จับลูกชาย "แคล้ว ธนิกุล" หลังหนีคดียิงหนุ่มเสียชีวิต

Thu, 7 Jul 2022 09:55:00

วันนี้ (7 ก.ค.2565) เวลา 06.00 น. พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช. ก.) สั่งนำกำลังชุดปฎิบัติการพิเศษคอมมานโด ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด ในจังหวัด 12 จังหวัด ประกอบด้วย เชียงราย แม่ฮ่องสอน นนทบุรี กรุงเทพฯ สมุทรปราการ กาญจนบุรี ฉะเชิงเทรา จันทบุรี นครศรีธรรมราช ขอนแก่น นครพนม และกาพสินธุ์ ตามยุทธการคอมมานโดปราบคนพาล

สำหรับที่นครศรีธรรมราช คอมมานโดนำกำลังจับกุมนายคม ธนิตกุล อายุ 35 ปี ลูกชายของนายแคล้ว ธนิกุล หรือเหลาสวนมะลิ อดีตผู้กว้างขวางในพื้นที่กรุงเทพฯ และอดีตโปรโมเตอร์และผู้จัดในวงการมวย เจ้าของฉายา "เจ้าพ่อนครบาล" ได้ที่ริมถนนในตำบลเกาะขันธ์ อ.ชะอวด หลังถูกศาลออกหมายจับในคดีใช้อาวุธปืนขนาด.45 ก่อเหตุยิงนายเอกณรงค์ เรืองเนตร 4 นัด เสียชีวิต หน้าศาลาที่พักผู้โดยสารริมถนนแสงชูโตสายเก่า หมู่ที่ 9 ต.วังศาลา อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ก่อนหลบหนี

สำหรับปฏิบัติการดังกล่าว ผบช.ก. สั่งการให้กองบังคับการปฎิบัติการพิเศษหรือคอมมานโด ทำข้อมูลสืบสวนผู้ต้องหาที่มีพฤติกรรมก่อคดีฆ่าผู้อื่นอย่างอุกอาจ คดีอาวุธปืน ตลอดจนคดียาเสพติด ที่เป็นภัยต่อสังคมที่ยังคงหลบหนีการจับกุม จนเป็นที่มาของการปูพรมเป้าหมาย 17 จุด ผู้ต้องหา 16 คนทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม ในช่วงสายวันนี้ ผบช.ก.จะแถลงข่าวสรุปผลการปฏิบัติต่อไป


กองปราบฯปูพรม 17 จุด รวบพ่อ "นิกกี้ ณฉัตร" คดีพยายามฆ่า

Thu, 7 Jul 2022 08:46:00

วันนี้ (7 ก.ค.2565) ชุดปฎิบัติการพิเศษนำกำลังปิดล้อม บ้านพักในหมู่บ้านวิภาวรรณ ถนนเลี่ยงเมืองสนามบิน 15 ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี จับกุม นายวรเชษฐ จันทพันธ์ พ่อของนักแสดงหนุ่ม นิกกี้ ณฉัตร ผู้ต้องหาตามหมายจับพยายามฆ่า, พ.ร.บ.อาวุธปืน หลังใช้อาวุธปืนลูกกรดยิงใส่คนขับรถบรรทุกโดยไม่ทราบสาเหตุ มีผู้ได้รับบาดเจ็บและรถเกิดความเสียหายเหตุในพื้นที่ จ.นนทบุรี

สำหรับปฎิบัติการดังกล่าว ทาง พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ทางกองบังคับการปฎิบัติการพิเศษหรือคอมมานโด ทำข้อมูลสืบสวนผู้ต้องหาที่มีพฤติกรรมก่อคดีฆ่าผู้อื่นอย่างอุกอาจ คดีอาวุธปืน ตลอดจนคดียาเสพติด ที่เป็นภัยต่อสังคมที่ยังคงหลบหนีการจับกุม จนเป็นที่มาของการปูพรมเป้าหมาย 17 จุด ผู้ต้องหา 16 คน ทั่วประเทศ อย่างไรก็ตามในช่วงสายวันนี้ทาง พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. จะแถลงข่าวสรุปผลการปฎิบัติ ที่บช.ก. ต่อไป

 

 

 

 


"อัจฉริยะ" ร้อง ปปป.สอบคดีแตงโม ปม 2 ผู้ต้องหาไม่ส่งมือถือให้ จนท.

Wed, 6 Jul 2022 16:31:00

วันนี้ (6 ก.ค.2565) นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เข้าร้องเรียนให้ตำรวจกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ บก.ปปป. ตรวจสอบการกระทำความผิดของตำรวจในคณะสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 คดี น.ส.นิดา พัชรวีระพงษ์ หรือ แตงโม ที่เสียชีวิตจากการตกเรือสปีดโบต ในแม่น้ำเจ้าพระยา จ.นนทบุรี

นายอัจฉริยะ เปิดเผยว่า คดีนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำคดี ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี และคณะพนักงานอัยการภาค 1 ที่ใช้คำสั่งตามมาตรา 169 ให้ผู้ต้องหาบนเรือนนำโทรศัพท์มือถือส่งให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรมตรวจสอบ


เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจมีหมายเรียกให้มาสอบเพิ่ม และขอตรวจสอบข้อมูลในโทรศัพท์ของผู้ต้องหา ช่วงวันที่ 22-28 ก.พ. ซึ่งเป็นช่วงก่อนและหลังเกิดเหตุ ประเด็นนี้ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน กลับไม่อนุญาตให้นำโทรศัพท์มือถือไปตรวจสอบ โดยอ้างว่า เคยส่งมอบโทรศัพท์ให้พนักงานสอบสวนนำไปตรวจสอบที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ บก.ปอท. แล้ว ทั้ง 2 คนยืนยันว่า ให้ไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องขัดต่อรัฐธรรมนูญ สิทธิเสรีภาพของผู้ต้องหา จึงขอใช้สิทธินี้ไม่ส่งมอบให้

ทั้งนี้ นายอัจฉริยะ มองว่า เป็นเรื่องที่ตำรวจทำไม่ถูกต้อง ที่ยินยอมให้ผู้ต้องหาไม่ส่งมอบโทรศัพท์มือถือ และไม่ได้มีการดำเนินคดีใด ๆ กับผู้ต้องหาในฐานขัดขืนคำสั่งเจ้าพนักงาน ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 500 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ และเจ้าหน้าที่ตำรวจในคดีนี้ อาจเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 157 ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จึงต้องเข้ามาร้องขอให้ บก.ปปป.ดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องและผู้ต้องหาทั้งสองคน

 


นักศึกษาบราซิลพก "กัญชา" จากไทยไปอินโดนีเซียถูกจับคาสนามบิน

Wed, 6 Jul 2022 12:54:00

วันนี้ (6 ก.ค.2565) สำนักข่าว COCONUTS BALI  รายงานว่า นักท่องเที่ยวชายชาวบราซิล ซึ่งยังเป็นนักศึกษาอายุ 25 ปี คนหนึ่งถูกจับกุม เมื่อเดินทางมาถึงสนามบินบาหลี Ngurah Rai Airport เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากทางการจับพบว่ามีด้วยกัญชา 9.1 กรัม 

นักท่องเที่ยวคนดังกล่าว เดินทางไปอินโดนีเซีย ด้วยเที่ยวบินแอร์เอเชีย เที่ยวบิน 20.00 น.จากกรุงกัวลาลัมเปอร์ เมื่อไปถึงบาหลี เจ้าหน้าที่เอ็กซ์เรย์กระเป๋าเดินทาง และพบกัญชา 4 ชิ้นน้ำหนัก 9.1 กรัม ซึ่งให้การสารภาพว่าซื้อกัญชามาจากประเทศไทย 

โดยหีบห่อระบุข้อความว่า “SUPERMAO” หรือแปลเมาสุดๆ ภายในบรรจุกัญชา

มีรายงานข่าวว่า นักท่องเที่ยวบราซิลถูกตั้งข้อหานำเข้า และครอบครองยาเสพติดที่ผิดกฎหมายประเภทที่ 1 ซึ่งรวมถึงกัญชา ภายใต้กฎหมายยาเสพติดของอินโดนีเซีย ซึ่งอาจได้รับโทษจำคุกสูงสุด 15 ปี และต้องจ่ายค่าปรับสูงถึง 10,000 ล้านรูเปียห์อินโดนีเซีย หรือกว่า 23 ล้านบาท

อ่านข่าวเพิ่ม หลายชาติเตือนคนไทยห้ามนำ "กัญชา-กัญชง" เข้าประเทศ

ตม.เตือนนักท่องเที่ยวศึกษาประเทศห้ามนำเข้ากัญชา 

ด้านพล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) กล่าวว่า กรณีทาง การบาหลี จับกุมนักศึกษาบราซิล พกกัญชาจากประเทศไทย ไปยังประเทศอินโดนีเซีย จึงขอเตือนว่านักท่องเที่ยวควรตรวจสอบรายละเอียดข้อกฎหมายก่อนออกเดินทาง เนื่องจากแม้กัญชาจะไม่ผิดกฎ หมายในประเทศไทย แต่หลายประเทศยังมีความผิด ตั้งแต่โทษปรับ จำคุก ไปจนถึงโทษประหารชีวิต

ตม.จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสายการบิน และการท่าอากาศยาน ประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจกับนักท่องเที่ยว เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา เมื่อไปถึงประเทศปลายทาง ส่วนชาวต่างชาติ ที่นำกัญชาเข้าไทย ต้องดูรายละเอียดว่าเป็นความผิดตามกฎหมายอื่นด้วยหรือไม่

ขณะที่ก่อนหน้านี้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงจาการ์ตา โพสต์ข้อความแจ้งเตือนทางเพจเฟซบุ๊ก Royal Thai Embassy, Jakarta ระบุว่า สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงจาการ์ตา ขอแจ้งเตือนมิให้นำกัญชา กัญชง หรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของพืชชนิดดังกล่าวเข้ามาในประเทศอินโดนีเซีย หากฝ่าฝืนมี ได้ออกหากฝ่าฝืนมีโทษปรับขั้นต่ำ 1,000 ล้านรูเปียห์ หรือประมาณ 2.3 ล้านบาท จำคุก 5 ปี ถึงตลอดชีวิต หรือโทษสูงสุดประหารชีวิต


อัยการเผยแนวทางช่วยลูกหนี้นอกระบบ ใช้หนี้อย่างเป็นธรรม

Wed, 6 Jul 2022 10:10:00

วันนี้ (6 ก.ค.2565) นายณรงค์  ศรีระสันต์ อัยการพิเศษฝ่ายแผนช่วยเหลือทางกฎหมาย สำนักงานคุ้มครองสิทธิ์และช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน สำนักงานอัยการสูงสุด (สคช.) เผยถึงแนวทางการช่วยเหลือประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากการถูกเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินกว่ากฎหมายกำหนด จากเจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบ สามารถยื่นเรื่องร้องเรียนต่ออัยการจังหวัดครองสิทธิ์แต่ละจังหวัดได้ ในฐานะอนุกรรมการการไกล่เกลี่ยหนี้นอกระบบประจำจังหวัด เพื่อขอเจรจาไกล่เกลี่ยระหว่างลูกหนี้และเจ้าหนี้ ให้เกิดการใช้หนี้อย่างเป็นธรรม

ส่วนการเจรจาไกล่เกลี่ยคณะกรรมจะพิจารณาจากเงินต้นที่ลูกหนี้กู้ยืมมา เพื่อให้ลูกหนี้ชดใช้ ด้วยความเป็นธรรม หากพบว่าลูกหนี้ชำระดอกเบี้ยเกินกว่ากฎหมายกำหนด และใช้หนี้ไปแล้วเกินกว่ามูลค่าที่กู้มาแล้ว อาจจะพิจารณาให้ล้างหนี้ได้ แต่หากการเจรจาไม่สำเร็จ ลูกหนี้มีสิทธิ์แจ้งความดำเนินคดี โดยสามารถยืนขอทนายอาสา จากสำนักสำนักงานคุ้มครองสิทธิ์และช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน สำนักงานอัยการสูงสุด (สคช.) เพื่อสู้คดี

 


ไฟคลอก 3 ศพดับคาบ้าน คาดต้นเพลิงจากหม้อแปลงระเบิด

Wed, 6 Jul 2022 09:48:00

เมื่อวันที่ 5 ก.ค.2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุไฟไหม้บ้านเช่าที่เปิดเป็นร้านทำเบาะรถยนต์ ริมถนนสายทัพทัน -สว่างอารมณ์ หมู่ 2 บ้านดงดำ ต.ทัพทัน อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี

แม้ว่าหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ดับเพลิง พยายามฉีดน้ำเข้าไปในบ้าน ช่วยกันทุบห้องนอน เพื่อรีบเข้าไปช่วยเหลือนายพิเชษฐ์ เหมือนทอง พร้อมภรรยา และลูกสาววัย 5 ขวบ ขณะเกิดเพลิงไหม้ห้องเช่า แต่ไม่ทันพบทั้ง 3 คนถูกไฟคลอกเสียชีวิต

ชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า เห็นไฟไหม้สายไฟมาจากยอดเสาไฟฟ้าบริเวณหน้าบ้าน แล้วขาดไปตกพาดหลังคาเพิงนั่งเล่นของร้าน ก่อนจะลุกลามอย่างรวดเร็ว

แรงระเบิดน่าจะมาจากหม้อแปลงระเบิดจนสายไฟขาด ทำให้เกิดการลุกไหม้ตามสายไฟ 

 

ส่วนนายอุทิศ นิโรจน์ เจ้าของห้องเช่าจุดเกิดเหตุ เจ้าของห้องเช่าบอกว่าพยายามจะเข้าไปช่วยเหลือแต่ประตูด้านหลังถูกล็อก เช่นเดียวกับลูกจ้างที่อยู่ในร้านที่พยายามเคาะประตูเรียกแต่คนในห้องไม่ได้ยิน

มีคนบอกว่าไฟไหม้จากด้านนอกเข้าไป เพราะตอนที่มาถึงหน้าร้าน รถยังไม่โดนไฟไหม้ แต่ที่ช่วยไม่ทัน เพราะควันเยอะมาก และประตูถูกล็อกเข้าไปช่วยไม่ได้ทางด้านหลัง ไฟมันลุกหมดแล้ว

ตำรวจพิสูจน์หลักฐานตรวจหาสาเหตุไฟไหม้อีกครั้ง 

จากการสอบถามทราบว่า ผู้เสียชีวิตทำงานเพื่อรีบส่งลูกค้าจนถึงเวลา 03.00 น. เพราะมีการโพสต์ลงในโซเชียล ก่อนจะเข้านอนจนกระทั่งประมาณตี 4 เกิดไฟไหม้ อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้ตายเพลียและหลับลึกจนไม่ได้ยิน

หลังเกิดเหตุบรรดาญาติและเพื่อนบ้านตลอดจนคนรู้จักคุ้นเคยกับ นายพิเชษฐ์ และภรรยาเข้าแสดงความเสียใจกับ น.ส.ศิริวรรณ เชี่ยวเขตวัช อายุ 22 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยนเรศวร ลูกสาวคนโต ที่ต้องรีบเดินทางกลับบ้าน เพื่อจัดเตรียมสถานที่พิธีบำเพ็ญกุศลศพของ พ่อ แม่ และน้องสาว ที่วัดหนองหญ้าไทร

 

สำหรับศพของพ่อแม่ลูก ที่เสียชีวิต เจ้าหน้าที่ส่งไปตรวจพิสูจน์ที่นิติเวชโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ จ.นครสวรรค์ คาดจะเสร็จชันสูตรแล้วเสร็จช่วงเที่ยงวันนี้ (6 ก.ค.) จึงจะสามารถนำศพกลับ จ.อุทัยธานี ขณะที่เจ้าหน้าที่หน่วยพิสูจน์หลักฐานตำรวจภูธรภาค 6 จะได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ เพื่อหาสาเหตุของเพลิงใหม่ครั้งนี้ในช่วงเช้าวันนี้อีกครั้ง


รวบ "คาร์มัส" โจรกางเกงในตัวเดียวก่อเหตุลักทรัพย์ 9 คดี

Tue, 5 Jul 2022 17:50:00

กรณีเกิดเหตุลักทรัพย์ร้านขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ “BANANA” สาขานคร นายก อ.เมืองนครนายก จ.นครนายก ได้ทรัพย์สินไปกว่า 128 รายการ เสียหายมูลค่ากว่า 1.9 ล้านบาท ภาพจากกล้องวงจรปิด จนพบว่าคนร้ายนิยมแต่งกายโดยถอดเสื้อผ้าจนเหลือเพียงกางเกงในตัวเดียว  

วันนี้ (5 ก.ค.2565) จากการสอบสืบสวนสวนของ บก.สส.ภ.2 ทำให้ทราบว่าผู้ก่อเหตุคือนายเจ๊ะอิสมะแอ ฮามะ หรือคาร์มัส อายุ 23 ปี ชาวจ.นราธิวาส โดยตำรวจรวบตัวได้ที่ห้องพักแห่งหนึ่ง ถนนเสรีไทย แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กทม. และตรวจยึดของกลางได้ 149 รายการ เป็นโทรศัพท์มือถือที่ก่อเหตุขโมยมา 89 เครื่อง

 

สำหรับนายคาร์มัส พบว่าเคยก่อเหตุมาแล้วหลายท้องที่ทั่วประเทศ รวม 9 คดี คือ สภ.เมืองยะลา  สภ.หาดใหญ่  สภ.เมืองพัทลุง  สภ.เมืองนครศรีธรรมราช  สภ.เมืองหนองบัวลำภู   สภ.เมืองอุบลราชธานี สภ.หัวหิน สน.สายไหม จนถูกเรียกว่าโจรกางเกงในตัวเดียว 

 

พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.ภ.2 กล่าวว่า การจับตัวนายคาร์มัส ถือผลงานของชุดลาดตระเวนออนไลน์ สืบภาค 2 และ ตำรวจ PCT ชุดที่ 5  โดยพฤติการณ์ในคดีนี้มีลายเซ็นต์อาชญากรมีรูปแบบที่แปลกกว่าคดีอื่นเป็นอย่างมาก ก่อเหตุจำนวนหลายครั้ง ถึงแม้ว่าคนร้ายจะไม่ใช้ชื่อตัวเอง เพื่อสะดวกต่อการหลบหนี แต่ชุดสืบสวนสามารถติดตามจับกุมหลังก่อเหตุได้เพียง 1 วัน 

 


ไทยจับมือกัมพูชาปราบ "แก๊งคอลเซ็นเตอร์" ลงนาม 11 ก.ค.นี้

Tue, 5 Jul 2022 16:41:00

วันนี้ (5 ก.ค.2565) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่างบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) และกระทรวงการไปรษณีย์และโทรคมนาคม ของประเทศกัมพูชา ว่าด้วยความร่วมมือด้านการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และ Hybrid Scam ที่ก่อให้เกิดความเสียหายกับจำนวนมาก และมักจะดำเนินการจากนอกประเทศไทย

ขอให้ระมัดระวังเบอร์โทรศัพท์ที่ไม่คุ้นเคย ไม่ได้บันทึกไว้อย่าไปรับ จะถูกแอบอ้าง ซึ่งถ้าเรามีภูมิคุ้มกันจะดีกว่า ดังนั้นใครจะพูดกับใครขอให้เมมเบอร์ไว้ อย่าไปรับโทรศัพท์

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า  ข้อตกลงการร่วมมือครั้งนี้ เพื่อกำหนดกรอบความร่วมมือให้เจ้าหน้าที่ของทั้ง 2 ประเทศ ได้ใช้มาตรการที่เหมาะสม มีความสอดคล้องกับกฎหมายภายในของทั้ง 2 ประเทศ แลกเปลี่ยนข้อมูลสำหรับปราบปรามผู้กระทำผิด ตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างเจ้าหน้าที่ของทั้งไทย และกัมพูชา เพื่อผลักดันมาตรการต่างๆร่วมกัน

รัฐบาลถือว่าเรื่องนี้เป็นประเด็นเร่งด่วน เนื่องจากมีคนไทยได้รับผลกระทบและเสียหายจากการก่ออาชญากรรมทางไซเบอร์ในลักษณะนี้จำนวนมาก

 

สาระสำคัญของความตกลงระหว่างไทย และกัมพูชา จะมีกิจกรรมที่ผ่านการตัดสินใจร่วมกัน ดังนี้

ทั้งนี้ บันทึกความเข้าใจที่ทำร่วมกันนี้จะมีผลบังคับเป็นเวลา 3 ปีนับแต่วันลงนาม และอาจขยายระยะเวลาบังคับได้อีก 3 ปี ด้วยการจัดทำความตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร โดยจะมีการลงนามวันที่ 11 ก.ค.นี้ ที่กัมพูชา ซึ่งนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดีอีเอส จะเดินทางไปเยือนกัมพูชาด้วย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เตือนอย่าโพสต์เอกสารเดินทาง เสี่ยงมิจฉาชีพแฮ็กข้อมูล

เตือน! แก๊งคอลเซ็นเตอร์ อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ สปสช.ลวงข้อมูล

เตือนมุกใหม่ "แก๊งคอลเซ็นเตอร์" หลอกลวงขโมยเงินรูปแบบใหม่

 

 

 

 


อุบัติเหตุรถรับส่ง-นักเรียนเบรกแตกเจ็บ 50 คน

Tue, 5 Jul 2022 14:25:00

วันนี้ (5 ก.ค.2565) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 07.30 น. ร.ต.อ.มงคล ยศวิลาศ รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองนครพนม จ.นครพนม  พร้อมรถกู้ภัยเข้าตรวจสอบที่อุบัติเหตุรถบรรทุก 6 ล้อชนกับรถเก๋งมีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก บนถนนสายนครพนม-สกลนคร ช่วงโค้งบ้านผึ้ง ต.บ้านผึ้ง จ.นครพนม

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบรถบรรทุก 6 ล้อ พลิกคว่ำตะแคงข้าง คนขับได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ท้ายรถพบเด็กนักเรียนชาย-หญิง นักเรียนชั้น ม.1-ม.6 จำนวน 50 คน และอุปกรณ์การเรียนของนักเรียนที่มากับรถคันนี้ตกกระจัดกระจายอยู่บนถนน

ผู้บาดเจ็บส่วนใหญ่เป็นบุตรหลานของชาวบ้านวังบ้านผึ้ง-วังกระแส นอนเจ็บร้องครวญครางในที่เกิดเหตุ โดยรถกู้ชีพที่อยู่ใกล้เคียง ลำเลียงนักเรียนคนเจ็บนำส่ง รพ.นครพนม แล รพ.ค่ายพระยอดเมืองขวาง

ส่วนรถเก๋งที่ถูกเฉี่ยวชน มีนางมะลิวัลย์ ศรีชื่น ครูพี่เลี้ยงศูนย์เด็กเล็กแห่งหนึ่งใน ต.กุดตาไก้ อ.ปลาปาก ได้รับบาดเจ็บที่หน้าอก จากแรงกระแทก 

สอบสวนเบื้องต้น ทราบว่ารถบรรทุกมีนายลำไย คนขับ รับบุตรหลานมาจากบ้านผึ้ง-วังกระแส ไปส่งที่โรงเรียนบ้านผึ้งวิทยาคม ห่างจากจุดเกิดเหตุไปราว 2-3 กิโลเมตร แต่มาถึงจุดเกิดเหตุคาดว่าคนขับอาจจะหลับใน เป็นจังหวะที่รถเก๋งขับมาจึงเฉี่ยวชนจนรถพลิกคว่ำ 

แม่ค้ารายหนึ่ง กล่าวว่า ปกติรถ 6 ล้อจะมาจอดรับลูกสาวไปโรงเรียน แต่วันนี้ไม่จอดรับ ก่อนพุ่งลงเนินช่วงโรงงานเฟอร์นิเจอร์ คาดว่าเบรกอาจจะแตกพุ่งเลยสามแยก 

หลังเกิดเหตุได้มีบรรดาครูจากโรงเรียนบ้านผึ้งวิทยาคม และผู้ปกครองที่ทราบข่าว ได้เดินทางมาดูบุตรหลานที่บาดเจ็บอย่างโกลาหลในครั้งนี้ ครูบางคนพบเห็นนักเรียน ถึงกับช็อกกับเหตุการณ์  

 


ตร.ค้นบ้านย่านคลองสามวา เคยใช้ซ่อนยาเสพติดส่งเครือข่าย

Tue, 5 Jul 2022 07:05:00

วันนี้ (5 ก.ค.2565) ตำรวจชุดสยบไพรี กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด นำกำลังเข้าตรวจค้นภายในบ้านพักแห่งหนึ่งในซอยหทัยราษฎร์ 16 เขตคลองสามวา หลังจากที่สามารถจับผู้ต้องหาค้ายาเสพติดได้เมื่อกลางเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ก่อนที่จะเข้ามาตรวจสอบทรัพย์สินในวันนี้

 

พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง ผู้บังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 1 (ผบก.ปส.1) เปิดเผยว่า ตำรวจได้ขยายผลคดีนี้มาจากการจับผู้ต้องหาค้ายาบ้า 2,000 เม็ด ไอซ์ 300 กรัม เมื่อปี 2560 ที่ตำรวจกองปราบปรามจับผู้ต้องหารายนี้ได้ และอ้างว่ารับยาเสพติดมาจากนายธนกิจ ศรีศักดิ์นอก เจ้าของบ้านหลังนี้ ซึ่งเป็นผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่เขตคลองสามวา

 

บ้านหลังนี้ยังพบว่า เคยเป็นที่พักยาบ้าครั้งละกว่า 100,000 เม็ด ที่รับมาจากเครือข่ายในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งจากเดิมพบว่าเป็นผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่ก่อนที่จะผันตัวขึ้นมาเป็นรายใหญ่ จากนั้นยังพบว่านำเงินที่ได้จากการค้ายาเสพติดไปซื้อทรัพย์สินทั้งบ้านพักและสร้างอพาร์ทเม้นท์ให้เช่า ใน อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา มูลค่ารวมกว่า 50 ล้านบาท ซึ่งตำรวจได้ยึดไว้ตรวจสอบ

สำหรับผู้ต้องหาพบว่าไม่มีอาชีพเป็นหลักแต่มีเงินหมุนเวียนจำนวนมาก อีกทั้งในบริเวณบ้านยังมีรถยนต์เข้าออกบ่อยครั้งจนเป็นที่ผิดสังเกต ซึ่งข้างบ้านหลังนี้ยังเป็นโรงเรียนระดับประถมศึกษาอีกด้วย

ปฏิบัติการจับเครือข่ายนี้ตำรวจใช้ชื่อปฏิบัติการว่า "อวสานเจ้าพ่อคลองสามวา" โดยในพื้นที่กรุงเทพฯเข้าตรวจค้นรวม 10 จุด จับผู้ต้องหาได้ 4 คน และยังมีในพื้นที่อื่นๆ ในต่างจังหวัดอีกหลายจุด

อ่านข่าวอื่นๆ

"หมอนิธิพัฒน์" เตือนโควิดเริ่มตึงมือ ชี้ตัวเลขจริงติดวันละหลักหมื่น

สธ.เตือน "โควิดระลอกใหม่" ส่งหนังสือด่วนที่สุด แจ้งสถานพยาบาลรับมือ

ข่าวดี! กทม.เล็งขยับเพิ่มเงินพิเศษลูกจ้างเก็บขนขยะ


เก๋งป้ายแดงพุ่งชนเสาไฟฟ้าหัก 2 ต้น เจ็บ 4 คน ย่านดินแดง

Tue, 5 Jul 2022 06:40:00

วันนี้ (5 ก.ค.2565) เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู และตำรวจ สน.ดินแดง เข้าช่วยเหลือรถยนต์เก๋งป้ายแดง หลังเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าริมถนนอโศก-ดินแดง ขาเข้า มุ่งหน้าแยกโบสถ์แม่พระฟาติมา เขตดินแดง

 

รถคันดังกล่าวเสียหายอย่างหนักทั้งคัน บริเวณใกล้จุดเกิดเหตุพบเสาไฟฟ้าริมถนนหักกลาง 2 ต้น ส่วนคนขับรถอายุประมาณ 25 ปี พร้อมเพื่อนผู้ชายที่โดยสารมาด้วยกัน 2 คน ผู้หญิง 1 คน ได้รับบาดเจ็บติดภายในรถ เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องมือตัดเหล็กช่วยเหลือออกมาส่งโรงพยาบาล ภายในรถยังพบขวดน้ำดื่มและขวดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่หมดแล้วตกอยู่ด้านหลังเบาะคนขับ

 

จากการสอบถาม พนักงานรักษาความปลอดภัยของบริษัทที่ใกล้จุดเกิดเหตุ ให้การว่า ขณะปฏิบัติหน้าที่อยู่ในป้อมยาม ได้ยินเสียงแรงกระแทกดัง 2 ครั้ง ก่อนเห็นรถคันนี้เสียหลักขับเสยขึ้นบนทางเท้า และพุ่งไปชนรั้วกำแพงปูนอย่างแรง จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือ

 

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ คาดว่า รถยนต์คันดังกล่าวขับขี่มาด้วยความเร็ว ก่อนจะพุ่งเหินสะพานข้ามคลองนาซอง ทำให้รถเสียหลักไปเฉี่ยวชนกับเสาไฟฟ้าริมถนนอย่างแรง และพุ่งไปเสยชนกับรั้วกำแพงหน้าบริษัทดังกล่าว หลังจากนี้ต้องรอให้คนขับที่ได้รับบาดเจ็บอาการดีขึ้นก่อน จึงจะเรียกตัวมาสอบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

 

 


"แข่งรถตรัง" ตาย 1 นักแข่งยังโคมา พบสนามบกพร่องหลายจุด

Mon, 4 Jul 2022 18:50:00

กรณีเหตุการณ์รถมอเตอร์ไซต์ ในงานแข่งรถสระกะพังสุรินทร์โรดเรซซิ่ง จ.ตรัง เกิดอุบัติเหตุรถเกี่ยวกันจนเสียหลักแหกโค้งชนผู้ชมข้างสนามแข่ง เสียชีวิต 1 บาดเจ็บ 8 คน โดยในจำนวนนี้มีเด็ก 2 ขวบกระโหลกร้าว

วันนี้ (4 ก.ค.2565) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ครอบครัวนายมณฑล ชูยัง นักเรียนชั้น ม.4 อายุ 16 ปีที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์เรียกร้องผู้จัดการแข่งขัน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบ โดยครอบครัวนำศพมาจัดบำเพ็ญกุศลที่วัดควนสวรรค์ ต.นาหมื่นศรี อ.นาโยง จ.ตรัง หลังเสียชีวิตเพราะรถจักรยานยนต์ในสนามแข่งขันทางเรียบการกุศลพุ่งชน ขณะชมการแข่งขันที่สนามแข่งขันชั่วคราว สวนสาธารณะสระกะพังสุรินทร์ 

นางลัดดาวัลย์ หีดเภา แม่ผู้เสียชีวิตผู้เสียชีวิต เล่าว่า ลูกชาย พร้อมเพื่อนอีก 2 คน ขอไปดูการแข่งขัน หลังยืนดูได้ประมาณ 30 นาที ก็ถูกรถพุ่งชนจนเสียชีวิต และคนอื่นๆ บาดเจ็บอีกหลายคน จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีผู้จัดการแข่งขัน หรือหน่วยงานเกี่ยวข้อง ติดต่อมาแต่อย่างใด เพราะต้องการหาคนรับผิดชอบ

8 คนอาการปลอดภัย แต่นักแข่งรถยังโคม่า

ส่วนอาการบาดเจ็บทั้ง 8 คน ซึ่งในจำนวนนี้มีเด็กอายุ 2 ขวบรวมอยู่ด้วย ทั้งหมดอาการปลอดภัยแล้ว ยกเว้นนักแข่งรถยังอยู่ในอาการโคม่า ด้านคดี ตำรวจ สภ.เมืองตรัง นัดผู้จัดการแข่งขัน ซึ่งเป็นผู้นำชุมชน และหน่วยงานเกี่ยวข้องเข้าสอบปากคำแล้ว

ส่วนการจัดแข่งขัน ผู้จัดได้ขออนุญาตเทศบาลนครตรัง และตำรวจตามขั้นตอน แต่สนามจัดมีข้อบก พร่องหลายจุด ทั้งการบริหารจัดการความปลอดภัยของนักแข่ง และผู้ชม ไม่มีแผงกั้น ไม่มีล้อยางไม่มีฟาง ไม่มีการเว้นระยะห่าง ระหว่างสนามแข่งกับผู้ชม

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ระทึก! ตรังรถแข่งแหกโค้งพุ่งชนคนเจ็บ 8 เสียชีวิต 1

 


DSI รับทำคดีหลอกลงทุนธุรกิจน้ำมันบริษัทดัง เป็นคดีพิเศษ

Mon, 4 Jul 2022 17:25:00

วันนี้ (4 ก.ค.2565 ) นายแทนคุณ จิตต์อิสระ เลขานุการคณะทำงานทางการเมืองของประธานสภาผู้แทนราษฎร และตัวแทนผู้เสียหายกว่า 10 คน จากการลงทุนธุรกิจน้ำมัน จากบริษัท Aussie Oil เข้าพบเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อติดตามความคืบหน้า หลังมีประกาศ DSI รับพิจารณาเป็นคดีพิเศษ

นายแทนคุณ เปิดเผยว่า หลังจากนี้เจ้าหน้าที่จากกรมสอบสวนคดีพิเศษ จะเก็บรวบรวมข้อมูลและจำนวนของผู้เสียหาย พร้อมทั้งพิจารณาฐานความผิดของผู้ก่อเหตุ รวมทั้งสืบทรัพย์เพิ่มเติม ร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อนำเงินมาคืนให้กับผู้เสียหาย


ขณะที่ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า รู้สึกสบายใจขึ้น หลังเจ้าหน้าที่เรียกเข้าพบและเรียกร้องให้ประธานกรรมการบริษัทกลับมาเจรจาไกล่เกลี่ยค่าเสียหายที่เกิดขึ้น 

ล่าสุด พบผู้เสียหายจากบริษัท Aussie Oil แจ้งเรื่องไปยังประธานสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 859 คน มูลค่าความเสียหาย 700 ล้านบาท  อย่างไรก็ตาม ผู้เสียหายสามารถแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งเตรียมเปิด QR Code เพื่อรวมผู้เสียหายในสัปดาห์หน้า

 


ทิ้งจม.ลา! ตร.สันติบาลอุตรดิตถ์ฆ่าตัว คาดเครียดปมขายปืน

Mon, 4 Jul 2022 16:13:00

วันนี้ (4 ก.ค.2565) พ.ต.อ.เดชาวุธ พุทธิมา รอง ผบก.ภ.จว.อุตรดิตถ์ เข้าตรวจสอบสำนักงานที่การตำรวจสันติบาลจังหวัดอุตรดิตถ์ หลังรับแจ้งจาก พ.ต.ท.พีรพล จำนงค์จิตร สว.(สอบสวน) สภ.เมืองอุตรดิตถ์ว่ามีผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 คนภายในสำนักงานดังกล่าว 

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ ผู้เสียชีวิต เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัดสันติบาลจังหวัดอุตรดิตถ์ คาดว่าเข้ามาสำนักงานตั้งแต่วานนี้ (3 ก.ค.) เนื่องจากพบรถยนต์จอดอยู่หน้าที่ทำงานช่วงเช้า ร.ต.ต.ประดิษฐ์ กองเงิน กองร้อย ตชด.317 ต.นาขุม อ.บ้านโคก จ.อุตรดิตถ์ เพื่อนสนิทได้เข้ามาหา พบประตูห้องทำงานล็อกจากด้านใน เมื่อมองผ่านประตูกระจก พบเพื่อนนั่งอยู่บนเก้าอี้ และมีรอยคราบเลือดเต็มพื้น จึงรีบแจ้งตำรวจ สภ.เมืองอุตรดิตถ์ เข้าตรวจสอบ

นอกจากนี้บนโต๊ะทำงาน ยังมีจดหมายเขียนด้วยลายมือทิ้ง ระบุว่า 

“กระผม ร.ต.ต.ศักดิ์ดา กันเม็ด ต้องขอโทษทุกๆคนด้วย ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นกระผมไม่ได้เป็นผู้กระทำแต่อย่างใด ซึ่งมันทำให้ผมเครียดมาก ไม่มีทางออก หวังว่าทุกคนที่รู้จักผมคงเข้าใจในตัวผมด้วย ลงชื่อ ร.ต.ต.ศักดิ์ดา กันเม็ด”

สาเหตุเบื้องต้น คาดว่าน่าจะเกิดความเครียด หลังจากผู้ตายได้ขายอาวุธปืนให้กับเพื่อนที่ จ.แพร่ แต่ยังไม่ได้โอน ทำให้คนซื้อถูกจับจนเกิดคดีความ จึงเกิดความเครียด เนื่องจากผู้ที่ซื้อปืนเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้เสียชีวิต 200,000 บาท 

โดยตำรวจรวมรวมพยานหลักฐาน เพื่อหาสาเหตุการฆ่าตัวครั้งนี้ และนำศพผ่าพิสูจน์อีกครั้งที่โรงพยาบาลอุตรดิตถ์ ก่อนจะมอมอบให้ญาติรับศพไปทำพิธีทางศาสนา

 

 


สอบ 8 เยาวชนคดียิงคู่กรณีต่างสถาบันฯ ตร.ตั้งข้อหาพยายามฆ่า

Mon, 4 Jul 2022 16:00:00

วันนี้ (4 ก.ค.2565) ตำรวจทยอยนำตัวเยาวชนบางส่วนมาสอบสวนร่วมกับเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพ และพนักงานอัยการมีนบุรี หลังมีหลักฐานว่าเยาวชนกลุ่มนี้ ก่อเหตุไล่ยิงกันกลาง ถ.รามอินทรา 113 ขาออกมุ่งหน้ามีนบุรี


พ.ต.อ.รัฐศักดิ์ รักสลาม รอง ผบก.น.3 เปิดเผยว่า คดีนี้มีผู้ก่อเหตุ 8 คน ตามจับได้ครบแล้ว มีผู้เสียหาย 2 คน ส่วนสาเหตุเพราะทั้งสองฝ่าย เป็นคู่กรณีกันมาตั้งแต่สมัยเรียนชั้นมัธยมศึกษา แต่แยกย้ายกันไปเรียนต่อคนละสถาบัน โดยช่วงเกิดเหตุ ทั้งสองฝ่ายมาเจอกัน และมีปากเสียงทะเลาะวิวาทกัน


ขณะที่เยาวชนที่อยู่ในกลุ่มก่อเหตุ อ้างว่า มีปืนแต่ไม่ได้ยิง ส่วนเสียงปืนที่ดังขึ้น เกิดจากปืนลั่น มาจากฝั่งของคู่กรณี และยอมรับว่า เสียใจจากเหตุที่เกิดขึ้น เบื้องต้น ตำรวจตั้งข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าและครอบครองอาวุธปืนและพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะ

 


"อัจฉริยะ" จี้ ผบช.น. ตรวจสอบจับบ่อนรัชดา แต่ไม่ย้าย ตร.ท้องที่

Mon, 4 Jul 2022 13:56:00

วันนี้ (4 ก.ค.2565) นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ยื่นหนังสื่อถึง พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ให้ตรวจสอบการปฎิบัติหน้าที่กรณีตำรวจกองบังคับการสายตรวจและปฎิบัติการพิเศษ หรือ 191 เข้าจับกุมผู้ต้องหาลักลอบเล่นการพนันภายในอาคารแห่งหนึ่ง ซอยรัชดา 18 เขตห้วยขวาง ซึ่งเป็นท้องที่ สน.สุทธิสาร เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.ที่ผ่านมา หลังพบว่าอาคารดังกล่าวลักลอบเปิดบ่อนพนัน "บาคาร่า"

นายอัจฉริยะ เปิดเผยว่า การเปิดบ่อนขนาดใหญ่ลักษณะนี้ ผู้บัญชาการจะต้องมีคำสั่งเด้ง 5 เสือ ตั้งแต่ระดับผู้กำกับการที่มีหน้าที่รับผิดชอบ เหมือนครั้งอื่นๆ และตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ โดยให้ตำรวจ 5 นายย้ายออกจากการปฎิบัติหน้าที่ สน.สุทธิสาร เข้าไปประจำที่ศูนย์ปฎิบัติการกองบัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเข้าข่ายการกระทำผิด หรือละเว้นการปฎิบัติหน้าที่หรือไม่

นอกจากนี้ยังตั้งข้อสังเกตว่า บ่อนที่สามารถเปิดในใจกลางกรุงเทพฯ ได้ อาจมีบุคคลบางกลุ่มอยู่เบื้องหลังหรือไม่ เนื่องจากพื้นที่ที่ลักลอบเปิดบ่อนห่างจากสถานีตำรวจเพียง 1 กิโลเมตร ประกอบกับผู้เล่นพนันและของกลางมีจำนวนมาก จึงอยากให้ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลตรวจสอบ

นายอัจฉริยะ กล่าวอีกว่า ตนเองไม่ขอก้าวล่วงผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากคณะกรรมการฯ แต่อยากให้มีการการตรวจสอบ รวมถึงแนวทางปฎิบัติของตำรวจ หากพบว่าพื้นที่ใดลักลอบเปิดบ่อนการพนัน ตำรวจผู้รับผิดชอบพื้นที่ต้องถูกย้ายไปที่ ศปก.สังกัดนั้น เพื่อความโปร่งใส

 

 


ร้อง ตร.ช่วยหลังถูกตามทวงหนี้ ต้องหอบลูกนอนตามปั๊ม

Mon, 4 Jul 2022 13:37:00

วันนี้ (4 ก.ค.2565) นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจ "สายไหมต้องรอด" พาครอบครัว 4 พ่อแม่ลูก เข้าขอความช่วยเหลือกับตำรวจนครบาลมีนบุรี หลังถูกเจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบตามทวงเงิน จนต้องหลบหนีไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ขับรถสองแถวตระเวนนอนตามวัดและปั๊มน้ำมัน ทำให้บุตรทั้ง 2 คนไม่ได้ไปเรียนหนังสือ

นายเอกภพ เผยว่า ได้รับแจ้งเรื่องร้องทุกข์จากครอบครัวดังกล่าวให้มาช่วยดูแลลูกทั้ง 2 คน เพราะถูกคนตามทวงหนี้จนไม่สามารถดูแลต่อได้ จากการสอบถามจึงทราบว่าติดเงินเจ้าหนี้นอกระบบ จำนวน 7 เจ้า เป็นเงินต้นทั้งหมดกว่า 70,000 บาท แต่ต้องส่งดอกเบี้ยจนกว่าจะชำระเงินต้นได้ โดยต้องหาเงินจ่ายวันละ 200 บาทต่อเจ้า ทำให้ต้องหาเงินมาจ่ายเฉพาะดอกเบี้ยเป็นเงินทั้งหมดในแต่ละวันถึง 1,400 บาท เมื่อไม่มีจ่ายจึงถูกติดตามทวงถามและโทรศัพท์ข่มขู่ บางเจ้าส่งคนไปเฝ้าถึงหน้าโรงเรียนของลูกทั้ง 2 คน และถูกบุกข่มขู่ถึงหน้าบ้าน จึงพามาพบตำรวจนครบาลมีนบุรี เพื่อช่วยติดต่อเจ้าหนี้เข้ามาเจรจาไกล่เกลี่ย และช่วยดูแลความปลอดภัย

ผู้เป็นแม่ เปิดเผยถึงสาเหตุที่ต้องกู้หนี้ว่า จำเป็นต้องนำไปใช้จ่ายค่าดูแลบุตรทั้งสองคน ทั้งค่าเทอม ค่ากินอยู่ ตอนแรกกู้มาเพียงแค่ 10,000 บาท แต่เมื่อช่วงสถานการณ์โควิดที่ผ่านมาทำให้ประสบปัญหาเรื่องรายได้ที่น้อยลง จึงต้องพยายามไปกู้เงินจากเจ้าหนี้รายอื่นมาทบจนบานปลาย

พ.ต.อ.รัฐศักดิ์ รักสลาม รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 3 (รอง ผบก.น.3) เผยว่าจะดำเนินการสอบสวนขยายผลไปถึงเจ้าหนี้และจะเรียกเข้ามาพูดคุย ตามประสงค์ของผู้เสียหาย แต่หากพบว่าการกระทำดังกล่าวมีหลักฐานในการเอาผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ทวงหนี้ หรือปล่อยเงินกู้นอกระบบก็จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายด้วยเช่นกัน

ส่วนเรื่องของความปลอดภัยของผู้เสียหายตำรวจจะส่งรถสายตรวจไปดูแลที่บ้านพัก หลังจากที่ผู้เสียหายไม่สามารถเข้าบ้านพักได้เนื่องจากเจ้าหนี้ส่งคนดักรอที่บ้านพัก  ส่วนการค้างค่าเช่าบ้านจนถูกเจ้าของบ้านให้ย้ายออกจะส่งตำรวจเข้าไปเจรจาเพื่อขอความอนุเคราะห์ในการผ่อนผันที่จะอยู่ต่อ

 

 


เร่งตามหนุ่มมุกดาหาร จับเมีย-ลูกวัย 1 เดือนเป็นตัวประกัน

Mon, 4 Jul 2022 10:42:00

เมื่อวันที่ 3 ก.ค.2565 กรณีเกิดเหตุชายคลุ้มคลั่งใช้อาวุธปืนขนาด .38 จับภรรยา และลูกวัย 1 เดือนเป็นตัวประกัน และขังไว้ในห้องนอนในบ้านพักพื้นที่ ต.กุดแข้ อ.เมือง จ.มุกดาหาร ตั้งแต่วานนี้ (3 ก.ค.) โดยตำรวจใช้เวลาเกลี้ยกล่อมนานถึง 8 ชั่วโมงไม่สำเร็จ เนื่องจากผู้ก่อเหตุไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่เข้าใกล้ มีการยิงปืนขึ้นฟ้าหลายนัด

กระทั่งเวลา 17.45 น.ผู้ก่อเหตุอาศัยจังหวะที่เจ้าหน้าที่ประชุมวางแผน พาภรรยา และลูก หนีออกมาจากห้องนอน และขับรถยนต์หลบหนีออกไปอย่างรวดเร็ว โดยใช้เส้นทาง มุกดาหาร-กาฬสินธุ์ 

จากการตรวจสอบภายในห้องนอน พบปลอกกระสุนปืนหลายนัดตกอยู่ มีบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป นมเปรี้ยวแบบกล่อง และแพมเพิสทารก ตกอยู่บริเวณพื้นห้องอีกด้วย

โดยเจ้าหน้าที่ออกติดตาม พร้อมวิทยุสกัดจับรถคันดังกล่าว แต่จนถึงวันนี้ (4 ก.ค.) ยังไม่พบตัวผู้ก่อเหตุ และตัวประกัน โดยเจ้าหน้าที่เร่งติดตามตัว

พ่อของผู้ก่อเหตุ ระบุว่า ลูกชายมีอาการหวาดผวาวันที่ 2 ก.ค.ที่ผ่านมา ไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้ เพราะกลัวว่าจะถูกทำร้าย โดยได้พยายามพูดคุย เพื่อนำลูกสะใภ้ และหลานออกมาแล้วแต่ไม่เป็นผล จนช่วงสายที่มีตำรวจเข้ามา มีการเกลี้ยกล่อมนานกว่า 8 ชั่วโมง


ระทึก! ตรังรถแข่งแหกโค้งพุ่งชนคนเจ็บ 8 เสียชีวิต 1

Sun, 3 Jul 2022 20:03:00

วันนี้ (3 ก.ค.2565) ร.ต.อ.เอกลักษณ์ ศักดิ์ชัยนันท์ รองผกก.สอบสวนสภ.เมืองตรัง รับแจ้งเหตุรถแข่งในสนามแข่งสระกะพังสุรินทร์ เทศบาลนครตรัง เฉี่ยวชนผู้ชมการแข่งขัน มีผู้เสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บ จำนวน 9 คน โดยมีผู้เสียชีวิต 1 คนเป็นผู้ชมการแข่งขัน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 8 คน

โดยหนึ่งในผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นเด็กอายุ 2 ขวบ มีอาการกะโหลกร้าว แม่ของเด็กรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลตรังปลอดภัยแล้ว ส่วนคนขับรถแข่งทราบชื่อ นายนัธกิต จริงจิตร อายุ 20 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัสไม่รู้สึกตัว เจ้าหน้าที่รีบนำส่งโรงพยาบาลตรังเร่งด่วน

 

นายเอกลักษณ์ ฤทธิมา หนึ่งในผู้บาดเจ็บ เล่าว่า ช่วงเกิดเหตุตนกำลังอุ้มหลานชายวัย 2 ขวบ ดูการแข่งขันอยู่หน้าบ้าน ซึ่งอยู่ขอบสนามแข่งขัน จังหวะนั้นมีรถแข่ง แฉลบเข้ามาชน ทั้งตนและหลานวัย 2 ขวบ ได้รับบาดเจ็บที่หน้าบ้าน และผู้ชมอีกคนจะ 1 คนที่อยู่ใกล้ๆ กัน ส่วนคนขับรถแข่งนอนแน่นิ่งอยู่บนฟุตบาท

ส่วนผู้ชมอีกคน เล่าว่า รถคันที่เกิดเหตุได้ขับแข่งกันมา และเกี่ยวกันจนทำให้เสียหลัก กระเด็นไปไกลระยะทาง 20 เมตร จนเฉี่ยวชนกับผู้ชมที่อยู่ข้างทาง เพราะฝั่งที่เกิดเหตุไม่มีบังเกอร์ป้องกัน และเป็นโค้งอันตรายที่โฆษกในสนามประกาศเตือนอยู่ตลอดเวลา หลังเกิดอุบัติเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยุติการแข่งขันในรุ่นที่ 3 ที่เกิดเหตุ และเข้าตรวจสอบพื้นที่

 

สำหรับการจัดการแข่งขันกระพังโรดเรซซิ่ง 65 ชิงเงินรางวัลกว่า 400,000 บาท ได้กลับมาจัดการแข่งขันอีกครั้งหลังหยุดมานับ 10 ปี และสนามกระพังสุรินทร์ เป็นสนามที่ท้าทายความสามารถของนักแข่งเพราะถนนแคบมีโค้งเยอะมีต้นไม้ตลอด 2 ข้างทาง และเป็นสนามเปิด และการกลับมาแข่งขันกันอีกครั้ง 


ศาลอุทธรณ์แก้โทษ “บรรยิน” เป็นประหารชีวิต คดีอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษา

Sat, 2 Jul 2022 12:49:00

วันที่ 1 ก.ค.2565 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง นัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีอุ้มฆ่านายวีรชัย ศกุนตะประเสริฐ พี่ชาย น.ส.พนิดา ศกุนตะประเสริฐ ผู้พิพากษาอาวุโส ศาลอาญากรุงเทพใต้ อดีตเจ้าของสำนวนโอนหุ้น นายชูวงษ์ แซ่ตั้ง นักธุรกิจ หมายเลขดำ อท.69/2563 ที่พนักงานอัยการ สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต 3

น.ส.พนิดา ศกุนตะประเสริฐ เป็นโจทก์ และโจทก์ร่วม ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์, นายมานัส ทับทิม, นายณรงค์ศักดิ์ ป้อมจันทร์, นายชาติชาย เมณฑ์กูล, นายประชาวิทย์ ศรีทองสุข และ ด.ต.ธงชัย หรือ ส.จ.อ๊อด วจีสัจจะ จำเลยที่ 1-6

ในความผิด 9 ข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เพื่อปกปิดความผิดอื่นของตน หรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289, ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้ใดเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่ เป็นเหตุให้ผู้ถูกเอาตัวไปถึงแก่ความตาย มาตรา 309, 313

ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย มาตรา 310, ร่วมกันข่มขืนใจเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติการอันมิชอบด้วยหน้าที่ โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยร่วมกันกระทำผิดตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป มาตรา 139-140, เป็นซ่องโจร โดยสมคบกันเพื่อกระทำผิดที่มีระวางโทษประหารชีวิต มาตรา 210

ร่วมกันพยายามข่มขืนใจผู้อื่น ให้กระทำการใดโดยร่วมกันกระทำผิดตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป มาตรา 213, ร่วมกันซ่อนเร้น ทำลายศพเพื่อปิดบังการตายและสาเหตุการตาย มาตรา 199, ร่วมกันกระทำการใด ๆ แก่ศพ ก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้น เพื่ออำพรางคดี

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษา เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2563 ว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดฐานร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยวเป็นเหตุให้ผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย ลงโทษประหารชีวิต, ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนฯ ตาม ป.อาญา มาตรา 289 (4) (7) ลงโทษประหารชีวิต, ฐานแสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานฯ จำคุก 1ปี สวมเครื่องแบบเจ้าพนักงานฯ จำคุก 1 ปี, ซ่อนเร้นทำลายศพ จำคุก 4 ปี

แต่จำเลยที่ 1 ให้การเป็นประโยชน์ลดโทษ 1 ใน 3 ทุกข้อหา คงจำคุกจำเลยที่ 1 ทั้งสิ้นตลอดชีวิตสถานเดียว ส่วนจำเลยที่ 2 มีความผิดฐานสนับสนุนให้กระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนฯ ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต แต่ให้การเป็นประโยชน์ ลดโทษเหลือจำคุก 33 ปี 4 เดือน

จำเลยที่ 4-6 มีความผิดฐานร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยวให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายฯ ลงโทษประหารชีวิต แต่ให้การเป็นประโยชน์ ลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต

โดยจำเลยที่ 1 ให้นับโทษต่อจากคดีโอนหุ้นจำคุก 8 ปี ของศาลอาญากรุงเทพใต้ ส่วนจำเลยที่ 3 กระทำผิดฆ่าโดยไตร่ตรอง พิพากษาประหารชีวิต เเละกักขังหน่วงเหนี่ยวให้ผู้อื่นถึงเเก่ความตาย พิพากษาประหารชีวิต ให้การเป็นประโยชน์ลดเหลือจำคุกตลอดชีวิต ต่อมาโจทก์ โจทก์ร่วม จําเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 ที่ 5 ที่ 6 ยื่นอุทธรณ์ จําเลยที่ 3 ไม่อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้วพฤติการณ์ ที่มีการเตรียมอุปกรณ์ การเผาทำลายศพในสถานที่ที่ยากแก่การรู้เห็นของบุคคลอื่นไว้ล่วงหน้า ก่อนที่จะมีการลักพาตัวผู้ตาย บ่งชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า จำเลยที่ 1 มีเจตนาฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และเพื่อปกปิดการกระทำความผิดอื่นหรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดที่ตนได้กระทำไว้ ตั้งแต่ต้น

จำเลยที่ 1 คาดการณ์ไว้แล้วว่า ผู้ตายจะต้องขัดขืนไม่ให้มีการนำตัวผู้ตายไปโดยง่าย หากผู้ตายขัดขืน จะตัวมีการใช้กำลังบังคับหรือประทุษร้ายผู้ตาย โดยวิธีใดวิธีหนึ่งเพื่อให้ผู้ตายยินยอม ให้จำเลยที่ 1 เอาตัวผู้ตายไป ฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 ใช้กำลังประทุษร้ายผู้ตายโดยเจตนาเล็งเห็นผล ประกอบกับจำเลยที่ 1 มีเจตนาฆ่าผู้ตายมาตั้งแต่แรก

ต่อมาจำเลยที่ 1 และที่ 3 นำผู้ตายไปเผาในสถานที่ที่เตรียมการไว้ การตายของผู้ตายจึงเป็นผลโดยตรง จากการกระทำของจำเลยของจำเลยที่ 1 และที่ 3 พยานหลักฐานของโจทก์มีน้ำหนักเพียงพอ ให้รับฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 และที่3 ร่วมกันฆ่าผู้ตาย โดยไตร่ตรองไว้ก่อน และเพื่อปกปิดความผิดอื่นของตน หรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ได้กระทำไว้ ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น เมื่อจำเลยที่ 1 ลักพาตัวผู้ตาย เพื่อจะให้ผู้ตายต่อรองให้โจทก์ร่วมพิพากษายกฟ้อง

ถือได้ว่าจำเลยที่ 1 ลงมือกระทำโดยลักพาผู้ตายโดยมีเจตนาพิเศษ เพื่อจะเรียกค่าไถ่ซึ่งครบองค์ประกอบความผิดแล้ว จำเลยที่ 2 มีส่วนกับจำเลยที่ 1 และที่ 3 สะกดรอยติดตาม ความเคลื่อนไหวของโจทก์ร่วมและผู้ตาย ในวันเกิดเหตุจำเลยที่ 2 ยังขับรถยนต์พาจำเลยที่ 1 ที่ 3 กับที่ 5 จากจังหวัดนครสวรรค์ มาที่บ้านเลขที่ 9/13 และขับรถยนต์จากจังหวัดนครสวรรค์ ไปรอจำเลยที่ 1 และที่ 3 กับพวก โดยทราบว่า จำเลยที่ 1 และที่ 3 มีเจตนาจะลักพาตัวผู้ตาย เป็นการสนับสนุนจำเลยที่ 1 กับพวกกระทำความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เพื่อปกปิดความผิดอื่นของตนหรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้ และเพื่อให้ได้ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังบุคคลใด เป็นเหตุให้ผู้ถูกเอาตัวไปผู้ถูกหน่วงเหนี่ยวหรือผู้ถูก กักขังถึงแก่ความตาย จำเลยที่ 4 และจำเลยที่ 5 ร่วมกับจำเลยที่ 1 และที่ 3 หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้ตาย

จำเลยที่ 4 และที่ 5 จึงมีความผิดฐานร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้ตาย เป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย จำเลยที่ 4 และที่ 5 มีเจตนาลักพาตัวผู้ตายไปเพื่อหน่วงเหนี่ยวกักขังเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่

เมื่อจำเลยที่ 3 ใช้กำลังประทุษร้ายผู้ตายจนถึงแก่ความตาย แม้จำเลยที่ 4 และที่ 5 ซึ่งเป็นตัวการร่วม จะไม่มีเจตนาให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย จำเลยที่ 4 และที่ 5 ต้องรับผิดในผลของความตายนั้นด้วย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 63 จำเลยที่ 6 เข้าใจตั้งแต่ต้นว่า จำเลยที่ 1 ให้จำเลยที่ 6 หาคนไปช่วยทวงหนี้

แต่ที่จำเลยที่ 4 และที่ 5 ให้การต่อพนักงานสอบสวน ไม่ปรากฏว่าก่อนหน้านั้น จำเลยที่ 4 และที่ 5 มีความรู้หรือความเชี่ยวชาญด้านการทวงหนี้ตามกฎหมายมาก่อน จำเลยที่ 6 ย่อมคาดหมายได้แล้วว่า การทวงหนี้ของจำเลยที่ 1 จะต้องมีการใช้กำลังบังคับหรือประทุษร้าย หรือหน่วงเหนี่ยวบุคคลหนึ่งให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกาย จำเลยที่ 1 จึงต้องให้จำเลยที่ 6 หาคนไปช่วยดำเนินการให้

ฟังได้ว่าจำเลยที่ 6 ได้ช่วยเหลือโดยอำนวยความสะดวกให้จำเลยที่ 4 และที่ 5 เดินทางไปกับจำเลยที่ 1 เมื่อจำเลยที่ 4 และที่ 5 ร่วมกับจำเลยที่ 1 และที่ 3 นำตัวผู้ตาย ไปหน่วงเหนี่ยวกักขังในรถคันก่อเหตุโดยเจตนา เพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่ตามที่วินิจฉัยแล้ว

การกระทำ ของจำเลยที่ 6 จึงเป็นการสนับสนุนจำเลยที่ 1 ที่ 3 ถึงที่ 5 กระทำความผิดฐานร่วมกันหน่วงเหนี่ยว หรือกักขังผู้อื่น และฐานเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่ ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังบุคคลอื่นตามคำพิพากษา ศาลชั้นต้น แต่มิใช่เพียงมาตรา 310 วรรคแรก, 313 (3) วรรคแรก ศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบเห็นสมควรแก้ไขปรับบทให้ถูกต้องเป็นมาตรา 310 วรรคสอง, 313 (3) วรรคท้าย ประกอบ มาตรา 86, 87 วรรคสอง

ปัญหาว่า สมควรลงโทษจำเลยที่ 1 ที่ 4 และที่ 5 เบากว่าคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่ ความผิดฐานเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่ ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังบุคคลใดเป็นเหตุให้ผู้ถูกเอาตัวไป ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยวหรือผู้ถูกกักขังถึงแก่ความตาย และฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เพื่อปกปิดความผิดของตน หรือหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดที่ตนกระทำไว้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (4) (7) และมาตรา 313 (3) วรรคท้าย มีระวางโทษประหารชีวิต สถานเดียว จึงกำหนดโดยจำเลยที่ 1 ที่ 4 และที่ 5 อย่างอีกไม่ได้

ส่วนความผิดฐานสวมเครื่องแบบและประดับเครื่องหมายของเจ้าพนักงานและแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานและกระทำการเป็นเจ้าพนักงาน โดยตนเองมิได้เป็นเจ้าพนักงานที่มีอำนาจกระทำการนั้น และฐานร่วมกันกระทำการใด ๆ แก่ศพ หรือสภาพแวดล้อมในบริเวณที่พบศพ ก่อนชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้น ในประการที่น่าจะทำให้การชันสูตร พลิกศพ หรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไป หรือเพื่ออำพรางคดีศาลชั้นต้นกำหนดโทษเหมาะสม กับพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบจะเปลี่ยนแปลงแก้ไข

ปัญหาว่า มีเหตุสมควรลดโทษให้จำเลยทั้งหกหรือไม่ จำเลยที่ 1 กับพวกมีพฤติการณ์สมคบ และร่วมกันวางแผนเพื่อกระทำผิดมาอย่างดี และมีการแบ่งหน้าที่กันทำอย่างเป็นขั้นตอน การที่จำเลยที่ 1 อ้างว่ามีเหตุจูงใจมาจากจำเลยที่ 1 กับพวกไม่ได้รับความเป็นธรรม ในการพิจารณาคดีของโจทก์ร่วม ซึ่งเป็นผู้พิพากษาเจ้าของสำนวน

จำเลยที่ 1 เคยรับราชการตำรวจในตำแหน่ง พ.ต.ท. เคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ประกอบกับมีทนายความช่วยแก้ต่างให้ ย่อมทราบถึงขั้นตอนและวิธีพิจารณาความว่า ยังสามารถใช้สิทธิในการอุทธรณ์และฎีกาคำพิพากษาต่อไปได้ การที่จำเลยที่ 1 กับพวก ใช้วิธีการที่ผิดกฎหมายบังคับข่มขู่ผู้พิพากษาผู้พิจารณาคดี เพื่อให้เจ้าพนักงานปฏิบัติการอันมิชอบด้วยหน้าที่ และร่วมกระทำผิดในที่สาธารณะอย่างอุกอาจ โดยไม่ยำเกรงต่อกฎหมาย จึงถือว่าเป็นคดีอุกฉกรรจ์ ที่เป็นภัยต่อสังคมโดยรวมอย่างร้ายแรง และส่งผลกระทบต่อกระบวนการยุติธรรม เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างและเพื่อป้องปรามไม่ให้มีการ กระทำผิดลักษณะนี้อีก จึงไม่สมควรลดโทษให้แก่จำเลยนั้น

เห็นว่า คำรับสารภาพหรือรับข้อเท็จจริง ของจำเลยอันจะถือเป็นเหตุบรรเทาโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ได้นั้น จะต้องเป็นกรณีที่ให้ความรู้แก่ศาล อันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาศาล จึงจะพิจารณาลดโทษที่จะลงให้แก่ จำเลยได้การพิจารณาของศาลชั้นต้นนั้น

ปรากฏว่าโจทก์มีพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพ เหตุการณ์ตั้งแต่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ร่วมกันสะกดรอยติดตามความเคลื่อนไหวของโจทก์ ร่วมกับผู้ตาย สถานที่ที่จำเลยที่ 6 ขับรถมาส่งจำเลยที่ 4 และที่ 5 ขึ้นรถยนต์ไปกับจำเลยที่ 1 ตลอดจน การใช้พาหนะสำหรับเดินทางของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 จากจังหวัดนครสวรรค์มาจนถึงบริเวณที่จอดรถ รอผู้ตายที่หน้าศาลแพ่งกรุงเทพใต้ กล้องวงจรปิดสามารถบันทึกเหตุการณ์ภายหลังจากที่จำเลยที่ 1 ที่ 3 ถึงที่ 5 นำตัวผู้ตายขึ้นรถและหลบหนีไปที่บริเวณที่เตรียมอุปกรณ์รอไว้เผาร่างผู้ตาย มีวัตถุพยาน ที่พบอยู่บริเวณที่เผาศพผู้ตาย สอดคล้องกับรายงานการตรวจสารพันธุกรรม ซึ่งเป็นพยานหลักฐาน ทางนิติวิทยาศาสตร์

รวมถึงพยานจากการวิเคราะห์ข้อมูลการให้โทรศัพท์เคลื่อน ที่ติดต่อสื่อสารระหว่าง ผู้กระทำความผิดอย่างต่อเนื่อง เชื่อมโยงกันเป็นการเฉพาะกิจ ถึงแม้ว่าโจทก์จะไม่มีประจักษ์พยาน ที่รู้เห็นเหตุการณ์ขณะที่จำเลยที่ 1 และที่ 3 แต่ศาลก็อาศัยพยานหลักฐานของโจทก์ดังกล่าว เป็นพยานหลักฐานสำคัญในการวินิจฉัยชี้ขาดข้อเท็จจริงและพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งหกได้ โดยไม่มีความจำเป็นต้องอาศัยคำรับสารภาพของจำเลยอีก

ทั้งจำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพหลังจากได้ตรวจ พยานหลักฐานของโจทก์แล้วมีเหตุผลให้น่าเชื่อว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ถึงที่ 6 ยอมรับข้อเท็จจริง จำเลยที่ 3 ให้การรับสารภาพในชั้นพิจารณาเพราะจำนนต่อพยานหลักฐาน หาใช่รับสารภาพ เพราะสำนึกในความผิด คำรับสารภาพเช่นนี้ไม่ถือว่าเป็นการให้ความรู้แก่ศาล อันจะเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา จึงไม่มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 อันจะพึงลดโทษให้ได้

ที่ศาลชั้นต้นลดโทษให้แก่จำเลยทั้งหกนั้น ศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ไม่เห็นพ้องด้วย พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 และที่ 3 ไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 140 วรรคแรก ส่วนความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309 วรรคแรก เป็นเพียง การพยายามกระทำความผิดตาม มาตรา 80จำเลยที่ 2 ไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(4) (7 ) และมาตรา 314 ประกอบมาตรา 86 แต่จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา 310 วรรคสอง, 313(3) วรรคท้าย ประกอบมาตรา 86,87 วรรคสอง เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐาน เพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่

ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังบุคคลใด เป็นเหตุให้ผู้ถูกเอาตัวไป ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยว หรือผู้ถูกกักขังถึงแก่ความตาย ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต จำเลยที่ 6 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310 วรรคสอง, 313 (3) วรรคท้าย ประกอบมาตรา 86,87 วรรคสอง เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่ ร่วมกันหน่วงเหนี่ยว หรือกักขังบุคคลใดเป็นเหตุให้ผู้ถูกเอาตัวไป ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยว หรือผู้ถูกกักขังถึงแก่ความตาย ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต

ไม่ลดโทษให้จำเลยทั้งหกในความผิดฐานแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานและกระทำการเป็นเจ้าพนักงาน โดยตนเองไม่ได้เป็นเจ้าพนักงานที่มีอำนาจกระทำการนั้น ฐานสวมเครื่องแบบตำรวจโดยไม่มีสิทธิ ฐานร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่นเป็นเหตุให้ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยว หรือถูกกักขัง ถึงแก่ความตาย ฐานเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่ ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังบุคคลใดเป็นเหตุให้ผู้ถูกเอาตัวไป ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยวหรือผู้ถูกกักขังถึงแก่ความตาย

ฐานร่วมกันกระทำการใด ๆ แก่ศพหรือสภาพแวดล้อม ในบริเวณที่พบศพ ก่อนชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้นในประการที่น่าจะทำให้การชันสูตรพลิกศพหรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไปหรือเพื่ออำพรางคดี ฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่ ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังบุคคลใด เป็นเหตุให้ผู้ถูกเอาตัวไปผู้ถูกหน่วงเหนี่ยว หรือผู้ถูกกักขังถึงแก่ความตาย

เมื่อลงโทษประหารชีวิตจำเลยที่ 1และที่ 3 แล้วไม่อาจนำโทษกระทงอื่นมารวมหรือนับโทษต่อจากโทษคดีอื่นหรือเพิ่มโทษได้อีก ทั้งนี้ จำเลยที่ 1 เเละ 3 ไม่ปรับบท ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91(3) นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยที่ 2 ไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (4)(7) มาตรา 314 ประกอบ มาตรา 86 แต่จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 310 วรรค 2313 (3) วรรคท้ายประกอบมาตรา 86,87 วรรคสอง เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทให้ลงโทษฐานสนับสนุนเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่ ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังบุคคลใดเป็นเหตุให้ผู้ถูกเอาตัวไป ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยวหรือผู้ถูกกักขังถึงแก่ความตาย ซึ่งเป็นบทกฎหมายที่มีโทษหนักสุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต

จำเลยที่ 6 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310 วรรคสอง 313 (2) วรรคท้าย ประกอบมาตรา 86,87 วรรคสอง เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทให้ลงโทษฐานสนับสนุน เพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่ ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังบุคคลใดเป็นเหตุให้ผู้ถูกเอาตัวไป ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยวหรือผู้ถูกกักขัง ถึงแก่ความตาย ซึ่งเป็นบทกฎหมายที่มีโทษหนักสุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต

ไม่ลดโทษให้จำเลยทั้ง 6 ในความผิดฐานแสดงตนเป็นเจ้าพนักงาน กระทำการเป็นเจ้าพนักงาน สวมเครื่องแบบตำรวจโดยไม่มีสิทธิ ฐานร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่นเป็นเหตุให้ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยว หรือถูกกักขังถึงแก่ความตาย ฐานเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังบุคคลใดเป็นเหตุให้ผู้ถูกเอาตัวไป ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยวหรือถูกกักขังถึงแก่ความตาย ฐานร่วมกันกระทำการใดๆ แก่ศพ หรือสภาพแวดล้อมในบริเวณที่พบศพก่อนการชันสูตรศพเสร็จสิ้น ฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังบุคคลใดเป็นเหตุให้ผู้ถูกเอาตัวไป ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยวหรือถูกกักขังถึงแก่ความตาย