ชาวสวนกระบี่หันปลูก "เมล่อนอินทรีย์" หลังราคาปาล์มตกต่ำ

Tue, 14 May 2019 06:38:00

สมาชิกวิสาหกิจชุมชนกลุ่มปลูกพืชเกษตรอินทรีย์นวัตกรรมใหม่ ปลายพระยา ต.เขาเขน อ.ปลาพระยา จ.กระบี่ ปลูกเมล่อนพันธุ์กรีนเน็ต เเบบอินทรีย์ ในโรงเรือนระบบปิด ซึ่งกำลังจะครบกำหนดเเละเก็บไปขายได้ ล็อตเเรก 400 ลูก น้ำหนักลูกละ 1.5 กิโลกรัม

ประยุทธิ์ อ้นชู ตัวเเทนกลุ่มปลูกพืชเกษตรอินทรีย์นวัตกรรมใหม่ปลายพระยา บอกว่า ได้รับการสนับสนุนงบประมาณกู้ยืมจากสหกรณ์นิคมปลายพระยา และสถานบันส่งเสริมและพัฒนาเกษตรอินทรีย์ เพื่อปลูกพืชอินทรีย์ โดยสมาชิกจะช่วยกันดูเเลผลผลิต ส่วนการปลูกแบ่งเป็นถุงละ 2 ต้น รวมทั้งหมด 400 ต้นในโรงเรือนขนาดกว้าง 6 เมตร ยาว 21 เมตร ช่วยป้องกันแมลงศัตรูพืช, โรคเชื้อราและสารตกค้างต่าง ๆ จากพื้นดินน้ำและทางอากาศ

นอกจากนี้ จะมีการให้น้ำสารอาหารตามตารางที่กำหนดและเมื่อเมล่อน อายุระยะเวลา 65-70 วัน ต้องเก็บผลเมล่อนตัวอย่างส่งตรวจสอบสารตกค้าง และสารอาหารความหวานเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค ที่สถาบันส่งเสริมและพัฒนาเกษตรอินทรีย์เพื่อการส่งออก

ขณะที่ตลาดถือเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดของการทำอาชีพเกษตรกรรม โดยก่อนปลูกเกษตรกรได้ทำข้อตกลงร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรื่องการตลาดรองรับผลผลิตราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 80-100 บาท


"ไมซ์ชุมชน" ชูสหกรณ์โคเนื้อกำแพงแสนสายพันธุ์แรกในไทย

Fri, 10 May 2019 16:00:00

นายสราญโรจน์ สุทัศน์ชูโต ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมตลาดในประเทศ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือทีเส็บ พร้อมด้วยนายอัชฌา สุวรรณนิตย์ ผู้อำนวยการกองพัฒนาสหกรณ์ภาคการเกษตรและกลุ่มเกษตรกร เยี่ยมชมสหกรณ์โคเนื้อมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์กำแพงแสน และสหกรณ์โคนม นครปฐม จำกัด ภายใต้โครงการไมซ์เพื่อชุมชน โดยเป็นโครงการที่เดินหน้าร่วมกรมส่งเสริมสหกรณ์ ชูไมซ์กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน ปี 2 สำหรับสหกรณ์โคเนื้อกำแพงแสนพันธุ์แรกของประเทศไทยมีอักลักษณ์เทียบเท่าต่างประเทศ ตั้งเป้าขยายสหกรณ์เพิ่มกว่า 200 แห่งทั่วประเทศ หวังสร้างรายได้สู่ชุมชน ต่อยอดวิถีเกษตรยั่งยืน ส่วนจัดประชุมสัมมนาในประเทศของหน่วยงานภาครัฐเอกชน คาดว่าจะสร้างรายได้ 62,000 ล้านบาท

 

 

โครงการ “ไมซ์เพื่อชุมชน” จะคัดเลือกชุมชนสหกรณ์ที่มีศักยภาพในการส่งเสริมและพัฒนาให้เป็นจุดหมายใหม่สำหรับธุรกิจไมซ์ รองรับการจัดงานประชุม ศึกษาดูงาน และจัดกิจกรรมเรียนรู้ พร้อมกับใช้อุตสาหกรรมไมซ์เป็นกลไกผลักดันให้เกิดการจับคู่ธุรกิจสินค้าในชุมชนกับองค์กรธุรกิจต่างๆ กระตุ้นให้เกิดการพัฒนาชุมชนในทุกมิติทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม

 

 

สำหรับสหกรณ์ทั้ง 2 แห่ง มีความพร้อมในการรองรับตลาดไมซ์ได้เป็นอย่างดี จัดกิจกรรมทั้งเชิงความรู้วิชาการ เช่น งานเพาะพันธุ์โคเนื้อกำแพงแสน ซึ่งเป็นโคเนื้อชื่อพันธุ์ไทย พันธุ์แรกของโลก, สาธิตการผสมเทียม รวมไปถึงกิจกรรมสันทนาการ เช่น แนะนำการย่างเนื้อที่ถูกวิธี การใช้น้ำจิ้มปรุงรสที่เหมาะสมกับสเต็ก ป้อนนมลูกวัว การโชว์ความสามารถของสัตว์ในฟาร์ม สาธิตการทำคอฟฟีเบรคแนวปิงซู

 


ซ้อมใหญ่งานพระราชพิธี พืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ

Tue, 7 May 2019 17:36:00

วันนี้ (7 พ.ค.2562) เวลา 07.00 น. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดซ้อมใหญ่งานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ (วันไถหว่าน) ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง โดยมีนายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำหน้าที่พระยาแรกนา เทพีคู่หาบทอง ได้แก่ น.ส.กันยารัตน์ นาคกูล นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ น.ส.ดวงพร งามประดิษฐ์ นักทรัพยากรบุคคลปฏิบัติการ กรมวิชาการเกษตร เทพีคู่หาบเงิน ได้แก่ น.ส.ณัฐชยา ศรีสุขสวัสดิ์ นักวิชาการปฏิรูปที่ดินชำนาญการ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม น.ส.อาทิตยา ทองแกมแก้ว นักวิชาการเกษตรชำนาญการ กรมส่งเสริมการเกษตร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานฝ่ายต่าง ๆ เข้าร่วมในการซ้อมใหญ่

 

ขณะนี้ทุกฝ่ายมีความพร้อมในการจัดงานพระราชพิธีฯ ในวันที่ 9 พ.ค.นี้ งานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เป็นพระราชพิธีที่สืบเนื่องมาแต่โบราณ มีความงดงาม และมีความหมายอย่างยิ่งต่อพสกนิกรชาวไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม

 

 

ในปีพุทธศักราช 2562 นี้ปฏิทินหลวงได้กำหนดวันพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ซึ่งประกอบด้วยพระราชพิธี 2 พิธีรวมกัน คือ พระราชพิธีพืชมงคล อันเป็นพิธีสงฆ์ เป็นวันสวดมนต์เริ่มการพระราชพิธีพืชมงคล และถือเป็นวันเกษตรกร ประกอบพระราชพิธี ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในวันที่ 8 พ.ค.นี้

 

ในการนี้ เวลาประมาณ 17.00 น.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินในการพระราชพิธีพืชมงคล ทรงหลั่งน้ำสังข์ ทรงเจิม พระราชทานพระธำมรงค์ กับพระแสงปฏักแก่ นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งทำหน้าที่พระยาแรกนา ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง

 

สำหรับวันถัดมาของการประกอบพระราชพิธี คือ พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ (วันไถหว่าน) อันเป็นพิธีพราหมณ์ จะประกอบพระราชพิธี ในวันที่ 9 พ.ค.นี้ ฤกษ์ไถหว่านระหว่างเวลา 08.19-08.49 น. ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง
         

นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้ทำหน้าที่พระยาแรกนา กล่าวว่า พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ หรือที่นิยมเรียกว่า พิธีแรกนา กำหนดจัดขึ้นในราวเดือนหกของทุกปี ซึ่งเป็นระยะเหมาะสมที่จะเริ่มต้นการทำนาอันเป็นอาชีพหลักของประชาชนคนไทย เพื่อความเป็นสิริมงคลและบำรุงขวัญเกษตรกรให้เกิดความมั่นใจในการเพาะปลูก

 

ทั้งนี้ พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ สืบทอดมายาวนานตั้งแต่ครั้งสมัยกรุงสุโขทัย และได้มีการจัดงานเต็มรูปแบบตามประเพณีครั้งสุดท้ายในปี 2479 แล้วว่างเว้นไป กระทั่งในปี 2503 คณะรัฐมนตรี มีมติให้ฟื้นฟูพระราชประเพณีนี้ขึ้นมาใหม่ และได้กระทำติดต่อกันมาทุกปีจนถึงปัจจุบัน
         

นอกจากนี้ตั้งแต่ปี 2509 คณะรัฐมนตรี ได้มีมติให้วันพระราชพิธีพืชมงคล เป็นวันเกษตรกร ประจำปีด้วย ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันที่ 8 พ.ค.นี้  เพื่อให้ผู้มีอาชีพทางการเกษตรร่วมกันประกอบพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เป็นสิริมงคลแก่อาชีพทางเกษตรกรรม 

 


ทุเรียนจันทบุรีราคาพุ่ง ล้งกว๊านซื้อส่งออกจีน

Tue, 9 Apr 2019 11:14:00

วันนี้ (9 เม.ย.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวสวนทุเรียน จ.จันทบุรี เร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตให้ทันต่อความต้องการของตลาดในช่วงต้นฤดูเก็บเกี่ยว ซึ่งขณะนี้ผู้บริโภคทั้งภายในและต่างประเทศมีความต้องการสูง ทำให้ราคาทุเรียนค่อนข้างแพง โดยพันธุ์หมอนทอง กระดุม และชะนี ราคาซื้อขายกิโลกรัมละ 120 บาท ส่วนทุเรียนพันธุ์พื้นบ้าน เช่น พวงมณี กำปั่นทอง นกหยิบ ราคากิโลกรัมละ 350-500 บาท

นายมานพ อมรอรช ชาวสวนทุเรียน จ.จันทบุรี บอกว่า สาเหตุที่ทำให้ราคาทุเรียน จ.จันทบุรี ค่อนข้างสูง เนื่องจากผู้รับซื้อหรือล้ง มีความต้องการทุเรียนเพื่อส่งออกไปยังประเทศจีนมากกว่าปีที่แล้ว ล่าสุด บริษัท ซูหนิง ตลาดออนไลน์รายใหญ่ของจีน ลงนามความร่วมมือกับจังหวัดจันทบุรี ส่งออกทุเรียน 20 ล้านลูกเพื่อนำไปจำหน่ายในจีน และคาดว่าจะมีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นเร็ว ๆ นี้

 

 

สำหรับปีนี้ราคาซื้อขายทุเรียนค่อนข้างสูง โดยจังหวัดระยองร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดงาน "กินทุเรียนก่อนใครไประยอง" ส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นตลาดทุเรียน รวมถึงผลไม้อื่น ๆ คาดว่าปีนี้เกษตรกรสวนทุเรียนจะมีรายได้มากขึ้น

 


กรมชลฯ เตือนห้ามทำนาปรังรอบ 3 ฤดูแล้งนานน้ำไม่พอ

Mon, 11 Mar 2019 18:28:00

วันนี้ (11 มี.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้ในเขตชลประทาน จะมีน้ำใช้งานต่อเนื่องไปจนถึงเดือนก.ค.นี้ แต่พบว่า พื้นที่เกษตรในลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีการปลูกข้าวนาปรัง เกินแผนไปแล้วร้อยละ 10 ต้องขอให้เกษตรกรงดทำนาปรัง รอบที่ 3 เพื่อให้มีปริมาณน้ำสำรองไว้ใช้ในอนาคต

นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยแผนใช้น้ำช่วงฤดูแล้ง โดยระบุว่าขณะนี้ปริมาณน้ำใช้การได้คงเหลือ 27,492 ล้านลูกบาศก์เมตร มีการจัดสรรน้ำในฤดูแล้งไปแล้ว คิดเป็นร้อยละ 68 ของแผนทั้งประเทศ เพียงพอที่จะสนับสนุนการใช้น้ำ เพื่ออุปโภค-บริโภค รักษาระบบนิเวศ การเกษตรและอุตสาหกรรม ในเขตชลประทาน

สำหรับผลการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งปี 61/62 ทั้งประเทศ เพาะปลูกไปแล้ว 8,590,000 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 82 ของแผน ในส่วนลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีการเพาะปลูกข้าวนาปรังไปแล้วประมาณ 5,850,000 ไร่เกินแผนไปแล้วร้อยละ 10

ขอให้เกษตรกรงดทำนาปรังรอบที่ 3 เพื่อให้มีปริมาณน้ำสำรองไว้ใช้เพียงพอ เนื่องจากกรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ว่าฤดูแล้งปีนี้ อาจเกิดขึ้นหลายพื้นที่ และระยะเวลายาวนานมากขึ้น

ด้านนายจานุวัตร เลิศศิลป์เจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 1 กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์ปริมาณน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง และอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก ส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ดี เพียงพอที่จะสนับสนุนการใช้น้ำในทุกภาคส่วน รวมทั้งประเพณีสงกรานต์ ตลอดจนการรักษาระบบนิเวศทางน้ำ แต่ยังคงรณรงค์ให้มีการใช้น้ำอย่างประหยัด 

 

 

เตือน 13-16 มี.ค.นี้ รับมือพายุฤดูร้อน

ส่วนสถาพอากาศในวันนี้ กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ว่า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน กับมีอากาศร้อนจัดในบางพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่งบริเวณภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศร้อนในตอนกลางวันไว้ด้วย

นอกจากนี้ในช่วงวันที่ 13-16 มี.ค.นี้ บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และทะเลจีนใต้ ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน ทำให้บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง เกิดพายุฤดูร้อนขึ้น โดยจะเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน ส่วนภาคอื่นๆ จะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป 

 

 


ส่องนโยบายพรรคการเมือง "การเกษตร"

Tue, 5 Mar 2019 20:50:00

 

ให้เสียงประชาชนไปไกลกว่าการเลือกตั้ง
#เลือกตั้ง62


เครื่องบินฝนหลวงคณะ "กฤษฎา" เบรกไม่ทำงาน-ลงจอดยางแตก

Fri, 1 Mar 2019 16:33:00

นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ถึงสาเหตุที่เครื่องบินฝนหลวง รุ่นซีเอ็น 235 เกิดปัญหาขัดข้อง จนต้องนำเครื่องลงด้วยระบบแมนนวน โดยขณะเครื่องเกิดปัญหามีนายกฤษฏา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยสารอยู่บนเครื่องด้วย

 

ร.ท.บัญชา พาลี หัวหน้าชุดบินเครื่องบินซีเอ็น 235 อธิบายว่า สาเหตุขัดข้องเกิดจากปัญหาระบบไฟฟ้าของเครื่องล้มเหลวทั้งระบบ ไม่สามารถควบคุมได้ด้วยระบบอัตโนมัติและไม่สามารถติดต่อกับหอบังคับการบินได้ นักบินจึงต้องปฏิบัติการการบินตามมาตรฐานการบินฉุกเฉิน ลดระดับการบินลงต่ำ เพื่อส่งสัญญาณว่าประสบเหตุฉุกเฉิน ก่อนประสานกับภาคพื้นดินเพื่อนำเครื่องลงจอดด้วยระบบแมนนวน

ระหว่างทำการจอดฉุกเฉิน เครื่องเกิดปัญหาไม่สามารถวัดระยะได้ ต้องใช้ความชำนาญของนักบิน ประกอบกับระบบเบรคด้วยเครื่องยนต์ไม่ทำงาน การควบคุมทิศทางด้วยล้อไม่ทำงาน ระบบเบรคทำงานไม่เต็มระบบ จึงทำให้ล้อล็อกและเกิดยางแตก แต่ก็สามารถนำเครื่องลงจอดได้อย่างปลอดภัย ส่วนสาเหตุจะต้องทำการตรวจสอบอย่างละเอียดต่อไป

 


"ไร้ใบสั่ง" สนช.ยอมถอนพ.ร.บ.ข้าว ห่วงสร้างความขัดแย้ง

Tue, 26 Feb 2019 19:57:00

วันนี้ (26 ก.พ.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร่างพระราชบัญญัติข้าว ที่จะเสนอที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) วันนี้เป็นฉบับล่าสุดที่มีการปรับแก้ ลงวันที่ 25 ก.พ.นี้ นำความเห็นของฝ่ายต่างๆ ทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยมาพิจารณา โดยเฉพาะประเด็นเมล็ดพันธุ์

แต่หลังเปิดการประชุม นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ แจ้งต่อที่ประชุมเรื่องการสลับวาระการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติข้าวเป็นวาระที่ 2 จากเดิมวาระแรก

จากนั้น นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ข้าว กล่าวว่า ได้ถอนร่าง พ.ร.บ.ข้าว ออกจากการพิจารณาของสนช. วาระ 2 และ 3 อย่างไม่มีกำหนด เพราะกังวลว่า อาจนำไปสู่ความขัดแย้งรุนแรง และยืนยันว่าไม่ได้มีใบสั่งให้ถอนพ.ร.บ.ฉบับนี้และขอสื่อมวลชนอย่านำไปเกี่ยวโยงกับนายกรัฐมนตรี

ไม่เกี่ยวเลยครับ เรื่องการเมืองจะไปเห็นด้วยหรือไม่เป็นเรื่องของการเมือง แต่สนช.มีหน้าที่ออกกฎหมาย และสนช.ผมเป็นประธานร่างมา 2 ปี ไม่ใช่เพิ่งมาทำ

 

ขณะที่นายสวัสดิ์ กลิ่นประทุม ชาวนา จ.สิงห์บุรี ชาวนาในตำบลบ้านหม้อ อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี เห็นด้วยที่จะให้นำเอา พ.ร.บ.ข้าวกลับไปพิจารณาใหม่ เพื่อให้เกิดความชัดเจนและขอให้แจ้งให้ชาวนารับทราบด้วย

สอดคล้องกับความเห็นของ วิชัย นวลนภาศรี นักกฎหมายทนายความ จ.พิจิตร ที่ต้องการให้ในอนาคตมีการแก้ไขกฏหมายให้ตัวแทนชาวนาเข้าไปมีส่วนร่วมกำหนดนโยบาย เพื่อป้องกันการเอาเปรียบจากพ่อค้า

ขณะที่ผู้ร่วมร่าง พ.ร.บ.ข้าว นายคำรณ ศรีสุนทร ชาวนา จ.สิงห์บุรี ประธานศูนย์ข้าวชุมชนจังหวัดสิงห์บุรี และอุปนายกสมาคมส่งเสริมชาวนาไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้เข้าร่วมกันประชุมร่าง พ.ร.บ.ข้าวขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือชาวนา แต่ข่าวที่ออกไปกลับถูกบิดเบือนจนทำให้เกิดความแตกแยก

แต่พร้อมเข้าใจ และยอมรับได้ในการชะลอการพิจารณา เพื่อไม่ให้นำปัญหาความเห็นต่าง มาเป็นประเด็นโจมตีทางการเมือง

อย่าเอาประเด็นนี้มาสร้างความขัดแย้งให้กับชาวนา ทางการเมือง เพราะประธานศูนย์ข้าวชุมชนทั่วประเทศผล เราอยากมีให้มีพ.ร.บ.ข้าวมาหลายปีแล้ว ทั้งนี้ ยังเห็นว่าควรให้รัฐบาลที่กำลังจะได้รับเลือกตั้งเข้าไปบริหารประเทศ เป็นผู้พิจารณากฎหมายฉบับนี้แทน

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไม่ได้ไปต่อ ! สนช.ยอมพับ พ.ร.บ.ข้าว รอรัฐบาลใหม่

โหวตวันนี้ ! จับตา ร่างพ.ร.บ.ข้าวฉบับสุดท้าย

 

 

 

 

 


ไม่ได้ไปต่อ ! สนช.ยอมพับ พ.ร.บ.ข้าว รอรัฐบาลใหม่

Tue, 26 Feb 2019 12:45:00

วันนี้( 26 ก.พ.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ข้าว พ.ศ. กล่าวว่า หลังจากวันนี้เตรียมจะนำร่างพ.ร.บ.ข้าว จะเข้าสู่การพิจารณาในวาระ 2 และ 3 ของสนช. แต่เมื่อพิจารณาและหารือกันแล้ว เห็นว่า สังคมยังไม่สบายใจ ไม่เข้าใจในตัวร่างพ.ร.บ.ข้าว อาจเกิดเหตุเข้าใจผิด จึงขอเลื่อนการพิจารณาออกไปอย่างไม่มีกำหนด 

ทั้งนี้ อยากทำความเข้าใจให้ตรงกันว่าร่างกฎหมายนี้เป็นเจตนาดี ต้องการช่วยเหลือชาวนาจริงๆ เมื่อรัฐบาลใหม่มาจะหยิบยกขึ้นมาพิจารณาหรือไม่ก็ได้ และขออย่าโยงเรื่องนี้ถึงนายกรัฐมนตรี เพราะท่านไม่เกี่ยวข้อง ไม่ได้สั่งการอะไร แต่เป็นเรื่องที่เราหารือในสภา

จะไม่หยิบยกมาพิจารณาในสนช.แล้ว เพราะเกรงว่าความขัดแย้งในสังคมจะมีมากขึ้น กลัวเกิดการเผชิญหน้าของฝ่ายสนับสนุน และไม่สนับสนุน

ทางสนช.เราจึงขอยุติดีกว่า แม้ว่า สนช.มีหน้าที่ออกกฎหมาย แต่ถ้าพิจารณาต่อไป หากกฎหมายผ่านก็มีปัญหา ไม่ผ่านก็มีปัญหา จึงไม่ดื้อรั้น ฟังเสียงประชาชน เมื่อยังไม่เข้าใจ ก็ขอยุติดีกว่า ทั้งนี้จากการรับฟังเสียงของสมาชิก สนช. ส่วนใหญ่สนับสนุนร่างกฎหมายดังกล่าว และสนใจเข้าชื่อเพื่ออภิปรายเป็นรายมาตราจำนวนมาก สนช.จะลงมติอย่างไรไม่ทราบ แต่ถือว่าได้ทำหน้าที่ดีที่สุดแล้ว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

โหวตวันนี้ ! จับตา ร่างพ.ร.บ.ข้าวฉบับสุดท้าย

 

 

 


โหวตวันนี้ ! จับตา ร่างพ.ร.บ.ข้าวฉบับสุดท้าย

Tue, 26 Feb 2019 11:19:00

วันนี้ (26 ก.พ.2562) พล.อ.มารุต ปัชโชตะสิงห์ ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ข้าว สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวว่า วันนี้ จะเสนอ ร่างพ.ร.บ.ข้าว จะเข้าสู่การพิจารณาในวาระ 2 และ 3 ของสนช. หลังปรับแก้ตามความเห็นของฝ่ายต่างๆ แล้ว โดยเฉพาะประเด็นเมล็ดพันธุ์ ที่เน้นสนับสนุนให้มีคุณภาพไม่ใช่คอยควบคุม โดยกรมการข้าว ยังตรวจสอบ และรับรองพันธุ์คุณภาพ แต่ไม่บังคับกับพันธุ์พื้นเมือง และพันธุ์ข้าวใหม่แต่อย่างใด

ด้านนายสมชาย แสวงการ เลขานุการกรรมาธิการสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ (วิปสนช.) กล่าวว่า เท่าที่ดูจากร่างที่มีการปรับ และสอบถาม กมธ. คิดว่าร่างดังกล่าว เป็นร่างที่ดีและค่อนข้างสมบูรณ์ มีการยึดประโยชน์ของเกษตรกรชาวนาเป็นตัวตั้ง

เชื่อว่ากมธ.ได้ดูอย่างรอบคอบแล้ว ซึ่งถ้ายังมีข้อเรียกร้อง หรือข้อเสนอใด ก็รับฟังได้หมด

ยันไม่ถอนร่างพ.ร.บ.ข้าว หากล่าช้าเสียโอกาส 

ส่วนข้อเรียกร้องของบางฝ่ายที่ต้องการให้ถอนร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวออกไป คิดว่ามีทั้งโอกาสและเสียดายโอกาส เพราะถ้าเห็นว่าร่างนั้นดีแล้วแต่คิดว่าจะรอสมัยหน้า ก็ต้องถามกลับเหมือนกันว่า ในอดีตเคยมีกฎหมายให้ชาวนาเป็นกรรมการในนโยบายระดับชาติ มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานหรือไม่

สำหรับเนื้อหาที่ถูกปรับปรุง อาทิ การกำหนดให้ "ชาวนารายย่อย" นำพันธุ์ข้าวที่ไว้แลกเปลี่ยนกันในชุมชนทุกสายพันธุ์ ไปให้ "กรมการข้าว" ตรวจสอบและรับรองพันธุ์ว่าเป็นเมล็ดข้าวที่สามารถปลูกได้อย่างมีคุณภาพ ปรับเป็น "พันธุ์ข้าวที่ชาวนารายย่อย เก็บซึ่งเป็นพันธุ์เฉพาะท้องถิ่น หรือพันธุ์พื้นเมือง ไม่ต้องถูกตีตราหรือรับรองว่าเป็นเมล็ดข้าวที่มีคุณภาพ" และสามารถปลูกได้ตามปกติ แต่กรณีที่ชาวนาอยากได้ "ใบรับรองพันธุ์" เพื่อต่อยอดทางการค้า - เพิ่มมูลค่าของผลผลิตสามารถยื่นขอใบรับรองจากกรมการข้าวได้



ขณะที่บทลงโทษชาวนาเฉพาะราย หรือเฉพาะคนนั้น ถูกตัดออก แต่มาตรการควบคุมมาตรฐาน หรือ ป้องปรามนำเข้า "ข้าวเปลือกเถื่อน" ยังมีอยู่ โดยกำหนดให้ การซื้อ-ขายข้าว ต้องมีใบเสร็จ อย่างน้อย ระบุว่ามาจากไหน จำนวนเท่าใด แต่หากคุมไม่อยู่และตรวจพบข้าวเปลือกที่นำเข้าผิดกฎหมายไม่มีที่มา "กรมการข้าว" สามารถสั่งระงับได้ รวมถึง ระงับการซื้อขายข้าวเปลือก จากมือชาวนา ถึง ชาวนา

ส่วนมาตรการควบคุม “ธุรกิจขายเมล็ดพันธุ์ข้าว" ร่างกฎหมายไม่มีบทควบคุมที่ชัดเจน เพียงแต่ระบุบทลงโทษผู้ประกอบธุรกิจ จำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าว หากขายพันธุ์ที่อาจสร้างความเสียหายกับชาวนาหรือ เศรษฐกิจของประเทศ "กรมการข้าว" มีสิทธิสั่งระงับการจำหน่าย และหากฝ่าฝืนคำสั่ง ต้องโดนโทษปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือ จำคุก 1 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

สนช.พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ข้าว วาระ 2-3 พรุ่งนี้

จับตา 20 ก.พ.นี้ "พ.ร.บ.ข้าว" ส่อแววผ่านฉลุย

 

 

 


ร่าง พ.ร.บ.ข้าว พ.ศ. ... แก้หรือก่อปัญหาข้าว

Wed, 20 Feb 2019 14:25:00

วันนี้ (20 ก.พ.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สาระสำคัญของ ร่าง พ.ร.บ.ข้าว พ.ศ. ...  ให้หน่วยงานรัฐควบคุมดูแลการผลิตและการค้าข้าวในระดับที่เข้มข้น โดยมีการพิจารณามาแล้ว 24 ครั้ง นับตั้งแต่ 25 ธ.ค.ปีที่แล้ว ถึง 15 ก.พ.ที่ผ่านมา มีการตัดออก 16 มาตรา และปรับแก้ที่เหลือ แม้แต่คำปรารถ

ประเด็นทำให้เกิดกระแสตีกลับรุนแรง คือ การแก้ไข มาตรา 27/1 วรรค 3 เรื่องการจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าวจะจำหน่ายได้เฉพาะเมล็ดพันธุ์ที่กรมการข้าว รับรองแล้วเท่านั้น แม้จะมีข้อยกเว้นให้ชาวนาจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ที่ยังไม่ได้รับการรับรองให้แก่ผู้รวบรวมพันธุ์ข้าว แต่ผู้รวบรวมพันธุ์ข้าวไม่สามารถนำไปขายต่อได้

ลดโอกาสพัฒนา-ขายเมล็ดพันธุ์ข้าว

หากผู้รวบรวมนำไปขายต่อจะต้องระวางโทษจำคุก โดยมีนักวิชาการ ระบุว่า การขายเมล็ดพันธุ์ข้าวเปลือกไรซ์เบอร์รี่ที่กำลังนิยมก็จะถือว่าผิดกฎหมายทันที เนื่องจากกรมการข้าวยังไม่ได้รับรองพันธุ์ข้าวไรซ์เบอร์รี่ จึงทำให้อาจถูกมองได้ว่าเป็นการจำกัดสิทธิเกษตรกรที่จะพัฒนาพันธุ์

หลังจากนั้นจึงมีการเปลี่ยนเป็นข้อความแบบนี้เข้า สนช.วาระ 2 และ 3 แทน ให้กรมการข้าวออกประกาศห้ามไม่ให้จำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ไม่ได้คุณภาพเป็นกรณีๆ ไป หากพบปัญหาข้าวปลอมปน

กิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สนช.ผู้เสนอร่าง พ.ร.บ.ข้าว ระบุว่า สนช.ต้องการให้เมล็ดพันธุ์ข้าวที่จะแจกจ่ายชาวนาได้มีการรับรองคุณภาพ ไม่มีการปนเปื้อน และเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ไม่ได้คุณภาพจะได้ไปจากท้องตลาด ส่วนที่มีจำหน่ายอยู่แล้ว หรือพันธุ์ที่ได้รับรองจากกรมการข้าวแล้วก็สามารถจำหน่ายได้ตามปกติ เพราะฉะนั้นไม่มีโทษต่อชาวนาแต่อย่างใด

แม้ตัดส่วนปัญหาเดิมออกไปแต่ใช่ว่าจะไม่มีอุปสรรค เพราะปมใหม่ คือการให้กรมการข้าวที่ต้องใช้ดุลยพินิจ เข้าไปจัดการปัญหา เกิดคำถามว่าหลักเกณฑ์ใด จึงจะเรียกว่ามีปัญหารุนแรงพอ

คุ้มครองชาวนาหรือระบบผูกขาด ?

การให้อำนาจแก่กรมการข้าวในการควบคุมและลงโทษผู้ที่เกี่ยวข้องกับการค้าข้าว ก็เป็นอีกประเด็นถูกกระแสตีกลับ แม้ภายหลังลดทอนอำนาจลง แต่ยังเป็นการดึงอำนาจกรมวิชาการเกษตรมาให้ในการจดทะเบียนพันธุ์ข้าวใหม่ การออกใบรับรองพันธุ์ข้าวปัจจุบัน และตรวจสอบคุณภาพ

อำนาจของกรมกรมข้าวยังไปถึงผู้เกี่ยวข้องผูกพันกับการค้าข้าว ทั้งชาวนา โรงสี ผู้รับซื้อข้าวเปลือก ที่ต้องออกใบกำกับคุณภาพข้าวเปลือกให้ชาวนา และกรมการข้าว ทุกประเด็นถูกมองว่าไม่ได้ แก้ปัญหาอาชีพชาวนาและการพัฒนาห่วงโซ่การผลิตข้าว

แม้มีสมาคมชาวนาบางกลุ่มสนับสนุนร่างกฎหมายนี้ แต่นักวิชาการและชาวนาจำนวนมากพากันคัดค้าน เพราะหวั่นเกรงว่าข้าวที่ต้องผ่านการรับรองจะสร้างปัญหานำมาซึ่งการผู้ขาดทางธุรกิจ

ลุ้น สนช.พิจารณาปรับแก้วันนี้

แม้นายกรัฐมนตรีจะสั่งการให้ปรับแก้ไขบทบัญญัติที่จะส่งผลกระทบกับชาวนา ลดแรงกดดันจากการถูกกล่าวหา โจมตี แต่ร่าง พ.ร.บ.ข้าวยังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ กระจายความสนใจให้สังคมได้รับรู้ และเกิดข้อสังเกตว่า สนช.หยิบยกร่างกฎหมายนี้ พิจารณาช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง เป็นเพราะบังเอิญ หรือทิ้งทวน ด้วยเงื่อนเวลาที่ค่อนข้างรวบรัด เทียบกับกฎหมายสำคัญฉบับอื่น

นอกจากนี้ ตัวแทนจากพรรคการเมืองต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นพรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ ก็ยังคัดค้านการออกกฎหมายฉบับนี้ของ สนช. เนื่องจากไม่เป็นประโยชน์ต่อชาวนาอย่างแท้จริง และขอให้ สนช.ยกเลิกการพิจารณา และให้สภาชุดใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งดำเนินการ ทำให้คาดหมายได้ว่าเรื่องข้าวก็จะกลายเป็นเป้าหมายประเด็นการเมืองในรัฐบาลต่อไปไม่จบสิ้น

ทั้งนี้ ในวันนี้ สนช. นัดพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ข้าว พ.ศ. ... อีกครั้ง โดย นายสมชาย แสวงการ เลขานุการคณะกรรมาธิการกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ คาดว่า หากตรวจร่างและปรับแก้แล้วไม่มีปัญหา ก็จะสามารถพิจารณาลงมติเพื่อให้ทันและใช้ได้ในรัฐบาลนี้ เพราะเห็นว่าร่างกฎหมายนี้เป็นประโยชน์กับชาวนา

 

 

 


เกษตรกรภาคอีสาน เรียกร้องพรรคการเมืองทำนโยบายแก้หนี้

Mon, 18 Feb 2019 20:13:00

ไร่มันสำปะหลังของสมบูรณ์ สนิทท้าว เกษตรกรชาว ต.หนองแวงโสกพระ อ.พล จ.ขอนแก่น อยู่ในสภาพเหี่ยวเฉา แห้งตาย และเกิดโรคระบาด เนื่องจากขาดน้ำเพื่อการเกษตร

สมบูรณ์ บอกว่า อ้อยราคาตกต่ำ จึงปรับเปลี่ยนมาปลูกมันสำปะหลัง แม้ปีนี้จะราคาสูง แต่คาดว่าผลผลิตที่ได้อาจไม่คุ้มกับต้นทุน เพราะปัญหาภัยแล้ง

นโยบายบอกว่าจะช่วยด้านต่าง ๆ แต่การปฏิบัติจริงยังไม่เกิดขึ้น เช่น โครงการน้ำบาดาล

สุภี ทองมีค่า นายก อบต.หนองแวงโสกพระ อ.พล จ.ขอนแก่น บอกว่า ราคาสินค้าเกษตรที่ผันผวน สวนทางกับปัจจัยการผลิตที่เพิ่มขึ้น ซึ่งตัวแทนเกษตรกรสะท้อนว่า ขณะนี้ยังไม่เห็นนโยบายของพรรคการเมืองใดที่ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรและหนี้สินของเกษตรกร มีเพียงมาตรการเฉพาะหน้าเท่านั้น

ยังไม่เห็นนโยบายที่จะลงมาแก้ปัญหาภาคเกษตรอย่างจริงจัง โดยเฉพาะเรื่องหนี้สินเกษตรกรที่สะสมยาวนาน

การประกันราคาสินค้าเกษตร รวมไปถึงการบริหารจัดการน้ำเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง คือข้อเสนอของภาคเกษตรกรไปยังพรรคการเมือง ด้วยการเสนอให้จัดสรรงบขุดเจาะบ่อบาดาลพื้นที่นอกเขตชลประทาน นอกจากนี้ ยังเสนอให้แก้กฎหมายที่ล้าหลัง เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกร พร้อมนำเทคโนโลยีการผลิตและการตลาดมาปรับใช้

วิญญู สะตะ ผู้อำนวยการสำนักกิจการสาขาภูมิภาคที่ 3 สนง.กองทุนฟื้นฟูฯ กล่าวถึงนโยบาย 4 ทันสมัย เพื่อแก้ปัญหาเกษตรกร คือ แก้กฎหมายที่ล้าหลัง พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการผลิต พัฒนาระบบฐานข้อมูลด้วยการใช้เทคโนโลยี และงบประมาณสอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร

ข้อมูลจากสำนักจัดการหนี้เกษตรกร กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ปี 2561 พบว่า มีเกษตรกรยากจนกว่า 6 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นเกษตรกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือเกือบ 3 ล้านคน รายได้เฉลี่ยต่อปี อยู่ที่ 56,000 บาท ขณะที่รายจ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ปีละ 130,000 บาท และเกษตรกรมีหนี้สะสมมากกว่า 84,000 ล้านบาท

 


เตรียมชงครม.ปล่อยกู้ซื้อรถตัดอ้อย 6,000 ล้านบาท

Sun, 17 Feb 2019 12:28:00

วันนี้(17 ก.พ.2562) นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ระบุว่ากระทรวงการคลัง เตรียมเสนอมาตรการปล่อยสินเชื่อให้กับชาวไร่อ้อย ที่เป็นรูปแบบสหกรณ์การเกษตรหรือวิสาหกิจชุมชน วงเงิน 6,000 ล้านบาท เพื่อให้นำไปซื้อรถที่ใช้ในกระบวนการผลิต เช่นรถสางใบ รถคีบอ้อย และรถตัด ซึ่งรถเหล่านี้มีราคาค่อนข้างสูง คันละกว่า 10 ล้านบาท

ซึ่งเกษตรกรส่วนใหญ่ไม่สามารถซื้อได้ จึงต้องซื้อผ่านกลุ่ม โดยเชื่อว่ามาตรการนี้ จะเป็นประโยชน์กับเกษตรกร ทำให้สามารถเข้าถึงการใช้เครื่องจักรมากขึ้น ช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน และลดการเผาไร่อ้อยที่ทำให้เกิดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5



สำหรับการเผาอ้อยแม้จะทำให้เปอร์เซ็นต์น้ำตาลลดลง แต่เกษตรกรต้องเลือกใช้วิธีนี้ เพราะเข้าไม่ถึงเครื่องจักร และต้องเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตให้ทันเพื่อส่งโรงงานหีบอ้อย ซึ่งเกษตรกรแต่ละราย จะมีโควต้าและกำหนดส่งโรงงานหีบอ้อยที่ชัดเจน

สำหรับคุณสมบัติผู้กู้ จะต้องเป็นสหกรณ์การเกษตร หรือวิสาหกิจชุมชน มีโรงงานอ้อยเป็นผู้ค้ำประกัน สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ร้อยละ 4 ต่อปี โดยสหกรณ์จ่ายดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 2 และรัฐบาลสนับสนุนอีกร้อยละ 2 เป็นระยะเวลา 3 ปี

 

 

 

 

 

 


นักวิชาการ ย้ำตัดข้อจำกัดขายเมล็ดพันธุ์ในร่าง พ.ร.บ.ข้าว

Fri, 15 Feb 2019 19:22:00

วันนี้ (15 ก.พ.2562) รศ.นิพนธ์ พัวพงศกร นักวิชาการเกียรติคุณ สถาบันเพื่อการวิจัยและพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ระบุว่า แม้ร่าง พ.ร.บ.ข้าว จะมีจุดอ่อนที่ควบคุมการซื้อขายข้าว สร้างภาระให้ชาวนาและโรงสี รวมทั้งให้อำนาจกรมการข้าวมากเกินไป แต่อาจจะยอมรับร่างกฎหมายฉบับนี้ได้หากมีการตัดประเด็นข้อจำกัดการจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าวออกไป ตามที่มีรายงานว่ากรรมาธิการฯ ได้ปรับแก้ครั้งล่าสุดเมื่อวานนี้ (14 ก.พ.) เพื่อไม่ให้ขัดขวางการพัฒนาพันธุ์ข้าวของชาวนา

ขณะที่ น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่าสมาชิกสภานิติบัญญัติ (สนช.) เป็นผู้ริเริ่ม จัดทำร่าง พ.ร.บ.ข้าว ซึ่งอาจไม่เหมาะสมกับสภาพความเป็นจริง และกระทรวงพาณิชย์ได้ท้วงติงประเด็นการควบคุมพันธุ์ข้าวและบทลงโทษชาวนาแล้ว เชื่อว่าระบบกลไกในสภาจะถ่วงดุลให้การออกกฎหมายใหม่ สามารถปฏิบัติได้และเป็นที่ยอมรับจากผู้เกี่ยวข้อง

ด้านนายสุเทพ คงมาก นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย มองว่า ภาพรวมยังเป็นร่างกฎหมายเกี่ยวกับข้าวเปลือกและพันธุ์ข้าว ไม่ใช่เป็นเรื่องข้าวทั้งระบบ ขาดบทบัญญัติพัฒนาการปลูกข้าว การลดต้นทุนให้ชาวนาอยู่ได้อย่างยั่งยืน ขณะที่เนื้อหาหลายมาตราไม่ชัดเจน ต้องใช้ดุลยพินิจและการตีความ

 

บางมาตรายังทำให้ชาวนามีปัญหา เช่น การให้โรงสีออกใบรับซื้อข้าวที่ระบุสายพันธุ์ จะทำให้โรงสีเลือกซื้อเฉพาะบางพันธุ์จากบางรายเท่านั้น ชาวนากลุ่มใหญ่จะขายข้าวไม่ได้

 

นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย เรียกร้องให้ สนช.เปิดเผยร่าง พ.ร.บ.ข้าวที่แก้ไขล่าสุดก่อนเข้าสู่การพิจารณาของ สนช. แม้เชื่อว่าไม่สามารถทัดทานได้ แต่หากร่างกฎหมายมีผลบังคับใช้แล้ว เชื่อว่าจะปฏิบัติจริงได้ยาก

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง 

สนช.ระบุ พ.ร.บ.ข้าว ไม่กระทบเมล็ดพันธุ์ชาวนา 

วิเคราะห์ผลประโยชน์ พ.ร.บ.ข้าว ใครได้เปรียบ-เสียเปรียบ 

ชาวนาค้านร่าง พ.ร.บ.ข้าว หวั่นถูกผูกขาดเมล็ดพันธุ์ 


ปศุสัตว์ คุมเข้มป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกันในสุกรเข้าไทย

Tue, 22 Jan 2019 13:35:00

วันนี้ (22 ม.ค.2562) นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมา มีรายงานการระบาดโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรที่มองโกเลีย ทำให้ขณะนี้ในภูมิภาคเอเชียมีสถานการณ์การระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรเพิ่มขึ้นเป็น 2 ประเทศ คือ จีน และมองโกเลีย จากสถานการณ์การระบาดของโรคนี้ทำให้ทุกประเทศในภูมิภาคเอเชียเข้มมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังโรคยิ่งขึ้น

เฝ้าระวังโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร

อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า ไทยได้มีการป้องกันและเฝ้าระวังโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรอย่างต่อเนื่อง ด้วยการบูรณาการหน่วยงานต่าง ๆ ได้แก่ ด่านของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ด่านอาหารและยา ด่านศุลกากร รวมทั้งหน่วยงานปกครองและหน่วยงานความมั่นคง เพื่อตรวจสอบเข้มงวดนักท่องเที่ยวหรือผู้โดยสารที่เดินทางจากประเทศที่มีการระบาดของโรคนี้ รวมทั้งการป้องกันลักลอบเคลื่อนย้ายสุกรและผลิตภัณฑ์สุกรที่ท่าอากาศยานและตามแนวชายแดน ทำให้สามารถตรวจจับผลิตภัณฑ์สุกรที่ลักลอบนำเข้ามาพร้อมนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนอย่างต่อเนื่อง

พบเชื้ออหิวาต์แอฟริกาในสุกรจากไส้กรอก

เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.2561 กรมปศุสัตว์ โดยด่านกักกันสัตว์ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต จ.ภูเก็ต ตรวจยึดซาลามี่และไส้กรอกจากนักท่องเที่ยวชาวจีนที่โดยสารเที่ยวบิน MU 573 จากเมืองเฉิงตู และผลิตภัณฑ์ที่ตรวจยึดได้ในครั้งนี้พบว่ามีการปนเปื้อนสารพันธุกรรมของเชื้ออหิวาต์แอฟริกาในสุกร ซึ่งในปัจจุบันไทยได้ตรวจยึดผลิตภัณฑ์จากสุกรที่มีการปนเปื้อนสารพันธุกรรมของเชื้อฯ จากนักท่องเที่ยวทั้งหมด 3 ครั้ง จำนวน 9 ตัวอย่าง

 


ทั้งนี้ กรมปศุสัตว์ได้เชิญสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) และสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวสัมพันธ์ไทย-จีน ซึ่งมีสมาชิกจำนวนมากกว่า 150 ราย เข้าร่วมประชุมในวันที่ 15 ม.ค.2562 เพื่อขอความร่วมมือในการประชาสัมพันธ์ให้แก่นักท่องเที่ยวชาวจีนทราบถึงมาตรการป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรของไทย และขอความร่วมมือห้ามการนำเข้าผลิตภัณฑ์จากสุกรเข้าในประเทศไทยโดยมิได้รับอนุญาต และให้สำแดงกรณีนำเข้าเนื้อสุกรและผลิตภัณฑ์สุกรกับเจ้าหน้าที่ทุกครั้ง

ยันมาตรการเข้มงวด ขอเกษตรกรอย่ากังวล

อธิบดีกรมปศุสัตว์ ขอให้เกษตรกรอย่าได้ตระหนกและขอให้มั่นใจในการดำเนินงานที่เข้มงวดของปศุสัตว์ในการป้องกันโรคไม่ให้เข้ามาสร้างความเสียหายต่ออุตสาหกรรมการผลิตสุกรของไทย รวมทั้งขอย้ำให้เกษตรกรยกระดับการเลี้ยงสุกรให้มีระบบการป้องกันโรคเข้าสู่ฟาร์มตามมาตรฐาน GAP และหากเป็นรายย่อยให้ใช้มาตรฐานการป้องกันและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม (GFM) โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตรวจสอบแหล่งที่มาของสุกรก่อนเข้าฟาร์ม และงดเว้นการนำอาหารที่ไม่ผ่านการปรุงสุกที่อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียส อย่างน้อย 30 นาทีมาเลี้ยงสุกร

นอกจากนี้ให้สังเกตอาการสุกรอย่างใกล้ชิด หากพบสุกรแสดงอาการป่วย เช่น มีไข้สูง เบื่ออาหาร ผิวหนังเป็นปื้นแดง และต่อมาเป็นสีเขียวคล้ำ พบภาวะแท้งในแม่สุกรและมีจำนวนสุกรตายผิดปกติให้แจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในพื้นที่ทันที โทร. 063-225-6888 หรือแอพพลิเคชัน DLD 4.0 “แจ้งการเกิดโรคระบาด” เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้เร่งดำเนินการให้การช่วยเหลืออย่างทันท่วงที

 


กรมประมงการันตี "หอยตาวัว” กินได้ไร้พิษ

Mon, 24 Dec 2018 19:03:00

วันนี้ (24 ธ.ค.2561) นายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า ​จากกรณีที่เว็บไซต์ www. Gmmwork.com เผยแพร่ข่าวพบหญิงสาวเสียชีวิตริมหาดภูเก็ต โดยศพนอนทับหอยตาวัว แผ่นหลังเป็นรอยเขียวช้ำสภาพคล้ายถูกงูกัด ซึ่งในข่าวได้อ้างถึงเจ้าหน้าที่กรมประมงว่าได้มีการให้ข่าวว่าหอยตาวัวเป็นหอยมีพิษ กรมประมงขอชี้แจงว่าข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง โดยในส่วนของกรมประมงไม่มีเจ้าที่ท่านใดให้ข่าวกับทางเว็บไซต์ดังกล่าว และยืนยันว่าภาพหอยตาวัวที่ทางเว็บไซต์ นำไปเผยแพร่เป็นหอยไม่มีพิษสามารถรับประทานได้

ในส่วนกรณีพบหญิงสาวเสียชีวิตริมหาด ทางกรมประมงได้มีการสอบถามไปยังหน่วยงานต่างๆ ทั้งสถานีตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต ศูนย์กู้ชีพนเรนทร มูลนิธิกุศลธรรม  ยังไม่พบรายงานว่าวันที่ 22 ธ.ค.ที่ผ่านมา มีผู้หญิงเสียชีวิตริมหาดตามที่ข่าวกล่าวอ้างถึงแต่อย่างใด

ภูเก็ตจัดเป็นเมืองท่องเที่ยว ทางจังหวัดมีไลฟ์การ์ด เพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว และประชาชนริมหาด ถ้าพบมีการเสียชีวิตบริเวณหาดจริงหน่วยงานต้องรู้
ภาพ:กรมประมง

ภาพ:กรมประมง

ยืนยันหอยตาวัวไร้พิษ-กินได้ปลอดภัย


นายอดิศร กล่าวว่า ​นอกจากจากการตรวจสอบข้อมูล พบว่าภาพหอยที่นำมาประกอบข่าวในเว็บ gmmwork คาดว่าเป็นการนำภาพหอยที่พบในพื้นที่ อ.ละแม จ.ชุมพร ภาพหอยดังกล่าวมีชื่อสามัญเรียกว่า หอยวงเดือน หอยตาวัว (Neverita didyma) เป็นหอยในวงศ์หอยตะกาย Naticidae พบได้ทั่วไปในทะเลทั้งฝั่งอันดามัน และอ่าวไทย 

โดยอาศัยฝังตัวในพื้นทะเลในเขตน้ำขึ้นลงบริเวณหาดทรายหรือทรายปนโคลน มีพฤติกรรมการกินโดยการเจาะเนื้อหอยสองฝาเป็นอาหารและไม่มีพิษกับสัตว์อื่นๆ หรือคน เป็นหอยฝาเดียวที่มีรูปร่างค่อนไปทางกลม เปลือกค่อนข้างหนา มีเนื้อมาก ปัจจุบันนิยมกินกันในตลาดอาหารทะเลที่ภูเก็ต

ส่วนหอยตาวัว ซึ่งเป็นที่รู้จักทางอนุกรมวิธานโดยทั่วไปจะหมายถึงหอยในวงศ์ Turbinidae เป็นหอยฝาเดียวที่กินสาหร่ายเป็นอาหาร และไม่มีพิษเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ชื่อสามัญของหอยอาจมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น

เตรียมฟ้อง ชี้ทำให้ประชาชนเข้าใจผิด 


อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า กรมประมงขอยืนยันว่าข่าวที่ www.Gmmwork.com เผยแพร่ว่าหอยตา วัวฆ่าคนตายไม่เป็นความจริง อีกทั้งเจ้าหน้าที่กรมประมงไม่มีส่วนรู้เห็น หรือให้ข่าวดังกล่าวนี้ พร้อมได้เตรียมดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายกับเว็บไซต์ รวมทั้งบุคคลหรือสำนักข่าวใด ๆ ที่มีการนำข้อมูลไปเผยแพร่หรือแชร์ต่อ ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อกรมประมงและส่งผลทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิด

พร้อมเตือนพี่น้องประชาชชน ปัจจุบันโลกโซเชียลแชร์ข้อมูลข่าวสารอย่างรวดเร็ว มีข้อมูลที่ถูกต้องและมีข้อมูลเท็จที่ถูกส่งต่อในหลายประเด็น ดังนั้นการที่จะแชร์หรือส่งข่าวต่างๆ ที่เผยแพร่ทางโซเชียลให้ท่านพิจารณาแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้เท่านั้น 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับมาแล้ว “หอยตาวัว” หลังหายจากทะเลอ่าวไทยนาน 20 ปี

 


กรมประมง เพาะพันธุ์ “ปลารากกล้วยจินดา” สำเร็จครั้งแรก

Wed, 22 Aug 2018 14:29:00

วันนี้(22 ส.ค.2561) ​นายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า ขณะนี้กองวิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดลำปาง สามารถเพาะพันธุ์ “ปลารากกล้วยจินดา” ได้สำเร็จ เป็นครั้งแรกของประเทศไทย ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง เพราะปลารากกล้วยจินดา จัดเป็นปลาพื้นถิ่นของประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันจัดอยู่สถานภาพสุ่มเสี่ยงใกล้สูญพันธุ์ พบได้น้อยมากในแหล่งน้ำธรรมชาติ เพราะเป็นปลาที่ค่อนข้างอ่อนไหวต่อสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง อีกทั้ง ยังถูกจับขึ้นมาขายเป็นเมนูขึ้นโต๊ะประจำร้านอาหารมากมาย เช่น ปลารากกล้วยทอด หรือ ปลารากกล้วยแดดเดียวเนื่อง จากเป็นปลาที่มีรสชาติอร่อย ประชาชนนิยมรับประทาน ทำให้ให้ปลาในธรรมชาติลดลงอย่างรวดเร็ว

​กรมประมง มีนโยบายในการจัดทำโครงการอนุรักษ์ชนิดพันธุ์สัตว์น้ำประจำถิ่น และสัตว์น้ำหายากใกล้สูญพันธุ์ จึงได้สนับสนุนให้มีการศึกษาและทดลองเพาะพันธุ์ปลารากกล้วยจินดา โดยใช้เวลาเพียง 6 เดือน ก็สามารถศึกษาและเพาะพันธุ์ได้สำเร็จ 

​นายสง่า ลีสง่า ผู้อำนวยการกองวิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด กล่าวว่า ปลารากกล้วยจินดา หรือ รากกล้วยแม่ปิง หรือ ซ่อนทราย เป็นปลาที่มีลักษณะรูปร่างเพรียวยาว ประมาณ 10-15 เซนติเมตร ลำตัวค่อนข้างกลม มีจะงอยปากยาวแหลม มีหนวดสั้นๆ 3 คู่ มีหนามแหลมอยู่ใต้ตา ตัวมีสีน้ำตาลอ่อน ผิวหนังเรียบและมีเมือกคลุม ส่วนหัวด้านบน และลำตัวมีจุดสีดำขนาดใหญ่ ซึ่งต่างจากปลารากกล้วยชนิดอื่นที่มีหน้ายาวและจุดขนาดเล็กกว่า มีจำนวนครีบหลัง 10 ก้าน ครีบหางเว้าตื้นและมีแต้มดำ ชอบอาศัยอยู่อาศัยในแม่น้ำบริเวณที่มีพื้นท้องน้ำที่เป็นทราย โดยเฉพาะพบบริเวณแถบลุ่มน้ำโขง และลุ่มน้ำเจ้าพระยา

เตรียมปล่อยคืนธรรมชาติเดือนก.ย.นี้ 


นายอรรถพล โลกิตสถาพร ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดลำปาง ผู้ที่เพาะพันธุ์ปลารากล้วยจินดา กล่าวถึงกระบวนการเพาะพันธุ์ว่า ศูนย์น้ำจืดฯ ลำปาง ได้รวบรวมพันธุ์ปลารากกล้วยจินดาในธรรมชาติ มาตั้งแต่เดือนม.ค.ปี 2561 ในพื้นที่ลำห้วยสาขาต้นน้ำวัง อ.เมืองปาน อ.แจ้ห่ม และอ. วังเหนือ จ.ลำปาง จำนวน 77 ตัว โดยนำมาเลี้ยงไว้ กระทั่งเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา พบปลามีความสมบูรณ์เพศทั้งเพศผู้และเพศเมีย จึงได้ทดลองเพาะพันธุ์ครั้งแรกได้ลูกปลา จำนวน 40 ตัว และได้ศึกษาวิจัยเพิ่มเติมทดลองเพาะพันธุ์ต่อเนื่องถึง 3 ครั้ง จนปัจจุบันมีอัตราการรอดและได้ลูกพันธุ์รวมแล้ว จำนวน 5,500 ตัว ซึ่งทางหลักวิชาการถือว่าประสบความสำเร็จในการเพาะพันธุ์

จากการตรวจสอบเอกสารวิชาการของไทย ยังไม่พบว่ามีผู้ใดเพาะพันธุ์ปลาดังกล่าวได้สำเร็จ จึงถือได้ว่าเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่สามารถเพาะพันธุ์ปลารรากกล้วยจินดาได้สำเร็จ คาดว่าในช่วงต้นเดือนกันยายน จะร่วมกับประชาชนในพื้นที่ ในการนำลูกพันธุ์บางส่วนไปปล่อยคืนสู่แหล่งน้ำที่ไปรวบรวมพ่อแม่พันธุ์มาเพื่อคงความหลากหลายและเพิ่มปริมาณประชากรปลารากกล้วยจินดาให้มากขึ้น


กรมปศุสัตว์เปิดตัว "ควายปลัก" จากตัวอ่อนหลอดแก้ว

Fri, 10 Aug 2018 11:50:00

น.สพ.สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 23 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้รับรายงานจากสำนักเทคโนโลยีชีวภาพการผลิตปศุสัตว์ว่า มีลูกกระบือปลักเกิดจากแม่กระบือที่อุ้มท้องตัวอ่อนจากการย้ายฝากตัวอ่อนที่แช่แข็งไว้นานถึง 12 ปี โดยตัวอ่อนกระบือปลักนี้ผลิตด้วยวิธีปฏิสนธินอกร่างกาย (invitro fertilization: IVF) เรียกเป็นภาษาชาวบ้านว่า ตัวอ่อนหลอดแก้ว นับเป็นลูกกระบือปลักตัวแรกของกรมปศุสัตว์ ที่เกิดจากตัวอ่อนหลอดแก้ว ผลการเกิดลูกกระบือปลักจากตัวอ่อนที่แช่แข็งไว้นานถึง 12 ปี เป็นการยืนยันถึงประโยชน์ของเทคโนโลยีชีวภาพทางระบบสืบพันธุ์ สามารถนำมาใช้ในงานอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากพันธุกรรมสัตว์ได้เป็นอย่างดี

 

 

กรมปศุสัตว์ โดยสำนักเทคโนโลยีชีวภาพการผลิตปศุสัตว์ ได้ดำเนินการศึกษาวิจัยและพัฒนาการใช้เทคโนโลยีทางระบบสืบพันธุ์เพื่อช่วยผลิตสัตว์พันธุ์ดี อนุรักษ์ เก็บรักษาพันธุกรรมและใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพ มาตลอดกว่า 20 ปี มีลูกโคนม โคชน และโคขาวลำพูนที่เกิดจากตัวอ่อนหลอดแก้วเมื่อ 10 ปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานทดลองผลิตตัวอ่อนกระบือปลักด้วยวิธีปฏิสนธินอกร่างกายได้เริ่มมาเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ระหว่างปี 2547-2548 ได้แช่แข็งตัวอ่อนไว้จำนวนหนึ่ง และตัวอ่อนแช่แข็งถูกเก็บรักษาไว้ภายใต้ไนโตรเจนเหลวตลอดมานับแต่นั้น

อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ความสำเร็จครั้งนี้เกิดจากการทำงานแบบบูรณาการระหว่างศูนย์วิจัย-เทคโนโลยีชีวภาพการย้ายฝากตัวอ่อนและเซลล์สืบพันธุ์สัตว์ จ.ครราชสีมา ภายใต้กำกับของสำนักเทคโนโลยีชีวภาพการผลิตปศุสัตว์ และศูนย์วิจัยและพัฒนากระบือ จ.สุรินทร์ โดยเมื่อปี 2560 ได้มีการบูรณาการทำงานระหว่าง 2 หน่วยงานดังกล่าว จึงมีการเตรียมกระบือตัวรับ ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนากระบือ จ.สุรินทร์ เพื่อรับฝากตัวอ่อนแช่แข็ง และฝากตัวอ่อนเมื่อวันที่ 23 ส.ค.2560 โดยฝากไป 2 ตัว ตัวละ 1 ตัวอ่อน แม่กระบือท้อง 1 ตัว และคลอดลูกเมื่อวันที่ 23 ก.ค.61

 

 

ตัวอ่อนกระบือปลักที่ย้ายฝากและติดตั้งท้องเป็นตัวอ่อนเกิดจากการปฏิสนธินอกร่างกายที่แช่แข็งเมื่อวันที่ 4 ส.ค.48 รวมเวลาที่ตัวอ่อนถูกแช่แข็งเก็บไว้นาน 12 ปี พ่อพันธุ์น้ำเชื้อกระบือปลัก หมายเลข SB2/36 ตรวจสอบความเป็นแม่ลูกด้วยเทคนิคดีเอ็นเอ พบว่าไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางพันธุกรรม จึงสรุปได้ว่าเป็นลูกเกิดจากการฝากตัวอ่อน น้ำหนักแรกเกิด 35 กก. ส่วนสูง 71 ซม. ลำตัวยาว 64 ซม. รอบอก 73 ซม.


ประเมินพื้นที่เกษตร "ลุ่มน้ำเพชร" คาดน้ำท่วมกระทบ 3-4 พันไร่

Mon, 6 Aug 2018 19:06:00

วันนี้ (6 ส.ค.2561) นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า จากสถานการณ์น้ำในเขื่อนแก่งกระจาน ขณะนี้ยังน่าเป็นห่วง เนื่องจากปริมาณน้ำไหลเข้ามีมาก จึงต้องเร่งระบายน้ำใน 3 ช่องทางคือ ผ่านทางประตูเปิด-ปิดน้ำ การระบายผ่านทางระบายน้ำล้น หรือสปิลเวย์ และการสูบน้ำออกซึ่งกรมชลประทานได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำในพื้นที่

การระบายน้ำครั้งนี้ อาจจะทำให้ที่นาในพื้นที่ลุ่มต่ำเหนือเขื่อนเพชร และพื้นที่ใต้เขื่อนแก่งกระจานประมาณ 3,000-4,000 ไร่ ได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำ


ส่วนการช่วยเหลือเกษตรกรในที่พื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย จะต้องรอการสำรวจที่ชัดเจนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้งเพื่อจ่ายเงินเยียวยา ซึ่งจะต้องเร่งดำเนินการอย่างรวดเร็วหลังน้ำลด


พื้นที่เฝ้าระวังพิเศษ เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำเพชรบุรี โดยเริ่มมีผลกระทบกับพื้นที่การเกษตรเริ่มท่วมแต่ยังไม่เสียหายสิ้นเชิง แต่เน้นย้ำว่าให้ประสานกับท้องถิ่นสำรวจความเสียหายตามสภาพความจริง ถ้าเสียหายต้องจ่ายเร็ว ถูกต้องตามข้อเท็จจริง ของที่จะแจกต้องมีคุณภาพ

ขณะที่นายพิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการและหัวหน้าทีมวิจัยกลุ่มลูกค้าบุคคล บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำกัด กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร มองว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้คาดว่าจะเติบโตได้ร้อยละ 4.2 ส่วนปัญหาน้ำท่วม เชื่อว่าหากยังไม่ขยายวงกว้าง หรือไม่ได้รุนแรงเท่ากับปี 2554 ผลกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจจะมีไม่มากนัก แม้ว่าปริมาณน้ำในแต่ละเขื่อนจะเพิ่มสูงขึ้น แต่ยังไม่ถึงขั้นวิกฤต และผลกระทบต่อพื้นที่ทางการเกษตร ก็ยังจำกัดในบางพื้นที่

 

กฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

 

 

 

 


จ่ายเงินเยียวยาแปลงนารับน้ำถ้ำหลวง 1,266 ไร่ ปลายเดือน ก.ค.นี้

Wed, 11 Jul 2018 20:14:00

วันนี้ (11 ก.ค.2561) นายสุรชัย เจริญประเสริฐ เกษตรจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รับผิดชอบในการกู้ภัยในนา หลังจากกู้ภัยในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย แล้ว ซึ่งการกู้ภัยในถ้ำ กรมชลประทานได้ส่งเครื่องสูบน้ำมาช่วยเหลือ 12 เครื่อง และสำรองเครื่องสูบน้ำไว้ 20 เครื่อง ส่วนการดำเนินการของกระทรวงเกษตรฯ ซึ่งตนเองในฐานะตัวแทนของจังหวัด ได้ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระดมแผนให้ความช่วยเหลือเยียวยาในเบื้องต้นไม่ว่าจะเป็นกรมวิชาการเกษตร ซึ่งจะช่วยเหลือในส่วนของเมล็ดพันธุ์ผักสวนครัว เพื่อเสริมรายได้ภายหลังน้ำลดและในเรื่องของเมล็ดพันธุ์ข้าว ซึ่งกรมการข้าวได้วางแผนช่วยเหลือ และจากการสำรวจความต้องการของเกษตรกรแล้ว พบว่าต้องการให้ช่วยเหลือในส่วนของเมล็ดพันธุ์ข้าว กข.6 และข้าวหอมมะลิ

ขณะที่กรมส่งเสริมการเกษตร มีในเรื่องของเชื้อรา สารชีวพันธุ์สำหรับคลุกเมล็ดพันธุ์ข้าว ซึ่งจากการสำรวจเบื้องต้น มีเกษตรกรประสบภัยจากการสูบน้ำในถ้ำหลวง 1,743 ไร่ เกษตรกร 128 ราย โดยได้ประกาศภัยเมื่อวันที่ 3 ก.ค. และได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำโดยกรมชลประทาน จำนวน 1 เครื่อง ในการสูบน้ำจากที่นาลงคลองสาธารณะที่ไปออกลำน้ำมะ ซึ่งภายใน 2-3 วัน สามารถสูบน้ำและกู้นาขึ้นมาได้ และมีคณะกรรมการลงไปสำรวจ โดยชุมชนมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เกษตรตำบล ลงพื้นที่ตรวจแปลงประสบภัยในส่วนที่จะจ่ายเงินเยียวยาตามระเบียบกระทรวงการคลัง ซึ่งได้สำรวจผู้ประสบภัยที่แท้จริง ที่แปลงนาเสียหายอย่างสิ้นเชิง ทั้งหมด 126 ราย ที่นาเหลือ 1,266 ไร่ คาดว่าจะสามารถจ่ายเยียวยาได้ประมาณปลายเดือน ก.ค.นี้ โดยใช้งบฉุกเฉินของผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ที่มี 50 ล้านบาท

ส่วนการเยียวยาเบื้องต้น ซึ่งมีเมล็ดพันธุ์ข้าว สารชีวพันธุ์ ซึ่งอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ที่เป็นตัวแทนของกระทรวงเกษตรฯ มามอบปัจจัยการผลิตในส่วนที่เกษตรกรจำเป็นต้องใช้ในการเพาะปลูกในวันพรุ่งนี้ (12 ก.ค.) เวลา 10.00 น. ที่วัดสันปูเลย ต.บ้านด้าย อ.แม่สาย จ.เชียงราย