ลงทะเบียน "เราเที่ยวด้วยกัน" ยืนยันผ่าน SMS ล่าช้า

Wed, 15 Jul 2020 18:00:00

วันนี้ (15 ก.ค.2563) นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า วันแรกที่เปิดให้ลงทะเบียนโครงการ "เราเที่ยวด้วยกัน" ตั้งแต่ช่วงเช้ายังไม่ได้รับรายงานปัญหา แต่มีเพียงการแจ้งข้อความยืนยันการลงทะเบียนผ่าน SMS ล่าช้า ซึ่งอาจเป็นปัญหาจากเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ

ส่วนผลกระทบด้านการท่องเที่ยวจากสถานการณ์ COVID-19 ใน จ.ระยอง เบื้องต้นได้รับรายงานว่า ขณะนี้มียอดจองที่แจ้งยกเลิกไปแล้วกว่าร้อยละ 70-80 ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่ต้องการมาจัดงานประชุมสัมมนา ซึ่งได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปชี้แจงว่าพื้นที่ที่ตรวจพบเป็นพื้นที่ในส่วนของอำเภอเมืองเท่านั้น ส่วนพื้นที่รอบนอก เช่น แหลมแม่พิมพ์ ยังไม่พบการแพร่ระบาด ซึ่งประชาชนที่จองห้องพักไว้ได้เลื่อนกำหนดการจอง แต่ยังไม่ถึงขั้นยกเลิกห้องพัก

ผู้ว่าการ ททท. ยังกล่าวถึงเรื่องการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อลงทะเบียนในเว็บไซต์ ซึ่งสร้างความกังวลให้กับประชาชน โดยยืนยันว่า จำเป็นที่จะต้องเก็บบางข้อมูล เพื่อยืนยันว่าประชาชนมีการเดินทางจริง และเพื่อให้สะดวกต่อการจ่ายเงินค่าส่วนต่างให้กับผู้ประกอบการ รวมถึงการคืนค่าบริการต่างๆ อาทิ ตั๋วเครื่องบิน เป็นต้น แต่จะไม่มีการนำข้อมูลส่วนตัวของประชาชนไปใช้ในจุดประสงค์อื่น นอกจากการตรวจสอบเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายเพิ่มการท่องเที่ยวภายในประเทศ

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดลงทะเบียนเราเที่ยวด้วยกันวันนี้

 


เตรียมยิงแสตมป์เลเซอร์บนขวดเบียร์ ช่วยเก็บภาษีเพิ่ม 8,000 ล้านบาท

Wed, 15 Jul 2020 10:38:00

วันนี้ (15 ก.ค.63) จากปัญหาการเก็บภาษีสุราแช่ หรือ เบียร์ หลังบังคับใช้พระราชบัญญัติสรรพสามิตฉบับใหม่ ล่าสุดนายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิต ระบุว่า ยอดจัดเก็บภาษีเบียร์หายไปกว่า 10,000 ล้านบาท เมื่อเทียบฐานค่าเฉลี่ยปกติประกอบกับ กระบวนการจ่ายภาษีบนระบบโฟลมิเตอร์ หรือ การติดตั้งอุปกรณ์มิเตอร์ตรวจนับ 4 จุดบนสายการผลิตเบียร์ของบริษัทผู้ผลิตเบียร์ รายใหญ่ 2 บริษัทแตกต่างกันจนอาจเกิดการลักลั่น ประกอบกับ ช่องว่างของการเก็บภาษีเบียร์ซึ่งไม่มีการติดอากรแสตมป์และหากเครื่องตรวจนับเสียต้องใช้ระบบนับจำนวนด้วยแรงงานมนุษย์สุ่มเสี่ยงต่อความผิดพลาด และไม่สามารถตรวจปล่อยได้ทันกำลังการผลิต กรมสรรพสามิตจึงเตรียมแผนมาใช้ระบบการยิงสแตมป์เลเซอร์บนบรรจุภัณฑ์ หรือ Direct Coding System ซึ่งเป็นเทคโนโลยีจากสวิตเซอร์แลนด์

หลังกระทรวงการคลัง เห็นชอบกรอบดำเนินโครงการและประมูลหาบริษัทรับจ้างเหมาแล้ววงเงิน 8,000 ล้านบาท ระยะเวลา 7 ปี คาดว่าจะเริ่มใช้ระบบใหม่ควบคู่กับระบบเดิมเพื่อสอบทานกัน คาดว่า จะช่วยจัดเก็บรายได้เพิ่มขึ้นปีละ 8,000 ล้านบาท


เปิดลงทะเบียนเราเที่ยวด้วยกันวันนี้

Wed, 15 Jul 2020 06:41:00

วันนี้ (15 ก.ค.) จะเป็นวันแรกที่เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเลือกแพคเกจท่องเที่ยว ผ่านเข้าเว็บไซต์ เราเที่ยวด้วยกัน.com ซึ่งรัฐจะร่วมจ่ายค่าที่พักร้อยละ 40 พร้อม คูปองเงินซื้อบัตร ร้านอาหาร และตั๋วเครื่องบินร้อยละ 40 เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยว ซึ่งหลายโรงแรมคาดหวังกันว่าจะได้ประโยชน์จากมาตรการนี้

โทมัส ไมเออร์ รองประธานอาวุโสฝ่ายปฏิบัติการ (เอเชีย)ของกลุ่ม ไมเนอร์ โฮเทลส์ ในเครือ บมจ.ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนลที่มีโรงแรมถึง 29 สาขา มั่นใจว่า มาตรการที่วางไว้จะเข้มข้นเพียงพอที่จะรับมือหากเกิดการระบาดของโรค COVID-19 รอบ 2 และสร้างความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว

แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโรงแรมก็จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและคาดหวังให้สถานการณ์คลี่คลายเพราะช่วงระบาดรอบแรกทำให้ต้องปิดโรงแรมชั่วคราวไป 18 แห่ง และขณะนี้ทยอยกลับมาเปิดแล้ว ขณะที่โรงแรมในเครือ 3 แห่งที่เปิดสำหรับการกักตัว โดยทำงานร่วมกับปกระทรวงสาธารณสุข

ส่วนการกระตุ้นท่องเที่ยว เราเที่ยวด้วยกัน วันนี้ เปิดให้ลงทะเบียนเเล้ว หน้าเว็บ เราเที่ยวด้วยกัน ย้ำเงื่อนไขลงทะเบียนวันนี้โดยจะเริ่มเปิดให้จองที่พักได้ตั้งแต่วันที่ 18 ก.ค.เป็นต้นไป ผู้สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการผ่าน

1.www.เราเที่ยวด้วยกัน.com อ่านและกดยอมรับเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการ กรอกข้อมูลและยืนยันรหัส OTP ที่ได้รับ พร้อมรอ SMS แจ้งผลการลงทะเบียนภายใน 3 วันหลังจากการยืนยันการลงทะเบียน

2.ดาวน์โหลด ติดตั้ง แอปพลิเคชันเป๋าตังและยืนยันตัวตน สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยมี G-Wallet เพื่อเตรียมใช้จ่ายเงินโครงการ

3.จากนั้นจองโรงเเรมไม่เกิน 5 ห้องต่อคนต่อคืน 4.จ่ายเงินผ่านเเอปพลิเคชันเป๋าตังโดยจ่าย 60% ภาครัฐจ่าย 40% หรือ ไม่เกิน 3,000 บาทเเละไม่สามารถยกเลิกได้

5.เมื่อถึงเวลาที่ไปเช็กอินเข้าพักได้รับวอยเชอร์ 600 บาท จ่ายทุกวัน เวลา 17.00 น. เข้าแอปพลิเคชันเป๋าตัง

6.เที่ยวเรียบร้อยจากนั้นเช็กเอ้าต์

7. ส่วนผู้ที่เดินทางด้วยเครื่องบินจะต้องชำระเงินก่อนจากนั้นจึงจะได้เงินคืน 40% โดยต้องกรอกบุ๊กกิ้ง นัมเบอร์ เเจ้งขอเงินคืนผ่านเว็บเราเที่ยวด้วยกัน เเละรัฐจะคืนเงินทุกวันที่ 15 เเละ 30 ของเดือน

สำหรับโครงการ "เราเที่ยวด้วยกัน" สนับสนุนค่าตั๋วเครื่องบิน 2 ล้านใบ มีห้องพักเตรียมไว้ 5 ล้านห้องโดยโครงการนี้อยู่ภายใต้กรอบวงเงิน ทั้งสิ้น 2.24 หมื่นล้านบาทโดยเริ่มตั้งแต่เดือน ก.ค. – ต.ค.

ขณะนี้มีโรงแรมไม่ถึง 200 แห่ง ส่วนจะเพียงพอต่อความต้องการของประชาชนหรือไม่นั้นจะต้องดูจากจำนวนห้องพัก ซึ่งเป้าหมายคือ 5 ล้านห้อง ทั้งนี้จะเร่งกระตุ้นให้โรงแรมเข้าร่วมมากขึ้น สมาคมโรงแรมไทย ระบุว่า สาเหตุที่โรงแรมเข้าร่วมโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” ไม่มากนัก เนื่องจากโรงแรมหลายแห่งยังไม่เปิดให้บริการเพราะไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ เช่น ภาคใต้ ภาคเหนือ และ การลงทะเบียนแอปถุงเงินที่มีหลายขั้นตอนทำให้บางโรงแรมยังไม่พร้อมหรืออยู่ระหว่างการดำเนินการ

 

 


ธ.ก.ส.โอนเงินเยียวยาเกษตรกรรอบสุดท้าย 15 ก.ค.นี้

Mon, 13 Jul 2020 11:59:00

นายกษาปณ์ เงินรวง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรเเละสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ระบุว่า ไม่สามารถโอนเงินให้เกษตรกรได้จำนวน 151,878 คน เนื่องจากเกษตรกรยังไม่ได้แจ้งเลขที่บัญชีรับเงินโอน

เกษตรกรที่ต้องการรู้เรื่องเงินเยียวยาสามารถตรวจสอบสิทธิ์ หรือสถานะเงินเยียวยาเกษตรกรได้ ผ่านทาง www.moac.go.th ตลอด 24 ชั่วโมง หรือตรวจสอบผ่านแอปพลิเคชัน ธ.ก.ส. A-Mobile หรือผ่านบริการ SMS Alert หรือสามารถเช็กจากแอปพลิเคชันเกษตรดิจิทัล หรือ Digtial Farmer

หากเกษตรกรมาแจ้งบัญชีธนาคารภายในวันที่ 10 ก.ค.นี้ จะได้รับการโอนเงินจำนวน 10,000 บาท ซึ่งเป็นเงินของเดือน พ.ค. - มิ.ย. ในคราวเดียวภายในวันที่ 14 ก.ค.นี้

แต่หากดำเนินการหลังจากนั้น จะได้รับเงินโอนหลังจากวันที่ 15 ก.ค. ซึ่งเป็นการจ่ายเงินงวดสุดท้าย วันละ 1 ล้านบาท โดยเกษตรกรจะได้รับเงินรวดเดียว 15,000 บาท ซึ่งเป็นการจ่ายย้อนหลัง 2 เดือนที่ผ่านมา

ส่วนความคืบหน้าการโอนเงินมาตรการเยียวยาเกษตรกร คนละ 5,000 บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่เดือน พ.ค. - ก.ค.2563 ตั้งแต่วันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา ข้อมูลจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มียอดจ่ายเงินเยียวยาเกษตรกรรวม 7,730,261 คน และอยู่ระหว่างอุทธรณ์ 609 คน

 


บอร์ดสลากฯ พบพิรุธจากเหตุสลากฯหลุดก่อนกำหนด

Mon, 13 Jul 2020 10:49:00

วันนี้ ( 13 ก.ค.63) รายงานจากคณะกรรมการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลตั้งข้อสังเกตว่า ปัญหาสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 1 ส.ค.63 ซึ่งหลุดออกมาก่อนกำหนดจากบริษัทไปรษณีย์ไทยถึงผู้ค้าระบบสั่งซื้อสั่งจองในพื้นที่ จ.พะเยา อาจเป็นส่วนหนึ่งในขบวนการรวมชุดสลากฯ โดยอาศัยเจ้าหน้าที่บริษัทไปรษณีย์ไทยเป็นผู้ร่วมขบวนการกับยี่ปั๊วแต่ยังไม่สามารถหาหลักฐานเอาผิดได้ในชั้นนี้แต่จะเฝ้าระวังกระบวนการจำหน่ายสลากฯในพื้นที่นี้เข้มข้นขึ้น

ก่อนหน้านี้ พ.ต.อ.บุญส่ง จันทรีศรี ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ยอมรับว่า เกิดปัญหาสลากฯ หลุดออกจำหน่ายก่อนกำหนด จึงสั่งปรับเงินไปรษณีย์ อ.ปง จ.พะเยาแล้ว พร้อมกับตัดสิทธิ์ผู้ค้าสลากฯ ซึ่งเป็นเจ้าของสลากฯ ในงวดถัดไปด้วย

ทั้งนี้ สลากฯชุดดังกล่าวเป็นสลากในส่วนของผู้ที่ทำรายการจองสลากผ่านโครงการซื้อ-จองสลากล่วงหน้ากับสำนักงานสลากฯซึ่งมีจำนวนทั้งหมด 500 ใบ ซึ่งโดยปกติไปรษณีย์สาขาจะกระจายสลากฯในวันที่ 20 ของทุกเดือน สำหรับการจำหน่ายในงวดวันที่้ 1 ของทุกเดือนเพื่อลดโอกาสเกิดปัญหาการรวมชุดซึ่งเป็นต้นเหตุเกิดปัญหาสลากฯ เกินราคา พร้อมย้ำว่า สลากฯชุดดังกล่าวยังสามารถขึ้นรางวัลได้ตามปกติ


คาดอุตสาหกรรมการบิน 3 ปีฟื้น หลังได้รับผลกระทบ COVID-19

Mon, 13 Jul 2020 08:33:00

นายสนอง มิ่งเจริญ นายกสมาคมนักบินไทยระบุ คาดการณ์อุตสาหกรรมการบินจะใช้เวลากลับมาอย่างน้อย 3 ปี ขณะที่ผลกระทบจาก COVID-19 คาดนักบินตกงานมากกว่า 1,000 คน ในจำนวนนี้มีนักเรียนการบินที่กำลังจะเรียนจบด้วย ปัญหาที่ผ่านมาคือการอิ่มตัวด้านอุตสาหกรรมการบิน และเมื่อพบกับสถานการณ์ COVID-19 จึงทำให้ทำให้สถานการณ์แย่ลง

 

ส่วนการจัดตั้งสหกรณ์นักบิน เพราะที่ผ่านมาคนมองว่าอาชีพนี้สวยหรูอยู่สบาย แต่หลังจากนี้การกู้อาจจะทำได้ยาก รวมถึงการมีสหกรณ์เพื่อในอนาคตหากเกิดปัญหาแบบ COVID-19 อีกนักบินจะได้มีเงิน เพราะบางคนมีแบบไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจไว้


COVID-19 กระทบธุรกิจ รพ.เอกชนรายได้หด

Sun, 12 Jul 2020 18:59:00

วันนี้ (12 ก.ค.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นพ.พิทักษ์ ฐานบัญชา ผู้อำนวยการโรงพยาบาล บี.เเคร์ เมดิคอลเซ็นเตอร์ ระบุว่า สถานการณ์ COVID-19 ทำให้พฤติกรรมของผู้ใช้บริการปรับเปลี่ยนไป หลายคนกังวลการเดินทางมาโรงพยาบาล เเละตื่นตัวดูเเลตัวเองมากขึ้น ทำให้ยอดคนใช้บริการโรงพยาบาลลดลง เเละเเม้สถานการณ์ COVID-19 เริ่มคลี่คลาย จำนวนผู้ใช้บริการก็ยังไม่กลับมาเท่าเดิม โรงพยาบาลจึงต้องสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการ เเละบุคลากรทางการเเพทย์ที่ทำงานในโรงพยาบาล ต้องปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด รวมทั้งลดราคาค่ารักษาพยาบาลโดยรวมลงร้อยละ 10-20

คนไข้ในส่วนที่ป้องกันได้ เช่น ในระบบทางเดินหายใจ ลดลงชัดเจน ส่วนการจัดสรรบุคลากรเป็นไปตามภาระงาน ส่วนใหญ่บุคลากรยังคงปฏิบัติหน้าที่เป็นปกติ เพราะโรงพยาบาลต้องมีการรันระบบตลอด 24 ชม. ซึ่งยังคงเดินหน้าเป็นปกติ

 

ไม่ต่างจากโรงพยาบาลกรุงเทพ ซึ่ง พญ.ปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ ผู้บริหารบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน) ยอมรับว่า ขณะนี้ผู้ใช้บริการลดลง โดยเฉพาะชาวต่างชาติ ที่ไม่สามารถเดินทางเข้าประเทศไทยได้ สัดส่วนรายได้ของโรงพยาบาลหายไปกว่าร้อยละ 30 การเปิดให้เดินทางเข้าประเทศเพื่อรักษาตัวตามโปรเเกรมการเดินทางรักษาตัวเพื่อสุขภาพ จึงเป็นความหวังของโรงพยาบาลเอกชนเช่นกัน

คนไข้ที่มาหาเราเป็นประจำ เรายังติดต่อเขาอยู่ พยายามดูแลไม่ให้ขาดช่วง ซึ่งคนไข้ประจำเขาก็รออยู่ว่าเมื่อไหร่กระบวนการภาครัฐที่อนุญาตและทุกอย่างปลอดภัย เขาก็พร้อมจะเดินทางกลับมา

 

ผู้บริหารโรงพยาบาลเอกชนคาดหวังว่า ไตรมาสที่ 4 ปีนี้ สถานการณ์ COVID-19 อาจจะคลี่คลายขึ้น ช่วยทำให้มีคนไข้เเละนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามารักษาตัว ส่งผลทำให้สถานการณ์รายได้ของโรงพยาบาลในภาพรวมดีขึ้น สำหรับชาวต่างชาติที่เข้ามาในไทยเพื่อใช้บริการสุขภาพอันดับต้นๆ คือ ชาวตะวันออกกลาง เมียนมา ญี่ปุ่น จีน เเละสเเกนดิเนเวีย

ขณะที่รายได้ของกลุ่มโรงพยาบาลที่ลดลงส่งผลถึงบุคลากรทางการเเพทย์ บางคนให้ข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดียว่ารายได้โอทีลดลง รายได้หลักเหลือเพียงเงินเดือนเเละค่าใบประกอบวิชาชีพ และไม่มีการประกาศปรับขึ้นเงินเดือน ส่วนบางคนระบุว่าไม่มีค่าเวร ไม่มีโอที เเละลดจำนวนผู้เข้าเวร เช่น ปกติเข้าเวร 8 ชั่วโมง ต้องขยายเป็น 12 ชั่วโมง บางเเห่งให้หยุดงานโดยไม่มีเงินเดือน หรือ with out pay

 


เสียงครวญจากสวนมะพร้าว “มีกินทุกวันนี้ เพราะลิงขึ้นมะพร้าวให้”

Thu, 9 Jul 2020 15:44:00
ช่วยซื้อหน่อย มะพร้าวแค่ 10 ลูก ตอนนี้ไม่มีเงินเติมน้ำมันรถมอเตอร์ไซค์แล้ว

คำวิงวอนจากนายสุรินทร์ ใจชื่น ชาวสวนมะพร้าวใน อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ที่นำมะพร้าวเพียง 10 ลูกมาขายให้ที่รับซื้อมะพร้าวบนเกาะหลายแห่ง แต่ถูกปฎิเสธ เนื่องจากนายสุรินทร์ใช้ลิงในการเก็บมะพร้าวทั้ง 10 ลูกนี้ หลังการแบนผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวที่เก็บโดยใช้แรงงานลิงในประเทศอังกฤษ และกระทรวงพาณิชย์ก็ออกมาตรการตรวจสอบย้อนหลังว่ามะพร้าวมีที่มาจากสวนที่เก็บด้วยลิงหรือไม่ ทำให้หลายแห่งต้องงดรับซื้อมะพร้าวจากชาวสวนที่ใช้ลิงเก็บ

 

ความยากลำบากนี้ยังเกิดขึ้นกับนายวิรัตน์ คงสุวรรณ ซึ่งเป็นทั้งคนรับซื้อมะพร้าวและรับจ้างเก็บมะพร้าว โดยใช้ลิงมานานกว่า 40 ปี นายวิรัตน์ เล่าว่า เคยเลี้ยงลิงมากกว่า 100 ตัว ส่วนใหญ่ซื้อมาจากโรงเรียนสอนลิงบนฝั่งที่ จ.สุราษฎร์ธานี ส่วนใหญ่เป็นลิงกัง อายุน้อย ราคาตั้งแต่ 20,000 - 30,000 บาท เมื่อซื้อมาแล้วจะดูแลทุกตัวเหมือนลูก จนกว่ามันจะคุ้นเคย ต้องคอยให้ข้าว นม หรือผลไม้ 3 มื้อ จนมันแข็งแรงและยอมเก็บมะพร้าว

ลิงมันก็มีหัวใจ เราเองก็มีหัวใจ เลี้ยงมันแล้ว เราก็รักมัน รอบแขนลุงมีแต่รอยลิงกัด เวลามันหิว หรือโมโห แต่เราก็ไม่เคยตีมัน พอเค้าบอกว่าคนเลี้ยงลิงขึ้นมะพร้าว ทารุณกรรมสัตว์ ลุงก็เสียใจเหมือนกัน และถ้าไม่ให้เลี้ยงลิงแล้ว ลิงพวกนี้จะเอาไปไว้ไหน ปล่อยธรรมชาติก็ไม่ได้ มันถูกเลี้ยงมาทั้งชีวิต และมันก็จะสร้างปัญหาไปแย่งอาหารของชาวบ้าน หรือไม่มันก็ถูกทำร้าย หรือหิวจนตาย

นายวิรัตน์ กล่าวอีกว่า การใช้ลิงเก็บมะพร้าวยังมีความจำเป็น โดยเฉพาะต้นมะพร้าวที่มีความสูง ยากที่คนจะปีนขึ้นไปเก็บหรือสอยด้วยไม้ และหากจ้างคนเก็บมะพร้าวก็ต้องจ่ายเงินต้นละ 200-300 บาท จึงแทบจะไม่คุ้มทุน เพราะมะพร้าว 1 ต้น อาจให้ผลผลิตไม่ถึง 20 ผล แต่ขายส่งโรงงงานได้แค่ประมาณลูกละ 10 บาท ไม่นับรวมค่าขนส่ง หรือค่าจ้างปอกมะพร้าว

 

ห่างออกมาไม่ไกลนัก มะพร้าวนับหมื่นลูกที่ซื้อมาด้วยเงินหลายแสนบาทของ น.ส.จันทร์ทิพย์ ดอนกระจ่าง ยังคงถูกกองทิ้งไว้นานนับสับดาห์ เพราะโรงงานบางแห่งปฎิเสธที่จะรับซื้อมะพร้าวจากสวนที่ใช้แรงงานลิงในการเก็บ

น.ส.จันทร์ทิพย์ บอกว่า ก่อนหน้านี้ได้รับซื้อมะพร้าวจากชาวสวน แต่ก็ไม่สามารถขายต่อได้ ทำให้ขาดเงินหมุนเวียน แม้จะพยายามนำมะพร้าวมาทำน้ำกะทิสดขาย แต่ก็มีแค่คนในชุมชนเข้ามาซื้อ อีกทั้งสถานการณ์ COVID-19 ทำให้โรงแรมหลายแห่งยังปิดกิจการ หรือแทบไม่มีลูกค้า ยอดขายน้ำกะทิจึงมีแค่ประมาณวันละ 10 กิโลกรัมเท่านั้น

COVID-19 ที่ว่าแย่แล้ว แต่เราก็ยังพอมีรายได้จากการขายมะพร้าว แต่การแบนมะพร้าวที่เก็บโดยลิง เป็นการ “เผาจริง” สำหรับชาวสวน เพราะเกือบทั้งเกาะสมุยใช้ลิงขึ้นมะพร้าว

หลายปีแล้วที่ “เจ้าดาว” ลิงกังอายุกว่า 4 ปีของ น.ส.จันทร์ทิพย์ไม่ได้เก็บมะพร้าว เพราะเจ้าของหันมารับซื้อมะพร้าวแทน แต่ความผูกผันระหว่างคนเลี้ยงกับลิง ทำให้ทุกวันนี้ยังคงเลี้ยง “เจ้าดาว” เอาไว้ น.ส.จันทร์ทิพย์ บอกอีกว่า บ้านของชาวสวนเกือบทุกหลังเลี้ยงลิง ซึ่งเป็นทั้งคนในครอบครัวและเพื่อนร่วมงาน

“ลิง” เป็นเหมือนเพื่อน เราสำนึกอยู่ตลอดว่าที่มีกินทุกวันนี้ได้ ก็เพราะลิงขึ้นมะพร้าวให้ เราจะใจร้ายกับมันได้อย่างไร

 

แม้ผลการหารือของกระทรวงพาณชิย์ กับผู้ประกอบการส่งออกกะทิไปยังประเทศอังกฤษ จะได้ข้อสรุป 3 มาตรการ เพื่อแก้ปัญหาการแบนกะทิจากไทยที่เก็บโดยลิง คือ มาตรการตรวจสอบย้อนกลับผลิตภัณฑ์กล่อง หรือบรรจุภัณฑ์ว่าผลิตจากมะพร้าวที่มาจากสวนไหน มีการใช้แรงลิงหรือไม่ มาตรการให้ผู้ผลิตผู้นำเข้า และผู้กระจายสินค้า หรือตัวแทนห้างสรรพสินค้าต่างๆ ที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวของประเทศไทย ต้องทราบกระบวนการทางด้านการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำ จากสวนไปถึงปลายน้ำ เชิญตัวแทนเอกอัครราชทูตของประเทศต่างๆ ที่ประจำอยู่ในประเทศไทย และองค์กรเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการพิทักษ์สัตว์เข้าร่วมตรวจสอบ หรือให้ทีมไทยแลนด์ในต่างประเทศเร่งชี้แจงและนัดพบผู้นำเข้าห้างสรรพสินค้าต่างๆ ที่เป็นลูกค้าผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวของประเทศไทยเพื่อทำความเข้าใจ

แต่มาตรการบางอย่าง ทำให้ชาวสวนมะพร้าวกังวลอย่างมาก เพราะเกือบทุกแห่งใช้ลิงเก็บ พร้อมทั้งเรียกร้องให้ภาครัฐยกเลิกการนำเข้ามะพร้าวจากต่างประเทศ เพื่อช่วยเหลือเกษตรที่ไม่สามารถขายมะพร้าวได้ เนื่องจากตลาดภายในประเทศมีเพียงพอที่จะรองรับผลผลิตในไทย และจะช่วยแก้ปัญหาราคามะพร้าวที่ตกต่ำ จากนโยบายนำเข้ามะพร้าวนอกประเทศได้ด้วย


ติชิลา พุทธสาระพันธ์
ผู้สื่อข่าว ศูนย์ข่าวภาคใต้ไทยพีบีเอส

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เร่งชี้แจงแบนมะพร้าวไทยใช้ลิงเก็บมะพร้าว

ดราม่า? ข้ออ้างลิงเก็บมะพร้าวแบนสินค้าไทย

ชาวสวนมะพร้าวกังวล 3 มาตรการ ก.พาณิชย์ ซ้ำเติมปัญหาแบนมะพร้าวไทย

 


ขาขึ้น! ราคาทองทำนิวไฮรอบ 8 ปี ยังมีแนวโน้มปรับขึ้นอีก

Thu, 9 Jul 2020 12:19:00

วันนี้ (9 ก.ค.2563) ผู้สื่อข่าวร่ายงานว่า บรรยากาศก่อนที่ห้างค้าทองย่านเยาวราชจะเปิดให้บริการ มีประชาชนและนักลงทุนที่เก็งกำไรในทองคำ มารอเพื่อจะนำทองคำแท่งมาขายทำกำไร ในช่วงที่ราคาทองคำปรับสูงขึ้นจนทำนิวไฮในรอบ 8 ปี

นักลงทุนคนหนึ่ง ระบุว่า สามารถขายทองคำที่สะสมทำกำไรร้อยละ 20-30 และเชื่อว่าราคาทองคำมีโอกาสปรับสูงขึ้นอีก เนื่องจากเศรษฐกิจไม่ดี หากเทียบเงินฝากก็ยังได้ผลตอบแทนที่สูง จึงน่าสะสม แต่การเลือกซื้อทองคำจะซื้อจากร้านค้าทองคำขนาดใหญ่ มีชื่อเสียงและได้มาตรฐาน ไม่เลือกซื้อออนไลน์ แม้ราคาจะต่ำกว่าร้านทองเพราะไม่มั่นใจ

 

ด้าน นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการกลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด หรือ ห้างทองแม่ทองสุก เปิดเผยว่า ทองคำยัดไส้จะเป็นไส้ตะกั่วทองแดง โดยหุ้มทองคำจริงด้านนอก และจะนำทองคำยัดไส้ขายในร้านค้าทองขนาดเล็กแถบปริมณฑลหรือในต่างจังหวัด ขณะที่ห้างค้าทองขนาดใหญ่จะมีช่างทองที่มีความเชี่ยวชาญในการดูลักษณะทองคำ เช่น มีขนาดเล็กกว่าทองจริง น้ำหนักไม่ได้มาตรฐาน ขนาดรูปลักษณ์ไม่สมส่วน ไม่เงา ซึ่งประชาชนสามารถตรวจสอบจากการวัดน้ำหนักและดูจากรูปลักษณ์ภายนอกได้ เช่น ตราประทับไม่ชัดเจนและวัดน้ำหนักจะต้องมีความหน่วงและตึง แต่เพื่อความมั่นใจประชาชนควรซื้อทองคำจากร้านค้าทองที่ได้มาตรฐาน เพราะร้านค้าทองขนาดใหญ่จะมีการตรวจสอบและสามารถจับกุมได้ทันทีหากพบว่ามิจฉาชีพนำทองมาขาย

ส่วนแนวโน้มราคาทองคําในปีนี้ คาดการณ์ว่าราคาทองคำยังมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้น จากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจและการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเหลือร้อยละ 0 ของธนาคารกลางสหรัฐฯ การอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบจำนวนมหาศาล ความตึงเครียดของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน รวมถึงการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ที่ยังเกิดขึ้นในหลายประเทศและกลับมาระบาดระลอก 2

 

ทั้งหมดเป็นปัจจัยที่กดดันให้คนหันมาลงทุนในทองคำมากขึ้น ซึ่งทำให้ราคาทองคำปรับสูงขึ้นตั้งแต่ต้นปี 2563 จนถึงปัจจุบันร้อยละ 17 และทำนิวไฮในรอบ 8 ปีอยู่ที่ 1,810 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ และคาดว่าปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ยังกดดันให้ราคาทองปรับตัวสูงขึ้น จนถึงสิ้นปีคาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ 1,930 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ซึ่งจะทำให้ราคาทองในประเทศอยู่ที่บาทละ 26,000-28,000 บาท

ด้านนายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ ระบุว่า ปีนี้ราคาทองคำยังมีทิศทางขาขึ้น โดยอาจเห็นราคาสูงเกิน 27,150 บาทต่อบาททองคำ สูงกว่าปีก่อนที่เคยทำนิวส์ไฮมาแล้ว แต่เชื่อว่าคงจะไม่แตะ 30,000 บาทต่อบาททองคำ เพราะยังมีหลายปัจจัยที่ทำราคาทองแกว่งตัว

 


ชาวสวนมะพร้าวกังวล 3 มาตรการ ก.พาณิชย์ ซ้ำเติมปัญหาแบนมะพร้าวไทย

Thu, 9 Jul 2020 11:03:00

วันนี้ (9 ก.ค.63) ผู้รับซื้อมะพร้าวบางเเห่งใน อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ต้องหยุดรับซื้อมะพร้าวที่เก็บจากเเรงงานลิง ทำให้เกษตรกรไม่สามารถจำหน่ายมะพร้าวได้ขณะที่ผู้รับซื้อมะพร้าวมาเเล้วก่อนหน้านี้ ก็ไม่สามารถขายต่อโรงงานได้ส่งผลให้ผู้ประกอบการบางเเห่งเสียหายหลายเเสนบาท เพราะต้องปล่อยทิ้งมะพร้าวที่รับซื้อไว้ บางกิจการจึงต้องปิดตัวลง

ขณะที่เกษตรกรเห็นว่า มาตรการที่กระทรวงพาณิชย์ได้กำหนด 3 มาตรการเพื่อเเก้ปัญหาการเเบนกะทิ หรือ ผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวที่เก็บโดยลิงของอังกฤษ อาจยิ่งซ้ำเติมราคา โดยเฉพาะการตรวจสอบย้อนกลับผลิตภัณฑ์กล่อง หรือบรรจุภัณฑ์ว่าผลิตจากมะพร้าวที่มาจากสวนไหน มีการใช้แรงลิงหรือไม่ ทำให้ผลผลิตของเกษตรกรไม่สามารถขายได้ พร้อมเรียกร้องให้รัฐ ยกเลิกการนำเข้ามะพร้าวจากต่างประเทศ เพื่อบรรเทาปัญหา เเละจะทำให้ราคามะพร้าวที่ตกต่ำปรับตัวขึ้นด้วย

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

 

ชาวสวนมะพร้าวยืนยันไม่ใช้แรงงานลิงเก็บมะพร้าวส่งออก

จ่อติดรหัสตรวจสอบสินค้า ยันไม่ใช้แรงงานลิงเก็บมะพร้าว

ผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี เผยไม่พบการทรมานลิงเก็บมะพร้าว 

เร่งชี้แจงแบนมะพร้าวไทยใช้ลิงเก็บมะพร้าว 

ดราม่า? ข้ออ้างลิงเก็บมะพร้าวแบนสินค้าไทย

 

 


จ่อติดรหัสตรวจสอบสินค้า ยันไม่ใช้แรงงานลิงเก็บมะพร้าว

Thu, 9 Jul 2020 06:24:00

วันที่ 8 ก.ค.2563 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานประชุมแนวทางชี้แจงปัญหาแรงงานลิงเก็บมะพร้าวกับผู้เกี่ยวข้องทั้งผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์มะพร้าว กะทิกล่อง สมาคมพิทักษ์สัตว์ไทย สมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย มูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่า และผู้แทนส่วนราชการ

 

การประชุมดังกล่าวได้ข้อสรุปเบื้องต้น คือ ให้โรงงานผลิตเพิ่มกระบวนการตรวจสอบย้อนกลับจากที่มีอยู่แล้วให้มากขึ้น โดยต้องระบุผลผลิตที่ได้มาจากสวนไหน มีการใช้แรงงานประเภทใด และต้องใส่รหัสบนบรรจุภัณฑ์ของแต่ละผลิตภัณฑ์ให้ชัดเจน โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจะเร่งให้ทูตพาณิชย์ในต่างประเทศนัดพบผู้นำเข้าเพื่อชี้แจง

ทีมไทยแลนด์ที่ประจำในต่างประเทศจะช่วยกันทำคำชี้แจงและนัดพบผู้นำเข้า ห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ ที่เป็นลูกค้าผลิตภัณฑ์มะพร้าวจากไทย เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจ

ชงเพิ่ม "ลิง" ใน พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมสัตว์

ขณะที่นายโรเจอร์ โลหะนันท์ ประธานอนุกรรมการบังคับใช้กฎหมายป้องกันการทารุณกรรมสัตว์สมาคมพิทักษ์สัตว์ไทย ระบุว่า แม้ภาคอุตสาหกรรมจะระบุว่า ลดลงแล้ว แต่ยังมีการนำลิงไปใช้ในกิจกรรมอื่น เช่น การแสดงละครลิง การใช้ลิงโปรโมทเพื่อการท่องเที่ยว เห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควรส่งเสริม จึงเสนอบรรจุสวัสดิภาพของลิงเข้าไปภายใต้พระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ เช่นเดียวกับสุนัข แมว ช้าง เพื่อให้ต่างชาติได้เห็นว่า มีการปฏิบัติตามมาตรฐานสากล

รับยอดขายในอังกฤษลด 30%

นายเกียรติศักดิ์ เทพผดุงพร กรรมการบริหารและผู้จัดการโรงงานชาวเกาะ ยอมรับว่า ในรายงานของพีตา ระบุแบรนด์กะทิชาวเกาะชัดเจน ทำให้ยอดขายหายไปร้อยละ 30 เพราะถูกถอดออกจากชั้นวางสินค้าในห้างใหญ่ของอังกฤษ และประเทศอื่นก็เริ่มสอบถามเช่นกัน

ห้างสรรพสินค้าหลายแห่งทยอยนำของลงจากชั้น กระทบตั้งแต่อังกฤษ โซนยุโรป อเมริกา 

ส่วนนายแจ๊ค วัฒนาพร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทสุรีย์ อินเตอร์ฟู้ดสิจำกัด ระบุว่า บริษัทได้ทำเอ็มโอยูกับเกษตรกรตั้งแต่ 2 ปีที่แล้วว่า ต้องไม่มีการใช้ลิง เพราะก่อนหน้านี้ลูกค้าในเนเธอร์แลนด์เรียกร้องให้ยุติการใช้แรงงานสัตว์ และได้ตั้งมูลนิธิเกี่ยวกับการคุ้มครองสัตว์ เพราะเห็นความสำคัญต่อเรื่องดังกล่าว

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เร่งชี้แจงแบนมะพร้าวไทยใช้ลิงเก็บมะพร้าว 

ผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี เผยไม่พบการทรมานลิงเก็บมะพร้าว 

ชาวสวนมะพร้าวยืนยันไม่ใช้แรงงานลิงเก็บมะพร้าวส่งออก 

ดราม่า? ข้ออ้างลิงเก็บมะพร้าวแบนสินค้าไทย 

 


ทุนเสี่ยงสหกรณ์ออมทรัพย์

Wed, 8 Jul 2020 10:00:00

84 สหกรณ์เจ้าหนี้การบินไทย

บมจ.การบินไทย นับเป็นหนึ่งในหลักทรัพย์ยอดนิยมของนักลงทุน หุ้นกู้การบินไทยถูกจัดอันดับเครดิจเรตติ้งในระดับ A มีรัฐบาลเป็นประกัน หุ้นกู้การบินไทยมีมูลค่า 71,600 ล้านบาท ผู้ลงทุนรายใหญ่คือสหกรณ์และชุมนุมสหกรณ์ 84 แห่งที่ลงทุนรวม 45,160 ล้านบาท หรือร้อยละ 42 ของมูลค่าหุ้นกู้การบินไทยทั้งหมด ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะได้รับเงินคืนหรือไม่

หากดูจากรายชื่อ 84 แห่งนี้ อาจดูเหมือนว่าสหกรณ์ออมทรัพย์ประเภทสาธารณสุขมีจำนวนสหกรณ์มาลงทุนมากที่สุด แต่เมื่อดูสัดส่วนสหกรณ์ออมทรัพย์แต่ละประเภททั้งหมด พบว่าสหกรณ์ออมทรัพย์ประเภทมหาวิทยาลัย ลงทุนในการบินไทยมากกว่าสหกรณ์ประเภทอื่น คือร้อยละ 24 ของสหกรณ์ออมทรัพย์มหาวิทยาลัยทั้งประเทศ (ไม่รวมชุมนุมสหกรณ์)

และยังมีมูลค่าการลงทุนสูง 12,286 ล้านบาท หรือร้อยละ 27 ของเงินที่ 84 สหกรณ์ลงทุนหุ้นกู้การบินไทย มากกว่าสหกรณ์ออมทรัพย์ประเภทอื่นอย่างเห็นได้ชัด

ทั้งนี้ จากการรวบรวมข้อมูลการลงทุนของ สอ.มหาวิทยาลัย พบรายงาน 10 แห่ง รวมเงินลงทุน 11,357 ล้านบาท

 สหกรณ์ออมทรัพย์มหาวิทยาลัย 10 แห่ง ได้แก่

ภาพรวมขนาดสหกรณ์ออมทรัพย์

การจดทะเบียนสหกรณ์แบ่งเป็น 7 ประเภทหลัก ได้แก่ สหกรณ์การเกษตร, สหกรณ์ประมง, สหกรณ์นิคม, สหกรณ์ร้านค้า, สหกรณ์บริการ, สหกรณ์ออมรัพย์, สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน และสหกรณ์อื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

จากสถิติสหกรณ์ทุกประเภทที่มีสถานะดำเนินงาน ณ วันที่ 31 ธ.ค. 62 (ไม่รวมชุมนุมสหกรณ์) รวมกัน 6,670 แห่ง สมาชิกกว่า 11 ล้านคน ทุนดำเนินงาน 3.19 ล้านล้านบาท จากจำนวนนี้เป็นสหกรณ์ออมทรัพย์ 1,408 แห่ง สมาชิกมากถึง 3 ล้านคน หรือเกือบ 1 ใน 3 ของสมาชิกสหกรณ์ทั้งหมด มีทุนดำเนินงาน 2.81 ล้านล้านบาท

โดยเกือบ 1 ล้านล้านบาท เป็นการลงทุนของกลุ่มสหกรณ์ออมทรัพย์มหาวิทยาลัย 10 แห่งรวมกัน ซึ่งในนี้รวมถึงการลงทุนในหุ้นกู้การบินไทยด้วย 

ภาพรวมการลงทุนของ 10 สอ.มหาวิทยาลัย

สอ.มหาวิทยาลัย 10 แห่งนี้ ลงทุนในรัฐวิสาหกิจและ 7 กลุ่มอุตสาหกรรม รวม 97,349 ล้านบาท โดย 3 อันดับเงินลงทุนมากที่สุด ได้แก่ สอ.มหาวิทยาลัยมหิดล 35,922 ล้านบาท รองลงมาคือ สอ.จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 17,519 ล้านบาท และ สอ.มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 16,750 ล้านบาท

ภาพรวมมีการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมบริการมากที่สุด ในหมวดธุรกิจพาณิชย์ ธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ โดยเกือบทุกแห่งลงทุนกลุ่มนี้มากที่สุด ส่วนประเภทหลักทรัพย์ที่ลงทุนคือหุ้นกู้เป็นหลัก 77,106 ล้านบาท รองลงมาคือพันธบัตรรัฐบาล 17,536 ล้านบาท หุ้นในชุมนุมสหกรณ์ 1,772 ล้านบาท และหุ้นสามัญ 934 ล้านบาท

การลงทุน “หุ้นกู้” ของ สอ.มหาวิทยาลัย

เงินจาก สอ.มหาวิทยาลัย 77,106 ล้านบาทหมุนเวียนอยู่ในหุ้นกู้ 96 แห่ง เป็นบริษัทมหาชน 75 แห่ง* 71,784 ล้านบาท, บริษัทจำกัด 17 แห่ง 5,294 ล้านบาท และอื่นๆ 4 แห่ง 27,261 ล้านบาท
*บริษัทมหาชน 3 แห่ง ไม่มีการกระจายหุ้นแก่ประชาชน

นอกจากการลงทุนในรัฐวิสาหกิจหรือกลุ่มทุนต่างชาติแล้ว การลงทุนในบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จะเป็นของกลุ่มทุนธุรกิจครอบครัวไม่กี่ตระกูล อันดับ 1 คือกลุ่มทุนเจียรวนนท์ 19,039 ล้านบาท อันดับ 2 กลุ่มทุนสิริวัฒนภักดี 6,812 ล้านบาท อันดับ 3 กลุ่มทุนว่องกุศลกิจ-วัธนเวคิน-เอื้ออภิญญกุล 4,079 ล้านบาท

แต่เมื่อรวมการลงทุนโดย สอ.มหาวิทยาลัย ในกลุ่มทุนว่องกุศลกิจและพันธมิตรทางธุรกิจ จะพบว่ามีมูลค่ามากเป็นอันดับ 2 คือ 7,575 ล้านบาท

บริษัทที่มีถูกลงทุนมากที่สุด

  1. บมจ.ซีพีออลล์ 12,000 ล้านบาท (กลุ่มทุนเจียรวนนท์)
  2. บมจ.การบินไทย 11,000 ล้านบาท (กลุ่มทุนรัฐวิสาหกิจ)
  3. บมจ.อินโดรามา เวนเจอร์ส 5,000 ล้านบาท (กลุ่มทุนสัญชาติอินเดีย)
  4. บมจ.เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ 3,000 ล้านบาท (กลุ่มทุนสิริวัฒนภักดี)
  5. บมจ.บ้านปู 4,000 ล้านบาท (กลุ่มทุนว่องกุศลกิจ-วัธนเวคิน-เอื้ออภิญญกุล)

การตัดสินใจลงทุนในหุ้นกู้ แต่ละหลักทรัพย์ต้องมีรายชื่ออยู่ในบัญชีของกรมส่งเสริมสหกรณ์ มีเครดิตเรตติ้งระดับ A ขึ้นไป สหกรณ์จึงมักลงทุนในหลักทรัพย์เดียวกัน กลุ่มอุตสาหกรรมและหมวดธุรกิจเดียวกัน แบบแผนการลงทุนของ สอ.มหาวิทยาลัย จึงอาจเป็นตัวแทนของสหกรณ์ออมทรัพย์ทั้งหมด

ทุนแสนล้านจาก 10 สอ.มหาวิทยาลัย และชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย

นอกจาก สอ.มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งจะนำเงินไปลงทุนกับหลักทรัพย์ต่างๆ โดยตรงแล้ว ยังพบการนำเงินไปฝากกับสหกรณ์อื่นและชุมนุมสหกรณ์อีกหลายแห่ง เพราะอัตราดอกเบี้ยที่ยั่วยวนใจ สูงกว่าสถาบันการเงินทั่วไป

โดยสหกรณ์และชุมนุมสหกรณ์เหล่านี้จะนำเงินไปลงทุนในหลักทรัพย์เรตติ้งดีอีกทีหนึ่ง มักเป็นหลักทรัพย์เดียวกับที่ สอ.มหาวิทยาลัยลงทุนโดยตรง ทำให้ขนาดทุนใหญ่ขึ้นแต่ยังกระจุกตัวที่หลักทรัพย์ไม่กี่แห่ง

 

ชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย คืออันดับหนึ่งที่ สอ.มหาวิทยาลัยนำเงินไปฝากไว้มากที่สุดกว่า 13,000 ล้านบาท โดยเงินลงทุนของชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย 34,924 ล้านบาท ใกล้เคียงกับ สอ.มหาวิทยาลัยมหิดล และสูงกว่า สอ.มหาวิทยาลัยอื่นๆ ทั้ง 9 แห่งที่มีทุนไม่เกิน 20,000 ล้านบาท

เมื่อรวมมูลค่าลงทุนของ 10 สอ.มหาวิทยาลัย และชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย ก็จะสูงถึง 132,274 ล้านบาท อัดฉีดหมุนเวียนในกลุ่มอุตสาหกรรมและหมวดธุรกิจดังกล่าวอย่างสม่ำเสมอ

นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นแก่สมาชิกสหกรณ์ เพราะจากข้อมูลพบว่าสหกรณ์ 15 แห่งที่ สอ.มหาวิทยาลัย ไปฝากเงินนั้นประสบปัญหาสภาพคล่อง ไม่สามารถคืนเงินฝากได้เมื่อทวงถาม และไม่สามารถให้ดอกเบี้ยได้เมื่อครบกำหนดเวลา เช่นชุมนุมสหกรณ์ธนกิจไทยที่มีคดีก่อนหน้านี้

 

 


THE EXIT : ตรวจสอบก่อสร้างโรงงานแปรรูปยางพารา จ.บึงกาฬ

Tue, 7 Jul 2020 19:43:00

วันนี้ (7 ก.ค.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาพความสำเร็จในการผลิตและจำหน่ายหมอนแปรรูปจากยางพาราของชุมนุมสหกรณ์กองทุนสวนยาง จ.บึงกาฬ ถูกนำเสนอผ่านสื่อ ช่วงกลางปี 2561 โรงงานนี้สร้างในปี 2559 จากเงินกว่า 10 ล้านบาท ที่กู้จากธนาคารออมสิน จากนั้นในปี 2560 กลุ่มจังหวัดอีสานตอนบน อนุมัติงบกว่า 193 ล้านบาท สร้างโรงงานแปรรูปยางพาราอีก 5 แห่งในพื้นที่เดียวกัน เพื่อให้ชุมนุมสหกรณ์ฯ บริหารจัดการ และจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรูปจากยางพารา

 

แต่ปัจจุบันโรงงานแห่งแรก หยุดเดินเครื่องการผลิต และไม่สามารถเปิดใช้งานได้ ส่วนโรงงาน 5 แห่ง เดิมกำหนดให้แล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2561 ก็ขยายเวลาก่อสร้างไปจนถึงปลายปีนี้ เกษตรกรหมดหวังที่จะได้ขายน้ำยางพาราให้กับโรงงาน

สตง.ตรวจสอบก่อสร้างโรงงานยางพารา

สำหรับโครงการก่อสร้างโรงงานแปรรูปยางพารา ทั้ง 5 แห่ง ใช้งบประมาณรัฐกว่า 193 ล้านบาท การก่อสร้างที่ล่าช้า ทำให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เข้าตรวจสอบ ส่วนข้อสังเกตที่ว่าหน่วยงานภาครัฐที่ทำโครงการ ในขณะนั้น ได้ตรวจสอบศักยภาพในการบริหารธุรกิจของชุมนุมสหกรณ์ฯ ก่อนที่จะทุ่มงบสร้างโรงงานหรือไม่


ไทยพีบีเอสพบข้อมูลว่า ปี 2559-2561 ชุมนุมสหกรณ์ฯ ขาดทุน มาโดยตลอด ข้อมูลที่ระบุว่า ปี 2560 ชุมนุมสหกรณ์ฯขาดทุนกว่า 3.5 ล้านบาท เป็นปีเดียวกับที่ภาครัฐอนุมัติงบประมาณมาสร้างโรงงาน ขณะที่เจ้าหน้าที่ให้เหตุผลว่า ชุมนุมสหกรณ์ฯ ขาดทุน เพราะถูกโกง จึงต้องช่วยเหลือให้ดำเนินกิจการได้

โรงงานเป็นทรัพย์สินแผ่นดิน - ต้องขอเช่า

การที่ชุมนุมสหกรณ์ฯ จะเดินหน้าบริหารงานโรงงานทั้ง 5 แห่ง อาจไม่ง่ายนัก เพราะโรงงานที่สร้างด้วยงบประมาณรัฐ รวมทั้งเครื่องจักร และอุปกรณ์ทั้งหมดถูกขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน ชุมนุมสหกรณ์ฯ ต้องทำเรื่องขอเช่ากับกรมธนารักษ์ ค่าเช่า และค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่ายก้อนแรกอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านบาท แต่ชุมนุมสหกรณ์ฯ ขอผ่อนผันจ่ายค่าเช่า เมื่อโรงงานเดินเครื่องผลิตได้ ซึ่งยังไม่ได้รับการอนุมัติ

 

ส่วนความหวังที่ชุมนุมสหกรณ์ฯ จะมีเงินทุนประกอบกิจการต่อ ถูกฝากไว้กับการอนุมัติงบสนับสนุน จากการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เกือบ 60 ล้านบาท ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาโครงการที่ชุมนุมสหกรณ์ฯ เสนอ ต่อบอร์ด กยท.

กยท.วิเคราะห์ธุรกิจก่อนให้เงินสนับสนุน

การอนุมัติเงินสนับสนุนของ กยท.จะต้องวิเคราะห์ความเป็นไปได้ทางธุรกิจนี้อย่างละเอียด เช่น 1.สภาพคล่องของสหกรณ์ 2.ประสบการณ์การบริหารธุรกิจ 3.ตลาดที่รับซื้อผลิตภัณฑ์ 4.วัตถุดิบ น้ำยางพาราที่มีเพียงพอ เพราะหากอนุมัติงบประมาณให้กับชุมนุมสหกรณ์ เงินต้องถูกใช้อย่างคุ้มค่า และธุรกิจต้องไม่ขาดทุน

 

ขณะที่ กยท.พบความผิดปกติว่าเอกสารที่ชุมนุมสหกรณ์ฯ ต้องนำมาประกอบการเสนอของบสนับสนุน ยังขาดเอกสารสำคัญ คือ 1.ใบอนุญาตก่อสร้างอาคารฯ ออกโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ 2.ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงงาน หรือ รง 4. ออกโดยสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด

ทั้งนี้ ส่วนราชการ จ.บึงกาฬ เตรียมหารือแนวทางแก้ปัญหา เพื่อให้ชุมนุมสหกรณ์ฯ สามารถเดินหน้าบริหารโรงงานยางพาราต่อได้

 

 


ผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี เผยไม่พบการทรมานลิงเก็บมะพร้าว

Tue, 7 Jul 2020 18:31:00

วันนี้ (7 ก.ค.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เดินทางไปยังโรงเรียนฝึกลิงเพื่อการเกษตร ต.คลองน้อย อ.เมือง ดูการฝึกลิงเก็บมะพร้าว หลังองค์กรพิทักษ์สัตว์ หรือ พีต้า หยิบยกการใช้ลิงเก็บมะพร้าวโจมตีไทยว่าทารุณกรรมลิง และห้างสรรพสินค้าประเทศอังกฤษ แบนผลิตภัณฑ์มะพร้าวจากไทย หลังอ้างว่าใช้แรงงานลิงเก็บมะพร้าว

 

ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า การเลี้ยงลิง จ.สุราษฎร์ธานี เป็นการเลี้ยงเพื่อการเกษตร ไม่มีการทารุณตามที่ตกเป็นข่าวในต่างประเทศ และลิงที่นำมาเลี้ยงเป็นลิงได้จากการเพาะเลี้ยงนานกว่า 10 ปี และการฝึกลิงเก็บมะพร้าว เป็นภูมิปัญญาชาวสวน ซึ่งนำลิงที่ซนแต่เก่งเรื่องปีนต้นไม้ มาเก็บมะพร้าวตามที่ต้องการ ซึ่งสืบทอดมากว่า 100 ปี ที่ผ่านมาไม่เคยรับแจ้งว่ามีการทารุณลิง แต่กลับเกิดแหล่งท่องเที่ยวให้ลิงโชว์ความสามารถ

โต้ "พีต้า" ไม่ต้องห่วงปมทารุณลิง

นางจินตนา วงศ์วานิช เจ้าของโรงเรียนฝึกลิงเพื่อการเกษตร บอกว่า พีต้า ไม่ต้องกังวลคนมีอาชีพเก็บมะพร้าวจะทารุณลิง หรือใช้งานลิงจนตาย เพราะลิงเป็นสัตว์ที่มีคุณ ประกอบกับลิงที่นำมาเลี้ยงมีราคาแพง ปัจจุบันราคาตัวละ 50,000 บาท หากเลี้ยงไม่ดี ไม่รัก และไม่ทนุถนอมจนลิงตาย เท่ากับเจ้าของลิงต้องสูญเสียเงิน และผู้ช่วยในการประกอบอาชีพ

 

สอดคล้องกับนายวิจิตร ขนุนนิล อาชีพรับจ้างเก็บมะพร้าว กล่าวว่า ทีมเก็บมะพร้าวที่ตัวเองรับจ้าง มีประมาณ 7 คน และใช้ลิงเก็บมะพร้าว 4 - 5 ตัว ส่วนลิงขึ้นเก็บต้นมะพร้าวต้นสูงเกินกว่าไม้สอย ต้องยอมรับอาชีพเก็บมะพร้าวยังจำเป็นต้องมีลิง เป็นตัวเสริมในการช่วยเก็บมะพร้าว

แนะรัฐบาลเร่งชี้แจงทารุณกรรมสัตว์

นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป กล่าวว่า แม้ยังไม่มีผลกระทบทางการค้าอย่างรุนแรง แต่รัฐบาลต้องเร่งให้ความชัดเจนในการเรื่องการทารุณกรรมสัตว์ เพราะภาพที่ออกไปอาจไม่ยุติธรรมกับไทย แต่เป็นวิถีชุมชนของไทย หากไทยใช้ลิงเก็บมะพร้าวแล้วผิดจริง การใช้กวางเรนเดียร์ หรือสุนัขไซบีเรียนฮัสกีที่ลากเลื่อนในต่างประเทศ ก็ต้องผิดด้วย ที่สำคัญไทย มีกฎหมายป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ มีบทลงโทษชัดเจน ไม่ได้นำลิงมาทรมานด้วยการเก็บมะพร้าว

อดีต รมว.คลัง แนะแก้ปัญหาให้ถูกจุด

ด้านนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แสดงความเห็นผ่านโซเชียลมีเดียว่า ต้นตอของปัญหา คนอังกฤษไม่ได้ต่อต้านการใช้ลิงทำงานเก็บมะพร้าว แต่ต่อต้านการนำตัวลิงออกมาจากฝูง การเลี้ยงดูที่ขาดความเมตตา การใช้กรงเล็กเฉพาะตัว เพราะในคลิปมีภาพลิง ถูกขังเดี่ยวอยู่ในกรงเล็กๆ และผู้ที่เผยแพร่คลิป ก็คือนายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรี

 

ไทยจึงต้องปรับรูปแบบการชี้แจงให้ถูกวิธี เพื่อไม่ให้ลุกลามจนกระทบการส่งออกอาหารของไทยอย่างหนัก พร้อมเสนอว่ารัฐบาลต้องยอมรับว่าจำเป็นต้องปรับปรุงวิธีการเลี้ยงดูลิงเป็นการด่วน เลี้ยงดูอย่างไร เพื่อทำให้ลิงอยู่กับคนได้อย่างมีมนุษยธรรม และควรปรึกษาองค์กรระดับสากล หาทางออก แต่หากไม่มีวิธีปรับปรุง ก็จำเป็นต้องเปลี่ยนไปใช้เครื่องมืออื่นเก็บมะพร้าว แม้จะแพงขึ้นก็ตาม

รมว.พาณิชย์ เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาหารือ

วันพรุ่งนี้ (8 ก.ค.) นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จะเชิญผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมการผลิต และแปรรูปมะพร้าว มาหารือและเชิญตัวแทนทูตกลุ่มประเทศที่มีปัญหา รวมถึงองค์กรพิทักษ์สัตว์ที่เป็นผู้ทำคลิปเผยแพร่ ลงพื้นที่ดูวิธีเก็บมะพร้าวของไทย

 

เบื้องต้น พบว่าห้างสรรพสินค้า, โรงแรมของชาวอังกฤษ แบนผลิตภัณฑ์มะพร้าวจากไทยไปแล้วร้อยละ 30 คิดเป็นมูลค่า 300 ล้านบาท จากยอดส่งออกมะพร้าวไทยไปอังกฤษ เมื่อปี 2562 อยู่ที่ 1,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 70 ยังไม่มีการแบน เพราะเจ้าของเป็นชาวเอเชีย

3 ตลาดหลักส่งออกกะทิสดในตลาดโลก

ปัจจุบัน ไทยส่งออกกะทิสดในตลาดโลก อยู่ที่ประมาณ 12,400 ล้านบาท โดยมีตลาดหลัก คือสหรัฐฯ 4,300 ล้านบาท, ออสเตรเลีย 1,050 ล้านบาท, อังกฤษ ประมาณ 1,000 ล้านบาท และได้พัฒนาพันธุ์มะพร้าวต้นเตี้ยที่แรงงานคนเก็บได้

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง


ชาวสวนมะพร้าวยืนยันไม่ใช้แรงงานลิงเก็บมะพร้าวส่งออก 

ดราม่า? ข้ออ้างลิงเก็บมะพร้าวแบนสินค้าไทย

เร่งชี้แจงแบนมะพร้าวไทยใช้ลิงเก็บมะพร้าว


ชาวสวนมะพร้าวยืนยันไม่ใช้แรงงานลิงเก็บมะพร้าวส่งออก

Tue, 7 Jul 2020 15:01:00

วันนี้ (7 ก.ค.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวสวนมะพร้าวใน อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ สาธิตวิธีการเก็บลูกมะพร้าวบนลำต้น ซึ่งมีความสูงประมาณ 20 เมตร โดยใช้แรงงานคน และใช้ไม้สอยขึ้นไปบนลำต้น ก่อนจะนำลูกมะพร้าวที่เก็บได้ไปส่งขายตามท้องตลาด



นายนุกูล ลูกอินทร์ ประธานสมาพันธ์เกษตรกรชาวสวนมะพร้าวไทย เปิดเผยว่า วิธีการเก็บลูกมะพร้าวของที่นี่ จะไม่ใช้แรงงานลิงตามที่สื่อต่างประเทศกล่าวอ้างว่าเป็นการทารุณกรรมสัตว์ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง



ขณะที่มะพร้าวไทยส่วนใหญ่บริโภคในประเทศ จะมีการใช้แรงงานลิงเพียงร้อยละ 10 เท่านั้น โดยเฉพาะต้นมะพร้าวที่มีขนาดความสูงเกิน 25 เมตรขึ้นไป และมีบางส่วนที่ส่งโรงงาน จะใช้มะพร้าวนำเข้าจากต่างประเทศมาทำกะทิผสมกับกะทิไทย เพื่อทำกะทิกล่องส่งออก

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดราม่า? ข้ออ้างลิงเก็บมะพร้าวแบนสินค้าไทย

เร่งชี้แจงแบนมะพร้าวไทยใช้ลิงเก็บมะพร้าว


"เราเที่ยวด้วยกัน" ลงทะเบียน 6 โมงเช้า 15 ก.ค.นี้ ไม่จำกัดจำนวน

Tue, 7 Jul 2020 07:40:00

วันนี้ (7 ก.ค.2563) นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ในวันที่ 15 ก.ค.นี้ จะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนรับสิทธิ์โครงการเราเที่ยวด้วยกัน แบบไม่จำกัดจำนวน โดยเข้ามากี่ล้านคนก็ได้ โดยลงทะเบียนผ่าน www.เราเที่ยวด้วยกัน.com ตั้งแต่เวลา 06.00-21.00 น. ทุกวัน จากนั้นจะต้องรอ SMS ยืนยันการลงทะเบียนภายใน 3 วัน เมื่อได้รับสิทธิ์แล้วต้องรีบเข้าไปจองโรงแรม หรือโฮมสเตย์ เพราะสิทธิ์ดังกล่าวมีจำกัดแค่ 5 ล้านคืนเท่านั้น

ใครได้รับสิทธิ์แล้ว จะต้องรีบไปจองทันที ส่วนสิทธิ์การได้รับเงินคืนจากตั๋วเครื่องบิน 40% แต่ไม่เกิน 1,000 บาท ที่จำกัดไว้แค่ 2 ล้านใบ แต่การได้สิทธิ์ตั๋วเครื่องบินต้องผูกกับการจองห้องพักผ่านระบบเท่านั้น

 

ทั้งนี้จะได้รับสิทธิ์ส่วนลด 2 ใบต่อ 1 ห้องพัก ผู้รับสิทธิ์จะต้องจ่ายเงินไปก่อน เมื่อบินแล้วต้องมาแจ้งขอคืนเงิน และจะการโอนเงินคืนให้ทุกวันที่ 15 และ 30 ของเดือน โดยตั๋วเครื่องบินมีจำกัดแค่ 2 ล้านใบ 

สำหรับการจองโรงแรม และใช้สิทธิ์นั้น สามารถทำเป็นกรณี คือ กรณีเข้าพักคนเดียว จองสิทธิ์เต็มทั้ง 5 คืนในครั้งเดียว หรือกรณีจองสะสมไว้ 5 คืน แต่คนละสถานที่ และจังหวัด และกรณีจอง 1 คืน แต่ 5 ห้องพัก เพื่อไปเที่ยวกับญาติ หรือเพื่อนก็ทำได้ และเมื่อได้จองเสร็จแล้ว ต้องจ่ายเงินผ่าน แอปเป๋าตัง โดยจ่ายแค่ 60% และเมื่อจ่ายเงินแล้วจะยกเลิกไม่ได้

สำหรับประชาชนที่จะได้รับสิทธิเข้าร่วมโครงการจะจองโรงแรมผ่านช่องทางใดบ้าง ข้อมูลจาก www.เราเที่ยวด้วยกัน.com ระบุว่า 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

15 ก.ค.นี้ เตรียมลงทะเบียน "เราเที่ยวด้วยกัน"

ททท.ชงแพ็กเกจท่องเที่ยว เข้า ครม.พรุ่งนี้

 

 

 

 

 


วิเคราะห์ PETA กับการต่อต้านทารุณสัตว์

Mon, 6 Jul 2020 19:45:00

ไม่ใช่ครั้งแรกที่การขยับตัวของ PETA จุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้าง แต่ครั้งนี้น่าสังเกตว่า ชุดข้อมูลของ PETA กรณีที่อ้างไทยใช้ลิงเก็บมะพร้าวทารุณกรรมสัตว์ และเรียกร้องให้แบนผลิตภัณฑ์สินค้าแปรรูปมะพร้าวจากประเทศไทย ก่อนหน้านี้ เมื่อปีที่ 2562 PETA ระบุว่า อุตสาหกรรมขนแกะในอังกฤษเป็นการทารุณกรรมสัตว์จนเกิดกระแสตีกลับ 

ชื่อขององค์กรพิทักษ์สัตว์ PETA ถูกพูดถึงเป็นวงกว้าง หลังเปิดเผยเกี่ยวกับการทารุณกรรมลิงที่สวนมะพร้าวไทย PETA เป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไร ก่อตั้งเมื่อปี 2523 ที่รัฐเวอร์จิเนียและมีสำนักงานกระจายอยู่อีกหลายประเทศ

องค์กรนี้เคลื่อนไหว 4 ด้าน คือ อุตสาหกรรมปศุสัตว์ อุตสาหกรรมสิ่งทอ อุตสาหกรรมบันเทิง และ การทดลอง การเคลื่อนไหวยังครอบคลุม ตั้งแต่ต่อต้านการทำหมันสัตว์ การทารุณกรรมสัตว์ ไปจนถึงการกำจัดศัตรูพืชต่างๆ หลายครั้งการเคลื่อนไหวของ PETA สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงและช่วยกระตุกต่อมความคิดให้คนในสังคม

กระจกสะท้อน คือ ความพยายามเรียกร้องให้รัฐบาลเคนยาสั่งห้ามไม่ให้ฆ่าลาเพื่อเอาหนังมาทำยาแผนโบราณ รวมไปถึงการประท้วงต่อต้านการนำขนกระต่ายพันธุ์แองโกรา มาผลิตเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มเพราะทารุณกรรมสัตว์ ขณะเดียวกันก็มีหลายครั้งที่การเคลื่อนไหวขององค์กรนี้ถูกตั้งคำถาม และจุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วโลก


ย้อนกลับไปเมื่อเดือนก.พ.2562 PETA เคยออกแคมเปญรณรงค์ต่อต้านการใส่เสื้อผ้าที่ผลิตจากขนแกะองค์กรนี้ อ้างว่า อุตสาหกรรมขนแกะทารุณกรรมสัตว์ไม่ต่างจากอุตสาหกรรมขนสัตว์แต่ไม่ค่อยถูกพูดถึงมากนัก เนื่องจากอุตสาหกรรมขนแกะใช้เทคนิคการตัดต่อพันธุกรรมเพื่อเพิ่มปริมาณขนทำให้แกะต้องถูกตัดขนบ่อยขึ้น นอกจากนี้อายุเฉลี่ยของแกะในอุตสาหกรรมนี้ ยังลดลงจากปกติ 15 ปี โดยประมาณ เหลือเพียง 4-8 ปี เท่านั้น

ขณะที่องค์กรกำกับดูแลด้านการโฆษณาของอังกฤษ ระบุว่า อุตสาหกรรมขนแกะกับขนสัตว์เอามาเทียบกันไม่ได้ อังกฤษมีแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการตัดขนแกะโดยเฉพาะ เช่น ห้ามทำให้เกิดบาดแผล รวมทั้งห้ามดึงหาง ขาและหู การไม่ปฏิบัติตามแนวปฏิบัตินี้อาจถูกนำมาเป็นหลักฐานในชั้นศาล แม้ว่าแนวปฏิบัติเหล่านี้จะไม่ใช่กฎหมายก็ตาม

แถมแกะก็ไม่ได้ถูกฆ่าเพื่อเอาขนเหมือนอุตสาหกรรมขนสัตว์ประเภทอื่นๆ เลยนำมาเปรียบเทียบกันแบบนี้ไม่ได้ หรือในกรณีของไทยกับการเปิดเผยข้อมูลการทารุณกรรมและการใช้แรงงานลิงให้เก็บมะพร้าว 1,000 ลูกต่อวัน

แต่ข้อมูลในเว็บไซต์ของ PETA ประจำภูมิภาคไม่ได้ระบุวัน เวลา และสถานที่ของภาพเหล่านี้เอาไว้อย่างชัดเจนมองอีกมุมหนึ่งประเด็นนี้กลายเป็นเส้นบางๆ ระหว่างการดำเนินวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม กับ การทารุณกรรมสัตว์และเกิดคำถามว่า PETA เลือกปฏิบัติหรือไม่ เพราะการผลิตนมวัวหรือตับห่านก็ละเมิดสวัสดิภาพสัตว์เช่นกัน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดราม่า? ข้ออ้างลิงเก็บมะพร้าวแบนสินค้าไทย

เร่งชี้แจงแบนมะพร้าวไทยใช้ลิงเก็บมะพร้าว

 


ดราม่า? ข้ออ้างลิงเก็บมะพร้าวแบนสินค้าไทย

Mon, 6 Jul 2020 18:55:00

กรณีองค์กรพิทักษ์สัตว์ (PETA) กล่าวหาว่าไทยใช้ลิงเก็บมะพร้าวเป็นการทารุณสัตว์ ทำให้ห้างในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษหลายแห่ง แบนสินค้าในกลุ่มมะพร้าวจากไทย โดยอ้างว่าใช้แรงงานลิง ที่ผ่านการฝึกอย่างทรมาน

วันนี้ (6 ก.ค.2563) นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ประเด็นนี้เกิดจากความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนว่าประเทศไทยมีการใช้แรงงานลิงในการเก็บมะพร้าว เรื่องนี้เคยเป็นประเด็นมาแล้วก่อนหน้านี้ สุดท้ายก็ชี้แจงทำความเข้าใจ แต่เมื่อช่วงนี้ก็เกิดประเด็นนี้ขึ้นมาอีกครั้ง โดยวันที่ 8 ก.ค.นี้ เตรียมหารือผู้ผลิตกะทิ และแปรรูปมะพร้าว เพื่อประเมินผลกระทบและแนวทางรับมือ 

การใช้ลิงเก็บมะพร้าว ส่วนใหญ่ประเด็นในเรื่องทางวัฒนธรรมวิถีชีวิต และการท่องเที่ยวมากกว่า ส่วนในการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ใช้ลิงมาเก็บมะพร้าวไม่มีแล้ว

สำหรับผลกระทบจากการระงับการสั่งซื้อกะทิไทยขณะนี้ ยังกระจุกตัวในกลุ่มซูเปอร์มาร์เก็ต ที่มีเจ้าของเป็นอียู 3 แห่ง คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 30 ของปริมาณการส่งออกทั้งหมด ขณะที่ผู้สั่งซื้อส่วนใหญ่ ร้อยละ 70 อยู่ในกลุ่ม ภัตตาคาร ร้านอาหาร โรงแรม และซูเปอร์มาร์เก็ตเอเชีย ยังไม่ได้รับผลกระทบ

แต่ละปีไทยผลิตผลิตภัณฑ์มะพร้าว ได้ประมาณ 780,000 ตัน ในจำนวนนี้ 113,000 ตัน ผลิตกะทิ ซึ่งเป็นประเด็นที่ PETA กล่าวหาว่าทารุณกรรมสัตว์ และส่วนใหญ่ร้อยละ 70 ผลิตเพื่อบริโภคในประเทศ และนำเข้ามะพร้าวจากประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มเติม 

นำทูตกลุ่มอียู ดูกระบวนเก็บมะพร้าวภาคอุตสาหกรรม

ขณะที่นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ มอบหมายให้สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศประจำ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ชี้แจงผู้บริโภค ผู้ประกอบการคู่ค้า เพื่อทำความเข้าใจว่าการนำลิงมาเก็บมะพร้าวเป็นเพียงวิถีชีวิตชาวบ้านที่อยู่ด้วยกันมานาน ไม่ได้มีการนำลิงมาทรมาน เพื่อเก็บมะพร้าว เพราะการผลิตสินค้าในอุตสาหกรรมต้องใช้มะพร้าวกว่า 1 ล้านลูก 

ทั้งนี้กระทรวงพาณิชย์ จะชี้แจงและทำความเข้าใจให้ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องได้รับรู้เช่นกัน โดยเฉพาะในกลุ่มยุโรป รวมทั้งจะนำทูตานุทูตประจำประเทศไทย เข้ามาดูขบวนการผลิตโรงงานการผลิตและการเก็บเกี่ยว เพื่อให้เข้าใจวิถีชาวบ้านมากขึ้น 

ชาวสวนมะพร้าว กังวลหากถูกแบน 

ด้านนายพินิจ สุดสงวน เกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าว ในพื้นที่ ม.9 ต.บ้านแพ้ว อ.เมือง จ.สมุทรสาคร กล่าวว่า ที่สวนใช้คนขึ้นมะพร้าว ซึ่งเป็นความสามารถเฉพาะตัว บางคนปีนได้วันละเป็นร้อยต้น โดยค่าแรงต้นละ 15 บาท แต่มีบางคนใช้ตะขอสอยมะพร้าวต้นสูงแค่ไหนก็สอยได้ เป็นความสามารถเฉพาะคน ถ้าหากต่างชาติแบนผลผลิตจากมะพร้าวของไทย ย่อมส่งผลกระทบต่อชาวสวนอย่างมาก เพราะผลผลิตมะพร้าวสำหรับคนไทยกินในประเทศมันเกินพอ

ถ้าส่งออกไม่ได้ มะพร้าวไทยก็จะมีราคาถูกลง ชาวสวนจะเดือดร้อน เพราะทุกสวนปลูกมาก็ต้องการให้ผลผลิตได้ราคา สำหรับราคามะพร้าวช่วงนี้ก็สิบกว่าบาท ถ้าต่ำไปกว่านี้คงลำบาก

เจ้าของสวนมะพร้าว ยืนยันว่า ไม่เคยใช้แรงงานลิง แต่จะใช้แรงงานคน โดยเฉลี่ยต่อวัน จะปีนขึ้นไปเก็บลูกมะพร้าวได้กว่า 100 ต้น ซึ่ง 1 ต้นจะได้ค่าแรงประมาณ 15 บาท

เช่นเดียวกับ นายนิรันดร์ วงศ์วานิช เกษตรกรชาวสวนมะพร้าวและเป็นครูสอนลิงเก็บมะพร้าว ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ลิงเก็บมะพร้าว เป็น วิถีชีวิตภูมิปัญญา ของคนท้องถิ่น ที่สืบทอดกันมา อยู่กันแบบครอบครัว ไม่ใช่การทรมาน และใช้ในหมู่เกษตรกรรายย่อย โดย ลิงจะช่วยเก็บเฉพาะมะพร้าวกะทิ เนื่องจากลำต้นจะสูง แต่การแบนรอบนี้ กลับเหมารวมผลิตภัณฑ์มะพร้าวทุกชนิด 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เร่งชี้แจงแบนมะพร้าวไทยใช้ลิงเก็บมะพร้าว

 


พิษ COVID-19 วิจัยกรุงศรีปรับคาดการณ์ GDP ปีนี้ ติดลบ 10.3%

Mon, 6 Jul 2020 16:27:00

วันนี้ (6 ก.ค.2563) ดร.สมประวิณ มันประเสริฐ ผู้บริหารสายงานวิจัยและหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ระบุว่า แม้ไทยจะไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศมากว่า 1 เดือน และมีการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ แต่มาตรการเฝ้าระวัง เช่น การรักษาระยะห่างทางสังคม การระงับการบินระหว่างประเทศ รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค ยังกดดันกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้วิจัยกรุงศรีปรับคาดการณ์เศรษฐกิจไทยในปีนี้และมองว่าจะหดตัว 10.3% ซึ่งต่ำกว่าช่วงวิกฤตการณ์ทางการเงินในเอเชียในปี 2541 แต่เศรษฐกิจจะค่อยๆ ฟื้นตัวและเติบโตที่ 2.9% ในปี 2564”

วิจัยกรุงศรี มองว่า จำนวนผู้ติดเชื้อทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นเกิน 10 ล้านคน และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง รวมทั้งความเสี่ยงของการเกิดการระบาดรอบ 2 ในหลายประเทศ อาจทำให้การบังคับใช้มาตรการห้ามเที่ยวบินระหว่างประเทศนานกว่าที่คาดไว้ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวอย่างมาก ประเทศไทยพึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยวในสัดส่วนสูง จึงเป็นหนึ่งในประเทศที่เปราะบางมากจากผลกระทบของ COVID-19

คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาไทยในปีนี้จะลดลงถึง 83% แม้จะมีการเปิดประเทศด้วยการท่องเที่ยวแบบจับคู่เดินทาง (Travel Bubble Policy) แต่คาดว่า ณ กลางปี 2564 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะยังคงน้อยกว่า 1 ล้านคนต่อเดือน

เศรษฐกิจชะลอตัวกระทบแรงงานไทย 80% 

การชะลอตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและผลกระทบทางลบที่ส่งต่อไปยังภาคหลายส่วน อาจทำให้แรงงานในไทยประมาณ 80% ได้รับผลกระทบในช่วงที่มีการระบาดหนักของ COVID-19 จากเดิมคาดไว้ที่ 50% และในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้คาดว่าจะยังมีแรงงานที่ได้รับผลกระทบประมาณ 30% จากเดิมคาดไว้ที่ 10% ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อรายได้ของครัวเรือนและความสามารถในการใช้จ่ายของประชาชน

ทั้งนี้ การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายมาสู่ระดับต่ำสุดที่ 0.5% และการผ่อนคลายมาตรการทางการเงินต่างๆ น่าจะช่วยบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจได้บางส่วน อย่างไรก็ตาม หลังจากพ้นช่วงเวลาของมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยและผู้ประกอบการธุรกิจ SMEs คาดว่าหนี้สินของภาคธุรกิจและหนี้สินของภาคครัวเรือนจะเพิ่มขึ้นในเร็วๆ นี้ ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเลิกจ้างงานและภาคการเงินของประเทศ

นอกจากการระบาดของไวรัส COVID-19 ที่คาดว่าจะฉุดให้เศรษฐกิจไทยหดตัว 10.6% ในปีนี้ ความล่าช้าของการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและปัญหาภัยแล้งจะส่งผลให้การเติบโตของ GDP ลดลงไปอีก 1% และ 0.4% ตามลำดับ แม้จะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทยอยออกมา ซึ่งคาดว่าจะหนุนให้เศรษฐกิจโตได้ราว 1.7%

นโยบายการเงินและการคลังที่ประกาศออกมาอาจจะไม่เพียงพอในการยับยั้งการถดถอยของเศรษฐกิจ และอาจไม่มากพอที่จะกระตุ้นให้การเกิดการใช้จ่ายของภาคครัวเรือนและการลงทุนของภาคเอกชน

วิจัยกรุงศรีจึงมองว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวในรูปแบบตัวยู (U-shaped Recovery) แต่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นที่จะเปลี่ยนไปเป็นการฟื้นตัวแบบตัวแอล (L-shaped Recovery) จากการระบาดของไวรัส COVID-19 ที่รุนแรงและยาวนานเกินกว่าที่คาดไว้

 


รมว.คลัง สั่งสรรพสามิตออก 5 มาตรการภาษีอุ้ม "แรงงาน-ธุรกิจ"

Mon, 6 Jul 2020 14:20:00

วันนี้ (6 ก.ค.2563) นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างแพร่หลายเป็นวงกว้าง รวมทั้งมีจำนวนผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจของประเทศไทยและทั่วโลกทั้งทางตรงและทางอ้อม กิจกรรมทางเศรษฐกิจต้องหยุดชะงัก สถานประกอบการจำเป็นต้องปิดกิจการชั่วคราวและถาวร กระทบต่อการบริโภคภายในประเทศ การจ้างงาน ภาคการเกษตร และภาคการส่งออก

ทั้งนี้ ผู้ประกอบอุตสาหกรรมตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2560 ถือเป็นส่วนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจเช่นเดียวกัน โดยนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สั่งการให้กรมสรรพสามิตเยียวยาฟื้นฟูและอำนวยความสะดวกภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคโควิด-19 ให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้

นายธนกร กล่าวอีกว่า กรมสรรพสามิตได้ดำเนินมาตรการที่เป็นประโยชน์ต่อภาคธุรกิจในบางสินค้าเรียบร้อยแล้ว ดังนี้ 1.รถยนต์ (ประเภทรถยนต์นั่งสามล้อแบบพลังงานไฟฟ้า) เพิ่มพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตรถยนต์นั่งสามล้อแบบพลังงานไฟฟ้า เพื่อเป็นการส่งเสริมการลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีรถยนต์นั่งสามล้อที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการผลิตในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและการจ้างงาน และส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด โดยกำหนดให้เสียภาษีตามมูลค่าร้อยละ 2 จากเดิมร้อยละ 4

สนับสนุนคงปริมาณจ้างงานภาคท่องเที่ยว

2.เครื่องดื่มน้ำผลไม้และน้ำพืชผักที่มีการเติมสารอาหารและสารอื่น แก้ไขอัตราส่วนผสมของน้ำผลไม้และน้ำพืชผักที่มีการเติมสารอาหารหรือสารอื่นจากร้อยละ 20 เป็นร้อยละ 10 เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องดื่ม โดยคำนึงถึงนวัตกรรมในปัจจุบัน และผู้บริโภคมีทางเลือกในการบริโภคสินค้าเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ

3.สนับสนุนให้สถานบริการคงปริมาณการจ้างงาน เพื่อช่วยเหลือลูกจ้างไม่ให้ตกงาน สถานบริการที่สามารถพิสูจน์ได้ว่ามีปริมาณการจ้างงานเท่ากับก่อนที่จะมีการแพร่ระบาดของสถานการณ์โควิด-19 จะได้รับสิทธิเสียภาษีอัตราตามมูลค่าร้อยละ 0 ของรายรับของบริการจนถึงวันที่ 30 ก.ย.2563 เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาคท่องเที่ยวและบริการ รวมทั้งเพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนจากโรคโควิด-19


เลื่อนบังคับใช้อัตราภาษีใหม่ "บุหรี่-ยาเส้น"

นายธนกร กล่าวอีกว่า 4.ขยายเวลาการบังคับใช้อัตราภาษีปัจจุบันของบุหรี่ซิกาแรตและยาเส้นออกไปถึงวันที่ 30 ก.ย.2564 และเลื่อนการบังคับใช้อัตราภาษีใหม่ของบุหรี่ซิกาแรตและยาเส้นออกไป โดยให้เริ่มใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2564 เป็นต้นไป ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมยาสูบและยาเส้นและเกษตรกรผู้ปลูกยาสูบและยาเส้นได้รับการเยียวยาจากปัญหาการขาดสภาพคล่องที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคโควิด-19

และ 5.ขยายเวลาในการส่งสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรจากเดิมภายใน 15 วัน และขยายได้อีก 15 วัน รวมทั้งหมดไม่เกิน 30 วัน เปลี่ยนเป็นภายใน 30 วัน และขยายได้อีก 30 วัน รวมถึงขยายได้ หากมีความจำเป็นอีก 60 วัน รวมทั้งหมดไม่เกิน 120 วัน และขยายเวลาในการส่งเอกสารหลักฐานจากเดิมภายใน 60 วัน และขยายได้อีก 60 วัน รวมทั้งหมดไม่เกิน 120 วัน เปลี่ยนเป็นภายใน 90 วัน และขยายได้หากมีความจำเป็นอีก 60 วัน รวมทั้งหมดไม่เกิน 150 วัน