17 ต.ค.นี้เริ่มยุติเก็บกู้ซากช้างตกเหวนรกตายชั่วคราว

Wed, 16 Oct 2019 11:14:00

วันนี้ (16 ต.ค.2562) นายวิชัย พรลีแสงสุวรรณ์ ผู้อำนวยการศูนย์ช่วยเหลือช้างป่าตกน้ำตกเหวนรก กล่าวว่า หลังจากเมื่อวานนี้ (15 ต.ค.) เจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันปฏิบัติงานตามแผนป้องกันอย่างเข้มข้นบริเวณจุดเฝ้าระวัง ซึ่งอาจเป็นอันตรายกับช้างป่าบริเวณน้ำตกเหวนรก และเสริมความแข็งแรงของตาข่ายดักซากช้าง 

โดยเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้ซากช้างป่าประมาณ 25 นาย ของศูนย์ช่วยเหลือช้างป่าตกน้ำตกเหวนรกยังคงเดินเท้าเข้าดำเนินการเก็บกู้ซากช้างป่าที่เหลือต่อเนื่องตัวที่ 4 และ 5 ภาพรวม แต่จากการประเมินวันนี้ ยังไม่สามารถทำการเก็บกู้ซากช้างป่าเพิ่มเติมได้ จึงต้องเร่งถักเชือกตาข่ายเพิ่มความแข็งแรงใช้ดักซากช้าง หากน้ำไหลหลากพัดซากไหลลอยลงมาด้านล่างน้ำตกเหวนรก เพื่อป้องกันไม่ให้ซากช้างป่าที่เหลือลอยหลุดเข้าไปในเขื่อนขุนด่านปราการชล

กำชับให้ทุกคนปฏิบัติหน้าที่กันด้วยความระมัดระวังและให้คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ

ทั้งนี้ ในวันพรุ่งนี้ (17 ต.ค.62) เจ้าหน้าที่จะหยุดปฏิบัติหน้าที่เก็บกู้ซากช้างป่าชั่วคราว เนื่องจากปริมาณน้ำในน้ำตกเริ่มเพิ่มสูงขึ้นจากฝนที่ตกลงมา แต่ยังจัดเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนและเฝ้าระวังหากซากช้างป่าลอยลงมาจะเข้าเก็บกู้ซากทันที

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปรับแผน! ฝังซากช้างตกเหวตาย-หามส่งเจ้าหน้าที่ป่วยเข้า รพ.

เล็งทำเพนียดเพิ่มจุดเสี่ยง-สร้างสะพานให้สัตว์ข้ามเหวนรก

 

 


กลุ่มขี่เจ็ตสกีโต้ทำตามกฎดูวาฬบรูด้า ยืนยันไม่ได้ทำผิด

Wed, 16 Oct 2019 07:27:00

เมื่อวันที่ 15 ต.ค.2562 นายกลย์กร จันลอย ประธานกลุ่มเจ็ตสกีโซไซตี้ ได้โพสต์ข้อความชี้แจงผ่านเฟซบุ๊ก "เจ็ตสกี โซไซตี้ ทริปท่องเที่ยวทางสายน้ำ" หลังจากมีการนำเสนอข่าวว่ามีกลุ่มขี่เจ็ตสกีดูวาฬบรูด้า ในช่วงเทศกาล “ชมวาฬ ทานปู” ของ จ.เพชรบุรี ซึ่งทำให้เกิดความกังวลว่าอาจส่งผลกระทบต่อการหาอาหารและอาจเป็นอันตรายต่อวาฬบรูด้า

ประธานกลุ่มเจ็ตสกีโซไซตี้ ชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ได้ขี่เจ็ตสกีไปถึงบริเวณที่อยู่ของวาฬบรูด้า จ.เพชรบุรี โดยขี่เข้าไปอย่างช้าๆ และปล่อยเจ็ตสกีไหลไปเรื่อยๆ เพื่อชมวาฬแบบระยะไกล ประมาณ 400-600 เมตร โดยอยู่หลังเรือลำใหญ่และวิ่งข้างเรือบ้างเป็นบางจังหวะ ทราบดีว่าดีการขี่ไปไล่ติดวาฬ เป็นสิ่งไม่ควรทำ ดังนั้นจึงไม่มีใครทำ ซึ่งหากมีพฤติกรรมดังกล่าวจริงก็คงมีคลิปปรากฎออกมา

สรุปให้สั้นๆ คือ เราไปท่องเที่ยวชมวาฬบรูด้าตามกฎระเบียบกติกาทุกอย่างทุกประการ ไม่มีการทำอะไรผิดแน่นอน

ประธานกลุ่มเจ็ตสกีโซไซตี้ ระบุว่า การพาเพื่อนสมาชิกไปเที่ยว ไปชมความงดงามของธรรมชาติอ่าวไทย จะมีการแจ้งชาวคณะอย่างชัดเจนถึงข้อควรปฎิบัติในการชมวาฬ กฎระเบียบต่างๆ ที่ผ่านมามีการออกทริปเที่ยวอย่างเป็นระบบ เที่ยวทั่วไทยและทุกจังหวัด ทุกคนล้วนเป็นสุภาพชน เป็นผู้ใหญ่ ขับขี่แบบสุภาพและเคารพกฎของทุกพื้นที่ที่ไป

นอกจากนี้ยังระบุอีกว่า เรือประเภทเจ็ตสกีเป็นเทคโนโลยีกระบอกเจ็ตพ่นน้ำ ใบพัดซ่อนอยู่ด้านใน ไม่มีโอกาสที่จะสร้างอันตรายด้วยการสัมผัส และเสียงเครื่องยนต์ก็เบาและเงียบกว่าเรือบรรทุกนักท่องเที่ยว จึงไม่เป็นอันตรายหรือรบกวนต่อวาฬบรูตามที่หลายฝ่ายแสดงความเป็นห่วง แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่มารยาทและวิธีการขับขี่มากกว่า ถ้าเราขี่เร็ว ขี่ปาดซ้ายขวา ก็เข้าใจได้ที่จะถูกต่อว่า แต่พวกเราไปแบบสุภาพที่สุดและรักษากฎระเบียบ

 


อ้างน้ำกัดเซาะ! เทปูนลงคลองท่าดี 4 เมตรนักท่องเที่ยวนั่งชิล

Tue, 15 Oct 2019 19:00:00

วันนี้ (15 ต.ค.2562)  ไทยพีบีเอสออนไลน์ สัมภาษณ์นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้  ความคืบหน้ากรณีกรมป่าไม้ สั่งรื้อร้านอาหารรุกล้ำคลองท่าดี อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช ภายในแหล่งท่องเที่ยวชุมชนคีรีวง โดยกำหนดให้เวลาเพียง 5 วัน โดยระบุว่าช่วงบ่ายวันนี้ นายชากรี รอดไฝ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 (นครศรีธรรมราช) พร้อมด้วยกรมเจ้าท่า นายอำเภอลานสกา และองค์การบริการส่วนตำบลกำโลน ลงพื้นที่ตรวจสอบทันที พร้อมขีดเส้นสีแดงแนวเขตพื้นที่ร้านอาหารริมน้ำ 10 แห่งที่เทคอนกรีตรุกล้ำคลองท่าดี ในชุมชนคีรีวง ทั้งนี้กำหนดให้ผู้ประกอบการต้องรื้อถอนภายใน 5 วันเริ่มตั้งแต่วันที่ 16-20 ต.ค.นี้ 

เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจ และพ่นสีแดงแสดงจุดที่ผู้ประกอบการต้องรื้อถอนทั้งหมด และจะลงมือทันทีวันพรุ่งนี้ (16 ต.ค.) ทั้งนี้จะส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยรื้อถอนหากผู้ประกอบการร้องขอมา ทั้งนี้ขอบคุณที่ได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการ
ภาพ:กรมป่าไม้

ภาพ:กรมป่าไม้

พบแอบเทปูนลงในน้ำ 4 เมตร 

ด้าน ส.ต.ต.หญิง มณฑาทิพย์ เมฆาวรรณ์ ปลัดอบต.กำโลน อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า จากการตรวจสอบมีร้านค้าร้านอาหาร 10 แห่งที่กรมป่าไม้ กรมเจ้าท่าสั่งให้รื้อถอนปูน และสิ่งก่อสร้างริมน้ำในคลองท่าดีทันที โดยมีการพูดคุยและทำความเข้าใจ พบว่ากระทำความผิดจริงตามที่มีการแชร์ในโซเชียล โดยเฉพาะรายที่เป็นประเด็นเพราะมีการเทปูนทับโขดหิน และเลยจากริมตลิ่งไป 3-4 เมตร ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำ 

ล็อตแรกมี 8 รายที่ทำพื้นที่ริมตลิ่งโผล่ออกมาในคลองท่าดี เดิมจะพื้นที่มีก้อนหินเรียงตามกระแสน้ำ แต่เขาเทปูนลงมา 3-4 เมตร เพื่อวางโต๊ะไม้ไผ่เพื่อวางรับประทานอาหารให้กับนักท่องเที่ยว ไปตรวจแล้วยอมรับว่าตกใจ เพราะทำให้สภาพนิเวศเปลี่ยน
ภาพ:กรมป่าไม้

ภาพ:กรมป่าไม้

ปลัดอบต.กำโลน กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาทางอบต.กำโลน พยายามจะควบคุมปัญหาเรื่องน้ำเสียที่ไหลลงคลองสาธารณะ ปัญหาขยะ และการควบคุมอาคาร แต่ไม่สามารถใช้พ.ร.บ.ควบคุมอาคารไปดำเนินการได้ เพราะอาคารสร้างมาก่อนที่ท้องถิ่นควบคุม

ส่วนการการรุกล้ำพื้นที่ริมน้ำริมตลิ่ง ส่วนหนึ่งชาวบ้านลักลอบทำ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นโอกาสดีที่กรมป่าไม้ และกรมเจ้าท่าจะเข้ามาเป็นเจ้าภาพในการจัดระเบียบ เพราะเป็นพื้นที่ที่ป่าไม้ถาวร และไม่อยากให้เกิดการทำลายทรัพยากรทางธรรมชาติไปมากกว่านี้จนซ้ำรอยกับแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ เช่น ภูทับเบิก จะแก้ปัญหายาก

มีร้านบางแห่งก็สร้างโดยไม่ได้รับอนุญาต เพราะสร้างเกินแนวระยะร่น 6 เมตร และทางอบต. จะไม่อนุญาต แต่ก็ไปทำ และทางอบต.จะสั่งรื้อถอนในขั้นต่อไป  
ภาพ:กรมป่าไม้

ภาพ:กรมป่าไม้

ที่ดินขายเปลี่ยนมือไร่ละหลายล้าน "เมืองอากาศดี"

เมื่อถามว่า ชุมชนคีรีวง เติบโตเกินไปจากการท่องเที่ยวหรือไม่ ปลัด อบต.กำโลน กล่าวว่า ส่วนหนึ่งปัญหาการท่องเที่ยวเติบโตเข้าไปในพื้นที่ตรงนี้ ซึ่งปกติจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามามากกว่า 500-1,000 คนต่อวัน เพราะมันมีจุดขายระบบนิเวศและการเป็นชุมชนที่ยังอยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อม อากาศบริสุทธ์ทำให้มีคนสนใจเดินทางมามาก

เริ่มมีการซื้อขายที่ดินเปลี่ยนมือให้กับนายทุนเข้ามาลงทุนทำรีสอร์ต ร้านค้าร้านอาหารและที่พัก ในราคาไร่ละหลายล้านบาท ซึ่งยังไม่ชัดเจนว่าเป็นที่ดิน ส.ค.1 หรือไม่ จนเริ่มมีปัญหาขยะ น้ำเสียตามมา

ปลัดอบต.กำโลน ยอมรับว่าวันนี้ถึงแม้จะมีปัญหาจากผู้ประกอบการเพียงบาวส่วน แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความเป็นคีรีวง ที่ยังใช้ชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจะได้รับผลกระทบ เพราะภาพรวมยังคงรักษาจุดขายตรงนี้ไว้ เพียงแค่อยากให้ผู้ประกอบการช่วยกันรักษาความเป็นธรรมชาติที่ดีไว้อย่าเปลี่ยนแปลลงจนเกิดความเสียหาย เพราะมันเอากลับคืนมาไม่ได้

ผู้ประกอบการ ระบุเพราะป้องกันน้ำป่ากัดเซาะ

นายสำคัญ อรทัย นายอำเภอลานสกานครศรีธรรมราช กล่าวว่า การเทคอนกรีตของผู้ประกอบการเกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ก่อน หลังจากนั้นผู้ใหญ่บ้านได้เข้ารายงานตามขั้นตอนทางอำเภอ ได้เรียกผู้ประกอบการ 10 รายไปพูดคุยทำความเข้าใจก่อนหน้าแล้ว ตั้งแต่วันที่ 9 ต.ค.ที่ผ่านมา มีการตกลงกำหนดวันเรียบร้อยก่อนที่จะมีการเผยแพร่ภาพร้องเรียนที่เกิดขึ้น

หลังจากกำหนดแนวเขตแล้วในวันพรุ่งนี้ (16 ต.ค.) จะเริ่มรื้อถอนทันทีดูพื้นที่แล้วคืนสภาพเดิมได้ ขณะที่อธิบดีกรมป่าไม้ท่านให้ความห่วงใยสั่งการให้ดำเนินการทันทีโดยให้เวลาปฏิบัติภายใน 5 วันหากไม่ดำเนินการจะเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย

 

นางอุไรวรรณ โฉมทอง ผู้ประกอบการรีสอร์ต  กล่าวว่า สาเหตุที่มีการเทคอนกรีต ในช่วงหน้าน้ำหลากลำธารจะมีน้ำป่าที่รุนแรงมาก และจะกัดเซาะทำลายพื้นที่อย่างต่อเนื่อง จึงมีการทำแนวคอนกรีตเพื่อป้องกันการกัดเซาะขึ้นแต่เมื่อไม่ถูกต้องตามระเบียบกฎหมายยินดีที่จะรื้อถอนออกไปให้มีความเรียบร้อยเกิดขึ้น

ส่วนสภาพพื้นที่นั้นพบว่าตลอดแนวที่มีอยู่ประมาณ 10 ร้านได้เทคอนกรีตลงไปในแนวลำธารมีความราวประมาณ 100 เมตร และมีการจัดวางโต๊ะเก้าอี้ ให้บริการ บางร้านทำแนวกำแพง เพื่อกำหนดอาณาเขตของร้านตัวเองอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้พ่นสีกำหนดแนวที่ร้านจะต้องรื้อถอนออกให้หมดภายใน 5 วันโดยกำหนดจะเริ่มขึ้นในวันพรุ่งนี้ 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

"ป่าไม้" ขีดเส้น 5 วันรื้อร้านค้าเทคอนกรีตรุกคลองชุมชนคีรีวง

 

 


"ป่าไม้" ขีดเส้น 5 วันรื้อร้านค้าเทคอนกรีตรุกคลองชุมชนคีรีวง

Tue, 15 Oct 2019 12:17:00

กรณี เฟซบุ๊ก ชมรม strong-จิตพอเพียงต้านทุจริต จ.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปความยาว 40 วินาที พบสภาพของร้านอาหารรุกล้ำเทคอนกรีตคลองท่าดี ชุมชนคีรีวง จ.นครศรีธรรมราช โดยตั้งคำถามว่ากรณีมีเทคอนกรีตลงในคลองท่าดี​ นั่งกินลมชมวิวกันในคลอง​ หมู่บ้านคีรีวง​ สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของบ้านเราไปแล้วนั้น​ ยังพบอีกว่ามีการเดินท่อ PVC ลอยข้ามคลองระเกะระกะเต็มไปหมดไร้การควบคุมไร้การวางแผนบริหารจัดการควบคุมพื้นที่ให้สมกับที่เคยบอกไว้ว่าที่นี่ #หมู่บ้านคีรีวงท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ​อนุรักษ์ตรงไหน?

วันนี้ (14 ต.ค.2562) ไทยพีบีเอสออนไลน์ สัมภาษณ์นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ผอ.สำนักอำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ พร้อมชุดพยัคฆ์ไพร เข้าตรวจสอบพื้นที่แล้ว เนื่องจากเป็นพื้นที่เขตป่าไม้ตามพ.ร.บ.ป่าไม้พ.ศ.2484 ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงสภาพถือว่าเป็นบุกรุกป่า ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

ขณะเดียวกันจากภาพที่ปรากฎในโซเชียล พื้นที่ถูกพัฒนาเป็นที่รีสอร์ต ที่พัก ร้านอาหารเพื่อการท่องเที่ยวจำนวนมาก ในบริเวณสองฝังลำน้ำท่าดี มีการเทปูนรุกล้ำเข้าในเขตลำน้ำท่าดีหลายจุด ซึ่งน่าจะเป็นการกระทำผิดระเบียบ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 
ภาพ:ชมรมstrong-จิตพอเพียงต้านทุจริต จ.นครศรีธรรมราช

ภาพ:ชมรมstrong-จิตพอเพียงต้านทุจริต จ.นครศรีธรรมราช

ขีดเส้นรื้อถอนภายใน 5 วัน 

นายอรรถพล ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า จากการพูดคุยกับนายอำเภอแล้วก่อนหน้านี้เคยมีการเจรจาขอให้รื้อถอนร้านค้า รีสอร์ต ที่รุกล้ำทุกแห่งภายในระยะเวลา 30-60 วัน แต่เห็นว่าไม่ควรปล่อยให้เป็นแบบนี้และต้องไม่มีแบบนี้เพิ่มอีก จึงจะให้เวลาแค่ 5 วันในการรื้อถอนทั้งหมด โดยจะร่วมกับฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ป่าไม้เข้าดำเนินการให้แล้วเสร็จ 

จากการสำรวจพบมีร้านค้ารุกลำน้ำในระยะทางคลองท่าดี 200 เมตร ประมาณ 10 แห่งที่ต้องรื้อถอนออกภายในเวลาที่กำหนด 5 วัน 

นายอรรถพล กล่าวอีกว่า มีการพูดคุยกันเบื้องต้น บอกว่าจะรื้อถอนแต่ขอเวลา 60 วัน แต่กรมป่าไม้ขีดเส้นให้ต้องรื้อทันที ส่วนการเอาผิดตามกฎหมายว่าใครอนุญาตให้ก่อสร้าง เบื้องต้นเท่าที่สอบถามไม่มีหน่วยงานไหนอนุญาต ดังนั้นจึงต้องรื้อถอนออก

 

พื้นที่ถกเครียดหาทางออก 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากมีข่าวว่าทางกรมป่าไม้ มีคำสั่งให้รื้อถอนร้านค้าที่รุกล้ำในคลองท่าดี ล่าสุดหน่วยงานในพื้นที่ เช่น องค์การบริหารหารส่วนตำบลกำโลน อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช นายอำเภอลานสกา ได้ประชุมหารือถึงมาตรการแก้ปัญหานี้ทันที โดยแหล่งข่าวระบุ ไม่คิดว่าจะมีมาตรการที่ให้รื้อถอนทันทีทำให้ทางพื้นที่ตั้งรับไม่ทัน 

สำหรับชุมชนคีรีวง ตั้งอยู่ใน อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ มีจุดขายภูมิประเทศที่มีเอกลักษณ์ อากาศดี เป็นชุมชนโบราณอยู่กลางหุบเขา โดยพื้นที่อยู่ในเขตป่าไม้ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 และอยู่ในเขตป่าถาวร ป่าท่างิ้ว-ขุนน้ำ-เขาธง ทั้งนี้ แนวเขตพื้นที่ที่กำหนดให้เป็นที่ดินของรัฐ ซึ่งกรมป่าไม้ ยังจะมีการตรวจสอบว่ามีการออกเอกสารสิทธิที่ดินหรือไม่

 

 

 


“วราวุธ” ปลุกจิตสำนึกแก๊งเจ็ตสกีขับก่อกวนวาฬบรูด้า

Tue, 15 Oct 2019 11:16:00

กรณีที่มีกลุ่มนักท่องเที่ยวขับเจ็ตสกีกว่า 20 ลำ ชมวาฬบรูด้าบริเวณหาดเจ้าสำราญ จ.เพชรบุรี ในช่วงเทศกาล “ชมวาฬ ทานปู” เมื่อวันที่ 13 ต.ค.ที่ผ่านมา ล่าสุด วันนี้ (15 ต.ค.2562) นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) แสดงความกังวลว่ากรณีดังกล่าว อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ฝูงวาฬและถูกรบกวนการหากินจากเสียงเครื่องยนต์ จึงได้กำชับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ให้เพิ่มความเข้มงวดดูแลฝูงวาฬบรูด้าที่มาหากินบริเวณชายฝั่ง จ.เพชรบุรี พร้อมเพิ่มการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการชมวาฬที่ถูกต้องและไม่รบกวนวิถีชีวิตฝูงวาฬ

ฝูงวาฬบรูด้าที่หากินชายฝั่งทะเลเพชรบุรี เป็นของขวัญที่มีค่าจากธรรมชาติ นักท่องเที่ยวต้องช่วยกันดูแลรักษา ปฏิบัติตามกฏระเบียบการเยี่ยมชม

รมว.ทส.กล่าวอีกว่า การเข้าไปรบกวนวิถีชีวิต หรือสร้างความตกใจให้ฝูงวาฬที่มีพฤติกรรมละเอียดอ่อน เท่ากับเป็นการขับไล่วาฬ ไม่ให้กลับมาที่นี่อีก พร้อมยกตัวอย่าง เกาะเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ ที่เป็นแหล่งดำน้ำชมฉลามวาฬที่มีชื่อเสียงระดับโลกและมีมาตรการดูแลรักษาฝูงฉลามวาฬอย่างเข้มงวด ซึ่งได้รับความร่วมมือจากชาวบ้านและนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นกฏระเบียบต่างๆ ตั้งแต่การห้ามทาครีมกันแดดลงดำน้ำ เพื่อป้องกันสารเคมีเจือปนน้ำทะเล ไปจนถึงการห้ามนำเรือติดเครื่องยนต์ออกไปชมฝูงฉลามวาฬและต้องจ้างเรือพายเท่านั้น ซึ่งนอกจากจะลดความเสี่ยงในการรบกวนฝูงวาฬแล้ว ยังสร้างรายได้จากการรับจ้างให้ชาวบ้านท้องถิ่นด้วย

ภาพ : กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

ภาพ : กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

นักท่องเที่ยวที่มาชมวาฬบรูด้า ควรมีจิตสำนึกในการท่องเที่ยวอย่างสร้างสรรค์ การขับเจ็ตสกีวนรอบที่อยู่อาศัยของวาฬบรูด้าจะกระทบการหาอาหาร หรืออาจเกิดเหตุอันตรายต่อวาฬ อยากให้หยุดการกระทำดังกล่าวอย่างเด็ดขาด

ทั้งนี้ รมว.ทส.เตรียมประสานกับหน่วยงานด้านการท่องเที่ยว เพื่อหารือเรื่องการพัฒนาจุดชมวาฬบรูด้า จ.เพชรบุรี ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ เพื่อหวังดึงดูดนักท่องเที่ยว

ทช.ห้ามขับเจ็ตสกีรบกวนวาฬ

ด้านนายโสภณ ทองดี อธิบดี ทช. ได้สั่งการให้สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 3 (เพชรบุรี) ลงพื้นที่ตักเตือนนักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าวไม่ให้นำขบวนเจ็ตสกีไปรบกวนวาฬอีก พร้อมประสานหน่วยงานเจ้าท่าในพื้นที่ตรวจสอบใบอนุญาตการใช้เรือและใบนายท้ายเรือของกลุ่มผู้ขับเจ็ตสกี ขณะที่กลุ่มผู้ขับเจ็ตสกีได้รับทราบและเข้าใจถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นและพร้อมหยุดการกระทำดังกล่าวอย่างเด็ดขาด

สำหรับ “วาฬบรูด้า” เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อาศัยอยู่ในทะเล ขนาดโตเต็มวัยมีความยาวประมาณ 14-15 เมตร น้ำหนักประมาณ 20 ตัน ให้ลูกครั้งละ 1 ตัว ทุกๆ 2 ปี และได้รับการประกาศให้เป็นสัตว์สงวน ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 ซึ่งในพื้นที่อ่าวไทยมีประชากรวาฬบรูด้าประมาณ 50 ตัว จากการสำรวจในแต่ละวันอาจพบได้ตั้งแต่ 1 ตัว หรือมากถึง 20 ตัว ขึ้นกับปริมาณของปลาที่เป็นอาหาร

ภาพ : กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

ภาพ : กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

ข้อปฏิบัติชมวาฬบรูด้า

สำหรับข้อปฏิบัติในการชมวาฬบรูด้าที่สำคัญ คือ ความเร็วเรือต้องต่ำกว่า 7 น็อต ในรัศมี 400 เมตร และต่ำกว่า 5 น็อต ในรัศมี 100-300 เมตร จำนวนเรือไม่เกิน 3 ลำ โดยรอบพื้นที่ นอกจากนี้การสร้างเสียงรบกวนทั้งจากเหนือน้ำและใต้น้ำจะส่งผลกระทบต่อวาฬ ดังนั้นจึงไม่ควรกระทำการใดๆ ให้เกิดเสียงดังมาก เช่น การเร่งเครื่องยนต์เรือ การใช้เครื่องยนต์ขนาดใหญ่ และการส่งเสียงดังของนักท่องเที่ยว

สำหรับโทษตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 ระบุว่า ห้ามมิให้ผู้ใดล่าสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง หากพิสูจน์ได้ว่าเป็นการล่า โทษสำหรับสัตว์ป่าสงวนคือ จำคุก 3-15 ปี ปรับ 300,000 - 1,500,000 บาท ในกรณีครอบครอง มาตรา 17 ระบุว่า ห้ามมิให้ผู้ใดมีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง หรือซากสัตว์ป่า โทษครอบครองคือจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 500,000 บาท ซึ่งหากกลุ่มเจ็ตสกีมารบกวนวาฬอีก ทช.จะดำเนินการตามกฎหมายนี้อย่างเด็ดขาด

อธิบดี ทช. ยังขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่และกลุ่มผู้ให้บริการนักท่องเที่ยวช่วยเป็นหูเป็นตา หากพบเห็นเหตุการณ์หรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ขอให้แจ้ง ทช.เพื่อจะได้ตรวจสอบและแก้ปัญหาได้ทันท่วงที และในวันที่ 19 ต.ค.นี้จะลงพื้นที่ติดตามและพูดคุยกับชาวบ้าน รวมถึงหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อแก้ไขปัญหา พร้อมกำหนดแนวทางและมาตรการเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อวาฬบรูด้าและทรัพยากรทางทะเลอื่นๆ

ภาพ : กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

ภาพ : กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

 


น้าต๋อยเซมเบ้ ทำนิทาน "มาเรียม" เตือนใจคนไทยลดใช้พลาสติก

Tue, 15 Oct 2019 06:55:00

วันนี้ (14 ต.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊ก น้าต๋อยเซมเบ้ FanPage เผยแพร่คลิปนิทานเรื่อง "มาเรียมนางฟ้าแห่งท้องทะเลไทย"

โดยนายนิรันดร์ บุณยรัตพันธุ์ หรือ น้าต๋อยเซมเบ้ โพสต์ข้อความถึงนิทานดังกล่าวว่า ท่ามกลางเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมากมายในประเทศไทย แต่ยังมีอยู่เหตุการณ์หนึ่ง ที่น้าต๋อยไม่อยากให้ชาวไทยทุกคนหลงลืมไป นั่นก็คือเรื่องราวความน่ารักของหนูมาเรียม พะยูนน้อย นางฟ้าตัวเล็กๆ ของท้องทะเลไทย

การจากไปของหนูมาเรียม ทำให้หลาย ๆ คน เริ่มตระหนักถึงปัญหาขยะ ถุงพลาสติก แต่น้าต๋อยไม่อยากให้เหตุการณ์นี้เป็นกระแสแค่เพียงชั่วครู่ อยากให้ครอบครัวการ์ตูนของน้าต๋อย รวมถึงคนไทยทุกคน มาร่วมมือกันแก้ปัญหาเรื่องนี้กันอย่างจริงจัง พี่ตั๋มกับน้าต๋อยจึงสร้างการ์ตูนเรื่องนี้ขึ้นมา

หวังว่าจะสามารถเข้าถึงจิตใจเด็ก ๆ และผู้ใหญ่ทุกคน ช่วยกันใช้ทรัพยากรอย่างประหยัด ช่วยกันลดขยะ เพื่อหนูมาเรียมที่จากไปจะได้ยิ้มอย่างมีความสุขอยู่บนสวรรค์

และเพื่อสัตว์น้อยใหญ่ในทะเลของเรา รวมถึงชาวบ้านผู้อยู่อาศัยตามแนวชายฝั่ง ประชาชนชาวไทยทุกคน และประเทศไทยของเรา

ทั้งนี้ นิทานเรื่อง "มาเรียมนางฟ้าแห่งท้องทะเลไทย" มีความยาว 8 นาที พากษ์เสียงโดยน้าต๋อยเซมเบ้ 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


“มนัญญา” มั่นใจ มติ กก.สารพิษไม่พลิก แบน 3 สารเคมี

Mon, 14 Oct 2019 19:54:00

วันนี้ (14 ต.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินทางไปประชุมที่ประเทศบรูไน แต่ก่อนออกเดินทางให้สัมภาษณ์ว่า ให้ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ประสานส่งรายงานผลการประชุม 4 ฝ่าย ที่มีมติ 9 ต่อ 0 ให้กับปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการวัตถุอันตราย แล้วว่าเห็นชอบเอกฉันท์ให้แบน 3 สารเคมี รายงานฉบับเดียวกัน จะรายงานต่อนายกรัฐมนตรีวันที่ 17 ต.ค.

ถือเป็นการส่งสัญญาณว่าคณะกรรมการวัตถุอันตราย จะมีมติเป็นอย่างอื่นไม่ได้ น.ส.มนัญญากล่าวว่า วันประชุมที่ 22 ต.ค.นี้ ต้องไปนั่งเฝ้าหน้าห้องแน่นอน ตอนนี้มั่นใจเกือบเต็มร้อยแล้วว่าแบน 3 สารเคมีได้สำเร็จ

น.ส.มนัญญา ยอมรับว่าตอนนี้มีคนสะกดรอยตาม เมื่อไปปฏิบัติภารกิจที่ไหนจะไปชูป้ายไม่เห็นด้วยกับการแบนสารเคมี ทางผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล จึงส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไปดูแลที่จังหวัดอุทัยธานี

ส่วนประเด็นหลังการแบนสารเคมีแล้วจะนำสารชนิดใดมาทดแทน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า ผู้ที่นำเข้าก็เริ่มปรับเปลี่ยนแล้ว มีการนำเข้าน้อยลง ซึ่งหลังจากแบนสารเคมีแล้วจะมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบสต็อกวัตถุอันตราย ดูว่าบริษัทนั้น ๆ มีวัตถุอันตรายอยู่จำนวนเท่าไหร่


"เพิ่มป่า" รพ.นาวัง แจกต้นไม้เด็กแรกเกิดปลูกที่บ้านคนละต้น

Mon, 14 Oct 2019 12:27:00

วันนี้ (14 ต.ค.2562) เพจเฟซบุ๊ก คุยกับอธิบดีกรมป่าไม้ เผยแพร่เรื่องราวดีๆ กี่ยวกับการรณรงค์การส่งเสริมให้ปลูกป่า ภายใต้โครงการ "ต้นไม้ของลูก ปลูกป่าในใจคน" ของโรงพยาบาลนาวังเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จ.หนองบัวลำภู ที่มีการแจกต้นไม้เด็กแรกเกิดคนละต้น ให้เติบโตไปพร้อมกัน หวังสร้างความผูกพันระหว่างคนกับป่า

โดยระบุว่า เมื่อวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา พญ.ยุวพร จิระวงศ์ประภา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนาวังเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จ.หนองบัวลำภู กล่าวว่า โรงพยาบาลได้จัดทำโครงการ "ต้นไม้ของลูก ปลูกป่าในใจคน" มีที่มาจากความคิดที่ว่าสภาพสังคมในปัจจุบัน ทำให้วิถีชีวิตของคนอยู่ห่างไกลจากป่าโดยเฉพาะในเด็กรุ่นใหม่ๆ ทำอย่างไรจึงจะสามารถเพิ่มปริมาณป่าไม้ให้มากขึ้นได้ จึงนึกถึงพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่บอกว่าให้ปลูกป่าในใจคน

มอบต้นไม้ให้เด็กแรกเกิดทุกคนที่เกิดที่โรงพยาบาลนาวัง เพิ่มจำนวนต้นไม้ พื้นที่ป่า สร้างความผูกพัน สร้างความตระหนักรู้แก่คนกับต้นไม้ผ่านเด็กที่เจริญเติบโต 
ภาพ:เฟซบุ๊กคุยกับอธิบดีกรมป่าไม้

ภาพ:เฟซบุ๊กคุยกับอธิบดีกรมป่าไม้

 

ป่าเพิ่มกว่า 200 ต้นความสูงเกือบ 2 เมตร 

ทั้งนี้โครงการนี้ได้ดำเนินการมาแล้ว 3 ปี ในช่วงแรกได้ร่วมมือกับกลุ่มธนาคารต้นไม้ อ.นาวัง สนับสนุนต้นยางนาและต้นสัก ส่วนปี 2562 ได้รับการสนับสนุนต้นไม้จากกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช โดยจะแจกกล้าไม้ยืนต้น อาทิ สัก ยางนา แดง ประดู่ ให้เด็กแรกเกิดคนละ 1 ต้น ป้ายชื่อ พร้อมรูปถ่ายของเด็กและครอบครัว จากนั้นเวลาเจ้าหน้าที่ลงเยี่ยมบ้าน เพื่อติดตามพัฒนาการเด็กก็จะไปเยี่ยมต้นไม้ด้วย เท่ากับได้ดูพัฒนาการเด็กไปพร้อมๆกับพัฒนาการของต้นไม้

พญ.ยุวพร กล่าวอีกว่า Key success คือต้องใส่ intervention ให้ถูกจังหวะ ช่วงแรกต้องใส่ไปที่ครอบครัวเพื่อให้ครอบ ครัวถ่ายทอดเรื่องราวเหล่านี้ไปยังเด็ก วันที่ไปเยี่ยมเด็กจะยังไม่สามารถรับรู้เรื่องเหล่านี้ได้ เราก็จะใส่ intervention ผ่านครอบครัวว่าต้นไม้นี้เป็นของเขา เราจะบอกว่าเขาเป็นสมบัติชิ้นแรกของกันและกัน มันจะรู้สึกดีมากเวลาไปเยี่ยมต้นไม้ พ่อแม่ก็จะอุ้มลูกถ่ายกับต้นไม้ที่เติบโตไปพร้อมๆกัน 

ทำโครงการมาได้ 3 ปีมีเด็กที่คลอดที่โรงพยาบาล 296 คน มีครอบครัวที่สมัครเข้าร่วมโครงการ 287 คนคิดเป็น 94% ปลูกแล้วต้นไม้รอดตาย 145 ต้นหรือ 54% หากปลูกแล้วต้นไม้ตายก็มาขอรับใหม่ได้ ปัจจุบันต้นไม้ที่ปลูกชุดแรกๆ สูงประมาณ 2 เมตร

พญ.ยุวพร กล่าวอีกว่า โรงพยาบาลจะทำโครงการนี้ต่อไปเรื่อยๆ และพยายามบอกเล่าเรื่องราวต่างๆเหล่านี้เพื่อขยายผลให้เกิดแรงบันดาลใจในพื้นที่อื่นๆต่อไป

 


ปรับแผน! ฝังซากช้างตกเหวตาย-หามส่งเจ้าหน้าที่ป่วยเข้า รพ.

Mon, 14 Oct 2019 08:27:00

วันนี้(14 ต.ค.2562) ไทยพีบีเอสออนไลน์ สัมภาษณ์ นายจงคล้าย วรพงศธร รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวถึงความคืบหน้าในการเก็บกู้ซากช้างป่าตาย 11 ตัวที่น้ำตกเหวนรก อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ว่า เมื่อวานนี้ (13 ต.ค.) เจ้าหน้าที่สามารถเก็บกู้ซากช้างได้แล้ว 3 ซากจากจำนวน 5 ซากที่ลอยมาท้ายน้ำตกเหวนรก ก่อนถึงปากคลองต้นไทร โดยมีลูกช้าง 1 ตัวลอยหลุดตาข่ายเข้าในพื้นที่อ่างเก็บน้ำขุนด่านปราการชล เจ้าหน้าที่ต้องผูกลากช้างกลับไปที่บริเวณคลองต้นไทร บริเวณตาข่ายชั้นนอก และวันนี้ จะมีการฝังกลบ 2 ซากที่ย่อยเป็นชิ้นแล้วที่บริเวณคลองต้นไทร 

นายจงคล้าย กล่าวว่า ส่วนตัวตัวที่ 4 และ 5 ค่อนข้างอันตราย โดยจะรอจนกว่าจะปลอดภัย เนื่องจากการปฏิบัติการกู้ซากช้างตายในพื้นที่ท้ายน้ำตกเหวนรกค่อนข้างลำบาก อุปสรรคฝนตกต่อเนื่องทำให้น้ำไหลเชี่ยว แต่ยืนยันประเมินสถานการณ์ความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ หากมีความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายก็จะสั่งให้หยุดปฏิบัติภารกิจ 

ส่วนช้างที่ตายในตำแหน่งของน้ำตกตัวอื่นๆ ได้มีการตรวจสอบที่ชั้นที่ 2 และชั้นที่ 3 หลุดออกมาชั้นละ 1 ตัว แต่ยังไม่ลอยมาถึงชั้นล่าง ซึ่งต้องมีการสำรวจเพิ่มเติมอีกครั้ง เพราะการเข้าพื้นที่ต้องเดินเท้าเข้าไปและน้ำก็ยังแรงอยู่ต้องจะประเมินสถานการณ์เรื่อยๆ

 

 

ทำบุญให้ช้างฝังกลบ 2 ตัวแรกวันนี้ 

ขณะที่ นายวิชัย พรลีแสงสุวรรณ์ ผอ.ส่วนอุทยานแห่งชาติ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี) กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช กล่าวว่า ได้มีการปรับแผนใหม่ด้วยการฝังซากช้างทั้งหมดไว้บริเวณพื้นที่ที่เหมาะสมแถวปากคลองต้นไทร เนื่องจากประเมินแล้วว่า การขนซากช้างที่ย่อยออกมาปริมาณมากอาจจะเป็นภาพที่สะเทือนใจ และมีเรืองการนำไปเผาด้วย จึงใช้การฝังกลบในพื้นที่ ซึ่งขณะนี้แยกซากช้างได้แล้ว 2 ตัวและฝังกลบ และวันนี้ได้นิมนต์พระสงฆ์ 4 รูปเข้าไปทำพิธีในพื้นที่ก่อน

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช

  

นายวิชัย กล่าวอีกว่า ขณะที่การทำงานของเจ้าหน้าที่อุทยานฯ และทีมกู้ภัยที่ต้องใช้กำลังคนมากกว่า 50 คนต่อวัน ทำงานในพื้นที่ลำบากจากสภาพพื้นที่ และความเสี่ยงของการเข้าถึง ทำให้ต้องประเมินความปลอดภัยเป็นหลัก หลังจากมีเจ้าหน้าที่เจ็บป่วย 5 คนที่ต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลนครนายก จากอาการแน่นหน้าอก อาการแสบหายใจไม่สะดวก อ่อนแรง สาเหตุจากมาจากกลิ่นเหม็นของซากช้างที่ค่อนข้างรุนแรง ส่วนอีก 1 คนบาดเจ็บจากการถูกอุปกรณ์ทำงานบาดมือเป็นแผลลึก 

เบื้องต้นใช้การสับเปลี่ยนกำลังเจ้าหน้าที่ 3-4 วันในการเข้าปฏิบัติภารกิจกู้ซากช้าง ซึ่งมีของกรมอุทยาน 30 คนและกู้ภัย 20-30 คน โดยประเมินสถานการณ์ความปลอดภัยและความเจ็บป่วยวันต่อวัน ทั้งนี้เนื่องจากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย มีฝนหนักและเส้นทางเข้าถึงยากลำบาก 
ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช

 

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ บริเวณน้ำตกเหวนรก เพื่อเก็บข้อมูลเส้นทางเดินของช้างป่าเพื่อวางแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุช้างป่าตกหน้าผาซ้ำอีก 

 

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช

 

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช

 

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เริ่มกู้ซากช้างตัวที่ 2 ขนย้ายออกจากเขื่อนขุนด่านฯ 15 ต.ค.นี้

ชำแหละซากช้าง 1 ตัว ลอยมาสมทบอีก 3

 

 

 


จนท.อุทยานแห่งชาติภูผาเหล็กจับผู้ต้องหา พร้อมยึดซากจิ้งจอก

Sun, 13 Oct 2019 13:43:00

วันนี้ (13 ต.ค.2562) นายรังสรรค์ เหลาภา หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูผาเหล็ก จ.สกลนครแจ้งว่า เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่าภูผาเหล็ก 3 (ดงสว่าง) ออกลาดตระเวนต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 11- 12 ต.ค.2562 บริเวณห้วยทับช้าง ท้องที่บ้านค้อใหญ่ ต.กุดไห อ.กุดบาก จ.สกลนคร

กรมอุทยานแห่งชาตสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

กรมอุทยานแห่งชาตสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

 

ขณะลาดตระเวนได้จับกุมนายวิไล สุพินิจ ราษฎรบ้านชัยมงคล ต.นิคมน้ำอูน อ.นิคมน้ำอูน จ.สกลนคร เนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบว่า ได้มีการครอบครองซากสัตว์ป่าคุ้มครอง (ซากสุนัขจิ้งจอก) จำนวน 1 ซาก จึงได้ตรวจยึดจับกุมตัวและดำเนินคดี ส่งพนักงานสอบสวน สภ.กุดบาก เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

 


ปิดฉาก “พายเรือเพื่อเจ้าพระยา” ปี 2 มั่นใจ 5 ปี ไทยขยะเป็นศูนย์

Fri, 11 Oct 2019 18:39:00

วันนี้ (11 ต.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขยะที่สามารถรีไซเคิลได้ จากขยะที่เก็บได้ทั้งหมด 3,215 กิโลกรัม จาก โครงการพายเรือเพื่อเจ้าพระยา เก็บขยะจากปากน้ำโพถึงสมุทรปราการ ปีที่ 2 ตลอด 10 วัน ตั้งแต่ จ.นครสวรรค์ ถึง จ.สมุทรปราการ ระยะทาง 535 กิโลเมตร ถูกนำมา "ทอดผ้าป่าขยะหัวเรือ" ให้วัดจากแดง จ.สมุทรปราการ วัดต้นแบบของชุมชนในการคัดแยกขยะเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป ซึ่งส่วนใหญ่ เป็นขวดพลาสติก กระป๋องโลหะ และขวดแก้ว

การทอดผ้าป่าขยะ ไม่เพียงเป็นประโยชน์ต่อวัดที่จะนำมารีไซเคิล แต่ยังเป็นตัวอย่างของวัดต่าง ๆ ในการช่วยชีวิตสัตว์น้ำ ช่วยมาเรียม ช่วยเต่า ช่วยปลา ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เพราะปากแม่น้ำอ่าวไทย ตรวจพบไมโครพลาสติกจำนวนมาก ดังนั้น การทำบุญ รณรงค์แบบนี้ก็เท่ากับ เป็นการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ กระตุ้นให้คนรู้ว่าขยะมีค่า อย่าทิ้งลงแม่น้ำ


พระมหาประนอม ธมฺมาลงฺกาโร รักษาการเจ้าอาวาสวัดจากแดง ระบุว่า ขยะเหล่านี้เพียง 15 ขวด สามารถนำกลับมาทอจีวรพระได้ 1 ผืน หากมี 60 ขวด ก็จะทอได้ทั้งชุด การทิ้งขยะ จึงเท่ากับการทิ้งเงิน และทิ้งของมีค่า การทอดผ้าป่า คือ คติธรรมประชาชนให้เลิกทิ้งขยะลงแม่น้ำลำคลอง

อาตมาขอบิณฑบาตขยะ ขยะภายนอกทิ้งแล้วสร้างผลเสีย ต่อสิ่งแวดล้อม สัตว์ทะเล ขอเชิญชวนให้เลิกทิ้งขยะภายนอก แต่ที่ควรทิ้งให้หมด คือ ขยะภายในจิตใจ และขยะภายในสมอง เจริญพร


ผศ.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดี ม.ธรรมศาสตร์ ระบุว่า ขยะที่เก็บได้เป็นเพียงการช่วยให้มีขยะในแม่น้ำเจ้าพระยาน้อยลงไป 3,215 กิโลกรัม หากไม่เก็บขยะเหล่านี้จะไหลลงอ่าวไทยและทำให้สัตว์ทะเลตาย แต่ขยะในเจ้าพระยา ยังมีมากกว่านี้ และทิ้งลงมาใหม่ทุกวัน ดังนั้น เป้าหมายที่แท้จริง คือ ชวนคนให้เลิกทิ้งขยะ

เก็บขยะไม่พอ ต้องแก้ที่ต้นเหตุ หาว่า ใครบ้างเป็นคนทิ้ง ?


ผศ.ปริญญา ระบุด้วยว่า การแก้ปัญหาต้องอาศัยความร่วมมือจาก ”ผู้มีส่วนผลิตขยะ” เช่น

 


นายชาติชาย อุทัยพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ระบุว่า แม้วัดจากแดงจะเป็นตัวอย่างของวัดที่มีส่วนร่วมเก็บขยะ คัดแยกขยะ แต่ก็เป็นจังหวัดปลายน้ำ ที่พบขยะ และคุณภาพน้ำอยู่ในระดับเสื่อมโทรมมากที่สุดจังหวัดหนึ่งของประเทศไทย จึงมีแนวทางจะขยายผลที่เป็นรูปธรรมของวัดจากแดง ไปยังวัดอื่นในชุมชน พร้อมเดินหน้ารณรงค์ให้ทุกวัด และโรงเรียน ซึ่งเป็นศูนย์รวมของคนในชุมชน หันมาเรียนรู้ และทำความเข้าใจการจัดการขยะ โดยเชื่อมั่นว่าทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง รับทราบนโยบายจากส่วนกลาง และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะเป็นแกนนำสำคัญที่จะรณรงค์ให้ช่วยกันแก้ปัญหานี้

 


นายวิชาญ สุขสว่าง ผอ.กองพัฒนาทรัพยากรบุคคลด้านสิ่งแวดล้อม กรมส่งเสริมสุขภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวลล้อม ได้เน้นย้ำหลัก 3R คือการลดการใช้, นำกลับมาใช้ใหม่ และการแปรรูปผลิตภัณฑ์ โดยรัฐบาลกำลังเดินหน้าประกาศลดการใช้และงดรับถุงพลาสติกอย่างเป็นรูปธรรมในวันที่ 1 ม.ค.2563 พร้อมระบุว่า ต้องการให้ประชาชนมองว่า การแยกประเภทขยะยังมีความสำคัญ และจะช่วยลดภาระให้กับเทศบาลและท้องถิ่น

โดยระบุข้อมูลภาพรวมขยะทั่วประเทศว่า เวลานี้มีประมาณ 27 ล้านตัน/ปี มากที่สุด ร้อยละ 64 คือ ขยะรีไซเคิล, รองลงมา คือ ขยะอินทรีย์ ร้อยละ 33, ขยะทั่วไป ร้อยละ 3 และขยะอันตราย ร้อยละ 3 หากถูกคัดแยกและนำมาแปรรูปอย่างถูกวิธีจะช่วยเพิ่มมูลค่า และลดปัญหาได้ในระยะยาว

 

 

 


ผศ.ปริญญา ยังระบุด้วยว่า เป้าหมายใหญ่ของการรณรงค์พายเรือเก็บขยะ ไม่เพียงลดขยะในแม่น้ำลำคลอง แต่ต้องการให้ขยะเป็นศูนย์ผ่านการลดการใช้ เลิกทิ้ง ขยะ #TrashZeroThailand 

ธรรมศาสตร์จะไม่เลิกทำเรื่องนี้ จนกว่าคนไทยจะเลิกทิ้งขยะลงแม่น้ำ

ข้อมูลจาก กรมทรัพยากรชายฝั่งทะเล วิจัยเปรียบเทียบปริมาณขยะที่ไหลออกอ่าวไทยในทุกแม่น้ำได้แก่ บางปะกง ท่าจีน แม่น้ำเจ้าพระยา เพชรบุรี บางตะบูน ปริมาณขยะเปรียบเทียบปี 2561 กับ 2562 พบว่าขยะมีปริมาณลดลงแล้วร้อยละ 30 โดยเชื่อว่าการรณรงค์ผ่านการพายเรือเก็บขยะปีที่ผ่านมา เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ขยะในแม่น้ำลดลง และเห็นผลลัพธ์


ผศ.ปริญญา เชื่อว่าภายใน 5 ปี ที่คนไทยจะเลิกทิ้งขยะ และทำให้ขยะเป็นศูนย์ได้ พร้อมเสนอกลไกทางเศรษฐศาสตร์ที่จะช่วยแก้ปัญหานี้ เช่น อาชีพใหม่ หรือ Start up เก็บขยะในแม่น้ำ เพื่อนำมาสู่รายได้และการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน เช่น โครงการพายเรือเก็บขยะ ทุกครั้งหลังการเก็บ และคัดแยกขยะก็จะนำมามอบให้ชุมชน ท้องถิ่น

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อาสาพายเรือ 50 ลำ ถึงบางกะเจ้าแล้วพร้อมขยะ 2 ตัน

"โตโน่ - ต๊ะ พิภู" พายเรือเก็บขยะ ช่วยกู้แม่น้ำจากวิกฤต

 

 


อดอาหารประท้วง ขอย้ายจุดบริการนักท่องเที่ยวป้องกันช้างตกเหว

Fri, 11 Oct 2019 12:55:00

วันนี้ (11 ต.ค.2562) นายเข็มทอง โมราษฏร์ นักอนุรักษ์ธรรมชาติ และผู้ก่อตั้งกลุ่มเด็กรักป่า เผยแพร่ภาพและข้อความในเฟซบุ๊ก Thaithong Thongthai เรียกร้องให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รื้อจุดบริการนักท่องเที่ยวบริเวณน้ำตกเหวนรก เพื่อป้องกันไม้ให้เกิดเหตุช้างพลัดตกน้ำตกเหวนรก โดยมีเนื้อหาดังนี้

#แถลงการณ์1

เรื่องรื้อจุดบริการนักท่องเที่ยวบริเวณน้ำตกเหวนรก

เรียน นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม

ตามที่ช้าง 11 ตัว ตกน้ำเหวนรกตาย ดั่งที่ทราบกันอยู่แล้ว เพื่อเป็นการปกป้อง คุ้มครองชีวิตลูกช้างและโขลงช้างไม่ให้เดินใกล้กับปากเหวน้ำตกเหวนรก จึงให้รื้อจุดบริการนักท่องเที่ยวบริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเหวนรก ทั้งหมด โดยย้ายมาฝั่งทางเขาสมอปูน

ในการยื่นขัอเสนอนี้ ข้าพเจ้าจะขออดอาหาร รอฟังมติ คำสั่ง ที่บริเวณทางขึ้นอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ฝั่งปากช่อง เป็นเวลา 11 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคม 2562 ถึง วันที่ 21 ตุลาคม 2562 โดยวันที่ 16 ตุลาคม 2562 เป็นต้นไป ข้าพเจ้าจะเพิ่มอดน้ำเข้าไปด้วย จนถึงวาระลมหายใจสุดท้าย ของข้าพเจ้าเอง

ขอให้ท่านได้เห็นแก่สิทธิของลูกช้าง และโขลงช้าง เป็นวาระสำคัญ ควรได้รับความคุ้มครอง ป้องกันอันตรายถึงชีวิตในอนาคต จึงจำเป็นรื้อจุดบริการนักท่องเที่ยวบริเวณน้ำตกเหวนรก

ขอนัอมรับการตัดสินใจของของท่านด้วยความรักและเคารพ

นายเข็มทอง โมราษฏร์

 

 


เริ่มกู้ซากช้างตัวที่ 2 ขนย้ายออกจากเขื่อนขุนด่านฯ 15 ต.ค.นี้

Fri, 11 Oct 2019 12:55:00

วันนี้ (11 ต.ค.2562) ไทยพีบีเอสออนไลน์ สัมภาษณ์นายนายวิชัย พรลีแสงสุวรรณ์ ผอ.ส่วนอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายซากช้างป่าเขาใหญ่ที่ตกน้ำตกเหวนรกตาย 11 ตัว โดยระบุว่า วันนี้ทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่เริ่มชำแหละซากช้างตัวที่ 2 แล้วบางส่วน หลังจากเริ่มลงมือจัดการซากตัวแรกในจุดที่ซากช้างลอยมาก่อนถึงปากคลองต้นไทรไป 300-400 เมตร โดยแยกชิ้นส่วนช้างใส่ถุงพลาสติกที่ซีลป้องกันกลิ่นเหม็นและโรยปูนขาวเป็นอย่างดี เพื่อไม่ให้เกิดมลภาวะ

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช

 

นายวิชัย กล่าวว่า จะมีการดำเนินการจัดการซากช้างอีก 3 ตัวที่ลอยมาสมทบทั้งหมดให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 14 ต.ค.นี้ และจากนั้นจะขนขึ้นเรือขนาดใหญ่ออกมาพร้อมกันในวันที่ 15 ต.ค. เพื่อนำมาทำพิธีทางศาสนา ซึ่งจากเดิมวางแผนว่าจะมีการทยอยนำถุงบรรจุซากช้างผูกแกลลอนมาตามน้ำให้ถึงจุดตาข่ายและนำออกมาทุกวัน แต่ประเมินแล้วในช่วงวันที่ 12-14 ต.ค. เป็นช่วงวันหยุดยาว จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาที่เขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก ซึ่งอาจจะไม่เหมาะสมและอาจกระทบเรื่องการท่องเที่ยว จึงยกเลิกแผนนี้

ตอนนี้ปรับแผน โดยให้ย่อยซากช้างทั้งหมดกองรวมไว้ในจุดที่ชำแหละ เบื้องต้นมีประมาณ 100 ถุงกองรวมกันไว้ จากนั้นจะนำเรือขนาดใหญ่ 2 ลำที่มีผู้นำมาให้ใช้เข้าไปขนออกมาในวันที่ 15 ต.ค.นี้

นายวิชัย กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีการขอความร่วมมือเรือนักท่องเที่ยวที่ล่องเรือชมเขื่อน โดยให้ไปถึงจุดน้ำตกผางามงอนเท่านั้น ซึ่งจุดนี้จะอยู่ห่างจากเจ้าหน้าที่ตั้งหน่วยปฏิบัติงานชำแหละซากช้างในพื้นที่ปากคลองต้นไทร ประมาณ 1 กิโลเมตร

เบื้องต้นยืนยันว่าจะไม่มีผลกระทบเรื่องกลิ่นและปัญหาอื่นๆ ต่อการท่องเที่ยว เนื่องจากถุงพลาสติกที่เตรียมไว้เป็นถุงซิลอย่างดีซึ่งได้รับบริจาคมาและมีจำนวนเพียงพอกับซากช้างทั้ง 5 ซากจะต้องมีการชำแหละและขนออกมา

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ชำแหละซากช้าง 1 ตัว ลอยมาสมทบอีก 3

 


เกษตรกรใช้นวัตกรรมทดแทนสารเคมีฆ่าหญ้าในไร่อ้อย

Thu, 10 Oct 2019 19:51:00

นายวิชิต สังข์ทอง ชาวบ้านหินนกยูง ต.กุดผึ้ง อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู หนึ่งในทีมนักวิจัยชาวบ้าน โครงการกระบวนการขยายผลองค์ความรู้และนวัตกรรมเพื่อทดแทนสารเคมีในไร่อ้อย ด้วยการใช้สูตรยาฆ่าหญ้าที่เป็นส่วนผสมของ น้ำยาล้างจาน น้ำส้มสายชู และสุราขาว ในสัดส่วน 1 ต่อ 1 ผลลัพธ์ที่ได้ค่อนข้างชัดเจนคือทำให้หญ้าใบเหลือง ใกล้ตาย ไม่ต่างจากการใช้สารเคมีกำจัดหญ้าในไร่อ้อยทั่วไป

ต.กุดผึ้ง มีพื้นที่ที่ปลูกอ้อยน้อยที่สุดใน 8 ตำบล ของ อ.สุวรรณคูหา แต่กลับพบว่า สวนทางกับจำนวนอัตรการป่วยที่สูงเป็นอันดับต้น ๆ ซึ่งข้อมูลอัตราการป่วยต่อแสนประชากร การย้อนหลัง 3 ปี พบว่าปี 2560 ไม่น้อยกว่า 50 ต่อแสนประชากรปี 2561 และปี 2562 มากกว่า 85.54 ต่อแสนประชากรทำให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขตั้งข้อสังเกตว่า เกิดจากการปนเปื้อนที่มากับน้ำ

ปริมาณการตกค้างของยาฆ่าหญ้า ในน้ำโดยเฉพาะในน้ำประปา มีสารเคมีตกค้างมากถึง 17,690 -42490 ไมโครกรัมต่อลิตร ซึ่งเกินเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไม่เกิน 20ไมโครกรัมต่อลิตรทำให้นักวิชาการและเกษตรกร ร่วมกัน ค้นหาทางออก จนเป็นต้นแบบด้านองค์ความรู้และนวัตกรรมเพื่อทดแทนการใช้สารเคมีในไร่อ้อย

ผลกระทบที่ได้รับทั้งทางตรงและทางอ้อม ทำให้เกษตรกรไม่สามารถรอให้ภาครัฐกำหนดแบนหรือไม่แบนสารเคมี พวกเขาเริ่มต้นเดินหน้าแก้ปัญหาด้วยตัวเอง โดยการหันมาเป็นนักวิจัยทดลองดัดแปลงเครื่องตัดหญ้าใส่กับจอบพรวน เป็นเครื่องทุ่นแรง เพื่อตอบโจทย์ปัญหาการจ้างแรงงานคน วันละ 300 บาท เป็นค่าน้ำมันไม่เกิน 100 บาท ต่อการกำจัดหญ้า 1 ไร่ และการปลูกพืชคลุมดินในไร่อ้อยยังสร้างรายได้จากผลผลิตระหว่างรอเก็บเกี่ยวอีกด้วย

 


กลุ่มเห็นต่างแบนสารเคมีสะท้อนผ่านสังคมออนไลน์

Thu, 10 Oct 2019 19:39:00

วันนี้ (10 ต.ค.2562) สมาคมวิทยาการวัชพืชแห่งประเทศไทยโพสต์ข้อความตั้งข้อสังเกตถึงมติคณะทำงาน 4 ฝ่าย ที่ให้แบนสารเคมีเกษตร 3 ชนิด ได้แก่ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต ว่า เป็นการมัดมือชก เพราะเป็นมติเพียง 3 ฝ่าย ขาดตัวแทนผู้ประกอบการ คือ สมาคมอารักขาพืชไทยที่ไม่ได้เข้าประชุม และตั้งข้ออีกสังเกต ว่า มีสารทดแทนที่มีประสิทธิภาพ และราคาเทียบเท่าจริงหรือไม่

ขณะที่หน่วยงานและองค์กรด้านสาธารณสุข ต่างออกแถลงการณ์สนับสนุนการแบนสารเคมีเกษตรทั้ง 3 ชนิด หลัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ประกาศจุดยืน ย้ำหลายครั้งสนับสนุนการแบน

สมาคมหมออนามัย ออกแถลงการณ์ในฐานะหน่วยบริการสาธารณสุขระดับปฐมภูมิ ซึ่งรับรู้ถึงผลกระทบของสารพิษทางการเกษตรอย่างต่อเนื่อง สมาคมวิชาชีพสาธารณสุขเรียกร้องให้กระทรวงเกษตรฯ เร่งหาทางบรรเทาผลกระทบ และให้บริษัทที่ผลิต หรือ จำหน่ายชดเชยค่าเสียหายทางสุขภาพกับประชาชนที่พิสูจน์ได้ ว่าได้รับผลกระทบจากสารเคมีดังกล่าว เช่นเดียวกับชมรมอนามัยสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย และชมรมแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแห่งประเทศไทย

 

ด้าน นายวิทูรย์ เลี่ยนจำรูญ มูลนิธิชีววิถี และเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีฯ เรียกร้องให้ภาครัฐมีมาตรการรองรับที่ชัดเจนในช่วงเปลี่ยนผ่านเพื่อคลี่คลายการเผชิญหน้าระหว่างคน 2 กลุ่ม หลังนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต้องเข้าโรงพยาบาลกะทันหันไม่ทันได้พบกับทั้งกลุ่มหนุนและคัดค้านการแบนสารเคมีทั้ง 3 ชนิด ที่กระทรวงเกษตรฯ เมื่อวานนี้ (9 ต.ค.)

ขณะที่วันนี้ อาการของนายเฉลิมชัยดูดีขึ้น เพราะเดินทางไปร่วมแถลงข่าวมหกรรมการประกวดการอนุรักษ์ พระบูชา พระเครื่อง และเหรียญพระคณาจารย์ทั่วประเทศ พร้อมโพสต์ข้อความเตรียมลงพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในวันพรุ่งนี้ (11 ต.ค.) เพื่อเตรียมรับมือพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย 16 จังหวัดภาคใต้ ขณะที่ทีมงานรัฐมนตรีได้แจ้งกับกลุ่มที่ไม่ต้องการให้แบนสารเคมี ให้กลับมาพบกับนายเฉลิมชัยอีกครั้งในอีก 15 วันข้างหน้า ซึ่งใกล้เคียงกับการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย ที่คาดการณ์ว่าจะมีขึ้นในวันที่ 27 ต.ค.นี้

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เกษตรกรใช้นวัตกรรมทดแทนสารเคมี ฆ่าหญ้าในไร่อ้อย

 


ชำแหละซากช้าง 1 ตัว ลอยมาสมทบอีก 3

Thu, 10 Oct 2019 18:28:00

วันนี้ (10 ต.ค.2562) ไทยพีบีเอสออนไลน์สัมภาษณ์ นายจงคล้าย วรพงศธร รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ถึงความคืบหน้าในการค้นหาและกู้ซากช้างป่าทั้ง 11 ตัว ที่พลัดตกผาน้ำตกเหวนรก อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

ช่วงบ่ายที่ผ่านมา ทีมเจ้าหน้าที่สัตวแพทย์และทีมกู้ภัย สามารถเก็บกู้ซากช้างโดยใช้วิธีการชำแหละได้ 1 ตัว จาก 1 ใน 2 ตัว ที่พบท้ายน้ำตกเหวนรก ห่างจากตาข่ายที่เตรียมไว้บริเวณปากคลองต้นไทร ประมาณ 300-400 เมตร และจัดเก็บซากชิ้นช้างออกมาทำพิธีด้านนอก

ภาพ : กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

ภาพ : กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

นอกจากนี้ ยังมีซากช้างลอยมาเพิ่มอีก 3 ตัว ในพื้นที่ไม่ไกลกับบริเวณจุดเดิมที่พบซากช้าง 2 ตัวแรกเมื่อวานนี้ (9 ต.ค.) แต่ยังไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากการเดินเข้าพื้นที่ค่อนข้างยากลำบาก และมีอุปสรรคจากกระแสน้ำเชี่ยว อีกทั้งมีฝนตกตลอดเวลา ขณะนี้ยังไม่สามารถนำโดรนขึ้นบินในจุดที่พบซากช้างทั้งหมดตามชั้นน้ำตกต่าง ๆ ว่ายังคงติดอยู่ที่เดิม หรือลอยลงมาที่ชั้นล่างหรือไม่ เพื่อเข้าพื้นที่ซากช้างได้ตรงจุด

ภาพ : กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

ภาพ : กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

รองอธิบดีกรมอุทยานฯ กำชับว่า ภารกิจกู้ซากช้างดังกล่าวต้องคำนึงเรื่องความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ทุกคนด้วย เพราะสภาพภูมิประเทศไม่เอื้ออำนวยกับการทำงานมากนัก อย่างไรก็ตาม ทีมจะเร่งจัดการซากช้างให้เร็วที่สุด

ภาพ : กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

ภาพ : กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

 

วอนอย่าประท้วง ขอให้ จนท.ทำงาน

ส่วนกรณีที่จะมีกลุ่มบุคคลมาปักหลักประท้วงที่บริเวณด่านเนินหอม ในวันพรุ่งนี้ (11 ต.ค.) นั้น รองอธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวว่า ขอให้ประชาชนเข้าใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ เนื่องจากกรณีช้างพลัดตกน้ำตกเหวนรก เป็นอุบัติเหตุที่ไม่ให้มีใครอยากให้เกิดขึ้น ขณะนี้ได้ลงพื้นที่สำรวจแนวเพนียดที่มีอายุกว่า 30 ปี ระยะทาง 200 เมตร โดยพบว่ายังมีจุดที่ไม่ปลอดภัย จึงต้องวางแนวทางในการทำเพนียดและสะพานให้สัตว์เดินได้อย่างปลอดภัย แต่ต้องหารือกับนักวิชาการด้านสัตว์ป่าเพิ่มเติมด้วยว่าเหมาะสมหรือไม่

ภาพ : กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

ภาพ : กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ได้มีการนำป้ายไปติดตั้งบริเวณปากคลองต้นไทร เพื่อห้ามบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าพื้นที่ที่นักวิชาการอยู่ระหว่างทำงานในการจัดการซากช้าง

 

 

 

 

 


อาสาพายเรือ 50 ลำ ถึงบางกะเจ้าแล้วพร้อมขยะ 2 ตัน

Thu, 10 Oct 2019 18:00:00

วันนี้ (10 ต.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อาสาสมัคร "พายเรือเพื่อเจ้าพระยา เก็บขยะจากปากน้ำโพถึงสมุทรปราการ ปี 2" กว่า 50 ลำ ได้พายเรือถึงจุดหมายที่ อ.บางกะเจ้า จ.สมุทรปราการ แล้วเมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. รวมระยะทางตลอด 10 วัน กว่า 349 กิโลเมตร


การพายเรือวันนี้ เริ่มต้นจาก ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ โดยนอกจากอาสาสมัครพายเรือที่ร่วมพายตั้งแต่จุดเริ่มต้น ที่ จ.นครสวรรค์ จำนวน 20 ลำแล้ว วันนี้ ยังมีอาสาสมัครพายเรือมาสมทบเพิ่มอีก 30 ลำ เช่น นักศึกษา ม.ธรรมศาสตร์, กลุ่ม Trash Hero Thailand และกลุ่ม BIG Trees


นอกจากอาสาสมัครพายเรือ วันนี้ ยังมีเครือข่ายช่างภาพเยาวชนจิตอาสา ที่บางส่วนได้ร่วมเก็บภาพกิจกรรมมาตั้งแต่เริ่มกิจกรรม ขณะที่บางส่วนก็มาร่วมเก็บภาพกิจกรรมพายเรือในวันสุดท้าย

ตอนแรกไม่คิดว่าขยะจะมากขนาดนี้ พอนั่งเรือไปเรื่อย ๆ ถึงกรุงเทพฯ ก็เห็นขยะเยอะกว่าปกติ ก็แปลกใจทำไมขยะเยอะมากขนาดนี้ ก็เลยคิดว่า พอประชาชนได้เห็นภาพที่พวกหนูถ่าย จะได้ไม่ทิ้งขยะลงไปในแม่น้ำ เพื่อจะได้ลดปริมาณขยะลงไปอีก


ขณะที่ช่วงพักระหว่างกิจกรรม มีการตรวจวัดคุณภาพน้ำ บริเวณศูนย์การค้าไอคอนสยาม เขตคลองสาน เจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษ ระบุว่า จากการตรวจวัดในช่วงแรกระหว่าง จ.นครสวรรค์ ถึง จ.อ่างทอง มีคุณภาพน้ำ ค่า DO (Dissolved Oxygen) หรือ ค่าของปริมาณออกซิเจนที่ละลายอยู่ในน้ำ อยู่ที่ 4.1 - 5.6 มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งเป็นคุณภาพน้ำระดับพอใช้ หรือ เหมาะแก่การเกษตร แต่เมื่อยิ่งเข้าใกล้เขตกรุงเทพมหานคร พบว่าคุณภาพน้ำยิ่งต่ำลง โดยการตรวจวัดที่ศูนย์การค้าไอคอนสยาม มีค่า DO อยู่ที่ 1.7 มิลลิกรัมต่อลิตร คุณภาพน้ำเสื่อมโทรมมาก เหมาะแก่การคมนาคมเท่านั้น


นางสุวรรณา เตียรถ์สุวรรณ รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ระบุว่า การแก้ปัญหาระดับนโยบายจะเดินหน้าตามโรดแมปการจัดการขยะพลาสติก ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 17 เม.ย.2562 ตั้งแต่การแบนพลาสติก 3 ชนิด, การจัดการกับพลาสติกแตกสลายได้ ชนิดอ๊อกโซ (Oxo-Degradable Plastics) หรือ พลาสติกที่แตกตัวเป็นไมโครพลาสติก รวมถึงการแก้ปัญหาลด ละ เลิกใช้พลาสติก โฟม และหลอด ให้ได้ภายในปี 2564


นอกจากนี้ ยังมีการเชิญตัวแทนผู้ประกอบการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และผู้ให้บริการขนส่งสินค้าทางเรือ ร่วมหารือมาตรการป้องกันและแนวทางแก้ปัญหา เนื่องจากพบว่า เป็นต้นทางของขยะที่พบในแม่น้ำมากที่สุด

นายปรีชา ประสพผล นายกสมาคมผู้ประกอบการขนส่งสินค้าทางน้ำ ระบุว่า ภาคธุรกิจเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยลดขยะได้ โดยหลังจากนี้จะมีมาตรการให้กำจัดขยะภายในเรืออย่างถูกวิธี

อยากให้รณรงค์อย่างจริงจัง ไม่ใช่นาน ๆ ทำที แล้วหายไป เพราะข้อมูลระบุชัดว่าขยะมาจากฝั่ง 80 เปอร์เซ็นต์ จากเรืออีก 20 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งในส่วนของเรือจำเป็นต้องให้ความร่วมมือ


ขยะส่วนใหญ่ที่เก็บได้ในวันนี้ คือ ขยะทั่วไป 79 กิโลกรัม รองลงมา คือ ขยะรีไซเคิล ขยะอินทรีย์ และขยะอันตราย ตลอด 10 วันที่ผ่านมา สามารถเก็บขยะได้ 1,953.9 กิโลกรัม โดย จ.ปทุมธานี มีขยะมากที่สุดในจำนวน 10 จังหวัด ที่ทีมอาสาสมัครพายเรือผ่าน ปริมาณ 562 กิโลกรัม ขณะที่พื้นที่ปลายน้ำก่อนไกลลงสู่อ่าวไทย อย่าง จ.สมุทรปราการ พบว่า คุณภาพน้ำอยู่ในระดับเสื่อมโทรมมากที่สุด มากกว่ากรุงเทพมหานคร 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

"โตโน่ - ต๊ะ พิภู" พายเรือเก็บขยะ ช่วยกู้แม่น้ำจากวิกฤต

อาสาฯ พายเรือเพื่อเจ้าพระยา พบขยะจงใจทิ้ง ส่งผลคุณภาพน้ำต่ำ 

"คุณหญิงกัลยา" เล็งบรรจุหลักสูตรแยกขยะพลาสติกในโรงเรียน 

 


เล็งทำเพนียดเพิ่มจุดเสี่ยง-สร้างสะพานให้สัตว์ข้ามเหวนรก

Thu, 10 Oct 2019 12:51:00

วันนี้ (10 ต.ค.2562) ไทยพีบีเอสออนไลน์ สัมภาษณ์นายจงคล้าย วรพงศธร รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ถึงความคืบหน้าการค้นหาและกู้ซากช้างป่า 11 ตัว ที่พลัดตกผาน้ำตกเหวนรก อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ โดยระบุว่า เมื่อวานนี้ ( 9 ต.ค.) ทีมเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เขาใหญ่ และทีมผู้ภัย รวมทั้งสัตวแพทย์ได้เข้าถึงพื้นที่จุดท้ายน้ำตกเหวนรก ห่างจากจุดที่วางตาข่ายดักซากช้างบริเวณคลองต้นไทรประมาณ 300 เมตร และเจอซากช้าง 2 ตัว แต่ยังไม่สามารถลากออกมาได้ เนื่องจากมีปัญหาเรื่องกระแสน้ำเชี่ยวกราก ซึ่งขณะนี้ทีมเข้าถึงจุดที่เจอซากช้าง 2 ตัวแล้ว หากไม่สามารถลากออกมาได้ ก็จะต้องชำแหละในพื้นที่และนำชิ้นส่วนออกมาจัดการด้านนอก

 

นายจงคล้าย กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังได้ลงไปสำรวจเพนียดริมน้ำตกเหวนรก พบว่ามีความกว้างและยังเป็นปัจจัยให้ช้างตัวเล็กตกลงมาได้ ขณะนี้มีการประเมินว่าอาจจะต้องทำเพนียดเพิ่มเติมในจุดเสี่ยง รวมทั้งพิจารณาทำสะพานข้ามลำห้วยสำหรับให้สัตว์ป่าเดินได้ด้วย

จากเหตุการณ์นี้ทำให้ พล.อ.ประวิตร​ วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี​ และนายวราวุธ​ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม​ ได้กำชับให้หาแนวทางและมาตรการในการดำเนินการเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ซ้ำอีก​

 


รับรอง "อุทยานฯ หาดเจ้าไหม-หมู่เกาะอ่างทอง" เป็นมรดกอาเซียน

Thu, 10 Oct 2019 11:18:00

นายวรวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย เดินทางเข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อม ครั้งที่ 15 ที่เมืองเสียมราฐ ราชอาณาจักรกัมพูชา เมื่อวันที่ 7-9 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยมีประเด็นสำคัญซึ่งเกี่ยวข้องกับประเทศไทย ได้แก่ การพิจารณารับรองพื้นที่คุ้มครองในภูมิภาคอาเซียน ให้เป็นอุทยานมรดกแห่งอาเซียน (ASEAN Heritage Park)

 

ที่ประชุมรัฐมนตรีอาเซียน มีมติเป็นเอกฉันท์รับรองให้พื้นที่ป่าอนุรักษ์ในความรับผิดชอบของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช จำนวน 2 แห่ง คือ อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม-เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง และอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง ได้รับการประกาศเป็นมรดกอาเซียน เป็นลำดับที่ 45 และ 46 ในภูมิภาคอาเซียน ถือเป็นมรดกอาเซียนในลำดับที่ 5 และ 6 ของประเทศไทย ต่อจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่, อุทยานแห่งชาติตะรุเตา, กลุ่มอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์-หมู่เกาะสิมิลัน-อ่าวพังงา และกลุ่มป่าแก่งกระจาน

สำหรับเกณฑ์การพิจารณาพื้นที่ให้เป็นมรดกอาเซียน ประกอบด้วย 10 หลักเกณฑ์ ได้แก่ ความสมบูรณ์ทางนิเวศ ความเป็นตัวแทนของภูมิภาค ความเป็นธรรมชาติ ความสำคัญต่อการอนุรักษ์อย่างสูง กฎหมายที่กำหนดให้เป็นพื้นที่คุ้มครอง แผนการบริหารจัดการที่ได้รับความเห็นชอบ ลักษณะการข้ามพรมแดน มีลักษณะเอกลักษณ์ มีความเชื่อมโยงระหว่างวัฒนธรรมกับระบบนิเวศ และมีความสำคัญสำหรับชนิดพันธุ์ต่างๆ ซึ่งมรดกอาเซียนแห่งใหม่ของประเทศไทยทั้ง 2 แห่งได้ผ่านหลักเกณฑ์การพิจารณาดังกล่าว กระทั่งได้รับการรับรอง

อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม-เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง

อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม-เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง

 

ทั้งนี้ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง จ.สุราษฎร์ธานี มีความโดดเด่นทางธรรมชาติ ประกอบด้วยหมู่เกาะน้อยใหญ่มากถึง 42 เกาะ อุดมไปด้วยความหลากหลายทางธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตทางทะเล มีแนวปะการังที่โดดเด่นสวยงาม อีกทั้งยังพบรองเท้ากล้วยไม้นารีอ่างทอง ซึ่งพบเห็นได้ที่เดียวในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง นอกจากนี้ยังมีสัตว์ทะเลสำคัญ ได้แก่ โลมาปากขวด โลมาหัวบาตรหลังเรียบ วาฬบรูด้า และเต่าตนุ

ส่วนอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม-เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง จ.ตรัง มีระบบนิเวศชายฝั่งทะเล ประกอบไปด้วยพื้นที่ป่าหลากหลายประเภท เป็นแหล่งหญ้าทะเลขนาดใหญ่ และแหล่งปะการังที่สมบูรณ์ เป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของพะยูน สัตว์ป่าสงวนที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์

 


"โตโน่ - ต๊ะ พิภู" พายเรือเก็บขยะ ช่วยกู้แม่น้ำจากวิกฤต

Wed, 9 Oct 2019 23:02:00

วันนี้ (9 ต.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อาสาสมัคร พายเรือเพื่อเจ้าพระยา เก็บขยะจากปากน้ำโพถึงสมุทรปราการ ปี 2 ได้เริ่มต้นพายเรือจากโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า นนทบุรี ถึง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ โดยระหว่างทาง ได้แวะยื่นหนังสือถึง ประธานกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร บริเวณท่าเรือเกียกกาย ใกล้อาคารรัฐสภา (สัปปายะสภาสถาน)

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประธานกรรมาธิการฯ มารับหนังสือด้วยตัวเอง ระบุว่า จะนำข้อเสนอที่เชิญชวนให้สภาผู้แทนราษฎรร่วมอนุรักษ์แม่น้ำเจ้าพระยา และเลิกการใช้พลาสติกครั้งเดียวทิ้ง และจะผลักดันให้สภาผู้แทนราษฏรของประเทศไทย เป็นสภาผู้แทนราษฏรแห่งแรกในอาเซียน ที่เป็น Green Parliament หรือ สภาผู้แทนราษฎรที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและปัญหาโลกร้อนอย่างจริงจัง ผ่านบทบาทของการเป็นประธานกรรมาธิการฯ

 


จากนั้น เวลา 17.30 น. โดยประมาณ อาสาสมัครพายเรือเพื่อเจ้าพระยา พายเรือถึงบริเวณท่าเรือมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ซึ่งจะเป็นจุดที่อาสาสมัครกว่า 30 ชีวิต ใช้พักค้างในคืนนี้ มีการเปิดเวทีสาธารณะ “ขยะ แม่น้ำ คนรุ่นใหม่แล้วไง?” โดยมีอาสาสมัครพายเรือ ศิลปิน นักแสดง และพิธีกรรุ่นใหม่ ที่ร่วมพายเรือฯ พร้อมด้วยตัวแทน ส.ส.รุ่นใหม่ ร่วมพูดคุยในเวทีฯ


ผศ.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการดี ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ตลอดเส้นทางกว่า 300 กิโลเมตร นอกจากจะมีปริมาณขยะเพิ่มจากกิจกรรมพายเรือปีที่แล้ว ยังพบว่า มีรูปแบบของขยะที่สัมพันธ์กับวิถีชีวิตผู้คนที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำ เช่น ขยะจากคนตกปลา เรือลากเรือโยงในแม่น้ำ แหล่งชุมชน ข้าวของเครื่องใช้ในครัวเรือน สิ่งของประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงบรรจุภัณฑ์สารเคมีเกษตรที่มีอันตราย และที่พบมากที่สุด คือ ขยะพลาสติก

นายภาคิน คำวิลัยศักดิ์ หรือ โตโน่ ศิลปินและนักแสดง ที่ร่วมพายเรือเก็บขยะตั้งแต่ช่วงเช้าจากจังหวัดนนทบุรี ระบุว่า นี่เป็นการพายเรือเก็บขยะครั้งแรก แม้ก่อนหน้านี้ จะทำกิจกรรมเก็บขยะและก่อตั้งโครงการเก็บรัก มานานกว่า 9 เดือน ซึ่งลักษณะเฉพาะของขยะที่เก็บได้จากแม่น้ำ คือ ขยะจากข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน และขยะจากครัวเรือน เช่น โฟม พลาสติก


นายภาคิน ยังระบุอีกว่า ในบทบาทของการเป็นประชาชนคนไทย ที่ไม่ใช่เพียงแค่การเป็นศิลปิน นักแสดง หรือแค่คนรุ่นใหม่ เขาจะเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาขยะ โดยเริ่มจากตัวเอง เลือกใช้สิ่งของที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หลีกเลี่ยงการผลิตขยะ และจัดการขยะให้ถูกวิธี ไม่ทิ้งในที่สาธารณะ


นายพิภู พุ่มแก้วกล้า ผู้ประกาศข่าวและพิธีกร ซึ่งร่วมพายเรือเก็บขยะในวันนี้ด้วย ระบุว่า ในบทบาทสื่อมวลชน สามารถเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาขยะได้ ทั้งประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสาร และลงมือทำเป็นตัวอย่างให้กับประชาชน ซึ่งคาดว่าจะเป็นอีกวิธีสื่อสารที่ได้ผลมากกว่า

พร้อมเสนอให้ผู้แทน ส.ส. หรือ นายกรัฐมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือแม้แต่ผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ เริ่มต้นทำเป็นแบบอย่างในการลดปริมาณขยะ เช่น ไม่ใช้วัสดุบรรจุภัณฑ์พลาสติกในรัฐสภา โดยออกเป็นระเบียบปฏิบัติให้สมาชิกสภาฯ ทุกคน มีกระติกน้ำพกพา และจัดทำจุดเติมน้ำแทนการให้บริการขวดน้ำดื่มที่ใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติก

ขณะที่ นายนิติพล ผิวเหมาะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ และกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ร่วมแบ่งปันประสบการณ์ ความพยายามรณรงค์ การลดใช้ขยะพลาสติกในอาคารรัฐสภา ทั้งการประชุมระดับรัฐสภา และประชุมกรรมาธิการฯ โดยส่วนตัวและในที่ทำการพรรคอนาคตใหม่ที่สังกัดอยู่ ก็เริ่มลดการใช้พลาสติกได้กว่าร้อยละ 50 แล้ว


นายนิติพล ยังเสนอว่า สามารถหาวิธีการนำขยะสร้างมูลค่าเพิ่ม เช่น การนำขยะพลาสติกไปทำเป็นเชื้อเพลิง หรือแปรรูปสร้างมูลค่า สร้างแรงจูงใจเชิงเศรษฐกิจ พร้อม ๆ กับการดูแลสิ่งแวดล้อม 

ช่วงท้ายของการพูดคุย ผศ.ปริญญา ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงต้องใช้การมีส่วนร่วม ใช้กระบวนการเดียวกับประชาธิปไตย โดยส่วนตัวเชื่อว่า ใครก็ตามที่ได้มาร่วมเก็บขยะแม้เพียงชิ้นเดียว ก็จะเลิกทิ้งขยะตลอดไป

ผศ.ปริญญา ยังระบุถึงแนวทางที่น่าจะเป็นรูปธรรมมากขึ้น คือการเชิญชวนต้นทางของขยะ เช่น ผู้ประกอบการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยยกตัวอย่าง ประเทศเยอรมนี ที่เป็นความรับผิดชอบของผู้ผลิตจนจบกระบวนการ บรรจุภัณฑ์ทั้งหมดต้องรีไซเคิลได้ หากพบว่าถูกทิ้งลงแม่น้ำ จะต้องรับผิดชอบ และบริษัทต้องเป็นผู้จ่าย แต่ประเทศไทยอาจไม่ต้องถึงขนาดนั้น ซึ่งวันพรุ่งนี้ (10 ต.ค.) ได้เชิญตัวแทนสมาคมผู้ประกอบการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยพบว่ามี 2 ยี่ห้อที่พบในแม่น้ำเป็นประจำ นอกจากนี้ ยังเตรียมหารือกับตัวแทนผู้ให้บริการขนส่งสินค้าทางเรือ เพื่อประสานหาแนวทางให้นำขยะขึ้นมาทิ้งบนบก ไม่โยนทิ้งลงแม่น้ำอีกต่อไป ซึ่งเป็นสิ่งที่จะต้องทำร่วมกัน


สำหรับกิจกรรมวันพรุ่งนี้ จะเริ่มต้นพายเรือจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และจะมีการพักระหว่างทางที่ ห้างสรรพสินค้าไอคอนสยาม และจะมีการตรวจวัดคุณภาพน้ำ โดยเจ้าหน้าที่จากกรมควบคุมมลพิษ

จุดที่เป็นมหานครที่แม่น้ำไหลผ่าน เราจะไปถึงใจกลางมหานครของกรุงเทพฯ เราจะไปวัดคุณภาพน้ำ เพราะเริ่มต้นเส้นทางจากระดับพอใช้ เมื่อถึงปทุมธานีคุณภาพเสื่อมโทรม นนทบุรี ยิ่งเสื่อมโทรมไปอีก เมื่อถึงไอคอนสยามจะเป็นอย่างไร ต้องสร้างความตระหนักให้คนกรุงเทพฯ เพื่อแม่น้ำเจ้าพระยาของเรา

 

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อาสาฯ พายเรือเพื่อเจ้าพระยา พบขยะจงใจทิ้ง ส่งผลคุณภาพน้ำต่ำ

"คุณหญิงกัลยา" เล็งบรรจุหลักสูตรแยกขยะพลาสติกในโรงเรียน

"ธรรมศาสตร์" ระดมอาสาฯ พายเรือเก็บขยะ ปากน้ำโพถึงอ่าวไทย