โควิด-19 ระลอก 3 ซ้ำเติมหนี้ครัวเรือน

Tue, 20 Apr 2021 19:51:00

 

สิ้นปี 2563 แบงก์ชาติ รายงานตัวเลขหนี้ครัวเรือน พบว่ามีมูลหนี้รวม 14.02 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนต่อจีดีพีที่ ร้อยละ 89.3 สูงสุดในรอบ 18 ปี

 

แต่ไส้ใน สะท้อนว่าทั้งผู้กู้ และผู้ปล่อยกู้ต่างก็เพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น เพราะยอดคงค้างหนี้ครัวเรือน เติบโตต่ำสุดในรอบ 4 ปี

 

ส่วนแนวโน้มในปี 2564 สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพี ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าน่าจะขยับสูงขึ้นมาอยู่ในกรอบ ร้อยละ 89.0-91.0 ต่อจีดีพี

 

แต่ตัวเลขนี้ สัดส่วนอาจจะสูงขึ้น จากการระบาดของโควิด-19 รอบใหม่ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า โควิด-19 ระลอก 3 มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจมากกว่ารอบที่แล้ว และผลดังกล่าวจะกระทบเป็นลูกโซ่ต่อเนื่องไปที่รายได้ และกดดันหนี้ครัวเรือนเพิ่มเติม

หลังโควิดระลอก 3 กลุ่มอาชีพอิสระ อาชีพรับจ้าง อยู่ในฐานะลำบากต้องขาดสภาพคล่องอย่างรุนแรง เพราะไม่มีคนมาใช้บริการ หลังจากหลายภาคส่วนออกมาตรการทำงานที่บ้าน Work From Home ทำให้รายได้ก็ลดลง แถมยังมีหนี้สิน อยากให้รัฐบาลเร่งเยียวยาและฉีดวัคซีนให้ครอบคลุม เพื่อจะทำให้พวกเขากลับมาทำมาค้าขายได้ปกติ

สุเทียน โสทกมาต คนขับวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง แยกห้วยขวาง ซึ่งปกติเป็นย่านธุรกิจใกล้สถานีรถไฟฟ้า ทำให้มีลูกค้าใช้บริการจำนวนมาก โดยเฉพาะช่วงเวลาเร่งด่วน มีรายได้มากกว่า 1,000 บาทต่อวัน

แต่ผลของมาตรการ Work from home จากการระบาดระลอกใหม่ ทำให้รายได้เขาลด บางวันเหลือเพียง 60 บาท สุเทียน บอกว่า โควิดรอบ 3 หนักกว่าที่ผ่านมา เพราะคนกังวลมาก จนแทบไม่เหลือลูกค้ามาใช้บริการ

ไม่ต่างจากผู้ให้บริการคนอื่น ที่บางวันแทบไม่มีรายได้เข้ามา จากช่วงเช้าที่เคยคึกคัก เต็มไปด้วยลูกค้าประเภทมนุษย์เงินเดือนกลับต้องซบเซา แม้คิดจะหาอาชีพเสริม เช่น ขับแกร็บส่งเอกสาร แต่ก็ไม่ได้มีรายได้มากขึ้น เพราะตั้งแต่โควิด-19 คนตกงานจำนวนมาก หันมาทำอาชีพนี้เยอะขึ้น

อาณัติ ทองมอญ มอเตอร์ไซค์รับจ้าง บอกว่า สถาบันการเงินเริ่มกลับมาทวงถามหนี้ หลังหมดมาตรการช่วยเหลือ เดิมทีเขาคิดว่าจะกลับมาส่งเงินกู้ได้อีกครั้ง เพราะไม่คิดว่าโรคโควิด-19 จะกลับมาระบาดอีกรอบ 3 แม้จะทำอาชีพ ขับส่งเอกสาร แต่ก็ไม่งานเข้ามา

เช่นเดียวกับ แม่ค้ารายย่อย บอกว่า หลังจากทุกคนหยุดเชื้ออยู่บ้านยอดขายก็ตกลง ร้อยละ 20 เพราะปกติลูกค้าจะเป็นพนักงานบริษัท และหมดมาตรการรัฐ ยอดขายยิ่งลดลง

ในช่วงเวลา 14 วันหลังจากนี้ กลุ่มอาชีพอิสระ ผู้มีรายได้น้อย ต่างคาดหวังให้มาตรการของ ศบค. จะได้ผลเพื่อทำให้สถานการณ์กลับมาปกติ และกลุ่มอาชีพอิสระอย่างพวกเขา กลับมาทำมาค้าขายได้เหมือนเดิม

ก่อนหน้านี้ แบงก์ชาติมองว่า หนี้ครัวเรือนสูง จะเป็นปัญหาระยะสั้น ที่ผ่านมา จึงเน้นมาตรการยืดหนี้ ลดค่างวด แต่ปรากฎว่าปัจจุบัน ไทยยังเจอการระบาดโควิด-19 รอบใหม่ ส่งผลให้ปัญหาหนี้สินไม่หมดไปโดยง่าย

ผู้ว่าการแบงก์ชาติ ยอมรับว่า เป็นห่วงปัญหาหนี้ครัวเรือนสูงในระยะยาว และการแบกรับภาระหนี้ที่มากเกินไปของประชาชนจะเป็นตัวฉุดรั้งการบริโภค และการลงทุนในประเทศ แบงก์ชาติ จึงอยากให้มีการปรับโครงสร้างหนี้ และลดมูลหนี้ แต่ก็ต้องขึ้นกับเจ้าหนี้ด้วยเช่นกัน

เมื่อประชาชนมีรายได้ลดลง ก็ยิ่งทำให้ความสามารถการชำระหนี้ของครัวเรือนลดลง แบงก์ชาติ กำลังดูว่าถ้าสิ้นสุดมาตรการพักหนี้ ยืดหนี้แล้ว จะทำอย่างไร ทั้งนี้ ปัญหาด้านรายได้ของลูกหนี้รายย่อย พวกเขาไม่ต้องการสินเชื่อใหม่ แต่ต้องการรายได้ ถ้าเพิ่มรายได้ไม่ได้ ก็ต้องลดหนี้ ลดภาระ และปรับโครงสร้างหนี้ต่างๆ ซึ่งแตกต่างจากธุรกิจเอสเอ็มอีที่ต้องการสภาพคล่อง

 

 

 

 


ครม.เพิ่มสิทธิรับเงิน "เราชนะ" อีก 2.4 ล้านคน ใช้จ่ายถึง 30 มิ.ย.

Tue, 20 Apr 2021 13:53:00

วันนี้ (20 เม.ย.2564) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุม ครม.มีมติเห็นชอบตามข้อเสนอของกระทรวงการคลังให้เปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการ "เราชนะ" ขยายกลุ่มเป้าหมายและกรอบวงเงินของโครงการ

โดยเพิ่มกลุ่มเป้าหมายอีก 2.4 ล้านคน รวมกลุ่มเป้าหมายประมาณ 33.5 ล้านคน ใช้กรอบวงเงินไม่เกิน 213,243 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 3,042 ล้านบาท

นอกจากนี้ยังขยายระยะเวลาใช้วงเงินสนับสนุนสำหรับผู้ได้รับสิทธิ์ตามโครงการ สามารถใช้จ่ายได้ถึงวันที่ 30 มิ.ย.2564 จากเดิมที่ใช้จ่ายได้ถึงวันที่ 31 พ.ค.นี้

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คลังชง ครม.ขยายมาตรการ "เราชนะ" ถึงสิ้นเดือน มิ.ย.นี้

 

 


อธิบดีกรมทางหลวง สั่งตั้ง คกก.สอบ ถ.มิตรภาพทรุดเป็นหลุม

Tue, 20 Apr 2021 13:50:00

วันนี้ (20 เม.ย.2564) นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยถึงกรณีเกิดผิวถนนทรุดตัวบริเวณทางหลวงหมายเลข 2 (ถนนมิตรภาพ) ตอนโคกกรวด-นครราชสีมาที่ กม. 131+800 บริเวณทางคู่ขนานด้าน ช้ายทาง (ขาเข้า นครราชสีมา) ระยะทางประมาณ 10 เมตร ความลึก 3 เมตรว่า ได้สั่งการให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวแล้ว และให้ตรวจสอบแล้วเสร็จภายใน 14 วัน เนื่องจากต้องพิจารณารายละเอียดของชั้นโครงสร้างทาง รวมถึงสาเหตุต่าง ๆ ให้ชัดเจน


นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้ทุกแขวงทางหลวงทั่วประเทศ ให้เข้มงวดกวดขันทุกพื้นที่รับผิดชอบ โดยตรวจสอบสภาพถนน และหามาตรการเชิงป้องกัน เพื่อไม่ให้เกิดกรณีเช่นนี้ขึ้นอีก พร้อมทั้งกำหนดบทลงโทษผู้รับผิดชอบด้วย ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยของประชาชนในการใช้ถนน

คาดเหตุจากน้ำกัดเซาะชั้นโครงสร้างทาง

ด้านนายชิตพล เหล่าอัน ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงนครราชสีมาที่ 2 กรมทางหลวง (ทล.) กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า สาเหตุเกิดจากน้ำกัดเซาะชั้นโครงสร้างทาง ที่อยู่ใต้ผิวทางคอนกรีต ทำให้ท่อระบายนำ้ที่อยู่ใต้ผิวทางคอนกรีตขนาด 1 เมตรทรุดตัวเสียหาย อีกทั้งบริเวณดังกล่าว มีแนวท่อส่งน้ำขนาด เส้นผ่าศูนย์กลาง 90 เซนติเมตร ของเทศบาลเมืองนครราชสีมา วางตามยาวถนนมิตรภาพ เพื่อส่งนำ้จากเขื่อนลำตะคองเข้าผลิตนำ้ประปาด้วย โดยอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่า ท่อส่งน้ำดิบของเทศบาลเมืองนครราชสีมา ชำรุดและมีน้ำรั่วไหล ซึ่งเป็นสาเหตุของการทรุดตัวครั้งนี้หรือไม่


ทั้งนี้ แขวงทางหลวงนครราชสีมาที่ 2 จะทำการเปิดเกาะกั้นระหว่างทางคู่ขนานกับถนนหลักที่ กม.131+400 เพื่อระบายรถที่มาจาก ทล.2068 สายโคกกรวด-โนนไทย เพื่อเดินทางเข้า จ.นครราชสีมาได้สะดวกมากยิ่งขึ้น และจะทำการซ่อมผิวทางที่ทรุดตัวต่อไป โดยขณะนี้ แขวงทางหลวงฯ ต้องรอให้เทศบาลเมืองนครราชสีมา ทำการซ่อมแซมท่อน้ำดิบที่มีความยาว 90 เซนติเมตรให้แล้วเสร็จก่อน ถึงจะเข้าพื้นที่ เพื่อทำการซ่อมแซมถนนที่เกิดการยุบตัวในครั้งนี้ ซึ่งคาดว่าจะใช้ระยะเวลาในส่วนของการซ่อมแซมถนนภายใน 3 วัน

ในส่วนกรณีของผู้ได้รับบาดเจ็บจากการใช้ถนน และอยู่ในช่วงเกิดเหตุถนนยุบนั้น เบื้องต้นมี 3 คน หลังจากที่ได้เข้าเยี่ยมและพูดคุยผู้บาดเจ็บที่ได้รับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลนั้น ไม่ติดใจเอาความกับกรมทางหลวงแต่อย่างใด เนื่องจากมีความเข้าใจว่า เป็นอุบัติเหตุ แต่อย่างไรก็ตาม ในส่วนของกรมทางหลวงนั้น พร้อมที่จะเข้าไปช่วยเหลือผู้ใดที่ได้รับบาดเจ็บในครั้งนี้อย่างใกล้ชิดต่อไป

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ระทึก! ถนนยุบเป็นหลุมใหญ่ รถยนต์เสียหลักเกิดอุบัติเหตุ 2 คัน

 


เยียวยาโควิด ไม่ยั่งยืน?

Tue, 20 Apr 2021 12:51:00

วันนี้ (20 เม.ย.2564) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การระบาด COVID-19 เมื่อช่วงต้นปี 2563 มาตรการหลักๆ ในการเยียวยา คือเราไม่ทิ้งกัน และการเยียวยาเฉพาะกลุ่มต่างๆ วงเงิน 252,000 ล้านบาท ส่วนในช่วงสิ้นปี 2563 เกิดการระบาด COVID-19 อีกครั้ง รัฐบาลออกมาตรการ "เราชนะ" และ "ม.33 เรารักกัน" วงเงิน 247,000 ล้านบาท พร้อมลดค่าใช้จ่าย อย่างค่าน้ำ ค่าไฟ ตลอดจนเลื่อนจ่ายภาษี

 

มาส่องกระเป๋าเงินของรัฐบาลวันนี้ว่าเหลือเงินเท่าไร? ปรากฏว่ามีในกระเป๋าประมาณ 300,000 ล้านบาท แบ่งเป็นงบกลาง 20,000 ล้านบาท งบฉุกเฉิน 80,000 ล้านบาท และวงเงินกู้ใน พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท เฉพาะส่วนการเยียวยา 200,000 ล้านบาท

ยืนยันมีเงินดูแลเยียวยาโควิดเพียงพอ

นายเดชาภิวัฒน์ ณ สงขลา ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังมีแผนเสนอคณะรัฐมนตรี พิจารณามาตรการเยียวยาผลกระทบ จากการระบาด COVID-19 รอบ 3 เร็วๆ นี้ และยืนยันว่ารัฐบาลมีเงินดูแลเยียวยา ภายใต้กรอบปีงบประมาณ 2564 อย่างเพียงพอ โดยไม่ต้องตั้งเรื่องดึงเงินส่วนราชการ กลับมาอยู่ในงบกลาง เหมือนวิกฤต COVID-19 รอบแรก

สำนักงบประมาณ ยังเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2565 ซึ่งในร่างฯ ดังกล่าว ยังคงบวกความเสี่ยงจาก COVID-19 โดยตั้งงบกลางฯ รองรับ 89,000 ล้านบาท ควบคู่การตัดลดงบประมาณส่วนราชการ และให้บริการบนแพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น

 

ทั้งนี้ กระบวนการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี กรรมาธิการอาจทบทวนวงเงินรายจ่ายส่วนราชการ มาตั้งงบกลาง เพื่อแก้ปัญหา COVID-19 เพิ่มเติมอีกประมาณ 10,000 ล้านบาท

ประชาชนส่วนใหญ่ยอมรับว่าเป็นห่วงปัญหาเศรษฐกิจที่จะได้รับผลกระทบจากการระบาดรอบใหม่ แต่หากรัฐบาลเลือกวิธีแจกเงินอย่างต่อเนื่อง อาจไม่ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในระยะยาว

"เพื่อไทย" เสนอเร่งส่งออกเพิ่มจ้างงาน

รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ระบุว่า 1 ปีที่รัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.ก. 3 ฉบับ วงเงิน 1,900,000 ล้านบาท เม็ดเงินไหลลงเศรษฐกิจไม่มาก และยังพบการทุจริตและช่องโหว่ จึงเสนอให้รัฐเร่งการส่งออก เพื่อช่วยการจ้างงาน พร้อมดึงเงินลงทุนจากเศรษฐี หรือคนรวย

"ทีดีอาร์ไอ" ชงเยียวยาคนหาเช้ากินค่ำ

สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ ทีดีอาร์ไอ เสนอว่ารัฐบาลต้องกู้เงินเพิ่ม วงเงินประมาณ 2,400,000 ล้านบาท แบ่งเป็นการแก้ไขปัญหาระยะสั้น โดยเฉพาะกลุ่มร้านค้า หาบเร่ แผงลอย คนหาเช้ากินค่ำ ประมาณ 30 ล้านคน

โดยช่วยเหลืออย่างน้อยร้อยละ 50-60 ของรายได้ขั้นต่ำ ซึ่งการเยียวยา 3-4 เดือนจะใช้เงินประมาณ 400,000 ล้านบาท อีกส่วนหนึ่ง 2,000,000 ล้านบาท เป็นการรองรับการลงทุนระยะยาวหลัง COVID-19

 

ไม่เพียงการเตรียมเงินงบประมาณเยียวยาดูแลเศรษฐกิจ รัฐบาลได้จัดสรรงบกลาง ภายใต้งบประมาณปี 2564 สำหรับจัดซื้อวัคซีน 63 ล้านโดส คิดเป็นเงินมากกว่า 6,000 ล้านบาท ซึ่งการฉีดวัคซีนเป็นความหวังสำคัญ ที่จะช่วยรักษาบาดแผลทางเศรษฐกิจ ได้ดีกว่าการจ่ายเงินเยียวยาทุกระลอกไป

 


"ห้าง-ตลาด" ยกระดับคุมการระบาดโควิดระลอกใหม่

Tue, 20 Apr 2021 12:35:00

วันนี้ (20 เม.ย.2564) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เป็นครั้งแรกที่ตลาดถนอมมิตร ย่านรามอินทรา กรุงเทพมหานคร ต้องกำหนดกติกาให้ผู้ค้า และลูกจ้างที่หยุดขายในช่วงสงกรานต์ และมีการเดินทางข้ามจังหวัด เมื่อกลับมาแล้วจะต้องกักตัวเอง 14 วัน และต้องมีใบรับรองการตรวจ COVID-19 ว่าไม่ติดเชื้อ จึงจะสามารถกลับมาขายได้ตามปกติ

นายศุกภร กิจคณากร กรรมการผู้จัดการ ตลาดถนอมมิตร เปิดเผยว่า ยอมรับว่าลำบากใจที่ต้องออกกฎในลักษณะนี้ แต่เนื่องจากการระบาดของ COVID-19 ระลอกที่ 3 ที่มีการระบาดอย่างรวดเร็วและพบผู้ติดเชื้อในประเทศตัวค่อนข้างสูง ทำให้ตลาด และผู้บริโภคก็กังวลเช่นกัน

เมื่อออกมาตรการมา ซึ่งเดิมในช่วงสงกรานต์มีแผงค้าแจ้งความประสงค์ขอหยุดประมาณ 200 ราย แต่เมื่อออกกติกา ทำให้ผู้ค้าลดการเดินทางข้ามจังหวัดเหลือเพียง 5 ราย

ผู้ค้าที่ขอลาหยุด แต่ไม่เดินทางข้ามจังหวัด จะต้องมีบัตรประจำตัว มาให้เจ้าหน้าที่ตลาดเซ็นต์กำกับทุกวัน เพื่อยืนยันว่าไม่ได้ไปไหน นอกจากนี้ ยังห้ามผู้ค้ารับประทานอาหารในแผงค้าโดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการรวมกลุ่ม หากพบจะปิดแผงเป็นเวลา 3 วัน

ส่วนมาตรการอื่นๆ ยังคงปฏิบัติตามปกติ คือการตรวจวัดอุณภูมิผู้ค้า ลูกจ้าง ผู้ใช้บริการ กำหนดให้สวมใส่หน้ากากอนามัยตลาดเวลา บริการเจลล้างมือ เป็นต้น

ตลาดมีนบุรีเพิ่มจุดคัดกรอง COVID-19

ขณะที่ตลาดมีนบุรี มีมาตรการป้องกัน COVID-19 เช่นกัน โดยเพิ่มจุดคัดกรองการตรวจวัดอุณหภูมิ กำหนดให้ผู้ค้าผู้ซื้อสวมใส่หน้ากากอนามัย การให้ผู้ค้าตรวจหาเชื้อ COVID-19 เป็นต้น

น.ส.จันท์นิภา สถิรปัญญา รองกรรมการผู้จัดการ ตลาดมีนบุรี กล่าวว่า นับตั้งแต่การระบาดของ COVID-19 ระลอกที่ 3 ผู้ค้า และประชาชนตื่นตัวในการป้องกันมากขึ้น

ห้างค้าปลีก เข้มงวดในการคัดกรองประชาชน ไปจนถึงพนักงาน ตั้งเครื่องกั้นสแกนวัดอุณหภูมิ ลงทะเบียนไทยชนะ ใครจะซื้ออาหารสด ต้องสวมถุงมือก่อนหยิบจับอาหาร และหลังจากห้างฯ ปิดในเวลา 21.00 น. จะทำการฉีดพ่นฆ่าเชื้อ เพื่อป้องกันโรค COVID-19

ขณะที่ประชาชนยอมรับว่าเพิ่มความระมัดระวังในการเดินทางออกข้างนอกมากขึ้น โดยหากต้องมาซื้อสินค้าจะจดรายการที่ต้องการซื้อ เพราะต้องการรีบซื้อรีบกลับ

ห้างเดอะมอลล์ให้พนักงานเปิดไทม์ไลน์

ด้านนายอมร อมรกุล ผู้จัดการใหญ่ สายงานปฏิบัติการ บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า ห้างฯ เคร่งครัดในมาตรการควบคุมโรค COVID-19 ที่เคยวางไว้อยู่แล้ว แต่สิ่งที่เพิ่มมาคือการคัดกรองและเข้มงวดสำหรับพนักงานด้านบริการที่ไม่ได้ Work from home ซึ่งจะต้องให้ข้อมูลไทม์ไลน์ว่ามีการเดินทางไปจุดใดเป็นพื้นที่เสี่ยงหรือไม่

ส่วนข้อเสนอของหอการค้าไทย ที่จะเสนอให้โรงแรม ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า ใช้พื้นที่เป็นพื้นที่ฉีดวัคซีน มองว่าคงต้องรอข้อสรุปจากหอการค้าไทย แต่ปกติพื้นที่ค้าปลีกต่างๆ มีความพร้อมและสะดวกในหลายๆ ด้าน ทั้งสถานที่ บุคลากร หากรัฐบาลประสงค์จะใช้พื้นที่ หลายๆ ห้างฯก็มีความพร้อมอยู่แล้ว

 

 


คลังชง ครม.ขยายมาตรการ "เราชนะ" ถึงสิ้นเดือน มิ.ย.นี้

Tue, 20 Apr 2021 09:26:00

วันนี้ (20 เม.ย.2564) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีรายงานว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้ กระทรวงการคลังจะเสนอขยายเวลามาตรการ "เราชนะ" ออกไปอีก 1 เดือน หรือสิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย.2564 จากเดิมจะสิ้นสุดวันที่ 31 พ.ค.นี้ เพื่อบรรเทาผลกระทบให้ประชาชนที่ไม่สามารถเดินทางออกไปใช้จ่ายได้ในช่วง COVID-19 ระบาดระลอกใหม่เดือน เม.ย.

ขณะที่กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการประเมินผลกระทบการแพร่ระบาด COVID-19 รอบใหม่ โดย น.ส.กุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กล่าวว่า ขอให้ประชาชนติดตามว่าจะมีมาตรการออกมาดูแลประชาชนเพิ่มเติมในช่วงใด

ขณะนี้ยังมีมาตรการ "เราชนะ" ซึ่งยังเหลือเม็ดเงินรอการเบิกจ่ายอีกประมาณ 1 หมื่นล้านบาท รวมถึงมาตรการ "ม.33 เรารักกัน" ของกระทรวงแรงงาน ซึ่งยังเบิกจ่ายเงินไม่หมด ยังเพียงพอที่จะดูแลเศรษฐกิจในช่วงเดือน พ.ค.นี้

แต่หากสถานการณ์เปลี่ยนแปลง กระทรวงการคลังก็พร้อมที่จะพิจารณามาตรการต่างๆ ออกมาใช้ในช่วงเวลาที่เหมาะสม เเละยืนยันว่าคลังยังคงเหลืองบประมาณในการดูแลสถานการณ์ COVID-19

สอดคล้องกับนายเดชาภิวัฒน์ ณ สงขลา ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ที่ยืนยันว่า รัฐพร้อมดูแลผลกระทบจาก COVID-19 มีงบประมาณ 3 แสนล้านบาท แบ่งเป็นงบกลาง 2 หมื่นล้านบาท, งบฉุกเฉิน 8 หมื่นล้านบาท ในจำนวนนี้ยังไม่หักงบฉุกเฉินสำหรับเยียวยาจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ และวงเงินกู้ใน พรก. 1 ล้านล้านบาท ซึ่งถ้าเฉพาะในส่วนวงเงินเยียวยาคือ 2 แสนล้านบาท จำนวนดังกล่าวเพียงพอ โดยไม่ต้องตั้งเรื่องดึงเงินส่วนราชการอื่นๆ มาใช้

 


พิษโควิดฉุดความเชื่อมั่นภาวะเศรษฐกิจ

Mon, 19 Apr 2021 14:26:00

วันนี้ (19 เม.ย.2564) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยผลสำรวจดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนไทย (KR-ECI) เดือน มี.ค.2564 ปรับเพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 40.4 จาก 39.5 ในเดือน ก.พ. 64 หลังสถานการณ์ COVID-19 มีแนวโน้มดีขึ้น จึงมีการผ่อนปรนมาตรการควบคุมการระบาด โดยยกเลิกพื้นที่โซนสีแดงทั้งหมด ทำให้ร้านอาหาร สถานบันเทิงต่างๆ สามารถกลับมาเปิดได้แต่มีการจำกัดเวลา

ส่วนกิจกรรมอื่นๆ สามารถทำได้ตามปกติ ส่งผลให้มุมมองเกี่ยวกับรายได้และการมีงานทำปรับเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีการอนุมัติแผนการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ให้นักท่องเที่ยวเข้ามาได้โดยไม่ต้องกักตัว ในเงื่อนไขที่ว่าต้องมีการฉีดวัคซีนแล้ว นำร่องที่ จ.ภูเก็ต และจะขยายไปยังจังหวัดอื่นๆ จนครอบคลุมทั่วประเทศ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีต่อธุรกิจภาคการท่องเที่ยวมีการจ้างงานอยู่ราว 3 ล้านคน

โควิดกระทบเศรษฐกิจ-การครองชีพ

ดัชนี KR-ECI สามารถเปลี่ยนแปลงได้ในระยะเวลาอันส้้นจากผลกระทบของการระบาดของ COVID-19 ระลอก 3 ในช่วงต้นเดือน เม.ย.2564 ที่ผ่านมา โดยสถานการณ์การระบาดระลอกใหม่ครั้งนี้ จะส่งผลกระทบให้ความเชื่อมั่นต่อภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือน ที่เริ่มปรับตัวดีในเดือน มี.ค.2564 กลับมาเผชิญความไม่แน่นอนสูงขึ้นอีกครั้ง โดยเฉพาะมุมมองต่อรายได้และการมีงานทำ

หลังธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับภาคการท่องเที่ยว อาจได้รับผลกระทบจาก แผนการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่มีความเป็นไปได้ว่าจะล่าช้าออกไปจากแผนเดิม อีกทั้งการพึ่งพาอุปสงค์จากนักท่องเที่ยวในประเทศ อาจทำได้ยากขึ้น หลังเริ่มมีนโยบายการกักตัวจากจังหวัดต้นทาง ขณะที่แผนการฉีดวัคซีนในประเทศ รวมถึงความเพียงพอของวัคซีนยังคงมีความไม่ชัดเจนสูง

สถานการณ์การระบาดระลอกใหม่ ทำให้การสำรวจภาวะการครองชีพของครัวเรือนในเดือน มี.ค.2564 ที่ครัวเรือนมองแนวโน้มการครองชีพในอีก 3 เดือนข้างหน้าปรับตัวดีขึ้น จะไม่ได้สะท้อนภาพที่รวมผลกระทบของการระบาดในเดือน เม.ย.2564 เข้าไว้ด้วย

แนะออกมาตรการสร้างความเชื่อมั่น

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่าภาครัฐควรเร่งออกมาตรการเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจต่างๆ ในระบบเศรษฐกิจ ทั้งในเรื่องของ มาตรการการควบคุมการแพร่ระบาด การเร่งดำเนินการในเรื่องของการจัดหาและกระจายวัคซีนให้ครอบคลุมจำนวนประชากร

เนื่องจากหากสถานการณ์ระบาดมีแนวโน้มยืดยาว อาจทำให้ผลกระทบไม่เกิดแก่เพียงกิจกรรมทางเศรษฐกิจ แต่จะต่อเนื่องไปถึงแผนการเปิดรับนักท่องเที่ยวที่อาจล่าช้า ส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวปลายปีนี้ ซึ่งอาจทำให้เศรษฐกิจไทยในปีนี้ มีโอกาสขยายต่ำกว่าที่เคยประเมินไว้ที่ 2.6%
​​


"งานแสดงสินค้า-สัมมนา" เลื่อนไม่มีกำหนดจากโควิด

Mon, 19 Apr 2021 13:16:00

วันนี้ (19 เม.ย.2564) นายทาลูน เท็ง รักษาการนายกสมาคมการแสดงสินค้า (ไทย) หรือ TEA เปิดเผยว่า แม้การจัดแสดงสินค้ายังสามารถจัดได้ไม่ขัดต่อประกาศของ ศบค. เพราะแต่ละงานมีการวางแผนเตรียมพร้อมในการป้องกันการระบาด COVID-19 อย่างเข้มข้นอยู่แล้ว เชื่อมั่นว่าพื้นที่การจัดแสดงสินค้าจะไม่ใช่สถานที่ในการกระจายเชื้อแน่นอน สะท้อนได้จากที่ผ่านมา ยังไม่พบว่ามีผู้ติดเชื้อ COVID-19 ที่มาจากการเดินงานแสดงสินค้าเลย

ส่วนภาพรวมปี 2563 ตลาดจัดแสดงสินค้าในประเทศลดลงเหลือร้อยละ 20 เทียบกับปี 2562 ขณะที่ตลาดแสดงสินค้าจากต่างประเทศเหลือศูนย์ แม้จะมีรูปแบบการจัดงานแบบไฮบริด นำออนไลน์มาผสมผสาน ด้วยเทคโนโลยี virtual (เวอร์ชวล) แต่ไม่สามารถชดเชยได้ทั้งหมด

สำหรับการระบาดในรอบ 3 นี้เชื้อไวรัสไม่แสดงอาการและกระจายได้ง่ายมากกว่า จึงต้องประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทำให้ธุรกิจการจัดแสดงสินค้า ที่กำหนดจะจัดแสดงในเดือน เม.ย. - พ.ค.นี้ เลื่อนจัดงานออกไปก่อนจนหมด

"งานอีเวนต์" ชะลอจากสถานการณ์โควิด

นายเกรียงกานต์ กาญจนะโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริการร่วม บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ กล่าวว่า ยอมรับว่าธุรกิจอีเวนต์ที่เริ่มกลับมาดีขึ้นช่วงไตรมาส 1 ขณะนี้ ต้องชะลอไปโดยปริยาย รวมถึงการเปิดตัวสินค้า กิจกรรมสัมมนา และการแสดงคอนเสิร์ตที่ยังเลื่อนไม่มีกำหนด ทั้งที่การจัดงานแต่ละครั้งยืนยันว่าได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด

ก่อนหน้านี้ งานอีเวนต์ร่วมกับองค์กรต่างๆ ลดลงโดยปริยายจากสถานการณ์ของโรค จนต้องปรับตัวด้วยการจัดอีเวนต์ในลักษณะการออกแบบแสงสีขึ้นเอง แต่ท้ายที่สุดก็ต้องหยุดจัดจากการระบาดระลอก 2 และระลอก 3 ขณะที่ต้นทุนด้านบุคลากร ค่าเช่าสถานที่ และค่าใช้จ่ายการโปรโมทของการกลับมาจัดกิจกรรม รอบใหม่ค่อนข้างสูง

โดยร้องขอรัฐบาลจัดการกับกลุ่มกิจการที่เป็นต้นตอการระบาดอย่างเข้มงวด ไม่ให้เกิดระบาดใหญ่ซ้ำอีก เพราะที่ผ่านมาแม้ธุรกิจมีความเสียหาย แต่ไม่สามารถเรียกร้องการชดเชยจากฝ่ายใดได้

 


"ร้านนวดสปา" กระทบหนัก เตรียมปรับธุรกิจ

Mon, 19 Apr 2021 13:07:00

วันนี้ (19 เม.ย.2564) นายพิทักษ์ โยธา ผู้ประกอบการร้านนวดจารวี เปิดเผยว่า การแพร่ระบาดของ COVID-19 ระลอกใหม่ ยังสามารถเปิดให้บริการได้ตามปกติ แต่การระบาดช่วงก่อนหน้านี้ ถูกสั่งปิดให้บริการมาแล้ว 2 ครั้ง และกระทบต่อร้านนวดจำนวนมาก

ทั้งนี้ ทางร้านได้มีการปรับรูปแบบไม่ว่าจะเป็นเตียงที่มีระยะห่าง เจลแอลกอฮอล์ และการสวมหน้ากากตลอดระยะเวลาที่ให้บริการให้ถูกต้องตามมาตรการทางสาธารณสุข

"ธุรกิจสปา" ชี้รัฐสั่งปิดดีกว่าปิดเอง

ด้านนายนพพร วิสุทธิศักดิ์ นายกสมาคมผู้ประกอบการสปาไทย กล่าวว่า จะปิดหรือไม่ปิดร้านนวดมีค่าเท่ากัน เพราะไม่มีลูกค้า บางร้านก็อาศัยจังหวะช่วงสงกรานต์ปิดกิจการชั่วคราวไปเลย แต่ถ้ารัฐฯ สั่งปิดจะดีกว่าปิดเอง เพราะจะสามารถหารือเจ้าของตึกหรือห้างสรรพสินค้าได้

ซึ่งขณะนี้มีผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบต้องปิดกิจการชั่วคราวไปแล้ว ประมาณร้อยละ 80 ซึ่งส่วนใหญ่จะดูสถานการณ์ก่อน หากผู้ประกอบการรายใดที่ไม่สามารถไปต่อได้ก็อาจจะมีการขายของในกิจการ

เข้าไม่ถึงแหล่งเงิน-ปรับธุรกิจใหม่

พร้อมยอมรับว่า ที่ผ่านมาการช่วยเหลือเยียวยาจากภาครัฐแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ หากเข้าสู่ระบบประกันสังคมจะได้ตามเกณฑ์ แต่หากไม่อยู่ในระบบจะไม่ได้รับการเยียวยาเลย แม้แต่เรื่องสินเชื่อที่มีการระบุว่าจะมีการช่วยเหลือจากภาครัฐ แต่ในความเป็นจริงกลับเข้าไม่ถึงแหล่งเงิน

นายนพพร ยังระบุว่า ทางสมาคมกำลังจะมีการประชุมหารือกันว่าการระบาดรอบนี้อาจจะทำให้ผู้ประกอบการต้องเปลี่ยนกิจการไปในรูปแบบอื่น ซึ่งทางสมาคมผู้ประกอบการสปาไทยเตรียมที่จะเปลี่ยนจากร้านนวดเพื่อสุขภาพเป็นคลินิกนวดเพื่อสุขภาพแทนในอนาคต ซึ่งจะไม่ใช่การประกอบการแบบเดิม คาดว่าจะมีความชัดเจนได้ภายในเดือน พ.ค.นี้

 

 


กพท.สั่งห้ามบินเส้นทางในประเทศ 5 ทุ่ม-ตี 4 แนะขายตั๋วเว้นที่นั่ง

Sun, 18 Apr 2021 11:11:00

เมื่อวันที่ 17 เม.ย.2564 นายสุทธิพงษ์ คงพูล ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ออกประกาศ เรื่อง แนวปฏิบัติสำหรับผู้ดำเนินการสนามบินและผู้ดำเนินการเดินอากาศในเส้นทางบินภายในประเทศ ในระหว่างสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 โดยกำหนดให้หน่วยงานที่ให้บริการด้านการขนส่งทางอากาศ ดำเนินการดังนี้

1. ขอความร่วมมือให้ผู้ดำเนินการเดินอากาศ จำกัดการปฏิบัติการบินในระหว่างเวลา 23.00 - 04.00 น. เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับผู้โดยสารในการเดินทางระหว่างสนามบินและที่พัก และสอดคล้องกันบริการขนส่งสาธารณะประเภทอื่นที่ดำเนินตามข้อกำหนดและข้อปฏิบัติเดียวกัน

2. กรณีที่มีการยกเลิกหรือรวมเที่ยวบิน ให้แจ้งและดูแลผู้โดยสารอย่างเหมาะสม ตามประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่องการคุ้มครองสิทธิผู้โดยสารที่ใช้บริการสายการบินของไทยในเส้นทางบินประจำภายในประเทศ พ.ศ.2553

3. ให้ผู้ดำเนินการเดินอากาศ พิจารณาจัดที่นั่งในเครื่องบินอย่างเหมาะสมกับจำนวนผู้โดยสารในแต่ละเที่ยวบิน โดยคำนึงถึงมาตรการเว้นระยะห่าง เพื่อไม่ให้เกิดความหนาแน่นแออัด ซึ่งจะมีส่วนช่วยป้องกันควบคุมโรค

4. ให้ผู้ดำเนินการสนามบินและผู้ดำเนินการเดินอากาศ เพิ่มความเข้มงวดติดตามดูแลให้ประชาชนผู้มาใช้บริการ ปฏิบัติตามมาตรการในระเบียบสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ว่าด้วยแนวทางปฏิบัติในการให้บริการผู้โดยสารสำหรับเส้นทางดการบินภายในประเทศในระหว่างสถานการณ์การระบาดของ COVID-19

5. ให้ผู้ประกอบการสนามบินและผู้ดำเนินการเดินอากาศ แจ้งเตือนผู้โดยสารกรณีเป็นผู้ป่วยยืนยันหรือผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ให้งดเดินทาง หากฝ่าฝืนอาจได้รับโทษตามพ.ร.บ.โรคติดต่อพ.ศ.2558

ทั้งนี้ มีผลตั้งแต่วันที่ 18 เม.ย.2564 เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะสิ้นสุด หรือมีประกาศอื่นใดเพิ่มเติม

 

ผู้อำนวย กพท. เปิดเผยว่า ประกาศดังกล่าว กพท.ดูจากช่วงเวลาที่มีการทำการบินจะมีอยู่ที่ช่วง 22.00-04.00 น. โดยส่วนใหญ่ถ้าเที่ยวบินลงให้เวลาเป็นไปตามที่ ศบค.กำหนด จะอยู่ที่ประมาณเวลา 23.00 น. โดยในช่วงเวลา 22.00-04.00 น. จะมีประมาณ 20 กว่าเที่ยวบิน โดยที่สุวรรณภูมิมี 8 เที่ยวต่อวัน ดอนเมือง 11 เที่ยวต่อวัน ภูเก็ต 4 เที่ยวต่อวัน เชียงใหม่ 1 เที่ยวต่อวัน และหาดใหญ่ 2 เที่ยวต่อวัน

ส่วนการเว้นระยะห่าง ขณะนี้เป็นการขอความร่วมมือ และมีการหารือกันโดยตลอด ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี ขณะนี้อยู่ระหว่างหารือว่าจะขอให้การบรรทุกผู้โดยสารอยู่ที่ร้อยละ 70 ได้หรือไม่ เพราะต้องเข้าใจสายการบินด้วยว่าได้ทำการจำหน่ายตั๋วโดยสารไปแล้ว ส่วนการให้บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน ขณะนี้ยังไม่ได้มีการประกาศห้าม แต่ตามปกติสายการบินก็จะพิจารณาตามสถานการณ์

ผู้อำนวย กพท. กล่าวอีกว่า จะมีสายการบินในประเทศที่ทำการบินหลังช่วงเวลาดังกล่าวที่ได้รับผลกระทบ และต้องปรับตารางบินใหม่ เพื่อให้อยู่ในช่วงเวลาที่ขอความร่วมมือกับทางภาครัฐ รวมทั้งสิ้น 24 เที่ยวบิน ประกอบด้วย เที่ยวบินที่ทำการบินที่สนามบินสุวรรณภูมิ 8 เที่ยวบิน, สนามบินดอนเมือง 11 เที่ยวบิน, สนามบินภูเก็ต 4เที่ยวบิน และ สนามบินเชียงใหม่ 1 เที่ยวบิน

ซึ่งทางสายการบินจะต้องปรับเวลาการทำการบิน และตารางการบินใหม่ คาดว่าในช่วง 1-2เดือนนี้ ผู้โดยสารที่จองตั๋วล่วงหน้าในช่วงเวลาที่ยกเลิกทำการบิน อาจจะต้องได้รับผลกระทบบ้าง

 


ประกาศ "กรมราง" เข้มเว้นระยะห่าง - เดินรถหลัง 5 ทุ่มเท่าที่จำเป็น

Sat, 17 Apr 2021 19:12:00

วันนี้ (17 เม.ย.2564) นายกิตติพันธ์ ปานจันทร์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) เปิดเผยว่า ได้ลงนามออกประกาศกรมการขนส่งทางราง เรื่อง แนวทางปฏิบัติการเพื่อป้องกันและยับยั้งสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ภายใต้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร โดยประกาศฉบับนี้ จะมีผลตั้งแต่วันที่ 18 เม.ย.นี้เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดจะคลี่คลาย หรือมีประกาศเปลี่ยนแปลง

โดยการประออกประกาศดังกล่าว เพื่อให้หน่วยงานที่ให้บริการระบบขนส่งทางรางทุกระบบ ดำเนินการ เพิ่มความเข้มงวดสูงสุดในการกำกับและถือปฏิบัติมาตรการป้องกัน COVID-19 โดยขอความร่วมมือในการจำกัดการบริการเดินรถ โดยให้มีเส้นทางการบริการ ขบวน หรือความถี่เท่าที่จำเป็น ในช่วงเวลา 23.00 - 04.00 น. ของวันรุ่นขึ้น เพื่อให้เกิดการชะลอหรืองดการเดินทางที่ไม่มีเหตุจำเป็น โดยเฉพาะการเดินทางเข้าไปในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุด ตามมาตรการที่ ศบค.กำหนด

คัดกรองเข้ม - เน้นเว้นระยะห่าง

นอกจากนี้ ยังขอความร่วมมือในการตั้งจุดสกัดหรือจุดคัดกรองผู้โดยสาร โดยให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการเท่าที่จำเป็นและเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ ต้องไม่เดือดร้อนประชาชน และประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือให้ประชาชนงดหรือชะลอการเดินทางที่ไม่มีเหตุจำเป็น โดยเฉพาะการหลีกเลี่ยงการเดินทางเข้าในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดที่อาจทำให้เสี่ยงหรือมีโอกาสติดโรค


ส่วนภายในขบวนรถและภายในสถานีบริหารจัดการไม่ให้เกิดความหนาแน่นแออัดของผู้โดยสาร ใช้มาตรการเว้นระยะห่างระหว่างบุคคลอย่างเคร่งครัด เช่น การดำเนินมาตรการ Group Release ภายในสถานี และการเพิ่มขบวนรถเสริมหรือเพิ่มความถี่การบริการในช่วงเวลาเร่งด่วน

ขณะเดียวกัน ยังขอความร่วมมือให้ผู้โดยสารปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค เช่น การเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล สวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย และงดสนทนาขณะใช้บริการระบบขนส่งทางราง  ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ทุกครั้ง เมื่อเข้าและออกจากระบบ ตรวจวัดอุณหภูมิร่างการที่จุดคัดกรอง  และใช้แอปพลิเคชันไทยชนะ เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรค

เน้นจัดกลุ่มแยกไทม์ไลน์ หลังพบผู้ติดโควิด

สำหรับกรณีที่พบผู้ติดเชื้อ COVID-19 ให้ดำเนินการแจ้งเจ้าพนักงานควบคุมโรคในพื้นที่ภายใน 3 ชั่วโมงนับตั้งแต่พบผู้ติดเชื้อฯ เพื่อให้ดำเนินการสอบสวนโรคและเข้ารับการรักษาทางการแพทย์หรือมาตรการด้านสาธารณสุข และหยุดกิจกรรมหรือการให้บริการพื้นที่ เพื่อทำความสะอาดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อภายในพื้นที่และจุดสัมผัสร่วม


ขณะที่ผู้ที่มีความเสี่ยงให้ดำเนินการตามมาตรการกักตนเอง (Self-Quarantine) ทันทีเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 14 วัน และไปพบแพทย์หรือสาธารณสุขพื้นที่ เพื่อทำการตรวจรักษา และสามารถกลับมาปฏิบัติงานตามปกติเมื่อกักตัวครบ 14 วัน โดยต้องมีผลการตรวจหาเชื้อฯ เป็นลบ

นอกจากนี้ ให้จัดกลุ่มผู้ปฏิบัติงานเป็นกลุ่ม รอบ หรือกะ ที่มี Timeline ไม่เชื่อมโยงกัน เพื่อสามารถสลับสับเปลี่ยนกลุ่มผู้ปฏิบัติงานทั้งกลุ่มทดแทนกันได้หากเกิดกรณีพบผู้ติดเชื้อ และต้องมีการกักตนเอง (Self-Quarantine) เพื่อลดผลกระทบต่อประสิทธิภาพการให้บริการระบบขนส่งทางราง

 


ผู้ประกอบการข้าวสารเร่งวางแผนฟื้นธุรกิจก่อนล้ม

Fri, 16 Apr 2021 13:43:00

ถนนข้าวสารเคยเป็นหนึ่งในไฮไลท์สงกรานต์กรุงเทพฯ แต่ถูกเบรกด้วยโควิด-19 เมื่อปีก่อน มาในปีนี้ผู้ประกอบการลงขันนับล้านบาท เตรียมงานต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวไทย เพื่อคืนความสุขความสนุก แต่ในที่สุดการระบาดระลอกใหม่ ทำให้ไปไม่รอดอีกครั้ง

สมาคมผู้ประกอบการถนนข้าวสาร ประเมินความเสียหายที่เกิดธุรกิจบนถนนข้าวสารสร้างความเสียหายไม่ต่ำกว่าวันละ 10 ล้านบาท โดยคาดการณ์ว่าธุรกิจจะกลับมาปกติน่าจะช่วงปลายปี 2565

แต่ระหว่างนี้ธุรกิจวางแผนจะฟื้นฟูปรับโฉมถนนข้าวสารเป็นสตรีท อาร์ท แทนสถานบันเทิงอิงตามกระแส ดึงคนไทยเที่ยวข้าวสารมากขึ้น

ไม่ใช่แค่การตรวจหาผู้ติดเชื้อในวันนี้ที่ผู้ประกอบการบริหารจัดการกันเอง ช่วงต้นเดือนเมษายนที่เริ่มเกิดการระบาดในสถานบันเทิงย่านอื่น ผู้ประกอบการถนนข้าวสาร ร่วมมือประกาศปิดสถานบันเทิงเองในทันที โดยไม่รอคำสั่งจากทางการ ไม่ให้การระบาดขยายวง

ตลอดช่วงที่ผ่านมา จัดการพนักงานทุกคน กรณีร้านอาหาร จะถูกตรวจสอบข้อมูล เช่น เป็นพนักงานร้านใด พักอาศัยกับพนักงานร้านอื่นหรือไม่ ให้ สะดวกต่อการสอบสวนโรคหากพบการติดเชื้อ และสั่งเข้มงวดห้ามพนักงานมั่วสุมรวมกลุ่มดื่มสุราหลังเลิกงาน

ตลอดช่วงที่ผ่านมา จัดการพนักงานทุกคน กรณีร้านอาหาร จะถูกตรวจสอบข้อมูล เช่น เป็นพนักงานร้านใด พักอาศัยกับพนักงานร้านอื่นหรือไม่ ให้ สะดวกต่อการสอบสวนโรคหากพบการติดเชื้อ และสั่งเข้มงวดห้ามพนักงานมั่วสุมรวมกลุ่มดื่มสุราหลังเลิกงาน

จากที่คาดหวังว่า จะมีเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาทจากกิจกรรมสงกรานต์รื่นเริงบนถนนข้าวสาร แต่ไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขอะไรได้อีก ผู้ประกอบการจึงหวังว่าจะเดินหน้าต่อ เพื่อให้ประคองตัวไปได้ อย่างน้อยจนกว่าโควิด-19 จะคลี่คลาย

เเละเพื่อสร้างความมั่นใจ พนักงานในร้านค้า และสถานบันเทิงย่านถนนข้าวสาร จำนวน 600-700 คน เข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด 19 เพื่อให้ทุกคนถูกตรวจสอบให้แน่ใจว่าปลอดเชื้อทุกคนหรือไม่ หลังพบผู้ติดเชื้อบางส่วนมาใช้บริการก่อนหน้านี้

การตรวจหาเชื้อครั้งนี้ เกิดจากการร้องขอของฝ่ายผู้ประกอบการเอง เพื่อแสดงความพร้อมเปิดให้บริการทันที หาก กทม.ประกาศให้สถานบริการกลับมาเปิดได้อีกครั้ง

 


หนุนรัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นการบริโภคอย่างต่อเนื่อง

Fri, 16 Apr 2021 13:37:00

 


กนอ.ชี้แจงควันดำ "มาบตาพุด" จากไฟฟ้าดับ

Fri, 16 Apr 2021 12:34:00

วันนี้ (16 เม.ย.2564) น.ส.สมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า ตามที่เกิดเหตุหน่วยผลิตไฟฟ้าของบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) สาขา 2 หยุดกระบวนการผลิตไฟฟ้าและไอน้ำฉุกเฉิน (Emergency Shutdown) ในเวลา 11.40 น. เมื่อวันที่ 14 เม.ย.2564 เนื่องจากมีฝนตกหนักในพื้นที่และมีฟ้าผ่า ส่งผลให้โรงงานที่รับกระแสไฟฟ้าและไอน้ำจาก บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) สาขา 2

ซึ่งประกอบด้วย บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) สาขา 2, บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) สาขา 3, บริษัท ไทยโพลิเอททีลีน จำกัด, บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) สาขา 12 และบริษัท เอ็ช เอ็ม ซี โปลีเมอส์ จำกัด ต้องหยุดกระบวนการผลิตฉุกเฉิน และจำเป็นต้องระบายก๊าซออกไปเผาไหม้ที่ปล่องหอเผา ทำให้เกิดเปลวไฟและควันดำที่ปล่องหอเผา (flare) มากกว่าปกตินั้น

บริษัทต้นเหตุแจ้งว่าแก้ไขเรียบร้อยแล้ว

ล่าสุด บริษัทฯ ได้แจ้งมายังศูนย์เฝ้าระวังและควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (EMCC) ของ กนอ.ว่าบริษัทฯ สามารถแก้ไขและเริ่มกระบวนการในหน่วยผลิตไฟฟ้า และไอน้ำแล้ว โดยได้จ่ายกระแสไฟฟ้าและไอน้ำให้กับโรงงานที่ได้รับผลกระทบแล้ว

โดยเมื่อวานนี้ ( 15 เม.ย.64) กนอ.ได้ร่วมกับศูนย์ควบคุมมลพิษ จังหวัดระยอง เทศบาลเมืองมาบตาพุด ได้ออกตรวจสอบเฝ้าระวังคุณภาพอากาศ บริเวณพื้นที่ชุมชนทั้งหมด 5 จุด ประกอบด้วย จุดที่ 1 บริเวณเมืองใหม่มาบตาพุด จุดที่ 2 บริเวณชุมชนมาบยา จุดที่ 3 บริเวณวัดห้วยโป่ง จุดที่ 4 บริเวณชุมชนมาบชลูด และ จุดที่ 5 บริเวณบริษัท อิวอนิก ยูไนเต็ด ซิลิกา (สยาม) จำกัด โดยพบว่าคุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ปกติไม่เกินค่ามาตรฐานแต่อย่างใด

ขณะเดียวกัน มีรายงานเพิ่มเติมผลการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าหลังเกิดกระแสไฟฟ้าดับ บริษัทฯ ได้รับกระแสไฟฟ้าจากภายนอกเข้ามาเสริมในระบบเพื่อให้สามารถรองรับกับความต้องการของหน่วยผลิตอื่นๆ ได้

พบความผิดปกติจากสายส่งไฟถูกฟ้าผ่า

แต่ภายหลังทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ได้ตรวจสอบพบว่ามีความผิดปกติของระบบสายส่งไฟฟ้าที่โดนฟ้าผ่า ระบบป้องกันไฟฟ้าของ กฟภ.จึงทำงานอัตโนมัติตัดวงจรการส่งจ่ายไฟฟ้าที่โรงงานรับเข้าเสริมในช่วงเวลาดังกล่าว ส่งผลให้กระแสไฟฟ้าขาดหายไปจากระบบประมาณ 40 เมกะวัตต์

ทำให้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่เหลืออยู่ต้องทำงานหนัก เพื่อชดเชยกระแสไฟฟ้าที่ขาดหายไปจากระบบประมาณ 40 เมกะวัตต์ เป็นผลให้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าหยุดทำงานลงอีก 4 ยูนิต ทำให้ไม่สามารถผลิตไฟฟ้าและไอน้ำได้เพียงพอต่อความต้องการของบริษัทฯ และลูกค้า จึงทำให้เกิดกรณีดังกล่าว

กนอ.แจ้งโรงงานปรับปรุง-เพิ่มมาตรการ

อย่างไรก็ตาม กนอ.ได้มีหนังสือแจ้งไปยังโรงงานดังกล่าวแล้ว เพื่อให้ปรับปรุงและเพิ่มมาตรการป้องกันอุปกรณ์ในหน่วยผลิตไฟฟ้าและไอน้ำ โดยให้พิจารณาเพิ่มระบบป้องกันไฟฟ้า หรือระบบตรวจจับความผิดปกติจากเดิมที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ซึ่งเรื่องนี้ ทางโรงงานฯ ต้องหารือร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โดยหากได้ข้อสรุปประการใดให้แจ้ง กนอ.ทราบแนวทางปฏิบัติ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันนี้ขึ้นซ้ำอีก


เพิ่มมาตรการคุม COVID-19 เลื่อนปิดห้าง 21.00 น.

Wed, 14 Apr 2021 18:35:00

วันนี้​ (14 เม.ย.2564) นายญนน์ โภคทรัพย์ ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย เปิดเผยว่า สมาคมผู้ค้าปลีกไทย และสมาคมศูนย์การค้าไทย ประกาศยกระดับมาตรการการเฝ้าระวังการระบาดของ COVID-19 รอบใหม่ โดยสมาชิกสมาคมทั้ง 2 แห่งและภาคีเครือข่ายทั่วประเทศ จะเพิ่มมาตรการเข้มข้นในการคัดกรองผู้บริโภคเข้าศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าในระดับสูงสุด และประกาศเลื่อนปิดศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศเป็นเวลา 21.00 น. ทุกวัน พร้อมทั้งงดกิจกรรมที่มีการรวมตัวของคนจำนวนมาก

 

รวมถึงการให้พนักงาน Work From Home เพื่อเพิ่มศักยภาพให้ทุกหน่วยงานสามารถควบคุมการแพร่ระบาดระลอกใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นับตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 15 เม.ย.นี้ จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ สมาคมผู้ค้าปลีกไทยและสมาคมศูนย์การค้า พร้อมให้ความร่วมมือกันในการควบคุมการระบาดของโรค COVID-19 ให้จบเร็วที่สุด

 


ข่าวดี! สายการบินให้เปลี่ยนวันเดินทาง-เก็บวงเงินตั๋วรูปแบบเครดิต

Sat, 10 Apr 2021 12:34:00

วันนี้ (10 เม.ย.2564) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ COVID-19 ระลอกใหม่ที่แพร่ระบาดในหลายพื้นที่ขณะนี้ รวมถึงมาตรการการกักตัวก่อนเข้าพื้นที่หลายจังหวัด ทำให้นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม สั่งการให้สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ขอความร่วมมือสายการบินเชิงพาณิชย์ เปิดช่องทางให้ผู้โดยสารที่ต้องการเลื่อนกำหนดวันเดินทางได้ โดยไม่คิดค่าธรรมเนียมเพิ่ม แม้เป็นบัตรโดยสารที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ก็ตาม

เบื้องต้น สายการบินที่ออกมาตรการดังกล่าวแล้ว ได้แก่ สายการไทยสมายล์ นกแอร์ บางกอกแอร์เวย์ส แอร์เอเชีย เวียตเจท และไทยไลอ้อนแอร์ ซึ่งสายการบินแต่ละแห่งจะกำหนดเงื่อนไขเองได้ เช่น แจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 48-72 ชั่วโมง, ไม่สามารถเปลี่ยนเส้นทางบิน, รับภาระส่วนต่างค่าโดยสาร และเก็บค่าโดยสารในรูปแบบเครดิต โดยไม่มีการคืนเป็นเงินสด เป็นต้น

กระทรวงคมนาคม ยังออกประกาศเพิ่มเติมเพื่อยกระดับมาตรการดูแลผู้โดยสาร และลดโอกาสรับเชื้อทางอากาศ ได้แก่ ห้ามสายการบินให้บริการอาหารระหว่างบิน, ห้ามจำหน่ายของที่ระลึก, ห้ามให้หรือแจกแมกกาซีน รวมทั้งจำกัดจำนวนผู้โดยสารในชัตเตอร์บัส ต้องไม่เกินร้อยละ 70 ของความจุรถ

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แห่คืนตั๋วรถไฟ 9,000 ใบ ลดเสี่ยงรับเชื้อ-แพร่ระบาด COVID-19

 


หวังรัฐจ้างเเรงงานสูงวัยเพิ่ม

Fri, 9 Apr 2021 13:08:00

ตอนนี้สังคมเปลี่ยนไป และไทยเองกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ มีผู้สูงอายุบางส่วน ที่ไม่มีครอบครัว และยังต้องทำงานเพื่อเลี้ยงตัวเอง กลุ่มนี้ก็เลยยังคงต้องทำงานในวันหยุดยาวแลกกับค่าแรง และไม่ต้องเหงา

แม้จะอายุ 62 ปีแล้ว แต่ป้ากรุงจิตร ดีอ้อม ก็ยังทำงานได้อย่างคล่องแคล่ว ป้ารับหน้าที่เป็นพนักงาน จัดอาหารพร้อมทาน ในห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ สงกรานต์ปีนี้ เลือกที่จะทำงาน ไม่กลับบ้านที่ จ.สุรินทร์ เพราะมองว่าการเดินทางใน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ คนเดินทางเยอะซึ่งก็เสี่ยงต่อโควิด- 19 เช่นกัน แต่ละวันป้าจิตร ทำงาน 6 ชั่วโมง มองว่าไม่หนักเกินไป ไม่ต้องอยู่เฉย ที่สำคัญได้มีเงินมาใช้จ่ายเลี้ยงตัวเองด้วย

เช่นเดียวกับ ป้ายูน พักมะรืน อายุ 67 ปี ที่ทำหน้าที่ รักษาความปลอดภัยและเชคสินค้า คุณป้าบอกว่า สงกรานต์ปีนี้จะใช้วันหยุดอยู่กับลูกหลาน เมื่อต้องพบเจอคนในครอบครัวจึงได้เข้มงวดในการป้องกันตัวเองจากโควิด-19 พร้อมระบุถึงการทำงานว่าช่วยให้ มี ความสุข และมีกำลังใจ ที่สำคัญได้ช่วงแบ่งเบาภาระให้ครอบครัวได้

ไม่ใช่แค่การแบ่งเบาภาระในครอบครัวเท่านั้น แต่การมาทำงานของผู้สูงวัย ช่วยทำให้พัฒนาจิตใจ ไม่ต้องเสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้า โดยบางส่วนมองว่ารัฐควรปรับสวัสดิการให้ผู้สูงอายุ หรือ หาตำแหน่งงานว่างให้ผู้สูงอายุได้ทำงาน

ไทยกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัย ซึ่งยังมีผู้สูงวัยอีกมาก ที่ยังต้องทำงานเพื่อเลี้ยงปากท้องของตัวเอง และบางส่วนทำเพราะไม่ต้องการอยู่เฉยๆ แม้จะมีเงินออมเงินเก็บไว้ใช้แล้วก็ตาม

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจเเละสังคมเเห่งชาติ ระบุว่า ปัญหาผู้สู่วัยที่ไม่มีหลักประกันในชีวิตที่เพียงพอ ไม่มีเงินออม เป็นปัญหาใหญ่ที่รัฐ ต้องจริงจังและสร้างหลักประกันรายได้ให้กับผู้สูงอายุไว้ ซึ่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ขณะนี้ไทยกำลังประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจ มีผลต่อการออมเงิน เเละสำหรับผู้สูงอายุก็ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต จากรายงานการเตรียมความพร้อมด้านการเงิน เเละสุขภาพในสังคมอายุยืน ของทีดีอาร์ไอ ที่ทำไว้ ปี 62 ระบุไว้ว่า

รายได้พึงมี เมื่ออายุ 60 ปี จนถึง 100 ปี สำหรับคนรายได้ปานกลางที่อยู่ในเขตเมืองต้องมีประมาณ 4,300,000 บาท ส่วนต่างจังหวัดหรือ ชนบท ควรมี 2,800,000 บาท ซึ่งปี 62 มีครัวเรือนเพียง 1,200,000 ครัวเรือน ที่มีรายได้สูงกว่า 2,800,000 บาท สะท้อนได้ชัดว่าสถานการณ์การออมยังไม่เพียงพอ ซึ่งสอดคล้องกับผู้สูงวัยที่บางส่วนยังต้องทำงานเพื่อหาเลี้ยงชีพ เเละไม่ได้วางแผนการเงิน

สภาพัฒน์จึงออกมาเตือน ว่าเริ่มออมได้ควรออม รัฐเองก็ต้องจริงจังในการสนับสนุนให้คนเข้าสู่ระบบการออมเงินด้วย โดยเฉพาะเเรงงานอิสระที่มีความไม่เเน่นอนด้านรายได้สูง

 

 

 


แห่คืนตั๋วรถไฟ 9,000 ใบ ลดเสี่ยงรับเชื้อ-แพร่ระบาด COVID-19

Fri, 9 Apr 2021 11:14:00

วันนี้ (9 เม.ย.2564) นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตามที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด -19 แพร่ระบาดอย่างรุนแรงในหลายพื้นที่

เพื่อเป็นการควบคุม ป้องกัน และลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดของเชื้อโควิดตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม การรถไฟแห่งประเทศไทยจึงได้กำหนดมาตรการเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ต้องการงดการเดินทาง ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ระหว่างวันที่ 9-18 เม.ย.2564 ให้สามารถคืนเงินตั๋วโดยสารได้เต็มราคา โดยมีรายละเอียด ดังนี้

1.ผู้โดยสารที่ซื้อตั๋วโดยสาร (รายบุคคล) ไว้ล่วงหน้า หากต้องการงดการเดินทางสามารถติดต่อขอคืนเงินค่าตั๋วโดยสารเป็นกรณีพิเศษได้เต็มราคา (ก่อนขบวนรถออกไม่น้อยกว่า 1 วัน) และในส่วนของตั๋วโดยสารที่ชำระด้วยบัตรสวัสดิการแห่งรัฐร่วมกับเงินสด การรถไฟฯ จะคืนค่าโดยสารให้เฉพาะส่วนที่เป็นเงินสดเท่านั้น

 

2.ผู้โดยสารที่ซื้อตั๋วหมู่คณะ ตั๋วนำเที่ยวหมู่คณะ ตั๋วสำหรับเช่าขบวนรถพิเศษโดยสาร และตั๋วเช่ารถโดยสารไว้ล่วงหน้า สามารถติดต่อขอคืนเงินค่าตั๋วโดยสารเป็นกรณีพิเศษได้เต็มราคา (ก่อนวันเดินทางไม่น้อยกว่า 1 วัน)

3.กรณีจังหวัดของสถานีต้นทางหรือปลายทางตามตั๋วของผู้โดยสาร ได้ประกาศมาตรการเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด อนุญาตให้คืนเงินค่าตั๋วก่อนวันเดินทางไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง

4.ผู้โดยสารที่จองตั๋วทางอินเตอร์เน็ต สามารถยื่นคำร้องขอคืนเงินค่าตั๋วโดยสารเป็นกรณีพิเศษได้เต็มราคา โดยแนบไฟล์ตั๋วอินเตอร์เน็ต ส่งมาที่ E-MAIL passenger-ser@railway.co.th

ประชาชนที่ซื้อตั๋วโดยสารเดินทางในช่วงวันดังกล่าว สามารถติดต่อขอคืนเงินได้ที่ช่องจำหน่ายตั๋วของสถานีทุกแห่งทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 9 เม.ย.2564 เป็นต้นไป หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ โทรศัพท์ 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง

 

นอกจากนี้ การรถไฟฯ ได้เตรียมความพร้อมการให้บริการแก่ผู้โดยสารในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยตามมาตรการทางสาธารณสุขอย่างเคร่งครัดเพื่อสร้างความมั่นใจในการเดินทาง

ทั้งการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อภายในอาคารสถานี ชานชาลา ที่พักผู้โดยสาร ห้องสุขา และพื้นที่โดยรอบบริเวณสถานี

นอกจากนี้ ยังขอความร่วมมือผู้โดยสารสวมหน้ากากอนามัยตลอดการเดินทาง และลงทะเบียนหรือสแกนคิวอาร์โค้ด เช็กอิน/เช็กเอาต์ แอพพลิเคชั่นไทยชนะทุกครั้งที่ใช้บริการ

หากพบเห็นผู้โดยสารที่มีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหอบ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ประจำสถานี/ขบวนรถ หรือศูนย์ปลอดภัยของการรถไฟฯ โทรศัพท์ 02-537-9198

ด้าน นายประสิทธิ์ ถาวร ผู้อำนวยการฝ่ายบริการโดยสาร ระบุว่า ตั้งแต่ ร.ฟ.ท.ออกประกาศให้ผู้โดยสารที่ยกเลิกการเดินทาง สามารถคืนตั๋วโดยสารโดยได้รับเงินเต็มจำนวน

ปรากฎว่า ตั้งแต่วันที่ 8-9 เม.ย. เวลา 10.00 น. มีประชาชนคืนตั๋วโดยสารแล้วประมาณ 9,000 ใบ และเชื่อว่าจะมีเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเพราะกังวลการระบาดโควิด-19


กรมศุลกากรปฏิเสธข่าวจนท.ขโมยพัสดุ ย้ำทำงานโปร่งใส

Mon, 5 Apr 2021 17:25:00

วันนี้ (5 เม.ย.2564) ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ รายหนึ่ง โพสต์วิดีโออ้างว่า เป็นเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรที่สามารถหยิบฉวยพัสดุที่ไม่มีผู้มาชำระภาษีและสามารถจำหน่ายสินค้าในราคาถูกนั้น

นายชัยยุทธ คำคุณ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางศุลกากร ในฐานะโฆษก กรมศุลกากร กล่าวว่า แม้ในแต่ละวันจะมีปริมาณพัสดุจากต่างประเทศถูกทิ้งจำนวนมากแต่ส่วนใหญ่เป็นสินค้าต้องห้าม หรือ สินค้าที่ต้องมีใบอนุญาตนำเข้า หากตรวจพบก็จะถูกตีกลับประเทศต้นทาง หรือ ทำลายทิ้งตามกฎหมายโดยไม่มีการนำออกมาขายทอดตลาดแต่หากเป็นพัสดุที่ไม่ใช่ของต้องห้าม เช่น โฟโต้บุ๊ก หรือ อัลบั้มเพลงศิลปินเกาหลี ก็มักมีผู้นำเข้ามาชำระภาษีออกไปทุกครั้ง

ส่วนสินค้ารายการอื่น ๆ กรมฯ ก็จะออกประกาศการขายทอดตลาดต่อสาธารณะชนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน ก่อนวันประมูล ซึ่งเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมประมูลจึงมีความเป็นไปได้สูงว่า ผู้โพสต์ข้อความดังกล่าว แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ซึ่งขณะนี้ กรมฯกำลังพยายามตรวจสอบผู้โพสต์ข้อความดังกล่าวและเป็นไปไม่ได้ที่เจ้าหน้าที่กรมฯจะหยิบฉวย หรือ ขโมยพัสดุออกมาได้ เนื่องจากบริเวณพื้นที่ศุลกากรไปรษณีย์ติดตั้งกล้องวงจรปิดและทำงานในพื้นที่เปิดโล่ง ซึ่งสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ตลอด 24 ชม.จึงเชิญชวนให้ผู้มีข้อมูล หรือ พบเบาะแสว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของกรมฯ ดำเนินการมิชอบด้วยกฎหมาย สามารถแจ้งให้ดำเนินการตรวจสอบได้


สู้ไม่ไหว "แอลจี" ประกาศปิดธุรกิจโทรศัพท์มือถือ

Mon, 5 Apr 2021 16:23:00

วันนี้ (5 เม.ย.2564) สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า แอลจี อิเล็กทรอนิกส์ ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของเกาหลีใต้ ประกาศแผนการถอนตัวออกจากธุรกิจโทรศัพท์มือถือในปีนี้ เนื่องจากมีผลประกอบการขาดทุนมานานหลายปี

แถลงการณ์จากแอลจี ระบุว่า การตัดสินใจปิดหน่วยธุรกิจโทรศัพท์มือถือ ผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการบริหารในช่วงเช้าวันนี้ (5 เม.ย.) ท่ามกลางผลประกอบการที่ตกต่ำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเกิดจากการรับมือการแข่งขันอันดุเดือดกับคู่แข่งรายใหญ่อื่นๆ อย่างไม่เพียงพอ

หน่วยธุรกิจโทรศัพท์มือถือของแอลจี จะปิดตัวลงอย่างสมบูรณ์ภายในสิ้นเดือน ก.ค. ขณะสายการผลิตจะสิ้นสุดภายในสิ้นเดือน พ.ค. เพื่อจัดส่งผลิตภัณฑ์แก่พันธมิตรทางธุรกิจตามสัญญา อย่างไรก็ดี แอลจีจะให้การสนับสนุนด้านบริการและการอัปเดตซอฟต์แวร์ผลิตภัณฑ์โทรศัพท์มือถือ ที่ลูกค้าใช้งานอยู่เป็นระยะเวลาหนึ่ง และขึ้นอยู่กับแต่ละภูมิภาค

ทั้งนี้ แอลจี อิเล็กทรอนิกส์ เคยเป็นผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือรายใหญ่อันดับ 3 ของโลก เผชิญภาวะขาดทุนในธุรกิจโทรศัพท์มือถือตั้งแต่ไตรมาส 2 ของปี 2015

แอลจี ชี้แจงว่า การถอนตัวจากธุรกิจโทรศัพท์มือถือที่มีการแข่งขันสูงครั้งนี้ จะช่วยมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรในธุรกิจอื่นๆ ที่กำลังเติบโต อาทิ ชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้า อุปกรณ์เชื่อมต่อ อุปกรณ์สมาร์ตโฮม หุ่นยนต์ ปัญญาประดิษฐ์ และการให้คำแนะนำแก่การค้าแบบธุรกิจกับธุรกิจ (B2B) ตลอดจนแพลตฟอร์มและบริการอื่นๆ

ทั้งนี้ แอลจีจะยังคงใช้ประโยชน์จากความชำนาญด้านโทรศัพท์มือถือ และพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อน ซึ่งรวมถึง 6G เพื่อเสริมสร้างความสามารถทางการแข่งขันในภาคธุรกิจอื่นๆ ต่อไป