งัดผลแก้ PM2.5 เหนือได้ผล ยื่นอุทธรณ์เขตมลพิษทัน 8 พ.ค.

Tue, 20 Apr 2021 17:21:00

วันนี้ (20 เม.ย.2564) นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการควบคุมมลพิษ ครั้งที่ 3/2564 เพื่อรับทราบสถานการณ์และมาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองในพื้นที่ภาคเหนือ และพิจารณาเกี่ยวกับคำพิพากษาของศาลปกครองเชียงใหม่ กรณีสั่งให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติประกาศกำหนดให้ จ.เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน และแม่ฮ่องสอนเป็นเขตควบคุมมลพิษ ผ่านระบบ video conference

ผลเปรียบเทียบการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือปี 2564 เทียบกับปี 2563 ช่วงวันที่ 1 ม.ค.-19 เม.ย.พบจำนวนวันที่ค่าฝุ่น PM 2.5 เกินมาตรฐานลดลง 9% และจำนวนจุดความร้อนลดลง 52%

คุมเข้มปัญหาถึง พ.ค.นี้-เล็งอุทธรณ์ทันภายใน 8 พ.ค.

ทั้งนี้แนวโน้มที่จำนวนวันที่ฝุ่นเกินมาตรฐานลดลง เป็นผลจากผลการดำเนินงาน กิจกรรมที่ทส.ร่วมกับหน่วยงานต่าง​ๆ​ และประชาชนในพื้นที่​ รวมไปถึงสภาพอากาศ ซึ่งแม้ว่าตอนนี้ภาพรวมจะดีขึ้น แต่ทส.ยังขอให้ทุกหน่วยงานเฝ้าระวังอย่างเข้มข้นและต่อเนื่องไปจนถึงเดือน พ.ค.นี้ 

สำหรับการพิจารณาเรื่องคำพิพากษาของศาลปกครองเชียงใหม่ กรณีสั่งให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ประกาศกำหนดให้จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน และแม่ฮ่องสอนเป็นเขตควบคุมมลพิษ ตามมาตรา 59 แห่งพ.ร.บ.สิ่งแวดล้อมพ.ศ.2535 มีการประชุมหารือกับผู้เข้าประชุม เพื่อรวบรวมความเห็นในการดำเนินการอุทธรณ์ต่อคำพิพากษาดังกล่าว

 

เนื่องจากยังมีความละเอียดอ่อนเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหามลพิษที่เกิดขึ้นในพื้นที่ การจัดทำแผนปฏิบัติการและการบริหารจัดการหลังการประกาศเป็นเขตควบคุมมลพิษ รวมไปถึงการคำนึงถึงผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของพื้นที่ที่จะประกาศเป็นเขตควบคุมมลพิษ

มอบหมายกรมควบคุมมลพิษ เป็นผู้แทนในการรวบรวมข้อเท็จจริงและยื่นอุทธรณ์ต่อคำพิพากษาดังกล่าว ซึ่งจะครบกำหนดภายในในวันที่ 8 พ.ค.นี้ 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทส.จ่อยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาประกาศเขตควบคุมมลพิษ 4 จว.เหนือ

 


พบกระสุนปืนไรเฟิล-AK47 จุดช้างตายในป่าแก่งกระจาน

Mon, 19 Apr 2021 09:26:00

กรณีพบซากช้างป่าตานในลำห้วยตะนะ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ซึ่งเจ้าหน้ากองพิสูจน์หลักฐาน สัตวแพทย์ตรวจสอบ พบเป็นซากช้างตัวผู้ อายุไม่เกิน 10 ปี คาดตาย 2 เดือน ยังคงพบขนายติดอยู่กับกระโหลก พบร่องรอยคล้ายรูกระสุนบริเวณกระโหลกช้าง เจ้าหน้าที่มีความเห็นว่าจะส่งหัวกระโหลกไปผ่าพิสูจน์ 

วันนี้(19 เม.ย.2564) นายพิชัย วัชรวงษ์ไพบูลย์ ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี กล่าวว่า เมื่อวานนี้ (18 เม.ย.) เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ร่วมกับหน่วยเฉพาะกิจฯพญาเสือ และส่วนยุทธการฯ เข้าตรวจสอบหาวัตถุพยานเพิ่มเติม หลังเจ้าหน้าที่พบซากสัตว์ป่าคุ้มครอง  1 ซาก ซึ่งภายในกะโหลกช้างมีรูต้องสงสัย จำนวน 2 รู ซึ่งคาดว่าเป็นรูที่ถูกเจาะทะลุด้วยกระสุนปืน

จากการตรวจสอบบริเวณที่เจอซากช้างป่า ในป่าแก่งกระจาน ด้วยเครื่องสแกนค้นหาโลหะ พบโลหะคล้ายหัวกระสุน จำนวนมาก ประกอบด้วย หัวกระสุนปืนคาร์บิน หัวกระสุนปืน AK47 หัวกระสุนปืน ลูกซอง (ลูกปราย 9 เม็ด) หัวกระสุนปืน ลูกซอง (ลูกโดด) หัวกระสุนปืนไรเฟิล จำนวน 54 ชิ้น
ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

 

ทั้งนี้อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ยึดซากช้างป่า และอุปกรณ์การกระทำความผิด โลหะคล้ายกระสุนปืนที่พบทั้งหมดเพื่อสืบหาชนิดกระสุนที่แท้จริง ชนิดปืน รวมถึงผู้ครอบครอง หรือกลุ่มผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทังนี้ซากช้างดังกล่าว เจ้าหน้าที่เข้าตรวจพบเมื่อวันที่ 13 เม.ย.ที่ผ่านมา หลังจากเข้าจับกุมพรานล่าสัตว์บ้านป่าเด็ง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี พร้อมตรวจยึดอุปกรณ์การกระทำผิดได้แก่ อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ขนาด 0.22 มม.พร้อมเครื่องกระสุนจำนวน 66 นัด ต่อมาจึงพบซากช้างในลำห้วยตะนะ และเมื่อเข้าตรวจสอบครั้งแรกเมื่อ 15 เม.ย.พบโครงกระดูกช้างค่อนข้างสมบูรณ์ทั้งตัว คาดว่าตายมาแล้ว 2 เดือน พบเป็นซากช้างเพศผู้ อายุไม่เกิน 10 ปี สภาพยังคงพบขนายติดอยู่กับกระโหลก

ภาพ :กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

ภาพ :กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

 

เบื้องต้นตรวจสอบพบร่องรอยที่อาจเป็นสาเหตุการตาย 2 จุด คือ ร่องรอยคล้ายรูกระสุนบริเวณกระโหลกช้าง คณะเจ้าหน้าที่มีความเห็นร่วมว่า ควรส่งหัวกระโหลกไปผ่าพิสูจน์อย่างละเอียด อีกจุดพบร่องรอยกระดูกแตกร้าวบริเวณสะโพก และกระดูกบริเวณโคนหาง 2 ท่อนแตกแยกจากกัน นายสัตวแพทย์สัญนิษฐานว่า อาจเกิดจากการชนจากช้างงาอย่างแรง จนทำให้เป็นบาดแผลขนาดใหญ่ เกิดการอักเสบและติดเชื้อ ทั้งนี้ยังต้องรอผลการตรวจพิสูจน์หาสาเหตุการตายอย่างละเอียดอีกครั้ง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เร่งตามจับ! มือฆ่าช้างทิ้งลำห้วยกลางป่าแก่งกระจาน


เฝ้า 24 ชม. "กระทิงป่าเขาสก" ติดพันวัวชาวบ้าน

Mon, 19 Apr 2021 08:31:00

วันที่ 18 เม.ย.2564 นายบรรณรักษ์ เสริมทอง ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 4 (สบอ.4) เปิดเผยว่า จากกรณี​กระทิง​ป่า เพศผู้​ อายุไม่เกิน 10​ ปี​ มีลักษณะติดสัด​ ไม่มีความดุร้าย​ เข้าติดพัน​วัวบ้านเพศเมีย ในแปลงสวนปาล์ม​น้ำมันของนายรัตนชัย​ สุขอุ่น​ บ้านช่องม้าเหลียว​ ต.พังกาญจน์ อ.พนม​ จ.สุราษฎร์ธานี​ ซึ่งอยู่นอกเขตอุทยานแห่งชาติเขาสก ห่างจากเขตอุทยานฯ 500​ เมตร

ภาพ : กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

ภาพ : กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

 

ทางอุทยานแห่งชาติเขาสกได้ร่วมกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองแสง สถานีวิจัยสัตว์ป่าคลองแสง​ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 บ้านช่องม้าเหลียว และเจ้าของวัวดังกล่าว ตรวจสอบและดูพฤติกรรมกระทิงป่า​ที่ได้เข้ามาอยู่ร่วมกับวัวบ้านในพื้นที่ของราษฎร รวมทั้งหารือร่วมกันวางแผนเพื่อความปลอดภัย

ภาพ : กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

ภาพ : กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

 

จากการหารือเบื้องต้นได้ข้อสรุปว่า จะจัดกำลังเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เขาสก​ เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองแสง​ เพื่อเฝ้าระวังและติดตามพฤติกรรมกระทิงป่า ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง ซึ่งจะประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจและความปลอดภัยของสัตว์ป่ากระทิงให้ราษฎรเข้าใจ นอกจากนี้จะสังเกตพฤติกรรมการกินอาหารของกระทิง​ หากไม่เพียงพอจะต้องจัดหาอาหารเพิ่มเติม

ภาพ : กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

ภาพ : กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

 

ก่อนหน้านี้ เจ้าของวัวบ้านดังกล่าวได้แจ้งต่อคณะเจ้าหน้าที่ว่าปศุสัตว์อำเภอให้มาฉีดวัคซีนป้องกันโรคต่าง ๆ ขั้นพื้นฐานของวัวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งทางอุทยานแห่งชาติเขาสก ประสานนายสัตวแพทย์สัตว์ป่า สบอ.4 เพื่อมาร่วมกันในการวางแผนผลักดันกระทิงกลับเข้าสู่ป่าเพื่อความปลอดภัยต่อไป

 


ด่วน! "ชัยวัฒน์" เซ็นรับโทษปลดออกจากราชการ

Fri, 16 Apr 2021 14:38:00

ความคืบหน้ากรณี อ.ก.พ.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) มีมติปลดนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี) อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ปลดออกจากราชการ ตามที่ป.ป.ท.ชี้มูลความผิดมาตรา 157 กรณีเข้ารื้อถอนเผาทำลายบ้านเรือน ยุ้งฉาง และทรัพย์สินอื่นๆ ของนายโคอิ หรือคออี้ มีมิ ชาวกะเหรี่ยงบางกลอย-ใจแผ่นดิน และของชาวบ้านอีกหลายราย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 5-9 พ.ค.2554

วันนี้ (16 เม.ย.2564) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชัยวัฒน์ ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งลงโทษลงทางวินัย ลงวันที่ 2 เม.ย.64 เรื่องการลงโทษปลดออกจากราชการ ซึ่งหลังจากได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งลงโทษลงทางวินัยในวันนี้ พร้อมเซ็นชื่อรับทราบตอบรับการได้รับทราบคำสั่งดังกล่าวในวันเดียวกัน ซึ่งจะมีผลให้ต้องพ้นจากราชการทันที

สำหรับหนังสือดังกล่าว ระบุว่าเนื่องจากสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า หรือโควิด-19 นายชัยวัฒน์ ไม่สามารถเดินทางไปดำเนินการตามหนังสือดังกล่าวได้ จึงส่งสำเนาหนังสือผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ แอพพลิเคชั่นไลน์ ส่งไปยังรักษาการผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่ 9 (อุบลราชธานี) ให้ดำเนินการตามระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 ต่อไป

ปลัดทส.ชี้คำสั่งมีผลทันทีวันนี้ 

ไทยพีบีเอสออนไลน์ สัมภาษณ์นายจตุพร บุรุพัฒน์ ปลัดทส.กล่าวว่า เมื่อนายชัยวัฒน์ เซ็นรับทราบและส่งหนังสือกลับมาแล้วถือว่าคำสั่งมีผลให้ออกจากราชการทันที ซึ่งที่ผ่านมายอมรับว่าเสียดายกับบุคลากรที่ต้องโดนกรณีมาตรา 157  กรณีนายชัยวัฒน์ ถือเป็นกรณีตัวอย่างที่ได้กำชับข้าราชการทุกคนว่าการดำเนินการใดในการปฏิบัติหน้าที่ต้องยึดตามกฎหมาย

ถ้าเซ็นรับทราบคำสั้งแล้วถือว่ามีผลตามคำสั่งปลดจากราชการทันที ส่วนที่นายชัยวัฒน์ ยื่นต่อคณะกรรมการคุณธรรม ทำเนียบรัฐบาลเป็นเรื่องส่วนบุคคล ถ้าเขาไม่รับก็อาจยื่นต่อที่ศาลปกครองตามขั้นตอน 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เส้นทางหลังถูกปลดของ “ชัยวัฒน์” วีรบุรุษแก่งกระจาน

มติ ป.ป.ท.ให้ออกจากราชการ “ชัยวัฒน์” คดีเผาบ้านบางกลอย

ทส.รับสำนวนป.ป.ท.ชี้มูลปลด "ชัยวัฒน์" พ้นราชการแล้ว

"ชัยวัฒน์" ยื่นฟ้อง 157 ป.ป.ท.ปมถูกชี้ให้ออกราชการ

 


“กรมอุทยาน” เอาผิดโพสต์ขายที่ดินบนเกาะช้าง 350 ล้าน

Fri, 16 Apr 2021 11:01:00

จากกรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์ประกาศขายเกาะส่วนตัวในกลุ่ม "จุฬาฯมาร์เก็ตเพลส" โดยเกาะส่วนตัวดังกล่าว อยู่ในพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง จ.ตราด ที่ดินกว่า 298 ไร่ ในราคา 350 ล้านบาท โดยอ้างว่า ขายที่ดินเกาะส่วนตัวของที่บ้าน 298 ไร่ ราคาเพียง 350 ล้านบาทบนเกาะหวาย จ.ตราด เดินทางด้วย speed boat เพียงแค่45นาที จากท่าเรือตราด ก็จะถึงเกาะที่เงียบสงบเล็กๆ ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง ทรายนุ่ม น้ำใส จนได้รับการขนานนามว่า"มัลดีลฟ์แห่งภาคตะวันออก"

วานนี้ (15 เม.ย. 2564) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากโพสต์ดังกล่าวทำให้นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช สั่งเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง จ.ตราด ลงตรวจสอบทันที ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า พื้นที่ตามที่มีการโพสต์นั้น ครอบคลุมพื้นที่ 2 ส่วน คือ พื้นที่เอกสารสิทธิ์ น.ส.3 ก จำนวน 8-2-41ไร่ ของเกาะหวายพาราไดซ์ ส่วนที่เหลือเป็นสภาพป่าสมบูรณ์ไม่มีผู้ใดเข้าครอบครองทำประโยชน์แต่อย่างใด

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

 

ทั้งนี้ทางอุทยานแห่งชาติ ได้รับแจ้งจากผู้ดูแลกิจการเกาะหวายพาราไดซ์ ว่าไม่มีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับการโพสต์ขายที่ดินดังกล่าว และจะดำเนินคดีกับผู้โพสต์ขายที่ดินดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่ได้มีการตรวจสอบพื้นที่เกาะหวายพาราไดซ์แล้ว พบว่ามีการใช้ประโยชน์เฉพาะในพื้นที่มีเอกสารสิทธิ์เท่านั้น

นอกจากนี้พบว่าที่ดินที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ยังคงสภาพเป็นอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง หากมีผู้ใดบุกรุก ยืดถือครอบครองทำประโยชน์ เป็นความผิดตามพ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ 2562

มีรายงานว่าต่อมาผู้โพสต์ข้อความประกาศขายที่ดินดังกล่าวได้มีการโพสขอโทษความผิดพลาดในครั้งนี้แล้ว

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

เจ้าของรีสอร์ตแจงไม่มีส่วนรู้เห็น

ด้านเฟชบุ๊ก Koh Waii Paradise เกาะหวาย พาราไดซ์ ได้โพสต์ชี้แจงกรณีดังกล่าว
เกาะหวายพาราไดซ์ ขอชี้แจง ตามที่ได้มี เฟซบุ๊ก ของบุคคลบางคนได้ประกาศขายเกาะหวายนั้น ทางเกาะหวายพาราไดซ์ ไม่มีส่วนรู้เห็น และไม่มีความประสงค์ที่จะขายที่ดินตามที่ได้ประกาศลงในเฟซบุ๊ก ดังกล่าว เกาะหวายพาราไดซ์ ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ

สุดท้ายนี้ ข้อมูลต่างๆในเฟซบุ๊ก ที่ลงขายที่ดินไม่เป็นความจริงทั้งสิ้น

ภาพ : เฟซบุ๊ก KohWaiiParadise

ภาพ : เฟซบุ๊ก KohWaiiParadise

เกาะช้าง เกาะหวาย เกาะรัง แหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง

สำหรับหมู่เกาะช้างเป็นอุทยานแห่งชาติที่ประกอบด้วยเกาะใหญ่น้อยมากกว่า 43 เกาะ ทั้งยังมีเกาะที่เป็นโขดหินกลางทะเลจำนวนมาก โดยมีเกาะช้างเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุด และมีชื่อเสียงของจ.ตราด ตั้งอยู่ในท้องที่กิ่งอ.เกาะช้างและกิ่งอ.เกาะกูด จ.ตราด เกาะหลายแห่งมีทิวทัศน์สวยงาม หาดทรายขาว และน้ำทะเลใสสะอาด เช่น เกาะง่าม บางแห่งมีปะการังใต้น้ำที่คงความสมบูรณ์ตามธรรมชาติ เช่น เกาะหวาย และหมู่เกาะรัง 

ในอดีตน่านน้ำบริเวณทิศตะวันออกของเกาะช้างได้เกิดเหตุการณ์ขึ้นในสมัยอินโดจีน กล่าวคือ เรือรบหลวงสงขลา เรือรบหลวงชลบุรี และเรือรบหลวงธนบุรีได้ทำการยุทธนาวีกับเรือรบฝรั่งเศสจำนวน 7 ลำ อย่างห้าวหาญ เมื่อวันที่ 17 ม.ค.2484 วีรกรรมครั้งนี้ได้รับการจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ของกองทัพเรือ 

 

ทั้งนี้คณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ซึ่งมีมติในการประชุม ครั้งที่ 1/2525 เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.2525 ตั้งหมู่เกาะช้างเป็นอุทยานแห่งชาติ โดยมีพระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินเกาะช้างและเกาะใกล้เคียงในท้องที่ต.เกาะช้าง และต.เกาะหมาก อ.แหลมงอบ จ.ตราด ครอบคลุมพื้นที่ 406,250 ไร่ หรือ 650 ตารางกิโลเมตร โดยเป็นพื้นน้ำประมาณ 458 ตารางกิโลเมตร หรือ 70% ของพื้นที่ เป็นอุทยานแห่งชาติ ซึ่งประกาศไว้ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 99 ตอนที่ 197 ลงวันที่ 31 ธ.ค.2525 เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 45 ของประเทศไทย


เร่งตามจับ! มือฆ่าช้างทิ้งลำห้วยกลางป่าแก่งกระจาน

Thu, 15 Apr 2021 14:31:00

วันนี้ (15 เม.ย.2564) นายพิชัย วัชรวงษ์ไพบูลย์ ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า เมื่อวันที่ 13 เมษายน เวลาประมาณ 15.20 น. เจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนของหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ 2 (เขาสามยอด) ได้ออกตรวจลาดตระเวน พร้อมติดตั้งกล้อง camera trap ร่วมกับเจ้าหน้าที่สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS) ประเทศไทย บริเวณป่าห้วยคมกฤต

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบร่องรอยของพรานล่าสัตว์ จึงได้ติดตามและดำเนินการจับกุมผู้กระทำความผิดได้ จำนวน 1 คน ชื่อนายซูดิ เวนะ อายุ 26 ปี สัญชาติกระเหรี่ยง บ้านป่าเด็ง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี พร้อมตรวจยึดอุปกรณ์การกระทำผิดได้แก่ อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ขนาด 0.22 มม.พร้อมเครื่องกระสุนจำนวน 66 นัด พร้อมซากงูเหลือมรมควันจำนวน 1 ซาก

ภาพ: กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

ภาพ: กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

 

จากการสอบถามผู้กระทำความผิดให้การว่ามากับพวกอีก 2 คน คือนายจิลลี่ เวนะ และนายแบล๊ะทู เพชรวรชัย คนหมู่บ้านเดียวกันพร้อมอาวุธ ปืนอาก้าและลูกซองยาว โดยทั้ง 2 คนสามารถหลบหนีการจับกุมไปได้ เจ้าหน้าที่จึงทำบันทึกจับกุมพร้อมรวบรวมหลักฐาน อุปกรณ์การกระทำผิด ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.แก่งกระจาน เพื่อดำเนินคดีต่อผู้กระทำผิด และให้พนักงานสอบสวนดำเนินการออกหมายเรียกบุคคลที่หลบหนี เพื่อมาดำเนินคดีต่อไป

ภาพ: กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

ภาพ: กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

 

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนชุดดังกล่าวได้พบซากโครงกระดูกช้างอยู่ในลำห้วยใกล้บริเวณที่เกิดเหตุ โดยห่างกันประมาณ 300 เมตร เจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันตรวจสอบซากโครงกระดูกช้างบริเวณจุดเกิดเหตุพบโครงกระดูกช้างกระจายอยู่บริเวณลำห้วยตะนะ ระดับน้ำไม่ลึกมองเห็นได้ชัดเจน จึงได้ร่วมกันถ่ายภาพซากโครงกระดูกช้าง รายงานให้นายอิทธิพล ไทยกมล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานทราบ และได้ร่วมกันจัดทำบันทึกการตรวจสอบซากช้างป่า นำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรแก่งกระจานตาม และเตรียมประสานเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับสัตว์ป่า สัตวแพทย์ พนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อพิสูจน์หาสาเหตุการตายของช้างป่า 

ภาพ: กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

ภาพ: กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

 

 


พายุพัดต้นตะเคียนโค่นทับ "ช้าง" ตาย 3 เจ็บ 3

Thu, 15 Apr 2021 11:47:00

วานนี้ (14 เม.ย.2564) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเกิดพายุพัดถล่มอ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ และเกิดต้นไม้ใหญ่ล้มทับช้างของปางช้างอ.แม่วาง ตาย 3 เชือก และได้รับบาดเจ็บ 3 เชือก ทั้งนี้ เพจสมาคมสหพันธ์ช้างไทย โพลต์แสดงความเสียใจว่า " สีดอโจ๊ก สู้จนถึงที่สุดแล้วครับ ดูแลกันเองนะ ปู๊โจ๊ก พังคำมูล พลายแบงค์"

โดยทีมกู้ภัยช่วยเหลือช้างของสมาคมสหพันธ์ช้างไทย ได้ปฏิบัติภารกิจแข่งกับเวลาในภาวะบีบคั้นมากเพื่อรักษาชีวิตช้าง โดยมีการสื่อสารกับทีมโรงพยาบาลช้างลำปาง และทีมสัตว์แพทย์จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ศูนย์วิจัยช้างและสัตว์ป่า หลายท่านเร่งเข้าเสริมพร้อมยาและเวชภัณฑ์ เช่นเดียวกับอบต. แม่วินกำลังช่วยเคลียร์พื้นที่เปิดทางให้รถกู้ภัยช้าง 2 คันเข้าไป เนื่องจากสภาพพื้นที่ยากลำบากมาก โดย ทีมช่วยเหลือช้างแบ่งงานเป็น 2 ส่วนทีมแรกเฝ้ารักษาสีดอโจ๊กที่บาดเจ็บอย่างมากและตัดสินใจให้การรักษาภาคสนาม ไม่เคลื่อนย้ายช้างแต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหว และล้มในที่สุด

ภาพ: เฟซบุ๊ก สมาคมสหพันธ์ช้างไทย

ภาพ: เฟซบุ๊ก สมาคมสหพันธ์ช้างไทย

ตาย 3 เชือกสิ้นตำนานปู๊โจ๊ก

โดยข้อมูลล่าสุดทางสมาคมสหพันธ์ช้างไทย ระบุอีกว่า จากการที่ทีมสุขภาพช้างได้เข้าไปช่วยเหลือช้างบาดเจ็บจากอุบัติเหตุต้นไม้ล้ม ที่ อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่พบว่าต้นตะเคียนสูงกว่า 50 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางขนาด 5-6 คนล้อมได้โค่นลงหลังจากที่มีพายุฝนกระหน่ำมาในช่วงนี้ ซึ่งต้นตะเคียนนั้นอยู่ภายนอกเขตของปางช้าง แต่จากลำต้นที่สูงมาก จึงได้ฟาดลงมายังลานโล่งที่มีช้าง บริเวณนี้มีทั้งหมด 6 เชือก 

โดยได้ตายทันที 2 เชือกแม่คำมูล และลูกพลายแบงค์ ส่วนพ่อช้าง สีดอโจ๊ก หรือปู๊โจ๊ก บาดเจ็บสาหัส กระดูกหน้าผากยุบและหัวไหล่ ขาหัก ทำให้ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ทันที ทีมรักษาได้เข้ารักษาอย่างเต็มที่แล้ว ก่อนที่ปู๊โจ๊กจะสิ้นใจไปเมื่อเวลาประมาณ 22.00 น.

ภาพ: เฟซบุ๊ก สมาคมสหพันธ์ช้างไทย

ภาพ: เฟซบุ๊ก สมาคมสหพันธ์ช้างไทย

 

ส่วนช้างอีก 2 เชือก คือแม่บุญจันทร์และพิณทอง มีอาการบาดเจ็บที่ขา ทางมูลนิธิช้างและสิ่งแวดล้อมช่วยจัดส่งโรงพยาบาลช้าง ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย จ.ลำปาง และเชือกสุดท้าย แพรวา ไม่พบการบาดเจ็บใดใด แต่จากที่ควาญช้างบอก แพรวาโดนช่วงปลายกิ่งไม้ วันนี้หมอให้ยาลดปวดไปกิน รอดูอาการที่ปางช้าง 

 

ภาพ  : เฟซบุ๊กสมาคมสหพันธ์ช้างไทย

ภาพ : เฟซบุ๊กสมาคมสหพันธ์ช้างไทย

 


พบไม้ประดู่ -ไม้แดง ถูกกานไม้ ยืนต้นตาย 22 ต้น ในป่าเขาพระวิหาร

Thu, 15 Apr 2021 09:48:00

วันนี้ (15 เม.ย.2564) เฟซบุ๊กกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โพสต์ข้อความว่า นางจิตร อาจสัญจร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร รายงานว่าเมื่อวันที่ 13 เม.ย.2564 เวลาประมาณ 13.30 น. คณะเจ้าหน้าที่สายตรวจอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ได้ร่วมกันออกตรวจปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ทับซ้อนป่าสงวนแห่งชาติป่าฝั่งซ้ายลำโดมใหญ่

ภาพ : กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

ภาพ : กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

 

การตรวจพบการกระทำผิด บริเวณป่าทิศใต้บ้านน้ำยืน ต.โซง อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ทับซ้อนป่าสงวนแห่งชาติป่าฝั่งซ้ายลำโดมใหญ่ ซึ่งเป็นพื้นที่ทำประโยชน์ตามแนวทางแก้ไขปัญหาที่ดินของราษฎรในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ตามมาตรา 64 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 พบร่องรอยการตัดกานต้นไม้ยืนต้นจำนวนมาก กระจัดกระจายในพื้นที่

ภาพ : กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

ภาพ : กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

 

โดยบริเวณโคนต้นไม้ มีร่องรอยการกานไม้ด้วยของมีคม ถากฟันส่วนของเปลือกและกระพี้รอบลำต้น ให้เป็นแถบกว้างลึกจนถึงเนื้อไม้ จนส่วนของเปลือกและกระพี้ด้านบนและล่าง ตัดขาดจากกัน บางส่วนมีลักษณะการเผาสุมไฟที่โคนต้น ลักษณะต้นไม้ยังยืนต้นและยังไม่ล้ม บางส่วนได้ยืนต้นตายแล้ว และบางต้นยังไม่ตาย

ต้นไม้ถูกกานให้ยืนต้นตาย รวมทั้งสิ้น 22 ต้น แบ่งเป็นไม้ประดู่ 18 ต้น ไม้แดง 4 ต้น ขณะตรวจสอบบริเวณดังกล่าว ไม่พบตัวผู้กระทำผิดและไม่พบผู้หนึ่งผู้ใดที่จะสอบถามข้อมูลได้

ภาพ : กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

ภาพ : กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

 

คณะเจ้าหน้าที่ได้พิจารณาแล้ว เห็นว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำความผิดกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้ ตามมาตรา 11 ประกอบมาตรา 73 แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 มาตรา 19 (2) ประกอบมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 มาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 (แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2559)

เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดไม้ต้นที่ถูกกาน จำนวน 22 ต้น ปริมาตรรวม 20.69 ลบ.ม. พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานและเอกสารที่เกี่ยวข้อง นำเรื่องราวแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรน้ำยืน อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อดำเนินการหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษต่อไป

ทั้งนี้ “การกานไม้” คือ การทำให้ต้นไม้ยืนต้นตาย เพื่อให้ต้นไม้แห้งและมีน้ำหนักเบา เหมาะสำหรับการขนส่งและการใช้ประโยชน์เนื้อไม้ วิธีกานไม้โดยใช้มีดหรือขวานฟันเปลือกรอบลำต้น ให้เป็นแถบกว้างลึก บางทีอาจลึกเข้าไปถึงเนื้อไม้ ซึ่งในชั้นเปลือกไม้จะประกอบด้วยเนื้อเยื่อเจริญของเปลือก (cork cambium) ท่อลำเลียงอาหาร (Phloem) เนื้อเยื่อเจริญของท่อน้ำและท่ออาหาร ชั้นเนื้อไม้ประกอบด้วยท่อน้ำ (xylem)

ภาพ : กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

ภาพ : กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

 


"วราวุธ" สั่งเฝ้าระวังไฟป่าภาคเหนือต่อเนื่อง

Wed, 14 Apr 2021 14:22:00

วันนี้​ (14 เม.ย.2564) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวราวุธ​ ศิลปอาชา​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม​​ (รมว.ทส.) เป็นประธานการประชุมเพื่อตรวจติดตามและรับฟังสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควัน​ภาพรวม ในพื้นที่​ 17​ จังหวัดภาคเหนือ​ในปี​ 2564​ โดยพบว่า​จุดความร้อน​ (Hotspot) ลดลงมากถึง​ร้อยละ​ 52​

ซึ่งเกิดจากผลการดำเนินงานกิจกรรมต่าง​ๆ​ ที่กระทรวงฯ​ ได้ดำเนินการร่วมกับหน่วยงานต่าง​ๆ​ และประชาชนในพื้นที่​ รวมไปถึงสภาพอากาศ อีกทั้ง​ ได้รับฟังรายงานผลการปฏิบัติงานในพื้นที่​ 5​ จังหวัดที่สำคัญ​ ได้แก่​ เชียงใหม่​ ลำพูน​ แพร่​ ลำปาง​ และ​แม่ฮ่องสอน​

 

พร้อมมอบนโยบายและแนวทางในการดำเนินงาน​ โดยมี​นายจตุพร​ บุรุษพัฒน์​ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม​ (ปกท.ทส.)​ ผู้บริหารระดับสูง​ หัวหน้าหน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้อง​ และรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่​ (นายรัฐพล​ นราดิศร)​ เข้าร่วมประชุมและรายงานสถานการณ์​ไฟป่าและหมอกควัน​ ผ่านระบบ​ Video Conference ณ​ ศูนย์ประชุมปฏิบัติการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน​ (ส่วนหน้า)​ จ.เชียงใหม่​ 

ยืนยันไม่สามารถคุมฝุ่น PM 2.5 ได้

รมว.ทส.​กล่าวโดยสรุปว่า​ ปัจจัยที่ทำให้เกิดปัญหาไฟป่าและหมอกควัน​ มีทั้งสิ่งที่ควบคุมได้​และควบคุมไม่ได้​ ดังนั้น​ ขอให้ทุกหน่วยงานให้ความสำคัญกับสิ่งที่สามารถควบคุมได้​ คือจุดความร้อน​ (Hotspot) สำหรับ​ PM 2.5​ เราไม่สามารถควบคุมได้​

 

ด้วยเหตุปัจจัยหลายอย่าง​ รวมถึงประเทศเพื่อนบ้าน​ด้วย​ และขอให้ทำความเข้าใจกับประชาชน​ และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย​ให้ชัดเจน​ถึงการดำเนินงานของกระทรวงฯ​ อำนาจหน้าที่ต่าง​ๆ​ ที่เราสามารถดำเนินการได้ อีกทั้ง​ต้องให้ความสำคัญในการดูแลขวัญกำลังใจของเจ้าหน้าที่ด้วย

ขอบคุณทุกฝ่ายร่วมแก้ปัญหาไฟป่า

รมว.ทส.​กล่าวต่อไปว่า​ ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคน​ ทุกฝ่าย​ ทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน​ ทหาร​ อาสาสมัคร​ฯ​ และประชาชนในพื้นที่ทุกจังหวัด​ ที่ได้พยายามร่วมกันดำเนินการแก้ไขปัญหา​ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้​ ซึ่งบางจังหวัดสามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมาย​ บางจังหวัดไม่เป็นไปตามเป้าหมาย​

ดังนั้น​ ขอให้นำข้อมูลการดำเนินงานที่ผ่านมา​ นำมาวิเคราะห์ประเมินสถานการณ์​ ถอดบทเรียนเพื่อวางแผนปรับการดำเนินงานทั้งในส่วนที่ดำเนินการได้ตามเป้าหมาย​ และส่วนที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

นอกจากนี้​ รมว.ทส.​ ยังได้เน้นย้ำ​ให้​ตรึงกำลัง​เจ้าหน้าที่​ ไม่ประมาท เฝ้าระมัดระวัง​ อย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง และได้ฝากให้ทุกหน่วยงานคำนวณปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์​ อาทิ​ ในพื้นที่​ป่าอนุรักษ์​ พื้นที่เกษตร​

รวมไปถึงข้อมูลปริมาณน้ำฝนด้วย​ ซึ่งข้อมูลสถิติตัวเลขต่าง​ๆ​ ทางวิทยาศาสตร์​ จะช่วยยืนยันและเป็นข้อมูลประกอบการทำงาน​ของกระทรวงฯ​ ต่อไปได้

อวยพรเนื่องในโอกาสวันสงกรานต์

รมว.ทส.​ ได้กล่าวในตอนท้ายว่า​ เนื่องในโอกาสวันสงกรานต์​ ขออาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ทุกท่านเคารพนับถือ​ ดลบันดาลให้​ ทุกท่านประสบแต่สิ่งที่ดี มีกำลังกาย​ กำลังใจ​ สติปัญญา​ และขอให้รักษาสุขภาพให้แข็งแรง​ รักษาระยะห่าง​ หมั่นล้างมือ​

 

เพราะทุกท่านคือกำลังที่สำคัญของกระทรวงฯ​ ที่จะดูแล​ รักษา​ ปกป้องและ​แก้ไขปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อประเทศชาติและประชาชนต่อไป


ขยะหน้ากากอนามัย ส่อแววพุ่งคนแห่ใช้-ทิ้งปะปนขยะบ้าน

Wed, 14 Apr 2021 14:18:00

 วันนี้ (14 เม.ย.2564) นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า จากการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 รอบใหม่ในประเทศไทย ทำให้ประชาชนต้องปฏิบัติตัวตามมาตรการป้องกันการติดเชื้ออย่างเคร่งครัดมากขึ้น คาดว่า ช่วงนี้จะมีปริมาณของขยะหน้ากากอนามัย โดยเฉพาะหน้ากากอนามัยแบบใช้แล้วทิ้งเพิ่มสูงขึ้นด้วย ซึ่งขยะหน้ากากอนามัยจัดเป็นขยะติดเชื้อ เนื่องจากผ่านการใช้งานที่มีการปนเปื้อนจากสารคัดหลั่งในร่างกาย เช่น น้ำมูก น้ำลาย อาจมีเชื้อโรคหรือเชื้อไวรัสปะปนมาด้วย ทำให้การกำจัดขยะประเภทนี้ต้องคัดแยกขยะหน้ากากอนามัยทิ้งในภาชนะที่ปิดมิดชิด แล้วรวบรวมไว้ในถังขยะที่ระบุว่าเป็น “ถังขยะติดเชื้อ” อย่างชัดเจน เพื่อส่งไปกำจัดอย่างถูกต้องต่อไป

ห้ามทิ้งปะปนกับขยะทั่วไปเด็ดขาด สิ่งสำคัญเพื่อป้องกันไม่ให้ขยะหน้ากากอนามัยเหล่านี้ตกค้างปนเปื้อนออกสู่สภาพแวดล้อม ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชน

อ่านข่าวเพิ่ม How to ทิ้ง "หน้ากากอนามัยใช้แล้ว"

ขอความร่วมมือแยกทิ้ง-ห้ามปะปนขยะบ้าน

นายจตุพร กล่าวว่า ทั้งนี้ทส.ทำอยากขอความร่วมมือจากประชาชนทุกคนเมื่อใช้หน้ากากอนามัยแล้วขอให้แยกทิ้งขยะหน้ากากอนามัยอย่างถูกวิธี ด้วยการตัดทำลาย หรือม้วนพับด้านที่สัมผัสกับใบหน้าเข้าด้านใน แล้วใส่ในถุงที่ปิดมิดชิด แล้วรัดปากถุงให้แน่น พร้อมกับเขียนติดหน้าถุงว่าเป็น “ขยะหน้ากากอนามัยใช้แล้ว” เพื่อให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ เช่น กรุงเทพมหานคร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานทางด้านสาธารณสุข สามารถแยกเก็บรวบรวมขยะหน้ากากอนามัยที่เกิดขึ้นได้ถูกต้องและนำไปกำจัดอย่างถูกวิธีต่อไป ถือเป็นการป้องกันไม่ให้ขยะหน้ากากอนามัยเหล่านี้กลายเป็นขยะตกค้างปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม ที่อาจกระทบต่อคุณภาพชีวิตได้

ไทยพีบีเอสออนไลน์ตรวจสอบ ข้อมูลจากกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ระบุว่า จากที่คาดการณ์กันว่า แต่ละเดือน อาจจะมีปริมาณหน้ากากอนามัยใช้แล้วถึง 1,800 ล้านชิ้นต่อเดือน ซึ่งเป็นจำนวนที่คิดจากประชากร 60 ล้านคนใช้งานคนละ 1 ชิ้นต่อวันหลายพื้นที่ทั่วโลก เริ่มมีขยะหน้ากากอนามัยทิ้งตามสาธารณะ หรือกระทั่งในแหล่งน้ำ 

หน้ากากอนามัยที่ใช้แล้ว ถือเป็น “ขยะติดเชื้อ” เนื่องจากหลังการใช้งาน ทุกชิ้นจะปนเปื้อนสารคัดหลั่งในร่างกาย อาจจะมีเชื้อโรคหรือเชื้อไวรัสปะปนมาด้วย การทิ้ง การจัดเก็บ และการทำลาย ต้องใช้ขั้นตอนเดียวกับการจัดเก็บขยะมูลฝอยติดเชื้อจากโรงพยาบาลและสถานบริการสาธารณสุข 

สอดคล้องกับข้อมูลจากงานวิจัย ขยะมูลฝอย ในช่วงสถานการณ์ COVID-19 เป็นอย่างไร ของศิริพร คาวานิล ณรงค์ศักดิ์ หนูสอน นักศึกษาในหลักสูตรสาธารณสุขศาสตรดุษฎีบัณฑิต คณะสาธารณสุขศาสตร์ ม.นเรศวร ซึ่งจัดทำขึ้นในปี 2563 ระบุว่า ขยะที่ปนเปื้อนน้้ำมูก น้ำลาย สารคัดหลั่ง เช่น หน้า กากอนามัยหรือหน้ากากผ้า กระดาษ ทิชชู ให้เก็บรวบรวม และ ทำลายเชื้อ โดยใส่ถุงขยะ 2 ชั้น และทำลายเชื้อโดยการราด ด้วยโซเดียมไฮโปคลอไรท์ แล้วมัดปากถุงให้แน่น สำหรับการกำจัดขยะหน้า กากอนามัยและหน้ากากผ้าให้การกำจัด เป็นไปตามกฎกระทรวงว่าด้วยการกำจัดมูลฝอยติดเชื้อ พ.ศ.2545

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

หน้ากากอนามัย ทิ้งแบบไหนถูกวิธี

 

 

 


“ภูเก็ต” ติดโผจังหวัดสะอาด-คุณภาพอากาศ-น้ำทะเลดี

Tue, 13 Apr 2021 13:42:00

วันนี้ (13 เม.ย.2564) นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวว่า จากการติดตามตรวจสอบสถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยปี 2563 และมีการจัดอันดับ 5 แหล่งน้ำที่มีคุณภาพดี ชายหาดที่มีคุณภาพน้ำทะเลดี จังหวัดที่มีคุณภาพอากาศดีและจังหวัดที่สะอาด(เป็นการประเมินเรื่องการจัดการขยะมูลฝอย) พบว่า 5 แหล่งน้ำคุณภาพน้ำดี ได้แก่ 1. แม่น้ำตาปีตอนบน(อยู่ในเกณฑ์ดีมาก) จ.นครศรีธรรมราช 2. แม่น้ำกก จ.เชียงราย 3. แม่น้ำแควน้อย จ.กาญจนบุรี 4. อ่างเก็บน้ำหนองหาร จ.สกลนคร และ 5. แม่น้ำอูน จ.สกลนคร

ส่วนบริเวณคุณภาพน้ำทะเลดี ได้แก่ หาดพระราชวังไกลกังวล จ.ประจวบคีรีขันธ์ หาดบ้านปากบารา จ.สตูล หาดมหาราช จ.สงขลา หาดในหาน จ.ภูเก็ต และหาดบ้านหน้าทับ จ.นครศรีธรรมราช

ส่วนจังหวัดคุณภาพอากาศดี ได้แก่ นราธิวาส สตูล ภูเก็ต สงขลา ยะลา และ สุราษฎร์ธานี ซึ่งไม่มีจำนวนวันที่มลพิษทางอากาศเกินค่ามาตรฐาน

"ภูเก็ต" ซิวจังหวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อมดี

สำหรับจังหวัดสะอาด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ภูเก็ต ลำพูน ระยอง และนนทบุรี ทั้งนี้จากรายงานพบว่ามีจังหวัดทีมีคุณภาพสิ่งแวดล้อมดีมากกว่า 1 ด้านได้แก่จ.ภูเก็ต มีความสะอาดคุณภาพอากาศดี และคุณภาพน้ำทะเลดี ส่วน จ.สตูล และสงขลา มีคุณภาพอากาศดีและคุณภาพน้ำทะเลดี จ.นครศรีธรรมราช มีแหล่งน้ำดีและคุณภาพน้ำทะเลดี

สำหรับประชาชนที่วางแผนการท่องเที่ยว ในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์นี้ ต้องขอความร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน COVID-19 อย่างเคร่งครัด และเพื่อให้สิ่งแวดล้อมมีคุณภาพดีและยั่งยืน ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ต้องขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนทุกพื้นที่และทุกภาคส่วนในการร่วมกันปกป้องคุณภาพสิ่งแวดล้อม ไม่ก่อมลพิษทั้งด้านน้ำ อากาศ ขยะมูลฝอยและของเสีย พบเห็นการลักลอบทิ้งของเสีย การระบายมลพิษออกสู่สิ่งแวดล้อม โทรแจ้ง 1650 ศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์สิ่งแวดล้อมจะติดตามตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น


ทส.จ่อยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาประกาศเขตควบคุมมลพิษ 4 จว.เหนือ

Sat, 10 Apr 2021 08:04:00

ศาลปกครองเชียงใหม่ พิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีใช้อำนาจตามมาตรา 59 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 ประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดให้เขตท้องที่จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน และแม่ฮ่องสอน เป็นเขตควบคุมมลพิษเพื่อดำเนินการควบคุม ลด และขจัดมลพิษ ทั้งนี้ ให้ดำเนินการประกาศภายใน 30 วัน นับแต่วันที่คำพิพากษาถึงที่สุด คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

คดีนี้ผู้ฟ้องคดีที่ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากเหตุการณ์ไฟไหม้ป่าในพื้นที่หลายจังหวัดทางภาคเหนือ ทำให้เกิดหมอกควันหนามีปริมาณเกินมาตรฐานที่กฎหมายและระเบียบกำหนดไว้ จนเป็นอันตรายต่อสุขภาพและชีวิตของประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 15 มี.ค.2564 ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (ผู้ถูกฟ้องคดี) มีประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดให้จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน และแม่ฮ่องสอน เป็นเขตควบคุมมลพิษเพื่อดำเนินการควบคุม ลด และขจัดมลพิษ ตามมาตรา 59 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 ภายใน 7 วันนับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด

 

อธิบดีศาลปกครองเชียงใหม่มีคำสั่งให้ดำเนินกระบวนพิจารณาโดยเร่งด่วน ตามข้อ 49/2 แห่งระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2543 ศาลปกครองเชียงใหม่แสวงหาข้อเท็จจริงจากผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน และแม่ฮ่องสอน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน และแม่ฮ่องสอน และสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 1 (เชียงใหม่) และไต่สวนคู่กรณีเมื่อวันที่ 1 เม.ย.

ศาลมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 8 เม.ย.2564 โดยเห็นว่า แม้จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน และแม่ฮ่องสอน จะได้กำหนดแผนงานและมาตรการในการบริหารจัดการเพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) เป็นประจำทุกปีอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งผู้บริหารระดับสูงให้ความสำคัญเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าว แต่ปัญหา PM2.5 ในพื้นที่ยังไม่ลดปริมาณลงกลับมีแนวโน้มความรุนแรงสูงขึ้นและต่อเนื่องยาวนาน โดยจะเห็นได้จากข้อมูลปริมาณ PM2.5 ช่วงระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคมของแต่ละจังหวัดดังกล่าวตั้งแต่ปี พ.ศ.2561-2564 ยังคงเกินมาตรฐานและต่อเนื่องในอัตราที่สูงขึ้นเป็นลำดับทุกปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน และแม่ฮ่องสอน ตรวจพบ PM2.5 เกินกว่ามาตรฐานต่อเนื่องสูงสุดถึง 31 วัน และตรวจพบค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมงต่อเนื่องสูงสุดสูงถึง 3-4 เท่า ของระดับดัชนีคุณภาพอากาศที่มีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน (สัญลักษณ์สีแดง) ซึ่งต้องถือว่าเป็นสถานการณ์ที่มีแนวโน้มร้ายแรง ผู้ถูกฟ้องคดีได้รับทราบถึงความรุนแรงของปัญหา PM2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตและสุขภาพอนามัยของประชาชน คุณภาพสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัยในการเดินทางทั้งทางบกและทางอากาศ รวมทั้งกระทบต่อสภาวะเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคเหนือมาโดยตลอด

 

เป็นหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ที่จะต้องคุ้มครองสิทธิของประชาชนที่ได้รับผลกระทบดังกล่าว หากผู้ถูกฟ้องคดีคดีได้ประกาศกำหนดให้ท้องที่ทั้ง 4 จังหวัดดังกล่าวเป็นเขตควบคุมมลพิษ ก็จะเกิดกระบวนการในการแก้ไขปัญหาเชิงบูรณาการอย่างเป็นระบบโดยมีการจัดทำแผนงานการดำเนินการ ประชาชนและชุมชนในท้องถิ่นของพื้นที่ที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมดำเนินการควบคุม ลด และขจัดมลพิษจาก PM2.5 อย่างจริงจังและได้รับประโยชน์จากการดำเนินการดังกล่าว มีหน่วยงานรับผิดชอบดำเนินการตามแผนงานและโครงการตามแผนงาน มีหน่วยงานติดตามตรวจสอบและวิเคราะห์ประเมินผลของสภาพปัญหาและการดำเนินงานเพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาแผนงานโครงการให้เกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อีกทั้งการดำเนินการตามแผนงานยังมีงบประมาณสนับสนุนแผนงานโครงการดังกล่าวเป็นการเฉพาะ มีหน่วยงานในพื้นที่โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งรู้ข้อมูลในพื้นที่ รู้ปัญหา และรู้ถึงแหล่งกำเนิดของมลพิษเป็นอย่างดีได้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดทำแผนและเป็นหน่วยปฏิบัติการในพื้นที่

 

นอกจากนี้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยังมีงบประมาณเป็นของตนเองที่จะสนับสนุนการดำเนินการตามแผนงานและโครงการให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามเป้าหมายในการลดปัญหา PM2.5 ได้ โดยมีหน่วยงานของกรมควบคุมมลพิษ ซึ่งมีบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์เกี่ยวกับปัญหามลพิษจากสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะมาช่วยให้ข้อแนะนำอีกด้วย ซึ่งย่อมจะส่งผลดีในการควบคุมตรวจสอบและติดตามผลโดยผู้บังคับบัญชาระดับสูง อันจะทำให้การขับเคลื่อนการดำเนินการแก้ไขปัญหา พร้อมยกระดับความสำคัญและสัมฤทธิ์ผลได้มากกว่าที่มอบให้แต่ละจังหวัดดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายของแต่ละหน่วยงานกำหนดอย่างเช่นที่ดำเนินการอยู่ ซึ่งยังไม่สามารถดำเนินการแก้ไขปัญหา PM2.5 ให้บรรลุผลได้

อีกทั้ง การประกาศเขตควบคุมมลพิษจะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม และคุ้มครองประโยชน์สาธารณะมากกว่าที่จะเกิดความเสียหายแก่บุคคลหรือเศรษฐกิจ การที่ผู้ถูกฟ้องคดีชี้แจงว่ากรณีปัญหา PM2.5 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน และแม่ฮ่องสอน ยังไม่ถึงขนาดที่ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรงต่อสุขภาพของประชาชน และยังสามารถแก้ไขโดยวิธีการอื่น ไม่จำเป็นต้องประกาศให้ท้องที่ 4 จังหวัดดังกล่าวเป็นเขตควบคุมมลพิษ นั้น เป็นข้ออ้างที่ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นและไม่สมเหตุสมผล จึงเป็นการใช้ดุลพินิจโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ทส.เตรียมยื่นอุทธรณ์

ขณะที่นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ตามที่ได้มีคำสั่งศาลปกครองจังหวัดเชียงใหม่ พิพากษาให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ใช้อำนาจตามมาตรา 59 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 ประกาศให้ท้องที่จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน และแม่ฮ่องสอน เป็นเขตควบคุมมลพิษ เพื่อให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถบริหารจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมอันเกิดจาก PM2.5 ได้นั้น


กระทรวงฯ ได้รับทราบคำสั่งของศาลปกครองจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นการพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเคารพตามคำตัดสินของศาลดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตามในกรณีนี้ ทางกระทรวงฯ จำเป็นต้องดำเนินการอุทธรณ์ต่อคำพิพากษาดังกล่าว เนื่องจากการประกาศให้พื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งเป็นเขตควบคุมมลพิษ เป็นดุลพินิจของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ อีกทั้งยังมีความละเอียดอ่อนทั้งในด้านของการพิจารณาถึงการแก้ไขปัญหามลพิษที่เกิดขึ้นในพื้นที่ การจัดทำแผนปฏิบัติการและการบริหารจัดการหลังการประกาศเป็นเขตควบคุมมลพิษ รวมไปจนถึงการคำนึงถึงผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของพื้นที่ที่จะประกาศเป็นเขตควบคุมมลพิษอีกด้วย

สำหรับการดำเนินการยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองจังหวัดเชียงใหม่เพื่อให้กระทรวงฯ ได้มีโอกาสให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติมถึงการประกาศเขตควบคุมมลพิษต่อศาลปกครองนั้น คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติได้มอบหมายให้กรมควบคุมมลพิษ เป็นผู้แทนในการยื่นอุทธรณ์ต่อคำพิพากษาดังกล่าว โดยมีกำหนดภายใน 30 วันนับแต่วันที่คำพิพากษาถึงที่สุด ซึ่งจะครบกำหนดภายในวันที่ 8 พ.ค.นี้

 

นายจตุพร กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปีนี้มีเป้าหมายลดค่าจุดความร้อน (Hot spot) ลงกว่าในปี 2563 ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 นั้น พบว่า จากการดำเนินงานในปี พ.ศ. 2564 สามารถดำเนินการลดค่าจุดความร้อนได้เกินกว่าเป้าหมายที่กำหนด แต่สำหรับค่า PM2.5 ที่มีค่าเพิ่มสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมานั้น ต้องยอมรับว่ามีเหตุปัจจัยหลักมาจากประเทศเพื่อนบ้าน กระทรวงฯ จึงได้มอบหมายให้กรมควบคุมมลพิษทำหนังสือเน้นย้ำไปถึงสำนักงานเลขาธิการอาเซียนเพื่อดำเนินการขอความร่วมมือจากประเทศเพื่อนบ้านให้ดำเนินการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่อย่างเข้มงวด

 


1 เดือน "น้องเจน" ลิงลพบุรี แข็งแรง

Fri, 9 Apr 2021 09:35:00

ไทยพีบีเอสออนไลน์ สัมภาษณ์สัตวแพทย์หญิงจุฑามาศ สุพะนาม หรือหมอเตย แพทย์อาสาที่ช่วยเหลือและดูแลลิงลพบุรีมานาน 20 ปี อัพเดทอาการในวันครบรอบ 1 เดือน "น้องเจน" ลูกลิงแสมแฝด 3 ที่รอดชีวิตเพียงตัวเดียว พบว่าพัฒนาการทางด้านร่างกายมีความแข็งแรงขึ้น ตั้งแต่อายุ 22 วัน เริ่มจับขอบกรง เขย่าตุ๊กตา หันมองตามเสียงเรียกชื่อ ตาเริ่มโฟกัสได้ และล่าสุดปีนกรงได้แล้ว

 

ย้อนเหตุการณ์เจอ "ลูกลิงแฝดสาม"

เมื่อช่วงของวันที่ 9 มี.ค.2564 ชาวบ้านส่งตัว "น้องเจน" มารักษาที่คลินิก พร้อมกับพี่น้องฝาแฝดอีก 2 ตัว ซึ่งใช้รกเดียวกัน แต่สายสะดือคนละเส้น จากการตรวจสภาพร่างกายเบื้องต้น ลูกลิง 2 ตัว ชื่อว่า น้องนุ่น น้องโบว์ มีอาการบาดเจ็บสาหัสและตายตั้งแต่ 72 ชั่วโมงแรกของการรักษา

 

หมอเตย คาดว่า แม่ลิงน่าจะคลอดลูกบนหลังคา ลูก 3 ตัวน้ำหนักตัวละ 200 กรัม รกอีก 400 กรัม รวมเป็น 1 กิโลกรัม ส่วนแม่ลิง 7-8 กิโลกรัม น้ำหนักลูกและรกที่ห้อยเป็นก้อน ๆ อาจหลุดมือตกมาบนหลังคา

ความโชคร้าย คือ ลูกลิงหล่นลงมากระแทกบนกันสาดที่เป็นพื้นปูน ทำให้แฝด 2 ตัวที่น่าจะกระแทกและหล่นมาพร้อมรก บาดเจ็บค่อนข้างรุนแรง มีรอยช้ำตามตัว จ้ำเลือดออก และอวัยวะภายในบอบช้ำ

 

ส่วนตัวที่รอดชื่อ น้องเจน ได้ให้นมแพะน้ำเหลืองที่ใช้ในสัตว์แรกเกิด ประคับประคองกันมาจนทุกวันนี้สามารถดื่มขวดนมได้เอง และดื่มนมทุก ๆ 2 ชั่วโมง (20 ซีซี) ถือว่าเป็นปริมาณที่ปกติในลูกลิงวัยนี้ จากเดิมที่ต้องพยายามหยดนมใส่ปากทีละหนึ่งหยด ทุก ๆ ครึ่งชั่วโมง

ทุกสองชั่วโมงน้องก็จะร้องหิวนม มีโอกาสรอดได้ สุขภาพแข็งแรงขึ้น สีเยื่อเมือกต่าง ๆ สดชื่นขึ้น สีชมพูออกแดง


เมื่อถึงวันจากอ้อมอกสู่ "ฝูงลิงเมือง"

หมอเตย สัตวแพทย์หญิงจุฑามาศ เล่าว่า แต่ละปีต้องดูแลลูกลิงเฉลี่ยปีละ 17 ตัว บางตัวมีอาการบาดเจ็บ บางตัวมาตั้งแต่แรกเกิดมีทั้งรกทั้งสะดือ ซึ่งชาวบ้าน หรือเจ้าหน้าที่เก็บมาส่งให้เลี้ยง และดูแลเหมือนลูก เพราะลิงเป็นสายพันธุ์ที่ใกล้เคียงมนุษย์มาก


เมื่อถึงเวลาที่ต้องส่งลิงที่ดูแลกลับคืนในเมืองลพบุรี จะพยายามให้เขาเรียนรู้การใช้ชีวิตในเมืองก่อนปล่อย หากตัวใดไม่พร้อม วิ่งกลับมา หรือชาวบ้านแจ้งมา หมอก็จะไปรับกลับมาดูแลต่อ

ถามว่าปล่อยไปแล้วเรารู้สึกทรมานไหม ร้องไห้ทุกครั้งเลยนะ เสียใจ กินไม่ได้ นอนไม่หลับ ห่วงมาก เรารู้ว่าในตัวเมืองไม่มีความปลอดภัยมากพอที่จะส่งเด็ก ๆ กลับไป แต่ความจำเป็นและแง่ของกฎหมาย ไม่ว่าจะรัก จะผูกพันแค่ไหน เมื่อถึงเวลาที่เขาจำเป็นต้องไปก็จะต้องไป


หมอเตย กล่าวว่า "ลิงแสม" เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครอง พ.ศ.2562 จึงเป็นอำนาจของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ว่าจะเห็นชอบอย่างไร และยินดีปฏิบัติตาม ทั้งกรณีให้ตนเองเลี้ยงน้องเจนจนถึงอายุ 6 เดือน กินอาหารเอง กินผักผลไม้เองได้ หรือจะให้เลี้ยงจนถึงอายุ 2 ขวบจนกลับคืนฝูงในเมืองได้ 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง หายาก! ลูกลิงแฝด 3 ถูกแม่ทิ้งห้อยกันสาด อาการปลอดภัยแล้ว 

 


ช้างป่า 20 ตัวออกนอกพื้นที่ "เขาใหญ่" ใกล้ชุมชน

Thu, 8 Apr 2021 10:57:00

วันนี้ (8 เม.ย.2564) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ จ.นครนายก พบโขลงช้างป่าเขาใหญ่ จำนวน 20 กว่าตัว ออกมาหาอาหารกินแถวชายเขาใกล้กับบ้านเรือนประชาชน คาดว่าแหล่งอาหารในป่าลดลง

ภาพมุมสูงจากโดรนบินเก็บภาพโขลงช้างป่าเขาใหญ่ที่มีมากกว่า 20 ตัว กำลังกินต้นไผ่และพืชผลต้นไม้อยู่ในป่าบริเวณตีนเขา หมู่ที่ 1 ต.สาลิกา อ.เมืองนครนายก ซึ่งห่างจากหมู่บ้านของประชาชนเพียง 1 กิโลเมตร

โดยภูเขาที่ช้างลงมาหาอาหารกินนั้นเป็นภูเขาที่ติดกับเขาใหญ่ บริเวณดังกล่าวมีความอุดมสมบูรณ์ ก่อนหน้านี้มีพลายสาลิกากับพลายงาเดียว ลงมาหาผลไม้ของชาวบ้านอยู่เป็นประจำจนได้รับความเสียหายอย่างต่อเนื่อง จึงต้องมีเจ้าหน้าที่ชุดผลักดันช้างในพื้นที่

โขลงช้างป่านี้เมื่อปีที่แล้วที่มีประมาณ 40 ตัว ก็ลงมาหาแหล่งอาหารและแหล่งน้ำกินแบบนี้เพราะแหล่งอาหารกับแหล่งน้ำบนเขาเริ่มลดน้อยลง และจำนวนประชากรของช้างที่มีมากกว่า 400 ตัว จึงทำให้โขลงช้างชวนกันลงมาหาพืชผลด้านล่างกินเพราะหากินได้ง่ายและไม่ต้องแย่งกันกิน ส่วนโขลงช้างที่ลงมานั้นจะลงมาเป็นแบบครอบครัว และเมื่อถึงฤดูฝนโขลงช้างก็จะกลับขึ้นเขาไปเอง

 

 


พบเลียงผาหลงในสวนปาล์ม จ.ตรัง

Wed, 7 Apr 2021 08:00:00

เมื่อวันที่ 6 เม.ย.2564 เจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาน้ำพราย อ.ห้วยยอด จ.ตรัง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ ที่ 5 นครศรีธรรมราช และชาวบ้าน หมู่ 2 ต.เขากอบ อ.ห้วยยอด

 

ร่วมกันปิดล้อม เพื่อจับเลียงผา หรือกูรำ โครำ สีดำ ที่คาดว่าเดินลงมาจากภูเขาเทือกเขาบรรทัด พลัดหลงเข้ามาเดินในสวนยางพารา สวนปาล์มน้ำมัน ตั้งแต่เมื่อวันที่ 5 เม.ย.

 

ใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง จึงสามารถจับตัวเลียงผาไว้ได้ โดยพบว่าเป็นเลียงผา เพศเมีย สีดำ อายุประมาณ 2-3 ปี ซึ่งอยู่ในวัยเจริญพันธุ์ น้ำหนักประมาณ 50 กิโลกรัม

 

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวขึ้นรถกลับไปอนุบาลที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าพังงา การพบเลียงผาครั้งนี้ เป็นเพราะจำนวนของเลียงผา ที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาน้ำพราย มีจำนวนเพิ่มขึ้น

 

ในอนาคต ทางเจ้าหน้าที่เตรียมจัดกิจกรรมส่งเสริมการอนุรักษ์ และเฝ้าระวังรักษาเลียงผา และสัตว์ป่าอื่นๆ ในพื้นที่ต่อไป โดยจะดึงประชาชน ผู้นำชุมชน และเยาวชนในพื้นที่มาร่วมกันดูแล และเฝ้าระวังพื้นที่ต่อไป

 

 


นักภูมิศาสตร์คาด "พระติดถ้ำ" ยังปลอดภัยออกมาได้หลังฝนทิ้งช่วง

Wed, 7 Apr 2021 07:40:00

วันนี้ (7 เม.ย.2564) นายอนุกูล สอนเอก นักภูมิศาสตร์และนักสำรวจถ้ำ เผยแพร่ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Anukoon Sorn-ek เกี่ยวกับกรณีพระธุดงค์ติดถ้ำพระไทรงาม ในพื้นที่ อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก หลังเกิดฝนตกหนักทำให้น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมปิดปากถ้ำ โดยระบุว่า กรณีถ้ำพระไทรงามไม่ต้องตระหนก ผู้ติดค้างสามารถรอน้ำลดได้ในพื้นที่ปลอดภัยที่โถงหินถล่มแรก หากฝนทิ้งช่วง 2-3 วันก็สามารถออกมาได้


นายอนุกูล ระบุว่า สิ่งสำคัญ คือ ถ้ำนี้มีห้วยหลายสายไหลเข้าถ้ำ และถ้ำเป็นที่ลุ่มต่ำ ระดับน้ำขึ้นเร็ว มาเร็ว จึงเป็นห่วงทีมทำงานที่จะเข้าไปมากกว่า คืนนี้และพรุ่งนี้ฝนยังคงตกอยู่ หากผู้ประสบภัย Stabilize แล้ว ขอไม่ต้องรีบจนกว่าจะเข้าใจเรื่องการขึ้นลงของน้ำในถ้ำ


ส่วนสิ่งที่ต้องทำเร่งด่วน คือ ตั้งสถานีวัดระดับน้ำในถ้ำและสถานีวัดปริมาณฝนในพื้นที่ ตรวจวัดและบันทึกระดับน้ำทุก 1 ชั่วโมง เนื่องจาก 2 เรื่องนี้ มีความสัมพันธ์กันและเป็นกุญแจสำคัญมาก หลังฝนตกด้านนอกแล้วระดับน้ำในถ้ำจะใช้เวลาในการขึ้นนานขนาดไหน หากไม่เข้าใจธรรมชาติน้ำในถ้ำอันตรายมาก



ลักษณะโครงสร้างทางธรณีของถ้ำในบริเวณนี้มีชั้นหินปูนหนาแล้วถูกประกบด้วยหินทรายบนและล่าง พื้นที่รับน้ำไม่มากน้ำมาเร็ว และท่วมขัง การไหลออกทำได้โดยลำห้วยรอบ ๆ เขาเป็นหลัก โดยถ้ำนี้ทางกรมป่าไม้ ผู้เชี่ยวชาญการสำรวจถ้ำจากอังกฤษเข้าสำรวจทำแผนที่ตั้งแต่ปี 1997-1999

ฝนเกิดจากพายุฤดูร้อน หลังจากนี้ฝนจะทิ้งช่วง ดังนั้นโอกาสน้ำลดเร็วมีโอกาสสูงหลังพายุไปแล้ว แต่ถ้าติดช่วงสิงหาคมบอกได้เลยว่า งานเข้าแน่ ๆ 


ทั้งนี้ นายอนุกูล ระบุว่า จุดสำคัญคือช่องทางเข้าโถงหินกล่มเพดานต่ำมีน้ำท่วมขังช่วงฤดูฝน (Seasonal Sump) ถ้าฝนทิ้งช่วงแล้วน้ำบริเวณนี้ยังไม่ลด อาจจะต้องสูบน้ำออกบางส่วนเท่านั้นเองครับ

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยุติค้นหา "พระธุดงค์ติดถ้ำ" น้ำท่วมสูงปิดปากถ้ำ

 

 


รู้จักลิง 6 สายพันธุ์สัตว์ป่าคุ้มครองในไทย "ห้ามครอบครอง"

Mon, 5 Apr 2021 14:53:00

กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ระบุว่าภายใต้ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 มีการประกาศรายชื่อสัตว์ป่าสงวน 16 ชนิด และสัตว์ป่าคุ้มครอง 7 ประเภท จำนวนนี้ครอบคลุมสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 201 ชนิด นก 952 ชนิด 3สัตว์เลื้อยคลาน 91 ชนิด สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 12 ชนิด ปลา 14 ชนิด แมลง 13 ชนิด สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังอื่นๆ 12 ชนิด ซึ่งรวมทั้งลิง 6 ชนิดที่ได้รับการคุ้มครองในไทย

เนื่องจากลิงเป็นหนึ่งในสัตว์ป่าคุ้มครอง ดังนั้นผู้ที่จะครอบครองจะต้องมีใบอนุญาตครอบครองสัตว์ป่า ซึ่งออกโดยกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และหากเลี้ยงลิงโดยไม่มีใบอนุญาตความผิดมาตรา 19การครอบครองสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง ซากของสัตว์ป่าสงวน และ ซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 4 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทำความรู้จักลิงในประเทศไทย

เมื่อเร็วๆนี้ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผยการค้นพบ "ลิงอ้ายเงี้ยะ" ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำประทุน จ.อุทัยธานี ซึ่งเป็นการเข้าไปจับลิงในธรรมชาติ เพื่อนำมาทำหมันลดประชากร แต่จากจากการวางกรงดักจับลิง พบว่ามีลิงชนิดอื่นคือ ลิงไอ้เงี้ยะ ติดอยู่ในกรงด้วย 2 ตัวทั้งที่ก่อนหน้านี้ ทราบกันทั่วไปว่า ในถิ่นนี้มีเพียงลิงแสม อาศัยอยู่ประมาณ 1,000 ตัว ไม่มีลิงอื่นอยู่ปนในพื้นที่

สำหรับลิงไอ้เงียะลิงอัสสัม หรือ ลิงวอกภูเขา เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ที่อยู่ในอันดับวานร (ไพรเมต)
ทั้งนี้โดยปกติจะพบลิงไอ้เงี้ยะ ได้เฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ จนถึงด้านตะวันตกของประเทศไทย โดยพบมากสุดที่ จ.ลำปาง การพบลิงไอ้เงี้ยะ ในพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำประทุน นับเป็นครั้งแรกที่สำรวจพบ ทั้งที่จ.อุทัยธานี อยู่ห่างจาก จ.ลำปางมากถึงกว่า 400 กิโลเมตร พบว่ามีลิงไอ้เงียะอาศัยอยู่ในถิ่นนี้ ประมาณ 10-15 ตัว ลิงไอ้เงี้ยะ มีสถานภาพเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง รวมทั้งเป็นสัตว์คุ้มครองตามบัญชีหมายเลข 2 ของไซเตสด้วย

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

ครอบครัวลิงเสน ลิงหางสั้น

ขณะที่ "ลิงเสน" หรือ ลิงหมี เป็นลิงชนิดหนึ่ง ที่สามารถพบได้ในประเทศไทย มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Macaca arctoides จัดอยู่ในวงศ์ลิงโลกเก่า (Cercopithecidae) ลำตัวยาว หลังสั้น ขนยาวสีน้ำตาล หน้ากลม หางสั้น ลูกลิงมีขนสีขาว และเปลี่ยนเป็นสีเข้มเมื่อมีอายุมากขึ้น ใบหน้าเป็นสีชมพู หรือ สีแดงเข้ม ถึงน้ำตาล และมีขนเล็กน้อย 

 

ลิงเพศผู้มีลำตัวใหญ่กว่าลิงเพศเมีย มีน้ำหนัก 9.7-10.2 กิโลกรัม ลิงเพศเมีย มีน้ำหนัก 7.5-9.1 กิโลกรัม ลิงเสนเพศผู้มีเขี้ยวยาว อาศัยรวมกันเป็นกลุ่ม มีถุงเก็บอาหารใต้คาง หางสั้นมากจนดูเหมือนกับไม่มีหาง ก้นแดง หน้าท้องมีขนน้อย ขนบนหัวจะขึ้นวนเป็นก้นหอย ขนที่แก้มชี้ไปทางหลัง และคลุมหูไว้ สามารถพบได้ในป่าทุกชนิดของเขตร้อน และกระจายกันอยู่แถบตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย ทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีน ทางตะวันตกของมาเลเซีย แหลมมลายู พม่าไทย เวียดนาม และ ทางตะวันออกของบังคลาเทศ ลิงเสนกินผลไม้ พืชผัก รวมถึงแมลงขนาดเล็ก เริ่มผสมพันธุ์ได้เมื่อมีอายุ 3-4 ปี ระยะตั้งท้องนาน 146 วัน ออกลูกครั้งละ 1 ตัว และมีอายุยืนกว่า 20 ปี 

ลิงกังใต้ ลิงฝึกเก็บมะพร้าว

มีรูปร่างอ้วนสั้น ขนสั้นสีเทาหรือสีน้ำตาล หน้าค่อนข้างยาว ขนบนหัวสั้นมีสีเทาหรือสีน้ำตาล และขึ้นวนเป็นก้นหอย ขนตรงส่วนใต้ท้องมีสีจางจนเกือบขาว ขนบริเวณหลังเป็นสีน้ำตาลไหม้หรือดำ หางค่อนข้างสั้น ตัวเมียมีขนาดเล็กกว่า และมีขนปรกหน้าผากน้อยกว่าลิงตัวผู้ อาศัยอยู่ตามป่าดิบบริเวณเชิงเขา ชอบเปลี่ยนที่อยู่ไปเรื่อย ไม่ค่อยอยู่เป็นที่ บางตัวออกหากินตัวเดียว ไม่รวมฝูง ชอบลงมาอยู่ตามพื้นดินมากกว่าอยู่บนต้นไม้ แต่เวลานอนขึ้นไปนอนบนต้นไม้ ชอบส่งเสียงร้องและมักร้องรับกันทั้งฝูง มีอายุยืน 25 ปี เป็นลิงที่มีสมาชิกในฝูงน้อยกว่าลิงชนิดอื่นๆมีไม่เกิน 40-45 ตัว

ในประเทศไทย ลิงกังใต้ เป็นลิงที่คนไทยรู้จักและคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เพราะมักจะถูกจับมาเลี้ยงและฝึกให้แสดงต่างๆตามคำสั่ง เช่น ละครลิง หรือปีนต้นมะพร้าวเก็บลูกมะพร้าว ที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ส่วนใหญ่จะใช้ลิงตัวผู้เนื่องจากมีตัวใหญ่ เรี่ยวแรงมากกว่าลิงตัวเมีย ลิงที่จะใช้ฝึกเป็นอย่างดีอยู่ในช่วงอายุไม่เกิน 3-5 เดือน และต้องเป็นลิงนิสัยดี เชื่อฟังต่อผู้เลี้ยง  

ลิงแสม พบมากที่สุดในไทย

ลิงแสม จัดเป็นลิงขนาดกลาง มีขนตามลำตัวสีน้ำตาล หางยาวกว่าความยาวของลำตัว ขนตรงกลางหัวมีลักษณะตั้งแหลมชี้ขึ้น ขนใต้ท้องสีขาว โดยสีขนจะเปลี่ยนแปลงไปตามอายุ ฤดูกาล และถิ่นที่อยู่อาศัย ขนาดความยาวลำตัวและหัวประมาณ 48.5 –55 เซนติเมตร ความยาวหาง 44 –54 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 3.5 –6.5 กิโลกรัม

เป็นลิงอีกชนิดหนึ่งที่พบได้แทบทุกภูมิประเทศ ทั้งในป่าชายเลนใกล้ทะเล โดยลิงฝูงที่อาศัยในที่นี่จะว่ายน้ำและดำน้ำเก่ง ลิงแสมพยายามจะปรับตัวให้สามารถอยู่ในพื้นที่บริเวณขอบนอกของป่า มากกว่าอยู่ในป่าลึก และสามารถปรับตัวในเข้ากับมนุษย์ได้ เช่น ศาลพระกาฬ จ.ลพบุรี หรือศาลเจ้าแม่เขาสามมุข จ.ชลบุรี มักจะอยู่เป็นฝูงใหญ่ อาจมีสมาชิกในฝูงได้ถึง 200 ตัว โตเต็มที่เมื่อมีอายุได้ราว 3-4 ปี ออกลูกครั้งละ 1 ตัว ลูกที่มีอายุน้อยจะเกาะติดแม่เสมอ และจัดเป็นลิงอีกชนิดหนึ่งที่หากเลี้ยงตั้งแต่ยังเล็ก ก็สามารถนำมาฝึกหัดให้เชื่องได้เหมือนลิงกัง  

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

สัตวแพทย์ ชี้ไม่ให้เยี่ยม "ก๊อตซิลล่า" ต้องรอผลตรวจเชื้อ

 


สัตวแพทย์ ชี้ไม่ให้เยี่ยม "ก๊อตซิลล่า" ต้องรอผลตรวจเชื้อ

Mon, 5 Apr 2021 12:16:00

กรณี “ชุดเหยี่ยวดง” กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เข้าตรวจยึด "ลิงก๊อตซิลล่า" ลิงแสม จากเจ้าของตลาดย่านมีนบุรี เลี้ยงดูไว้จนร่างกายอ้วนพี เพื่อนำไปดูแลที่ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 2 (กระบกคู่) ต.คลองตะเกรา อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา เนื่องจากกฎหมายห้ามครอบครอง

วันนี้ (5 เม.ย.2564) น.ส.มัชฌมณ แก้วพฤหัสชัย นายสัตวแพทย์ชำนาญการ หัวหน้าศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 2 (กระบกคู่) จ.ฉะเชิงเทรา กล่าวถึงความคืบหน้าการดูแลลิงก๊อตซิลล่า ลิงแสมตัวผู้ น้ำหนักเกิน

ซึ่งลิงยังอยู่ในช่วงของการกักโรค ปรับโภชนาการและปรับพฤติกรรม พบว่าลิงค่อนข้างผ่อนคลาย และไว้ใจทีมดูแลมากขึ้น ยอมให้จับมือและเก็บตัวอย่างเลือด เพื่อตรวจสุขภาพทั่วไป และตรวจโรคในลิง

ลิงสดชื่นดี เริ่มกินน้ำและอาหาร คือ กล้วย ผักกาดขาว แตงกวา แครอท เมล็ดทานตะวัน ถั่วลิสงต้ม เม็ดฝักบัว ผักชีลาว และเสริมโปรตีนจากแมลง เพราะต้องปรับพฤติกรรมการกิน

 

สำหรับที่พักของลิงก๊อตซิลล่า อยู่ภายในกรงพักสัตว์ป่าชั่วคราว ภายในคลินิกสัตว์ป่า ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 2 (กระบกคู่) เป็นห้องขนาด กว้าง 1.5 เมตร ยาว 2.2 เมตร สูง 2.4 เมตร

แต่เจ้าหน้าที่ได้ย้ายลิง ไปอยู่ห้องอื่น เพื่อทำความสะอาดห้องเดิม และนำตุ๊กตา ผ้าห่ม ที่อาจเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค ออกไปทำความสะอาด และเหลือไว้เพียงอย่างละ 1 ชิ้น เพื่อให้การดูแลจัดการทำความสะอาดเป็นไปได้ง่ายและไม่เป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค

ไม่ให้เยี่ยมลิง เพราะต้องรอผลตรวจโรค

ลิงค่อนข้างผ่อนคลาย และไว้ใจทีมดูแล โดยเฉพาะสัตวบาลที่ให้อาหารและเข้าใจเรื่องจิตวิทยาสัตว์ลิง จึงยอมให้จับมือ และสามารถเก็บตัวอย่างเลือด เพื่อตรวจสุขภาพและตรวจโรคที่สำคัญในลิง โดยส่งไปตรวจที่สถาบัน และหน่วยงานที่มีมาตรฐาน

เนื่องจากอาการของผู้สื่อข่าว ที่ถูกลิงกัดอาการยังไม่ดีขึ้น และผลตรวจเลือดผู้ที่ถูกกัด ในห้องปฏิบัติการจากจุฬาฯ ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า เป็นไวรัสชนิดใด

แต่ที่ทราบแน่ๆ พบเชื้อแบคทีเรีย 2 ชนิด และอยู่ในระหว่างรอผลการตรวจน้ำลายและอุจจาระจากลิง จึงต้องอยู่ในระยะกักโรค งดเข้าเยี่ยม ก่อนที่ผลการตรวจจะออกมา ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนกระบวนการทางการแพทย์ ที่ต้องถือปฏิบัติ และเป็นขั้นตอนตามนโยบายของกรม โดยคณะทำงานพิจารณา ซึ่งถือเป็นความห่วงใยต่อผู้ใกล้ชิดทุกคนและลิง

รอผลเพาะเชื้อบาดแผลลิงกัด

สัตวแพทย์หญิง จุฑามาศ สุพะนาม หรือหมอเตย เจ้าของคลินิกหมอเตยจ.ลพบุรี กล่าวว่า แพทย์ได้ให้คำแนะนำทางโรงพยาบาลที่ดูแลผู้สื่อข่าวที่ถูกลิงก็อตซิลลากัดว่า ต้องขูดเอาเนื้อตรงจุดที่โดนเขี้ยวกัด และพยายามขูดลึกๆ ให้มีเนื้อสดๆ ติดไปด้วย เพื่อดูเชื้อก่อโรคบาดทะยัก และเชื้อพิษสุนัขบ้า

ส่วนไขสันหลังหมอเจาะเพื่อตรวจหาเชื้อพิษสุนัขบ้า เพราะไม่มีหลักฐานชัดเจนว่า ลิงก็อตซิล่าได้ฉีดวัคซีนป้องกันหรือไม่ ตอนนี้ต้องรออีก 3-4 วันในการเพาะเชื้อ

ส่วนกรณีบาดแผลที่ผู้สื่อข่าว พบว่ามีรอยฉีกขาดแบบปากฉลาม เพราะเขี้ยวลิงยาว มีการดึงกระชาก และเขี้ยวกดลึกถึงกระดูก หลังจากทำแผล และคิดว่า มีการล้างแผลสะอาดแล้ว จึงปิดบาดแผลไว้

กระทั่งเริ่มมีอาการปวด และชาไม่มีความรู้สึกที่นิ้ว จึงกลับมาหาหมอ แนะนำให้ตัดไหมออก เพราะแบคทีเรียกลุ่มนี้ไม่ต้องการออกซิเจน ทำให้เชื้อเจริญเติบโตได้ดี ตอนนี้หมอที่โรงพยาบาลตัดไหมออก และรักษาแผลเปิด ซึ่งแผลค่อนข้างเป็นแผลฉกรรจ์

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

อาการล่าสุดลิงแสม "ก๊อตซิลล่า" สดชื่นดี - กินผักน้ำหนักลด 4 ขีด

ส่งลิงแสม "ก๊อตซิล่า" ฟื้นฟูสุขภาพที่ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่ากระบกคู่

 


หาดูยาก! บันทึกชีวิตสุดชิล ครอบครัวลิงเสนกลางป่าใหญ่

Fri, 2 Apr 2021 17:13:00

วันนี้ (2 เม.ย.2564) เพจเฟซบุ๊กประชาสัมพันธ์ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช โพสต์คลิปน่ารักความยาว 11 วินาที โดยระบุว่า "รู้จักครอบครัวลิงเสนผ่านกล้องดักถ่าย ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ของไทย" ในคลิปดังกล่าวพบเป็นภาพครอบครัวลิงพ่อแม่และลูกน้อย 1 ตัววัยกำลังซนมีขนสีขาว กำลังเล่นบนโขดหิน โดยมีลิงอีก 1 ตัวเดินผ่านหน้ากล้อง และอีก 1 ตัวอยู่ไกลกัน เป็นภาพชีวิตของสัตว์ป่าในธรรมชาติที่หาดูยาก

ข้อมูลจากวิกิพีเดียสารานุกรมเสรี ระบุว่า "ลิงเสน" หรือลิงหมี เป็นลิงที่พบได้ในประเทศไทย มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Macaca arctoides จัดอยู่ในวงศ์ลิงโลกเก่า (Cercopithecidae) ลำตัวยาว หลังสั้น ขนยาวสีน้ำตาล หน้ากลม หางสั้น ลูกลิงมีขนสีขาว และเปลี่ยนเป็นสีเข้มเมื่อมีอายุมากขึ้น ใบหน้าเป็นสีชมพู หรือสีแดงเข้ม ถึงน้ำตาล และมีขนเล็กน้อย

 

ลิงตัวผู้มีลำตัวใหญ่กว่าลิงตัวเมีย มีน้ำหนัก 9.7-10.2 กิโลกรัม ลิงตัวเมีย มีน้ำหนัก 7.5-9.1 กิโลกรัม ลิงเสนตัวผู้มีเขี้ยวยาว และอาศัยรวมกันเป็นกลุ่ม มีถุงเก็บอาหารใต้คาง หางสั้นมากจนดูเหมือนกับไม่มีหาง ก้นแดง หน้าท้องมีขนน้อย ขนบนหัวจะขึ้นวนเป็นก้นหอย ขนที่แก้มชี้ไปทางหลังและคลุมหูไว้ สามารถพบได้ในป่าทุกชนิดของเขตร้อน และกระจายกันอยู่แถบตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย ทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีน ทางตะวันตกของมาเลเซีย แหลมมลายู เมียนมา ไทย เวียดนาม และทางตะวันออกของบังคลาเทศ

ลิงเสน กินผลไม้ พืชผัก รวมถึงแมลงขนาดเล็ก เริ่มผสมพันธุ์ได้เมื่อมีอายุ 3-4 ปี ระยะตั้งท้องนาน 146 วัน ออกลูกครั้งละ 1 ตัว และมีอายุยืนกว่า 20 ปี สถานะทางกฎหมายเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าพ.ศ.2562
 


บิ๊กบาดาล แจงปมดรามา "พิมรี่พาย" เทียบขุดบ่อใช้งบถูกกว่า

Fri, 2 Apr 2021 15:11:00

กรณีเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ถึงการขุดเจาะน้ำบาดาล ของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ที่มีราคาสูงหากเทียบกับพิมรี่พาย ที่ใช้เงินส่วนตัวดำเนินการขุดเจาะน้ำบาดาลประมาณ 190,000 บาทในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 

วันนี้ (2 เม.ย.2564)นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ให้สัมภาษณ์ไทยพีบีเอส ออนไลน์ว่า ทางกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ได้มอบหมายเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบบ่อบาดาลที่พิมรี่พาย ไปขุดบ่อบาดาลใน อ.ทรายมูล จ.ยโสธร พบว่าเป็นบ่อบาดาลที่มีความลึก 40 เมตร ใช้ท่อขนาด 6 นิ้ว มีแผงโซลาเซลล์ 4 แผง 340 วัตต์ ปั้มน้ำขนาด 1 แรงครึ่ง มีอัตราการสูบน้ำขึ้นมา 4 ลบ.ม.ต่อชั่วโมงและสูบน้ำลงสระให้เกษตรกรรายหนี่ง มีการปลูกพืชผักสวนครัวและเลี้ยงวัว เป็นพื้นที่ศูนย์เรียนรู้เกษตร 

นายศักดิ์ดา กล่าวว่า บ่อบาดาลที่พิมรี่พายขุด มีขนาดเล็กกว่าของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล หรือส่วนราชการหลาย 10 เท่า ที่เคยขุดเจาะให้ชาวบ้านที่มีขนาดเล็กที่สุดที่มีความลึก 100-400 เมตร ใช้แผงโซลาร์เซลล์ 16–20 แผง กำลังวัตต์ 5,000 วัตต์ต่อ 1 จุด ดังนั้นจึงมีราคาต่างกัน บ่อบาดาลแต่ละแบบ และราคาก็เหมือนกับรถยนต์ยังมีหลากหลายยี่ห้อให้คนเลือก ดังนั้นเรื่องที่วิจารณ์ในโซเชียลจึงอาจสร้างความสับสน และเข้าใจผิดกับหน่วยราชการได้ 

ภาพ:กรมทรัพยากรน้ำบาดาล

ภาพ:กรมทรัพยากรน้ำบาดาล

 

ที่สำคัญหมู่บ้านนี้ไม่เคยมีคำร้องขอให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาล เข้าไปช่วยเรื่องการขุดบ่อบาดาล และสภาพพื้นที่ไม่ใช่โซนที่ขาดแคลนน้ำผิวดิน อีกทั้งยังตรวจบ่อบาดาลที่ขุดเจาะยังทำไม่ได้มาตรฐาน ไม่มีการเทปูนซีลปากบ่อ หากมีปัญหาจะเกิดการปนเปื้อนลงไปยังชั้นน้ำใต้ดินได้

ราคาแพงถูกสุด-แพงสุดขุดบ่อบาดาล

อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กล่าวว่า ขณะนี้ได้ทำความเข้าใจกับชุมชน และผู้นำท้องถิ่น และไม่อยากให้เสียกำลังใจกับทุกคนที่เข้าไปช่วยเหลือ แต่ต้องชี้แจงความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการใช้งบประมาณ และสเปกของบ่อบาดาล เพราะราคาต่างกัน คุณภาพก็ต้องต่างกันชัดเจน เรื่องนี้ไม่ถือว่าดิสเครดิสกรมทรัพยากรน้ำบาดาล แต่ห่วงประชาชนอาจจะได้ข้อมูลไม่ครบ

ปีนี้มีแผนขุดบ่อบาดาล 800 แห่ง บางแห่ง 2-3 บ่อ ใช้งบ 1,000 ล้านบาท ซึ่งแต่ละพื้นที่จะมีความลึกและใช้ต่างกัน เนื่องจากมีบ่อ และระบบรองรับและพื้นที่กระจายน้ำครอบคลุมพื้นที่มากกว่าพันไร่ ได้ปริมารตรน้ำกว่า 100 ลบ.ม.ต่อชั่วโมง โดยดำเนินการไปแล้ว 50% 

ข้อมูลจากเว็บไซต์กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ระบุถึงราคาเบื้องต้นในการเจาะบ่อบาดาล (9 ก.ย.63) งบประมาณราคาค่าเจาะบ่อน้ำบาดาลเอกชน (บ่อขนาด 4 นิ้ว) ดังนี้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีราคาตั้งแต่ 8,000 ถึง 40,000 บาท ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ มีราคาตั้งแต่ 40,000-120,000 บาท

ภาพ:กรมทรัพยากรน้ำบาดาล

ภาพ:กรมทรัพยากรน้ำบาดาล

 

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนี้ว่าราคาจะแพงหรือไม่แพงขึ้นอยู่กับความลึกของบ่อน้ำบาดาล ถ้าขุดลึกก็ใช้งบประมาณมาก ถ้าขุดตื้นก็ใช้งบน้อย บ่อน้ำทั้งหมดจะเท่ากันได้อย่างไร เพราะบางทีบ่อลึก 300-400 เมตร จะให้ราคาขุดเท่ากับบ่อที่มีความลึก 30 เมตรได้อย่างไร และท่อที่ใส่ไปก็ไม่เหมือนกัน

ผู้สื่อข่าวถามว่างบประมาณของกรมทรัพยากรน้ำบาดาลในการดำเนินการแพงกว่าเป็น 10 เท่า พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ราคาตรวจสอบได้ตลอดเวลาอยู่แล้ว ยืนยันว่าทุกอย่างเป็นไปอย่างโปร่งใส และมีการตรวจสอบในการขุดเจาะบ่อน้ำบาดาลทุกบ่ออยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานใด

ภาพ:กรมทรัพยากรน้ำบาดาล

ภาพ:กรมทรัพยากรน้ำบาดาล