"ส.ต.ต.หญิง" รับถูกทวงทรัพย์สิน-ฟ้องหัวหน้า ปมยิงแม่ค้าออนไลน์

Mon, 21 Sep 2020 17:43:00

วันนี้ (21 ก.ย.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจ สน.ภาษีเจริญ ควบคุมตัว ส.ต.ต.หญิง สิริวรรณ สำเร็จศิลป์ ผบ.หมู่ ฝ่าย ตม.ขาเข้า ด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มาสอบปากคำเพิ่มเติม ภายหลังก่อเหตุยิง นางลินลดา พัฒนพันธ์ อายุ 39 ปี เสียชีวิต บริเวณวัดมิมมานรดี ขณะใส่บาตรเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา

หลังก่อเหตุผู้ต้องหาได้หลบหนีไปที่บ้านเกิด จากนั้นครอบครัวของผู้ต้องหาได้นำผู้ต้องหามาลงบันทึกประจำวัน ติดต่อขอมอบตัวกับพนักงานสอบสวน สภ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี จึงประสานให้ตำรวจ สน.ภาษีเจริญมาควบคุมตัวไปดำเนินคดี

 

พ.ต.อ.ลือศักดิ์ ดำเนินสวัสดิ์ ผกก.สน.ภาษีเจริญ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เก็บเขม่าดินปืน ลายนิ้วมือ และบันทึกถ้อยคำผู้ต้องหา จากนั้นควบคุมตัวผู้ต้องหาไปขอหมายขังที่ศาลอาญาธนบุรี โดยแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาไตร่ตรองไว้ก่อน และผิด พ.ร.บ.อาวุธปืน

ส่วนแรงจูงใจในการก่อเหตุนั้น ผู้ต้องหาให้การกับตำรวจว่า ก่อนหน้านี้ได้พักอยู่กับผู้เสียชีวิตที่แฟลตตำรวจ แต่ระยะหลังมีปากเสียงกันบ่อยครั้ง และนางลินลดาได้ทวงทรัพย์สินคืน รวมทั้งจะนำเรื่องราวทั้งหมดไปเผยเปิดกับผู้บังคับบัญชา จึงทำให้ผู้ต้องหาเกิดความเครียดและก่อเหตุ เนื่องจากกลัวผู้บังคับบัญชาทราบเรื่อง

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

อุกอาจ! มือปืนบุกยิงแม่ค้าออนไลน์ 4 นัด ดับคาวัดนิมมานรดี 

มือยิงแม่ค้าออนไลน์ดับมอบตัว คาดปมเรื่องส่วนตัว 

 


มือยิงแม่ค้าออนไลน์ดับมอบตัว คาดปมเรื่องส่วนตัว

Mon, 21 Sep 2020 14:24:00

วันนี้ (21 ก.ย.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีเกิดเหตุยิงแม่ค้าขายเสื้อผ้าออนไลน์เสียชีวิต บริเวณลานจอดรถหน้าพระอุโบสถวัดนิมมานรดี ย่านบางแค ล่าสุดผู้ก่อเหตุติดต่อขอเข้ามอบตัวกับตำรวจแล้ว โดยตำรวจอยู่ระหว่างคุมตัวผู้ก่อเหตุยิงนางลินลดา พัฒนพันธ์ ภายในวัดนิมมานรดี เข้าสอบสวนที่ สน.ภาษีเจริญ

 

เบื้องต้น ตำรวจให้ข้อมูลว่า ผู้ก่อเหตุเป็นตำรวจสังกัดสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ส่วนสาเหตุ จากการสอบถามพยานคนใกล้ชิดกับผู้เสียชีวิต คาดว่าเกิดจากปัญหาความสัมพันธ์ส่วนตัว ซึ่งผู้ก่อเหตุมีสถานะเป็นแฟนเก่าของผู้เสียชีวิต แต่ยังต้องสอบสวนให้ละเอียดรอบคอบ ขณะที่พนักงานสอบเตรียมแจ้งข้อกล่าวหา ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และข้อหาตามความผิด พ.ร.บ.อาวุธปืน

สำหรับเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยผู้ก่อเหตุไปเฝ้ารอผู้เสียชีวิตในวัดนิมมานรดี ถนนบางแค 1 ซึ่งผู้เสียชีวิตไปใส่บาตรทำบุญเป็นประจำ และหลังจากใส่บาตรเสร็จขณะเก็บของ ผู้ก่อเหตุได้เข้าประชิดตัวผู้เสียชีวิตจากด้านหลังและล็อกคอจ่อยิงเข้าที่ศีรษะ 4 นัด

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อุกอาจ! มือปืนบุกยิงแม่ค้าออนไลน์ 4 นัด ดับคาวัดนิมมานรดี

 


ร้องตำรวจเร่งทำคดีถูกหลอกซื้อสินค้าแบรนด์เนมออนไลน์

Mon, 21 Sep 2020 14:01:00

วันนี้ (21 ก.ย.63) น.ส.ยุวดี วิริยะอาชา และผู้เสียหาย เข้าร้องเรียนสื่อมวลชนประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ช่วยทำข่าวกรณีที่ตนกับผู้เสียหายอื่น ๆ อีกเกือบ 50 คน สั่งซื้อสินค้าแบรนด์เนมจากแม่ค้าออนไลน์รายหนึ่งผ่านทางเฟซบุ๊ก ซึ่งต่อมาพบว่าเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยชื่อดังย่านท่าพระจันทร์ และปัจจุบันอยู่ในสถานะถูกพักการเรียนอยู่ โดยพบว่ามีความเสียหายรวมแล้วกว่า 6 ล้านบาท

 

น.ส.ยุวดี ระบุว่า รู้จักเพจดังกล่าวจากเพจรวมขายสินค้า ที่มีการโพสต์เสนอขายสินค้าแบรนด์เนม และเห็นผู้ค้ารายดังกล่าวโพสต์ขายกระเป๋า , รองเท้า , เสื้อผ้า ราคาถูกกว่าเจ้าอื่น 20 - 30% ซึ่งจากการตรวจดูประวัติบนเพจเฟซบุ๊กของผู้ค้าได้โฆษณาให้เห็นว่ามีการรับออเดอร์สินค้าให้กับผู้ที่สั่งซื้อมาแล้วหลายคน อีกทั้งตัวผู้ค้าเองก็สวมเสื้อผ้าแบรนด์เนม โพสต์ภาพเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และทุกครั้งที่มีการสั่งซื้อสินค้า ก็จะเน้นถ่ายภาพคู่กับสินค้าจริง ใช้บัตรนักศึกษาถ่ายคู่กับข้อความที่เขียนด้วยลายมือตนเองเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ทำให้ตนหลงเชื่อสั่งซื้อกระเป๋า แบรนด์เนม 2 ใบ รองเท้า 1 คู่ ราคาประมาณ 60,000 บาท แต่เมื่อถึงเวลารับสินค้า ผู้ค้ารายนี้ก็เริ่มบ่ายเบี่ยงไม่ยอมส่งสินค้าให้อ้างปัญหาสารพัด จนสุดท้ายยอมรับว่า ไม่ได้ตั้งใจขายสินค้าตั้งแต่แรกและอยู่ระหว่างทำเรื่องกู้ยืมเงินธนาคารเพื่อหาเงินมาชดใช้คืนให้กับผู้เสียหาย

 

ตนเองจึงตรวจสอบชื่อของผู้ค้าทางออนไลน์ จึงพบว่ามีประวัติฉ้อโกงผู้เสียหายอื่น ๆ หลายราย แต่ละรายพบว่าถูกหลอกแตกต่างกันไป มีทั้งสั่งสินค้าไปแล้ว ไม่ได้สินค้า , ได้สินค้ามือสอง , ได้สินค้าลอกเลียนแบบ รวมถึงได้กล่องเปล่าจากการสั่งอาหารฟาสต์ฟู้ด ส่วนความเสียหายที่พบ มีตั้งแต่หลักพันบาทไปจนถึงสูงสุดกว่า 2,000,000 บาท จากการสอบถามผู้เสียหายในกลุ่มที่มีอยู่กว่า 50 คน พบว่ามีการแจ้งความดำเนินคดีแค่เพียง 10 รายเท่านั้น เนื่องจากผู้ค้ารายนี้อ้างว่า หากถูกดำเนินคดีแล้วจะไม่มีคนหาเงินมาชดใช้คืนให้กับผู้เสียหายทำให้ส่วนใหญ่ตัดสินใจยังไม่แจ้งความ

ขณะที่จากการติดตามพฤติการณ์ของผู้ค้ารายนี้ก็พบว่า ยังโพสต์ขายสินค้าในโลกออนไลน์อย่างต่อเนื่องส่วนที่มีการแจ้งความดำเนินคดีไปแล้ว ก็พบว่ามีความล่าช้า บางรายแจ้งความดำเนินคดีตั้งแต่ปีที่แล้วแต่จนถึงขณะนี้ตำรวจก็ยังไม่ออกหมายเรียกให้ผู้ค้าไปให้ปากคำแต่อย่างใด เมื่อเห็นว่าคดีนี้ไม่คืบหน้าตนเองและผู้เสียหายรายอื่นจึงตัดสินใจเข้าร้องขอความเป็นธรรมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและขอให้สื่อมวลชนช่วยนำเสนอข่าวดังกล่าวด้วย


อุกอาจ! มือปืนบุกยิงแม่ค้าออนไลน์ 4 นัด ดับคาวัดนิมมานรดี

Mon, 21 Sep 2020 09:26:00

วันนี้ (21 ก.ย.2563) เมื่อเวลา 07.00 น. พ.ต.อ.ลือศักดิ์ ดำเนินสวัสดิ์ ผกก.สน.ภาษีเจริญ ได้รับแจ้งเหตุยิงกันภายในวัดนิมมานรดี ถนนบางแค 1 แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กทม.จึงลงพื้นที่ตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวชโรงพยาบาลศิริราช และหน่วยกู้ภัยมูลธิป่อเต็กตึ๊ง

บริเวณจุดเกิดเหตุเป็นลานจอดรถหน้าพระอุโบสถเชื่อมกับทางเดินเข้า-ออกกุฏิพระสงฆ์ในวัดดังกล่าว เจ้าหน้าที่พบศพนางลินลดา พัฒนพันธ์ อายุ 39 ปี ซ.เพชรเกษม 41 แขวงและเขตบางแค กทม. สภาพนอนหงายจมกองเลือดสวมเสื้อยืดแขนสั้นสีขาว นุ่งกางเกงวอร์มขายาวสีดำมีบาดแผลถูกยิงที่ศีรษะด้านหลัง 3-4 นัด ข้างกันพบรถเก๋ง ยี่ห้อมินิคูเปอร์ สีขาว ทะเบียน ญผ 5288 กรุงเทพมหานคร ของผู้เสียชีวิตจอดอยู่ โดยมีตะกร้าข้าวของที่ใช้ใส่บาตร ปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 4 ปลอกและ หัวกระสุนปืนขนาด 9 มม. 1 นัด หล่นกระจัดกระจายเกลื่อนพื้นจึงเก็บรวบรวมรายละเอียดที่พบไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวน น.ส.มณีรัตน์ ศรีธรราษฎร์ อายุ 52 ปี แม่บ้านของผู้เสียชีวิตซึ่งเดินทางมาใส่บาตรด้วยกันให้การว่า นางลินลดา มีอาชีพค้าขายกระเป๋าและเสื้อผ้าออนไลน์ ออกจากบ้านพักมาพร้อมกันเมื่อช่วงเช้ามืด เพื่อมาใส่บาตรที่วัดแห่งนี้ โดยจังหวะที่มาถึงสังเกตเห็นรถอเนกประสงค์ 7 ที่นั่งสีดำ ไม่ทราบทะเบียนจอดติดเครื่องรออยู่ข้างรถผู้เสียชีวิตอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรจนใส่บาตรกันเสร็จ

ระหว่างกำลังจะเก็บของกลับขึ้นรถ ปรากฏมีผู้ก่อเหตุอายุประมาณ 35-40 ปี สวมเสื้อแขนยาวสีทึบ สวมหมวกแก๊ปอำพรางใบหน้าเดินลงมาจากรถ 7 ที่นั่ง เข้ามาจับมือผู้เสียชีวิตและล็อกคอจากด้านหลังยิงใส่ 4 นัด ก่อนจะขึ้นรถหลบหนีไป 

เบื้องต้น ตำรวจทราบข้อมูลว่า ปัจจุบันผู้เสียชีวิตยังไม่มีสามีและลูก แต่ใช้ชีวิตอยู่กับเพื่อนสาวคนสนิทที่บ้านพักและแม่บ้าน รวม 3 คน จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในวัดพบภาพรถของผู้ก่อเหตุอยู่ไกลๆ ขณะนี้อยู่ระหว่างติดตามเบาะแสหาตัวมือปืนมาดำเนินคดีและกำลังประสานญาติของผู้เสียชีวิตเข้าให้ปากคำเพิ่มเติม

 


เรือเฟอร์รี่ ถูกคลื่นพัดเกยตื้นท่าเรือแหลมงอบ จ.ตราด

Sat, 19 Sep 2020 07:42:00

เมื่อวันที่ 18 ก.ย.2563 นักท่องเที่ยวและลูกเรือกว่า 90 คน กำลังเร่งเดินออกจากเรือ เพื่อขึ้นรถที่ทางเจ้าหน้าที่จัดให้ หลังต้องติดอยู่บนเรือเฟอร์รี่ ซึ่งถูกคลื่นซัดเกยตื้นที่ท่าเรือเซ็นเตอร์พอยท์เฟอร์รี่ อ.แหลมงอบ จ.ตราด นานกว่า 4 ชั่วโมง โดยแต่ละคนอยู่ในอาการอ่อนเพลียและตื่นตระหนกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

 

 

นายสาวิต เคร่งนุเคราะห์ หนึ่งในนักท่องเที่ยวที่โดยสารมากับเรือเฟอร์รี่ กล่าวว่า ขณะที่เรือเฟอร์รี่ กำลังจะถึงเทียบท่า อยู่ๆ ก็มีพายุพัดเรือออกไปเกยตื้นอยู่ข้างสะพาน จนเจ้าหน้าที่ได้นำเรือเฟอร์รี่จากท่าเรือมาลาก แต่ถูกพายุซัดจนเกยตื้นอีก 1 ลำ เจ้าหน้าที่จึงต้องประสานงาน นำเรือเฟอร์รี่จากเกาะช้างอีกลำมาช่วย จึงสามารถลากเรือเข้าฝั่งได้อย่างปลอดภัย โดยต้องใช้เวลากว่า 4 ชั่วโมง

 

 

นายธัญญา วัฒนวีรพงษ์ หัวหน้ากลุ่มงานยุทธศาสตร์และการจัดการ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.ตราด เปิดเผยว่า นักท่องเที่ยวที่อยู่บนเรือ แต่ละคนมีอาการตกใจและเหนื่อย เพราะติดอยู่ในเรือเป็นเวลานาน และคลื่นลมในทะเล ยังมีกำลังแรง เจ้าหน้าที่ได้นำน้ำ อาหารไปแจกจ่าย และดูแลอย่างใกล้ชิด จึงอยากฝากถึงประชาชนที่ต้องเดินทางโดยทางเรือ หรือมีเหตุต้องออกเรือในช่วงนี้ ควรตรวจเช็คสภาพอาการให้ดีก่อน และควรสวมชูชีพไว้ตลอดเวลา เพื่อความปลอดภัยของทุกคน

 

 


"เสือ" อาณาจักรช้างพัทยา กัดคนเลี้ยงเจ็บ-เย็บ 30 แผล

Fri, 18 Sep 2020 18:46:00

วันนี้ (18 ก.ย.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 15.20 น. เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบริบูรณ์ พัทยา. จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งเหตุเสือกัดคนเลี้ยงได้รับบาดเจ็บ ที่อาณาจักรช้าง พัทยา ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงเข้าช่วยเหลือและนำตัวส่งโรงพยาบาลบางละมุง ทราบชื่อนายฐิติพงษ์ มัครมย์ อายุ 32 ปี ได้รับบาดเจ็บตามมีแผลทั่วร่างกาย แพทย์จึงทำการรักษาและเย็บกว่า 30 แผล จนล่าสุดอาการปลอดภัย

 

นายฐิติพงษ์ เล่าว่า ตนเป็นพนักงานดูแลเสือที่อาณาจักรช้าง พัทยา ปกติในทุกวันจะนำอาหารมาให้เสือ 3 ตัวในกรงดังกล่าว รวมทั้งการทำความสะอาด แต่ช่วงเกิดเหตุมีเสือตัวหนึ่งได้เข้ามาตะปบและอีกตัวก็เข้ามาขย้ำ จนเพื่อนที่เห็นเหตุการณ์เข้ามาช่วยเหลือ

สำหรับอาณาจักรช้าง พัทยา มีเนื่อที่กว่า 1,000 ไร่ และยังไม่ได้เปิดให้บริการนักท่องเที่ยวแต่อย่างใด มีเพียงพนักงานคอยดูแลสัตว์ เช่น เสือ ช้าง และจระเข้

 


อัยการสั่งฟ้อง "บอส อยู่วิทยา" 2 ข้อหา "เสพโคเคน-ขับรถโดยประมาท"

Fri, 18 Sep 2020 14:45:00

วันนี้ (18 ก.ย.2563) นายอิทธิพร แก้วทิพย์ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญา ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานการพิจารณากรณีการสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส เปิดเผยถึงการพิจารณาสำนวนคดีนี้หลังจากได้รับผลการสอบสวนเพิ่มเติมจากพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ หลังจากมีการสอบสวนพยานจนพบหลักฐานใหม่เรื่องความเร็วในการขับรถและการเสพโคเคน

หลังจากการพิจารณาสำนวนการสอบสวนพยานคือนายสามารถ ราชพลสิทธิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่คำนวนความเร็วของนายวรยุทธขณะขับรถชนดาบตำรวจวิเชียร กลั่นประเสริฐ เสียชีวิต พบความเร็วระหว่าง 110-145 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ขณะที่นายสธน วิจารณ์วรรณลักษณ์ อาจารย์ประจำภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พยานอีกคนหนึ่งที่ตรวจสอบความเร็วรถยนต์ของนายวรยุทธ ตั้งแต่เกิดเหตุ และได้ยืนยันความเร็วอยู่ระหว่าง 160-190 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

 

ส่วนกรณีพบสารเสพติดประเภทโคนอยู่ในร่างกายของนายวรยุทธ ก็พบสารแปลกปลอมในร่างกาย 2 ชนิด ที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ตรวจสอบแล้วสรุปได้ว่าเป็นสารที่เกิดจากการเสพโคเคน

คณะทำงานจึงสรุปมีความเห็นสั่งฟ้องทั้ง 2 ข้อหา กับนายวรยุทธใหม่ เนื่องจากเป็นพยานหลักฐานใหม่และเป็นพยานสำคัญแก่คดีซึ่งน่าจะทำให้ศาลลงโทษผู้ต้องหา ในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุเฉี่ยวชนผู้อื่นถึงแก่ความตาย ส่วนข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 2 (โคเคน) พยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวนเดิม และได้จากการสอบสวนเพิ่มเติมจึงเห็นควรสั่งฟ้อง

หลังจากนี้จะแจ้งไปยังพนักงานสอบสวนให้เร่งติดตามตัวนายวรยุทธมาส่งฟ้องเพื่อดำเนินคดีโดยเร็วให้ทันอายุความในข้อหาขับรถโดยประมาทฯ จะหมดอายุความในวันที่ 3 ก.ย.2570 และข้อหาเสพโคเคนฯ หมดอายุความ วันที่ 3 ก.ย.2565

อย่างไรก็ตาม สำหรับความเห็นของ พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ แตงจั่น ที่ได้สรุปความเร็วในขณะขับรถไว้ในสำนวนก่อนหน้านี้ไม่ตรงกัน ในครั้งนี้ไม่ได้นำมาพิจารณาด้วย เนื่องจากเห็นว่าความเห็นของ พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ ไม่น่าเชื่อถือกลับไปกลับมาจึงพิจารณาความเห็นของผู้เชี่ยวชาญทั้ง 2 คน ที่เห็นตรงกันว่าขับรถความเร็วเกิน 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

 

ขณะที่นายชัชชม อรรฆภิญญ์ อธิบดีอัยการ สำนักงานต่างประเทศ เปิดเผยว่า การสั่งฟ้องตัวผู้ต้องหาคดีในประเทศไทยจะต้องมีตัวผู้ต้องหามาสั่งฟ้องด้วย ซึ่งนายวรยุทธ มีหลักฐานเชื่อว่าอยู่ในต่างประเทศ และหลังจากนี้เป็นหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหา และหากพบข้อมูลที่อยู่ชัดเจนว่าหลบหนีอยู่ในประเทศใดก็จะต้องออกหมายจับของตำรวจสากลต่อไป แต่จำเป็นต้องพิสูจน์ทราบที่อยู่ให้ได้ก่อน

ขณะที่นายชาญชัย ชลานนท์นิวัฒน์ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญา เปิดเผยว่า พยานหลักฐานใหม่ในคดีนี้เป็นการสอบข้อเท็จจริง และพยานความเห็นของผู้เชี่ยวชาญที่เชื่อถือได้ ส่วนกรณีที่ใบอนุญาตของสภาวิศวกรของนายสายประสิทธิ์ เกิดนิยม ผู้ที่คำนวนความเร็วของรถนายวรยุทธ เหลือประมาณ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมงนั้น ได้สอบนายกสภาวิศวกรแล้ว ยอมรับว่าใบอนุญาตของนายสายประสิทธิ์ ขาดอายุความจริงแต่ไม่ขอให้ความเห็นการคำนวนความเร็ว เนื่องจากไม่เห็นรายงานผลการตรวจสอบ

สำหรับความเห็นสั่งไม่ฟ้องคดีของนายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุด ในขณะนั้นถือว่าเป็นคำสั่งคดีที่ชอบแล้ว เนื่องจากพยานหลักฐานในขณะนั้นมีเพียงเท่านั้น แต่ภายหลังจากการตรวจสอบสำนวนอีกครั้งจนนำไปสู่การค้นพบพยานหลักฐานใหม่จึงต้องยึดคำสั่งฟ้องคดีของคณะทำงานชุดใหม่ที่แต่งตั้งขึ้นมาจากอัยการสูงสุด หากจำเลยในคดีจะนำมาเป็นข้อต่อสู้หรือย้อนให้ทบทวนคำสั่งไม่ฟ้องคดีนั้นไม่ได้

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตร.ยอมรับผลสอบชุด "วิชา" จ่อฟันโทษคนช่วยคดี "บอส อยู่วิทยา"

นายกฯ ยอมรับหละหลวมสั่งไม่ฟ้องคดีบอส พบพิรุธเป็นมหากาพย์

“วิษณุ” ชี้คดีบอส อยู่วิทยา แจ้งอินเตอร์โพลจับ-ส่งกลับไทยได้

หลักฐาน (เก่า) ข้อเท็จจริง (ใหม่) ในคดี “บอส อยู่วิทยา”

ข้อขัดแย้งหลักฐานคดี "บอส อยู่วิทยา" ขับรถชนตำรวจเสียชีวิต

 

 


ตร.ปรับใช้ "แผนชุมนุม 63" ดูแลชุมนุมแทน "กรกฎ 52" พรุ่งนี้

Fri, 18 Sep 2020 14:26:00


วันนี้ (18 ก.ย.63) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า สํานักงานตํารวจแห่งชาติ จะใช้แผนรักษาความสงบชุมนุมสาธารณะ หรือ แผนชุมนุม 63 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำกับดูแล การชุมนุม ในวันพรุ่งนี้ (19 ก.ย.63) และการชุมนุมจากนี้ตลอดไป แทนแผนกรกฎ 52 ที่ใช้มานานกว่า 10 ปี จึงไม่ทันสมัย เนื่องจากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงและมีการระบาดของเชื้อ COVID-19 ที่ผ่านมาผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จึงตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษาปรับปรุงแผนขึ้นมาใหม่ ให้มีความทันสมัย เหมาะสม สอดคล้องเข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน และรองรับ พ.ร.บ.ชุมนุมสาณารณะ ที่บังคับใช้เมื่อปี 2558 ซึ่งแผนได้ทำเสร็จและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงนามบังคับใช้เมื่อวันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมาพรุ่งนี้ จึงเป็นครั้งแรกที่จะมีการนำ "แผนชุมนุม63" ใช้กับสถานการณ์ชุมนุมจริง

สำหรับ "แผนชุมนุม 63" ยังยึดแนวทางปฏิบัติกับผู้ชุมนุมจากมาตรการเบาไปหาหนักเหมือนแผนกรกฎ 52 และเป็นแผนที่ไม่มุ่งเน้นการใช้กำลังของเจ้าหน้าที่แต่เน้นเรื่องการเข้าปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจในการดูแลการชุมนุม เช่น ขอศาลให้การชุมนุม ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวด้วยว่า กำลังตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ รวมทั้งตำรวจหญิง รวมกว่า 10,000 นาย จะเริ่มเข้าพื้นที่ประจำจุดเพื่อรักษาความปลอดภัยตั้งแต่คืนนี้ ยืนยันการข่าวยังไม่พบ การพยายามสร้างสถานการณ์ของมือที่ 3 มีรายงานว่า ในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในวันพรุ่งนี้ มีคำสั่งห้ามพกพาอาวุธ อย่างเด็ดขาด

ด้าน พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เปิดเผยถึงการดูแลความปลอดภัย การชุมนุมในวันที่19 - 20 ก.ย.ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ว่า สถานการณ์โดยทั่วไปยังไม่น่าเป็นห่วง และยอมรับว่าจนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องการขออนุญาตจัดการชุมนุมต่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

ส่วนกรณีแผนการดูแลความสงบเรียบร้อยที่จากเดิมมีการกำหนดใช้แผน "กรกฎ52" เป็นแนวทางหลักในการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ ก่อนที่จะมีการปรับไปใช้ "แผนชุมนุม 63" ที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพิ่งลงนามอนุมัติคำสั่งใช้ไปเมื่อวันที่ 15 ก.ย.ชี้แจงว่าแผนที่ปรับเปลี่ยนไป เป็นเพียงกรอบการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ในสถานการณ์ต่างๆ เท่านั้น เป็นเรื่องภายในของตำรวจ โดยยืนยันว่าในการปฏิบัติก็จะดำเนินการภายใต้กรอบของกฎหมาย ทั้งนี้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้กำชับไม่ให้ใช้ความรุนแรงและเน้นย้ำดูแลความปลอดภัยของผู้ชุมนุมและประชาชนทั่วไปอย่างเข้มงวด

สำหรับเรื่องภาพรวมการชุมนุม รวมถึงมาตรการดูแลความปลอดภัยการชุมนุม ตลอด 2 วันนี้ เนื่องจากการชุมนุมไม่ได้จำกัดแค่ในพื้นที่กรุงเทพฯ เพียงที่เดียว แต่มีขึ้นพร้อมกันในหลายจังหวัด ดังนั้นจึงต้องให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้ให้รายละเอียด


จับหนุ่มเปิดเพจขายชิ้นส่วนอาวุธกว่า 300 ชิ้น

Fri, 18 Sep 2020 13:17:00

วันนี้ (18 ก.ย.2563) พ.ต.ต.หญิง กัญจิรา นรสาร สว.ปฏิบัติราชการ กก.3 บก.ป., ร.ต.อ.ปองธรรม ปองไป รอง สว.กก.3 บก.ป. ร.ต.อ.ปุรณัฐ สุวรรณวิศาล รอง สว.กก.3 บก.ป. ด.ต.วิชาญ บุญเกลี้ยง ผบ.หมู่ กก.3 บก.ป. ด.ต.สุทธิพงษ์ ทวีสุข ผบ.หมู่ กก.3 บก.ป. ด.ต.นิติกร สระบัว ผบ.หมู่ กก.3 บก.ป. ร่วมกันตรวจค้น บ้านหลังหนึ่ง หมู่ 5 ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

ภายหลังตรวจค้น จึงจับกุมตัว นายณพงศ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี โดยกล่าวหาว่า ครอบครองอาวุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืนโดยไม่มีใบอนุญาต, มีเครื่องกระสุนปืนซึ่งมิใช่สำหรับใช้กับอาวุธปืนที่ตนได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้ ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, มาตรา 8, ประกอบ กฎกระทรวง ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2491) ออกตามความในพ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 ข้อ 2 (1) (12)

 

ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ป. ได้สืบสวนตรวจสอบกรณี มีการจำหน่ายชิ้นส่วนอาวุธปืนบนเพจเฟซบุ๊ก จากการตรวจสอบพบว่า เพจดังกล่าวมีพฤติกรรมนำเข้าและจำหน่ายชิ้นส่วนอาวุธปืน โดยผู้ซื้อจะต้องเลือกสินค้าจากเว็บไซต์ขายชิ้นส่วนอาวุธปืนของต่างประเทศ และส่งลิงค์ ภาพสินค้ามาให้กับทางเพจ

หลังจากนั้นทางเพจจะดำเนินการจัดหาสินค้ามาให้กับลูกค้า ซึ่งลูกค้าจะต้องโอนเงินค่าซื้อสินค้าดังกล่าวมายังบัญชีธนาคารของผู้ต้องหา เพื่อรอรับสินค้าผ่านทางไปรษณีย์

ต่อมาวันที่ 16 ก.ย.2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบข้อมูล พบว่า ผู้ต้องหามีส่วนเกี่ยวข้องกับเพจดังกล่าว และมีการลักลอบนำเข้าและจำหน่ายชิ้นส่วนอาวุธปืนผิดกฎหมาย จึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขออนุมัติหมายค้นต่อศาลจังหวัดนนทบุรี เข้าจับกุมดังกล่าว


จุดตัดถนน จุดเสี่ยงอันตราย ถ.ชัยพฤกษ์ - ถ.กาญจนาภิเษก

Fri, 18 Sep 2020 11:42:00

(18 ก.ย. 2563) ทีมข่าวรายการร้องทุกข์ลงป้ายนี้ ลงพื้นที่ตรวจสอบหลังได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน เรื่องถนนจุดเสี่ยงอันตรายเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง พิกัดอยู่ช่วงทางเลี้ยวโค้งรถที่วิ่งมาจากถนนชัยพฤกษ์ ตัดเข้าถนนกาญจนาภิเษก เพื่อมุ่งหน้าไปทางอำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี เนื่องจากเมื่อรถเลี้ยวมาแล้วจะเจอกับรถที่วิ่งมาทางตรงบนถนนกาญจนาภิเษกเลย ถึงแม้จะมีเส้นจราจรตีไว้เป็นเขตปลอดภัยรถห้ามวิ่งผ่านหรือหยุด แต่ยังมีรถจำนวนมากที่วิ่งผ่านทับเส้นจราจรนี้ไป จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบแก้ไขปัญหา

 


ทีมข่าวรายการร้องทุกข์ลงป้ายนี้
ได้ประสานงานไปยังนายโสภณ สังข์แป้น รองผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ แขวงทางหลวงนนทบุรี กรมทางหลวง ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบพร้อมกับตัวแทนตำรวจจราจรสถานีตำรวจภูธรบางบัวทอง นายโสภณ ระบุว่าเดิมทีช่องทางการจราจรที่มาจากถนนชัยพฤกษ์ มีเพียง 1 ช่องทาง แต่เมื่อมีปริมาณการจราจรที่หนาแน่น จึงขยายช่องทางการจราจรเป็น 2 ช่องทาง เพื่อระบายรถที่มาจากถนนชัยพฤกษ์ในช่วงเวลาเร่งด่วน ซึ่งเมื่อทำการขยายถนนแล้วมีการขีดสีตีเส้นจราจรในช่วงจุดตัดฝั่งถนนกาญจนาภิเษกเป็นเส้นเขตปลอดภัยไว้แล้ว ซึ่งรถต้องห้ามวิ่งผ่านหรือหยุดตามกฎหมาย

 

 


ในวันนี้ได้รับทราบปัญหาจากทีมข่าวและชาวบ้าน เบื้องต้นมีแนวทางแก้ไขไว้ 3 แนวทาง คือ 1.ติดตั้งป้ายแจ้งเตือนรถทั้ง 2 ทิศทางให้เพิ่มความระมัดวัง 2.เส้นจราจรที่ยังมีความสับสนบนพื้นถนนจะดำเนินการลบให้เรียบร้อย 3.นำเสาล้มลุกหรือแบริเออร์วางตามแนวเส้นเขตปลอดภัยเพื่อป้องกันรถวิ่งมาด้วยความเร็วแล้วชนกับรถที่เลี้ยวโค้งมา อย่างไรก็ตามจะเร่งรัดดำเนินการเพื่อความปลอดภัยของรถที่วิ่งมาจากทั้ง 2 เส้นทาง


สำหรับเส้นจราจรเขตปลอดภัย ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก ห้ามมิให้ผู้ขับขี่รถเข้าไปในเขตปลอดภัย เว้นแต่ในกรณีจำเป็นและได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานจราจรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ หากผู้ขับขี่ฝ่าฝืนมีโทษปรับตามกฎหมายใหม่จำนวน 300 บาท


ตำรวจพบปืนตกใกล้มือ "จ.ส.อ." คาดลั่นไกยิงดับ 5 ศพ

Thu, 17 Sep 2020 17:41:00

วันนี้ (17 ก.ย.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีเกิดเหตุการณ์ยิงยกครัวในหมู่บ้านแห่งหนึ่งย่านสุขสวัสดิ์ ซึ่งผู้เสียชีวิตทั้ง 5 คน เป็นคนในครอบครัวเดียวกัน ประกอบด้วย พ่อ แม่ ปู่ ย่า และลูกชายวัย 8 ขวบ ซึ่งพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งครุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และแพทย์นิติเวช เข้าตรวจสอบและชันสูตรพลิกศพในที่เกิดเหตุ

 

จากการตรวจสอบบริเวณชั้น 1 พบศพนางอรสา คล้ายพยัฆ อายุ 65 ปี นอกจากนี้ยังพบปลอกกระสุนปืนตกตามทางเดิน ส่วนบริเวณชั้น 2 พบศพ จ.ส.อ.ประวิทย์ คล้ายพยัฆ อายุ 72 ปี อดีตข้าราชการทหารบก ซึ่งเป็นสามีของนางอรสา ส่วนอีกห้องหนึ่งพบศพ น.ส.วิภางค์ พุ่มไพจิตร อายุ 39 ปี, ศพ ด.ช.ภคิน คล้ายพยัฆ อายุ 8 ปี และศพ จ.ส.อ.อนุวัต คล้ายพยัฆ อายุ 39 ปี อดีตข้าราชการทหาร ซึ่งคาดว่าเป็นผู้ก่อเหตุ เนื่องจากพบอาวุธปืนลูกโม่ขนาด .38 พร้อมปลอกกระสุนที่ถูกยิงไปแล้ว ตกอยู่ที่มือข้างขวา เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

 

ล่าสุด พ.ต.อ.สุนัน อ้นหนองปรง ผู้กำกับการกลุ่มงานสอบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 8 เปิดเผยว่า เบื้องต้นยังไม่สรุปมูลเหตุจูงใจ แต่ได้ตั้งสมมติฐานความน่าจะเป็นในการเกิดเหตุ ซึ่งต้องรอตรวจสอบพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงอาวุธปืนที่ตกอยู่ใกล้ จ.ส.อ.อนุวัติ พร้อมตรวจสอบกล้องวงจรปิดและสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ขณะเดียวกันไม่พบจดหมายลาตายและไม่พบว่ามีบุคคลอื่นเข้าไปในบ้าน โดยพนักงานสอบสวนได้ติดต่อญาติของผู้เสียชีวิตให้เข้ามาให้ข้อมูล

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยิงยกครัวดับ 5 ศพย่านสุขสวัสดิ์ ยังไม่ทราบสาเหตุ

 


จนมุม! ผู้ต้องขังสวมชุดผู้คุม หลบหนีออกจากเรือนจำ

Thu, 17 Sep 2020 16:02:00

วันนี้ (17 ก.ย.2563) กล้องวงจรปิดบันทึกภาพขณะ นายวุฒิชัย เตชสิทธิ์ธนวัฒน์ อายุ 35 ปี ผู้ต้องขังเรือนจำจังหวัดเพชรบูรณ์ หลบหนีจากเรือนจำ โดยสวมชุดเครื่องแบบผู้คุมในมือถือแฟ้มเอกสารและสวมหน้ากากอนามัย เดินออกจากอาคารไปยังประตูด้านหน้าของเรือนจำ ด้วยกิริยาอาการที่เป็นปกติ

มีรายงานว่าหลังหลบหนีออกจากเรือนจำสำเร็จนายวุฒิชัยได้ขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้ารุ่น PCX สีดำ ขับหลบหนีไป ตำรวจได้เร่งแจ้งวิทยุเพื่อสกัดจับพร้อมลงพื้นที่ตรวจสอบสาเหตุภายในเรือนจำ ขณะที่เจ้าหน้าที่เรือนจำเพชรบูรณ์ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลใด ๆ

ล่าสุด เวลา 16.15 น. เพจ โปลิศไทยแลนด์ - Police Thailand News เผยว่า สามารถจับกุมตัวนายวุฒิชัยได้แล้ว ที่บ้านร้างแห่งหนึ่งกลางทุ่งข้าวโพดใน ต.ชอนไพร อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ พร้อมจักรยานยนต์ ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสอบปากคำ

 

 


ขุดถึงก้นเหมือง! "คิงส์เกต" ใช้บริษัทลูกใน "มอริเชียส" คุมเหมืองไทย

Thu, 17 Sep 2020 13:10:00

สืบเนื่องจากการตรวจสอบของไทยพีบีเอส พบว่า บริษัท ริชภูมิ ไมนิ่ง ที่ยื่นขอสำรวจเหมือง จ.จันทบุรี คือ บริษัท ริชภูมิ ไมนิ่ง ซึ่งมีความสัมพันธ์โดยตรงกับบริษัท อัครา รีซอร์สเซส และบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด ซึ่งเป็นบริษัทที่กำลังฟ้องรัฐบาลไทย กรณีมีคำสั่ง ม.44 สั่งยุติกิจการเหมืองทองอัครา จ.พิจิตร เมื่อปี 2559

บริษัท ริชภูมิ ไมนิ่ง เป็นบริษัทที่มาจากการลงทุน 3 ทอด เริ่มจากการลงทุนร่วมของบริษัท คิงส์เกต แคปปิตอล (บริษัทลูกของบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด) และบริษัท อัครา โดยลงทุนผ่านบริษัท อิสระ ไมนิ่ง จานั้น บริษัท อิสระ ไมนิ่ง ลงทุนในบริษัท ริชภูมิ (ตรวจสอบรายละเอียดแผนผังท้ายรายงาน)

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาโครงสร้างของบริษัท คิงส์เกต แคปปิตอล และบริษัท อัครา มีรายละเอียดดังนี้

อ่านเพิ่ม แผนผังเครือข่ายผู้ถือหุ้น(ภาพใหญ่)

1. บริษัท คิงส์เกต แคปปิตอล เป็นบริษัทลูกของบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด ทั้ง 2 บริษัทจดจัดตั้งที่ออสเตรเลีย โดยพบบริษัทดังกล่าวในรายงานประจำปีของบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด ตั้งแต่ปี 2541 (ปี 1998)

2. บริษัท อัครา รีซอส์สเซส เป็นการร่วมทุนระหว่างบริษัท คิงส์เกต แคปปิตอล และนางณุชรีย์ ไศลสูต โดยนางณุชรีย์ มีสามีเป็นคนออสเตรเลีย ทั้งคู่ตั้งบริษัทในไทยชื่อ บริษัท โลตัส ฮออล์ ไมนิ่ง เป็นบริษัทรับเหมาช่วงต่อ (Subcontractor) รับงานต่อจากบริษัท คิงส์เกต โซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด เช่น ดำเนินกิจการเหมืองในไทย คือ เหมืองชาตรี จ.พิจิตร และเหมือนในลาว เป็นต้น

ข้อมูลผู้ถือหุ้นทั้ง 2 ส่วนในข้างต้น สะท้อนว่าทั้ง 2 ส่วนนี้มีรากฐานมาจากบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด ทั้งสิ้น

บริษัทลูกตั้งอยู่ที่ "มอริเชียส"

ไทยพีบีเอส พบข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นของบริษัท อัครา ปี 2556 ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่บริษัทเริ่มเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยวันที่ 19 ก.ย.2556 บริษัท คิงส์เกต แคปปิตอล ถือหุ้น 6.66% ส่วนบริษัท เอเชีย โกลด์ ถือหุ้นสามัญ 41.19% (มีสิทธิออกเสียงในการบริหาร) ส่วนนางณุชรีย์ ถือหุ้นบุริมสิทธิ 51.76%

เท่ากับว่าบริษัท เอเชียโกลด์ ซึ่งมีสัญชาติมอริเชียส กับนางณุชรีย์ เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัทอัครา และกลุ่มผู้ถือหุ้นนี้ก็ยังคงรูปแบบมาจนถึงปัจจุบัน (30 ต.ค.2562)

 

เมื่อตรวจสอบบริษัท เอเชีย โกลด์ พบว่าเป็นบริษัทลูกของบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด อีกบริษัทหนึ่ง ตั้งอยู่ที่ประเทศมอริเชียส โดยประเทศนี้มีอนุสัญญาว่าด้วยการยกเว้นการเก็บภาษีซ้ำซ้อนกับประเทศไทย จึงเป็นประเทศที่มีผู้ลงทุนนิยมตั้งบริษัทลูกไว้ดำเนินธุรกิจในประเทศนั้น (Holding Company)

ต่อกรณีที่บริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด ยกข้อความตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย หรือ TAFTA เพื่อโต้แย้งกรณีรัฐบาล คสช. ใช้มาตรา 44 สั่งยุติกิจการ และเรียกค่าเสียหายไม่ต่ำกว่า 20,000 ล้านบาท จึงเป็นประเด็นที่น่าสงสัยว่า เมื่อบริษัทฯ เลือกใช้บริษัทลูกที่ตั้งอยู่ใน “ประเทศมอริเชียส” เข้ามาลงทุนร่วมกับบริษัท อัครา เพื่อดำเนินกิจการเหมืองในไทย จะสามารถใช้ข้ออ้างจาก TAFTA ที่เป็นความตกลงระหว่างไทย-ออสเตรเลียได้หรือไม่

สอบ 9 บริษัทลูกในไทย

ไทยพีบเอส ตรวจสอบข้อมูลจากรายงานประจำปีของบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ในออสเตรเลีย
พบว่ามีบริษัทลูกอย่างน้อย 32 แห่ง ได้แก่ ออสเตรเลีย 17 แห่ง, ไทย 9 แห่ง, มอริเชียส 1 แห่ง, ลาว 1 แห่ง, เปรู 1 แห่ง, ชิลี 2 แห่ง และอาร์เจนตินา 1 แห่ง

 

จากข้อมูลการจัดตั้งบริษัทลูก พบแบบแผนพฤติกรรมของบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด ที่ลงทุนในไทยแตกต่างจากประเทศอื่น โดยปกติจะเห็นว่ามีการตั้งบริษัทในประเทศปลายทาง เพื่อเข้าไปดำเนินกิจการเหมืองแร่ในประเทศนั้นๆ อาทิ ลาว เปรู ชิลี อาเจนตินา แต่กรณีของไทย ช่วงแรกเลือกใช้บริษัทลูกที่อยู่ในออสเตรเลียเข้ามาร่วมลงทุนกับบริษัท อัครา จากนั้นได้เปลี่ยนเป็นบริษัทลูกที่ตั้งอยู่ในมอริเชียส คือ บริษัท เอเชีย โกลด์ เข้ามาร่วมลงทุนแทน

เมื่อวิเคราะห์แบบแผนการลงทุน ทั้งบริษัท อัครา ที่ทำเหมืองชาตรี จ.พิจิตร และบริษัท ริชภูมิ ที่ยื่นสำรวจเหมือง จ.จันทบุรี พบว่าในไทยมีบริษัทลูกของบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด อย่างน้อย 9 แห่ง ซึ่งแต่ละแห่งล้วนมีความสัมพันธ์กันในลักษณะการถือหุ้นไขว้

ยกตัวอย่างเช่น การลงทุนใน 1.บริษัท ฟ้าร้อง 2.บริษัท ฟ้าแล็บ 3.บริษัท ริชภูมิ ไมนิ่ง ทั้ง 3 บริษัท มีผู้ลงทุนหลักคือ บริษัท อิสระ ไมนิ่ง

และเมื่อตรวจสอบที่มาของ บริษัท อิสระ ไมนิ่ง ก็พบว่าเป็นการลงทุนร่วมกันของบริษัท อัครา, บริษัท คิงส์เกต แคปปิตอล, บริษัท สวนสักพัฒนา ซึ่งทั้ง 3 บริษัทต่างมีรากมาจากบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด เช่นกัน

 

อย่างไรก็ตาม จะเห็นว่าบางบริษัทมีการเปลี่ยนชื่อ แม้จะเป็นบริษัทที่มีที่มาเดียวกัน แต่ผู้เขียนเลือกที่จะแยกเป็นอีก 1 บริษัท เพราะมีลักษณะของการลงทุนในแต่ละช่วงเวลาต่างกัน และบางบริษัทมีการปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นภายหลังการเปลี่ยนชื่อ

ข้อมูลทั้งหมดนี้ สะท้อนให้เห็นว่ามีการลงทุนโดยบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด บริษัทสัญชาติออสเตรเลีย ซึ่งใช้กลไกของบริษัทลูก และบุคคลที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดในลักษณะ “นอมินี” เข้ามาลงทุนในไทย

นอกจากนี้ยังพบว่า บริษัทลูกบางแห่ง เช่น บริษัท คิงส์เกต แคปปิตอล ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นหลักในบริษัท อัครา มีที่ตั้งอยู่ที่เมอริเชียส แต่เมื่อบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด จะดำเนินคดีกับรัฐบาลไทย กลับยึดสถานะบริษัทแม่ที่เป็นบริษัทออสเตรเลีย และความตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย หรือ TAFTA ในการต่อสู้ ขณะที่การลงทุนจริงเป็นการดำเนินการผ่านบริษัทลูก คือ บริษัท คิงส์เกต แคปปิตอล ที่อยู่ในเมอริเชียส ที่ได้รับสิทธิพิเศษยกเว้นการเก็บภาษีซ้ำซ้อน

 


5 คนรุมทำร้าย "ผู้กองปูเค็ม" มอบตัวตำรวจแล้ว

Thu, 17 Sep 2020 10:23:00

วันนี้ (17 ก.ย.2563) จากกรณี ร.อ.ทรงกลด ชื่นชูผล หรือ "ผู้กองปูเค็ม" นักเคลื่อนไหวการเมือง ถูกทำร้ายร่างกายที่ อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา โดยสาเหตุคาดว่าจะเป็นคู่กรณีที่ไม่พอใจหลังจาก ร.อ.ทรงกลด ไลฟ์สดเหตุแจ้งจับตู้สล็อต และญาติส่งตัวไปรักษาตัวต่อที่ รพ.พุทธโสธร 

ล่าสุด เพจเฟซบุ๊ก กปปส.ลุมพินี มีรายงานว่า ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุทำร้ายผู้กองปูเค็ม 5 คนเข้ามอบตัวแล้ว โดยตำรวจอยู่ระหว่างการสอบสวน

ต่อมา พล.ต.ต.ชาคริต สวัสดี สวัสดี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมด้วยพ.ต.อ.ประสาน แก้วมหาสุริวงษ์ ผกก.สภ.พนมสารคาม แถลงว่า สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้แล้ว 5 คนเบื้องต้นให้การว่าทำไปเพราะไม่พอใจที่ผู้กองปูเค็ม ขับรถปาดหน้า ก่อนเกิดเหตุกำลังจะไปเที่ยวกันที่ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา และขับรถผ่านเข้าพื้นที่ อ.พนมสารคาม ถูกรถเก๋งขับปาดเข้ามา จึงบันดาลโทสะ และขับตามไปปาดหน้าเพื่อให้จอดข้างทาง และอ้างว่าไม่รู้จักว่าเป็นผู้กองปูเค็ม 

ส่วนอาการของผู้กองปูเค็ม ตำรวจระบุว่าอาการยังสาหัส สมองได้รับความกระทบเทือน และแพทย์โรงพยาบาลพุทธโสธรให้การดูแลอย่างใกล้ชิด 

นอกจากนี้มีรายงานว่า ประโยคแรกที่ผู้กองปูเค็มพูดออกมาคือ

เหมือนตายแล้วเกิดใหม่ เหตุการณ์ยิ่งกว่าในหนัง ถ้าไม่กัดฟันเฮือกสุดท้ายเหลือแต่ชื่อ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทำร้าย "ผู้กองปูเค็ม" หลังไลฟ์สดแฉตู้สล็อตที่พนมสารคาม

 

 

 

 

 


ยิงยกครัวดับ 5 ศพย่านสุขสวัสดิ์ ยังไม่ทราบสาเหตุ

Thu, 17 Sep 2020 10:03:00

วันนี้ (17 ก.ย.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุยิงยกครัวภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่งในซอยสุขสวัสดิ์ 70 เบื้องต้นพบว่ามีผู้เสียชีวิต 5 คน

ขณะที่เพื่อนบ้านให้ข้อมูลว่า ช่วงเวลาประมาณ 06.00 น. ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหลายนัดและได้ยินเสียงคนในบ้านร้อง จากนั้นรู้สึกผิดสังเกตที่คนในครอบครัวยังไม่ตื่นและออกไปส่งหลานไปโรงเรียน จึงเดินไปดูที่บ้านและเห็นว่าผู้หญิงสูงอายุนอนเสียชีวิตในบ้าน ก่อนที่จะแจ้งตำรวจให้เข้าตรวจสอบ ซึ่งที่ผ่านมาครอบครัวนี้ไม่เคยแสดงความเครียด หรือมีปัญหาธุรกิจ

 

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งครุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานและเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน อยู่ระหว่างตรวจสอบ รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง และร่วมกันแพทย์ชันสูตรพลิกศพผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ เบื้องต้นผู้เสียชีวิตทั้ง 5 คน เป็นชาย 3 คน หญิง 1 คน และเด็ก 1 คน

มีรายงานข่าวว่า พบอาวุธปืนในมือของผู้เสียชีวิตคนหนึ่ง เบื้องต้นทราบว่าทำธุรกิจประเภทอุปกรณ์สเปรย์ล้างคราบน้ำมัน ห้องเครื่องและยางมะตอย

 


ปล่อยตัวชั่วคราว "ลูกจ้าง สนง." ยักยอกเงินหลวง 33 ล้านบาท

Thu, 17 Sep 2020 07:29:00

จากกรณี น.ส.ขนิษฐา หอยทอง อายุ 28 ปี พนักงานราชการ สำนักงานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ถูกแจ้งดำเนินคดีข้อหายักยอกทรัพย์, ปลอมเอกสารของทางราชการ และใช้เอกสารปลอมหลังนำเงินงบประมาณของทางราชการ 33 ล้านบาท โอนเข้าบัญชีส่วนตัว รวมถึงพบปลอมเช็คและการเบิกจ่ายรวม 165 ครั้ง โดยศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้ออกหมายจับเมื่อวันที่ 20 มิ.ย.2563 และไม่ให้ประกันตัวตั้งแต่การฝากขังผัดแรก เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.2563

ล่าสุด พ.ต.อ.ธนากร วงศ์สิริลักษณ์ ผู้กำการ สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้อัยการคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 จ.สมุทรสงคราม มีคำสั่งปล่อยตัวชั่วคราว น.ส.ขนิษฐา จากการคุมขังที่เรือนจำกลาง จ.สมุทรสงคราม เมื่อวันที่ 13 ก.ย.ที่ผ่านมา เนื่องจากครบกำหนดฝากขังครั้งละ 12 วัน จำนวน 7 ผัด รวม 84 วัน


พ.ต.อ.ธนากร ระบุอีกว่า พนักงานอัยการยังไม่สรุปสำนวนยื่นฟ้องต่อศาลคดีทุจริตในระบบไต่สวน จึงทำให้ผู้ต้องหาได้รับการปล่อยตัว ยืนยันพนักงานสอบสวนไม่ได้ทำงานล่าช้า แต่คดีนี้มีเอกสารจำนวนมากจากการทำธุรกรรมทางการเงินในระบบอิเล็กทรอนิกส์ ที่เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน โดยจะเร่งสรุปสำนวนให้เสร็จโดยเร็ว จากนั้นจะนำตัวผู้ต้องหาทุกรายไปดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด

สำหรับผู้ต้องหาภายหลังได้รับการปล่อยตัว ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนติดตามพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการหลบหนี แม้ว่าที่ผ่านมา น.ส.ขนิษฐา ได้ให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา ขณะที่ก่อนหน้านี้นางสายพิณ ดิบดีคุ้ม อายุ 60 ปี มารดาของ น.ส.ขนิษฐา ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีเดียวกันได้รับการประกันตัวแล้ว


ที่ผ่านมา คดีดังกล่าวมีการอายัดบัญชีเงินฝากของมารดาผู้ต้องหา และผู้เกี่ยวข้องซึ่งเป็นบุคคลทั่วไปรวม 9 คน หลังตรวจสอบพบพิรุธจากการโอนเงินที่ได้จากการทุจริต และมีความเชื่อมโยงกับการโอนเงินบางส่วนผ่านเว็บพนันออนไลน์

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ค้นบ้านลูกจ้างโกงเงินหลวงพบเช็คเปล่าพร้อมลายเซ็น

ฝากขังลูกจ้าง สนง.จังหวัดยักยอกเงินหลวง 33 ล้าน

แจ้งข้อหาเพิ่มลูกจ้าง สนง.จังหวัดยักยอกเงินหลวง 33 ล้านบาท

 

 


ทำร้าย "ผู้กองปูเค็ม" หลังไลฟ์สดแฉตู้สล็อตที่พนมสารคาม

Thu, 17 Sep 2020 06:12:00

เมื่อวันที่ 16 ก.ย.2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.อ.ทรงกลด ชื่นชูผล หรือ "ผู้กองปูเค็ม" นักเคลื่อนไหวการเมือง ถูกทำร้ายร่างกายที่ อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา โดยสาเหตุคาดว่าจะเป็นคู่กรณีที่ไม่พอใจหลังจาก ร.อ.ทรงกลด ไลฟ์สดเหตุแจ้งจับตู้สล็อต

ล่าสุดญาติของ ร.อ.ทรงกลด ชี้แจงความคืบหน้าว่า ได้ย้าย ร.อ.ทรงกลด ไปรักษาตัวต่อที่ รพ.พุทธโสธร เนื่องจากมีอาการสาหัส ใบหน้าปูดบวม มีเลือดไหลที่ใบหน้าและศีรษะ พร้อมประสานไปยังตำรวจท้องที่ให้ช่วยดูแลรักษาความปลอดภัย เนื่องจากยังไม่แน่ชัดว่าเป็นฝีมือของกลุ่มบุคคลใดที่ก่อเหตุทำร้ายร่างกาย


ทั้งนี้ ญาติได้ตั้งข้อสังเกตว่า ก่อนเกิดเหตุ ร.อ.ทรงกลด ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กที่ศูนย์การค้าแห่งหนึ่งใน อ.พนมสารคาม โดยมีชาวบ้านกำลังเล่นตู้สล็อต จากนั้นก็แจ้งตำรวจให้เข้าจับกุมเจ้าของร้านข้าวแกงที่อนุญาตให้ติดตั้งตู้ดังกล่าว

ต่อมา ร.อ.ทรงกลด เดินทางไปยังห้องแถวซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุที่ถูกทำร้าย เพราะมีสมาชิกคนหนึ่งแจ้งเบาะแส แต่เมื่อไปถึงก็ไม่ได้ไลฟ์สดแต่อย่างใด กระทั่งมีชาวบ้านพบว่า ร.อ.ทรงกลด ถูกรุมทำร้ายนอนสลบอยู่บนพื้นใกล้กับห้องแถวที่มีตู้พนันสล็อต ซึ่งเชื่อว่าอีกฝ่ายอาจรู้ตัวและรุมทำร้ายเพื่อไม่ให้แจ้งตำรวจ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะได้ติดตามหากลุ่มบุคคลดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ฝ่ายปกครองฉะเชิงเทรากวดขันแหล่งพนัน

วันเดียวกัน นายสรายุทธ แก้วกุลปรีชา รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้สั่งให้ตำรวจในพื้นที่และนายอำเภอทุกอำเภอ เฝ้าระวังและกวดขันไม่ให้มีแหล่งการพนันทุกชนิดโดยเคร่งครัด หลังปรากฎว่ามีการลักลอบนำตูม้าและตู้สล็อตมาตั้งในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อเปิดให้มีการเล่นพนัน ซึ่ง "ผู้กองปูเค็ม" เป็นผู้เผยแพร่ภาพสดเหตุการณ์ดังกล่าวในสื่อสังคมออนไลน์

 


ผบ.ตร.ตรวจเยี่ยม-อำลาหน่วย ตชด.ค่ายนเรศวร

Wed, 16 Sep 2020 15:48:00

วันนี้ (16 ก.ย.2563) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 10.00 น. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย นางบุษบา ชัยจินดา นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร., พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รอง ผบ.ตร., พล.ต.อ.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร จตช., พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.พงษ์วุฒิ พงษ์ศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร. และคณะ ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมและอำลาหน่วย กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ณ ค่ายนเรศวร อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี

 

 

 

ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ได้ตรวจพลขบวนแถวเกียรติยศ มอบสิ่งของที่ระลึกให้กับผู้แทนหน่วยในสังกัด กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน พร้อมเป็นประธานพิธี เปิดห้องประชุมชัยจินดา ณ บก.กฝ.บช.ตชด.

รองโฆษก ตร.กล่าวต่ออีกว่า ผบ.ตร.ได้กล่าวขอบคุณผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ผู้บังคับบัญชา ตลอดจนข้าราชการตำรวจทุกระดับ ที่ได้จัดพิธีอำลาหน่วย ซึ่งรู้สึกประทับใจ ซาบซึ้งในความตั้งใจ ที่ได้จัดงานนี้ให้ ก่อนที่จะเกษียณอายุราชการ ตลอดจนขอบคุณที่ได้ร่วมกันทำงาน ขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการพิทักษ์ปกป้องและเทิดพระเกียรติ เพื่อความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และงานด้านอื่นๆ ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา

 

 

 

ขณะเดียวกัน ผบ.ตร.ขอให้ข้าราชการตำรวจทุกนายพึงระลึกเสมอว่าการที่ได้อาสามาเป็นตำรวจ หน้าที่หลัก คือการดูแลทุกข์สุขของประชาชน เสียสละ อุทิศกาย อุทิศใจ ให้กับการทำงาน เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างความเชื่อมั่น และสร้างความศรัทธาให้กับประชาชน ตลอดจน การปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยให้กับสังคม


แจ้ง 2 ข้อหา หญิงทำร้ายร่างกายปมจองเบาะรถตู้

Wed, 16 Sep 2020 13:51:00

จากกรณีคลิปวิดีโอบันทึกเหตุการณ์หญิงทำร้ายร่างกายผู้อื่นโดยการกระชากศีรษะ เนื่องจากการจองเบาะรถตู้ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต มาอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ จนทำให้ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บ เมื่อวันที่ 14 ก.ย.ที่ผ่านมา

วันนี้ (16 ก.ย.2563) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยว่า ขณะนี้ตำรวจสามารถติดตามผู้ต้องหาได้แล้ว โดยอยู่ระหว่างพนักงานสอบสวนดำเนินการสอบปากคำที่เกี่ยวข้อง และจะแจ้งข้อหาผู้ต้องหาในความผิดฐาน “ทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ” ตามมาตรา 295 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และในความผิดฐาน “ดูหมิ่นผู้อื่นซึ่งหน้า” ตามมาตรา 393 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พญาไท จะนำตัวผู้ต้องหาไปยื่นฟ้องต่อศาลแขวงดุสิตต่อไป อีกทั้งขอฝากเตือนไปยังพี่น้องประชาชนอย่าใช้กำลังในการตัดสินปัญหา ควรตั้งสติและใช้สันติวิธีเข้ามาแก้ไข เพราะเมื่อใช้กำลังทำร้ายซึ่งอาจนำมาถึงความเสียหายทั้งต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สิน หากเกิดความเสียหายดังกล่าวขึ้น ก็ต้องถูกดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย


ผู้ประกอบการชี้แจงไม่เกี่ยวข้องพบยาไอซ์ในกระป๋องกะทิส่งไปออสฯ

Tue, 15 Sep 2020 17:16:00

วันนี้ (15 ก.ย.63) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากกรณีที่สื่อต่างชาติรายงานเจ้าหน้าที่ตำรวจออสเตรเลียตรวจพบยาเสพติดในกระป๋องกะทิที่ส่งจากประเทศไทยไปยังนครซิดนีย์ออสเตรเลีย ล่าสุด บริษัท ทวีวงษ์ การเกษตร จำกัด ออกเอกสารชี้แจงถึงกรณีดังกล่าว ดังนี้

สืบเนื่องจากข่าวต่างประเทศ รายงานเมื่อวันที่ 11 ก.ย.63 ที่ผ่านมามีการตรวจสอบพบสารเสพติดซุกซ่อนในกระป๋องกะทิ คล้ายหรือเหมือนเครื่องหมายการคของบริษัทฯ ที่ส่งจากประเทศไทยไปยังนครซิดนีย์ ออสเตรเลีย ซึ่งทางบริษัทฯ พบจุดนำสงสัย 2 เรื่อง 1. สินค้าที่ปรากฎในข่าวมีฉลากที่แตกต่างจากฉลากที่บริษัทฯใช้ในการจำหน่ายไปต่างประเทศ 2.กระป๋องที่ปรากฎในข่าวมีสภาพที่แตกต่างจากมาตรฐานการผลิตของบริษัท และมีร่องรอยการ ถูกดัดแปลงอย่างชัดเจน โดยเฉพาะลักษณะฝามาตรฐานเป็นฝาที่ดึงเปิดได้ง่าย (Easy Open Ends) แต่กระป๋องที่ปรากฎในข่าวเป็นฝาปิดที่มีลักษณะแตกต่างออกไป ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ภาพลักษณ์ของบริษัท ทวีวงษ์การเกษตร จำกัด และ แบรนด์ "ทวีรส" เสียหาย

 

ทางบริษัทฯได้มีการแจ้งความเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงได้ทำหนังสือฉบับนี้ เพื่อยืนยันว่า บริษัทฯ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในครั้งนี้แต่อย่างใด บริษัทฯ ประกอบธุกิจโดยสุจริต และยึดมั่นในหลักธรมาภิบาลมาโดยตลอด อีกทั้งผลิตภัณฑ์ของบริษัทได้รับความนิยมจากลูกค้าและผู้มีอุปการะคุณทั้งภายในและต่างประเทศด้วยดีเสมอมา

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตร.เร่งขยายผลจับผู้ส่งไอซ์ในกล่องกะทิ 600 ลิตร ไปออสเตรเลีย

Western Sydney duo charged with drug offences after meth found in imported coconut cans