ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สับสนใช้ E-money ในบัตรฯ

Sat, 8 Dec 2018 18:39:00

วันนี้ ( 8 ธ.ค.61) เป็นวันแรก ที่กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง จะเริ่มโอนเงินตามมาตรการสนับสนุนค่าใช้จ่าย ช่วงปลายปี ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 500 บาท แต่ผู้ถือบัตรฯบางส่วน ยังสับสนการใช้งาน ทั้งไม่เข้าใจเงื่อนไขการได้รับสิทธิ์ และเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการใช้บัตร

 

 

บรรยากาศมาตรการสนับสนุนค่าใช้จ่ายช่วงปลายปี สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 500 บาท วันแรก ประชาชนในหลายพื้นที่ เข้าแถวต่อคิวกดเงินสดที่ตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงไทย บางคนกดเบิกถอนเงินสด ออกมาไม่ได้ เนื่องจาก รัฐบาลกำหนดวันโอนเงินตามเลขตัวเลขขึ้นต้นในบัตรประชาชน อีกทั้ง บางคนไม่เข้าใจวิธีการใช้งานบัตรฯ

นางกรรณิการ์ ฉิมพลี เจ้าของร้านธงฟ้าประชารัฐ ย่านวิภาวดีรังสิต กล่าวว่า ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหลายคน ไม่เข้าใจวิธีการใช้งานกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือ อี-มันนี่ ในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งรัฐบาลใช้เป็นช่องทางเติมสนับสนุนค่าใช้จ่าย ช่วงปลายปี จำนวน 500 บาท ระหว่างวันที่ 8 - 10 ธ.ค.

ลูกค้ากลุ่มนี้ เชื่อว่า เงินโอนตามมาตรการนี้ ต้องกดออกมาเป็นเงินสดก่อนเท่านั้น จึงมองว่าเป็นการเพิ่มขั้นตอนใช้งาน และสร้างความสับสน ทั้งที่ อี-มันนี่ ในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สามารถกดเป็นเงินสด ผ่านตู้เอทีเอ็มของธนาคารกรุงไทย หรือ รูดชำระสินค้าและบริการ ในร้านธงฟ้า รวมทั้ง ห้างค้าปลีกทั่วไปได้ทันที จึงขอให้รัฐบาลให้ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานในบัตรฯเพิ่มขึ้น รวมทั้ง ประชาสัมพันธ์กำหนดการโอนเงินรอบพิเศษตามมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยและผู้สูงอายุ ให้ชัดเจน เพื่อให้ผู้ถือบัตรฯ ใช้สิทธิ์อย่างเต็มที่

 

กรมบัญชีกลาง มีกำหนดจะโอนเงินสนับสนุนค่าใช้จ่ายช่วงปลายปี จำนวน 500 บาท เข้าอี-มันนี่ ในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐฯ จำนวน 11.4 ล้านคน หรือ กลุ่มผู้ลงทะเบียนรอบแรก ระหว่างวันที่ 8 - 10 ธ.ค.61 แบ่งการโอนเงินตามเลขที่บัตรประชาชน

 

ส่วนผู้ลงทะเบียนรอบหลังซึ่งเป็นกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และผู้พิการ จำนวน 3 ล้านคน จะทยอยรับบัตรฯ ตั้งแต่วันที่ 21 ธ.ค.จนถึงสัปดาห์สุดท้ายของเดือน ธ.ค.61 เพื่อจะเริ่มใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.62 แต่จะได้รับเงินตามมาตรการดังกล่าว จำนวน 500 บาท ในวันที่ 5 ม.ค.62 ส่วนผู้อุทธรณ์ผลการลงทะเบียนรอบที่ 2 และผ่านเกณฑ์ฯ จะได้รับเงินโอน 500 บาท ในวันที่ 1 ก.พ.62

 


ชง ครม.เสนอ "ปุ๋ยประชารัฐ"ลดราคา 30 % เอาใจเกษตรกร

Fri, 7 Dec 2018 18:10:00

วันนี้ (7 ธ.ค.2561) การประชุมนัดพิเศษที่มีนายสมคิดจาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เพื่อเร่งรัดนโยบายที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หาแนวทางลดราคาปุ๋ยให้เกษตรกร

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ปัจจุบันเกษตรกรประสบปัญหาปัจจัยการผลิตที่สูงโดยเฉพาะปุ๋ยเคมีที่จำเป็นต้องใช้ในการทำเกษตร ที่ประชุมเห็นตรงกันว่า ควรลดราคาปุ๋ยให้ถูกลง เพราะเป็นต้นทุนร้อยละ 30 ของต้นทุนการผลิตทั้งหมด ซึ่งปัจจุบันราคาปุ๋ยอยู่ในระดับสูงเนื่องจากต้องนำเข้าวัตถุดิบมาผลิต

 

นายสนธิรัตน์ ระบุว่า รัฐบาลมีเป้าหมายให้เกษตรกรซื้อปุ๋ยถูกลงร้อยละ 30 โดยขอความร่วมมือผู้ผลิตปุ๋ยลดราคาปุ๋ยเคมีให้ถูกลง ใช้กลไกร้านค้าธงฟ้าประชารัฐกว่า 30,000 แห่ง เป็นจุดจำหน่ายให้สหกรณ์การเกษตรที่เข้มแข็ง 700 แห่งทั่วประเทศ เป็นศูนย์กลางผลิตปุ๋ยสั่งตัด และปุ๋ยผสม จำหน่ายให้สมาชิก นอกจากนี้ บริษัท ปตท. แสดงความสนใจที่จะเป็นผู้ผลิตปุ๋ยเพื่อช่วยเกษตรกรด้วย

ขณะเดียวกัน จะประสาน ธ.ก.ส. และเอสเอ็มอีแบงก์ ปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ให้กับเกษตรกรผ่านสหกรณ์การเกษตร และกรณีซื้อผ่านร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ จะมีกลไกในการให้สินเชื่อด้วย รวมทั้งให้กรมการค้าภายในไปหาแนวทางกำหนดราคาปลายทางสูงสุดว่าสามารถทำได้หรือไม่

มาตรการดังกล่าวจะเสนอให้ครม.พิจารณาในสัปดาห์หน้า คาดว่าจะเร่งดำเนินการได้ภายใน 1-2 เดือนนี้ มีเกษตรกรได้ประโยชน์กว่า 30 ล้านคน สำหรับมูลค่าตลาดปุ๋ยเคมีปัจจุบันอยู่ที่ 98,000 ล้านบาล้านบาท ถ้าลดได้ร้อยละ 30 จะช่วยลดรายจ่ายปุ๋ยเคมีได้ประมาณ 30,000 ล้านบาท

 

 

 

 


สภาพัฒนฯ ยืนยัน ไทยไม่ใช่ที่ 1 ความเหลื่อมล้ำโลก

Fri, 7 Dec 2018 17:09:00

นายดนุชา พิชยนันท์ รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แถลงข่าวกรณี The Credit Suisse Global Wealth Report 2018 จัดอันดับไทยเหลื่อมล้ำมากสุดในโลก ว่า ประเทศไทยไม่ได้เหลื่อมล้ำที่สุดในโลก ส่วนสาเหตุที่รายงานมีข้อสรุปแบบนั้น เพราะวัดผลจากดัชนีการกระจายความมั่งคั่ง ซึ่งจะต้องใช้ “ข้อมูลการถือครองความมั่งคั่ง” อย่างไรก็ตามปัจจุบันมีเพียง 35 ประเทศ จาก 133 ประเทศ ที่มีข้อมูลสมบูรณ์ แต่ไทยยังไม่มีการจัดเก็บข้อมูลดังกล่าว ดังนั้นผู้จัดทำรายงานจึงใช้ “ข้อมูลด้านรายได้” ไปคำนวณการถือครองความมั่งคั่ง และใช้วิธีทางเศรษฐมิติคำนวณออกมา โดยข้อมูลด้านรายได้ยังเป็นข้อมูลเก่าเมื่อปี 2549 จึงทำให้รายงานดังกล่าวเป็นการประเมินผลแบบหยาบและไม่สามารถใช้อ้างอิงสถานการณ์ของไทยทั้งหมดได้

ทั้งนี้ข้อมูลความเหลื่อมล้ำของประเทศไทย อ้างอิงจากมาตรฐานธนาคารโลกผ่านค่าสัมประสิทธิ์จีนี(GINI Coefficient Index) ที่ธนาคารโลกใช้วัดความเหลื่อมล้ำ โดยดัชนีจีนีมีค่าระหว่าง 0-1 หรือ 100% หากผลอยู่ในระดับต่ำหมายถึงมีการกระจายรายได้และรายจ่ายที่ดี

ขณะที่การจัดอันดับความเหลื่อมล้ำของธนาคารโลก ซึ่งเผยแพร่ล่าสุด ปี 2558 พบว่า ไทยมีดัชนีจีนี 0.36 (36%) เมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้ว เช่น อังกฤษ มีดัชนีจีนี 0.33 (33%) และสหรัฐอเมริกามีดัชนีจีนี 0.415 (41.5%) ดังนั้นจะเห็นได้ว่าความเหลื่อมล้ำไทยมีระดับไม่แตกต่างกันมากกับประเทศที่พัฒนาแล้ว

ขณะการคำนวณดัชนีจีนีของไทย ใช้ข้อมูลจากการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ (ตัวอย่าง 52,010 ครัวเรือน สำรวจทุก 2 ปี) พบว่า 10 ปีที่ผ่านมา ความเหลื่อมล้ำของไทยลดลงต่อเนื่อง ล่าสุด รายงานปี 2560 มีดัชนีจีนีด้านรายได้ 0.453(45.3%) ลดลงจากปี 2550 ที่มีดัชนีจีนีด้านรายได้ 0.499 (49.9%)

ทั้งนี้สถานการณ์ความแตกต่างของรายได้ระหว่างกลุ่มประชากรที่มีรายได้สูงสุดและรายได้น้อยสุด มีแนวโน้มแคบลงต่อเนื่อง โดยปี 2560 มีความแตกต่างเพียง 19.29 เท่า ขณะที่ปี 2550 มีความแตกต่างถึง 25.10 เท่า

อ่านเพิ่มเติม เอกสารชี้แจงข้อเท็จจริงเรื่องสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำของประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ


วันแรก ! นายกรัฐมนตรี ทดลองใช้รถไฟฟ้าสายสีเขียวนั่งฟรี 4 เดือน

Thu, 6 Dec 2018 09:57:00

วันนี้ (6 ธ.ค.2561) เมื่อเวลา 07.15 น.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดทดลองให้บริการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ โดยมี พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) คณะผู้บริหารจังหวัดสมุทรปราการ บริษัท กรุงเทพธนาคมจำกัด บริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสื่อมวลชน ร่วมพิธี ณโรงจอดและซ่อมบำรุงรถไฟฟ้าสมุทรปราการ

ภาพ:สำนักงานประชาสัมพันธ์ กทม.

ภาพ:สำนักงานประชาสัมพันธ์ กทม.

จากนั้นเวลา 07.30 น. นายกรัฐมนตรีนำคณะผู้บริหาร ผู้แทนหน่วยงาน และสื่อมวลชน โดยสารรถไฟฟ้าจากศูนย์ซ่อมบำรุง (Depot) ไปยังสถานีเคหะสมุทรปราการ

นายกรัฐมนตรี ระบุว่า รถไฟฟ้าสายนี้จะช่วยให้ประชาชนที่ต้องเดินทางไปทำงานจาก จ.สมุทรปราการ เข้ากรุงเทพมหานครได้ง่ายขึ้น โดยจะเปิดให้ประชาชนทดลองใช้ฟรี 4 เดือน ก่อนเดินรถจริงในเดือน เม.ย.2562 เบื้องต้นกำหนดเพดานค่าโดยสารตลอดสายไม่เกิน 65 บาท และรัฐบาลต้องการที่จะสร้างระบบขนส่งมวลชนให้เกิดการเชื่อมโยงจากปริมณฑลเข้าสู่เมือง แต่การก่อสร้างจะติดปัญหาเรื่องเวนคืนที่ดิน จึงมีแนวคิดให้กระทรวงคมนาคมและ กทม.ดูแลประชาชนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน

 

สำหรับส่วนต่อขยายของรถไฟฟ้าสายสีเขียวใต้นี้ รวมระยะทาง 13 กิโลเมตร ประกอบด้วย 9 สถานี ได้แก่ สถานีสำโรง สถานีปู่เจ้า สถานีช้างเอราวัณ สถานีโรงเรียนนายเรือ สถานีปากน้ำ สถานีศรีนครินทร์ สถานีแพรกษา สถานีสายลวด และสถานีการเคหะสมุทรปราการ 

โดย กทม.จะยังไม่คิดค่าโดยสารเพิ่มในช่วงทดลองเดินรถไปจนถึงวันที่ 15 เม.ย.2562 จากนั้นจะเริ่มคิดค่าบริการตั้งแต่วันที่ 16 เม.ย.2562 ประชาชนที่ต้องการทดลองใช้บริการสามารถรับบัตรได้ที่ตู้ออกบัตรโดยสารในสถานีดังกล่าว ซึ่งตู้ออกบัตรโดยสารจะมีปุ่มกด 0 บัตรนี้จะไม่คิดค่าโดยสารเฉพาะการเดินทางใน 9 สถานี โดยจะเปิดให้บริการตั้งแต่ 06.00- 24.00 น. ความถี่การเดินรถช่วงทดลองในเส้นทางนี้จะให้บริการทุกๆ 10 นาที

ภาพ:สำนักงานประชาสัมพันธ์ กทม.

ภาพ:สำนักงานประชาสัมพันธ์ กทม.

  

 

 

ภาพ:สำนักงานประชาสัมพันธ์ กทม.

ภาพ:สำนักงานประชาสัมพันธ์ กทม.

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

6 ธ.ค.นี้ ทดลองฟรีใช้รถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ

 


ปรับเส้นทางการบิน "ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ" เริ่มวันนี้

Thu, 6 Dec 2018 06:30:00

วันนี้ (6 ธ.ค.61) นายสมนึก รงค์ทอง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) เปิดเผยว่า ในวันนี้ ตั้งแต่เวลา 07.00 น. เป็นวันแรกที่วิทยุการบินฯ ปรับปรุงเส้นทางบินมาตรฐานสำหรับ เข้า-ออก ท่าอากาศยานดอนเมืองและสุวรรณภูมิบางส่วน เพื่อให้การจราจรทางอากาศคล่องตัว ลดความล่าช้าของเที่ยวบิน และขยายขีดความสามารถในการรองรับเที่ยวบินเพิ่มขึ้น และยืนยันว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อการให้บริการ

สำหรับเส้นทางบินมาตรฐานสำหรับเข้า-ออก ที่ใช้อยู่เดิมของท่าอากาศยานดอนเมืองและสุวรรณภูมิ เป็นเส้นทางที่ใช้งานมาตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค.2559 ซึ่งรองรับปริมาณเที่ยวบินรวมของทั้งสองสนามบินวันละ 1,600 เที่ยวบิน ซึ่งตลอด 2 ปีที่ผ่านมา พบว่าเส้นทางบินเดิมยังมีข้อจำกัด เช่น บางจุดมีปริมาณจราจรกระจุกตัวหนาแน่นเกินไป และบางจุดเป็นพื้นที่คอขวด ซึ่งส่งผลต่อความคล่องตัวของการจราจรทางอากาศ

ขณะเดียวกัน ที่ผ่านมาปริมาณจราจรทางอากาศเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องประมาณร้อยละ 6 ต่อปี ปัจจุบันท่าอากาศยานดอนเมือง รองรับเที่ยวบินเฉลี่ยวันละ 787 เที่ยวบิน ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิรองรับวันละ 998 เที่ยวบิน หรือรวมประมาณวันละ 1,800 เที่ยวบิน ซึ่งคาดว่าการปรับปรุงเส้นทางจะสามารถรองรับเที่ยวบินได้วันละ 2,000 เที่ยว

ด้านนาวาอากาศโท สุธีรวัฒน์ สุวรรณวัฒน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มั่นใจว่าแผนจัดการจราจรทางอากาศใหม่จะไม่กระทบการให้บริการในช่วงนี้ เนื่องจากเที่ยวบินขณะนี้เป็นไปตามที่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยอนุมัติจนถึงเดือน ก.พ. ไม่มีการเพิ่มจำนวนเที่ยวบิน ซึ่งปัจจุบันท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมีเที่ยวบินให้บริการเฉลี่ยชั่วโมงละ 66 เที่ยวบิน


สรรพากรชี้ กม.เก็บภาษีออนไลน์ ตรวจสอบธุรกิจสีเทา-ขรก.ทุจริต

Wed, 5 Dec 2018 18:45:00

หลังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ผ่านร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่….) พ.ศ….. เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมประเด็นว่าด้วยการชำระเงินภาษีผ่านทางช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ และการแจ้งรายละเอียดของบุคคลและนิติบุคคล ที่มีความเคลื่อนไหวทางบัญชีรับโอนและฝากเงินเกิน 3,000 ครั้งต่อปี หรือการฝากหรือรับโอนเงิน 200 ครั้ง รวมมูลค่า 2 ล้านบาทขึ้นไปต่อปี

วันนี้ (5 ธ.ค.2561) นายปิ่นสาย สุรัสวดี โฆษกกรมสรรพากร กล่าวว่า กฎหมายดังกล่าวจะช่วยให้ผู้เสียภาษีสามารถยื่นภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่ม รวมถึงรายการ หรือเอกสารเกี่ยวกับภาษีอากรสามารถกระทำโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ อำนวยความสะดวกให้กับผู้เสียภาษีและลดต้นทุนและค่าเสียเวลาในการยื่นภาษีเงินได้ฯ

ส่วนสถาบันการเงินธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงินของรัฐ และผู้ให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ จะต้องรายงานการทำธุรกรรมการเงินพิเศษให้กรมสรรพากรรับทราบ หากไม่ปฏิบัติตามจะต้องจ่ายค่าปรับ 100,000 บาท และปรับอีกวันละไม่เกิน 10,000 บาท ยืนยันกรมสรรพากรไม่ได้เข้าไปตรวจสอบ หรือจับผิดใคร และไม่กระทบผู้ประกอบการและผู้ที่เสียภาษีถูกต้อง

รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง ระบุว่า ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากกฎหมาย คือร้านค้าออนไลน์ที่ไม่อยู่ในระบบภาษี ข้าราชการที่ทุจริตมีโอนเงินเข้าบัญชีของตัวเอง และธุรกิจผิดกฎหมาย

ขณะที่บล็อกเกอร์ด้านภาษี มองว่า กฎหมายนี้ช่วยอำนวยความสะดวกด้านข้อมูลให้กับกรมสรรพากร และไม่มีผลกระทบกับผู้ค้าทั่วไปและผู้ค้าออนไลน์ที่เสียภาษีอย่างถูกต้อง

ด้านนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ กรรมการผู้จัดการและผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ตลาดดอทคอม เป็นห่วงว่าการบังคับใช้กฎหมายฉบับดังกล่าวในช่วงนี้ อาจทำให้ผู้บริโภคและธุรกิจที่กำลังปรับตัวในการใช้งานพร้อมเพย์ และการชำระเงินผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ เกิดความวิตกกังวลจนไม่อยากใช้งาน จึงเสนอว่ารัฐบาลควรบังคับใช้กับธุรกิจขนาดใหญ่ และให้เวลาผู้ประกอบการขนาดเล็กและประชาชนทั่วไป ปรับตัวเป็นเวลา 2 ปี


ก.ล.ต.พบกองทุนรวมหุ้นคิดค่าธรรมเนียมแพง

Wed, 5 Dec 2018 11:52:00

วันนี้ (5 ธ.ค.2561) นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยผลงานวิจัยพบว่า กองทุนรวมหุ้นไทยมักเข้าซื้อ หรือขายหุ้นแบบไล่ราคา โดยเฉพาะหุ้นขนาดใหญ่ ซึ่งมีมูลค่าทางบัญชีสูง และมีแนวโน้มให้ผลตอบแทนทิศทางเดียวกับอดีต ส่งผลให้ผู้ถือหน่วยลงทุนไม่ได้ประโยชน์อย่างเต็มที่

 

รพี สุจริตกุล

รพี สุจริตกุล

 

งานวิจัยยังพบว่า กองทุนหุ้นแบบบริหารเชิงรุก หรือแอคทีฟ ฟันด์ เพื่อสร้างผลตอบแทนชนะตลาด จึงมักคิดค่าธรรมเนียมบริหารจัดการสูง ทั้งที่เลือกลงทุนเลียนแบบตลาด หรือให้ผลตอบแทนใกล้เคียงเกณฑ์มาตรฐาน หรือพาสซิฟ ฟันด์ ซึ่งคิดค่ารรมเนียมถูกกว่าหลายเท่าตัว จึงขอให้นักลงทุนพิจารณาข้อมูลกองทุนอย่างละเอียด ขณะเดียวกัน ก.ล.ต.กำชับให้บริษัทจัดการกองทุนทุกแห่งเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวอย่างโปร่งใส

ปัจจุบันอุตสาหกรรมกองทุนรวม ณ วันที่ 31 ต.ค.2561 มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 4.9 ล้านล้านบาท เป็นกองทุนหุ้น 1.5 ล้านล้านบาท


สมาคมธนาคารไทย พร้อมหารือลดค่าธรรมเนียมบัตรเดบิต

Tue, 4 Dec 2018 11:46:00

วันนี้ (4 ธ.ค.2561) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงการคลัง เตรียมออกนโยบายกระตุ้นกำลังซื้อเพิ่มเติม โดยเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีให้ดำเนินโครงการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ แวต หรือมาตรการช็อปคืนแวต ในอัตราร้อยละ 5 วงเงินไม่เกิน 20,000 บาทต่อราย ระหว่างวันที่ 1-15 กุมภาพันธ์ 2562 ซึ่งมีข้อแม้ว่าต้องเป็นการใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิต พร้อมเตรียมขอความร่วมมือธนาคารพาณิชย์ให้ช่วยลดค่าธรรมเนียมบัตรเดบิตลง

 

 

นายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย ในฐานะประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า เรื่องการขอให้ลดค่าธรรมเนียมบัตรเดบิตลง ขณะนี้กระทรวงการคลังยังไม่ได้หารือกับทางสมาคมฯ แต่หากกระทรวงการคลังแจ้งความประสงค์เข้ามา สมาคมฯ ก็พร้อมเชิญสมาชิกทั้งหมด ซึ่งมีจำนวน 15 แห่ง เข้าหารือเพื่อวางแนวทางช่วยเหลือร่วมกัน หากเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์กับประชาชน ก็เชื่อว่าธนาคารทุกแห่งน่าจะสมัครใจ

สำหรับกรณีที่มีการลดค่าธรรมเนียมการออกบัตรเดบิต จะกระทบกับธนาคารหรือไม่นั้น ขณะนี้ยังไม่สามารถตอบได้ เพราะต้องดูรายละเอียดในด้านต่างๆ แต่เชื่อว่าคงมีผลกระทบด้านรายได้ของธนาคารอย่างแน่นอน

 

 

ด้านนายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า มาตรการทางการคลังที่ทยอยออกมาในช่วงนี้ ไม่ว่าจะเป็นมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย มาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับการซื้อสินค้าใน 3 รายการ รวมถึงมาตรการช็อปคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม ไม่ได้เป็นมาตรการที่ออกมาเพื่อช่วยรัฐบาลหาเสียง แต่อยากให้มองว่าเป็นมาตรการที่ออกมาเพื่อช่วยเหลือคนที่มีความลำบาก

สำหรับมาตรการช็อปคืนแวตนั้นเป็นมาตรการที่กระทรวงการคลังคิดมาล่วงหน้า เมื่อ 2 ปีที่แล้ว แต่ยังไม่สามารถนำมาใช้ได้ เนื่องจากระบบไอทียังไม่รองรับ แต่ขณะนี้ได้พัฒนาระบบขึ้นมารองรับแล้ว ดังนั้น การนำมาตรการมาใช้เป็นเพียงช่วงเวลาที่เหมาะสมเท่านั้น

 

 

 

 


เปิดตัว "Thai e-visa" อำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยว

Tue, 4 Dec 2018 06:48:00

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงการต่างประเทศ และธนาคารกสิกรไทย อำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยว โดยให้สามารถยื่นขอวีซ่าผ่านออนไลน์ สำหรับเดินทางเข้าประเทศไทยมากขึ้น โดยให้บริการนักท่องเที่ยวชาวจีน เป็นประเทศแรก เริ่ม 15 ก.พ.62

ระบบอี วีซ่า (e-visa ) คือ ระบบตรวจตราคนต่างด้าวที่ต้องการเดินทางเข้าประเทศไทย (วีซ่า) ทางอิเล็กทรอนิกส์ www.thaievisa.go.th เป็นการอำนวยความสะดวก ลดความแออัด และสร้างพื้นข้อมูลเชื่อมกับหน่วยงานความมั่นคง ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO)

ทั้งนี้ จะนำร่องที่สถานกงสุลกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน วันที่ 15 ก.พ.62 จากนั้นจะขยายไปยังเมืองต่างๆ ทั่วจีน ในวันที่ 1 มี.ค.62 สาเหตุที่ให้บริการกับนักท่องเที่ยวจีนก่อน เนื่องจากชาวจีนขอวีซ่าเพื่อการท่องเที่ยวสูงสุด ประมาณร้อยละ 85 จากนั้นจะขยายการให้บริการไปยังอังกฤษ และฝรั่งเศส ในวันที่ 1 เม.ย.62 และตั้งเป้าหมายเปิดให้บริการทุกประเทศที่มีสถานเอกอัครราชทูต และสถานกงสุลใหญ่ไทยทั่วโลก ภายใน 3 ปี

เเม้จะมี อีวีซ่าเเล้ว กรมการกงสุล บอกว่า ยังคงใช้ระบบขอวีซ่าแบบเดิม ควบคู่กับ ระบบอิเล็กทรอนิกส์ คาดว่าจะช่วยสนับสนุนการเดินทางเข้าประเทศของนักท่องเที่ยวจีน

ขณะที่ นายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารได้เข้ามาสนับสนุนด้านระบบการชำระค่าธรรมเนียมอิเล็กทรอนิกส์ของบริการดังกล่าวจะทำให้สามารถรองรับธุรกรรมข้ามประเทศได้กว่า 126 สกุลเงินทั่วโลก ผ่านหลายช่องทาง ทั้งบัตรเครดิต คิวอาร์โค้ดซึ่งจะรองรับการชำระผ่านทั้ง วีแชตเพย์, อาลีเพย์ และไชน่ายูเนี่ยนเพย์

นี่เป็นอีกวิธีการหนึ่ง ในการอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวจีน ที่น่าจะช่วยทำให้ชาวจีนเลือกมาเที่ยวไทยมากขึ้น ซึ่งจะกลับมาได้ตามจำนวนที่รัฐคาดหรือไม่ คงต้องรอดูโค้งสุดท้ายอย่างเดือนนี้ที่รัฐบาลมีมาตรการฟรีวีซ่าให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวไทย วันที่ 1 ธ.ค. 61 - 31 ม.ค.62 นักท่องเที่ยวจะประหยัดค่าวีซ่า ไปประมาณ 2,000 บาทต่อคน

 


ที่ดินอีอีซีราคาพุ่งไร่ละ 13 ล้าน เกินกำลังซื้อคนในพื้นที่

Tue, 4 Dec 2018 06:45:00

จากกรณีราคาที่ดินในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก 3 จังหวัด ได้แก่ จ.ระยอง จ.ชลบุรี และ จ.ฉะเชิงเทรา ปรับเพิ่มขึ้นสูงหลายเท่าตัว โดยเฉพาะตามชุมชนและตามแนวโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานนั้น

วันที่ 3 ธ.ค.2561 นายวิชัย วิรัตกพันธ์ รักษาการ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นส่งผลให้ราคาที่อยู่อาศัยปรับเพิ่มขึ้น สวนทางกับรายได้คนในพื้นที่ปรับขึ้นไม่ทัน ส่วนใหญ่ต้องการที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 3,000,000 บาท

อย่างไรก็ตาม ยังไม่พบสัญญาณฟองสบู่ เนื่องจากราคาที่เพิ่มสูงขึ้นเกิดจากการตั้งราคาเองของผู้ขาย ไม่ได้เกิดจากการซื้อขายเปลี่ยนมือ นายวิชัยเชื่อว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะคลี่คลายในปีหน้า หลังการบังคับใช้กฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง กดดันให้เจ้าของกรรมสิทธิ์ขายที่ดินว่างเปล่า

ขณะที่นายพิชัย พิชเยนทรโยธิน ผู้บริหารโครงการอีสเทอร์น สตาร์ ในฐานะบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ กล่าวว่า ที่ดินทำเลติดถนนสุขุมวิท รัศมีรอบอู่ตะเภา ราคาซื้อขายเฉลี่ยไร่ละ 10,000,000 บาท แต่เมื่อนักลงทุนขอซื้อกลับไม่ขายและขยับราคาขึ้นเป็น 12,000,000-13,000,000 บาท จากเมื่อ 5 ปีก่อนที่ไร่ละ 3,000,000-4,000,000 บาท ตลอดจนราคาที่ดินตามถนนสายรอง ตรอก ซอย และไร่มันสำปะหลัง จากเดิมราคาเฉลี่ยไร่ละ 1,000,000 บาท เป็น 3,000,000-4,000,000 บาท

สำหรับความคืบหน้าการออกกฎหมายผังเมืองในพื้นที่อีอีซีนั้น นายอนวัช สุวรรณเดช รองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง กล่าวว่า พื้นที่ตามนโยบายอีอีซี มีทั้งสิ้น 8,300,000 ไร่ ส่วนใหญ่ยังเป็นพื้นที่เกษตรกรรมและป่าไม้ 6,000,000 ไร่ ซึ่งเป็นประเด็นอ่อนไหวในการจัดทำผังเมืองรวม ขณะนี้อยู่ระหว่างวิเคราะห์การใช้ประโยชน์พื้นที่ ก่อนเปิดรับฟังความเห็นในช่วงปลายเดือนธันวาคม 2561 ถึงกุมภาพันธ์ 2562 คาดว่าจะร่างผังเมืองรวมอีอีซี ภายในเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อเสนอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการเขตเศรษฐกิจพิเศษ และคณะรัฐมนตรี บังคับใช้ในต้นปีหน้า

 


วิเคราะห์ "โกโก้" พืชเศรษฐกิจใหม่ ร่วงหรือรอด?

Mon, 3 Dec 2018 20:04:00

วันนี้( 3 ธ.ค.2561) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังราคายางที่ตกต่ำ ทำให้รัฐบาลมีแนวคิดส่งเสริมการปลูกโกโก้ขึ้นมา เพราะตลาดดูจะสดใสกว่า แต่ถ้าเกษตรกรจะเปลี่ยนทั้งหมดอาจต้องพิจารณาให้รอบ คอบ เบื้องต้น จึงมีการเสนอให้ปลูกแซมไปก่อนดีกว่าโค่นไปทั้งหมด ถึงเเม้ว่าทิศทางการปลูกโกโก้จะดี ต้องยังต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพราะในไทย ยังผลิตน้อยมาก

โกโก้ ถูกพูดถึงบ่อยในช่วงนี้ ในฐานะพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ ทั้งการผลิตเพื่อส่งออก ในการทำช็อกโกแลต หรือ การวางแผนการผลิตโกโก้ ทดแทนการทำสวนยางพารา ที่อายุเกิน 25 ปี หรือให้น้ำยางน้อย ขณะที่ตลาดภายในประเทศและตลาดโลก มีความต้องการผลิตโกโก้มากขึ้น

ไทยเริ่มมีเกษตรกรให้ความสนใจปลูกโกโก้มากขึ้นด้วย เพราะราคาดี โดยพื้นที่เพาะปลูกทั่วประเทศ อยู่ที่ 5,464.39 ไร่ และพื้นที่เก็บเกี่ยว 4,090.66 ไร่

ส่วนใหญ่อยู่ในภาคเหนือ คิดเป็นพื้นที่ 3,957.59 ไร่ ซึ่งจังหวัดที่ปลูกมาก คือ น่าน เชียงรายลำปาง ตาก ภาคตะวันออกก็ปลูกมากเช่นกันโดยมีพื้นที่เพาะปลูก 586.48 ไร่ จังหวัดที่ปลูกมาก คือ จันทบุรี

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้วางแผนเบื้องต้น ศึกษาข้อมูลด้านการตลาดทั้งในและต่างประเทศ สภาพพื้นที่เหมาะสม ที่ใดสามารถปลูกทดแทนยางเก่า หรือปลูกแซมในสวนยางได้ ประมาณการต้นทุนต้นทุนและความคุ้มค่า ตั้งเเต่การปลูกไปจนถึงการผลิตหากผลการศึกษาออกมาจะะเร่งจัดทำแผนการผลิต

นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ระบุว่า แนวคิดสนับสนุนให้เกษตรกรผู้ปลูกยาง หันไปปลูกโกโกโก้ เพื่อแก้ปัญหายางพาราตกต่ำในระยะยาว ด้วยการลดพื้นที่ปลูก ซึ่งจะทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น

นักวิชาการ ชี้ต้องวางแผนในพื้นที่เหมาะสม

นายเดชรัต สุขกำเนิด หัวหน้าภาควิชาเศรษฐศาสตร์เกษตรและทรัพยากร คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยา ลัยเกษตรศาสตร์ มองว่า การส่งเสริมสามารถทำได้ เพราะสภาพพื้นที่เหมาะสม และความต้องการบริโภคมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง

แต่รัฐบาลจะต้องวางแผนให้ชัดเจนโดยยึดโมเดลการปลูกกาแฟที่เริ่มจากผู้ผลิตกาแฟ ลงมาสู่เกษตรกร เนื่องจากอดีตรัฐบาลเคยส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกโกโก้ แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ เพราะไม่มีคุณภาพ ขาดตลาดรองรับ ดังนั้นควรประสานผู้ผลิต หรือ อุตสาหกรรมแปรรูปโกโก้ก่อนจะส่งเสริม เพื่อให้ตรงความต้องการ ปริมาณเพียงพอ และมีคุณภาพมากที่สุด

ขณะที่ผู้ผลิตช็อกโกแลตยืนยันว่า ความต้องการบริโภคช็อคโกแลตคนไทยอยู่ที่ 120 กรัมต่อคนต่อปี เมื่อเทียบกับเบลเยียม 8 กิโลกรัมต่อคนต่อปี ซึ่งถือว่าตลาดโกโก้ในไทย มีโอกาสขยายตัว 

โดยปัจจุบันบริษัทมียอดออเดอร์ในโรงงาน จังหวัดฉะเชิงเทรา เพิ่มขึ้น 10 เท่าตัว แต่ยอมรับว่า ส่วนใหญ่ต้องนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ เนื่องจากไทยปลูกต้นโกโก้น้อยมาก  เพราะต้นทุนการผลิตค่อนข้างสูงมาก

หลายปีที่ผ่านมาโกโก้เป็นสินค้าเกษตรที่ผลิตได้ไม่มาก และมีการปลูกแซมกับพืชอื่น จึงทำให้ผลผลิตราคาดี แต่เมื่อโกโก้ได้รับความสนใจ โดยเฉพาะการปลูกทดแทนยางพารา นี่อาจจะต้องถามกลับว่า จะกลายเป็นวังวนซ้ำรอยเดิมหรือไม่ เมื่อมีการส่งเสริมให้เพาะปลูกแล้ว ราคาอาจจะร่วงลงมาทันที หากไม่มีแผนในการตลาดรองรับ เหมือนยางพาราที่เคยทำราคา 150 บาทกิโลกรัม แต่วันนี้เหลือ 3 กิโล ร้อย

 

 


ช่อง 3 ชี้แจงปมเลิกจ้าง พนง.คลาดเคลื่อนจากความจริง

Mon, 3 Dec 2018 16:00:00

วันนี้ (3 ธ.ค.2561) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ส่งหนังสือชี้แจงกรณีการรายงานข่าวเกี่ยวกับการเลิกจ้างพนักงาน โดยระบุว่า ตามที่มีการรายงานข่าวเกี่ยวกับการเลิกจ้างพนักงาน ของไทยทีวีสีช่อง 3 มาก่อนหน้านี้ ไทยทีวีสีช่อง 3 ขอเรียนแจ้งข้อเท็จจริง เนื่องจากกระแสข่าวดังกล่าวมีความคลาดเคลื่อนในเนื้อหาที่นำเสนอ ดังนี้

1.ในช่วงที่ผ่านมาไทยทีวีสีช่อง 3 ได้ดำเนินการปรับโครงสร้างองค์กรให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยพิจารณาถึงจำนวนพนักงานและการตอบแทนพนักงานหลังเกษียณอายุ เนื่องจากไทยทีวีสีช่อง 3 มีจำนวนพนักงานจำนวนหนึ่งที่อายุเกินกว่า 60 ปี ดังนั้นโครงการเกษียณอายุ จึงถือเป็นทางเลือกให้กับพนักงานกลุ่มนี้ ซึ่งจำนวนผลตอบแทนที่มอบให้ในโครงการเกษียณก็สูงกว่าสิ่งที่กฎหมายแรงงานได้กำหนดไว้ พร้อมทั้งยังมีการมอบประกันสุขภาพให้พนักงานที่เข้าโครงการต่อไป เพื่อให้พนักงานยังสามารถมีประกันสุขภาพดูแลตนเองต่อไปแม้จะเกษียณอายุไปแล้ว

2.กรณีที่พนักงานรับเงินตามโครงสร้างการเกษียณแล้ว แต่บริษัทยังเล็งเห็นศักยภาพว่ายังสามารถปฏิบัติภารกิจในตำแหน่งงานนั้นได้ต่อไปอย่างเต็มที่ พนักงานผู้นั้นก็จะได้รับการว่าจ้างต่อไปตามความเหมาะสม

3.ตามที่มีกระแสข่าวออกมาว่า ทางไทยทีวีสีช่อง 3 มีการปลดพนักงานกว่า 80 คนนั้นคลาดเคลื่อนจากความเป็นความจริง เพราะขณะนี้บริษัทยังอยู่ในการพิจารณาอัตรากำลังที่เหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจของทีวีดิจิทัล ซึ่งยังไม่ได้มีเป้าหมายหรือตัวเลขที่ชัดเจนแต่อย่างใด

4. อีกทั้งกรณีที่มีการเสนอข่าวว่า มีการปลดพนักงานอายุระหว่าง 40-55 ปีนั้นก็ไม่เป็นความจริง เพราะที่จริงแล้วพนักงานในวัยนี้ถือเป็นกำลังสำคัญต่อการผลิตผลงานคุณภาพของไทยทีวีสีช่อง 3

ไทยทีวีสีช่อง 3 ตระหนักถึงความสำคัญของบุคลากรอยู่เสมอ เพราะพวกเขาเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรและผลิตผลงานคุณภาพเพื่อผู้ชม สำหรับโครงการนี้ก็เป็นสิ่งที่เราทำเพื่อปรับองค์กรให้เข้ากับสภาวะตลาด และเพื่อให้พนักงานได้มีโอกาสเลือกแผนในการดำเนินชีวิตของเขาต่อไป

 

 


ปชช.ยังไม่กล้าตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้า เหตุ "แพง-สถานีชาร์จไฟน้อย"

Mon, 3 Dec 2018 11:35:00

รถยนต์ไฟฟ้ารูปแบบ ปลั๊กอิน-ไฮบริดจ์ ที่ปีนี้ค่ายผลิตรถยนต์ ทั้งเอเชียและยุโรป นำมาโชว์สร้างความสนใจให้ประชาชนจำนวนมาก เข้ามาเลือกและทดลองขับ โดยเฉพาะรุ่นที่มีเทคโนโลยีควิกชาร์จ สามารถลดเวลาชาร์จลงเหลือ 40 นาที จากเดิม 6-12 ชั่วโมง และวิ่งได้ มากกว่า 300 กิโลเมตร ใช้ขับระหว่างเมืองได้ ถือว่าตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค เพราะเป็นรถตลาด มีขนาดใหญ่ 4-5 ที่นั่ง เหมาะกับการใช้งานครอบครัว แต่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ ยังไม่ตัดสินใจซื้อ เพราะกังวลเรื่องสถานีชาร์จที่ยังไม่กระจายทุกพื้นที่ และ ราคาที่สูงกว่ารถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยน้ำมัน

ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ระบุว่า กระแสความต้องการรถยนต์ไฟฟ้ามาแรงขึ้น เพราะสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า 200,000 บาทต่อระยะทาง 100,000 กิโลเมตร โดยรถยนต์ไฟฟ้ามีค่าใช้จ่ายเพียง 30 สต.ต่อกิโลเมตร ขณะที่รถยนต์มีค่าใช้จ่ายจากน้ำมัน 3 บาทต่อกิโลเมตร แต่ถึงจะประหยัดได้จริงก็ยังไม่จูงใจผู้บริโภคมากพอ ทำให้ค่ายรถยนต์ยังผลิตรถยนต์ไฟฟ้าไม่มาก ประกอบกับโครงสร้างภาษี ยังไม่เอื้อต่อต้นทุนผลิต และชิ้นส่วนบางอย่างยังต้องนำเข้า เช่น แบตเตอร์รี่ มอเตอร์ไฟฟ้า จึงทำให้ราคารถยนต์ไฟฟ้าสูงกว่ารถยนต์ ร้อยละ 20-50 ต่างจากในต่างประเทศ เช่น ยุโรป ที่สนับสนุนงบประมาณให้ผู้บริโภคใช้รถยนต์ ร้อยละ 20 ของราคารถยนต์ไฟฟ้า หรือ ลดหย่อนภาษีสำหรับซื้อรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อกระตุ้นให้คนหันใช้

สอดคล้องกับผู้ประกอบการตลาดรถยนต์มือ 2 ระบุว่า เริ่มเห็นผู้บริโภคขายรถยนต์มือ 1 เพื่อเปลี่ยนไปซื้อรถยนต์ไฟฟ้า แต่สัดส่วนยังไม่มากนัก เพราะด้วยราคารถยนต์ไฟฟ้าสูง จึงเป็นเพียงเฉพาะกลุ่ม ทำให้ปีนี้ มีจำนวนรถไหลเข้าสู่ตลาดรถยนต์มือ 2 ไม่ต่ำกว่า 3,000,000 คัน

ล่าสุด รัฐบาลพยามผลักดันขยายสถานีอัดประจุไฟฟ้า จำนวนกว่า 80 สถานี จาก 70 หน่วยงานที่ขอยื่นรับงบสนับสนุนผ่านสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยและอยู่ระหว่างเปิดรับเอกชนเพิ่มเติม เพื่อจะขยายหัวจ่ายให้ได้ 100 หัวจ่ายภายในปี 2562 รองรับการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในไทยที่จะเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันมีการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในไทยแล้ว 120,000 คัน

 


คาดผังเมืองใหม่ กทม.ประกาศใช้ปี 63

Mon, 3 Dec 2018 11:29:00

เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.2561 นายแสนยากร อุ่นมีศรี รักษาการ ผู้อำนวยการผังเมือง สำนักผังเมืองกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า เตรียมเปิดประชาพิจารณ์ผังเมืองกรุงเทพมหานครรอบสุดท้ายเดือน ธ.ค.นี้ ก่อนจะเสนอคณะกรรมการกรมโยธาธิการและผังเมืองต่อไป

การจัดทำผังเมืองรวมกรุงเทพฯและปริมณฑลนั้นจะทำให้เมืองมีความกระชับ แต่เชื่อมโยงในปริมณฑลแบบไร้รอยต่อ เพื่อให้สอดรับกับการขยายตัวของโครงการรถไฟฟ้าที่จะเกิดขึ้นซึ่งรวมแล้ว 12 เส้นทาง ระยะ 508 กิโลเมตร 318 สถานี สถานีรวม 39 สถานี ผลจากการปรับผังเมือง จะทำให้เกิดการใช้ประโยชน์ที่ดินเปลี่ยนไป คาดว่าจะประกาศใช้ได้ในปี 2563

สำหรับผังเมืองกรุงเทพมหานครฉบับก่อนหน้านั้นใช้มาตั้งแต่ปี 2556 มีอายุ 5 ปี ต่อได้ 2 ปี แต่ต่อไปจะไม่ให้มีการหมดอายุ หลังจากสำนักผังเมืองกรุงเทพมหานคร เป็นสำนักงานวางผังและพัฒนาเมืองได้ปรับโครงสร้าง โดยจะมีคณะกรรมการบริหารเมืองประกอบด้วยผู้ว่าราชการและผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ทำงานร่วมกับงานทางด้านงานโยธา การจราจร ซึ่งผังเมืองจะไม่มีการหมดอายุ ปัจจุบันกรุงเทพฯมีพื้นที่ 1,507 ตารางกิโลเมตร

นายแสนยากร กล่าวว่า ผังเมืองกรุงเทพฯ จะต้องมีความสอดคล้องกับปริมณฑล ที่จะมีระบบรางเข้ามาเชื่อมต่อแต่ยังติดปัญหาเรื่อง กฎหมายควบคุมอาคารกำหนดความกว้างของถนน ที่ต้องกว้าง 10-12 เมตรจึงจะสามารถก่อสร้างได้ ซึ่งถนนส่วนใหญ่แคบ มีตรอก ซอย แม้ว่าจะเพิ่มการใช้ประโยชน์แต่ไม่สามารถก่อสร้างได้ผังเมืองฉบับใหม่จะส่งเสริมให้เกิดศูนย์พาณิชยกรรมหลักย่านใหม่ ๆ เกิดศูนย์กลางธุรกิจ (นิวซีบีดี)

ขณะที่ร่างผังการใช้ประโยชน์ที่ดินได้ยกตัวอย่างพื้นที่ใจกลางเมืองเขตพระนคร เขตป้อมปราบศัตรูพ่ายเดิมเป็นสีน้ำตาลเข้มก็เปลี่ยนเป็นสีแดง พัฒนาเป็นพาณิชยกรรมเขตวัฒนาจากสีน้ำตาลจะปรับเป็นสีแดงมีประโยชน์การใช้ที่ดินมากขึ้น แต่การเปลี่ยนสีผังเมืองเป็นสีแดงในบางพื้นที่ศักยภาพอาจจะต่ำกว่าพื้นที่สีน้ำตาล

 

 


กรมบัญชีกลางทยอยจ่ายเงินช่วยเหลือ "ผู้ถือบัตรคนจน" ธ.ค.นี้

Sun, 2 Dec 2018 11:53:00

วันนี้ (2 ธ.ค.2561) น.ส.สุทธิรัตน์  รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า เตรียมจ่ายเงินช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ทั้ง 4 มาตรการ ตั้งแต่ เดือน ธ.ค.2561-ก.ย.2562 โดยได้กำหนดระยะเวลาการจ่ายเงินเข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Money แตกต่างกันไป

สำหรับมาตรการค่าน้ำค่าไฟฟ้า ผู้มีสิทธิจะต้องชำระเงินไปก่อน ตามใบแจ้งหนี้ประจำเดือนที่เรียกเก็บ ตั้งแต่เดือน ธ.ค.2561 - ก.ย.2562 ซึ่งกรมบัญชีกลางจะโอนเงินชดเชยคืนเข้ากระเป๋าเงิน e-Money ทุกวันที่ 18 ของเดือน เริ่มจ่ายเดือนแรก 18 ก.พ.2562

ส่วนเงินสนับสนุนค่าใช้จ่ายในช่วงปลายปี จำนวน 500 บาทต่อคน จะทยอยจ่ายเงินเข้ากระเป๋าเงิน e-Money ภายในวันที่ 8-10 ธ.ค.2561 และจะจ่ายเงินให้กับผู้มีสิทธิที่ลงทะเบียนเพิ่มเติม คือ กลุ่มผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง หรือผู้สูงอายุ ในวันที่ 5 ม.ค.2562 และ 1 ก.พ.2562

ขณะที่ค่าเดินทางเพื่อรักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายอื่นเกี่ยวกับสุขภาพ สำหรับผู้มีสิทธิที่มีอายุครบ 65 ปีขึ้นไป จะได้รับเงินจำนวน 1,000 บาทต่อคน เพียงครั้งเดียว จะโอนให้ในวันที่ 21 ของเดือน ส่วนค่าเช่าบ้าน จำนวน 400 บาทต่อคนต่อเดือน จะโอนให้ทุกวันที่ 12 ของเดือน

 

 


โรงเรียนนานาชาติหลายแห่ง ยังสนใจเข้าตลาดหุ้น-ขยายกิจการ

Sat, 1 Dec 2018 19:33:00

มีคนไทยจำนวนหนึ่งยินดีส่งบุตรหลานเข้าศึกษาโรงเรียนนานาชาติ ทั้งที่มีค่าใช้จ่ายไม่น้อยกว่าปีละ 500,000 - 700,000 บาท เพื่อแลกกับคุณภาพการศึกษา ซึ่งมี 3 หลักสูตร ได้แก่ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และอื่นๆ เช่น สิงคโปร์ และสวิซเซอร์แลนด์

 

แม้ส่วนแบ่งตลาดโรงเรียนนานาชาติในไทย มีเพียงร้อยละ 1-2 ของทั้งระบบ แต่มีมูลค่ารายได้ในอุตสาหกรรมนี้ สูงกว่าปีละ 10,000 ล้านบาท อีกทั้งยังมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง

 

 

สถิติการจัดตั้งโรงเรียนนานาชาติตลอด 5 ปีที่ผ่านมา พบว่ามีโรงเรียนนานาชาติเปิดใหม่เพิ่มขึ้นทุกปี รับนโยบายเปิดกว้างการลงทุนจากต่างชาติและอีอีซี โดยเฉพาะกลุ่มนักธุรกิจชาวจีน และเกาหลีใต้

นายสมภพ กีระสุนทรพงษ์ กก.ผอ.บลจ.ฟินันเซีย ไซรัส และที่ปรึกษาการเงินบริษัทหลักทรัพย์ เปิดเผยว่า การแข่งขันในธุรกิจโรงเรียนนานาชาติที่เพิ่มขึ้น ทำให้โรงเรียนนานาชาติหลายแห่ง ติดต่อขอคำปรึกษาเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อระดมเงินลงทุนขยายกิจการ ทั้งเพิ่มจำนวนสาขา จัดซื้อคุรุภัณฑ์ตามหลักสูตร ตลอดจนแย่งซื้อตัวครูต่างชาติ โดยมีบริษัทเอสไอเอสบี เป็นกรณีศึกษาการฝ่ากระแสสังคม

ยิว ฮอค โคล ปธ.จนท.บริหาร บมจ.เอสไอเอสบี กล่าวว่า บริษัทได้รับการทาบทามให้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ แต่เลือกที่จะใช้เวลานานร่วม 7 ปี เตรียมตัวก่อนเข้าตลาดหุ้นไทย เพราะตัวเองอาศัยบนแผ่นดินไทยมานานกว่า 20 ปี จึงต้องการเป็นส่วนหนึ่งในยกระดับคุณภาพการศึกษาไทย พร้อมยอมรับว่า ในการทำธุรกิจย่อมหวังผลกำไร แต่จะทำบนหลัก "การศึกษานำธุรกิจ" เพื่อรักษาชื่อเสียงในระยะยาว รับการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น 

ผลสำรวจจาก World Wealth Report รายงานว่า ตั้งแต่ปี 2551-2559 คนไทย ที่อยู่ในกลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูง หรือสินทรัพย์มูลค่าเกินกว่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 35 ล้านบาทขึ้นไป ไม่รวมมูลค่าที่อยู่อาศัย ของใช้ และของสะสมมีค่า เพิ่มขึ้นต่อเนื่องโตเฉลี่ยร้อยละ 11.2 ต่อปี

กระทั่งปี 2559 มีคนไทยกลุ่มนี้ มากกว่า 1 แสนครัวเรือน สะท้อนถึงการเติบโตของประชากรที่มีกำลังซื้อ และเป็นกลุ่มเป้าหมายของโรงเรียนนานาชาติ ซึ่งสวนทางกับจำนวนการเกิดใหม่ของประชากร ทำให้ผู้ปกครองให้ความสำคัญกับการลงทุนเพื่อการศึกษามากขึ้น


ม.หอการค้าไทย คาดเลือกตั้งปี 62 เงินสะพัด 80,000 ล้านบาท

Sat, 1 Dec 2018 16:07:00

วันนี้ (1 ธ.ค. 2561) นายวิชัย อัศรัสกร รองประธานกรรมการหอการค้าไทย เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยปีนี้จะขยายตัวร้อยละ 4 - 4.5 เพราะเชื่อว่าบรรยากาศจับจ่ายในช่วงสิ้นปีคึกคักไม่ต่างจากปีก่อน เพราะมีมาตรการช็อปช่วยชาติ และเชื่อว่านักท่องเที่ยวจะเดินทางกลับเข้ามา

ส่วนเศรษฐกิจปีหน้า เชื่อว่าจะเติบโตได้ต่อเนื่องจากปีนี้ จากโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของรัฐบาล และการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น ซึ่งภาคเอกชนคาดหวังพรรคการเมืองที่จะมาเป็นรัฐบาล ไม่ควรรื้อแผนยุทธศาสตร์ชาติ เพราะจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน และทำให้เอกชนไม่สามารถวางแผนธุรกิจระยะยาวได้

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า อานิสงส์จากการใช้จ่ายของพรรคการเมือง และหัวคะแนนในการเลือกตั้งจะมีประมาณ 80,000 ล้านบาท

แบ่งเป็นการใช้จ่ายในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 40,000 ล้านบาท และการเลือกตั้งท้องถิ่นอีก 40,000 ล้านบาท ซึ่งเงินสะพัดครั้งนี้จะช่วยดันเศรษฐกิจปีหน้า เพิ่มอีกร้อยละ 0.5 เพราะเชื่อว่าการเมืองแข่งขันกันดุเดือด และยังมีเม็ดเงินการลงทุนโครงการเขตพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ อีอีซี อีก 200,000 - 300,000 ล้านบาท

 


"คลัง" เตรียมออกมาตรการคืนแวต 5% ผ่านพร้อมเพย์

Fri, 30 Nov 2018 17:57:00

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง ระบุว่า เตรียมออกมาตรการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้ประชาชนที่ซื้อสินค้าผ่านบัตรเดบิต ในอัตราร้อยละ 5 ทุกรายการ ยกเว้นเหล้า เบียร์ บุหรี่ โดยวงเงินซื้อสินค้าได้สูงสุด 20,000 บาท คืนภาษี 1,000 บาท โดยมีระยะเวลาการซื้อสินค้าในช่วงวันที่ 1-15 ก.พ.2562 โดยขั้นตอนการคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่มจะโอนเงินกลับไปยังระบบพร้อมเพย์ ที่ผูกไว้กับบัตรประชาชนภายใน 15 วันหลังการซื้อสินค้า

รมว.คลัง ระบุอีกว่า มาตรการนี้เป็นการส่งเสริมให้ประชาชนใช้อีเพย์เมนต์ หนุนร้านค้าเข้าระบบบริการเก็บข้อมูลการขายเเละการจ่ายเงินเมื่อมีการขายสินค้าหรือบริการ หรือระบบ pos ซึ่งช่วยทำให้ร้านค้าเข้าสู่ระบบภาษีของกรมสรรพากรด้วย

เบื้องต้น จากการคำนวณการใช้จ่ายของประชาชน คาดว่าจะใช้เงินคืนภาษีประมาณ 10,000 ล้านบาท โดยอยู่ระหว่างการจัดหา พร้อมยืนยันว่าไม่ใช่การหาเสียงและไม่เกี่ยวข้องกับการหาเสียงเลือกตั้ง เพราะเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนอีเพย์เมนต์ที่วางไว้อยู่แล้ว

 

ส่วนมาตรการช็อปช่วยชาติจะลดหย่อนได้เฉพาะสินค้าประเภท ยางล้อ, หนังสือ เเละสินค้าโอท็อป เริ่มวันที่ 15 ธ.ค.2561 ถึงวันที่ 15 ม.ค.2561 ลดหย่อนได้สูงสุด 15,000 บาทต่อคน แต่ต้องนำใบเสร็จจากร้านค้ามาลดหย่อน

ด้านประชาชน ให้ความเห็นว่ามาตรการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 5 มีประโยชน์ เพราะทำให้ช่วงที่ผ่านมาการซื้อสินค้าต่างๆ มีการจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 7 แต่ไม่เคยได้เงินคืน ส่วนการคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่มที่ใช้วิธีการคืนเงินผ่านบัตรเดบิตนั้นไม่ยุ่งยาก เพราะรับเงินเดือนและซื้อสินค้าผ่านบัตรเดบิตอยู่แล้ว จึงคิดว่าเป็นวิธีที่สะดวก


นักช็อปเซ็ง ! คลังให้สิทธิ์แค่ซื้อยาง-หนังสือ-สินค้าโอท็อปลดภาษีได้

Wed, 28 Nov 2018 18:35:00

วันนี้(28 พ.ย.2561) มีรายงานว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีสัปดาห์หน้า นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เตรียมเสนอให้พิจารณามาตรการช็อปช่วยชาติรูปแบบใหม่ จากเดิมเปิดกว้างทุกประเภทสินค้าและบริการที่มีภาษีมูลค่าเพิ่ม เป็นการจำกัดประเภทสินค้าที่สามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้เพียง 3 ประเภทเท่านั้น ได้แก่ ยางรถยนต์ที่ใช้วัถุดิบในประเทศ หนังสือ และสินค้าโอท็อป ที่ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงมหาดไทย รายละไม่เกิน 15,000 บาท

โดยผู้มีเงินได้ สามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้ 2 ปีภาษี เนื่องจากระยะเวลาบังคับใช้คาบเกี่ยวระหว่างเดือนธ.ค.นี้-ม.ค.2562 แต่มูลค่ารวมกันทั้ง 2 ปี ไม่เกิน 15,000 บาท

ขณะที่นายนณริฏ พิศลยบุตร นักเศรษฐศาสตร์ จากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือทีดีอาร์ไอ กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวไม่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมทั้งมนุษย์เงินเดือน ที่คาดหวังมาตรการจากภาครัฐ แต่มาตรการนี้ น่าจะช่วยผู้ประกอบการมากกว่า

นอกจากนี้นายอำนวย ปรีมนวงศ์ อธิบดีกรมธนารักษ์ ในฐานะประธานกรรมการบริษัทธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี อนุมัติแผนก่อหนี้สาธารณะ งบฯก่อหนี้ผูกผันข้ามปีงบประมาณ เพื่อจัดทำสัญญาเช่าพื้นที่ รวมทั้งงบว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาโครงการลงทุนขยายพื้นที่ส่วนต่อขยายศูนย์ราช การ เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 โซนซี วงเงินรวมกว่า 3 หมื่นล้านบาท  

พร้อมเปลี่ยนวิธีระดมเงินลงทุนจากการออกตราสารหนี้ที่มีหลักประกัน หรือ ซีเคียวลิไทซ์ เป็นการกู้เงินสถาบันการเงิน หลังประเมินว่าวิธีดังกล่าว สภาพคล่องในระบบขณะนี้มีอยู่สูง น่าจะช่วยลดต้นทุนการเงินมากกว่าการออกตราสารหนี้ โดยมีหน่วยงานราชการ 13 แห่ง แจ้งความประสงค์ขอเช่าพื้นที่แล้ว

 


กทพ.สั่งรื้อ "ตลาดหัวมุม" ภายใน 6 เดือน

Wed, 28 Nov 2018 11:56:00

เมื่อวานนี้ (27 พ.ย.2561) นายสุชาติ ชลศักดิ์พิพัฒน์ ผู้ว่าการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีไล่ที่ตลาดหัวมุมว่า ได้ส่งเรื่องฟ้องร้องบริษัท เนค เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด เรื่องกรณีละเมิดสัญญาเปิดบริการตลาดหัวมุม แม้จะถูกบอกเลิกสัญญาไป 2 ปีแล้ว และพบว่ายังมีการเก็บค่าเช่าแผงจากผู้ขายรายย่อย จึงได้เรียกร้องค่าเสียหายไปราว 50 ล้านบาท หากเมื่อศาลมีคำสั่งตัดสินสิ้นสุดแล้วจะดำเนินการเข้าพื้นที่เพื่อรื้อย้ายสิ่งปลูกสร้างทันทีเพื่อเตรียมก่อสร้างโครงการถนนตัดใหม่หรือบายพาส วงเงิน 200 ล้านบาท บริเวณทางแยกตัดกับถนนถนนประเสริฐมนูกิจ(เกษตร-นวมินทร์)และถนนประดิษฐ์มนูธรรม (ถนนเลียบทางพิเศษฉลองรัช ทางด่วนสายรามอินทรา-อาจณรงค์) เพื่อแก้ปัญหาคอขวดของพื้นผิวจราจรตลอดจนแก้ปัญหารถติดในช่วงเย็น โดยหากโครงการถูกเสนอและเปิดประมูลตามขั้นตอนแล้ว คาดว่าจะต้องเข้าพื้นที่ภายใน 6-8 เดือน

 

 

 

 

 

สำหรับแผนพัฒนาเทคโนโลยีทางด่วนเพื่อแก้ปัญหาจราจรในปี 2562 กทพ.มีแผนจะลงทุนติดตั้งตู้เติมเงินบัตร Easy Pass บริเวณด่านเก็บเงินที่มีปริมาณจราจรหนาแน่น เช่น ด่านบางนาและด่านประชาชื่น ภายใน 4-5 เดือน นอกจากนี้ กทพ.ยังอยู่ระหว่างพัฒนาระบบบัตร EMV (Euro/MasterCard และ Visa) หรือบัตรเครดิตดิจิทัล เชื่อมต่อบัตรเข้าสู่ระบบตั๋วร่วม เพื่อให้สามารถชำระค่าขนส่งสาธารณะทั้งระบบด้วยบัตรเพียงใบเดียว หรือเป็นการนำบัตรเครดิตมาจ่ายค่าทางด่วน คาดว่าจะใช้ได้ภายใน 6 เดือน ส่วนความคืบหน้าโครงการลดค่าทางด่วน 5 บาทให้กับผู้ที่ใช้บัตรอีซี่พาส เฉพาะที่ด่านอโศก นั้นพบว่าสามารถแก้ปัญหาจราจรได้อย่างดี โดยในปลายเดือนนี้จะประชุมสรุปผลเพื่อพิจารณาขยายไปยังด่านที่มีปริมาณจราจรหนาแน่น