ตำรวจสกัดแก๊งค้ายาบ้าก่อนลงใต้ ยึดของกลาง 1 ล้านเม็ด

Tue, 1 Dec 2020 16:03:00

วันนี้ (1 ธ.ค.2563) ตำรวจสายตรวจและปฎิบัติการพิเศษ 191 ตรวจยึดของกลางเป็นยาบ้า จำนวน 1 ล้านเม็ด จากนายวีระศักดิ์ และ น.ส.จุฑารัตน์ ผู้ต้องหาที่มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด

 
ภายหลังชุดสืบสวนติดตามพฤติกรรม ทราบว่าผู้ต้องหากำลังลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ภาคกลาง ส่งให้ลูกค้าตามเป้าหมายในพื้นที่ภาคใต้ จึงนำกำลังเฝ้าติดตาม และแสดงตัวขอตรวจค้นขณะขับรถยนต์มาจอดที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ถนนพระราม 2 เขตบางขุนเทียน พบยาบ้า 1 ล้านเม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในรถยนต์

 
พล.ต.ต.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งเป็นผู้ควบคุมสั่งการสืบสวนติดตาม เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาทำหน้าที่ส่งยาให้เครือข่าย โดยรับยามาจากประเทศเพื่อนบ้าน ทางภาคเหนือ และส่งลำเลียงให้เครือข่ายภาคใต้ อ้างว่าทำมาแล้ว 2 ครั้ง จากการตรวจสอบประวัติ นายวีระศักด์ พบเคยถูกดำเนินคดียาเสพติดมาแล้ว 4 ครั้ง เดิมมีอาชีพขับรถสิบล้อ

 
ทั้งนี้ การจับกุมครั้งนี้เป็นการขยายผลที่ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 31 ต.ค.ตำรวจควบคุมผู้ต้องหา 3 คนที่ถูกจับ พร้อมของกลางยาบ้า กว่า 1 ล้านเม็ด และ ไอซ์ 15 กิโลกรัม ภายในบ้านพัก ในพื้นที่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี

 

 


ยุทธการ "ฟ้าสางที่ล้านนา" ยึดทรัพย์เครือข่ายค้ายาภาคเหนือ

Mon, 30 Nov 2020 17:03:00

วันนี้ (30 พ.ย.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 นำกำลังเปิดปฎิบัติการฟ้าสางที่ล้านนา เข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย ที่หมู่บ้านโป่งนก ต.สันสลี (สันสะหลี) อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย ซึ่งเป็นการขยายผลเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติด ที่ถูกจับกุมได้ที่ด่านตรวจกิ่วคอหมา อ.แจ้ห่มจ.ลำปาง ซึ่งยึดยาบ้าได้ 2.8 ล้านเม็ด เมื่อปลายปีที่แล้ว โดยเข้าตรวจค้นและอายัดบ้านและทรัพย์สินขอ นายธนกฤต หรือธีระพงษ์ มากมีธนกุญชร หนึ่งในผู้ต้องหาว่าจ้างลำเลียงขนยาเสพติด 

นอกจากนั้นยังบุกค้นพื้นที่เป้าหมายในพื้นที่ จ.เชียงราย และเชียงใหม่ กว่า 800 แห่ง ยึดยาบ้ากว่า 700,000 เม็ด ยาไอซ์ 80 กิโลกรัม รวมถึงทรัพย์สินอื่นๆรวมมูลค่ากว่า 360 ล้านบาท

 

เจ้าหน้าที่ยังเข้าตรวจค้นบ้านพักเครือข่ายยาเสพติด ในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นบ้านของนางเพ็ญพร ศิริมิรินทร์ มารดาของหนึ่งในผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอยู่ จากการตรวจค้น ไม่พบยาเสพติด หรือสิ่งผิดกฎหมาย แต่พบเอกสารจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงยึดไว้ตรวจสอบ ไม่พบตัวนางเพ็ญพร คนในบ้านอ้างว่าไปปฎิบัติธรรม นางเพ็ญพรถูกออกหมายจับในความผิดตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 8 สมคบ และสนับสนุนให้มีการค้ายาเสพติด

นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. เปิดเผยว่า การตรวจค้นเครือข่ายที่เกี่ยวข้องในครั้งนี้ อยู่ระหว่างตรวจสอบทรัพย์สินของผู้ที่เกี่ยวข้องว่ามีความเชื่อมโยงกับเงินที่ได้จากการค้ายาเสพติดหรือไม่ ซึ่งเบื้องต้นมีมูลค่าประมาณ 20 ล้านบาท 

 

 


ป.ป.ส.ตรวจค้นบ้านเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่

Mon, 30 Nov 2020 09:36:00

วันนี้ (30 พ.ย.2563) เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้าน ภายในซอยวิภาวดีรังสิต 41 แขวงสนามบิน เขตดอนเมือง หลังตรวจสอบทราบว่าเป็นบ้านของเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญ โดยมีการเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 4 จุด ในกรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ และเชียงราย จากการตรวจค้นไม่พบยาเสพติดหรือสิ่งผิดกฎหมายแต่พบเอกสารจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงยึดไว้ตรวจสอบ  

 

 

ว่าที่ร้อยตรีธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า การตรวจค้นครั้งนี้เป็นการขยายผลจากการจับกุม นายปรเมศ รวยสูงเนิน พร้อมของกลางยาบ้า 2,800,000 เม็ด โดยด่านกิ๊วคอหมา สภ.แจ้ห่ม เมื่อวันที่ 26 พ.ย.2562 จากนั้นได้ขยายผลออกหมายจับผู้เกี่ยวข้อง 3 คน คือ นายวิวัฒน์ชัย ศิริมินทร์ นายสุพจน์ เหรียญทอง และนายธนกฤต กันทราวิรัตน์ ซึ่งภายหลังจับนายสุพจน์ และนายธนกฤตได้ถูกจับกุม ส่วนนายวิวัฒน์ชัยยังหลบหนี ซึ่งจุดที่เข้าตรวจค้นจุดนี้พบเป็นบ้านของ นางเพ็ญพร ศิริมิรินทร์ มารดาของนายวิวัฒน์ชัย ซึ่งถือครองกรรมสิทธิ์บ้านและที่ดิน 3 แปลง แต่ไม่พบตัวนางเพ็ญพร ซึ่งคนในบ้านอ้างว่าไปปฎิบัติธรรม อยู่ระหว่างติดตามตัวมาดำเนินคดีเพราะนางเพ็ญพรถูกออกหมายจับในความผิดตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 8 สมคบและสนับสนุนให้มีการค้ายาเสพติด

 

นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า การตรวจค้นเครือข่ายที่เกี่ยวข้องในครั้งนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบทรัพย์สินของผู้ที่เกี่ยวข้องว่ามีความเชื่อมโยงกับเงินที่ได้จากการค้ายาเสพติดหรือไม่ ซึ่งเบื้องต้นมีมูลค่าประมาณ 20 ล้านบาท

 

 

 

 

 


พลเมืองดีรวบชายแอบถ่ายผู้หญิงเข้าห้องน้ำปั๊มย่านบางบัวทอง

Fri, 27 Nov 2020 17:14:00

วันนี้ (27 พ.ย.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พลเมืองดีผู้เห็นเหตุการณ์ช่วยกันจับชายอายุ 48 ปี ที่ก่อเหตุใช้โทรศัพท์มือถือแอบถ่ายผู้หญิงขณะเข้าห้องน้ำ ภายในปั้มน้ำมันแห่งหนึ่ง ริมถนนบางกรวย-ไทรน้อย ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เมื่อช่วงค่ำวานนี้


ผู้เสียหายเป็นหญิงอายุ 29 ปี ได้เข้าไปภายในห้องน้ำ และพบความผิดปกติที่ห้องข้างๆ คล้ายถูกแอบถ่าย จึงนำโทรศัพท์มาบันทึกเหตุการณ์ ก่อนจะเปิดประตูห้องข้างๆ พบผู้ชายกำลังแอบถ่ายอยู่จริงจึงร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ ซึ่งผู้ก่อเหตุตกใจพยายามวิ่งหนี แต่ถูกคนช่วยกันจับตัวได้


ทั้งนี้ ผู้เสียหายยืนยันว่า ชายคนนี้ไม่ได้ก่อเหตุครั้งแรก แต่เคยก่อเหตุมาแล้วเมื่อ 5 เดือนก่อน และกลับมาก่อเหตุซ้ำ แต่ในครั้งนี้ผู้เสียหายระมัดระวังตัวมากขึ้น จึงขอความช่วยเหลือได้ทัน ขณะที่หลังเกิดเหตุผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ได้แจ้งให้ตำรวจภูธรบางบัวทอง มารับตัวผู้ก่อเหตุไปดำเนินคดี

 


"สมศักดิ์" ตั้งเป้าปราบยาเสพติดปี 64 เล็งยึดทรัพย์ 6 พันล้าน

Fri, 27 Nov 2020 16:35:00

วันนี้ (27 พ.ย.63) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานเปิด "แผนปฏิบัติการด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ. 2564" ก่อนเข้างาน นายสมศักดิ์ รมว.ยุติธรรม ได้เดินชมทรัพย์สินที่ยึดได้จากการปฏิบัติการสยบไพรี 64/1 เปิดสงครามนักค้า ล่ายึดทรัพย์ ที่นำมาแสดงบริเวณด้านหน้า โดยมีทรัพย์สิน 11 รายการมูลค่าประมาณ 44 ล้านบาท อาทิ รถยนต์ รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ 39 คัน อุปกรณ์ตกแต่งมอเตอร์ไซค์ กล้องถ่ายภาพ และบัญชีเงินฝาก

 

จากนั้น นายสมศักดิ์ กล่าวเปิดงานว่า ในนามของผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ (ศอ.ปส.) จุดเน้นของแผนปฏิบัติการด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ. 2564 เน้นเรื่องการสืบสวนขยายผลทำลายเครือข่ายการค้ายาเสพติดทุกระดับ ตัดวงจรทางการเงิน ยึดทรัพย์สิน กลุ่มการค้ายาเสพติดมิให้นำเงินมาเป็นทุนในการค้ายาเสพติดหรือขยายธุรกิจผิดกฎหมายต่าง ๆ โดยเน้นบูรณาการการบังคับใช้กฎหมายของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตามหลักนิติธรรม ซึ่งพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบายในการดำเนินงานไปแล้ว เมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2563 ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการบริหารประเทศ ที่ผ่านมาการซื้อขายยาเสพติดหลักมาทางสามเหลี่ยมทองคำ และยังพบการซื้อขายผ่านทางออนไลน์ ทำให้ประชาชนเดือดร้อนและเป็นความท้าทายที่สำคัญของหน่วยงานรัฐ ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญเรื่องปัญหายาเสพติด และมีการกำหนดไว้ในยุทธศาสตร์ชาติไว้ด้วย

 

นายสมศักดิ์กล่าวว่า การแก้ไขปัญหายาเสพติดนี้ เราต้องไปให้ถึงต้นตอ เพื่อลดปัญหายาเสพติดในสังคม เพิ่มความปลอดภัยให้กับประชาชน และขยายการยึดทรัพย์จากปีที่แล้ว สำหรับในปี 2564 ผมได้กำหนดเป้าหมายการขยายผลและยึดทรัพย์สินเครือข่ายยาเสพติด 10 เท่า หรือคิดเป็นมูลค่าทรัพย์สินประมาณ 6,000 ล้านบาท เพื่อให้การดำเนินงานแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ขอให้ทุกหน่วยงานให้ความสำคัญในการปราบปรามยาเสพติด ดังนี้ ขอให้ ป.ป.ส.พัฒนากลไกความร่วมมือระหว่างประเทศในการช่วยกันแก้ปัญหา เช่น สำนักงานปราบปรามยาเสพติด สหรัฐอเมริกา (DEA) อย่างการจับกุมสารเคมีที่โกดังบางปะกง เราต้องเรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆที่เราไม่เคยเจอ รวมถึงการซื้อขายผ่านทางบิทคอยน์ ดังนั้นเราต้องเรียนรู้ในเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่พัฒนาอยู่ตลอดให้เท่าทัน รวมถึงการทำความเข้าใจกับหน่วยงานต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อให้แต่ละจังหวัดทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ให้ส่วนกลางทำงานอย่างเดียว โดยให้ ป.ป.ส.เป็นหน่วยงานกลางในการประสาน

 

รมว.ยุติธรรม กล่าวอีกว่า ส่วนฝ่ายปราบปราบขอให้เน้นการทำลายเครือข่าย ตัดวงจรทางการเงิน ไม่ให้นำเงินมาขยายเครือข่าย โดยบูรณาการบังคับใช้กฎหมายร่วมกัน และกำหนดตัวชี้วัดให้ชัดเจน ในเรื่องของการยึดทรัพย์เราจะใช้มาตรการที่เกี่ยวข้องใน พ.ร.บ.มาตรการ 2534 หรือ พ.ร.บ.ปปง. ในส่วนที่ 2 ดูว่าท่านสามารรถทำความเข้าใจกับ พ.ร.บ.มาตรการได้มากน้อยขนาดไหน เพราะ พ.ร.บ.ฉบับนี้ส่วนใหญ่ที่ผ่านมา เรายังไม่ค่อยได้ใช้เต็มกำลัง และหน่วยปราบปรามต้องสามารถประสานงาน ร่วมกับ ปปง. นี่คือรูปแบบของการยึดทรัพย์ เพราะหากเราไม่ทำงานบูรณาการ เราจะไม่สามารถเดินหน้ายึดทรัพย์ตัดวงจรยาเสพติดได้ ซึ่งต้องมีการสัมมนาทำความเข้าใจ พูดคุยกัน จึงให้สำนักงาน ป.ป.ส.เป็นเจ้าภาพในการประสานงาน ที่ผ่านมาเราจับยาเสพติดได้ง่าย แต่เราต้องจ่ายค่านำจับมากกว่ามูลค่าต้นทุนยา เราจึงต้องค่อยๆ ลดให้เท่ากับต้นทุน จะลดมากกว่านี้ยังไม่ได้ เพราะคนจะหาว่าเราลดรางวัลนำจับ ซึ่งตอนนี้เรามี ร่าง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ที่อยู่ในการพิจารณาของรัฐสภา ซึ่งหากผ่าน การยึดทรัพย์ตัดวงจรเครือข่าย ผู้นำจับจะได้รางวัลมากกว่าการจับเม็ดยา และ สำนักงาน ป.ป.ส. ควรมีเครื่องมือให้เจ้าหน้าที่ต่างๆ ในการจัดการกับเครือข่ายค้ายาด้วย

 

ด้านนายวิชัย เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า การเปิดแผนปฏิบัติการด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ. 2564 ในครั้งนี้ เพื่อให้หน่วยงานบูรณาการ และหน่วยงานในระดับพื้นที่ มีความเข้าใจแนวทางของแผนปฏิบัติการด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ. 2564 ตามนโยบายขยายผลยึดทรัพย์เพื่อตัดวงจรยาเสพติด และสามารถขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านยาเสพติด ตามกรอบแนวทางของแผนปฏิบัติการฯ ดังกล่าว ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การดำเนินแผนปฏิบัติการด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ. 2564 มีกรอบในการแก้ไขปัญหายาเสพติดและความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่ต้องประสานการดำเนินงานใน 5 มาตรการ ได้แก่ มาตรการความร่วมมือระหว่างประเทศ มาตรการปราบปรามและบังคับใช้กฎหมาย มาตรการการป้องกันยาเสพติด มาตรการการบำบัดรักษายาเสพติด และมาตรการการบริหารจัดการอย่างบูรณาการ

 

เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวอีกว่า โดยอีกปัจจัยที่สำคัญในการแก้ไขปัญหายาเสพติด คือการมีส่วนร่วมของภาคประชาชาชน เพราะหน่วยงานราชการไม่สามารถดำเนินการเพียงลำพังได้ เพื่อให้ลูกหลานและสังคมไทยปลอดภัยจากยาเสพติด เริ่มตั้งแต่สถาบันครอบครัวที่เป็นสถาบันที่สำคัญที่สุดในการสร้างภูมิคุ้มกันให้บุตรหลาน เยาวชน ไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด หรือภาคชุมชนที่เป็นพื้นที่ปัญหา ที่ต้องลุกขึ้นมาจัดการร่วมกับภาคส่วนอื่น ๆ ของสังคม และการร่วมเป็นหูเป็นตาให้แก่เจ้าหน้าที่ ด้วยการแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งหลายครั้ง ที่ผ่านมาได้มีการนำไปสู่การจับกุมเครือข่ายนักค้ายาเสพติดรายสำคัญหลายราย


ผบช.ก.สั่งจับตา "ซุ้มมือปืน-ผู้มีอิทธิพล" ก่อนเลือกตั้ง อบจ.

Fri, 27 Nov 2020 11:04:00

วันนี้ (27 พ.ย.2563) พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กล่าวถึงการกวาดล้างผู้มีอิทธิพลซุ้มมือปืนรับจ้าง ก่อนการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นายก อบจ.) และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) ว่า การข่าวรับทราบข้อมูลว่าบางพื้นที่ซุ้มมือปืนเริ่มมีความเคลื่อนไหว ซึ่ง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. กำชับให้ดูแลพื้นที่อย่างดี อย่าให้มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น

พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้มีพื้นที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ คือ จ.นครศรีธรรมราช จ.สุราษฎร์ธานี และ จ.พัทลุง จึงส่งตำรวจหน่วยคอมมานโด กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ ร่วมกับทีมหนุมานกองบังคับการปราบปรามลงพื้นที่เฝ้าจับตาดูความเคลื่อนไหวของซุ้มมือปืนและกลุ่มฮาร์ดคอร์ หากมีหลักฐานและข้อมูลที่ชัดเจนก็จะกวาดล้างทั้งซุ้ม โดยในต้นเดือนธันวาคมนี้จะเข้าตรวจค้นเป้าหมายกลุ่มผู้มีอิทธิพลเพื่อเป็นการป้องกัน โดยจะนำกำลังลงไปในพื้นที่ที่มีข่าวว่าจะมีความรุนแรง ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการเลือกตั้ง เพื่อดูแลป้องกันและรักษาความสงบเรียบร้อย

ขอให้ผู้สมัคร แข่งกันช่วยเหลือประชาชน ไม่ใช่มาข่มขู่กันจนได้มาปกครองแล้วก็ไปครอบงำเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง รับเหมาก่อสร้างที่มีผลประโยชน์กัน

ทั้งนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดจัดการเลือกตั้งสมาชิกนายก อบจ. และ ส.อบจ. พร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 20 ธ.ค.นี้ เวลา 08.00-17.00 น. โดยไม่มีการเลือกตั้งล่วงหน้า ขณะนี้ได้เปิดเว็บไซต์ให้ตรวจสอบสิทธิเลือกตั้งนายก อบจ. และ ส.อบจ.แล้ว


เปิดคลิปนาที "ปาวัตถุ" ใส่ผู้ชุมนุมกลุ่มราษฎร 25 พ.ย.

Thu, 26 Nov 2020 17:44:00

วันนี้ (26 พ.ย.2563) เวลาประมาณ 16.00 น. เศษ พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ต.สันติ ชัยนิรามัย ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจนครบาล และ พล.ต.ต.พัฒนา เพศยนาวิน ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 พร้อมตำรวจ สน.พหลโยธิน ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุการณ์ยิงและปาวัตถุใส่ผู้ชุมนุมกลุ่มราษฎร เมื่อวานนี้ (25 พ.ย.)

 

 

โดยจุดเกิดเหตุอยู่บริเวณหน้าห้างอะเวนิว ฝั่งตรงข้ามอาคารธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ ถ.รัชดาภิเษก โดยเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เก็บข้อมูลจากกล้องวงจรปิดละแวกที่เกิดเหตุไว้หมดแล้ว

 

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

"หมอทศ" ชง ตร.ร่วมป้องกันม็อบ หลังเหตุยิงหน้า SCB

จ่อออกหมายจับคดียิงม็อบหน้า SCB เชื่อขัดแย้งส่วนตัว

ตร.ชี้ปมยิง #ม็อบ25พฤศจิกา หลักฐานชัด "การ์ดราษฎร" ทะเลาะกัน

 


จ่อออกหมายจับคดียิงม็อบหน้า SCB เชื่อขัดแย้งส่วนตัว

Thu, 26 Nov 2020 14:10:00

วันนี้ (26 พ.ย.2563) พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วยผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 ประชุมร่วมกับชุดสืบสวน เร่งติดตามหาผู้ก่อเหตุใช้ปืนยิง จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ บริเวณพื้นที่จัดกิจกรรมชุมนุมของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า คณะราษฎร หน้าอาคารธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ ถนนรัชดาภิเษก เมื่อคืนที่ผ่านมา

 

 

พล.ต.ต.จิรพัฒน์ เปิดเผยว่า จากตรวจสอบหลักฐานทั้งกล้องวงจรปิด และสอบปากพยานในที่เกิด ทำให้ทราบบุคคลกลุ่มผู้ก่อเหตุแล้ว เบื้องต้น เตรียมออกหมายจับ 1 คน คือนายภาสพงศ์ กุลอมร ซึ่งเป็นอดีตนักศึกษาอาชีวะแห่งหนึ่ง ซึ่งพ้นสภาพตั้งแต่ปี 2560 แล้ว ส่วนคนอื่นๆ ที่พบว่าเป็นกลุ่มผู้ก่อเหตุอยู่ระหว่างสืบสวนเพื่อดำเนินคดี

 

 

สำหรับหลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุ เป็นปลอกกระสุน ขนาด .38 มิลลิเมตร ส่วนอาวุธปืนตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าปืนมีทะเบียน แต่กำลังตรวจสอบหาเขม่าดินปืน พร้อมตรวจสอบลายนิ้วมืออย่างละเอียด

 

 

พล.ต.ต.จิรพัฒน์ กล่าวอีกว่า สาเหตุดังกล่าวเป็นเรื่องขัดแย้งส่วนตัวระหว่างสถาบันมาแล้วก่อนหน้านี้ เชื่อว่าน่าจะเกิดความขัดแย้งเฉพาะหน้า ซึ่งทั้ง 2 กลุ่ม เป็นการ์ดของผู้ชุมนุม โดยปฏิเสธว่าไม่ใช่กลุ่มมือที่ 3 ที่เข้ามาสร้างสถานการณ์ให้เกิดความวุ่นวาย เนื่องจากเหตุการณ์เกิดขึ้นหลังการชุมนุมได้ยุติลงแล้ว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตร.ชี้ปมยิง #ม็อบ25พฤศจิกา หลักฐานชัด "การ์ดราษฎร" ทะเลาะกัน


กองปราบแจ้งข้อหาเพิ่ม "บรรยิน" วางแผนหนีเรือนจำ

Thu, 26 Nov 2020 12:03:00

เมื่อวันที่ 25 พ.ย.2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีรายงานว่า พนักงานสอบสวน กองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม เข้าพบ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ ผู้ต้องหาคดีอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษา ที่เรือนจำบางขวาง พร้อมกับทนายความของผู้ต้องหา เพื่อแจ้งข้อกล่าวหา เป็นผู้ใช้จ้างวานให้ผู้อื่นกระทำด้วยประการใดๆ เพื่อให้ผู้ที่ถูกคุมขังตามอำนาจศาลหลุดพ้นจากการคุมขัง, ข่มขืนใจเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติการอันมิชอบด้วยหน้าที่โดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญใช้กำลังประทุษร้าย,ทำให้เสื่อมเสียเสรีภาพและหน่วงเหนี่ยวกักขัง

เบื้องต้น พ.ต.ท.บรรยิน ยืนกรานปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และไม่ขอให้การใดๆ แก่พนักงานสอบสวน โดยภาพรวมของสำนวนคดีขณะนี้ใกล้แล้วเสร็จสมบูรณ์ คาดว่าจะสามารถส่งสำนวนให้อัยการศาลแขวงพระนครเหนือพิจารณาได้ภายในสัปดาห์หน้า

ส่วนความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษา ศาลอาญาคดีทุจริตและพฤติมิชอบกลาง มีกำหนดนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 15 ธ.ค.นี้ ส่วนคดีฆาตกรรมอำพรางนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ศาลจังหวัดพระโขนงนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 20 ม.ค.2564 ขณะที่คดีปลอมใบโอนหุ้น ก่อนหน้านี้ศาลอาญากรุงเทพใต้ ตัดสินจำคุก 8 ปี ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาศาลอุทธรณ์

 


เช็กคำสั่ง! แต่งตั้ง-โยกย้าย “รองผบก.-ผกก.” 2,165 ตำแหน่ง

Wed, 25 Nov 2020 08:36:00

วันที่ 24 พ.ย.2563 ที่ผ่านมา พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจชั้นสัญญาบัตร ระดับ รองผู้บังคับการ (รองผบก.) ถึงผู้กำกับการ (ผกก.) วาระประจำปี 2563 รวม 2,165 ตำแหน่ง ในคำสั่งตร.ที่ 625-628/2563 ลงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2563

คำสั่งแต่งตั้งโยกย้าย ระดับรองผบก.-ผกก.2,165 ตำแหน่ง


THE EXIT : ลักลอบผลิต "หัวน้ำหวาน" สี่คูณร้อย ตอน 3

Tue, 24 Nov 2020 19:06:00

วันนี้ (24 พ.ย.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจ สภ.นครศรีธรรมราช และ สภ.เกาะทวด พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ นำหมายค้นจากศาลจังหวัดปากพนัง เข้าตรวจค้นบ้านเป้าหมายในพื้นที่หมู่ 6 ต.เกาะทวด อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช เมื่อปลายเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา หลังพบข้อมูลว่าเป็นแหล่งผลิต "หัวน้ำหวาน" ผสมสารเสพติดสี่คูณร้อย โดยภายในบ้านพบแกลลอนบรรจุของเหลวสีแดง ลักษณะคล้ายน้ำเชื่อม พร้อมต้นพืชกระท่อมและน้ำเชื่อมที่ยังไม่ผ่านการผสมยี่ห้อหนึ่ง

น.ส.สราลี ทองบางพระ อายุ 28 ปี ผู้อาศัย ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ก่อนหน้านี้ได้ซื้อน้ำเชื่อมหรือหัวน้ำหวานจากเพื่อน มาเป็นส่วนผสมต้มกับน้ำกระท่อมเพื่อดื่มกันเอง หลังจากนั้นจึงเริ่มทดลองผสมขาย โดยสามีได้ใช้ยาชนิดหนึ่งที่เรียกว่า "ยาฝาทอง" เป็นส่วนผสมหลัก แบ่งขายให้กับผู้ซื้อในราคาลิตรละ 500-700 บาท โดยส่งขายผ่านระบบขนส่งพัสดุเอกชนให้กับผู้ซื้อในต่างจังหวัดด้วย ตำรวจจึงควบคุมตัว น.ส.สราลี พร้อมตั้งข้อหาผลิตยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (พืชกระท่อม) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย

 

จากการตรวจสอบของตำรวจยังพบว่า ปี 2562 นายสามารถ อธิตัง สามีของ น.ส.สราลี เคยถูกจับกุมด้วยพฤติการลักษณะเดียวกัน ครั้งนั้นถูกตั้งข้อหาขายยาแผนปัจจุบัน ผลิตหัวน้ำหวานผสมยาแก้ไอใส่ในน้ำกระท่อมโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งผลตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์พบว่ามีการผสมสาร "มีทราจีไน" และ "คลอเฟนิรามีน" หรือยาอันตรายกลุ่มยาแก้แพ้ ลำดับที่ 32 ตามบัญชียาอันตราย

การจับกุมครั้งนี้สอดคล้องกับข้อมูลที่ TheEXIT ได้นำเสนอ หลังได้รับแจ้งจากคนในพื้นที่ก่อนการเข้าจับกุมว่า พบเห็นการลักลอบผลิตและจำหน่ายหัวน้ำหวาน เพื่อนำไปผสมน้ำกระท่อมขาย

ชาวบ้าน อ.ปากพนัง คนหนึ่งให้ข้อมูลกับทีมข่าวถึงส่วนประกอบและวิธีทำสี่คูณร้อย โดยเขาระบุว่า ส่วนประกอบที่เห็นในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ซึ่งเดิมผู้สูงอายุในพื้นที่ต้มใบกระท่อมกับน้ำเปล่า ดื่มเพื่อรักษาโรค ไม่มีส่วนผสมอื่น แต่ปัจจุบันถูกดัดแปลงใส่ส่วนผสมหลายอย่าง รวมไปถึง "หัวน้ำหวาน" ที่ถูกนำมาใช้แทนยาแก้ไอ และยังหาซื้อได้ง่ายในชุมชน เพราะเป็นสูตรที่วัยรุ่นในพื้นที่ทำขึ้นเอง

 

จากเบาะแสที่ได้ในครั้งนั้น ทีมข่าวเฝ้าสังเกตบ้านเป้าหมายต้องสงสัย จนพบพฤติกรรมเข้าข่ายว่ามีการลักลอบจำหน่าย "หัวน้ำหวาน" ตามเบาะแส โดยในช่วงเวลากลางคืน มีรถเข้า-ออกบ้านหลังดังกล่าวเป็นจำนวนมาก บุคคลที่เข้าไปภายในบ้านส่วนใหญ่ออกมาพร้อมถุงหรือถังที่บรรจุน้ำสีแดง ตามที่ชาวบ้านให้เบาะแส

ล่าสุด สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับผลการตรวจตัวอย่าง "หัวน้ำหวาน" ซึ่งส่งไปตรวจที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 11 สุราษฎร์ธานี โดยพบว่ามีส่วนผสมของตัวยาคลอร์เฟนิรามีน (Chlorpheniramine) จัดเป็นยาอันตรายตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 ลำดับที่ 32

ภายหลังการจับกุมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่เดินหน้าตรวจสอบขยายผลเพื่ิอเชื่อมโยงไปถึงแหล่งจำหน่ายสารตั้งต้นในการนำมาผลิตหัวน้ำหวาน เนื่องจากตามกฎหมายตัวยาคลอร์เฟนิรามีน จัดเป็นยาอันตรายที่ต้องควบคุมการขาย และต้องมีเภสัชกรสั่งจ่ายยาเท่านั้น

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

THE EXIT : ลักลอบผลิต "หัวน้ำหวาน" สี่คูณร้อย ตอน 1

THE EXIT : ลักลอบผลิต "หัวน้ำหวาน" สี่คูณร้อย ตอน 2

กรมวิทย์ฯ ตรวจสอบสารตั้งต้น “หัวน้ำหวาน” พบยาอันตราย

 


เปิดเส้นทาง แก๊งค้าใบกระท่อมข้ามแดนไทย- มาเลย์

Tue, 24 Nov 2020 18:41:00

วันนี้ (24 พ.ย.2563) เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองใช้แนวกำแพงชายแดนไทย-มาเลเซีย บริเวณบ้านตะโล๊ะ หมู่ 8 ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา เป็นจุดลำเลียงผู้ได้รับบาดเจ็บจากมาเลเซียข้ามมาไทย หลังขบวนการลับลอบขนพืชกระท่อมยิงปะทะกับตำรวจตระเวนชายแดนมาเลเซีย เป็นเหตุให้ตำรวจมาเลเซียเสียชีวิต 1 นาย บาดเจ็บ 1 นาย

 


ส่วนขบวนการขนพืชกระท่อมถูกยิงบาดเจ็บ 3 คน และหลบหนีข้ามกำแพงมายังฝั่งไทย เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยช่วงเช้าวันนี้เจ้าหน้าที่นำตัวหนึ่งในผู้บาดเจ็บไปชี้จุดและเส้นทางหลบหนี และสอบสวนที่สถานีตำรวจภูธรปาดังเบซาร์ เพื่อขยายผล

ขณะที่รายงานข่าวจากมาเลเซีย ระบุว่า เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ก่อเหตุชาวไทยได้ 3 คน ทราบชื่อ 2 คน คือ นายมะหะหมัดยูโสบ ตาหลา และนายเด๊ะแว ฮะตะมะ


ข้อมูลจากฝ่ายปกครองปาดังเบซาร์ ระบุว่า ขบวนการขนพืชกระท่อมจะใช้ช่องทางตามแนวกำแพงชายแดนไทย-มาเลเซีย โดยวิธีการโยนข้ามกำแพง ซึ่งจะมีคนรอรับจากฝั่งไทย เพื่อกระจายสินค้าต่อ และแบ่งออกเป็นหลายกลุ่ม

ถ้าของออกมา เขาจะโทรบอกว่าจะออกประตูช่องไหน คนในวงการจะรู้กัน ส่วนใหญ่จะโยนข้ามฝั่งกันมา บางคนรับจ้างแบกมาจากฝั่งมาเลเซีย ได้ค่าจ้างกิโลกรัมละ 100 บาท โดยแบกกันมาไม่เกิน 30 กิโลกรัม

จากการสำรวจสภาพพื้นที่ พบว่า กำแพงกั้นระหว่างชายแดนไทย-มาเลเซียนั้น ฝั่งไทยเป็นสวนยางพารา ห่างจากชุมชนประมาณ 1 กิโลเมตร ส่วนประเทศมาเลเซีย เป็นพื้นที่ป่ารก แต่มีร่องรอยเปิดเส้นทางสำหรับเดินเท้า แต่หลังเกิดเหตุเมื่อวานนี้ ทหารได้วางกำลังเพื่อเฝ้าระวังการขนส่งพืชกระท่อมบริเวณจุดดังกล่าวแล้ว 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปะทะเดือด! แก๊งลอบขนใบกระท่อม ตร.มาเลย์ตาย 1 ไทยเจ็บ 3

 


ร้องเอาผิด "คลินิกดัง" ปมผ่าตัดหน้าอกเสียชีวิต

Tue, 24 Nov 2020 14:33:00

วันนี้ (24 พ.ย.2563) ญาติของ น.ส.เมริษา ภูมิวิสัย อายุ 21 ปี ซึ่งเสียชีวิตภายหลังเข้ารับการผ่าตัดหน้าอกที่คลินิกแห่งหนึ่งย่านสนามบินน้ำ จ.นนทบุรี เข้าพบ ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เพื่อสอบถามความคืบหน้าการเอาผิดผู้บริหารคลินิกและแพทย์ผู้ผ่าตัด

 

ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ

ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ

โดย ทพ.อาคม ชี้แจงว่าได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบคลินิกแห่งนี้มาแล้ว 4 ครั้ง แต่ยังไม่พบผู้บริหารคลินิก แพทย์ หรือผู้ให้บริการ มีเพียงอาคารที่มีป้ายปิดปรับปรุงชั่วคราวแจ้งไว้ และพบเบื้องต้นพื้นที่ที่ให้บริการผ่าตัดไม่ได้ขออนุญาต และไม่มีเครื่องมือทางการแพทย์ที่เกี่ยวกับการช่วยชีวิตฉุกเฉิน

ประสาน ตร.แจ้ง 2 ข้อกล่าวหา

ทพ.อาคม ยืนยันว่ากรมสนับสนุนบริการสุขภาพ จะประสานให้ตำรวจดำเนินคดีกับผู้บริหารคลินิกและผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกิดขึ้นใน 3 ข้อหา คือไม่จัดให้มีเครื่องมือเครื่องใช้ ยาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็นประจำสถานพยาบาล ดัดแปลงอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต และโฆษณาคลินิกเพื่อประโยชน์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาตและโฆษณาอันเป็นเท็จโอ้อวดเกินจริง

 


โดย น.ส.เมริษา เสียชีวิตหลังจากเข้ารับการผ่าตัดหน้าอกภายในคลินิกตั้งแต่วันที่ 18 ต.ค.ที่ผ่านมา ทางคลินิกแจ้งกับทางญาติว่ายังไม่ได้ลงมือผ่าตัดและช่วยเหลือค่านำศพกลับ จ.ร้อยเอ็ด เป็นเงิน 30,000 บาท

ญาติติดใจสาเหตุการเสียชีวิต

แต่ญาติกลับพบแผลรอยกรีดที่บริเวณหน้าอกของผู้เสียชีวิต จึงยังไม่ฌาปนกิจ เพราะติดใจสาเหตุการตาย พร้อมกับร้องเรียนให้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ตรวจสอบเรื่องที่เกิดขึ้น เพื่อดำเนินคดีกับผู้บริหารคลินิกและผู้ที่เกี่ยวข้อง

 

 


"รมว.ยุติธรรม" ยอมรับผลตรวจสารผิดพลาด

Tue, 24 Nov 2020 11:30:00

วันนี้ (24 พ.ย.2563) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม เปิดเผยถึง กรณีการยึดของกลางสารเคมีกว่า 400 กระสอบ ที่ก่อนหน้าผลการตรวจด้วยน้ำยาทางวิทยาศาสตร์รอบแรกพบเป็นสีม่วงตรงกับสารเคตามีน แต่ภายหลังตรวจด้วยน้ำยาอีกครั้งกลับไม่พบเคตามีนแต่เป็นสารเคมีไตรโซเดียมฟอสเฟต

นายสมศักดิ์ ยอมรับว่า เกิดจากความผิดพลาดทางวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ จึงทำให้ผลการตรวจคลาดเคลื่อนเพราะที่ผ่านมาประเทศไทยไม่เคยพบไตรโซเดียมฟอสเฟตที่มีจำนวนมากขนาดนี้ เมื่อตรวจพบเป็นสารสีม่วงมีความใกล้เคียงกับเคตามีน จึงสรุปได้เบื้องต้นว่าเป็นเคตามีน ประกอบกับทางสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.)  ได้ข้อมูลที่ยืนยันจากไต้หวันว่าของกลางที่พบเป็นกลุ่มเดียวกับที่ไต้หวันตรวจยึดของกลางเป็นเคตามีนได้ 300 กิโลกรัม และในวันตรวจพิสูจน์ครั้งแรกผลการตรวจมี 2 หน่วยงานร่วมตรวจ คือ เจ้าหน้าที่วิทยาศาสตร์ตรวจสารเสพติดของกระทรวง และเจ้าพน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ผลการตรวจปรากฎว่าพบสีม่วงเหมือนกันบ่งชี้ว่าเป็นสารเสพติด จึงด่วนสรุปแถลงไป

 

ขณะนี้ผลการตรวจของกลางต้องสงสัยทั้งหมดยังไม่พบสารเคตามีน ซึ่งยังเหลืออีกประมาณ 406 กระสอบ ที่อยู่ระหว่างการตรวจหาทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งวันนี้กระทรวงยุติธรรม ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 3 หน่วย ประกอบตัว สำนักงาน ป.ป.ส. พิสูจน์หลักฐาน และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เก็บตัวอย่างไปตรวจสอบวิเคราะห์ว่าพบสารชนิดใด โดยให้รายงานผลกลับมาในสัปดาห์นี้ ขณะที่ของกลางทั้งหมดที่ตรวจยึดได้ยืนยันว่าไม่ได้เปลี่ยนแปลงหรือเคลื่อนย้ายไปไหน

นอกจากนี้ ทางกระทรวงได้ประสานงานกับหน่วยงานหลายแห่งและองค์กรปราบปรามยาเสพติดของสหรัฐฯ จัดสัมมนาเชิงปฎิบัติการถึงเรื่องนี้ เพื่อปรับแนวทางการตรวจสอบครั้งใหม่ให้ชัดเจน

นายสมศักดิ์ ยืนยันไม่ได้กลั่นแกล้งใครแต่เป็นผลกระทบกับกระทรวงเพราะเป็นความผิดพลาดที่ต้องยอมรับ การสร้างความสับสนและเชื่อมโยงกับกลุ่มคนอื่น เป็นสิ่งที่ไม่สมควรบิดเบือนข้อเท็จจริง จึงต้องตั้งคณะทำงานในการตรวจพิสูจน์ขึ้นมาอีกหนึ่งชุดเพื่อพิจารณาดำเนินคดี

 

 

ป.ป.ส.ตรวจพิสูจน์ซ้ำสารเคมีต้องสงสัย

ขณะที่วันนี้ ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน 50 นาย นักวิทยาศาสตร์จากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ 10 คน และนักวิทยาศาสตร์จากสำนักงาน ป.ป.ส. อีก 5 คน เข้าตรวจพิสูจน์สารเคมีต้องสงสัย น้ำหนักรวมกว่า 11 ตันอีกครั้ง ที่สำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 1 จ.ปทุมธานี

 

กระบวนการตรวจพิสูจน์สารเคมีต้องสงสัยในวันนี้จะยังไม่ทราบผลอย่างเป็นทางการ เนื่องจากจะต้องมีการนำสารเคมีเข้าตรวจสอบโดยละเอียดในห้องแล็บ ซึ่งเป็นกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3 วัน จึงจะทราบผลของสารเคมีอย่างเป็นทางการว่าในจำนวนสารเคมีต้องสงสัยน้ำหนักกว่า 11 ตัน มีสารชนิดใดเจือปนกันอยู่บ้าง

นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. เปิดเผยว่า การตรวจวันนี้จะต้องตอบข้อสงสัยสังคมได้แต่ขอให้เวลาเจ้าหน้าที่ทำงานเพราะอาจต้องรอผลอย่างเป็นทางการอย่างน้อย 3 วัน

 

สำหรับการตรวจพิสูจน์สารเคมีต้องสงสัยในครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่มีการตรวจยืนยันสารเคมีอย่างเป็นทางการ ส่วนการตรวจก่อนหน้านี้เป็นการสุ่มตรวจบางกระสอบ โดยการเจาะตักสารเคมีที่มีลักษณะเกล็ดขาวใส ในกระสอบตรวจกับชุดน้ำยาตรวจสารเสพติดประเภทเคตามีน ซึ่งปรากฏว่าผลออกมาเป็นสีม่วงทำให้น่าเชื่อว่าเป็นยาเสพติดเคตามีน ในขณะเดียวกันมีบางกระสอบผลตรวจปรากฏว่าเป็นโซเดียมฟอสเฟต จึงทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนในผลการตรวจสอบของกลางทั้ง 11 ตัน ในวันนี้ ป.ป.ส. จึงต้องมีการตรวจสอบโดยละเอียดอีกครั้ง

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ป.ป.ส.ตรวจสอบสารเคมีของกลางอีกครั้ง คาด 2-3 วัน รู้ผล

"อัจฉริยะ" แจ้งความเอาผิด รมว.ยธ. -เลขา ป.ป.ส. ปมยาเค 11 ตัน

ของกลาง 11.5 ตัน บางส่วนไม่ใช่ยาเค เป็นไตรโซเดียมฟอสเฟต

ป.ป.ส.ยึด "ยาเค" ครั้งใหญ่ที่สุดในไทยกว่า 11.5 ตัน

 

 


ปะทะเดือด! แก๊งลอบขนใบกระท่อม ตร.มาเลย์ตาย 1 ไทยเจ็บ 3

Tue, 24 Nov 2020 11:21:00

วันนี้ (24 พ.ย.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 02.10 น.เกิดเหตุคนไทยลักลอบขนใบกระท่อมจากฝั่งมาเลเซียเข้าไทย ปะทะเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเลเซีย กองพันที่ 3 กำลังลาดตระเวณบริเวณ TS 9 (ฝั่งมาเลเซีย) ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ต.เขารูปช้าง อ.สะเดา จ.สงขลา ได้ปะทะกลุ่มขบวนการลักลอบขนใบกระท่อม ทำให้ตำรวจมาเลเซียเสียชีวิต 1 นาย ส่วนคนไทยไทยบาดเจ็บ 3 คน โดย 1 คนอาการสาหัส

สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าว พบว่ามีกลุ่มลักลอบคนไทยร่วมกับชาวมาเลเซีย 13 คนแอบขนใบกระท่อมจากมาเลเซียผ่านด่านดังกล่าว แต่เจอกับตำรวจมาเลเซีย จึงมีการยิงปะทะกัน ซึ่งผู้บาดเจ็บที่สามารถจับกุมได้ยังไม่สามารถให้การใดๆ ล่าสุดเจ้าหน้าที่ฝั่งไทยได้เข้าปิดล้อมพื้นที่ต้องสงสัยเพื่อเข้าตรวจสอบแล้ว

สั่งตรึงพื้นที่ชายแดนหลังคนไทยปะทะตำรวจ

พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า ได้รับทราบเรื่องที่เกิดขึ้นดังกล่าวแล้ว ซึ่งเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นในฝั่งประเทศมาเลเซีย จึงได้ให้ พล.ต.ศานติ ศกุนตนาค ผู้บัญชาการกองกำลังเทพสตรี ซึ่งรับผิดชอบดูแลชายแดนไทย-มาเลเซีย ประสานงานกับส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยผ่านกลไกของ สำนักงานประสานงานชายแดนไทยมาเลเซีย (TMBCO) เนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นในฝั่งประเทศมาเลเซีย ซึ่งอยู่นอกขอบเขตอำนาจ ตามกฎหมายของประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ทางฝ่ายไทย ยินดีให้ความร่วมมือในการดำเนินการตามกฎหมาย กรณีที่มีคนไทยเข้าไปเกี่ยวข้อง

 

สำหรับเหตุการครั้งนี้ มีตำรวจมาเลเซียบาดเจ็บและเสียชีวิต คือ ส.ต.ท. Baharudin  bin Ramli อายุ 54 ปี ส.ต.ท.Norihan A/L Tari อายุ 39 ปี ส่วนคนไทยที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ คือ นายสรรชัย หมัดสุวรรณ อายุ 42 ปี อาการสาหัส ส่ง รพ.หาดใหญ่ นายอรุณ หมัดสุวรรณ อายุ 48 ปี บาดเจ็บต้นขาขวาทั้งสองข้าง นายราเชณย์ หนุมาน อายุ 19 ปี บาดเจ็บแขนขวา ทั้งหมดเป็นชาวปาดังเบซาร์ ส่งรักษาตัวที่ รพ.สะเดา ขณะนี้ทางมาเลเซียสามารถควบคุมตัวผู้ก่อเหตุคนไทยที่มีส่วนเกี่ยวข้องไว้แล้ว

 

 


ป.ป.ส.ตรวจสอบสารเคมีของกลางอีกครั้ง คาด 2-3 วัน รู้ผล

Tue, 24 Nov 2020 10:22:00

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ได้ลงนามคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจติดตามการให้ข้อมูลอันเป็นเท็จทางคอมพิเตอร์ ภายหลังมีกลุ่มบุคคลใช้โซเชียลมีเดียปลุกปั่นเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จจากกรณีการตรวจสอบสารเสพติดของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ที่ยึดคีตามีนได้ที่โกดังแห่งหนึ่งใน อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ 12 พ.ย.ที่ผ่านมา จำนวน 475 กระสอบ น้ำหนักรวมประมาณ 11,500 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 28,750 ล้านบาท

โดยในวันนี้มีการประชุมนัดแรกของคณะกรรมการชุดดังกล่าวโดยมีตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม อาทิ กรมสอบสวนคดีพิเศษกองบังคับการปราบปราม การกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เป็นต้นเพื่อตรวจสอบการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ ของกลุ่มที่ทำการปลุกปั่นผ่านโลกโซเชียลและทวิตเตอร์

คำสั่งดังกล่าวมาภายหลังจากเมื่อวานนี้ (23 พ.ย.) ที่นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษกับ กับกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบให้ดำเนินการเอาผิด นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. และพวก ในฐานความผิดมาตรา 157 ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯหลังร่วมกันแถลงข่าวอันเป็นเท็จก่อให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการ ทั้งนี้ได้นำหลักฐานเป็นคลิปการแถลงข่าวมามอบให้พนักงานสอบสวนเป็นหลักฐาน

ขณะเดียวกันเมือวานนี้ นายวิชัย เลขาธิการ ป.ป.ส. แจ้งความร้องทุกข์กับรองผู้บัญชาการปราบปรามยาเสพติด ให้ดำเนินคดีผู้ร่วมขบวนการส่งออกคีตามีนไปยัง ไต้หวันกว่า 300 กิโลกรัม หลังไปยึดคีตามีนที่โกดังแห่งหนึ่งใน จ.ฉะเชิงเทรา ได้แต่กลับพบว่าเป็นสารไตรโซเดียมฟอสเฟตที่ใช้ในอุตสาหกรรม ต่าง ๆ ซึ่งบุคคลรายนี้อยู่ในประเทศไทยโดยเช่าโกดังเพื่อเก็บเฟอร์นิเจอร์ แต่เมื่อตรวจค้นกลับเป็นที่เก็บสารเคมี

ตรวจสอบสารเคมี 11.5 ตันอีกครั้ง

นอกจากนี้นายวิชัย ยังชี้แจงถึงกรณีที่ตรวจสอบคีตามีนกว่า 11.5 ตัน แล้วพบว่ามีบางส่วนเป็นสารไตรโซเดียมฟอสเฟตว่าเบื้องต้นพบว่าสารเคมีทั้ง 2 ชนิดมีลักษณะภายนอกเหมือนกัน โดยในตอนตรวจค้นที่โกดังพบของกลาง 66 กระสอบถูกเปิดอยู่ที่เหลือ 406 กระสอบยังเย็บปากถุงปิดไว้พอตรวจสอบด้วยน้ำยาเคมีกับกระสอบที่เปิดไว้แสดงผลออกมาเป็นสีม่วงจึงเชื่อว่าเป็นคีตามีนตามที่ไต้หวันจับกุมได้จากต้นทาง จากนั้นจึงนำของกลางไปเก็บไว้ที่ ป.ป.ส.ภาค 1 โดยเช่ารถบรรทุกขนของกลางไว้ 2 คัน และมีขบวนรถจากหลายหน่วยงานคอยคุ้มกันและแวะเติมน้ำมันที่เดียวและยืนยันไม่มีสับเปลี่ยนของกลาง

ทั้งนี้ในวันนี้ นักวิทยาศาสตร์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน และผู้เชี่ยวชาญของ ป.ป.ส. จะตรวจพิสูจน์สารเคมีจากของกลางทั้งหมด อย่างละเอียดอีกครั้งที่ ป.ป.ส.ภาค 1 คาดว่าใช้เวลาอีกประมาณ 2-3 วัน จึงจะทราบว่าของกลางที่เหลือเป็นยาเสพติดหรือไม่

ขณะที่นายกรัฐมนตรีภายหลังได้รับรายงานเรื่องนี้แล้ว ได้สั่งการให้นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ไปจัดการให้ชัดเจนโดยเร็ว เพราะสังคมกำลังเกิดความสงสัยและในสื่อออนไลน์ก็มีคนพูดถึงเรื่องนี้เต็มไปหมด

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

"รมว.ยุติธรรม" ยอมรับผลตรวจสารผิดพลาด

"อัจฉริยะ" แจ้งความเอาผิด รมว.ยธ. -เลขา ป.ป.ส. ปมยาเค 11 ตัน

ของกลาง 11.5 ตัน บางส่วนไม่ใช่ยาเค เป็นไตรโซเดียมฟอสเฟต

ป.ป.ส.ยึด "ยาเค" ครั้งใหญ่ที่สุดในไทยกว่า 11.5 ตัน

 

 

 


ดาบตำรวจ สน.แสมดำ ยิงตัวเองเสียชีวิตข้างโรงพัก

Tue, 24 Nov 2020 03:57:00

วันนี้ (24 พ.ย.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน พร้อมด้วยแพทย์นิติเวชโรงพยาบาลศิริราช และพนักงานสอบสวน สน.แสมดำ เข้าตรวจสอบภายในศาลาเอนกประสงค์ข้าง สน.แสมดำ หลังได้รับแจ้งว่า ด.ต.อรรถพล คัสมาธิ อายุ 48 ปี ผู้บังคับหมู่งานป้องกันและปราบปราม สน.แสมดำ ใช้ปืนยิงตัวเองเสียชีวิต ที่เกิดเหตุพบปืนพกและปลอกกระสุนตกอยู่

 

พล.ต.ต.พงศ์อานันต์  คล้ายคลึง ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 9 เปิดเผยว่า ปกติแล้วผู้เสียชีวิตเป็นคนชอบออกกำลังกายและมีนิสัยร่าเริง ก่อนหน้านี้ไม่มีท่าทีบ่งบอกว่ามีความเครียด ซึ่งก่อนเกิดเหตุพบว่าอยู่กับภรรยา จากนั้นเดินมานั่งที่ศาลาคนเดียว พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างสอบสวนพยานแวดล้อมทั้งหมด

 

สำหรับ ด.ต.อรรถพล ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่งานป้องกันปราบปราม ทำหน้าที่สายตรวจและปฏิบัติงานตามปกติเป็นอย่างดี ซึ่งกำลังจะมาเข้าเวรในเวลา 24.00 น. แต่เกิดเหตุดังกล่าวก่อน

 


THE EXIT : สอบโครงการกู้ภัยแล้ง

Mon, 23 Nov 2020 19:02:00

ไทยพีบีเอสลงพื้นที่ร่วมกับกำนันตำบลโพนสูง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี เพื่อตรวจสอบข้อร้องเรียนในโครงการบรรเทาปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วม โดยจุดแรกคือบริเวณที่คาดว่าเป็นโครงการขุดลอกห้วยหนองแสงตอนล่าง บ.โพนสูงใต้ ซึ่งได้รับอนุมัติงบประมาณทั้งหมด 490,000 บาท


บริเวณดังกล่าวยังมีป้ายโครงการซึ่งมีเนื้อหาระบุว่า ในปีงบประมาณ 2559 เคยมีการดำเนินการขุดลอกห้วยหนองแสงไปแล้ว โดยใช้งบประมาณ 250,000 บาท จากโครงการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับตำบล ขุดขยายห้วยกว้าง 21 เมตร ลึกจากดินเดิม 4 เมตร

นายวิรัตน์ ชีพจำเป็น กำนันตำบลโพนสูง ตั้งข้อสังเกตว่า โครงการขุดลอกห้วยหนองแสงตอนล่างซึ่งอนุมัติในปี 2563 ระบุรายละเอียดโครงการว่าให้ขุดปากบนกว้าง 15 เมตร ลึกจากดินเดิม 2.5 เมตร ทั้งที่ปัจจุบันห้วยหนองแสงมีขนาดกว้างและลึกกว่าที่ระบุในโครงการอยู่แล้ว


ที่ผ่านมาชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ยื่นเรื่องร้องเรียนการบริหารงานของอำเภอบ้านดุงไปยังประธานคณะกรรมาธิการ การกฎหมายการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 9 ต.ค.2563 โดยเรื่องแบบของโครงการหลายแห่งใน อ.บ้านดุง ที่ไม่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่จริงเป็นหนึ่งในประเด็นที่ถูกร้องเรียน

บริษัทนอกพื้นที่รับงาน - ไม่ประกวดราคา

การคัดเลือกบริษัทเข้ารับงานเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ถูกร้องเรียน โครงการทั้งหมดที่ดำเนินการใน อ.บ้านดุง เป็นโครงการที่มีมูลค่าไม่เกิน 500,000 บาท ซึ่งในทางกฎหมายเปิดช่องให้สามารถจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีการเฉพาะเจาะจง โดยให้อำนาจหน่วยงานระดับอำเภอเป็นผู้คัดเลือกผู้รับจ้างได้เลย โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนการประกวดราคา หรือ e-bidding


ผู้รับเรื่องร้องเรียนจากชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน อ.บ้านดุง ตรวจสอบพบว่า บริษัทที่ได้รับงานจากอำเภอบ้านดุง ทั้งหมดเป็นบริษัทที่มาจากนอกพื้นที่ ซึ่งเขามองว่า ผิดวิสัยของการรับงานมูลค่าไม่เกิน 500,000 บาท

นายโชคเสมอ คำมุงคุณ เลขานุการรองประธานสภาผู้เเทนราษฎรคนที่ 2 ระบุว่า ปีนี้ ได้ไล่ถามบริษัทที่อยู่ในพื้นที่ ไม่มีบริษัทไหนเลยที่ได้รับจ้าง ส่วนมากเป็นบริษัทข้างนอกอำเภอ นอกจังหวัด บางบริษัทมาจากกรุงเทพมหานคร และนครราชสีมา ซึ่งมันผิดวิสัยของการจะมารับจ้างในระดับ 500,000 บาท

งาน 500,000 บาท จะขนเครื่องจักรมาจากกรุงเทพมหานครเป็นไปได้อย่างไร

จากหลักฐานที่คณะกรรมาธิการฯ ได้รับระบุว่า มีบริษัทบางแห่งเสนอราคาต่ำกว่าราคาที่อ.บ้านดุงทำสัญญากับบริษัทผู้รับจ้างงานกว่าร้อยละ 20 แต่กลับไม่ผ่านการคัดเลือก โดยทีมงานติดต่อขอคำชี้แจงจากนายอำเภอบ้านดุงแต่ไม่ได้รับการตอบรับโดยให้เหตุผลว่าติดภารกิจ

 


จัดซื้อจัดจ้างเฉพาะเจาะจงเอื้อคอรัปชั่น ?

ขณะที่ กลุ่มธรรมาภิบาล เครือข่ายภาคประชาชนต้านทุจริตและคอร์รัปชั่น ซึ่งเป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่ได้รับเรื่องร้องเรียนในโครงการบรรเทาปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วม มองว่า สิ่งที่เป็นปัญหาของโครงการนี้คือการเลือกใช้วิธีจัดซื้อจัดจ้างแบบเฉพาะเจาะจง


นายวิวัฒน์ สมบัติหลาย ประธานกลุ่มธรรมาภิบาล ระบุว่า วิธีการเฉพาะเจาะจงน่าจะเป็นการกำหนดเพื่อเอื้อประโยชน์กับผู้ใดผู้หนึ่งที่ต้องการให้เกิดการวิ่งเต้นขายงานของขบวนการที่เรียกว่า "ขบวนการค้างบประมาณแผ่นดิน" เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นเพื่อเรียกรับผลประโยชน์ ซึ่งมองว่ามีเบื้องหลัง ปีงบประมาณที่ผ่านมาก็เป็นเช่นนี้ ดังนั้น วิธีจัดซื้อจัดจ้างแบบเฉพาะเจาะจง ไม่ควรมีเพราะเป็นวิธีการที่ไม่เหมาะสมและสนับสนุนให้เกิดการทุจริต


ปัจจุบัน คณะกรรมาธิการการกฎหมายการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ได้เรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลแล้วหลายพื้นที่โดยคาดว่า จะมีการลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงภายในเดือน พ.ย.นี้

 

 

 


นักท่องเที่ยวหัวใจวายเสียชีวิตขณะพิชิต "ภูกระดึง"

Mon, 23 Nov 2020 14:43:00

วันนี้ (23 พ.ย.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากอุทยานแห่งชาติภูกระดึง จ.เลย เปิดฤดูกาลท่องเที่ยว เกิดอุบัติเหตุนักท่องเที่ยวที่เดินทางขึ้นไปพิชิตยอดภูกระดึง เกิดเสียชีวิตในระหว่างเดินทาง ทั้งนี้นายสมโภชน์ มณีรัตน์ โฆษกกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ให้สัมภาษณ์ไทยพีบีเอสออนไลน์ว่า ได้รับรายงานว่าเมื่อวานนี้ (22 พ.ย.) มีนักท่องเที่ยวเป็นลมหมดสติในระหว่างเดินภูกระดึง ซึ่งจุดเกิดเหตุเป็นซำกกโดน ได้ประมาณ 300 เมตร ซึ่งหลังเกิดเหตุมีแพทย์ที่เป็นนักท่องเที่ยวได้ติดตามเจ้าหน้าที่ ทีมกู้ภัยอุทยานแห่งชาติ รีบเข้าไปช่วยเหลือทำ CPR จนฟื้นกลับขึ้นมา

นานสมโภชน์ กล่าวว่า  เบื้องต้นพบว่านักท่องเที่ยวเป็นคนไทยอายุ 62 ปี มากับคณะรวม 3 คน จากจ.สมุทรสาคร ได้เดินขึ้นยอดภูกระดึง ตั้งแต่เวลา 10.30 น.เพื่อไปพักค้างแรมบนศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกวางเป็นเวลา 1 คืน แต่ประกอบกับมีโรคประจำตัว และเมื่อเดินทางขึ้นภูกระดึง เกิดเป็นลมหมดสติ และแพทย์วินิจฉัยว่าเกิดจากภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

ตอนนี้จะยังไม่มีการสกรีนนักท่องเที่ยวหรือจำกัดบุคคล หรืออายุคนที่จะขึ้นไปพิชิตภูกระดึง แต่ขอให้นักท่องเที่ยวต้องประเมินความพร้อมทั้งด้านร่างกายและจิตใจก่อนจะเดินทางขึ้นภูกระดึงด้วย 

นายสมโภชน์ ยืนยันว่ากรมอุทยานฯ มีชุดกู้ภัยประจำอุทยานฯและมีการฝึกอบรมการช่วยชีวิต และปั้มหัวใจกับเจ้าหน้าที่ เพื่อใช้การดูแลเจ็บฉุกเฉินแล้ว เมื่อเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้เข้าช่วยเหลือตามขั้นตอน ได้ใช้เครื่อง AED ในการกระตุ้นชีพจรกลับมาได้ นอกจากนี้ จากการสอบถามลูกจ้าง ที่ร่วมเดินทางทราบว่าผู้เสียชีวิตเคยเดินขึ้นภูกระดึงมาแล้ว จึงมีความมั่นใจในสุขภาพของตนเอง  พร้อมกันนี้ยังย้ำว่าการท่องเที่ยวบนยอดภูกระดึง ยังมีจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว เพื่อลดการแออัด และขอให่นักท่องเที่ยวประเมินความพร้อมร่างกายอย่างละเอียดด้วย

 

ไทม์ไลน์นักท่องเที่ยวเสียชีวิต

วันที่ 22 พ.ย.63

 

 

 

 

 


หยุดยาวเดินทางกว่า 10 ล้านคน เกิดอุบัติเหตุ 455 ครั้ง

Mon, 23 Nov 2020 12:13:00

วันนี้ (23 พ.ย.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงคมนาคมสรุปสถานการณ์การเดินทางของประชาชนและอุบัติเหตุ ในช่วงวันหยุดยาวระหว่างวันที่ 18-22 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยการเดินทางไม่มีผู้โดยสารตกค้าง มีผู้ใช้บริการขนส่งสาธารณะกว่า 10.68 ล้านคน มีปริมาณการจราจรเข้า-ออกกรุงเทพฯ กว่า 14.05 ล้านคัน ส่วนใหญ่เป็นรถยนต์ส่วนบุคคลกว่า 13 ล้านคัน

ส่วนสถานการณ์การเกิดอุบัติเหตุบนโครงข่ายของกระทรวงฯ ในช่วง 5 วัน พบว่า มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น 455 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 82 คน บาดเจ็บ 466 คน บริเวณที่เกิดอุบัติเหตุส่วนใหญ่เป็นทางตรง 78.64% สาเหตุเกิดจากการขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนด โดยเกิดที่ จ.ชลบุรี มากที่สุด 27 ครั้ง

สำหรับอุบัติเหตุที่มีรถจักรยานยนต์เกี่ยวข้อง 153 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 47 คน บาดเจ็บ 165 คน โดยเกิดที่ จ.นนทบุรีและลำพูนมากที่สุด จังหวัดละ 11 ครั้ง นอกจากนี้ยังมีอุบัติเหตุบนระบบขนส่งสาธารณะและรถบรรทุกรวม 21 ครั้ง เป็นรถโดยสารสาธารณะ 5 ครั้ง รถบรรทุก 13 ครั้ง รถไฟ 3 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 10 คน บาดเจ็บ 22 คน ทั้งนี้ไม่มีรายงานอุบัติเหตุทางเรือและเครื่องบิน