บช.น.เตือนชุมนุมหน้าหอศิลป์เข้าข่ายผิดกฎหมาย-เสี่ยงโควิด

Tue, 3 Aug 2021 14:16:00

วันนี้ (3 ส.ค.2564) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ในฐานะโฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวถึงกรณีที่มีการนัดหมายการชุมนุมผ่านช่องทางออนไลน์ของกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองในวันนี้ ซึ่งมีกลุ่มผู้ชุมนุมที่สำคัญ คือกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม โดยนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน และนายอานนท์ นำภา ซึ่งนัดหมายทำกิจกรรมที่หน้าหอศิลป์ แยกปทุมวัน ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป

กองบัญชาการตำรวจนครบาล ขอเตือนว่าการกระทำดังกล่าว อาจจะเข้าข่ายเป็นความผิดฐานร่วมกันจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค ซึ่งมีการรวมกลุ่มกันของบุคคลที่มีจำนวนรวมกันมากกว่า 5 คน ในพื้นที่ที่มีประกาศหรือคำสั่งกำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ตาม 1. พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, 2. พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ, 3. พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ, 4. พ.ร.บ.ความสะอาดฯ, 5. พ.ร.บ.เครื่องขยายเสียงฯ

นอกจากนี้ ยังมีความผิดฐานมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง เมื่อเจ้าพนักงานสั่งผู้ที่มั่วสุมเพื่อกระทำความผิดตาม มาตรา 215 ให้เลิกไป ผู้ใดไม่เลิก และความผิดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง 

ดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุมแล้ว 284 คดี

ส่วนการจัดกิจกรรมคาร์ม็อบวันที่ 31 ก.ค.2564 และวันที่ 1 ส.ค.2564 ที่มีการนัดหมายกันตามสถานที่ต่างๆ ทั้งกรุงเทพฯ และปริมณฑล ขับขี่รถเกาะกลุ่มกันในลักษณะกีดขวางการจราจร บีบแตรเร่งเครื่องยนต์เสียงดัง สร้างความวุ่นวายในบ้านเมือง ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน ตามถนนต่างๆ แล้วมารวมกันที่ ถ.วิภาวดีรังสิต นั้น ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรภาค 1 ได้ติดตามจับกุมผู้ต้องหามาดำเนินคดีแล้ว รวม 11 คน และตรวจยึดยานพาหนะที่ใช้ในการกระทำความผิดได้อีกส่วนหนึ่ง
 
ขณะที่กรณีเมื่อวันที่ 2 ส.ค.2564 เวลา 11.00 น. ที่มีกลุ่มหมู่บ้านทะลุฟ้า นำโดยนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน ได้นำมวลชนมารวมกลุ่มกันสร้างความวุ่นวาย ข่มขู่และกดดันเจ้าหน้าที่ตำรวจที่บริเวณกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ถ.วิภาวดีรังสิต เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการประกาศแจ้งเตือนให้ทางกลุ่มฯ ยุติกิจกรรมดังกล่าว แต่ทางกลุ่มไม่ยอมปฏิบัติตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องเข้าควบคุมสถานการณ์ เพื่อไม่ให้เหตุการณ์ลุกลามบานปลาย และสามารถจับกุมผู้มาร่วมชุมนุมได้รวม 32 คน และจะได้ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

ขณะนี้ได้มีการดำเนินคดีกับกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองต่างๆ ในภาพรวมที่ผ่านมา กองบัญชาการตำรวจนครบาล ดำเนินคดีไปแล้ว 284 คดี อยู่ระหว่างสอบสวน 90 คดี ส่งสำนวนให้อัยการ หรือสอบสวนดำเนินคดีแล้ว 194 คดี


"สันธนะ" มอบตัวตามหมายจับคดีร่วมอุ้มชาวต่างชาติ

Tue, 3 Aug 2021 11:11:00

วันนี้ (3 ส.ค.2564) นายสันธนะ ประยูรรัตน์ เดินทางเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน ตำรวจนครบาลทองหล่อ ในคดีที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ออกหมายจับในข้อหากระทำความผิดร่วมกันเป็นอั้งยี่ ซ่องโจร ข่มขืนใจ กรณีอุ้มนักธุรกิจชาวไต้หวันเรียกค่าไถ่ 90 ล้านบาท บริเวณคอนโดย่านทองหล่อ เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา

โดยเจ้าหน้าที่สวมชุด PPE มารับตัวเพื่อไปสอบปากคำ คดีนี้มีผู้ต้องหาทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมทั้งข้าราชการตำรวจ โดยศาลได้ออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีไปแล้วทั้งหมด 15 คน ตำรวจมีการขยายผลจนทราบว่า มีนายสันธนะเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้และปรากฎตัวในจุดเกิดเหตุ

นายสันธนะ ยอมรับว่าตัวเองรู้จักกลุ่มชาวต่างชาติทั้งหมดจริง แต่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดในครั้งนี้ พร้อมตั้งข้อสังเกตถูกตำรวจขอให้ศาลอนุมัติหมายจับ ทั้งที่อยู่ระหว่างกักตัวจากการตรวจพบเชื้อโควิด -19 ซึ่งยังไม่ครบการกักตัว 14 วัน

โดยหลังจากนี้จะใช้เงินส่วนตัวในการยื่นประกันตัวออกมาเพื่อให้มีเสรีภาพและจะใช้สิทธิฟ้องกลับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และหัวหน้าพนักงานสอบสวน ทองหล่อ ที่ทำเรื่องขออนุมัติหมายจับด้วย

 

 


พ่อแม่ "ไวท์ ณวัชร์" แจ้งความ เหตุถูกทำร้ายร่างกาย

Mon, 2 Aug 2021 19:13:00

วันนี้(2 ส.ค.2564) จากกรณีนายณวัชร์ หรือ ไวท์ ลูกชายนายสุรศักดิ์ ซึ่งเป็นนักแสดง โพสต์เล่าเหตุการณ์รถของพ่อแม่เฉี่ยวชนและมีลักษณะวิวาทกันกับคู่กรณี ผ่านอินสตราแกรม เพื่อให้ประกาศตามหาพยานที่พบเห็นเหตุการณ์และติดตามหาตัวคู่กรณี พร้อมเปิดเผยข้อความว่า คู่กรณีส่งข้อความมาหาในลักษณะข่มขู่ด้วย

ภายหลังมีกลุ่มแฟนคลับช่วยติดตามหาข้อมูลชายผู้ก่อเหตุ หรือคู่กรณี พบว่าประวัติเคยมีคดีทำร้ายร่างกายผู้อื่นมาก่อนแล้วเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา เป็นการทำร้ายร่างกายพนักงานขายโทรศัพท์กลางห้างสรรพสินค้าและปรากฏเป็นข่าวดัง เนื่องจากเป็นลูกของผู้พิพากษาระดับสูงในสังกัดสำนักงานศาลยุติธรรม

ขณะที่ภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดอยู่หน้ารถยนต์ขณะเกิดเหตุ บริเวณเชิงสะพานข้ามคลองมหาสวัสดิ์ ถนนราชพฤกษ์ ต.มหาสวัสดิ์ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 30 ก.ค.ที่ผ่านมา เผยให้เห็นชายสวมเสื้อสีฟ้า เป็นคนขับรถเก๋ง ทะเบียนกรุงเทพฯ ส่วนนายสุรศักดิ์ พุ่มโพธิงาม พร้อมภรรยา ขับขี่รถยนต์เบนซ์สีขาว ซึ่งได้เกิดอุบัติชนท้ายกันบนสะพานข้ามแยกดังกล่าว

ตามภาพบันทึกหลังเกิดเหตุเฉี่ยวชน เกิดเหตุการณ์ลักษณะวิวาทกัน ระหว่างนายสุรศักดิ์ กับชายคนขับรถยนต์คู่กรณี แต่ชายคู่กรณีได้ทำร้ายร่างกายภรรยานายสุรศักดิ์ ในขณะที่พยายามเข้าห้ามปราม และเขวี้ยงกระเป๋าสะพายของภรรยานายสุรศักดิ์ด้วย ซึ่งหลังเหตุการยุติลงนายสุรศักดิ์ได้เข้าแจ้งความที่ สภ.บางกรวย ท้องที่เกิดเหตุเพื่อดำเนินคดีกับชายคู่กรณี

 

ขณะที่โฆษกสำนักงานศาลยุติธรรม ชี้แจงผ่านทวิตเตอร์ ระบุว่า ผู้ก่อเหตุเป็นลูกของบุคลากรศาลยุติธรรมจริง แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องส่วนบุคคลไม่เกี่ยวกับองค์กร ยืนยันว่า จะไม่มีบุคลากรใดที่หน้าที่โดยไม่ชอบได้เพราะเป็นการกระทำที่ผิดต่อกฏหมาย

ส่วนความคืบหน้าทางคดีความ พ.ต.อ.ศิวัช ศรีวิชัย ผกก.สภ.บางกรวย เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบหมายเลขทะเบียนรถของคู่กรณีดังกล่าวทราบชื่อผู้ครอบครองรถแล้ว คือ นางพนารัตน์ ซึ่งทางพนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกให้มาพบเพื่อสอบปากคำแล้ว เพื่อสืบหาตัวว่าผู้ขับขี่รถและก่อเหตุทำร้ายร่างกายในวันดังกล่าวเป็นใคร

พ.ต.อ.ศิวัช กล่าวว่า จากนั้นจึงจะออกหมายเรียกคู่กรณีที่แท้จริงมาดำเนินคดีตามกฎหมายตามที่ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความไว้ ซึ่งในตอนนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อกลับมาจากนางพนารัตน์ ผู้ครอบครองรถแต่อย่างใด

 


ตร.คุมตัว "ไผ่ดาวดิน" หลังรวมตัวเรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้ชุมนุม "คาร์ม็อบ"

Mon, 2 Aug 2021 14:00:00

วันนี้ (2 ส.ค.2564) ตำรวจควบคุมฝูงชน จำนวน 3 กองร้อย เข้ากระชับพื้นที่การชุมนุม ที่มีนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา (ไผ่ ดาวดิน)แกนนำกลุ่มหมู่บ้านทะลุฟ้า ที่นำมวลชนมาปักหลักเรียกร้องขอปล่อยตัวเพื่อนที่ถูกจับมา จากเหตุการณ์คาร์ม็อบไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่บ้านพักถนนวิภาวดี-รังสิต มาควบคุมตัวที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา รวม 4 คน และขอให้คืนรถติดเครื่องขยายเสียงด้วย โดยกลุ่มมวลชนทั้งชายและหญิง เรียกร้องพร้อมนำสีน้ำและสีสเปรย์ฉีดพ่นใส่ตามรั้ว กำแพง และพื้นผิวถนน ทางตำรวจได้รับความเสียหาย

 

จากนั้นตำรวจควบคุมฝูงชน พร้อมชุดปราบจราจลมีอาวุธเป็นโล่ กระบอง เข้ากระชับพื้นที่เข้าควบคุมตัว นายจตุภัทร์ พร้อมมวลชนจำนวนหลายคนขึ้นรถผู้ต้องขังที่มาจอดรอรับ และกันสื่อมวลชนและผู้ไม่เกี่ยวข้องออกนอกพื้นที่ ล่าสุด มวลชนที่มาชุมนุม ได้แยกย้ายกันออกจากพื้นที่แล้ว ขณะนี้สถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ

 

 


ตร.แจงภาพปืนจ่อศีรษะผู้ชุมนุม-ไม่ได้ยิง ยืนยันทำตามยุทธวิธี

Mon, 2 Aug 2021 13:33:00

วันนี้ (2 ส.ค.2564) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. ในฐานะโฆษก บช.น. กล่าวถึงปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่เข้าควบคุมสถานการณ์ของกลุ่มผู้ชุมนุม เมื่อวานนี้ (1 ส.ค.) ว่า ขณะนี้มีผู้ชุมนุมที่ถูกจับในที่เกิดเหตุ และบริเวณใกล้เคียงรวม 10 คน ทั้งหมดถูกควบคุมตัวที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 จังหวัดปทุมธานี หากสอบสวนเสร็จจะมีการฝากขังผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์กับศาลทันที

ส่วนความผิดที่ดำเนินคดี คือ ความผิดฐานฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ความผิดต่อ พ.ร.บ.โรคติดต่อ, พ.ร.บ.จราจรทางบก และกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอีกหลายข้อหา ซึ่งแตกต่างกันออกไปตามพฤติการณ์ผู้ก่อเหตุ

ส่วนผู้ที่เข้าร่วมชุมนุม ตำรวจอยู่ระหว่างการพิสูจน์ทราบตัวบุคคล และจะติดตามดำเนินคดี ออกหมายเรียกมาแจ้งข้อกล่าวหาในภายหลัง ซึ่งต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่ง

โฆษก บช.น.ยืนยันว่า การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่เป็นไปตามขั้นตอนและยุทธวิธีในระดับสากลซึ่งเป็นที่ยอมรับจากทั่วโลก ซึ่งจากภาพคลิปวีดิโอและภาพนิ่ง ตำรวจมีหลักฐานยืนยันด้วยว่า กลุ่มผู้ชุมนุมได้ยั่วยุทำลายทรัพย์สินของราชการ และลุกลามเข้ามาในพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ก่อน จึงจำเป็นต้องยกระดับปฏิบัติการ

ภาพปืนจ่อศีรษะเป็นยุทธวิธี ยันไม่มีกระสุนจริง

พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวถึงกรณีตามภาพปรากฏตำรวจกองร้อยควบคุมฝูงชนใช้อาวุธปืนลูกซองจ่อศีรษะผู้ชุมนุม ที่กำลังขี่รถจักรยานยนต์

ยืนยันว่า กรณีดังกล่าวเป็นรูปแบบทางยุทธวิธีที่เรียกว่า cover and contact เป็นมาตรฐานสากล ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่มีอาวุธปืนลูกซองทางยุทธวิธี เป็นกระสุนยาง ต้องใช้วิธีการตักเตือนให้ออกจากพื้นที่

เนื่องจากใกล้ช่วงเวลาห้ามออกนอกเคหสถาน ซึ่งปืนที่ใช้มีการติดสติ๊กเกอร์เป็นสัญลักษณ์ให้เห็นชัดเจนว่า กระสุนที่ใช้เป็นกระสุนยาง

อีกทั้งเหตุการณ์ในภาพดังกล่าว ไม่ได้มีการยิงผู้ชุมนุมที่ปรากฏในภาพ แต่ได้ตักเตือนและไล่ให้ออกนอกพื้นที่

ลักษณะที่เกิดขึ้นในภาพ ไม่ได้เป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ เพราะสถานการณ์ในขณะนั้น ค่อนข้างเสี่ยง ต่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ควบคุมสถานการณ์ เนื่องจากก่อนหน้านั้นมีการใช้ความรุนแรงเกิดขึ้นจากกลุ่มผู้ชุมนุม

พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่ผู้ชุมนุมอ้างว่ามีการใช้กระสุนจริง ก็ยืนยันได้ว่ากองบัญชาการตำรวจนครบาลได้กำชับและตรวจสอบถ้าไม่ให้เจ้าหน้าที่ที่เข้าไปควบคุมสถานการณ์นำอาวุธชนิดอื่นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลกำหนดเข้าไปใช้ในการปฏิบัติงานเด็ดขาด นอกจากแก๊ซน้ำตา อาวุธปืนลูกซองกระสุนยาง, ปืนยิงตะข่ายควบคุมตัว และโล่กระบอง

โดยในการปฏิบัติการ มีตำรวจบาดเจ็บจำนวน 13 นาย ส่วนใหญ่เป็นการบาดเจ็บจากการถูกขว้างปาสิ่งของวัตถุต่าง ๆ จากกลุ่มผู้ชุมนุม รวมถึงการปะทะระหว่างการผลักดันกลุ่มผู้ชุมนุมออกจากพื้นที่


ผู้ต้องขังหนีจากเรือนจำสุพรรณบุรี จับได้ 3 เร่งติดตาม 2

Sat, 31 Jul 2021 13:00:00

วันนี้ (31 ก.ค.2564) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจและเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ยังปิดล้อมพื้นที่ทางการเกษตรริมถนนเลี่ยงเมืองคันทัด ต.ท่าระหัด อ.เมืองสุพรรณบุรี เพื่อติดตามจับผู้ต้องขังในคดียาเสพติด 2 คน ที่หลบหนีออกจากห้องกักตัว เรือนจำ จ.สุพรรณบุรี ตั้งแต่กลางดึกคืนที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้ยังไม่พบตัว

 

 

ผู้ต้องขังทั้ง 2 คน ร่วมกับเพื่อนผู้ต้องขังคดีลักทรัพย์และคดียาเสพติดอีก 3 คน ที่ถูกตามจับได้ก่อนหน้านี้ ฉวยโอกาสเจาะเพดานห้องกักตัวผู้ต้องขังใหม่ ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งเป็นสถานที่ชั่วคราว ซึ่งอยู่นอกเรือนจำ จ.สุพรรณบุรี แล้วหลบหนี

 

การสอบสวนผู้ต้องขัง 3 คน ที่ถูกจับได้แล้ว ยอมรับว่าต้องการหนีสถานที่กักตัว เพราะคิดถึงลูก ส่วนผู้ต้องขังที่เหลือ 2 คน เจ้าหน้าที่มั่นใจว่ายังหลบหนีไปได้ไม่ไกล มั่นใจว่าจะสามารถจับกุมตัวได้ในเร็วๆ นี้

 


รอง ผบช.น.เตือนกลุ่มผู้ชุมนุมยุติทำกิจกรรมคาร์ม็อบ บ่ายนี้

Sat, 31 Jul 2021 12:33:00

วันนี้ (31 ก.ค.2564) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยถึงความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมที่มีการนัดหมายในช่วงบ่ายของวันนี้ว่า ขณะนี้พบการนัดหมาย 1 กลุ่ม คือกลุ่มอาชีวะพิทักษ์ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นำโดยนายธนเดช ศรีสงครามหรือม่อนอาชีวะ นัดรวมกลุ่มจัดกิจกรรมตามสถานที่ต่างๆ หลายแห่งในช่วงเวลา 12.00 น. เป็นต้นไป และจะทำกิจกรรมคาร์ม็อบไปตามเส้นทางผ่านบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มุ่งสู่แยกราชประสงค์ และอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แนะนำประชาชนทั่วไปหลีกเลี่ยงเส้นทาง

ขณะที่ในวันที่ 1 ส.ค. พบผู้ชุมนุม 4 กลุ่ม ที่มีการนัดหมายทำกิจกรรม ประกอบด้วยกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม นัดหมายทำกิจกรรมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยในช่วงเช้า ส่วนอีกกลุ่มเป็นกลุ่มของนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นัดหมายที่แยกราชประสงค์ในช่วงเช้าเช่นเดียวกัน และมีกำหนดเคลื่อนขบวนไปยังถนนวิภาวดีรังสิต

 

อีกกลุ่มเป็นกลุ่มคาร์ม็อบของนายสมบัติบุญงามอนงค์ นัดหมายทำกิจกรรมคาร์ม็อบ จะขับรถไปวนที่ถนนวิภาวดีรังสิตในช่วงบ่าย นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มแท็กซี่ไม่ทน นำโดยนายวรพล แกมขุนทด นัดจัดกิจกรรมคาร์ม็อบเช่นกัน โดยจะเริ่มกิจกรรมในช่วงเวลา 12.00 น. จะเดินทางไปตามพรรคร่วมรัฐบาลและบริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล ปลายทางเพื่อจะเข้าร่วมกลุ่มของนายสมบัติ ซึ่งการนัดรวมตัวจัดกิจกรรมการชุมนุมทั้งในวันนี้ และวันพรุ่งนี้ ตำรวจได้จัดเตรียมกำลัง เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อย

เร่งรวบรวมพยานหลักฐานเอาผิดการชุมนุม 30 ก.ค.

พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ขอเตือนกลุ่มผู้ชุมนุมที่นัดทำกิจกรรมรวมตัวกันในระยะนี้ว่าเป็นการกระทำที่เข้าข่ายมีความผิด ประกอบกับอยู่ในสถานการณ์ที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 การรวมกลุ่มคนเป็นจำนวนมากก็มีความเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ จึงขอให้กลุ่มผู้ชุมนุมยุติการนัดรวมตัวจัดกิจกรรมต่างๆ

ส่วนการชุมนุมของกลุ่มผู้ชุมนุมที่ใช้ชื่อว่า "ทะลุฟ้า" เมื่อวานนี้ พบมีกิจกรรมที่เข้าข่ายผิดกฎหมายและสร้างความเสียหายแก่ผู้อื่น โดยมีกิจกรรมที่หน้าพรรคภูมิใจไทย พรรคพลังประชารัฐ และพรรคประชาธิปัตย์ พบผู้ชุมนุมบางส่วนนำสติกเกอร์ไปติดหน้าป้าย สาดสีใส่ป้ายพรรคและเผาหุ่นฟาง

 

ซึ่งขณะนี้ตำรวจในท้องที่ที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย สน.บางเขน สน.พหลโยธิน สน.บางซื่อ และ สน.พญาไท อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อประกอบการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด เบื้องต้น เข้าข่ายมีความผิดในข้อหามั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้ายขู่เข็ญ หรือกระทำการอย่างหนึ่งให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง

นอกจากนี้ ยังมีข้อหาเจ้าพนักงานสั่งให้ผู้ที่มั่วสุมเลิกไปแต่ไม่เลิก ข้อหาร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ร่วมกันทำให้เกิดเพลิงไหม้วัตถุใดอันน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์ของผู้อื่นและร่วมกันบุกรุกโดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่า จะใช้กำลังประทุษร้ายโดยร่วมกันกระทำผิดตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป

สำหรับการดำเนินคดีกับกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองกลุ่มต่างๆ ทั้งหมด 9 กลุ่ม นับตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.2564 ขณะนี้ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดไปแล้ว 225 คน

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องให้ "ภูมิใจไทย" ถอนตัวจากรัฐบาล

 


สวมรอยยกเลิกส่งสินค้า ขโมยพระเครื่องกว่า 800,000 บาท

Thu, 29 Jul 2021 13:40:00

วันนี้ (29 ก.ค.2564) ภาพกล้องวงจรปิดบันทึกภาพไว้ได้ ขณะชายแต่งตัวภูมิฐาน มาสั่งยกเลิกสินค้า ซึ่งเป็นพระเครื่อง ภายในบริษัทขนส่งพัสดุในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ต.บ้านปรก อ.เมืองสมุทรสงคราม เมื่อวันที่ 26 ก.ค.2564

 

 

นายวรากร ส้มเตี้ย ชาวบ้าน อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม เจ้าของสินค้า เปิดเผยว่า ไปส่งของที่บริษัทดังกล่าว เป็นพระเครื่อง 28 กล่อง ที่ลูกค้าสั่งเช่า มูลค่ากว่า 800,000 บาท

 

และมาทราบเรื่องในวันต่อมา เนื่องจากลูกค้าทวงถาม จึงตรวจสอบไปยังบริษัทดังกล่าว ก่อนจะได้รับคำตอบว่า ตัวเองมายกเลิกการส่งสินค้า พร้อมขอสินค้าคืนพร้อมเงิน ตั้งแต่เมื่อวันที่ส่งสินค้าแล้ว โดยแสดงใบส่งสินค้า ซึ่งถ่ายมาใน LINE มาให้ดู

 

จึงตั้งข้อสังเกตว่าพนักงานให้ของคืนไปได้อย่างไร เมื่อไม่มีหลักฐานตัวจริงมาแสดง ก่อนเข้าแจ้งความกับตำรวจภูธรเมืองสมุทรสงครามให้ช่วยติดตาม


อดีตนักแสดง "อะตอม สัมพันธภาพ" รถชนต้นไม้บาดเจ็บ

Tue, 27 Jul 2021 09:49:00

วันนี้ (27 ก.ค.2564) เพจ สมาคมกู้ภัยลำปาง จุด สบปราบ ได้เผยแพร่รูปภาพพร้อมข้อความ ระบุว่า สมาคมกู้ภัยลำปางจุดสบปราบ รับเเจ้งจากสมาคมกู้ภัยลำปาง พบอุบัติเหตุรถกระบะลงข้างทาง ชนต้นไม้ บริเวณ กม. 640 บ้านแม่เตี๊ยะ ต.แม่ถอด ขาเข้า อ.สบปราบ จ.ลำปาง จึงลงพื้นที่ช่วยเหลือ

ภาพ : สมาคมกู้ภัยลำปาง จุด สบปราบ

ภาพ : สมาคมกู้ภัยลำปาง จุด สบปราบ


ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พบรถกระบะตกร่องถนนชนต้นไม้ เบื้องต้นมีผู้บาดเจ็บติดอยู่ภายในรถ 1 คน คือ นายอะตอม สัมพันธภาพ เจ้าหน้าที่จึงใช้อุปกรณ์ตัดถ่างเพื่อนำร่างผู้บาดเจ็บออกมา โดยใช้เวลากว่า 10 นาทีจึงสามารถนำร่างของผู้ได้รับบาดเจ็บออกมาได้ ผู้ได้รับบาดเจ็บมีเเผลฉกรรณ์และไม่รู้สึกตัว

เจ้าหน้าที่ได้ใปฐมพยาบาลช่วยเหลือ พร้อมดำเนินการส่งผู้บาดเจ็บรักษาที่โรงพยาบาลเถิน โดยระหว่างทางผู้ได้บาดเจ็บไม่มีชีพจร เจ้าที่ได้ทำการ CPR ประมาณ 2 นาที ผู้ได้รับบาดเจ็บกลับมามีชีพจรอีกครั้ง

ภาพ : สมาคมกู้ภัยลำปาง จุด สบปราบ

ภาพ : สมาคมกู้ภัยลำปาง จุด สบปราบ


สำหรับนายอะตอม มีผลงานแสดงมากมาย ทั้งสาวน้อยในตะเกียงแก้ว ภาค 2 และ ทอง 9 รวมถึงผลงานแสดงในภาพยนตร์เรื่อง Home Stay ที่นำแสดงโดย "เจมส์" ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ และ เฌอปราง อารีย์กุล ก่อนจะผันตัวมาเป็นจิตอาสาทำงานกู้ภัยและช่วยเหลือผู้ติดเชื้อ COVID-19

 


ตำรวจเตือนกลุ่มผู้ชุมนุม เสี่ยงแพร่โควิด-19

Sun, 25 Jul 2021 12:58:00

วันนี้ (25 ก.ค.2564) กลุ่มฮาเลย์, กลุ่มมอเตอร์ไซเคิล ม็อบ และ กลุ่มหมู่บ้านทะลุฟ้า มีการนัดหมายชุมนุมที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ 

พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า การนัดรวมตัวชุมนุมในสถานการณ์แพร่ระบาดโรคโควิด-19 เป็นการกระทำที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาด จึงขอเตือนประชาชนยุติกิจกรรมการรวมตัว เนื่องจากเข้าข่ายละเมิดกฎหมายหลายข้อ เช่น พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม

รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ระบุเพิ่มเติมด้วยว่า ช่วงวันที่ 21-24 ก.ค.ที่ผ่านมา การชุมนุมของกลุ่มหมู่บ้านทะลุฟ้า จัดขึ้นในหลายพื้นที่ โดยขณะนี้มีการพิสูจน์ทราบตัวบุคคลที่กระทำความผิดในการชุมนุมเพิ่มเติมอีกประมาณ 30 คน ซึ่งจะดำเนินการติดตามตัวมาดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมาย

ส่วนการนัดชุมนุมรวมตัวในต่างจังหวัด พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า หากฝ่าฝืนกฎหมายก็จะถูกดำเนินคดีเช่นกัน แต่สำคัญคือ พื้นที่ที่มีประกาศควบคุมสูงสุดแบะเข้มงวด 13 จังหวัด เป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการระบาดของโรควิด-19 ประชาชนควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรม

นอกจากนี้ได้กล่าวถึงประเด็นนักแสดงหรือผู้มีชื่อเสียง ที่ถูกดำเนินคดีกรณีแสดงออกทางการเมืองหรือกล่าวตำหนิการทำงานของรัฐบาลด้วยว่า การแสดงออกเป็นสิทธิที่ประชาชนทุกคนสามารถทำได้ แต่ต้องไม่ละเมิดต่อกฎหมายหรือทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น ไม่ละเมิดผู้อื่น และไม่กระทบความมั่นคงของประเทศ

 

 

 


สายด่วน 1668 ขัดข้องชั่วคราว หลังไฟไหม้อาคาร 3 กรมการแพทย์ คุมเพลิงได้แล้ว

Sat, 24 Jul 2021 20:43:00

วันนี้ (24 ก.ค.2564) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุไฟไหม้ที่กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น พบว่าก่อนเกิดเหตุมีเสียงดังขึ้น บริเวณสถาบันวิจัย อาคาร 3 ชั้น 4 กรมการแพทย์ คาดว่าน่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ขณะนี้ดับไฟได้แล้ว ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

ต่อมา กรมการแพทย์ได้ออกประกาศชี้แจงเหตุเพลิงไหม้ว่า จากเหตุการณ์เพลิงไหม้ ที่บริเวณอาคาร 3 ชั้น 4 กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานของสถาบันวิจัยและประเมินเทคโนโลยีทางการแพทย์ กรมการแพทย์ ในวันที่ 24 ก.ค.2564 เวลา 15.00 น.ที่ผ่านมา

กรมการแพทย์ ได้ประสานกับหน่วยงานดับเพลิงในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี เข้าดับเพลิงในจุดเกิดเหตุ ซึ่งในเจ้าหน้าที่สามารถดับเพลิงได้ในเวลา 16.00 น. และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ มาตรวจสอบจุดเกิดเหตุ

สาเหตุเบื้องต้นตรวจสอบพบว่า เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร อย่างไรก็ตาม พบความเสียหายเกิดขึ้นเพียงเล็กน้อย และไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เนื่องจากเป็นวันหยุดราชการ ซึ่งกรมการแพทย์กำชับให้มีการเพิ่มมาตรการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ทุกคน

ทั้งนี้ จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้ต้องดับไฟทั้งอาคารของกรมการแพทย์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานดับเพลิง รวมทั้งตรวจสอบสถานที่เป็นเหตุเพลิงไหม้ ส่งผลให้ศูนย์บริหารจัดการเตียง เพื่อผู้ป่วยโควิด 19 สายด่วน 1668 ที่อยู่ในกรมการแพทย์ มีความขัดข้องชั่วคราว ตั้งแต่เวลา 15.00 น. และจะรีบดำเนินการแก้ไข ให้กลับมาใช้งานได้อย่างปกติอย่างเร็วที่สุด

 

 

 


ชาย 80 ปีเสียชีวิตที่อนุสาวรีย์ชัยฯ ตรวจเบื้องต้นพบติดเชื้อโควิด

Sat, 24 Jul 2021 09:37:00

วันนี้ (24 ก.ค.2564) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แพทย์นิติเวชโรงพยาบาลรามาธิบดี และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เข้าตรวจสอบบริเวณ Victory Point เกาะพญาไท อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ หลังได้รับแจ้งว่ามีผู้เสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุ

จากการตรวจสอบพบว่าผู้เสียชีวิตเป็นชายอายุ 80 ปี นอนเสียชีวิตอยู่ข้างที่นั่ง โดยมีกระเป๋าสัมภาระอยู่ด้วย แพทย์จึงตรวจหาเชื้อ COVID-19 ด้วยวิธี Rapid Test ผลพบว่าติดเชื้อ COVID-19 จึงได้กั้นพื้นที่และเก็บศพไปชันสูตรต่อที่โรงพยาบาลรามาธิบดี


ร้อยตรีวิสิษฐ สมบุญ ผู้ดูแล Victory Point เกาะพญาไท เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากผู้ค้าในพื้นที่ว่าพบเห็นชายคนคนหนึ่งล้มลงหลังจากนั่งดื่มน้ำในบริเวณดังกล่าว จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาตรวจสอบ โดยคาดว่าเป็นคนเร่ร่อนที่มาพักบริเวณนี้ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา ก่อนจะพบว่าเสียชีวิต

เพิ่งเคยเห็นคนนี้มานอนพักที่นี่ ไม่ทราบว่ามาจากที่ไหน ซึ่งปกติแล้วบริเวณนี้ก็จะมีคนเร่ร่อนมาพักอยู่เป็นประจำ แม้ว่าจะแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาดำเนินการ แต่ก็ยังมีคนมาพักอาศัยอยู่เรื่อย ๆ

ขณะที่แพทย์นิติเวช โรงพยาบาลรามาธิบดี เปิดเผยหลังการชันสูตรพลิกศพเบื้องต้น พบว่าผู้เสียชีวิตไม่มีบาดแผลตามร่างกาย แต่ต้องไปชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนการตรวจเบื้องต้นที่พบติดเชื้อ COVID-19 นั้น ต้องไปตรวจสอบต่อที่โรงพยาบาล ส่วนในกระเป๋าสัมภาระพบยารักษาโรคประจำตัวโรคเบาหวาน และความดัน รวมทั้งเสื้อผ้าจำนวนหนึ่ง หลังจากนี้ต้องประสานติดตามญาติผู้เสียชีวิตต่อไป

 


"ยุทธเลิศ-น้ำ มิสแกรนด์" เลื่อนเข้าพบตำรวจ ปมวิจารณ์นายกฯ

Fri, 23 Jul 2021 13:26:00

วันนี้ (23 ก.ค.2564) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) ระบุถึง กรณีศิลปิน นักแสดง และผู้มีชื่อเสียง ออกมาแสดงความคิดเห็นผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ ว่า สามารถทำได้เพราะเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนคนไทย แต่การแสดงความคิดเห็นต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย และควรคำนึงถึงความถูกต้องด้วย

กรณีนายอภิวัฒน์ ขันทอง ทนายความของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการตรวจสอบและดำเนินคดีแก่ผู้เผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จ ดูหมิ่น และหมิ่นประมาทการปฏิบัติหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีฯ (คตส.) ได้ร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับศิลปิน และผู้มีชื่อเสียง 3 คน ที่ สน.นางเลิ้ง โดยมี น.ส.ดนุภา คณาธีรกุล (มิลลิ) ศิลปินสาว ซึ่งได้เข้าพบตำรวจเปรียบเทียบปรับเรียบร้อยแล้ว

ส่วนอีก 2 คน คือ นายยุทธเลิศ สิปปภาค (ต้อม ยุทธเลิศ) อายุ 55 ปี ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง ถูกร้องทุกข์เมื่อวันที่ 8 ก.ค.2564 ตามคดีอาญาที่ 244/2564 ขอเลื่อนเข้าพบพนักงานสอบสวน

ส่วน น.ส.พัชรพร จันทรประดิษฐ์ (น้ำ มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2020 ) อายุ 23 ปี ถูกร้องทุกข์เมื่อวันที่ 6 ก.ค.2564 ตามคดีอาญาที่ 135/2564 จะขอเข้าพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 5 ส.ค.นี้

สำหรับความผิดของการ Call Out หรือ การแสดงความคิดเห็นจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนขึ้นอยู่กับข้อความและคำพูดของแต่ละบุคคล ส่วนแรกความผิดฐานดูหมิ่นโดยการโฆษณา และส่วนที่ 2 ข้อหาหมิ่นประมาท ซึ่งเป็นข้อหาลหุโทษ ยอมความกันได้ เปรียบเทียบปรับได้ตามกฎหมาย และส่วนที่ 3 ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กรณีการนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์

ส่วนกรณีที่นายสนธิญา สวัสดี ยื่นหนังสื่อถึง บช.น.ให้ตรวจสอบการ Call Out ของดารา-นักร้อง และ ผู้มีชื่อเสียง เมื่อวันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมา ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าบุคคลที่มีรายชื่อปรากฎได้มีการกระทำตามที่ถูกกล่าวหาหรือไม่ หากเป็นการกระทำโดยสุจริตก็ไม่ผิดกฎหมาย ซึ่งต้องไม่ก่อให้เกิดความมั่นคงต่อรัฐ ความวุ่นวายในบ้านเมือง และไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่น

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตำรวจขึ้นบัญชีสอบดารา-ศิลปิน ใช้สื่อออนไลน์ Call Out 

 

 

 

 


คุมตัวผู้ต้องหา ทำแผนประกอบคำรับสารภาพคดีฆ่าเพื่อนโบกปูน

Thu, 22 Jul 2021 14:53:00

วันนี้ (22 ก.ค.2564) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจควบคุมตัวนายจะหวะ ลาหู่เมอเนอ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังจากตามจับกุมนายจะหวะ ได้ที่ถนนขึ้นดอยตุงผ่านด่านตรวจบ้านห้วยน้ำขุ่น จ.เชียงราย ขณะหลบหนีคดีฆ่านายสิทธิโชค สาโรจน์ และอำพรางศพไว้ในบ้านภายใน ซ.บางเชือกหนัง 7 ตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร


ผู้ต้องหาชี้จุดก่อเหตุภายในบ้านส่วนที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างตกแต่งเพิ่มเติม ซึ่งอ้างว่า ได้นั่งดื่มสุรากับนายสิทธิโชค จากนั้นจึงใช้มีดทำร้ายจนเสียชีวิต โดยหลังก่อเหตุได้ร่วมกับพวกอีก 2 คน ใช้จอบที่อยู่ในพื้นที่ก่อสร้าง ขุดหลุมฝังอำพรางคดี จากนั้นนำมีดที่ใช้ก่อเหตุไปทิ้งที่หน้าบ้าน ก่อนหลบหนีไปซ่อนตัวที่ จ.เชียงราย


เบื้องต้น นายจะหวะ อ้างว่า ลงมือก่อเหตุฆ่านายสิทธิโชค เนื่องจากขัดแย้งเรื่องเงินค่าจ้างงานก่อสร้าง โดยร่วมกับพวกอีก 2 คนที่ถูกตำรวจจับและฝากขังต่อศาลไปก่อนหน้านี้แล้ว ช่วยกันอำพรางศพด้วยการโบกปูนฝังไว้ในบ้านดังกล่าว

 


ตำรวจขึ้นบัญชีสอบดารา-ศิลปิน ใช้สื่อออนไลน์ Call Out

Thu, 22 Jul 2021 13:19:00

วันนี้ (22 ก.ค.2564) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. เปิดเผยถึงกรณีที่นายสนธิญา สวัสดี นำรายชื่อศิลปินและนักแสดงกว่า 20 คน มาร้องทุกข์ให้ ผบช.น.พิจารณาดำเนินคดีว่า มีความผิดใดหรือไม่ หลังจากที่กลุ่มนักแสดงเหล่านี้ใช้ชื่อทางสื่อสังคมออนไลน์ของตัวเองกล่าวพาดพิงกับบุคคลทางการเมืองและรัฐบาล

ขณะนี้ได้ส่งเรื่องดังกล่าวให้กับพนักงานสอบสวนในแต่ละพื้นที่ดำเนินการตามกฎหมาย โดยจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ กรณีมีการกล่าวพาดพิงเฉพาะบุคคล และหากเข้าข่ายความผิดหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา จะแจ้งให้ผู้ที่ถูกกล่าวหา ไปร้องทุกข์กล่าวโทษกับบุคคลที่กล่าวหา

ส่วนข้อหาใดที่ตำรวจสามารถร้องทุกข์ได้ เช่น ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ นำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ก็จะดำเนินคดีได้หากมีหลักฐานชัดเจน

ขณะนี้ตำรวจมีรายชื่อศิลปิน นักแสดง ที่อยู่ในการพิจารณาแล้วประมาณ 25 คน แต่ยังไม่ยืนยันว่า ทั้งหมดจะถูกดำเนินคดี โดยจะมีการพิจารณาความผิดเป็นรายบุคคล ว่าเป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตหรือไม่

ส่วนกรณี น.ส.ดนุภา คณาธีรกุล (มิลลิ) ถูกตำรวจ สน.นางเลิ้ง เรียกมารับทราบข้อกล่าวหาในวันนี้นั้น เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และมีเจ้าทุกข์มาร้องทุกข์กล่าวโทษไว้แล้ว

 


มติ ก.ต.เห็นชอบให้ “น.ส.ปิยกุล บุญเพิ่ม” ดำรงตำแหน่งประธานศาลฎีกา คนที่ 47

Thu, 22 Jul 2021 07:00:00

เมื่อวันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมา นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยว่า คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ได้ประชุมครั้งที่ 17/2564 ซึ่งวาระสำคัญคือการลงมติให้ความเห็นชอบเลือกข้าราชการตุลาการเพื่อดำรงตำแหน่งประธานศาลฎีกาคนที่ 47 เนื่องจาก นางเมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกาคนปัจจุบัน จะสิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่งในภารกิจของสายการบริหารในวันที่ 30 ก.ย.64 เมื่อมีอายุครบ 65 ปีบริบูรณ์ตามกฎหมาย

การให้ความเห็นชอบแต่งตั้งประธานศาลฎีกา จะพิจารณารายชื่อผู้พิพากษาตามลำดับอาวุโสซึ่งผ่านการคัดกรองคุณสมบัติความเหมาะสมตามบัญชีที่มีการเสนอจากอนุกรรมการตุลาการ ศาลยุติธรรม (อ.ก.ต.) ซึ่งที่ประชุม ก.ต.วันนี้ มีมติเห็นชอบให้ น.ส.ปิยกุล บุญเพิ่ม ประธานศาลอุทธรณ์ ผู้ที่มีอาวุโสลำดับที่ 1 ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานศาลฎีกา คนที่ 47 ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.64 เป็นต้นไป โดย น.ส.ปิยกุล บุญเพิ่ม ว่าที่ประธานศาลฎีกา จะมีวาระการดำรงตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดของศาลยุติธรรม เป็นระยะเวลา 1 ปี

ทั้งนี้ประวัติ “นางสาวปิยกุล บุญเพิ่ม” ว่าที่ประธานศาลฎีกา คนที่ 47 เกิดวันที่ 28 ต.ค. 2499 ปัจจุบันอายุ 64 ปี

จบการศึกษานิติศาสตรบัณฑิต เกียรตินิยมอันดับ 2 จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง

- หลักสูตรเนติบัณฑิตไทย สำนักอบรมศึกษากฎหมาย แห่งเนติบัณฑิตยสภา

- นิติศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

สำหรับประวัติการทำงานปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 63 และเคยดำรงตำแหน่งที่สำคัญในอดีต ได้แก่

- ประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา ดำรงตำแหน่งวันที่ 1 ต.ค. 62

- ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 1 ดำรงตำแหน่งวันที่ 1 ต.ค. 60

- ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ดำรงตำแหน่งวันที่ 1 ต.ค. 58

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดที่ได้รับ ได้แก่

- มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก วันที่ 5 ธ.ค. 46

- มหาวชิรมงกุฎ วันที่ 5 ธ.ค. 43

 

 


รวบ 6 หนุ่มสาว เปิดโรงแรมจัดปาร์ตี้วันเกิดฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

Thu, 22 Jul 2021 06:07:00

เมื่อวันที่(21 ก.ค.2564) ตำรวจได้รับแจ้งมีกลุ่มบุคคล ฝ่าฝืนคำสั่งห้ามรวมกลุ่มจัดปาร์ตี้วันเกิด ที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านเลียบทางด่วน ถนนรามอินทรา ภายในห้องเป็นพูลวิลล่า พบวัยรุ่นชายหญิง รวม 6 คน นั่งดื่มกิน เปิดเพลงเสียงดัง เจ้าหน้าที่จึงขอเข้าตรวจค้น พบเครื่องดื่ม และอุปกรณ์จัดปาร์ตี้ 

สอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาหญิงรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างให้มาชงเหล้า ตำรวจจึงตั้งข้อหาร่วมกันทำกิจกรรมมั่วสุมในสถานที่แออัด เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค, ฝ่าฝืนข้อกำหนดออกนอกเคหสถานอันเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และกระทำการก่อให้เกิดสภาวะที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ซึ่งอาจเป็นเหตุให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดต่อ รวมถึงข้อหาตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี

พร้อมนำตัวส่งฟ้องต่อศาลแขวงพระนครเหนือ ล่าสุดศาลมีคำสั่งลงโทษปรับคนละ 9,500 บาท และจำคุกคนละ 15 วัน โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญา

 

 


อุบัติเหตุรถชน เสียชีวิต 2 บาดเจ็บ 4 คน พบติดโควิดยกคัน

Wed, 21 Jul 2021 19:27:00

วันนี้ (21 ก.ค.2564) ช่วงเช้าที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุรถกระบะเสียหลักชนต้นไม้ร่องถนนสาย 340 ชัยนาท-สุพรรณบุรี ต.วังน้ำซับ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี มีผู้เสียชีวิต 2 คน บาดเจ็บสาหัสอีก 4 คน โดยทั้งหมดติดเชื้อ COVID-19 และกำลังเดินทางจากกรุงเทพมหานคร ไปรักษาตัวที่บ้านเกิดใน จ.พะเยา ทำให้เจ้าหน้าที่ที่เข้าช่วยเหลือกว่า 20 คน ต้องกักตัวดูอาการ

ผู้เสียชีวิตถูกเจ้าหน้าที่มูลนิธิเสมอกันสุพรรณบุรี และตัวแทนญาติ นำศพมาทำพิธีฌาปกิจที่วัดเถรพลาย อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการเผาทีละศพ และต้องพักเตาเผา จึงทำการเผาอีกศพในช่วงเย็น โดยใช้เตาเผากลางแจ้งชั่วคราว

ขณะที่ผู้บาดเจ็บ 3 คน พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลศรีประจันต์ ส่วนเด็กชายอีก 1 คนถูกส่งไปที่โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช เนื่องจากมีอาการสาหัส

ญาติผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ทั้ง 6 คนเป็นญาติกัน เบื้องต้น 3 คน ติด COVID-19 และคิดว่าใน กทม.ไม่มีโรงพยาบาลรักษา จึงตัดสินใจเดินทางกลับไปรักษาที่บ้านเกิดใน จ.พะเยา โดย 3 คนที่ติดเชื้อนั่งอยู่ท้ายกระบะและหลังเกิดอุบัติเหตุแพทย์ได้ตรวจผู้บาดเจ็บ 4 คน ก็พบว่าติด COVID-19 ทั้ง 4 คน

ทั้งนี้ หลังได้รับการยืนยืนจากโรงพยาบาลว่า ผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตทั้ง 6 คนติดเชื้อ COVID-19 เจ้าหน้าที่กู้ภัยที่เข้าไปช่วยเหลืออีกกว่า 20 คน จึงต้องกักตัวเป็นเวลา 14 วัน

 


ตร.เผย 4 ศพในกรุงเทพฯ พบติดโควิด 2 ยันทุกฝ่ายทำเต็มที่

Wed, 21 Jul 2021 13:15:00

วันนี้ (21 ก.ค.2564) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบช.น.) และโฆษก บช.น.เปิดเผยถึงกรณีพบผู้เสียชีวิต 4 คน ในพื้นที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 20 ก.ค.ที่ผ่านมา เบื้องต้นพบติดเชื้อ COVID-19 จำนวน 2 คน

รอง ผบช.น.ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนพยายามเข้าช่วยเหลืออย่างเต็มที่ เริ่มจากตำรวจเป็นผู้รับแจ้ง และเข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุด้วยความระมัดระวัง โดยมีการจัดเตรียมสถานที่ไม่ให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าพื้นที่เด็ดขาดเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ

จากนั้นได้ประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ แพทย์นิติเวช และ มูลนิธิกู้ภัย พร้อมยอมรับว่ามีความล่าช้าไปบ้าง แต่ไม่ได้ละเลยการปฎิบัติหน้าที่ เนื่องจากบางรายเจ้าหน้าที่จะต้องกู้ชีพ อีกทั้งการเก็บศพกรณีเช่นนี้ต้องมีขั้นตอนมากกว่าเก็บศพทั่วไป และที่สำคัญมีผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อ COVID-19 อย่างต่อเนื่อง จึงต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวัง จึงอยากให้ประชาชนเห็นใจผู้ปฎิบัติงาน

ไทม์ไลน์แจ้งเหตุเสียชีวิต

สำหรับไทม์ไลน์ผู้เสียชีวิต 4 คน  มีดังนี้ 

คนแรก เสียชีวิตภายในตรอกบ้านพานถม เขตพระนคร ตำรวจได้รับแจ้ง เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. ว่า มีผู้เป็นลมล้ม ตำรวจประสานแพทย์ช่วยเหลือโดยให้ออกซิเจนและกู้ชีพ กระทั่งเวลา 17.00 น. ไม่สามารถช่วยชีวิตได้ ตำรวจจึงประสานแพทย์นิติเวช โรงพยาบาลวชิรพยาบาล เข้าตรวจสอบ โดยพบว่า ผู้เสียชีวิต มีอาการปอดอักเสบ และไข้สูง 38.5 องศาเซลเซียส

ต่อมาเวลา 22.00 น. เจ้าหน้าที่กู้ภัยจะนำศพไปตรวจพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลวชิรพยาบาล จน และพบว่า ติดเชื้อ COVID-19 กรณีนี้เจ้าหน้าที่ได้ทำการช่วยชีวิต 2-3 ชม. ตามกระบวนการทุกขั้นตอน แต่พบว่า สื่อสังคมออนไลน์บางส่วนให้ข้อมูลไม่ครบถ้วน ทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิดในการปฎิบัติหน้าที่

ส่วนคนที่ 2 ตำรวจได้รับแจ้งเหตุเวลา 18.31 น.ว่า มีผู้เสียชีวิตหน้าร้านศึกษาภัณฑ์ ถนนราชดำเนิน เขตพระนคร พบศพนายเสรี เรืองโรจนฤทธิ์ ชาว จ.ระยอง จึงประสานแพทย์นิติเวช โรงพยาบาลวชิรพยาบาล เข้าตรวจสอบเวลา 19.15 น. เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ทำการเก็บศพไปตรวจพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลวชิรพยาบาล เบื้องต้น อยู่ระหว่างรอผลตรวจว่ามีการติดเชื้อ COVID-19 หรือไม่

ส่วนคนที่ 3 พบผู้เสียชีวิต คือ ตำรวจได้รับแจ้งเหตุเวลา 19.30 น.ว่า นายบรรพต เจิมเจนการ เสียชีวิต ภายในบริเวณวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร เขตพระนคร เจ้าหน้าที่นิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ เข้าเก็บศพในเวลา 21.00 น.จากการชันสูตรพลิกศพ พบผลตรวจติดเชื้อ COVID-19

คนที่ 4 ตำรวจได้รับแจ้งเหตุเวลา 20.53 น.ว่า พบผู้เสียชีวิตไม่มีเอกสารประจำตัว บริเวณหน้าศูนย์การค้าเทสโก โลตัส สาขาพระรามที่ 4 ต่อมาในเวลา 23.15 น. แพทย์นิติเวช โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ชันสูตรพลิกศพ พบไม่ติดเชื้อ COVID-19

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

วันเดียว พบผู้เสียชีวิต 3 คน ริมถนน กทม.

 

 


ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนประหารชีวิต "ผอ.กอล์ฟ" คดีชิงทองลพบุรี

Tue, 20 Jul 2021 14:42:00

วันนี้ (20 ก.ค.2564) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลอาญา อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ คดีหมายเลขดำ อ.409/2563 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ และบริษัท ออโรร่า ดีไซน์ จำกัด เป็นโจทก์ร่วม ยื่นฟ้องนายประสิทธิชัย เขาแก้ว หรือกอล์ฟ อดีต ผอ.โรงเรียนประถมศึกษาแห่งหนึ่งใน จ.สิงห์บุรี เป็นจำเลย

ในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นเพื่อตระเตรียมการหรือเพื่อความสะดวกในการที่จะกระทำความผิด, พยายามฆ่าผู้อื่นเพื่อตระเตรียมการหรือเพื่อความสะดวกในการที่จะกระทำความผิดอย่างอื่น, ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้อาวุธปืนและใช้ยานพาหนะ เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและได้รับอันตรายสาหัส และความผิดอื่นตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนฯ พ.ศ.2490 พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ.2530 โดยการยื่นฟ้องนั้น มีทายาทของผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ รวม 10 ราย ยื่นคำร้องขอให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่งด้วย

คดีนี้เนื่องจากกรณีเมื่อวันที่ 9 ม.ค.2563 นายประสิทธิชัย นำอาวุธปืนติดท่อเก็บเสียงเข้าไปภายในห้างสรรพสินค้าโรบินสัน สาขาลพบุรี แล้วยิงนายธีระฉัตร นิ่มมา พนักงานรักษาความปลอดภัย (รปภ.) ของห้างฯ รวมทั้งประทุษร้ายบุคคลทั่วไปจนเป็นเหตุให้ ด.ช.ภาณุวิชญ์ วงศ์อยู่ และ น.ส.ธิดารัตน์ ทองทิพย์ พนักงานร้านทองโอโรร่า ถึงแก่ความตาย และจำเลยยังยิงบุคคลอื่นอีก 4 คนได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนชิงสร้อยคอทองคำ รวม 33 เส้น เป็นเงินทั้งสิ้น 664,470 บาท ของบริษัท ออโรร่าดีไซน์ จำกัด ผู้เสียหายไปโดยทุจริต

ชั้นพิจารณาในศาลชั้นต้น จำเลยให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อปี 2563 พิพากษาว่า จำเลยมีความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (6) ประกอบมาตรา 60, 289 (6) ประกอบมาตรา 80, 289 (7), 339 วรรคสอง วรรคสี่ และวรรคท้ายประกอบมาตรา 340 ตรี, 371, 376 พ.ร.บ.อาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนฯ พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคสอง, 55, 72 วรรคสองและวรรคสาม, 72 ทวิ วรรคสอง, 78 วรรคหนึ่งและวรรคสาม พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ.2530 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 42

การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 โดยเมื่อรวมโทษทุกกระทงความผิดแล้วให้ประหารชีวิตและปรับ 1,000 บาท ฐานมีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้ทายาทผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บรวม 10 รายด้วย พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีจนกว่าจะชำระเสร็จ

ส่วนที่ขอให้จำเลยชดใช้ทรัพย์คืนแก่ห้างทองออโรร่า โจทก์ร่วมนั้น ระหว่างพิจารณาจำเลยก็ชดใช้ราคาทรัพย์คืนแก่โจทก์ร่วมแล้ว

ต่อมาจำเลยอุทธรณ์ขอให้ลดโทษ ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วเห็นว่า พยานหลักฐานของโจทก์และโจทก์ร่วมล้วนเป็นพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และพยานแวดล้อมกรณีที่บ่งชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า จำเลย คือผู้ก่อเหตุที่กระทำความผิดดังที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัย จึงมีน้ำหนักอันมั่นคงให้รับฟังได้ว่าจำเลยคือผู้ก่อเหตุที่กระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ที่ศาลชั้นต้นพิพากษามานั้นชอบแล้ว ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วย

ปัญหาต้องวินิจฉัยประการต่อมาตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า มีเหตุสมควรลดโทษให้จำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 หรือไม่ เห็นว่าโจทก์และโจทก์ร่วมมีพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และพยานแวดล้อมกรณี มาสืบให้รับฟังได้อย่างมั่นคงว่า จำเลยเป็นผู้ที่ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียชีวิตทั้ง 3 คน และผู้เสียหายที่ 1-3 และที่ 5 และชิงทรัพย์สร้อยคอทองคำของห้างทองออโรร่า โจทก์ร่วม แล้วหลบหนีไป

โดยจำเลยไม่ได้ลุแก่โทษเข้ามอบตัวต่อเจ้าพนักงานและสารภาพความผิด แต่ได้ความว่าเจ้าพนักงานตำรวจต้องรวบรวมพยานหลักฐานขอออกหมายจับจนกระทั่งจับจำเลยได้ ซึ่งลำพังแต่พยานหลักฐานโจทก์และโจทก์ร่วมนำสืบมาก็เพียงพอที่จะพิพากษาลงโทษจำเลยได้แล้ว

ดังนั้นการที่จำเลยรับสารภาพเป็นเพราะจำนนต่อหลักฐาน การที่จำเลยชิงทรัพย์ เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและได้รับอันตรายสาหัส และฆ่าผู้อื่น เพื่อความสะดวกในการกระทำผิดอย่างอื่น ลักษณะของการกระทำความผิด จึงเป็นไปโดยโอกาสไม่ยำเกรงต่อกฎหมายบ้านเมือง เป็นการกระทำที่โหดเหี้ยม ทารุณไร้มนุษยธรรม ก่อให้เกิดผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของสังคม พฤติการณ์แห่งคดีจึงเป็นเรื่องร้ายแรง

แม้จำเลยชดใช้ความเสียหายเพื่อบรรเทาผลร้าย สำนึกผิดหรือมีคุณความดีดังที่อุทธรณ์ก็ไม่เป็นเหตุเพียงพอที่จะสมควรใช้ดุลพินิจ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้แก่จำเลยเลยได้ ที่ศาลชั้นต้นลงโทษประหารชีวิตโดยไม่ลดโทษให้ย่อมเหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งรูปคดีแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น

อย่างไรก็ดี ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ได้มีพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2564 มาตรา 4 ให้ยกเลิกความในมาตรา 224 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์และให้ใช้ความใหม่แทน

ดังนั้นในการคิดดอกเบี้ยผิดนัดของค่าสินไหมทดแทนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ถึงกำหนดเวลาชำระตั้งแต่วันที่พระราชกำหนดดังกล่าวใช้บังคับคือวันที่ 11 เม.ย.2564 เป็นต้นไปนั้น จำเลยจะต้องชำระดอกเบี้ยผิดนัดแก่ทายาทผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บทั้ง 10 รายในอัตราที่แก้ไขใหม่ คือ ให้ชำระดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีจนถึงวันที่ 10 เม.ย.2564 ให้ชำระดอกเบี้ยอัตราใหม่ร้อยละ 5 ต่อปีนับตั้งแต่วันที่ 11 เม.ย.2564 เป็นต้นไป จนกว่าจำเลยจะชำระค่าสินไหมทดแทนเสร็จ

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

นำตัวผู้ต้องหาชิงทอง จ.ลพบุรี เข้า กทม. 

แกะรอยหลักฐานมัดตัวผู้ต้องหาชิงทองลพบุรี 

ตำรวจส่งสำนวนคดีฆ่าชิงทองลพบุรี มั่นใจหลักฐานแน่น 

ศาลชั้นต้นตัดสินประหารชีวิต "อดีต ผอ.กอล์ฟ" ยิงชิงทอง