เร่งตาม "ลูกเขย" ก่อเหตุฆ่าแม่ยายและญาติ จ.หนองบัวลำภู

Mon, 26 Feb 2024 16:45:00

วันนี้ (26 ก.พ.2567) พล.ต.ต.ศักดิ์ดา เหมือนโพธิ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดหนองบัวลำภู (ผบก.ภ.จว.หนองบัวลำภู) ลงพื้นที่บ้านทุ่งโพธิ์ ต.โนนสะอาด อ.ศรีบุญเรือง เพื่อตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ที่นายวทัญญู ผลจันทร์ ชาวจังหวัดบุรีรัมย์ ลูกเขยใช้อาวุธมีดฟันนางกุหลาบ แก่นท้าว แม่ยายจนเสียชีวิตที่ริมถนน และ ยังขับรถชนนางแววตา คล้อยชัยภูมิ ซึ่งเป็นน้องนางกุหลาบ เสียชีวิตเช่นกัน ก่อนขโมยรถจักรยานยนต์ขับหลบหนีไป

ผบก.ภ.จว.หนองบัวลำภู เปิดเผยว่า เป็นการกระทำที่อุกอาจ และ สะเทือนขวัญ จึงได้มอบหมายพนักงานสอบสวน ขออนุญาตศาลจังหวัดหนองบัวลำภู เพื่อออกหมายจับแล้ว ส่วนการติดตามผู้ก่อเหตุ คาดว่า ยังหลบซ่อนอยู่ในพื้นที่ เพราะผู้ก่อเหตุไม่ได้ใส่เสื้อขณะหลบหนี พร้อมได้จัดทีมติดตามผู้ก่อเหตุอย่างใกล้ชิด

ส่วนบรรยากาศงานศพเป็นไปด้วยความโศกเศร้า มีเพื่อนบ้าน และญาติ เดินทางมาแสดงความเสียใจกับครอบครัวตลอดทั้งวัน สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อค่ำวานนี้ (25 ก.พ.2567) ขณะที่ นางฉันทนา แก่นท้าว ได้มีปากเสียงทะเลาะวิวาทกันรุนแรงกับ นายวทัญญู ผลจันทร์ สามี จากนั้น ฝ่ายหญิงได้โทรศัพท์ไปหาแม่ นางกุหลาบ ผู้เป็นแม่ จึงได้เดินมาห้ามปรามทั้ง 2 คน และบอกว่าจะพาลูกสาวไปอยู่ที่อื่น ทำให้ลูกเขยใช้อาวุธมีดทำร้ายจนเสียชีวิต และ ขับรถชนญาติที่พยายามเข้ามาช่วยเหลือเสียชีวิตอีก 1 คน

อ่านข่าวอื่น : 

"ทนายเดชา-หลานอากู๋" เสียใจคู่กรณีครอบครองปรปักษ์เสียชีวิต ยันไม่ได้กดดัน

ระดมเต็มกำลัง! ดับไฟป่าผาดำ อช.ออบหลวง ไหม้ลุกลาม


"ทนายเดชา-หลานอากู๋" เสียใจคู่กรณีครอบครองปรปักษ์เสียชีวิต ยันไม่ได้กดดัน

Mon, 26 Feb 2024 15:45:00

ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ในฐานะทนายความของ "อากู๋" และหลาน แถลงข่าว จากการเสียชีวิตของ 1 ใน 5 ผู้ต้องหาคดีบุกรุกครอบครองปรปักษ์บ้านพักในพื้นที่รามอินทรา ได้เสียชีวิต ภายในบ้าน ถ.เลียบวงแหวนกาญจนา ระบุว่ามีความรู้สึกเสียใจต่อการเสียชีวิตของ 1 ในคู่กรณี ทางอากู๋แจ้งว่า ขออโหสิกรรมให้กับผู้ตาย แต่มีประเด็นที่ทางทนายความของผู้ต้องหาให้สัมภาษณ์สื่อในเชิงใส่ร้ายอากู๋ ใส่ร้ายทนายเดชา ใส่ร้ายสื่อมวลชน ว่าอากู๋และทีมงานทนายเดชา สื่อ ร่วมมือกันใช้สื่อไปกดดันจนผู้ตายต้องจบชีวิตตัวเอง ซึ่งเรื่องนี้ไม่เป็นความจริง

วันนี้ (26 ก.พ.2567) ที่สำนักงานทนายเดชา ทางหลานชายอากู๋ระบุว่า ก่อนอื่นของแสดงความเสียใจกับผู้เสียชีวิตและญาติ เรื่องแบบนี้ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ทางเราพร้อมที่จะรอเจรจาที่ชั้นศาล แต่ไม่คิดว่าจะเปิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นก่อน ทิศทางทนายฝั่งนั้นกล่าวโทษฝั่งเรา ว่าเราพยายามใช้อำนาจสื่อกดดัน ทำให้รู้สึกไม่โอเค

สำหรับตัวผู้เสียชีวิตเคยติดต่อไปทางหลานอากู๋ และได้ส่งข้อความขอโทษ แสดงความจริงใจ เสียใจในการกระทำ ได้บอกกับหลานอากู๋ว่า ถือว่าทำบุญให้คนป่วย

ก่อนเกิดเหตุ ทางครอบครัวอากู๋ได้พูดคุยกันถึงว่า ฝ่ายผู้ต้องหาแจ้งว่าจะดำเนินการไกล่เกลี่ยและถอนฟ้อง แต่เมื่อเช็กก็ยังไม่มีการถอนฟ้อง รู้ว่าทางกลุ่มผู้ต้องหาพยายามติดต่อหลายครั้ง แต่ทางครอบครัวยังติดใจอยู่ เพราะถูกบุกรุกซ้ำซ้อนหลายครั้ง ยอมรับว่ายังโกรธอยู่ แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ ก็จะพูดคุยในครอบครัวกันอีกครั้ง สำหรับพิธีณาปนกิจผู้เสียชีวิต หลานอากู๋ระบุว่า ส่วนตัวคงไม่ไปร่วมงานศพผู้เสียชีวิต เพราะไม่อยากให้รู้สึกแย่ไปกันใหญ่

อ่านข่าว : ผู้ต้องหาคดีครอบครองปรปักษ์บ้าน "อากู๋" ผูกคอเสียชีวิต 

"ทนายเดชา" ย้ำกลุ่มผู้ต้องหายินดีไกล่เกลี่ยทั้งหมด

ความคืบหน้าของคดีขณะนี้ ทนายเดชากล่าวว่า ตอนนี้อัยการนัดผู้ต้องหา 5 คน ไปพบในวันที่ 6 มี.ค.นี้ เวลา 09.00 น. เมื่อผู้ต้องหาเสียชีวิตไป 1 ท่าน สิทธิในการดำเนินคดีอาญากับผู้ตายก็หมดไป หลังจากนี้พนักงานอัยการอาจจะมีคำสั่งออกมา 3 แบบ ทางแรกอาจจะสั่งฟ้องทั้งหมด สองคือสอบเพิ่มเติม และสามสั่งไม่ฟ้อง

ที่ผ่านมา สามีของหนึ่งในผู้ต้องหา และ สามีผู้เสียชีวิต ทั้ง 2 คนเป็นตัวแทนทั้ง 5 คน เข้ามาพูดคุยกับทางทนายเดชาเกี่ยวกับเรื่อง มีความสำนึกผิดในการบุกรุกบ้านอากู๋ ต้องการแสดงความรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมด แล้วก็ติดต่อไปยังอากู๋ ต้องการไปกราบขอโทษอากู๋ แต่ทางอากู๋ยังมีความขุ่นเคืองอยู่บ้าง ตอนนี้ก็อยู่ในกระบวนการไกล่เกลี่ยทั้งหมด

"ทนายเดชา" มองร้องเรียนสื่อเป็นเรื่องปกติ 

ทนายเดชามองว่าสื่อมวลชนเหมือนกระบอกเสียงของประชาชน เพราะคดีความทุกวันนี้ ประชาชนไปแจ้งความแล้วไม่มีความคืบหน้า พร้อมยกตัวอย่างถ้าคดีนี้ถ้าไม่มีนักข่าว เขาคงไม่ได้บ้านคืน ส่วนที่นักข่าวไปกดดันจนเขาฆ่าตัวตาย คงไม่ใช่ แต่อยู่ที่ทนายความของเขา มีส่วนเกี่ยวข้องมากกว่าไหมที่ไปยุยงให้เขาสู้คดี ทั้งๆ ที่หลักฐาน พยานทุกอย่างก็เห็นกันหมดแล้ว

การที่ทนายความคู่กรณีพูดแบบนี้ ถือว่าไม่มีความรับผิดชอบ

นอกจากนี้ยังย้ำว่า การนำเสนอความของสื่อมวลชนเป็นการนำเสนอข่าวที่ปกติ นักข่าวไม่ได้ไปบีบคั้นให้ผู้ก่อเหตุถึงแก่ความตาย

ฟาดกลับเป็น "ทนายความ" ต้องมีคุณธรรม

ทนายเดชาถามกลับทนายความฝั่งคู่กรณีว่า ที่เขาต้องจบชีวิตตัวเองนั้นเป็นเพราะการยุแยงของตัวเองหรือไม่ การที่เขาบุกรุกเข้าบ้านเป็นครั้งที่ 2 เอาป้ายที่มีข้อความว่าบ้านนี้เป็นบ้านของ 1 ในผู้ต้องหามาติด แบบนี้ถือว่าเป็นทนายที่มีคุณธรรมหรือไม่

วันนี้ลูกความคุณตาย เพราะตัวคุณเองหรือเพราะสื่อ เพราะคุณเป็นคนแนะนำให้เขาบุกรุกครั้งที่ 2 ใช่ไหม

เพราะทนายความชุดแรกก็เจรจาไกล่เกลี่ยจนจะจบอยู่แล้ว ทนายคนเดิมก็ไม่ได้ให้ผู้ต้องหาบุกรุกเข้าไปแล้ว แต่วันดีคืนดีก็ไปเปลี่ยนทนายความคนใหม่ ตนเองได้คุยกับกลุ่มผู้เสียหาย เขาก็บอกว่าเขาเชื่อทนายความคนใหม่ ฝากถึงทนายความว่า คุณธรรมต้องนำกฎหมาย ส่วนสื่อมวลชนเองก็ทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงอยู่แล้ว ไม่ใช่เครื่องมืออะไรของตนเอง การไปบุกรุกหรือแย่งบ้านคนอื่น เป็นสิ่งไม่ควรทำ เรื่องนี้เป็นประเด็นสาธารณะ ถ้าวันนี้มีทนายความที่ไม่มีคุณธรรมไปแนะนำให้ไปยึดบ้านคนอื่น ก็จะเกิดความไม่สงบในบ้านเมือง

ฝากทนายความคู่กรณี เราเป็นทนายความควรประนีประนอมให้ดีที่สุด ไม่ใช่ให้ลูกความมีคดีความเพิ่ม ลูกความเสียไปแล้วท่านหนึ่ง ก็ยังจะไม่จบ เป็นทนายที่ดีหรือไม่ ควรทบทวนตัวเอง เข้าวัดเข้าวาบ้าง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง  :

คุมตัว 5 ผู้ต้องหา "ครอบครองปรปักษ์" ส่งพนักงานอัยการ 


ไล่ออกตำรวจชะอวด แทงชาวบ้านตาย 1 เจ็บ 1

Mon, 26 Feb 2024 15:03:00

วันนี้ (26 ก.พ.2567) ความคืบหน้าจากคดี ส.ต.อ.ชวนิล หรือ "หมู่อาร์ม" ผู้บังคับหมู่งานปราบปราม สภ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ก่อเหตุถีบรถและไล่แทงชาวบ้าน เสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บสาหัส 

อ่านข่าว : ตร.ชะอวด ใช้มีดแทงชาวบ้านเสียชีวิต 1 เจ็บสาหัส 1 คน

โดยช่วงเย็นวานนี้ (25 ก.พ.2567) พล.ต.ต.สมชาย ซื่อต่อตระกูล ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช และ พ.ต.อ.สมพร นิติภักดิ์ ผกก.สภ.ชะอวด เข้าเยี่ยม น.ส.ประภา ที่รักษาตัวอยู่ที่ โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช และเดินทางไปร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลศพ น.ส.วิจิตรา ผู้เสียชีวิต โดยทั้งสองคนได้เข้าแสดงความเสียใจกับการสูญเสียครั้งนี้ พร้อมทั้งขอโทษเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากการกระทำของผู้ใต้บังคับบัญชา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีการออกเอกสารข่าว ถึงการดำเนินกับ ส.ต.อ.ชวนิล ผู้ต้องหารายนี้ ความว่าหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัว จับกุม พร้อมตรวจสารเสพติด เบื้องต้นมีผลเป็นลบ ไม่พบสารเสพติดในปัสสาวะ

พร้อมกับได้แจ้งข้อหา ฆ่าผู้อื่น, พยายามฆ่าผู้อื่น ตามคดีอาญาที่ 1127/2567 ลงวันที่ 25 ก.พ.2567 เรียบร้อยแล้ว ขณะเดียวกันได้มีการลงนาม คำสั่งไล่ออกจากราชการตำรวจนายนี้แล้ว

อ่านข่าวอื่นๆ : 

ไทม์ไลน์ "ฆาตกรรมชายไต้หวัน" ตร.เชื่อเพื่อนร่วมชาติวางแผนก่อคดี

ผู้ต้องหาคดีครอบครองปรปักษ์บ้าน "อากู๋" ผูกคอเสียชีวิต

ตำรวจ ทลายบ่อนลับ ย่านหนองจอก จับ 45 นักพนัน


ไทม์ไลน์ "ฆาตกรรมชายไต้หวัน" ตร.เชื่อเพื่อนร่วมชาติวางแผนก่อคดี

Mon, 26 Feb 2024 12:51:18

วันนี้ (26 ก.พ.2567) เพียงไม่กี่ชั่วโมงที่กลุ่มผู้ต้องสงสัยบินเข้ามา ก็ได้พุ่งเป้าไปที่บ้านที่เกิดเหตุ ทั้งลงมือสังหาร เอาศพไปทิ้งอำพราง และ หลบหนีออกไปทางพรมแดน จ.สระแก้ว และยังพบความพยายามทำลายหลักฐานในที่เกิดเหตุ

ย้อนไทม์ไลน์ก่อนเกิดเหตุฆาตกรรมชายชาวไต้หวัน

24 ก.พ.2567 พบว่า ผู้เสียชีวิต ขโมยรถยนต์โตโยตา ยาริส สีขาว มาจากพัทยา จ.ชลบุรี โดยมีผู้เสียหายไปแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองพัทยา รถคันนี้ถูกใช้งานขับวนในพัทยา จนกระทั่งถูกนำมาจอดบริเวณ ถ.รัชดาภิเษก กทม. ช่วง 00.10 น. ของวันที่ 25 ก.พ.

ราว 02.00 น. ผู้เสียชีวิตขี่จักรยานยนต์คันหนึ่ง เข้ามาที่บ้านย่านลาดปลาเค้า เขตลาดพร้าว ซึ่งเป็นที่เกิดเหตุ และมีรายงานว่าเป็นบ้านของหญิงที่มีความสัมพันธ์กัน มีรายงานว่า ช่วง 02.00น. เป็นช่วงเวลาที่กลุ่มผู้ก่อเหตุจำนวน 3 คน บินเข้ามาถึงประเทศไทย และ วงจรปิดพบว่า เวลา 03.12 น. ผู้ก่อเหตุนั่งแท็กซี่เข้ามาที่บ้าน หลังดังกล่าว

จากนั้นช่วงหลัง 03.00 น. มีรายงานว่ามีเสียงดังคล้ายปืนเกิดขึ้น 1 ครั้ง และ อีกราวๆ 30 นาที ดังขึ้นอีก 1 ครั้ง และช่วง 04.51 น. รถเก๋งสีแดงคันหนึ่งถูกขับออกจากหมู่บ้าน

การตรวจสอบพบว่า รถคันนี้ ไปปรากฏอยู่ที่ย่านบางพลี ช่วง 07.30 น. ขับเข้าไปในซอย ที่อยู่ห่างจากถนนเลียบมอเตอร์เวย์ ราว 3 กม. ใกล้อาคารกำจัดขยะท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ คาดว่าเป็น การนำศพมาทิ้ง โดยได้แวะซื้อสิ่งของที่บริเวณร้านสะดวกซื้อ

และช่วง 13.00 น. พบรถตู้คันหนึ่ง ขับพากลุ่มผู้ต้องสงสัย ที่มีชาวไต้หวันเพศชาย 4 คน หญิงไทย 1 คน เดินทางออกประเทศทางด่านคลองลึก จ.สระแก้ว ไปยังกัมพูชา จากการตรวจสอบคาดว่า 5 คนนี้ เข้ามาหาผู้เสียชีวิตโดยเฉพาะ สำหรับผู้เสียชีวิต พบมีประวัติคดีอาชญากรรม ข้อหาปล้นและครอบครองอาวุธปืน ที่ไต้หวัน

รถที่คาดว่าใช้ในการเคลื่อนย้ายศพ ถูกจอดทิ้งไว้ที่ท้ายซอยใกล้เลียบมอเตอร์เวย์พบหลักฐาน เช่น น้ำยาทำความสะอาด ผ้าเปื้อนเลือด กล่องบรรจุปืน สอดคล้องกับการตรวจค้นบ้านต้องสงสัย ย่านลาดปลาเค้า ที่คาดเป็นจุดฆาตกรรม และมีหญิงไทยเป็นเจ้าของ พบร่องรอยการใช้สารเคมีทำความสะอาดและทำลายหลักฐาน และพบยาเคตามีน อีก 500 กรัม

อ่าน : ค้นบ้านต้องสงสัยคดียิงหนุ่มไต้หวัน คาดก่อเหตุ 5 คน หนีออกนอกประเทศแล้ว

คดีนี้ ตำรวจชุดสืบสวน ทำงานร่วมกัน ทั้งจากสถานีตำรวจภูธรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และ ตำรวจนครบาลโคกคราม ซึ่งได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เช่น การเข้า-ออกบ้านของผู้เสียชีวิต บุคคลที่คาดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องอีกประมาณ 5 คน ที่มีการนำกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่มาด้วย รวมทั้งการได้ยินเสียงคล้ายปืนหลายนัด

ช่วงสายที่ผ่านมา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ เรียกประชุมตำรวจชุดคลี่คลายคดี ต่อเนื่อง และยืนยันว่า หญิงที่เช่าบ้านที่เกิดเหตุ เป็นแฟนสาวคนล่าสุดของผู้เสียชีวิต ตำรวจ พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ดูคาติ สีแดง ในที่เกิดเหตุ สอดคล้องกับภาพวงจรปิดที่พบก่อนหน้า จึงทำให้เชื่อได้ว่า ผู้เสียชีวิต ได้เดินทางมาที่บ้านหลังนี้ ก่อนถูกยิงเสียชีวิต

อ่าน : เร่งพิสูจน์ทราบชาวเอเชียถูกยิง พบศพในท้องที่ สภ.สุวรรณภูมิ


ผู้ต้องหาคดีครอบครองปรปักษ์บ้าน "อากู๋" ผูกคอเสียชีวิต

Mon, 26 Feb 2024 11:32:00

วันนี้ (26 ก.พ.2567) ผู้สื่อข่าวรายงาน หญิงสาวหนึ่งในผู้ต้องหา ที่ถูกแจ้งความในคดีครอบครองบ้านปรปักษ์บ้านพักในพื้นที่รามอินทรา ได้ผูกคอเสียชีวิต ภายในบ้าน ถ.เลียบวงแหวนกาญจนา 

ขณะที่ ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ เจ้าของเพจทนายคลายทุกข์ โพสต์ข้อความระบุว่า "ผมได้แจ้งให้อากู๋ทราบแล้วอากู๋ถึงกับช็อคและขอแสดงความเสียใจกับการเสียชีวิต ของผู้บุกรุก และขออโหสิกรรม"

อ่านข่าว : คุมตัว 5 ผู้ต้องหา "ครอบครองปรปักษ์" ส่งพนักงานอัยการ

เจ้าหน้าที่ พิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เข้าร่วมตรวจสอบในจุดเกิดเหตุ ซึ่งที่เกิดเหตุเป็นลักษณะบ้านเดี่ยวสองชั้นในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง พบร่างผู้เสียชีวิตนอนเสียชีวิตอยู่บนพื้นห้องนอนชั้น 2

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า สาเหตุของการเสียชีวิตน่าจะมาจากการผูกคอโดยใช้ผ้าขนหนู และไม่พบร่องรอยการต่อสู้ ซึ่งคาดว่า จะเสียชีวิตมาไม่เกิน 3-4 ชั่วโมง และไม่พบหลักฐานอะไรที่เป็นลักษณะของการสั่งเสีย

จากนั้น กู้ภัยได้นำร่างของผู้เสียชีวิต พร้อมกับญาติของผู้เสียชีวิต มาที่ สน.คันนายาว เพื่อดำเนินการในเรื่องเอกสาร ก่อนจะส่งร่างไปชันสูตรที่นิติเวช รพ.ตำรวจ

หนึ่งในญาติของผู้เสียชีวิต ที่เดินทางมายัง สน.คันนายาว เปิดเผยว่า ส่วนตัวไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น และไม่ทราบว่ามีปัญหาเรื่องสุขภาพหรือไม่ ไม่ทราบและไม่รู้ว่าถูกกดดัน จากการที่เป็นข่าวหรือไม่

สำหรับคดีนี้ เมื่อวันที่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน สน.โคกคราม นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดรวม 6 คน มาส่งสำนวนอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญามีนบุรี 1 หลังมีความเห็นสั่งฟ้องในข้อหาบุกรุกทำให้เสียทรัพย์และลักทรัพย์ ซึ่งอัยการนัดฟังคำสั่งวันที่ 6 มี.ค.นี้

อ่านข่าวอื่นๆ : 

ค้นบ้านต้องสงสัยคดียิงหนุ่มไต้หวัน คาดก่อเหตุ 5 คน หนีออกนอกประเทศแล้ว

ตำรวจ ทลายบ่อนลับ ย่านหนองจอก จับ 45 นักพนัน


ค้นบ้านต้องสงสัยคดียิงหนุ่มไต้หวัน คาดก่อเหตุ 5 คน หนีออกนอกประเทศแล้ว

Mon, 26 Feb 2024 06:32:00

วันนี้ (26 ก.พ.2567) ความคืบหน้าคดีชายชาวต่างชาติที่ถูกยิงเสียชีวิต นำร่างทิ้งในร้านอาหารที่เลิกกิจการไปแล้ว ซึ่งตั้งอยู่ริมถนน ภายใน ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ล่าสุด ตำรวจพบเบาะแสผู้เสียชีวิตแล้ว เบื้องต้น เป็นชาวไต้หวัน 

อ่านข่าว : เร่งพิสูจน์ทราบชาวเอเชียถูกยิง พบศพในท้องที่ สภ.สุวรรณภูมิ

ล่าสุดเมื่อกลางดึกที่ผ่านมาตำรวจและเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจค้นบ้านต้องสงสัย ย่านลาดปลาเค้า ว่าจะเป็นจุดเกิดเหตุที่ชายชาวไต้หวันถูกยิงเสียชีวิต เบื้องต้นพบเคตามีน 500 กรัม และร่องรอยการทำลายหลักฐานภายในบ้านหลังนี้ ตำรวจเตรียมขยายผลจับกุมผู้ต้องสงสัยอย่างน้อย 5 คน

ตำรวจสันนิษฐานว่าบ้านหลังนี้อาจจะเป็นจุดเกิดเหตุ จึงประสานตำรวจนครบาลโคกครามและเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เข้าไปตรวจสอบ

พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ

พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ

ด้าน พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบภายในบ้านหลังนี้ พบ เคตามีน 500 กรัม และพบร่องรอยการพยายามใช้สารเคมีทำลายหลักฐาน ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบและเชื่อมโยงพยานหลักฐานต่างๆ ที่พบ ว่าผู้ก่อเหตุได้มีการวางแผนฆาตกรรมมาก่อนหรือไม่

เพื่อนบ้านผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า เมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. ของวันที่ 25 ก.พ.ที่ผ่านมา เห็นเจ้าของบ้านซึ่งเป็นหญิงชาวไทยได้ขับรถยนต์เข้ามาจอดหน้าบ้าน

จากนั้นผู้เสียชีวิตที่เป็นชายไต้หวันได้ขี่รถจักรยานยนต์ตามมา ก่อนที่ทั้ง 2 คนจะเข้าไปภายในบ้าน และถัดมาไม่นานได้มีชายอีก 2 คน ขับรถยนต์ตามมา พร้อมกับลากกระเป๋าเดินทางขนาดประมาณ 16 นิ้ว เข้าไปภายในบ้าน

ซึ่งระหว่างนี้เพื่อนบ้าน เห็นชายกลุ่มนี้เดินเข้าออกบ้านตลอดเวลา โดยมีการพูดคุยกันด้วยภาษาจีน

กระทั่งเวลาประมาณ 03.00 น. เพื่อนบ้านได้ยินเสียงดังคล้ายปืน 1 นัด ถัดมาอีก 15 นาที ได้ยินเสียงคล้ายปืนดังขึ้นมาอีก 1 นัด

สำหรับคดีนี้ ตำรวจพบบุคคลต้องสงสัยอย่างน้อย 5 คน ซึ่งทั้งหมดตรวจสอบข้อมูลแล้วพบว่าได้เดินทางหลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว

ส่วนผู้เสียชีวิต พบว่ามีหมายจับที่ประเทศไต้หวัน ในคดีปล้นและครอบครองอาวุธปืน ซึ่งหลังจากนี้ตำรวจจะขยายผลต่อว่า ทั้งกลุ่มผู้ต้องสงสัยและผู้เสียชีวิต มีเกี่ยวข้องกับแก๊งยากูซาหรือมาเฟียต่างประเทศหรือไม่

พล.ต.ท.จิรสันต์ แก้วแสงเอก ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 1 เปิดเผยว่า ตำรวจอยู่ระหว่างเร่งสืบสวนว่า ผู้ตายเป็นใคร มาจากไหน รวมทั้ง สืบหารถต้องสงสัย ที่เป็นยานพาหนะนำผู้ตายมาที่นี่

ส่วนประเด็น การถูกสังหารจากที่อื่นแล้วนำศพมาทิ้ง หรือ สังหาร ขณะนี้ ยังไม่สามารถระบุได้ ต้องให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน พิสูจน์ให้แน่ชัด ส่วนประเด็นการสังหาร ตำรวจก็ยังไม่สามารถสรุปได้ แต่น่าจะมาจากปัญหาความไม่พอใจระหว่างผู้ก่อเหตุกับผู้เสียชีวิต คาดว่าใช้เวลาไม่นานคงจะทราบที่มาแห่งคดี

ทั้งนี้ตำรวจชุดคลี่คลายคดี ได้ตรวจสอบร้านสักแห่งหนึ่งที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เพื่อหาเบาะแส หลังมีข้อมูลยืนยันจาก ช่างสักรายหนึ่งว่า ผู้เสียชีวิตเป็นลูกค้าชาวไต้หวัน ที่มาให้สักลวดลายบนตัว โดยครั้งล่าสุด มาสักลายเพิ่ม เมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมาเนื่องจาก จำรอยสักได้

นอกจากนี้ ตำรวจก็ยังเร่งติดตาม รถเก๋งสีแดง ต้องสงสัย ที่เชื่อว่าเป็นยานพาหนะที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ เนื่องจาก เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ของ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พบเห็นในบริเวณที่เกิดเหตุ ก่อนจะมีการพบศพหลังจากนั้นไม่นาน

อ่านข่าวอื่นๆ : 

ชายถูกหลอกโอนเงินแลกทอง เจอเพจ ตร.ปลอมซ้ำ สูญ 7.9 หมื่น


ตำรวจทลายบ่อนลับ ย่านหนองจอกจับ 45 นักพนัน

Mon, 26 Feb 2024 06:06:00

วันนี้ (26 ก.พ.2567) ตำรวจ 191 พร้อมตำรวจ สน.หนองจอก นำกำลังเข้า ตรวจค้นอาคารชั้นเดียว ล้อมรั้วมิดชิดในซอยประชาสัมพันธ์ 1 เขตหนองจอก กรุงเทพฯ หลังสืบสวนพบว่า สถานที่แห่งนี้มีการลักลอบเปิดให้เล่นการพนัน

จากการเข้าตรวจค้นพบเป็นอาคารชั้นเดียว มีประตูเข้าออกทางเดียว ภายในได้แบ่งห้องไว้สำหรับเล่นพนัน ห้องน้ำแยกชายหญิง และห้องสำหรับสูบบุหรี่ พร้อมยึดของกลาง เป็นลูกเต๋า 460 ลูก, แปลนตารางหมายเลข จำนวน 1 แผ่น, ฝากระติ๊บข้าว 12 อัน, จาน 9 ใบ, เงินสด 14,890 บาท และอุปกรณ์การเล่นพนันอื่น ๆ

จับกุมนักพนัน 45 คน เป็นชาย 19 คน หญิง 26 คน ซึ่งในจำนวนนี้พบหญิงอายุ 22 ปี เป็นเจ้ามือที่จัดให้มีการละเล่นพนัน โดยเช่าสถานที่แห่งนี้เปิดเป็นบ่อนพนันเมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมา ก่อนจะถูกจับกุม ซึ่งตำรวจอยู่ระหว่างขยายผลว่าเจ้าของสถานที่มีส่วนรู้เห็นด้วยหรือไม่

สำหรับผู้ต้องหาทั้ง 45 คน เบื้องต้นถูกดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันลักลอบเล่นการพนัน , พนันเอาทรัพย์สินกันโดยผิดกฎหมาย ส่วนเจ้ามือถูกดำเนินคดีในข้อหาจัดให้มีการเล่นการพนันโดยไม่ได้รับอนุญาต

ซึ่งในชั้นจับกุมผู้ต้องหาทั้ง หมดให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ก่อนจะถูกควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.หนองจอก เพื่อดำเนินคดีต่อไป

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ชายถูกหลอกโอนเงินแลกทอง เจอเพจ ตร.ปลอมซ้ำ สูญ 7.9 หมื่น

ตร.เตือน 5 ลิงก์มิจฉาชีพ ห้าม “กด-กรอก-ติดตั้ง”


ชายถูกหลอกโอนเงินแลกทอง เจอเพจ ตร.ปลอมซ้ำ สูญ 7.9 หมื่น

Sun, 25 Feb 2024 16:59:00

จากกรณีเมื่อคืนที่ผ่านมา (24 ก.พ.2567) ศูนย์วิทยุสถานีตำรวจภูธรจังหวัดตราด ได้รับแจ้งมีผู้มิจฉาชีพหลอกอยู่หน้าตู้เอทีเอ็มธนาคารแห่งหนึ่ง ต่อมาตำรวจชุดสายตรวจ สภ.เมืองตราด รุดไปตรวจสอบพบนายไพฑูรย์ อายุ 66 ปี อดีตทหารบกฝ่ายสื่อสาร กำลังฝากเงินสดอยู่ และมีเงินสดจำนวน 130,000 บาท โดยตำรวจ ภรรยาของนายไพฑูรย์ และเพื่อนบ้าน ต่างห้ามไม่ให้ชายคนดังกล่าวโอนเงินให้มิจจาชีพ

วันนี้ (25 ก.พ.2567) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านพักของนายไพฑูรย์ ในพื้นที่ ต.วังกระแจะ อ.เมือง จ.ตราด พบว่า นายไพฑูรย์ พร้อมภรรยา และเพื่อนบ้าน กำลังพูดคุยถึงเหตุการณ์ดังกล่าว หลังเดินทางเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองตราด

ผู้เสียหายเล่าว่า ตนพบเพจขายสลากกินแบ่งฯ จึงกดเข้าไป ต่อมาทางเพจแจ้งว่า ได้รับรางวัลเป็นทองคำหนัก 5 บาท แต่ต้องเสียภาษีและค่าบริการ จึงได้ทำตามขั้นตอนที่เพจแจ้ง และเสียเงินไป 20,000-30,000 บาท แต่ไม่ได้เงินคืน จึงรู้ว่าถูกหลอก

จากนั้นผู้เสียหาย ได้ทักเฟซบุ๊กเพื่อแจ้งความกับเพจศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ โดยเพจอ้างเป็นนายตำรวจและทีมงานของศูนย์ฯ ในการติดตามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และเว็บพนัน จะติดตามทวงเงินที่โอนไปให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์กลับคืนมา พร้อมให้นายไพฑูรย์ส่งเอกสารหลักฐาน ทั้งสำเนาบัตรประชาชน บัญชีธนาคาร พร้อมเงินค่าบริการไปให้ทางเพจ

เมื่อส่งเอกสารหลักฐานและเงินค่าบริการแล้ว ทางเพจยังให้โอนเงินเพิ่มเติม อ้างว่าเพื่อกระตุ้นให้เงินกลับมา ผู้เสียหายจึงโอนเงินไปอีก 2-3 ครั้ง ครั้งละ 10,000-20,000 บาท แต่ก็ไม่ได้เงินคืน

กระทั่งเพจให้โอนเงินทั้งหมดอีก 190,000 บาท อ้างว่าจะได้เงินคืนทั้งหมด 340,000 บาท แต่ต้องโอนภายใน 21.00 น. วานนี้ (24 ก.พ.) จึงนำทองไปขายได้เงินเกือบ 200,000 บาท และตั้งใจนำเงินไปเข้าบัญชีที่ตู้เอทีเอ็มเพื่อโอนให้เพจดังกล่าว กระทั่งภรรยา ญาติ และเพื่อนบ้าน พร้อมตำรวจเข้ามาห้ามไว้ได้ก่อน สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าว นายไพฑูรย์สูญเงินไปทั้งหมด 79,000 บาท

ขอให้เป็นอุทาหรณ์เตือนใจสังคมว่า อย่าหลงเชื่อใครง่าย ๆ ไม่มีของฟรี มีแต่หลอกลวง ขอบคุณครอบครัว และทุก ๆ คนที่ช่วยเหลือได้ทัน ก่อนจะหมดเงินกว่านี้

ด้านภรรยาของนายไพฑูรย์ กล่าวว่า เพื่อนบ้านโทรศัพท์มาบอกว่า นายไพฑูรย์ได้โทรไปยืมเงิน ตนจึงแปลกใจและติดตามจนไปพบนายไพฑูรย์กำลังนำเงินสดเข้าบัญชี เพื่อจะโอนเงินให้มิจฉาชีพ จึงช่วยกันห้ามไว้ได้ทัน พร้อมให้กำลังใจสามีว่า เงินถูกหลอกไปแล้วก็แล้วไป ขอให้เริ่มต้นใหม่

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง ตร.เตือน 5 ลิงก์มิจฉาชีพ ห้าม “กด-กรอก-ติดตั้ง” 


ศาลไม่ให้ประกันตัว "ตะวัน-แฟรงค์" ชี้อยู่ในการดูแลของแพทย์

Sun, 25 Feb 2024 16:29:00

วันนี้ (25 ก.พ.2567) ศาลอาญานัดฟังคำสั่งคำร้องขอประกันตัว น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ และนายณัฐนนท์ ไชยมหาบุตร ผู้กระทำความผิดในคดีตามประมวลกฎหมายอาญา ม.116 ดูหมิ่นเจ้าพนักงานขณะปฎิบัติหน้าที่ หลังบีบแตรรถยนต์ระหว่างขบวนเสด็จ ตามคำร้องของครอบครัวผู้ถูกคุมขังทั้ง 2 คน

ประกอบความเห็นของแพทย์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ซึ่งตรวจรักษา น.ส.ทานตะวัน ผู้ต้องหาที่ 1 พบว่าเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ ด้วยภาวะทุพโภชนาการ และระดับเกลือแร่ในเลือดผิดปกติ ผู้ป่วยปฏิเสธการให้สารน้ำและยาทางหลอดเลือดดำ เห็นสมควรเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล ตั้งแต่วันที่ 22 ก.พ.2567 ถึงปัจจุบัน ให้ผู้ป่วยได้รับสารน้ำและเกลือแร่อย่างเพียงพอ พร้อมตรวจติดตามสังเกตอาการและตรวจติดตามผลเลือดเป็นระยะ

ส่วนแพทย์ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ได้ตรวจร่างกายของนายณัฐนนท์ ผู้ต้องหาที่ 2 มีความเห็นว่า ตั้งแต่วันที่ 16 ก.พ.2567 เข้ารับการรักษาตัวด้วยอาการปวดท้อง อ่อนเพลีย 3 วัน เนื่องจากอดอาหารจากความประสงค์ของผู้ป่วยเอง แพทย์เห็นว่าปัจจุบันยังนอนพักภายในทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ เพื่อสังเกตอาการใกล้ชิด ผู้ป่วยปฏิเสธการรับยา ปฏิเสธรับสารน้ำทางหลอดเลือด ปฏิเสธการรักษาทางการฉีดยาน้ำเกลือ

ศาลพิจารณายกคำร้อง โดยให้เหตุผลว่าทั้งคู่อยู่ในความดูแลของแพทย์ของโรงพยาบาลราชทัณฑ์ และโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ โดยผู้ป่วยปฎิเสธการรักษา และพิเคราะห์ว่า การอดอาหารดังกล่าวเป็นการเคลื่อนไหวทางการเมือง ไม่ใช่การป่วย ประกอบกับพนักงานสอบสวนยังมีความเห็นต้องดำเนินการสอบพยานอีก 5 ปาก และต้องตรวจสอบประวัติอาชญากรรมเพิ่มเติม จึงมีข้อวินิจฉัยให้ยกคำร้องและไม่มีเหตุให้เปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม และได้รับฝากขังในผัดที่ 2 ต่ออีก 12 วันถึงวันที่ 8 มี.ค.นี้

นายนภสินธุ์ ตรีรยาภิวัฒน์ หรือ สายน้ำ

นายนภสินธุ์ ตรีรยาภิวัฒน์ หรือ สายน้ำ

ภายหลังศาลยกคำร้องขอประกันตัว นายนภสินธุ์ ตรีรยาภิวัฒน์ หรือ สายน้ำ เพื่อนของ น.ส.ทานตะวัน และนายณัฐนนท์ เป็นตัวแทนของครอบครัวออกมาเปิดเผยว่า ทั้ง 2 คนควรได้รับการประกันตัว เพราะยังไม่สามารถไปคุกคามใครได้ อีกทั้งกรณีขัดขวางขบวนเสด็จที่เกิดขึ้น ทั้ง 2 ได้ออกมาขอโทษแล้วที่ สน.ปทุมวัน ก่อนถูกคุมตัวดำเนินคดี และยังอ้างว่า น.ส.ทานตะวัน และนายณัฐนนท์ ไม่ได้รับการรักษาตามที่โรงพยาบาลกล่าวอ้าง

ด้านนายสมหมาย ตัวตุลานนท์ พ่อของ น.ส.ทานตะวัน ไม่ขอให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนหลังจากศาลยกคำร้อง โดยระบุเพียงว่าจะแจ้งให้ทราบภายหลังหากจะดำเนินการส่งคำร้องขอประกันตัวในผัดที่ 3 ต่อไป

ส่วนบรรยากาศที่หน้าศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก พบว่ามีกลุ่มเพื่อนและมวลชนจำนวนหนึ่ง เดินทางมาให้กำลังใจครอบครัวของทั้ง 2 คน โดยนำดอกทานตะวันมาเป็นสัญลักษณ์ในการให้กำลังใจ

อ่านข่าวอื่นๆ

ตร.เตือน 5 ลิงก์มิจฉาชีพ ห้าม “กด-กรอก-ติดตั้ง”

รวบหัวหน้าทีมค้าอสุจิส่ง "ลาว-กัมพูชา" เครือข่ายอุ้มบุญข้ามชาติ

กทพ.ปรับขึ้นค่าทางด่วน "ฉลองรัช-บูรพาวิถี" 5 บาท มีผล 1 มี.ค.นี้


ตร.เตือน 5 ลิงก์มิจฉาชีพ ห้าม “กด-กรอก-ติดตั้ง”

Sun, 25 Feb 2024 14:25:00

วันนี้ (25 ก.พ.2567) พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ปัจจุบันกลุ่มมิจฉาชีพพัฒนารูปแบบในการหลอกลวงประชาชนอยู่เสมอ โดยนำหลักจิตวิทยา “รัก โลภ ตกใจ เชื่อใจ” มาปรับใช้หลอกล่อให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ และมักพบว่ากลุ่มมิจฉาชีพจะนำลิงก์รูปแบบต่าง ๆ มาใช้เป็นเครื่องมือ หากผู้เสียหายหลงเชื่อกดลิงก์แล้วกรอกข้อมูล หรือติดตั้งแอปพลิเคชันจากลิงก์ดังกล่าว จะตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ

5 รูปแบบลิงก์ลวงกด

“ลิงก์ดูดเงิน” คือ ลิงก์ที่หลอกให้ผู้เสียหายกรอกข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมทางการเงิน หรือติดตั้งแอปพลิเคชันเพื่อทำธุรกรรมถอนเงินจากบัญชีของผู้เสียหาย เช่น หลอกให้กรอกข้อมูลบัญชีอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง หลอกให้กรอกข้อมูลบัตรเครดิต หลอกให้ติดตั้งแอปพลิเคชันควบคุมเครื่องระยะไกล

ส่วนใหญ่เป็นเครื่องมือหลักของแก๊งคอลเซนเตอร์ ที่อาจอ้างหน่วยงานราชการต่าง ๆ สร้างเนื้อหาให้ผู้เสียหายตกใจ โลภ เชื่อใจ แล้วหลงเชื่อ เช่น มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องผิดกฎหมาย, ได้รับเงินคืนจากกรณีต่าง ๆ (มิเตอร์ไฟฟ้า, เงินบำเหน็จบำนาญ, คืนภาษี) เป็นผู้โชคดีจากแคมเปญหรือเทศกาลได้รับเงิน ของขวัญ

“ลิงก์หลอกให้กรอกข้อมูลส่วนบุคคล” คือ ลิงก์ที่นำไปสู่เว็บไซต์ปลอมที่มีรูปแบบคล้ายกับเว็บไซต์ของผู้ให้บริการต่าง ๆ หากหลงเชื่อกรอกข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลบัญชีผู้ใช้ หรือรหัสผ่าน กลุ่มมิจฉาชีพก็จะนำข้อมูลที่ได้ไปใช้เพื่อแสวงหาประโยชน์ในรูปแบบต่าง ๆ

“ลิงก์หลอกลงทุน” คือ ลิงก์ที่นำไปสู่เว็บไซต์หรือติดตั้งแอปพลิเคชันลงทุนปลอม หลอกล่อให้ผู้เสียหายลงทุนในสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง โดยอ้างว่าลงทุนแล้วได้กำไรมากในระยะเวลาสั้น ๆ มีการนำภาพนักธุรกิจหรือองค์กรธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมาประกอบเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ

“ลิงก์เว็บพนัน” คือ ลิงก์ที่นำไปสู่เว็บไซต์การพนันออนไลน์ ซึ่งจะมีทั้งเว็บไซต์การพนันออนไลน์จริง ๆ และเว็บไซต์การพนันออนไลน์ปลอม อาจมีโปรโมชันหลอกล่อให้หลงเข้าไปเล่นการพนัน หากผู้เสียหายหลงเชื่อเข้าเล่นเว็บพนัน นอกจากจะเสียทรัพย์สินแล้ว ยังเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย

“ลิงก์เงินกู้ปลอม หรือผิดกฎหมาย” คือ ลิงก์ที่นำไปสู่เว็บไซต์หรือบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ของกลุ่มมิจฉาชีพหลอกลวงให้โอนเงินค่าใช้จ่ายในการกู้เงินก่อน แต่ไม่ได้รับเงินจริง หรือนำไปสู่เว็บไซต์หรือบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ของกลุ่มเงินกู้นอกระบบ เรียกดอกเบี้ยเกินอัตราและมีการทวงหนี้โดยผิดกฎหมาย เช่น โทรมาขู่บังคับหรือต่อว่าด้วยถ้อยคำรุนแรง

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แนะนำให้ประชาชนปฏิบัติตามหลัก “ห้ามกด ห้ามกรอก ห้ามติดตั้ง” ป้องกันตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพ คือ ห้ามกดลิงก์ที่ไม่ทราบแหล่งที่มาหรือไม่น่าไว้วางใจ

“ห้ามกรอก” ห้ามกรอกข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลบัญชีธุรกรรมทางการเงิน หรือข้อมูลบัตรเครดิต ในเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันที่ไม่น่าเชื่อถือ, “ห้ามติดตั้ง” ห้ามติดตั้งแอปพลิเคชันที่ไม่น่าเชื่อถือ และตรวจโทรศัพท์มือถือว่ามีแอปพลิเคชันแปลกปลอมใดติดตั้งอยู่หรือไม่

หากประชาชนได้รับความเสียหายจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สามารถแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่ศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ บนเว็บไซต์ www.thaipoliceonline.go.th หรือสายด่วน 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง


รวบหัวหน้าทีมค้าอสุจิส่ง "ลาว-กัมพูชา" เครือข่ายอุ้มบุญข้ามชาติ

Sun, 25 Feb 2024 11:55:00

เมื่อวันที่ 24 ก.พ.2567 ตำรวจกองบังคับการปราบปราม จับกุมนายธีระพงษ์ อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาเครือข่ายขบวนการอุ้มบุญข้ามชาติที่บ้านพักใน ต.ท่าทราย อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี ข้อหาเป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นนำหรือพาของต้องห้ามออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และเป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นนำเข้าหรือส่งออกอสุจิ ไข่ หรือตัวอ่อน ออกนอกราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย

ผู้ต้องหา รับสารภาพว่าอยู่ร่วมขบวนการดังกล่าวจริง โดยทำหน้าที่คอยควบคุมทีมงานส่งน้ำเชื้อข้ามฝั่ง เริ่มทำมาตั้งแต่ปี 2557-2560 รับส่งตัวอ่อนครั้งละประมาณ 100 หลอด ค่าจ้างประมาณ 10,000-15,000 บาท

ตำรวจกองบังคับการปราบปรามจับกุมนายธีระพงษ์ ผู้ต้องหาเครืออุ้มบุญข้ามชาติ

ตำรวจกองบังคับการปราบปรามจับกุมนายธีระพงษ์ ผู้ต้องหาเครืออุ้มบุญข้ามชาติ

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2560 รายการเปิดปมไทยพีบีเอส เคยเกาะติดปัญหาขบวนการค้าอสุจิข้ามชาติ ซึ่งมีภาพจากกล้องวงจรปิดที่ด่านศุลกากรหนองคายบันทึกไว้ได้ โดยพบพฤติกรรมนายนิธินนท์ ผู้ต้องหาคนแรกที่ถูกจับกุมได้ จนนำมาสู่การขยายผลจับกุมนายธีระพงษ์ ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมลักลอบขนอสุจิ

นายนิธินนท์ เดินทางเข้า-ออกไทยพร้อมถังไนโตรเจนเปล่าในครั้งแรก แต่เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรไม่ได้แสดงตัวจับกุม เพื่อต้องการเฝ้าติดตามแกะรอย หลังจากนั้นพบว่าลักลอบขนถังไนโตรเจนภายในบรรจุเชื้ออสุจิแช่แข็ง จำนวน 6 หลอด เพื่อส่งข้ามไปยังลาว

(แฟ้มภาพ) เจ้าหน้าที่จับกุมนายนิธินนท์ ลักลอบขนถังไนโตรเจนบรรจุเชื้ออสุจิแช่แข็งส่งข้ามไปลาว

(แฟ้มภาพ) เจ้าหน้าที่จับกุมนายนิธินนท์ ลักลอบขนถังไนโตรเจนบรรจุเชื้ออสุจิแช่แข็งส่งข้ามไปลาว

จากนั้นขยายผลจนทราบว่าเป็นขบวนการใหญ่ มีกลุ่มนายทุนจีนคอยว่าจ้างให้นำข้ามไปส่งคลินิกมีบุตรยากที่ฝั่งลาวและกัมพูชา เพื่อใช้ผสมกับไข่ของหญิงชาวลาวหรือชาวกัมพูชาที่รับจ้างอุ้มบุญ หวังให้เด็กที่เกิดมาได้รับสัญชาติจากผู้รับจ้างอุ้มบุญ ซึ่งมีผลทางกฎหมายในการใช้เป็นกลไกฟอกเงินจากกลุ่มจีนเทาอีกรูปแบบหนึ่ง

เจ้าหน้าที่แกะรอยจนเห็นเส้นทาง "ขบวนการอุ้มบุญข้ามชาติ" จะมีคลินิกในไทยเป็นคนว่าจ้าง 4 คลินิก ผู้ว่าจ้างให้จัดส่งอสุจิ ไข่และตัวอ่อนแช่แข็งจากกรุงเทพมหานคร จากนั้นจะติดต่อผ่านเอเจนซี่ชื่อว่า นายยู และส่งอสุจิให้กับผู้รับจ้างส่งไปยังกัมพูชาและลาว

และจากการแกะรอยของไทยพีบีเอสตามคำรับสารภาพของผู้ต้องหาในขณะนั้น ไปพบกลับคลินิกแห่งหนึ่งในลาวและกัมพูชาตามคำให้การจริง ทีมข่าวพยายามติดต่อคลินิกเพื่อปรึกษาการมีบุตร แต่ถูกปฎิเสธไม่ให้เข้าไป เพราะในขณะนั้นมีการจับกุมผู้ต้องหาที่รับจ้างขนอสุจิแล้ว

ส่วนสาเหตุที่ไม่มีการฝากอุ้มบุญในประเทศไทย เนื่องจากการขออนุญาตเป็นเรื่องยาก เสียค่าใช้จ่ายจำนวนมาก ส่วนทางฝั่งประเทศเพื่อนบ้านมีกฎหมายรองรับ ทำได้ง่ายกว่าและยังมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่า จึงเป็นช่องโหว่ทำให้มีการทำธุรกิจนนี้เกิดขึ้น

อ่านข่าวอื่นๆ

เร่งจับวัยรุ่นนครศรีฯ ยิงเจ็บ 7 คน ปมทวงค่าแชร์ไม่ได้

ตร.ชะอวด ใช้มีดแทงชาวบ้านเสียชีวิต 1 เจ็บสาหัส 1 คน

ขอฝากขัง "ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดดัง-พวก" ยักยอกเงิน 200 ล้านบาท


ตร.ชะอวด ใช้มีดแทงชาวบ้านเสียชีวิต 1 เจ็บสาหัส 1 คน

Sun, 25 Feb 2024 10:37:00

วันที่ 24 ก.พ.2567 พนักงานสอบสวน สภ.ชะอวด และเจ้าหน้าที่กู้ภัย เข้าช่วยเหลือชาวบ้านที่บาดเจ็บ หลังถูก ส.ต.อ.ชวนิล ตำรวจ สภ.ชะอวด ที่ควบคุมสติไม่ได้ ใช้มีดทำร้ายผู้สูงอายุ 2 คน บริเวณหน้าศูนย์ กศน.ตรงข้ามแฟลตตำรวจ สภ.ชะอวด

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ น.ส.ประภา อายุ 69 ปี บาดแผลบริเวณใบหน้าหลายแห่ง และ น.ส.วิจิตตรา อายุ 51 ปี ถูกแทงบริเวณหลังนับ 10 แผล เสียชีวิตขณะนำตัวส่งโรงพยาบาล ส่วนผู้ก่อเหตุถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไว้ได้

ขณะที่ญาติของผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิต ได้ขอความเป็นธรรม เนื่องจากเกรงคดีจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะผู้ก่อเหตุเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ด้าน พ.ต.อ.สมพร นิติภักดิ์ ผกก.สภ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ระบุว่า ก่อนเกิดเหตุ ผู้ต้องหาได้ขับรถยนต์ตกข้างทาง ต่อมาเจ้าหน้าที่นำรถยกเข้าช่วยเหลือ และนำรถคันดังกล่าวมาที่บ้านพักตำรวจ จากนั้นผู้ต้องหาได้โทรศัพท์พูดคุยกับแม่ และไม่สามารถควบคุมสติตัวเองได้ และไล่ทำร้ายคนอื่น

เมื่อตรวจประวัติผู้ต้องหา ทราบว่า ได้พบแพทย์เพื่อรักษาอาการจิตเวชที่โรงพยาบาลจิตเวชสงขลาราชนครินทร์ ตั้งแต่ปี 2565 และรับยาตามแพทย์สั่งมากินอยู่ประจำทุกเดือน ซึ่งก่อนหน้านี้ 3 เดือน แพทย์วินิจฉัยว่าอาการดีขึ้น จึงสั่งลดยา แต่ในวันเกิดเหตุได้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตรวจวัดหลังเกิดเหตุได้ 49 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ และตรวจไม่พบสารเสพติดในปัสสาวะ


ขอฝากขัง "ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดดัง-พวก" ยักยอกเงิน 200 ล้านบาท

Sun, 25 Feb 2024 10:02:43

วันนี้ (25 ก.พ.2567) พนักงานสอบสวนกองกำกับการ 1 กองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) ควบคุมตัวอดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชประดิษฐ์สถิตมหาสีมาราม อายุ 47 ปี พร้อมกับผู้ร่วมขบวนการอีก 1 คน เป็นพ่อค้าขายของอยู่ในวัด ที่ร่วมกันยักยอกเงินวัดตั้งแต่ปี 2561-2566 รวมเป็นเงินกว่า 200 ล้านบาท ไปส่งฝากขังต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เพื่อพิจารณาคดี

สำหรับอดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม ถูกแจ้งข้อหาเป็นเจ้าพนักงานแต่กลับเบียดบังทรัพย์โดยทุจริต และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ส่วนผู้ร่วมกระทำความผิดอีก 1 คน ถูกแจ้งข้อหาสนับสนุนเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์โดยทุจริต และสนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

มีรายงานว่า ในชั้นพนักงานสอบสวน อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสยังให้การปฎิเสธ แต่ผู้ร่วมกระทำความผิดรับสารภาพว่าทำหน้าที่เป็นผู้นำเช็คของวัดไปขึ้นเงินสด ก่อนนำเงินสดทั้งหมดมามอบให้กับผู้ช่วยเจ้าอาวาสตามคำสั่ง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง จับ ผช.เจ้าอาวาสวัดดัง-พวก ยักยอกเงินวัด 200 ล้านบาท 


เร่งจับวัยรุ่นนครศรีฯ ยิงเจ็บ 7 คน ปมทวงค่าแชร์ไม่ได้

Sun, 25 Feb 2024 07:51:55

วันที่ 24 ก.พ.2567 ตำรวจ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัย ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บถูกยิงในซอยมะลิ ชุมชนท่าโพธิ์ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ที่เกิดเหตุมีผู้บาดเจ็บชายและหญิง รวม 7 คน บางคนอาการสาหัส นำตัวส่ง รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช

ตรวจสอบบนถนนจุดเกิดเหตุ พบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. กระจายเกลื่อน และมีรอยกองเลือดหลายจุด สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุได้ขับรถยนต์ 4 คัน เข้ามาในซอยเพื่อการเจรจาเรื่องค่าแชร์ แต่เกิดการทะเลาะวิวาท โดยเริ่มตะลุมบอนและชกต่อยกัน กระทั่งอีกฝ่ายซึ่งมีชายพกอาวุธปืน ได้นำปืนอย่างน้อย 2 กระบอก ยิงใส่ฝ่ายตรงข้ามหลายนัด จากนั้นพากันหลบหนีไป

เบื้องต้นตำรวจทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้ว มือปืนเป็นวัยรุ่นในพื้นที่ โดยจะเร่งรวบรวมพยานหลักฐานติดตามจับกุมมาดำเนินคดี เนื่องจากเป็นการก่อเหตุอย่างอุกอาจกลางเมือง ท่ามกลางชุมชนที่มีคนอยู่จำนวนมาก


ให้ออกจากราชการ 6 ตร.โนนสูง เรียกรับเงินปล่อยตัวคดียาบ้า

Sat, 24 Feb 2024 18:40:00

วันนี้ (24 ก.พ.2567) ตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ มีคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจ สภ.โนนสูง อ.ยางตลาด จำนวน 6 นาย ออกจากราชการไว้ก่อน มีผลตั้งแต่วันที่ 20 ก.พ.2567 เป็นต้นไป ประกอบด้วย ตำรวจยศ พ.ต.ท. ตำแหน่ง รองผู้กำกับการ และสารวัตร 2 นาย , ยศ ร.ต.อ.ตำแหน่งรองสารวัตรสืบสวน และรองสารวัตรปราบปราม 2 นาย ยศ ร.ต.ต.ตำแหน่ง รองสารวัตรปราบปราม 1 นาย และ ยศ จ.ส.ต.ตำแหน่ง ผู้บังคับหมู่ 1 นาย

พล.ต.ต.ตรีวิทย์ ศรีประภา ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า คำสั่งดังกล่าวเป็นเอกสารจริง เกิดขึ้นหลังจากเมื่อต้นเดือนมกราคม ที่ผ่านมา มีชาว ต.หัวนาคำ อ.ยางตลาด ได้เข้าร้องเรียน ไปยังตำรวจภูธรภาค 4 อ้างว่า

ลูกชายถูกตำรวจ 6 นาย จับกุมในคดียาบ้า พร้อมของกลาง 40 เม็ด เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.2566 ถูกนำตัวไปสอบสวนที่รีสอร์ตแห่งหนึ่ง และเรียกเงินจำนวน 7 หมื่นบาท เพื่อแลกกับการปล่อยตัว โดยให้ผู้ต้องหาโทรศัพท์ไปขอเงินญาติ

ซึ่งเงินทั้งหมดถูกโอนเข้าบัญชีผู้ต้องหา แต่ผู้ต้องหาไม่มีบัตรเอทีเอ็ม จึงต้องโอนเงินต่อไปยังบัญชีธนาคารของภรรยา จากนั้นตำรวจชุดดังกล่าว จึงพาตัวผู้ต้องหาไปเอาเงินจากภรรยา

จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ตำรวจทั้ง 6 นาย มีมูลกระทำความผิดอย่างร้ายแรง จึงตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง

ด้าน สภ.โนนสูง ได้รับคำร้องทุกข์ไว้ และการสอบสวนพบว่า เข้าข่ายกระทำความผิดส่งเรื่องต่อไปยัง ป.ป.ช.เพื่อพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมาย เนื่องจากเป็นการกระทำผิดของเจ้าหน้าที่รัฐ พร้อมกับแจ้งข้อกล่าวหาตามมาตรา 157,149 เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและ เรียกรับเงิน และให้พักราชการได้ตามกฎ ก.ตร.และได้พิจารณาแล้วเห็นว่า การสอบสวนจะไม่แล้วเสร็จโดยเร็ว จึงสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน

 อ่านข่าว : สถาบันพระบรมราชชนก แจง เรียนพยาบาล 2 ปีครึ่ง ไม่แตกต่าง 4 ปี

“ซิฟิลิส-หนองใน” ระบาด กรมควบคุมโรคเตือนเยาวชน


รวบแล้ว "นนท์" ล่วงละเมิดทางเพศเด็กชาย 10 คน หนีกบดานอุดรฯ

Sat, 24 Feb 2024 11:39:00

วันนี้ (24 ก.พ.2567) ตำรวจ สภ.ห้วยหลวง อ.เมืองอุดรธานี นำกำลังและหมายจับศาลจังหวัดระยอง จับกุม นายอนนท์ อายุ 33 ปี ได้ที่ บ้านหนองโอน ต.เชียงพิณ จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นบ้านคนรู้จัก

โดยกล่าวหาว่า พาเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่อการอนาจาร กระทำชำเรา ก่อนจะควบคุมตัวไปโรงพักทำการสอบสวน

ในชั้นการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า รู้จักกับเด็กชาย 4 คน อายุระหว่าง 11-14 ปี และอ้างว่า เด็กทั้งหมดเป็นชายรักชาย ยืนยันว่า ไม่เคยข่มขู่หรือบังคับแต่อย่างใด และไม่เคยจ่ายเงินหลังมีเพศสัมพันธ์ และยอมรับว่า ยังคบเด็กชายอีกหลายคน

อ่านข่าว : ศาลออกหมายจับ "นนท์" ล่วงละเมิดทางเพศเด็กชาย 10 คน

โดยวันเกิดเหตุ เด็กชายคนหนึ่งมาบอกเลิก และพาพ่อแม่มาทำร้ายร่างกาย ซึ่งระหว่างไปรักษาที่โรงพยาบาล เกรงว่า จะถูกแจ้งความ จึงหลบหนีจาก จ.ระยอง มาที่ จ.อุดรธานี ก่อนจะถูกตำรวจจับกุม

เบื้องต้นตำรวจชุดสืบสวน สภ.ห้วยหลวง จึงควบคุมตัวนายอนนท์ ไปส่งให้กับ สภ.เมืองระยอง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อ่านข่าวอื่นๆ : 

ผบ.ตร.คงคำสั่งเด้ง 8 ตร.โยงเว็บพนันมินนี่ เข้า ศปก.ตร. ให้ขาดจากตำแหน่งเดิม

ผู้เสียหายชาวจีนขอบคุณ ตร.ชลบุรีปิดคดีชิงทรัพย์-อนาจาร


ผบ.ตร.คงคำสั่งเด้ง 8 ตร.โยงเว็บพนันมินนี่ เข้า ศปก.ตร. ให้ขาดจากตำแหน่งเดิม

Sat, 24 Feb 2024 09:38:00

วันที่ (23 ก.พ.2567) พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากกรณีคดีเว็บไซต์พนันออนไลน์เครือข่ายมินนี่ ที่มีข้าราชการตำรวจ 8 นายตกเป็นผู้ต้องหา และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้ สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามคำร้องขอของอัยการ ขอให้กำหนดมาตรการคุ้มครองความปลอดภัยอธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน และอัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 1 ที่เข้าไปให้คำแนะนำสืบสวนสอบสวนคดีดังกล่าวนั้น

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงนามในคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 106/2567 เรื่อง ให้ข้าราชการตำรวจช่วยราชการและรักษาราชการแทน ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีคำสั่งที่ 543/2566 ลงวันที่ 27 ก.ย.2566 ให้ข้าราชการตำรวจ จำนวน 8 ราย ปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ด้วยเหตุกรณีที่มีข้าราชการตำรวจถูกดำเนินคดีในการกระทำความผิดอาญา หากปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงานเดิมอาจเกิดความเสียหายต่อทางราชการนั้น

อ่านข่าว : ผบ.ตร.เรียกคุย 2 บิ๊กตำรวจสยบรอยร้าว

เนื่องจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับรายงานกรณีที่ข้าราชการตำรวจดังกล่าว ซึ่งอยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีในการกระทำความผิดอาญา มีพฤติการณ์ไม่เหมาะสมกับเจ้าพนักงานผู้ปฏิบัติหน้าที่ในการให้คำแนะนำปรึกษาการสอบสวนคดีนี้ และขัดขวางกระบวนการสืบสวนสอบสวน ทำให้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ราชการและการอำนวยความยุติธรรมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

โดยหากให้ปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงานเดิมอาจก่อให้เกิดความเสียหาย ประกอบกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีคำสั่งที่ 93/2567 ลงวันที่ 15 ก.พ.2567 แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง กรณีที่ข้าราชการตำรวจดังกล่าวมีกรณีกล่าวหาหรือเป็นที่สงสัยว่ากระทำผิดวินัย

อ่านข่าว : "บิ๊กโจ๊ก" ยันบริสุทธิ์ 100% ยังไม่ถูกแจ้งข้อหา ม.157 คดีเว็บพนัน

ดังนั้น เพื่อประโยชน์ในการอำนวยความยุติธรรมทางอาญาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และให้การดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องเป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวมทั้งเพื่อมิให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 63 และมาตรา 105 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 ประกอบระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจไปช่วยราชการภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2566

จึงให้ข้าราชการตำรวจช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อาคาร 1 ชั้น 20 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยขาดจากการปฏิบัติหน้าที่ทางตำแหน่งเดิม เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มอบหมาย เป็นกรณีพิเศษเฉพาะราย และให้ข้าราชการตำรวจรักษาราชการแทนในตำแหน่งต่าง ๆ รวมจำนวน 11 ราย

1

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : 

"พล.ต.ต.จรูญเกียรติ" แจงปมขอ ป.ป.ช.ดึงคดีมินนี่กลับ ปัดกลั่นแกล้ง "บิ๊กตำรวจ"


ผู้เสียหายชาวจีนขอบคุณ ตร.ชลบุรีปิดคดีชิงทรัพย์-อนาจาร

Sat, 24 Feb 2024 08:01:31

เมื่อวันที่ 23 ก.พ.2567 นักท่องเที่ยวชาวจีน 2 คน ซึ่งเป็นผู้เสียหายคดีชิงทรัพย์และอนาจาร หลังถูกวินจักรยายนต์ในพื้นที่พัทยา จ.ชลบุรี ก่อนพาออกนอกเส้นทาง พยายามจะล่วงละเมิดทางเพศ มัดมือ มัดเท้า และจุดไฟเผา เข้าพบผู้กำกับการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จ.ชลบุรี เพื่อขอบคุณตำรวจทุกนาย ที่ติดตามกล้องวงจรปิดจนสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ เบื้องต้นตำรวจได้ประสานไปยังสถานทูต เพื่อออกหนังสือเดินทางเล่มใหม่พร้อมสำเนาตราประทับวีซา ให้กับผู้เสียหาย ก่อนจะเดินทางกลับประเทศจีน พร้อมยืนยันว่าจะเดินทางกลับมาประเทศไทยหากมีโอกาส

ผู้ประกอบการพัทยาหวั่นอาชญากรรมกระทบท่องเที่ยว

ด้าน ลิซ่า แฮมิลตัน นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา สะท้อนว่าหลายคดีที่เกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวชาวจีน ไม่ว่าจะถูกคนร้ายชิงทรัพย์ ถูกทำร้ายร่างกาย หรือแม้แต่คดีล่วงละเมิดทางเพศ สิ่งเหล่านี้ผู้ประกอบการไม่เห็นการออกมาแอ็กชันของภาครัฐ ซึ่งสวนทางกับตัวเลขที่เราคาดหวัง

ขณะเดียวกันอาจจะทำให้นักท่องเที่ยวจีนกลับมาตั้งคำถามว่าจะมาประเทศไทยดีหรือไม่ สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือช่วงสงกรานต์ที่จะถึงนี้ จะทำยังไงให้ข่าวที่ออกไปไม่ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจะออกแผนป้องกันระยะยาวเผื่อสร้างความเชื่อมั่นกลับมาอีกครั้ง

ด้านนักท่องเที่ยวชาวจีน พวกเขาสะท้อนว่าข่าวที่ออกมาทำให้มีความกังวล แต่เข้าใจว่าเหตุการณ์เหล่านี้ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น จึงทำการบ้านเรื่องการเดินทาง เช่น ใช้บริการเรียกรถจากแอปพลิเคชันที่น่าเชื่อถือ เกาะกลุ่มเดินทางไปกันเป็นกลุ่ม แต่สิ่งที่คาดหวังคือการเข้ามาสัมผัสธรรมชาติ วัฒนธรรม เช่น อาหาร ส่วนการระวังจากเหตุการณ์ต่างๆ คิดว่าไปท่องเที่ยวประเทศไหนก็ต้องดูแลตัวเองอยู่แล้ว 

อ่านข่าวอื่น : ครู - นักเรียน จ.ลพบุรี วิ่งหนีอลหม่าน ควันไฟเผาไร่อ้อย ปกคลุมทั่วพื้นที่


7 เยาวชนมอบตัวตำรวจหลังรุมทำร้ายคู่อริ ใช้ปืนยิงเสียชีวิต

Fri, 23 Feb 2024 19:54:00

วันนี้ (23 ก.พ.2567) ความคืบหน้า กรณีเยาวชนอายุ 14 ปี ถูกยิงเสียชีวิตช่วงกลางดึกเมื่อคืนที่ผ่านมา บริเวณริมถนนนวมินทร์ ย่านนวลจันทร์ ตำรวจสืบสวนจนสามารถรู้ตัวผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นเยาวชนอายุ 14-17 ปี จำนวน 7 คน 

ตำรวจ สน.โคกคราม ตรวจสอบภาพหลักฐานจากกล้องวงจรปิดที่เกิดเหตุ สอดคล้องกับคำให้การของเพื่อนผู้เสียชีวิตที่ให้การว่า ได้ซ้อนรถจักรยานยนต์มากับเพื่อน 3 คน ออกมาจากซอยนวมินทร์ 163 มุ่งหน้ารามอินทรา กม.8

อ่านข่าว : พลาดกดลิงก์! "นาวิน ตาร์" ร้องถูกดูดเงิน Ethereum สูญ 5 ล้าน

จากนั้นมีกลุ่มวัยรุ่นจำนวนหนึ่งขับรถจักรยานยนต์มาหาเรื่อง และได้ทำร่างกายจนตกรถจักรยานยนต์ โดยกลุ่มที่ถูกทำร้ายได้พยายามวิ่งหนี แต่เพื่อนอีกคนพยายามวิ่งหนีแต่ล้มลงทำให้กลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวรุมทำร้ายและใช้อาวุธปืนยิงเข้าบริเวณศีรษะ 1 นัด ก่อนหลบหนีไป

อ่านข่าว : จับ ผช.เจ้าอาวาสวัดดัง-พวก ยักยอกเงินวัด 200 ล้านบาท

จากพยานหลักฐาน ทำให้ตำรวจรู้ตัวผู้ก่อเหตุว่าเป็นเยาวชน อายุระหว่าง 14 - 17 ปี จำนวน 7 คน จึงได้ประสานผู้ปกครองให้นำมามอบตัวเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา

มีรายงานว่า ผู้ก่อเหตุมีทั้งหมด 7 คน ให้การรับสารภาพว่า ร่วมกันก่อเหตุจริง โดยก่อนเกิดเหตุทั้ง 7 คน ขี่รถจักรยานยนต์มาด้วยกัน 3 คัน ได้มาพบกับกลุ่มของผู้เสียชีวิตและมีเรื่องทะเลาะวิวาทกัน

อ่านข่าว : "ศรีสุวรรณ" ยื่นคำให้การเพิ่ม-ปฏิเสธทุกข้อหาคดีรีดเงินอธิบดี 

เยาวชนที่ใช้อาวุธปืนยิงอ้างว่า นำอาวุธปืนออกมาเพื่อข่มขู่แต่ไม่มีเจตนายิง แต่เป็นจังหวะที่เพื่อนอีกคนหนึ่งใช้หมวกกันน็อกฟาดที่คนเจ็บและมือไปถูกกับปืนจึงทำให้ปืนลั่นใส่ ส่วนสาเหตุนั้นผู้ก่อเหตุอ้างว่าเคยมีเรื่องวิวาทกันมาก่อน

ส่วนเยาวชนทั้ง 7 คนที่เข้ามอบตัว วันนี้ทางพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลโคกคราม ได้ประสานกับทางสหวิชาชีพ มาร่วมสอบปากคำ โดยวันพรุ่งนี้ (24 ก.พ.2567) จะนำตัวผู้ก่อเหตุทั้งหมดส่งฟ้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัว ดำเนินกฝคดีตามกฎหมายต่อไป

อ่านข่าวอื่นๆ 

ศาลฯ สั่งปรับ "ผู้ปกครองแก๊งเด็กแว้น" คนละ 10,000 บาท 

 นิติเวชเผย DNA ร่างถูกเผาตรงกับแม่ "น้องนุ่น" พบกะโหลกแตกร้าว 

 


ย้ายช่วยราชการฯ "พ.ต.อ." บังคับลูกน้องเก็บส่วย ผิดคิวก้มกราบ

Fri, 23 Feb 2024 18:31:00

วันนี้ (23 ก.พ.2567) เหตุการณ์ตำรวจยศ "พ.ต.อ." ก้มกราบตำรวจนายหนึ่ง สร้างกระแสวิจารณ์ในวงกว้าง จนแฮชแท็ก "ตำรวจ" ติดเทรนด์ X เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่กองการตำรวจภูธรจังหวัดนครนายก

ผู้ถูกร้องเรียนคือ "พ.ต.อ." ผู้ถูกร้องเรียนก้มลงกราบทันที ที่มีนายตำรวจเดินออกมาจากห้องของผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครนายก พร้อมกับเรียก นายครับ อยู่ซ้ำๆ ซึ่งนายตำรวจที่เดินออกมานั้น เป็นตำรวจผู้ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องร้องเรียน เพียงแต่มาเยี่ยมผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครนายก เท่านั้น

ขณะที่เหตุการณ์ก่อนหน้ามีตำรวจ 3 นาย เข้าให้ข้อมูลกับผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครนายก เกี่ยวกับข้อร้องเรียนว่า ถูกผู้บังคับบัญชา บังคับ ข่มขู่ ให้ไปเรียกรับผลประโยชน์จากประชาชน

ซึ่งในระหว่างการสอบถามนั้นนายตำรวจ ยศพันตำรวจเอก เป็นผู้ที่ถูกร้องเรียน เข้าไปที่สำนักงาน และเคาะประตูห้องอยู่นาน ซึ่งผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครนายก ได้บอกให้กลับไปก่อนเพราะเป็นถือการขัดขวางการสอบถาม เมื่อนายตำรวจประจำสำนักงาน เดินออกมาเพื่อจะแจ้งให้กลับไปก่อน นายตำรวจยศพันตำรวจเอก ก็ก้มลงกราบทันที

อ่านข่าว จับกระแสการเมือง 23 ก.พ.2567 : ทิ้งหมัดคนละมุม “พี่ดาบนิกกี้”สู่ "บิ๊กต่อ"สยบร้อยร้าว "โจ๊ก-เต่า"ปมคดีพนันออนไลน์

พล.ต.ท.อัครเดช พิมลศรี ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า เหตุการณ์นี้ว่าเป็นภาพที่สะเทือนใจตำรวจ เบื้องต้น ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครนายก มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนแล้ว

สะเทือนใจตำรวจทุกคน ว่าเหตุใดจึงเกิดเรื่องขึ้น ทางภาค 2 รวบรวมข้อเท็จจริงเพื่อสอบสวน ส่วนเรื่องการร้องเรียนรับส่วย ถ้ามีจริงต้องดำเนินการตามกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่เลี้ยงคนผิด
พล.ต.ท.อัครเดช พิมลศรี ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

พล.ต.ท.อัครเดช พิมลศรี ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

สำหรับคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวน ระบุ เอาไว้ตอนหนึ่งด้วยว่า การที่ตำรวจยศ "พ.ต.อ." ก้มลงกราบนั้น ทำให้เห็นว่า มีปัญหาในการควบคุมอารมณ์และมีภาวะการเป็นผู้นำต่ำ ซึ่งทั้งเรื่องที่ถูกกล่าวหาบังคับข่มขู่ ผู้ใต้บังคับบัญชาให้เรียกรับผลประโยชน์ประกอบกับการกระทำที่ปรากฏ เข้าข่ายความผิดวินัยร้ายแรง ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ราชการโดยมิชอบ เพื่อให้ตัวเองหรือผู้อื่นได้ผลประโยน์โดยมิควรได้ หรือเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย จึงแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวน เพื่อสืบสวนสอบสวนผู้ถูกกล่าวหา

นอกจากนี้ยังมีคำสั่งให้ พ.ต.อ.ผู้ถูกกล่าวหา ไปช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 2 โดยขาดจากตำแหน่งและหน้าที่ทางสังกัดเดิม

อ่านข่าวอื่นๆ

พลาดกดลิงก์! "นาวิน ตาร์" ร้องถูกดูดเงิน Ethereum สูญ 5 ล้าน