว่า 50 นายทวงคืนป่า

นอกจากนี้ ยังมีนายสกุล เขียนด้วง ผู้อำนวยการศูนย์บริหารป่าชายเลนจังหวัดระยอง, นายอธิพงษ์ ตันศิริ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคงอำเภอแกลง นำทีมสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการฉลามขาว ชุดปฏิบัติการพยัคฆ์ไพร ชุดปฏิบัติการกรมป่าไม้ กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กอ. รมน.ระยอง ทหาร รส.ทร.ที่ 2 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากน้ำประแสร์ และฝ่ายปกครอง อ.แกลง เข้าร่วมประชุมวางแผนในการเข้าตรวจสอบที่ถูกบุกรุก จากนั้นได้ปล่อยแถวเจ้าหน้าที่กว่า 50 นาย ก่อนจะลงพื้นที่ทวงคืนผืนป่าชายเลน

นายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เปิดเผยว่า ในครั้งนี้ดำเนินการตามแผนการเพิ่มและพื้นฟูพื้นที่ป่าชายเลนของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เป็นไปตามนโยบายสำคัญของนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งตั้งแต่ปี 2557 ถึงปัจจุบันกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้ตรวจยึดพื้นที่บุกรุกในท้องที่ จ.ระยอง จำนวน 46 คดี เนื้อที่ 3,537.70 ไร่ และได้ทำการฟื้นฟูสภาพป่าชายเลนไปแล้ว เนื้อที่ 1,946 ไร่

ประเมินความเสียหายกว่า 38.7 ล้านบาท

ส่วนในครั้งนี้ได้เข้าดำเนินการตรวจสอบในท้องที่บ้านเขาน้อยและบ้านเขาถ้ำ หมู่ที่ 3 ต.กองดิน อ.แกลง จ.ระยอง โดยปฏิบัติการตรวจยืดป่าชายเลนภายใต้แผน "ปฏิบัติการเพิ่มและฟื้นฟูพื้นที่ป่าชายเลน " จำนวน 2 จุด รวม 4 แปลง เนื้อที่กว่า 327 ไร่ หลังลงพื้นที่ตรวจสอบพบมีนายทุนเข้าบุกรุก โดยจุดที่ 1 จำนวน 3 แปลง เนื้อที่ 144-1-20 ไร่ จุดที่ 2 เนื้อที่ 182-3-04 ไร่ โดยประเมินค่าเสียหายของรัฐไร่ละ 118,330 บาท เป็นเงินทั้งสิ้น 38,721,125 บาท

อธิบดี ทช.กล่าวเสริมอีกว่า เบื้องต้น พบว่าเป็นการการบุกรุกเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตป่าชายเลนตามมติคณะรัฐมนตรีจากการลงพื้นที่ไม่พบผู้ครอบครองอยู่ในพื้นที่ ทั้งนี้ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการลงบันทึกการตรวจยึดและดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์กับ สภ. ปากน้ำประแสร์ อ.แกลง จ.ระยอง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อไป

ยึดคืนป่าชายเลนที่ถูกบุกรุกกว่า 6 หมื่นไร่

จากสถานการณ์พื้นที่ป่าชายเลนของประเทศไทยเนื้อที่ 2.8 ล้านไร่ เป็นพื้นที่ป่าชายเลนที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์ เพียง 1.5 ล้านไร่ และถูกบุกรุกเปลี่ยนแปลงสภาพ จำนวนกว่า 1.3 ล้านไร่ ซึ่งในช่วงปี 2562 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้ดำเนินการภายใต้แผนปฏิบัติการเพิ่มและฟื้นฟูพื้นที่ป่าชายเลนของรัฐบาล สามารถยึดพื้นที่ได้คืนกว่า 5,044 ไร่ รวมดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2545 ถึงปัจจุบัน ได้ยืดคืนพื้นที่ป่าชายเลนที่ถูกบุกรุกได้กว่า 60,000 ไร่ และได้ฟื้นฟูคืนสู่ความสมบูรณ์ได้กว่า 20,000 ไร่

อย่างไรก็ตาม กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ขอย้ำว่าทรัพยากรป่าชายเลนเป็นสมบัติของชาติ ทุกคนสามารถร่วมกันดูแลรักษาให้คงอยู่ ดังนั้น จึงต้องขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน หากพบเห็นการบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลน หรือการกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับทรัพยากรป่าชายเลน ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในพื้นที่ เพื่อเข้าตรวจสอบและดำเนินการทันที

 


หูฉลาม "ยาพิษ" ราคาแพง แหล่งสะสมปรอท-แคดเมียม

Thu, 5 Dec 2019 17:40:00

วันนี้ (5 ธ.ค.2562) เฟซบุ๊ก วิทยาสัตว์ตอบคุณได้ เผยแพร่ข้อความเรื่องเมนูหูฉลาม ที่กำลังเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในขณะนี้ ว่าเมนูหูฉลามเป็นเมนูที่มีสารพิษอันตรายมหาศาล มีโลหะหนักตกค้าง

"หูฉลาม" อาหารขึ้นชื่อของผู้รากมากดีเชื้อสายจีนมาช้านาน แต่ด้วยจากความต้องการที่มากขึ้นตามการขยายตัวของประชากรโลก ทำให้ฉลามหลายชนิดกลายเป็นเหยื่อทางค่านิยมการบริโภคนี้

ถ้าพูดถึงปัญหาการบริโภคเกินขนาด ก็หนีไม่พ้นผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อม หลายคนก็จะหาว่าเป็นเรื่องไกลตัว ไม่เห็นเกี่ยวกับวิถีชีวิตในรัฐสภาและห้องอาหารหรูหราเลย

แต่ถ้าเกิดว่าหูฉลามเมนูบำรุงกำลังราคาแพงนั้น กลับพ่วงแถมมาพร้อมสารพิษอันตรายมหาศาลล่ะ? รายงานทางวิทยาศาสตร์และบทความหลายแหล่ง ทั้งจากในจีนและประเทศตะวันตกต่างยืนยันว่า เมนูหูฉลามนนั้นเต็มไปด้วยโลหะหนักตกค้าง

เพราะด้วยความที่ฉลามเป็นผู้ล่าสูงสุดของระบบนิเวศ ฐานะนี้ไม่ได้มีแค่ความเกรงขาม แต่ต้องแบกภาระการเป็นที่รองรับสารพิษปริมานมาก ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของห่วงโซ่จนมาถึงตัวเอง

ถ้านึกภาพไม่ออก ให้ลองนึกภาพ ปลา 1 ตัว มีสารพิษ 1 กรัม ต่อตัว ฉลามจะต้องกินปลาวันละ 10 ตัวถึงจะอิ่ม เท่ากับวันหนึ่งมันได้สารพิษมากกว่าปลาเหยื่อถึง 10 เท่า ทำให้ตัวฉลามกลายเป็นแหล่งสะสมของสารพิษจำนวนมหาศาลนั้นเอง

ยิ่งในยุคนี้ที่มหาสมุทรมีการปนเปื้อนโลหะหนักมากมายจากพื้นทวีป ปริมาณสารพิษตกค้างในฉลามยิ่งทวีคูณมากขึ้น
โลหะหนักที่มักพบในหูฉลามคือ ปรอท (เกิดโรคมินามาตะ) และแคดเมียม (เกิดโรคอิไต-อิไต) ถ้าพูดถึงอาการเจ็บป่วยที่ตามมาเพราะสาร 2 ชนิดนี้ คงเขียนยาวเป็นหางว่าว หากสนใจต่อลองสืบค้นข้อมูลทางสุขภาพเพิ่มเติมได้ด้วย คีย์เวิร์ด พิษปรอท หรือ พิษแคดเมียม

ถ้ารู้อย่างนี้แล้วหูฉลามยังจะน่ากินอยู่หรือไม่? อยากถามคนที่เพิ่งไปกินมาเหลือเกิน 

เศร้า ! พรรคร่วมรัฐบาลเสิร์ฟ "หูฉลาม" กระชับมิตร

ทั้งนี้ เฟซบุ๊ก วิทยาสัตว์ตอบคุณได้ ยังได้แนบลิ้งค์ ข่าวงานวิจัยสารพิษในฉลาม ไว้ด้วย 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ฉลองไม่ (หู) ฉลาม

ชาวโซเชียล หนุนหยุดเมนู "หูฉลาม" ในงานเลี้ยง

 

 

 

 

 


6 ธ.ค.นี้ จับตา "ส.ป.ก." ใช้ยาแรง ม.44 ยึดที่ดินฟาร์มไก่ "ปารีณา"

Thu, 5 Dec 2019 15:28:00

วันนี้ (5 ธ.ค.2562) ความคืบหน้ากรณีการตรวจสอบคดีการครอบครองที่ดินเขาสนฟาร์ม ของน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งในส่วนของการตรวจสอบที่ดินในส่วนของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ในเวลา 09.00 น.วันที่ 6 ธ.ค.นี้ นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการ ส.ป.ก. จะเป็นผู้แถลงข่าวประเด็นสำคัญเกี่ยวกับกรณีการครอบครองที่ดินเขาสนฟาร์มของ น.ส.ปารีณา จำนวน 640 ไร่ ใน ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี

ไทยพีบีเอสออนไลน์ สัมภาษณ์ แหล่งข่าวจากส.ป.ก.กล่าวว่า การแถลงข่าวครั้งนี้มีการเสนอจากในพื้นที่ ให้นายวิณะโรจน์ พิจารณาใช้มาตรา 44 คำสั่ง คสช.ที่ 36/2559 มาบังคับใช้ยึดที่ดินที่ยังไม่ถูกรังวัดคืนกว่า 500 ไร่ของพื้นที่เขาสนฟาร์ม เพราะถือว่าครอบครองผิดกฎหมาย ซึ่งขอให้ฟังรายละเอียดจากเลขาธิการ ส.ป.ก.ว่าจะพิจารณาใช้หรือไม่ใช้มาตรา 44 

เหตุผลในการจะเสนอใช้มาตรา 44 กับแปลงที่ดินของน.ส.ปารีณา เนื่องจากมาตรา 44 ของคสช.อำนาจในการยึดทรัพย์เบ็ดเสร็จ มีความเข้มแข็งกว่า หากดำเนินการกฎหมาย ส.ป.ก.อาจจะไม่เด็ดขาดพอ

แหล่งข่าวระบุอีกว่า ก่อนหน้านี้ ในช่วงปี 2559-60 ส.ป.ก.เคยใช้คำสั่งมาตรา 44 ในการยึดคืนที่ดินส.ป.ก.มาแล้วทั่วประเทศ มากกว่า 100 แปลง รวมพื้นที่กว่า 400,000 ไร่ ส่วนใน จ.ราชบุรี มีประ มาณ 9 แปลง ดังนั้นที่ดินของน.ส.ปารีณา จึงไม่ใช่แปลงแรกที่จะใช้คำสั่งมาตรา 44

หากมีการตัดสินใจใช้มาตรา 44 จะต้องมีขั้นตอนต่างๆที่ตามมา และกระบวนการออกคำสั่ง ถ้ามีวิธีการใดวิธีการหนึ่ง ต้องใช้ระยะเวลาในการยึดคืนที่ดิน   

เปิดคำสั่ง ม.44 คสช.ยึดคืนที่ดินส.ป.ก.500 ไร่ 

สำหรับมาตรา 44 คำสั่งคสช. 36/2559 เรื่องมาตรการแก้ไขปัญหาการครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม โดยมิชอบด้วยกฎหมาย

คำสั่งดังกล่าว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว ยึดที่ดิน ส.ป.ก.ที่ครอบครองโดยมิชอบคืนมาจัดสรรให้กับเกษตรกร โดยสาระสำคัญ คือ

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ส.ป.ก.เตรียมใช้ ม.44 ยึดคืนที่ดินฟาร์มไก่ "ปารีณา"

คสช.ใช้ม.44 จัดการครอบครองที่ดินสปก.เกิน 500 ไร่

 

 


ตื่นตา! เสือโคร่ง 4 ตัวลงกินน้ำพร้อมกันป่าห้วยขาแข้ง

Thu, 5 Dec 2019 10:10:00

วันนี้ (5 ธ.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊กกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช โพสต์ข้อ ความว่า ชื่นใจ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เผยภาพกล้องดักถ่าย พบสัตว์ป่าหลากชนิด ย้ำความสมบูรณ์และการลาดตระเวนเข้มในพื้นที่ 

นายธานี วงศ์นาค หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จ.อุทัยธานี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 4 ธ.ค เจ้าหน้าที่ฝ่ายวิชาการ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เก็บข้อมูลจากกล้องถ่ายภาพสัตว์ป่า ที่ติดตั้งไว้ จากการเปิดกล้อง พบว่ามีสัตว์ป่าหลากหลายชนิด เช่น เสือโคร่ง ช้างป่า วัวแดง สมเสร็จ กวางป่า เก้ง จากภาพดังกล่าวทำให้ทราบ ถึงการกระจายของชนิดสัตว์ป่าในพื้นที่

นายธานี กล่าวว่า ภาพสัตว์ป่าหายากหลากชนิดการตอกย้ำถึงความสมบูรณ์จองผืนป่า และสะท้อนถึงการปฏิบัติงานลาดตระเวนเข้มในพื้นที่ของเจ้าหน้าที่

 

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช

ส่วนตัวมองว่าการที่มีภาพสัตว์ป่าที่สมบูรณ์ โดยเฉพาะเสือโคร่งที่มีมาก และอาศัยในป่าห้วยขาแข้งและและผืนป่าตะวันตกออกมาโชว์ จะช่วยให้เกิดการอนุรักษ์สัตว์ป่า แม้ว่าจะเป็นส่วนที่ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องปกป้องและดูแลสัตว์ป่า

หัวหน้าเขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง กล่าวว่า สำหรับเสือโคร่งในป่าห้วยขาแข้ง มีการเก็บข้อมูลและศึกษาโดยสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ เพื่อศึกษาพฤติกรรม การกระจายตัวของเสือในป่า ซึ่งมีการตั้งชื่อเอาไว้จำนวนหนึ่งแล้ว 

 

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช

 

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช

 

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช

 

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช

 

 

 

 


ชาวโซเชียล หนุนหยุดเมนู "หูฉลาม" ในงานเลี้ยง

Thu, 5 Dec 2019 06:25:00

จากกรณีที่มีการการเผยแพร่ข่าวงานเลี้ยงพรรคร่วมรัฐบาล โดยหนึ่งในเมนูอาหารคือ ซุปหูฉลามตุ๋นหม้อดิน จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้างจากกลุ่มนักอนุรักษ์ นักวิชาการ รวมทั้งกลุ่มดาราที่ไม่เห็นด้วย วานนี้ (4 ธ.ค.2562) นายณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์ หรือป้อง ดารานักแสดงชื่อดัง ในฐานะทูตรณรงค์ หยุดกินหูฉลาม ให้กับองค์กร "Wild Aid Thailand" ออกมาโพสต์อินสตาแกรมว่า 

ฉลองยังต้องมีฉลามกันอีกหรือ?

คนรณรงค์ ก็รณรงค์กันไป รัฐบาลก็ไม่สนใจ จะปาร์ตี้สยบรอยร้าว หรืออะไรก็ทำไปครับ แต่ฉลามไม่ได้รู้เรื่องด้วย หยุดทำร้ายฉลาม ทำลายระบบนิเวศในท้องทะเล ช่วยเป็นตัวอย่างที่ดีหน่อยครับ

เห็นข่าวงานเลี้ยงพรรคร่วมรัฐบาล ที่ 1 ในเมนูอาหารค่ำคือ ซุปหูฉลามตุ๋นหม้อดิน ถือเป็นเสียงสะท้อนที่ดีว่าความพยายามในการรณรงค์ให้คนไทยเห็นความสำคัญของการเลิกบริโภคหูฉลาม อาจยังไปไม่ถึงบรรดาผู้นำในรัฐบาล ท่านจึงกลายเป็นผู้บริโภคเสียเอง

 

 

เมื่อปี 2012 หรือ 7 ปีก่อน รัฐบาลจีนประกาศแบนการเสิร์ฟหูฉลามในงานเลี้ยงของรัฐ โดยให้เหตุผลว่า เพื่อสร้างบรรทัดฐานในการปกป้องสัตว์ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ขณะที่ล่าสุดเมื่อกลางปีนี้ ประเทศแคนาดา เป็นประเทศแรกในกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำและกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ หรือ G20 ที่ผ่านกฎหมายจำกัดการค้าหูฉลามด้วยการแบนการส่งออกและนำเข้าหูฉลามในประเทศ สะท้อนความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องปกป้องประชากรฉลามโลกที่กำลังเผชิญภาวะวิกฤต ที่ถูกคุกคามจากการค้า ความต้องการบริโภคหูฉลาม และการทำประมงเกินขนาด

 ทุกปีฉลาม 73 ล้านตัวถูกนำไปทำเป็นซุปหูฉลามในงานรื่นเริงต่างๆ เพียงเพราะค่านิยมที่ว่า ซุปหูฉลาม คือ อาหารราคาแพงที่แสดงถึงฐานะทางสังคมของเจ้าภาพได้ ทั้งๆที่ ซุปหูฉลามแต่ละถ้วย ได้มาจากการฆ่าสัตว์ที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศ และใน 15 ปีที่ผ่านมา ประชากรปลาฉลามบางสายพันธุ์ลดลงมากราว 90-98%

 

ภาพ:  Wild Aid Thailand

ภาพ: Wild Aid Thailand

 

ฉลามมีบทบาทสำคัญในท้องทะเลที่ไม่เหมือนปลาอื่น เป็นผู้รักษาความสมดุลของมหาสมุทรที่เป็นบ้านของสัตว์ทะเล เหมือนเสือในป่า หากไม่มีฉลาม ระบบนิเวศทางทะเลอาจถูกทำลาย การบริโภคหูฉลามและเมนูจากฉลามอื่นๆ จึงไม่ใช่การบริโภคที่ยั่งยืน

วิธีง่ายๆที่ทุกคนสามารถช่วยฉลาม คือการ #ฉลองไม่ฉลาม ผมขอเรียกร้องให้รัฐบาลร่วมกันสร้างบรรทัดฐานใหม่ในการปกป้องฉลามด้วยการเลิกเสิร์ฟ เลิกทานหูฉลามในงานเลี้ยงของรัฐในอนาคต เพราะหยุดกินหูฉลาม เท่ากับหยุดฆ่า ร่วม #ฉลองไม่ฉลาม กันเถอะนะครับ #WildAidThailand #ฉลองไม่ฉลาม #หยุดกินหูฉลามเท่ากับหยุดฆ่า #NoSharkFin"

 

ชาวโซเชียล เรียกร้องหยุดกินซุปหูฉลาม 

ขณะที่ในทวิตเตอร์วันนี้ #ฉลองไม่ฉลาม ติดแอชแท็กอันดับที่ 5 โดยชาวโซเชียลต่างวิจารณ์และบางส่วนเรียกร้องให้หยุดการกินหูฉลาม  โดย ทวิเตอร์  @ReReef1 เห็นข่าวงานเลี้ยงรัฐบาลยังคงเสิร์ฟเมนูหูฉลามแล้วโกรธ ถ้าปีนี้ พ.ศ.นี้แล้ว คนที่อยู่ในอำนาจยังไม่ตระหนักว่าการกินหูฉลามเป็นเรื่องที่สมควรหรือไม่ ก็น่าหมดหวังเต็มที ไม่มีใครต้องการหูฉลามเท่าฉลาม ปล่อยให้ฉลามได้ทำหน้าที่รักษาสมดุลในทะเลเถิด #rereef #sharkawareness #ฉลองไม่ฉลาม

ก่อนหน้า WildAidThailand มีการออกแคมเปญรณรงค์ ฉลองไม่ฉลาม ไม่เสิร์ฟไม่ทานหูฉลามในงานแต่งงาน และทุกๆโอกาส เพราะฉลามคือสัตว์ที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศทางทะเล ที่เปรียบเหมือนเสือในป่า 1 ใน 4 ของสายพันธุ์ฉลามกำลังเสี่ยงสูญพันธุ์

 

 

"ธรณ์" แนะนายกฯประกาศงดร่วมงานเสิร์ฟหูฉลาม

ด้านนายธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ โพสต์ เฟชบุ๊ก Thon Thamrongnawasawat ระบุตอนหนึ่งว่า ส่วนตัว เชื่อว่าเป็นความไม่รอบคอบของฝ่ายปฏิบัติที่จัดเมนูเสิร์ฟหูฉลามในงานของพรรคร่วมรัฐบาล ในยุคที่คนไทยกำลังเลิกกินสัตว์หายากเหล่านี้

เพราะเป็นประเด็นอ่อนไหวอย่างมาก จนกลายเป็นการพาดหัวข่าว สร้างความเศร้าให้คนรักธรรมชาติ

ทั้งนี้ ยังแนะนำว่าพลิกวิกฤต ในอดีตเคยมีข่าวคณะของท่านนายกฯ เสิร์ฟอาหารในกล่องโฟมและพลาสติกใช้แล้วทิ้ง แต่ต่อมามีการเปลี่ยนแปลง สั่งห้ามและยกเลิกการใช้

นั่นเป็นทางออกที่ดี เช่น ท่านนายกรัฐมนตรี ประกาศให้ชัดว่า ไม่ประสงค์จะไปร่วมงานใดๆ ที่เสิร์ฟหูฉลาม เพราะท่านไม่กินหูฉลาม และไม่อยากส่งเสริมให้เกิดการฆ่าสัตว์ชนิดนี้

หากไปให้ไกลยิ่งขึ้น อาจขอให้รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่งแวดล้อม เร่งหาทางอนุรักษ์ฉลาม ทำโรดแมปให้ชัดเจนเหมือนขยะทะเล

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 

เศร้า ! พรรคร่วมรัฐบาลเสิร์ฟ "หูฉลาม" กระชับมิตร

"วราวุธ" ยันเลิกกินหูฉลามนานแล้ว

 

 

 

"ปทส." ชงสอบสวนกลาง ขอทำคดี "ปารีณา" รุกป่า

Wed, 4 Dec 2019 19:22:00

กรณีกรมป่าไม้ แจ้งความเอาผิด น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ บุกรุกเขตป่าสงสร้างฟาร์มไก่เขาสน ในพื้นที่ ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ฐานบุกรุกเขตป่าไม้และป่าสงวนกว่า 46 ไร่

วันนี้ (4 ธ.ค.2562) พ.ต.อ.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ รองผู้บังคับการกองปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รองผบก.ปทส.) กล่าวว่า วันนี้บก.ปทส.ได้ทำเรื่องส่งไปที่กองบัญชาการสอบสวนกลาง เพื่อขออนุมัติการสอบสวนแต่เพียงฝ่ายเดียว โดยยังอยู่ระหว่างรอการตอบรับ ขณะเดียวกันได้สอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องแล้ว โดยสอบปากคำเจ้าหน้าที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เพื่อขอทราบรายละเอียดเกี่ยวกับคดีไปแล้ว 2-3 ปาก

ส่วนวันนี้ก็ได้สอบปากคำเจ้าหน้าที่กรมพัฒนาที่ดิน แต่รายละเอียดยังคงอยู่ในสำนวน ส่วนเรื่องการลงพื้นที่ตรวจสอบที่ดินข้อพิพาทอยู่ในขอบเขตความรับผิดชอบของ กก.5 บก.ปทส.โดย พล.ต.ต.วิวัฒน์ ชัยสังฆะ ผบก.ปทส.จะเป็นผู้พิจารณาสั่งการอีกครั้ง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง  บก.ปทส.ประสาน สภ.จอมบึง ตรวจสอบสำนวนคดีที่ดิน "ปารีณา"

ฟ้อง "ปารีณา" รุกป่าคนเดียว

รองผบก.ปทส. กล่าวอีกว่า ทางกรมป่าไม้ ได้แจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.ปารีณา ตามความผิดมูลฐานของกฎหมายที่ดิน พ.ร.บ.ป่าไม้ และ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ รวม 3 ข้อหา เอกสารการแจ้งความระบุเพียงชื่อ น.ส.ปารีณา เพราะมีหลักฐานปรากฎในเอกสารการขออนุญาตเปิดโรงเลี้ยงไก่ และใบ ภ.ท.บ.5 

กรณีที่นายทวี พ่อของ น.ส.ปารีณา ได้เดินทางมามอบตัวกับตำรวจ ก็ไม่มีการแจ้งข้อหาอะไร เพราะไม่ได้เป็นบุคคลที่ถูกแจ้งความ น่าจะเป็นความเข้าใจผิดของเจ้าตัวมากกว่า

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

กรมป่าไม้ชี้ "ปารีณา" ผิด 4 ข้อหา เตรียมปักป้ายปิดฟาร์มไก่

ไทม์ไลน์ 9 วัน เช็กบิลฟาร์มไก่ “ปารีณา” รุกป่า 

 

 


เปรียบ กรมป่าไม้ เป็น "ปู่โสม" เฝ้าทรัพย์แผ่นดิน

Wed, 4 Dec 2019 17:53:00

วันนี้ (4 ธ.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจคุยกับอธิบดีกรมป่าไม้ ซึ่งเป็นช่องทางในการสื่อสารของกรมป่าไม้ ได้โพสต์ข้อความว่า ท่านอธิบดีกรมป่าไม้ในอดีตที่ได้กล่าวไว้ เป็นภาพจริงจนถึงปัจจุบัน 

โดยหยิบยกข้อความของ พล.ต.ท.เพียร สฤษฎ์ยุทธศิลป์ พิริยะโยธิน อดีตอธิบดีกรมป่าไม้ คนที่ 6 ที่ดำรงตำแหน่งในช่วงปี 2484-2490 ที่เขียนเทียบไว้ว่า "ปู่โสม-กรมป่าไม้" 

ข้อความ ระบุว่า หน้าที่กรมป่าไม้ เปรียบได้กับปู่โสมผู้เฝ้าขุมทรัพย์ คือรักษาขุมทรัพย์ที่มีอยู่มิให้สูญหาย ปู่โสมที่รักษาขุมทรัพย์ไว้ได้ ก็เพราะเป็นปู่เจ้า และตั้งใจคอยเฝ้าพิทักษ์จริงจัง ด้วยความหวงแหน ประกอบกับมีอำนาจอิทธิฤทธิ์ สามารถหักคอ ทำให้คนเจ็บล้มตายได้ ใครเข้ามาใกล้หรือแตะต้องทรัพย์ปู่โสมเป็นต้องรู้ได้ด้วยญาณพิเศษทันที ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้คนจึงเกรงกลัว ไม่กล้าบังอาจล่วงละเมิด ยิ่งกว่านั้นขุมทรัพย์ของปู่โสมก็อยู่ในที่ลี้ลับ ไม่มีใครทราบได้ง่าย

ทรัพยากรธรรมชาติที่กรมป่าไม้ ต้องรับผิตชอบนั้นเป็นขุมทรัพย์เหมือนกัน เพราะจะต้องไห้มีอยู่ชั่วกัปชั่วกัลป์ตลอดไป แต่ผิดกับของปู่โสม ที่มิใช่เพียงเฝ้ารักษาให้คงอยู่ ต้องจัดการให้อำนวยประโยชน์สุขแก่ประชาชนและแก่รัฐด้วย

ที่เก็บเกิดของทรัพยากรก็อยู่ในที่เปิดเผย มีอาณาบริเวณกว้างใหญ่ไพศาล ใครจะผ่านเข้าออกก็ได้ตามพอใจ จึงเป็นภาระที่ยาก และหนักกว่ากันมาก เจ้าหน้าที่ก็ไม่มีอิทธิฤทธิ์ที่จะทำให้คนเกรงกลัว ตรงกันข้าม เจ้าหน้าที่คนใดเคร่งครัดเข้มแข็ง ก็มักจะถูกคนร้ายที่มุ่งจะล่วงละเมิดทำร้ายเอา เมื่อภาระหน้าที่มีมาก และยากกว่าของปู่โสม อิทธิฤทธ์อิทธิพลในตัวเองก็ขาดแล้ว จึงเป็นการยากที่จะปฏิบัติให้ได้ผลสมบูรณ์ น่าเห็นใจกรมป่าไม้อย่างยิ่ง แเต่อย่างไรก็ตาม หน้าที่แม้จะยากต้องให้เกิดผลสุดความสามารถ

 

งดสัมภาษณ์สื่อหลังส่งคดีรุกป่าให้ บก.ปทส. 

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.ที่ผ่านมา นายอรรถพล ยังได้โพสต์ข้อความว่า "ตามที่ได้แจ้งให้พี่ๆสื่อฯได้ทราบ หลังจากที่จบการแถลงข่าวแล้ว ต้องขออภัยที่ต้องหลีกเลี่ยงการให้สัมภาษณ์ในกรณีที่ดินราชบุรีโดยไม่จำเป็นนะครับ เพราะเรื่องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว และไม่อยากทำให้เกิดผลกระทบต่อการสอบสวน ทั้งนี้อาจให้ข้อเท็จจริงได้ในบางกรณีและบางโอกาสเท่าที่จำเป็นเท่านั้นครับ"

ข้อความเหล่านี้เกิดขึ้นหลังจากข่าวการแถลงข่าวของกรมป่าไม้ ที่แจ้งข้อกล่าวหาน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ที่ตรวจพบฟาร์มไก่ ในต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี บางส่วนบุกรุกเขตป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 และพ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 รวม 46.1 ไร่ ซึ่งหลังจากกรมป่าไม้ ตรวจสอบปัญหาการถือครองที่ดินในเขตป่า ทำให้มีหลายคนชื่นชมการทำงานของกรมป่าไม้ ว่าไม่ประวิงเวลาและทำงานตามอำนาจหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 

กรมป่าไม้ชี้ "ปารีณา" ผิด 4 ข้อหา เตรียมปักป้ายปิดฟาร์มไก่

ใครคือ "อรรถพล เจริญชันษา"

"อรรถพล" นั่งเก้าอี้อธิบดีกรมป่าไม้คนใหม่


ประชาชนเห็นด้วย 90% พร้อมรับนโยบายงดรับถุง 1 ม.ค.นี้

Wed, 4 Dec 2019 16:04:00

วันนี้ (4 ธ.ค.2562) นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ปีนี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้จัดงานวันสิ่งแวดล้อมไทยและวันอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้านแห่งชาติ ประจำปี 2562 ตรงกับวันที่ 4 ธ.ค.ของทุกปี ภายใต้แนวคิด “ดูแลโลก เพื่อให้โลกดูแลเราตลอดไป” เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิต พระผู้ทรงเป็นบิดาแห่งการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม


ควบคู่กับรณรงค์ให้ประชาชนเห็นคุณค่าและความสำคัญของการทำความดีในเรื่องของจิตอาสาตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่สำคัญช่วยเสริมสร้างจิตสำนึกและการมีส่วนร่วมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะการร่วมกันลดปริมาณขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ทั้งนี้ ปีนี้ได้สำรวจสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่องการงดให้บริการถุงพลาสติกหูหิ้ว โดยดุสิตโพล จำนวน 2,032 คน จากทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 30 ต.ค. - 15 พ.ย.2562 ที่มีต่อนโยบาย การงดให้บริการถุงพลาสติกหูหิ้วตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2563 เป็นต้นไป พบมีประชาชนมีความคิดเห็น ดังนี้


ด้าน นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า อยากขอเชิญชวนประชาชนเตรียมความพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของประเทศตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไป ห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านสะดวกซื้อกว่า 76 บริษัททั่วประเทศพร้อมใจกันงดให้บริการถุงพลาสติกหูหิ้วที่มีความหนาน้อยกว่า 36 ไมครอน หรือถุงก๊อบแก๊บให้กับประชาชนที่เข้ามาใช้บริการ และร่วมกันรณรงค์สร้างการรับรู้ให้ประชาชนเตรียมความพร้อม

10 ปี ขยะมูลฝอยไทย เพิ่มขึ้น 4 ล้านตัน

แม้หลายภาคส่วนเริ่มตื่นตัวกับการลดขยะจากต้นทาง แต่ข้อมูลกรมควบคุมมลพิษที่รายงานสถานการณ์ปริมาณขะมูลฝอยที่เกิดขึ้นของประเทศไทย พบว่าในปี พ.ศ. 2561 มีปริมาณขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้นจากแหล่งกำเนิดขยะมูลฝอยต่าง ๆ ประมาณ 27.93 ล้านตัน หรือประมาณ 76.529 ตันต่อวัน ซึ่งมีปริมาณขยะมูลฝอยเพิ่มมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา 

ทั้งนี้ เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของประชากร การบริโภคที่เพิ่มมากขึ้น การขยายตัวของชุมชนเมือง และการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตจากสังคมเกษตรกรรมสู่สังคมเมืองในหลายพื้นที่ โดยพบว่าอัตราการเกิขยะมูลฝอยโดยเฉลี่ยเท่กับ 1.15 กิโลกรัมต่อคนต่อวัน ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา

 

เช็ก! จังหวัดไหนมีขยะมูลฝอยตกค้างมากที่สุด

นอกจากนี้ กรมควบคุมมลพิษ ยังมีข้อมูลการจัดลำดับจังหวัดที่มีปริมาณขยะมูลฝอยตกค้างในสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยที่ดำเนินการไม่ถูกต้อง ปี 2561 พบว่าจังหวัดที่มีปริมาณขยะมูลฝอยตกค้างสูงที่สุด คือ จ.นครศรีธรรมราช โดยพบว่ามีปริมาณขยะมูลฝอยตกค้างประมาณ 1.17 ล้านตัน ซึ่งพบว่าอยู่ในสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยของเทศบาลนครนครศรีธรรมราชมากที่สุดประมาณ 1.12 ล้านตัน

เมื่อพิจารณา 5 ลำดับที่มีปริมาณขยะมูลฝอยตกค้างสูงสุด ได้แก่ จังหวัดนครศรีธรรมราช (1.17 ล้านตัน) จังหวัดสระบุรี (0.37 ล้านตัน) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (0.29 ล้านตัน) จังหวัดระยอง (0.25 ล้านตัน) และจังหวัดลพบุรี (0.24 ล้านตัน)

 

 


พบคราบน้ำมันเตา 2 หมื่นลิตรกลางอ่าวไทย

Wed, 4 Dec 2019 15:53:00

จากกรณีเรือ Golden Bridge 2 ซึ่งเป็นเรือบรรทุกน้ำมันเตาจมบริเวณปากร่องแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อช่วงเช้าวันที่ 3 ธันวาคม 2562 โดยพบคราบน้ำมันเตาลอยในทะเลกว่า 20,000 ลิตร 

วันนี้ (4 ธ.ค.2562) สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือจิสด้า ใช้ข้อมูลภาพจากดาวเทียม Sentinel-2A บันทึกภาพเมื่อวันที่ 3 ธ.ค.ที่ผ่านมา เวลา 10.41 น. โดยทำการวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลกระแสน้ำ จากระบบเรดาร์ชายฝั่ง เพื่อติดตามสถานการณ์ และทิศทางการเคลื่อนที่ของคราบน้ำมันดังกล่าว

พบคราบน้ำมันฯ เป็นทางยาวประมาณ 4 กิโลเมตร จากตำแหน่งเรือ Golden Bridge 2 ที่ล่มกลางทะเล  และมีทิศทางการเคลื่อนที่ไปทางทิศตะวันตก ด้วยความเร็วเฉลี่ย 0.33 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

จิสด้า ยังคาดการณ์ต่อไปว่า คราบน้ำมัน ยังคงลอยอยู่กลางอ่าวไทย โดยมีแนวโน้มการเคลื่อนไปทางทิศตะวันตกในรัศมีประมาณ 15 กิโลเมตร จากตำแหน่งเรือจม ทั้งนี้ จิสด้า ได้นำส่งข้อมูลไปยังหน่วยงานในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้ในการติดตามสถานการณ์ดังกล่าวแล้ว

ภาพ :กรมเจ้าท่า

ภาพ :กรมเจ้าท่า

 

สำหรับอุบัติเหตุเรือ Golden Bridge 2 จมบริเวณทะเลศรีราชา เกิดขึ้นเมื่อ เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยได้รับแจ้งจาก บริษัทศรีราชาวีทีเอสว่า เรือ Golden Bridge 2 ได้ประสบอุบัติเหตุ ถูกคลื่นซัดเข้าบริเวณท้ายเรือ จนทำให้เรือเอียง และอุบัติเหตุจมกลางทะเลศรีราชา ในเวลา 05.45 น. 

จากนั้นศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ได้ประสานการปฏิบัติกับศูนย์ปฏิบัติการทัพเรือภาคที่ 1 ในการจัดเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเลและเรือหลวงเทพาเข้าตรวจสอบพบว่า มีน้ำมันที่อยู่ภายในเรือ จำนวน 104,000 ลิตร รั่วไหลออกมาเป็นทางยาว ระยะ 1.5 ไมล์ คาดว่าเป็นน้ำมันที่รั่วออกจากเรือ ปริมาณ 100 ตัน พร้อมกับได้ประสานเรือเด่นสุทธิ ซึ่งเป็นเรือสกัดคราบน้ำมัน และเรือหลวง หลีเป๊ะ ในการลำเลียงอุปกรณ์ขจัดคราบน้ำมัน สำรวจพื้นที่ และเร่งกำจัดคราบน้ำมัน 

 

ภาพ:จิสด้า

ภาพ:จิสด้า

 

กังวลกระทบปะการังเกาะสีชัง 

ก่อนหน้านี้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) มีความกังวลว่าคราบน้ำมันเตา จากเรืออาจจะกระทบกับระบบนิเวศ เนื่องจากจุดเรือล่ม พบมีแนวปะการังที่เกาะสีชัง มีระยะห่าง ประมาณ 28 กิโลเมตร  และแนวป่าชายเลนตามแนวชายฝั่ง จ.สมุทรปราการ และกรุงเทพ ประมาณ 8กม. ทั้งนี้ จากข้อมูลกระแสน้ำ ความเร็วลม ของสถานีเรดาร์ GISTDA อ่าวไทย จะได้รับอิทธิพลจากลมตะวันออกเฉียงเหนือ ทะเลมีคลื่นสูง 1-2เมตร ทำให้ทิศทางการไหลของน้ำมันไปในทางทิศตะวันตกของอ่าวไทย คือไปทางชายฝั่ง จ.เพชรบุรี

 

 

 

 


ชุมชน "บ้านป่าตึงงาม-บ้านสันป่าสัก" คว้ารางวัลสะอาดบุรี ปี 2

Wed, 4 Dec 2019 14:47:00

วันนี้ (4 ธ.ค. 2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม และองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส ประกาศรางวัลโครงการชุมชนปลอดขยะสู่ความยั่งยืน ประจำปี 2562 โดยมี 15 ชุมชนทั่วประเทศเข้าร่วมโครงการฯ

ทั้งนี้ ให้ชุมชนที่มีความสามารถจัดการขยะระดับมือรางวัลชุมชนปลอดขยะ ขยายผลนำองค์ความรู้ไปถ่ายทอดให้ชุมชนอื่นที่ยังไม่สามารถจัดการขยะในชุมชน ให้มีองค์ความรู้และเกิดจิตสำนึกในการจัดการขยะของชุมชนให้ยั่งยืนต่อไป

สำหรับชุมชนที่ได้รับรางวัลในโครงการชุมชนปลอดขยะสู่ความยั่งยืน “สะอาดบุรี ปี 2” ประจำปี 2562 มีดังนี้ 

รางวัลชนะเลิศ

ชุมชนบ้านป่าตึงงาม เทศบาลตำบลป่าสัก จ.ลำพูน ซึ่งเป็นทีมพี่เลี้ยงระดับประเทศ ให้กับชุมชนบ้านสันป่าสัก เทศบาลตำบลป่าสัก จ.ลำพูน ทีมน้องใหม่ระดับประเทศ

อ่านข่าว : เปลี่ยน "ขยะ" เป็นสวัสดิการชุมชน ชวนลดจากต้นทาง

 

รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1

หมู่ที่ 6 บ้านหนองสะแกกวน เทศบาลตำบลโนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นทีมพี่เลี้ยง ให้กับชุมชนหมู่ที่ 5 โนนดินแดง เทศบาลตำบลโนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ ทีมน้องใหม่

อ่านข่าว : หักดิบ “ปลดถังขยะ 100%” จุดเริ่มแก้ขยะชุมชน

 

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 

ชุมชนบุลำดวนใต้ เทศบาลเมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นทีมพี่เลี้ยง ให้กับชุมชนชุมเห็ด เทศบาลเมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ ทีมน้องใหม่

อ่านข่าว : “บิ๊กคลีนนิ่ง” กลยุทธ์หยุดจุดดูดขยะชุมชน

 

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 

ชุมชนบ้านเกาะกลาง เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นทีมพี่เลี้ยง ให้กับชุมชนแฟลต 23-24 เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร ทีมน้องใหม่

อ่านข่าว : เปลี่ยนเมือง ! แฟลตคลองเตย ลดขยะกว่า 30% ใน 3 เดือน

 

รางวัลชมเชย 

บ้านโป่งศรีนคร เทศบาลตำบลโรงช้าง จ.เชียงราย ซึ่งเป็นทีมพี่เลี้ยง ให้กับชุมชนบ้านดอนแก้ว เทศบาลตำบลโรงช้าง จ.เชียงราย (ทีมน้องใหม่)

อ่านข่าว : “ดอนแก้ว” จับมือ 11 ชุมชน ตั้งกฎลดขยะ ตั้งเป้าปิดบ่อขยะ

 

รางวัล Popular Vote 

หมู่ที่ 5 โนนดินแดง เทศบาลตำบลโนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ ทีมน้องใหม่ และชุมชนหมู่ที่ 6 บ้านหนองสะแกกวน เทศบาลตำบลโนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ ทีมพี่เลี้ยง

อ่านข่าว : หักดิบ “ปลดถังขยะ 100%” จุดเริ่มแก้ขยะชุมชน

 

ชุมชนต้นแบบ"ขยะเหลือศูนย์"

นอกจากนี้ ยังมีการมอบรางวัล โครงการชุมชนปลอดขยะ (Zero waste) ปี 2562  รวม 10 รางวัล โดย รางวัลชนะเลิศชุมชนขนาดเล็ก ได้แก่ ชุมชนบ้านดอนกลอย องค์การบริหารส่งตำบลด่านขุนทด จ.นครราชสีมา อปท.ที่ให้การสนับสนุน ได้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบลด่านขุนทด จ.นครราชสีมา

รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ได้แก่ ชุมชนบ้านท่าใหม่ จ.เพชรบูรณ์ อปท.ที่ให้การสนับสนุน ได้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบลลานบ่า จ.เพชรบูรณ์

รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 ได้แก่ ชุมชนบ้านหนองจับเป็ด จ.จันทบุรี อปท.ที่ให้การสนับสนุน ได้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบลปะตง จ.จันทบุรี

รางวัลชมเชย 2 รางวัล ได้แก่ ชุมชนบ้านประชาชื่น หมู่ที่ 18 จ.ร้อยเอ็ด อปท.ที่ให้การสนับสนุนชุมชนปลอดขยะ ได้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบลเกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด ชุมชนเพชรรัตน์ จ.แพร่ อปท.ที่ให้การสนับสนุนชุมชนปลอดขยะ ได้แก่ เทศบาลเมืองแพร่จังหวัดแพร่

 

ขณะที่ รางวัลชนะเลิศ ชุมชนขนาดกลาง ได้แก่ (รวม 10 รางวัล) ชุมชนบ้านโนนกล้วยหอม หมู่ที่ 6 เทศบาลตำบลบ้านแฮด จ.ขอนแก่น อปท.ที่ให้การสนับสนุน  เทศบาลตำบลบ้านแฮด จ.ขอนแก่น

รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ได้แก่ ชุมชนบ้านคุยมะม่วง จ.กำแพงเพชร อปท.ที่ให้การสนับสนุน ได้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบลโนนพลวง จ.กำแพงเพชร

รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 ได้แก่ ชุมชนบ้านกันตวจระมวล จ.สุรินทร์ อปท.ที่ให้การสนับสนุน ได้แก่ เทศบาลตำบลกันตวจระมวล จ.สุรินทร์

รางวัลชมเชย 2 รางวัล ได้แก่ ชุมชนบ้านสองคร จ.ยโสธร อปท.ที่ให้การสนับสนุน ได้แก่ เทศบาลตำบลกุดชุมพัฒนา จ.ยโสธร ชุมชนกรมทหารปืนใหญ่ที่ 72 จ.ลพบุรี อปท.ที่ให้การสนับสนุน ได้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบลท่าแค จ.ลพบุรี

 

รางวัลชนะเลิศ ชุมชนขนาดใหญ่ ได้แก่ (รวม 10 รางวัล) ผู้แทนชุมชนบ้านรางพลับ หมู่ที่ 1 เทศบาลตำบลกรับใหญ่ จ.ราชบุรี อปท.ที่ให้การสนับสนุน ได้แก่ เทศบาลตำบลกรับใหญ่ จ.ราชบุรี

รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ได้แก่ ชุมชนบ้านไร่ จังหวัดลำพูน อปท.ที่ให้การสนับสนุน ได้แก่ เทศบาลตำบลอุโมงค์ จังหวัดลำพูน

รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 ได้แก่ ชุมชนบ้านคลองกะทา จังหวัดจันทบุรี อปท.ที่ให้การสนับสนุน ได้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบลปะตง จังหวัดจันทบุรี

รางวัลชมเชย 2 รางวัล ได้แก่ ชุมชนบ้านยางหลวงใต้ หมู่ที่ 5 จ.หนองบัวลำภู อปท.ที่ให้การสนับสนุน ได้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบลกุดจิก จ.หนองบัวลำภู และชุมชนบ้านขอน จ.น่าน อปท.ที่ให้การสนับสนุน ได้แก่ เทศบาลตำบลปัว จ.น่าน

โรงเรียนปลอดขยะ Zero waste

โครงการโรงเรียนปลอดขยะ (Zero waste school) ปี 2562 (รวม 5 รางวัล) โรงเรียนปลอดขยะชนะเลิศได้รับรางวัลถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้

รางวัลชนะเลิศ โรงเรียนระดับประถมศึกษาและโรงเรียนขยายโอกาส ได้แก่ โรงเรียนเทศบาลบ้านศรีฐาน จ.ขอนแก่น

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ โรงเรียนอนุบาลทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ โรงเรียนอนุบาลหนองหงส์ จ.บุรีรัมย์ รางวัลชมเชย จำนวน 2 รางวัล ได้แก่ โรงเรียนบ้านลำต้นกล้วย กรุงเทพมหานคร และโรงเรียนบ้านสันป่าไร่ จ.ตาก

รางวัลชนะเลิศ โรงเรียนระดับมัธยมศึกษา ได้แก่ (รวม 5 รางวัล) โรงเรียนหัวตะพานวิทยาคม จ.อำนาจเจริญ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 จำนวน 2 รางวัล ได้แก่ โรงเรียนเทศบาล 5 เด่นห้า จ.เชียงราย และโรงเรียนมหาภาพกระจาดทองอุปถัมภ์ จ.สมุทรปราการ

รางวัลชมเชย จำนวน 2 รางวัล ได้แก่ โรงเรียนราชนันทาจารย์ สามเสนวิทยาลัย 2 กรุงเทพมหานคร และโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด

นวัตกรรมจัดการขยะชุมชน

โครงการประกวดนวัตกรรมการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน 1 อปท. 1 นวัตกรรม จัดการขยะชุมชน ประจำปี 2562 ภายใต้หัวข้อ “ลดใช้พลาสติก โฟม และ Single Use Plastic” (รวม 3 รางวัล) แบ่งออกเป็น 5 ประเภท ดังนี้

รางวัลชนะเลิศ กลุ่มสถาบันการศึกษา : ระดับประถมศึกษา กับผลงาน เตากำจัดขยะและลดมลพิษ ซึ่งมี 1.ดญ.ปัญญาพร เหี้ยทา 2. ดช.รัฐศาสตร์ เอกอายะ 3.นายปราโมทย์ กงวิรัตน์ โรงเรียนบ้านนาราชควาย ต.นาราชควาย อ.เมือง จ.นครพนม เป็นเจ้าของผลงาน

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 กับผลงาน เครื่องบีบอัดขยะ ซึ่งมี 1.ดช.ชิษณุพงศ์ เศรษฐสิงห์ 2.ดช.ทศพล เมืองนอน 3.ดญ.ดารินทร์ ฝาชัยภูมิ เป็นเจ้าของผลงาน  โดยมีที่ปรึกษา 1.น.ส.กชมน บุญเรืองศรี 2.นางสุภาพร โรยสุวรรณ โรงเรียนบ้านหนองปลา จ.ชุมพร

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ผลงาน วายร้ายชุมชน ซึ่งมี 1.นายสุรเชษฐ์ เอี่ยมคง 2.น.ส.วันวิสาข์ เอี่ยมคง 3.น.ส.สุธาทิพย์ โมราลาย 4. ดญ.กชกร เจริญรูป โรงเรียนสระแก้ววิทยา จ.นครศรีธรรมราช เป็นเจ้าของผลงาน


ขณะที่ รางวัลชนะเลิศ กลุ่มสถาบันการศึกษา : ระดับมัธยมศึกษา / อาชีวศึกษา (ปวช.) (รวม 3 รางวัล) กับผลงาน คิวอาร์โค้ด G&P ลดขยะ มี  1.นางณัชเพ็ญฤดี กอบชัย 2.น.ส.ปณิชา กอบชัยกุล 3. ดช.อัฒภาค กอบชัยกุล โรงเรียนสาธิตเทศบาลบ้านเชตะวัน ต.ในเวียง อ.เมือง จ.แพร่ เป็นเจ้าของผลงาน 

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ผลงาน ถุงพลาสติกชีวภาพที่ย่อยสลายจากใบสัปปะรด ซึ่งมี 1.นายสิริวุฒิ เจริญลาภ 2.นายเพชรพล เพชรชลคราม 3.นายดุลยวัต ผุดผาด ที่ปรึกษา นายจิระพงศ์ อ่อนหนู วิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี จ.สุราษฎร์ธานี เป็นเจ้าของผลงาน

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ผลงาน MSR.PS.pack 1.นายลุ้นผล นาถาดทอง เป็นเจ้าของผลงาน โดยนายสัญญา อาภาสโชคทวี โรงเรียนมัธยมวัดสุทธาราม กรุงเทพมหานคร เป็นที่ปรึกษา


รางวัลชนะเลิศ กลุ่มสถาบันการศึกษา : ระดับอุดมศึกษา / อาชีวศึกษา (ปวส.) (รวม 3 รางวัล) ผลงาน การใช้ถุงพลาสติกที่ผ่านการใช้งานแล้วในกระบวนการขึ้นรูปแบบหมุน ซึ่งมี 1.นายจักรภัทร ปรีดาวัฒน์ 2.น.ส.สุปราณี โพธิภิรมย์ 3.น.ส.จิดาภา กรมสุริยศักดิ์ เป็นเจ้าของผลงาน และมี ดร.ณรงค์ชัย โอเจริญ ภาควิชาวิศวกรรมวัสดุและโลหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี จ.ปทุมธานี เป็นที่ปรึกษา

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ผลงาน ถุงเพาะชำชีวภาพปลูกพืชทางการเกษตรจากเซลลูโลสใบสัปปะรด เจ้าของผลงาน 1. นายณัฐชนน จันทร์ประดิษฐ์ 2.นายสุวิจักขณ์ พรมช้าง 3.นายวิทยุทธ ชูสุวรรณ ที่ปรึกษา น.ส.บังอร ดำด้วงโรม วิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี จ.สุราษฎร์ธานี

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ผลงาน เครื่องขึ้นรูปภาชนะใส่อาหารจากวัสดุชีวภาพ และภาชนะใส่อาหารจากวัสดุชีวภาพ เจ้าของผลงาน 1.นายชินดนัย วงศ์ประสาร 2.นายจตุพล แตกช่อ 3.นายตระกานต์ เนื้อทอง ที่ปรึกษา น.ส.อัจฉราวดี สันตพันธ์ วิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ จ.ศรีสะเกษ


รางวัลชนะเลิศ กลุ่มชุมชน วัด และประชาชนทั่วไป (รวม 3 รางวัล) ผลงาน Small Step to the big change เจ้าของผลงาน 1. น.ส.ชิสา ชุมภูจันทร์ 17/1 ถนนศิริมังคลาจารย์ ซอย 7 ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ผลงาน นวัตกรรมนักบิณฑ์พิชิตโลกร้อน เจ้าของผลงาน 1. พระครูปลัดภิภพ กนตธมโน 2. นายสนั่น สมจันทร์ 3.พระสมุห์ณัฐธีร์ สุขวฑฒโก ที่ปรึกษา นางจิราภรณ์ เสวะกะ บ้านป่าบุก หมู่ที่ 10 จ.ลำพูน

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ผลงาน ห่อสวย หิ้วสวย ห่วงใยธรรมชาติ เจ้าของผลงาน 1.นางสุนิษา เรืองทอง 2. นางศิรินทร์ ด้วงคง 3. นางปราณี รามด้วง ที่ปรึกษา น.ส.เมทิณี ฉีดเกตุ ตลาด(หลาด)ใต้โหนด หมู่ที่ 4 จ.พัทลุง


ขณะที่ รางวัลชนะเลิศ กลุ่มหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และบริษัทเอกชน (รวม 4 รางวัล) ผลงาน ม้านั่งจากถุงพลาสติก เจ้าของผลงาน 1.นายเกียรติศักดิ์ ขันทีท้าว 2. น.ส.ดารุณี พลราชม 3.นายลิขิต ยางธิสาร องค์การบริหารส่วนตำบลเหล่าโพนค้อ จ.สกลนคร

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ผลงาน การปั้นหินเทียม น้ำตกเทียม จากโฟม ถุงอลูมีเนียมฟรอยด์ กล่องนม เจ้าของผลงาน 1. น.ส.พีรดา ปฏิทัศน์ 2.นายสมบูรณ์ ชุติมามาศ สวนพุทธชาติ 29 หมู่ที่ 7 จ.สุพรรณบุรี

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ผลงาน ลด แยก แลกสิ่งแวดล้อม นวัตกรรมสู่โลกสีเขียว เจ้าของผลงาน 1. น.ส.ปาริชาติ สิงคำโล โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 จ.เชียงใหม่

รางวัลพิเศษผลโหวตยอดเยี่ยม ผลงาน กระถางชีวภาพจากวัสดุธรรมชาติ เจ้าของผลงาน 1.น.ส.พัทธวรรณ บุบผาคร 2. น.ส.ลลิดา พิบูลย์ 3.น.ส.วิมลสิริ แก้วขำ ที่ปรึกษา นางเสาวภา จารุรัตน์ โรงเรียนเทพมิตรศึกษา จ.สุราษฎร์ธานี


ผู้พิพักษ์สิ่งแวดล้อม ทสม.ดีเด่น

รางวัลอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน (ทสม.) และเครือข่าย ทสม. ดีเด่น ระดับประเทศ ประจำปี 2562 (จำนวน 4 รางวัล) 1. นายธีรวัฒน์ ต๊ะวิกา ทสม. จ.แพร่ ทสม. ดีเด่น ระดับประเทศด้านการจัดการขยะมูลฝอย 2. นายคมสัน เที่ยงดี ทสม. จ.มหาสารคาม ทสม. ดีเด่นระดับประเทศ ด้านการพิทักษ์และฟื้นฟูป่าไม้ 3. นายวันชัย สวัสดิ์แดง ทสม. จ.นครปฐม ทสม. ดีเด่น ระดับประเทศ ด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรน้ำ 4. นางวราภรณ์ สมบัติวงษ์ ทสม. จ.พิจิตร ทสม. ดีเด่นระดับประเทศด้านการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

เครือข่าย ทสม. ดีเด่น ระดับประเทศ (จำนวน 3 รางวัล) 1. เครือข่าย ทสม. ต.น้ำเลา อ.ร้องกวาง จ.แพร่ เครือข่าย ทสม. ดีเด่น ระดับประเทศ ด้านการพิทักษ์และฟื้นฟูป่าไม้ 2. เครือข่าย ทสม. ต.ย่านยาว อ.เมือง จ.พิจิตร เครือข่าย ทสม. ดีเด่น ระดับประเทศ ด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรน้ำ 3. เครือข่าย ทสม. อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร เครือข่าย ทสม. ดีเด่น ระดับประเทศ ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ รางวัลประกาศรับรองและมอบตราสัญลักษณ์อุทยานธรณีประเทศไทยให้กับอุทยานธรณีผาชัน สามพันโบก จ.อุบลราชธานี (จำนวน 1 รางวัล)

 

 


ตื่นเต้น! นักท่องเที่ยวเจอเสือโคร่งในอุทยานฯ ปางสีดา

Wed, 4 Dec 2019 13:14:00

เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่หัวหน้าอุทยานแห่งชาติปางสีดา จ.สระแก้ว ได้รับแจ้งจากนักท่องเที่ยวต่างชาติว่า พบเห็นเสือโคร่ง 1 ตัว บริเวณถนนสายความมั่นคง สาย 3462 ช่วงประมาณกิโลเมตรที่ 17 ขณะวิ่งผ่านหน้ารถเข้าไปในป่าข้างทางอย่างรวดเร็ว ซึ่งกล้องหน้ารถบันทึกภาพไว้ได้ แต่ไม่สามารถระบุเพศและรายละเอียดของเสือโคร่งตัวดังกล่าวได้ จากนั้นนักท่องเที่ยวได้หยุดรถและถ่ายภาพรอยเท้าเสือไว้เป็นหลักฐาน

 

นายบุญเชิด เจริญสุข หัวหน้าอุทยานแห่งชาติปางสีดา กล่าวว่า การพบเห็นเสือโคร่ง บ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าดงพญาเย็น ภายในพื้นที่อุทยานแห่งชาติปางสีดา แต่อีกมุมหนึ่งก็รู้สึกเป็นห่วงเสือโคร่งตัวดังกล่าว หลังมีข่าวการพบเห็นและเผยแพร่สู่สาธารณะ อาจทำให้ผู้ไม่หวังดี หรือกลุ่มนายพรานเข้ามาล่าได้ ซึ่งจากการสำรวจพบว่าใน จ.สระแก้ว ปัจจุบันมีเสือโคร่งเหลือเพียง 22 ตัวเท่านั้น จึงอยากให้ประชาชนช่วยกันอนุรักษ์เสือ โดยหากพบเห็นสามารถแจ้งข้อมูลได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติปางสีดา โทร. 0818621511 หรือหัวหน้าอุทยานแห่งาติปางสีดา โทร. 0819485129

 

ด้านนายสุระพง ธรรมวรางกูร นักอนุรักษ์และนักเดินป่า ในฐานะรองประธานกรรมการที่ปรึกษาฝืนป่ามรดกโลกดงพญาเย็น-เขาใหญ่ กล่าวว่า เคยพบเห็นเสือโคร่งในพื้นที่ปางสีดา เมื่อช่วง 2-3 ปีก่อน บริเวณกิโลเมตรที่ 6-7 ทางขึ้นอุทยานแห่งชาติปางสีดา

นายสุระพง ระบุอีกว่า การมีคนพบเห็นเสือถือว่าเป็นเรื่องดี เพราะเป็นห่วงโซ่อาหารที่สมบูรณ์ แม้จะมีความเป็นห่วงผลกระทบทั้งด้านบวกและด้านลบ แต่อยากให้มองมุมบวกมากกว่า เพราะขณะนี้ช่วงชีวิตของเสือลดน้อยลง หากต่อไปจำนวนเสือลดลง ก็จะทำให้ระบบห่วงโซ่อาหารในป่าเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งหากนักท่องเที่ยวพบเจอเสือ ขอให้ออกห่างและรายงานเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ ผืนป่ามรดกโลกทั้งเขาใหญ่ ปางสีดา ทับลาน ดงพญาเย็น ตาพระยา และป่าดงใหญ่ มีเสือเดินผ่านไปผ่านมาตลอดเวลา เป็นกลุ่มเดียวกันและครอบครัวเดียวกัน

 


"วราวุธ" ยันเลิกกินหูฉลามนานแล้ว

Wed, 4 Dec 2019 12:04:00

จากกรณีที่ นักอนุรักษ์-นักวิชาการ ติงงานเลี้ยงกระชับมิตรพรรคร่วมรัฐบาล เสิร์ฟ "เมนูซุปหูฉลามตุ๋นหม้อดิน" บนโต๊ะอาหาร สวนกระแสอนุรักษ์ทั่วโลกที่รณรงค์ไม่กินหูฉลาม 

เศร้า ! พรรคร่วมรัฐบาลเสิร์ฟ "หูฉลาม" กระชับมิตร

วันนี้ (4 ธ.ค.2562) นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระบุว่า ไม่ได้กินหูฉลามมาเป็นปีแล้ว เพราะตั้งแต่มีการณรงค์ และมีการศึกษาส่วนตัว สิ่งเหล่านี้ยังไม่ใช่กฎหมาย แต่เป็นความสมัครใจ การที่จะชักชวนคนอื่นๆ ได้ต้องเริ่มจากตัวเองก่อน

ส่วนตัวเลิกกินมาพักใหญ่แล้ว เมื่อวานกินแต่ผัก ส่วนท่านอื่นๆที่ยังมีการบริโภคอยู่  คงบังคับไม่ได้ แต่ถ้าทำได้จะเป็นสิ่งที่ดี เพราะนอกจากหูฉลามแล้ว ยังมีอาหารต่างชาติเมนูอื่น ๆ ที่มีการรณรงค์ไม่บริโภค เช่น ฟัวกราส์ หรือตับห่าน ขั้นตอนการผลิตค่อนข้างโหดร้ายทารุณ

 

 

 


เศร้า ! พรรคร่วมรัฐบาลเสิร์ฟ "หูฉลาม" กระชับมิตร

Wed, 4 Dec 2019 10:42:00

วันนี้ (4 ธ.ค.2562) เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมไทย ซึ่งตรงกับวันที่ 4 ธ.ค.ของทุกปี แต่ปรากฎเรื่องราวที่สวนกระแสอนุรักษ์ หลังที่เพจตัวจี๊ดปรี๊ดข่าว ได้เผยข้อความว่า 3 ป. "บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม -บิ๊กป๊อก" ร่วมวงดินเนอร์พรรคร่วมรัฐบาล กินอาหารจีน หูฉลาม ปลาหิมะ โดยมีภาพรายชื่อ 6 เมนูอหารที่จะเสิร์ฟบนโต๊ะอาหารร่วมอยู่ด้วยคือ ซุปหูฉลามตุ๋นหม้อดิน ปลาหิมะ ในงานเลี้ยงพรรคร่วมรัฐบาลที่สโมสรราชพฤกษ์ เมื่อวานนี้ (3 ธ.ค.)

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเสิร์ฟเมนูหูฉลามครั้งนี้ ถูกวิจารณ์จากกลุ่มนักอนุรักษ์ในวงกว้าง เนื่องจากที่ผ่านมาองค์กรอนุรักษ์ระดับโลกต่างรณรงค์ยุติการบริโภคหูฉลาม โดย WildAid Thailand ช่วยสัตว์ป่า ออกแคมเปญรณรงค์ เมื่อเดือนก.ค.ที่ผ่านมา ระบุผลการสำรวจความต้องการบริโภคหูฉลามของคนไทยในเขตเมืองปี 2560 โดยองค์กร WildAid Thailand ช่วยสัตว์ป่า พบว่าคนไทยในเขตเมืองทั่วประ เทศทานหูฉลามบ่อยที่สุดในงานรื่นเริงต่างๆ เช่น งานแต่งงาน 72 % งานรวมญาติ 61 % และงานเลี้ยงธุรกิจ 47 % 

ในแต่ละปีมีฉลามกว่า 100 ล้านตัวถูกฆ่าอย่างโหดร้าย โดยถูกลากขึ้นมาเพื่อเฉือนครีบออกทั้งหมดก่อนจะถูกโยนทิ้งกลับลงสู่ท้องทะเล ซึ่งทำให้ฉลามเหล่านั้นต้องจมน้ำตายทั้งเป็น เนื่องจากสูญเสียอวัยวะสำคัญในการดำรงชีวิต

โดยจำนวนครีบกว่า 73% ถูกนำมาทำเป็นซุปหูฉลาม ซึ่งประเทศไทยถูกจัดได้ว่าเป็นตลาดค้าครีบฉลามรายใหญ่แห่งหนึ่งของโลก 

นักวิชาการติงรัฐบาลเมินสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ นายศักดิ์อนันต์ ปลาทอง โพสต์เฟซบุ๊ก Sakanan Plathong ว่า จะบอกได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า  “รัฐบาลนี้ไม่ได้ใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อม” เข้าใจดีว่า ระดับผู้บริหารไม่รู้หรอกว่า ระดับปฏิบัติจะจัดอาหารอะไรมาให้

ฝ่ายปฏิบัติก็ไม่ได้สนใจว่า วงการสิ่งแวดล้อมบ้านเราเขารณรงค์เรื่องหูฉลามกันอย่างไร เพราะระดับนโยบายไม่เคยสนใจที่จะแสดงตัวตนออกมาให้เห็นว่า ต้องใส่ใจด้านสิ่งแวดล้อม ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีในด้านสิ่งแวดล้อม

จะมาอ้างว่า ไม่รู้ งานเยอะ งานยุ่ง เรื่องของเด็กๆ ก็คงไม่สมเหตุผล แค่ส่งสัญญานนิดเดียวว่ารัฐบาลนี้ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ระดับปฏิบัติก็รู้แล้วว่าจะต้องทำอย่างไร

ดูอย่างโครงการเสนอพื้นที่อนุรักษ์ทางฝั่งอันดามันให้เป็นมรดกโลก ฝ่ายปฏิบัติแสดงข้อมูลให้เห็นว่ามีคุณค่าพอจะเป็นมรดกโลก และประชาชนก็เห็นด้วย แต่พอฝ่ายเศรษฐกิจทักแบบไม่เป็นทางการว่า เดี๋ยวมันจะทำให้โครงการท่าเรือน้ำลึกเกิดไม่ได้ ฝ่ายปฏิบัติก็ยอมตัดพื้นที่อันดามันตอนล่างทั้งหมด ออกจากรายการที่จะนำเสนอมรดกโลก ไม่มีใครกล้าหือ ไม่มีใครกล้าเสนอเข้าไป

และมันก็แสดงให้เห็นได้จากหลายกิจกรรม หลายโครงการ หลายนโยบายที่ไม่แคร์สิ่งแวดล้อม
ไม่ว่าเราจะชี้ให้เห็นผลเสียของการสร้างกำแพงกันคลื่นอย่างไร ไม่ว่าเราจะแสดงให้เห็นว่า ปากบารา มีความสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติอย่างไร ไม่ว่าจะมีเสียงคัดค้านเรื่องการสร้างทางเดินเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา ไม่ว่าจะบอกเล่าถึงโครงการฝายขยะในป่าอนุรักษ์ และสารพัดโครงการที่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ เขาไม่เคยสนใจเรื่องแบบนี้