ปิดฉาก 29 ปีคดีอุ้มฆ่า "อัลรูไวลี" กับชีวิต "พล.ต.ท.สมคิด" ผู้ตกเป็นจำเลย

Sat, 23 Mar 2019 08:41:00

หลังจากศาลฎีกาพิพากษายกฟ้อง พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม 1 ใน 5 จำเลย คดีอุ้มฆ่านายโมฮัมหมัด อัลรูไวลี นักธุรกิจชาวซาอุดิอาระเบีย ยอมรับว่า นานเกือบ 30 ปี ที่ตกเป็นจำเลย ทำให้เสียโอกาสในความก้าวหน้าต่อหน้าที่การงาน จึงได้ฟ้องร้องดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้องทางคดี เช่น อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษในขณะนั้น

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2553 พล.ต.ท.สมคิด พร้อมผู้ใต้บังคับบัญชารวม 5 คน กำลังสืบสวนติดตามดคีนักการฑูตซาอุดิอาระเบีย 3 คน ที่ถูกรอบยิง ภายช่วงระยะเวลา 1 ปี

นายโมฮัมหมัด อัลลูไวลี่ ตกเป็นผู้ต้องสงสัยเพราะทำธุรกิจเกี่ยวกับจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานแถบตะวันออกกลาง จึงควบคุมตัวมาสอบสวนในวันที่ 12 ก.พ.2553 จากนั้นก็ไม่มีใครพบนายอัลรูไวลี่อีกเลย

เป็นจุดเริ่มต้นของคดีที่ตำรวจทั้ง 5 นาย ตกเป็นผู้ต้องหาคดีซ้อมทรมาน นายอัลลูไวลี่จนเสียชีวิตและซ่อนเร้นทำลายศพโดยการเผาภายในไร่แห่งหนึ่งใน จ.ชลบุรี

พนักงานสอบสวนที่ทำคดีนี้ใช้เวลาสืบสวนสอบสวนนาน 3 ปี กระทั่งสรุปสำนวนส่งฟ้องอัยการ เมื่อปี 2536 ซึ่งอัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง คดีนี้เงียบหายไปนานกว่า 10 ปี กระทั่งปี 2549 ครอบครัวของผู้เสียชีวิตเดินทางมาประเทศไทยเพื่อยื่นคำร้องขอรื้อฟื้นคดีและโอนคดีให้ดีเอสรับผิดชอบจากนั้นดีเอสไอใช้เวลาประมาณ 3 ปี

จนเมื่อปลาย ปี 2552 ดีเอสไอเรียกทั้ง 5 คน มารับทราบข้อกล่าวหาทำให้ทั้งหมดตกเป็นผู้ต้องหาในคดีนี้อีกครั้ง และในครั้งนี้ศาลประทับรับฟ้องการสืบพยานเริ่มต้นขึ้นในปี 2553 โดยดีเอสไอนำสืบโดยการใช้พยานหลักฐานใหม่คือแหวนนายอัลรูไวลี่จากพยานคนสำคัญ

ในวันที่ 31 มี.ค.2557 ศาลชั้นต้นยกฟ้องเนื่องจากโจทก์ไม่ได้นำ พ.ต.ท.สุวิชชัย แก้วผลึก พยานคนสำคัญเข้าเบิกความต่อศาลทั้งยังมีข้อพิรุธสงสัยเกี่ยวกับแหวนของผู้ตาย จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยพิพากษายกฟ้อง ฝ่ายโจทก์อุทธรณ์คดีต่อ

กระทั่ง 3 พ.ค.2559 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ยกฟ้องจำเลยทั้ง 5 คน โดยให้เหตุผลเดียวกันกับศาลชั้นต้น


ศาลฎีกา ยกฟ้องทีมอดีตตำรวจคดีอุ้มฆ่า "อัลรูไวลี่"

Fri, 22 Mar 2019 19:16:00

วันนี้ (22 มี.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์ ยกฟ้อง พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม อดีตจเรตำรวจแห่งชาติ และอดีตผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมพวกที่เป็นอดีตข้าราชการตำรวจ รวม 5 คน กรณีตกเป็นจำเลย คดีการอุ้มฆ่า นายโมฮัมหมัด อัลรูไวลี่ นักธุรกิจชาวซาอุดิอาระเบีย ศาลฎีกาพิเคราะห์ ชี้พยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักน้อย พยานหลักฐานไม่เพียงพอ จึงพิพากษายืนยกฟ้อง ถือว่าเป็นการปิดคดีประวัติศาสตร์ 29 ปี ซึ่งถือว่ามีผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ระหว่างไทยและซาอุดิอาระเบีย

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง "พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม" คดีอุ้มฆ่านักธุรกิจซาอุฯ 


เปิดเบาะแสคดียิง "ร.ต.อ.วัชรินทร์" เสียชีวิต

Thu, 21 Mar 2019 19:57:00

วันนี้ (21 มี.ค.2562) ไทยพีบีเอส ยังเกาะติดคดีลอบยิง ร.ต.อ.วัชรินทร์ เบญจทศวรรษ อดีตตำรวจ เสียชีวิตบริเวณหน้าบ้านพัก  ต.เขารูปช้าง อ.เมือง จ.สงขลา เพราะเป็นคดีที่ก่อเหตุอย่างอุกอาจ แต่น่าเชื่อว่าปมสังหารเป็นความขัดแย้งกับเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งจนถึงขณะนี้ตำรวจยังไม่สรุปว่าเป็นปมไหนเพราะผู้กองวัชรินทร์ ร้องเรียนถึงความไม่ชอบมาพากลหลายเรื่อง แต่พอทราบกลุ่มมือปืนที่ก่อเหตุแล้ว

นับตั้งแต่ผู้กองวัชรินทร์ลาออกจากราชการตำรวจมาทำงานช่วยเหลือสังคม มีเรื่องราวที่เขาร้องเรียนเจ้าหน้าที่รัฐมากมาย เรียกได้ว่า มีคนที่เสียประโยชน์จากบทบาทของเขาจำนวนไม่น้อย แต่ข้อมูลในทางสอบสวนขณะนี้ให้น้ำหนักกับ 2 เรื่องมากที่สุด คือกรณีร้องเรียนทุจริตเบี้ยเสี่ยงภัยของตำรวจ และกรณีที่ผู้กองวัชรินทร์เปิดโปงตำรวจที่หาดใหญ่ยัดข้อหายาเสพติด

หลักฐานการโอนเงินเสี่ยงภัย และเงินสู้รบพิเศษ เข้าบัญชี ร.ต.อ.หญิงคนหนึ่ง เป็นหนึ่งในหลักฐานที่ร.ต.อ.วัชรินทร์  ยื่นร้องเรียนให้ ป.ป.ช.สงขลา ตรวจสอบร.ต.อ.หญิง ที่ถูกพาดพิงว่า เป็นนายเวรหญิงติดตามนายตำรวจยศ พล.ต.ต.เพื่อเบิกเงินเสี่ยงภัยและเบี้ยเลี้ยงตำรวจ ใช้ตำแหน่งรองสารวัตรอำนวยการสถานีตำรวจภูธรควนมีด อ.จะนะ จ.สงขลา เบิกเงิน เมื่อปี 2559 ทั้งที่มีข้อสงสัยว่า ปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยงภัยจริงหรือไม่

คาดเดือนเม.ย.สรุปคดีสอบเบี้ยเลี้ยงตำรวจ

แม้ตำรวจทั้ง 2 นาย จะย้ายออกพื้นที่ไปรับตำแหน่งใหม่ในสังกัดตำรวจภูธร 2 เมื่อปี 2559 แต่การตรวจสอบของ ร.ต.อ.วัชรินทร์ พบว่า เงินเลี้ยเลี้ยง ยังถูกเบิกเงินต่อเนื่องถึงปี 2560 ข้อร้องเรียนร.ต.อ.วัชรินทร์ ขณะนั้น ทำให้มีคดีฟ้องร้องหลายคดี จากผู้ที่ถูกพาดพิง

ไทยพีบีเอส สอบถามไปยัง ป.ป.ช.ถึงความคืบหน้าคดีนี้ ป.ป.ช.สงขลา ระบุว่า สำนวนการสอบสวนรวบรวมเกือบสมบูรณ์แล้ว คาดว่าเดือนเม.ย.จะสรุป ยื่นอนุกรรมการ ป.ป.ช.ระดับภาคพิจารณา หากคดีมีมูล จะส่งเรื่องเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช.ส่วนกลางไต่สวนชี้มูลความผิด

ถัดมาปลายปี 2561 ร.ต.อ.วัชรินทร์ นำภาพตำรวจสายภูธรหาดใหญ่ ควบคุมตัววัยรุ่นเกือบ 20 คน มาเต็มคัน หลังตรวจพบปัสสาวะเป็นสีม่วง ออกมาเปิดโปง พฤติกรรมตำรวจ เรียกรับผลประโยชน์ เพื่อแลกไม่ถูกดำเนินคดีในจำนวนนี้ มีนายอาหรีด หมัดอาดั้มผู้ทำหน้าที่เผยแผ่ศาสนาอิสลามอยู่ด้วย และถูกเรียกรับผลประโยชน์ เพื่อแลกไม่ถูกดำเนินคดี

เมื่อถูกปฎิเสธมีการนำปัสสาวะไปตรวจซ้ำโรงพยาบาลหาดใหญ่ และพบปัสสาวะเป็นสีม่วง ทำให้นายอารีด ถูกจำคุกเป็นเวลา 5 วัน ทั้งที่ปฏิเสธไม่ว่าไม่เคยยุ่งเกี่ยวยาเสพติด คดีนี้หลังร.ต.อ.วัชรินทร์ เข้าช่วยเหลือ ทำให้ตำรวจสายตรวจกว่า 10 นาย ถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวน และมีการสั่งย้ายนายตำรวจจำนวน 3 นาย ออกจากพื้นที่

และตำรวจชุดจับกุมถูกตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงทั้ง 2 เรื่อง ที่ร.ต.อ.วัชรินทร์ ออกมาร้องเรียนและเปิดโปงพฤติกรรม ประเด็นนี้จึงอาจเป็นอีกหนึ่ง ชนวนเหตุของจุดจบ ร.ต.อ.เอกวัชรินทร์ โดยเฉพาะคดีร้องเรียนทุจริตค่าเบิกเงินเสี่ยงภัย และหนึ่งในข้อสงสัย ชนวนเหตุ อาจเป็นมีผู้เสียประโยชน์จากคำสั่งย้าย จากการเปิดโปงพฤติกรรมตำรวจสายตรวจหาดใหญ่ตรวจปัสสาวะยัดยาเสพติด

 

ยังไม่ทิ้งปมสังหารเปิดโปงทุจริตในพื้นที่

ด้านพล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 กล่าวว่า ตำรวจไม่ได้รับข้อมูลจากญาติผู้เสียชีวิตเท่าที่ควร เพราะไม่มั่นใจการทำงานของตำรวจ หลังพบผู้เสียชีวิตมีคู่ขัดแย้งและคดีความกับตำรวจในพื้นที่หลายนาย แต่พยายามชี้แจงให้ญาติมั่นใจ ตำรวจทำงานตรงไปตรงมา

ประเด็นการสังหาร ยังไม่สรุปสาเหตุมาจากเรื่องใด เพราะคดีที่ร.ต.อ.วัชรินทร์ นำมาเปิดโปงพฤติกรรมข้าราชการในพื้นที่หลายเรื่อง เป็นชนวนการสังหารทั้งสิ้น ตำรวจต้องไล่เรียงที่ละประเด็น เพื่อเชื่อมโยงทางคดี

ส่วนการติดตามกลุ่มผู้ก่อเหตุและหาเบาะแสรถยนต์ที่ขับหลบหนี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ระบุว่า ตำรวจพอทราบกลุ่มผู้ก่อเหตุแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างแกะรอย และหาเส้นทางหลบหนี ทั้งนี้ศพ ร.ต.อ. ชรินทร์ ญาตินำออกจากโรงพยาบาล เพื่อประกอบพิธีทางศาสนา ที่วัดโรงวาส อ.เมือง และมีกำหนดฌาปนกิจ วันที่ 28 มี.ค.นี้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดภาพวงจรปิดมือปืนประกบยิง "ร.ต.อ.วัชรินทร์" เสียชีวิต

ดักยิง "ร.ต.อ.วัชรินทร์" นักเคลื่อนไหวช่วยเหลือสังคมเสียชีวิต

 

 

 

 


ยกฟ้อง "ชนม์สวัสดิ์" คดีจ้างเอกชนเก็บขยะเมืองปากน้ำ

Thu, 21 Mar 2019 11:15:00

วันนี้ (21 มี.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม อดีตนายกเทศบาลนครสมุทรปราการ พร้อมพวกรวม 2 คน เดินทางเข้ารับฟังคำตัดสินในคดีจ้างเอกชนจัดเก็บขยะมูลฝอยในพื้นที่เขตเทศบาลนครสมุทรปราการ ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต 1 เป็นโจทก์ฟ้องนายชนม์สวัสดิ์ อดีตนายกเทศบาลนครสมุทรปราการ และอดีตปลัดเทศบาลนครสมุทรปราการ เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐาน ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์สินใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต เป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล

กรณีที่จำเลยร่วมกันว่าจ้าง บริษัท เอกชน 2 แห่ง เพื่อดำเนินเก็บขนขยะมูลฝอยและกวาดถนนในพื้นที่เทศบาลนครสมุทรปราการ โดยให้ผู้รับจ้างต้องเข้าดำเนินการตามสัญญาจ้างเป็นประจำทุกวัน ตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม 2546 รวม 5 ปีติดต่อกัน ค่าจ้างรายเดือนคิดเป็นเดือนละ 2,145,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 128,700,000 บาท โดยมิชอบ เนื่องจากขัดต่อระเบียบกระทรวงมหาดไทยที่กำหนดให้ทำสัญญาว่าจ้างผูกพัน ได้คราวละ 1 ปี เท่านั้น

โดยวันนี้ศาลนัดตัดสินคดีในชั้นอุทธรณ์ ซึ่งศาลพิเคราะห์แล้ว ยืนตามศาลชั้นต้นให้ยกฟ้อง จำเลย พร้อมชี้การสืบพยานไม่พบเจตนาแฝงของจำเลย

คดีนี้ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางมีคำตัดสินชั้นต้น ให้ยกฟ้องจำเลยไปเมื่อ 21 มีนาคม 2561 

สำหรับนายชนม์สวัสดิ์ ปัจจุบันเป็นประธานหอการค้าสมุทรปราการ และมีฐานะทางการเมือง เป็นตัวแทนพรรคพลังประชารัฐสมุทรปราการ

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด"ชนม์สวัสดิ์"ทุจริตงบจ้างเก็บขยะ

 


รถไฟชนกระบะใน จ.นครสวรรค์ เสียชีวิต 3 คน

Wed, 20 Mar 2019 14:14:00

วันนี้ (20 มี.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดอุบัติเหตุรถไฟชนกับรถยนต์กระบะบริเวณทางตัดรถไฟ วัดเขาภูคา ต.หัวหวาย อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 คน คือ น.ส.บุษราภรณ์ ผดุงจิตต์, ด.ช.ธนดล ผดุงจิตต์ และ น.ส.ฉวีวรรณ กลิ่นบุญ โดยมีผู้บาดเจ็บอีก 1 คน คือ นางนฤมล ผดุงจิตต์ ซึ่งตำรวจและเจ้าหน้าที่กู้ภัย จ.นครสวรรค์ ได้นำตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว

 

 

 

ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า รถคันที่เกิดเหตุ ไปจอดค้างบนรางรถไฟ และพยายามถอยหลังกลับ เนื่องจากมีรถไฟกำลังผ่านมา แต่ไม่สามารถถอยได้ เนื่องจากมีรถคันอื่นต่อท้าย เป็นเหตุให้ถูกรถไฟพุ่งชนกลางลำตัวรถ ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว

 

 

 

 


รถบัสทัศนศึกษาเสียหลักตกถนน เสียชีวิต 1 บาดเจ็บ 24

Mon, 18 Mar 2019 12:38:00

วันนี้ (18 มี.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดอุบัติเหตุรถบัสโดยสาร 2 ชั้น บรรทุกนักเรียนจาก จ.หนองบัวลำภู ไปทัศนศึกษาที่ จ.จันทบุรี และชลบุรี หลังคนขับหักหลบรถบรรทุกบนถนนสาย 304 บริเวณทางโค้งหน้าวัดทับลานอุทยานสวรรค์ หมู่ที่ 1 ต.บุพราหมณ์ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ทำให้รถเสียหลักตกถนน เป็นเหตุให้ ด.ญ.อรทัย เชื้อสุข อายุ 14 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนโคกน้ำเกี้ยง อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู ซึ่งนั่งมาในรถเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ และได้รับบาดเจ็บอีก 24 คน

 

 

 

  

ทั้งนี้ ตำรวจและอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัยต้องใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง ในการเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บออกจากรถบัสโดยสารที่พลิกตะแคงอยู่ริมถนน เพื่อส่งเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลกบินทร์บุรี ล่าสุดอาการปลอดภัยแล้ว มีเพียง ด.ญ.จิรประภา ศรีโพนทอง อายุ 14 ปี ที่ยังบาดเจ็บสาหัส เพราะสะโพกหลุด

 

 

 


ด้านนายไกรรัตนน์ บุญคลองแพง ผู้อำนวยการโรงเรียนโคกน้ำเกี้ยง เปิดเผยว่า ครูและนักเรียนรวม 40 คน ออกเดินทางจากโรงเรียนโคกน้ำเกี้ยง จ.หนองบัวลำภู ตั้งแต่เวลา 21.00 น. ของวันที่ 17 มีนาคม เพื่อไปทัศนศึกษาที่จ.ชลบุรี และ จ.จันทบุรี ด้วยรถโดยสารอีกคัน แต่เมื่อถึง อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ ได้เกิดล้อหลังหลุด เจ้าของรถบัสจึงติดต่อให้นายประจวบ โชคบัณฑิต ขับรถบัสคันเกิดเหตุไปรับคณะครูและนักเรียนเพื่อเดินทางต่อ แต่เมื่อถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นทางโค้ง มีรถตู้โดยสารวิ่งประกบด้านขวา นายประจวบจึงหักหลบ รถจึงเสียหลักพลิกตะแคงลงข้างทางเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว โดยหลังเกิดเหตุ ได้สั่งยกเลิกการทัศนศึกษาครั้งนี้แล้ว

 

 


"ศรีวราห์" โต้ข่าวลือยกฟ้อง "เปรมชัย" คดีเสือดำ

Thu, 14 Mar 2019 18:55:00

ตำรวจคณะทำงานในคดีเสือดำ ประชุมร่วมสรุปความคืบหน้าคดีทั้งหมด ที่เกี่ยวข้องกับนายเปรมชัย พร้อมพวก เพื่อแจ้งต่อสาธารณะให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีผู้ใช้สื่อออนไลน์จำนวนหนึ่งผลิตเนื้อหาข่าวปลอมและเผยแพร่ต่อเป็นวงกว้าง มีเนื้อหาสำคัญ ระบุว่า ศาลตัดสินคดีเสือดำแล้วโดยยกฟ้องนายเปรมชัยทุกข้อหา

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยืนยัน ไม่เป็นความจริงคดีเสือดำอัยการสูงสุดชี้ขาดสั่งฟ้องนายเปรมชัย พร้อมพวกรวม 5 ข้อหา และศาลจังหวัดทองผาภูมิ นัดตัดสินคดีในวันที่ 19 มี.ค.นี้

รอง ผบ.ตร.เปิดเผยถึง ความคืบหน้าคดีอื่นที่เกี่ยวข้องกันด้วยว่า คดีนายเปรมชัยยังมีคดีพยายามติดสินบนเจ้าพนักงานด้วย ซึ่งศาลไต่สวนพยานครบถ้วนทั้งฝ่ายโจทก์และจำเลย นัดตัดสินคดีในวันที่ 11 มิ.ย.62

ส่วนคดีปืนหลังตรวจยึดไปจากที่เกิดเหตุและภายในบ้านพัก ตรวจสอบแล้ว มี 5 กระบอกที่ไม่มีทะเบียนอย่างถูกต้อง ซึ่งคดีนี้อัยการส่งฟ้องไปแล้ว และอยู่ระหว่างขั้นตอนการสืบพยานโจทก์ในชั้นศาล

คดีงาช้างที่พบในบ้านพัก หลังการตรวจพิสูจน์พบว่าเป็นงาช้างแอฟริกา เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหารวม 4 ข้อหา กับนายเปรมชัยและพวก รวม 3 คน ซึ่งมีภรรยาและเลขาฯ คนสนิทรวมอยู่ด้วย อัยการส่งฟ้องต่อศาลไปแล้วคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล

ส่วนผู้ผลิต เผยแพร่ข่าวปลอมคดีเสือดำ รอง ผบ.ตร.เตือนว่า ให้หยุดเผยแพร่ เพราะจะถูกดำเนินคดีฐานนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เนื่องจากทำให้สังคมเกิดความเข้าใจผิด และทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเสียหาย ซึ่งตำรวจ ปอท.อยู่ระหว่างสืบสวนติดตามผู้กระทำผิด

 


ญาติรับศพ เพื่อน "สุรชัย แซ่ด่าน"

Thu, 14 Mar 2019 17:35:00

รอง ผบ.ตร.ส่งมอบศพสหายคนสนิท "สุรชัย แซ่ด่าน" คืนให้ญาติหลังชันสูตรเสร็จสิ้นชี้เป็นการตายผิดธรรมชาติ พร้อมยืนยันผู้เสียชีวิตไม่ใช่ สุรชัย

วันนี้ (14 มี.ค.62) พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ส่งคืนศพ นายชัชชาญ บุปผาวัลย์ หรือ สหายภูชนะ อดีตการ์ด นปช. อายุ 54 ปี ซึ่งเป็นคนสนิท ของนายสุรชัย แซ่ด่าน แกนนำคนเสื้อแดงให้กับครอบครัวที่มารอรับที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อให้นำกลับไปบำเพ็ญกุศล

หลังเจ้าหน้าที่ตรวจรายละเอียดทางนิติวิทยาศาสตร์เพิ่มเติมเสร็จเรียบร้อย พล.ต.อ.ศรีวราห์ เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนสรุปสำนวนชันสูตรศพเสร็จสิ้นแล้วและแพทย์ได้ลงความเห็นว่า เสียชีวิตผิดธรรมชาติ แต่ไม่ยืนยันว่าเป็นการฆาตกรรม

ส่วนการดำเนินคดีอาญาอยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตและสถานที่เกิดเหตุ ซึ่งผล DNA ยืนยันออกมาแล้วว่า ผู้เสียชีวิตไม่ใช่นายสุรชัย ซึ่งทางลูกชายได้ระบุว่า บิดาได้ไปอยู่ประเทศเพื่อนบ้านในช่วงก่อนเสียชีวิต เตรียมประสานอัยการสูงสุดในการประสานประเทศเพื่อนบ้านเพื่อข้อมูลทั้งหมด

ลูกชายของผู้เสียชีวิต ได้เปิดเผยพยานหลักฐานยืนยัน ด้วย ผลนิติวิทยาศาสตร์ ยืนยันว่าเป็นศพ นายชัชชาญ และนายไกรเดช ลือเลิศ จริงโดยไม่ติดใจการเสียชีวิต พร้อมระบุว่า ที่ผ่านมาทางครอบครัวไม่เคยมีเรื่องขัดแย้งกับใครมีเพียงบิดาไปทำงานเบื้องหลังการเมืองเท่านั้น


ศาลตัดสินประหารชีวิต “ผู้กองเหน่ง” คดีฆาตกรรม “ผอ.อ้อย”

Thu, 14 Mar 2019 12:59:00

วันนี้ (14 มี.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลจังหวัดกันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ นัดอ่านคำพิพากษาในคดี น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน ผอ.กองการศึกษาอบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ  ถูก ร.อ.ศุภชัย ภาโส หรือผู้กองเหน่ง อดีตทหารสังกัดกรมทหารราบที่ 6 อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ฆาตกรรมและนำศพไปทิ้งใกล้ฐานทหาร ชายแดนไทยกัมพูชา จ.อุบลราชธานี เมื่อเดือน ก.ค.2560 ซึ่งเจ้าหน้าที่และญาติต้องใช้เวลาตามหาศพนานกว่า 3 เดือน


ทั้งนี้ ศาลพิพากษาประหารชีวิต จำเลยที่ 1 คือ ร.อ.ศุภชัย ภาโส ฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน กักขังหน่วงเหนี่ยวจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ลักทรัพย์ ปลอมแปลงเอกสาร เนื่องจากมีพยานหลักฐานแน่นหนา ชี้ชัดว่าเป็นคนลักพาตัว และลงมือฆาตกรรม น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน แล้วนำศพไปทิ้งอำพรางในป่า พร้อมให้ชดใช้ค่าเสียหาย 2 ล้านบาท

ส่วนจำเลยที่ 2-4 ได้แก่ นางสุชาวดี ปทุมอินทร์ นายวิทูรย์ ท้าวแก้ว และนายประกรรษวัต คณะพันธ์ ซึ่งมีส่วนในการลักทรัพย์ ปลอมแปลงเอกสาร แต่ไม่มีหลักฐานเชื่อมโยงว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการฆาตกรรม ศาลมีคำสั่งยกฟ้อง


แม้คดีนี้จะไม่มีประจักษ์พยานที่เห็นเหตุการณ์และจำเลยที่ 1 ให้การปฎิเสธทั้งในชั้นพนักงานสอบสวนและชั้นศาล แต่ตำรวจใช้หลักฐานทางเทคโนโลยีสัญญาณโทรศัพท์ที่พบว่า ผู้เสียชีวิตอยู่กับจำเลยที่ 1 ก่อนหายตัวไป ซึ่งสัญญาณโทรศัพท์ของผู้เสียชีวิตและจำเลยที่ 1 อยู่ด้วยกัน ห่างจากบริเวณจุดพบโครงกระดูก ผอ.อ้อย เพียง 3 กิโลเมตร เป็นหลักฐานสำคัญที่อัยการรวมถึงทนายซึ่งเป็นโจทย์ยื่นฟ้องร่วมกับครอบครัวใช้ในการต่อสู้คดีซึ่งศาลได้ทำการสืบพยานฝ่ายโจทย์ จำนวน 77 ปาก ส่วนจำเลยไม่มีการเบิกความพยานมีเพียงจำเลยเป็นผู้ให้การในชั้นศาล เพียงคนเดียว

ส่วนสาเหตุในการก่อเหตุครั้งนี้คือปัญหาหนี้สินซึ่งจำเลยที่ 1 ยืมเงินผู้ตายไปหลายแสนบาทแต่ไม่ส่งคืน ก่อนผู้ตายจะพยายามติดตามทวงหนี้ก่อนถูกฆาตกรรม


ขณะที่ ครอบครัว น.ส.จุฑาภรณ์ เดินทางมาฟังคำพิพากษาที่ศาลจังหวัดกันทรลักษ์ โดย หมายปอง อุ่นอ่อน พี่สาว ผอ.อ้อย ระบุว่า ตลอด 1 ปีที่ผ่านมาครอบครัวต้องทุกข์ใจจากการเสียชีวิตของ ผอ.อ้อย เพราะเป็นเสาหลักของครอบครัวจึงต้องการให้จำเลยรับโทษสูงสุด คือ ประหารชีวิต

 

 


ฆ่าฝังดิน ด.ช.วัย 9 ขวบ อ้างยิงเพราะคิดว่าเด็กเป็นนก

Thu, 14 Mar 2019 12:24:00

วันนี้ (14 มี.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.สุรศักดิ์ สุขแสวง ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชัยกร ศรีหล้าเดโช ผู้กำกับการ สถานีตำรวจภูธรบ้านหนองพลับ อ.หัวหิน ร่วมสอบปากคำ นายประมุข โคสินธิ์ อายุ 38 ปี ลูกจ้างโรงน้ำแข็งอีกครั้ง เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา หลังตกเป็นผู้ต้องหายิง ด.ช.เฉลิมชัย โจปะถา อายุ 9 ปี เสียชีวิต ก่อนขุดหลุมฝังศพบริเวณป่าเชิงเชา ต.บึงนคร อ.หัวหิน และเข้ามอบตัวที่สถานีตำรวจบ้านหนองพลับ เมื่อคืนที่ผ่านมา พร้อมของกลาง ปืนยาวติดลำกล้อง และจอบที่ใช้ขุดหลุม

 

 

นายประมุข รับสารภาพว่า นำปืนยาวออกไปล่าสัตว์เพื่อนำมาทำอาหาร ระหว่างทางเห็นต้นไม้เคลื่อนไหว จึงคิดว่าเป็นนก จึงตัดสินใจยิงไป 1 นัด แต่เมื่อเดินไปดูกลับเป็นเด็กในชุดนักเรียน ถูกยิงอาการสาหัส ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา ทำให้ตัวเองกลัวความผิด จึงตัดสินใจฝังศพอำพราง แต่สุดท้ายถูกตำรวจกดดันอย่างหนัก จึงตัดสินใจให้ญาติพาเข้ามอบตัว เมื่อคืนที่ผ่านมา

  

 

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตั้งข้อหานายประมุข 5 ข้อหา พร้อมเตรียมนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่จุดเกิดเหตุ ขณะเดียวกัน แพทย์ซึ่งชันสูตรศพ ระบุเบื้องต้นว่า บาดแผลที่เด็กถูกยิงบริเวณเอวซ้าย และกระสุนมาหยุดที่สะบักขวา เป็นจุดที่ไม่ได้ทำให้เสียชีวิตทันที ทำให้ตำรวจอยู่ระหว่างสอบสวนขยายผลว่าเด็กได้เสียชีวิตหลังถูกยิง หรือเป็นการฝังทั้งเป็น

 

 

 


เลือกตั้ง 2562 : อายัดทรัพย์กว่า 170 ล้าน ผู้สมัคร ส.ส.เพื่อไทย พะเยา

Thu, 14 Mar 2019 07:27:00

เมื่อวานนี้ (13 มี.ค.2562) พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ในฐานะรองผู้อำนวยการ ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันปราบปรามการฉ้อโกงทรัพย์สินของประชาชน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้าตรวจค้น 24 จุด 17 กลุ่มนายทุนใน 4 จังหวัด ทั้งเชียงใหม่ ลำปาง พะเยา และลำพูน ตามยุทธการใช้ชื่อว่า "ขุดรากถอนโคนอาชญากรรม ทำบ้านเมืองให้น่าอยู่ ทวงคืนความเป็นธรรมให้ลูกหนี้เงินกู้นอกระบบ"

 

 

 

 

 

เจ้าหน้าที่อายัดทรัพย์สินของนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย เขต 2 จ.พะเยา กับพวกใน อ.จุน และ อ.เชียงคำ เป็นบ้าน 3 หลัง รถยนต์ 4 คัน บัญชีธนาคาร 5 บัญชี ร้านคาร์แคร์ 1 แห่ง มูลค่ากว่า 170 ล้านบาท หลังผู้เสียหายร้องเรียนว่าถูกหลอกลงทุนในหุ้นน้ำมัน 4 ประเทศ แต่ไม่ได้ค่าตอบแทน มูลค่าความเสียหาย 29 ล้านบาท และแจ้งข้อกล่าวหาฉ้อโกงประชาชน ซึ่งเป็นความผิดมูลฐานฟอกเงิน

 

 

 

 

 

ทั้งนี้ ยืนยันว่าบังคับใช้กฎหมายเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ เพราะจับกุมนักการเมืองไปแล้วจำนวนหนึ่ง ทั้งในพื้นที่อีสาน ภาคกลาง และภาคเหนือ จากคดีฉ้อโกงประชาชน และวันพรุ่งนี้ (15 มี.ค.) พนักงานสอบสวนจะส่งรายงานให้คณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาตามกรอบอำนาจหน้าที่ว่าเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งหรือไม่

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

"เพื่อไทย" ร้อง กกต.สอบปมชายฉกรรจ์แฝงตัวใน จ.พะเยา 

 

 


รวบอดีตยากูซ่า หลอกเพื่อนขนไม้กอล์ฟซุกไอซ์

Wed, 13 Mar 2019 14:11:00

วันนี้ (13 มี.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจกองปราบปรามจับกุมนายคาซูฮิโกะ ชาวญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผู้ต้องหาค้ายาเสพติดข้ามชาติ กระทำผิดในข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ยาไอซ์และยาอี ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และมียาเสพติดให้โทษประเภท 5 กัญชาไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย

ตำรวจ เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาลักลอบขนยาเสพติดออกจากไทยไปญี่ปุ่น ด้วยการซุกซ่อนไอซ์ใส่หัวไม้กอล์ฟ จำนวน 3 ไม้ และฝากเพื่อนให้นำกลับไปที่ญี่ปุ่น โดยหลอกลวงเพื่อนว่า ฝากไม้กอล์ฟ กลับไปให้เพื่อน แต่เพื่อนคนดังกล่าวเกิดความสงสัย เนื่องจากไม้กอล์ฟมีน้ำหนักมากกว่าปกติ อีกทั้งส่วนหัวไม้และด้ามไม้ไม่ได้เป็นยี่ห้อเดียวกัน จึงนำไม้กอล์ฟไปที่สถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย เพื่อประสานตำรวจตรวจสอบไม้กอล์ฟ และเมื่อตรวจสอบแล้วพบว่ามีไอซ์ซุกซ่อนอยู่

 

 

ขณะที่ตำรวจขยายผลตามคำให้การของผู้แจ้งเบาะแสและเข้าตรวจค้นห้องพักผู้ต้องหา พบไอซ์น้ำหนักรวม 4 กรัมเศษ และกัญชาจำนวนหนึ่ง พร้อมหลักฐานภาพกล้องวงจรปิด ว่า ผู้ต้องหาขนย้ายไม้กอล์ฟจำนวนหนึ่งออกจากห้องพักไปช่วงต้นเดือนมีนาคม

ผู้ต้องหา รับสารภาพว่ายาเสพติดในห้องมีไว้เสพเอง และไม่มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับการพบไอซ์ในหัวไม้กอล์ฟตามที่ถูกกล่าวอ้าง

ด้านเจ้าหน้าที่การทูตญี่ปุ่น ระบุว่า ผู้ต้องหาเคยเป็นสมาชิกกลุ่มนามิ คาวะไก ซึ่งเป็นขบวนการธุรกิจปล่อยเงินกู้นอกระบบในญี่ปุ่น ต่อมาผู้ต้องหาถูกทางการญี่ปุ่นออกหมายจับจึงหลบหนีคดีมาอาศัยอยู่ในประเทศไทยนาน 19 ปีแล้ว ด้วยการต่ออายุวีซ่าประเภทเกษียณอายุ 90 วันเรื่อยมา


วิสามัญฆาตกรรมผู้ต้องหาฆ่าอำพรางศพ

Wed, 13 Mar 2019 07:04:00

วันนี้ (13 มี.ค.2562) ตำรวจวิสามัญฆาตกรรม นายสมศักดิ์  เล็ดรอด หรือ โอ อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาคดีฆ่าอำพรางศพใน จ.สมุทรปราการ บริเวณกลางสี่แยก อ.คำเขื่อนแก้ว จ.ยโสธร ขณะพยายามชิงรถของชาวบ้านเพื่อหลบหนีตำรวจ

พล.ต.ต.ภิญโญ หวลกสินธ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยโสธร ระบุว่า คนร้ายได้มีการใช้อาวุธต่อสู้ เพื่อหลบหนีการจับกุมเจ้าหน้าที่ ตำรวจจึงมีความจำเป็นที่จะต้องยิง เพื่อหยุดยั้งการหลบหนีของคนร้าย ซึ่งหากไม่ทำเช่นนี้ คนร้ายอาจจะทำร้ายประชาชนเจ้าของรถเพื่อเปิดช่องทางให้หลบหนีต่อไป 


ขณะที่นายวีระนันท์ พันดาบุตร ผู้เห็นเหตุการณ์ ระบุว่า ช่วงที่ตำรวจไล่มา เป็นช่วงติดไฟแดงพอดี ผู้ต้องหาจึงวิ่งลงจากรถไปอีกฝั่ง แล้วเปิดประตูรถชาวบ้านตรงนั้น เพื่อจะหนีต่อ แต่ตำรวจอีกชุดหนึ่งถือปืนวิ่งมาไล่ตามอีกฝั่ง แล้วได้ยินเสียงปืน

คดีนี้สืบเนื่องมาจากตำรวจ สภ.บางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ รับแจ้งความ นายชัยประสิทธ์ บุญเลิศ อายุ 34 ปี พนักงานคลังสินค้า สถานีส่งน้ำสุวรรณภูมิ หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 2 ก.พ. ต่อมาพบรถจักรยานยนต์ และโทรศัพท์มือถือ มีข้อความสนทนาทางเฟซบุ๊กกับหญิงคนหนึ่ง ซึ่งระบุว่า แอบคบหานายชัยประสิทธิ์ ก่อนจะถูกแฟน คือ นายสมศักดิ์ จับได้ แล้วสวมรอยเป็นตัวเอง ลวงนายนายชัยประสิทธ์ออกมาทำร้ายจนเสียชีวิต นำศพไปฝังอำพรางที่ จ.ฉะเชิงเทรา


จากนั้นตำรวจสืบสวนขยายผลพบว่า มีผู้ร่วมก่อเหตุทั้งหมด 8 คน ทั้งตามจับได้และเข้ามอบตัวเอง ผู้ต้องหาบางส่วนให้การว่าถูกนายสมศักดิ์บังคับให้ร่วมก่อเหตุ ส่วนศพนายสมศักดิ์นั้น ถูกส่งไปยังโรงพยาบาลคำเขื่อนแก้วรอดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย และให้ญาติติดต่อรับศพต่อไป

ด้านตำรวจภูธรบางเสาธง จ.สมุทรปราการ ลงพื้นที่สำรวจ ซอยชุมชนหลังวัดมงคลนิมิต ต.บางเสาธง เพื่อเตรียมความพร้อม นำผู้ต้องหาไปชี้จุดเกิดเหตุ ในช่วงสายวันนี้ โดยเริ่มจากบ้านพักนายสมศักดิ์ บ้านอีกหลัง ซึ่งเป็นสถานที่กักขัง และทำร้ายร่างกายนายชัยประสิทธิ์ รวมทั้งจุดที่นำรถจักรยานยนต์ และ ร่างนายชัยประสิทธิ์ ที่หมดสติ แต่ยังไม่เสียชีวิตไปทิ้ง ในซอยวัดบัวโรย ห่างจากจุดแรกราว 6 กิโลเมตร

ทั้งนี้ ญาตินำศพนายชัยประสิทธิ์ มาบำเพ็ญกุศล ที่ ศาลาอยู่คงธรรม 2 วัดบางโฉลงนอก อำเภอ บางพลี โดยจะตั้งสวดพระอภิธรรมศพ 5 วัน และ จะฌาปนกิจ ในวันที่ 17 มี.ค.นี้

 

 


เพื่อนผู้ต้องหาชิงเงิน 7.2 ล้าน มอบเงินส่วนแบ่งคืนตำรวจ

Tue, 12 Mar 2019 13:39:00

วันนี้ (12 มี.ค.62) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีชิงเงินธนาคาร 7.2 ล้านบาท จากรถขนเงิน ที่ก่อเหตุเมื่อวันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมา ล่าสุด เพื่อนสนิท 2 คน ทราบชื่อคือ เบล และ เต้ย ซึ่งได้รับเงินจาก แบงก์ 1 ในผู้ต้องหาคดีจี้ชิงเงินนำเงินจำนวนหนึ่งมาส่งคืนผู้เสียหาย ผ่านตำรวจสืบสวนนครบาล

เบลอ้างว่า เป็นเพื่อนสนิทกับแบงก์ที่รู้จักกันมาตั้งแต่เด็กได้รับเงินจากแบงก์ เมื่อวันที่ 24 ก.พ. เนื่องจากแบงก์ติดต่อมาให้ไปช่วยทำความสะอาดห้องพักที่จะย้ายเข้าไปอยู่ย่านเพชรเกษม ซึ่งในขณะทำความสะอาดพบกระเป๋าเดินทางใบใหญ่บรรจุเงินจำนวนมาก จึงสอบถามแบงก์ว่าได้เงินมาอย่างไร นายแบงก์ตอบว่า ได้รับมรดกจากยาย พร้อมแบ่งให้ตัวเอง กับ เต้ย คนละ 200,000 บาท เพื่อตอบแทนที่มาช่วยทำความสะอาด

เบลและเต้ย ยอมรับว่า รับเงินมาคนละ 200,000 บาท แต่ไม่ได้สงสัยว่า เป็นเงินจากการกระทำความผิด พร้อมยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวกับรู้เห็นเรื่องการจี้ชิงเงิน ของ แบงก์ และกอล์ฟ

ด้าน พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล ระบุว่า ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของทั้งคู่ และยังต้องสอบสวนเชิงลึกอีก แต่ขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าว ส่วนการติดตามเงินที่เหลือตำรวจอยู่ระหว่างสืบสวน ซึ่งยังมีบุคคลอีก 2 - 3 ที่น่าจะรู้เห็นกับเงินที่เหลืออยู่ระหว่างสืบสวนความชัดเจน สำหรับเงินที่ถูกชิงไปจำนวน 7,200,000 บาท ขณะนี้ติดตามพบที่ไปที่มาได้แล้ว 4,300,000 บาท ยังขาดอีก 2,900,000 บาท ที่กำลังพิสูจน์ติดตาม

สำหรับคดีนี้ หลังก่อเหตุแบงก์ได้เข้ามอบตัวกับตำรวจ ส่วนกอล์ฟ ผู้ร่วมก่อเหตุอีกคน ถูกตำรวจวิสามัญฆาตกรรมขณะปิดล้อมจับในย่านเพชรเกษม และทั้งคู่ เคยก่อเหตุชิงเงินจากรถขนเงินมาแล้ว เมื่อปี 2560 ได้เงินไป 6 ล้านบาท เหตุเกิดในพื้นที่บางใหญ่ จ.นนทบุรี ซึ่งตำรวจยังอยู่ระหว่างติดตามจับกระทั่งทั้งคู่มาก่อเหตุซ้ำในพื้นที่เพชรเกษม


"พล.ท.พงศกร" รับทราบข้อกล่าวหา "แชร์ข่าวปลอม" ที่ ปอท.แล้ว

Mon, 11 Mar 2019 10:44:00

วันนี้ (11 มี.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ท.พงศกร รอดชมภู รองผู้หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เข้าพบพนักงานสอบสวนที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาฐานความผิดฐานนำเข้าเผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศหรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน ถือเป็นความผิดตามมาตรา 14 (2) และมาตรา 14 (5) พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พุทธศักราช 2550

 

 

 

พล.ท.พงศกร เปิดเผยว่า กรณีนี้มั่นใจว่าถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง เพราะข่าวที่ตัวเองแชร์นั้น เมื่อแชร์ไปได้ประมาณ 3 นาที ก็ได้ลบโพสต์ออกไป แต่มีผู้บันทึกภาพเอาไว้ จนทำให้ถูกแจ้งความ แต่พร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ พร้อมแนะให้ตำรวจสืบสวนถึงผู้ผลิตเนื้อข่าวให้ได้ เพราะที่ผ่านมาจับดำเนินคดีเป็นกลุ่มผู้แชร์

สำหรับคดีนี้เกิดจากการแชร์ หรือเผยแพร่ต่อข่าว พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ดื่มกาแฟ พร้อมคณะ ในราคาแก้วละ 12,000 บาท รวมเป็นยอดเงินกว่า 80,000 บาท โดยใช้เงินจากงบประมาณ

 

ขณะเดียวกัน นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ พร้อม น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค เข้าแจ้งความเอาผิดผู้โพสต์ความเห็นไม่เหมาะสม กรณีกล่าวอ้างว่าเอกสารจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีการสอดแทรกภาพแนะนำผู้สมัคร ส.ส.ในพรรคพลังประชารัฐ

 

 

 

นายพุทธิพงษ์ เปิดเผยว่า กรณีนี้สร้างความเสียหายต่อตัวผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ที่สำคัญ สร้างความเสียหายให้ กกต.ด้วย ซึ่งวันนี้มาแจ้งความพร้อมนำหลักฐานเกี่ยวกับการกระทำความผิดของผู้โพสต์มามอบให้ตำรวจด้วย ยืนยันต้องการดำเนินคดี เพราะเชื่อว่าผู้กระทำมีเจตนา

ส่วน น.ส.พัชรินทร์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาถูกกระทำให้ภาพลักษณ์เสียหายมาโดยตลอด จึงต้องออกมาปกป้องตัวเอง พร้อมระบุว่า อยากให้ทุกฝ่ายต่อสู้กันด้วยความรู้ความสามารถ ด้วยการทำประโยชน์ให้ประชาชนสูงสุด เพื่อให้เป็นการเมืองใหม่

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

"พล.ท.พงศกร" ขอเลื่อนคดีจิบกาแฟ อ้างไม่เจตนาแชร์ข่าวปลอม 

รับผิดแล้ว! พล.ท.พงศกร รอดชมภู แชร์ “ข่าวปลอม” พล.อ.ประวิตร 

พ่นพิษ ! กาแฟแก้วละ 1.2 แสนบาท จับ 4 คนแชร์ข่าวปลอม 

 

 


ตำรวจระดมภาพวงจรปิดแกะรอยปล้นทองกว่า 200 บาท

Sat, 9 Mar 2019 19:06:00

วันนี้ (9 มี.ค.2562) เมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. ตำรวจชุดสืบสวนนครบาลทองหล่อ พบรถจักรยานยนต์ที่เชื่อว่าเป็นของผู้ก่อเหตุชิงทองคำรูปพรรณในห้างสรรพสินค้า ย่านพระราม 4 จุดที่พบคือลานจอดรถใต้ดิน ห้างสรรพสินค้าในซอยสุขุมวิท 42 ตำรวจเข้าอายัดและนำไปไว้ที่สถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ เพื่อเก็บหลักฐานใช้เป็นเบาะแสติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี

 

พ.ต.ท.สิทธิศักดิ์ นาคามาตย์ ผู้กำกับการวิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ กองบังคับการสืบสวนตำรวจภูธร ภาค 1 เปิดเผยว่า คดีคืบหน้ามาก ชุดสืบสวนได้รวบรวมกล้องวงจรปิดกว่า 100 ตัว ตามเส้นทางที่ผู้ก่อเหตุขี่รถจักรยานยนต์ ทั้งก่อนและหลังก่อเหตุ รวมถึงกล้องวงจรปิดของห้างสรรพสินค้า เนื่องจากยังระบุใบหน้าบุคคลของผู้ก่อเหตุไม่ได้ ขณะเดียวกันยังรอภาพวงจรปิดของร้านทองผู้เสียหาย คาดว่าจะเป็นมุมภาพที่ระบุตัวผู้ก่อเหตุได้ดีที่สุด หากชัดเจนก็จะขอให้ศาลอนุมัติหมายจับได้

พ.ต.ท.สิทธิศักดิ์ ระบุถึงสาเหตุที่ผู้ก่อเหตุเลือกก่อเหตุที่ร้านทองดังกล่าว คาดว่าเพราะการรักษาความปลอดภัยต่ำ ไม่มีลูกกรงกั้น มีแต่พนักงานผู้หญิง ขณะที่การเทียบเคียงแผนประทุษกรรมของผุ้ก่อเหตุในครั้งนี้กับเหตุที่เกิดขึ้นในพื้นที่อื่น ๆ พบว่ามีลักษณะคล้ายกันหลายคดี แต่ยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าเป็นคนเดียวกันกับคนที่ก่อเหตุครั้งนี้หรือไม่

สำหรับเหตุจี้ชิงทองรูปพรรณ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 มี.ค.ที่ผ่านมา ผู้ก่อเหตุสวมวิกผม แต่งกายคล้ายผู้หญิง พรางตัวก่อเหตุจี้ชิงทองคำน้ำหนัก 216 บาท มูลค่ากว่า 4 ล้านบาท จึงทำให้ระบุตัวได้ยาก

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

บุกเดี่ยวปล้นทองกว่า 4 ล้านบาทในห้างย่านพระราม 4

 


"ศุลกากร" กวาดล้างสินค้าหนีภาษี 5 เดือน จับ 1.9 พันคดี

Fri, 8 Mar 2019 16:52:00

วันนี้ (8 มี.ค.62) นายชัยยุทธ คำคุณ โฆษกกรมศุลกากร เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้จับกุมการลักลอบนำสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักรโดยมิได้ผ่านพิธีการศุลกากรโดยถูกต้องในรอบ 5 เดือน ในช่วงเดือน ต.ค.- 61- ก.พ.62 รวม 1,902 คดี มูลค่าของกลาง 598.62 ล้านบาท สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ ประมาณ 400 ล้านบาท

สินค้าที่มีสถิติการลักลอบนำเข้าสูงสุด ได้แก่ กลุ่มสินค้าแบรนด์เนม เครื่องประดับ อันดับต่อมาเป็นยาเสพติด ซึ่งผู้กระทำความผิดพยายามลักลอบนำเข้าด้วยการซุกซ่อนมาตามร่างกาย หรือ สัมภาระเดินทาง ส่วนใหญ่เป็นไอซ์ ,เฮโรอีน และเคตามีน ซึ่งในรอบ 5 เดือน คิดเป็นมูลค่าไม่น้อยกว่า 60 ล้านบาท

อีกกลุ่มสินค้าที่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ ได้แก่ บุหรี่ เหล้า ไวน์ และน้ำมันเถื่อน รวมแล้วไม่น้อยกว่า 500 คดี นอกจากนี้ยังมีคดีลักลอบนำเข้าสินค้าตามอนุสัญญาไซเตส (CITES) หลายรายการ


บุกเดี่ยวปล้นทองกว่า 4 ล้านบาทในห้างย่านพระราม 4

Fri, 8 Mar 2019 07:32:00

ช่วงเย็นวานนี้ (6 มี.ค.2562) ตำรวจ สน.ทองหล่อ ได้รับแจ้งเหตุชิงทรัพย์ในร้านทองออโรร่า ภายในห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ถนนพระราม 4 โดยได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ จากการตรวจสอบพบว่าผู้ก่อเหตุได้ทองรูปพรรณไปกว่า 200 บาท คิดเป็นมูลค่าประมาณ 4 ล้านบาท

 

พร้อมสอบปากคำผู้อยู่ในเหตุการณ์ ระบุว่า มีชายสวมวิกผมและใช้หน้ากากอนามัยปิดใบหน้า ใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาว กางเกงขายาว ทำทีเข้าไปขอดูทองในร้าน จากนั้นได้หยิบอาวุธซึ่งคลุมด้วยผ้าและขู่พนักงานว่าเป็นปืน ก่อนสั่งให้นำทองคำใส่ถุงผ้าและวิ่งหนีออกประตูด้านข้างซอยสุขุมวิท 26 แล้วเรียกรถจักรยานยนต์รับจ้างหลบหนีไปทางศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ขณะที่คนขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง เล่าว่า ผู้ก่อเหตุวิ่งออกมาจากห้างและว่าจ้างให้ไปส่งหน้าศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ก่อนเดินหนีไป ซึ่งตำรวจได้ตรวจกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุและละแวกใกล้เคียง รวมถึงเส้นทางหลบหนีเพื่อติดตามจับกุมตัว


เลือกตั้ง2562 : "ศรีวราห์" ตรวจความเรียบร้อย หลังศาลสั่งยุบพรรคไทยรักษาชาติ

Thu, 7 Mar 2019 16:18:00

วันนี้ (7 มี.ค.2562) พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยระหว่างการตรวจความเรียบร้อยบริเวณโดยรอบอาคารศาลรัฐธรรมนูญ หลังศาลอ่านคำวินิจฉัยและมีมติยุบพรรคไทยรักษาชาติว่า สถานการณ์โดยรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และวันนี้จะไม่ตรึงกำลังไว้หลังจากภารกิจเสร็จแล้ว ส่วนมวลชนที่เข้ามาให้กำลังใจภายในศาล หากเสร็จสิ้นการอ่านคำวินิจฉัย ก็จะให้ออกจากพื้นที่ศาลตามข้อกำหนด

 

 

 

 

ส่วนการข่าวก็ยังเป็นไปตามปกติ โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีแผนเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว พร้อมเน้นย้ำให้ทุกคนอย่าทำผิดกฎหมาย ส่วนหลังจากนี้จำเป็นต้องวางกำลังดูแลที่ทำการพรรคไทยรักษาชาติหรือไม่นั้น พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของฝ่ายความมั่นคงที่จะเข้าไปดูแล

 

 

 

 

ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้จัดรถตัดสัญญาณโทรศัพท์ และสัญญาณวิทยุสื่อสาร 2 คัน มาเตรียมไว้ แต่ยังไม่ได้เปิดใช้งาน เพราะยังไม่ได้รับการร้องขอจากศาล นอกจากนี้ ยังมีสุนัขตำรวจ และหน่วยเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด (อีโอดี) มาร่วมดูแลในพื้นที่ด้วย

 

 

 

 

 


เลือกตั้ง2562 : "ศรีวราห์" ไม่ห่วงผลตัดสินคดียุบพรรคอาจสร้างความไม่พอใจให้คนบางกลุ่ม

Wed, 6 Mar 2019 18:30:00

วันนี้ (6 มี.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 16.30 น. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางมายังศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ เพื่อตรวจความเรียบร้อยในการวางกำลังรักษาความปลอดภัยพื้นที่โดยรอบศาลรัฐธรรมนูญ โดย พล.ต.อ.ศรีวราห์ เริ่มต้นเดินตรวจสอบกล้องวงจรปิดตั้งแต่ริมถนนแจ้งวัฒนะ ด้านหน้าอาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จากนั้นได้สำรวจกล้องวงจรปิดรอบบริเวณศาลรัฐธรรมนูญ ก่อนจะเข้ามาตรวจสอบห้องวอร์มรูมของตำรวจ บริเวณทางเข้าชั้น 1 ของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งนำจอมอนิเตอร์ที่เชื่อมต่อสัญญาณกล้องวงจรปิดทุกจุดทั้งรอบนอกและพื้นที่ชั้นในของศูนย์ราชการ เพื่อตรวจสอบตลอด 24 ชั่วโมง

 

 

 

 


พล.ต.อ.ศรีวราห์ เปิดเผยว่า ไม่มีข้อกังวลหากในวันพรุ่งนี้ (7 มี.ค.) หากผลการตัดสินคดีมีมติเป็นที่ไม่ถูกใจประชาชนบางกลุ่ม เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจทำหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย ขออย่าทำผิดกฎหมายก็แล้วกัน สำหรับการวางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยนั้นจะมีไม่ต่ำกว่า 1,500 นาย ประกอบด้วยชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด (อีโอดี) ตำรวจสื่อสารชุดอารักขาและควบคุมฝูงชน (บก.อคฝ.) กองกำกับการสุนัขตำรวจ 4 นาย และเจ้าหน้าที่ได้นำอุปกรณ์กล้องวงจรปิดมาติดตั้งเพิ่มอีก 70 ตัว