อดีตสามีบุกยิง ผอ.โรงเรียน-ญาติ 4 ศพ ก่อนปลิดชีพตัวเองหนีผิด

Tue, 23 Jul 2024 06:32:00

วันที่ 23 ก.ค.2567 ความคืบเกิดเหตุยิงกัน ภายในบ้านหลังหนึ่ง ใน ต.หนองไผ่ อ.เมืองศรีสะเกษ ตำรวจ สภ.เมืองศรีสะเกษ สอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า มีผู้เสียชีวิต 4 คน ประกอบไปด้วย ผู้หญิงที่เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนประถมศึกษาแห่งหนึ่งในพื้นที่ และสามีใหม่ ซึ่งเป็นทนายความ ส่วนอีก 2 คนคือ แม่ของผู้อำนวยการและน้าถูกยิงเสียชีวิต

อ่านข่าว : บุกยิง ผอ.รร.-ญาติ ดับ 4 ศพ คาบ้านใน จ.ศรีสะเกษ กลางดึก

มีรายงานว่าในที่เกิดเหตุ มีผู้รอดชีวิต เป็นเด็กชายวัย 10 ขวบ ซึ่งเป็นลูกของผู้อำนวยการโรงเรียนที่เสียชีวิต วิ่งหนีออกมาขอความช่วยเหลือ

จากการสอบถามญาติผู้เสียชีวิต ทราบว่า ผู้ก่อเหตุเป็นอดีตสามีเก่าของผู้อำนวยการ ที่ผ่านมาผู้อำนวยการที่เสียชีวิต มีปัญหาขัดแย้งกับสามีเก่า และเพิ่งแต่งงานกับสามีใหม่ได้เพียง 2 เดือน โดยหลังจากเลิกราก็ถูกตามหาเรื่องอยู่บ่อยครั้ง โดยสามีเก่าอ้างว่าบ้านที่เกิดเหตุหลังนี้เขาเป็นคนสร้าง จึงมีสิทธิเข้าไปอยู่ภายในบ้านได้ และขู่ว่า หากผู้อำนวยการ และสามีใหม่ไม่ย้ายออกจะฆ่ายกครัว

หลังเกิดเหตุ ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองศรีสะเกษ ได้เร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี ซึ่งล่าสุดทราบว่า ผู้ก่อเหตุ ได้ขับรถหลบหนี กลับไปทาง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นบ้านเกิด โดยตำรวจได้ตั้งด่านสกัด และพบรถเก๋งต้องสงสัย ตรงกับที่ได้รับแจ้งไว้ก่อนหน้านี้ จึงมีการขอเข้าตรวจค้น ต่อมาผู้ก่อเหตุไม่ยอมลงจากรถ และใช้ปืนไม่ทราบขนาด ปลิดชีพตัวเองเสียชีวิต ภายในรถกันก่อเหตุ ในพื้นที่ ต.ไพศาล อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์

อ่านข่าว :

ไฟไหม้โกดังขนส่งสินค้า ย่านลาดกระบัง กู้ภัยเร่งดับ

ครอบครัวผู้ก่อเหตุ ร่วมเคารพศพ “รองหรั่ง” ปฏิเสธให้สัมภาษณ์


บุกยิง ผอ.รร.-ญาติ ดับ 4 ศพ คาบ้านใน จ.ศรีสะเกษ กลางดึก

Mon, 22 Jul 2024 23:02:00

วันนี้ (22 ก.ค.2567) เวลา 21.30 น.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุชายคนหนึ่ง พร้อมอาวุธปืน บุกเข้าไปในบ้านหลังหนึ่งที่ บ้านหอย ต.หนองไผ่ อ.เมืองศรีสะเกษ จ.ศรีสะเกษ ก่อนก่อเหตุยิงคนในบ้านดังกล่าว

มีผู้เสียชีวิตรวม 4 คน 1.ผู้อำนวยการโรงเรียนประถมศึกษาแห่งหนึ่งใน จ.ศรีสะเกษ เป็นสุภาพสตรี 2.สามีใหม่ของ ผอ.โรงเรียน 3.แม่ ผอ. และ 4.ญาติ ผอ.

หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่สอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง และประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เข้าเก็บรวบรวมหลักฐาน พร้อมตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อติดตามผู้ก่อเหตุต่อไป เบื้องต้นคาดว่า เป็นอดีตสามีของ ผอ.รร.ที่เลิกรากันไปแล้ว

อ่านข่าว : "อพยพรถ" ฟรี หนีน้ำท่วม อาสาสมัครช่วย "ชาวตราด" หนีน้ำทะลัก

ซื้อ-ขายพาสปอร์ต "นายกฯ" ย้ำต้องตรวจสอบรอบคอบ

ครอบครัวผู้ก่อเหตุ ร่วมเคารพศพ “รองหรั่ง” ปฏิเสธให้สัมภาษณ์


ไฟไหม้โกดังขนส่งสินค้า ย่านลาดกระบัง กู้ภัยเร่งดับ

Mon, 22 Jul 2024 18:14:00

วันนี้ (22 ก.ค.2567) ศูนย์วิทยุพระราม199 รับแจ้งเหตุเมื่อเวลา 17.20 น. เกิดเหตุเพลิงไหม้โกดัง บริษัทประกอบธุรกิจขนส่งสินค้าทางบกและให้เช่ารถ ใกล้เคียงหมู่บ้าน แห่งหนึ่ง ในพื้นที่ถนนพัฒนาชนบท 3 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง หลังรับแจ้ง เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยร่มเกล้า เร่งเดินไปตรวจสอบ

เมื่อถึงที่เกิดเหตุ พบลักษณะที่เกิดเหตุเป็นโกดัง มีแสงเพลิงโหมอยู่ระหว่างการลุกไหม้ เพียง 1 โกดัง แต่ไม่ลุกลามไปยังโกดังข้างเคียง เนื่องจากอยู่ห่างกันประมาณ 15 เมตร เจ้าหน้าที่ระดมใช้รถน้ำฉีดสกัด โดยวางหัวฉีดน้ำรวม 4 หัว เนื่องจากพบแสงเพลิงเต็มพื้นที่ โดยใช้น้ำจากแหล่งน้ำด้านหลังโรงงาน ใช้เวลาประมาณ 30 นาที พบขณะนี้เพลิงลุกไหม้เสียหายเพียง 1 โกดัง เบื้องต้นสามารถป้องกันไม่ให้ลุกลามโกดังข้างเคียง ขณะที่บริเวณใกล้เคียงไม่มีบ้านเรือนประชาชน

เวลาประมาณ 18.10 น. เจ้าหน้าที่ได้ระดมฉีดน้ำอย่างต่อเนื่องพบว่า เพลิงได้ลุกไหม้เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กจำนวนมาก และกองกระดาษ ที่เก็บอยู่ภายในโกดัง จนทำให้ตัวอาคารดังกล่าวเริ่มมีการทรุดตัว จนขณะนี้สามารถควบคุมเพลิงได้แล้ว ส่วนรายละเอียดและสาเหตุของการเกิดเหตุเพลิงไหม้ดังกล่าวทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและพิสูจน์หลักฐานจะได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลอีกครั้ง

อ่านข่าว:

ครอบครัวผู้ก่อเหตุ ร่วมเคารพศพ “รองหรั่ง” ปฏิเสธให้สัมภาษณ์

“นายก” ร่วมพิธีศพ "รองหรั่ง" รองผกก.ท่าข้าม ที่วัดยางสุธาราม

รู้ไว้! ขั้นตอนแจ้งความคดีออนไลน์ เมื่อเสียรู้ให้แก๊งคอลเซนเตอร์


ครอบครัวผู้ก่อเหตุ ร่วมเคารพศพ “รองหรั่ง” ปฏิเสธให้สัมภาษณ์

Mon, 22 Jul 2024 17:52:00

วันนี้ ( 22 ก.ค.2567) พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และข้าราชการระดับสูงจำนวนมาก เดินทางมาเคารพศพ พ.ต.ท.กิตติ์ชนม์ จันยะรมณ์ รอง ผกก.ป.สน.ท่าข้าม ที่เสียชีวิตจากการเข้าระงับเหตุชายคุ้มคลั่ง  โดยหลังร่วมพิธีรดน้ำศพ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีได้เรียกให้ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติไปพูดคุยเป็นการส่วนตัวบนรถ

พล.ต.ท.สำราญ เปิดเผยว่า จากการพูดคุยกับนายกรัฐมนตรี เบื้องต้นนายกรัฐมนตรี ได้แสดงความเป็นห่วงและเน้นย้ำความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการปฏิบัติหน้าที่ และพร้อมสนับสนุนอุปกรณ์ในการปฎิบัติหน้าที่ของตำรวจ โดยหากยังมีอะไรตำรวจขาดแคลน นายกรัฐมนตรีก็พร้อมจะจัดสรรให้

ส่วนกรณีของเสื้อเกราะไม้อัดที่เป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในโลกโซเชียลนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องดังกล่าว เป็นเพียงกระแสการพูดคุยกันในโซเชียลเท่านั้น ยืนยันในทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นปฏิบัติการที่สำเร็จหรือล้มเหลว ตำรวจจะนำมาถอดบทเรียนและนำไปฝึกอบรมให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาต่อไป

ในช่วงเวลาประมาณ 16:00 น. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เดินทางมาร่วมพิธีรดน้ำศพ และภายหลังจากเข้าร่วมพิธีก็ได้เดินทางกลับในทันที

ทั้งนี้ ในช่วงเวลาประมาณเวลา 17:10 น. ก่อนที่จะมีการสวดอภิธรรมศพ พันตำรวจโทกิตติ์ชนม์ หรือ รองหรั่ง รองผกก.ป.สน.ท่าข้าม พบว่าลูกสาวทั้ง 3 คน พร้อมภรรยาของนายบุญมา หรือ เฮียตุ้ง ผู้ก่อเหตุได้เดินทางมาเคารพศพ โดยทันทีที่ทุกคนเดินทางมาถึง ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามข้อมูลแต่ ลูกสาวตอบเพียงว่า ขอไม่ให้ข่าว ก่อนจะเข้าไปในศาลาที่มีการตั้งสวดฯ

อ่านข่าว:

“นายก” ร่วมพิธีศพ "รองหรั่ง" รองผกก.ท่าข้าม ที่วัดยางสุธาราม

พี่สาวรับศพ “รองหรั่ง” เปิดใจน้องชายทำเต็มที่ ไม่โกรธทุกฝ่ายสูญเสีย

ปูนบำเหน็จ 6 ขั้นให้ “พ.ต.ท.กิตติ์ชนม์” พลีชีพขณะปฏิบัติหน้าที่

 


“นายก” ร่วมพิธีศพ "รองหรั่ง" รองผกก.ท่าข้าม ที่วัดยางสุธาราม

Mon, 22 Jul 2024 15:39:00

วันนี้ (22 ก.ค.2567) บรรยากาศที่วัดยางสุทธาราม ตลอดช่วงบ่ายที่ผ่านมาหลังญาติได้นำร่างของพ.ต.ท.กิตติ์ชนม์ จันยะรมณ์ รองผู้กำกับป้องกันและปราบปราม สน.ท่าข้าม มาประกอบพิธีศาสนา พบว่ามี บุคคลสำคัญทางการเมืองและตำรวจชั้นผู้ใหญ่หลายนายได้ส่งพวงหรีดมาร่วม แสดงความอาลัยเช่น นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี

พลตำรวจโท สำราญ นวลมา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ /พลตำรวจเอกธัชชัย ปิตะนีละบุตร ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมทั้งบรรดาเพื่อนร่วมรุ่นตำรวจอีกหลายนาย ทั้งนี้คาดว่าในช่วงเวลาประมาณ 15.30 น. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี จะเดินทางมาเคารพศพและแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต

สำหรับกำหนดการพระราชทาน น้ำหลวงอาบศพสวดพระอภิธรรม จะเริ่มขึ้นในเวลา 16.00 น. โดยเป็นพิธีรดน้ำศพ ก่อนที่ในเวลา 17.00 น. จะเป็นพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ และในเวลา 19:00 น. เป็นพิธีสวดพระอภิธรรม ซึ่งจะมีพิธีสวดพระอภิธรรมไปจนถึงวันที่ 27 ก.ค. ก่อนที่จะ มีพิธีพระราชทานเพลิงศพในวันที่ 29 ก.ค. 2567 เวลา 17:00 น.

ขณะที่ พันตำรวจโทวันเผด็จ จันยะรมณ์ รองผู้กำกับการ 2 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หรือ บก.ปอศ. ซึ่งเป็นหลานของพันตำรวจโทกิตติ์ชนม์ เปิดเผยว่า รู้สึกตกใจหลังจากทราบเหตุ แต่ส่วนตัวเข้าใจว่า ในวันเกิดเหตุ อาคงคิดว่าเหตุเบาลงแล้ว เพราะตอนแรกเห็นอาใส่ชุดเกราะและมีการเจรจากับผู้ก่อเหตุแล้ว ประกอบกับภรรยาของผู้ก่อเหตุห่วงลูกและอยากให้นำตัวลูกออกมาจากบ้าน อาจึงเข้าไปพยายามควบคุมตัวผู้ก่อเหตุ แต่ลูกผู้ก่อเหตุวิ่งสวนออกมาจึงทำให้อาเสียหลัก และเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น

เบื้องต้น เชื่อว่าอาประเมินสถานการณ์มาแล้ว เพราะบ้านหลังนี้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้หลายครั้งแล้ว ซึ่งส่วนตัวรู้สึกเสียใจ ไม่ว่าใครก็ไม่ควรจบชีวิตแบบนี้ แต่ก็มองว่าเป็นการสูญเสียที่มีผลประโยชน์ เพราะหากอาไม่ถูกยิง อาจจะเป็นเด็กที่ถูกยิงและไม่ได้เติบโตมาก็ได้ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตัวเองก็ไม่อยากโทษใคร เพราะมองว่าชีวิตคนสำคัญทุกคน และทุกเรื่องไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น และไม่มีใครรู้ว่าจะเกิด เพราะเป็นอารมณ์ชั่ววูบของคนบางคน

ยืนยันที่ผ่านมาอาตั้งใจปฎิบัติหน้าที่ตำรวจมาตลอด มีเลือดตำรวจสูงมาก รักในอาชีพ ชอบออกตรวจ ขยัน กลางคืนจะฟังวิทยุตลอดทั้งที่ร่างกายไม่ไหวเหมือนตอนหนุ่มๆแต่อาก็สู้ ส่วนตัวคิดเสมอว่าอาทำเต็มที่และทำดีที่สุดแล้ว สำหรับตัวเองที่มาเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็เพราะว่าอาตั้งความหวังอยากให้เป็นตำรวจตั้งแต่เด็ก ประกอบกับคุณปู่ที่มีความชอบอาชีพนี้และอยากให้ลูกหลานเป็น จึงเป็นตำรวจตามที่อาหวัง และอาคอยสอนมาเสมอมาว่า ทุกคนต้องรู้หน้าที่ ควรอยู่ในกรอบ และชีวิตต้องไม่ประมาท

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เดินทางมาเคารพศพและแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เดินทางมาเคารพศพและแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต

ตอนนี้อาก็เสียชีวิตไปแล้ว ตัวเองจะอ่อนแอไม่ได้ และเชื่อว่าอารู้ว่าตนรู้หน้าที่ว่าจะต้องทำอะไรต่อ เพราะที่ผ่านมาอาไว้ใจตัวเองมาตลอด ซึ่งตัวเองก็ตั้งใจทำให้ครอบครัวสบาย สุดท้ายนี้อยากฝากถึงทุกครอบครัวว่า ให้รักกันไว้ และเมื่อมีปัญหาอยากให้พูดคุยกัน อยากให้มีสติ และหากทุกคนอยู่ในกรอบ ทุกคนรู้หน้าที่ เหตุการณ์รุนแรงเช่นนี้จะไม่เกิด

 อ่านข่าว:

พี่สาวรับศพ “รองหรั่ง” เปิดใจน้องชายทำเต็มที่ ไม่โกรธทุกฝ่ายสูญเสีย

ปูนบำเหน็จ 6 ขั้นให้ “พ.ต.ท.กิตติ์ชนม์” พลีชีพขณะปฏิบัติหน้าที่

อาลัยตำรวจกล้า "รองหรั่ง" คุ้มครอง ปชช.จนวินาทีสุดท้ายของชีวิต


รู้ไว้! ขั้นตอนแจ้งความคดีออนไลน์ เมื่อเสียรู้ให้แก๊งคอลเซนเตอร์

Mon, 22 Jul 2024 13:50:00

ทั้งนี้บทความนี้ขออนุญาตใช้ภาษาไม่เป็นทางการ เพื่อความเข้าใจอย่างง่ายต่อผู้อ่าน บนข้อมูลอย่างเป็นทางการของ พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ.2566 และ สำเนาคำสั่ง ตร. ที่ 182-2566 ลง 17 มี.ค.2566 (รับแจ้งคดีออนไลน์) ทั้งหมด

ก่อนอื่นทุกคนต้องรู้ก่อนว่าความผิดประเภทใดบ้างที่เรียกว่า "อาชญากรรมทางเทคโนโลยี" ตาม พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ.2566 กำหนดไว้ทั้งหมด 14 ประเภท ซึ่งจะทำให้เจ้าทุกข์หรือผู้เสียหายสามารถแจ้งความทั้งที่ สน.-สภ. โทรสายด่วน หรือเข้าเว็บไซต์ ได้อย่างถูกต้อง ไม่สับสน

  1. ผิด พรบ.คอมฯ เพื่อ ฉ้อโกง กรรโชก รีดเอาทรัพย์ หรือ เสียหายทางทรัพย์สินอื่น
  2. ผิด ฉ้อโกง กรรโชก หรือ รีดเอาทรัพย์ โดยใช้ ระบบคอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือ

จากข้อกฎหมายดังกล่าว จึงทำให้คดีข่าวลวง, คุกคามทางเพศ หรือ หมิ่นประมาท ที่ไม่เกี่ยวกับการเรียกรับเงินหรือทรัพย์สิน และคดีกู้เงินเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา (รวมถึงโทรคุกคามตามทวงหนี้) จะไม่อยู่ในความหมายของ พ.ร.ก.การสอบสวนต้องทำในท้องที่เกิดเหตุ และต้องปรับในระบบเป็นคดี "อาญาทั่วไป"

ภาพประกอบข่าว

ภาพประกอบข่าว

เมื่อทุกคนรู้แล้วว่าความเสียหายที่เกิดนั้นเข้าข่าย พ.ร.ก. แล้วก็สามารถ "เลือกทางใดทางหนึ่ง" แจ้งความต่อพนักงานสอบสวนได้

แจ้งความคดีออนไลน์กรณี Walk in ไปยังสถานีตำรวจด้วยตัวเอง

  1. เจ้าทุกข์เดินทางไปแจ้งความคดีออนไลน์ทุกประเภทที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน
  2. พนักงานสอบสวนรับดำเนินการ
    • รับคำร้องทุกข์
    • สอบถามเจ้าทุกข์ว่าได้แจ้งธนาคารให้อายัดบัญชีแล้วหรือไม่
      • กรณีเจ้าทุกข์แจ้งธนาคารแล้วและเดินทางมาสถานีตำรวจภายใน 72 ชม. พนักงานสอบสวนจะรับคำร้องทุกข์และแจ้งธนาคาร (ผ่านระบบระหว่างตำรวจ-ธนาคาร) และดำเนินการเกี่ยวกับบัญชีดังกล่าวภายใน 7 วัน
      • กรณีเจ้าทุกข์แจ้งธนาคารแล้ว แต่เดินทางมาสถานีตำรวจเกิน 72 ชม. พนักงานสอบสวนแจ้งว่าธนาคารอาจยกเลิกการอายัดบัญชีนั้น 
      • กรณียังไม่ได้แจ้งธนาคาร ให้เจ้าทุกข์รีบโทรแจ้งธนาคารก่อน จากนั้นพนักงานสอบสวนจึงดำเนินการต่อได้ภายใน 7 วัน
  3. พนักงานสอบสวนบันทึกปากคำเจ้าทุกข์
  4. พนักงานสอบสวนลงข้อมูลในระบบรับแจ้งความเพื่อออกเลข Case ID (ไม่ใช่เอกสารแจ้งความ หรือ บันทึกประจำวันอิเล็กทรอนิกส์)
  5. พนักงานสอบสวนออกเอกสาร ลงลายมือชื่อผู้รับแจ้งความ มอบให้เจ้าทุกข์เป็นหลักฐานการรับคำร้อง
  6. พนักงานสอบสวนแจ้งธนาคารเพื่ออายัดบัญชีที่รับแจ้งไว้ผ่านระบบของตำรวจ-ธนาคาร 
  7. พิจารณาดำเนินการอายัดบัญชี
  8. พิจารณาลักษณะคดี*คำสั่ง ตร. ที่ 182-2566 ลง 17 มี.ค.66

    คำสั่ง ตร. ที่ 182-2566 ลง 17 มี.ค.66

แจ้งความคดีออนไลน์กรณีออนไลน์และเลือกสถานีตำรวจ

  1. เจ้าทุกข์ โทรสายด่วน 1441 หรือเว็บไซต์ www.thaipoliceonline.go.th หรือ www.thaipoliceonline.com  (2 เว็บไซต์นี้ได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว) แจ้งความคดีออนไลน์ และเลือกหน่วยงานที่ต้องการไปพบพนักงานสอบสวนซึ่งมี 3 แห่ง ได้แก่  
    • สถานีตำรวจ (สน. หรือ สภ.)
    • กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.)
    • กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บก.ปอท.)
      แต่การจะเลือกได้นั้น ต้องรู้ก่อนว่าความเสียหายที่เกิดขึ้น เป็นลักษณะคดีออนไลน์ประเภทใด*
  2. เจ้าทุกข์โทรแจ้งธนาคารเพื่ออายัดบัญชี และ "รอ" การนัดหมายจากพนักงานสอบสวน
  3. "แอดมินตำรวจ" (มีตำแหน่งนี้อยู่จริง) ตรวจสอบข้อมูลในระบบตลอด 24 ชม. เมื่อมีคดีในระบบต้องพิจารณาว่าเป็นคดี 1 ใน 14 คดีออนไลน์ตาม พ.ร.ก. หรือไม่ (ขั้นตอนของเจ้าพนักงาน) 
  4. ผู้บริหารคดีที่สถานีตำรวจ แยกประเภทคดีเพื่อส่งต่อไปยังหน่วยที่รับผิดชอบ (ขั้นตอนของเจ้าพนักงาน) 
  5. พนักงานสอบสวนดำเนินการทันที (ผ่านทางโทรศัพท์) ดังนี้
    • กรณีเจ้าทุกข์ แจ้งอายัดบัญชีธนาคารเรียบร้อยแล้ว และข้อมูลในระบบที่แจ้ง 1441 หรือเว็บไซต์ ครบถ้วน พนักงานสอบสวนจะแจ้งไปยังธนาคารผ่านระบบของตำรวจ-ธนาคาร ถึงการร้องทุกข์ (ว่าเป็นความจริง ไม่ได้แจ้งความเท็จ) 
    • กรณีเจ้าทุกข์ แจ้งอายัดบัญชีธนาคารเรียบร้อยแล้ว และข้อมูลในระบบที่แจ้ง 1441 หรือเว็บไซต์ ไม่ครบถ้วน พนักงานสอบสวนจะแจ้งเจ้าทุกข์ให้เพิ่มเอกสารที่ขาดไปก่อน แล้วจึงแจ้งธนาคารให้อีกครั้ง
    • กรณีเจ้าทุกข์ ไม่ได้แจ้งอายัดบัญชีธนาคาร พนักงานสอบสวนจะบอกให้เจ้าทุกข์รีบแจ้งไปยังธนาคารก่อน จากนั้นพนักงานสอบสวนจึงดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
  6. นัดหมายเจ้าทุกข์มาบันทึกปากคำภายใน 7 วัน
  7. พนักงานสอบสวนลงข้อมูลในระบบรับแจ้งความเพื่อออกเลข Case ID (ไม่ใช่เอกสารแจ้งความ หรือ บันทึกประจำวันอิเล็กทรอนิกส์)
  8. พนักงานสอบสวนออกเอกสาร ลงลายมือชื่อผู้รับแจ้งความ มอบให้เจ้าทุกข์เป็นหลักฐานการรับคำร้อง
  9. พนักงานสอบสวนแจ้งธนาคารเพื่ออายัดบัญชีที่รับแจ้งไว้ผ่านระบบของตำรวจ-ธนาคาร
  10. พิจารณาดำเนินการอายัดบัญชี
  11. พิจารณาลักษณะคดี*คำสั่ง ตร. ที่ 182-2566 ลง 17 มี.ค.66

    คำสั่ง ตร. ที่ 182-2566 ลง 17 มี.ค.66

*พิจารณาคดีเพื่อส่งเรื่องไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง

"อาชญากรรมทางเทคโนโลยี" นั้นมีหลากหลายประเภท แต่ที่กำหนดไว้ตาม พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ.2566 กำหนดไว้ทั้งหมด 14 ประเภทเท่านั้น และมีการแบ่งแยกหน่วยงานที่รับผิดชอบตามจุดประสงค์การก่อตั้งหน่วยต่าง ๆ ขึ้นมา

สำหรับสิ่งที่ประชาชนควรรู้ไว้คือ เมื่อความเสียหายเกี่ยวกับภัยออนไลน์เกิดขึ้นแล้วนั้น ต้องรู้ว่าคดีของตนเองอยู่ในประเภทใด เพื่อที่จะตามคดี หรือ ไปตามนัดสืบสวน-สอบสวน ได้ทันท่วงทียิ่งขึ้น 

7 คดีของหน่วยพื้นที่ สถานีตำรวจ สน.-สภ. 

  1. หลอกซื้อขายสินค้า/บริการที่ไม่เป็นขบวนการ
  2. หลอกเป็นบุคคลอื่นเพื่อยืมเงิน
  3. หลอกให้รักแล้วโอนเงิน 
    คดีที่ 1-3 สอบสวนและสืบสวนที่ สน.-สภ. ระดับรองสารวัตรขึ้นไปรับผิดชอบ 
  4. หลอกให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล
  5. หลอกให้กู้เงิน
    คดีที่ 4-5 สอบสวนที่ สน.-สภ. สืบสวนที่กองบังคับการ หรือ ตำรวจภูธรประจำจังหวัด ระดับสารวัตรขึ้นไปรับผิดชอบ

  6. หลอกให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ
  7. ข่มขู่ทางโทรศัพท์ให้เกิดความกลัวแล้วหลอกให้โอนเงิน
    คดีที่ 6-7 สอบสวนที่ สน.-สภ. สืบสวนที่กองบัญชาการ หรือ ตำรวจภูธรภาค ระดับสารวัตรขึ้นไปรับผิดชอบ

6 คดีของ บช.สอท.

  1. Hack ระบบคอมพิวเตอร์
  2. Ramsomware 
  3. หลอกให้ติดตั้งโปรแกรมเพื่อควบคุมระบบในเครื่องโทรศัพท์
  4. หลอกเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล
  5. หลอกให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์
  6. หลอกซื้อขายสินค้า/บริการที่เป้นขบวนการ 
    คดีที่ 1-6 ให้ส่งให้ สอท. รับผิดชอบสอบสวน หรือ สน.-สภ.จะรับผิดชอบเองก็ได้ 

1 คดีของ บก.ปอท. หรือ สอบสวนกลาง

  1. หลอกให้ลงทุนที่เป็นความผิดตาม พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนฯ 
    ให้ส่งให้ ปอท. รับผิดชอบสอบสวน หรือ สน.-สภ.จะรับผิดชอบเองก็ได้
คำสั่ง ตร. ที่ 182-2566 ลง 17 มี.ค.66

คำสั่ง ตร. ที่ 182-2566 ลง 17 มี.ค.66

สรุปให้อีกครั้ง ถ้าเกิดความเสียหายจากคดีออนไลน์แล้ว ให้เจ้าทุกข์หรือผู้เสียหายโทรแจ้งธนาคารอายัดบัญชีก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นเก็บหลักฐานความเสียหายทั้งหมด ไปแจ้งความ โดยเลือกเพียงแค่ช่องทางเดียว จะเดินทางไปด้วยตัวเองที่สถานีตำรวจ, จะแจ้งทางสายด่วน 1441 หรือ เว็บไซต์ ก็ได้ แต่อย่าแจ้งซ้ำซ้อนหลายช่องทาง จะทำให้เกิดความสับสนของคดีและล่าช้าเข้าไปอีก 

เมื่อได้ใบ Case ID แล้ว เจ้าทุกข์ไม่จำเป็นต้องนำใบ Case ID เดินทางไปยังธนาคารอีก ย้ำอีกครั้ง "ไม่จำเป็น" เพราะตามข้อมูล พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ.2566 ระบุไว้ชัดเจนว่า เจ้าพนักงานจะดำเนินการแจ้งอายัดครั้งที่ 2 เพื่อเป็นการยืนยันการแจ้งความของเจ้าทุกข์ ผ่านระบบของตำรวจ-ธนาคารเอง (ครั้งแรกเจ้าทุกข์โทรเองตอนแรกก่อนไปแจ้งความไง)  

สุดท้ายแล้ว การไม่ตกเป็นเหยื่อของอาชญากรไซเบอร์หรือแก๊งคอลเซนเตอร์ คือการตัดตอนขั้นตอน-กระบวนการที่แสนจะยุ่งยากเหล่านี้ หน่วยงานราชการไม่ว่าจะเป็น ทหาร ตำรวจ การไฟฟ้า การประปา กรมที่ดิน กรมสรรพากร ฯลฯ จะไม่มีการโทรศัพท์หรือส่งข้อความ แจ้งข่าวใด ๆ ทั้งสิ้น จะใช้เพียงเอกสารตราครุฑ และส่งไปยังที่อยู่อาศัยตามทะเบียนบ้าน เท่านั้น แต่หากมีมิจฉาชีพส่งเอกสารตราครุฑปลอมไปให้ ให้โทรกลับไปยังหน่วยงานนั้น ๆ หรือเดินทางไปด้วยตนเอง อย่าสแกนคิวอาร์โค้ด หรือกดลิงก์ใด ๆ ทั้งสิ้น 

รวมถึงการหาแหล่งข้อมูลที่ถูกต้อง เชื่อถือได้ และแสดงแหล่งที่มาของข้อมูลได้ชัดเจน

หากสงสัยให้โทรสอบถาม 1441 หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจใกล้บ้าน จะดีและครบถ้วนที่สุด เพื่อลดความเสียหายซ้ำซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ เมื่อได้ข้อมูลไม่ถูกต้องและไม่ครบถ้วน

อ่านข่าวอื่น :

"กองสรรพาวุธ" ยืนยันไม่เคยจัดซื้อ "เกราะไม้อัดกันกระสุน"

พี่สาวรับศพ “รองหรั่ง” เปิดใจน้องชายทำเต็มที่ ไม่โกรธทุกฝ่ายสูญเสีย 

 


"กองสรรพาวุธ" ยืนยันไม่เคยจัดซื้อ "เกราะไม้อัดกันกระสุน"

Mon, 22 Jul 2024 11:54:00

วันนี้ (22 ก.ค.67) จาก กรณีที่ เพจ อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทิรน์ part7 นำเสนอข้อมูลอ้างเป็นข้อร้องเรียนตำรวจ เรื่อง แผ่นเกราะกันกระสุน เหมือนวัสดุยัดไส้ ลักษณะเหมือนแผ่นไม้อัด เกรงจะไม่ปลอดภัย

ล่าสุด พล.ต.ต.นิรันดร ศิริสังข์ไชย ผู้บังคับการกองสรรพาวุธ สำนักงานส่งกำลังบำรุง สำนักงานแห่งชาติ ชี้แจงว่า ตามที่ปรากฏทางสื่อสังคมออนไลน์ กรณีโพสต์ข้อความรูปภาพ วัสดุภายในเสื้อเกราะ และ มีตราสัญลักษณ์คล้าย ของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่มีลักษณะคล้ายไม้และตำหนิว่า วัสดุไม่มีประสิทธิภาพนั้น

กองสรรพาวุธ สำนักงานส่งกำลังบำรุง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ตรวจสอบแล้ว ขอชี้แจงว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่เคยมีการจัดซื้อเสื้อเกราะหรือแผ่นเกราะป้องกันกระสุนที่ใช้แผ่นไม้เป็นวัสดุป้องกันกระสุนแต่อย่างใด

ขั้นตอนการจัดซื้อการตรวจรับ โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง มีการทดสอบตามมาตรฐานสากล NU (National Institute of Juctice) และมีการรับประกันเสื้อเกราะทุกตัว หากมีผู้สวมใส่และปฏิบัติหน้าที่แล้วได้รับบาดเจ็บ หรือ เสียชีวิตที่กระสุนที่ทะลุผ่านแผ่นเกราะ

อย่างไรก็ตาม หากมีข้าราชการตำรวจหรือหน่วยงานใด ตรวจสอบเสื้อเกราะที่มีลักษณะดังกล่าว หรือมีความสงสัยไม่มั่นใจในคุณภาพ สามารถนำมาทดสอบได้ที่ กองสรรพาวุธ สำนักงานส่งกำลังบำรุง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงแจ้งให้ทราบโดยทั่วกัน ลงชื่อ พล.ต.ต.นิรันดร ศิริสังขไชย

ด้านสถานีตำรวจภูธรสว่างแดนดิน ก็มีเอกสารชี้แจงเรื่องนี้ว่า “ตามที่ปรากฎในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ เพจเฟซบุ๊ก ชื่อ “Pre S. Chutchon” โพสต์รูปภาพวัสดุภายในเสื้อเกราะมีลักษณะตราคล้ายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และโพสต์ข้อความเชิงตำหนิวัสดุ อุปกรณ์ชิ้นดังกล่าวไม่มีประสิทธิภาพ

สถานีตำรวจภูธรสว่างแดนดิน ได้พิสูจน์ทราบ ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายนี้ พบว่า คือ ส.ต.อ.ชัชชนม์ ศรีเพชร ตำแหน่งผู้บังคับหมู่ป้องกันปราบปราม ซึ่งเป็นตำรวจในสังกัด สภ.สว่างแดนดิน

พ.ต.อ.อภิรักษ์ ศรีหารักษา ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรสว่างแดนดิน จึงสั่งให้ ส.ต.อ.ชัชชนม์ รายงานชี้แจงตามลำดับขั้น และให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงประกอบ สถานีตำรวจภูธรสว่างแดนดิน จึงขอชี้แจงรายละเอียด ดังต่อไปนี้

1. ข้อความ รูปภาพแผ่นเกราะ จากโพสต์ดังกล่าว ไม่มีอุปกรณ์ชึ่งเบิกจาก สถานีตำรวจภูธรสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร แต่อย่างใด ซึ่ง ส.ต.อ.ชัชชนม์ ได้รับการส่งต่อรูปภาพกันมาหลายทอด ไม่ทราบถึงที่มาของข้อมูล ไม่ได้มีการตรวจสอบความถูกต้องน่าเชื่อถือ ทำให้เกิดความเข้าใจผิด และส่งผลกระทบต่อหน่วยงานหรือบุคคลอื่นได้

2.โพสต์ดังกล่าว ที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดนั้น ส.ต.อ.ชัชชนม์ กระทำไปด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และขาดการตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วน ไม่ได้มีเจตนาทำให้เกิดผลเสียต่อหน่วยงานราชการ หรือ บุคคลอื่นแต่อย่างใด

3.ผู้บังคับบัญชา ได้ให้ ส.ต.อ.ชัชชนม์ ชี้แจงข้อเท็จจริง ตามลำดับขั้น และได้พิจารณาแล้วว่า

ส.ต.อ.ชัชชนม์ ได้กระทำการอันเป็นเหตุให้เสียหายต่อราชการ อันเป็นความผิดวินัยไม่ร้ายแรง รับสารภาพ จึงได้ลงโทษว่ากล่าวตักเตือน

อ่านข่าว : เต๊าะไม่ออก! คัดค้านประกันตัวฝากขัง "เอก" ศาลอาญา 

อาลัยตำรวจกล้า "รองหรั่ง" คุ้มครอง ปชช.จนวินาทีสุดท้ายของชีวิต 

ปูนบำเหน็จ 6 ขั้นให้ “พ.ต.ท.กิตติ์ชนม์” พลีชีพขณะปฏิบัติหน้าที่

 

 

 

 

 

 


พี่สาวรับศพ “รองหรั่ง” เปิดใจน้องชายทำเต็มที่ ไม่โกรธทุกฝ่ายสูญเสีย

Mon, 22 Jul 2024 11:07:44

วันนี้ (22 ก.ค.2567) ครอบครัวของ พ.ต.ท.กิตติ์ชนม์ จันยะรมณ์ รอง ผกก.ป.สน.ท่าข้าม ซึ่งถูกยิงเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ เดินทางไปรับศพที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลศิริราช

พ.ต.ท.หญิง จิราวรรณ ธัญญะเจริญ พี่สาว เปิดเผยว่า ในอดีตครอบครัวตนเองยากจนมาก่อน พ่อขับสามล้อส่งเสียลูกทั้ง 4 คนเพราะอยากให้ลูกเป็นตำรวจ และพ่อคิดว่าการเป็นตำรวจจะทำให้ลูก ๆ ไม่ถูกใครรังเเก ซึ่งตนเองรู้สึกเสียใจมาก เพราะน้องชายตัวเองเป็นคนดี ไม่ควรมาจบชีวิตเช่นนี้

ที่ผ่านมาน้องชายทำเเต่งาน เวลาอยู่บ้านก็จะเปิดวิทยุตำรวจฟังและสังเกตการณ์เหตุการณ์ต่าง ๆ อยู่ตลอด รวมถึงตอนที่ดูแลแม่ที่ป่วยติดเตียงด้วยและไม่ได้บอกผู้บังคับบัญชาว่าตัวเองมีความจำเป็นต้องดูแลแม่ที่ป่วยติดเตียง กระทั่งแม่เสียชีวิตไป

อ่านข่าว : ปูนบำเหน็จ 6 ขั้นให้ “พ.ต.ท.กิตติ์ชนม์” พลีชีพขณะปฏิบัติหน้าที่

พี่สาวของ พ.ต.ท.กิตติ์ชนม์ กล่าวอีกว่า น้องชายเคยรับตำแหน่งตั้งแต่ระดับเจ้าหน้าที่จราจร มาจนถึงระดับรองผู้กำกับการฝ่ายปราบปราม เหลือแค่ปีสุดท้ายก็จะเกษียณอายุราชการ เเต่เมื่อเกิดความสูญเสียก็คิดว่าน้องชายทำหน้าที่ได้ดีที่สุดแล้ว พร้อมยืนยันว่าน้องชายทำหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ได้เต็มภาคภูมิ หากไปเกิดชาติภพไหนจะไม่อายใครในอาชีพที่ผ่านมา

สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าว มองว่าไม่มีใครผิดหรือถูกเพราะเป็นสิ่งที่ทุกคนไม่ได้คาดคิด ลูกของผู้ก่อเหตุก็ไม่ได้มีความผิดอะไร ตำรวจที่เสียชีวิตก็ไม่ได้มีความผิดเช่นเดียวกัน เป็นเหมือนโชคชะตา หลังจากนี้ครอบครัวคงต้องทำใจและไม่มีความโกรธแค้นใดๆ เพราะเหตุการณ์ดังกล่าวทุกฝ่ายมีความสูญเสียเกิดขึ้น

อ่านข่าว

อาลัยตำรวจกล้า "รองหรั่ง" คุ้มครอง ปชช.จนวินาทีสุดท้ายของชีวิต

เร่งค้นปม "ชายหัวร้อน" ยิง ตร.ตาย ก่อนพบเป็นศพในบ้านย่านพระราม 2


สาวร้องแฟนเส้นเลือดสมองแตกถูก ตร.คุมตัว 2 ชม.อ้างเมาขับ

Mon, 22 Jul 2024 08:26:37

เมื่อวันที่ 21 ก.ค.2567 นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ได้รับการร้องเรียนจากหญิงคนหนึ่ที่ขอความเป็นธรรมหลังแฟนหนุ่มเสียชีวิตจากอาการเส้นเลือดในสมองแตก เพราะเข้ารับการรักษาล่าช้า

หญิงคนดังกล่าวเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 13 ก.ค.แฟนของเธอขับรถไปรับลูกค้าจากสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อไปส่งที่โรงแรมย่านยานนาวา เมื่อส่งลูกค้าเสร็จระหว่างเดินทางกลับ แฟนปวดศรีษะและอาเจียน ระหว่างขับรถไปโรงพยาบาลแฟนหนุ่มเริ่มมีอาการหนักจนไม่สามารถควบคุมรถได้ จึงประสบอุบัติเหตุเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์หลายคันและถูกคุมตัวที่ สน.ยานนาวา นานกว่า 2 ชั่วโมง เนื่องจากตำรวจเข้าใจว่าแฟนเมาแล้วขับ ก่อนจะเสียชีวิตจากภาวะเส้นเลือดในสมองแตก

ด้านนายเอกภพ กล่าวว่า กรณีนี้เป็นบทเรียนราคาแพงให้ตำรวจปฏิบัติหน้าที่อย่างรอบคอบและระมัดระวังมากขึ้น แต่ไม่ได้กล่าวโทษว่าตำรวจทำงานไม่ดีหรือบกพร่อง ซึ่งต้องใช้วิจารณญาณในการทำงานเพราะเป็นเรื่องชีวิตคน แต่อยากให้ใช้ความระมัดระวัง พร้อมเน้นย้ำว่าเหตุการณ์แบบนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน และในกรณีนี้ผู้เสียหายที่ถูกผู้ตายเฉี่ยวชนยังมีความเห็นอกเห็นใจ บอกให้ตำรวจรีบพาผู้เสียชีวิตส่งโรงพยาบาลโดยเร็ว

อ่านข่าว

"ชายเมียนมา" ถูกแทงเสียชีวิตย่านแฮปปี้แลนด์

"ไบเดน" ประกาศถอนตัว หนุน "แฮร์ริส" ชิงเก้าอี้ผู้นำสหรัฐฯ

คึกคัก! บรรยากาศงานบุญ "เข้าพรรษา" นทท.แห่ทำบุญ-ท่องเที่ยว


"ชายเมียนมา" ถูกแทงเสียชีวิตย่านแฮปปี้แลนด์

Sun, 21 Jul 2024 20:12:16

วันนี้ (21 ก.ค.2567) ตำรวจ สน.ลาดพร้าว รับแจ้งเมื่อเวลาประมาณ 18.25 น. เกิดเหตุชายชาวเมียนมาถูกแทงได้รับบาดเจ็บบริเวณลานจอดรถย่านแฮปปี้แลนด์ แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กทม. ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา เบื้องต้นทราบชื่อคือนาย Khun Shin Mon สัญชาติเมียนมา อายุ 34 ปี

ตำรวจตรวจสอบที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตบริเวณลานจอดรถศูนย์การค้า และจากการสอบถามเจ้าหน้าที่กู้ภัยสยามแจ้งว่า ผู้เสียชีวิตมาขอความช่วยเหลือเพราะถูกแทง 2 แผลที่ลำคอและหน้าอก โดยขอให้กู้ภัยช่วยเหลือด้วยการทำ CPR ใช้เวลาประมาณ 40 นาที แต่ไม่เป็นผล จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบที่เกิดเหตุเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย

อ่านข่าว

ลงโทษแบน-ยึดใบอนุญาต "นักบิดเยาวชน" เจตนาชนคู่แข่ง

เตรียมหมายจับเพิ่ม "นายทุน" ร่วมแก๊งคอลเซนเตอร์ "พ.ต.ท."

เร่งค้นปม "ชายหัวร้อน" ยิง ตร.ตาย ก่อนพบเป็นศพในบ้านย่านพระราม 2


ปูนบำเหน็จ 6 ขั้นให้ “พ.ต.ท.กิตติ์ชนม์” พลีชีพขณะปฏิบัติหน้าที่

Sun, 21 Jul 2024 16:52:47

วันนี้ (21 ก.ค.2567) พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. กล่าวถึงกรณี พ.ต.ท.กิตติ์ชนม์ จันยะรมณ์ รอง ผกก.ป.สน.ท่าข้าม ถูกยิงเสียชีวิต และ ด.ต.ไชยวัฒน์ อัตโสภณวัฒนา ผบ.หมู่ ป.สน.ท่าข้าม ได้รับบาดเจ็บ ขณะเข้าระงับเหตุชายอายุ 49 ปี ใช้อาวุธปืนทำร้ายบุตรสาวและกักขังไว้ในบ้านพักย่านพระราม 2 ซึ่งระหว่างตำรวจระงับเหตุและเจรจาต่อรอง ชายคนดังกล่าวได้เปิดประตูออกมาและใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนัด

เบื้องต้นได้สั่งการให้ดูแลสวัสดิการ พิจารณาปูนบำเหน็จ สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ตามระเบียบราชการอย่างเต็มที่ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจต่อข้าราชการตำรวจและทายาทของผู้เสียชีวิต พร้อมกันนี้ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของ พ.ต.ท.กิตติ์ชนม์ ที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งนับเป็นการสูญเสียครั้งสำคัญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ทั้งนี้ ได้ดูแลสิทธิประโยชน์เบื้องต้นให้กับครอบครัวของ พ.ต.ท.กิตติ์ชนม์ จำนวน 4,577,210 บาท พร้อมปูนบำเหน็จความดีความชอบตอบแทนเป็นกรณีพิเศษ โดยขอเลื่อนเงินเดือนให้ 6 ขั้น ขอพระราชทานยศเป็น “พล.ต.อ.” รวมทั้งการจัดพิธีศพให้สมเกียรติ โดยวันจันทร์ที่ 22.ค.นี้ เวลา 17.00 น. จะมีพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ ณ วัดยางสุทธาราม แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร, พิธีสวดพระอภิธรรมศพ วันที่ 22-27 ก.ค. และพิธีพระราชทานเพลิงศพในวันที่ 29 ก.ค.

ส่วน ด.ต.ไชยวัฒน์ ที่ได้รับบาดเจ็บ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ดูแลสิทธิประโยชน์เบื้องต้น 33,000 บาท และจะได้ดูแลสวัสดิการและสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ตามหลักเกณฑ์อย่างเต็มที่

อย่างไรก็ตาม ผบ.ตร.ได้สั่งการให้ถอดบทเรียนและทบทวนยุทธวิธีการปฏิบัติจากกรณีดังกล่าว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียขึ้นอีก

อ่านข่าว

เร่งค้นปม "ชายหัวร้อน" ยิง ตร.ตาย ก่อนพบเป็นศพในบ้านย่านพระราม 2

เพื่อนบ้านเผยชายยิง ตร. อยู่ตัวคนเดียว ลูกเมียหนีเพราะอารมณ์ร้าย


อาลัยตำรวจกล้า "รองหรั่ง" คุ้มครอง ปชช.จนวินาทีสุดท้ายของชีวิต

Sun, 21 Jul 2024 16:40:15

พ.ต.ท.กิตติ์ชนม์ จันยะรมณ์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง รอง ผกก.ป้องกันและปราบปราม สน.ท่าข้าม เกิดเมื่อวันที่ 16 เม.ย.2508 มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน จำนวน 4 คน ได้แก่

  1. นายวิทย์วศิน จันยะรมณ์ เสียชีวิตแล้ว
  2. พ.ต.ท.หญิง จิราวรรณ ธัญญะเจริญ อาชีพ ข้าราชการตำรวจ ลาออก 1 มี.ค.2566
  3. พ.ต.ท.กิตติ์ชนม์ จันยะรมณ์
  4. นาย ธีระสุวัฒน์ จันยะรมณ์ อาชีพ เจ้าพนักงานจัดเก็บรายได้ชำนาญงาน ฝ่ายรายได้ สนง.เขตสาทร

"รองหรั่ง" จบการศึกษาระดับประถมศึกษา จาก รร.วัดยางสุทธาราม, ระดับมัธยมศึกษา จาก รร.ชิโนรสวิทยาลัย และระดับปริญญาตรี สาขานิติศาสตร์บัณฑิต จาก ม.รามคำแหง 

ประวัติการรับราชการตำรวจ

ครอบครัว

สมรสกับ พ.ต.ท.หญิง ชนม์ณกานต์ จันยะรมณ์ เมื่อ 28 มีนาคม 2540 ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง รอง ผกก.กองอัตรากำลัง สนง.กำลังพล มีบุตรด้วยกันจำนวน 1 คน คือ ร.ต.ท.วันรัฐธ์ จันยะรมณ์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง รอง สว.(สอบสวน) สภ.สำโรงใต้

อ่านข่าว :

เพื่อนบ้านเผยชายยิง ตร. อยู่ตัวคนเดียว ลูกเมียหนีเพราะอารมณ์ร้าย

เร่งค้นปม "ชายหัวร้อน" ยิง ตร.ตาย ก่อนพบเป็นศพในบ้านย่านพระราม 2

 


เพื่อนบ้านเผยชายยิง ตร. อยู่ตัวคนเดียว ลูกเมียหนีเพราะอารมณ์ร้าย

Sun, 21 Jul 2024 12:26:00

วันนี้ (21 ก.ค.2567) พล.ต.ต.ประสงค์ อานมณี ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 9 เปิดเผยว่า การเสียชีวิตของ พ.ต.ท.กิตติ์ชนม์ จันยะรมณ์ รอง ผกก.ป้องกันและปราบปราม สน.ท่าข้าม หรือ "รองหรั่ง" เป็นกรณีที่เสียชีวิตขณะปฎิบัติหน้าที่ ซึ่งส่วนนี้ยืนยันจะดูแล อย่างเต็มที่ โดยมีสวัสดิการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบัญชาการตำรวจนครบาล และกองบังคับการตำรวจนครบาล 9 ที่จะเข้ามาดูแล ส่วนรายละเอียดยังไม่ได้ข้อสรุปอยู่ระหว่างตรวจสอบ

ด้วยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 ก.ค.2567 พ.ต.ท.กิตติ์ชนม์ ได้เดินทางมาระงับเหตุด้วยตัวเองพร้อมกับ ด.ต.ไชยวัฒน์ อัตโสภณวัฒนา ผู้บังคับหมู่งานป้องกันและปราบปราม แรกเริ่มที่เดินทางมาถึงได้พบว่าผู้ก่อเหตุและลูก 2 คน อยู่ภายในบ้าน ทางญาติได้ขอร้องให้ช่วย ตำรวจได้พยายามเข้าไปภายในบ้านเพื่อเข้าประกบตัวผู้ก่อเหตุ แต่ระหว่างนั้นลูกของผู้ก่อเหตุได้วิ่งสวนออกมาทางประตูด้านหน้า ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจถูกกระสุนปืนยิงใส่ ซึ่งไม่รู้ว่าผู้ก่อเหตุตั้งใจยิงหรือไม่

สำหรับ พ.ต.ท.กิตติ์ชนม์ มีรายงานว่าจะเกษียณอายุราชการในปี 2568 จากข้อมูลพบว่าเจ้าตัวเป็นคนขยันทำงาน และมักเข้าระงับเหตุสำคัญด้วยตัวเองมาโดยตลอด สำหรับศพของ พ.ต.ท.กิตติ์ชนม์ ในวันนี้ (21 ก.ค.2567) เจ้าหน้าที่นิติเวชจะทำการชันสูตรพลิกศพเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัด ก่อนจะนำไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดยางสุทธาราม ในวันพรุ่งนี้ (22 ก.ค.2567)

ด้านผู้ก่อเหตุ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบปากคำไปแล้ว 6 ปาก ประกอบด้วยภรรยาผู้ก่อเหตุ และลูกของผู้ก่อเหตุอีก 5 คน พบว่าทั้งหมดอยู่ในอาการเครียด ส่วนสาเหตุที่เจ้าหน้าที่ตำรวจให้น้ำหนักสาเหตุการเสียชีวิตของผู้ก่อเหตุไปที่การจบชีวิตตัวเองนั้น เนื่องจากเมื่อเข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบว่าเลือดในที่เกิดเหตุแห้งแล้ว แต่ความชัดเจนต้องรอผลพิสูจน์หลักฐานจากทาง แพทย์นิติเวชโรงพยาบาลศิริราชต่อไป

พฐ.ตรวจสอบพื้นที่-กู้ภัยส่งร่างชายยิง ตร.หาสาเหตุการตาย

เมื่อเวลา 09.20 น. แพทย์นิติเวช รพ.ศิริราช ได้ร่วมเข้าชันสูตรศพชายก่อเหตุยิง ตร. เสียชีวิต เพื่อหาข้อสรุปการเสียชีวิตว่ายิงตัวเองหรือเกิดจากการที่เจ้าหน้าที่เข้าระงับเหตุ รวมถึงเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ เพื่อตรวจสอบวิถีกระสุน ทั้งหมดเกือบ 100 นัด มาประกอบผลการเสียชีวิต ใช้เวลานานกว่า 3 ชั่วโมง

จากการตรวจสอบร่างของผู้ก่อเหตุ พบว่าเสียชีวิตในลักษณะนั่งห้อยขาที่เตียงนอน บริเวณชั้นลอย ลักษณะร่างกายคือคอล้มเอียงไปทางฝั่งขวาซึ่งเป็นฝั่งเดียวกับจุดที่พบปืนไม่ทราบชนิดของผู้ก่อเหตุตกอยู่ เบื้องต้นจากการตรวจสอบร่างกายยังพบกระสุนปืนที่บริเวณขมับด้านขวาของผู้ก่อเหตุอีกด้วย

โดยก่อนลำเลียงศพออกจากบ้านย่านพระราม 2 ตำรวจได้เรียกให้ลูกของผู้ก่อเหตุที่สังเกตการณ์อยู่หน้าบ้าน เข้าไปพูดคุยที่บริเวณหน้าบ้านและดูศพพ่อเป็นครั้งสุดท้าย

ทีมข่าวไทยพีบีเอส สอบถามกับคนสนิทของภรรยาผู้ก่อเหตุ ที่ได้เดินทางมาที่เกิดเหตุ เจ้าตัวเปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ภรรยาผู้ก่อเหตุโทรมาบอกด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงลูกสาวอยู่ในบ้านถูกปืนตบหัว ก่อนจะพบว่าตำรวจถูกยิง ซึ่งก่อนหน้านี้ตำรวจได้ช่วยลูกสาว 2 คนของผู้ก่อเหตุ ให้ปีนบันไดลงมาจากบ้านได้

ส่วนภรรยาของผู้ก่อเหตุกับลูกสาวทั้งหมดนั้น คนสนิทของภรรยาผู้ก่อเหตุ เปิดเผยว่า ได้ย้ายไปเช่าคอนโดมิเนียมอยู่กว่า 1 เดือนแล้ว มีเพียงผู้ก่อเหตุคนเดียวที่อาศัยอยู่บ้านหลังนี้ ซึ่งสาเหตุที่ต้องย้ายหนีไปอยู่ที่อื่น เพราะไม่กล้าอยู่กับผู้ก่อเหตุ เนื่องจาก ผู้ก่อเหตุมีอารมณ์ร้อน ที่ผ่านมาภรรยาเคยถูกทำร้ายร่างกาย อีกทั้งยังพบว่าผู้ก่อเหตุมีอาการป่วย ต้องกินยาตลอด และเคยไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลศรีธัญญา ช่วงหลังที่ภรรยาและลูกไม่อยู่ ผู้ตายก็มักจะชอบยิงปืนขึ้นฟ้าระบายความเครียด

เพื่อนบ้านบอกผู้ก่อเหตุ "ป่วยจิตเวช"

ข้อสังเกตของเพื่อนบ้านที่ระบุว่าผู้ก่อเหตุมีอาการป่วยทางจิต และเคยเกิดเคสคล้ายเสียงปืนในบ้านเหตุมาแล้วก่อนหน้านี้ ทาง พล.ต.ต.ประสงค์ อานมณี ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 9 ระบุว่า ในส่วนของการยึดอาวุธปืนก่อนหน้านี้ไม่สามารถทำได้ เพราะเขามีใบอนุญาตครอบครองปืนถูกต้องตามกฎหมาย จำนวน 4 กระบอก และ เขาพกอยู่ในบ้าน ไม่ได้พกออกมานอกบ้าน

แต่จากข้อมูลที่ได้รับรายงานพบว่าเมื่อปีที่แล้ว มีการยิง มีเสียงปืนดังในบ้าน แต่เป็นการยิงในบ้าน ไม่ได้ยิงออกมา ส่วนสาเหตุที่ว่าผู้ก่อเหตุถึงขั้นเป็นจิตเวชหรือไม่ ในประเด็นนี้ตอบไม่ได้

สำหรับสภาพจิตใจลูก ๆ และครอบครัวของผู้ก่อเหตุ ทุกคนเครียดกันอยู่แล้ว เดี๋ยวคงพยายามคุยกับเด็กทุกคนหรือต้องประสานทีมเยียวยาจิตใจ หรือ MCATT ของกระทรวงสาธารณสุข มาช่วยดูแลสภาพจิตใจ แต่สถานการณ์ขณะนี้ สัมผัสได้ว่ามีความเครียดสูง ส่วนการฟื้นฟูจิตใจต้องให้หน่วยเกี่ยวข้องเข้ามาช่วยติดตามกันต่อ

สดุดี "รองหรั่ง" ตำรวจกล้า 

รองหรั่ง เสียชีวิตระหว่างพยายามเข้าช่วยเหลือตัวประกัน 2 คนซึ่งเป็นลูกของผู้ก่อเหตุ

ครอบครัวผู้ก่อเหตุมีทั้งหมด 7 คน คือ ผู้ก่อเหตุ ภรรยา และลูก 5 คน ช่วงขณะเกิดเหตุ มีลูก 2 คนที่ผู้ก่อเหตุล็อกตัวไว้ในบ้านพัก ทาง พ.ต.ท.กิตติ์ชนม์ และเจ้าหน้าที่พยามเข้าไปช่วยเอาเด็กออกมา เพราะขณะนั้นมีเด็กคนหนึ่งอายุ 10 ขวบ ที่ศีรษะมีเลือดอาบจึงเป็นห่วงและพยายามเข้าชาร์ต จัวหวะที่ลูกคนหนึ่งวิ่งสวนออกมาจากตัวบ้าน ทาง "รองหรั่ง" จึงเร่งเข้าระงับเหตุจึงถูกยิง 3 นัดจนเสียชีวิต 

ด้าน พ.ต.ท.มงคล สังข์เพิ่ม สารวัตรป้องกันและปราบปราม สน.ท่าข้าม ผู้ใต้บังคับบัญชาของ "รองหรั่ง" ผู้เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ เปิดเผยว่า ตนเองและรองหรั่ง ได้รับแจ้งเหตุแล้วเดินทางมาช่วย เมื่อมาถึงก็พยายามเข้าไปช่วยตัวประกัน และเมื่อเห็นจังหวะที่จะเข้าไปจับตัวผู้ก่อเหตุจึงรีบวิ่งเข้าไป แต่เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ตัวประกันวิ่งสวนออกมา ทำให้ผู้ก่อเหตุ ยิงออกมากระสุนไปโดนรองหรั่ง วินาทีนั้น ตนเองเห็นจึงรีบเอาโล่มากำบังและลากร่างของรองหรั่งออกมาจากหน้าบ้าน และรีบเรียกรถพยาบาล

ไปถามตำรวจที่โรงพักท่าข้ามทุกคนยืนยันได้ว่ารองหรั่ง เป็นคนดีมาก ๆ ใช้คำว่ามาก ๆ มาก ๆ และมาก ๆ เป็นคนที่นำลูกน้องไปลุยในแทบทุกภารกิจ รวมถึงเหตุการณ์นี้ด้วย รองหรั่งเป็นคนดีจริง ๆ

เบื้องต้น มองว่า คนร้ายตั้งใจยิงออกมาจึงทำให้ผู้บังคับบัญชาเสียชีวิต ในฐานะลูกน้อง ตนเองเสียใจมาก เพราะผู้เสียชีวิตเป็นคนดี แต่ยืนยันว่าไม่เสียขวัญ เพราะตำรวจมีหน้าที่รับใช้ประชาชน สำหรับครอบครัวของรองหรั่งนั้น ทราบว่า มีลูกชายเป็นตำรวจ ยศร้อยตำรวจโทอยู่ที่ สภ.แห่งหนึ่งใน จ.สมุทรปราการ ขณะที่มีข้อมูลว่าเมื่อประมาณเดือนที่แล้วแม่ของรองหรั่งก็เพิ่งเสียชีวิตไป

"รองหรั่ง" จะเกษียณปีหน้า นับเป็นข้าราชการตำรวจ ที่ขยันขันแข็งมาตลอดและนำหน้าลุยเข้าพื้นที่ ระงับเหตุมาโดยตลอดหลาย ๆ ครั้ง ที่ สน.ท่าข้ามได้ผลงานก็มาจากตัวของ พ.ต.ท.กิตติ์ชนม์ และชุดสายตรวจ คดีเร็ว ๆ นี้ คือการนำจับคดีลักมิเตอร์น้ำ ตัว รอง ผกก. ท่านนี้ก็ลงมาบัญชาการด้วยตัวเอง 

แพทย์ย้ำ จิตเวชครอบครอง "ปืน" ไม่ได้

ข้อมูลที่น่าสนใจจาก ผอ.สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา คนไข้จิตเวชอาจเข้าถึงอาวุธปืนได้น้อยมาก คนที่มีอาวุธอาจขอถูกต้อง แต่ช่วงประเมินอาการป่วยทางจิต "อาการยังไม่ออก"

นพ.ศรุตพันธุ์ จักรพันธุ์ ณ อยุธยา ผอ.สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา เปิดเผยกับไทยพีบีเอส ว่าปัจจุบันยังไม่มีตัวเลขผู้ป่วยจิตเวชที่ครอบครองอาวุธปืน เนื่องจากที่ผ่านมาส่วนใหญ่ผู้ป่วยจิตเวชที่ก่อเหตุมักใช้อาวุธประเภทอื่น เช่น มีด พร้า แต่กรณีใช้อาวุธปืนมีโอกาสเกิดขึ้นได้ แต่สัดส่อนน้อยกว่าอาวุธชนิดอื่น

นพ.ศรุตพันธุ์ ย้ำว่าผู้ป่วยจิตเวชไม่มีสิทธิ์ขออนุญาตครอบครองอาวุธปืนอยู่แล้ว แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน คือ ช่วงที่มาขอใบอนุญาตครอบครอง พวกเขาไม่มีอาการทางจิตเวช แต่มักแสดงอาการหลังจากได้ใบอนุญาตไปแล้ว และมีปัจจัยอื่นที่ทำให้มีอาการทางจิตเวช เช่น เสพยาเสพติด

ทำให้ขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาแนวทางการประเมินบุคคลที่มาขอใบอนุญาตครอบครองอาวุธ ซึ่งต้องลงรายละเอียดการประเมินอาการทางจิตเวชมากขึ้น

อ่านข่าว : เร่งค้นปม "ชายหัวร้อน" ยิง ตร.ตาย ก่อนพบเป็นศพในบ้านย่านพระราม 2


เตรียมหมายจับเพิ่ม "นายทุน" ร่วมแก๊งคอลเซนเตอร์ "พ.ต.ท."

Sun, 21 Jul 2024 12:07:04

ความคืบหน้ากรณีตำรวจยศ "พ.ต.ท." ถูกตำรวจชุดสืบสวนภาค 5 ควบคุมตัวไปยัง สภ.ช้างเผือก จ.เชียงใหม่ เพื่อสอบปากคำและแจ้งข้อหาร่วมกันมี-ใช้เครื่องวิทยุคมนาคม โดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันตั้งสถานีวิทยุคมนาคม โดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันใช้คลื่นความถี่ในการประกอบกิจการโทรคมนาคม หลังถูกซัดทอดจากผู้ต้องหาซึ่งเป็นลูกเลี้ยงที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ว่าเป็นหัวหน้าขบวนการคอลเซนเตอร์ ซึ่งตำรวจสอบปากคำใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง

วันนี้ (21 ก.ค.2567) พล.ต.ต.วีรชน บุญทวี รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เปิดเผยว่า เบื้องต้น พ.ต.ท.คนดังกล่าวรับว่ามีส่วนร่วมดำเนินการในคดีนี้ แต่แค่ช่วยยกของเท่านั้น ซึ่งอุปกรณ์ซิมบ็อกที่ตำรวจยึดได้ กลุ่มเพื่อนลูกประสานกับล่ามและหัวหน้าแก๊งคนจีนเป็นผู้นำเครื่องมาตั้งไว้

อ่านข่าว : จับคาผ้าเหลือง "พ.ต.ท." พัวพันแก๊งคอลเซนเตอร์ หลังหนีไปบวช จ.ลำปาง

จากการสอบสวนผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ เพราะลูกติดภรรยาทั้ง 2 คนที่ถูกจับใช้ห้องพักตัวเองเป็นสถานที่ส่งสัญญาณ ตอนเริ่มติดตั้งผู้ต้องหาแค่แวะไปดูโดยไม่รู้ว่าอุปกรณ์ทุกอย่างใช้ทำอะไร ไม่รู้ว่าเป็นของผิดกฎหมาย แค่มาดูให้ลูก ช่วยขนของขึ้นห้องพัก ค่าตอบแทนใด ๆ ก็ไม่ได้รับ แต่เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ เพราะผู้ต้องหาเป็นตำรวจต้องทราบอยู่แล้วว่าสิ่งเหล่านี้ผิดกฎหมายและไม่สมควรทำ

นอกจากนี้มีหลักฐานว่าผู้ต้องหามีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นหลักฐานจากลูกสาวที่เป็นคลิปภาพขณะผู้ต้องหาทั้งหมดพบกับนายทุนชาวจีน ผู้มาร่วมลงทุน โดยได้เตรียมออกหมายจับและเชื่อว่ามีผู้ร่วมอีก 1-2 คน ขณะที่ พ.ต.ท.จะถูกสอบสวนเพื่อพิจารณาความผิดทางวินัยและจะถูกนำตัวไปฝากขังต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่

สำหรับคดีนี้สืบเนื่องจากวันที่ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา ตำรวจบุกจับแก๊งคอลเซนเตอร์ในห้องพักอาคารชุดเอื้ออาทรป่าตัน 1 ต.ป่าตัน อ.เมืองเชียงใหม่ และห้องพักอาคารบ้านเอื้ออาทรไนท์ซาฟารี ต.หนองควาย อ.หางดง จ.เชียงใหม่ โดยยึดอุปกรณ์ได้จำนวนหนึ่ง พร้อมจับกุมผู้ต้องหาได้ 4 คน ในจำนวนนี้มีหญิงอายุ 26 ปีและชายอายุ 22 ปี เป็นพี่น้องกัน

ต่อมาตำรวจสืบสวนขยายผลทราบว่าหัวหน้าคือ พ.ต.ท.ซึ่งเป็นพ่อของหญิงอายุ 26 ปีและชายอายุ 22 ปี จึงขอศาลออกหมายจับ ขณะที่ พ.ต.ท.ได้ลาราชการไปบวชเป็นพระอยู่ที่ จ.ลำปาง โดยได้ติดต่อเข้ามอบตัวในวันที่ 22 ก.ค.นี้ แต่ถูกจับกุมก่อน

อ่านข่าว

เปิดให้ผู้เสียหาย "คอลเซนเตอร์" ลงทะเบียนคุ้มครองสิทธิรับเงินคืน

ยึดเครื่องรับสัญญาณ-ซิมการ์ดนับหมื่น ตัดตอนเครือข่ายคอลเซนเตอร์


เต๊าะไม่ออก! คัดค้านประกันตัวฝากขัง "เอก" ศาลอาญา

Sun, 21 Jul 2024 10:13:00

ไลฟ์ท้าทายระบบมานาน สร้างความเดือดร้อนให้กับเพื่อนบ้านก็นาน ทั้งจอดรถขวางประตูเข้าออกหมู่บ้านย่านดอนเมือง และ เตะนักข่าวบน สน.ดอนเมือง ก็ทำมาแล้ว

ล่าสุด เมื่อวันที่ 20 ก.ค.2567 "ผู้การจ๋อ" หรือ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้ส่งตำรวจมือดีไปพบทันทีและควบคุมตัว "เอก สายเต๊าะ" มายัง สน.ดอนเมือง

อ่านข่าว : ตร.แจ้งข้อหาลักทรัพย์ "เอก สายเต๊าะ" หลังมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม

ภายหลังตำรวจใช้เวลาสอบปากคำกว่า 3 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ควบคุมตัว นายเอกรัตนะ ขุนพรหม หรือ "เอก สายเต๊าะ" ไปยังห้องฝ่ายสืบสวน ขณะเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนายเอกไม่ได้มีท่าทีกังวล มีสีหน้ายิ้มแย้มไม่สลดแต่อย่างใด พร้อมเปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่า ยืนยันว่าไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน ใครที่ทำดี ตัวเองก็พร้อมที่จะทำดีตอบ ส่วนเรื่องที่ทำให้ประชาชนในหมู่บ้านได้ ระบความเดือดร้อนรำคาญ ยืนยันว่าตัวเองก็เป็นประชาชนคนหนึ่ง

ด้าน หัวหน้าชุดตรวจค้นบ้านนายเอก กล่าวว่า จากการสอบปากคำ "เอก สายเต๊าะ" ให้การปฏิเสธกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถือเป็นสิทธิ์ที่ผู้ต้องหาจะให้การ โดยตำรวจเองจะรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นประวัติก่อนหน้านี้ที่ถูกดำเนินคดี และข้อมูลจากชาวบ้าน โดยยืนยันว่าจะดำเนินการทุกมิติและรอบคอบอย่างถึงที่สุด ซึ่งขณะนี้จากการตรวจค้นบ้านของนายเอก พบสิ่งเทียมอาวุธปืน อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเป็นปืนจริงหรือไม่

นอกจากนี้บริเวณรั้วบ้านยังพบกระเป๋าของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของหมู่บ้าน ที่นายเอกใช้อาวุธมีดยาวไปชิงทรัพย์เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ตำรวจจึงแจ้งข้อกล่าวหา ชิงทรัพย์โดยใช้อาวุธมีด เบื้องต้นการตรวจปัสสาวะไม่พบสารเสพติด ส่วนการตรวจจิตเวชแพทย์วินิจฉัยว่าไม่ว่ามีอาการทางจิต

หลังจากนี้ตำรวจจะนำตัวนายเอกไปฝากขังที่ศาลอาญารัชดาในวันที่ 21 ก.ค.2567 พร้อมคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากนายเอกมีประวัติ การกระทำความผิด ที่ชาวบ้านแจ้งความดำเนินคดีไปแล้วก่อนหน้านี้

ความคืบหน้าล่าสุดวันนี้ (21 ก.ค.2567) เวลาประมาณ 09.00 น. ตํารวจได้คุมตัว "เอก สายเต๊าะ" ออกจากห้องขังมาสอบปากคําเพิ่มเติม จากนั้นเวลาประมาณ 10.00 น. เจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายเอก ขึ้นรถควบคุมผู้ต้องหา เพื่อนําไปฝากขังที่ศาลอาญา ส่วนเรื่องที่มีกระแสข่าวว่าแม่ของผู้ถูกกล่าวหาโดนขบวนการคอลเซนเตอร์หลอกให้ประกันตัวนั้น นายเอก เปิดเผยว่า เพิ่งทราบเมื่อเช้าจากที่คนที่มาบอก จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายเอกขึ้นรถและขับรถออกไปทันที

โดยล่าสุดศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว เนื่องจากเกรงว่าผู้ถูกกล่าวหา จะออกมายุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานประกอบกับผู้เสียหายบางส่วนได้ยื่นคัดค้านการประกันตัวรวมถึงได้มีการถอนประกันในส่วนที่เอกใส่เพราะประกันตัวออกมาครั้งก่อนด้วย

อ่านข่าวอื่น : 

เร่งค้นปม "ชายหัวร้อน" ยิง ตร.ตาย ก่อนพบเป็นศพในบ้านย่านพระราม 2


เร่งค้นปม "ชายหัวร้อน" ยิง ตร.ตาย ก่อนพบเป็นศพในบ้านย่านพระราม 2

Sun, 21 Jul 2024 08:37:00

วันนี้ (21 ก.ค.2567) กรณีนายบุญมา หรือ "เฮียตุ้ง" ทะเลาะกับบุคคลภายในบ้าน ก่อนจะใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาดยิงใส่ พ.ต.ท.กิตติ์ชนม์ จันยะรมณ์ รองผู้กำกับป้องกันและปราบปราม สน.ท่าข้าม เสียชีวิต และ ด.ต.ไชยวัฒน์ อัตโสภณวัฒนา ผู้บังคับหมู่งานป้องกันและปราบปราม สน.ท่าข้าม ได้รับบาดเจ็บ ที่บริเวณบ้านหลังหนึ่ง ย่านพระราม 2

ล่าสุดได้รับการยืนยันจากตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ในที่เกิดเหตุว่า ผู้ก่อเหตุ "เสียชีวิต" แล้วหลังเจ้าหน้าที่ใช้ระเบิดเสียงจำนวน 3 ลูก ขว้างเข้าไปในบ้านพักที่ผู้ก่อเหตุซ่อนตัว กระทั่งเวลาประมาณ 05.50 น. พบร่างผู้ก่อเหตุนอนเสียชีวิตบริเวณชั้นลอยของตัวบ้าน และพบอาวุธปืนไม่ทราบขนาดตกอยู่ข้างศพ 1 กระบอก 

สาเหตุและเวลาของการเสียชีวิตนั้น พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. ระบุว่าต้องรอผลตรวจจากนิติเวช แต่ยืนยันว่าการปฏิบัติการในครั้งนี้ตลอดทั้ง 9 ชั่วโมง เป็นไปตามยุทธวิธี

พบผู้ก่อเหตุป่วยจิตเวช-ใช้ปืนทำร้ายลูก

เมื่อวันที่ 20 ก.ค.2567 เวลา 21.35 น. ตำรวจ สน.ท่าข้าม ได้รับแจ้งเหตุทางวิทยุว่า มีชายหัวร้อนและมีอาวุธปืนจับ "ลูก" เป็นตัวประกันภายในบ้านพักแห่งหนึ่ง ในหมู่บ้านดีเค ถ.กาญจนา-พระราม 2 จึงนำกำลังเข้าไปตรวจสอบ

เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุ พบผู้ก่อเหตุได้ใช้อาวุธปืนยิงสวนออกมา ทำให้ตำรวจบาดเจ็บ 2 นาย ซึ่งขณะนี้ได้นำตัวส่งไปรักษาที่ รพ.สหวิทยาการมะลิ ต่อมาพบว่ามี ตร.เสียชีวิต 1 คน คือ พ.ต.ท.กิตติ์ชนม์ จันยะรมณ์ รอง ผกก.สน.ท่าข้าม ส่วนผู้บาดเจ็บ คือ ด.ต.ไชยวัฒน์ อัตโสภณวัฒนา ผู้บังคับหมู่งานป้องกันและปราบปราม สน.ท่าข้าม

ด้านผู้ก่อเหตุอยู่ภายในบ้านพัก และ ตร.ได้กันผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปพื้นที่ ส่วนสมาชิกครอบครัวของผู้ก่อเหตุ เจ้าหน้าที่ได้นำตัวออกมาจากบ้านพักแล้ว

นายสุวิทย์ โพธิ์สุข เจ้าหน้าที่กู้ภัย เปิดเผยว่า หลังได้รับแจ้งเหตุ ก็เข้ามาตรวจสอบตามพิกัด พบตำรวจนอนหมดสติจมกองเลือดอยู่หน้าบ้าน ขณะที่ภายในบ้านพบ ลูกสาวของผู้ก่อเหตุถูกพ่อใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาด ทำร้ายบริเวณใบหน้า เจ้าหน้าที่จึงช่วยเหลือสมาชิกในครอบครัวจำนวน 4 คน ออกมาจากบ้านพักหลังดังกล่าว

ลูกสาวให้ข้อมูลว่าพ่อมีอาวุธปืนจำนวน 4 กระบอก คือ ขนาด .38 มม., ขนาด .9มม., ขนาด 11 มม. และปืนลูกซอง พร้อมเครื่องกระสุนปืนจำนวนหนึ่งไว้ในครอบครอง

ขณะที่ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่กู้ภัย พบว่าเมื่อ 1 เดือนที่ผ่านมา ได้รับแจ้งเหตุจากตำรวจว่า ต้องการสนับสนุนรถพยาบาลไปส่งผู้ก่อเหตุซึ่งป่วยจิตเวช แต่เมื่อมาถึงบ้านหลังดังกล่าวกลับถูกผู้ก่อเหตุ ข่มขู่ว่าจะใช้อาวุธปืนทำร้าย

ใช้ยุทธวิธี "เบาไปหนัก" กล่อมชายยิง ตร.ตาย

ต่อมาเวลาประมาณ 02.00 น.ของวันนี้ (21 ก.ค.2567) พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. ลงพื้นที่เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้พยายามเจรจากับผู้ก่อเหตุ โดยใช้เครื่องขยายเสียงเจรจาเกลี้ยกล่อมผู้ก่อเหตุให้ยอมมอบตัว แต่ผู้ก่อเหตุอยู่บริเวณชั้นลอยของบ้าน และมีการใช้ปืนยิงสวนตำรวจเป็นระยะ ตำรวจยังสามารถคุมสถานการณ์ได้โดยรอบ และไม่ได้ยิงตอบโต้ เนื่องจากเกรงประชาชนที่อยู่ใกล้เคียงจะถูกลูกหลง ก่อนที่เสียงปืนจะเงียบหายไปในเวลาประมาณ 02.39 น. และคอยประเมินสถานการณ์เป็นระยะ โดยจะใช้ยุทธวิธีจากเบาไปหาหนัก

กระทั่งเวลาประมาณ 05.20 น. เจ้าหน้าที่ได้ใช้ระเบิดเสียงจำนวน 3 ลูก ขว้างเข้าไปในบ้านพักที่ผู้ก่อเหตุซ่อนตัวอยู่ จนกระทั่งในเวลาประมาณ 05.50 น. พบผู้ก่อเหตุนอนเสียชีวิตอยู่ที่บริเวณชั้นลอยของตัวบ้าน

นอกจากนี้มีข้อมูลว่า ผู้ก่อเหตุชอบสะสมปืน และเคยฝึกยิงปืน โดยปืนที่ครอบครองเป็นปืนที่มีทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนผู้ก่อเหตุมีอาการป่วยทางจิตหรือไม่ ขอตรวจสอบให้แน่ชัด ยืนยันพร้อมเยียวยาครอบครัว พ.ต.ท.กิตติ์ชนม์ ผู้เสียชีวิต อย่างเต็มที่

อ่านข่าวอื่น :

สภาพอากาศวันนี้ เหนือ-อีสาน-ตะวันออก เจอฝนหนัก 70% พื้นที่

รู้จักเกาะ "ตาฮิติ" สถานที่แข่งโต้คลื่น โอลิมปิก 2024


ตร.แจ้งข้อหาลักทรัพย์ "เอก สายเต๊าะ" หลังมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม

Sat, 20 Jul 2024 13:38:36

จากกรณีนายเอกรัฐ ขุนพรม หรือ ฉายา "เอก สายเต๊าะ" ก่อความเดือดร้อนให้คนในหมู่บ้านย่านดอนเมืองแห่งหนึ่ง

ล่าสุดตำรวจสืบสวนนครบาล และฝ่ายสืบสวน สน.ดอนเมือง นำหมายค้นศาลอาญาเข้าตรวจค้นบ้านนายเอกรัฐ ขุนพรม หรือ " เอก สายเต๊าะ " ภายในหมู่บ้านเพื่อตรวจค้นสิ่งผิดกฎหมาย และอาวุธปืน

นายเอกรัฐ ถูกเพื่อนบ้านร้องเรียนว่า มีพฤติกรรม ข่มขู่ ก้าวร้าว สร้างความเดือดร้อนรำคาญ ก่อกวนคนในหมู่บ้าน เช่น นำรถมาจอดขวางทางเข้าหมู่บ้าน พกพาอาวุธมีดเดินในหมู่บ้านจนทำให้ชาวบ้านเกิดความหวาดกลัว รวมถึงเมื่อคืนที่ผ่านมา มีการไลฟ์สด นำมาวุธปืนมาโชว์ผ่านสื่อออนไลน์

จากการตรวจค้นภายในบ้านพบอาวุธปืนยาว อัดลม และอาวุธมีดยาว ขณะนี้นายเอกรัฐ ถูกตำรวจคุมตัวมาพูดคุยที่สถานีตำรวจนครบาลดอนเมือง

ชาวบ้าน ที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน เปิดเผยว่าที่ผ่านมา นายเอกรัฐ ได้ก่อความวุ่นวาย ข่มขู่ จนสร้างความหวาดกลัวต่อชาวบ้าน ชาวบ้านอยากเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยแก้ปัญหา

ส่วนการดำเนินคดี ขณะนี้ ตำรวจอยู่ระหว่างพูดคุยกับนายเอกรัฐ ถึงพฤติกรรมที่ถูกเพื่อนบ้านร้องเรียน โดยนายเอกรัฐ ชี้แจงว่า ตัวเองมีปัญหากับนิติบุคคลของหมู่บ้านในเรื่องบ้าน แต่ยังไม่มีการแก้ไขปรับปรุง เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาลักทรัพย์กับนายเอกรัฐ ถ้าหากมีการทำผิดกฎหมายอื่น ๆ อีกจะถูกดำเนินคดีภายหลังเพิ่ม

อ่านข่าว : สอบปากคำ "มือชิงทอง 40 บาท" เจอของกลาง 22 เส้น-เคตามีน

 จับคาผ้าเหลือง "พ.ต.ท." พัวพันแก๊งคอลเซนเตอร์ หลังหนีไปบวช จ.ลำปาง

 ปลัดเกษตรฯให้เวลา 7 วัน สอบข้อเท็จจริง "ปลาหมอคางดำ" ระบาด

 

 


จับคาผ้าเหลือง "พ.ต.ท." พัวพันแก๊งคอลเซนเตอร์ หลังหนีไปบวช จ.ลำปาง

Sat, 20 Jul 2024 12:18:32

ความคืบหน้ากรณี ตำรวจขอศาลออกหมายจับ พ.ต.ท.ในจังหวัดเชียงใหม่ พัวพันแก๊งคอลเซนเตอร์  ล่าสุด

วันนี้ (20 ก.ค.2567) ตำรวจเข้าจับกุม และจับสึก "พ.ต.ท." ตำแหน่งสารวัตรอำนวยการ สถานีตำรวจภูธรแห่งหนึ่ง ใน จ.เชียงใหม่ ผู้ต้องหาหัวหน้าคอลเซนเตอร์ หลังจากไปบวชในวัดแห่งหนึ่ง อ.งาว จ.ลำปาง หลังพบว่าเข้าพัวพันเครือข่ายแก๊งคอลเซนเตอร์

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจาก ก่อนหน้านี้ตำรวจสถานีตำรวจภูธรหางดง จ.เชียงใหม่ จับกุมตัวชาย และ หญิง รวม 4 คน ด้วยกัน 1 ใน 4 คนถูกระบุว่า เป็นลูกสาวของ พ.ต.ท.รายนี้ด้วย โดยให้การอ้างว่าทำหน้าที่ดูแลอุปกรณ์ทั้งหมดโดยได้รับค่าจ้างจุดละ 8,000 ต่อเดือน แต่ไม่ทราบว่า คืออุปกรณ์อะไร

ทั้งหมดถูกออกหมายจับในข้อหา " ร่วมกัน ทำ มี ใช้ นำเข้า นำออก หรือ ค้าซื้อเครื่องวิทยุคมนาคม โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ออกในอนุญาต , ร่วมกันตั้งสถานีวิทยุคมนาคม โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต ,

ส่วนพฤติการณ์ของผู้ต้องหาทั้งหมด พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผู้บังคับการตำรวจภธูธรเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ลูกของ พ.ต.ท.บัณฑิต ได้รับการติดต่อจากนายหน้าคนจีนให้ นำอุปกรณ์กระจายสัญญาณ SIMBOX มาติดตั้งในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ จึงขอให้ พ.ต.ท.บัณฑิต ช่วยหาสถานที่ และ ขนอุปกรณ์ไปติดตั้ง

แต่เบื้องต้น พ.ต.ท.บัณฑิต ได้ปฏิเสธว่า ไม่ได้เป็นหัวหน้าแก๊งคอลเซนเตอร์ แต่เป็นเพียงผู้ร่วมขบวนการ ซึ่งมีคนจีนเป็นหุ้นส่วนด้วยเท่านั้น โดยทางตำรวจได้ทำการขยายผลพบว่ายังผู้ร่วมขบวนการ ทั้งคนจีนและคนไทย จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลออกหมายจับเพิ่ม เบื้องต้นยังไม่พบตำรวจรายอื่นๆ ที่มีส่วนร่วมในการกระทำผิด

ขณะที่สิ่งที่ตำรวจค้นเจอ ภายในห้องพักอาคารชุดเอื้ออาทรป่าตัน ต.ป่าตัน อ.เมืองเชียงใหม่ และ ห้องพัก อาคารชุดบ้านเอื้ออาทรไนท์ซาฟารี ต.หนองควาย อ.หางดง จังหวัดเชียงใหม่ พบเครื่องแปลงสัญญาณโทรศัพท์แบบใส่ซิมการ์ด 12 เครื่อง เครื่องสำรองไฟ เร้าเตอร์อินเตอร์เน็ตโทรศัพท์มือถือ 

อ่านข่าว : ออกหมายจับ "พ.ต.ท." ใน จ.เชียงใหม่ คาดพัวพันแก๊งคอลเซนเตอร์ 

ตำรวจไซเบอร์รวบเครือข่ายเว็บพนัน เงินหมุนเวียน 400 ล้าน 

จับแก๊งคอลเซ็นเตอร์จีนตั้งฐานในเชียงใหม่ หลอกคนจีนลงทุน  

 

 


สอบปากคำ "มือชิงทอง 40 บาท" เจอของกลาง 22 เส้น-เคตามีน

Fri, 19 Jul 2024 20:08:00

วันนี้ (19 ก.ค.2567) เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการสืบสวนสอบสวนนครบาล ควบคุมตัวนายพงษ์ศธร หรือบาส ฉายา "บาส หลอแหล สายกลาง" พร้อมของกลางเป็นทองคำรูปพรรณ 22 เส้น, เคตามีน 50 กรัม และรถของกลางที่ใช้ในการหลบหนี โดยคุมตัวมาสอบปากคำที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวนนครบาล

พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้ทำการซักถามถึงสาเหตุการลงมือ ใช้เวลาครึ่งชั่วโมง แต่ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปเก็บภาพด้านใน ต่อมาได้เปิดเผยผลการสอบปากคำ ว่า ผู้ก่อเหตุรับสารภาพว่าเคยก่อเหตุชิงทรัพย์มาแล้ว 3 ครั้ง โดยเคยชิงเงินปั้มน้ำมัน, ร้านสะดวกซื้อในพื้นที่บางชัน กระทั่งถูกจับกุมดังกล่าว

ส่วนสาเหตุที่ก่อเหตุ เนื่องจากต้องการเงินไปซื้อยาเสพติด เคตามีน และใช้จ่ายทั่วไป โดยภายหลังจากการชิงทอง ได้นำทองคำจำนวน 4 บาทไปขายที่ร้านทองแห่งหนึ่ง และนำเงินที่ได้มาซื้อรถยนต์เพื่อใช้หลบหนี และซื้อเคตามินมาไว้เพื่อเสพ

พล.ต.ต.ธีรเดช ยังเปิดเผยว่า สาเหตุที่ผู้ก่อเหตุเลือกร้านทองแห่งนี้ เนื่องจากตั้งอยู่ใกล้กับประตูทางออก ไม่มีประตูเหล็ก หรือระบบรักษาความปลอดภัยที่แน่นหนา

 

ส่วนประเด็นการเล่นเกมของผู้ต้องหามีผลต่อการก่อเหตุครั้งนี้หรือไม่ ส่วนตัวมองว่าการเล่นเกมไม่ได้มีผลโดยตรงกับการก่อเหตุ แต่น่าจะเป็นนิสัยส่วนตัวของผู้ก่อเหตุมากกว่า โดยหลังจากนี้จะขยายผลในเรื่องของยาเสพติดว่าผู้ต้องหาไปซื้อยาเสพติดมาจากใคร และขยายผลในเรื่องของทองคำที่นำไปขายว่าเหตุใดร้านทองจึงรับซื้อต่อ

สำหรับของกลางที่เจ้าหน้าที่ติดตามตรวจยึดมาได้ประกอบด้วย ทองคำจำนวน 22 เส้น น้ำหนักเส้นละ 1 บาท เงินสดที่เหลือจากการขายทอง 10,000 บาท โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง และเคตามีน 43.21 กรัม

อ่านข่าว : จับแล้ว! บุกเดี่ยวชิงทอง 40 บาทหนีข้าม 4 จังหวัด 

ด่วน! บุกเดี่ยวชิงทอง 40 บาทกลางห้าง แกะรอยเส้นทางหนี 


ออกหมายจับ "พ.ต.ท." ใน จ.เชียงใหม่ คาดพัวพันแก๊งคอลเซนเตอร์

Fri, 19 Jul 2024 19:57:00

วันนี้ (19 ก.ค.2567) พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรช้างเผือก ขอศาลจังหวัดเชียงใหม่ ออกหมายจับ ตำรวจยศ "พ.ต.ท." ตำแหน่งสารวัตร อำนวยการ สภ.แห่งหนึ่งใน จ.เชียงใหม่ ในข้อหา "ร่วมกันทำ มี ใช้ นำเข้า นำออก หรือ ค้าซื้อเครื่องวิทยุคมนาคม โดยไม่ได้รับอนุญาต , ร่วมกันตั้งสถานีวิทยุคมนาคม โดยไม่ได้รับอนุญาต , ร่วมกันใช้คลื่นความถี่ในการประกอบกิจการโทรคมนาคม" หลังพบว่า น่าจะส่วนเกี่ยวข้องกับ เครือข่ายคอลเซนเตอร์ในจังหวัดเชียงใหม่

มีรายงานว่า นายตำรวจที่ถูกออกจับ อยู่ระหว่างลาราชการ แต่ทราบแล้วว่าตัวเองถูกออกหมายจับ โดยติดต่อจะมามอบตัวในวันจันทร์นี้ (23 ก.ค.2567) ขณะที่ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 5 กำลังเร่งติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี

ก่อนหน้านี้ ตำรวจได้นำหมายค้นศาลจังหวัดเชียงใหม่ เข้าตรวจค้นจุดติดตั้งอุปกรณ์กระจายสัญญาณ SIMBOX ของกลุ่มเครือข่ายคอลเซนเตอร์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่าน ในห้องพักอาคารชุดเอื้ออาทรป่าตัน และ อาคารชุดบ้านเอื้ออาทรไนต์ซาฟารี อ.หางดง จ.เชียงใหม่

พบเครื่องแปลงสัญญาณโทรศัพท์แบบใส่ซิมการ์ด 12 เครื่อง เครื่องสำรองไฟ เราเตอร์อินเทอร์เน็ตโทรศัพท์มือถือ และจับกุมตัวชาย และ หญิง รวม 4 คน ในจำนวนนี้ เป็นหญิงสัญชาติเมียนมา 1 คน โดยอ้างว่า ทำหน้าที่ดูแลอุปกรณ์ทั้งหมด ได้รับค่าจ้างจุดละ 8,000 ต่อเดือน แต่ไม่ทราบว่า อุปกรณ์คืออะไร นอกจากนี้ พบหนึ่งในผู้ต้องหามีความใกล้ชิดกับนายตำรวจจึงสืบสวนขยายผลและออกหมายจับเพิ่มเติม

 อ่านข่าว : จับแก๊งคอลเซ็นเตอร์จีนตั้งฐานในเชียงใหม่ หลอกคนจีนลงทุน 

เปิดให้ผู้เสียหาย "คอลเซนเตอร์" ลงทะเบียนคุ้มครองสิทธิรับเงินคืน 

ยึดเครื่องรับสัญญาณ-ซิมการ์ดนับหมื่น ตัดตอนเครือข่ายคอลเซนเตอร์