รวบแก๊งลักลอบตัดไม้พะยูง-ล่าสัตว์กลางป่าบุณฑริก

Sun, 17 Feb 2019 15:20:00

วานนี้ (16 ก.พ.2562) เจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์ป่าหน่วยคำบาก และหน่วยถ้ำเสือ อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย จ.อุบลราชธานี จำนวน 6 นาย เดินลาดตระเวนพบผู้ลักลอบขบวนการทำไม้จำนวนมาก จึงได้วางแผนปิดล้อม และตรวจยึดจับกุมผู้ต้องหาได้ 12 คน อายุระหว่าง 18-48 ปี

โดยจับได้ในขณะลักลอบเข้าไปตัดไม้และล่าสัตว์ป่า บริเวณรอยต่อชายแดนไทย-ลาว ป่ายอดลำห้วยทราย และป่าสงวนแห่งชาติบุณฑริก ต.ห้วยข่า อ.บุณฑริก จ.อุบลราชธานี 

เบื้องต้นสามารถตรวจยึดของกลางเป็นไม้ประดู่ 9 ท่อน เลื่อยยนต์ 2 เครื่อง ปืนแก๊ป 3 กระบอก ซากสัตว์ป่า คือ กระรอกหลากสี 2 ซาก พญากระรอกดำ 1 ซาก นกปรอด 1 ถุง และยาบ้าจำนวนหนึ่ง  ซึ่งผู้ต้องหารับสารภาพว่า ได้รับจ้างจากนายทุนให้เข้าไปตัดไม้พะยูง เพื่อส่งขายประเทศเพื่อนบ้าน แต่ระหว่างเดินสำรวจป่าก็ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้เสียก่อน

จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ต้องหาทั้งหมดเป็นชาวบ้านโคกน้อย ต.บ้านตูม อ.นาจะหลวย  มีนายเฉลิมศรี คงทน เป็นคนนำทาง ก่อนควบคุมผู้ต้องหาทั้งหมดส่งสถานีตำรวจภูธรห้วยข่า เพื่อดำเนินคดีในข้อหาลักลอบตัดไม้ในเขตป่าสงวน และล่าสัตว์ป่า

ภาพ : กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช

ภาพ : กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช

รวบพรานล่าสัตว์ป่าอุทยานฯเขื่อนศรีนครินทร์ 

นายฐิติ โสมภีร์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี กล่าวว่า มอบหมายให้ว่าที่ ร.ต.สิทธิศักดิ์ ฉันสิมา ผู้ช่วย หน.อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ออกตรวจปราบปรามการกระทำ ความผิดเกี่ยวกับป่าไม้และสัตว์ป่า พบชาย 1 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์สะพายปืนแก๊ป เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวขอทำการตรวจค้น แต่ชายดังกล่าวได้พยายามขับรถหนี แต่ถูกจับกุมได้ 

จากการสอบถามทราบชื่อชายคนดังกล่าว คือ นายวิโรจน์ พันนา อายุ 44 ปี ของกลางที่ตรวจพบในที่เกิดเหตุ ได้แก่ ปืนแก๊ปไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน ซากกระรอกปลายหางดำ 4 ซาก  ซากไก่ป่า 1 ซาก เปล ชุดไฟฉายคาดหัว และอุปกรณ์ในการดำรงชีพในป่า รถจักรยานยนต์ โดยเจ้าหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐาน ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ศรีสวัสดิ์ เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมาย

ภาพ :กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช

ภาพ :กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช

 

 

 

 

 


จ.เชียงใหม่ อากาศดีขึ้น ฝุ่นลดลง

Sun, 17 Feb 2019 12:23:00

วันนี้ (17 ก.พ.2562) ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส ศูนย์ข่าวภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ นำเครื่องตรวจวัดปริมาณค่าฝุ่นละอองแบบเรียลไทม์ มาตรฐาน US AQI วัดค่าฝุ่นละอองบนดอยม่อนแจ่ม หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยว ยอดนิยมของจังหวัดเชียงใหม่ ช่วงเช้าค่า PM 2.5 อยู่ที่ประมาณ 14-20 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งอยู่ในระดับคุณภาพอากาศดี

นายวุฒินันท์ ศาสนะภาพ นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวม่อนแจ่ม กล่าวว่า คิดว่าคุณภาพอากาศที่จังหวัดเชียงใหม่ ดีกว่ากรุงเทพมหานคร ซึ่งหมอกควันอาจจะมีอยู่บ้าง แต่ไม่ได้ส่งผลกระทบ สามารถหายใจได้สะดวกไม่อึดอัด อากาศที่ม่อนแจ่มถือว่าดี เนื่องจากมีลมพัดตลอดเวลา สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ได้ปกติ พร้อมทั้งได้เสนอแนวทางการแก้ไขปัญหา และการป้องกันหมอกควันว่าอยากให้เกษตรกรในพื้นที่ลดการเผาและให้ความรู้แก่ชาวบ้าน เพื่อเป็นการป้องกันในระยะยาวเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

กรมควบคุมมลพิษ รายงานปริมาณค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ pm 2.5 ของจ.เชียงใหม่ ช่วงเวลา 10.00 น. สารมลพิษทางอากาศที่ตรวจพบเกินมาตรฐานได้แก่ ฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ตรวจพบค่าระหว่าง 28 - 63 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (µg/m3) เกินมาตรฐานที่บริเวณ ต.บ้านกลาง อ.เมือง ลำพูน, ต.ช้างเผือก อ.เมือง เชียงใหม่

ขณะที่ บริเวณสถานีตรวจวัด ต.ช้างเผือก อยู่ที่ 51 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อยู่ในเกณฑ์คุณภาพอากาศเริ่มมีผลกระทบ ขณะที่สถานีตรวจวัด ต.ศรีภูมิ อยู่ที่ 48 ไมโครกรัมต่อลูกบากศ์เมตร และสถานีตรวจวัด ต.ช่างเคิ่ง อ.แม่แจ่ม อยู่ที่ 41 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งอยู่ในระดับปานกลาง

ทั้งนี้ แม้คุณภาพอากาศในจังหวัดเชียงใหม่จะเริ่มดีขึ้น แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงเฝ้าระวังและงดการเผา และชิงเผาในพื้นที่จนถึงวันที่ 17 กุมภาพันธ์

 

 

 

 

 


โชคดี! นักดำน้ำช่วยชีวิตปลารอดตาย "เหยื่อ" ถุงพลาสติก

Fri, 15 Feb 2019 17:13:00

วันนี้ (15 ก.พ.2562) เพจเฟซบุ๊ก จิตอาสา Go-Eco Phuket  ได้เผยแพร่คลิปความยาว 53 วินาทีพร้อมข้อความ #ตายตายตาย!!! ถ้านักดำน้ำไม่ผ่านมาปลาน้อยตัวนี้ก็คงต้องตาย นี่คือเหตุผลว่าทำไม่เราถึงต้องรณรงค์เรื่องการทิ้งขยะ เนื่องจากประเทศไทยเรามีพื้นที่ทางทะเลรวม 323,488.32 ตารางกิโลเมตร คิดเป็น 60% ของพื้นที่ทางบก ความยาวชายฝั่งทะเลเท่ากับ 3,151.13 กิโลเมตร ขณะที่สุขภาพของทะเลไทย ตอนนี้อยู่ในขั้นโคม่า เพราะติดอันดับ 6 เรื่องปล่อยขยะลงสู่ทะเลมากที่สุด ช่วยกันเถอะครับ ไม่ทิ้งขยะไม่ทำลายปะการัง และช่วยกันอนุรักษ์ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมทางทะเลด้วยนะ

โดยคลิปดังกล่าว พบว่านักดำน้ำไปเจอปลาทะเลตัวหนึ่ง ซึ่งหากมองผิวเผิน จะคิดว่ามันตายแล้วแต่เมื่อหยิบขึ้นมาดู จึงพบว่าปลาตัวนี้ยังไม่ตาย เพียงแต่ติดอยู่ในถุงร้อนใส่แกง ที่มีขนาดเกือบพอดีตัวปลา เมื่อนักดำน้ำช่วยเหลือโดยให้มันออกจากถุงได้ ปลาตัวนี้ก็ว่ายขึ้นสู่ผิวน้ำอย่างรวดเร็ว จากนั้นนักดำน้ำก็เก็บถุงพลาสติกออกจากทะเล 

 

โดยหลังมีการแชร์คลิปนี้ในกลุ่มนักอนุรักษ์จำนวนมาก ชื่นชม รวมทั้งพูดถึงปัญหาขยะตกค้างในทะเล โดยเพจกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์์พืช ระบุว่า อันตราย!!!...แอดมินนำมาให้ชมกันเพราะนี่คือนาทีชีวิตของเจ้าปลาทะเลตัวนี้เลย เราต่างก็รับรู้กันมาตลอดว่าขยะพลาสติกมันอันตรายไม่ว่าจะสัตว์น้ำ สัตว์ป่า หรือสัตว์ทุกชนิด....ลดละเลิกเริ่มที่ตัวเรานะคะ...ช่วยกันๆ...จิตสำนึกสำคัญที่สุด...

ทั้งนี้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รายงานว่า ปัญหาขยะเหล่านี้ไม่ได้มีเพียงแค่ในประเทศไทย แต่เกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก ทำให้ต้องมีความร่วมมือกันระหว่างประเทศในภูมิภาคแก้ปัญหาขยะทะเล จากสถิติสัตว์ทะเลหายากที่ได้รับผลกระทบจากขยะทะเลในรอบ 3 ปี (ระหว่างปี 2558-2560) มีเต่าทะเลเกยตื้น 109 ตัว โลมาและวาฬเกยตื้น 9 ตัว และพะยูนเกยตื้น 4 ตัว โดยในปี 2560 มีจำนวนสัตว์ทะเลเกยตื้น 413 ตัวหรือร้อยละ 16 เพิ่มขึ้นจากที่ผ่านมาเกือบเท่าตัว โดยกินขยะพลาสติกตายร้อยละ 51 และถูกพันยึดภายนอกร่างกายจากขยะพลาสติกและเศษอวน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เต่าตนุแหลมฉบังไม่รอด! "ไม่ใช่แค่วาฬที่ตายเพราะขยะทะเล"

ขอ "วาฬนำร่องครีบสั้น" สัตว์ตัวสุดท้ายสังเวยชีวิต “เหยื่อขยะ”

 

 

 


เพิ่งรื้อ ! อุทยานฯ ตรวจสอบโรงแรมตรังรุกหาดเจ้าไหม

Fri, 15 Feb 2019 12:37:00

วันนี้ (15 ก.พ.2562) ไทยพีบีเอส ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้ากรณีโรงแรมอนันตรา ริมหาดฉางหลาง อ.สิเกา จ.ตรัง ตัดสินให้แพ้คดีต่อกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรณีออกเอกสารสิทธิ์ น.ส.3 ก.โดยมิชอบ ซึ่งมีการบุกรุกเขตป่าสงวนแห่งชาติ กับเขตอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม 

วิลล่าหรู่ จำนวน 3 หลังในเครือโรงแรมอนันตรา ริมหาดฉางหลาง ต.ไม้ฝาด อ.สิเกา จ.ตรัง ถูกแปรสภาพเป็นซากปูน เมื่อโรงแรมหรูระดับ 5 ดาว แห่งนี้ว่าจ้างคนงานนำเครื่องจักรกลเข้ารื้อถอน เป็นผลจากการน้อมรับคำตัดสินของศาลฎีกา เมื่อวันที่ 26 ม.ค.2561 พิจารณาให้อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม เป็นผู้ชนะคดีกรณีเป็นโจทก์ ฟ้องร้องโรงแรมบุกรุกเขตอุทยาน ก่อนนำไปสู่คำสั่งเพิกถอน น.ส. 3 ก. และโฉนดที่ดิน รวมเนื้อที่ กว่า 37 ไร่ เนื่องจากเอกสารการครอบครองสิทธิ์ออกมาโดยมิชอบด้วยกฏหมาย เพราะอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ และอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม

 

อย่างไรก็ตาม ในส่วนตัวอาคารใหญ่ของโรงแรม และอาคารอื่นๆ พบยังไม่มีการรื้อถอนแม้จะมีการขนย้ายทรัพยสินมีค่าออกไปก่อนหน้านี้

นายณรงค์ คงเอียด หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จ.ตรัง กล่าวว่า ทางกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืชได้ชำระค่าธรรมเนียม เพื่อให้ศาลออกหมายบังคับคดีว่าจะรื้อถอนให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลากี่วัน ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างรอคำบังคับคดีของศาลอีกครั้ง

สำหรับกรณีพิพาทระหว่างกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กับผู้ประกอบการที่พักรีสอร์ทในเขตอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จังหวัดตรัง ยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของศาลอีกหลายคดี บางคดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รับเป็นคดีพิเศษ โดยเฉพาะกรณีการครอบสิทธิ์บนเกาะกระดาน ที่อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน

 



ส่วนกรณีอดีตนายตำรวจในจังหวัดตรังนายหนึ่ง อ้างสิทธิ์การครอบครองที่ดิน 120 ไร่ มูลค่ากว่า 600 ล้านบาท ริมหาดฉางหลางอำเภอสิเกา จนนำไปสู่การตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการออกเอกสิทธิ์ในเขตอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ขึ้นมาตรวจสอบ

พบไม่มีการใช้ประโยชน์อย่างต่อเนื่องตามที่กล่าวอ้างมีการเสนอไปยังกรมที่ดินให้จำหน่วยเอกสารการครอบที่ดิน ออกจากสารระบบ ขณะนี้ถือว่าสิ้นสุดกระบวนการแล้ว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

รื้อแล้ว "โรงแรมหรู" รุกที่อุทยานฯ จ.ตรัง

 

 

 


เอกชนยืนยันสิทธิครอบครองที่ดินบนเกาะหลีเป๊ะ

Fri, 15 Feb 2019 11:36:00

วันนี้ (15 ก.พ.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายมานิตย์ กวีรัชต์ เจ้าของบันดาหยารีสอร์ท บนเกาะหลีเป๊ะ ต.เกาะสาหร่าย อ.เมืองสตูล นำลูกจ้างปักป้ายแสดงอาณาเขตที่ดินส่วนบุคคล รวม 5 จุด โดยนายมานิตย์ เปิดเผยว่า ที่ดินผืนนี้เป็นที่ดินถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ใช่ที่ดินในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะตะรุเตา ตามเอกสารสิทธิ น.ส.3 หมายเลขที่ 29, 33 และ 39 และขณะนี้ยังเหลือพื้นที่อีกจำนวน 3 ไร่ ที่รอศาลตัดสิน ซึ่งก่อนหน้านี้ ได้ประกอบกิจการรีสอร์ทมาเป็นระยะเวลา 12 ปี จนมีการตรวจสอบข้อพิพาทที่ดิน และชนะคดีในที่สุด จึงอยากเรียกร้องความเป็นธรรม หลังตลอด 9 ปีที่ผ่านมา ถูกสังคมประณามว่าได้บุกรุกในที่ดินของรัฐ

 

 

 

 

 

ด้านนายกาญจนพันธ์ คำแหง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติตะรุเตา กล่าวว่า เกาะหลีเป๊ะ มีพื้นที่รวมทั้งหมด 1,200 ไร่ พบว่ามีพื้นที่อยู่ในขั้นตอนของคดีความทั้งหมด 43 คดี, อยู่ในขั้นของอัยการ 16 คดี และอยู่ระหว่างชั้นศาลอีก 16 คดี ขณะเดียวกัน มีพื้นที่ประมาณ 500 ไร่ ได้มีผู้ครอบครองมายื่นเอกสารสิทธิถูกต้อง

 

 

 

 

 

 


ฝุ่น PM2.5 : กทม.อากาศดีฝุ่นพิษลดฮวบ-ลำปางยังเกินมาตรฐาน

Fri, 15 Feb 2019 10:28:00

วันนี้ (15 ก.พ.2562) กรมควบคุมมลพิษ(คพ.) รายงานสถานการณ์ฝุ่น PM2.5  อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน (50 มคก.ต่อลบ.ม.) ทุกพื้นที่ คุณภาพอากาศอยู่ในระดับดีมาก ซึ่งต่างจากเมื่อวานนี้ (14 ก.พ.) ที่เกินมาตรฐาน 35 พื้นที่ 

ทั้งนี้การดำเนินงาน กรุงเทพมหานคร ร่วมกับกองทัพอากาศทำการบินพ่นละอองน้ำ ในบรรยากาศต่อเนื่องจาก 4 เที่ยวบิน ในพื้นที่เขตบางเขน และวังทองหลาง และได้มีความร่วมมือกับภาคเอกชนที่มีอาคารสูงติดตั้งเครื่องพ่นละอองน้ำจากบนอาคาร

ส่วนกรมชลประทาน จัดส่งรถยนต์บรรทุกน้ำ พร้อมรถยนต์บรรทุกน้ำติดตั้งเครื่องพ่นไอน้ำ เข้าร่วมปฏิบัติการทำความสะอาดฝุ่นละอองบนพื้นผิวถนน บริเวณถนนกาญจนาภิเษก เขตคันนายาว ถนนสายไหม เขตสายไหม ถนนเพชรเกษม เขตภาษีเจริญ ถนนสามเสน เขตดุสิต

 

 

นอกจากนี้ กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ตั้งหน่วยเคลื่อนที่เร็วทั้งหมดจำนวน 4 หน่วย ได้แก่ ระยอง นครสวรรค์ ขอนแก่น พิษณุโลก เพื่อปฏิบัติการบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองในอากาศในทุกพื้นที่ที่ฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐาน ส่วนหน่วยงานอื่นๆ ยังคงติดตามตรวจสอบเฝ้าระวังและดำเนินการตามมาตรการของหน่วยงานอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง เพื่อควบคุมปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 ไม่ให้เกินค่ามาตรฐาน

คาดการณ์สถานการณ์จากแบบจำลองการคาดการณ์ปริมาณ PM2.5 ของ คพ. คาดว่าในวันพรุ่งนี้ (16 ก.พ.) ฝุ่น PM2.5 มีแนวโน้มลดลง ประกอบกับการดำเนินมาตรการเพื่อลดฝุ่นละอองของหน่วยงานต่างๆ อย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง จะช่วยให้ปริมาณฝุ่นละอองลดลง

ส่วนคุณภาพอากาศ พื้นที่ภาคเหนือ คุณภาพอากาศอยู่ในระดับคุณภาพดีถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยฝุ่น PM2.5 ตรวจพบค่าระหว่าง 35 - 63 มคก.ต่อลบม. เกินมาตรฐานดังนี้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 

ฝุ่น PM 2.5 : ฝุ่นพิษเขตกทม.-ปริมณฑลกลับมาอีกระลอก เกินมาตรฐาน 35 จุด

 

 


สทนช.เคาะแผนน้ำท่วมแม่วงก์ สร้างประตูระบายน้ำเขาชนกัน

Thu, 14 Feb 2019 17:35:00

วานนี้ (13 ก.พ.2562) พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำสะแกกรัง หนึ่งในพื้นที่ที่ประสบปัญหาภัยแล้ง-น้ำท่วมซ้ำซากมาอย่างยาวนาน เพราะยังขาดแหล่งเก็บกักน้ำที่มีความจุเพียงพอกับปริมาณน้ำจำนวนมากของลุ่มน้ำสะแกกรังในช่วงฤดูฝน รัฐบาลมอบหมายให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ศึกษาและวิเคราะห์พื้นที่ Area Based ลุ่มน้ำสะแกกรังตอนล่าง ครอบคลุม 58 ตำบล 10 อำเภอ จ.นครสวรรค์ อุทัยธานี มีพื้นที่เสียงภัยน้ำท่วม 124,200 ไร่ และพื้นที่ภัยแล้ง 375,900 ไร่

ในจำนวนนี้เป็นพื้นที่ที่ประสบภัยทั้งน้ำท่วม และภัยแล้งในพื้นที่เดียวกันมากถึง 29,500 ไร่ รวมเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยทั้งหมด 529,600 ไร่ มีประชาชนได้รับผลกระทบ 56,700 ครัวเรือน และมีปริมาณน้ำขาดแคลนด้านการเกษตร 214 ล้านลูกบาศก์เมตร และปริมาณน้ำส่วนเกินท่วมขัง 120 ล้าน ลบ.ม.

 

ปี 2555 ครม.เห็นชอบให้ก่อสร้างแหล่งเก็บกักน้ำในพื้นที่ต้นน้ำแม่วงก์ เพื่อตัดยอดน้ำก่อนเข้าท่วมพื้นที่ชุมชน แต่โครงการถูกระงับไป เพราะกระทบต่อพื้นที่อนุรักษ์ และมีความเห็นแตกต่าง 

พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า ล่าสุดจากการหาทางออกร่วมกันทั้งการเก็บน้ำในลำน้ำ โดยเฉพาะลุ่มน้ำแม่วงก์ โดยทำประตูระบายน้ำเขาชนกัน การขุดลอกทางน้ำแหล่งน้ำธรรมชาติ ที่จะแก้ปัญหาได้บางส่วน แต่ระยะยาวรัฐบาลได้มอบหมายให้ สทนช.ประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ลุ่มน้ำสะแกกรัง เพื่อวางแผนพัฒนาลุ่มน้ำทั้งระบบ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในต้นปี 2563 

 

เปิดโครงการพัฒนาลุ่มน้ำสะแกกรัง 

ด้านนายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่า ปีนี้ได้เตรียมแผนการพัฒนาแหล่งน้ำใน 3 จังหวัดคือ กำแพงเพชร นครสวรรค์ และอุทัยธานี รวม 133 โครง การ เพิ่มความจุเก็บกักรวมทั้งสิ้น 3.59 ล้าน ลบ.ม. พื้นที่รับประโยชน์ 4,883 ไร่ และประชาชนได้รับประโยชน์ 5,167 ครัวเรือน เช่น การก่อสร้างระบบส่งน้ำพร้อมอาคารประกอบโครงการอ่างเก็บน้ำคลองโพธิ์ (ระยะที่ 1) การก่อสร้างฝายหมู่ 7 คลองวังหลวงพร้อมระบบส่งน้ำ ต.ไผ่เขียว จ.อุทัยธานี  3.การอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำอ่างเก็บน้ำบ้านห้วยใหญ่ หมู่ที่ 10 ต.สร้อยละคร อ.ลาดยาว จ.นคร สวรรค์  การอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำอ่างเก็บน้ำห้วยหินลับตอนบน บ้านตะกุด หมู่ที่ 5 ต.วังซ่าน จ.นคร สวรรค์ และการก่อสร้างระบบป้องกันน้ำท่วมพื้นที่ชุมชนเมืองอุทัยธานี ระยะที่ 5 

 

 

นอกจากนี้ปี 2563 ยังมีแผนการพัฒนาแหล่งน้ำต่อเนื่องใน 2 จังหวัด คือนครสวรรค์ และอุทัยธานี อีกจำนวน 208 โครงการ เพิ่มความจุเก็บกักรวมทั้งสิ้น 3.14 ล้าน ลบ.ม. พื้นที่รับประโยชน์ 29,080 ไร่ และประชาชนได้รับประโยชน์ 5,660 ครัวเรือน ส่วนปี 2564 มีอีก 4  โครงการลุ่มน้ำสะแกกรัง วงเงิน 230 ล้านบาท พื้นที่ได้รับประโยชน์ 2,494 ไร่ ครัวเรือนรับประโยชน์ 1,628 ครัวเรือน  

 

 


ฝุ่น PM 2.5 : ฝุ่นพิษเขตกทม.-ปริมณฑลกลับมาอีกระลอก เกินมาตรฐาน 35 จุด

Thu, 14 Feb 2019 10:16:00

วันนี้ (14 ก.พ.2562) กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) รายงานคุณภาพอากาศ พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เมื่อเวลา 07.00 น.ปริมาณฝุ่น PM2.5 เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน (13 ก.พ.) ทุกพื้นที่เกินค่ามาตรฐาน 35 พื้นที่สาเหตุจากลมสงบ และมีความกดอากาศสูงกำลังปานกลางแผ่ลงมาปกคลุม คุณภาพอากาศอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ตรวจพบค่าระหว่าง 51- 73 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก.ต่อลบ.ม.) ดังนี้ 

 

โดยเมื่อวานนี้ สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขตลาดยาว พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเขต ใช้เครื่องพ่นละอองน้ำ LUF-60 และนำความสะอาดพื้นผิวถนน บริเวณหน้าประตูมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ฝั่งถนนพหลโยธิน ขาออก เพื่อลดปริมาณฝุ่นละออง

ขณะที่จากแบบจำลองการคาดการณ์ปริมาณ PM2.5 ของ คพ. คาดว่า วันพรุ่งนี้ (15 ก.พ.) ปริมาณ PM2.5 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นบางพื้นที่ ทั้งนี้การดำเนินมาตรการเพื่อลดฝุ่นละอองของหน่วยงานต่างๆ อย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง จะช่วยให้ปริมาณฝุ่นละออง

ภาพ:สำนักประชาสัมพันธ์กทม.

ภาพ:สำนักประชาสัมพันธ์กทม.

 

ทดลองติดอุปกรณ์ฉีดพ่นละอองน้ำบนตึกสูง 

ดร.วัลลภ สุวรรณดี ประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดกิจกรรมฉีดพ่นละอองน้ำเพื่อลดฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศ PM 2.5 ณ บริเวณดาดฟ้าชั้น 30 อาคารชุดพักอาศัยโครงการลุมพินี สวีท ดินแดง - ราชปรารภ เขตดินแดง ซึ่งอาคารแห่งนี้จะเป็นศูนย์กลางในการเริ่มปฏิบัติการฉีดพ่นละอองน้ำ พร้อมกับอาคารชุดพักอาศัยโครงการลุมพินีในพื้นที่ทั่ว กทม.จำนวน 150 โครงการอีกทั้งจะเป็นอาคารต้นแบบในการติดตั้งอุปกรณ์สำหรับฉีดพ่นละอองน้ำของอาคารชุดพักอาศัยโครงการลุมพินี และทำการฉีดน้ำล้างถนนด้วยอุปกรณ์แรงดันสูง

 

 

 

 

 


"ศรีสุวรรณ" นำชาวบ้านยื่นฟ้องศาลขอเพิกถอนบ่อขยะ จ.พิษณุโลก

Wed, 13 Feb 2019 09:42:00

วันนี้ (13 ก.พ.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน พร้อมกับชาวบ้าน ต.หัวรอ อ.เมือง จ.พิษณุโลก เดินทางไปยื่นคำร้องต่อศาลปกครองพิษณุโลก เพื่อขอเพิกถอนบ่อขยะและฟ้องนายกเทศมนตรีเทศบาล ต.หัวรอ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ฐานใช้อำนาจโดยมิชอบด้วยกฎหมาย และละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ

ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจากเทศบาล ต.หัวรอ ได้อนุญาตให้ผู้ประกอบการเอกชนเข้ามาดำเนินธุรกิจรับฝังกลบขยะจากเทศบาล ต.หัวรอ และขยะจากเทศบาลนครพิษณุโลก โดยนำมาทิ้งยังบ่อขยะของเอกชนดังกล่าววันละประมาณ 120 ตัน ซึ่งบ่อขยะตั้งอยู่ในพื้นที่กลางทุ่งนา มีความเสี่ยงจากน้ำท่วม อยู่ใกล้กับวัดบ่อทองคำเพียง 70 เมตร อยู่ใกล้แหล่งน้ำชลประทาน 10 เมตร และใกล้แหล่งผลิตน้ำประปาของชุมชนเพียงประมาณ 400 เมตรเท่านั้น
ซึ่งต้องห้ามตามประกาศของกรมควบคุมมลพิษ

 

 

 

ขณะเดียวกัน ยังไม่เป็นไปตามประกาศของกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยขยะ พ.ศ.2560 อีกทั้งมีการบิดเบือนการรับฟังความคิดเห็นของชาวบ้านว่าจะเป็นการกำจัดขยะแบบ RDF แต่พอมาดำเนินการจริงกลับเป็นแบบฝังกลบ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญของการรับฟังความคิดเห็นที่ไม่เป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน พ.ศ.2548 อีกทั้งเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 43, 57 ประกอบมาตรา 53 อีกด้วย

 

 

 


นอกจากนี้ พื้นที่รอบบ่อขยะมีชุมชนอยู่อาศัยกันอย่างหนาแน่น ซึ่งชาวบ้านโดยรอบพื้นที่บ่อขยะพยายามร้องเรียนให้นายกเทศมนตรีระงับบ่อขยะดังกล่าวเสีย เพราะเริ่มส่งกลิ่นเหม็นรบกวนชาวบ้าน และชุมชนต่างๆ และหมู่บ้านจัดสรรที่รายล้อมอยู่รอบบ่อขยะ จนบางคนทนอยู่ไม่ได้ต้องส่งบุตรหลานให้ไปอาศัยอยู่กับญาติในพื้นที่อื่น เพราะกระทบต่อการเล่าเรียน แต่ปัญหาดังกล่าวนายกเทศมนตรี ต.หัวรอ และหน่วยงานราชการต่างๆ ใน จ.พิษณุโลก กลับทำทองไม่รู้ร้อน โดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัด

 

 

 

ดังนั้น เมื่อชาวพิษณุโลกเดือดร้อน และหน่วยงานในจังหวัดไม่ยอมแก้ไข ชาวบ้านจึงร้องขอให้สมาคมฯ ช่วยมาเป็นธุระฟ้องเพิกถอนบ่อขยะดังกล่าวในวันนี้ โดยในวันนี้ได้มีคำร้องขอให้ศาลไต่สวนเพื่อมีคำสั่งให้ความคุ้มครองชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษาด้วย และหลังจากนี้จะดำเนินการไปร้องเรียนกับ ป.ป.ช.และ สตง. เพื่อเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดต่อไป

 

 


วินาทีสบตา "ลูกเต่ามะเฟือง" ออกสู่โลกกว้าง

Tue, 12 Feb 2019 19:27:00

สร้างความคึกคักและเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ ที่เฝ้ารอตั้งแต่แม่เต่ามะเฟืองขึ้นมาวางไข่ครั้งแรก เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.2561 จนกระทั่งลูกเต่ามะเฟือง ตัวแรกเดินขึ้นจากหลุมทรายที่ชายหาดคึกคักเมื่อช่วงค่ำวานนี้ (11 ก.พ.2562) โดยเฉพาะ วิโรจน์ เอียดสงคราม เจ้าหน้าที่ สบทช.8 เจ้าหน้าที่จากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งคนที่ ที่มีโอกาสได้เห็นลูกเต่าตัวแรก

ดีใจมาก ตอนที่เห็นลูกเต่าตัวแรก และได้จับลูกเต่าที่ขึ้นจากหลุมมาพาไปลงทะเล ภาวนาให้เขารอดปลอดภัย

รวมเวลา 56 วัน ที่ศูนย์เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์เต่ามะเฟือง ทำงานอย่างเข้มข้น ตั้งแต่วันแรกที่แม่เต่าขึ้นวางไข่ เริ่มจากเคลื่อนย้ายไข่เต่าในรังไปยังพื้นที่เหมาะสม น้ำท่วมไม่ถึงล้อมรั้วป้องกันภัยคุกคามจากสัตว์อื่น ติดตั้งกล้องวงจรปิดถึง 6 ตัว เพื่อสังเกตความเปลี่ยนแปลง

รวมทั้งติดตั้งเครื่องวัดอุณหภูมิ เพื่อประเมินระยะฟักตัวและเพศของลูกเต่ารวมทั้งจัดเวรเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง จนกระทั่งเมื่อวานนี้ ลูกเต่าฟักตัว เจ้าหน้าที่ยังคงดูแลอย่างใกล้ชิด คอยช่วยขุดหลุมและประเมินร่างกายให้ลูกเต่าแข็งแรง ก่อนส่งพวกมันกลับสู่ทะเล

ภาพ :กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

ภาพ :กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง



การปรากฎตัวของลูกเต่ามะเฟือง 49 ตัวที่ค่อยๆ คลานลงทะเลพังงา สร้างความยินดีให้กับเจ้าหน้าที่และภาคประชาชนที่ทำงานด้านการอนุรักษ์อย่างมาก จากนี้ทะเลจะเป็นสถานที่อนุบาลพวกมัน ถ้าจะให้รอดต้องให้ลงไปใช้ชีวิตในทะเลเท่านั้น

นายก้องเกียรติ กิตติวัฒนาวงศ์ ผอ.ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน กล่าวว่า จากการทดลองมาหลายปี และทั่วโลกพยายาม เพาะอนุบาลเต่ามะเฟืองให้รอด แต่ยังไม่มีใครทำสำเร็จ

เนื่องจากมีข้อจำกัดพฤติกรรมการกินอาหาร และการว่ายน้ำ และลักษณะของกายภาพของเต่ามะเฟือง ที่มีความอ่อนแอต่อการติดเชื้อได้ง่าย ทางรอดคือต้องใช้ชีวิตในทะเล

 

ภาพ :กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

ภาพ :กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

 

มาตรการดูแลเต่ามะเฟืองของเจ้าหน้าที่ยังต้องทำต่อเพราะอีก 10 วันหลังจากนี้ ไข่เต่ารังที่ 2 จะครบกำหนดอยู่ในช่วงฟักตัว ตามด้วยลูกเต่ารังที่ 3 ซึ่งอยู่บริเวณหาดท้ายเหมือง

ขณะที่โครงการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งเพื่อรักษาพื้นที่วัดท่าไทร ซึ่งห่างจากหลุมไข่เต่ามะเฟือง ประมาณ 200 เมตร ชะลอการก่อสร้างออกไปตามคำสั่งของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เพื่อปรับแบบก่อสร้างให้มีความเหมาะสม

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

“ลูกเต่ามะเฟือง” 49 ตัวรังแรกหาดคึกคักออกท่องทะเล 

 

 

 


"พีมูฟ" บุกทำเนียบ ทวงสัญญา คสช.แก้ปัญหาที่ดิน

Tue, 12 Feb 2019 13:01:00

วันนี้ (12 ก.พ.2562) ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือ พีมูฟ เคลื่อนขบวนมายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เรียกร้องให้การประชุม ครม.วันนี้ นำเรื่องโฉนดชุมชนเข้าสู่วาระการพิจารณาเและให้ความเห็นชอบคุ้มครอง 486 ชุมชน ตามมติของอนุกรรมการแก้ไขปัญหาขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม รวมถึงกรณีอื่นๆที่มีมติไปแล้วก่อนหน้านี้

ภาพ : ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม P-move

ภาพ : ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม P-move


นายสุวพันธ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม เดินทางมารับหนังสือ และบอกว่าขณะนี้คณะกรรมการจะเร่งทำงานให้เต็มที่ และยอมรับว่าบางเรื่องติดขัดด้านกฎหมาย ส่วนการนำเข้าสู่ครม.วันนี้ไม่ทัน

ขณะที่ ธีรเนตร ไชยสุวรรณ ตัวแทนขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม  ระบุว่า การที่ครม.ไม่มีมติคุ้มครอง ได้ส่งผลให้หน่วยงานในพื้นที่ ยังคงปฎิบัติสวนทางกับมติดังกล่าว ชาวบ้านยังคงถูกดำเนินคดี และได้รับผลกระทบต่อเนื่องจึงต้องมาติดตามการแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง

ภาพ : ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม P-move

ภาพ : ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม P-move


สำหรับการเคลื่อนไหวครั้งนี้ สืบเนื่องจากรัฐบาลคสช.ได้มีมติเห็นชอบนโยบายและแผนงานในการดำเนินการโฉนดชุมชน รวมทั้งกำหนดให้มีมาตรการคุ้มครองชุมชนให้เกิดความชัดเจนในการปฏิบัติ" 486 ชุมชน โดยตั้งคณะกรรมการติดตามการแก้ไขปัญหา แต่ละกระทรวง ถึง 7 กระทรวง แต่มติที่ออกมาจากคณะกรรมการและอนุกรรมการกลับไม่มีการดำเนินการต่อ และยังมีข้อจำกัดในด้านปฎิบัติสำหรับข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุม

ภาพ : ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม P-move

ภาพ : ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม P-move


ทั้งนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่รับผิดชอบเรื่องนี้ ยืนยันว่า ยืนยันว่าขณะนี้มีคำสั่ง คสช. ที่66/2557 คุ้มครองอยู่แล้ว และหากคุ้มครองเพียง 486 ชุมชนนี้ จะเป็นการสองมาตรฐาน พร้อมยืนยันว่า สามารถนำเข้าสู่กระบวนการแก้ไขปัญหาของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ได้ จึงไม่ต้องมีมติ ครม.

 

 

 

 

 

 


ฝุ่นวิกฤต! "ลำปาง" สั่งปิดป่า 60 วันห้ามเก็บของป่าฝืนโทษหนัก

Tue, 12 Feb 2019 12:14:00

วันนี้ (12 ก.พ.2562) กรมควบคุมมลพิษ รายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศ พื้นที่ภาคเหนือ โดยเมื่อเวลา 09.00 น.พบว่าคุณภาพอากาศอยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพหลายจุด โดยฝุ่น PM2.5 ตรวจพบค่าระหว่าง 28 - 142 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก.ต่อลบ.ม.) เกินมาตรฐานดังนี้ 

ส่วนฝุ่น PM10ตรวจพบค่าระหว่าง 44 - 166 มคก.ต่อ ลบ.ม. สูงสุด ต.นาจักร อ.เมือง แพร่ 166 มคก.ต่อ ลบ.ม. ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ ลำปาง 138 มคก.ต่อ ลบ.ม. แม่เมาะ อ.แม่เมาะ ลำปาง 140 มคก.ต่อ ลบ.ม. ต.สบป้าด อ.แม่เมาะ ลำปาง, 141 มคก.ต่อ ลบ.ม.

 

นายกรัฐมนตรี กำชับคุมรถควันดำ 

พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ติดตามสถานการณ์ปัญหาฝุ่นละอองอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับรายงานว่าขณะนี้คุณภาพอากาศโดยรวมดีขึ้น และอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่มีบางพื้นที่ที่ปริมาณฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐาน เช่น จ.ลำปาง และจ.ขอนแก่น เนื่องจากมีการเผาวัชพืชเป็นบริเวณกว้าง

ขอความร่วมมือประชาชน ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ เพื่อลดปริมาณฝุ่นละอองทั้งPM 2.5 และ PM 10 โดยเฉพาะการเผาวัชพืชที่ไม่ควรทำ เพราะนอกจากจะเป็นสาเหตุของปัญหาฝุ่นแล้ว ยังอาจก่อให้เกิดอัคคีภัย

พร้อมกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองอย่างต่อเนื่อง เช่น การตรวจจับรถควันดำ การส่งเสริมให้ใช้เชื้อเพลิงสะอาด การควบคุมการก่อสร้างและการเผาในที่โล่ง แม้สถานการณ์ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลจะดีขึ้นแล้วก็ตาม เพราะหากหยุดปัญหาก็จะกลับมาได้อีก

 

 

ลำปางสั่งปิดป่า 60 วันลดผลกระทบเผาเก็บหาของป่า 

ส่วนที่จังหวัดลำปาง ซึ่งเผชิญกับคุณภาพอากาศระดับสีแดงส่งผลกระทบต่อสุขภาพต่อเนื่องหลายวัน จากปัญหาไฟป่า นายสมเกียรติ ตันตระกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง พร้อมตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หารือร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน

มติให้ดำเนินงานตามแผนหลักๆ คือ ทางจังหวัดจะออกประกาศงดประกอบกิจกรรมภายในพื้นที่ป่าโดยเด็ดขาด หรือสั่งปิดป่า ในช่วงวิกฤติ ทั้ง 13 อำเภอของจังหวัดลำปาง จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง

หากประชาชนผู้ใดต้องการเข้าป่าจะต้องขออนุญาตต่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องโดยตรงเช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่ป่าไม้ และห้ามพกวัสดุที่ก่อให้เกิดไฟเข้าไป และให้ดำเนินการกับผู้ที่ฝ่าฝืน หรือผู้ที่จุดไฟเผาป่าหรือปล่อยให้ไฟลุกลามเข้าไปในเขตป่าอนุรักษ์และเขตป่าสงวนแห่งชาติ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 2 ปี ถึง 15 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 - 150,000 บาท และมีความผิดอาญา

 

สาเหตุไฟไหม้ป่า เกิดจากการจุดไฟล่าสัตว์ หาของป่า และเตรียมพื้นที่การเกษตร ทำให้ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 เกินค่ามาตรฐานหลายวัน โดยเฉพาะในเขตอำเภอแม่เมาะ เพราะแม้ไฟจะเกิดขึ้นในเขตฮ.เมืองลำปาง แต่ลมได้พัดเข้าไปในพื้นที่อำเภอแม่เมาะ ค่าฝุ่นจึงสูงกว่าพื้นที่อื่นๆ

ล่าสุดยื่นหนังสือเพื่อขอหน่วยงานที่รับผิดชอบบริเวณพื้นที่ป่าดอยพระบาท ให้ปิดป่า เป็นเวลา 60 วัน ห้ามบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่ป่าโดยเด็ดขาด โดยให้ตั้งจุดตรวจจุดสกัด มีกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ ป่าไม้ และเจ้าหน้าที่อุทยาน อาสาสมัครหมู่บ้าน ผลัดเปลี่ยนกันเข้าเวรยามตลอด24 ชั่วโมง พร้อมทั้งทำแนวกันไฟไว้อีกชั้น

ข้อมูลจากคณะทำงานดับไฟป่าจังหวัดลำปาง พบว่าตั้งแต่วันที่ 25 ธ.ค. 2561 - 11ก.พ.นี้ เจ้าหน้าที่เข้าดับไฟป่าบริเวณดอยพระบาท 32 ครั้ง มีพื้นที่ถูกเผาไหม้  511 ไร่ จาก  90,000 ไร่

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ชิงเผาพื้นที่เกษตร ส่งผล "ภาคเหนือ" ฝุ่น PM 2.5 พุ่ง

 

 

 

 

 

 


“ลูกเต่ามะเฟือง” 49 ตัวรังแรกหาดคึกคักออกท่องทะเล

Mon, 11 Feb 2019 22:59:00

วันนี้ (11 ก.พ.2562) กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) เปิดเผยข่าวดีว่าเมื่อเวลา 19.05 น. ลูกเต่ามะเฟืองชุดแรกบริเวณชายหาดคึกคัก จ.พังงา ที่แม่เต่ามะเฟืองขึ้นวางไข่รังแรก เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.2561 ได้โผล่จากหลุมทรายขึ้นมา โดยเจ้าหน้าที่ ทช.ดูแลอย่างใกล้ชิดและจัดการตามมาตรการที่กำหนดไว้ เพื่อส่งลูกเต่าคืนสู่ทะเลอันดามันอย่างปลอดภัยที่สุด

โดยลูกเต่ามะเฟืองเริ่มขึ้นมาจากหลุมตัวแรก เมื่อเวลา 19.05 น. สามารถขึ้นมาได้เอง 20 ตัวและเจ้าหน้าที่ขุดช่วยได้อีก 29 ตัว รวม 49 ตัว จากนั้นนำปล่อยในทะเลชุดแรก 20 ตัวในเวลา 20.10 น.

 

ส่วนชุดที่ 2 อีก 20 ตัวในเวลา 20.40 น. ตาย 1 ตัวที่ก้นหลุม ส่วนอีก 8 ตัวยังอ่อนแอ เมื่อแข็งแรงแล้วได้ปล่อยลงทะเลชุดสุดท้ายเมื่อเวลา 21.30 น.และอัตราฟักเป็นตัวคิดเป็น 55.1% โดยฟักเป็นตัว 49 ตัว จากไข่ 89 ฟอง) อัตรารอดตาย 97.96% ตาย 1 ตัว จาก 49 ตัว

ทั้งนี้ ยังพบว่ามีผู้เข้าชมภาพสดจากหาดคึกคักที่ http://loveseaturtle.dmcr.go.th เพิ่มจาก 49,000 คน เป็น 69,000 คน เพิ่มขึ้น 20,000 คนในช่วงที่มีการฟักออกจากไข่

 

สำหรับรังไข่เต่ามะเฟืองหลุมแรก บริเวณชายหาดคึกคัก จ.พังงา แม่เต่าขึ้นมาวางไข่เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.2561 ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปีที่แม่เต่ามะเฟืองวางไข่รังแรก 118 ฟอง เป็นไข่ลม 25 ฟอง ไข่เสีย 4 ฟอง และไข่ปกติ 89 ฟอง กระทั่งลูกเต่าออกจากหลุมหลังจากใช้เวลาฟัก 56 วัน และมีการปล่อยลงทะเลไปทั้งหมด ซึ่งมีนักท่องเที่ยวมารอชมและลุ้นดูลูกเต่ากันอย่างคึกคัก

 

 

 


ครั้งแรก ! ทวงคืนป่าเสื่อมโทรม 4.9 ล้านไร่เตรียมฟื้นฟู

Mon, 11 Feb 2019 19:30:00

วันนี้ (11 ก.พ.2562) พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงการมอบหมายให้ปฏิบัติงานในการจัดการพื้นที่ป่าอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าต้นน้ำเสื่อมสภาพขึ้น โดยระบุว่า สถานการณ์ความขัดแย้งการใช้ทรัพยากรที่ดินและป่าไม้ ส่งผลให้พื้นที่ป่าของประเทศมีอัตราลดลงอย่างต่อเนื่อง จึงวางกรอบการจัดการป่าไม้ไทยอย่างยั่งยืน เพื่อแก้ปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน แก่ชุมชนที่อยู่ในเขตป่าอนุรักษ์ทั้งก่อนและหลังมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 มิ.ย.2541

และมอบหมายให้กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช สำรวจการครอบครองที่ดิน โดยสำรวจขอบเขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์ที่ยังมีสภาพเป็นป่าสมบูรณ์ และขอบเขตพื้นที่ป่าที่ถูกบุกรุก ให้ชุมชน หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน เข้ามามีส่วนร่วมจัดทำฐานข้อมูล เพื่อใช้บริหารจัดการพื้นที่ป่าอนุรักษ์ และป้องกันการบุกรุกพื้นที่ป่าเพิ่มเติม ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญในปฏิบัติการทวงคืนพื้นที่ป่า และฟื้นฟูป่าเสื่อมโทรม


หากมีการใช้พื้นที่อยู่ก่อนวันที่ 30 มิ.ย.2541 ให้มีการพิสูจน์สิทธิตามมติ ครม.30 มิ.ย. 41 หากพบการบุกรุกหลัง 17 มิ.ย.2557 จะดำเนินการยึดคืนและดำเนินคดี และจัดทำโครงการฟื้นฟูพื้นที่ป่าอนุรักษ์

แต่หากตรวจพบการบุกรุกระหว่าง 30 มิ.ย.2541 -17 มิ.ย.2557 ให้ทำการตรวจสอบคุณสมบัติว่าผู้บุกรุกเป็นใคร หากเป็นผู้ยากไร้ มีรายได้น้อยจะสำรวจข้อมูลด้านเศรษฐกิจ พร้อมจัดเวทีชี้แจงทำแผนพัฒนาชุมชนต้นน้ำและการใช้ประโยชน์พื้นที่ตามหลักการจัดการลุ่มน้ำที่สอดคล้องกับภูมิสังคม และฟื้นฟูพื้นที่ปลูกพืชเชิงเดี่ยวให้เป็นการจัดการอย่างยั่งยืน แต่หากบุกรุกโดยนายทุนจะยึดคืนดำเนินคดี และจัดทำโครงการฟื้นฟูพื้นที่ป่าอนุรักษ์ทดแทน

 

 

ทวงคืนผืนป่า 4.9 ล้านไร่ทั่วประเทศ 

นับตั้งแต่เริ่มแผนปฏิบัติงานจนถึงวันนี้ การจัดการพื้นที่ป่าอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าต้นน้ำเสื่อมสภาพ ได้ดำเนินการในพื้นที่ไปแล้วทั้งสิ้น 293 แห่งทั่วประเทศ แบ่งเป็นอุทยานแห่งชาติ  154 แห่ง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า 62 แห่ง และเขตห้ามล่าสัตว์ป่า จำนวน 77 แห่ง รวมพื้นที่ 4.9 ล้านไร่ 

จากข้อมูลพื้นที่ตามประกาศ มีพื้นที่ป่าอยู่ 71.3 ล้านไร่ เป็นพื้นที่ป่าสมบูรณ์ 66 ล้านไร่ เป็นพื้นที่ใช้ประโยชน์ 5.2 ล้านไร่  ในจำนวนพื้นที่ใช้ประโยชน์ หากแบ่งพื้นที่ บุกรุกตามช่วงเวลา จะได้ว่ามีพื้นที่บุกรุกก่อน 30 มิ.ย.2541 ทั้งหมด 3.6 ล้านไร่ พื้นที่บุกรุกระหว่าง 30 มิ.ย.2541-17 มิ.ย.2557 จำนวน 1.2 ล้านไร่ และพื้นที่บุกรุกหลัง 17 มิ.ย. 2557 จำนวน  56,935.67 ไร่ และเป็นพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิ จำนวน 298,832 ไร่


 


ชิงเผาพื้นที่เกษตร ส่งผล "ภาคเหนือ" ฝุ่น PM 2.5 พุ่ง

Mon, 11 Feb 2019 18:59:00

วันนี้ (11 ก.พ.2562) เมื่อเวลา 17.00 น.กรมควบคุมมลพิษรายงาน สถานการณ์คุณภาพอากาศ พื้นที่ภาคเหนือคุณภาพอากาศอยู่ในระดับ คุณภาพดีมากถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพโดยฝุ่น PM2.5 ตรวจพบค่าระหว่าง 25 - 112 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก.ต่อลบ.ม.) เกินมาตรฐานทั้งฝุ่น PM 2.5 ฝุ่น PM10 และก๊าซโอโซน เนื่องจากพบจุดความร้อนเพิ่มขึ้น คาดสาเหตุจากการเผาพื้นที่การเกษตร โดยหลายจังหวัดมีฝุ่นเกินมาตรฐาน ดังนี้

 

นอกจากนี้ ฝุ่น PM 10 ตรวจพบค่าระหว่าง 39 - 139 มคก.ต่อลบ.ม.เกินมาตรฐาน ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ ลำปาง, ต.นาจักร อ.เมือง แพร่ ส่วนก๊าซโอโซน (O3) ตรวจพบค่าระหว่าง 34 - 81 ส่วนในพันล้านส่วน (ppb) เกินมาตรฐานที่บริเวณ เกินมาตรฐานที่บริเวณต.พระบาท อ.เมือง ลำปาง, ต.สบป้าด อ.แม่เมาะ ลำปาง  ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ ลำปาง

สถานการณ์คุณภาพอากาศ พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยคุณภาพอากาศอยู่ในระดับ คุณภาพปานกลางถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพฝุ่นPM2.5 ตรวจพบค่าระหว่าง 75 - 76 มคก.ต่อลบ.ม. เกินมาตรฐานที่บริเวณ เกินมาตรฐานที่บริเวณ ต.ในเมือง อ.เมือง ขอนแก่น และ ต.นาอาน อ.เมือง จ.เลย ฝุ่น PM10  ตรวจพบค่าระหว่าง 84 - 126 มคก.ต่อลบ.ม. เกินมาตรฐานที่บริเวณ เกินมาตรฐานที่บริเวณต.ในเมือง อ.เมือง ขอนแก่น

 

ชี้สาเหตุจากปัญหาชิงเผาพื้นที่เกษตร 

ด้านนายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ กล่าวว่า จากจุด HotSpot ที่ผ่านมา ก็ยังคงมีการเผาเกิดในพื้นที่ระยะสั้นได้ให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในแต่ละพื้นที่ออกมาฉีดพ่นน้ำ รวมถึงเตรียมเครื่องบินฉุกเฉินไว้เข้าดับไฟป่าในพื้นที่ที่เข้าถึงยาก ในขณะที่ระยะยาวจะเร่งสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชนในจังหวัด ถึงอันตรายจากหมอกควัน เนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องใหม่สำหรับขาวบ้านที่นี้ หากประชาชนทราบถึงจุดนี้ก็น่าจะสามารถแก้ไขปัญหาได้

ขณะที่เจ้าหน้าที่จากสำนักงานขนส่งจังหวัดแพร่ นำเครื่องมือตรวจวัดควันดำ มาตรวจสอบรถโดยสารสาธารณะ ในสถานีขนส่งจังหวัดแพร่ ซึ่งเป็นหนึ่งในความพยายามแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่เกินค่ามาตราฐานมาแล้วหลายวัน โดยก่อนหน้านี้ทางอำเภอเด่นชัย ได้มีความพยามแก้ไขปัญหาโดยการขอความร่วมมือชาวบ้านทีเผาถ่านจำหน่ายในการลดการปล่อยควัน แต่ก็ยังไม่สามารถลดค่าฝุ่นละอองได้

นายปัญจพล ประสิทธิโศภินรองประธานหอการค้า จ.แพร่ ระบุว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่น่าเกิดจากควันจากท่อไอเสียหรือโรงงานอุตสาหกรรม แต่เกิดจากการชิงเผาในพื้นที่โล่ง ทั้งที่ราบและในป่า ก่อนมาตราการห้ามเผา ซึ่งการแก้ไขของภาครัฐยังไม่เข้มข้นและตรงจุด จะต้องหาทางแก้ไขให้ได้เพื่อจะส่งผลกระทบต่อประชาชนให้น้อยที่สุด

 




 

 



 

 


อดีตปลัดล่าหมีขอยังปฏิเสธข้อหา ศาลนัดสืบพยาน 4 มี.ค.นี้

Thu, 7 Feb 2019 20:57:00

วันนี้ (7 ก.พ.2562) นายวัชรชัย สมีรักษ์ อดีตปลัดอำเภอด่านมะขามเตี้ย และพวกรวม 6 คน ซึ่งเป็นจำเลยในคดีร่วมกันล่าหมีขอในเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค พร้อมทีมทนายความ เดินทางไปตามนัดศาลจังหวัดกาญจนบุรี โดยทั้ง 6 คนยังให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาเช่นเดิม ศาลจึงนัดตรวจพยานหลักฐานทั้งฝ่ายโจทก์และฝ่ายจำเลยในวันที่ 4 มี.ค.นี้ หลังจากนั้นจะนัดสืบพยานทั้ง 2 ฝ่ายต่อไป

คดีนี้ อัยการจังหวัดกาญจนบุรียื่นฟ้องนายวัชรชัยและพวกรวม 13 คน ต่อศาลจังหวัดกาญจนบุรี รวม 17 ข้อหา เมื่อวันที่ 24 ม.ค. ศาลได้นัดคุ้มครองสิทธิ์จำเลย ซึ่งมีจำเลย 7 คนยอมรับสารภาพ แต่การสืบเสาะพยานยังไม่สมบูรณ์ ศาลจึงเลื่อนนัดฟังคำพิพากษาไปเป็นวันที่ 6 มี.ค.2562

ส่วนนายวัชรชัยและจำเลยอีก 5 คนให้การปฏิเสธ อัยการต้องแยกฟ้องจำเลยเป็นรายบุคคลใหม่ ซึ่งศาลได้นัดพร้อมกันในวันนี้ แต่จำเลยยังคงให้การปฏิเสธ


หลายภาคส่วนเร่งแก้ปัญหาอ้อยไฟไหม้ลดฝุ่นละอองในอากาศ

Thu, 7 Feb 2019 17:10:00

วันนี้ (7 ก.พ.2562) นางวรวรรณ ชิตอรุณ เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย เปิดเผยว่า จากการสำรวจปริมาณอ้อยไฟไหม้ เมื่อเปรียบเทียบปริมาณอ้อยไฟไหม้ฤดูการผลิตปี 2560/2561 และฤดูการผลิตปี 2561/2562 ณ วันหีบที่ 70 ของฤดูการผลิต มีปริมาณอ้อยไฟไหม้ลดลงถึงร้อยละ 4 โดยอ้อยไฟไหม้ของฤดูการผลิตปี 2560/2561 มีปริมาณ 37,357,786 ตัน คิดเป็นร้อยละ 60 ของปริมาณอ้อยเข้าหีบทั้งหมด ส่วนอ้อยไฟไหม้ในฤดูการผลิตปี 2561/2562 มีปริมาณ 34,628,902 ตัน คิดเป็นร้อยละ 56 ของปริมาณอ้อยเข้าหีบทั้งหมด ซึ่งเป็นผลมาจากความร่วมมือกันของทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาอ้อยไฟไหม้

 

วรวรรณ ชิตอรุณ

วรวรรณ ชิตอรุณ

 

ขณะนี้ผู้ว่าราชการจังหวัด หน่วยงานภาครัฐ ร่วมกับสมาคมชาวไร่อ้อย โรงงานน้ำตาล และเกษตรกร ชาวไร่อ้อยทั่วประเทศ จับมือรณรงค์ไม่ให้เก็บเกี่ยวอ้อย ด้วยวิธีการเผาไร่อ้อยก่อนตัดส่งเข้าโรงงานน้ำตาลและให้ความรู้เรื่องเกี่ยวกับการเผาอ้อย อาทิ จ.กาญจนบุรี นครสวรรค์ กำแพงเพชร นครราชสีมา ชัยภูมิ ขอนแก่น และอุดรธานี จัดกิจกรรมรณรงค์ประชาสัมพันธ์และสร้างความรู้ความเข้าใจกับเกษตรกรชาวไร่อ้อย เรื่องมาตรการแนวทางแก้ไขปัญหาอ้อยไฟไหม้ โทษของฝุ่น PM 2.5 การตัดอ้อยเข้าสู่โรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งได้รับความร่วมมือจากเกษตรกรชาวไร่อ้อยจำนวนมาก เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองในอากาศ

 

 

ทั้งนี้ สอน.จะเดินหน้าโครงการสินเชื่อสำหรับการจัดซื้อรถตัดอ้อยอย่างต่อเนื่อง โดยในปีงบประมาณ 2562 สอน.ได้เสนอขอขยายโครงการส่งเสริมสินเชื่อเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอ้อยอย่างครบวงจร (ระยะที่ 2) โดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สนับสนุนสินเชื่อแก่เกษตรกร กลุ่มเกษตรกร สหกรณ์การเกษตร สถาบันชาวไร่อ้อย กลุ่มบุคคล และวิสาหกิจชุมชน ปีละ 2,000 ล้านบาท ระยะเวลา 3 ปี รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 6,000 ล้านบาท (งบประมาณปี พ.ศ.2562-2564) โดยมีอัตราดอกเบี้ยสำหรับเกษตรกรรายบุคคลอยู่ที่ MRR-5 รัฐบาลชดเชยดอกเบี้ยให้ ธ.ก.ส.แทนผู้กู้ในอัตราร้อยละ 3 ต่อปี และ ธ.ก.ส. รับภาระในอัตราร้อยละ 2 ต่อปี

 

 

สำหรับกลุ่มเกษตรกร สหกรณ์การเกษตร สถาบันชาวไร่อ้อย กลุ่มบุคคล และวิสาหกิจชุมชน คิดดอกเบี้ยในอัตรา MLR โดยเรียกเก็บจากผู้กู้ในอัตรา MLR-3 รัฐบาลชดเชยดอกเบี้ย ให้ ธ.ก.ส.แทนผู้กู้ในอัตราร้อยละ 2 ต่อปี และ ธ.ก.ส.รับภาระในอัตราร้อยละ 1 ต่อปี ซึ่งจะเป็นแนวทางหนึ่งในการช่วยเพิ่มผลิตภาพการผลิต (Productivity) และคุณภาพของผลผลิตอ้อย อีกทั้งสามารถช่วยลดต้นทุนการผลิตได้ในระยะยาว ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็นการช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยและลดปริมาณอ้อยไฟไหม้อย่างยั่งยืนอีกด้วย

 

 


แจกโฉนดที่ดินฉบับชุมชนบ้านหลวง

Thu, 7 Feb 2019 14:07:00

วันนี้ (7 ก.พ.2562) ในเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้การมีส่วนร่วมของชุมชน และแนวทางแก้ปัญหาที่ดินป่าไม้ในเขตอุทยาน จัดโดยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม และมูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนภาคเหนือ

นายกอซิ เพชรไพรพณาวัลย์ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านหลวง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ กล่าวถึงการแก้ปัญหาที่ดิน ต.บ้านหลวง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ หนึ่งในพื้นที่ได้รับผลกระทบจากการประกาศเขตป่าสงวนแห่งชาติ และอุทยานแห่งชาติดอยอินนทนนท์กว่า 221,000 ไร่ ทับที่ดินพื้นที่ทำกินของชาวบ้านปกาเกอะญอ จนเกิดความขัดแย้งมาอย่างต่อเนื่องนานกว่า 20 ปี

ชาวบ้านถูกดำเนินคดี เพราะการพิสูจน์สิทธิ์ตามมติ ครม. วันที่ 30 มิ.ย.2541 ยังไม่สำเร็จ เพราะการตรวจสอบขอบเขตที่ดินทำจากหน่วยงานรัฐ ไม่มีชุมชนหรือชาวบ้านเข้าไปร่วมในกระบวนการพิสูจน์

กระทั่งในปี 2558 ชุมชนมองหาทางออกร่วมกันใหม่ถือเป็นการระเบิดจากข้างใน โดยร่วมกับหน่วยงานรัฐ องค์กรปกครองท้องถิ่น และอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ เพื่อลดปัญหาขัดแย้ง โดยทะเบียนประวัติการใช้ที่ดิน และทำเทศบัญญัติท้องถิ่นจัดการทรัพยากร ขณะนี้สำรวจที่ดินใน 19 หมู่บ้าน รวมพื้นที่ 6,000 ไร่ โดยแล้วเสร็จ 4,000 ไร่ มอบกับชาวบ้านแล้ว 3,000 ไร่ เฉลี่ยสูงสุด 20-25 ไร่ ตรวจสอบทุกเดือนผ่านทางดาวเทียม


ทั้งนี้ มีเป้าหมายการบุกรุกต้องเป็นศูนย์ และมีการมอบให้คณะทำงานเทศบัญญัติท้องถิ่น ต้องมีการลงพื้นที่สำรวจทุกแปลง และทำขอบเขตส่วนใดเป็นป่าต้องขอคืนกลับจากชาวบ้านในพื้นที่สูงชันเกิน และให้เฉพาะที่ทำกินเท่านั้น

กฎเหล็ก 6 ข้อห้ามฝืนถูกริบคืน

นายกอซิ กล่าวว่า ในทะเบียนโฉนดที่มอบให้ชาวบ้านจะมีผังแปลงที่ดิน จำนวนพื้นที่ ผู้ครอบครองว่าเป็นใคร และมีการรับรองโดยเทศมนตรี ผู้ใหญ่ และคณะกรรมการลุ่มน้ำรับรอง อย่างไรก็ตาม มีคำถามว่าที่ดินทำอะไรได้บ้าง ซึ่งในความเป็นจริงมีทั้งทำเกษตร ฟาร์มดอกไม้ สตรอว์เบอรี่ และมีโฮมสเตย์ แต่ทุกครอบครัวต้องไม่ละเมิดกฎข้อห้าม 6 ข้อ

มีข้อห้าม 6 ข้อในทุกใบทะเบียนประวัติโดยเฉพาะห้ามซื้อขายเปลี่ยนมือหรือให้เช่าแก่บุคคลอื่นโดยเด็ดขาด ถ้าฝ่าฝืนจะถูกยึดคืนเป็นของชุมชน นอกจากนี้ ห้ามขยายพื้นที่ออกไปจากขอบเขตที่ระบุไว้ในทะเบียนประวัติการใช้ที่ดิน รวมทั้งให้ที่ดินตกทอดเป็นมรดกของลูกหลาน รวมทั้งกรณีการเช่าที่ดินภายในเครือข่ายตำบลบ้านหลวงให้ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการลุ่มน้ำและกรรมการสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน


ด้าน นายไตรวิทย์  แซ่ยะ อดีตผู้ใหญ่บ้านหลวง กล่าวว่า เหตุผลที่ต้องแก้ไขและจัดทำทะเบียนประวัติการใช้ที่ดิน เนื่องจากระบบการบริหารมีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการที่ดิน ทั้งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย แต่กว่า 10 ปีก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาที่ดินทำกินให้ชาวบ้านมีสิทธิทำกิน เป็นปัญหาที่หน่วยงานต้องเผชิญปัญหาความขัดแย้งและหน่วยงานเองต้องทำตามระเบียบกฎหมายของตัวเอง

ระยะเวลา 10 ปีที่เสนอไปยังคณะกรรมาธิการ และหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้ชาวบ้านมีสิทธิทำกินในที่ดินของตนเองได้ แต่พบว่าไม่สำเร็จ จึงหารือกันว่าต้องทำร่วมกับท้องถิ่น จัดทำทะเบียนประวัติการใช้ที่ดิน ซึ่งผู้ครอบครองสืบทอดให้กับลูกหลานได้ ไม่สามารถซื้อขายหรือนำไปจำนองได้

 


"ไทย-เมียนมา" หารือลดมลพิษทางอากาศ

Thu, 7 Feb 2019 13:32:00

วันนี้ (7 ก.พ.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.อ.สราวุธ ไชยสิทธิ์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ ประธานคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นฝ่ายไทย พร้อม พ.ท.อ่องโกลัด ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 96 ประธานคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นฝ่ายเมียนมา ร่วมเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่น ไทย-เมียนมา ครั้งที่ 4 ณ ที่ว่าการอำเภอพญาตองซู จ.กอกาเร็ก ประเทศเมียนมา

 

 

 

 

 

 

สำหรับเนื้อหาการหารือยังคงเน้นย้ำเรื่องทั่วไป ทั้งการแก้ปัญหาอาชญากรรม ยาเสพติด ตามแนวชายแดน รวมทั้งปัญหาการเปิดจุดผ่อนปรน ที่ฝ่ายไทยเสนอให้ทางทางการเมียนมาพิจารณา เพื่อพัฒนาเป็นจุดผ่านแดนถาวรในอนาคต ขณะที่ทางฝ่ายเมียนมาขอความร่วมมือฝ่ายไทย ช่วยดูแลแรงงานชาวเมียนมาที่ทำงานในฝั่งไทยกว่า 3,000 คน ให้ได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานจากผู้ประกอบการไทย

 

 

 

 

 

 

นอกจากนี้ ฝ่ายไทยยังขอความร่วมมือทางการเมียนมา ขอความร่วมมือชาวบ้านใน อ.พญาตองซู งดการเผาป่า เนื่องจากทำให้เกิดฝุ่นละออง ควัน และมลภาวะ ซึ่งกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมของทั้ง 2 ประเทศ โดยฝ่ายเมียนมายืนยันพร้อมให้ความร่วมมือ

 

 

 

 

 

 

 

 


ฝุ่น PM 2.5 : ตรุษจีนเยาวราช ลดจุดธูป-เผากระดาษ ลดฝุ่นพิษ

Mon, 4 Feb 2019 18:32:00

วันนี้ (4 ก.พ.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตรุษจีนปีนี้ชุมชนชาวไทยเชื้อสายจีนย่านเยาวราชไร้เสียงประทัด กลุ่มฝุ่นควันจากการจุดธูป เผากระดาษเงินกระดาษก็ไม่คละคลุ้งเหมือนทุกปี ซึ่งเป็นผลจากการปรับตัวขานรับแนวทางลดฝุ่น พร้อมกับการสืบสานประเพณีปฏิบัติช่วงตรุษจีน


ความปรารถให้กิจการเจริญรุ่งเรื่องชีวิตครอบครัวสมบูรณ์พูนสุข สื่อความหมายผ่านอาหารคาวหวาน ผลไม้ เครื่องไหว้ฟ้าดิน และเทพ ที่ครอบครัว "เจริญไทยพาณิช" ใช้ในวันไหว้ตรุษจีนทุกๆปี แตกต่างจากเดิม คือ ธูปที่ลดขนาดและลดปริมาณการใช้ลง จุดบูชาเซียนภายในบ้าน ยังใช้วิธีปักธูปอย่างเดียวแทนจุดไฟ เพื่อลดภัยสุขภาพและขานรับแนวทางลดฝุ่นพิษ PM2.5


ไพศาล เจริญไทยพานิช ชาวไทยเชื้อสายจีนย่านเยาวราช ระบุว่า สภาพอากาศเวลานี้ มีปัญหามาก จึงคิดว่าเราทุกคนต้องช่วยกัน อะไรที่ไม่จำเป็นก็จะพยายามไม่ทำ ตรุษจีนปีนี้ ที่บ้านก็ช่วยลดปัญหาฝุ่นด้วยการไม่จุดธูป อธิษฐานในใจ หรือซื้อธูปไร้ควันมาไหว้แทน และเผากระดาษเล็กน้อยให้เป็นพิธี 

เช่นเดียวกับชาวไทยเชื้อสายจีนครอบครัวอื่นๆย่านเยาวราชที่งดจุดประทัด และลดการเผากระดาษเงินกระดาษทองลงจากเดิมกว่าครึ่ง เพื่อสืบทอดประเพณีปฏิบัติ พร้อมๆกับร่วมกู้วิกฤตมลพิษทางอากาศ


กระถางเผากระดาษเงินกระดาษทองที่ถูกปิดแน่นหนาพร้อมประกาศขอความร่วมมืองดจุดธูปบูชาเจ้าแม่กวนอิมและเทพเจ้า ซึ่งเดิม ต้องจุดธูปถึงคนละ 15 ดอก เป็นอีกความพยายามช่วยลดฝุ่น PM2.5 ของมูลนิธิเทียนฟ้า ที่สื่อสารกับผู้มาเยือนศาลเจ้าแม่กวนอิม ช่วงฝุ่นพิษคลุมเมือง เช่นเดียวกับวัดและศาลเจ้าอื่นๆ

หลายคนเลือกตั้งจิตอธิษฐานและแสดงใจศรัทธาด้วยมือเปล่า แต่อีกไม่น้อย ยังคงจุดธูปและเผากระดาษตามขนบธรรมเนียม เพื่อเป็นสัญลักษณ์บูชาขอพรช่วงเทศกาลสำคัญ


สำหรับปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กที่นำมาสู่การปรับตัวช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้ สะท้อนถึงความตระหนักของประชาชน ที่เห็นทุกคนต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบ ช่วยฟื้นฟูสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อม

ก่อนหน้านี้มีการประเมินจากนักวิชาการคณะวิศกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่าหากงดการจุดธูปและเผากระดาษเงินกระดาษทอง ตั้งแต่เดือนมกราคมต่อเนื่องถึงช่วงเทศกาลตรุษจีน จะลดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ได้ประมาณ 5-8 เปอร์เซ็น