ไทยพีบีเอสพาผู้ชมร่วมกิจกรรม "เธอ เขา เรา ใคร เยือนยวน"

Sun, 25 Aug 2019 19:30:00

ชมสถาปัตยกรรมเก่าเล่าประวัติศาสตร์ พร้อมลิ้มรสอาหารพื้นบ้านไทยวน

เพราะนอกจากความงามของสถาปัตยกรรมอุโบสถหลังเก่า ที่ดึงดูดให้เหล่าผู้ร่วมกิจกรรมพากันเดินสำรวจและบันทึกภาพมุมสวย วัดจันทบุรี ยังเต็มไปด้วยเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์ ด้วยมีจิตรกรรมฝาผนัง ภาพบ้านเรือนแบบล้านนาหลังคากาแลยกสูง รวมถึงเอกลักษณ์เครื่องแต่งกายแบบยวนที่หญิงจะนุ่งซิ่นห่มผ้าเฉวียงบ่า เป็นอีกหลักฐานเก่าเล่าที่มาของชาวไทยวน อ.เสาไห้ จ.สระบุรี

วัดจันทบุรี อ.เสาไห้ จ.สระบุรี

วัดจันทบุรี อ.เสาไห้ จ.สระบุรี

นี่คือพื้นที่กิจกรรมที่ไทยพีบีเอส ร่วมกับผู้ผลิตสารคดีชุด "เธอ เขา เรา ใคร" พาผู้ชมทางบ้านร่วมสำรวจ สัมผัสวีถีชีวิต เรียกน้ำย่อยก่อนสารคดีลงจอออกอากาศจริงในเดือนกันยายน งานนี้ผู้ร่วมกิจกรรมกว่า 80 คน ยังได้เดินทางศึกษาประวัติศาสตร์การตั้งรกรากของชาวไทยวนที่ วัดสมุหประดิษฐาราม และร่วมชมร่วมชิมอาหารพื้นบ้านที่ ตลาดต้าน้ำโบราณบ้านต้นตาล

ตลาดต้าน้ำบ้านต้นตาล

ตลาดต้าน้ำบ้านต้นตาล

ร่วมฟังเสวนา ความหลากหลายของผู้คน

หลังจากอิ่มท้องก็ถึงทีเหล่าวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ผศ.ดร.พิเชฐ สายพันธ์ นักวิชาการด้านชาติพันธุ์วิทยา, ศรัณย์ บุญประเสริฐ นักเขียนและนักวิชาการด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, สุพัตรา ชูชม ลูกหลานไทยวน สระบุรี และ นิรมล เมธีสุวกุล ผู้ดำเนินรายการ สารคดี เธอ เขา เรา ใคร ชวนพูดคุยเสวนาหัวข้อ "ผู้คนหลากหลายในแผ่นดินไทย" ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเองของทีมงานหอวัฒนธรรมพื้นบ้านไทยวน แหล่งเรียนรู้ของชุมชน

หอวัฒนธรรมพื้นบ้านไทยวน

หอวัฒนธรรมพื้นบ้านไทยวน

 

สุพัตรา ชูชม / ลูกหลานไทยวน สระบุรี

สุพัตรา ชูชม / ลูกหลานไทยวน สระบุรี

ผู้นำชุมชนเราเข้มแข็ง ยังคงสอนให้ลูกพูดภาษายวน รักษาอัตลักษณ์การทอผ้านุ่งห่มแบบเดิม กินอาหารแบบเดิม เราอยากให้สื่อรับรู้ว่าอะไรทำให้เรายังคงรักษาเอกลักษณ์ไทยวนได้ถึง 215 ปี

 

ไม่เพียงความรู้ด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดี วิถีชีวิต หากสารคดีชุดนี้ยังตีโจทย์ไปถึงแง่มุมด้านวิทยาศาสตร์ โดยอ้างอิงจากหลักฐานทางพันธุกรรม นำไปสู่ความรู้ใหม่เพื่อสร้างความเข้าใจต่อคำถามที่ว่า "คนไทยคือใคร มาจากไหน" นำเสนอผ่านสารคดี ซึ่งจะบอกเล่าตั้งแต่เรื่องราวยุคก่อนประวัติศาสตร์ จนถึงการก่อร่างสร้างวัฒนธรรม นำมาสู่ความเป็นคนไทยในปัจจบุัน

นิรมล เมธีสุวกุล / ผู้ดำเนินรายการ สารคดีชุด

นิรมล เมธีสุวกุล / ผู้ดำเนินรายการ สารคดีชุด "เธอ เขา เรา ใคร"

เทคนิคการทำสารคดีชุดนี้เป็นลักษณะของการสืบค้นตั้งโจทย์ตั้งคำถาม ภายใต้ประวัติศาสตร์ โบราณคดี พันธุศาสตร์ ภาษาและวัฒนธรรม ต้องยอมรับว่าท่ามกลางความหลากหลาย มีกลุ่มคนและชาติพันธ์ที่อยู่ในภาวะเสี่ยงเสียโอกาสถูกละเลยมาก สารคดีชุดนี้จึงถือเป็นงานส่วนรวมที่ทั้งผู้ผลิตและสถานีไทยพีบีเอส ตั้งใจทำเพื่อสร้างความเข้าใจ

สารคดีชุด เธอ เขา เรา ใคร จะออกอากาศเต็มอิ่มตลอด 1 ชั่วโมง โดยพร้อมลงจอให้ได้ชมกันทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 21.10 น. เริ่มตอนแรกวันเสาร์ที่ 21 กันยายนนี้

https://www.facebook.com/315171348493095/posts/2666966749980198/

 


ซ้อมคอนเสิร์ตย้อนความหลัง "โก๋หลังวัง เดอะมิวสิคัล"

Fri, 23 Aug 2019 18:30:00

อีกไม่กี่วันคอนเสิร์ตใหญ่ในนาม "โก๋หลังวัง" ก็จะจัดแสดงให้แฟนๆได้สนุกกันอีกครั้ง งานนี้เหล่านักร้องรุ่นใหญ่ซักซ้อมเตรียมคิวกันเต็มที่ ไม่ใช่แค่ร้องแต่ยังซักซ้อมบท เตรียมขึ้นโชว์กับบทบาทจิ๊กโก๋จิ๊กกี๋ นำทีมโดยโก๋รุ่นใหญ่ จีระศักดิ์ ปิ่นสุวรรณ พาสามสาวระดับตำนานอย่าง สุดา ชื่นบาน, ฉวีวรรณ ทองแย้ม, เมธินี อ่วมเจริญ และคู่หูคู่ฮา ชมพู-ปิง ฟรุ๊ตตี้ มาช่วยเล่าความหลังผ่านบทเพลงดังยุค 60 ในคอนเสิร์ต โก๋หลังวัง เดอะมิวสิคัล

 


นอกจากความสนุกที่มอบให้แฟนๆ เหล่านักแสดง ทีมงานกว่าครึ่งยังพูดตรงกันว่า เหมือนได้ย้อนกลับไปในอดีต ยุคที่วัยรุ่นวังบูรพามารวมตัวร้องรำและเล่นดนตรี

ตี๋-จีระศักดิ์ ปิ่นสุวรรณ (เอลวิสเมืองไทย)

ตี๋-จีระศักดิ์ ปิ่นสุวรรณ (เอลวิสเมืองไทย)


ยุคนั้นวังบูรพาจะมีโรงหนังสามโรง คือ คิงส์ แกรนด์และควีน จะเอาหนังเพลงของเอลวิส เพรสลีย์,คลิฟฟ์ ริชาร์ด มาฉาย วัยรุ่นก็จะมาดูกันเยอะ

เพื่อส่งต่อความทรงจำ ยังได้เหล่าคนรุ่นใหม่ทั้ง แพรว รัฐพร จากเวที AF, อุ๊บอิ๊บ กนกวรรณ, เมจิ ภัทรานิษฐ์, ฟ้า กานต์ธยาน์วรรณ์, สปาย ภาสกรณ์, กะธิ กตธิป และ เข้ม ศุภกิจ ร่วมร้องร่วมโชว์ ถ่ายทอดบทเพลงยุคเก่า โดยคอนเสิร์ต "โก๋หลังวัง ตอน โก๋กี๋มีเรื่องเล่า" จะจัดแสดงในวันอาทิตย์ที่ 25 สิงหาคมนี้ ที่ศาลาเฉลิมกรุง

 

https://www.facebook.com/315171348493095/posts/2662940577049482/

 


โตโน่ ภาคิน โพสต์อาลัย "ยามีล" ย้ำปัญหาสิ่งแวดล้อมคือเรื่องของทุกคน

Fri, 23 Aug 2019 12:52:00

"โตโน่-ภาคิน คำวิลัยศักดิ์" มีความฝันอยากเห็นประเทศไทยติด 1 ใน 10 ประเทศที่สิ่งแวดล้อมดีที่สุดในโลก แต่จะทำ "ฝัน" นี้ให้เป็นจริงนั้นไม่ง่าย เมื่อปัญหาขยะและสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยเข้าขั้น "วิกฤต" แย่ติดอันดับโลก เป็นจุดเริ่มต้นให้ทำโครงการ "เก็บรักษ์" เดินทางเก็บขยะทั่วประเทศไทย ที่ทำมาต่อเนื่องได้ 8 เดือนแล้ว

โพสต์อาลัย "ยามีล" เตือนสัตว์ทะเลจะไม่ตายแค่นี้

"หลับฝันดีนะ #ยามีล #มาเรียม" ข้อความบนอินสตาแกรมของนักร้องหนุ่ม https://www.instagram.com/mootono29/ ที่โพสต์ขึ้นทันทีหลังข่าวการจากไปของพะยูนตัวน้อย และนับเป็นพะยูนตัวที่ 17 ที่ตายในปีนี้ ต่อจาก "มาเรียม" พะยูนแห่งเกาะลิบง ที่จากไปด้วยสาเหตุขยะพลาสติก สะท้อนปัญหาพลาสติกในทะเล ที่กระทบชีวิตสัตว์หายาก

"หลับฝันดีนะ #ยามีล #มาเรียม" บนอินสตาแกรมของโตโน่ ภาคิน

โพสต์อาลัยพะยูนแห่งท้องทะเลไทย ซึ่ง

โพสต์อาลัยพะยูนแห่งท้องทะเลไทย ซึ่ง "ยามีล" เป็นพะยูนตัวที่ 17 ที่ตายในปีนี้


"โตโน่" เห็นมากับตา เจอมากับตัว เรื่องปัญหาขยะพลาสติก และขยะอื่นๆ ที่ไม่สมควรอยู่ในทะเล เช่น โซฟา หรือเตียง ซึ่งเห็นจนชิน ไม่ตกใจแล้ว โดยกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา นักร้องหนุ่มเพิ่งกลับมาจากโครงการ "เก็บรักษ์" เก็บขยะรอบเขื่อนบางวาด ที่จังหวัดภูเก็ต แต่มีอยู่สถานที่หนึ่งที่ "โตโน่" สะเทือนใจที่สุด คือ หาดแม่รำพึง จ. ระยอง ที่ทำให้ตระหนักว่า "ทะเล" เป็นบ่อสะสมขยะที่ต้นทางมาจาก "บนบก" นี่จึงเป็นปัญหาระดับโครงสร้าง ที่อาศัยเพียง 2 มือของตัวเองคงไม่พอ

ในเวลา 2 ชั่วโมงกว่า เราเก็บขยะได้ 3 ตัน แต่ว่าแค่ข้ามวันมันกลับมาเหมือนเดิม นั่นหมายความว่า ไม่ใช่แค่คนในพื้นที่ทิ้งอย่างเดียว มันมาจากแม่น้ำ จากแม่น้ำมาสู่ทะเล แล้วทะเลนั่นแหล่ะก็เอาขึ้นมาที่ฝั่ง เราเลยเห็นว่าถ้าเกิดทุกคนยังนิ่งดูดาย มองว่าบ้านฉันไม่ได้อยู่ใกล้ทะเล ฉันจะทิ้งอะไรก็ได้ จะใช้อะไรก็ได้ ไม่ได้ทางแก้ได้
โครงการเก็บรักษ์ จ. ระยอง

โครงการเก็บรักษ์ จ. ระยอง

โครงการเก็บรักษ์ จ. ระยอง

โครงการเก็บรักษ์ จ. ระยอง

โครงการเก็บรักษ์ จ. ระยอง

โครงการเก็บรักษ์ จ. ระยอง

โครงการเก็บรักษ์ จ. ระยอง ที่นักร้องหนุ่มเล่าว่าวันเดียวเก็บขยะได้ 3 ตัน แต่วันรุ่งขึ้นกลับพบว่าขยะไม่ได้หมดไปจากท้องทะเล

โครงการเก็บรักษ์ จ. ระยอง ที่นักร้องหนุ่มเล่าว่าวันเดียวเก็บขยะได้ 3 ตัน แต่วันรุ่งขึ้นกลับพบว่าขยะไม่ได้หมดไปจากท้องทะเล


ปรับคิวงาน เพื่อ "เก็บรักษ์"

ปัญหาขยะคืองานใหญ่ระดับมิชชั่นอิมพอสสิเบิ้ล "โตโน่" เลยวางแผนงานบันเทิงของตัวเองใหม่ เพราะอยากทำงานเพื่อสิ่งแวดล้อม คู่กับการทำงานเพลงร่วมกับวงดนตรี "โตโน่ แอนด์ เดอะ ดัสท์" ซึ่งวงกำลังจะทำอัลบั้มด้วย โดยทุกเดือนจะแบ่งคิวไว้เลย 2-3 วัน ไม่รับงานอีเว้นต์งานร้องเพลง เพื่อเดินทางไปต่างจังหวัด 

สำหรับผม "เก็บรักษ์" สำคัญกว่าเรื่องส่วนตัว สำคัญกว่างานของผม สำคัญกว่าเงินของผม มันเป็นเรื่องของคนหมู่มาก ดังนั้นเราก็ควรทำให้มันดีที่สุด ทำให้มันจริง
ผมเป็นคนหนึ่งที่ไม่อยากแค่พูดอย่างเดียว ผมอยากทำด้วย จนกว่ามันจะสำเร็จ

ส่วนภารกิจโครงการ "เก็บรักษ์" ในเดือนกันยายน "โตโน่" เพื่อนดารา และกลุ่มแฟนคลับ จะเดินทางไปที่ อ. บางกระเจ้า จ. สมุทรสาคร เป็นเวลา 2 วัน คือวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ที่ 26-27 กันยายน

ชมข่าวย้อนหลัง "โตโน่ ภาคิน จากเสียงร้อง สู่เสียงเพื่อสิ่งแวดล้อม"

https://www.facebook.com/ArtandCultureThaiPBS/videos/412007119435308/


"บ่าววี" เตรียมเลื่อนยศเป็นเรืออากาศตรี - รีเทิร์นงานเพลง

Thu, 22 Aug 2019 14:20:00

เรียก "พี่บ่าว" เฉยๆ ไม่ได้แล้ว เพราะตอนนี้ "บ่าววี" รอติดดาวเป็น "เรืออากาศตรี" และสาเหตุที่ไม่มีงานแสดง งานโชว์ตัวเลยตลอด 4 เดือน ก็เพราะให้เวลากับการอ่านหนังสือ สอบเลื่อนยศจนผ่านหลักสูตรอบรมนายทหารชั้นผู้บังคับหมวด

กว่าจะสอบผ่านก็ไม่ง่าย ต้องวิ่งวัดสมรรถภาพทางร่างกายกลางแดดร้อนจัด ซึ่ง "บ่าววี" ออกกำลังกายหนักไม่ได้ ผลจากการผ่าตัดลิ้นหัวใจรั่วตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว แต่ต้องทำให้ได้ เพราะอาชีพราชการเป็นความฝัน และได้โอกาสทำงานตอบแทนสังคม

"บ่าววี" เล่าว่า เป็นทหารตั้งแต่อายุ 18 เป็นนักเรียนจ่า แต่มันห่างไปนาน ตอนนี้อายุ 40 กว่ามาฝึกอีกรอบมันก็ยาก สุขภาพอะไรเราก็ไม่ได้ดีเหมือนก่อน กังวลเรื่องเดียวคือลิ้นหัวใจที่ผ่าตัดมา ออกกำลังกายหนักเหมือนเดิมไม่ได้ แล้วเราหายใจไม่ทัน เวลาสอบทหารต้องวิ่งรวมกับคนอื่น คนอื่นวิ่งได้ 5 รอบ แต่ผมวิ่งได้ 2-3 รอบ แต่อาจารย์ก็เข้าใจเพราะเรามีใบรับรองแพทย์

เวลาไปไหน แฟนคลับที่เป็นเด็กๆ จะชอบบทบาทของเราที่เป็นทหาร เป็นนักร้อง ถามว่าต้องทำยังไงถึงจะเป็นแบบพี่บ่าววี เขามีเราเป็นไอดอลในด้านนี้ เราก็พยายามทำสิ่งดีๆให้เขาได้เห็น

ทำเพลงลูกทุ่งปักษ์ใต้ออนไลน์ไม่ง่าย

พอตามฝันอาชีพราชการทหารได้สำเร็จ ก็ถึงเวลากลับมาทำงานบันเทิงได้เต็มตัวมากขึ้น โดยพี่บ่าวบอกว่ายังเหลือสัญญากับสังกัดเดิมปีครึ่ง และยังต้องควักทุนส่วนตัวในการทำงานเพลงเหมือนเดิม แต่ทั้งหมดนี้ก็ยังไม่ยากเท่าการทำเพลงลูกทุ่งให้ถูกใจคนฟังเพลงยุคดิจิทัล เพราะส่วนตัวโตมากับยุคเทป ซีดี เรื่องโซเชียลสำหรับพี่บ่าวจึงจับทางไม่ง่ายเหมือนกัน

มันยากตรงที่เราโตมากับยุคซีดี เราไม่ใช่คนยุคใหม่ เข้าไปในยูทูป แต่มันก็ยังพอมีกลุ่มเเฟนเพลงของเรา แต่กลุ่มแฟนเพลงของเราก็ไม่ใช่คนดูยูทูป ไม่ได้เล่นอะไรแบบนี้แล้ว ไม่ได้เล่นโซเชียลอะไรต่างๆ

ส่วนงานละครโทรทัศน์ ก็มีละครแนวบู๊แอ็คชั่นเหลือถ่ายทำอีก 1 คิว ที่ต้องรอก็มีนักแสดงนำ คือ "เมฆ วินัย ไกรบุตร" ก็ต้องรอให้หายจากอาการป่วยจากโรคเพมฟิกอยด์

หลังจากนี้ก็ต้องแบ่งเวลาระหว่างงานราชการ บริการประชาชน กับงานบันเทิง โดยโฟกัสกับงานหลัก คืออาชีพราชการทหาร ส่วนการถ่ายทำละคร และงานเพลง จะใช้เวลาเฉพาะวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ เท่านั้น

ชมข่าวย้อนหลัง "บ่าววี" ก้าวใหม่อาชีพราชการ กับงานบันเทิง https://www.facebook.com/ArtandCultureThaiPBS/videos/367954000544447/


ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก พบนักจิตบำบัด จากละครดราม่า

Wed, 21 Aug 2019 15:12:00

ละครเพิ่งอวสานไปหมาดๆ จนผู้ชมต่างยกให้นางเอกสาว "ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก" ขึ้นแท่นนักแสดงเจ้าบทบาท ตีบทแตกจากคาแรคเตอร์สาวข้ามเพศ

ล่าสุด "ใบเฟิร์น" บอกว่า หลังปิดกล้องก็ได้ไปพบนักจิตบำบัดตามที่ตั้งใจไว้เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากละครเรื่องล่าสุด ต้องถ่ายทอดบทบาทผู้มีความหลากหลายทางเพศ ซึ่งไกลตัวนักแสดงสาว อีกทั้งตัวละครยังมีความซับซ้อนทางอารมณ์สูง มีทั้งปมครอบครัว ปมทางเพศ และมีความเจ็บป่วยทางอารมณ์

เพื่อถ่ายทอดอารมณ์เหล่านี้ให้สมจริงในละคร ทำให้ในชีวิตจริง "ใบเฟิร์น" ก็ต้องอยู่กับอารมณ์ต่างๆ เป็นเวลาติดต่อกันนานๆ จนส่งผลกระทบต่อชีวิต ก่อนหน้านี้ขับรถไปก็ร้องไห้แบบไม่มีสาเหตุ ผู้จัดการส่วนตัวจึงแนะนำให้ลองพบนักจิตบำบัด เพื่อหาวิธีการดึงตัวเองออกจากคาแรคเตอร์ในละคร

"ใบเฟิร์น" เล่าว่า พอใช้อารมณ์ในโหมดใดโหมดนึงมากๆ อย่างอาการวิตกจริต กังวล หดหู่ ซึมเศร้า ว้าเหว่อะไรพวกนี้ พอเราอยู่กับมันมากๆ อาทิตย์นึงเฟิร์นถ่ายหลายวันมาก ทั้งวันทั้งคืน มันก็เป็นปกติที่ในวันหยุด เฟิร์นจะมีอารมณ์อยู่ในโหมดเหล่านั้นบ่อยกว่าปกติ ทำให้เรารู้สึกทุกข์ใจ เสียใจ

จะพูดว่ามันเป็นมาจากตัวละคร มันก็ด้วยส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนหนึ่ง เฟิร์นจำเป็นต้องเข้าใจตัวเองในฐานะนักแสดงด้วยว่าอารมณ์โหมดนี้มันถูกใช้เยอะขึ้นนะ และถ้าเฟิร์นจัดการกับมันได้ เฟิร์นก็สามารถดึงความสุข ดึงทุกอย่างส่วนอื่นของเฟิร์นกลับมาเหมือนเดิมได้

นางเอกสาวเสริมว่า ไม่อยากให้มองการพบจิตแพทย์ เป็นเรื่องไกลตัว หรือผิดปกติ เพราะแม้แต่ในต่างประเทศ นักแสดงหลายคนก็ต้องพึ่งพานักจิตบำบัด เพื่อดึงตัวเองกลับมาในชีวิตจริง

ไม่ใช่เพียงนักแสดง แต่คนทั่วไปที่เผชิญความเครียด ความกดดันจากการทำงาน ก็มีทางเลือกได้ว่าต้องการคำปรึกษาจากจิตแพทย์หรือไม่ และสังคมควรมองอย่างใจกว้าง ว่าสุขภาพจิตเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม หากเจ็บป่วยก็ควรพบหมอรักษา เหมือนอาการป่วยไข้ทางกายค่ะ

ชมข่าวย้อนหลัง "ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก" กับแนวคิดพบจิตแพทย์ หลังภาวะเครียดจากบทดราม่า

 


หน้าใหม่ (รอบ 2) ของ "สุรชัย สมบัติเจริญ"

Wed, 21 Aug 2019 13:35:00

ปรากฎตัวล่าสุดกับสื่อมวลชน มาพร้อมกับรอยยิ้มและโฉมหน้าใหม่ ที่เพิ่งผ่าตัดทำศัลยกรรม รอบที่ 2 ไปสดๆร้อนๆเมื่อเดือนที่แล้ว ตอกย้ำภาพนักร้องหน้าใหม่ของลูกทุ่งรุ่นใหญ่ "สุรชัย สมบัติเจริญ" ออกสื่อพร้อมกับความมั่นใจเพราะพักฟื้นจนใบหน้าเข้าที่ เผยถึงการตัดสินใจทำศัลยกรรม รอบที่ 2 กับโครงการ Face Off ซึ่งเป็นโครงการเดิมกับที่ผ่าตัดแปลงโฉมครั้งแรก เมื่อ 3 ปีที่แล้ว สวนกระแสข่าวของโครงการนี้ ที่กำลังมีเรื่องฟ้องร้องกับผู้เข้าร่วมโครงการส่วนหนึ่ง และคดีความอยู่ในชั้นศาล

มีความรู้สึกว่าเรารักตัวเองและอยากอะไรให้กับตัวเอง หลายคนถามว่าผมเสพติดรึเปล่า ผมก็ไม่รู้สิ เสพติดเป็นยังไง ก็นี่ 3 ปีแล้ว คนเราอายุมากขึ้นแล้ว แม้จะคลีน ดูแลตัวเองก็ได้ระดับหนึ่ง แต่ถ้าเราดูแลเรื่อยๆ เดี๋ยวนี้ก็ก้าวไปถึงสเต็มเซลล์แล้ว

เป้าหมายยกเครื่องหน้าใหม่ครั้งนี้ของ "แอ๊ด สุรชัย สมบัติเจริญ" ในวัย 63 ปี คืออยากให้ตัวเองดูสดใส และเด็กลงกว่าเดิม เลยตัดสินใจ ผ่าตัดยุบโหนกแก้ม เติมไขมันขมับ 2 ข้าง และหน้าผาก ยอมรับตรงๆว่ามีความสุขกับการทำศัลยกรรม เพราะทำออกมาแล้วรู้สึกว่าตัวเองดูดีขึ้น ไปไหนมาไหนไม่ต้องทนกับคำถามแทงใจของคนวัยเกษียณ ขณะเดียวกันก็เชื่อว่า ใบหน้าที่ยังดูหนุ่มจะมีผลต่องานแสดง

ทำยังไงได้เดินไปไหน เดี๋ยวนี้ แก่จัง อ้วน มันก็เฟคอ่ะใจเรามันก็ไม่มั่นใจ ตราบใดที่เรายังยืนอยู่ในโลกของนักแสดง เออ ดูดีนะ มันก็มีความสุข ขอเล่นอยู่ในละครเป็นตัวพ่อ เป็นปู่ก็ไม่ไหว ก็ไม่อยากแก่ บอกตรงๆอยากให้ใบหน้าดูกระชับ เพราะคน 60 กว่าแล้ว ต่างประเทศเขาก็ดูแล

หน้าใหม่รอบที่ 2 เพิ่งเข้าที่ "สุรชัย สมบัติเจริญ" เปิดเผยแผนเตรียมศัลยกรรม รอบที่ 3 โดยคราวนี้เน้นเสริมจมูก แก้ไขจุดที่บกพร่อง และ เสริมซิกแพค ให้มีกล้ามท้อง โดยวางแผนไว้ว่าจะผ่าตัดศัลยกรรม ครั้งที่ 3 ให้เสร็จภายในฤดูฝนนี้ เพราะเป็นช่วงพักเดินสายวงดนตรีลูกทุ่ง ผ่าตัดเสร็จก็พร้อมกลับมารับงาน และย้ำว่าการทำศัลยกรรม คือความสุขของตัวเอง

 

 

 

 


เพียงคำเดียว สำนวนจากการละเล่นชักเชิดหุ่น

Wed, 21 Aug 2019 11:00:00

เพราะไม่ใช่แค่บังคับ จับให้ขยับ หากยังทำให้เคลื่อนไหวด้วยกลไกเชื่อมต่อหุ่นเข้ากับเชือกหรือเส้นด้าย จนดูคล้ายกับหุ่นขยับได้เอง นอกจากเป็นวิธีสร้างสรรค์การแสดงที่หลายชาตินำมาใช้กับหุ่นในแบบต่างๆ วิธีเดียวกันนี้ยังมีให้เห็นในศิลปะการแสดงพื้นบ้านไทย ที่ผู้เชิดทำให้ตัวหนังเคลื่อนไหวราวมีชีวิต 

 

จากหนังหรือหุ่นเบื้องหน้าจึงกลายเป็นที่มาของคำกริยา ว่าด้วยการ "ชักใย" สำนวนไทยใช้เปรียบกับการกระทำที่มีผู้ควบคุมบงการอยู่เบื้องหลัง หรือในบางครั้งยังแสดงถึงอิทธิพลของกลุ่มคนที่ไม่ดี บางทีใช้ว่า "หุ่นเชิด"

ผศ.พิมพาภรณ์ บุญประเสริฐ / อาจารย์คณะมนุษยศาสตร์ มศว 

ใยก็เหมือนกับเชือกที่จะต้องไม่เส้นใหญ่หรือชัดเจนมากนัก เหมือนว่าหุ่นเคลื่อนไหวไปเองตามธรรมชาติ ชักใยจึงเป็นสำนวนที่มาจากการแสดงหรือการละเล่น เปรียบเทียบพฤติกรรมคนที่ไม่ได้เป็นตัวของตัวเอง ต้องมีคนคอยบอก

 

นอกจากกริยาการชักเชิดหุ่นในสำนวนไทย ภาษาอังกฤษเองก็มีคำเฉพาะเจาะจงในความหมายเดียวกัน คือการใช้ PUPPET ทั้งในความหมายว่า หุ่น และหุ่นเชิดที่ตกเป็นเครื่องมือของผู้อื่น

อ.ศุภณิจ กุลศิริ / ประธานหลักสูตร ศศ.บ. สาขาภาษาและการสื่อสารระหว่างวัฒนธรรม มศว 

ในภาษาไทยและภาษาอังกฤษเรามีคำที่ใช้สำนวนเหมือนกันในหลายๆคำ อย่าง PUPPET เป็นคำนาม แปลว่าหุ่น และหุ่นเชิด 

 

รูปแบบการละเล่นที่โดดเด่นของหนังตะลุงหรือหนังใหญ่ ซึ่งในอดีตเป็นมหรสพที่มักลงโรงแสดงก่อนประชุมเพลิง ยังทำให้เกิดสำนวน "หนังหน้าไฟ" ให้ความหมายถึง ผู้ที่คอยออกรับหน้า หรือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนก่อนผู้อื่นเป็นอันดับแรก

 

 


สมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย เตรียมดันคนทำหนังอีสาน

Tue, 20 Aug 2019 18:41:00

ดูเหมือนว่าหนังไทบ้านสไตล์อีสานในช่วงหลายปีมานี้จะมาแรงไม่มีตก เพราะนับตั้งแต่ความสำเร็จของ ไทบ้าน เดอะซีรีส์ ภาคแรก ที่ทั้งสร้างรายได้และได้รับรางวัล จนกระทั่งต่อยอดเป็น "จักรวาลไทบ้าน" มีผลงานภาคต่ออีก 2 เรื่อง (นับรวมภาค 3 ทั้ง 2 เรื่องเป็นเรื่องเดียว) หรือจะเป็นของผู้สร้างรายใหญ่อย่าง หม่ำ จ๊กมก จากเรื่อง ส่มภัคเสี้ยน ทำรายได้ทุละร้อยล้านบาท ก็ยิ่งย้ำให้เห็นว่าตลาดหนังไทยในช่วงไม่ถึง 5 ปีหลังมานี้ กลุ่มคนดูอีสานมาแรงมากที่สุด

 

นี่ยังไม่นับรวมถึงผู้สร้างรายย่อยและการบุกตลาดเพื่อนบ้านอย่างลาวได้ง่าย ในฐานะที่หนังพูดเว่าอีสานทั้งเรื่อง หากส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่ามาจากความกล้าเสี่ยงของผู้สร้างหลายราย ดังที่เห็นจากการรวมตัวเองทีมนักศึกาาจบใหม่ของไทบ้าน เดอะ ซีรีส์

 

ธนิตย์ จิตนุกูล (ซ้ายมือ) นายกสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย นำทีมผู้กำกับฝีมือดีร่วมงาน ทั้ง ปรัชญา ปิ่นแก้ว, นนทรีย์ นิมิบุตร และบัณฑิต ทองดี (เรียงตามลำดับจากซ้าย)

ธนิตย์ จิตนุกูล (ซ้ายมือ) นายกสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย นำทีมผู้กำกับฝีมือดีร่วมงาน ทั้ง ปรัชญา ปิ่นแก้ว, นนทรีย์ นิมิบุตร และบัณฑิต ทองดี (เรียงตามลำดับจากซ้าย)

 

 

ผู้กำกับภาพยนตร์ และนักศึกษาผู้เข้าร่วมงาน

ผู้กำกับภาพยนตร์ และนักศึกษาผู้เข้าร่วมงาน

 

การเติบโตดังกล่าวยังมาจากการพยายามส่งเสริมและพัฒนาฝีมือคนทำหนัง หนึ่งในนั้นคือสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย ที่ล่าสุดจัดโครงการ “เทศกาลภาพยนตร์นานาชาตินครชัยบุรินทร์ ครั้งที่ 2” ขึ้น เพื่อจัดเวิร์คชอปและต่อยอดโอกาสให้กับคนทำหนังรุ่นใหม่ โดยเฉพาะนักศึกษา

 

โครงการ “เทศกาลภาพยนตร์นานาชาตินครชัยบุรินทร์” เป็นอีกหนึ่งโครงการของการพัฒนาทักษะความสามารถในการสร้างภาพยนตร์สั้นส่งเสริมการ ท่องเที่ยวให้กับเยาวชน ในกลุ่มจังหวัดนครชัยบุรินทร์ ซึ่งได้แก่ จังหวัดนครราชสีมา, ชัยภูมิ, บุรีรัมย์ และสุรินทร์ และเพื่อนำภาพยนตร์สั้น ส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ได้มาจัดแสดง และตัดสินมอบรางวัลในงานเทศกาล ภาพยนตร์นานาชาตินครชัยบุรินทร์ เพื่อให้ได้ทั้งเยาวชนผู้มีความสามารถในการสร้างภาพยนตร์ และได้ภาพยนตร์สั้นเพื่อใช้ในการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้และ ดึงดูดความสนใจแก่กลุ่มนักท่องเที่ยว โดยได้ความร่วมมือกันระหว่าง การพัฒนาและส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัดนครชัยบุรินทร์ ร่วมมือกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน และ บริษัท ถนัดหนัง จำกัด

 

 

เปิดโอกาสให้ นิสิต นักศึกษา ระดับอุดมศึกษา หรือเทียบเท่า อายุไม่ เกิน 25 ปี ร่วมส่งผลงานเข้าประกวดภาพยนตร์สั้นในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาตินครชัยบุรินทร์ ครั้งที่ 2 ภายใต้หัวข้อ “การส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวใน 4 จังหวัดนครชัยบุรินทร์” ชิงเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 300,000 บาท ซึ่งได้เปิดให้เยาวชนที่สนใจเข้าส่งผลงานเรื่องสั้นเข้า ในวันที่ 9 – 11 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยมีเยาวชนจากทั้ง 4 จังหวัด เข้าร่วมโครงการจำนวน 200 กว่าคน ได้เข้าอบรมเชิงปฏิบัติการสร้าง ภาพยนตร์สั้น กับทีมงานและผู้กำกับมืออาชีพ และคัดเลือกเรื่องที่น่าสนใจ แบ่งเป็น จังหวัดละ 5 เรื่อง รวมเป็น 20 เรื่อง เพื่อมอบทุนสร้างภาพยนตร์สั้น เรื่องละ 20,000 บาท ให้ไปต่อยอดผลงานกัน ซึ่งน้องๆ ก็จะนำความรู้ ทักษะ ประสบการณ์จากการอบรม กลับไปสร้างเรื่องราวที่น่าสนใจในชุมชน จังหวัดของตน เพื่อส่งเข้าประกวดในงาน “เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ นครชัยบุรินทร์ ครั้งที่ 2” ในวันที่ 3-4 กันยายนนี้ ที่เดอะมอลล์ โคราช

 


องค์กรวิชาชีพสื่อจับมือคนบันเทิง จัดงาน "คนข่าวมาขายของ ครั้งที่ 3"

Tue, 20 Aug 2019 15:46:00

วันนี้ (20 ก.ค.2562) นายพีระวัฒน์ โชติธรรมโม นายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ระบุว่า 7 องค์กรวิชาชีพสื่อ ประกอบด้วย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สหภาพแรงงานกลางสื่อมวลชนไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ สมาคมนักข่าวช่างภาพกีฬาแห่งประเทศไทย ชมรมนักข่าวกองปราบปราม และกลุ่มนักข่าวบันเทิง ร่วมกับภาคเอกชน แถลงเตรียมจัดงาน คนข่าวมาขายของ ครั้งที่ 3 เป็นมาตรการระยะสั้น เพื่อให้พี่น้องสื่อกว่าพันคนที่ประสบปัญหาถูกเลิกจ้างว่างงาน มีช่องทางรายได้ และมีโอกาสในการต่อยอดสู่อาชีพอื่น หลัง 7 ช่องทีวีดิจิทัลคืนใบอนุญาต 

พีระวัฒน์ โชติธรรมโม / นายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย

พีระวัฒน์ โชติธรรมโม / นายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย

ในช่วงที่หนังสือพิมพ์และทีวีบางช่องกำลังจะปิดตัว หลายคนเลยได้รับผลกระทบ หลายองค์กรเลยร่วมกัน ประกอบกับทาง MBK พร้อมช่วยเหลือสื่อ จึงเปิดงานคนข่าวขายของครั้งที่สาม เป็นแค่มาตรการแรกเพื่อให้คนข่าวสร้างรายได้จากสิ่งที่มี เป็นอีกอาชีพเสริม

ขณะที่มาตรการระยะยาว องค์กรสื่อยังเตรียมแผนพัฒนาหลักสูตรการสร้างคอนเทนต์ โดยนอกจากการต่อยอดความสามารถในสายอาชีพ เพื่อให้คนข่าวสามารถทำสื่อได้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคสื่อยุคใหม่ ยังมองไกลไปถึงการบริหารจัดการและการตลาด เป็นอีกช่องทางสร้างรายได้ 

ต้อย หมวกแดง

ต้อย หมวกแดง

และเพื่อตอบแทนน้ำใจพี่น้องสื่อ ในฐานะคนในวงการที่พึ่งพากันมาตลอด งานนี้เหล่าคนบันเทิง นำทีมโดยนักร้องสายเอ็นเตอร์เทน เจเน็ต เขียว และนักแสดงรุ่นใหญ่ ปราปต์ปฎล สุวรรณบาง จึงชักชวนเพื่อนนักร้อง อาทิ ต้อย หมวกแดง, ปีเตอร์ โฟดิฟาย รวมถึง สาว "เบลล์ มนัญญา" และศิลปินน้องใหม่วง Hi-U เตรียมขนความสนุกและกำลังใจไปให้พี่น้องสื่อในงาน "คนข่าวมาขายของ ครั้งที่ 3" ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 11-13 ก.ย.นี้ ที่ MBK เซ็นเตอร์

กัญญ์ชัญญ์ เธียรวิชญ์ (เจเน็ต เขียว) / นักร้อง-นักแสดง

กัญญ์ชัญญ์ เธียรวิชญ์ (เจเน็ต เขียว) / นักร้อง-นักแสดง

ถือว่าอยู่ในวงการเดียวกันแต่คนละสายงาน นักข่าวทุกคนเคยช่วยเราสนับสนุนเรา ยามที่ประสบปัญหาสื่อหลายช่องปิดตัวลงก็อยากช่วย เป็นกำลังใจให้สู้ต่อ เพราะหลายคนอาจยังไม่รู้ว่าตัวเองมีความสามารถด้านไหนบ้าง นี่จึงเป็นอีกโอกาสให้ได้มองหาอาชีพอื่น 

สำหรับสื่อมวลชนที่สนใจติดต่อได้ที่องค์กรสื่อในสังกัด ได้แก่ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย, สหภาพแรงงานกลางสื่อมวลชนไทย, สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์, สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ, สมาคมนักข่าวช่างภาพกีฬาแห่งประเทศไทย, ชมรมนักข่าวกองปราบปราม

 

 


พักงาน "แก้ว BNK48" หลังกระแสข่าวใช้แบรนด์เนมปลอม

Mon, 19 Aug 2019 21:44:00

วันนี้ (19 ส.ค.2562) แฟนเพจของต้นสังกัดได้ออกประกาศพักงานและกิจกรรมของแก้วทั้งหมดใน BNK48 รวมถึงโซเชียลมีเดียตั้งแต่วันที่ 20 ส.ค. - 20 ก.ย.นี้ ระยะเวลานาน 1 เดือน รวมถึงกิจกรรมเทศกาลกีฬาสีบางกอก 48 ในวันที่ 7 ก.ย. และการแสดงในเธียเตอร์ในวันที่อาทิตย์ที่ 25 ส.ค.นี้ ก็จะไม่มี แก้ว BNK48 ขึ้นแสดง

การถูกวิจารณ์ว่าใช้ของเลียนแบบสินค้าแบรนด์เนม ถือว่ากระทบภาพลักษณ์ไม่น้อย เพราะก่อนหน้านี้เธอเป็นไอดอลที่ขายภาพลักษณ์การเป็นพี่ใหญ่ของวง มีฐานะ และใช้แต่ของแบรนด์เนม หากข่าวที่เกิดขึ้นทำให้ #แก้วชอบของแบรนด์เนมค่ะ ที่แฟนคลับเคยใช้อวดของแบรนด์เนมของไอดอล กลายเป็นแฮชแท็กเปิดโปงสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ และติดเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับหนึ่งนานเกือบ 2 วัน ที่มากไปกว่านั้นคือก่อนหน้านี้เธอยังเคยให้ของขวัญวันเกิดกับน้องๆ ในวง ซึ่งหลายคนเชื่อว่าอาจเป็นสินค้าเลียนแบบ ขณะที่สมาชิกคนอื่นให้ของขวัญเป็นสินค้าแบรนด์เนมราคาแพงกับเธอ กระแสที่เกิดขึ้นยังรุนแรงถึงขนาดมีการวิจารณ์ว่าภาพลักษณ์ที่ผ่านมาทั้งหมดอาจเป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้น

ด้าน แก้ว BNK48 ได้โพสต์ผ่านเพจ FACEBOOK ของตัวเองใจความว่า ขอโทษที่ทำให้ทุกคนผิดหวัง เสียความรู้สึกทั้งผู้บริหาร ครู และเมมเบอร์ รวมถึงครอบครัว และตนเองไม่มีความสุขสักวินาทีเดียวตั้งแต่มีกระแสออกมา ทั้งยังบอกว่าจะนำความผิดพลาดครั้งนี้ไปเป็นบทเรียนเพื่อปรับปรุงตัว ทั้งยังขอโอกาสพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง นอกจากนี้ เธอยังได้ทิ้งท้ายว่า แก้วขอบคุณทุกกำลังที่ส่งมา ขอบคุณและขอโทษจากใจจริง


เพลงไทยในสไตล์ "ปราง ปรางค์ทิพย์"

Sat, 17 Aug 2019 21:52:00

 

ปราง ปรางค์ทิพย์

ปราง ปรางค์ทิพย์

ยอดวิวพุ่งไม่หยุดเกินสี่ล้านครั้งในระยะเวลาเพียงไม่นาน ส่วนหนึ่งถ้าใครได้ฟัง "จิ้มลืม" เพลงใหม่จาก ปราง ปรางค์ทิพย์ ก็คงพอจะเดาได้ว่าสาเหตุเป็นเพราะอะไรค่ะ ก็เพราะเนื้อเพลงตรงไปตรงมาเล่าความสัมพันธ์ชาย-หญิง ยกตัวอย่างสั้นๆ ที่ไม่ทำให้ตกใจ เช่น "หากจะคิดว่าหนึ่งชีวิตของฉันมันง่ายมันสุขสบาย หัวใจของฉันมันบอบมันบาง ความรักไม่ใช่เกิดขึ้นบนเตียง ระหว่างที่เรานอนเถียงกัน" ซึ่งแน่นอนว่าเนื้อหาบางท่อนบางตอนรุนแรงกว่านั้น

ไม่กลัวดราม่า?

คำถามแรกที่เราถาม ปราง ปรางค์ทิพย์ หลังจากเจอกันว่าฟีดแบคเพลงล่าสุดน่าจะดราม่าพอสมควร เธอบอกว่าเดิมทีหลังจากเห็นเนื้อเพลงคิดไว้ว่าไม่อยากจะร้องเพลงนี้ แต่ที่ตัดสินใจร้องเพราะอยากเปลี่ยนแปลงแนว สร้างความท้าทายใหม่ ซึ่งเธอให้เหตุผลไว้น่าสนใจว่า

คนก็ตกใจกับเนื้อเพลงนะ แต่จริง ๆ ไม่อยากให้มองเป็นแบบนั้น อยากให้มองว่าเป็นการแซว แกล้งๆ เพราะเอาจริงๆ เพลงอีแซว เพลงฉ่อยสมัยก่อน ที่เขาร้องปะทะกัน ก็จะมีสองแง่สองง่าม เราก็เลยยกตัวอย่างประมาณนั้นมา

นอกจากนี้ยังท้าทายการทำงานเพลงในครั้งนี้ว่าหลังจากเพลงนี้สำเร็จ ปราง มีแผนพัฒนาตัวเองอีกขั้นเพราะอยากไปทางสายแดนซ์ ซึ่งสมัยเด็กๆ เคยหัดเต้นมาก่อน

ปราง ปรางค์ทิพย์ และ ณัฐพงศ์ สมงาม (โจ้) นักแต่งเพลงคู่ใจ

ปราง ปรางค์ทิพย์ และ ณัฐพงศ์ สมงาม (โจ้) นักแต่งเพลงคู่ใจ

 

สไตล์การร้องแบบฉบับ ปราง ปรางค์ทิพย์

รูปแบบการร้องที่เป็นเอกลักษณ์ในทุกเพลง ทั้งการปแรป การเอื้อน ส่วนหนึ่ง ปราง เล่าว่าซึมซับมาจากการที่ชอบฟังเพลงพื้นบ้าน ใช้วิธีแบบครูพักลักจำ ฝึกร้องด้วยตัวเอง แล้วเอามาปรับให้เป็นสไตล์ที่ใช่ อย่างต้นแบบที่ ปราง ฟังก็คือ "แม่ขวัญจิต ศรีประจันต์" ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (เพลงพื้นบ้าน-อีแซว) ปี 2539

สไตล์การแต่งตัวที่ขาดไม่ได้หน้าฝน ปราง บอกตั้งมีแว่น และกิ๊บติดผมเยอะๆ

สไตล์การแต่งตัวที่ขาดไม่ได้หน้าฝน ปราง บอกตั้งมีแว่น และกิ๊บติดผมเยอะๆ

 

นอกจากสะท้อนตัวตนผ่านการร้อง ทุกครั้งที่เจอกันตัวตนของ ปราง ยังชัดผ่านเสื้อผ้าหน้าผม ซึ่งในทุกโชวืเธอเป็นคนออกแบบเองทั้งหมด ซึ่งเธอบอกว่า "ถ้าถามว่าอะไรคือปรางทิพย์เลย คือปรางชอบ Gothic มากกว่า ปรางชอบอะไรผี ๆ ด้วยการแต่งตัวคนชอบถามทำไมแต่งตัวเหมือนผีจัง นี่ไม่ใช่คำด่านะ แต่เหมือนการชม เพราะว่ามันก็สวยในแบบหนึ่ง ก็ต้องชั่งน้ำหนักในความเป็นจริงว่าเราแต่งแบบน่ากลัวตลอดไม่ได้ เพราะเวลาที่เราออกไปคนไม่ต้องการที่จะปะทะความแรงจากเรา อาจจะต้องมีแบบซอฟต์ ๆ บ้าง"

 

ทาสแมว?

อีกมุมที่หลายคนอาจไม่เคยรู้ คือหากมีโอกาส ปราง มักจะช่วยเหลือแมวจรหรือเแมวเจ็บป่วยเสมอ เมื่อถามว่าเป็นทาสแมวใช่หรือไม่ เธอกลับตอบทันทีว่า ไม่ใช่ เพียงแต่ต้องการช่วยเหลืออมวจรมากกว่า ทุกครั้งก็ใช้เงินทุนจากน้ำพักน้ำแรงบริจาคตามเพจต่างๆ แต่ก็ต้องรีเช็คเสมอว่าเงินที่บริจาคไปนั้นจะถึงแมวเจ็บหรือไม่

 


"มาเรียม" จุดกระแสศิลปินสร้างงานศิลปะเพื่อการอนุรักษ์

Sat, 17 Aug 2019 18:25:00

ความน่ารักของ "มาเรียม" ทำให้พะยูนน้อยแห่งเกาะลิบงกลายเป็นขวัญใจในโลกโซเชียล จุดกระแสความสนใจต่อสถานการณ์การรอดชีวิตของพะยูน หากเมื่อ "มาเรียม" จากไปด้วยเหตุผลสำคัญจากขยะพลาสติก ทำให้ช่างภาพที่ใช้เวลาคลุกคลี ถ่ายภาพไวรัลมาเรียมจนโด่งดังระดับนานาชาติ "ชิน ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย" มีมุมมองต่อการรณรงค์เรื่องขยะในทะเล และหวังให้กรณีมาเรียมเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง

ขอชีวิต “มาเรียม” ไม่สูญเปล่า

หวังว่าการตายของมาเรียมไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นจุดเริ่มต้น เป็นเสียงเรียกให้เราออกมาเปลี่ยนแปลงอะไรสักอย่าง

“ชิน ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย” เป็นอดีตนักวิจัยทางทะเล ที่ทำงานเป็นช่างภาพสารคดี ถ่ายภาพท้องทะเลมานานถึง 7 ปี เขาถือได้ว่าเป็นช่างภาพคนหนึ่งที่มีโอกาสใกล้ชิด “มาเรียม” ที่สุด เพราะอาสา “กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง” ไปทำหน้าที่บันทึกทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว ตั้งแต่รู้ข่าวมาเรียมช่วงแรกๆ จนได้ภาพไวรัล “มาเรียมในอ้อมกอดเจ้าหน้าที่” ซึ่งเป็นภาพดังระดับนานาชาติ ติดอันดับ The 20 photographs of the week ของ The Guardian มาแล้ว

คุณชินบอกว่า ภาพที่เคยถ่ายสมัยก่อนมีแต่ผลงานหนักๆ สื่อสารตรงๆ ถึงสัตว์ที่ต้องตายจากการคุกคามของมนุษย์ แต่เมื่อได้มาถ่ายภาพมาเรียมก็ปรับโหมดเน้นความน่ารัก เพราะอยากให้สื่อถึง "ความหวังในการอนุรักษ์"

นอกจากนี้ มาเรียมยังต่างไปจากพะยูนอื่นๆ เพราะจากประสบการณ์ช่างภาพสารคดีอาชีพ ทำให้คุณชินรู้ว่าพะยูนขี้กลัว ถ่ายภาพได้ยากมาก แต่มาเรียมกลับไม่ตื่นคน เพราะกำพร้าแม่ ต้องปรับตัวให้คุ้นกับคนเพื่อให้มีชีวิตรอด นี่สะท้อนว่าพะยูนต้องเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงต่างๆ และเมื่อถึงวันสุดท้ายของชีวิต ที่มาเรียมต้องตายไปพร้อมเศษขยะพลาสติกอุดตันลำไส้ นี่ยิ่งบอกชัดว่า ข้อมูลเรื่องทะเลไทยติดอันดับขยะล้นระดับโลกไม่ใช่เรื่องเกินจริง และมาจากฝีมือมนุษย์ล้วนๆ
ในฐานะช่างภาพสารคดี เรื่องราวของมาเรียมจึงเป็นทั้งบทเรียนและแรงผลักดัน ให้อยากใช้งานศิลปะสร้างความเปลี่ยนแปลงเรื่องขยะพลาสติกและสิ่งแวดล้อม

การถ่ายภาพอนุรักษ์ คือเราต้องเล่าเรื่องของความสวยงามที่คนหลายคนที่ไม่ได้เห็น ให้เค้าได้เห็น ให้เค้าหลงรัก แต่เราต้องเล่าเรื่องปัญหาของมันด้วยว่าอะไรเกิดขึ้นอยู่ แล้วภาพพวกนี้มันทำให้คนสนใจ แล้วสามารถทำให้ถึงจุดเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรได้หรือเปล่า
ภาพถ่ายมาเรียมของ ชิน ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย

ภาพถ่ายมาเรียมของ ชิน ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย


มันไม่ใช่แค่ว่า ภาพออกไป คนสนใจ แล้วก็จบมานั่งรู้สึกภูมิใจ ไม่ใช่ เราต้องออกไปหาเรื่องอื่นต่อ ทำให้คนสนใจต่อ มันมีเรื่องอีกมากมายที่คนต้องรับรู้
ภาพจาก FACEBOOK ชิน ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย ขณะกำลังถ่ายภาพซากวาฬ เกาะลันตา จังหวัดกระบี่

ภาพจาก FACEBOOK ชิน ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย ขณะกำลังถ่ายภาพซากวาฬ เกาะลันตา จังหวัดกระบี่


ต้นตอของขยะในทะเลไทย

ข้อมูลจากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ระบุว่าประเทศไทยติดอันดับที่ 6 ของประเทศที่ปล่อยขยะลงสู่ทะเลมากที่สุดในโลก มากถึง 1 ล้านตันต่อปี โดยขยะในทะเลส่วนใหญ่มาจากแหล่งท่องเที่ยว เช่น ขวดน้ำพลาสติก ขวดแก้ว โฟม เป็นต้น รองมาคือขยะจากการทำการประมง เช่น อวน เชือก เป็นต้น แต่ขยะในทะเลก็ไม่ได้เกิดจากการท่องเที่ยวอย่างเดียวเท่านั้น แต่รวมไปถึงขยะที่เกิดจากกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นจากบุคคล ครัวเรือน อุตสาหกรรม ขยะเหล่านี้ส่วนหนึ่งจะถูกปล่อยลงแหล่งน้ำต่างๆ จากลำคลอง สู่แม่น้ำ ท้ายที่สุดก็ลงสู่ท้องทะเล สะท้อนให้เห็นว่าบ้านเรายังขาดการจัดการขยะอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

ภาพมาเรียมผลงาน “ชิน ศิรชัย” ที่ติดอันดับ The 20 photographs of the week ของ The Guardian
https://www.theguardian.com/artanddesign/gallery/2019/jul/06/the-20-photographs-of-the-week?CMP=Share_iOSApp_Other&fbclid=IwAR0oAdyuo3BQuKHr2ODStG6XoMPJgFJ2h4vv_7yiGVv7mqTTMgRZ1TtLzmA


ฟ้าใส ปวีณสุดา ถ่ายแบบชุดไทยลงปฏิทิน

Fri, 16 Aug 2019 14:58:00

"ฟ้าใส ปวีณสุดา ดรูอิ้น" มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2562 ถ่ายแบบชุดไทยลงปฎิทินครั้งแรกในชีวิต โดยสวม “ผ้าเขียนลายทอง” ที่ใช้เวลาสร้างสรรค์นานถึง 8 เดือน รวมมูลค่าชุดและเครื่องประดับทั้ง 13 ชุด กว่า 5 ล้านบาท

แรงบันดาลใจ งามอย่างสตรีชั้นสูง

"คุณธนิต พุ่มไสว" ผู้ก่อตั้งร้านภูษาผ้าลายอย่าง ได้ให้แนวคิดหลักในการทำงานครั้งนี้คือ “สยามพัฒน์รัตนาภรณ์” ที่กล่าวถึงพัฒนาการของเครื่องแต่งกายสตรีสูงศักดิ์ในแต่ละสมัยที่มีความงดงามตามแบบฉบับของแต่ละยุค นำมาถ่ายทอดให้เป็นรูปธรรม โดยอ้างอิงจากหลักฐานทางภาพถ่าย และจิตรกรรมไทย โดยครั้งนี้ได้รังสรรค์ผลงานที่ทรงคุณค่า ทั้งเครื่องประดับทองคำแท้ งานสกุลช่างทองหลวง และฝีมือสกุลช่างเมืองเพชร ของจังหวัดเพชรบุรี

 


ปลื้มใส่ชุดไทยครั้งแรก

งานนี้ "ฟ้าใส" ก็เป็นปลื้ม เพราะชุดแรกที่ถ่ายคือหนึ่งในชุดไทยพระราชนิยม ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากฉลองพระองค์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มีชื่อว่า “ชุดไทยบรมพิมาน” ที่นำมาดัดแปลงเพิ่มความงาม ด้วยการห่มทับด้วยผ้าสะพัก ที่ปักประดับด้วยการหักดิ้นข้อ ถมดิ้นโปร่ง และการซอยไหมน้อย ให้มีสีสันดูแปลกตา ประดับด้วยพลอย และเลื่อมโลหะ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากลวดลายดอกไม้ อันอ่อนหวาน เป็นที่มาของชื่อลายว่า “สะพักลายเครือมาลิณี” พร้อมนุ่งผ้าเขียนลายทอง “ลายทับทิมทิพย์” ที่นำผ้าลายอย่างมาเขียนด้วย ยางของต้นมะเดื่อ แล้วปิดทองคำแท้ทั้งผืน โดยต้องใช้ช่างเขียนเพียงหนึ่งคน และนานกว่า 8 เดือน จึงจะแล้วเสร็จ

 

 


สวยสมมง ช่วยการกุศล

ปฏิทินชุดนี้จะสมทบทุนโครงการเพื่อการกุศลของฟ้าใส โดยตอนนี้ฟ้าใสมีโครงการของตัวเอง คือ โครงการ Able ซึ่งเป็นโครงการเกี่ยวกับกีฬาและผู้มีความบกพร่องทางร่างกาย ตามความถนัดที่ฟ้าใสจบการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหว University of Calgary ประเทศแคนาดา และในช่วงสิ้นเดือนนี้ ฟ้าใสก็เตรียมเปิดตัวโปรเจกต์การกุศล กับโครงการ WE ARE ONE เป็นโครงการที่ทำประโยชน์คืนกลับแก่สังคม


เกิดอะไรขึ้น เมื่อเบอร์โทรในหนังดัง มีคนใช้งานจริง?

Fri, 16 Aug 2019 12:45:00

หนังอินเดีย เป็นข่าว จาก "หมายเลขโทรศัพท์"

เหตุการณ์เบอร์โทรในหนังทำพิษครั้งล่าสุด มาจากภาพยนตร์คอเมดี้ Arjun Patiala ที่กลายเป็นเรื่องขำไม่ออกขึ้นมาซะอย่างนั้น

โดยในหนังมีฉากที่นักแสดงหญิง Sunny Leone ซึ่งมีชื่อเสียงว่าเป็นดาวเซ็กซี่ของวงการหนังบอลลีวูด แจกเบอร์โทรของตัวเอง ก็ไม่น่ามีอะไรถ้าหากคนดูไม่นึกแผลงๆ ลองกดโทรออกไปยังหมายเลขดังกล่าว เพราะหวังอยู่ลึกๆ ว่าปลายสายจะเป็นดาราสาวสุดฮอตรายนี้

ดาวเซ็กซี่อินเดีย Sunny Leone

ดาวเซ็กซี่อินเดีย Sunny Leone


แต่ใครจะไปรู้ว่า นั่นเป็นเบอร์โทรศัพท์ของ Puneet Argarwal หนุ่มอินเดียเจ้าของหมายเลขโทรศัพท์ตัวจริง!

หนุ่มวัย 26 ปีผู้โชคร้าย ต้องรับเบอร์แปลกๆ กว่า 100 สายทั้งวัน แถมไม่วายมีคนโทรป่วน ให้ทำเรื่องทะลึ่งๆ ตอนตีสี่ จะเปลี่ยนเบอร์ใหม่ก็ไม่ได้เพราะเป็นเบอร์ของออฟฟิศ ท้ายที่สุดเขาเลยตัดสินใจตั้งแคมเปญออนไลน์ ขอให้ผู้สร้างหนังตัดฉากที่มีเบอร์โทรของเขาออกไป เพื่อหยุดเรื่องวุ่นๆ นี้ซักที

หนังฮอลลีวูด ใช้เบอร์สมมติ "555" 

ภาพยนตร์ Ghostbusters กับเบอร์โทรปราบผี 555

ภาพยนตร์ Ghostbusters กับเบอร์โทรปราบผี 555

ภาพยนตร์รางวัลออสการ์ Good Will Hunting ก็มีฉากที่เห็นเบอร์โทรสมมติ 555

ภาพยนตร์รางวัลออสการ์ Good Will Hunting ก็มีฉากที่เห็นเบอร์โทรสมมติ 555

ภาพยนตร์ Scream 2 กับฉากที่นางเอก Sidney Prescott โดนโทรป่วนจากเบอร์ที่ขึ้นต้นด้วย 555

ภาพยนตร์ Scream 2 กับฉากที่นางเอก Sidney Prescott โดนโทรป่วนจากเบอร์ที่ขึ้นต้นด้วย 555


มีแฟนภาพยนตร์ช่างสังเกตว่า หมายเลขโทรศัพท์ในหนังฮอลลีวูดมากมาย มักขึ้นต้นด้วย "555" เป็นเพราะว่าในสหรัฐฯ ซึ่งหมายเลขโทรศัพท์มีทั้งหมด 10 หลัก โดยเลขสามหลักแรก คือรหัสพื้นที่นั้น ไม่มีเมืองหรือรัฐใดที่หมายเลขขึ้นต้นด้วย "555" จึงมั่นใจได้ว่าโทรไปก็ไม่มีใครรับสาย และไม่สร้างความรบกวนแน่นอน

โดยมีหมายเลขโทรศัพท์ "555" ทั้งหมด 100 หมายเลข ที่ใช้สำหรับภาพยนตร์และละครโทรทัศน์โดยเฉพาะ (555-0100 ถึง 555-0199)

Bruce Almighty ทำแฟนหนังอยากคุยกับพระเจ้า

แฟนหนัง "Bruce Almighty - 7 วันนี้ พี่ขอเป็นพระเจ้า" คงคุ้นกับเหตุการณ์ "ต่อสายตรงคุยกับพระเจ้า" เพราะในเรื่อง พระเอก Jim Carrey สามารถติดต่อกับพระเจ้าผ่านหมายเลขโทรศัพท์ แต่เบอร์ในหนังไม่ได้ขึ้นต้นด้วย "555" เหมือนกันในหนังฮอลลีวูดเรื่องอื่นๆ แต่เป็นหมายเลข "776-2323"

ภาพยนตร์ Bruce Almighty

ภาพยนตร์ Bruce Almighty

พระเอก Jim Carrey กับเบอร์โทรสายตรงติดต่อพระเจ้า (หมายเลข 555 ปรากฏในเวอร์ชั่นโฮมวิดีโอ เพื่อแก้ปัญหาโทรป่วน)

พระเอก Jim Carrey กับเบอร์โทรสายตรงติดต่อพระเจ้า (หมายเลข 555 ปรากฏในเวอร์ชั่นโฮมวิดีโอ เพื่อแก้ปัญหาโทรป่วน)


ซึ่งเบอร์โทรสมมติในหนัง ดันเป็นหมายเลขที่มีการใช้งานจริงใน 30 กว่าพื้นที่ในสหรัฐฯ โดยมีรายงานว่าคนที่โทรมายังเบอร์ดังกล่าว บอกว่าพวกเขาอยากคุยกับพระเจ้าบ้าง

ผู้สร้างภาพยนตร์ Bruce Almighty บอกว่า พวกเขาแค่ต้องการสมมติเบอร์โทรศัพท์ที่ไม่ได้มีการใช้งานในเมืองบัฟฟาโล รัฐนิวยอร์ก ซึ่งเป็นโลเคชั่นในหนัง แต่ไม่ได้ตรวจสอบว่า เบอร์โทรในภาพยนตร์เป็นหมายเลขที่มีการใช้งานจริงในรัฐนอร์ทแคโรไลนา, เซาท์แคโรไลนา , โคโลราโด, อาร์คันซอ และฟลอริดา

เรื่องที่บังเอิญที่สุด คือเจ้าของเบอร์โทรนี้ในรัฐนอร์ทแคโรไลนา เป็นบาทหลวงที่ชื่อ Bruce เหมือนกับพระเอก สร้างความงุนงงให้กับคนรับสาย รวมถึงคนโทรปลายสายที่ก็งงว่าเขากำลังคุยกับตัวละครในหนัง หรือคนจริงๆ กันแน่

ภายหลังภาพยนตร์ในเวอร์ชั่นโฮมวิดีโอ จึงต้องเปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์ กลับมาเป็นเบอร์ขึ้นต้นด้วย "555" จนเรื่องวุ่นๆ จบสวยแบบเเฮปปี้เอนด์ดิ้งในที่สุด


ครูเพลง "พร พนาไพร" เจอมรสุมหลายโรครุมเร้า

Thu, 15 Aug 2019 11:00:00

"ครูพร พนาไพร" ครูเพลงมีชื่อ อดีตนักร้องดัง 1 ใน 5 ทหารเสือวงครูสุรพล สมบัติเจริญ สร้างสรรค์บทเพลงดังสร้างชื่อให้คนในวงการมากมาย หนึ่งในนั้นคือ รุ่ง สุริยา เด็กปั้นที่โด่งดังจากบทเพลง วอนพ่อตากสิน  ขณะนี้ป่วยหลายโรครุมเร้าจนอาการทรุด ต้องเข้าออกโรงพยาบาลมาตลอด 4 ปี แต่ครูยังคงสร้างสรรค์ผลงานต่อ ไม่หยุดแม้กระทั่งนอนโรงพยาบาล ด้วยหวังว่ากว่า 100 บทเพลงที่แต่งไว้จะได้เผยแพร่สู่คอเพลงลูกทุ่ง

ทางเดียวที่ทำได้คือเขียนเพลง คนอื่นเขาจะไปยังไงก็ช่าง ผมจะไม่เปลี่ยนแนว เหมือนแฟนเพลงเขาชอบน้ำพริกปลาทู ยังไงเขาก็กินน้ำพริกปลาทู

นอกจากแนวเพลงสนุก รัก หยอกล้อ บทเพลงส่วนใหญ่ยังตั้งใจสื่อความหมาย เน้นฟังง่ายให้ข้อคิด แม้ตอนนี้ทำได้เพียงใช้เวลาส่วนใหญ่แต่งเพลง หากครูเองก็ยังมีความหวังหายป่วยออกมาทำงาน เพราะภรรยาต้องลาออกมาดูแล มีเพียงลูกชายคนเดียวที่ทำงานหาเลี้ยงครอบครัว และมีบ้างที่ได้ความช่วยเหลือจากคนในวงการ

ประภัทสรณ์ เจียมรัมย์ / ภรรยา พร พนาไพร

ประภัทสรณ์ เจียมรัมย์ / ภรรยา พร พนาไพร

เหมือนจิตวิญญาณของเขา ถึงป่วยร่างกายไม่ไหวแต่ใจเข้มแข็ง แกอยากทำให้ถึงที่สุด  

ขณะที่ค่ารักษาพยาบาลแม้มีสิทธิประกันสุขภาพบัตรทองรองรับ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าค่าใช้จ่ายส่วนเกินก็ยังมี เพราะค่ายาบางตัว ค่าเดินทางไปโรงพยาบาลเพื่อติดตามอาการโรคความดัน เบาหวาน เส้นเลือดหัวใจตีบ หัวใจเต้นผิดจังหวะ และอาการติดเชื้อในท่อปัสสาวะ สัปดาห์ละ 3 ครั้ง รวมถึงค่ากินอยู่ยังเป็นปัจจัยสำคัญ

เอกณศิลป์ ทิมแตง (พร พนาไพร) / นักแต่งเพลง

เอกณศิลป์ ทิมแตง (พร พนาไพร) / นักแต่งเพลง


สมทบทุนช่วยเหลือครูเพลง "พร พนาไพร" ได้ที่ 
บัญชี "เอกณศิลป์ ทิมแตง" ธนาคารกสิกรไทย สาขาซอยวัชรพล เลขที่บัญชี 7962043806 

 


เพียงคำเดียว "ลิ้น" ในสำนวนสื่อคำพูด

Wed, 14 Aug 2019 11:00:00

นอกจากมีคุณสมบัติการรับรส ที่ปลายลิ้นจะรับรสหวาน ด้านข้างรับรสเปรี้ยวเค็ม ส่วนรสขมก็รับรสตรงโคนลิ้น "ลิ้น" ยังเป็นอวัยวะสำคัญของร่างกายที่การเคลื่อนไหวช่วยในการออกเสียง จึงไม่แปลกที่ลิ้นจะถูกนำมาใช้ในสำนวนเกี่ยวกับการพูด ซึ่งมีมากกว่า 10 สำนวน โดยเฉพาะในทางลบที่มักจบด้วยความหมายประชดประชัน หนึ่งในนั้นเป็นสำนวนใหม่ใช้ว่า "ลิ้นกระดาษทราย น้ำลายเชลแล็ก" เปรียบลิ้นดังคำพูด ที่ขัดจนเนียนไม่พอ ยังขอเคลือบด้วยน้ำลายอีกที 

ลิ้นกระดาษทราย น้ำลายเชลแล็ก คือ สอพลอเต็มตัว ทำให้คนที่ถูกเยินยอปลื้มจนไม่รู้ความจริง

บางสำนวนยังเปรียบคำพูดของคนกับลิ้นของสัตว์ โดยมักเป็นลักษณะลิ้นสองแฉกแยกสองทางของสัตว์เลื้อยคลาน อย่าง งู กิ้งก่า ตะกวด เป็นที่มาของสำนวน "ลิ้นสองแฉก และ ลิ้นตะกวด" สื่อความหมายเดียวกัน คือพูดจาสับปลับ กลับกลอก เชื่อถือไม่ได้

ลิ้นไม่มีกระดูก ยากจะควบคุม เลยมักถูกนำมาเปรียบกับพฤติกรรมมนุษย์ที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ มีความหมายในเชิงบิดพลิ้วไม่ค่อยน่าเชื่อถือ

ยังมีบ้างที่ "ลิ้น" ถูกนำมาพูดถึงในสำนวนเชิงบวก เช่น เปรียบคนพูดจาดีมีศิลปะการเจรจาว่ามี "ลิ้นทูต" ส่วนใครพูดคล่องว่องไวไพเราะน่าฟังเค้าเรียก "ลิ้นทอง" คล้ายนกสาริกาเจรจาเก่ง

https://www.facebook.com/ArtandCultureThaiPBS/videos/2331117807206537/

 

 


การสร้างภาพยนตร์เพื่อผู้พิการทางสายตา

Tue, 13 Aug 2019 16:44:00
พี่ชอบดูหนัง ไปดูหนังบ่อยมาก แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ดูหนังนักศึกษา เพราะเขามีเสียงบรรยายภาพ

คำตอบแรกของ อมีนา ทรงศิริ ผู้บกพร่องทางการมองเห็น หลังจากยิงคำถามว่าทำไมถึงตัดสินใจมากดูภาพยนตร์จบการศึกษาของนักศึกษาวิชาภาพยนตร์และภาพถ่าย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

แม้อมีนาจะเป็นผู้บกพร่องทางการมองเห็น หากหนึ่งในกิจกรรมที่เธอทำเป็นประจำยามว่างเพื่อผ่อนคลายก็คือการดูหนัง ซึ่งการดูหนังของเธอนั่นก็คือ "การฟังเสียง" นั่นเอง เธอบอกว่ารูปแบบหนังที่ชอบก็คือหนังสนุกเหมือนคนทั่วไป แต่กว่าจะเข้าใจเรื่องได้ หลายครั้งต้องเข้าดูหลายรอบ อาศัยฟังเสียงบ่อยๆ เพื่อให้เข้าใจเนื้อเรื่อง หากหนังเรื่องไหนยากเกินความเข้าใจจากแค่การฟัง เธอจะใช้วิธีการถามคนใกล้ตัวหรือหาฟังรีวิวหลังจากดูเสร็จแล้ว

ผู้บกพร่องทางการมองเห็น ดูหนังยังไง?

สิ่งที่ทำให้เธอมีความสุขที่สุดก็คือการดูหนังแบบมี Audio Description (AD) หรือระบบเสียงบรรยายภาพ เพราะจะทำให้เธอจิตนาการฉากและเห็นการแสดงออกของตัวละครได้มากขึ้น ซึ่งทำให้เข้าใจเรื่องได้เป็นอย่างดี โดยปัจจุบันนี้มีหนังไทยที่ฉายในเชิงพาณิชย์เพียงไม่กี่เรื่องเท่านั้นที่มีการทำระบบเสียงบรรยายภาพ และส่วนใหญ่เป็นการจัดกิจกรรมเฉพาะกิจทั้งสิ้น

 


ซึ่งการดูหนังของผู้บกพร่องทางการมองเห็นต้องใช้ตัวช่วย โดยปัจจุบันมีแอพพลิเคชั่นพรรณนาที่เป็นตัวช่วยสำคัญ โดยหลังจากเข้าใช้แอพฯ ระบบจะทำการจับเสียงจากหนังเพื่อบรรยายฉาก หากเรื่องที่จะทำได้ผู้สร้างต้องทำระบบ AD รองรับแล้วเท่านั้น

การทำระบบเสียงบรรยายภาพ

ในการฉายหนังจบการศึกษาฯ ทีมข่าวได้คุยกับนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้ทำหน้าที่ทำเสียงบรรยายภาพ ซึ่งวิธีการทำไม่ยุ่งยากมากนัก คือนำบทภาพยนตร์ที่บรรยายถึงฉาก และการกระทำของตัวละครมาปรับให้เป็นบทบรรยาย ความยากอยู่ที่บทต้องกระชับ พอเหมาะกับช่วงเวลาในหนังที่ไม่มีเสียงพูดของตัวละคร ที่สำคัญการบรรยายต้องไม่สปอยล์เรื่อง

คนในวงการมองการทำ AD ว่ายังไง


ไพรัช คุ้มวัน ผู้กำกับภาพยนตร์จากเรื่องสยามสแควร์ มองว่าการทำเสียงบรรยายภาพตอนนี้ในไทยเริ่มมีมากขึ้น ซึ่งสำหรับค่ายหนังแล้วการสร้าง AD อาจใช้ต้นทุนเพิ่มไม่มากนัก หากนี่จะทำให้เกิดความเท่าเทียมกันมากขึ้น และในทางอ้อมเองจะเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับผู้สร้างได้ในระดับหนึ่ง

 


คนบันเทิงรวมตัวช่วยรุ่นใหญ่ "เมฆ วินัย" และ "เป้า ปรปักษ์"

Tue, 13 Aug 2019 14:32:00

แม้มีข่าวคราวคนบันเทิงเจ็บป่วยเดือดร้อนให้เห็นบ่อย แต่ทุกครั้งก็ได้คนในวงการยื่นมือช่วย เมื่อนักแสดงคนดัง "เมฆ วินัย" และผู้กำกับคิวบู๊ "เป้า ปรปักษ์" ป่วยพร้อมกัน ล่าสุด เมื่อวันที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมา คนบันเทิงเลยรวมตัวจัดคอนเสิร์ตใหญ่หารายได้เพื่อค่ารักษา ใช้ชื่อว่าคอนเสิร์ต "เพื่อนไม่ทิ้งเพื่อน" ได้น้ำใจทั้งจากคนลูกทุ่ง อย่าง "เสรี รุ่งสว่าง, มนต์สิทธิ์ คำสร้อย, จ๊ะ อาร์สยาม, แจ๊ค ธนพล" และนักร้องนักแสดงอีกกว่า 30 ชีวิต ขึ้นเวทีมอบความสุขให้แฟนๆ 

 

งานนี้สองตัวตั้งตัวตี "หนุ่ม คงกะพัน" และผู้กำกับ "โหน่ง วีระชัย" ยังได้อัพเดทอาการ โดยหลังจากนี้จะดำเนินการแบ่งเงินระดมทุนออกเป็นสองส่วน เพื่อค่ารักษาของสองนักแสดง

 

หนุ่ม - คงกะพัน แสงสุริยะ / นักแสดง-พิธีกร

หนุ่ม - คงกะพัน แสงสุริยะ / นักแสดง-พิธีกร

เพื่อนศิลปินรู้ข่าวก็มากันอุ่นหนาฝาคั่ง เราก็บอกค่าแรง ค่าตอบแทนไม่มีนะมาช่วยกัน สุดท้ายรายชื่อศิลปิน 30 กว่าคน
โหน่ง- วีระชัย รุ่งเรือง / ผู้กำกับละคร

โหน่ง- วีระชัย รุ่งเรือง / ผู้กำกับละคร

เป้าหมายหลักก็คือการ Follow up เรื่องการรักษาที่จะเกิดในอนาคต รายได้จากวันนี้ก็จะแบ่งมาช่วยกันครึ่งๆ

สำหรับอาการนักบู๊ "เป้า ปรปักษ์" ได้เดินทางไปพบหมอเพื่อดูอาการแล้ว ที่ทราบแน่ชัดคืออาการโลหิตจาง ทั้งนี้ยังต้องให้แพทย์ตรวจร่างกายให้ละเอียดอีกที

 

https://www.facebook.com/ArtandCultureThaiPBS/videos/366035084352107/

 


โอซา แวง เป็นทั้งแม่และครูให้สามเณรกำพร้า งานอาสาที่จะทำให้ดีที่สุด

Mon, 12 Aug 2019 08:00:00

ได้ยินสุนทรพจน์ภาษาอังกฤษ จากสามเณรที่เป็นลูกศิษย์ ก็อดตื้นตันไม่ได้ เพราะนางแบบลูกครึ่งจีน-สวีเดน โอซา แวง เพิ่งมาเป็นครูอาสาที่โรงเรียนพระปริยัติธรรม วัดธรรมมงคล จึงได้รับเชิญมาเป็นตัวแทนคุณแม่ รับมอบดอกมะลิจากสามเณรกำพร้าในกิจกรรมวันแม่ด้วย

ตั้งแต่ตอบรับคำชวนของพระอาจารย์ มาสอนวันแรกจนถึงวันนี้ เสียน้ำตาไปหลายหนเมื่อรู้ว่าศิษย์สามเณรบางคนไม่มีครอบครัว จึงต้องพยายามเป็นทั้งครูและแม่ โอซา แวง ยกให้นี่เป็นประสบการณ์ใหม่เปลี่ยนชีวิต

สอนไม่ยากแต่ยากเมื่อรู้ว่าสามเณรไม่มีครอบครัว อันนี้ยาก ต้องเป็นทั้งครูและแม่ให้พวกเขา

 

โอซา แวง บอกว่านี่คือสิ่งที่ให้ได้ หากที่จริงเธอได้รับสิ่งดีดีจากสามเณรมากกว่าอีก จากที่ไม่เคยนั่งสมาธิ ก็ได้มานั่งสมาธิ 20 นาทีกับสามเณรลูกศิษย์ สร้างโอกาสเรียนรู้ธรรมะเพื่อเข้าใจแง่มุมของชีวิต

งานวันแม่ของวัดธรรมมงคล โอซาจึงควงคุณแม่มาด้วย แม้คุณแม่เป็นคริสเตียน แต่เพราะโอซาเชื่อว่าการให้ไม่มีเส้นแบ่งทางศาสนา บทบาทครูซึ่งมีนัดกับนักเรียนทุกวันพฤหัสบดี จึงนับเป็นงานอีกชิ้นที่อยากทำให้ดีที่สุด


นาย ณภัทร กับรักครั้งใหม่ที่ว่าด้วยความทรงจำและการคำนวณ

Sun, 11 Aug 2019 11:09:00

ร่วมปีมาแล้วที่ นาย ณภัทร แอบพกกล้องฟิล์มเข้ากองถ่ายโดยไม่ได้ขอใคร ได้ผลลัพธ์เกินคาดตั้งแต่ฟิล์มม้วนแรก

เสียทั้งม้วนเลยตอนไปล้าง เพราะเปิดพลาดแล้วแสงเข้า เหลืออยู่รูปเดียว

ภาพ หมู ชยนพ ผู้กำกับหนัง Friend Zone แบบหน้าเบลอหลังชัดในวัน workshop คือภาพเดียวที่รอด ด้านหลังคือใบเฟิร์น

แต่การทำฟิล์มเสียครั้งนั้น กลายเป็นบทเรียนให้ นาย แก้ไขจากความผิดพลาด จนม้วนต่อๆมาใช้ได้เต็มม้วน ถึงจะเบลอบ้างก็ happy เมื่อทุกภาพต้องพยายามและยังต้องลุ้นตอนล้างอีก นี่แหละคือเสน่ห์ของภาพฟิล์ม นอกจากเก็บความทรงจำยังว่าด้วยการคำนวณ

เราไม่อาจเห็นผลลัพธ์ของมันได้ทันที มันเป็นการคำนวณว่าวันนี้สถานที่ที่เราไป เป็นที่อับหรือสว่าง แสงมีมากน้อยแค่ไหน เราต้องใช้ฟิล์มเพื่อความมืดหรือความสว่างเท่านี้ หรือใช้ฟิล์มในโทนสีเท่าไหร่ มันคือการคำนวณอยู่ในหัว ความสนุกคือพอมันเป็นอย่างภาพที่เราคิดในหัว มันก็รู้สึกว่า Yes เราคำนวณสำเร็จ

 

 

 

ความชอบเรื่องเส้น รูปทรงเรขาคณิต และความสมมาตร ตามสไตล์อดีตนักศึกษาสายกราฟิกดีไซน์ ยังชัดเจนในผลงานชุด Symmetry เช่น ภาพ abstract ขาวดำ 2 ใบนี้ ถ่ายจากมุมหนึ่งของตึกพิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย ซึ่งนายตั้งใจให้ effect ของฟิล์มส่งให้กำแพงขาวไล่โทนสี โซนนี้ได้ ทาคุมิ ฮาเซกาว่า สถาปนิกญี่ปุ่นมือรางวัลช่วยคัดสรร ไกด์ทางให้ช่างภาพมือใหม่

"ส่งไปร้อยกว่ารูป แต่เค้าคัดกลับมาประมาณ 11 รูป เค้าเห็นความสมดุลของ Composition แสงและเงา เค้าเลยตั้งชื่องานให้ผมว่า Symmetry เกี่ยวกับองค์ประกอบจากการที่ผมชอบอะไรที่มันอยู่ตรงกลางแล้วมีความพอดีอยู่เท่ากัน ความจริงผมชอบอะไรที่เป็นโครงสร้างสถาปัตย์ จะถ่ายเป็น abstract ก็ได้ แต่ก็ไม่ได้คิดว่างานเราจะต้องอยู่ center เราแค่ให้ความสำคัญกับการจัดองค์ประกอบภาพเท่านั้นเอง พอเค้าเซตงานส่งมาก็โห ดูเป็นธีมเดียวกันจริงด้วย"

 

 

และเมื่อการแอบซ่อนกล้องเข้ากองถ่าย Friend Zone เป็นจุดเริ่มต้นของการเล่นกล้องฟิล์ม นิทรรศการภาพฟิล์มครั้งแรกของ นาย ณภัทร จึงเต็มไปด้วยภาพเบื้องหลัง และฉากที่ไม่มีในหนัง

 

 

 

 

 

การศึกษาตลาดกล้องฟิล์มที่มีการซื้อขายเปลี่ยนมือตลอดเวลา ยังทำให้พระเอกหนุ่มกล้าลงทุน หากเมื่อต้องแสดงงาน ก็อยากให้ความชอบเป็นประโยชน์กับคนอื่น จึงนำรายได้จากการขายภาพชุด Friend Zone มอบให้โรงเรียนที่ขาดแคลน ได้แม่ หมู พิมผกา และแฟนคลับสนับสนุนเต็มที่ ชมนิทรรศการภาพฟิล์มครั้งแรกของ นาย ณภัทร "นายปาล์ม ระหว่างทางเพื่อน" ได้ที่ Serindia Gallery เจริญกรุง 36 ถึง 1 กันยายน 2562

ชมสกู๊ป แลโลกศิลปะ : นาย ณภัทร กับความสุขหลังกล้องฟิล์ม