พ่อร้องกองปราบ ตรวจความคืบหน้าลูกชายเสียชีวิตมีเงื่อนงำ

Mon, 15 Jul 2019 12:01:00

วันนี้ (15 ก.ค.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุริยา ศรีโซ้ง พร้อมด้วยทนายความ นำหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิด เข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ขอให้ตรวจสอบและติดตามความคืบหน้าทางคดี กรณีเด็กชายกฤษฎา ศรีโซ้ง อายุ 14 ปี ลูกชายที่เสียชีวิต เมื่อวันที่ 24 ก.พ.61 โดยเชื่อว่าขณะลูกชายขี่รถจักรยานยนต์ออกไปข้างนอก ได้ถูกอุ้มไปทำร้ายร่างกายและอำพรางทิ้งร่างไว้ริมถนนว่าเป็นการเกิดอุบัติเหตุ ในพื้นที่ สภ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด

 

 

พนักงานสอบสวน สภ.ธวัชบุรี สรุปสำนวนว่าเป็นการเกิดอุบัตติเหตุเมื่อ 14 มิ.ย.ที่ผ่านมา จึงไม่ได้อายัดศพไว้ตรวจสอบ แต่ทางครอบครัวสงสัยว่าไม่น่าจะเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ เพราะจากตรวจสอบสภาพร่างกายไม่พบบาดแผล รอยถลอกตามร่างกายที่คล้ายลักษณะรถจักรยานยนต์ล้ม ประกอบกับรถจักรยานยนต์ที่ใกล้ที่เกิดเหตุกลับไม่ใช่ของลูกชาย แต่จากการตรวจสอบเป็นของเพื่อนผู้ต้องสงสัย

สำหรับจุดที่พบเด็กชายกฤษฎา อยู่ห่างจากบ้านประมาณ 10 กิโลเมตร นายสุริยาจึงได้นำร่างลูกชายไปชันสูตรที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง จ.ร้อยเอ็ด ผลชันสูตรระบุว่าสมองลูกชายได้รับการกระทบกระเทือนอย่างหนัก อวัยวะภายในบอบช้ำ

ก่อนหน้านี้ ตำรวจกองปราบปราบลงพื้นที่ตรวจสอบพร้อมจำลองเหตุการณ์แล้ว แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานผลการตรวจสอบ ครอบครัวจึงต้องการทวงถามความคืบหน้าด้วย เบื้องต้นตำรวจกองปราบปรามอยู่ระหว่างตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่เป็นหลักฐานใหม่ และหลักฐานที่พยานถูกทำร้ายร่างกาย ซึ่งได้รับในวันนี้ (15 ก.ค.62) อย่างละเอียดอีกครั้ง

 


ล่าระทึก! ขนไอซ์ ลงใต้-ข้ามแดน

Mon, 15 Jul 2019 10:23:00

ตำรวจปราบปรามยาเสพติด สามารถจับกุมเครือข่ายค้าไอซ์ข้ามชาติ โดยยึดของกลางได้เกือบครึ่งตัน เครือข่ายดังกล่าวทำงานกันเป็นขบวนการ รับงานมาจากนายทุนชาวเมียนมา

ทีมข่าวไทยพีบีเอส ลงพื้นที่ติดตามการจับกุมครั้งนี้ ตั้งแต่ตำรวจสืบสวนกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เข้าจับกุมนายวราวุฒิ ไกรวงศ์ หรือ หนึ่ง หลังจากสืบทราบว่ากำลังนำไอซ์น้ำหนัก 459.30 กิโลกรัม บรรทุกอยู่บนรถกระบะ ทะเบียน บท 1883 ราชบุรี ขนไปส่งให้กับเครือข่ายค้ายาเสพติดในพื้นที่ภาคใต้ ในช่วงค่ำวันที่ 7 ก.ค.2562 ที่ผ่านมา

 

ตำรวจพบว่ารถกระบะคันดังกล่าวที่มีนายวราวุฒิอยู่ด้วย จอดรถอยู่ริมทางเข้าถนนกาญจนาภิเษก มุ่งหน้าไปบางแค จึงเฝ้าติดตามพฤติกรรม ก่อนที่จะแสดงตัวเข้าจับ เนื่องจากพบเห็นผู้ต้องหาเตรียมเคลื่อนที่ออกจากจุดที่จอดรถ เมื่อเข้าไปตรวจสอบพบของกลางเป็นไอซ์ 15 กระสอบ น้ำหนัก 459.30 กิโลกรัม จึงยึดไว้และควบคุมตัวสอบสวน

 

เบื้องต้น นายวราวุฒิ ให้การอ้างว่าของกลางทั้งหมด น้องชายของตัวเองขับรถกระบะคันนี้ ไปรับมาจากชายคนหนึ่งใน จ.ปทุมธานี จากนั้นได้นำมาเก็บไว้ที่บ้านที่ จ.ราชบุรี และให้ตัวเองขับรถกระบะคันนี้ ไปส่งที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยทราบเพียงว่าเป็นของผิดกฎหมาย แต่ไม่รู้ว่าเป็นไอซ์จำนวนมาก ปกติทำอาชีพปลูกและขายมะพร้าวน้ำหอม รวมทั้งมีรถบรรทุก 6 ล้อ และรถกระบะ รับจ้างขนส่งสินค้าทั่วไป

ในวันที่ 7 ก.ค. ตัวเองได้ขับรถบรรทุกท่อนซุงมาจาก อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เพื่อจะไปส่งให้กับลูกค้าที่ จ.เพชรบูรณ์ จึงได้นัดหมายกับน้องชายให้ขับรถกระบะที่บรรทุกยาเสพติดมาเปลี่ยนที่ ถ.พระราม 2 โดยมีภรรยาที่ทำอาชีพเป็นข้าราชการครู โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี พร้อมกับลูกชาย 2 คน โดยสารติดรถมาด้วย เมื่อถึงจุดนัดหมายจึงได้เปลี่ยนขับรถกระบะ ส่วนน้องชายก็ขับรถบรรทุกท่อนซุงไปส่งที่ จ.เพชรบูรณ์ ต่อ

ระหว่างนั้น ได้นัดหมายกับเครือข่ายค้ายาเสพติดอีกกลุ่มหนึ่ง ว่าจะว่าจ้างให้นำยาบ้าจำนวน 20 มัด ขนส่งไปพร้อมกับไอซ์ล็อตนี้ด้วย เนื่องจากปลายทางจะส่งไปที่ภาคใต้เช่นกัน จึงนัดหมายรับของที่จุดจับกุม และระหว่างรอได้เปิดผ้าใบที่คลุมกระสอบไอซ์อยู่ พบว่ามีจำนวนมาก จึงจะโยนทิ้งไว้ข้างทาง เพราะไม่เคยขนส่งไอซ์มาก่อน กลัวถูกตำรวจจับ

นายวราวุฒิ ยอมรับว่าเคยขับรถกระบะคันนี้ ส่งยาบ้าไป จ.นราธิวาสมาแล้ว 2 ครั้ง ส่วนครั้งนี้ไม่คิดว่าเป็นไอซ์ โดยคนที่ให้ไปส่งก็ไม่รู้จัก เพราะปลายทางให้โทรศัพท์แจ้งเพียงว่า ให้ติดต่อเมื่อขับรถมาถึง จ.พัทลุง ก่อนที่จะนัดส่งมอบกันที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

 

ทีมข่าวไทยพีบีเอส พบว่า รถกระบะที่นายวราวุฒิขับมา มีสติกเกอร์หลายข้อความติดอยู่จำนวนมาก ในจำนวนนั้นมีข้อความภาษาอังกฤษว่า “sereeruamthai”

ขยายผลถึงภาคใต้ พบคนสั่งการ 

หลังตำรวจจับนายวราวุฒิแล้ว เช้าวันที่ 8 ก.ค.ได้วางแผนขยายผลถึงกลุ่มผู้ที่รับยาเสพติดใน จ.สงขลา และวางแผนนัดหมายให้มารับยาเสพติดในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ริมถนนเพชรเกษม ใน อ.หาดใหญ่ เมื่อถึงเวลานัดหมาย พบรถกระบะของผู้ต้องสงสัยขับมาจอด และพยายามเดินหารถที่บรรทุกไอซ์มาจอดรอไว้

หลังจากนั้นพบ นายเปาะสา ดิง ชาว จ.นราธิวาส เดินไปรับกุญแจรถยนต์ในจุดที่ทิ้งไว้ให้และเดินมาเปิดรถกระบะเพื่อเตรียมขับรถออกไปจากปั๊มน้ำมัน และมีนายกอเซ็ง นิเกาะ ขับรถกระบะอีกคัน ที่ขับรถมาส่ง ออกไปจากปั๊มน้ำมันเช่นกัน ตำรวจจึงแสดงตัวเข้าจับกุมทันที

 

ตำรวจสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหาทั้งสองคน ได้มาเช่าบ้านในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ใกล้กับจุดนัดหมายรับยาเสพติด ประมาณ 10 วัน เพื่อรอรับยาเสพติด ภายในบ้านไม่มีอุปกรณ์หรือฟอร์นิเจอร์ มีเพียงที่นอนและเสื้อผ้า 2-3 ชุดเท่านั้น เบื้องต้นพบว่าผู้ต้องหาจะขับรถกระบะที่บรรทุกไอซ์มาที่บ้านหลังนี้ และขนถ่ายใส่รถกระบะของตัวเองที่มีท้ายปิดมิดชิด จากนั้นจะขับรถมาส่งคืนในปั๊มน้ำมันจุดที่รับยาเสพติด

นายกอเซ็ง นิเกาะ อ้างว่าได้รับว่าจ้างให้นำไอซ์ทั้งหมด ไปส่งที่เมืองกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ตำรวจจึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 คน มาสอบสวนอย่างละเอียดและดำเนินคดีที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ทั้งนี้ ผู้ต้องหายังไม่ได้ซัดทอดถึงผู้ว่าจ้าง

ทั้งนี้ การสืบสวนยังพบว่า ผู้สั่งการให้ผู้ต้องหาที่ถูกจับใน อ.หาดใหญ่ เป็นนักการเมืองท้องถิ่น ขณะนี้ตำรวจได้นำหลักฐานขอศาลอาญาออกหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องอีก 3 คน แล้ว โดยแจ้งข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต และยังมีผู้เกี่ยวข้องอีกบางส่วน ที่เตรียมขอศาลออกหมายจับ ในข้อหาสมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดต่อไป

 

พบนายทุน เป็นชาวเมียนมา

พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส. เปิดเผยว่า ผู้ต้องหากลุ่มนี้ถือเป็นกลุ่มใหญ่ที่แบ่งวางเครือข่ายทำงานขนส่งยาเสพติดเป็นขบวนการและแบ่งช่วงกันเป็นทอดๆ โดยเริ่มจากกลุ่มที่รับงานมาจากนายทุนชาวเมียนมา และจัดหาตัวประกันที่เป็นญาติกับทีมคนขนส่งยาเสพติดช่วงแรกไปเป็นตัวประกันในประเทศเมียนมา จากนั้นก็จะมีกลุ่มลำเลียงยาเสพติดชุดแรกมาไว้ในพื้นที่ภาคกลาง และชุดนี้จะจัดหากลุ่มที่ขนส่งยาเสพติดส่งไปที่ภาคใต้ ส่วนใหญ่จะนัดมอบที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ก่อนจะส่งต่อไปในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้

บางส่วนมีการส่งไปขึ้นเรือที่ชายฝั่งทะเลอันดามัน จ.สตูล ซึ่งจะมีเรือชาวประมงขนส่งไปใส่เรือใหญ่ที่จอดรออยู่กลางทะเล ซึ่งชายฝั่งที่ จ.สตูลนี้ จะนำยาเสพติดไปขึ้นชายฝั่งที่เมืองปูลัวปีนัง แล้วขนส่งขึ้นรถยนต์ไปที่เมืองกัวลาลัมเปอร์ได้ง่าย

กลุ่มเครือข่ายค้ายาเสพติดกลุ่มนี้ เคยก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง และเกี่ยวข้องกับความมั่งคงในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งหลุดพ้นการจับกุมของเจ้าหน้าที่มาหลายครั้ง การสืบสวนครั้งนี้ตำรวจปราบปรามยาเสพติดได้อาศัยความร่วมมือจากตำรวจทุกกองบังคับการและหน่วยงานร่วม ทั้งสำนักงาน ป.ป.ส. และทหารหลายหน่วยงาน จนสามารถแกะรอยกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดกลุ่มนี้ จนสามารถจับผู้ต้องหาและยึดของกลางได้

 


ยิงวิน จยย.เสียชีวิตใน ซ.รัชดาฯ 32

Mon, 15 Jul 2019 07:59:00

เมื่อวานนี้ (14 ก.ค.2562) เมื่อเวลา 23.00 น. พนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน พร้อมแพทย์ฉุกเฉิน ตรวจสอบเหตุนายโสภณ ทองกลัด ถูกยิงภายในซอยรัชดาภิเษก 32 เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ พบถูกยิงเข้าที่บริเวณลำคอ แพทย์พยายามช่วยชีวิต แต่ไม่เป็นผล ตำรวจตรวจสอบรอบพื้นที่เกิดเหตุ พบปลอกกระสุน ขนาด 9 มม.

ส่วนพยานให้ข้อมูลว่าผู้เสียชีวิตมีอาชีพขับวินรถจักรยานยนต์รับจ้าง อยู่คิวสถานีรถไฟใต้ดินลาดพร้าว ก่อนเกิดเหตุ ก็เข้ามานั่งที่วินรถจักรยานยนต์รับจ้าง ซอยรัชดาภิเษก 32 จุดเกิดเหตุ กระทั่งช่วงเวลาก่อนเกิดเหตุ มีผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนกันมา 2 คน เข้ามาที่เพิงนั่งพัก ถามถึงผู้เสียชีวิต เมื่อผู้เสียชีวิตปรากฏตัว ก็ถูกยิงทันที

ตำรวจสอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุ ได้เบาะแสผู้ต้องสงสัยพอสมควร ส่วนสาเหตุ คาดว่าอาจเป็นเรื่องส่วนตัว หรืออาจเป็นเรื่องแย่งผู้โดยสาร

 


พบชายนอนชาร์จโทรศัพท์ถูกไฟช็อตเสียชีวิต

Mon, 15 Jul 2019 07:26:00

เมื่อวานนี้ (14 ก.ค.2562) เมื่อเวลา 22.00 น. ตำรวจ สภ.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เข้าตรวจสอบเหตุคนถูกไฟฟ้าช็อตเสียชีวิต เหตุเกิดที่บ้านพักภายในซอยทุ่งกลม-ตาลหมัน 15 หมู่ 8 ต.หนองปรือ ภายในห้องนอนพบร่างนายอรอน เยาะเย้ย อายุ 21 ปี ชาวจังหวัดสุรินทร์ นอนเสียชีวิตในสภาพคว่ำหน้า ในสภาพส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง คาดเสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมง บนเตียงนอนยังพบปลั๊กไฟ สายไฟชาร์จโทรศัพท์เสียบคาไว้ ตรวจสอบที่แขนและใบหน้ามีร่องรอยคล้ายถูกกระแสไฟฟ้าช็อตเป็นแผล แต่ไม่พบร่องรอยการต่อสู้แต่อย่างใด

สอบถามนายวีระยศ ดวงลายทอง 24 ปี พี่ชายผู้ตาย ทราบว่าก่อนเกิดเหตุได้ไปเคาะประตูเรียกให้มากินข้าว แต่ไม่มีเสียงตอบรับกลับมา จึงปีนขึ้นไปดูพบว่านอนคว่ำหน้าอยู่ พยายามตะโกนเรียกอีกครั้ง แต่ไม่ยอมตื่น จึงปีนข้ามเข้าไปในห้องก็พบว่าน้องชายเสียชีวิตแล้ว จึงเปิดประตูแล้วเรียกญาติเข้ามาตรวจสอบแล้วแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจดังกล่าว

เบื้องต้น ตำรวจได้ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียด ก่อนจะมอบศพให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ เก็บรักษายังโรงพยาบาลบางละมุง เพื่อให้ญาติมาติดต่อรับศพไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป


ผู้ก่อเหตุฆ่าคนงานบ้าน "แจ๊ส ชวนชื่น" มอบตัวแล้ว

Mon, 15 Jul 2019 06:33:00

วันนี้ (15 ก.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 00.30 น. นายเสฏฐวุฒิ จิรัฐยารังษี ผู้ก่อเหตุทำร้ายร่างกายนายพรชัย ดีเสือ คนงานบ้านของนายผดุง ทรงแสง หรือ แจ๊ส ชวนชื่น นักแสดงตลก เข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวนที่สถานีตำรวจนครบาลมีนบุรี หลังก่อเหตุทำร้ายร่างกายนายพรชัย เป็นเหตุให้เสียชีวิต ซึ่งเหตุเกิดขึ้นที่หน้าบ้านของ แจ๊ส ชวนชื่น ในคืนวันเสาร์ที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยศาลจังหวัดมีนบุรีได้อนุมัติหมายจับฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา

ตำรวจสอบปากคำเบื้องต้น นายเสฏฐวุฒิ รับสารภาพว่าลงมือทำร้ายนายพรชัยจริง พร้อมอ้าง​ว่าทำไปเพื่อป้องกันตัว เนื่องจากนายพรชัยบุกรุก​เข้ามาในบ้าน​ ซึ่งการให้ข้อมูล 2 ฝ่าย ยังไม่ตรงกัน และยังต้องสอบปากคำพยานแวดล้อมและรวบรวมหลักฐาน เพื่อพิสูจน์เหตุการณ์เกิดขึ้น โดยละเอียด เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ทั้งนี้ นายเสฎฐวุฒิ ยังมีหมายจับศาลจังหวัดมีนบุรีที่ 524/2561 ลงวันที่ 25 กรกฎาคม 2561 ในความผิดฐาน "มีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครอง" อีกจำนวน 1 หมายจับ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เร่งติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุฆ่าคนงานบ้าน "แจ๊ส ชวนชื่น" 

ทะเลาะวิวาทเหตุขับรถเฉี่ยว ทุ่มกระถางใส่คู่กรณีเสียชีวิต หน้าบ้าน แจ๊ส ชวนชื่น 

 


เร่งติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุฆ่าคนงานบ้าน "แจ๊ส ชวนชื่น"

Sun, 14 Jul 2019 17:37:00

วันนี้ (14 ก.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายผดุง ทรงแสง หรือ แจ๊ส ชวนชื่น พร้อมนายษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายความ เข้าให้ข้อมูลกับตำรวจนครบาลมีนบุรี ในคดีที่นายพรชัย ดีเสือ คนงานในบ้านถูกฆ่าเสียชีวิต หลังทะเลาะวิวาทกับคู่กรณี จากการขับรถยนต์เฉี่ยวชนกัน

 

 

 

แจ๊ส ชวนชื่น เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุภรรยา โทรศัพท์มาบอกว่า นายพรชัย ถูกคนข้างบ้านทำร้ายร่างกายเสียชีวิต ยอมรับว่าบ้านคู่กรณีทะเลาะกับคนในบ้านตัวเองมานาน และเคยมีปากเสียงกันมาแล้วหลายครั้ง จึงต้องการให้ตำรวจจับผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้ได้ เพราะถือเป็นเรื่องโหดร้ายมาก

นายษิทรา ยืนยันผู้เสียชีวิตไม่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุการเฉี่ยวชน แต่เข้าไปไกล่เกลี่ยให้เพื่อน ส่วนข้อมูลขณะนี้ พบผู้ก่อเหตุมีคนเดียว แต่มีคนช่วยเหลือในการเคลื่อนย้ายศพผู้เสียชีวิต มาวางไว้หน้าบ้านของแจ๊ส ชวนชื่น เบื้องต้น เชื่อว่าผู้ก่อเหตุเข้าข่ายความผิดเจตนาฆ่า และทำให้เสียทรัพย์ กรณีมีการทำลายรถยนต์เสียหาย ส่วนการเคลื่อนย้ายศพ อยู่ในดุลพินิจ และจากนี้ จะขอกำลังตำรวจไปดูแลความปลอดภัยบริเวณบ้านแจ๊ส ชวนชื่น

 

 

 

ขณะที่วันนี้ ตำรวจเชิญตัวพยานบุคคลที่เป็นเพื่อนกับนายพรชัย ผู้เสียชีวิต มาให้ข้อมูล เนื่องจากพยานคนนี้เป็นคนขับรถยนต์เฉี่ยวชนกับ นายเสฎฐวุฒิ ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านกับ แจ๊ส ชวนชื่น และรู้จักกับนายพรชัย พยานคนนี้ จึงวานให้นายพรชัย มาช่วยเจรจา จนเกิดปากเสียง ลงมือทำร้ายร่างกายกันจนนายพรชัยเสียชีวิต

มีรายงานว่า พยานแวดล้อมให้ปากคำกับตำรวจว่า คู่กรณีที่ทำร้ายร่างกายนายพรชัยเสียชีวิต คือนายเสฏฐวุฒิ จิรัฐยารังษี เพื่อนบ้านใกล้เคียงกับบ้านแม่ภรรยาของ แจ๊ส ชวนชื่น โดยข้อมูลของตำรวจ พบว่านายเสฏฐวุฒิ มีประวัติหลบหนีคดีครอบครองยาเสพติด ในชั้นศาลของศาลจังหวัดมีนบุรี ซึ่งตำรวจทราบเบาะแสผู้ก่อเหตุ และอยู่ระหว่างสืบสวนติดตามตัว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทะเลาะวิวาทเหตุขับรถเฉี่ยว ทุ่มกระถางใส่คู่กรณีเสียชีวิต หน้าบ้าน แจ๊ส ชวนชื่น 

 


ยึดยาบ้ากว่า 6.5 ล้านเม็ด-ไอซ์ 600 กก. จ่อส่งชายแดนใต้

Sun, 14 Jul 2019 14:27:00

วันนี้ (14 ก.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ 191 ตรวจยึดยาบ้า 6,517,800 เม็ด, ไอซ์ 600 กิโลกรัม, เฮโรอีน 44 แท่ง น้ำหนักกว่า 15.4 กิโลกรัม, เคตามีน น้ำหนัก 51 กิโลกรัม รถยนต์ 7 คัน และรถจักรยานยนต์อีก 1 คัน พร้อมจับขบวนการค้ายาเสพติดรายสำคัญ 2 คดี ได้ผู้ต้องหา 8 คน

 

 

คดีแรก ตำรวจจับนายมูฮัมมัด พุทธคุณ ชาวจังหวัดนราธิวาส และพวกรวม 8 คน หลังตำรวจได้ข้อมูลว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติดจากกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ส่งมอบให้กับลูกค้าในพื้นที่ จ.สงขลา และ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

 

 

ชุดสืบสวนจึงเฝ้าสังเกตการณ์และจับกุมได้ เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร และขยายผลค้นบ้านพักย่านพระราม 2 จนสามารถจับผู้ต้องหาที่เหลือ รวม 8 คน และยึดของกลางเป็นยาเสพติดอีกจำนวนมาก รวมทั้งตรวจสอบพบยอดเงินหมุนเวียนในเครือข่ายดังกล่าวกว่า 1,000 ล้านบาท

 

 

ส่วนอีกคดี ตำรวจสืบสวนพบว่าเครือข่ายค้ายาเสพติดย่านบางบัวทอง จ.นนทบุรี เตรียมขนยาเสพติดส่งให้กับลูกค้าในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล จึงวางแผนสกัดจับ แต่ผู้ก่อเหตุไหวตัวทัน หลบหนี ตรวจค้นรถยนต์พบยาบ้าจำนวนกว่า 898,000 เม็ด และเตรียมขยายผลจับผู้กระทำความผิดต่อไป

 


ตรวจค้นสารไซบูทรามีน 30 จุดทั่วประเทศ

Sun, 14 Jul 2019 13:37:00

วันนี้ (14 ก.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำกำลังตำรวจเข้าตรวจค้นเป้าหมายพื้นที่ จ.เชียงราย ซึ่งเป็น 1 ใน 30 จุดทั่วประเทศ ตามยุทธการฟ้าสาง ขุดรากถอนโคนทลายเครือข่ายนำเข้าและจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารเสริมและยาลดความอ้วน

 

 

 

โดยเป้าหมายสำคัญใน จ.เชียงราย มีจำนวน 12 จุด เน้นการตรวจค้นยึดสารสกัดที่ใช้ผลิตยาและอาหารเสริมทุกชนิด เพื่อส่งตรวจหาสารออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท รวมทั้งสารไซบูทรามีน พร้อมทั้งยึดวัสดุอุปกรณ์ในการผลิต และสูตรที่ใช้ผสมยาหรืออาหารเสริม โดยขยายผลหาแหล่งที่สั่งซื้อ นอกจากนี้ ยังมีการตรวจสอบในลักษณะเดียวกันในอีกหลายจังหวัดทั้งกรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ปทุมธานี นครราชสีมา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตาก และพัทลุง

ทั้งนี้ ผลการตรวจค้นทั้ง 30 จุด พบการกระทำความผิด 25 จุด ส่วนการตรวจยึดของกลางเบื้องต้น พบผงสารไซบูทรามีน บรรจุถุง ถุงละ 1 กิโลกรัม จำนวน 16 ถุง น้ำหนักรวม 16 กิโลกรัม ผงอาหารเสริมชนิดต่างๆ ประมาณ 200 กิโลกรัม ที่ใช้ในการผลิตยาลดความอ้วน ยึดยาที่เชื่อว่ามีส่วนผสมของสารไซบูทรามีนได้มากกว่า 1,500,000 เม็ด กาแฟลดน้ำหนักที่มีส่วนผสมไซบูทรามีนมากกว่า 300,000 ซอง และยังมีของกลางที่เป็นผลิตภัณฑ์อีกจำนวนมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างการตรวจนับ

 

 

 

นอกจากนี้ มีกลุ่มผลิตภัณฑ์ความงาม พวกเนื้อครีม 321 ถัง น้ำหนัก 19,630 กิโลกรัม หรือประมาณ 19.63 ตัน ครีมทาผิว จำนวน 100,000 หลอด ครีมย้อมผม จำนวน 100,000 ซอง สบู่ที่ผสมวัตถุอันตราย จำนวน 48,000 ก้อนและยังมีของกลางอีกรายการที่อยู่ระหว่างตรวจนับ

สำหรับการเข้าตรวจค้นในหลายจุดวันนี้ เนื่องจากตำรวจมีข้อมูลว่าในคดีที่มีผู้เสียชีวิตจากการกินยาลดความอ้วนใน จ.อ่างทอง ตำรวจพบความเชื่อมโยงกับการลักลอบนำเข้าสารไซบูทรามีนที่ผสมในผลิตภัณฑ์อาหารเสริม เป็นการลักลอบนำเข้ามาในประเทศ จึงกำหนดเป้าหมายเข้าตรวจค้น โดยเฉพาะจังหวัดที่มีรอยต่อติดกับประเทศเพื่อนบ้าน

 

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

"อังคณา" รับขายไซบูทรามีน-ไม่โยงคดียาลดอ้วน

ตรวจค้นบริษัทขายสารตั้งต้นยาลดความอ้วน

เรียกสอบเจ้าของโรงงานยาลดอ้วน 10 ก.ค.นี้

 


อ้างเป็นหมอ โทรสั่งอาหาร - หลอกให้โอนเงิน 2,000 บาท สุดท้ายไม่มาตามนัด

Sun, 14 Jul 2019 10:12:00

วันนี้ (14 ก.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พนักงานร้านเอนกาย ตำป่างิ้ว อำเภอเมืองอ่างทอง นำหลักฐานเลขบัญชี รายการโอนเงิน และหมายเลขโทรศัพท์ เข้าแจ้งความกับตำรวจภูธรอ่างทอง หลังถูกเจ้าของหมายเลขบัญชีและโทรศัพท์ดังกล่าว อ้างว่าเป็นแพทย์โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในตัวเมืองอ่างทอง หลอกให้โอนเงิน 2,000 บาท โดยอ้างว่าจะมาทานอาหารในช่วงเย็น

 

ผู้เสียหายเล่าว่า เหตุการณ์เกิดเมื่อบ่ายวันที่ 13 ก.ค.ผู้ก่อเหตุติดต่อมากับพนักงานร้านอีกคนว่า ชื่อ หมอดา โทรมาสั่งจองโต๊ะอาหาร 15 คน อ้างว่าจะมีพยาบาลเข้ามาทานก่อนในช่วงเย็น

 

ต่อมาได้ขอให้ทางร้านช่วยโอนเงินค่ายาให้มารดาที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ จำนวน 2,000 บาท เนื่องจากไม่สามารถออกไปได้ เพราะต้องเข้าเวร ผู้เสียหายจึงหาเงินโอนไปให้ 2,000 บาท ซึ่งชื่อบัญชีเป็นชื่อของนายประมวล คนคลอง และจะขอเพิ่มจึงบอกว่าไม่มีแล้ว และเมื่อถึงเวลานัดทานอาหาร กลับไม่มีใครมาทานอาหารตามที่สั่งไว้

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจตรวจสอบไปยังโรงพยาบาลตามที่ผู้ก่อเหตุอ้าง ปรากฏว่าไม่มีแพทย์ชื่อ "หมอดา" ประจำอยู่ที่โรงพยาบาลดังกล่าว พร้อมฝากเตือนให้ร้านค้าร้านอาหาร เพิ่มความระมัดระวัง เนื่องจากแก๊งมิจฉาชีพจะเปลี่ยนรูปแบบและวิธีในการหลอกล่อได้ตลอดเวลา

 

 


ทะเลาะวิวาทเหตุขับรถเฉี่ยว ทุ่มกระถางใส่คู่กรณีเสียชีวิต หน้าบ้าน แจ๊ส ชวนชื่น

Sun, 14 Jul 2019 09:39:00

วันนี้ (14 ก.ค.2562) ตำรวจพิสูจน์หลักฐานพร้อมแพทย์นิติเวช สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ และพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลมีนบุรี ตรวจสอบบริเวณหน้าบ้านของนายผดุง ทรงแสง หรือ แจ๊ส ชวนชื่น นักแสดงตลก ภายในซอยนิมิตรใหม่ 14 หลังได้รับแจ้งพบศพอยู่บริเวณหน้าบ้าน ผู้เสียชีวิตคือ นายพรชัย ดีเสือ มีบาดแผลฉกรรจ์ที่บริเวณศีรษะ ใกล้กันพบกระถางต้นไม้ตกแตกอยู่

พ.ต.อ.คมกฤษณ์ คำบุศย์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลมีนบุรี เปิดเผยว่า จากการสอบสวนผู้เห็นเหตุการณ์ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ผู้เสียชีวิตอยู่กับกลุ่มเพื่อน ขณะนั้นมีรถยนต์คันหนึ่งเฉี่ยวชนกัน จนรถเสียหลักขึ้นไปบนบาทวิถี และรถคู่กรณีได้ขับหลบหนีเข้ามาในซอย ที่บ้านซึ่งอยู่ติดกับบ้านของ แจ๊ส ชวนชื่น

ผู้เสียชีวิตจึงขี่รถจักรยานยนต์ตามมาเพื่อที่จะให้แสดงความรับผิดชอบ แต่ทั้งสองฝ่ายมีปากเสียงกัน และเจ้าของบ้านได้ใช้กระถางต้นไม้โยนใส่ศีรษะของผู้เสียชีวิต จนได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ในรั้วบ้านยังพบสิ่งเทียมอาวุธปืนตกอยู่ 1 กระบอก แต่ไม่พบร่องรอยการใช้ปืนกระบอกดังกล่าว

ตำรวจจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นผู้ก่อเหตุได้หลบหนีไป ทราบชื่อคือ นายเสฏฐวุฒิ จิรัฐยารังษี ตำรวจอยู่ระหว่างติดตามตัวมาดำเนินคดี ส่วนร่างผู้เสียชีวิตได้ส่งไปชันสูตรที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ

 

 

 


สั่งปลดสารวัตร สภ.บ้านเอื้อม "เสพไอซ์" ส่งตัวฝากขังค้านประกันตัว

Sat, 13 Jul 2019 15:51:00

วันนี้ (13 ก.ค.2562) กรณีตำรวจ สน.วัดพระยาไกร ควบคุมตัว พ.ต.ต.อาชันธ์ นันตะกูล อายุ 42 ปี สวป.สภ.บ้านเอื้อม จ.ลำปาง คลุ้มคลั่งอาละวาดภายในหอพัก พูดคุยไม่รู้เรื่อง และตรวจค้นในตัวซุกยาไอซ์ 1.55 กรัม โดยวันนี้ ตำรวจ สน.วัดพระยาไกร ควบคุมตัว พ.ต.ต.อาชันธ์ ขออำนาจศาลอาญากรุงเทพใต้ เพื่อฝากขัง ในข้อหายาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ไอซ์) ไว้ในครอบครอง เพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และเสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 โดยผิดกฎหมาย โดยท้ายคำร้องฝากขังได้ขอคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเกรงว่าจะหลบหนี

นอกจากนี้มีรายงานว่า พล.ต.ต.นิยม ด้วงสี ผบก.ภ.จว.ลำปาง ได้รายงานต่อไปยังพล.ต.ท.มนตรี สัมบุณณานนท์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 แล้ว และพล.ต.ท.มนตรี ได้อนุมัติคำสั่ง 0020.117/4557 ให้ดำเนินการทางวินัย เนื่องจากพิจารณาเห็นว่าเป็นกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษ จนถูกจับกุมตัวดำเนินคดีพฤติกรรมกระทำมีเหตุอันควรดำเนินการทางวินัยอย่างร้ายแรง การดำเนินการอยู่ในอำนาจของ ภ.จ.ลำปาง ที่จะดำเนินการได้

ทั้งนี้ให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง และให้ออกจากราชการไว้ก่อนตามกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการสั่งพักราชการและให้สั่งออกจากราชการไว้ก่อน พ.ศ.2547 โดยผบก.ภ.จว.ลำปาง ได้เซ็นสั่งออกราชการแล้ว และจะสอบสวนขยายผลว่าพัวพันกับธุรกิจเครือข่ายยาเสพติดหรือไม่

เหตุการณ์จับกุมเกิดขึ้นเมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 11 ก.ค.ที่ผ่านมา หลังตำรวจได้รับแจ้งเหตุมีชายคลุ้มคลั่งภายในห้องพักในซอยเจริญกรุง 80 เขตบางคอแหลม กทม.จึงเข้าไประงับเหตุ พบเป็นตำรวจจากสพบยาไอซ์ในกระเป๋ากางเกง และยาระงับประสาทของโรงพยาบาล จ.เชียงใหม่ เบื้องต้นพบรักษาโรคประสาทอยู่ที่โรงพยาบาลสวนปรุง ตั้งแต่ปี 2555 และได้ขอลาราชการเมื่อวันที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยระบุว่าจะมากู้เงินสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจแห่งชาติ 

  


หนุ่มเมากัญชายิงปืนขู่ ฉุนพยาบาลดูแลเพื่อนช้า

Sat, 13 Jul 2019 14:25:00

วันนี้ (13 ก.ค.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเมืองสมุทรปากน้ำ จ.สมุทรปราการ แจ้งให้ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการ เข้าระงับเหตุหลังจากนายโฟล๊ค ม่วงมหรรณ์ อายุ 36 ปี ใช้ปืนข่มขู่พยาบาลและเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติงานในห้องฉุกเฉิน เพื่อให้เร่งดูแลนายอนุพงษ์ นาดทิม ซึ่งเป็นเพื่อน ที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บและถูกส่งตัวเข้ารับการรักษา จนเกิดความโกลาหลขึ้น ก่อนจะเดินออกไปภายนอกอาคารแล้วยิงปืนขึ้นฟ้า 3 นัด

 

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้เวลานาน 10 นาที จึงสามารถเกลี่ยกล่อมให้นายโฟล๊ควางปืน จากนั้นควบคุมตัวไปสอบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ พร้อมแจ้งข้อหาพยามยามฆ่าผู้อื่น พกพาปืนและเครื่องกระสุนไปในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และยิงปืนในชุมชนโดยไม่มีเหตุอันควร โดยนำตัวไปขออำนาจศาลฝากขังในวันนี้

นายโฟล๊ค ยอมรับว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาได้เสพกัญชาจนมึนเมา ระหว่างนั้นนายอนุพงษ์มาหาที่บ้าน และชวนไปพูดคุยเรื่องหนี้สินกับคู่กรณีที่บ้านหลังหนึ่งในซอยพร้อมมิตร ต.บางเมือง แต่ตกลงกันไม่ได้ จึงใช้ปืนยิงเข้าไปในบ้านคู่กรณี 1 นัด แต่กระสุนพลาดไปถูกที่ท้องของนายอนุพงษ์ จึงรีบนำส่งโรงพยาบาล โดยชักปืนออกมาข่มขู่ เนื่องจากไม่พอใจที่พยาบาลช่วยเหลือเพื่อนล่าช้า

 

 


"อังคณา" รับขายไซบูทรามีน-ไม่โยงคดียาลดอ้วน

Fri, 12 Jul 2019 15:40:00

วันนี้ (12 ก.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.อังคณา ก้อนจันทร์ เดินทางเข้าให้ปากคำกับ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และพนักงานสอบสวน โดยยอมรับว่าได้นำเข้าสารไซบูทรามีนจริง ตามความต้องการของนางนิภาพรที่สั่งซื้อ โดยยืนยันว่ามีการซื้อขายกันไม่กี่ครั้งในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม โดยผู้ที่จัดหาให้ คือนายแอนดี้ ในราคากิโลกรัมละ 10,000 บาท และยืนยันว่าล็อตยาที่สั่งนำเข้ามาไม่เกี่ยวข้องกับขบวนการจำหน่ายยาลดน้ำหนักใน จ.กาฬสินธุ์ เนื่องจากเป็นการซื้อขายคนละช่วงเวลากัน

ทั้งนี้ น.ส.อังคณา ยอมรับว่าทราบว่ายาดังกล่าวผิดกฎหมาย แต่เพราะลูกค้าต้องการซื้อ จึงลองสอบถามไปยังนายแอนดี้ ก่อนจะได้ยาล็อตดังกล่าว ส่วนตนเองปกติจะทำธุรกิจจัดจำหน่ายสารตั้งต้นเป็นงานอดิเรก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าสารประเภทคอลลาเจน และมีเพียงครั้งนี้ที่ได้นำสารไซบูทรามีนเข้าไทย

สำหรับ น.ส.อังคณา ยังอยู่ในฐานะผู้ให้ถ้อยคำ ก่อนพิจารณาว่าจะถูกดำเนินคดีร่วมกับกลุ่มผู้กระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับขบวนการจำหน่ายยาลดน้ำหนักผิดกฎหมายหรือไม่

เปิดความเชื่อมโยงเครือข่ายขายสารไซบูทรามีน

พล.ต.อ.วิระชัย ได้นำแผนผังเครือข่ายมาแสดงต่อสื่อมวลชน เพื่อยืนยันความเชื่อมโยง 2 ผู้ต้องสงสัย คนสุดท้ายในคดีนี้ คือ น.ส.อังคณา ก้อนจันทร์ และนายแอนดี้ สัญชาติจีน พร้อมระบุว่า ต้นทางเริ่มต้นจากนายแอนดี้ที่ขายสารตั้งต้นนำเข้าจากต่างประเทศให้ น.ส.อังคณา จากนั้นก็ถูกขายต่อไปให้นางนิภาพรใน จ.นนทบุรี ไปถึงนายอพิชาติใน จ.สมุทรปราการ ผ่านนายธวัชชัยใน จ.นครปฐม ไปถึงปลายทางโรงงานผลิตยาลดน้ำหนักใน จ.กาฬสินธุ์ ก่อนจะนำไปขายในคลินิกโอบีแคร์ที่เปิดผ่านเพจเฟซบุ๊ก และมีลูกค้าสั่งซื้อทางออนไลน์ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตใน จ.อ่างทอง

โดยผู้ที่เกี่ยวข้องขณะนี้ยังไม่ถูกแจ้งข้อหา ต้องรอผลพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ยืนยันสารเคมีตกค้างในร่างผู้เสียชีวิต และผลการพิสูจน์สารประกอบตัวยาว่ามีต้นทางเดียวกันหรือไม่ คาดว่าในสัปดาห์หน้าเมื่อได้ผลตรวจพิสูจน์ครบทั้งหมด จะสามารถออกหมายจับดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดได้ ส่วนเส้นทางนำเข้าไซบูทรามีน พบว่าลักลอบนำเข้าผ่านชายแดนภาคใต้ลักษณะถุง ใช้แรงงานหิ้วผ่านช่องทางธรรมชาติ ครั้งละ 1-2 กิโลกรัม มีผู้สั่งการเป็นคนสัญชาติจีน-มาเลเซีย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตรวจค้นบริษัทขายสารตั้งต้นยาลดความอ้วน 

เรียกสอบเจ้าของโรงงานยาลดอ้วน 10 ก.ค.นี้ 

ทลาย 2 โรงงานผลิตยาลดอ้วนปลอมมากกว่า 10 ล้านเม็ด 

 


"กฤษฎ์ คอนเฟิร์ม" ร้องดีเอสไอเอาผิดผู้ขายรถหรูฐานฉ้อโกง

Fri, 12 Jul 2019 12:01:00

วันนี้ (12 ก.ค.2562) นายศุกฤษฎ์ ปทุมศรีวิโรจน์ หรือ "หมอกฤษฎ์ คอนเฟิร์ม" พิธีกรและหมอดูชื่อดัง พร้อมนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ นำหลักฐานเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ ถึงอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กรณีที่ดีเอสไอมีคำสั่งอายัดรถหรูยี่ห้อลัมโบร์กีนี ราคา 27 ล้านบาท เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นหนึ่งในรถซูเปอร์คาร์จำนวน 200 กว่าคันที่ถูกตรวจสอบกรณีมีการสำแดงภาษีอันเป็นเท็จโดยมีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอเป็นตัวแทนมารับหนังสือถึงอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เบื้องต้น จะนำหนังสือที่ได้รับจากผู้ร้องตรวจสอบก่อนจะส่งให้ฝ่ายผู้บริหารเป็นผู้พิจารณา

นายศุกฤษฎ์ เปิดเผยว่า ตนเองได้ซื้อรถมาในช่วงเดือน พ.ย.ปี 2559 ในฐานะเป็นผู้บริโภคไม่ทราบเรื่องการนำเข้ารถมาผิดกฎหมายของโชว์รูมที่ถูกตรวจสอบ การซื้อรถมีหลักฐานการจดทะเบียนถูกต้อง เสียภาษีถูกต้องและตรงรุ่น แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่ดีเอสไอขออายัดรถลัมโบร์กีนีที่ตนเองซื้อไว้มาตรวจสอบทำให้ได้รับผลกระทบเพราะจำนวนเงินที่ซื้อไปมีมูลค่าสูงแต่ไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้

นอกจากนี้ยังมีเครือข่ายที่ซื้อรถซูเปอร์คาร์และถูกเจ้าหน้าที่อายัดตรวจสอบอีกจำนวนหลายคนจึงอยากให้เจ้าหน้าที่ดีเอสไอใช้ดุลพินิจในการตรวจสอบและให้ดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องที่ทำให้ผู้ซื้อรถได้รับกระทบจำนวนหลายล้านบาท

ขณะที่การตรวจสอบรถที่เจ้าหน้าที่ได้อายัดและต้องรอการพิจารณาชั้นศาลถึงที่สุด อาจจะใช้เวลาในการตรวจสอบเกรงว่า ทรัพย์สินที่เป็นของตัวเองจะได้รับความเสียหายตามไปด้วย เพราะรถลัมโบร์กีนีของตัวเองได้ผลิตมาหลายปีแล้ว พร้อมทั้งการซื้อคันนี้ ซื้อต่อมาอีกทอดหนึ่ง หรือ เป็นรถมือ 3 แล้ว


ประตูรถเมล์หนีบนิ้ว นศ.ขาด ขณะลงจากรถ จ.สมุทรปราการ

Fri, 12 Jul 2019 06:53:00

นายพีระศักดิ์ แก้วธนัชสิริ อายุ 44 ปี พร้อมนายอัฐวีร์ แก้วธนัชสิริ อายุ 18 ปี นำหลักฐานภาพถ่ายเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรพระประแดง จ.สมุทรปราการ หลังลูกชายได้รับบาดเจ็บนิ้วนางมือซ้ายขาด 1 ข้อ แพทย์ต้องเย็บบาดแผลถึง 6 เข็มโดยอ้างว่าถูกประตูรถหนีบเหตุเกิดขณะโดยสารรถประจำทางร่วมบริการ

นายอัฐวีร์ให้การว่า ตนเองเดินทางโดยใช้บริการรถโดยสารรถร่วมบริการสาย 82 เพื่อไปเรียนหนังสือย่านปากคลองตลาด กรุงเทพฯ เป็นประจำทุกวัน ก่อนเกิดเหตุขึ้นรถมากับเพื่อนนักเรียนหญิงจากปากคลองตลาดเพื่อเดินทางกลับบ้านที่ อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ เมื่อรถแล่นมาถึงสามแยกพระประแดงจึงชวนเพื่อนลุกจากที่นั่งเดินไปที่ประตูหลังของรถ ก่อนกดกริ่งให้รถหยุดที่ป้ายรับ-ส่ง บริเวณสามแยกพระประแดงโดยเพื่อนยืนรอที่บันไดทางลงส่วนตนเองยืนอยู่ข้างหลัง

 

 

เมื่อถึงป้ายหยุดรับ-ส่งเตรียมตัวจะลงโดยรถยังจอดไม่สนิท แต่กระเป๋ารถเก็บค่าโดยสารซึ่งเป็นผู้หญิงบอกให้รีบลงเพื่อนจึงได้ลงจากรถจากนั้นตนเองจึงลงตามไป จังหวะนั้นมือก็ไปจับบริเวณขอบประตูรถ พร้อมลงจากรถโดยรถไม่ได้จอดสนิท

ทันทีที่รถเคลื่อนตัวออกไปก็มีอาการชาที่มือซ้ายเมื่อยกมือขึ้นมาดูก็รู้สึกตกใจเพราะมีเลือดไหลพุ่งออกมาจากนิ้วนางที่ขาดหายไป 1 ข้อ แม้จะพยายามดูหมายเลขประจำข้างรถ แต่ก็ไม่เห็นเพราะรถแล่นออกไปไกลแล้ว

เมื่อตั้งสติได้เพื่อนจึงพาไปโรงพยาบาลโดยแพทย์ต้องเย็บถึง 6 เข็ม จากนั้น จึงโทรศัพท์บอกผู้ปกครองก่อนเข้าแจ้งความเพื่อให้ตำรวจติดตามรถคันดังกล่าวพร้อมคนขับ มาแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยหลังลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานแล้ว ตำรวจจะไปตรวจสอบที่ ท่าปล่อยรถสายนี้เพื่อหาเบาะแสข้อมูลรถ รวมทั้งคนขับและพนักงานเก็บค่าโดยสารมาสอบสวนปากคำเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

 


"กรมราชทัณฑ์" เปิดแดน 1 ไขข้อสงสัย ปมคุกวีไอพี

Thu, 11 Jul 2019 18:31:00

วันนี้ (11 ก.ค.2562) พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเรือนจำพิเศษกรุงเทพ มหานคร ไขข้อสงสัย...มีคุก วีไอพี จริงหรือ" หลังกระแสข่าวการส่งอาหารวันเกิด พร้อมถ่ายรูปของเก่ง ลายพราง และกรณีการนำภาพนายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย เดินอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจมาเผยแพร่ โดยได้เปิดแดน 1 ห้อง 11 ให้สื่อมวลชนดู

พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าวถึงกรณีนายสุริยะใส กตะศิลา อดีตแกนนำพันธมิตร ระบุว่าภายในแดน 1 หรือแดนแรกรับจัดเป็นแดนวีไอพี ยืนยันในเรือนจำไม่มีแดนวีไอพี เพราะผู้ต้องขังทุกคนจะนอนกับพื้น มีเพียงผ้าห่ม 3 ผืนเท่านั้น มีแต่เฉพาะในโรงพยาบาลทัณฑสถานราชทัณฑ์ ที่มีเตียงคนไข้เอาไว้เพื่อดูแลผู้ต้องขังที่ป่วย ส่วนส้วมจะมีแบบนั่งยองๆ และชักโครกสำหรับผู้สูงอายุหรือคนป่วย 

ภาพ:กรมราชทัณฑ์

ภาพ:กรมราชทัณฑ์

เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ไม่มีสถานที่พิเศษสำหรับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ซึ่งเป็นไปได้ยากเพราะผู้ต้องขังทุกคน เมื่อเข้าสู่กระบวนการควบคุมภายในเรือนจำ ก็จะได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันทุกคนไม่มีอภิสิทธิเหนือผู้ต้องขังอื่น

นอกจากนี้ยังไม่มีการอนุญาตให้การจัดงานวันเกิดในเรือนจำ เรื่องที่เกิดอาจเป็นหน่วยงานองค์กรเอกการกุศล อยากทำบุญเลี้ยงอาหารผู้ต้องขัง คล้ายกับเลี้ยงอาหารบ้านพักคนชรา หรือคนพิการ แต่อาจมีช่องว่างการให้เครดิตกันภายในกลุ่มผู้ต้องขังว่าเป็นคนจัดเลี้ยงมาให้ แต่ยืนยันเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ไม่ได้ปล่อยปละละเลย

 

ภาพ:กรมราชทัณฑ์

ภาพ:กรมราชทัณฑ์

เปิดแดน 1 ห้องรับนักโทษการเมือง 5 คน

พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันกรมราชทัณฑ์ ยังคงประสบปัญหาผู้ต้องขังมีมาก 356,710 คนทำให้เกิดข้อจำกัดหลายด้านในการดูแลผู้ต้องขัง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ที่ไม่เพียงพอ หรือสถานที่ในการควบคุมคับแคบ เกิดความแออัด ซึ่งกรมราชทัณฑ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังคงเร่งหาแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเปิดพิสูจน์ไขข้อสงสัยคุกวีไอพี ทางกรมราชทัณฑ์ได้พาสื่อมวลชนเข้าดู ภายในแดน 1 ซึ่งเป็นแดนแรกรับ มีการจัดห้องวีไอซี (Victory Care) สำหรับนักโทษการเมืองและข้าราช การที่มีชื่อเสียง 5 คน พักอยู่รวมห้องเดียวกัน และไม่มีเตียงและไม่มีแอร์ ซึ่งประกอบด้วย นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม จำเลยคดียื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ นายบัญชา ยินดี จำเลยคดีทุจริตเงินกู้กรุงไทย นายพนม ศรศิลป์ อดีตผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และนายชยพล พงษ์สีดา อดีตรองผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จำเลยคดีทุจริตเงินทอนวัด 

ด้านนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตผู้ต้องขังเรือนจำพิเศษกรุงเทพ มาร่วมสังเกตการณ์คุกวีไอพี ระบุว่า มั่นใจว่าไม่มีแดนวีไอพีในเรือนจำ มีแต่ผู้สูงอายุ และผู้ป่วย ที่ไม่ต้องทำงานจนอาจถูกมองว่าเป็นวีไอพี หรือผู้มีอิทธิพล 

 

ภาพ:กรมราชทัณฑ์

ภาพ:กรมราชทัณฑ์

 

บริการพิเศษ ถ่ายรูปรับสินค้าให้ญาติ

ด้านเฟซบุ๊ก “ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง ทสบ.กลาง” ได้โพสต์ชี้แจงว่า สืบเนื่องจากปรากฎข่าวความเคลื่อนไหวในสื่อโซเชียลกรณีของเก่ง ลายพราง ว่าสามารถสั่งซื้อของทางไลน์ และอาหารสดทุกวัน ทำให้สังคมเกิดความสับสนว่าผู้ต้องขังสามารถสั่งสินค้าและอาหารจากภายนอก

ขอชี้แจงว่าภาพที่ปรากฏออกไปตามสื่อต่างๆที่เก่ง ลายพราง ถ่ายรูปรับสินค้านั้น เป็นภาพที่เมื่อทัณฑสถานฯ (ฝ่ายฝึกวิชาชีพ) ถ่ายเพื่อส่งยืนยันให้ญาติของผู้ต้องขังทราบว่า ผู้ต้องขังได้รับสินค้าตามที่สั่งแล้วและสินค้าที่เปิดบริการให้ญาติสามารถสั่งให้ผู้ต้องขังได้มีเพียงเค้กและขนมต่างๆจากกองงานฝึกวิชาชีพภายในทัณฑสถานฯเท่านั้น มิใช่อาหารสดหรือสินค้าจากภายนอกแต่อย่างใด

ซึ่งบริการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาระบบการให้บริการประชาชนตามโครงการ Smart Q.R.code Smart Prison ที่ให้บริการข้อมูลทุกเรื่องที่ญาติควรรู้ในการติดต่อกับทัณฑสถานฯ # ท่านที่สนใจเชิญเข้าเยี่ยมชมบริการได้ผ่านทาง Q.R.code ครับ http://www.correct.go.th/cida/mobile/

 

ภาพ:กรมราชทัณฑ์

ภาพ:กรมราชทัณฑ์

 

ภาพ:กรมราชทัณฑ์

ภาพ:กรมราชทัณฑ์

 

ภาพ:กรมราชทัณฑ์

ภาพ:กรมราชทัณฑ์


ตำรวจจับแม่ทำร้ายลูก 5 ขวบเจ็บสาหัส ส่งตรวจหาสารเสพติด

Thu, 11 Jul 2019 18:12:00

วันนี้ (11 ก.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หญิงวัย 23 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการ ในข้อหาร่วมกับสามีใหม่ทำร้ายร่างกายบุตรสาววัย 5 ขวบ จนได้รับบาดเจ็บสาหัส

เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ต.บางน้ำผึ้ง และตำรวจภูธรพระปะแดง ติดตามจับกุม น.ส.คนเล็ก บุษดี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการ ในข้อหาร่วมกับสามีใหม่ทำร้ายร่างกายบุตรสาววัย 5 ขวบ จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ได้ขณะพยายามหลบหนีออกจากบ้านพักคนงานในซอยเพชรหึงษ์ 28 ต.บางน้ำผึ้ง ซึ่งไม่ไกลจากที่พัก หลังหายตัวไปตั้งแต่คืนวันที่ 8 ก.ค.ที่ผ่านมา

จากการสอบสวนเบื้องต้น แม่เด็กยังคงปฏิเสธและอ้างว่าบาดแผลปูดบวมที่ใบหน้าบุตรสาวเกิดจากการตกบันไดขณะวิ่งเล่นที่บ้านยาย แต่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อ จึงนำตัวไปตรวจหาสารเสพติดในร่างกาย รวมทั้งจะสอบปากคำเพิ่มเติมอย่างละเอียด ขณะที่พ่อเลี้ยงถูกนำตัวไปขออำนาจศาลจังหวัดสมุทรปราการฝากขังเป็นผัดแรกพรุ่งนี้ (12 ก.ค.)

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ออกหมายจับแม่-พ่อเลี้ยงทำร้ายลูก 5 ขวบเจ็บสาหัส

 


สั่งเด้ง 7 ตำรวจ สน.หลักสอง เซ่นคลิปทำร้ายผู้ต้องหา

Thu, 11 Jul 2019 12:55:00


วันนี้ (11 ก.ค.2562) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงกรณีภาพที่ปรากฏตามคลิปที่ตำรวจ สน.หลักสอง 7 นาย ทำร้ายร่างกายผู้ต้องหาขณะคุมตัวมาดำเนินคดี เมื่อวันที่ 7 ก.ค.2562 ว่า พล.ต.ต.กัมปนาท โสภโณดร ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 9 มีคำสั่งให้ตำรวจที่ปรากฏในคลิปทั้งหมด ซึ่งเป็นสารวัตร 1 นาย, รองสารวัตร 2 นาย และตำรวจสายตรวจ 4 นาย ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการกองบังคับการตำรวจนครบาล 9 พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม เกิดความโปร่งใสตอบคำถามสังคมได้ โดยต้องดูข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง พฤติการณ์ของผู้ต้องหาว่ามีการขัดขืนการจับกุม ต่อสู้เจ้าหน้าที่ตำรวจในการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ หากผลการสืบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่ามีข้อบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่หรือเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ ก็จะดำเนินการทั้งทางอาญาและทางวินัยอย่างเด็ดขาดอยู่แล้ว และพร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ทั้งนี้ การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นตามหลักยุทธวิธีตำรวจ จะคำนึงถึงความปลอดภัย ระดับการใช้กำลังในขณะเข้าปฏิบัติหน้าที่การจับกุมการตรวจค้น การควบคุมผู้ต้องหา ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจเอง ก็มิได้มีเจตนาที่จะทำให้ผู้ที่ถูกจับกุมหรือประชาชนให้ได้รับบาดเจ็บ กระทบสิทธิขั้นพื้นฐานตามหลักสิทธิมนุษยชน จากการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อเป็นการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน สังคมให้เกิดความสงบเรียบร้อย

ที่ผ่านมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาตำรวจแห่งชาติได้เน้นย้ำการปฏิบัติมาโดยตลอดถึงการปฏิบัติหน้าที่ในการควบคุมตัวผู้ต้องหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกระทำที่จะไปกระทบต่อสิทธิมนุษยชนของผู้ต้องหา โดยให้กระทำตามอำนาจหน้าที่ตามกรอบที่กฎหมายกำหนดไว้เท่านั้น และอาศัยหลักยุทธวิธีเพื่อประเมินระดับการใช้กำลัง และเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ หมั่นฝึกทบทวนการปฏิบัติงาน ตามยุทธวิธีตำรวจอยู่เสมอ เพื่อให้เกิดความเคยชิน ลดการสูญเสีย และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน โดยจะต้องยึดหลักกระทำการตามอำนาจหน้าที่ อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย และใช้หลักยุทธวิธีตำรวจควบคู่กันไป

 

ผบช.น.ยืนยันตำรวจไม่มีสิทธิ์ทำร้ายผู้ต้องหา

 

ขณะที่ พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า ตำรวจ สน.หลักสอง ทั้ง 7 นาย ไม่มีสิทธิ์ที่จะทำร้ายร่างกายผู้ต้องหา การกระทำดังกล่าวถือว่ามีความผิด ซึ่งไม่เป็นไปตามขั้นตอนการควบคุมผู้ต้องหา และภาพที่ปรากฏตามคลิปค่อนข้างชัดเจน โดยจะต้องสอบสวนว่าผู้ต้องหาได้รับบาดเจ็บระดับใด และตำรวจมีความผิดถึงขั้นไหน เพราะจะมีผลต่อการแจ้งข้อหาทั้งทางคดีอาญาและวินัย ยืนยันมีบทลงโทษแน่นอนและจะไม่ปกป้องผู้ที่กระทำความผิด

สำหรับผู้ต้องหาที่ถูกทำร้ายร่างกาย เป็นผู้ต้องหาที่ก่อเหตุคลุ้มคลั่ง ที่วัดบุณยประดิษฐ์ ย่านบางแค ซึ่งจากการตรวจปัจสาวะเป็นสีม่วง ส่งตัวดำเนินคดี ปัจจุบันถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ และมีประวัติเคยถูกจับกุมเกี่ยวกับยาเสพติด แม้ว่าจะเป็นผู้ต้องหา แต่ให้ความเป็นธรรม โดยจะประสานไปยังเจ้าหน้าที่เรือนจำ นำตัวไปตรวจร่างกาย นำมาประกอบการสอบสวนวินัยร้ายแรงของตำรวจชุดนี้ต่อไป

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดคลิป ตร.ทำร้ายผู้ต้องหา ที่ สน.หลักสอง 

 


"หลวงพี่" ช่วยตัวประกันสำเร็จ เป็นตำรวจจู่โจม จ.นครสวรรค์

Thu, 11 Jul 2019 11:37:00

วันนี้ (11 ก.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คลิปเหตุการณ์พระวิ่งจีวรปลิวในปั้มน้ำมันแห่งหนึ่งที่ถูกพูดถึงในโลกออนไลน์อย่างมากในช่วง 2-3 วันนี้ หลังจากเพจเฟซบุ๊ก โม่งดำ - Black Hood Tactical นำมาโพสต์ เมื่อวันที่ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา

โดยเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดช่วงสั้นๆเพียง 10 วินาที เห็นพระรูปหนึ่งกำลังวิ่ง ในจีวรคล้ายซ่อนอาวุธปืนยาวไว้ ที่แท้เป็นตำรวจของหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ตำรวจภูธรจังหวัดนครสวรรค์ ที่ประสบเหตุการณ์สามีจี้ภรรยา เป็นตัวประกัน แต่กลับไม่ทิ้งจิตวิญญาณตำรวจ เข้าช่วยเหลือตัวประกันได้สำเร็จ 

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมา ภายในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งใน อ.โกรกพระ จ.นครสวรรค์โดยผู้ก่อเหตุเป็นสามี ใช้มีดปลายแหลมบุกจี้ภรรยา ที่แยกกันอยู่ เพื่อขอคืนดี หลังจากใช้เวลาอยู่นาน ทางตำรวจสภ.โกรกพระ และเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ ตำรวจภูธรจังหวัดนครสวรรค์ ได้เข้าระงับเหตุ ในขณะนั้น หลวงพี่กอล์ฟ พระที่อยู่ในคลิป และเป็นตำรวจของหน่วยปฏิบัติการพิเศษ แต่บวชพระอยู่ได้มาเจอเหตุการณ์พอดี

ตำรวจจึงได้มีการประเมินสถานการณ์ใหม่ และเปิดปฏิบัติการช่วยเหลือตัวประกัน เนื่องจากคาดว่า คนร้ายมีอาวุธซ่อนอยู่ หลวงพี่กอล์ฟ ที่เฝ้าดูสถานการณ์อยู่ด้วยจึงตัดสินใจเข้าร่วมปฏิบัติการ โดยขอยืมเสื้อเกราะ และปืนลูกซองเพื่อนในหน่วย เข้าช่วยเหลือตัวประกันได้สำเร็จ ล่าสุดอดีตพระกอล์ฟ ได้ลาสิกขาแล้ว

 

 


เปิดคลิป ตร.ทำร้ายผู้ต้องหา ที่ สน.หลักสอง

Thu, 11 Jul 2019 07:11:00

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สื่อสังคมออนไลน์ได้เผยแพร่คลิปภาพบันทึกเหตุการณ์ ตำรวจทำร้ายร่างกายผู้ต้องหาในขณะที่ถูกมัดมือไพล่หลัง นั่งอยู่ท้ายกระบะโดยระบุว่าเกิดเหตุที่สถานีตำรวจนครบาลหลักสอง พร้อมมีข้อความกำกับไว้ว่า เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ 7 เดือน ก.ค.ปี 2562 ช่วงเวลา 14.00 น.

ในคลิปวิดีโอจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า มีตำรวจเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทั้งหมด 7 นาย ในระหว่างที่ผู้ต้องหานั่งโดยสารอยู่บนท้ายกระบะในลักษณะที่ถูกมัดมือไพล่หลัง มีตำรวจ 2 นาย ทำร้ายร่างกายผู้ต้องหาและจากภาพจะเห็นว่า ตำรวจนายหนึ่งใช้อุปกรณ์คล้ายกระบองประจำกายตำรวจฟาดผู้ต้องหาอย่างแรง รวม 5 ครั้งด้วยกัน และยังมีตำรวจอีก 1 นาย ที่เข้ามาเตะผู้ต้องหาด้วย

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคลิปวิดีโอพบว่า เป็นสถานีตำรวจนครบาลหลักสอง ตั้งอยู่ย่านเพชรเกษม 63