"แอร์เอเชีย" ยกเลิกทุกเที่ยวบินไปอู่ฮั่นถึง 15 ก.พ.นี้

Mon, 27 Jan 2020 15:19:00

วันนี้ (27 ม.ค.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สายการบินแอร์เอเชีย ประกาศขยายเวลาการยกเลิกเที่ยวบินทุกเที่ยวบิน จากโคตาคินาบาลู ประเทศมาเลเซีย กรุงเทพฯ และภูเก็ต ประเทศไทย ไปยังเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน จนถึงวันที่ 15 ก.พ.2563

พร้อมแนะนำให้ผู้โดยสารติดต่อกับเจ้าหน้าที่ หน่วยงานรัฐบาล หรือสถานเอกอัครราชทูต ก่อนการเดินทาง เนื่องจากมีหลายจุดหมายปลายทางแจ้งว่าไม่อนุญาตให้ผู้โดยสารที่มีประวัติการเดินทางเข้าและออก จากเมืองที่เป็นพื้นที่แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาเข้าประเทศ

สำหรับทางเลือกเพื่อดูแลผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกเที่ยวบิน หรือถูกปฏิเสธการเข้าประเทศจากกรณีดังกล่าว มีรายละเอียดดังนี้

1. การเก็บวงเงินไว้ใช้ : ผู้โดยสารจะเก็บมูลค่าโดยสารในบัญชีสะสมคะแนน AirAsia BIG สำหรับการเดินทางในอนาคตกับแอร์เอเชีย โดยต้องจองภายใน 90 วันตามปฏิทิน นับจากกำหนดการเดิม ทั้งนี้วันเดินทางใหม่อาจเกิดขึ้นหลังจากวันหมดอายุได้ หากตารางบินยังมีให้บริการ สำหรับทุกเที่ยวบินเข้าและออกจากเมืองอื่นๆ ในประเทศจีน ตั้งเเต่วันนี้ (27 ม.ค.) ถึงวันที่ 15 ก.พ.2563 (หรือวันที่ 29 ก.พ.2563 สำหรับเที่ยวบินที่เข้าและออกจากเมืองอู่ฮั่นเท่านั้น) โดยมีการจองเที่ยวบินก่อนวันที่ 24 ม.ค.2563

2. การคืนเงินเต็มจำนวน : ผู้โดยสารสามารถขอคืนเงินเต็มจำนวนได้ สำหรับทุกเที่ยวบินเข้าและออกจากเมืองอื่นๆ ในประเทศจีน ตั้งแต่วันนี้ (27 ม.ค.) ถึงวันที่ 15 ก.พ.2563 และเที่ยวบินกลับตั้งแต่วันที่ 16-29 ก.พ.2563 โดยมีการจองเที่ยวบินก่อนวันที่ 24 ม.ค.2563

สำหรับผู้ที่ต้องการการคืนเงิน สามารถยื่นคำขอคืนเงินผ่าน AVA ได้ที่ support.airasia.com โดยคลิกที่สัญลักษณ์ AVA ที่ด้านล่างขวาของหน้าจอ และดูจากหมวดหมู่ที่มีให้ แล้วคลิกที่ “การคืนเงิน” จากนั้นเลือก “การขอการคืนเงิน” และให้เลือก “เที่ยวบินเข้าและออกจากอู่ฮั่น” หรือ “ขอคืนเงินตามความสมัครใจจากเมืองจีน” สำหรับเที่ยวบินเข้าและออกจากเมืองอื่นๆ ในประเทศจีน จากนั้นทำตามคำแนะนำที่ระบุไว้

ทั้งนี้ การคืนเงินสำหรับกรณีจองผ่านตัวแทนจำหน่าย หรือตัวแทนการท่องเที่ยวออนไลน์ จะต้องดำเนินการผ่านตัวแทนที่ทำการจองนั้นๆ พร้อมยืนยันว่าแอร์เอเชียจะปฏิบัติตามคำแนะนำของรัฐบาลท้องถิ่น สำนักงานการบินพลเรือนประเทศจีน หน่วยงานด้านสาธารณสุขท้องถิ่น และองค์การอนามัยโลก

นอกจากนี้ยังแนะนำให้ผู้ที่อยู่ในเมืองอู่ฮั่น ปฏิบัติตามคำแนะนำของรัฐบาลและหน่วยงานสาธารณสุขท้องถิ่น รวมถึงติดต่อสถานกงสุลหรือสถานเอกอัครราชทูตของแต่ละประเทศ เพื่อดูแลด้านความช่วยเหลือต่อไป

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

"แอร์เอเชีย" ยกเลิกบินเข้า-ออกเมืองอู่ฮั่น หวั่นแพร่เชื้อไวรัสโคโรนา

จีนติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2,744 คน เสียชีวิตพุ่ง 80 คน

จีนห้ามทัวร์ออกนอกประเทศ คาดสูญรายได้เที่ยวไทย 5.2 หมื่นล้าน

 


หุ้นไทยดิ่งกว่า 40 จุด เหตุกังวลไวรัสโคโรนากระทบ

Mon, 27 Jan 2020 12:32:00

วันนี้ (27 ม.ค.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาวะการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ในวันนี้ ดัชนีหุ้นไทยร่วงแรงหลังจากเปิดตลาดภาคเช้าก็ติดลบทันที 29.20 จุด มาอยู่ที่ 1,540.35 จุด และปรับลงมาอีกระลอกเป็น 38.94 จุด มาอยู่ที่ระดับ 1,530.61 จุด เมื่อเวลา 10.42 น. และลดลงต่ำสุดในภาคเช้าที่ 47.62 จุด มาอยู่ที่ระดับ 1,521.93 จุด เมื่อเวลา 12.08 น. ก่อนจะปิดตลาดภาคเช้าที่ระดับ 1,523.78 จุด ปรับตัวลดลง 45.77 จุด หรือร้อยละ 2.92 และมีมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 41,864.96 ล้านบาท

ขณะที่หลายฝ่ายมองว่าส่วนหนึ่งจากความกังวลของโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ที่กำลังแพร่ระบาดในประเทศจีน ซึ่งข้อมูลล่าสุด เมื่อวานนี้ (26 ม.ค.) ผู้ป่วยอยู่ที่ 2,744 คน เป็นผู้ป่วยขั้นวิกฤต 461 คน เสียชีวิต 80 คน ส่วนประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อเป็น 8 คนแล้ว ในจำนวนนี้กลับบ้านแล้ว 5 คน เหลืออีก 3 คนอยู่ระหว่างรักษาที่โรงพยาบาล โดยผู้ป่วยทั้งหมดติดเชื้อจากจีน ยังไม่พบผู้ป่วยติดเชื้อในไทย

ทั้งนี้ หุ้นที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว ขนส่ง และโรงแรม ต่างตอบรับข่าวการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา โดยราคาปรับตัวลดลงกันทั่วหน้า ไม่ว่าจะเป็นหุ้น AOT, MINT, CENTEL, ERW, AAV, NOK, THAI, BA,


บุกบ้านส.ส.รัฐบาล นครศรีฯ ทวงสัญญา ราคายางยังไม่ขยับขึ้น

Sun, 26 Jan 2020 16:52:00

วันนี้ (26 ม.ค.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเที่ยงที่ผ่านมา ชาวสวนยางได้รวมตัวกันที่แยกควนหนองหงส์ ต.ควนหนองหงส์ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ประท้วงการบริหารจัดการภาครัฐ ที่ส่งผลให้ราคายางตกต่ำอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าทั้งพรรคพลังประชารัฐ และพรรคประชาธิปัตย์ จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และเป็นเจ้าของนโยบายราคายางกิโลกรัมละ 65 บาท และ 60 บาท แต่กลับไม่ได้รับความสนใจการแก้ไขปัญหาราคายาง ที่ยังตกลงต่อเนื่อง

หลังจากนั้นกลุ่มชาวสวนยาง นำโดย นายกมล ขาวทอง อายุ 60 ปี เกษตรกร พื้นที่ ต.กรุงหยัน อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช หนึ่งในแกนนำ ตั้งขบวนรถยนต์ 15 คัน มุ่งหน้าไปยังหน้าบ้านของ นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ริมถนนสายนครศรีธรรมราช-พระพรหม ต.นาสาร อ.พระพรหม หลังจากเดินทางมาถึงได้ร่วมกันแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ทวงถามนโยบายที่เคยหาเสียงเรื่องราคายางพารา ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ที่ 60 บาท แต่ทุกอย่างเงียบขณะที่บรรยากาศภายในบ้านของนายเทพไท ไม่ปรากฎตัวนายเทพไทออกมารับผู้ชุมนุมแต่อย่างใด

หลังจากนั้นผู้ชุมนุมได้ไปบันทึกภาพที่หน้าป้าย ของนายชวน หลีกภัย นายเทพไท เสนพงศ์ และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะที่ติดตั้งอยู่หน้าบ้านของนายเทพไทก่อนที่จะเคลื่อนขบวนต่อไปที่บ้านพักของนายรงค์ บุญสวยขวัญ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ ที่ต.มะม่วงสองต้น อ.เมืองนครศรีธรรมราช จ.นครศรีธรรมราช เมื่อเดินทางถึง นายรงค์ออกมาพบกับเกษตรกร โดยแกนนำระบุว่า ตอนนี้ราคายางพาราตกต่ำอย่างหนัก มีเกษตรกรจาก จ.นครศรีธรรมราช, พัทลุง, สงขลา, ปัตตานี และ จ.สตูล มารวมตัวกัน

ที่เคยให้สัญญากับเกษตรกรว่า ถ้าได้เป็นรัฐบาลแล้ว ราคายางจะกก.ละ 60-65 บาท แต่จนถึงขณะนี้ไม่มีทีท่าว่าจะเพิ่มขึ้น มีแต่จะตกต่ำลงอย่างหนัก จนเกษตรกรอยู่ไม่ได้แล้ว จึงมาทวงถามเพราะรัฐบาลเงียบเฉยมานาน

ขณะที่นายรงค์กล่าวกับกลุ่มเกษตรกรว่า ที่ได้หาเสียงเรื่องราคายางพาราในขณะนั้นเป็นนโยบายของแต่ละพรรค และเมื่อร่วมรัฐบาลกำลังดำเนินการให้เป็นนโยบายของรัฐบาลต่อไป แต่ก็ได้รับทราบปัญหาที่เกษตรกรรวมตัวกันก็จะนำเข้าที่ประชุม ครม.เพื่อให้เร่งดำเนินการต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่นายรงค์พูดอยู่นั้น เกษตรกรที่มาชุมนุมตะโกนบอกว่า “ต้องเสนอ ครม.พิจารณาเลย ไม่ใช่บอกว่าไม่รู้จะเข้าเมื่อไร” และหลังจากมีการพูดคุยกันแล้วกลุ่มเกษตรกรก็ได้ร่วมรับประทานอาหาร ก่อนจะเดินทางกลับไปรวมตัวกันที่แยกควนหนองหงษ์ เพื่อสะท้อนให้รัฐบาลได้รับรู้ถึงความเดือดร้อน

นอกจากนั้นขบวนของชาวสวนยางยังเคลื่อนไหวอีกจุด คือ เกษตรกรจากอ.ฉวางได้แสดงออกเชิงสัญลักษณ์ที่บ้านของนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ สส.นครศรีธรรมราชพรรคประชาธิปัตย์ ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังแยกควนหนองหงษ์เช่นเดียวกัน


ททท.เรียกประชุมด่วน รับมือจีนระงับทัวร์ต่างประเทศ

Sat, 25 Jan 2020 12:18:00

วันนี้ (25 ม.ค.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว ประเทศจีน ออกประกาศคำสั่งของประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ให้บริษัทนำเที่ยวระงับการขายแพ็คเกจท่องเที่ยวต่างประเทศทั้งหมด เพื่อควบคุมการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

 

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ประกาศดังกล่าวกำหนดห้ามบริษัทนำท่องเที่ยว ขายโปรแกรมการเดินทางต่างประเทศ แต่นักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยตัวเอง ยังสามารถเดินทางออกต่างประเทศได้ คาดว่ามาตรการดังกล่าวจะกระทบยอดนักท่องเทียวจีนในไทย ซึ่งเดินทางเข้ามาเฉลี่ยเดือนละ 800,000 คน คิดเป็นร้อยละ 70 ของนักท่องเที่ยวจีนทั้งหมด คิดเป็นมูลค่าความเสียหายไม่น้อยกว่า 50,000 ล้านบาท หลังเทียบเคียบกับเหตุการณ์ระบาดของเชื้อไวรัสซาร์ส ซึ่งทางการจีนควบคุมการเดินทางท่องเที่ยวประมาณ 3 เดือน เพื่อควบคุมการระบาดของโรค

 

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จึงเตรียมนัดประชุมหารือกับภาคเอกชน ในสัปดาห์หน้า เพื่อปรับแผนการกระตุ้นการท่องเที่ยวตลาดอื่นมาชดเชยนักท่องเที่ยวจีนที่หายไป รวมทั้งหามาตรการเยียวยาผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาดังกล่าวเป็นกรณีเร่งด่วน

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 

เตือนคนไทยระวัง! ทั่วทั้งจีนพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาแล้ว 830 คน

พบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา คนที่ 5 ในไทย 

 

 


ACE ชี้แจงข่าวเด้ง "วิระชัย" ไม่กระทบบริษัท

Fri, 24 Jan 2020 17:06:00

วันนี้ (24 ม.ค.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท แอ๊บโซลูท คลีน เอ็นเนอร์จี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ACE แจ้งข่าวต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เรื่องชี้แจงผลกระทบจากเหตุการณ์ที่ปรากฏเป็นข่าวทางสื่อ Online โดยระบุว่า ขอเรียนชี้แจงผู้ถือหุ้น นักลงทุน และสื่อมวลชน ที่ได้สอบถามเรื่องผลกระทบที่อาจมีต่อบริษัท จากการโยกย้ายผู้บริหารระดับสูงในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท

ยืนยัน "วิระชัย" ไม่ได้เป็นผู้บริหาร-กรรมการ

ทั้งนี้ ขอชี้แจงว่าบริษัทไม่ได้รับผลกระทบใดๆ จากเหตุการณ์ดังกล่าว เนื่องจากท่านไม่ได้เป็นผู้บริหาร หรือกรรมการของบริษัท หรือตัวแทนของบริษัท แต่อย่างใด ที่สำคัญบริษัทมีการบริหารงานด้วยระบบมืออาชีพ ตามหลักธรรมาภิบาล โดยคณะกรรมการ คณะผู้บริหาร และบุคลากรของบริษัท ซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญทั้งในอุตสาหกรรมพลังงาน และการลงทุนเป็นอย่างดี

 

 

สุดท้ายนี้ บริษัทขอเรียนให้ความเชื่อมั่นต่อผู้ลงทุนว่า การดำเนินธุรกิจ การพัฒนาโครงการ รวมทั้งการขยายกิจการในอนาคตของบริษัท ยังคงดำเนินไปอย่างปกติตามแผนการที่วางไว้ทุกประการ

ราคาหุ้นดิ่งแทบทั้งวันและกระเตื้องก่อนปิดตลาด

สำหรับราคาหุ้นของ ACE ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา หลังจากเปิดตลาดมาได้ประมาณ 1 ชั่วโมง ราคาปรับตัวลงไปต่ำที่สุดที่ราคา 3.04 น. ซึ่งเป็นระดับราคาฟลอร์ของวันนี้ หลังจากสื่อมวลชนรายงานข่าวว่า พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ถูกย้ายไปปฏิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี

 

 

ก่อนที่ในช่วงบ่าย ACE จะแจ้งข่าวต่อ ตลท.ถึงกรณีดังกล่าว แต่ราคายังคงไม่กระเตื้อง จนเหลือเวลาประมาณ 30 นาทีก่อนปิดตลาดภายบ่าย ราคาจึงปรับเพิ่มขึ้นมา และปิดตลาดที่ 3.20 บาท และมีมูลค่าการซื้อขายรวมทั้งสิ้น 2,020 ล้านบาท ติดอันดับ 5 ของมูลค่าการซื้อขายสูงสุดในรอบวัน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

พิษข่าวเด้ง "วิระชัย" หุ้น ACE ร่วงติดฟลอร์

เด้ง "พล.ต.อ.วิระชัย" ไปนั่งสำนักนายกฯ ระบุทำให้ราชการเสียหาย


พิษข่าวเด้ง "วิระชัย" หุ้น ACE ร่วงติดฟลอร์

Fri, 24 Jan 2020 11:57:00

วันนี้ (24 ม.ค.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้นของบริษัท แอ๊บโซลูท คลีน เอ็นเนอร์จี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ACE ปรับตัวลงไปต่ำสุดที่ราคา 3.04 บาท ซึ่งเป็นระดับราคาฟลอร์ของวันนี้ และมีมูลค่าการซื้อขาย ณ เมื่อเวลา 11.54 น. กว่า 821 ล้านบาท หลังจาก พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ถูกย้ายไปปฏิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี เนื่องจากมีพฤติการณ์และการกระทำ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ ในการอำนวยการยุติธรรม กระทบต่อภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และการปฏิบัติราชการของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นเหตุให้ราชการเสียหาย

 

 

ทั้งนี้ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา เป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 1 จำนวน 2,282,528,920 หุ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 22.43 โดยมีคนในตระกูลทรงเมตตา ถือหุ้นมากเป็นอันดับ 2-4 ด้วย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เด้ง "พล.ต.อ.วิระชัย" ไปนั่งสำนักนายกฯ ระบุทำให้ราชการเสียหาย


"แอร์เอเชีย" ยกเลิกบินเข้า-ออกเมืองอู่ฮั่น หวั่นแพร่เชื้อไวรัสโคโรนา

Thu, 23 Jan 2020 13:21:00

วันนี้ (23 ม.ค.2563) สายการบินแอร์เอเชีย แจ้งว่า จากสถานการณ์ด้านสาธารณสุขและประกาศจากรัฐบาลจีนกรณีท่าอากาศยานอู่ฮั่นปิดให้บริการชั่วคราว แอร์เอเชียขอยกเลิกเที่ยวบินทุกเที่ยวบินจากโคตาคินาบาลู ประเทศมาเลเซีย กรุงเทพ และภูเก็ต ประเทศไทย สู่เมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 28 ม.ค. 2563

สายการบินขอแนะนำให้ผู้ที่อยู่ในเมืองอู่ฮั่นปฏิบัติตามคำแนะนำของรัฐบาลและหน่วยงานสาธารณสุขท้องถิ่น รวมถึงติดต่อสถานกงสุลหรือสถานเอกอัครราชทูตของแต่ละประเทศ เพื่อดูแลด้านความช่วยเหลือต่อไป

แอร์เอเชียเสนอทางเลือกเพื่อดูแลผู้โดยสารที่ต้องการเปลี่ยนแปลงแผนการเดินทางเข้าเเละออกเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ดังต่อไปนี้

1. เปลี่ยนแปลงเส้นทางบิน: ผู้โดยสารสามารถเปลี่ยนแปลงเส้นทางบินไปยังเมืองอื่นๆ ในประเทศจีนได้ สำหรับเที่ยวบินจากโคตาคินาบาลู กรุงเทพ และภูเก็ต โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ขึ้นอยู่กับจำนวนที่นั่งที่เหลืออยู่ สำหรับทุกเที่ยวบินตั้งแต่วันนี้ ถึง วันที่ 29 ก.พ. 2563 หรือ

2. การเก็บวงเงินไว้ใช้: ผู้โดยสารจะเก็บมูลค่าโดยสารของคุณในบัญชีสะสมคะแนน AirAsia BIG สำหรับการเดินทางในอนาคตกับแอร์เอเชีย โดยต้องจองภายใน 90 วันตามปฏิทิน นับจากกำหนดการเดิม ทั้งนี้วันเดินทางใหม่อาจเกิดขึ้นหลังจากวันหมดอายุได้ หากตารางบินยังมีให้บริการ สำหรับทุกเที่ยวบินตั้งเเต่วันนี้ ถึง วันที่ 29 ก.พ. 2563 หรือ

3. การคืนเงินเต็มจำนวน: ผู้โดยสารสามารถขอคืนเงินเต็มจำนวนได้ ในกรณีที่เที่ยวบินถูกยกเลิก สำหรับทุกเที่ยวบินตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 15 ก.พ. 2563 และเที่ยวบินกลับตั้งแต่วันที่ 16-29 ก.พ.2563

สำหรับผู้ที่ต้องการการคืนเงิน สามารถยื่นคำขอคืนเงินผ่าน AVA ได้ที่ support.airasia.com โดยคลิกที่สัญลักษณ์ AVA ที่ด้านล่างขวาของหน้าจอ และดูจากหมวดหมู่ที่มีให้ แล้วคลิกที่ “การคืนเงิน” จากนั้นเลือก “การขอการคืนเงิน” และให้เลือก “เที่ยวบินเข้าและออกจากอู่ฮั่น” จากนั้นทำตามคำแนะนำที่ระบุไว้

ทั้งนี้การคืนเงินสำหรับกรณีการจองผ่านตัวแทนจำหน่าย หรือตัวแทนการท่องเที่ยวออนไลน์จะต้องดำเนินการผ่านตัวแทนที่ทำการจองนั้นๆ

ปัจจุบันไทยแอร์เอเชีย (เที่ยวบิน FD) มีบินตรงเข้าเเละออกเมืองอู่ฮั่น 3 เที่ยวบิน คือ ดอนเมือง-อู่ฮั่น 2 เที่ยวบินต่อวัน เเละภูเก็ต-อู่ฮั่น 1 เที่ยวบินต่อวัน และแอร์เอเชีย มาเลเซีย(เที่ยวบิน AK) มีบินตรงโคตาคินาบาลู-อู่ฮั่น 1 เที่ยวบินต่อวัน


"กฤษฎีกา" ยกเว้นภาษีโรงงานร้อยละ 50 บังคับใช้ 21 ม.ค.นี้

Mon, 20 Jan 2020 17:52:00

วันนี้ (20 ม.ค.2563) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 137 ตอนที่ 5 ก ลงวันที่ 20 ม.ค.2563 ได้เผยแพร่พระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 690) พ.ศ.2563 ความว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล สำหรับเงินได้ที่จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อการลงทุนในทรัพย์สินบางกรณี อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 175 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา 3 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 10) พ.ศ.2496 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา 1 พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 690) พ.ศ.2563”

มาตรา 2 พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา (21 ม.ค.) เป็นต้นไป

มาตรา 3 ในพระราชกฤษฎีกานี้

“เครื่องจักร” หมายความว่า สิ่งที่ประกอบด้วยชิ้นส่วนหลายชิ้นสำหรับใช้ก่อกำเนิดพลังงานเปลี่ยนหรือแปลงสภาพพลังงาน หรือส่งพลังงาน ทั้งนี้ด้วยกาลังน้า ไอน้ำ เชื้อเพลิง ลม ก๊าซ ไฟฟ้า หรือพลังงานอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกัน และหมายความรวมถึงเครื่องอุปกรณ์ ไฟลวีล ปุลเล สาย พาน เพลา เกียร์ หรือสิ่งอื่นที่ทำงานสนองกัน แต่ไม่รวมถึงยานพาหนะที่จดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยยานพาหนะนั้นๆ

มาตรา 4 ให้ยกเว้นภาษีเงินได้ตามส่วน 3 หมวด 3 ในลักษณะ 2 แห่งประมวลรัษฎากรให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล สำหรับเงินได้เท่ากับรายจ่ายที่ได้จ่ายไปตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.2562 ถึงวันที่ 31 พ.ค.2563 เพื่อการลงทุนในเครื่องจักร แต่ไม่ใช่เป็นการซ่อมแซมให้คงสภาพเดิม ตามมาตรา 65 ตรี (5) แห่งประมวลรัษฎากร เป็นจำนวนร้อยละ 50 ของรายจ่ายตามจำนวนที่จ่ายจริง ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด

ความในวรรคหนึ่ง ไม่ใช้กับบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ประกอบกิจการให้เช่าแบบลีสซิ่งและลงทุนในเครื่องจักรเพื่อให้เช่าเครื่องจักรนั้นแบบลีสซิ่ง

มาตรา 5 เครื่องจักรตามมาตรา 4 ต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้

มาตรา 6 บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่จะใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ตามพระราชกฤษฎีกานี้จะต้องจัดทำโครงการลงทุนและแผนการจ่ายเงิน และแจ้งต่ออธิบดี ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขและระยะเวลาที่อธิบดีประกาศกำหนด

มาตรา 7 กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลได้ใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ตามพระราชกฤษฎีกานี้ และต่อมาไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในมาตรา 4 มาตรา 5 และมาตรา 6 ในรอบระยะเวลาบัญชีใด ให้สิทธิที่จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ตามพระราชกฤษฎีกานี้สิ้นสุดลง และบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน นิติบุค คลนั้น จะต้องนำเงินได้ที่ได้ใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ไปแล้วไปรวมเป็นรายได้ในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้ในรอบระยะเวลาบัญชีที่ได้ใช้สิทธินั้น เว้นแต่กรณีที่มีการขายเครื่องจักรนั้น หรือเครื่องจักรนั้นถูกทาลายหรือสูญหายหรือสิ้นสภาพ

ให้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นั้นสิ้นสุดลงนับแต่รอบระยะเวลาบัญชีที่ได้ขายเครื่องจักรหรือเครื่องจักรนั้นถูกทำลายหรือสูญหายหรือสิ้นสภาพ แล้วแต่กรณี โดยไม่ต้องนาเงินได้ที่ได้รับจากการใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ที่ได้รับแล้วไปรวมเป็นรายได้ในการคำนวณกาไรสุทธิอีก

มาตรา 8 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้ 

สำหรับเหตุผลในการประกาศพระราชกฤษฎีกานี้ โดยที่เป็นการสมควรยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล สำหรับเงินได้เป็นจำนวนร้อยละ 50 ของรายจ่ายที่เป็นค่าใช้จ่ายเพื่อการลงทุนในเครื่องจักร แต่ไม่ใช่เป็นการซ่อมแซมให้คงสภาพเดิม ที่ได้จ่ายไปตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.2562 ถึงวันที่ 31 พ.ค.นี้ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการลงทุน 

 

 

 


กรมสวัสดิการฯ สั่งติดตามเลิกจ้าง "MONO 29" ใกล้ชิด

Mon, 20 Jan 2020 17:40:00

วันนี้ (20 ม.ค.2563) นายอภิญญา สุจริตตานันท์ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยถึงกรณีข่าวสถานีโทรทัศน์ MONO 29 ได้มีการเลิกจ้างลูกจ้างว่า กสร.ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงทราบว่า บริษัท โมโน เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือโมโนฯ มีการเลิกจ้างลูกจ้างจริงตามที่ปรากฏในข่าว ซึ่งในปัจจุบันมีการเลิกจ้างลูกจ้างไปแล้ว 86 คน และทางบริษัทฯ ได้มีการจ่ายเงินค่าบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชยให้กับลูกจ้างตามกฎหมาย รวมทั้งสิทธิประโยชน์อื่นให้กับลูกจ้างดังกล่าวแล้ว รวมเป็นเงิน 15 ล้านบาท

ทั้งนี้ ในวันนี้ พนักงานตรวจแรงงาน สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จ.นนทบุรี ได้ลงพื้นที่เข้าไปชี้แจงสิทธิหน้าที่ตามกฎหมายให้แก่นายจ้างลูกจ้างได้ทราบเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ กสร.ได้สั่งการให้ติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด รวมทั้งประสานกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานร่วมดูแลสิทธิและให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ เช่น ประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน การประสานหาตำแหน่งงานรองรับ เป็นต้น


กบข.ตั้งเป้าปี 63 เน้นกระจายเสี่ยงไปต่างประเทศ

Mon, 20 Jan 2020 12:33:00

วันนี้ (20 ม.ค.2563) นายวิทัย รัตนากร เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า ณ สิ้นปี 2562 กบข.สามารถสร้างผลตอบแทนการลงทุนสำหรับสมาชิก กบข.ได้ 5.73% ถือเป็นการตอกย้ำกลยุทธ์เน้นกระจายความเสี่ยงไปยังกลุ่มสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงและความผันผวนต่ำ โดยในปี 2562 สินทรัพย์ที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้สูง ประกอบด้วยตราสารทุนโลก 18.38% กองทุนแอปโซลูทรีเทิร์น 13.33% ไพรเวทอิควิตี้ 6.38% และอสังหาริมทรัพย์ 6.16% ขณะที่ตราสารหนี้ไทยและตราสารทุนไทยให้ผลตอบแทน 4.38% และ 2.36% ตามลำดับ

สำหรับปี 2563 กบข.ยังคงนโยบายสร้างผลตอบแทนต่อเนื่องสม่ำเสมอให้กับสมาชิก โดยจะเข้าลงทุนในต่างประเทศกลุ่มสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงและความผันผวนต่ำ โดยประเมินว่าจากการผ่อนคลายความกังวลของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ประกอบกับสภาพคล่องในตลาดเงินโลกที่ยังคงมีอยู่ในระดับสูง จะเป็นปัจจัยบวกส่งผลให้เศรษฐกิจโลกขยายตัวสูงกว่าในปีที่ผ่านมา แม้จะมีปัจจัยเสี่ยงจากความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลาง และปัจจัยความไม่แน่นอนจากผลเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่จะมีขึ้นในเดือน พ.ย.ก็ตาม

กบข.ตั้งเป้ากระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์ต่างประเทศที่มีความเสี่ยงและความผันผวนต่ำในปี 2563 แต่ต้องได้รับอนุมัติให้ขยายเพดานการลงทุนไปต่างประเทศจาก 30% เป็น 40% ของสินทรัพย์รวม

นายวิทัย กล่าวว่า คาดว่าภาวะเศรษฐกิจและการลงทุนในประเทศในปี 2563 จะขยายตัวดีต่อเนื่องจากปี 2562 โดยได้รับอานิสงส์จากการบริโภคในประเทศที่ปรับตัวดีขึ้นอันเนื่องมาจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล อาทิ การประกันรายได้สำหรับเกษตรกร การลดค่าครองชีพของผู้มีรายได้น้อย และมาตรการ "ชิม ช้อป ใช้" เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม คาดว่าในปี 2563 หลังจากสภาผ่าน พ.ร.บ.งบประมาณ รัฐบาลน่าจะสามารถออกมาตรการในลักษณะเดียวกันเพิ่มเติม รวมถึงภาครัฐสามารถใช้งบประมาณเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการบริโภคได้มากขึ้น โดย กบข.ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2563 จะขยายตัวอยู่ที่ประมาณ 2.8-3.0% โดยมีอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 1%


ทร.เปิดซองราคากลุ่มซีพี ประมูลโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาฯ

Fri, 17 Jan 2020 12:45:00

วันนี้ (17 ม.ค.2563) พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือและประธานคณะกรรมการ คัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก แถลงว่า ตามที่คณะกรรมการคัดเลือกฯ ได้มีหนังสือแจ้งผลการประเมินข้อเสนอซองที่ 2 (ข้อเสนอด้านเทคนิค) และเชิญกลุ่ม กิจการค้าร่วม บริษัท ธนโฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร (กลุ่มซีพี) เข้าร่วมการเปิดเอกสารข้อเสนอซองที่ 3 (ข้อเสนอด้านราคา) และได้เชิญผู้ยื่นข้อเสนอรายที่ 1 กลุ่มกิจการร่วมค้าบีบีเอส และผู้ยื่นข้อเสนอรายที่ 2 กลุ่ม Grand Consortium ซึ่งได้ทำการเปิดเอกสารซองที่ 3 (ข้อเสนอด้านราคา) ไปแล้ว เข้าร่วมการเปิดซองข้อเสนอด้วยเพื่อความโปร่งใสและเป็นธรรมต่อผู้ยื่นข้อเสนอทุกรายนั้น

ในวันนี้ เอกชนผู้ยื่นข้อเสนอทั้ง 3 รายได้ส่งผู้แทนมาเข้าร่วมการเปิดเอกสารข้อเสนอซองที่ 3 ของกลุ่มกิจการร่วมบริษัท ธนโฮลดิ้งจำกัด และพันธมิตร (กลุ่มซีพี) อย่างพร้อมเพรียง โดยการดำเนินการเปิดเอกสารข้อเสนอซองที่ 3 (ข้อเสนอด้านราคา) ของกกิจการค้าร่วม บริษัท ธนโฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร (กลุ่มซีพี) ในวันนี้เป็นการดำเนินการที่สืบเนื่องจากที่ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาให้เพิกถอนมติ ของคณะกรรมการคัดเลือกฯ ในส่วนที่ปฏิเสธไม่รับข้อเสนอกล่องที่ 6 และกล่องที่ 9 ของกลุ่มกิจการค้าร่วม กิจการค้าร่วม บริษัท ธนโฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร (กลุ่มซีพี) โดยทุกขั้นตอน คณะกรรมการคัดเลือกฯ ดำเนินการด้วยความรัดกุม โปร่งใส เป็นไปตามหลักเกณฑ์ในเอกสารการคัดเลือกเอกชนและเป็นธรรมต่อผู้ยื่นข้อเสนอทุกราย ซึ่งในการเปิดเอกสาร ข้อเสนอซองดังกล่าวมีผู้แทนคณะกรรมการคัดเลือกฯ ผู้แทนคณะทำงานฯ ผู้แทนกองทัพเรือ ผู้แทนสำนักงาน คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ที่ปรึษา และผู้สังเกตการณ์อิสระจากองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เข้าสังเกตการณ์ รวมทั้งได้มีการบันทึกภาพนิ่ง ภาพวิดีโอ และกล้องวงจรปิด พื่อให้เกิดความโปร่งใสตลอดกระบวนการ

การเปิดเอกสารข้อเสนอซองที่ 3 (ข้อเสนอด้านราคา) ของกิจการค้าร่วม บริษัท ธนโฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร (กลุ่มซีพี) โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทั้งนี้ กระบวนการต่อจากนี้ คณะกรรมการคัดเลือกฯ จะดำเนินการตรวจสอบเอกสารข้อเสนอซองที่ 3 ข้อเสนอด้านราคา) ของผู้ยื่นข้อเสนอทั้ง 3 ราย หากถูกต้องตามหลักเกณฑ์และข้อกำหนดของเอกสารการคัดเลือก เอกชนร่วมลงทุน คณะกรรมการคัดเลือกฯ จะทำการพิจารณาตรวจสอบรายละเอียดของข้อเสนอด้านราคา เช่น สมมติฐานและการประมาณการณ์ทางการเงิน เพื่อให้ได้ผู้ยื่นข้อเสนอที่ให้ผลตอบแทนที่ดีที่สุดแก่ภาครัฐ นำไปสู่ การจัดทำร่างสัญญาและรายละเอียดทางเทคนิคเพื่อประกอบสัญญาต่อไป โดยคาดว่าจะประกาศผลการคัดเลือก ได้ภายในเดือน มี.ค.2563

 


สอน.เสนอจ่ายเงินชาวไร่เพิ่ม 130 บ./ตัน จูงใจลดอ้อยไฟไหม้

Thu, 16 Jan 2020 18:00:00

วันนี้ (16 ม.ค.2563) นายเอกภัทร วังสุวรรณ เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย เปิดเผยว่า ได้เสนอกระทรวงอุตสาหกรรม พิจารณาจัดสรรเงินจากโครงการเงินช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อย เพื่อซื้อปัจจัยการผลิต ฤดูการผลิตปี 2562/2563 วงเงินกว่า 10,000 ล้านบาท ให้เกษตรกรกลุ่มที่ตัดอ้อยสดเพิ่ม ซึ่งจะทำให้ชาวไร่ที่ตัดอ้อยสดได้รับเงินเพิ่มอีก 130 บาทต่อตันอ้อย เพื่อเพิ่มแรงจูงใจให้ชาวไร่อ้อยหันมาตัดอ้อยสดมากขึ้น 

 

เมื่อรวมกับราคาอ้อยขั้นต้นที่ 750 บาทต่อตันอ้อย และค่าความหวานที่ ซี.ซี.เอส. ละ 45 บาทต่อตัน และยังมีค่าตัดอ้อยสดอีกตันละ 30 บาท จะทำให้ชาวไร่ได้รับเงินค่าอ้อยตันละ 1,000 บาท ซึ่งเกือบครอบคลุมต้นทุนการปลูก และช่วยลดการเกิดฝุ่นพิษ เนื่องจากชาวไร่อ้อยแจ้งว่า ยังไม่สามารถปรับตัวได้ทัน จึงขอปรับเป้าหมายอ้อยไฟไหม้อยู่ที่ร้อยละ 50 เท่ากับอ้อยสดจากเป้าหมายอ้อยไฟไหม้ร้อยละ 30 และอ้อยสด ร้อยละ 70

 

สาเหตุที่ชาวไร่ยังปรับตัวไม่ทัน เพราะขาดแรงงาน และเครื่องจักรมีราคาสูง แม้ว่าจะมีโรงงานน้ำตาลเข้าร่วมขอสินเชื่อเพื่อซื้อรถตัดอ้อย แต่ยังไม่มากนัก และหากจะลดอ้อยไฟไหม้เป็นศูนย์จะต้องใช้เครื่องจักร 4,600 คัน แต่ปัจจุบันมีเพียง 1,900 คันทั้งประเทศ จึงต้องหามาตรการเสริมแรงจูงใจให้ชาวไร่ คาดว่าจะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้ช่วง มี.ค.2563

 

นายเอกภัทร ยังระบุว่า สอน.จะพยายามเข้าไปส่งเสริมให้ชาวไร่ปรับเปลี่ยนระยะห่างของการปลูกอ้อยเพื่อเพิ่มระยะห่างอย่างน้อย 1.8 เมตร เพื่อทำให้รถตัดอ้อยเข้าไปตัดอ้อยได้ไม่ทำลายกออ้อย และชาวไร่ยังสามารถนำใบอ้อยส่งขายกับโรงงานน้ำตาลเพื่อนำไปผสมกับชานอ้อย ผลิตเป็นเชื้อเพลิงไฟฟ้าโดยขณะนี้มี 8 โรงงานที่รับซื้อตันละ 50 บาท ช่วยเพิ่มมูลค่าและรายให้ชาวไร่ด้วย และมองว่า ปัญหาการเกิดฝุ่น PM 2.5 จากการเผาอ้อยถือว่ามีสัดส่วนน้อยมากร้อยละ 5 หากเทียบกับภาคขนส่ง และการเผาอ้อยมีระยะเวลาสั้นไม่เกิน 4 เดือนเท่านั้น แต่เชื่อว่ามาตรการจูงใจทั้งหมดจะลดการอ้อยไฟไหม้เป็นศูนย์ภายใน 3 ปี


"เยอรมัน" สอบสวนนักบินไทยลงจอด 800 ฟุตเสี่ยงอันตราย

Thu, 16 Jan 2020 12:20:00

วันนี้ (16 ม.ค.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเพจเฟซบุ๊ก Outsider's Aviation รายงานว่า สำนักงานสอบสวนคดีอุบัติเหตุอากาศยานแห่งเยอรมนี มีคำสั่งด่วนให้มีการสอบสวนคดีอุบัติเหตุอากาศยาน กรณีเครื่องบินของสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG926 ออกเดินทางจากท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต ไปยัง ท่าอากาศยานนานาชาติแฟรงค์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี ด้วยเครื่องบินแบบ Airbus A350-900 ทะเบียน HS-THF ตรวจสอบพบปัญหาในการนำเครื่องลงจอดว่าเข้าข่ายเป็นอุบัติเหตุร้ายแรงด้านความปลอดภัยด้านการบิน

โดยในขณะที่เครื่องบินกำลังเตรียมการลงจอดขั้นสุดท้าย เครื่องบินได้บินอยู่ที่ระดับความสูงประมาณ 800 ฟุตจากระดับพื้นดิน หรือ 1,150 ฟุตจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ซึ่งต่ำกว่าระดับที่กำหนดไว้ นักบินตัดสินใจยกเลิกการลงจอด และไต่ระดับความสูงไปที่ 5,000 ฟุต เพื่อเตรียมการลงจอดอีกครั้ง และสามารถลงจอดบนทางวิ่ง 07R ได้อย่างปลอดภัยหลังจากยกเลิกการลงจอดครั้งแรก 15 นาที

ทั้งนี้ สำนักงานสอบสวนคดีอุบัติเหตุอากาศยานแห่งเยอรมนี (Germany’s BFU) กล่าวว่า สำนักงานได้รับรายงานการเตรียมการเพื่อลงจอดและการบินในระดับต่ำกว่าที่กำหนดดังกล่าวแล้ว และถูกจัดว่าเป็นเหตุการณ์ร้ายแรงที่สำนักงานกำลังเข้าตรวจสอบถึงสาเหตุดังกล่าว

ข้อมูลเพิ่มเติม http://avherald.com/h?article=4d1e782d

https://twitter.com/JacdecNew/status/1216856176178188290

 

 

 


15 ม.ค.นี้ วันสุดท้ายใช้บัตรเอทีเอ็ม-เดบิต "แถบแม่เหล็ก"

Wed, 15 Jan 2020 10:26:00

วันนี้ (15 ม.ค.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย เผยแพร่ข้อมูลว่า วันสุดท้ายบัตรเอทีเอ็ม และบัตรเดบิต แบบแถบแม่เหล็กจะใช้ไม่ได้แล้ว โดยระบุว่าให้ รีบมาเปลี่ยนเป็นบัตร ATM / Debit แบบชิปการ์ด ฟรีค่าธรรมเนียมเปลี่ยนบัตร ที่ธนาคารที่ใช้บริการ เพียงแค่แสดงบัตรประจำตัวประชาชน บัตร ATM หรือบัตร Debit ใบเดิม และสมุดบัญชีเงินฝาก สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจาก call center หรือเจ้าหน้าที่ของธนาคารที่ใช้บริการ หรือที่ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน โทร.1213 

สำหรับการยกเลิกใช้บัตรแถบแม่เหล็ก ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ผลักดันร่วมกับสมาคมธนาคารไทย และสถาบันการเงิน มาตั้งแต่ช่วงปี 2559 จากรูปแบบบัตรแถบแม่เหล็ก ให้เป็นบัตรชิปการ์ด เพื่อยกระดับความปลอดภัยในการใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ อาทิ ป้องกันการปลอมแปลงบัตร และการโจรกรรมข้อมูลนำไปทำบัตรปลอม และใช้ทำธุรกรรมทางการเงินผ่านเครื่องเอทีเอ็ม 

ซึ่งสถาบันการเงินต่างๆ ได้ประชาสัมพันธ์และเปลี่ยนบัตรให้ประชาชนมาโดยตลอด ปัจจุบันพบว่ามีผู้เปลี่ยนบัตรเป็นชิปการ์ดไปแล้ว 47 ล้านใบ และยังคงมีบัตรแถบแม่เหล็กคงเหลือที่ยังไม่ได้เปลี่ยนอีกประมาณ 20 ล้านใบทั่วประเทศ ซึ่งวันนี้ จะเป็นวันสุดท้ายที่ให้ผู้ที่ครอบครองบัตรแถบแม่เหล็กต้องไปเปลี่ยนเป็นบัตรแบบใหม่ ก่อนที่วันพรุ่งนี้ (16 ม.ค.) จะใช้งานไม่ได้ 

 

 


ครม.ไฟเขียว "ทีโอที-กสท" ควบรวมกิจการใน 6 เดือน

Wed, 15 Jan 2020 09:39:00

เมื่อวานนี้ (14 ม.ค.2563) นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้มีการควบรวมกิจการของบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ให้เป็นบริษัทตั้งใหม่ในชื่อ "บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ (National Telecom: NT Co.)" หรือ NT โดยมีกระทรวงการคลังถือหุ้นทั้งหมด โดยให้ดำเนินการควบรวมบริษัทให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน นับจากวันที่คณะรัฐมนตรีมีมติ และรายงานความคืบหน้าให้คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ทราบทุกเดือน

ทั้งนี้ ให้บริษัท NT ได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามคำสั่ง ระเบียบ ข้อบังคับ และมติคณะรัฐมนตรีที่ใช้กับรัฐวิสาหกิจทั่วไปมาใช้บังคับในหลักการเดียวกันกับที่ บมจ.ทีโอที และ บมจ.กสท ได้รับเมื่อแปลงสภาพเป็นบริษัทจำกัด ตามพระราชบัญญัติทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2542 ส่วนเงินเดือนค่าจ้าง ค่าตอบแทนและสวัสดิการต่างๆ มากำหนดขอบเขตสภาพการจ้าง ให้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป

สนับสนุนนโยบายรัฐด้านดิจิทัลและความมั่นคง

นอกจากนี้ ยังให้บริษัท NT สามารถจัดซื้อจัดจ้างในลักษณะการจัดซื้อจัดจ้างระหว่างภาครัฐ (G2G) ให้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป และเพื่อเป็นการสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของบริษัท NT ให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดศ.) พิจารณานำเสนอคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติพิจารณาความเหมาะสมในประเด็นการกำหนดให้บริษัท NT เป็นผู้สนับสนุนนโยบายของรัฐในการจัดทำโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลและความมั่นคง รวมทั้งบริการเพื่อสังคมอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม โดยให้รัฐสนับสนุนคลื่นความถี่ที่เหมาะสมในการทำภารกิจดังกล่าว

ยุบเลิก NBN-NGDC รับ พนง.กลับเข้าทำงาน

นางนฤมล กล่าวอีกว่า ครม.ยังเห็นชอบให้ยกเลิกมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.2560 ซึ่งมีผลให้ยุบเลิก บริษัท โครงข่าย บรอดแบนด์แห่งชาติ จำกัด (บริษัท NBN) และบริษัทโครงข่ายระหว่างประเทศและศูนย์ข้อมูลอินเทอร์เน็ต จำกัด (บริษัท NGDC) โดยให้ บมจ.ทีโอที และ บมจ.กสท รับพนักงานที่ลาออกไปทำงานที่บริษัท NBN และบริษัท NGDC ให้กลับเข้าทำงานใน บมจ.ทีโอที และ บมจ.กสท ในระดับเดิม และได้สิทธิประโยชน์เท่าที่ได้อยู่เดิมในวันที่ลาออกไปอยู่บริษัท NBN และบริษัท NGDC และให้นับอายุงานต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน ครม.ยังเห็นชอบหลักการและแนวทางการถือหุ้นของ บมจ.ทีโอที และ บมจ.กสท ในบริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) (บริษัท INET) ตามที่เสนอ และให้ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป


ตร.สุวรรณภูมิ รวบชายวัย 34 ปี เก็บกระเป๋าเงินได้ไม่ส่งคืนเจ้าของ

Tue, 14 Jan 2020 19:33:00

วันนี้ (14 ม.ค.2563) นายกิตติพงศ์ กิตติขจร รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (สายปฎิบัติการ 1) เปิดเผยว่า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ได้ทำงานร่วมกับชุดสืบสวน สถานีตำรวจภูธรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เข้าจับกุมนายณัฐพล พันธุ์หิรัญ อายุ 34 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดสมุทรปราการ ที่ จ.4/2563 คดีลักทรัพย์ในท่าอากาศยาน เมื่อวันที่ 10 ม.ค.2563 ที่ผ่านมา ณ บริเวณท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

นายกิตติพงศ์กล่าวว่า การจับกุมนายณัฐพล ในครั้งนี้สืบเนื่องจากได้มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กรณีเหตุการณ์เมื่อวันที่ 10 ม.ค.2563 เวลา 12.30 น. ผู้เสียหายได้เดินทางมาจากต่างประเทศ เมื่อถึง ทสภ.ผู้เสียหายได้เดินมารอรับแลกเงิน บริเวณเคาน์เตอร์แลกเงิน ชั้นใต้ดินและได้ทำกระเป๋าสตางค์หล่นหาย ซึ่งภายในมีทรัพย์สิน 8,000 - 9,000 บาทและทองคำครึ่งสลึง จึงมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อลงประจำวันเป็นหลักฐานและขอตรวจสอบภาพเหตุการณ์จากกล้องวงจรปิด (CCTV) ย้อนหลัง ภายหลังการรับแจ้งเหตุ ศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ทอท.ร่วมกับฝ่ายรักษาความปลอดภัย ทสภ.ได้เร่งตรวจสอบกล้อง CCTV ตามวัน และเวลาดังกล่าว พบภาพผู้ต้องสงสัยเป็นชายไทย ผิวดำ สะพายเป้สีแดง ได้ก้มหยิบกระเป๋าดังกล่าวไปและได้เดินทางออกไปโดยรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการสืบค้นชื่อผู้ต้องสงสัย ต่อมาทราบชื่อภายหลัง คือนายณัฐพล พันธุ์หิรัญ อายุ 34 ปี เป็นผู้หยิบเอาทรัพย์สินไป

จากการบูรณาการร่วมของหน่วยงาน ทั้ง ทสภ. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตำรวจท่องเที่ยว และตำรวจตรวจค้นเข้าเมืองทำให้สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ในที่สุด เมื่อเช้าวันที่ 14 ม.ค.2563 ซึ่งผู้ต้องหาได้ยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริงจึงได้ทำบันทึกจับกุมส่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ซึ่งความผิดในข้อหาลักทรัพย์ในท่าอากาศยาน ตามมาตรา 335 จะมีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 - 5 ปี หรือ ปรับ 20,000 - 100,000 บาท


"ตรุษจีน" เงินสะพัด 13,150 ล้าน คนกรุงประหยัดมากขึ้น

Tue, 14 Jan 2020 08:16:00

วันนี้ (14 ม.ค.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าเม็ดเงินใช้จ่ายของคนกรุงเทพฯ ในช่วงเทศกาลตรุษจีนปี 2563 จะอยู่ที่ประมาณ 13,150 ล้านบาท หดตัวร้อยละ 3.0 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยให้น้ำหนักกับภาวะกำลังซื้อที่ไม่เอื้อเหมือนเช่นปีก่อนๆ ส่งผลให้เม็ดเงินค่าใช้จ่ายในกิจกรรมที่มีลำดับความสำคัญน้อยและสามารถปรับลดลงได้ จะมีสัดส่วนการหดตัวในอัตราที่ค่อนข้างสูง และมีผลอย่างมีนัยสำคัญต่อเม็ดเงินค่าใช้จ่ายรวม ได้แก่ เม็ดเงินค่าใช้จ่ายท่องเที่ยว/ทำบุญ ซึ่งนอกจากผลทางด้านกำลังซื้อแล้ว บางส่วนยังเพิ่งทำกิจกรรมนี้ไปเมื่อช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา ขณะที่เม็ดเงินการแจกแต๊ะเอีย ซึ่งปรับลดลงทั้งในส่วนของจำนวนคนที่ให้และจำนวนเงินเฉลี่ยต่อคน คาดว่าจะกระทบต่อความคึกคักของธุรกิจที่พึ่งเม็ดเงินส่วนนี้ อาทิ ธุรกิจค้าปลีก ร้านอาหาร และร้านทอง

ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่มาจาก "เครื่องเซ่นไหว้"

สำหรับในส่วนของค่าใช้จ่ายเครื่องเซ่นไหว้ แม้ว่าจะเป็นกิจกรรมหลักของเทศกาล ก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน แต่ในสัดส่วนที่น้อยกว่ากิจกรรมอื่นๆ เนื่องจากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ถูกตัดทอนลงจนเหลือเท่าที่จำเป็นแล้ว โดยจากผลสำรวจที่เกิดขึ้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จึงประเมินเม็ดเงินค่าใช้จ่ายช่วงเทศกาลตรุษจีนปี 2563 ของคนไทยเชื้อสายจีนในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยแยกเป็นเม็ดเงินที่เกี่ยวกับเครื่องเซ่นไหว้ 5,900 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายท่องเที่ยว/ทำบุญ 3,750 ล้านบาท และเงินค่าแต๊ะเอีย 3,500 ล้านบาท

จับตา "ภัยแล้ง" กระทบราคาอาหาร-ผลไม้

ส่วนต้องจับตาเพิ่มเติมก็คือ ปัญหาภาวะภัยแล้งในปีนี้ที่ค่อนข้างรุนแรง ซึ่งหากส่งผลให้ราคาสินค้าในกลุ่มอาหารประเภทเนื้อสัตว์และผลไม้ที่ใช้ในเทศกาล เพิ่มขึ้นสูงกว่าการปรับราคาในช่วงเทศกาลปีก่อนๆ ที่จะปรับสูงขึ้นประมาณร้อยละ 15-20 ก่อนเทศกาลตรุษจีน ขณะที่ราคาเนื้อสัตว์อาจปรับขึ้นน้อยกว่า ซึ่งจากการติดตามประเมินสถานการณ์ภัยแล้งในปีนี้ พบว่าระดับความรุนแรงใกล้เคียงกับปี 2558 ซึ่งในปีดังกล่าวที่ราคาผลไม้ที่นิยมใช้เซ่นไหว้ปรับสูงขึ้นก่อนช่วงเทศกาลถึงร้อยละ 25-30 จึงคาดว่าราคาผลไม้บางรายการในปีนี้จะปรับสูงขึ้นมากกว่าช่วงตรุษจีนปีก่อนๆ ที่ไม่มีภัยแล้ง สำหรับในส่วนของเนื้อสัตว์นั้นน่าจะปรับเพิ่มขึ้นเช่นกัน เนื่องจากความต้องการจากทั้งในและต่างประเทศที่สูง ภายหลังการเกิดโรคระบาดในสุกรในหลายประเทศ

ราคาสินค้าแพงไม่กระทบกลุ่มผู้มีรายได้สูง

ทั้งนี้ ราคาสินค้าที่มีแนวโน้มปรับขึ้นสูงกว่าปกติ อาจไม่ส่งผลกระทบต่อกลุ่มผู้บริโภคที่มีรายได้สูง หรือกลุ่มที่ได้เตรียมงบประมาณไว้แล้ว ซึ่งกลุ่มนี้มีสัดส่วนร้อยละ 53.7 ของกลุ่มที่ตอบแบบสอบถาม แต่ปัจจัยดังกล่าวจะมีผลสำหรับกลุ่มที่มีรายได้ปานกลาง ซึ่งมีสัดส่วนร้อยละ 46.3 โดยกลุ่มนี้เลือกที่จะปรับลดงบประมาณในสินค้าทุกกลุ่ม ทั้งเนื้อสัตว์ ผัก/ผลไม้ ขนม ซึ่งส่งผลให้ภาคธุรกิจอาจจำเป็นต้องเพิ่มความระมัดระวัง ประเด็นการตั้งราคาสินค้า ที่ต้องสื่อให้เห็นถึงความประหยัดคุ้มค่าคุ้มราคา โดยอาจพิจารณาจำหน่ายชุดเซ่นไหว้ที่ประหยัด ลดทอนขนาดหรือปริมาณลง เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับกลุ่มคนไทยเชื้อสายจีนรายได้ระดับปานกลาง ที่มีความอ่อนไหวต่อประเด็นด้านกำลังซื้อค่อนข้างสูง

 


"คมนาคม" เตรียมออกกฎหมาย วิ่งต่ำกว่า 90 กม./ชม.ห้ามวิ่งเลนขวา

Mon, 13 Jan 2020 16:54:00

วันนี้ (13 ม.ค.2563) นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม กล่าวถึงความคืบหน้านโยบายการขยายอัตราความเร็วบนถนน 4 ช่องจราจรขึ้นไป สามารถใช้ความเร็วได้ไม่เกิน 120 กม./ชม. ว่า ล่าสุด เตรียมประชุมคณะทำงานเพื่อพิจารณานโยบายดังกล่าวภายในเดือนนี้ พร้อมทั้งรอผลการทดสอบแผ่นยางกันชนครอบแบริเออร์คอนกรีต เพื่อเป็นหลักประกันด้านความปลอดภัย ก่อนที่จะมีการประกาศใช้ในเส้นทางที่เหมาะสมต่อไป

ส่วนการพิจารณาบังคับให้ผู้ที่ขับรถในอัตราความเร็วไม่ถึง 90 กม./ชม. ห้ามใช้ช่องจราจรทางด้านขวาสุด ในเส้นทางที่มี 4 ช่องจราจรขึ้นไป ที่กำหนดให้ใช้ความเร็วสูงสุดไม่เกิน 90 กม./ชม.ทั่วประเทศ โดยพิจารณาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายจราจร และกฎหมายทางหลวง ก่อนที่จะเสนอให้คณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) ซึ่งมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิจารณาในช่วงเดือน ก.พ.จากนั้นจะออกประกาศกฎกระทรวง ภายใต้ พ.ร.บ.จราจร และมีผลบังคับใช้ต่อไป

ขณะที่บทลงโทษ กรณีหากผู้ที่ขับรถในช่องจราจรขวาสุด ด้วยความเร็วต่ำกว่า 90 กม./ชม. จะใช้บทลงโทษเดียวกันกับผู้ที่ขับรถเร็วกว่าที่กฎหมายกำหนด รวมถึงการตัดคะแนนใบขับขี่ด้วย พร้อมยืนยันว่าการออกประกาศฯ ดังกล่าว ได้เน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก และเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาจราจร โดยหลังจากนี้ ต้องออกประกาศกฎกระทรวงรองรับการใช้ความเร็วดังกล่าวตาม พ.ร.บ.ทางหลวง คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือน มี.ค.

ข้อมูลจาก กรมทางหลวงที่ระบุถึงความจำเป็นในการกำหนดความเร็วของรถที่วิ่งเลนขวาต้องใช้ความเร็วไม่ต่ำกว่า 90 กม./ชม.นั้น เนื่องจากการกำหนดความเร็วแต่ละช่องจราจรขวาสุดเป็นช่องทางที่ให้รถใช้ความเร็วได้สูงสุด และจะให้รถที่วิ่งช้ากว่าอยู่ในช่องทางอื่น ๆ ทางด้านซ้าย โดยกำหนดความเร็วลดหลั่นลงมาตามลำดับ การกำหนดลักษณะนี้จะช่วยให้รถที่วิ่งช้าไม่ทำให้ความเร็วเฉลี่ยของการจราจรในภาพรวมของถนนลดลงมากนัก นอกจากนี้ วิธีการนี้จะสามารถช่วยลดการเปลี่ยนช่องจราจรที่ไม่จำเป็นลงได้ด้วย ซึ่งจะเป็นการช่วยลดปัญหาการเฉี่ยวชนและการแซงในระยะกระชั้นชิดได้

นอกจากนี้ การกำหนด ช่วงความเร็วแต่ละช่องจราจรเป็นช่วงสูงสุดต่ำสุดจะช่วยทำให้เกิดความแตกต่างของความเร็วแต่ละช่องทางน้อยลงลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุชนท้ายจากความเร็วที่แตกต่าง และการเปลี่ยนช่องจราจร ซึ่งเป็นสัดส่วนการเกิดอุบัติเหตุที่สูงเป็นลำดับที่ 2 ประมาณร้อยละ 30 หรือปีละประมาณ 5,000 ครั้ง จากทุกลักษณะ โดยลำดับที่ 1 คือ การเสียหลักตกข้างทางหรือเฉลี่ยร้อยละ 45


แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ยืนยันพร้อมอำนวยความสะดวกผู้โดยสาร

Mon, 13 Jan 2020 16:28:00

วันนี้ (13 ม.ค.2563) จากกรณีที่มีการนำเสนอข่าวนักท่องเที่ยวรายหนึ่งทำกระเป๋าสตางค์หล่นบริเวณร้านแลกเงิน ซูเปอร์ ริช ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่โครงการแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ สุวรรณภูมิ โดยภาพจากกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพชายผู้ต้องสงสัยคนหนึ่งที่ยืนต่อแถวแลกเงินอยู่ทำทีออกนอกแถว แล้วใช้เท้าเตะกระเป๋าสตางค์ใบดังกล่าวออกไปแล้วก้มลงเก็บก่อนเดินออกจากพื้นที่ไป เมื่อวันที่ 10 ม.ค.2563 เวลาประมาณ 12.00 น.

ต่อมาผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรท่าอากาศยานสุวรรณถูมิ แต่เจ้าหน้าที่รับลงบันทึกประจำวันและแจ้งว่าต้องหาภาพวงจรปิดมาเป็นหลักฐานจึงจะสามารถติดตามจับผู้ก่อเหตุได้จึงทำให้ผู้เสียหายเสียความรู้สึกและได้โพสต์เรื่องราวลงสื่อสังคมออนไลน์

บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ขอชี้แจงเท็จจริงดังนี้ 

 

1.วันที่ 11 ม.ค. 2563 เวลา 15.10 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสุวรรณภูมิ ตำรวจรถไฟ และเจ้าหน้าที่การท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้เข้าติดต่อนายสถานีสุวรรณภูมิเพื่อขอดูภาพจากกล้องวงจรปิด ซึ่งนายสถานีให้ความร่วมมือและอำนวยความสะดวก เปิดภาพจากกล้องวงจรปิดให้กับเจ้าหน้าที่เพื่อตรวจสอบและดำเนินการทางกฎหมายต่อไป

2. นอกจากนี้ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ได้ประสานงานกับทางร้าน ซูเปอร์ ริช ผู้ประกอบการภายใต้โครงการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ สุวรรณภูมิ เพื่อให้ความร่วมมือ และอำนวยความสะดวก เปิดภาพจากกล้องวงจรปิดให้กับเจ้าหน้าที่เพื่อตรวจสอบ และเพื่อดำเนินการทางกฎหมายต่อไป 

 

3.จุดเกิดเหตุเป็นพื้นที่สัมปทานเชิงพาณิชย์ โดยรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และเจ้าหน้าที่ตำรวจรถไฟ เดินตรวจตราดูความปลอดภัยอยู่เป็นประจำ

4.รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ มีมาตรการรักษาความปลอดภัย หากเกิดกรณีความเสียหาย หรือไม่ปลอดภัยแก่ผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ผู้เสียหายสามารถแจ้งขอความช่วยเหลือกับเจ้าหน้าที่ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย หรือเจ้าหน้าที่ลูกค้าสัมพันธ์ 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง


รับตรุษจีน "น้ำมันปาล์ม" ราคาขยับ 42 บาทต่อลิตร

Mon, 13 Jan 2020 13:28:00

วันนี้ (13 ม.ค.2563) นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ทางกรมการค้าภายใน วางมาตรการรับมือปัญหาผลกระทบจากภัยแล้งส่งผลกระทบต่อราคาสินค้า โดยจะติด ตามประเมินสถานการณ์ภัยแล้งที่จะส่งผลกระทบให้เกิดปัญหาการขาดแคลนสินค้าและวัตถุดิบ

ส่วนราคาปาล์มน้ำมันที่ปรับสูงขึ้นจากปีก่อนมาก โดยราคาผลปาล์มสดกิโลกรัมละ 6-7 บาท จากปีก่อน ก.ก.ละ 2.50-3 บาท ส่งผลให้น้ำมันปาล์มดิบ ขายที่กิโลกรัมละกว่า 35 บาท จากกิโลกรัมละ 16-18 บาท ทำให้ขณะนี้เริ่มมีการปรับขึ้นราคาน้ำมันปาล์ม เป็นขวดละ 42 บาท ซึ่งกรมการค้าภายในขอความร่วมมือให้จำหน่ายในระดับราคาที่สอดคล้องกับต้นทุนเดิม ขวดละ 42-45 บาท

จากการติดตามผลกระทบภัยแล้ง พบว่ามีสินค้าหลายรายการที่อาจได้รับผลกระทบ เช่น ข้าว ผักใบเขียว มะนาว และเนื้อสุกร ส่วนสินค้าอุปโภคบริโภคสำคัญอย่างน้ำดื่ม จากการตรวจสอบขณะนี้ สถานการณ์ราคาน้ำดื่มบรรจุขวดยังอยู่ในภาวะปกติ จำหน่ายขวดละ 5-10 บาท

เช็กสต๊อกน้ำมันปาล์มราคาพุ่ง 42 บาทต่อลิตร

นายประโยชน์ เพ็ญสุต รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวถึงกรณีราคาน้ำมันปาล์มที่ขยับราคาสูงถึงลิตรละ 42 บาทว่า กรมการค้าภายใน ได้เรียกหารือกับผู้ประกอบการค้าปลีกแล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อสอบถามสถานการณ์ และสต๊อกน้ำมันปาล์มบรรจุขวดในแต่ละราย เบื้องต้นพบว่ายังมีสต๊อกเดิมอยู่มาก และเพียงพอกับความต้องการของผู้บริโภค

มีรายงานว่าขณะนี้กรมการค้าภายใน ได้ออกตรวจสอบและสั่งให้โรงสกัดโรงกลั่นน้ำมันปาล์มส่งรายละเอียดของปริมาณสต๊อก การรับซื้อและขายออก รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของราคาว่า ผิดปกติหรือมีอะไรบิดเบือนหรือไม่ รวมถึงติดตามว่าราคาน้ำมันปาล์มและสินค้าอื่นๆ ที่ขยับขึ้นนั้น เป็นผลจากความต้องการสูงกว่าปกติเพื่อการใช้ในช่วงตรุษจีนทำให้ราคาเพิ่มขึ้นหรือไม่ เพราะหากเป็นอย่างนั้น หลังจากนี้ราคาควรปรับลดลง

 

นายสมชาย พรรัตนเจริญ นายกสมาคมค้าส่ง-ปลีกไทย กล่าวถึงภาวะการจับจ่ายใช้สอยในช่วงใกล้เทศกาลตรุษจีน ที่จะเริ่มขึ้นในสัปดาห์นี้ว่า ภาพรวมกำลังซื้อยังซึม พฤติกรรมการใช้จ่ายล่วงหน้าก่อนวันไหว้ลดลงมาก

ขณะที่ราคาสินค้าจากผู้ผลิตถึงร้านค้ารายย่อย มีการทยอยแจ้งปรับขึ้นราคาขายส่งแล้ว อาทิ น้ำมันปาล์มบรรจุขวด 1 ลิตร ราคาจากโรงงานปรับเป็น 42 บาท จึงเป็นเหตุให้น้ำมันพืชบรรจุขวดลิตรอื่นๆ เริ่มขอปรับราคาแล้ว ทั้งน้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันรำข้าว ขณะที่กลุ่มเครื่องปรุงอาหารแจ้งขอปรับราคาขายส่งแล้ว ทั้งน้ำปลา ซีอิ๊ว น้ำจิ้มพร้อมทาน ข้าวสารถุง เช่น หอมมะลิข้าวเหนียว