ปลัด คม. สั่งจับตาประชาชนเดินทาง ก่อนวัน "สงกรานต์"

Thu, 9 Apr 2020 17:16:00

วันนี้ (9 เม.ย.2563) นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคมเปิดเผยว่า ได้สั่งการหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดทั้งหมด ให้มอนิเตอร์การเดินทางของประชาชน ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (10 เม.ย.) จนถึงวันที่ 12 เมษายน 63 ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าว คาบเกี่ยวช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ และในปกติทุกปีวันศุกร์สุดท้ายก่อนเข้าเทศกาลสงกรานต์ ก็จะมีประชาชนเดินทางจำนวนมากเพื่อกลับภูมิลำเนา หรือท่องเที่ยวในเทศกาลสงกรานต์

อย่างไรก็ตามในปีนี้ในช่วงที่มีการระบาดของไวรัส COVID-19 รัฐบาลได้มีการยกเลิกให้ช่วงเทศกาลสงกรานต์ไม่เป็นวันหยุด พร้อมกับรณรงค์ให้ประชาชน "อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ" ดังนั้นจึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นกรมการขนส่งทางบก,กรมทางหลวง, กรมทางหลวงชนบท ติดตามสถานการณ์การเดินทางอย่างใกล้ชิดหากพบยังมีการเดินทางผิดปกติก็ขอให้รีบรายงานให้กระทรวงคมนาคมทราบทันที

 

นอกจากนี้ในช่วงที่มีการป้องกันการระบาดของไวรัส COVID-19 และในแต่ละจังหวัด ซึ่งได้มีการตั้งด่านเพื่อควบคุมการเดินทางของประชาชน และคนต่างพื้นที่ ที่จะเดินทางเข้ามาในจังหวัดของตนเอง ในส่วนนี้ได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ที่ร่วมปฏิบัติงานพร้อมที่จะปรับให้ด่านสกัด COVID มีภารกิจ ดูแลเป็นด่านความปลอดภัยทางถนนด้วย


ก.คลัง ประสานดีอีเอาผิดโพสต์เท็จ รับเงิน 5,000 บาท

Wed, 8 Apr 2020 20:44:00

วันนี้ (8 เม.ย.2563) เป็นวันแรกที่กระทรวงการคลัง เริ่มโอนเงินตามมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 จำนวน 5,000 บาท แต่กลับพบผู้ใช้โซเชียลจำนวนหนึ่ง โพสต์ข้อความว่าได้รับเงินจากมาตรการดังกล่าว ทั้งที่ไม่มีคุณสมบัติ

นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือ สศค.กล่าวว่า กำลังเร่งตรวจสอบการโพสต์ข้อความดังกล่าว ก่อนประสานให้กระทรวงดีอี ดำเนินคดีตามกฎหมาย ขณะเดียวกัน กระทรวงการคลังจะเร่งตรวจสอบผู้ได้รับเงินโอนย้อนหลัง หรือ โพสต์ ออดิท หากพบว่าข้อมูลที่ได้ลงทะเบียนเป็นเท็จ จะเรียกเงินคืน พร้อมดอกเบี้ย และมีความผิดเช่นเดียวกับผู้โพสต์ข้อความเท็จ

กระทรวงการคลังจะเร่งคัดกรองข้อมูลผู้ลงทะเบียน 24 ล้านคน ให้แล้วเสร็จภายในวันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน 2563 เพื่อจำแนกข้อมูลผู้ลงทะเบียน ออกเป็น 3 กลุ่มได้แก่

กลุ่มสีเขียว คือ ผู้ผ่านเกณฑ์และข้อมูลครบถ้วน

กลุ่มสีแดง คือ ผู้ไม่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติ 

กลุ่มสีเทา คือ ผู้ที่มีคุณสมบัติไม่ชัดเจน

ซึ่งระบบจะส่งข้อความสั้นหรืออีเมลล์ เพื่อขอให้กรอกข้อมูลเพิ่มเติม หรือแก้ไขข้อมูลให้ครบถ้วน พร้อมยืนยันว่าระบบเอไอในการคัดกรองผู้ลงทะเบียนฯทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

และขอชี้แจงว่า พระราชกำหนดกู้เงิน เพื่อดำเนินมาตรการเยียวยาผลกระทบทางเศรษฐกิจ จำนวน 1 ล้านล้านบาท ช่วยให้กระทรวงการคลัง สามารถจ่ายเงินเยียวยาตามมาตรการดังกล่าวได้นานถึง 6 เดือน แต่การจ่ายเงินจริงอาจไม่ถึง 6 เดือน ขึ้นอยู่กับสถานการณ์การระบาดของโรค และจะนำงบประมาณที่เหลือไปช่วยเหลือประชาชนในด้านต่าง ๆ

ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ระบุว่าระบบจะทยอยโอนเงินทุกวันจนกว่าจะครบจำนวนผู้ผ่านเกณฑ์ทั้งหมด ซึ่งจากการโอนเงินล็อตแรกวันนี้ ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบอาชีพค้าขายรายย่อย ร้านอาหารขนาดเล็ก รับจ้างทั่วไป ส่วนผู้ค้าออนไลน์ จะถูกตัดสิทธิ์ทั้งหมด เนื่องจากยังสามารถค้าขายได้ตามปกติ

 

 


รฟท.ปิดศูนย์ซ่อมส่วนล่างรถไฟ 14 วัน หลังพบช่างติด COVID-19

Wed, 8 Apr 2020 20:39:00

วันนี้ (8 เม.ย.63) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วงเย็นที่ผ่านมา ได้มีคำสั่งของศูนย์ซ่อมรถดีเซลรางและรถปรับอากาศ ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เรื่องสั่งปิดโรงซ่อมส่วนล่างรถดีเซลรางและรถปรับอากาศ ลงนามโดยนายกิตติวัฒน์ ศิริพุทธิมานนท์ วิศวกรอำนวยการ ศูนย์ซ่อมรถดีเซลรางและรถปรับอากาศ รฟท. เนื้อหาระบุว่า

หลังจากมีการตรวจพบช่างซ่อมรถไฟ 1 คน ในโรงซ่อมมักกะสัน ที่ติดเชื้อไวรัส COVID-19 และจากการสอบโรค มีผู้ที่ปฏิสัมพันธ์กับพนักงานรายดังกล่าวที่เข้าข่ายมีความเสี่ยงสูงถึง 34 คน

ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายแก่องค์กร จึงมีคำสั่งให้ปิดหน่วยงานซ่อมส่วนล่างรถดีเซลรางและรถปรับอากาศ ,หน่วยงานซ่อมอุปกรณ์ไฟฟ้าและรถปรับอากาศ ตั้งแต่วันที่ 9 เม.ย.จนถึงวันที่ 22 เม.ย.2563 รวม 14 วัน

 


อัพเดทมาตรการเยียวยา COVID-19 - ส่องร่าง พ.ร.ก. 3 ฉบับ

Wed, 8 Apr 2020 18:08:00

วันนี้ (8 เม.ย.2563) ไทยพีบีเอสออนไลน์สรุปร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) จำนวน 3 ฉบับ วงเงินรวม 1.9 ล้านล้านบาท เพื่อดูแลและเยียวยาผลกระทบจากโรค COVID-19 ต่อเศรษฐกิจไทยทั้งทางตรงและทางอ้อม ระยะที่ 3 ซึ่งที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้กระทรวงการคลังออก พ.ร.ก.กู้เงิน และให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออก พ.ร.ก. 2 ฉบับ ดังนี้ 1. พ.ร.ก.ให้กระทรวงการคลังกู้เงิน 1 ล้านล้านบาท โดยจะกู้เงินบาทเป็นหลัก ใช้ด้านสาธารณสุข 600,000 ล้านบาท (เยียวยาประชาชน 6 เดือน เยียวยาเกษตรกร และดูแลสาธารณสุข) และฟื้นฟูเศรษฐกิจ 400,000 ล้านบาท (สร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจชุมชน และโครงสร้างพื้นฐานท้องถิ่น)

2. พ.ร.ก.ให้ ธปท.ออกสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) เพื่อดูและภาคธุรกิจ 500,000 ล้านบาท (ปล่อยกู้ให้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (SME) ดอกเบี้ย 2%) และ 3. พ.ร.ก.ดูแลเสถียรภาพภาคการเงิน 400,000 ล้านบาท (ตั้งกองทุน BSF ให้ ธปท.ซื้อขายหน่วยลงทุนได้)

3. มาตรการช่วยเหลืออื่นๆ ประกอบด้วย 3 มาตรการ ดังนี้
3.1 ร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวนเงินฝากที่ได้รับการคุ้มครองเป็นการทั่วไป พ.ศ. .... เพื่อให้ขยายวงเงินคุ้มครองเงินฝากที่ระดับ 5 ล้านบาทไปถึงวันที่ 10 สิงหาคม 2564 เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ฝากเงิน ซึ่งจะเพิ่มความมั่นคงและรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและระบบสถาบันการเงินในภาพรวม

3.2 มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับผู้ประกอบธุรกิจการเงินที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (Non-banks) เพื่อให้ธนาคารออมสินปล่อยสินเชื่อให้แก่ Non-Banks เพื่อให้สามารถช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยของแต่ละบริษัทโดยการผ่อนปรนเงื่อนไขสินเชื่อบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล ลิสซิ่ง เช่าซื้อ เช่าซื้อรถจักรยานยนต์และสินเชื่อทะเบียนรถให้แก่ประชาชน

3.3 การปรับลดอัตราเงินนำส่งจากสถาบันการเงินเป็นการชั่วคราว ปรับลดอัตราเงินนำส่งจากสถาบันการเงินจากอัตรา 0.46% ต่อปี เหลือ 0.23% ต่อปี เพื่อให้สถาบันการเงินมีต้นทุนต่ำลง ซึ่งจะนำไปสู่การลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่จะช่วยบรรเทาภาระหนี้ของภาคธุรกิจและประชาชน

ส่วนมาตรการเยียวยา COVID-19 ระยะ 1 และระยะ 2 มีดังนี้

1.ลดเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม ของนายจ้างและลูกจ้าง ซึ่งเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ในส่วนของนายจ้างเหลือ 4% จากเดิม 5% ส่วนผู้ประกันตน เหลือ 1% และลดหย่อนเงินสมทบให้ผู้ประกันตนตามมาตรา 39 เหลือเงินสมทบอัตราเดือนละ 86 บาท จากเดิม 432 บาท เป็นเวลา 3 เดือน ตั้งแต่งวดเดือน มี.ค.-พ.ค.2563 พร้อมทั้งขยายเวลานำส่งเงินสมทบงวดเดือน มี.ค. ภายใน 15 ก.ค.2563, เงินสมทบงวดเดือน เม.ย. ภายใน 15 ส.ค. และเงินสมทบงวดเดือน พ.ค. ภายใน 15 ก.ย.

นอกจากนี้ เพิ่มเงินชดเชยกรณีว่างงานเพราะถูกเลิกจ้างเป็น 75% จากเดิม 50% เป็นเวลา 200 วัน และเพิ่มเงินชดเชยกรณีว่างงานจากการลาออกเป็น 45% จากเดิม 30% (ฐานเงินเดือนไม่เกิน 15,000 บาท) เป็นเวลา 90 วัน

สำหรับมาตรการเยียวยาลูกจ้างผู้ประกันตนที่ไม่ได้ทำงาน เนื่องจากมีเหตุสุดวิสัยที่นายจ้างรับรอง หรือนายจ้างไม่ให้ทำงานเนื่องจากมีเหตุสุดวิสัย ให้ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ 62% ของค่าจ้าง ตลอดระยะเวลาที่ผู้ประกันตนไม่ได้ทำงาน แต่ไม่เกิน 90 วัน กรณีหน่วยงานภาครัฐมีคำสั่งให้นายจ้างหยุดประกอบกิจการชั่วคราว และลูกจ้าง ซึ่งเป็นผู้ประกันตนไม่ได้รับค่าจ้าง ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ 62% ของค่าจ้าง แต่ไม่เกิน 90 วัน มีผลบังคับใช้ 1 มี.ค-31 ส.ค.2563

2.มาตรการเยียวยากลุ่มแรงงาน ลูกจ้างชั่วคราว อาชีพอิสระที่ไม่อยู่ในระบบประกันสังคม รวมถึงผู้ส่งเงินประกันสังคมตามมาตรา 4 ซึ่งได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 โดยกระทรวงการคลังได้ออกมาตรการชดเชยรายได้คนละ 5,000 บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่เดือน เม.ย.-มิ.ย.2563 ขยายเป้าหมายผู้เข้าร่วมโครงการเป็น 9 ล้านคน จากเดิม 3 ล้านคน วงเงิน 45,000 ล้านบาท เปิดลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันที่ 28 มี.ค.2563 เป็นต้นไป

3.งบจ้างงาน สำหรับการจ้างานประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 วงเงิน 2,700 ล้านบาท ระยะเวลาการจ้างงานไม่เกิน 6 เดือน และอัตราค่าจ้างต่อเดือนไม่เกิน 9,000 บาท

4.มาตรการช่วยเหลือบรรเทาผลกระทบต่อค่าครองชีพประชาชน โดยลดราคาขายปลีกก๊าซหุงต้ม (LPG) ลดลง 21.87 บาทต่อกิโลกรัม เหลือ 18.87 บาทต่อกิโลกรัม หรือลดลง 3 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งจะทำให้ก๊าซหุงต้มถังขนาด 15 กิโลกรัม จะลดลงจาก 363 บาท เหลือ 318 บาท มีผลตั้งแต่วันที่ 24 มี.ค.เป็นต้นไป พร้อมทั้งปรับลดการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อลดราคาขายปลีกน้ำมันลงลิตรละ 50 สตางค์ เป็นเวลา 2 เดือน

5.การช่วยเหลือผู้ประกอบการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งประสบปัญหาการใช้น้ำมันที่ลดลงเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะน้ำมันอากาศยาน ทำให้ประสบปัญหาถังเก็บน้ำมันไม่เพียงพอ ด้วยการลดอัตราสำรองน้ำมันดิบตามกฎหมายจาก 6% โดย ระยะแรก : เป็น 4% ระยะเวลา 1 ปี และ ระยะที่ 2 : เป็น 5% หลังจาก 1 ปี เป็นต้นไป และขยายระยะเวลาการคงอัตราสำรองก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ตามกฎหมายที่ 1% ออกไปอีกเป็นระยะเวลา 6 เดือน (สิ้นสุด 30 มิถุนายน 2564)
รวมทั้งสนับสนุนการเพิ่มปริมาณการจัดเก็บน้ำมันของคลังน้ำมันบริเวณคลองเตย บางจาก ช่องนนทรี กรุงเทพ ฯ เพื่อรองรับภาวะน้ำมันที่มีปริมาณล้นสต็อกโดยให้มีปริมาณการจัดเก็บน้ำมันสูงสุดได้ตามที่กฎหมายกำหนด

ทั้งนี้ ยังเร่งรัดการลงทุนช่วงรอยต่อของแหล่งเอราวัณและแหล่งบงกช เบื้องต้น คาดว่าจะเกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้นประมาณ 2,000 อัตรา ในการสร้างแท่นผลิต และผลักดันให้เกิดกิจกรรมการรื้อถอนแท่นผลิตที่จะไม่ได้ใช้งาน โดยเฉพาะในแหล่งเอราวัณและแหล่งบงกช ที่จะมีการรื้อถอนแท่นผลิตจำนวน 53 แท่น ซึ่งจะทำให้เกิดการลงทุนกว่า 10,000 ล้านบาท และคาดว่าจะเกิดการจ้างงานที่เป็นคนไทยกว่า 1,000 อัตราต่อปี (รื้อถอน 25 แท่น ต่อปี) นอกจากนี้ ยังส่งเสริมการใช้วัสดุ อุปกรณ์หรือบริการจากภายในประเทศ เช่น การใช้เรือไทย โดยหารือกับผู้รับสัมปทานและกรมเจ้าท่า

6.มาตรการลดค่าไฟฟ้าในอัตรา 3% ให้กับผู้ใช้ไฟฟ้าทุกประเภทเป็นเวลา 3 เดือน หรือตั้งแต่เดือน เม.ย.-มิ.ย.2563 ซึ่งจะใช้งบประมาณ 5,160 ล้านบาท และคืนเงินประกันการใช้ไฟฟ้า (ค่าประกันมิเตอร์ไฟฟ้า) ให้กับผู้ใช้ประเภทที่ 1 คือบ้านที่อยู่อาศัยและกิจการขนาดเล็ก รวมทั้งสิ้น 22.17 ล้านราย วงเงินรวม 32,700 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังออกมาตรการค่าไฟฟ้าฟรี ให้กับผู้ใช้ไฟฟ้า ประเภทบ้านที่อยู่อาศัยที่ติดตั้งมิเตอร์ไม่เกิน 5 แอมป์ จาก 50 หน่วยต่อเดือน เป็น 90 หน่วยต่อเดือน และขยายเวลาการชำระค่าไฟฟ้าไม่เกิน 6 เดือน ของแต่ละรอบบิล สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ติดตั้งมิเตอร์ไม่เกิน 5 แอมป์ โดยจะไม่มีการคิดอัตราดอกเบี้ยในช่วงเวลาที่ผ่อนผัน สำหรับใบแจ้งค่าไฟฟ้า ประจำเดือนเมษายน – มิถุนายน 2563

รวมทั้งการขยายเวลาชำระค่าไฟฟ้าไม่เกิน 6 เดือนของแต่ละรอบบิล สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าที่เป็นกิจการเฉพาะอย่าง ได้แก่ ธุรกิจโรงแรม กิจการให้เช่าที่พักอาศัย โดยจะไม่มีการคิดอัตราดอกเบี้ยในช่วงเวลาที่ผ่อนผัน สำหรับใบแจ้งค่าไฟฟ้า ประจำเดือนเมษายน – พฤษภาคม 2563 ทั้งนี้ ผู้ใช้ไฟฟ้าที่มีความประสงค์ขอรับความช่วยเหลือสามารถติดต่อได้ที่สำนักงานการไฟฟ้าในพื้นที่

มาตรการลดต้นทุนค่าไฟฟ้าให้กับผู้ประกอบการภาคธุรกิจและภาคอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 โดยคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มีมติให้ผ่อนผันการเรียกเก็บอัตราค่าไฟฟ้าต่ำสุด จากที่กำหนดให้ผู้ใช้ไฟฟ้าต้องจ่ายในจำนวนที่ตายตัว (70% ของการใช้ไฟฟ้าสูงสุดในรอบ 12 เดือน) ไม่ว่าผู้ใช้ไฟฟ้าจะใช้ไฟฟ้าถึงจำนวนที่กำหนดหรือไม่ เป็นผ่อนผันให้จ่ายตามการใช้ไฟฟ้าสูงสุด สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าที่ได้รับการผ่อนผันจะเป็นผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 3-7 เช่น กลุ่ม SMEs โรงงานอุตสาหกรรม และโรงแรม ให้มีผลตั้งแต่เดือนเมษายน – มิถุนายน 2563 รวม 3 เดือน

ขณะเดียวกัน ยังออกมาตรการลดค่าไฟฟ้าอย่างน้อย 30% ให้กับผู้ประกอบการโรงแรมหรือหอพักที่จะปรับเปลี่ยนให้เป็นที่พักหรือโรงพยาบาลสนาม 2 รูปแบบ คือที่พักหรือโรงพยาบาลสนามที่ใช้พักฟื้นผู้ป่วยโรคโควิด-19 หรือ ที่พักหรือโรงพยาบาลสนามที่ใช้สังเกตอาการของผู้เข้าข่ายเฝ้าระวัง ฯ

7.มาตรการลดค่าน้ำประปาในอัตรา 3% ให้กับผู้ใช้น้ำทุกประเภทเป็นเวลา 3 เดือน หรือตั้งแต่เดือน เม.ย.-มิ.ย.2563 คาดว่าจะใช้งบประมาณ 330 ล้านบาท และคืนเงินประกันการใช้น้ำให้กับผู้ใช้น้ำประเภทที่ 1 ที่พักอาศัย รวม 5.7 ล้านราย วงเงิน 2,834 ล้านบาท ทั้งนี้ ผู้วางเงินประกันการใช้น้ำสามารถตรวจสอบสิทธิและแจ้งความประสงค์เพื่อขอคืนเงินประกันผ่านช่องทางต่างๆ

รวมทั้งการขยายเวลาชำระค่าน้ำประปาไม่เกิน 6 เดือนของแต่ละรอบบิล สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าที่เป็นกิจการเฉพาะอย่าง ได้แก่ ธุรกิจโรงแรม กิจการให้เช่าที่พักอาศัย โดยจะไม่มีการคิดอัตราดอกเบี้ยในช่วงเวลาที่ผ่อนผัน ซึ่งจะมีผู้ได้ประโยชน์ 30,900 ราย

8.การจัดหาแอลกอฮอล์เพื่อป้องกันโควิด-19 ให้ประชาชนทั้งประเทศผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยกระทรวงพลังงานจะขอรับการจัดสรรงบกลางประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ประมาณ 220 ล้านบาท เพื่อจัดซื้อแอลกอออล์แปลงสภาพสำหรับฆ่าเชื้อจากผู้ผลิตเอทานอลจำนวน 1,000 ลิตรต่อวัน ส่งให้ทุกจังหวด 76 จังหวัดทั่วประเทศทางไปรษณีย์ให้กระทรวงมหาดไทยและส่งต่อให้ประชาชนผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นเวลา 60 วัน

9.สถานธนานุเคราะห์ (สธค.) โรงรับจำนำของรัฐในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม. ขยายเวลาตั๋วจำนำ 90 วัน แก่ผู้มาใช้บริการวงเงินไม่เกิน 10,000 บาท ที่มีตั๋วจำนำตั้งแต่วันที่ 3 ม.ค.-31 มี.ค.2563 จะขยายอายุตั๋วจำนำจาก 4 เดือน 30 วัน เป็น 4 เดือน 120 วัน โดยไม่คิดดอกเบี้ย แต่ต้องมาลงทะเบียนที่ สธค.ทุกแห่ง ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.-31 พ.ค.2563 จำกัด 1 คน 1 สิทธิ์ ส่วนอัตราดอกเบี้ยที่ให้ผู้บริการโรงรับจำนำจะอยู่ที่ 5,000 บาท ดอกเบี้ย 0.25%, 10,000 บาท ดอกเบี้ย 0.75%, 10,000-20,000 บาท ดอกเบี้ย 1% และ 100,000 บาท ดอกเบี้ย 1.25%

สำหรับผู้มาใช้บริการจำนำใหม่วงเงินต้นไม่เกิน 15,000 บาท คิดดอกเบี้ย 0.125% ต่อเดือน ทั้งนี้ นับตั้งแต่วันถัดจากที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ ถึง 31 พฤษภาคม 2563 จำกัดสิทธิ 1 คน ต่อตั๋ว 1 ใบ ต่อ 1 รอบการจำนำเท่านั้น

สถานธนานุบาล โรงรับจำนำที่อยู่ในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีมาตรการผ่อนผันหรือยืดระยะเวลาในการชำระหนี้แก่ผู้จำนำที่ได้มาจำนำในเดือน ก.พ.-มิ.ย.2563 ให้ขยายเวลาไถ่ถอนทรัพย์รับจำนำไปอีกเป็นระยะเวลา 1 เดือน นับจากวันครบกำหนดระยะเวลาตามกฎหมาย (4 เดือน 30 วัน)

นอกจากนี้ ยังให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยสำหรับผู้ที่นำทรัพย์สินมาจำนำ ในระหว่างวันที่ 1 เม.ย.-30 มิ.ย.2563 ดังนี้ เงินต้นไม่เกิน 5,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ย 0.125% ต่อเดือน, เงินต้นเกินกว่า 5,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ย 1% ต่อเดือน

10.มาตรการด้านภาษี โดยเลื่อนกำหนดเวลาการยื่นแบบและชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาออกไปเป็นสิงหาคม 2563, ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับค่าตอบแทนในการเสี่ยงภัยของบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข, เพิ่มวงเงินหักลดหย่อนค่าเบี้ยประกันสุขภาพ, เลื่อนเวลาการชำระภาษีเงินได้นิติบุคคล, มาตรการทางภาษีอากรและค่าธรรมเนียมเพื่อสนับสนุนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ และยกเว้นอากรขาเข้าของที่ใช้รักษา วินิจฉัย หรือป้องกันโรค COVID-19, มาตรการขยายเวลาการยื่นแบบรายการภาษีพร้อมกับชำระภาษีของสถานบริการที่ประกอบกิจการตามบัญชีพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 และมาตรการขยายเวลาการชำระภาษีให้แก่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมสินค้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน

11.มาตรการด้านการเงิน โครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับผู้มีอาชีพอิสระที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19, โครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับผู้มีรายได้ประจำที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19, โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับสำนักงานธนานุเคราะห์เพื่อช่วยเหลือประชาชนฐานรากที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมจากการระบาดของ COVID-19 และโครงการสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19

12.สิทธิประโยชน์ทางภาษี เพื่อสนับสนุนการบริจาคแก้ไขปัญหาโรค COVID-19
12.1 บุคคลธรรมดา บริจาคเงินหรือทรัพย์สินให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจเกี่ยวกับการป้องกัน ระงับ ยับยั้งการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 สามารถนำมาหักค่าลดหย่อนได้เท่าที่จำนวนบริจาค แต่เมื่อรวมกับเงินบริจาคตามมาตรา 47 (7) แห่งประมวลรัษฎากรแล้ว ต้องไม่เกิน 10% ของเงินได้พึงประเมินหลังจากหักค่าใช้จ่ายและหักค่าลดหย่อนอื่น ๆ แล้ว

12.2 บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล บริจาคเงินหรือทรัพย์สินให้แก่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจเกี่ยวกับการป้องกัน ระงับ ยับยั้งการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 สามารถนำมาหักเป็นรายจ่ายได้เท่าจำนวนที่บริจาค แต่เมื่อรวมกับรายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะหรือเพื่อการสาธารณประโยชน์ และเพื่อการศึกษาหรือเพื่อการกีฬา ตามมาตรา 65 ตรี (3) แห่งประมวลรัษฎากรแล้ว ต้องไม่เกิน 2% ของกำไรสุทธิ

12.3 ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีบริจาคเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจเกี่ยวกับการป้องกัน ระงับ ยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ COVID-19
ทั้งนี้ การให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีทั้งหมด มีผลใช้บังคับสำหรับการบริจาคผ่านระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากร (e-Donation) ที่ได้กระทำตั้งแต่วันที่ 5 มี.ค.2563 ถึงวันที่ 5 มี.ค.2564

13.สินเชื่อพิเศษเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มสภาพคล่องชั่วคราวในการดำรงชีวิตแก่ประชาชนที่มีรายได้ประจำ โดยธนาคารออมสิน สนับสนุนสินเชื่อวงเงินรวม 20,000 ล้านบาท วงเงินกู้สูงสุด 50,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ยคงที่ไม่เกิน 0.35% ต่อเดือน ระยะเวลากู้ไม่เกิน 3 ปี รับคำขอสินเชื่อถึงวันที่ 30 ธ.ค.2563

14.สินเชื่อฉุกเฉิน เพื่อเพิ่มสภาพคล่องชั่วคราวในการดำรงชีวิตแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากไวรัส COVID-19 โดยให้ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สนับสนุนสินเชื่อวงเงินรวม 40,000 ล้านบาท วงเงินสูงสุด 10,000 บาท คิดดอกเบี้ยคงที่ไม่เกิน 0.10% ต่อเดือน ระยะเวลากู้ไม่เกิน 2 ปี 6 เดือน ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 6 เดือน

นอกจากนี้ ยังอนุมัติวงเงินงบประมาณเพิ่มเติมสำหรับโครงการสินเชื่อฯ ของธนาคารออมสิน และ ธ.ก.ส. จำนวนไม่เกิน 1,600 ล้านบาท เพื่อชดเชยต้นทุนการดำเนินงาน (วงเงิน 40,000 ล้านบาท ดอกเบี้ย 2% ระยะเวลา 2 ปี) โดยแบ่งเป็นของธนาคารออมสินไม่เกิน 800 ล้านบาท และ ธ.ก.ส. ไม่เกิน 800 ล้านบาท จากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 และปีต่อๆ ไป

15.ให้ธนาคารออมสินสนับสนุนเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ 2,000 ล้านบาท โดยให้สำนักงานธนานุเคราะห์ นำไปเป็นทุนปล่อยกู้ให้ประชาชน คิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 0.125% ต่อเดือน ระยะเวลา 2 ปี

 


กรุงไทยพักหนี้ "เงินต้น-ดอกเบี้ย" 6 เดือน ให้ SME

Wed, 8 Apr 2020 17:08:00

วันนี้ (8 เม.ย.2563) นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ธนาคารยังคงเดินหน้าให้ความช่วยเหลือลูกค้าทั้งรายย่อยและลูกค้าธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและวิกฤต COVID-19 อย่างเต็มที่ โดยล่าสุดธนาคารกรุงไทยร่วมมาตรการเพิ่มเติมเพื่อช่วยเหลือ SME ของกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทยซึ่งเป็นไปตามร่างพระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมฯ โดยประกาศพักชำระหนี้เงินต้น-ดอกเบี้ย 6 เดือน ให้กับลูกค้าธุรกิจที่มีวงเงินกู้ไม่เกิน 100 ล้านบาท เพื่อรับมือกับรายจ่ายที่จำเป็นของธุรกิจ เริ่มมีผลเดือน เม.ย.-ก.ย.2563

นอกจากนี้ ธนาคารยังสนับสนุนสินเชื่อใหม่ (Soft Loan) เพื่อเสริมสภาพคล่องให้กลุ่มลูกค้าที่มีวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 500 ล้านบาท โดยกู้ได้สูงสุดไม่เกิน 20% ของยอดหนี้คงค้าง ณ 31 ธ.ค.2562 อัตราดอกเบี้ย 2% ต่อปี โดยธนาคารไม่คิดดอกเบี้ยในช่วง 6 เดือนแรก เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถเดินหน้าธุรกิจต่อไปได้

 

นายผยง ศรีวณิช กล่าวว่า ที่ผ่านมา ธนาคารได้ให้ความช่วยเหลือลูกค้าทุกกลุ่มทุกขนาด โดยออกมาตรการเยียวยาและบรรเทาความเดือดร้อนให้ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมมาโดยตลอด ด้วยการพักชำระเงินต้น 12 เดือนให้กับลูกค้ารายย่อย พักชำระเงินต้น 12 เดือน ขยายระยะเวลาชำระหนี้ตั๋วสัญญาใช้เงิน (P/N) และสินเชื่อ Trade Finance ออกไป 6 เดือน สำหรับลูกค้าธุรกิจที่มีรายได้ลดลง พักชำระหนี้ให้ลูกค้ารายย่อยและลูกค้าธุรกิจที่มีสถานะชำระปกติทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยนาน 3 เดือน ทั้งสินเชื่อบุคคลภายใต้การกำกับ และสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยที่มีวงเงินกู้ไม่เกิน 3 ล้านบาท สินเชื่อธุรกิจที่มีวงเงินกู้ไม่เกิน 20 ล้านบาท รวมทั้งให้สินเชื่อกรุงไทยต้านภัยโควิด-19 ดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ 2% ต่อปี คงที่ 2 ปีแรก วงเงินกู้สูงสุด 20 ล้านบาท ฟรีค่าธรรมเนียม บสย. ค้ำประกัน 4 ปี ทำธุรกรรมโอน รับ จ่าย ไม่คิดค่าธรรมเนียมนาน 1 ปี สำหรับลูกค้าธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เช่น ธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม รถเช่า ร้านขายของฝาก ของที่ระลึก ซึ่งขณะนี้ได้ให้ความช่วยเหลือลูกค้าไปแล้วกว่า 3,500 ราย วงเงินกว่า 40,000 ล้านบาท และมีลูกค้าที่อยู่ระหว่างดำเนินการอีกกว่า 70,000 ราย วงเงินประมาณ 280,000 ล้านบาท รวมวงเงินช่วยเหลือ 320,000 ล้านบาท

 

 


เช้านี้! เงินเยียวยา COVID-19 "5,000 บาท" ทยอยเข้าบัญชี

Wed, 8 Apr 2020 08:57:00

วันนี้ (8 เม.ย.2563) #เราไม่ทิ้งกัน ขึ้นเทรนด์ทวิตเตอร์ไทยตั้งแต่เช้า หลังประชาชนเริ่มได้รับเงินเยียวยาผลกระทบจากไวรัส COVID-19 จำนวน 5,000 บาท ผ่านบัญชีธนาคารเป็นวันแรก โดยมีผู้ทวีตถึง #เราไม่ทิ้งกัน แล้วกว่า 35,000 ทวีต 

ผู้ใช้ทวิตเตอร์บางส่วนระบุว่า ได้รับเงินเข้าบัญชีธนาคารตั้งแต่ช่วง 01.00 น. ที่ผ่านมา โดยยังไม่ได้มี SMS หรือ Email แจ้งผลการลงทะเบียนว่าได้รับสิทธิหรือไม่ ซึ่งผู้ที่ลงทะเบียนแล้ว สามารถตรวจสอบสถานะการลงทะเบียนได้ ผ่านเว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com แล้วเลือก "ตรวจสอบสถานะ"


จากนั้นระบบจะเข้าสู่หน้าตรวจสอบสถานะการลงทะเบียน มาตรการเยียวยาฯ โดยให้กรอกข้อมูล ดังนี้ 

จากนั้นระบบจะแจ้งว่าขณะนี้กำลังดำเนินการอยู่ในขั้นตอนใด ซึ่งมีผู้ใช้ทวิตเตอร์บางส่วนพบว่ามีการแจ้งสถานะ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ลงทะเบียนยังสามารถตรวจสอบสถานะได้อีกช่องทางที่เบอร์ 0-2111-1144

ขยายจ่ายเงินเยียวยา 5,000 บาท เป็น 6 เดือน

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แถลงว่า ครม.ได้เห็นชอบการขยายระยะเวลา การจ่ายเงินมาตรการเยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบ จากไวรัส COVID-19 จำนวนเดือนละ 5,000 บาท ที่ลงทะเบียนผ่าน www.เราไม่ทิ้งกัน.com จากเดิมกำหนดไว้ 3 เดือน ขยายเพิ่มเป็น 6 เดือน ถึงเดือน ก.ย.2563 โดยยังคงเป้าหมายไว้ที่ 9 ล้านคน

ภาพ : กระทรวงการคลัง

ภาพ : กระทรวงการคลัง

ขณะที่ นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลั (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า มีผู้ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com แล้วกว่า 24 ล้านคน แต่จะมีผู้ผ่านเกณฑ์ไม่เกิน 8 ล้านคน

เนื่องจาก สศค.ได้ประมาณการกลุ่มเป้าหมาย ที่จะได้รับสิทธิตามมาตรการแล้ว พบว่า มีผู้ประกอบอาชีพอิสระ รับจ้าง ลูกจ้างชั่วคราว กิจการส่วนตัวที่มีขนาดเล็ก และค้าขาย จำนวน 3 ล้านคน และที่เหลืออีก 5 ล้านคน เป็นกลุ่มที่อยู่ในระบบประกันสังคมตามมาตรา 39 และ 40

ภาพ : กระทรวงการคลัง

ภาพ : กระทรวงการคลัง


ขณะที่ผู้ที่ลงทะเบียนและผ่านเกณฑ์และจะได้รับเงินในวันนี้ มีจำนวนกว่า 1.6 ล้านคน โดยในวันที่ 8-10 เม.ย. จะมีการแจ้งผลผู้ผ่านเกณฑ์ ไปทาง SMS และ Email ที่ลงทะเบียนไว้

สำหรับการจ่ายเงินจะแบ่งเป็นวันที่ 8 เม.ย. จำนวน 2.8 แสนคน วันที่ 9 เม.ย. จำนวน 7.53 แสนคน และวันที่ 10 เม.ย. จำนวน 6.44 แสนคน ส่วนผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ จะได้รับ SMS ตอบกลับ ในวันที่ 9-10 เม.ย. โดยสามารถเข้าไปตรวจสอบรายละเอียด สาเหตุที่ไม่ผ่านเกณฑ์ได้ที่เว็บไซต์  www.เราไม่ทิ้งกัน.com


พร้อมกันนี้ ในส่วนของกลุ่มผู้ที่ลงทะเบียน แต่จะต้องรอตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม จะส่ง SMS แจ้งรายละเอียด เพื่อขอให้ประชาชนกรอกข้อมูลเพิ่มเติมในวันที่ 11-12 เม.ย.นี้

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เช็ก! 3 ขั้นตอน แบบไหนลงทะเบียนรับเงินเยียวยา 5,000 บาทสำเร็จ

ครม.แจกเงินคนละ 5,000 บาท 3 เดือน เยียวยาแรงงานอิสระ

 


เคาะ 801 ล้าน ซื้อ "หน้ากากอนามัย" แจกประชาชนกลุ่มเสี่ยงทั่วไทย

Wed, 8 Apr 2020 07:24:00

วันนี้ (8 เม.ย.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบให้กระทรวงพาณิชย์ใช้จ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ภายในกรอบวงเงิน 801,066,000 บาท เพื่อดำเนินโครงการบริหารจัดการหน้ากากอนามัยในสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

สำหรับค่าจัดซื้อหน้ากากอนามัยทางการแพทย์สำหรับกระจายให้กับประชาชนกลุ่มเสี่ยง จำนวน 770,400,000 บาท และค่าบริหารจัดการและกระจายสินค้า จำนวน 30,666,000 บาท และทำความตกลงในรายละเอียดกับสำนักงบประมาณตามขั้นตอนต่อไป โดยให้กระทรวงพาณิชย์ดำเนินการจัดหาในราคาที่เหมาะสม และไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนกับค่าชดเชยส่วนต่างราคาหน้ากากอนามัยให้ผู้ผลิต ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 17 มี.ค.2563

ภาพ : รัฐบาลไทย

ภาพ : รัฐบาลไทย


อีกทั้งกระทรวงพาณิชย์จะต้องพิจารณาความต้องการใช้และกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถบริหารจัดการหน้ากากอนามัยในสถานการณ์การระบาดได้เพียงพอและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการสร้างการรับรู้ให้กับประชาชนได้รับทราบและป้องกันการกักตุน


ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์จัดซื้อหน้ากากอนามัยโดยตรงจากโรงงานผู้ผลิตตามกำลังการผลิตที่มีอย่างเหมาะสม และให้บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เป็นผู้จัดส่งหน้ากากอนามัยจากโรงงานผู้ผลิตไปให้กระทรวงมหาดไทย เพื่อดำเนินการจัดสรรและกระจายหน้ากากอนามัยให้กับประชาชนกลุ่มเสี่ยงตามลำดับความสำคัญอย่างเหมาะสม ทั่วถึง และเป็นธรรมภายในเดือน เม.ย. -  ต.ค.นี้

 


ดัดเเปลงตู้โทรศัพท์สาธารณะเป็นตู้ฆ่าเชื้อโควิด-19

Wed, 8 Apr 2020 07:03:00

เมื่อวานนี้ (7 เม.ย.2563) ประชาชนที่มาใช้บริการที่บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) พัทยา จ.ชลบุรี กำลังเดินผ่านตู้โทรศัพท์สาธารณะที่ถูกดัดเเปลง มาเป็นตู้ฆ่าเชื้อโรคโควิด-19 โดยเจ้าหน้าที่ของบริษัท มีแนวคิดในการนำสินทรัพย์ที่มีอยู่ อย่างตู้โทรศัพท์สาธารณะที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว นำมาปรับปรุงออกแบบเป็นตู้ฆ่าเชื้อโรค

 



โดยตู้ดังกล่าว จะทำงานด้วยระบบฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อโรค ซึ่งได้ร่วมคิดค้นกับเจ้าหน้าที่ ทีมช่างทีโอที พัทยา ในการจัดทำตู้ฆ่าเชื้อโรคโควิด-19 ขึ้นมา และนำมาติดตั้งให้กับลูกค้า ก่อนจะเข้ามาใช้บริการ ซึ่งถือเป็นการคัดกรองก่อนที่จะเข้ามาใช้บริการ

 

น้ำยาฆ่าเชื้อผ่านการรับรองจาก อย.

สำหรับตู้ฆ่าเชื้อโรคโควิด-19 ของทีโอทีพัทยานั้น ตู้นี้ถือเป็นตู้แรกที่มีการประดิษฐ์ขึ้นมาใช้ ทั้งนี้ จะมีการทยอยประดิษฐ์ตู้ฆ่าเชื้อโรคโควิด-19 ต่อไป เพื่อนำไปติดตั้งยังศูนย์บริการทีโอที สาขาศรีราชา และสาขาสัตหีบ สำหรับน้ำยาที่นำมาใช้นั้นเป็นน้ำยาที่ผ่านการรับรองจาก อย.ไม่มีอันตรายต่อร่างกาย

 

 

สำหรับการจัดสร้างตู้ฆ่าเชื้อโรคโควิด-19 ไม่ได้มีค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด เนื่องจากมีการนำสินทรัพย์ที่มีอยู่ มาดัดแปลงจัดสร้างและถือเป็นตู้ฆ่าเชื้อโรคโควิด-19 ที่ได้มาตรฐานและไม่ก่อให้เกิดอันตรายแต่อย่างใด

 

 

 

 


ช่างโรงงานมักกะสัน รฟท.ติดเชื้อ COVID - 19

Tue, 7 Apr 2020 19:51:00

วันนี้ (7 เม.ย.2563) นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีการรายงานภายในฝ่ายบริหาร การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) มีการบันทึกข้อความจากฝ่ายซ่อมส่วนล่างรถดีเซลราง และรถไฟปรับอากาศ โดยมีเอกสารเรียนถึงผู้บริหาร แจ้งว่า มีพนักงาน 1 คน ตำแหน่งช่างซ่อมรถดีเซลรางฯ มีผลการตรวจของแพทย์ยืนยันว่า เป็นผู้ติดเชื้อไวรัส COVID-19 นั้น ขณะนี้ได้สั่งการให้ รฟท.และผู้ที่เกี่ยวข้องตรวจสอบในรายละเอียดอย่างเข้มงวด รวมทั้งให้มีการประสานขอความร่วมมือจากกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ดำเนินการตามขั้นตอนของการปฎิบัติ เพื่อให้มีเป็นไปตามมาตรฐานการควบคุมโรค ของ สธ.ต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันพรุ่งนี้ (8 เม.ย.63) จะมีการประชุมเป็นการภายในที่โรงงานมักกะสัน เพื่อหารือในการแก้ปัญหา ขณะที่มีข้อเสนอจากพนักงานในพื้นที่ว่า จะขอให้ฝ่ายบริหาร ตัดสินใจปิดโรงงานมักกะสัน 14 วัน เพื่อทำการฆ่าเชื้อในโรงงาน และกักตัวพนักงานที่ทำงานใกล้ชิดกับพนักงานคนดังกล่าว

ด้านนายศิริพงศ์ พฤทธิพันธุ์ รองผู้ว่าการ รฟท.กลุ่มธุรกิจการซ่อมบำรุงรถจักรและล้อเลื่อน เปิดเผยว่า ได้รับรายงานเบื้องต้นกรณีพบพนักงานติดเชื้อไวรัส COVID-19 เพิ่มเติม 1 คน ซึ่งคาดว่า เป็นการติดเชื้อจากบุคคลภายนอก ไม่ได้ติดจากโรงงานมักกะสัน โดยในวันพรุ่งนี้ ( 8 เม.ย.63 )จะมีมาตรการตรวจสอบช่วงเวลาการปฏิบัติหน้าที่ ของผู้ป่วยและให้พนักงานที่ใกล้ชิดกับผู้ป่วย เข้ารับการตรวจคัดกรองการติดเชื้อดังกล่าว

 

 


มติ ครม.ขยายเวลาวงเงินคุ้มครองเงินฝาก 5 ล้านบาท 1 ปี

Tue, 7 Apr 2020 17:08:00

วันนี้ (7 เม.ย.2563) นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการสถาบันคุ้มครองเงินฝาก เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 7 เม.ย.2563 ได้มีมติให้ความเห็นชอบในการขยายระยะเวลาบังคับใช้วงเงินการคุ้มครองเงินฝาก จำนวน 5 ล้านบาท จากเดิมถึงวันที่ 10 สิงหาคม 2563 เป็นขยายระยะเวลาถึงวันที่ 10 สิงหาคม 2564

เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ได้รับการประกาศจากองค์การอนามัยโลกให้เป็นภาวะการระบาดใหญ่ทั่วโลก และส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อนานาประเทศทั้งในเชิงเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงทำให้เกิดความผันผวนในตลาดเงิน ตลาดทุน และระบบการเงินทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย

ดังนั้น เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบที่เกิดจากการระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 และรักษาความเชื่อมั่นของผู้ฝากเงินไว้ อันจะเป็นการเสริมสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงต่อระบบสถาบันการเงินและระบบเศรษฐกิจโดยรวม จึงขยายระยะเวลาการบังคับใช้วงเงินคุ้มครองเงินฝาก โดยมีรายละเอียด ดังนี้

กำหนดวงเงินความคุ้มครองเงินฝาก ปัจจุบัน จำนวน 5 ล้านบาท ถึงวันที่ 10 ส.ค. 2564 และตั้งแต่วันที่ 11 ส.ค. 2564 เป็นต้นไป คุ้มครองจำนวน 1 ล้านบาท การขยายวงเงินคุ้มครองเงินฝากครั้งนี้ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ฝากเงิน ในช่วงสถานการณ์ปัจจุบัน และทำให้ผู้ฝากเงิน มีความมั่นใจต่อการใช้บริการของสถาบันการเงินเป็นปกติ โดยวงเงินคุ้มครองที่ 5 ล้านบาทต่อคนต่อสถาบันการเงิน ครอบคลุมผู้ฝากถึงร้อยละ 99.65 ของจำนวนผู้ฝากเงินทั้งระบบ (ณ 31 ธ.ค. 62) และในปัจจุบันสถาบันการเงินของไทยได้รับการกำกับดูแลจากทางการอย่างใกล้ชิด

นายทรงพล กล่าวเพิ่มเติมว่า “การขยายวงเงินคุ้มครองในครั้งนี้ เป็นการดูแลคุ้มครองผลประโยชน์ของประชาชนผู้ฝากเงิน สถาบันคุ้มครองเงินฝากจะดูแลผลประโยชน์ของผู้ฝากอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤตในครั้งนี้ไปด้วยกัน


หุ้นไทยทะยาน 80 จุด รับข่าวดีออก พ.ร.ก. 3 ฉบับ

Tue, 7 Apr 2020 15:50:00

วันนี้ (7 เม.ย.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาวะการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ซึ่งดัชนีในช่วงภาคบ่ายปรับเพิ่มขึ้นกว่า 80 จุด หลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้กระทรวงการคลังออก พ.ร.ก.กู้เงิน และให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออก พ.ร.ก. 2 ฉบับ รวมเม็ดเงิน 1,900,000 ล้านบาท เพื่อดูแลและเยียวยาผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19

ขณะเดียวกัน ยังมีแรงซื้อเข้ามาในหุ้นขนาดใหญ่อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางตลาดหุ้นต่างประเทศที่ปรับขึ้นในวันนี้ ล่าสุด ดัชนีหุ้นไทย เมื่อเวลา 15.49 น. ดัชนี SET อยู่ที่ 1,219.79 จุด เพิ่มขึ้น 80.95 จุด หรือคิดเป็น 7.06% และมีมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 83,414.76 ล้านบาท


ข้อจำกัดแหล่งเงินเยียวยาเศรษฐกิจ

Mon, 6 Apr 2020 19:48:00

นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เสนอให้รัฐบาลเร่งกระบวนการงบประมาณ ปี 2564 โดยเร่งนำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณเข้าสู่การพิจารณาให้เร็วขึ้นในเดือน มิ.ย. เพื่อให้งบประมาณคลอดทันเดือ ก.ย. และเริ่มใช้ได้ เดือน ต.ค.ทันที

ขณะที่แหล่งงบประมาณ ที่ใช้ได้เลยมี 3 ส่วน ส่วนแรก คือทุนสำรองจ่ายตามกฏหมายงบประมาณรายจ่าย 2563 จำนวน 50,000 ล้านบาท ที่ควรจัดสรรให้สถานพยาบาลก่อน และส่วนที่เหลือสมทบกับการชดเชยคนว่างจากงานขาดจากรายได้

ส่วนที่ 2 คืองบประมาณส่วนที่ไม่ได้ใช้ในปี 2563 ยกเว้นกระทรวงการต่างประเทศ ประมาณร้อยละ 20 ควรรวมไว้ในงบกลาง สำหรับแก้ปัญหาฉุกเฉินจาก COVID-19 แต่ละกลุ่มคน พร้อมกับมีการทบทวนแผนยุทธศาสตร์ชาติและแผนงานการปฏิรูปประเทศ ส่วนที่ 3 คือการออกกฎหมายกู้เงินในประเทศ จากกองทุนต่างๆ ที่จะเป็นการช่วยเหลือกองทุนให้มีสถานะดีขึ้นด้วย

ขณะที่ปัญหากลุ่มภาคการท่องเที่ยวเกิดขึ้นทั้งฝ่ายผู้ประกอบการที่ต้องการเงินกู้ภาวะวิกฤติไม่มีโอกาสเข้าถึงเพราะติดเงื่อนไขของธนาคาร เช่นเดียวกับแรงงานที่จำนวนมากยังไม่ได้รับการเยียวยา

นายนณริฏ พิศลยบุตร นักวิชาการอาวุโส ทีดีอาร์ไอ ประเมินว่ารัฐบาลจะสามารถดึงมาใช้เยียวยาเศรษฐกิจทั้งหมดตามกฎหมาย ได้เพียง 500,000 - 700,000 ล้านบาท หรือประมาณ ร้อยละ 3-4 ของ GDP ที่จะใช้เป็นเงินจ่ายตรงถึงประชาชน ทั้งส่วนที่ใช้ไปแล้วและกำลังจะออกมาตรการใหม่ ไม่ใช่ร้อยละ 10 อย่างที่ระบุไว้ หากเทียบกับต่างประเทศแล้วจัดว่าเป็นการเยียวยาระดับปานกลางเท่านั้น โดยหากรัฐบาลมีเงินจำกัดจึงต้องใช้อย่างระมัดระวังและใช้ให้ตรงจุด แต่จำเป็นต้องแจกแบบเจาะจงกลุ่มที่เดือดร้อนหนัก และแจกแบบหว่านกลุ่มใหญ่ เช่น เกษตรกร แรงงานนอกระบบ ส่วนมาตรการการเงินสำหรับผู้ประกอบการแยกเป็นมาตรการอีกส่วน เช่น การให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ รัฐบาลจำเป็นต้องปลดล็อกเป็นกรณีพิเศษ เพื่อตัดข้ออุปสรรคที่ทำให้ผู้ประกอบการเข้าไม่ถึงสินเชื่อ


ลงทะเบียนยกเลิก 5,000 บาท วันแรกกว่า 70,000 คน

Sat, 4 Apr 2020 19:47:00

วันนี้ ( 3 เม.ย.2563) หลังจากกระทรวงการคลังเปิดให้แจ้งขอยกเลิกการลงทะเบียนมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 จำนวน 5,000 บาท ผ่านเว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com ตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน เป็นต้นไปนั้น พบว่าข้อมูลเมื่อเวลา 12.00 น. มีผู้ลงทะเบียนขอยกเลิกการเข้าร่วมโครงการแล้ว มากกว่า 73,000 คน ส่วนใหญ่เป็นนิสิต นักศึกษา

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : 9.6 ล้านคน แห่ลงทะเบียนรับ 5,000 บาท

ผู้ลงทะเบียนยกเลิกไปแล้วจะไม่สามารถกลับมาเข้าลงทะเบียนใหม่ได้ แต่หากต้องการแก้ไขข้อมูลการลงทะเบียน ต้องรอ SMS หรือ อีเมลล์ แจ้งว่าข้อมูลไม่ถูกต้องก่อน จึงจะสามารถกลับมาลงทะเบียนแก้ไขใหม่ได้

นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งตรวจสอบคัดกรองผู้ลงทะเบียนที่ให้ข้อมูลและคุณสมบัติถูกต้องครบถ้วน ก่อนทยอยส่ง SMS แจ้งผลการลงทะเบียน และโอนเงินล็อตแรก ตั้งแต่วันที่ 8 เมษายนเป็นต้นไป

ธ.ก.ส.พักชำระหนี้ต้นเงินและดอกเบี้ย 3 เดือน

นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตร และสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. ได้ออกมาตรการบรรเทาผลกระทบเพิ่มเติม โดยพักชำระหนี้ต้นเงินและดอกเบี้ย 3 เดือน แบบอัตโนมัติ ตั้งแต่เดือนเมษายน-มิถุนายน 2563 สำหรับลูกค้าที่มีสถานะการชำระปกติ ไม่เป็น NPL ทั้งในส่วนของเกษตรกร บุคคล นิติบุคคล กลุ่มบุคคล กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชุน และสหกรณ์ ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาด COVID-19 ทั้งทางตรงและทางอ้อม

โดยมีวงเงินกู้ไม่เกิน 3 ล้านบาท กรณีสินเชื่อบุคคลและที่อยู่อาศัย ส่วนสินเชื่อ SME วงเงินไม่เกิน 20 ล้านบาท หากครบกำหนดระยะเวลา 3 เดือนแล้ว แต่ยังไม่สามารถชำระหนี้ได้ สามารถติดต่อขอปรับโครงสร้างหนี้ได้

นอกจากนี้ สมาคมไทยธนาคารไทย แจ้งว่า ธนาคารพาณิชย์ และสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ เตรียมกลับมาเปิดให้บริการเปิดบัญชีใหม่และผูกพร้อมเพย์ ที่สาขาธนาคาร ตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน โดยจำกัดจำนวนให้บริการ เพื่อควบคุมการระบาดของโรคติดเชื้อ COVID-19

 

 

 


ลูกค้าทิ้งคำสั่งซื้ออาหารส่งด่วนเพิ่มขึ้น

Sat, 4 Apr 2020 19:41:00

วันนี้ (4 เม.ย.2563) พนักงานรับส่งอาหารผ่านแอปพลิเคชัน นั่งรอรับอาหารที่ลูกค้าสั่งในพื้นที่ที่ห้างได้จัดเตรียมไว้ หลายคนบอกว่าช่วงนี้มีลูกค้าสั่งอาหารจำนวนมาก เนื่องจากไม่ต้องการออกจากบ้าน แต่สำหรับพนักงานรับส่งอาหารแล้ว ขณะนี้ต้องเสียเวลารออาหารนานกว่าปกติ จนทำให้ลูกค้าทิ้งออเดอร์กะทันหัน

พนักงานส่งอาหารคนหนึ่งบอกว่าถูกลูกค้ายกเลิกคำสั่งซื้อมาแล้ว 3 ครั้ง ทำให้วันนี้รายได้หายไปเกือบครึ่ง ซึ่งออเดอร์ที่สั่งมาก็ต้องรับผิดชอบเอากลับไปกินเอง โดยขอร้องให้ลูกค้าเห็นใจพนักงานอย่ายกเลิก เพราะมีผลต่อรายได้และการบริการ ขณะที่พนักงานบางคนบอกว่า แม้จำนวนผู้สั่งอาหารจะเพิ่มขึ้น แต่รายได้ไม่ได้เพิ่มขึ้น เพราะทำรอบได้น้อยลง เนื่องจากต้องรอนาน จนบางครั้งทำให้ลูกค้ายกเลิกออเดอร์

ธุรกิจร้านอาหารปรับตัวรับ COVID-19

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า การระบาดของโรค COVID-19 ที่ยังมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น ทำให้ภาครัฐออกมาตรการขอความร่วมมือปิดสถานประกอบการเป็นการชั่วคราว กระทบผู้ประกอบการค้าปลีกและธุรกิจร้านอาหาร เนื่องจากให้บริการหน้าร้านและในร้านเป็นหลัก ทำให้ต้องเร่งปรับตัวขายสินค้าออนไลน์ หรือ E-Commerce และบริการสั่งอาหารไปยังที่พัก หรือ Food Delivery

ทั้งนี้ คาดว่า ช่วงวันที่ 22 มี.ค. - 30 เม.ย.2563 จะมียอดขายเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาปกติ 8,000 ล้านบาท แบ่งเป็น E-Commerce 6,800 ล้านบาท และ Food Delivery 1,200 ล้านบาท


คมนาคมประสานตำรวจบัญชาการศูนย์ EOC คุมเข้มสุวรรณภูมิ

Sat, 4 Apr 2020 16:22:00

วันนี้ (4 เม.ย.2563) จากกรณีผู้โดยสาร 152 คนเดินทางจากต่างประเทศเข้ามาถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ วานนี้ (4 เม.ย.2563) และไม่ได้เข้ารับการกักตัวในพื้นที่ที่หน่วยงานรัฐจัดให้ 14 วัน ตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข และ กพท. ในช่วงประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ


นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม ระบุว่า ที่ผ่านมาการปฏิบัติงานของศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (EOC) ในส่วนของพื้นที่การคัดกรองด้านใน เจ้าหน้าที่จากสาธารณสุข และท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ของ บมจ.ท่าอากาศยานไทย สามารถจัดการดูแลพื้นที่ได้ แต่เมื่อออกมาด้านนอกเพื่อนำผู้โดยสารไปกักตัวตามมาตรการนั้น จำเป็นจะต้องมีเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือทหารฝ่ายความมั่นคง เข้ามาบัญชาการเหตุการณ์

ศูนย์ EOC จำเป็นต้องปรับรูปแบบการจัดการ ประสานความร่วมมือมากขึ้น และให้มีผู้บัญชาการเหตุการณ์ เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูง เพื่อการทำงานและการบังคับใช้กฎหมายชัดเจนยิ่งขึ้น


ปลัดกระทรวงคมนาคม ย้ำว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จึงขอให้ประชาชนทั่วไปหรือผู้โดยสารที่เดินทางปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการแพร่ของเชื้อไวรัส COVID-19

กพท.ออกประกาศชัดเจน ช่วยผู้โดยสารค้างท่อ

ส่วนกรณีสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย หรือ กพท. มีการออกประกาศไม่ให้เที่ยวบินพาณิชย์ จากต่างประเทศเดินทางเข้าไทยจนถึงวันที่ 6 เม.ย.นี้ เพื่อแก้ปัญหาผู้โดยสารที่อยู่ระหว่างการเดินทางซึ่งถือว่าเป็นผู้โดยสารที่ค้างท่อ แต่ทั้งหมดก็ต้องเข้ามาตรการการกักตัว 14 วัน

หลังจากนี้ กระทรวงต่างประเทศ โดยสถานทูตในต่างประเทศ งดออกเอกสารรับรองให้เดินทาง ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีจนถึงวันที่ 15 เม.ย.2563 ระหว่างนี้เชื่อว่าจะไม่มีเที่ยวบินหรือผู้โดยสารที่สามารถเดินทางเข้ามาประเทศไทยจากต้นทางได้แล้ว


ด้านนายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เปิดเผยว่า ก่อนการประกาศห้ามเครื่องบินเข้าไทย เป็นเวลา 3 วัน จะมีเที่ยวบินเข้าไทยประมาณวันละ 20-25 เที่ยวบิน โดยในจำนวนนี้เป็นเที่ยวบินขนส่งสินค้า (คาร์โก้) วันละประมาณ 5 เที่ยวบิน

ทั้งนี้ หลังจากมีประกาศแล้ว จะส่งผลกระทบต่อเที่ยวบินที่เข้าไทยไม่มากนัก และการออกประกาศที่ชัดเจน จะทำให้สายการบินตัดสินใจยกเลิกทำการบินมาไทยชั่วคราว ได้ง่ายขึ้น ซึ่งเป็นผลดีต่อการควบคุมโรค

 


บขส.-รถร่วม แจ้งงดขายตั๋วทุกเส้นทางที่มีระยะทางเกิน 300 กม.

Sat, 4 Apr 2020 11:42:00

วันนี้ (4 เม.ย.2563) บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) แจ้งว่า ตามที่รัฐบาลได้ประกาศเคอร์ฟิว ห้ามบุคคลทั่วราชอาณาจักรออกนอกเคหสถาน ระหว่างเวลา 22.00 - 04.00 น. ตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย.2563 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง ประกอบกับบางจังหวัดประกาศปิดเมืองห้ามประชาชนเดินทางเข้า-ออก และการใช้มาตรการเว้นระยะห่าง Social Distancing บนรถโดยสาร ทำให้ บขส. ไม่สามารถจัดรถให้บริการประชาชนได้ทุกเส้นทางทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย.2563 เป็นต้นไป

รถร่วมฯ แจ้งหยุดขายตั๋วตั้งแต่ 4 เม.ย.

ขณะที่ล่าสุดผู้ประกอบการรถร่วมฯ แจ้งขอหยุดการเดินรถเส้นทางสายยาวที่มีระยะทางเกิน 300 กิโลเมตร เนื่องจากต้องทำ Social Distancing เว้นระยะห่าง เช่นกัน จึงไม่สามารถจำหน่ายตั๋วโดยสารได้ ตั้งแต่วันนี้ (4 เม.ย. 63) เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ จึงแจ้งผู้ใช้บริการงดเข้ามาซื้อตั๋วที่สถานีทุกแห่งทั่วประเทศ

แนะไม่จำเป็นขอให้งดเดินทางเพื่อชาติ

ส่วนการเดินรถสายสั้นของรถตู้โดยสาร ระยะทางไม่เกิน 300 กิโลเมตร ยังมีรถตู้ให้บริการในช่วงเวลา 05.00 - 16.00 น. โดยรถตู้โดยสารทุกคันจะใช้มาตรการเว้นระยะห่าง Social Distancing อย่างเข้มงวด ทำให้ความถี่ในการเดินรถลดลง ดังนั้น หากไม่มีเหตุจำเป็นขอให้ผู้โดยสารงดการเดินทาง และปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาลที่รณรงค์ “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19


กพท.จ่อประกาศคืนนี้! งดเครื่องบินทั่วโลกเข้าประเทศไทย 3 วัน

Fri, 3 Apr 2020 22:17:00

วันนี้ (3 เม.ย.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานจาก สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ว่า จากปัญหาความวุ่นวายที่สนามบินสุวรรณภูมิที่ผู้โดยสารที่เดินทางมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศญี่ปุ่น เมื่อเดินทางมาถึงประเทศไทยแล้วไม่ยอมถูกกักตัว 14 วัน ตามประกาศของ กพท. และตาม พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉินนั้น ซึ่งถือว่าผิดกฎหมาย

ดังนั้นทาง กพท. จะประกาศห้ามเครื่องบินจากทุกประเทศและผู้โดยสารเข้าประเทศไทย จำนวน 3 วัน โดยมีผลตั้งแต่คืนนี้เป็นต้นไป ขณะเดียวกันทาง กพท. ได้มีการประสานงาน ยังกระทรวงการต่างประเทศเพื่อประสานงานไปยังแต่ละประเทศว่าประเทศไทยจะมีการออกประกาศดังกล่าว ห้ามไม่ให้สายการบินนำผู้โดยสารและเครื่องบินเข้าประเทศไทย

ขณะเดียวกันทาง กพท.จะรวบรวมว่า ในช่วงนี้มีสายการบินอะไรบ้างที่แจ้งว่าจะทำการบินเข้าประเทศไทย กี่เที่ยวบิน มีผู้โดยสารจำนวนเท่าไหร่เพื่อรวบรวม ข้อมูล อย่างไรก็ตามทาง กพท. จะออกประกาศภายคืนนี้

 

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า ขณะเดียวกันจากปัญหาที่เกิดขึ้นที่สนามบินที่ผู้โดยสารที่เดินทางเข้าประเทศไทยไม่ยอมกักตัวตามคำแจ้งของเจ้าหน้าที่นั้น ในทางปฏิบัติขณะนี้ ทางฝ่ายความมั่นคงทั้งทหารและตำรวจ จะมีการไปเชิญตัวผู้โดยสารที่เดินทางเข้าประเทศไทยในวันนี้ กลับมากักตัวตามที่สถานที่ราชการกำหนด ซึ่งจะเป็นที่สัตหีบและกำแพงแสน รวมถึงโรงแรมต่างๆ ที่เข้าร่วมโครงการกับรัฐบาล เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

สุวรรณภูมิวุ่น! ผู้โดยสารไม่พอใจ รัฐไม่ชี้แจง-บังคับกักตัว 14 วัน


บขส.หยุดเดินรถทุกเส้นทาง เว้นมาทำงาน-พบแพทย์

Fri, 3 Apr 2020 16:22:00

วันนี้ (3 เม.ย.2563) นายจิรศักดิ์ เยาว์วัชสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 2 เม.ย.2563 ห้ามบุคคลทั่วราชอาณาจักรออกนอกเคหสถาน ระหว่างเวลา 22.00 - 04.00 น. ตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย.2563 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง ประกอบกับบางจังหวัดประกาศปิดเมือง และต้องใช้มาตรการเว้นระยะห่าง Social Distancing ทำให้ บขส. ไม่สามารถจัดรถให้บริการประชาชนได้ ทุกเส้นทางทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย.เป็นต้นไป

 

จึงขอให้ผู้โดยสารที่ซื้อตั๋วล่วงหน้าไว้แล้ว ขอคืนตั๋วโดยสารหรือเลื่อนการเดินทาง ผ่านทางเว็บไซต์ transport.co.th ได้ตั้งแต่วันที่ 5 เม.ย. เป็นต้นไป ยกเว้นการรับ-ส่ง พัสดุภัณฑ์ของ บขส. ที่ต้องขนส่งเครื่องอุปโภคบริโภคให้กับประชาชน ยังเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 05.00 น. จนถึงเวลา 20.30 น.สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1490 เรียก บขส. ตลอด 24 ชั่วโมง

นอกจากนี้ บขส.จะเปิดให้บริการสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร, เอกมัย , ถนนบรมราชชนนี) และสถานีเดินรถโดยสารขนาดเล็ก (จตุจักร) หรือรถตู้ เริ่มเวลา 05.00 น. และสิ้นสุดเวลา 19.00 น. ตั้งแต่วันนี้ (3 เม.ย.) เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ

 

ส่วนรถร่วมฯ ผู้ประกอบการส่วนใหญ่แจ้งขอหยุดการเดินรถ แต่ยังมีบางเส้นทางที่วิ่งให้บริการ เนื่องจากประชาชนบางส่วนยังมีความจำเป็นต้องเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะเพื่อมาทำงาน หรือพบแพทย์ตามนัด โดยเส้นทางที่มีระยะทางเกิน 300 กิโลเมตร (สายยาว) จะมีรถให้บริการช่วงเวลา 05.00-11.00 น.เท่านั้น ส่วนเส้นทางที่มีระยะทางไม่เกิน 300 กิโลเมตร (สายสั้น) จะมีรถให้บริการช่วงเวลา 05.00-16.00 น.

สำหรับการเดินรถในภาพรวม ผู้โดยสารลดลงกว่าร้อยละ 90 และมีแนวโน้มจะลดลงอีก เพราะผู้ประกอบการทยอยหยุดการเดินรถ และรัฐบาลมีนโยบายให้ทำงานที่บ้าน Work From Home ทำให้รถในระบบมีวิ่งให้บริการไม่ถึงร้อยละ 10 ทั้งนี้ขอความร่วมมือผู้โดยสารหากไม่มีความจำเป็น ควรงดเดินทางเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ซึ่งการเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะนับว่ามีความเสี่ยงสูง ประชาชนควรอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ


ผู้ประกอบการท่องเที่ยว "เกาะช้าง" ประกาศปิดกิจการ 1 เดือน

Fri, 3 Apr 2020 16:02:00

วันนี้ (3 เม.ย.2563) นายพิเชียน ลิมป์หวังอยู่ ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เข้าทำความเข้าใจกับชาวบ้านและผู้ประกอบการท่องเที่ยวบนเกาะช้างกว่า 100 คน หลังได้ทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดให้พิจารณาปิดเกาะช้าง และการเดินทางเข้าตัวเมืองตราด เพื่อสกัด COVID-19 เนื่องจากทั้ง 2 พื้นที่ยังไม่พบการแพร่ระบาด

ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด ยืนยันว่า เบื้องต้นยังไม่สามารถประกาศปิดเกาะช้างได้ เพราะประเมินแล้วยังไม่มีสถานการณ์รุนแรง แต่หากสถานประกอบการปิดตัวเอง จะไม่ได้เงินเยียวยาทั้งในภาคธุรกิจและภาคแรงงาน

ขณะที่ผู้ประกอบการบางส่วน พร้อมใจกันปิดกิจการ 1 เดือน โดยป้ายประกาศงดรับนักท่องเที่ยวติดบริเวณด่านท่าจอดเรือและถนน เริ่มในวันนี้ (3 เม.ย.)

ด้านโรงพยาบาลตราด ยืนยันมีอุปกรณ์ทางการแพทย์เพียงพอสำหรับบุคลากร ปฏิเสธกระแสข่าวที่หัวหน้ากลุ่มงานพยาธิวิทยากายวิภาค โรงพยาบาลตราด โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก และทำหนังสือร้องเรียนถึงผู้ว่าราชการจังหวัดตราด โดยได้ตั้งกรรมการสอบสวนเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่ใช่การตั้งกรรมการสอบเพื่อเอาผิดตามที่ถูกกล่าวอ้าง


เริ่มวันนี้ ! "นครชัยแอร์" หยุดเดินรถทุกเส้นทางทั่วประเทศไม่มีกำหนด

Fri, 3 Apr 2020 15:40:00

วันนี้ (3 เม.ย.2563) นางเครือวัลย์ วงศ์รักมิตร ประธานกรรมการบริษัท นครชัยแอร์ จำกัด กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) ตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.ที่ผ่านมา และเมื่อ 2 เม.ย.ที่ผ่านมา รัฐบาลได้ประกาศเคอร์ฟิวทั่วราชอาณาจักร กำหนดห้ามออกนอกเคหสถาน เวลา 22.00-04.00 น.โดยมีผลบังคับวันนี้ จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง

ทั้งนี้ บริษัทมีมาตรการคุมเข้มมาตรการเพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ตามนโยบายของรัฐบาลในการคัดกรองผู้โดยสาร รวมถึงกำหนดให้มีการเว้นระยะที่นั่งบนรถโดยสารสาธารณะอย่างเข้มข้น พร้อมขอความร่วมมือประชาชนลดการเดินทาง เพื่อลดโอกาสการแพร่เชื้อตามนโยบายของรัฐบาล

แต่ที่ผ่านมา บริษัทยังคงได้รับการประสานจากหน่วยงานสาธารณสุขว่า พบผู้ติดเชื้อร่วมเดินทางมากับรถโดยสารนครชัยแอร์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งบริษัทได้ดำเนินการตามมาตรฐานสาธารณสุข ด้วยการส่งตัว พนักงานขับรถ พนักงานต้อนรับ รวมทั้งรายชื่อผู้โดยสารทั้งหมด ให้หน่วยงานสาธารณสุขสอบสวนโรคและกักตัวเฝ้าสังเกตอาการ

สำหรับผู้โดยสารที่มีตั๋วเดินทางตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมาสามารถเดินทางใหม่ได้ภายใน  1 ปี นับจากวันที่ระบุบนตั๋วโดยสารใบเดิม โดยระหว่างนี้ผู้โดยสารไม่ต้องดำเนินการใดๆ ระบบจะดำเนินการเลื่อนตั๋วโดยไม่ระบุวันเดินทางให้โดยอัตโนมัติ ท่านสามารถระบุวันเดินทางใหม่ได้เมื่อบริษัทเปิดให้บริการตามปกติ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

“วิษณุ” เผยอาจขยายเวลาเคอร์ฟิว หากตรึง 6 ชม. ไม่ได้ผล

หาตัว! ผู้โดยสารรถทัวร์กรุงเทพ-เชียงแสน พบติดเชื้อแล้ว 3 คน