สพฐ.สั่งย้าย ผอ.โรงเรียนวัดสุทธิฯ เปิดทางสอบคูปองอุปกรณ์การเรียน

Tue, 9 Jul 2019 12:24:00

วันนี้ ( 9 ก.ค.62) ศิษย์เก่าและนักเรียนโรงเรียนวัดสุทธิวราราม ยื่นหนังสือให้ตรวจสอบการทำงานของนายอารีย์ วีระเจริญ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดสุทธิวราราม ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผ่านนายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยมีว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นตัวแทนรับหนังสือ

ประเด็นที่ต้องการให้ตรวจสอบผู้อำนวยการโรงเรียน ได้แก่ การแจกคูปองเงินอุดหนุนอุปกรณ์การเรียนให้แก่นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นคนละ 210 บาท และมัธยมศึกษาตอนปลาย 230 บาทแทนเงินสด แล้วต้องซื้ออุปกรณ์การเรียนภายในโรงเรียนเท่านั้น แต่คุณภาพของสินค้าไม่เหมาะสมกับมูลค่าคูปองมีการปรับขึ้นราคากระเป๋านักเรียนจาก 300 บาทเป็น 350 บาท แต่กลับมีคุณภาพต่ำลง

นายชนธัณ อัศวฐานนท์ ศิษย์เก่าโรงเรียนวัดสุทธิวรารามกล่าวว่า แม้จะมีการแก้ไขปัญหาคูปองเงินอุดหนุน และกระเป๋านักเรียนที่ไม่มีคุณภาพด้วยการคืนเงินให้กับนักเรียนและผู้ปกครองทั้งหมด แต่ก็มีข้อสงสัยว่า ผู้อำนวยการโรงเรียนนำงบประมาณส่วนใดมารับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น

ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ยืนยันว่า สพฐ.ไม่ได้นิ่งนอนใจเรื่องที่เกิดขึ้น ได้สั่งการให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 2 กรุงเทพมหานคร ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูล คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 1 เดือน

นอกจากนี้ในวันนี้จะประสานไปยัง สพม.เขต 2 เพื่อออกคำสั่งให้ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดสุทธิวราราม มาปฏิบัติงานที่ สพม.เขต 2 เพื่อกระบวนการตรวจสอบ ขณะเดียวกัน เพื่อความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย สพฐ.จะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกชุด โดยมีนายธีร์ ภวังคนันท์ ผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจคุ้มครอง และช่วยเหลือเด็กนักเรียน เป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง


วันแรก! ย้ายเด็ก ร.ร.บ้านขุนสมุทร ทดลองเรียนบนบก

Mon, 8 Jul 2019 20:08:00

วันนี้ (8 ก.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านขุนสมุทร ทั้ง 6 คน เดินทางไปโรงเรียนแห่งใหม่ชั่วคราว ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นในการแก้ไขปัญหาการศึกษาตามแผน "ขุนสมุทรโมเดล" เป็นวันแรก

แต่กว่าจะถึงท่าน้ำเพื่อไปต่อเรือหางยาว เด็กๆ ต้องใช้เวลาเดินประมาณ 30 นาที ต่อด้วยการนั่งเรืออีก 15 นาที ทำให้ผู้ปกครองยังกังวลเรื่องการเดินทางในวันต่อๆ ไป

 

ทันทีที่ก้าวเข้าสู่รั้วโรงเรียนบ้านขุนสมุทรไทย เด็กทั้ง 6 คนที่เคยถูกเรียกว่าเด็กทะเล ก็ต้องเริ่มปรับตัวในฐานะ "นักเรียนทดลอง" โดย 1 เดือนจากนี้ ทุกความเปลี่ยนแปลงของพวกเขาจะถูกสังเกต บันทึก ประเมินผล ประกอบเป็นงานวิจัยเพื่อหาทางออกให้กับโรงเรียนที่พวกเขาจากมา

แม้ความแตกต่างของชุมชนจะเป็นหนึ่งในตัวกำหนดความแตกต่างทางการศึกษา แต่ในมุมของการบริหารการศึกษา เด็กกลุ่มนี้คือแบบฝึกหัดความเหลื่อมล้ำของภาครัฐ

 

นายอิทธิพัทธ์ ธีระวรรณสาร นายกสมาคมผู้บริหารสถานศึกษาสมุทรปราการ กล่าวว่า ขณะนี้ยังตอบไม่ได้ว่าโรงเรียนแห่งนี้จะเป็นเช่นไรในอนาคต แต่ครั้งนี้ถือเป็นโจทย์ที่ท้าทายร่วมกันของสังคม ที่ต้องแลกเปลี่ยนเรียนรู้และพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นบ้าน ชุมชน วัดและหน่วยงานต่างๆ

มันมีอะไรที่เราจะต้องมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันว่า สิ่งหนึ่งที่สำคัญที่ทำให้ขุนสมุทรเป็นเช่นทุกวันนี้ เกิดจากสาเหตุอะไร เด็กน้อยลงเพราะอะไร แล้วเราจะมาหาจุดร่วมกัน

วันนี้ห้องเรียนที่โรงเรียนบ้านขุนสมุทรถูกปิดชั่วคราว แต่ผู้อำนวยการโรงเรียนยังคงมาทำงาน นี่คือการนับหนึ่งของการจัดเตรียมข้อมูลเพื่อเริ่มงานวิจัย แก้ปัญหาคุณภาพการศึกษาที่ฝังรากลึกมานาน สอดคล้องกับความคาดหวังของชาวชุมชนที่ไม่อยากให้ที่นี่ถูกทิ้งร้าง ดังนั้น "ขุนสมุทรโมเดล" จึงไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาการศึกษา แต่กำลังมีเดิมพันเป็นความยั่งยืนของชุมชน

 


"พล.อ.ประยุทธ์" สั่ง ศธ. - มท.ตรวจสอบทุจริตอาหารกลางวันทั่วไทย

Sun, 7 Jul 2019 18:53:00

วันนี้ (7 ก.ค.2562) พล.ท.วีรชน  สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้รับรายงานกรณีเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ตรวจพบโรงเรียนใน จ.นครราชสีมา เข้าข่ายทุจริตโครงการอาหารกลางวันเด็กนักเรียน ยืนยันรัฐบาลพร้อมร่วมมือเพื่อปราบปรามการทุจริตอย่างจริงจังและให้กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงมหาดไทย กำกับดูแลและตรวจสอบทุกโรงเรียนทั่วประเทศอย่างใกล้ชิด


รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ย้ำว่า นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับคุณภาพของเด็กนักเรียน และเยาวชนเป็นอย่างมาก เพราะถือเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าของชาติ และการศึกษาเป็นเรื่องพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ

สำหรับลักษณะที่เข้าข่ายการทุจริตโครงการอาหารกลางวันเด็กนั้น พบว่ามีทั้งโรงเรียนขนาดใหญ่ และขนาดเล็ก เช่น มีงบ 10,000 บาท แต่ซื้อไม่ถึงงบ และผู้บริหารตอบไม่ได้ว่าเงินส่วนต่างอยู่ที่ใด


โรงเรียนบางแห่งนำอาหารกลางวันไปเลี้ยงนักเรียนทั้งหมด ทั้งชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษา รวมถึงครู ทั้งที่โครงการนี้จัดให้นักเรียนชั้นประถมเท่านั้น ทำให้อาหารแต่ละมื้อไม่ครบถ้วนตามหลักโภชนาการที่กำหนด

ส่วนรายละเอียดการจ่ายเงินอุดหนุนอาหารกลางวันสำหรับเด็กเล็ก เด็กอนุบาล และชั้นประถมปีที่ 1-6 รัฐบาลโอนผ่านกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย จากนั้นจะจัดสรรเงินกับโรงเรียนในสังกัด อปท. โรงเรียนสังกัด สพฐ. กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก กรมการศึกษานอกโรงเรียน และ กรมพัฒนาสังคม และสวัสดิการ อัตราคนละ 20 บาทต่อวัน ทุกปีการศึกษา หรือ ประมาณปีละ 200 วัน 

 

 


“ส.ผู้ผลิตข่าวฯ” จัดอบรมเชิงปฎิบัติการ "ผู้ผลิตข่าวดิจิทัลรุ่นเยาว์" รุ่น 4

Sun, 7 Jul 2019 08:53:00

สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ (SONP) จัดอบรมฟรี โครงการผู้ผลิตข่าวดิจิทัลรุ่นเยาว์ รุ่นที่ 4 ระหว่างวันที่ 30 สิงหาคม - 2 ก.ย.2562 ที่ ศูนย์ประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี สำหรับโครงการนี้ได้รับการสนับสนุนหลักจาก บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค, ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) และสนับสนุนร่วมโดย ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)

สำหรับโครงการเชิงปฏิบัติการผู้ผลิตข่าวดิจิทัลรุ่นเยาว์” หรือ “Young Digital News Providers” ปีนี้จัดขึ้นเป็นรุ่นที่ 4 เพื่อถ่ายทอดความรู้ในทุกมิติของการผลิตข่าวบนโลกดิจิทัล อาทิ ทิศทางในการนำเสนอข่าวสารและพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคดิจิทัล, การใช้เครื่องมือบนเครือข่ายสังคมออนไลน์อย่างมีประสิทธิภาพ, การนำเสนอในรูปแบบมัลติมีเดีย, เรียนรู้จริยธรรมการนำเสนอข่าวที่ถูกต้องและเหมาะสม, การวางแผนการตลาดและประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ข่าว, การสร้างสรรค์และออกแบบเว็บไซต์ข่าวให้น่าสนใจ รวมทั้งสร้างแรงบันดาลใจ เปิดมุมมอง ความคิดสร้างสรรค์ให้กับนิสิต นักศึกษา อีกทั้งจัดให้มีการประกวด “เว็บไซต์ข่าวฝึกปฏิบัติยอดเยี่ยม” ระดับอุดมศึกษา โดยให้นิสิต นักศึกษาส่งผลงานจริงเข้าประกวดหลังจากได้ฝึกอบรมไปแล้ว ก่อนที่จะก้าวไปสู่การทำงานอย่างมืออาชีพ

สำหรับผู้ที่สนใจเข้ารับการอบรมครั้งนี้จะต้องเป็นนิสิต นักศึกษา สาขานิเทศศาสตร์ หรือวารสารศาสตร์ สาขาประชาสัมพันธ์หรือสื่อสารการตลาด, สาขาการออกแบบสื่อดิจิทัล, สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ ในชั้นปีที่ 3 หรือชั้นปีที่ 4 รวม จากสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาต่าง ๆ ทั่วประเทศ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณธัญฉัต วจีเกษม โทรศัพท์ 081 700 2601 อีเมล์ SonpAssociation@gmail.com ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 10 สิงหาคม 2562 และจะประกาศผลผู้มีสิทธิเข้าร่วมการอบรม ในวันที่ 15 สิงหาคม 2562 หน้าเว็บไซต์ www.sonp.or.th


สพฐ.มีมติย้ายเด็ก ร.ร.บ้านขุนสมุทร 6 คน เรียนบนบกพรุ่งนี้วันแรก

Thu, 4 Jul 2019 12:40:00

วันนี้ (4 ก.ค.2562) นายชูชาติ แก้วนอก ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรปราการ ยืนยัน สพฐ. มีมติย้ายเด็ก 6 คน ที่โรงเรียนบ้านขุนสมุทร ต.แหลมฟ้าผ่า จ.สมุทรปราการ ออกไปเรียนที่ “โรงเรียนบ้านขุนสมุทรไทย” ต.นาเกลือ โดยจะเริ่มพรุ่งนี้เป็นวันแรก


สำหรับเหตุผลการควบรวมเร่งด่วน นายชูชาติ ระบุว่า สพฐ.มองว่าการควบรวมเด็กไปเรียนที่เดียวกัน จะประโยชน์เรื่องคุณภาพการศึกษา ส่วนค่าเดินทางได้ทำแผนของบเร่งด่วนออกค่าใช้จ่ายแล้ว โดยจะคำนวณรายหัวตามความจริง


ทั้งนี้ นายชูชาติ ยืนยันว่า โรงเรียนบ้านขุนสมุทรจีนยังไม่ถูกยุบ แค่ย้ายเด็ก 6 คน ไปควบรวมโรงเรียนคู่ขนานเท่านั้น แต่จากการลงพื้นที่พบว่ามีผู้ปกครองบางส่วนไม่เห็นด้วย ขอให้ สพฐ.หารืออีกครั้ง

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

หวั่นถูกปิด “โรงเรียนบ้านขุนสมุทร” เหลือเด็ก 6 คน อยู่กลางน้ำ มีครูคนเดียว

"บ้านขุนสมุทรโมเดล" แก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็ก

 


"บ้านขุนสมุทรโมเดล" แก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็ก

Wed, 3 Jul 2019 19:30:00

วันนี้ (3 ก.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มอดีตนักเรียน "โรงเรียนบ้านขุนสมุทร" ที่ผู้ปกครองย้ายออกมาอยู่โรงเรียนคู่ขนานใน ต.นาเกลือ อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ ที่ใช้ชื่อว่า "โรงเรียนบ้านขุนสมุทรไทย" ตั้งแต่ประมาณปี 2559 หลังไม่เชื่อมั่นในระบบการศึกษาโรงเรียนเดิม


นักเรียนชั้น ป.3 - ป.6 บางคน เพิ่งย้ายเข้ามาเรียนเมื่อ 2-3 เดือนที่ผ่านมา ยอมรับว่า เมื่อตอนที่เรียนอยู่ในโรงเรียนบ้านขุนสมุทรเดิม ได้รับความรู้ไม่ค่อยเต็มที่ หลังจากย้ายเข้ามาเรียนในโรงเรียนใหม่ก็ได้รับความรู้เพิ่มขึ้น แต่การเดินทางมาโรงเรียนยังลำบากอยู่มาก


ปัจจุบันโรงเรียนบ้านขุนสมุทรไทย มีเด็กในชุมชนบ้านขุนสมุทรจีน ต.แหลมฟ้าผ่า ย้ายมาศึกษา 16 คน มีตั้งแต่ชั้นอนุบาล ถึง ป.6 บางคนที่ต้องเรียนต่อชั้นมัธยมศึกษา ผู้ปกครองมักจะย้ายลูกออกมาก่อนจบชั้น ป.6 เพื่อให้เด็กได้มีเวลาปรับตัว


ปิ่นทอง ใจสุทธิ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านขุนสมุทรไทย ระบุว่า มีเด็กบางส่วนที่ย้ายมาเข้าเรียนตอนชั้น ป.6 เมื่อสอบถามเหตุผลพบว่า เด็กต้องการจะเข้าเรียนต่อในชั้น ม.1 เพราะฉะนั้น ส่วนตัวคิดว่าไม่ว่าอย่างไรเด็กก็จะต้องเข้าเรียนต่อชั้นมัธยมศึกษา ดังนั้น จึงควรให้เด็กทุกคนได้มีโอกาสทางการศึกษาที่ดีกว่า

ทั้งนี้ ในวันพรุ่งนี้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรปราการจะประชุมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ร่วมกับคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หารือการแก้ปัญหาเพื่อขับเคลื่อนให้ "โรงเรียนบ้านขุนสมุทร" เป็นโมเดลแก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็ก ที่อยู่ในข่ายถูกยุบ

 

 


กสศ.แจก 1,500 ทุนนักเรียนเก่ง-ยากจนเรียนต่อครู

Sun, 30 Jun 2019 13:16:00

วันนี้ (30 มิ.ย.2562) การประชุมเชิงปฏิบัติการโครงการ "ครูรัก(ษ์) ถิ่น" ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เพื่อร่วมกันหาแนวทางสร้างโอกาสทางการศึกษาสำหรับนักเรียนในพื้นที่ห่างไกล เป็นครูรุ่นใหม่ เพื่อพัฒนาคุณภาพโรงเรียนของชุมชน

นพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการกสศ. กล่าวว่า โครงการนี้จะสนับสนุนทุนให้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่มีฐานะครอบครัวยากจนในพื้นที่ห่างไกล แต่มีความต้องการเป็นครูได้ศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาจนจบหลักสูตร และบรรจุเป็นครูในโรงเรียนของพื้นที่ จำนวน 1,500 ทุน ทุนละ 160,500 บาทต่อปี เริ่มตั้งแต่ปีการศึกษา 2563 เป็นต้นไป โดยจะให้สถาบันอุดมศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ 36 แห่งทั่วประเทศ ร่วมกับชุมชนเป็นผู้คัดกรองนักเรียน

 

สำหรับเงื่อนไขของเด็กที่จะเข้าร่วมโครงการต้องเป็นเด็กยากจนในภูมิลำเนาของโรงเรียนพื้นที่ห่างไกล ผลการเรียนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 2.5 ตลอด 5 ภาคเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ฐานะครอบครัวเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด

ผู้จัดการกสศ. เชื่อว่าภายใน 10 ปี จะสามารถปรับระบบการผลิต พัฒนาครูให้ตรงกับลักษณะงาน บริบทของโรงเรียน ชุมชนในแต่ละพื้นที่ห่างไกล และจะมีครูเพียงพอกับความต้องการ ลดปัญหาขาดแคลนครูจากการโยกย้ายได้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ถอดรหัส "จดหมายลาครู" เรื่องจริงยิ่งกว่าละคร

 

 

 

 


ครูสาว ชื่นชม “ทนงศักดิ์” นร.สุดขยันเดินฝ่าน้ำเรียนหนังสือ

Wed, 26 Jun 2019 12:59:00

ฅวานนี้ ( 25 มิ.ย.2562) ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Nathamon Chomjan ซึ่งเป็นครูโรงเรียนไทรโยคน้อยวิทยา ต.ท่าเสา อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี  ได้โพสต์ภาพขณะไปตรวจเยี่ยมบ้านของนักเรียน ซึ่งพบว่าต้องเดินลุยน้ำสูงเท่าหัวเขาเพื่อมาเรียนหนังสือในแต่ละวัน

โดยครู ระบุว่าเพื่อให้กำลังใจนักเรียนชื่อทนงศักดิ์ หรือน้องนง ที่ต้องเดินลุยน้ำ ออกจากบ้านตั้งแต่เช้ามืด เพื่อมาให้ทันโรงเรียน โดยระบุว่า บอกได้คำเดียวว่าครูนับถือหัวใจนายมาก #ทนงศักดิ์

#อยากให้ทุกคนอ่านให้จบอย่างน้อยเพื่อเป็นแรงใจในการสู้ชีวิตในขณะที่คนอื่นมีเรื่องราวสารพัดที่จะไม่มาโรงเรียน แตขณะเดียวกันทนงศักดิ์ที่บ้านอยู่ไกลมากและเดินทางลำบากมากกลับไม่เคยขาดเรียน และไม่เคยมาโรงเรียนสาย

ภาพ: เฟซบุ๊ก Nathamon Chomjan

ภาพ: เฟซบุ๊ก Nathamon Chomjan

 

นงต้องเดินเท้าออกจากบ้านตั้งแต่ตีห้า เพื่อมาขึ้นรถที่ปากทาง ไม่ได้เดินทางตามถนนปกติแต่ในช่วงฤดูฝนต้องข้ามห้วยแล้วมาใส่รองเท้าถุงเท้าที่บ้านป้า และนงไม่เคยใส่รองเท้าแตะไปโรงเรียนเลย นงต้องใช้เวลาในการเดินทางบนรถรับส่งอีกชั่วโมงกว่าจะถึงโรงเรียน

นงทำให้ครูรู้สึกว่าอุปสรรคที่ครูเคยเจอมาทั้งหมดมันเล็กน้อยไปเลย ครูขอบันทึกและแชร์เรื่องราวของนงไว้เป็นกำลังใจให้ตัวเอง เมื่อใดก็ตามที่ครูเหนื่อยหรือท้อครูจะกลับมาเปิดดูโพสต์นี้เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับตัวครูเอง #นับถือหัวใจ

ภาพ: เฟซบุ๊ก Nathamon Chomjan

ภาพ: เฟซบุ๊ก Nathamon Chomjan

 

โดยหลังจากมีการเผยแพร่ภาพนี้ออกไปมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นให้กำลังใจครู และน้องทนงศักดิ์จำนวนมาก พร้อมเรียกร้องให้สนับสนุนการศึกษาของนักเรียนคนนี้ 

 

ภาพ: เฟซบุ๊ก Nathamon Chomjan

ภาพ: เฟซบุ๊ก Nathamon Chomjan

ไทยพีบีเอสออนไลน์ สัมภาษณ์ครูที่โรงเรียนไทรโยคน้อยวิทยา จ.กาญจนบุรี ระบุว่า น.ส.ณฐมน ชมจันทร์ ครูกลุ่มสาระ ภาษาต่างประเทศ  และเป็นครูที่ปรึกษาของ ด.ช.ทนงศักดิ์ ซึ่ง เป็นนักเรียนชั้น ม.5 เนื่องจากโรงเรียนอยู่ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค ดังนั้นในช่วงหน้าฝนการเดินทางก็อาจต้องลำบากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ครูณัฐมน ย้ำว่าต้องการเผยแพร่เรื่องราวนี้ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และอยากขอให้เรื่องราวของน้องได้เป็นกำลังใจให้กับทุกคนในการสู้ชีวิต

 


คนแบบไหนที่ใช่ ในยุคดิจิทัล

Wed, 12 Jun 2019 11:33:00

ข้อมูลเหล่านี้มีความน่าสนใจอย่างยิ่ง เมื่อพิจารณากับภาวะตลาดงานในปัจจุบัน ที่กำลังเปลี่ยนโครงสร้างไปอย่างรวดเร็ว จากการเข้ามาของเทคโนโลยี จนทำให้ขาดบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ต้องการให้รัฐบาลยกระดับการผลิตแรงงานให้เป็นวาระแห่งชาติ

คนที่มี ไม่ใช่คนที่ใช่…

ศาสตราจารย์พิริยะ ผลพิรุณห์ คณะพัฒนาการเศรษฐกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือ นิด้า อธิบายว่า ความไม่สอดคล้องทางการศึกษาเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาของการว่างงานในปัจจุบัน เกิดขึ้นอย่างมากในระดับปริญญาตรี เอกชนกลับสะท้อนว่าขาดแคลนแรงงานทักษะในสายอาชีวะ

จะเน้นอาชีวะอย่างเดียวคงไม่พอ

อาชีวะก็ต้องการการมุ่งพัฒนา โดยเฉพาะการลบภาพว่า ด้อยกว่าการจบจากมหาวิทยาลัย เป็นที่เรียนของคนไม่มีที่ไป ทั้งๆที่คนกลุ่มนี้ คือแรงงานที่สำคัญ และควรจะได้รับเงินเดือนที่ตรงกับความสามารถ ไม่น้อยกว่าปริญญาตรี ซึ่งการพัฒนาในปัจจุบันมีมากขึ้น

แล้วทำไมคนบางส่วนยังเชื่อว่าปริญญาตรีดีกว่า

นโยบายส่งเสริมการเรียนต่อในระดับปริญญาตรี ค่านิยมการมีใบปริญญา และค่าแรงปริญญาตรีที่สูงกว่า ทำให้ที่ผ่านมา ถนนสายปริญญาตรีผลิตบุคลากรออกมาจำนวนมาก

เชื่อไหมว่า จากผลการสำรวจของบริษัทเอกชนด้านการจัดหารงานบางแห่ง พบว่า มีบริษัทไม่ถึงครึ่งของการสำรวจที่มีบุคลากรตรงกับความต้องการ และที่มีอยู่นั้นก็มีแค่ 40% ไม่ถึงครึ่งของพนักงานที่มี

บุคลากรสายวิทยาศาสตร์ มีความต้องการมากกว่า แต่ผลิตบัณฑิตออกมาน้อยกว่า โดยคนส่วนใหญ่กว่า 80% เลือกเรียนสายสังคมศาสตร์ ซึ่งถือเป็นความไม่สอดคล้องกันของสาขาที่ผลิตแรงงานออกมา

ทักษะที่ได้ออกมาจากสถาบันการศึกษา ไม่ตรงกับความต้องการตลาดแรงงาน เมื่อมาประกอบกับความไม่สอดคล้องในเชิงพื้นที่ คนที่จบมาส่วนใหญ่อยากทำงานอยู่ในกรุงเทพมหานคร แต่งานในกรุงเทพมหานครส่วนใหญ่เป็นภาคบริการ จึงไม่แปลกที่แม้แต่สายวิทยาศาสตร์บางแขนงก็อยากทำงานข้ามสายงาน เช่น วิศวกร อาจไปทำงานสายการเงินก็เป็นไปได้

เด็กไทยวางแผนชีวิตการเรียนจากอะไร?

มนัส อ่อนสังข์ บรรณาธิการข่าวการศึกษา เว็บไซต์เด็กดีดอทคอม เล่าว่า ส่วนใหญ่น้องๆยังคงเลือกคณะ สาขา จากคะแนนที่มี เด็กที่เก่งก็เลือกได้ตามที่ฝัน แต่ถ้าคะแนนไม่ดีก็เลือกตามที่คะแนนถึง นั่นทำให้มีโอกาสที่เด็กไทยจะซิ่ว (ฟอสซิล คือ คำเรียกเด็กที่เรียนชั้นปีที่หนึ่งแล้ว กลับมาสอบในคณะที่อยากเรียนใหม่ ต้องกลับมาเรียนมีหนึ่งใหม่อีกครั้ง) เสียเวลาอีกปีหนึ่งไปกับการเรียนในคณะที่ไม่ชอบ แต่ได้ขึ้นชื่อว่าสอบติด

ปัญหาอยู่ตรงไหน?

เด็กส่วนใหญ่ไม่รู้จักตัวเอง พรุ่งนี้ต้องเลือกคณะแล้ว แต่ยังไม่รู้จะเลือกอะไร มีคำแนะนำ 3 อย่าง ที่น้องๆ ควรตั้งคำถามและหาคำตอบให้กับตัวเองคือ


1.เก่งวิชาอะไร คณะที่จะเลือกเรียน มีวิชาที่ถนัดอยู่ไหม
2. ดูแค่วิชาที่ชอบก็ไม่ได้ ต้องดูหลักสูตรว่ารายวิชาที่จะต้องเรียนตลอด 4 ปี สอนอะไรบ้าง ใช่ที่สนใจหรือไม่
3. ถ้ายังเลือกคณะไม่ได้ ลองดูว่าในอนาคตอยากทำอาชีพอะไร

ยุคดิจิทัล กำลังท้าทายว่า ใบปริญญาไม่ใช่สิ่งสำคัญ แล้วคนแบบไหนคือคนที่ต้องการ
อาจารย์พิริยะ เปรียบเทียบว่า ปัจจุบันเด็กไทยยังเรียนไม่ต่างกับ 40 ปีก่อน ซึ่งเป็นยุคอุตสาหกรรม ซึ่งต้องการคนเก่ง คนดี คนขยัน การเรียนเน้นการแข่งขัน การบ้านหนัก

แต่ในยุคดิจิทัล สามคุณสมบัติที่สำคัญคือ ทักษะด้านภาษาในขั้นที่ต้องสื่อสารได้ ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีเพื่อรองรับการพัฒนาเทคโนโลยีที่เป็นขั้นสูงมากขึ้นเรื่อยๆ และทักษะการคิดวิเคราะห์ แต่การจะผลิตคนได้แบบนี้ อาจารย์พิริยะ มองว่า ต้องเริ่มกันใหม่ตั้งแต่ระดับอนุบาล การเรียนต้องเปลี่ยน

วิธีคิดของผู้ปกครอง โรงเรียน ต้องยอมรับในความเก่งที่เด็กแต่ละคนเป็น ไม่ต้องแข่งขันหรือจัดอันดับ แต่ต้องดูว่าเด็กเก่งตรงไหน ต้องเพิ่มตรงไหน ไม่ต้องตัดเกรด ให้เด็กเรียนรู้อย่างมีความสุข เด็กจะค้นหาตัวเองเจอ และมีความสุขที่จะเรียนรู้ตลอดเวลา

ซึ่งจะเห็นว่า การแก้ปัญหาเรียนไปตกงาน มีแรงงานไม่ตรงความต้องการของตลาด ยังมีทางออก เพียงแต่ครอบครัว ภาคการศึกษาตั้งแต่เด็กเล็กจนถึงมหาวิทยาลัย และอุตสาหกรรม ต้องทำงานกันให้ใกล้ชิดมากขึ้น

โลกอนาคต ต้องการคนที่เรียนรู้ตลอดเวลา

คุณยุทธนา เจียมตระการ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ การบริหารกลาง เอสซีจี ซึ่งดูแลงานด้านทรัพยากรบุคคล ยืนยันว่า คนในยุคดิจิทัล ไม่ได้ต้องการคนจบ ป.เอก ป.โท ป.ตรีเสมอไป สิ่งที่ต้องการจริงๆคือ เก่งและดี

เก่งคือ ต้องมีทักษะด้านวิชาการในระดับที่ดี เพื่อพัฒนาให้มีทักษะเฉพาะทางที่มากขึ้น เพื่อให้ตอบโจทย์รับกับการแข่งขันได้ ซึ่งต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์ กล้าคิดกล้าทำ

แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ ต้องพร้อมที่จะเรียนรู้ตลอดเวลา มีทัศนคติที่ดี เด็กสมัยใหม่เก่ง มีความเป็นตัวตนสูง แต่เมื่อเข้าไปทำงาน แต่ละที่ก็มีวัฒนธรรมองค์กร มีจริยธรรมกำหนด นั่นคือสิ่งที่สำคัญเช่นกัน นั่นคือ ความดี


ทปอ.เลิกประกาศชื่อ นร.คะแนนสูงสุด 10 อันดับของประเทศ

Wed, 29 May 2019 11:19:00

วันนี้ (29 พ.ค.2562) นายพีระพงศ์ ตริยเจริญ ผู้ช่วยเลขาธิการที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ผช.เลขาฯ ทปอ.) กล่าวว่า ทปอ.ได้ประกาศผลการคัดเลือกกลางบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา (TCAS) ประจำปีการศึกษา 2562 รอบ 4 แอดมิชชัน ไปช่วงค่ำวันที่ 27 พ.ค.ที่ผ่าน ซึ่งภาพรวมพบว่าเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

สำหรับผู้สมัครสามารถเข้าระบบเพื่อตรวจสอบการประกาศผลเป็นรายบุคคลแล้ว ไม่มีปัญหาระบบล่ม ซึ่งรอบนี้เลือกประกาศผลก่อนเวลา 2 วัน เพื่อให้นักเรียนได้มีเวลาเตรียมตัวสัมภาษณ์ และป้องกันปัญหาเว็บล่มหรือมีผู้ที่ไม่หวังดีเข้ามาก่อกวนเว็บไซต์อย่างที่ผ่านมา

ขณะที่ การประกาศผลคะแนน TCAS รอบ 4 ในครั้งนี้จะไม่มีการประกาศรายชื่อนักเรียนที่สอบได้คะแนนสูงสุดของคณะหรือสาขาวิชา เป็นอันดับ 1 - 10 ของประเทศอย่างเช่นทุกปี แต่จะประกาศเพียงคะแนนสูงสุด-คะแนนต่ำสุดผ่านทาง เว็บไซต์ mytcas.com เท่านั้น เนื่องจาก ทปอ.พิจารณาแล้วว่าใน TCAS รอบ 1-3 ที่ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว ก็มีเด็กเก่งในแต่ละรอบผ่านการคัดเลือก แต่ ทปอ.ก็ไม่ได้มีการประกาศรายชื่อเด็กแต่อย่างใด

ทั้งนี้ ในรอบ 4 ก็ไม่ควรประกาศเช่นเดียวกัน เพราะไม่อยากให้เป็นการยกย่องเฉพาะบุคคล อีกทั้งการรับแต่ละรอบมหาวิทยาลัยก็มีการกำหนดหลักเกณฑ์การรับที่ต่างกันจึงไม่สามารถเปรียบเทียบกันได้ ซึ่งจากนี้จะถือแนวทางนี้เป็นธรรมเนียมปฏิบัติ

สำหรับปัญหาส่วนใหญ่ที่พบหลังการประกาศคะแนน นายพีระพงศ์ ระบุว่า เด็กสงสัยว่าคะแนนตัวเองสูงกว่าคะแนนต่ำสุดของสาขาทำไมถึงไม่ติด ซึ่งอาจมาจากนักเรียนดูช่องคะแนนผิด และมีกรณีสาขาวิชาเปลี่ยนกลุ่มสาขา ตรงนี้เป็นความผิดพลาดจากการส่งข้อมูลสาขาของมหาวิทยาลัย ซึ่ง ทปอ.ได้แจ้งให้มหาวิทยาลัยแก้ไขแล้ว

 


เช็ก! 5 อันดับคณะยอดนิยม TCAS รอบ 3-4

Thu, 23 May 2019 10:46:00

วันนี้ (23 พ.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) แถลงผลการคัดเลือกกลางบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา (Thai University Central Admission System: TCAS) รอบที่ 3 การรับตรงร่วมกัน และรอบที่ 4 แอดมิชชัน ประจำปีการศึกษา 2562 ว่า ถือเป็นวันประวัติศาสตร์เพราะถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ที่ ทปอ. สามารถจัดทำข้อมูล Big Data ในการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย ซึ่งระบบ TCAS ทำให้เกิดข้อมูลอันเป็นที่ประจักษ์ที่จะนำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำและสะท้อนว่า ทำไมมหาวิทยาลัยต้องปรับตัว ทำให้ผู้ปกครอง นักเรียน และนักศึกษารู้ว่ากำลังคนของประเทศและจำนวนที่นั่งในมหาวิทยาลัยมีความไม่สมดุลอย่างไร

ศ.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) กล่าวว่า การดำเนินการ TCAS ปีการศึกษา 2562 ที่ดำเนินการไปทั้งสิ้น 5 รอบ และมีสถาบันอุดมศึกษาเข้าร่วม จำนวน 70 สถาบัน มีสาขาวิชาที่ประกาศรับจำนวน 91,340 สาขาวิชา จำนวนรับ 445,364 ที่นั่ง โดยที่ผ่านมาได้ดำเนินการเสร็จสิ้นไปแล้ว 3 รอบ ได้แก่ รอบที่ 1 แฟ้มสะสมผลงาน รอบที่ 2 โควตา และรอบที่ 3 การรับตรงร่วมกัน และขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการในรอบที่ 4 แอดมิชชัน ที่จะประกาศผลในวันที่ 29 พ.ค.นี้

ผลการคัดเลือกใน 3 รอบที่ผ่านมา มีข้อมูลสถิติที่น่าสนใจ มีผู้ผ่านคัดเลือกและยืนยันสิทธิ์ 151,806 คน

รอบที่ 1 แฟ้มสะสมผลงาน รับ 130,140 ที่นั่ง แต่ผ่านการคัดเลือกและยืนยันสิทธิ์ 58,364 คิดเป็น 44.85%

รอบที่ 2 โควตา รับ 99,033 ที่นั่ง ยืนยันสิทธิ์ 51,213 คน คิดเป็น 51.71%

รอบที่ 3 รับ 95,124 ที่นั่ง ยืนยันสิทธิ์ 42,229 คน คิดเป็น 44%

รอบที่ 4 แอดมิชชัน รับ 91,340 ที่นั่ง

รอบที่ 5 การรับตรงอิสระ รับ 29,727 ที่นั่ง ซึ่งในรอบที่ 5 นี้ มหาวิทยาลัยจะรวบรวมจำนวนที่นั่งที่เหลือแต่ละรอบ และอาจจะประกาศเพิ่มจำนวนที่นั่งรับ

หลักสูตรที่มีจำนวนสมัครมากที่สุด TCAS รอบที่ 3        ใน 5 อันดับแรก

อันดับที่ 1 คณะบริหารธุรกิจ สาขาการเงิน(ภาคปกติ) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้สมัคร 3,151 คน จำนวนรับ 30 คน

อันดับที่ 2 คณะบริหารธุรกิจ สาขาวิชาการตลาด (ภาคปกติ) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้สมัคร 2,723 คน จำนวนรับ 30 คน

อันดับที่ 3 คณะมนุษยศาสตร์ สาขาวิชาภาษาอังกฤษ(ภาคปกติ) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้สมัคร 2,620 คน จำนวนรับ 25 คน

อันดับที่ 4 คณะเศรษฐศาสตร์ สาขาเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้สมัคร 2,599 คน จำนวนรับ 240 คน

อันดับที่ 5 คณะพยาบาลศาสตร์ หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ผู้สมัคร 2,179 คน รับ 65 คน

หลักสูตรที่มีอัตราการแข่งขันมากที่สุดใน TCAS รอบ 3

อันดับที่ 1 คณะสังคมศาสตร์ สาขาวิชารัฐศาสตร์ (ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ)(ภาคปกติ) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีสมัคร 650 คน จำนวนรับ 2 คน อัตราแข่งขัน 1:325.00

อันดับที่ 2 คณะสังคมศาสตร์ สาขาวิชารัฐศาสตร์ (การปกครองและการบริหารจัดการท้องถิ่น)(ภาคปกติ) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้สมัคร 477 คน จำนวนรับ 2 คน อัตราแข่งขัน 1:238.50

อันดับที่ 3 คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ผู้สมัคร 927 คน จำนวนรับ 4 คน อัตราแข่งขัน 1:231.75

อันดับที่ 4 วิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม สาขาวิชาภาพยนตร์และสื่อดิจิตอล (หลักสูตร 2 ภาษา) วิชาเอกการออกแบบเพื่องานภาพยนตร์และสื่อดิจิทัล มศว. ผู้สมัคร 1,009 จำนวนรับ 5 คน อัตราแข่งขัน 1:201.80

อันดับที่ 5 คณะมนุษยศาสตร์ สาขานิเทศศาสตร์(ภาคปกติ) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้สมัคร 1,680 คน จำนวนรับ 10 คน อัตราแข่งขัน 1:168.00

หลักสูตรที่มีผู้เลือกเป็นอันดับที่ 1 มากที่สุด 5 อันดับแรก TCAS รอบ 3 

อันดับที่ 1 คณะเศรษฐศาสตร์ หลักสูตรเศรษศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้สมัคร 853 คน

อันดับที่ 2 คณะบริหารธุรกิจ หลักสูตรสาขาวิชาการเงิน (ภาคปกติ) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สมัคร 806 คน

อันดับที่ 3 คณะเภสัชศาสตร์ หลักสูตรเภสัชศาสตร์บัณฑิต สาขาวิชาบริบาลทางเภสัชกรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร (มน.) ผู้สมัคร 798 คน

อันดับที่ 4 คณะเภสัชศาสตร์ หลักสูตรเภสัชศาสตร์ยัณฑิต สาขาวิชาการบริบาลทางเภสัชกรรม มหาวิทยาลัยพะเยา (มพ.) ผู้สมัคร 691 คน

อันดับที่ 5 คณะมนุษยศาสตร์ หลักสูตรสาขาวิชาภาษาอังกฤษ (ภาคปกติ) หาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้สมัคร 675 คน

TCAS รอบ 4 แอดมิชชัน หลักสูตรที่มีจำนวนสมัครมากที่สุด 5 อันดับแรก

อันดับที่ 1 คณะพยาบาลศาสตร์ สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) ผู้สมัคร 1,188 คน จำนวนรับ 96 คน

อันดับที่ 2 คณะพยาบาลศาสตร์ หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต ภาคปกติ มหาวิทยาลัยบูรพา (มบ.) ผู้สมัคร 1,128 คน จำนวนรับ 35 คน

อันดับที่ 3 คณะสหเวชศาสตร์ หลักสูตรสาขาวิชาเทคนิคการแพทย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้สมัคร 1,178 คน จำนวนรับ 110 คน

อันดับที่ 4 คณะนิติศาสตร์ หลักสูตรพื้นฐานวิทยาศาสตร์ มธ. ผู้สมัคร 1,043 คน จำนวนรับ 97 คน

อันดับที่ 5 คณะมนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ หลักสูตรสาขาวิชาภาษาอังกฤษ ภาคปกติ มหาวิทยาลัยบูรพา ผู้สมัคร 975คน จำนวนรับ 75 คน

หลักสูตรที่มีอัตราการแข่งขันมากที่สุด 5 อันดับแรก ใน TCAS รอบ 4

อันดับที่ 1 คณะทันตแพทยศาสตร์ หลักสูตรทันตแพทยศาสตร์บัณฑิต มน. ผู้สมัคร 217 คน จำนวนรับ 1 คน อัตราแข่งขัน 1:217.00

อันดับที่ 2 คณะแพทยศาสตร์ หลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต มน. ผู้สมัคร 192 คน จำนวนรับ 1 คน อัตราแข่งขัน 1:192.00

อันดับที่ 3 คณะแพทยศาสตร์ หลักสูตรแพทยศาตรบัณฑิต ภาคปกติ มบ. ผู้สมัคร 275 คน จำนวนรับ 2 คน อัตราแข่งขัน 1:137.50

อันดับที่ 4 คณะครุศาสตร์ หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย มอ. ผู้สมัคร 264 คน จำนวนรับ 2 คน อัตราแข่งขัน 1:132.00

อันดับที่ 5 คณะทันตแพทยศาสตร์ หลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต มศว.ผู้สมัคร 447 คน จำนวนรับ 4 คน อัตราแข่งขัน 1:111.75

หลักสูตรที่มีจำนวนรับมากที่สุด ใน 5 อันดับ ใน TCAS รอบ 4

อันดับที่ 1 คณะอักษรศาสตร์ หลักสูตรอักษรศาสตรบัณฑิต พื้นฐานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ผู้สมัคร 376 คน จำนวนรับ 400 คน

อันดับที่ 2 คณะวิทยาศาสตร์ หลักสูตรสาขาวิชาวิทยาศาสตร์ มอ. ผู้สมัคร 502 คน จำนวนรับ 400 คน

อันดับที่ 3 คณะบริหารธุรกิจและอุตสาหกรรมบริการ หลักสูตรสาขาวิชาการจัดการท่องเที่ยวและโรงแรม (มจพ.ปราจีนบุรี) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ผู้สมัคร 234 คน รับจำนวน 320 คน

อันดับที่ 4 คณะบริหารธุรกิจและอุตสาหกรรมบริการ หลักสูตร สาขาวิชาบริหารธุรกิจอุตสาหกรรมและการค้า (มจพ.ปราจีนบุรี) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือผู้สมัคร 128 คน จำนวนรับ 320 คน

อันดับที่ 5 คณบริหารธุรกิจ หักสูตรสาขาวิชาการบัญชี มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ผู้สมัคร 18 คน จำนวนรับ 300 คน

ดร.พีรพงศ์ ตริยเจริญ ผู้ช่วยเลขาธิการ ทปอ. กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าในการดำเนินการ TCAS 62 รอบที่ 4 ซึ่งปิดรับสมัครไปเรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันที่ 19 พ.ค. ที่ผ่านมา ทปอ.ได้ดำเนินการตรวจสอบรายชื่อ ข้อมูลของสมัครเสร็จเรียบร้อยแล้ว มีจำนวน 76,408 คน จากจำนวนที่นั่งที่เปิดรับ 91,340 ที่นั่ง และอยู่ในระหว่างการประมวลผล

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นยังยืนยันว่า จะประกาศผลได้ในวันที่ 29 พ.ค.2562 ซึ่งเป็นกำหนดการเดิม นอกจากนี้หากมีการประกาศผลแล้ว นักเรียนที่ผิดหวังจากรอบที่ 4 อย่าพึ่งตกใจ เนื่องจากตั้งแต่รอบที่ 1-รอบที่3 มีจำนวนผู้สละสิทธิ์ค่อนข้างมาก จึงทำให้มีที่นั่งเหลือ ซึ่งมหาวิทยาลัยได้รวบรวมที่นั่งที่เหลือในแต่ละรอบ ไปรวมไว้ในรอบที่ 5 ดังนั้น จึงมีจำนวนรับมากกว่าจำนวนที่ประกาศไว้

 

 


อดีต รปภ.มอบตัวเข้าเรียนสัตวแพทย์ จุฬาฯ

Wed, 22 May 2019 08:10:00

วันนี้ (22 พ.ค.2562 ) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวีรพงศ์ แซ่หาญ หรือน้องวี อายุ 18 ปี โรงเรียนท่าวังผาพิทยาคม พร้อมมารดา เดินทางไปรายงานตัว เพื่อเป็นนิสิตคณะสัตวแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลังจากได้รับทุนจุฬาฯ ชนบท ประเภท ก. ฟรีค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ค่าชุดนิสิตนักศึกษา ค่าเทอม ค่าพยาบาล และหอพัก ระหว่างศึกษาภายในมหาวิทยาลัย

 

 

 

นายวีรพงศ์ เปิดเผยว่า สนใจเรียนคณะสัตวแพทยศาสตร์เพียงคณะเดียว โดยไม่ได้มองคณะอื่นเผื่อไว้ หากปีนี้ไม่ได้ก็ตั้งใจว่าจะสอบเข้าเรียนใหม่ปีหน้า เพราะมีความฝันอยากเป็นสัตวแพทย์ เนื่องจากเป็นคนรักสัตว์และที่บ้านมีสัตว์ปีก สุนัข หมู จำนวนมาก จึงวางแผนการเรียนตั้งแต่เด็ก ประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ด้านชีวภาพ นอกจากนี้ยังใช้ความเชี่ยวชาญด้านออกแบบกราฟิก ประกวดการ์ตูนแอนิเมชัน ได้รางวัลเหรียญทอง ระดับประเทศ

ขณะเดียวกัน ช่วงที่เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ได้ทุนมูลนิธิจุฬาภรณ์ จึงมีโอกาสได้เรียนพิเศษ ทำให้มีความพร้อมสอบเข้าชิงทุนมากขึ้น ผลจากความตั้งใจทำให้สอบได้เป็นอันดับต้นๆ ของชั้น และจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ด้วยเกรดเฉลี่ย 3.92 วิชาที่ถนัด คือฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา และภาษาอังกฤษ

ผมไม่เคยเรียนพิเศษ เพราะไม่มีเงิน พอได้ทุนตอน ม.5 ผมก็เรียนพิเศษ และทบทวนบทเรียน ตั้งใจสอบให้ได้ ถ้าไม่ได้ก็ตั้งใจจะสอบใหม่ปีหน้า

นายวีรพงศ์ กล่าวว่า เหตุผลที่ทำอาชีพรักษาความปลอดภัย เพราะเพื่อนรุ่นพี่ชวน อยากแบ่งเบาภาระแม่ที่ทำงานรับจ้างเพียงคนเดียว จึงไปสมัครเป็น รปภ.ทำงาน 12 ชั่วโมง ได้เงินวันละ 450 บาทให้แม่หมด

 

 

 

สำหรับนายวีรพงศ์ ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในสื่อออนไลน์ หลังเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สอบติดคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แต่ใช้เวลาช่วงปิดเทอมไปทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ รปภ.ที่วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร จ.เชียงใหม่

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

รปภ.สอบติดสัตวแพทย์ จุฬาฯ เตรียมเข้ารายงานตัว 

ชื่นชม หนุ่มวัย 18 ปี รปภ.สอบติดสัตวแพทย์ จุฬาฯ 

 


ข่าวดี ! มธ. เพิ่มจำนวนรับ TCAS รอบที่ 4

Sat, 18 May 2019 16:40:00

วันนี้ (18 พ.ค.2562) 2562 เว็บไซต์รับสมัครเข้าศึกษาต่อของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เผยแพร่เอกสาร และประกาศปรับเพิ่มจำนวนรับบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษาระบบกลาง หรือแอดมิชชั่น ประจำปีการศึกษา 2562 ในรอบที่ 4

โดยระบุว่า ข่าวดี! เพิ่มจำนวนรับรอบที่ 4 แล้วน้อง ๆ ที่กำลังลังเลว่าจะยื่น TCAS รอบที่ 4 ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดีมั้ย? กลัวไม่ติดจังตอนนี้เราเพิ่มจำนวนรับรอบที่ 4 แล้ว จากการตรวจสอบพบว่า ทุกคณะที่รับจำนวนเพิ่มแผนรับ 3,794 คน จากแผนเดิม 2,040 คน โดยสามารถดูจำนวนรับของแต่ละคณะ สาขาวิชา และรูปแบบการสมัครที่เปิดรับ สามารถดูได้ที่ https://www.tuadmissions.in.th/img/2019051713573472.pdf

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

#Dek62 วุ่น! TCAS รอบ 3 ไม่ประกาศคะแนนต่ำสุด-นับแต้มคนละกฎ

 

 

 

 


ไล่ออก อดีต ผอ.โรงเรียน ให้เด็กกินขนมจีนราดน้ำปลา

Thu, 16 May 2019 10:41:00

จากกรณีมีการแชร์คลิปเด็กนักเรียนชั้นอนุบาล โรงเรียนบ้านท่าใหม่ ต.ประสงค์ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี กินเส้นขนมจีนคลุกน้ำปลาเป็นอาหารกลางวัน ซึ่งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 2 มีคำสั่งย้ายนายสมเชาว์ สิทธิเชนทร์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านท่าใหม่ ไปช่วยราชการ พร้อมตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง และมีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนตั้งแต่วันที่ 16 มิ.ย.2562

วันที่ 15 พ.ค.2562 นายชุมพล ศรีสังข์ ศึกษาธิการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดสุราษฎร์ธานี มีมติไล่ออกนายสมเชาว์ ตามความเห็นของคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ในความผิด 6 ข้อหา โดยมีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 17 มิ.ย.2561 ขณะนี้ส่งผลวินิจฉัยและมติการสอบสวนวินัยร้ายแรงไปที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาแล้ว ซึ่งนายสมเชาว์มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งภายใน 30 วัน

สำหรับมูลความผิดของนายสมเชาว์ ที่คณะกรรมการตรวจขสอบมีทั้งสิ้น 10 ประเด็น เป็นประเด็นวินัยร้ายแรง 5 เรื่อง ประกอบด้วย ทุจริตอาหารกลางวัน การจัดซื้อจัดจ้างระบบไฟฟ้า การขายผลผลิตปาล์มน้ำมันของโรงเรียน อนุญาตให้ขายน้ำอัดลมในโรงเรียน และโครงการจัดซื้อจัดจ้างก่อสร้างถนนคอนกรีตภายในบริเวณโรงเรียน ส่วนความผิดวินัยไม่ร้ายแรง 1 เรื่อง คือ โครงการก่อสร้างอาคารที่ดำเนินการเปลี่ยนวัสดุบางรายการ โดยไม่ชี้แจงข้อได้เปรียบเสียเปรียบ ซึ่งผิดระเบียบการปฏิบัติหน้าที่ ส่วนอีก 4 เรื่อง เช่น การเลี้ยงปลาดุก การเลี้ยงไก่พันธุ์ไข่ การปรับปรุงซ่อมแซมบ้านพักครู และซ่อมแซมระบบไฟฟ้า ไม่เข้าข่ายความผิดวินัย


ได้ผล! หักเงินเดือน ขรก.ใช้หนี้ กยศ. ได้คืนเดือนละ 420 ล้านบาท

Mon, 13 May 2019 13:10:00

วันนี้ (13 พ.ค.2562) นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) กล่าวถึง ความก้าวหน้าในการตามหนี้จากผู้กู้ยืมเพื่อการศึกษาที่ผิดนัดชำระหนี้ จนต้องออกมาตรการให้องค์กรนายจ้างทั้งภาครัฐและเอกชน มีหน้าที่หักเงินได้ที่มาจากการจ้างแรงงานของพนักงานและลูกจ้างที่เป็นผู้กู้ยืม กยศ. นำส่งกรมสรรพากร โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2560 

ล่าสุด ได้รับความร่วมมือจากกรมบัญชีกลางที่ดูแลระบบจ่ายตรงเงินเดือนข้าราชการส่วนกลางเดือนละ 160,000 คน รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่รับผิดชอบเงินเดือนของข้าราชการท้องถิ่น ได้ดำเนินการหักเงินเดือนข้าราชการเพื่อนำส่ง กยศ.รวมเป็นเงินเดือนละกว่า 420 ล้านบาท

ทั้งนี้ อยู่ระหว่างการเริ่มหักเงินเดือนของผู้กู้ยืมเงิน กยศ.ที่ทำงานในรัฐวิสาหกิจและเอกชนรายใหญ่ คาดว่า ตลอดปีนี้ กยศ. จะสามารถจัดเก็บหนี้จากการหักเงินจากบัญชีเงินเดือนได้รวมกว่า 6,000 ล้านบาท


เปิดเทอมนี้ ผู้ปกครอง เครียดแค่ไหน?

Mon, 13 May 2019 10:53:00

วันนี้ (13 พ.ค.2562) ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ดำเนินการสำรวจความคิดเห็นเรื่อง “วัดระดับความเครียดของผู้ปกครอง ช่วงใกล้เปิดเทอม” โดยเก็บข้อมูลจากผู้ปกครองที่มีบุตรหลานเรียนอยู่ในระดับชั้นอนุบาล - มัธยมศึกษา ทั้งสังกัดโรงเรียนรัฐบาลและโรงเรียนเอกชน ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมทั้งสิ้น 1,149 คน

ผลสำรวจพบว่า ความเห็นต่อค่าใช้จ่ายในช่วงใกล้เปิดเทอมของบุตรหลานในปีนี้ทำให้เกิดความเครียดมากน้อยเพียงใด มีดังนี้ 

ปัญหาหลักที่ผู้ปกครองพบเจอในช่วงใกล้เปิดเทอมปีนี้ 

 

 

ผู้ปกครองเตรียมเงินค่าใช้จ่ายเรื่องการศึกษาของบุตรหลานในช่วงเปิดเทอมปีนี้

หากเปรียบเทียบกับปีที่แล้วสภาพการเงินปัญหาในช่วงเปิดเทอมเป็นอย่างไร

เรื่องที่อยากให้ภาครัฐส่งเสริมช่วยเหลือด้านการศึกษามากที่สุด 5 อันดับแรก

 

ยอมรับค่าใช้จ่ายเพิ่ม

ไทยพีบีเอสออนไลน์ สัมภาษณ์ผู้ปกครองคนหนึ่ง ที่เพิ่งมีบุตรหลานเข้าเรียนชั้นป.1 ในโรงเรียนเอกชน ระบุว่า เนื่องจากต้องการให้บุตรหลานเรียนในโรงเรียนที่มีชื่อเสียง จึงต้องเตรียมรายจ่ายค่าเทอมการศึกษาเพิ่มมากขึ้นอีกเท่าตัว ของโรงเรียนในสังกัดรัฐ เนื่องจากเข้าเรียนเทอมแรก จึงต้องมีค่าใช้จ่ายส่วนต่าง ทั้งค่าชุดนักเรียน ค่าอุปกรณ์การเรียน และค่ารถรับส่ง

แม้ว่าจะเตรียมเงินสำรองไว้จำนวนหนึ่ง แต่ยอมรับว่าเป็นรายจ่ายที่เพิ่มขึ้นอีกหลายหมื่นบาท 

นอกจากนี้ยังมีความคาดหวังว่าบุตรหลานจะได้รับการเรียนการสอนที่เต็มศักยภาพหรือไม่ เนื่องจากโรงเรียนมีห้องเรียนมาก เพื่อให้รับจำนวนนักเรียนที่เข้ามาสมัครเรียนในโรงเรียนเอกชน ซึงบุตรหลานอาจจะไม่ได้รับการดูแลทั่วถึงเพียงพอ

 


ตำรวจ 3,000 นาย ดูแลจราจรรับเปิดเทอม

Mon, 13 May 2019 10:52:00

วันนี้ (13 พ.ค.62) พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้เตรียมพร้อมอำนวยความสะดวกด้านการจราจรโดยรอบสถานศึกษา ซึ่งจะทยอยเปิดภาคเรียนตั้งแต่วันนี้ โดยสั่งระดมกำลังตำรวจจราจรกว่า 3,000 นาย ไว้รับมือการจราจรติดขัด น้อยกว่าปีที่แล้วที่เตรียมกำลังไว้ 4,000 นาย

ขณะที่ในเวลา 10.00 น. จะมีประชุมเตรียมความพร้อมอำนวยความสะดวกจราจรช่วงเปิดภาคเรียนอีกครั้ง ที่กองบังคับการตำรวจจราจร ถ.วิภาวดีรังสิต เน้นย้ำ 3 โซนหลัก ที่มักมีปัญหาการจราจรหน้าสถานศึกษา คือ โซน 1 ถนนสามเสน ราชวิถี สิรินธร โซน 2 ถนนสุขุมวิท ทองหล่อ เพชรบุรี และโซน 3 ถนนสีลม สาทร โดยจะดูแลการจราจรรอบโรงเรียน จัดที่จอดรถรองรับ และทำความเข้าใจกับผู้ปกครองในการรับส่งบุตร แต่ยังมีความกังวลในเรื่องสภาพอากาศเพราะหากฝนตกอาจส่งผลกระทบได้

รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ระบุว่า ฝากผู้ปกครองเด็กนักเรียนที่เข้าเรียนสถานศึกษาแห่งใหม่ ให้ศึกษาระบบเส้นทางในการรับส่งบุตรหลาน เพื่อใช้เวลาน้อยที่สุด รวมถึงการแสดงความรักให้เรียบร้อยตั้งแต่ที่บ้านหรือในรถ พร้อมขอความร่วมมือทางโรงเรียนจัดอาสาสมัคร นักเรียนโต หรือ พนักงานรักษาความปลอดภัย (รปภ.) ช่วยรับดูแลเด็กเล็กจากผู้ปกครองเข้าโรงเรียน

ก่อนหน้านี้ กรุงเทพมหานครประสานไปยังกองบังคับการตำรวจจราจร หารือมาตรการรับมือการจราจรในช่วงวันเปิดภาคเรียน โดย กทม.จะขอพื้นที่คืนจากการก่อสร้างต่างๆ อาทิ การทำถนน การก่อสร้างรถไฟฟ้า รวมถึงจัดระเบียบพื้นที่ ไม่ให้วางสิ่งของเกะกะบนทางเท้า

 


เตือนซ้ำรอย เปิดเทอม "ลืม" นักเรียนในรถ

Mon, 13 May 2019 09:28:00

วานนี้ (12 พ.ค.2562) นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ขณะนี้โรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศเริ่มเปิดภาคเรียนตามปกติแล้ว ซึ่งผู้ปกครองและครูอาจารย์ต้องดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด ป้องกันการลืมเด็กไว้ในรถ โดยเฉพาะในเด็กนักเรียนระดับอนุบาลและในศูนย์เด็กเล็ก ทั้งรถรับส่งเด็กนักเรียน และรถของผู้ปกครองเอง ที่หากเกิดเหตุแล้วอาจเสี่ยงทำให้เด็กเสียชีวิตได้ 

จากข้อมูลเฝ้าระวังโรคของสำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค พบว่า ในช่วง 5 ปี (ปี 2557 - 2561) พบว่า มีเหตุการณ์ที่เด็กถูกลืมทิ้งไว้ในรถจำนวน 106 เหตุการณ์ เด็กเสียชีวิตทั้งหมด 5 คน เป็นเพศหญิง 3 คน เพศชาย 2 คน อายุอยู่ระหว่าง 3 - 6 ปี โดยเกิดเหตุขึ้นในรถรับจ้างรับส่งนักเรียน 4 คน และรถยนต์ส่วนบุคคล 1 คน ทั้งหมดถูกลืมทิ้งไว้ในรถนานกว่า 6 ชั่วโมงขึ้นไป โดยเกิดขึ้นขณะเด็กนอนหลับและจอดรถไว้หลังจากรับส่งนักเรียนเสร็จ


นพ.สุวรรณชัย กล่าวต่อไปว่า จากข้อมูลการทดสอบกรณีเด็กติดในรถ (จอดรถกลางแดด) ของศูนย์วิจัยสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก โรงพยาบาลรามาธิบดี พบว่า เด็กส่วนใหญ่ที่ติดอยู่ในรถไม่ได้เสียชีวิตเพราะขาดอากาศหายใจ แต่เป็นเพราะความร้อนภายในรถที่สูงขึ้น หากเด็กติดอยู่ในรถที่จอดกลางแดด 5 นาที อุณหภูมิจะสูงขึ้นจนไม่สามารถทนอยู่ได้ 10 นาที ร่างกายจะยิ่งแย่ และ 30 นาที เด็กจะเกิดภาวะเลือดเป็นกรด ช็อก หมดสติ สมองบวมตามมา จากนั้นอาจหยุดหายใจ อวัยวะทุกอย่างก็จะหยุดทำงาน และอาจเสียชีวิตได้

ทั้งนี้ ขอแนะนำผู้ปกครอง พนักงานขับรถรับส่งนักเรียน และครูอาจารย์ ให้เตือนตนเอง ใน 3 ข้อควรจำ เพื่อป้องกันการลืมเด็กในรถ ดังนี้ “นับ ตรวจตรา อย่าประมาท” ได้แก่ 1.นับ จำนวนเด็กก่อนขึ้นและหลังลงจากรถทุกครั้ง 2.ตรวจตรา ก่อนล็อกประตูรถ ตรวจดูให้ทั่วรถ 3.อย่าประมาท อย่าทิ้งเด็กไว้เพียงลำพัง แม้ว่าจะลงไปทำธุระเพียงชั่วระยะเวลาสั้นๆ ก็ตาม

นอกจากนี้ ครูและผู้ปกครอง ควรสอนให้เด็กรู้จักการร้องขอความช่วยเหลือโดยการกดแตรรถ เป็นต้น หากพบเห็นเด็กถูกลืมไว้ในรถ ขอให้เรียกหาเจ้าของรถ เพื่อให้มาเปิดรถโดยเร็ว ถ้าหากไม่พบเจ้าของรถ ก็ขอให้คนรอบข้างช่วยเหลือ และโทรแจ้งขอความช่วยเหลือจากทีมแพทย์กู้ชีพ โทร.1669 ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

 


#Dek62 วุ่น! TCAS รอบ 3 ไม่ประกาศคะแนนต่ำสุด-นับแต้มคนละกฎ

Fri, 10 May 2019 18:06:00

วานนี้ (9 พ.ค.2562) นายมนัส อ่อนสังข์ (ลาเต้) บรรณาธิการข่าวการศึกษา เว็บไซต์ DEK-D.com ได้ทวีตข้อความ ระบุว่า ต้องการให้แต่ละมหาลัย เปิดเผยคะแนนต่ำสุดของ TCAS รอบ 3 ที่เพิ่งประกาศผลไป เนื่องจากพบกรณีผิดปกติ

กรณีแรก คะแนนสูงมาก แต่หลุดหมด ในส่วนนี้เป็นไปได้ เนื่องจากคณะนั้นอาจมีคนเลือกจำนวนมาก แต่มีข้อสงสัย คือ คะแนนน้องคนนี้สูงกว่า คะแนนต่ำสุดรอบของ TCAS รอบ 3/1 ของปีก่อน ซึ่งรอบ 3/1 เป็นรอบคะแนนคนกั๊กที่ ซึ่งสูงมาก แต่ก็ยังหลุด

ส่วนกรณีที่สอง น้องก็หลุดหมด แต่ไปคุยกับเพื่อนที่ได้คะแนนน้อยกว่าและเลือกคณะเดียวกัน แต่เพื่อนติด จึงบอกให้น้องเช็กให้ดี กรอกครบ กดครบ คะแนนผ่านเกณฑ์ใช่ไหม สรุปผ่านหมด แต่สงสัยว่า เพื่อนน้องเลือกไว้อันดับ 1 และน้องเลือกไว้อันดับ 4 ตามกฏ คะแนนสูงกว่าจะมีสิทธิ์กว่า แต่เหตุใดน้องคนดังกล่าวจึงไม่ติด


ทั้งนี้ ตามกฏเลือกคณะแบบจัดอันดับ หลักสากลจะดูที่คะแนนมาก่อนครับ ทั้ง กสพท. และแอดมิชชั่น จะยึดตามกฏนี้ แต่กฎนี้ก็สามารถมีเงื่อนไขเพิ่มได้ หากคณะนั้นจะขอพิจารณาตามอันดับก่อน แต่จะต้องมีการแจ้งประกาศให้ทราบ โดยในกรณีนี้ นายมนัส ได้ตรวจสอบจากระเบียบการฉบับทางการในไฟล์ https://www.tuadmissions.in.th/img/2018122814451427.pdf ซึ่งไม่มีการแจ้งเงื่อนไขเพิ่มเติมแต่อย่างใด 

ประกาศผล TCAS รอบ 3 หากเปรียบให้เห็นภาพ คือคูหาเลือกตั้งขึ้นป้ายว่าพรรคไหนได้ แต่ไม่มีแต้มบอกว่าได้กี่คะแนน พรรครองลงมาได้เท่าไหร่ก็ไม่บอก มีคนแจ้งว่าเขตนี้ทุจริตก็ตรวจสอบไม่ได้ และที่พีคสุด บางคูหานับแต้มคนละกฎกัน  อยากสะท้อนว่านี่คือสิ่งที่เด็กไทย #dek62 กำลังเจอครับ

นอกจากนี้ ยังมีนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่สอบ TCAS รอบ 3 ได้ร้องเรียนกับ บรรณาธิการข่าวการศึกษา เว็บไซต์ DEK-D.com ผ่านทางทวิตเตอร์ เกี่ยวกับกรณีตรวจสอบไม่พบรายชื่อบนเว็บไซต์ของ  ทปอ.หลังมีการประกาศผลการคัดเลือก แต่เมื่อตรวจสอบกับทางมหาวิทยาลัย กลับได้รับการยืนยันว่า มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์

 

เช็ก! ผล TCAS รอบ 3 บน 3 เว็บไซต์มหาวิทยาลัย

ล่าสุด วันนี้ (10 พ.ค.2562) สมาคมที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ประกาศผลการคัดเลือก TCAS รอบ 3 ของ 3 มหาวิทยาลัยเกิดความผิดพลาดในการส่งข้อมูล ทำให้ไม่มีรายชื่อเข้าสู่กระบวนการประกาศผล  โดยผู้สมัครรอบ 3 ที่เลือกสมัครสาขาวิชาต่างๆ ของ 3 มหาวิทยาลัย ได้แก่ 

ให้ดูประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าสอบสัมภาษณ์ได้ที่เว็บไซต์ของมหาวิทยาลัย เนื่องจากเกิดความผิดพลาดในการส่งข้อมูลผู้ผ่านการคัดเลือกของสาขาวิชานี้เข้าระบบ ทำให้ไม่มีรายชื่อเข้าสู่ระบบการประมวลผลขั้นสุดท้าย


ทั้งนี้ ให้ผู้มีสิทธิ์เข้าสอบสัมภาษณ์ตามรายชื่อที่มหาวิทยาลัย ประกาศ ตัดสินใจเลือก หากต้องการเข้าศึกษาให้เข้าสอบสัมภาษณ์ตามวัน เวลา และสถานที่ ที่กำหนด มหาวิทยาลัยจะส่งรายชื่อผู้ยืนยันสิทธิ์เข้าเรียนมาตัดสิทธิ์การสัมครรอบ 4 ภายในวันที่ 15 พ.ค.2562 และผู้ยืนยันสิทธิ์กลุ่มนี้ต้องเข้าระบบ TCAS 62 ในรอบ 5 เพื่อยืนยันสิทธิ์ในระบบ ระหว่างวันที่ 17-18 มิ.ย.2562

 


พาครูดูถ้ำ เสริมหลักสูตรเด็กนักเรียน

Thu, 9 May 2019 12:05:00

วันนี้ (9 พ.ค.2562)ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณถ้ำทรายทอง ซึ่งอยู่ในพื้นที่ขุนน้ำนางนอน ภายในพื้นที่วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านธรณีวิทยา นำโดยนายชัยพร ศิริพรไพบูลย์ นำคณะครูกว่า 10 คนที่สอนในระดับชั้นมัธยม ศึกษา และประถมศึกษา จากโรงเรียนในเขตพื้นที่อ.แม่ สาย และ อ.แม่จัน พร้อมด้วยศึกษานิเทศก์ สพป.เชียงราย เขต 3 เดินทางเข้าไปภายในตัวถ้ำทรายทองเมื่อวันที่ 6 พ.ค. เพื่อศึกษาข้อมูลด้านประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวกับข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ที่เกี่ยวกับเปลี่ยนแปลงของโลก และดาราศาสตร์

โดยกลุ่มครูทั้งหมดสอนอยู่ในสายฟิสิกส์  เคมี ชีววิทยาดาราศาสตร์โลก และวิชาคณิตศาสตร์ จุดมุ่งหมายเพื่อเก็บข้อมูลการสำรวจภายในตัวถ้ำทรายทอง ไปปรับใช้กับหลักสูตรการสอนนักเรียน

 

 

เรียนรู้ผ่านกาลเวลาสู่หลักสูตรการศึกษา

ในระหว่างการเข้าสำรวจ ทางนายชัยพรได้อธิบายเกี่ยวกับการเกิดขึ้นของหินงอกหินย้อย ซึ่งขึ้นอยู่กับระยะเวลาและปริมาณน้ำที่ไหล และความเข้มข้นของสารหินปูนที่อยู่ในถ้ำ ถ้ามีน้ำมากแต่สารหินปูนน้อยหินงอกหินย้อยจะเกิดน้อย แต่ถ้ามีน้ำเยอะแต่สารหินปูนมากด้วยจะเกิดได้หินงอกหินย้อยได้มากและมีขนาดใหญ่ การใช้เครื่องเลเซอร์เก็บข้อมูล เพื่อทำแผนที่ถ้ำ ที่จะทำให้เกิดความแม่นยำมากขึ้นทั้งความกว้าง ยาว ความสูง และความกว้างของบริเวณถ้ำช่วงที่เดินผ่าน

โดยใช้มาตรการตามหลักการสำรวจของประเทศอังกฤษ พร้อมได้สาธิตให้กลุ่มครูได้เห็นและเปิดให้ซักถามได้ ซึ่งกลุ่มครูให้ความสนใจสอบถามเป็นระยะตลอดการสำรวจ โดยการสำรวจถ้ำส่วนหนี่งจะใช้ กฎของปาสคาล หรือ ตรีโกณมิติ มาร่วมด้วย ซี่งได้แนะนำให้กลุ่มครู นำไปแนะนำเด็กนักเรียนต่อเพื่อให้เข้าใจและเห็นภาพได้ง่ายขึ้น

 

ไขความลับโพรงถ้ำ

นอกจากนี้ ยังได้อธิบายเกียวกับอุณหภูมิในถ้ำที่รู้สึกไม่เหมือนกันตอนอยู่ภายในนอกถ้ำ ซี่งนายชัยพร กล่าวว่า อยู่ที่การเคลื่อนไหวของลม ซึ่งอาจมาจากช่องลม หรือโพรงที่เกิดขึ้นภายในถ้ำ  ซึ่งการวัดอุณหภูมิเพื่อเปรียบเทียบ เพราะโดยทั่วไปถ้าอุณหภูมิข้างนอกร้อนกว่า แต่ข้างในถ้ำจะเย็นกว่า  และถ้าพื้นที่นอกถ้ำหนาวหรือเย็นกว่า ข้างในถ้ำจะมีอุณหภูมิอุ่นกว่า

จากนั้นเมื่อเดินถึงช่วงโถงหลักของถ้ำ จะพบรอยแตกรอยเลื่อนของหิน ซึ่งเป็นการอธิบายว่าเป็นส่วนที่ทำให้พื้นถ้ำไม่เท่ากัน และมีส่วนที่เป็นกรวดทรายทับเป็นชั้นๆ ในถ้ำทำให้ถ้ำบางช่วงมีลักณะเอียง ซี่งเกิดจากหินปูนเข้าไปเคลือบ และทำให้น้ำที่เคยไหลได้ถูกกัดเซาะหายไป ซี่งในอดีตมีร่องรอยชี้ชัดว่าในตัวถ้ำแห่งนี้มีลักษณะสวยงาม และมีลักษณะที่ชี้ชัดว่าตัวถ้ำทรายทองมีสภาพเป็นหินอ่อนไม่ใช่หินปูน แม้จะพบสารหินปูนอยู่ในตัวถ้ำนี้จำนวนมาก 

 

 

ส่วนที่เม็ดๆ คล้ายกับกากเพชรแวววาวปรากฏอยู่บริเวณผนังถ้ำ และหินงอกหินย้อย   เป็นผลึกแคลไซต์ ซึ่งหลายคนเมื่อเห็นมีความเข้าใจว่าเป็น ซิลิกา หรือ ซิลิกอนไดออกไซด์ ซึ่งในภายในถ้ำทรายทองแห่งนี้ สามารถพบได้เกือบตลอดในช่วงที่มีการสำรวจ และทำให้เห็นเงาสะท้อนจากแสงไฟฉาบระยิบระยับสวยงามคล้ายกากเพชร นอกจากนี้ เมื่อเดินต่อไป ยังพบกับก้อนสีดำยึดติดอยู่บนเพดานถ้ำ เป็นบางช่วง ซี่งนายศิริพร อธิบายว่า บางคนนึกว่าเป็นเหล็กไหล แต่ที่จริงจาการที่เคยเข้ามาสำรวจและศึกษาที่ผ่านมามีความชัดเจนว่าเป็น แร่แมงกานิส แต่เมื่อโดนอากาศจะเปลี่ยนเป็นสีดำ

 

 

หนุนท้องถิ่นร่วมอนุรักษ์อย่างยั่งยืน

ยังมีอีกหลากหลายประเด็นที่นายชัยพร ได้อธิบายให้กลุ่มครูได้รับฟังอย่างน่าสนใจ ซึ่งการให้ครูเข้ามาร่วมเรียนรู้การสำรวจ นายชัยพร ในฐานะคณะกรรมการบริหารจัดการถ้ำแห่งชาติ ระบุว่า จะทำให้คนท้องถิ่นที่เป็นเจ้าของพื้นที่เกิดกระบวนการมีส่วนร่วมต่อทรัพยากรธรรมชาติที่เกิดขึ้น

ปกติถ้ำที่เปิดให้ท่องเที่ยวในปัจจุบัน มีความเสี่ยงที่เกิดการเสื่อมสลาย หรือพัง จากนักท่องเที่ยวส่วนหนี่ง  การบริหารจัดการไม่ดีส่วนหนี่ง และจากธรรมชาติส่วนหนึ่ง การดึงกลุ่มครูซึ่งเป็นแม่พิมพ์ที่ดีในการถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจให้กับเด็กๆ ได้ต่อไปอย่างมีข้อมูลที่ถูกต้องและได้เห็นของจริงดั

นายชัยพ บอกว่า มั่นใจว่าทั้งครูนักเรียนและบุคคลที่เกี่ยวข้องจะช่วยกันดูแลถ้ำซี่งเป็นทรัพยากรในพื้นที่ของตัวเอง ซึ่งตอนนี้มีวิชาที่เกี่ยวข้องกับถ้ำโดยตรงทั้งสายวิทยาศาสตร์หลากสาขา วิชาพื้นฐานและวิชาประยุกต์ ซึ่งเราสามารถชี้ไปได้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างภูเขาหินปูน ถ้ำ และ ระบบนิเวศน์รอบข้าง รวมถึงการเชื่อมโยงข้อมูลที่เกี่ยวกับมนุษย์โบราณและมนุษย์ปัจจุบัน ซี่งมีหลายส่วนที่เราสามารถศึกษาวิวัฒนาการเหล่านี้ได้ เพราะถ้ำมีวิวัฒนาการมานานพอสมควร และเกิดในลักษณะที่บ่งบอกได้ว่าจะเปลี่ยนสภาพไปในทิศทางใด

 

 

 

ต่อยอดความรู้ครูสู่ห้องเรียน

ด้านน.ส.กานดา ช่วงชัย ครูวิทยะฐานะเชี่ยวชาญ โรงเรียนแม่จันวิทยาคม อ.แม่จัน จ.เชียงราย กล่าวว่า การได้มาร่วมครั้งนี้ เพราะทราบมาว่า มีผู้เชี่ยวชาญด้านถ้ำเช่น นายชัยพร ได้ลงพื้นที่มาสำรวจด้ ทำให้ต้องการเรียนรู้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวถ้ำทรายทองเพิ่มเติมด้วย เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้เคยเข้าสำรวจถ้ำหลวง และเคยพาเด็กนักเรียนมาทัศนศึกษาหลายปีแล้ว ซึ่งเป็นการจัดหลักสูตรการเรียนการสอนที่เกิดขึ้นในโรงเรียน การที่มีนักธรณีวิทยามาให้ความรู้เพิ่มเติม จึงเป็นการต่อยอดความรู้ของครูให้มีความรู้เพิ่มเติมไปด้วย และทำให้ทั้งครูและลูกศิษย์ซึ่งเป็นคนท้องถิ่นอยู่แล้วเกิดกระบวนการมีส่วนร่วมและทำให้เห็นผลตอบรับที่ชัดเจนจากตัวเด็กนักเรียนที่เกิดการหวงแหนธรรมชาติ รู้คุณค่าของทรัพยากร 

 

โดยที่ผ่านมา เคยจัดกิจกรรมที่พาเด็กๆ ไปเรียนรู้เรื่องถ้ำ หรือ บ่อน้ำร้อนแล้วเด็กๆ กลับไปต่อยอดเอง ด้วยการเขียนจดหมายถึงนายกรัฐมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัด ว่าขอให้ช่วยดูแลถ้ำต่อไปอย่างไร หรือ เขียนจดหมายถึงคุณหมอ สอบถามไปว่าบ่อน้ำร้อนแถวบ้าน จะสามารถนำน้ำมาดื่มกินได้หรือไม่ อยากให้คุณหมอช่วยทำวิจัยหรือมีคำตอบให้ ซี่งเป็นสิ่งที่เด็กๆ นักเรียนได้เรียนรู้กันเอง ครูเป็นเพียงผู้ให้ข้อมูลและนำพาเด็กไปเรียนรู้

 

 

เตรียมปรับใช้หลักสูตรวิทย์-ดาราศาสตร์

การให้ข้อมูลก็บเด็ก ต้องเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง เพราะเราเป็นครู การใส่ข้อมูลที่เราไม่รู้จะทำให้เกิดการคลาดเคลื่อน เหมือนกับการขอลงพื้นที่มาติดตามทีมสำรวจที่เป็นผู้เชี่ยวชาญมากๆ

การลงพื้นที่กับนายชัยพรครั้งนี้ จะทำให้ได้รับความรู้มากมายเช่นกัน ที่ผ่านมามีเด็กนักเรียนบางคนเมื่อได้เรียนรู้เกี่ยวกับศาสตร์ถ้ำวิทยา หรือ แขนงที่เกี่ยวกับทรัพยากร แล้วไปต่อยอดมุ่งมั่นจนสอบเข้าเรียนในระดับ ปริญญาตรี เกี่ยวกับศาสตร์ด้านเหล่านี้โดยเฉพาะ และกลับมาให้คำแนะนำครูและรุ่นน้องรุ่นต่อรุ่น ซี่งทำให้เห็นชัดเจนว่ากระบวนการเรียนการสอนที่ทำให้เด็กได้เรียนรู้ของจริงนอกห้องเรียนไปด้วยมีประโยชน์มากที่ทำให้เกิดการรู้คุณค่าทรัพยาการและร่วมกันเป็นส่วนหนี่งในการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน 

สำหรับหลักสูตรการสอนที่จะนำไปปรับในวิชาเรียน ประกอบหลักสูตรวิทยาศาสตร์ ดาราศาสตร์โลก เช่น โครงสร้างภายในโลกแบ่งชั้นเปลือกโลก เนื้อโลกแก่นโลก ที่มีองค์ประกอบทางเคมีต่างกัน การเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยา เช่น การผุพังอยู่กับที่ การกร่อน การสะสมตัวของตะกอน ทำให้เกิดภูมิลักษณะต่างๆ โดยอาศัย น้ำ ลม แรงโน้มถ่วง สภาพอากาศและปฏฺิกิริยาเคมี  ระบบน้ำผิวดิน น้ำใต้ดิน และน้ำบาดาล ทั้งการเรียนรู้เพื่อด้านการฟื้นฟูแหล่งน้ำ การป้องกันและแก้ปัญหาคุณภาพน้ำ และข้อมูลเกี่ยวกับภัยพิบัติ เป็นต้น