จับแล้ว! มือล่ากระทิงเขาแผงม้า 2 ตัวชำแหละเนื้อขาย

Thu, 3 Apr 2025 10:53:00

กรณีพบซากกระทิงป่าตัวผู้ 2 ตัว ถูกยิงตายท้ายหมู่บ้านยุบอีปูน ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว ตัวแรกหนักกว่า 1 ตัน ถูกยิงหลายนัด คาดตาย 3 วัน ส่วนตัวที่สอง อายุ 5 ปี พบว่าเนื้อถูกชำแหละเกือบหมด เหลือเพียงหัว เขา และข้อเท้า สร้างความสะเทือนใจแก่เจ้าหน้าที่และชาวบ้านในพื้นที่

วันนี้ (3 เม.ย.2568) น.ส.สุพัตรา พูนกระโทก หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาแผงม้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช พร้อมตำรวจ สภ.วังน้ำเขียว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่าจุดเกิดเหตุอยู่ติดเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งเป็นแหล่งอาศัยของฝูงกระทิงกว่า 20 ตัว ที่ลงมาหาอาหารในป่ารอยต่อและพื้นที่เกษตร

ของกลางเนื้อกระทิงและอุปกรณ์ที่ใช้ล่าและฆ่ากระทิง ที่ตำรวจยึดได้

ของกลางเนื้อกระทิงและอุปกรณ์ที่ใช้ล่าและฆ่ากระทิง ที่ตำรวจยึดได้

ทั้งนี้ในระหว่างการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบชายต้องสงสัยสะพายเป้ที่มีคราบเลือด เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ได้รีบหลบหนี เจ้าหน้าที่ติดตามแต่ไม่ทัน และในจุดใกล้เคียงพบซากกระทิงอีกตัวที่ถูกชำแหละเนื้อ

มีการตั้งข้อสังเกตว่า กระทิงทั้ง 2 ตัวน่าจะถูกล่าเพื่อนำเนื้อไปจำหน่ายในตลาดมืด เนื่องจากเนื้อกระทิง เป็นของป่าหายากที่มีราคาสูง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคที่เชื่อว่าเป็นอาหารบำรุงกำลัง

นอกจากนี้ ยังอาจเกี่ยวข้องกับขบวนการล่าสัตว์ป่าเพื่อการค้ามักมีกลุ่มนายพรานเชี่ยวชาญใช้ปืนล่าในเวลากลางคืนแล้วชำแหละในจุดลับตา เพื่อนำชิ้นส่วนที่มีมูลค่าออกจากพื้นที่ เจ้าหน้าที่ได้เก็บหลักฐานทั้งหมดในพื้นที่ พร้อมฝังกลบซากกระทิงและโรยปูนขาวฆ่าเชื้อเพื่อป้องกันโรคติดต่อ

กรมอุทยาน-ตำรวจตามจับมือสังหารกระทิงเขาแผงม้า 2 ตัวชำแหละขายเนื้อ

กรมอุทยาน-ตำรวจตามจับมือสังหารกระทิงเขาแผงม้า 2 ตัวชำแหละขายเนื้อ

เจ้าของร้านขายเนื้อซัดทอดมือล่ากระทิง

พล.ต.ต.ไพโรจน์ ขุนหมื่น ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา สั่งการให้ชุดสืบสวนร่วมกับตำรวจ สภ.วังน้ำเขียว เร่งสอบพยานและติดตามเบาะแสจากรอยเลือดและเป้สะพายต้องสงสัย เพื่อจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด

ต่อมาช่วงเย็น พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรวังน้ำเขียว สามารถติดตามผู้ต้องหา ประกอบด้วยผู้รับซื้อเนื้อ 2 คน ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้รับซื้อ พร้อมทั้งให้การซัดทอดถึงผู้ที่นำเนื้อสัตว์มาส่งให้ทางร้าน 1 คน 

ขณะนี้ตำรวจได้ติดตามจับกุมตัวได้ และอยู่ระหว่างการสอบสวนผู้ถูกกล่าวหา เพื่อขยายผลถึงผู้ร่วมดำเนินการทั้งหมด

สำหรับของกลางที่ตรวจยึดมาได้บางส่วนจากการจับกุมคนล่ากระทิง ได้แก่ เนื้อกระทิง ประมาณ 10 กิโลกรัม มีด จำนวน 5 เล่ม กระเป๋าเป้ จำนวน 2 ใบ

กระทิงเขาแผงม้า

กระทิงเขาแผงม้า

นอกจากนี้ ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่าได้มอบหมายให้นายสัตว์แพทย์ประจำสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 7 (นครราชสีมา) ร่วมตรวจสอบและเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อที่ตรวจยึดมาได้ ส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กรมอุทยานฯ เพื่อตรวจสอบยืนยันชนิดของชิ้นเนื้อให้แน่ชัดว่าเป็นเนื้อกระทิง

ก่อนหน้านี้เมื่อปี 2567 เขตห้ามล่าสัตว์เขาแผงม้า จ.นครราชสีมา เคยสำรวจ มีปัญหากระทิงเขาแผงม้าคากว่ามี 280-300 ตัว ซึ่งพบปัญหากระทิงออกนอกพื้นที่ทั้งในชุมชน พื้นที่การเกษตร และไม่สมดุลกับแต่พื้นที่ป่า ซึ่งแม้ว่าเขาแผงม้ามีพื้นป่าถึง 5,000 ไร่ โดยพบมีจุดเสี่ยงที่กระทิงออกนอกพื้นที่ถึง 22 จุด  

อ่านข่าว

สำรวจถนน 3052 จุด "กระทิง" พุ่งชน จยย.ทำเด็กเจ็บ

พบ 22 จุดเสี่ยง "กระทิง" ออกนอกป่าวังน้ำเขียว 3 ปีอุบัติเหตุ 11 ครั้ง

เสียงสะท้อน “เกษตรกร” เจอกระทิงบุกไร่ ปรับตัวอยู่ร่วมลดขัดแย้ง

 

 


รวบอดีต ผญบ.ลอบขายที่ดินป่าสงวน 300 ไร่อ้างภ.บ.ท.5

Wed, 2 Apr 2025 17:34:00

วันนี้ (2 เม.ย.258) นายทรงศักดิ์ กิตติธากรณ์ ผอ.สำนักป้องกันรักษาป่า และควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ ร่วมกับศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่ 3 (ภาคเหนือ) สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 สาขาพิษณุโลก และ ตำรวจ กก.4 บก.ปทส. นำกำลังเข้าจับกุมอดีตผู้ใหญ่บ้าน และนายหน้าขายที่ดิน 3 คน หลังร่วมกันขายที่ดินในป่าสงวนแห่งชาติ ป่าสองข้างทางสายชัยวิบูลย์ ต.ภูน้ำหยด อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์


อดีตผู้ใหญ่บ้าน ให้การวกไปวนมา ระบุว่า อยู่ในพื้นที่มานานกว่า 60 ปี มีเอกสาร ภ.บ.ท.5 แสดงการเสียภาษี ขณะนี้อยู่ระหว่างยื่นออกเอกสาร ส.ป.ก. เคยสอบถามจากหัวหน้าป่าไม้ในอดีตอนุญาตให้ทำกินได้ โดยมีแบบคำนวณเนื้อที่ขนาด 179 ไร่

เมื่อมีคนถามจึงบอกว่าขาย โดยรวมกับที่ดินของคนอื่น รวมเป็นประมาณ 300 ไร่ ขายในราคา 3.5 ล้านบาท ยอมรับว่าที่ดังกล่าวเป็นที่ป่าสงวนแห่งชาติ และรู้ว่าการนำมาขายนั้นมีความผิด แต่เห็นคนอื่นขายกัน จึงขายบ้าง


ขณะที่นายหน้าขายที่ดินเป็นชาย 1 คน หญิงอีก 1 คน ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ว่า เป็นนายหน้าขายที่ดิน ภ.บ.ท.5 จริง แต่คนละแปลงกับของอดีตผู้ใหญ่บ้าน และไม่ทราบมาก่อนว่าเป็นที่ป่าสงวนแห่งชาติ


เบื้องต้น การกระทำของอดีตผู้ใหญ่บ้านมีความผิดตามมาตรา 84 แห่ง พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ ส่วนนายหน้าโพสต์ขายที่ดินในสื่อโซเชียลมีเดียอาจมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสอบปากคำและจะควบคุมตัวนำส่ง พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 


เคสแรกในไทยใช้ “สเต็มเซลล์” รักษา “ลูกช้างวาสนา” ป่วยเฮอร์ปีส์ไวรัส

Wed, 2 Apr 2025 11:25:00

เมื่อวันที่ 1 เม.ย.2568 โรงพยาบาลช้าง ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย จ.ลำปาง เปิดเผยว่า สัตวแพทย์ใช้ “สเต็มเซลล์” รักษาโรค EEHV หรือ เฮอร์ปีส์ไวรัส ให้กับลูกช้าง “พังวาสนา” อายุ 15 เดือน เป็นเคสแรกของประเทศไทย

ก่อนหน้านี้ เจ้าของนำลูกช้างวาสนา พร้อมกับแม่ช้าง เดินทางมาที่โรงพยาบาลช้าง สัตว์แพทย์ตรวจพบว่าลูกช้างมีอาการซึม หน้าบวม มีไข้และค่าเกล็ดเลือดเหลือเพียง 20% ของปกติ โดยได้รักษาด้วยการให้ยาต้านไวรัสและให้เลือดไปแล้ว 2 ครั้ง ซึ่งพิจารณาอาการและความรุนแรงของโรคในขณะนั้น

ขณะที่เวลา 00.12 น.วันที่ 2 เม.ย. รพ.ช้าง อัปเดตอาการโดยรวมของลูกช้างยังทรงตัว มีอาการหน้าบวมและมีจุดเลือดออกที่ลิ้น แต่ไม่มีไข้ ดูสดชื่นขึ้นและกินอาหารได้ดีขึ้น ซึ่งกรณีช้างป่วยด้วยโรคเฮอร์ปีส์ไวรัส ส่วนมากจะอยู่ในภาวะวิกฤต 3-5 วัน หากร่างกายตอบสนองต่อการรักษาจะมีอาการดีขึ้นตามลำดับ

สำหรับสเต็มเซลล์ที่ใช้ครั้งนี้เป็นของลูกช้าง “รับอรุณ” โดยใช้งบประมาณจาก “กองทุนกันยารำลึก” ซึ่งถือเป็นการรักษาแบบทางเลือกที่มีรายงานการใช้ในต่างประเทศมาบ้างแล้ว

สำหรับ “สเต็มเซลล์” (stem cells) คือเซลล์ต้นกำเนิดที่มีความสามารถในการพัฒนาเป็นเซลล์ต่างๆ ของร่างกาย ด้วยคุณสมบัตินี้จึงมีการนำสเต็มเซลล์มาใช้ในทางการแพทย์อย่างแพร่หลาย ซึ่งการใช้สเต็มเซลล์รักษาโรคเฮอร์ปีส์ไวรัส มุ่งหวังผลในการลดความรุนแรงของการเกิดภาวะการอักเสบทั่วร่างกาย และลดการเกิดภาวะเลือดแข็งตัวในหลอดเลือดแบบแพร่กระจาย ซึ่งมักเป็นสาเหตุหลักให้ช้างเสียชีวิต

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่เฮอร์ปีส์ไวรัสทุกเคสจำเป็นจะต้องได้รับการรักษาด้วยสเต็มเซลล์ การรักษาหลักยังคงเป็นการรักษาทางยาและการถ่ายเลือด ส่วนสเต็มเซลล์ สัตวแพทย์จะเลือกใช้ในเคสที่มีผลเลือดผิดปกติมาก หรือมีแนวโน้มว่าจะเกิดภาวะแทรกซ้อนที่ทำให้ช้างเสียชีวิต

อ่านข่าว

บ่วงพรากชีวิต "พลายงาเดียว" ช้างป่าเขาใหญ่

พบ "แม่เสือโคร่ง F22" พร้อมลูกน้อย 2 ตัว ผืนป่าอุ้มผาง

กทม.ฝุ่นเกิน 41 พื้นที่แนวโน้มทรงตัวถึง 10 เม.ย.


พบ "แม่เสือโคร่ง F22" พร้อมลูกน้อย 2 ตัว ผืนป่าอุ้มผาง

Tue, 1 Apr 2025 16:03:05

วันนี้ (1 เม.ย.2568) นายปรยุษณ์ ไวว่อง ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 14 (ตาก) เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากนายปิยะ ภิญโญ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง ว่า กล้องดักถ่ายภาพอัตโนมัติ (Camera traps) ได้บันทึกภาพแม่เสือโคร่ง พร้อมลูกน้อย 2 ตัว อย่างชัดเจน นับเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในการอนุรักษ์พันธุ์เสือโคร่งของประเทศไทย​ ในการอนุรักษ์ผืนป่าตะวันตกมาอย่างต่อเนื่อง

ย้อนกลับไปในปี 2565 เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง ได้ร่วมมือกับองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) ประเทศไทย ในการสำรวจประชากรเสือโคร่งและสัตว์ที่เป็นเหยื่อ โดยใช้เทคโนโลยีกล้องดักถ่ายภาพอัตโนมัติติดตั้งตามจุดต่าง ๆ ในผืนป่าอุ้มผาง ซึ่งในปีนั้นนักวิจัยได้ค้นพบเสือโคร่งเพศเมีย ที่ได้รับการกำหนดรหัส F22 เป็นครั้งแรก ทำให้ทุกคนรู้สึกตื่นเต้น และมีความหวังว่าจะสามารถดำรงชีวิตและสืบทอดพันธุกรรมในผืนป่าแห่งนี้ได้

วิถีชีวิตของเสือโคร่ง F22 ยังคงเป็นปริศนาจนกระทั่งเดือน ธ.ค.2567 เมื่อเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนลึกเข้าไปในป่าและได้พบรอยเท้าของเสือโคร่งแม่ลูก เจ้าหน้าที่รายงานพบรอยเท้าขนาดใหญ่และรอยเท้าเล็ก ๆ อีกสองคู่บริเวณป่ารอยต่อระหว่างเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผางกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันออก

นายปิยะ​ กล่าวว่​า​ การพบรอยเท้าแม่เสือและลูกเสือในครั้งนั้น ทำให้ทีมงานต้องรีบติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพอัตโนมัติเพิ่มเติมในบริเวณดังกล่าวทันที ทีมงานได้ดำเนินการติดตั้งกล้องตั้งแต่เดือน ม.ค.-มี.ค.2568 เพื่อติดตามและรวบรวมหลักฐานยืนยันการมีอยู่ของเสือโคร่งครอบครัวนี้​

กระทั่งได้เก็บข้อมูลจากกล้องดักถ่ายในช่วงปลายเดือน มี.ค.2568 โดยพบภาพเสือโคร่งเพศเมีย รหัส F22 ปรากฏตัวพร้อมลูกเสือโคร่งอีก 2 ตัว ในภาพที่บันทึกได้เมื่อวันที่ 15-16 ก.พ.2568

กล้องดักถ่าย​ภาพที่ได้ชัดเจนมาก​ เราเห็นแม่เสือกำลังนำทางลูกน้อยทั้งสองเดินตามกันเป็นแถว สภาพร่างกายของทั้งแม่และลูกดูแข็งแรงสมบูรณ์ดี สันนิษฐานว่าลูกเสือมีอายุ 4-6 เดือน

กล้องดักถ่ายภาพชุดเดียวกัน ยังบันทึกภาพสัตว์ป่าอีกหลายชนิดในบริเวณเดียวกัน เช่น เสือดาวที่กำลังเดินสำรวจอาณาเขต หมาในที่เคลื่อนไหวเป็นฝูง กระทิงที่แสดงความแข็งแกร่ง กวางป่าและเก้งที่กำลังเล็มหญ้า รวมถึงฝูงหมูป่าที่กำลังคุ้ยหาอาหาร ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเครื่องแสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศในผืนป่าแห่งนี้

นายปรยุษณ์​ อธิบายเพิ่มเติมว่า การพบเสือโคร่งเพศเมีย พร้อมลูกเป็นดัชนีชี้วัดที่สำคัญ เพราะแสดงให้เห็นว่าระบบนิเวศในพื้นที่มีความสมบูรณ์มากพอที่จะรองรับการเติบโตของประชากรเสือโคร่ง ซึ่งเป็นสัตว์ที่อยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง ทั้งยังเป็นสัตว์ผู้ล่าที่อยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหาร​

อ่านข่าว : "คุณปู่เป้แดง" 8 ปีที่รอคอยว่ายน้ำ 5 วัน 200 กม. กลับบ้านสิมิลัน 

สัตวแพทย์ช่วย "กระทิงตาอักเสบ" เดินวนกลางป่า 

 


ตัดไม้ประดู่ซุกแพล่องน้ำปาย คุม 5 ป่าอนุรักษ์เสี่ยงไฟป่า

Mon, 31 Mar 2025 17:53:00

วันนี้ (31 มี.ค.2568) นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผยว่า สถานการณ์ไฟป่าในภาคเหนือได้ขยายวงกว้างและมีความรุนแรงมากขึ้น ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2567 ถึง 30 มี.ค.นี้ พบจุดความร้อนทั่วประเทศ 87,249 จุด โดยในพื้นที่ป่าอนุรักษ์มี 24,222 จุด ลดลง 15.71% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2567 ส่วนในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติมี 26,085 จุด และนอกพื้นที่ป่าอีก 36,942 จุด

โดยเมื่อวานนี้ (30 มี.ค.) รอบเช้าพบจุดความร้อนทั่วประเทศ 830 จุด อยู่ในป่าอนุรักษ์ 512 จุด ป่าสงวนแห่งชาติ 525 จุด และนอกพื้นที่ป่า 66 จุดโดยในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 5 ลำดับแรก คืออุทยานแห่งชาติสาละวิน จ.แม่ฮ่องสอน 48 จุด เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวิน จ.แม่ฮ่องสอน 30 จุด อุทยานแห่งชาติ แม่ปืม จ.เชียงราย 23 จุด อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน จ.ลำปาง 21 จุด และ  อุทยานแห่งชาติแม่สุรินทร์ จ.แม่ฮ่องสอน 20 จุด

ไม้ประดู่ ตรวจยึดได้ในเขตลุ่มน้ำปาย แต่ไม่พบคนทำผิด พิรุธสร้างสถานการณ์เผาป่าตบตาเจ้าหน้าที่

ไม้ประดู่ ตรวจยึดได้ในเขตลุ่มน้ำปาย แต่ไม่พบคนทำผิด พิรุธสร้างสถานการณ์เผาป่าตบตาเจ้าหน้าที่

โดยกรมอุทยานฯ กำหนดพื้นที่เฝ้าระวังเป็นพิเศษในช่วงวันที่ 1-15 เม.ย.นี้ ครอบคลุมอุทยานแห่งชาติสาละวิน จ.แม่ฮ่องสอน อุทยานแห่งชาติแม่ปิง จ.เชียงใหม่ ลำพูน ตาก เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ลุ่มน้ำปาย จ.แม่ฮ่องสอน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวิน จ.แม่ฮ่องสอน และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก จ.กาญจนบุรี

ทั้งนี้ได้มีการมอบหมายให้ทุกวอร์รูม เร่งยกระดับการป้องกันและควบคุมไฟป่าขั้นสูงสุด พร้อมบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เครือข่ายชุมชน และองค์กรเอกชน โดยจัดตั้งจุดเฝ้าระวังทั่วประเทศ 3,895 จุด การลาดตระเวนเฝ้าระวังไฟป่าอย่างเข้มข้น

นอกจากนี้ ยังมีการรณรงค์ประชาสัมพันธ์เชิงรุกแบบ “เคาะประตูบ้าน” เพื่อสร้างความตระหนักถึงอันตราย จากไฟป่าและผลกระทบต่อปัญหาฝุ่น PM2.5 ให้แก่ประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง 2,527 ชุมชน 56,478 ครัวเรือน พร้อมดำเนินคดีต่อผู้ลักลอบเผาป่าตามกฎหมาย ภายใต้นโยบาย "เผาจริง จับจริง” เพื่อการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น 

ทหาร-อุทยานเข้าทำความเข้าใจเคาะประตูบ้านทำความเข้าขอความร่วมมืองดเผา

ทหาร-อุทยานเข้าทำความเข้าใจเคาะประตูบ้านทำความเข้าขอความร่วมมืองดเผา

จุดไฟตบตาลอบตัดไม้ประดู่ลองแพลุ่มน้ำปาย

นายนิกร แก้วโมรา หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าลุ่มน้ำปาย จ.แม่ฮ่องสอน กล่าวว่า เจ้าหน้าที่​ชุดลาดตระเวนออกปฏิบัติภารกิจล่องแพตามลำน้ำปาย ตั้งแต่บ้านผาสำราญ ต.เมืองแปง อ.ปาย ไปจนถึงบ้านปางหมู ต.ปางหมู จนพบเบาะแสสำคัญระหว่างการลาดตระเวนทางน้ำในช่วงวันที่ 24-27 มี.ค.

โดยพบร่องรอยการลักลอบแปรรูปไม้ในบริเวณป่าห้วยผาแดง หมู่ที่ 6 ต.เมืองแปง อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน คณะพนักงานเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่โดยละเอียด พบไม้ประดู่แปรรูปขนาดใหญ่จำนวน 7 แผ่น ซ่อนอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว

นายนิกร​ ได้สั่งการให้กำลังพลชุดสายตรวจป้องกันและปราบปรามที่ 2 อ.ปางมะผ้า เข้าทำการตรวจสอบและดักซุ่มในพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 26-29 มี.ค.ที่ผ่านมา แต่ในช่วงเวลา 3 คืน 4 วันดังกล่าว ไม่มีผู้ใดเข้ามาในพื้นที่จุดซุ่มเฝ้าระวัง

แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าในช่วงเดียวกันนี้ เจ้าหน้าที่ได้พบจุดความร้อน (Hotspot) เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ป่าบ้านผาสำราญ ตั้งแต่วันที่ 28-30 มี.ค.รวม 16 จุด ซึ่งทางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าลุ่มน้ำปายสันนิษฐานว่า อาจเป็นการจุดไฟเผาป่าโดยเจตนา เพื่อสร้างสถานการณ์ให้เจ้าหน้าที่ต้องเข้าดำเนินการดับไฟป่า ขณะที่ผู้กระทำผิดอาจฉวยโอกาสขนย้ายไม้แปรรูปออกจากพื้นที่

เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ และอสาต้องเข้าดับไฟในพื้นที่ภาคเหนืออย่างต่อเนื่อง

เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ และอสาต้องเข้าดับไฟในพื้นที่ภาคเหนืออย่างต่อเนื่อง

ป่า อช.ถ้ำผาไทเสียหาย 50 ไร่

นายธีรยุทธ สั่งสอน หัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่าพื้นที่สงวนชีวมณฑลห้วยทาก กล่าวว่า เมื่อเวลา 08.20 น. เจ้าหน้าที่สถานีควบคุมไฟป่าพื้นที่สงวนชีวมณฑลห้วยทาก สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 สาขาลำปาง ตรวจสอบจุดความร้อน (Hotspots) จากดาวเทียม Suomi ระบบ Viirs พบจุดความร้อนจำนวน 2 จุด ในพื้นที่รับผิดชอบของสถานี

จากการตรวจสอบพบว่า เกิดไฟไหม้ป่าและกำลังลุกลาม เจ้าหน้าที่จึงเร่งเข้าควบคุม และดับไฟในเขตอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท และป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่งาวฝั่งขวา โดยเริ่มปฏิบัติการดับไฟตั้งแต่เวลา 08.49 น. จนควบคุมเพลิงได้เมื่อเวลา 11.20 น. พบพื้นที่เสียหายรวม 50 ไร่ เป็นป่าเบญจพรรณทั้งหมด 

แม่นกยูง กำลังกกไข่ใกล้แนวไฟป่า 50 เมตรในอุทยานแห่งชาติดอยจง จ.ลำปาง เจ้าหน้าที่ต้องทำแนวกันไฟช่วยชีวิต

แม่นกยูง กำลังกกไข่ใกล้แนวไฟป่า 50 เมตรในอุทยานแห่งชาติดอยจง จ.ลำปาง เจ้าหน้าที่ต้องทำแนวกันไฟช่วยชีวิต

ช่วยแม่นกยูงกกไข่ลูกน้อยพ้นไฟป่า 

ส่วนนายปิยะศักดิ์ มีสานุ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยจง จ.ลำปาง กล่าวว่า ในระหว่างเจ้าหน้าที่เข้าดับไฟป่าบริเวณบ้านสันป่าหนาด พบนกยูงตัวเมีย 1 ตัว อยู่ห่างจากแนวไฟป่าประมาณ 50 เมตร ขณะกำลังกกไข่ไม่สามารถทิ้งไข่และหลบหนีเอาชีวิตรอดจากไฟป่าที่กำลังลุกลามเข้ามาใกล้ได้

โดยพบมีร่องรอยการกระพือปีกพัดใบไม้ เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ตัวเองและลูกๆ ความกว้างโดยรอบประมาณ 1 เมตร เจ้าหน้าที่อุทยานฯ จึงได้ทำการควบคุมไฟ ทำแนวล้อมให้แม่นกยูงอยู่ในพื้นที่ที่ปลอดภัย และรอดพ้นจากความตายได้สำเร็จทั้งแม่นกยูงและลูกๆ

อ่านข่าว


 


บ่วงพรากชีวิต "พลายงาเดียว" ช้างป่าเขาใหญ่

Mon, 31 Mar 2025 15:10:00

วันนี้ (31 มี.ค.2568) นายยศวัฒน์ เธียรสวัสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 เปิดเผยว่า น.ส.วีรยา โอชะกุล ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า (สบอ.1 ปราจีนบุรี) ได้รับการประสานจากนายสถาพร ธีระวัฒน์ ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ แจ้งว่า พบซากช้างป่า 1 ตัว บริเวณหลังวัดบ้านดง หมู่ที่ 1 ต.สาริกา อ.เมืองนครนายก จ.นครนายก จึงขอการสนับสนุนทีมสัตวแพทย์จากส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า เข้าตรวจพิสูจน์ซากเพื่อหาสาเหตุการตายโดยด่วน

ภาพ : กรมอุทยานฯ

ภาพ : กรมอุทยานฯ

ทีมสัตวแพทย์จากส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สบอ.1 (ปราจีนบุรี) ได้เข้าตรวจสอบร่วมกับหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ 13 (นางรอง) จิตอาสานครนายก ชุดเคลื่อนที่เร็วผลักดันช้างป่านครนายก นายก อบจ.นครนายก นายก อบต.สาริกา และผู้นำชุมชน พบซาก "เจ้าพลายงาเดียว" ช้างป่าตัวผู้อายุประมาณ 30 ปี นอนตายในลักษณะตะแคงซ้ายลงพื้น

จากการชันสูตรเบื้องต้น พบว่า ซากมีสภาพเน่าเหม็น คาดว่าตายมาแล้วไม่น้อยกว่า 48 ชั่วโมง ไม่สามารถระบุร่องรอยการถูกทำร้ายได้ เนื่องจากซากเน่าเกินไป อวัยวะภายในเน่า แต่ตรวจพบว่ามีอาหารอยู่ภายในกระเพาะอาหารและพบอุจจาระในลำไส้

ภาพ : กรมอุทยานฯ

ภาพ : กรมอุทยานฯ

เจ้าหน้าที่ได้เก็บชิ้นเนื้อและอาหารจากกระเพาะ ส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อหาสาเหตุการตายที่แน่ชัด รวมทั้งถอดงาทั้ง 2 ข้างนำไปเก็บรักษา ส่วนซากได้นำมาประกอบพิธีกรรมทางศาสนาก่อนทำลายโดยการฝังกลบในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ หน่วยพิทักษ์ฯ ที่ 13 (นางรอง) เรียบร้อยแล้ว

ภาพ : กรมอุทยานฯ

ภาพ : กรมอุทยานฯ

สำหรับ "เจ้าพลายงาเดียว" ก่อนหน้านี้เคยถูกพบว่ามีบ่วงติดอยู่ที่ปลายงวง ซึ่งบ่วงดังกล่าวเป็นอันตรายร้ายแรงต่อช้างป่า เนื่องจากงวงเป็นอวัยวะสำคัญที่ช้างใช้ในการหายใจ กิน ดื่ม และสื่อสาร เมื่อถูกบ่วงรัดนอกจากจะเกิดบาดแผลและความเจ็บปวดแล้ว อาจทำให้ช้างไม่สามารถกินอาหารและดื่มน้ำได้อย่างปกติ ซึ่งส่งผลให้ร่างกายอ่อนแอ เกิดภาวะขาดน้ำ และอาจเกิดการติดเชื้อจากบาดแผลที่ถูกบ่วงบาด

ที่ผ่านมาทีมสัตวแพทย์ และเจ้าหน้าที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 ปราจีนบุรี ได้ช่วยกันปลดบ่วงออกจากงวงของพลายงาเดียว หลังจากนั้นได้ปล่อยให้พลายงาเดียวฟื้นจากยาสลบ และออกหากินตามธรรมชาติ แต่เพียง 7 คืนผ่านไป ช้างป่าตัวนี้ก็ถูกพบว่าล้มตายในจุดเดิมที่เจ้าหน้าที่เคยช่วยปลดบ่วงให้

ภาพ : กรมอุทยานฯ

ภาพ : กรมอุทยานฯ

แม้จะยังไม่สามารถระบุสาเหตุการตายที่แน่ชัดได้ แต่ทีมสัตวแพทย์คาดว่าบ่วงอาจส่งผลกระทบระยะยาวต่อสุขภาพของช้าง โดยเฉพาะงวงได้รับบาดเจ็บรุนแรงจนส่งผลต่อการกินอาหารและดื่มน้ำ หรืออาจเกิดการติดเชื้อจากบาดแผลที่ถูกบ่วงรัด ซึ่งอาการเหล่านี้อาจไม่แสดงออกในทันที แต่ส่งผลให้ช้างป่าอ่อนแอลงเรื่อย ๆ จนตายในที่สุด

กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาของการวางบ่วงดักสัตว์ป่า​ ซึ่งเป็นภัยคุกคามสำคัญต่อสัตว์ป่าหลายชนิด โดยเฉพาะช้างป่าซึ่งเป็นสัตว์คุ้มครอง นอกจากนี้การวางบ่วงเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย​ และมีบทโทษที่หนัก ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังคงรอผลการตรวจพิสูจน์ทางห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันสาเหตุการตายที่แท้จริงของเจ้าพลายงาเดียวต่อไป

อ่านข่าว : นายกสภาวิศวกร ย้ำต้องระมัดระวังรื้ออาคารถล่ม เหตุเสี่ยงกระทบผู้ติดค้าง 

บิ๊กอุทยานปัดลงขัน 10-50 ล้านเด้งหน.สิมิลัน ส่งคนคุมเก็บรายได้ 

เปิดเบื้องหลัง-สั่งย้าย! หน.อุทยานฯ หมู่เกาะสิมิลัน หลังพบตั๋วไม่ตรงจำนวนนักท่องเที่ยว 


นายกสภาวิศวกร ย้ำต้องระมัดระวังรื้ออาคารถล่ม เหตุเสี่ยงกระทบผู้ติดค้าง

Sat, 29 Mar 2025 16:46:25

จากกรณีเกิดเหตุแผ่นดินไหวในพื้นที่กรุงเทพฯ จนทำให้อาคารที่อยู่ระหว่างก่อสร้างพังถล่มจนทำให้มีผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก รวมถึงยังมีผู้ติดค้างอยู่ภายในหลายคน 

ล่าสุด วันนี้ (29 มี.ค.2568) ผศ.ธเนศ วีระศิริ นายกสภาวิศวกร เปิดเผยว่า ยังไม่สามารถตรวจสอบหาสาเหตุโครงสร้างของอาคารที่ถล่มลงมาได้ในขณะนี้ แต่สิ่งที่น่ากังวลคือการรื้อถอนโครงสร้างเพื่อค้นหาผู้รอดชีวิตเป็นไปได้ยาก จึงต้องมีวิศวกรผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบแรงเคลื่อนตัวของโครงสร้าง เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อผู้ปฏิบัติงานและผู้ที่ติดค้างภายใน

ผศ.ธเนศ วีระศิริ นายกสภาวิศวกร

ผศ.ธเนศ วีระศิริ นายกสภาวิศวกร

การรื้อถอนขณะนี้ยังจำเป็นต้องใช้เครื่องจักรขนาดเล็ก ในการเข้าไปรื้อย้ายในจุดที่ยังพบสัญญาณชีพ ส่วนในเรื่องของเครื่องจักรหนักนั้นสามารถรื้อถอนในส่วนที่ไม่มีผลกระทบ 

แต่ในส่วนที่จะใช้เครื่องจักรหนักเจาะโพรงเพื่อที่จะเข้าไปค้นหาผู้รอดชีวิต ในโครงสร้างชั้นในมีความเสี่ยงเป็นอย่างมาก แต่เป็นวิธีกู้ภัยที่สามารถเข้าไปช่วยได้รวดเร็วที่สุด จำเป็นต้องประเมินทุกขั้นตอนในการช่วยเหลือ ในส่วนของการรื้อโครงสร้างที่ถล่มทั้งหมด จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์หรือเครื่องจักรขนาดใหญ่ รื้อถอนจากชิ้นส่วนด้านบนลงมา

ผศ.ธเนศ  ยังกล่าว หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว สังคมมีความกังวลไม่น้อย เกี่ยวกับเรื่องของรอยร้าวที่เกิดขึ้นในอาคารบ้านเรือน หรือ อาคารคอนโดมิเนียม โดยรอยร้าวของจุดต่าง ๆ แบ่งระดับได้เป็น 3 ระดับ

สีเขียว คือ มีรอยแตกร้าวบริเวณผิวผนัง คือ อยู่ในระดับปลอดภัยไม่ส่งผลกระทบต่อผู้อยู่อาศัย, สีเหลือง คือ โครงสร้างเริ่มมีการแตกร้าว ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาตรวจสอบ, สีแดง เป็นอันตรายไม่สมควรเข้าไปอยู่อาศัย ซึ่งรอยร้าวที่น่าเป็นห่วงมากที่สุด คือ รอยร้าวที่เห็น ทะลุอีกฝั่งของผนังและเห็นโครงเหล็ก ซึ่งรอยร้าวลักษณะนี้ จะเป็นผลมาจากโครงสร้างที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจำเป็นต้องออกจากพื้นที่และซ่อมแซม

อ่านข่าว : Traffy Fondue รับแจ้งความกังวลรอยร้าวอาคารแล้ว 5,500 เคส 

ถึงเวลาต้องจัด "ถุงยังชีพ" อุปกรณ์ "เอาตัวรอด" ที่ขาดไม่ได้ยามวิกฤต  

ในหลวง-พระราชินี ทรงรับผู้บาดเจ็บเหตุแผ่นดินไหว ไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์

 

 

 

 

 


บิ๊กอุทยานปัดลงขัน 10-50 ล้านเด้งหน.สิมิลัน ส่งคนคุมเก็บรายได้

Fri, 28 Mar 2025 12:43:00

กรณีสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดตรัง ในฐานะชุดตรวจสอบมาตรการป้องกันการทุจริตเกี่ยวกับการบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติ สุ่มตรวจสอบที่ เกาะสี่-เกาะแปด อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน และพบการจำหน่ายตั๋วส่อไม่โปร่งใส

วันนี้ (28 มี.ค.2568) นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ออกมายืนยันว่า จะสอบสวนเรื่องนี้ให้จบโดยเร็ว ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 5 วัน เพราะ ป.ป.ช.มีหลักฐานค่อนข้างชัดเจน

ยิ่งถ้ามีข้อมูลที่ชัดเจนยิ่งจะสรุปได้เร็วขึ้น ทางคณะกรรมการสอบสวนจะประสานข้อมูลกับป.ป.ช.พร้อมลงพื้นที่และตั้งกรรมการสอบวินัยได้เลย มันไม่ใช่ช่องโหว่ ถ้าเป็นเรื่องจริงเจตนาทุจริต  

ปัดลงขันจ่าย 10-50 ล้านเอาคนนั่งหน.สิมิลัน

ส่วนกระแสข่าวว่ามีบริษัททัวร์รวมกลุ่มกันลงขัน จ่ายเงินให้กับคนในกรมอุทยานฯ เพื่อโยกย้ายเจ้าหน้าที่ในกรม ซึ่งเป็นคนของตนเอง มานั่งเป็นหัวหน้าอุทยานแห่งชาติ หรือผู้อำนวยการส่วนที่ดูแลพื้นที่ราคา 10-50 ล้านบาท

ยืนยันว่าจะไม่มีการลงขันทุจริตโยกย้ายเจ้าหน้าที่เพื่อให้ได้พวกของตัวเองในยุคนี้

นายอรรถพล กล่าวว่า หากปล่อยให้เรื่องนี้เกิดขึ้นจะเกิดความเสียหายต่อกรมอุท ยานฯ อย่างมาก เพราะการจัดเก็บรายได้จะน้อยลงจากการทุจริต โดยความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นเงินของรัฐที่จะได้ และยังเสียโอกาสเงินที่กรมอุทยานฯ จัดเก็บได้ ไปปรับปรุงไปดูแลอุทยานอื่นๆ

ซึ่งอุทยาน 10 อันดับที่จัดเก็บได้สูงจะต้องนำเงินรายได้ไปเลี้ยงอุทยานอื่นที่มีรายได้น้อยมากกว่า 100 แห่ง และวนอุทยานอีก 60 แห่ง ซึ่งต้องมีค่ามใช้จ่ายปีละ 1,400 มีต้องจัดเก็บรายได้ให้ตามเป้า

อ่านข่าว "อธิบดีกรมอุทยานฯ" สั่งสอบย้อนหลัง ปมฉีกตั๋วหมู่เกาะสิมิลัน

ผู้ประกอบการชี้ ทุจริตตั๋วอุทยานฯ ลงตัว 2 ฝ่าย

ด้านผู้ประกอบการท่องเที่ยวหมู่เกาะสิมิลัน ให้ข้อมูลกับไทยพีบีเอสว่า การใช้ช่องโหว่ ทุจริตเก็บค่าธรรมเนียมเข้าอุทยาน เป็นลักษณะสมประโยชน์ทั้งสองฝ่ายบริษัททัวร์ จ่ายค่าธรรมเนียมน้อยลง ส่วนต่างแบ่งให้เจ้าหน้าที่บางคน

ผู้ประกอบการเรือนำเที่ยวรายนี้ให้ข้อมูลว่า หากนักท่องเที่ยวเต็มลำเรือสปีดโบ๊ต นำเที่ยว 40-60 คน ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานฯ คนไทย ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท อุทยานสิมิลัน จะมีรายได้จากค่าเข้าอยู่ที่ลำละ 6,000 บาทต่อลำ

ถ้าเป็นชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 500 บาท เด็ก 250 บาท อุทยานฯ สิมิลัน จะมีรายได้ค่าเข้าลำละ 30,000 บาท มีส่วนต่างเกิดขึ้นแล้วลำละ 24,000 บาท เมื่อคิดตามจำนวนนักท่องเที่ยวเต็มลำ

อ่านข่าว ย้ายด่วน! หัวหน้า​ อช.หมู่เกาะสิมิลัน สอบปมขายตั๋วส่อไม่โปร่งใส

เมื่อแยกตามรายหัว ส่วนต่างจะเกิดขึ้นตามนี้ ผู้ใหญ่ 400 บาท เด็ก 200 บาท ผู้ประกอบการท่องเที่ยว ระบุว่า บริษัททัวร์ จะแบ่งส่วนต่างให้กับบุคคลในอุทยานฯ 100-200 บาทต่อหัวนักท่องเที่ยว หรือจะมีเงินจัดสรรอยู่ที่ลำละ 12,000 บาท  บริษัททัวร์ยังได้จ่ายเงินค่าธรรมเนียมน้อยลง และมีบุคคลในอุทยานฯ ได้เงินส่วนแบ่ง

ผู้ประกอบการท่องเที่ยวหมู่เกาะสิมิลัน บอกว่า เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.จังหวัดตรัง มีข้อมูลชุดนี้แล้ว มีรายชื่อบริษัททัวร์ถึง 4 บริษัท ที่ใช้วิธีไล่ซื้อข้อมูลคนไทย ชื่อ เลขบัตรประชาชน มาจองในระบบ E-ticket

ในวันที่เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ลงพื้นที่ มีเรือบริษัททัวร์ลำหนึ่ง จ่ายค่าเข้าอุทยานฯ ผ่าน E-Ticket เป็นคนไทย 10 คน แต่เมื่อถึงจุดเช็กอิน เกาะสี่ เป็นชาวต่างชาติ เต็มลำเรือ 50 คน ทำให้เรือลำนั้นจะมีส่วนต่างค่าเข้าที่ 25,000 บาท

อ่านข่าว

เปิดเบื้องหลัง-สั่งย้าย! หน.อุทยานฯ หมู่เกาะสิมิลัน หลังพบตั๋วไม่ตรงจำนวนนักท่องเที่ยว

 

 


"ชัยวัฒน์" จี้บิ๊กอุทยาน เคลียร์ปมเกาะสิมิลัน ปูดเงินรั่วเข้าใคร

Thu, 27 Mar 2025 17:43:00

กรณีสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดตรัง ในฐานะชุดตรวจสอบมาตรการป้องกันการทุจริตเกี่ยวกับการบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติ สุ่มตรวจสอบที่ เกาะสี่-เกาะแปด อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน และพบการจำหน่ายตั๋วส่อไม่โปร่งใส

วันนี้ (27 มี.ค.2568) นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผยว่า ปัญหาการทุจริตจัดเก็บรายได้ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติมีมานานแล้ว โดยเฉพาะในอุทยานเกรด A ในฝั่งอันดามัน

ซึ่งมีหลากหลายรูปแบบ ทั้งการฉีกตั๋วผี ไม่สอดคล้องกับจำนวนนักท่องเที่ยวขึ้นเกาะ และการเก็บรายได้แบบเหมาจ่ายกับผู้ประกอบการเรือนำเที่ยวบางราย แบ่งรายได้ส่วนต่างค่าหัวนักท่องเที่ยว ระหว่างผู้ประกอบการและอุทยานฯ เจ้าของพื้นที่

ทำให้รายได้ของอุทยานฯ เกรด A เฉลี่ยวันละ 1.2 ล้านบาท หายไป 400,000-500,000 บาท ซึ่งข้อมูลรายได้ทั้งหมด กรมอุทยานฯ มองเห็นตัวเลขทุกวัน

อ่านข่าว "อธิบดีกรมอุทยานฯ" สั่งสอบย้อนหลัง ปมฉีกตั๋วหมู่เกาะสิมิลัน

ตุกติกจัดเก็บรายได้อุทยาน 

นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า แม้ว่าปัญหาทุจริตเป็นเรื่องตัวบุคคล แต่อธิบดีกรมอุทยานทราบดีว่าได้แต่งตั้งใครลงไปเป็นหัวหน้าอุทยาน เพราะเป็นคนเซ็นลงนามคำสั่งโยกย้าย ดังนั้นควรแสดงความรับผิดชอบ

อธิบดีกรมอุทยาน และผอ.สำนักอุทยานฯ จะเห็นตัวเลขรายได้จะเห็นทุกวัน และเริ่มเห็นความผิดปกติชัดเจนและเห็นตั้งแต่ช่วงธ.ค.-ม.ค.แล้ว เพราะยอดที่ส่งให้กับผู้ใหญ่เยอะมาก

วิธีการโกงโดยใช้คน เช่น เปลี่ยนจากต่างชาติเป็นคนไทย และใช้เทคนิคเปลี่ยนจำนวนนักท่องเที่ยว จากที่เคยจำกัดนักท่องเที่ยว ก็ไม่จำกัดเรือเข้ามารอบทิศ และมีการดีลเป็นรายเดือน แต่ทั้งหมดผ่านการเมืองท้องถิ่น

อ่านข่าว ย้ายด่วน! หัวหน้า​ อช.หมู่เกาะสิมิลัน สอบปมขายตั๋วส่อไม่โปร่งใส

ปปท.-ป.ป.ช.สุ่มตรวจการเก็บเงินรายได้เข้าอุทยานแห่งชาติสิมิลัน

ปปท.-ป.ป.ช.สุ่มตรวจการเก็บเงินรายได้เข้าอุทยานแห่งชาติสิมิลัน

ด้านนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ระบุว่า สั่งย้ายว่าที่ ร.อ.ฤทธิกรณ์ นุ่นลอย หัวหน้าอุทยานแห่งชาติสิมิลันไปประจำที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 นครศรีธรรมราชแล้ว พร้อมตั้งคณะกรรม การสอบสวนข้อเท็จจริงทันที หากพบว่ามีมูล ก็จะต้องถูกสอบสวนทางวินัย

นอกจากนี้ มอบหมายให้คณะกรรมการติดตามการจัดเก็บเงินอุทยานแห่งชาติ ตรวจสอบเงินรายได้ทุกอุทยานทั่วประเทศย้อนหลัง โดยเฉพาะอุทยานทางทะเลฝั่งอันดามัน ว่ามีการจัดเก็บโปร่งใสหรือไม่ พร้อมประสานข้อมูลกับ ป.ป.ช.

ไม่ได้มองว่าถูกดิสเครดิต สามารถชี้แจงได้เรื่องนี้เป็นเรื่องของคนคุมยาก แต่พอเห็นปัญหาก็รีบเคลียร์ และจะทำหน้าที่ให้เต็มที่ ในฐานะผู้บังคับบัญชาต้องทำให้โปร่งใส

อ่านข่าว เปิดไทม์ไลน์ ใช้ "E - Ticket" หวังปิดช่องทุจริตขายตั๋วเข้าอุทยานฯ

เส้นทางทุจริตั๋วผีสิมิลัน

ชุดเฉพาะกิจฉลามอันดามันของ ป.ป.ช. สุ่มตรวจเรือสปีดโบท ของบริษัท ซีสตาร์ อันดามัน ขณะจอดเทียบชายหาดหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จังหวัดพังงา และภาพนี้ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 มี.ค.ที่ผ่านมา

จากข้อมูลการลงทะเบียนชองนักท่องเที่ยว ผ่านระบบ E-ticket จ่ายค่าเข้าอุทยานเเกาะสิมิลัน ระบุว่า ในวันนั้น จะมีนักท่องเที่ยวคนไทย 4 คน และ ชาวต่างชาติ อีก 5 คน รวมแค่ 9 คน เดินทางไปเที่ยวแบบเช้ากลับเย็น หรือวันเดย์ทริป

นั่นหมายว่า อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จะมีรายได้จากการจ่ายค่าธรรมเนียมเข้าอุทยาน คนไทย 400 บาท และ ชาวต่างชาติ 2,500 บาท รวมทังหมด เพียงแค่ 2,900 บาเท่านั้น

แต่เมื่อ ป.ป.ช.สุ่มตรวจ เรือลำนี้ กลับพบข้อมูลจำนวนนักท่องที่ยว ที่มีจำนวนต่างกัน หลายเท่าตัว เพราะมีนักท่องเที่ยวทั้งหมดที่โดยสารมากับเรือรวม 64 คน และทั้งหมดเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ หากคำนวณเป็นรายได้ค่าธรรมเนียม จะเป็นรายได้ทั้งหมด 32,000 บาท

นั่นหมายความว่า กรมอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จะมีส่วนต่างรายได้ค่าธรรมเนียม ถึง 29,100 บาท ซึ่งเกิดขึ้นบนเรือลำเดียว

แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. เฝ้าติดตาม สังเกต ประมาณ 1 ชั่วโมงวันนั้น ยิ่งได้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า มีเรือนำเที่ยว จอดเทียบชายหาด ส่งนักท่องเที่ยวหน้าอุทยานฯ มากถึง 59 ลำ ในวันเดียว

และมีรายชื่อแจ้งจำนวนนักท่องเที่ยวซื้อตั๋วแบบ E-Ticket เป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยกว่า 500 คน แต่ในความเป็นจริงจากการตรวจสอบ มีนักท่องเที่ยวคนไทยน้อยมาก ไม่ถึงร้อยละ 10 ที่เหลือเกือบทั้งหมดเป็นชาวต่างชาติ

ราคาตั๋วค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานแห่งชาติ หมู่เกาะสิมิลัน แบบ E-Ticket จำหน่ายในราคาคนไทย 100 บาท เด็ก 50 บาท ส่วนต่างชาติ ผู้ใหญ่ 500 บาท และเด็ก 250 บาท

ย้ายด่วน! หัวหน้า​ อช.หมู่เกาะสิมิลัน สอบปมขายตั๋วส่อไม่โปร่งใส 

การตรวจสอบข้อมูลในวงรอบเดือนที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวชาวไทย เดินทางท่องเที่ยวเขตอุทยานแห่งชาติ หมู่เกาะสิมิลันมากกว่า 40,000 คนต่อเดือน แต่ข้อเท็จจริงจากการตรวจสอบ พบว่าไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวชาวไทย และเกือบทั้งหมดเป็นชาวต่างชาติ

ป.ป.ช. สันนิษฐานว่า เกิดช่องว่างการจัดเก็บรายได้ของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันมานานแล้ว ทำให้เสูญเสียรายได้เฉลี่ยเดือนละกว่า 5 ล้านบาท ซึ่ง ป.ป.ช. เร่งตรวจสอบพยานหลักฐาน หรือ เอกสารต่างๆ อย่างละเอียดอีกครั้ง

 


เปิดไทม์ไลน์ ใช้ "E - Ticket" หวังปิดช่องทุจริตขายตั๋วเข้าอุทยานฯ

Thu, 27 Mar 2025 16:01:00

จากกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติจังหวัดตรัง (ป.ป.ช.ตรัง) เข้าตรวจสอบการจำหน่ายบัตรค่าบริการผ่านเข้าไปในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จ.พังงา โดยไม่แจ้งให้เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ทราบล่วงหน้า พร้อมเข้าตรวจสอบเกาะสี่และเกาะแปด 

ผลการตรวจสอบพบการจองตั๋วคนไทยในระบบ E-Ticket ไม่เกิน 10 คน ราคาคนไทย ผู้ใหญ่คนละ 100 บ. เด็กคนละ 50 บ. ต่อเรือ 1 ลำ เมื่อตรวจนับหน้าหาดพบว่าไม่มีคนไทยมาท่องเที่ยว แต่เป็นชาวต่างชาติ 50 คน ซึ่งตามเรตราคาชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่คนละ 500 บ. เด็กคนละ 250 บ. และพบเรือเร็ว 10 ลำ ทำให้เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ตั้งข้อสังเกตอาจเข้าข่ายการฉีกตั๋วผี มีค่าส่วนต่าง ผู้ใหญ่ 400 บ. เด็ก 200 บ.

จนต่อมา นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช มีคำสั่งย้ายว่าที่ ร.อ.ฤทธิกรณ์ นุ่นลอย หัวหน้าอุทยานฯ หมู่เกาะสิมิลัน จ.พังงา ออกจากพื้นที่ โดยให้ไปประจำที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 นครศรีธรรมราช พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงทันที

ปัญหาการทุจริตกรณีการจำหน่ายตั๋วเข้าอุทยานฯ เกิดขึ้นมาอย่างช้านาน และมีความพยายามแก้ไขปัญหาดังกล่าว ไทยพีบีเอส ออนไลน์รวบรวม ไทม์ไลน์การแก้ไขปัญหาดังกล่าว ดังนี้ 

14 ธ.ค.65 กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ออกประกาศ เรื่องการจำหน่ายบัตรค่าบริการผ่านเข้าไปในอุทยานแห่งชาติ ด้วยระบบการจำหน่ายบัตรค่าบริการอิเล็กทรอนิกส์

1 ม.ค.66 กรมอุทยานแห่งชาติฯ เริ่มให้ประชาชนซื้อบัตรค่าบริการอิเล็กทรอนิกส์  (ระบบ E-Ticket) ในอุทยานแห่งชาติ จำนวน 6 แห่ง ได้แก่ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่, อุทยานแห่งชาติเอราวัณ, อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา, อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี และอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์

7 ม.ค.2566 เปิดระบบและเริ่มเข้าพื้นที่จริงในการให้ประชาชนซื้อบัตรในระบบ E-Ticket ในอุทยานแห่งชาติฯทั้ง 6 แห่ง

1 ธ.ค.2566 กรมอุทยานฯ ยกเลิกขาย E-Ticket ชั่วคราวในพื้นที่นำร่อง 6 แห่งชั่วคราว เพื่อปรับปรุงระบบ 

4 ธ.ค.2566 กรมอุทยานฯ ประกาศยืดการใช้ระบบ E-Ticket เก็บค่าตั๋วอีก 3 เดือน ควบคู่กับพัฒนาทำระบบใหม่

6 ธ.ค.2566 กรมอุทยานฯสั่งย้ายหัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ไปประจำสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 จ.นครศรีธรรมราช เพื่อตรวจสอบกรณีไม่จัดเก็บค่าชมถ้ำมรกต และละเลยคดีรุกเกาะกระดาน

7 ธ.ค.2566 ป.ป.ช.ตรังเสนอ กรมอุทยานฯ เร่งใช้ระบบ E-Ticket จัดเก็บค่าธรรมเนียมกับอุทยานฯ ทุกแห่ง รวมถึงเสนอให้แต่ละอุทยานฯ เปิดบัญชีธนาคารให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวโอนเงินได้โดยตรง

13 ธ.ค.2566 ป.ป.ช.ภาค 9 ลงพื้นที่สุมตรวจการจัดเก็บรายได้เข้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะตะรุเตา ที่ท่าเรือปากบารา จ.สตูล   

อ่านข่าว : จุดอ่อน-ข้อบกพร่องระบบ E-Ticket เข้าอุทยานฯ

14 ธ.ค.2566 กรมอุทยานฯ นำระบบระบบ E-Ticket กลับมาใช้ตามปกติ หลังก่อนหน้านี้ได้ยกเลิกไว้เป็นการชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.ที่ผ่านมา

19 ก.พ.2568 ร่วมมือ ป.ป.ช.เพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บค่าเข้าอุทยานแห่งชาติ ด้วยระบบ E-Ticket และจองบ้านพักออนไลน์

25 มี.ค.2568 อธิบดีกรมอุทยานฯ สั่งย้ายหัวหน้าอุทยานฯ หมู่เกาะสิมิลัน พร้อมตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงหลัง ป.ป.ช.ตรัง สุ่มตรวจสอบพบการจำหน่ายตั๋วส่อไม่โปร่งใส

27 มี.ค.2568 กรมอุทยานฯ สั่งตรวจสอบเงินรายได้ทุกอุทยานฯทั่วประเทศ โดยเฉพาะอุทยานแห่งชาติทางทะเล ฝั่งอันดามันทุกแห่ง ต้องย้อนหลังว่า มีการจัดเก็บโปร่งใสหรือไม่ พร้อมทั้งประสานข้อมูลกับทาง ป.ป.ช.

อ่านข่าว : เก็บเงินเข้าอุทยานฯ เกินเป้าทะลุ 2,000 ล้านบาท 

127 ล้านบาท รายได้อุทยานฯ เดือน ต.ค. เปิด 5 แหล่งท่องเที่ยวยอดฮิต  

ย้ายด่วน! หัวหน้า​ อช.หมู่เกาะสิมิลัน สอบปมขายตั๋วส่อไม่โปร่งใส 

 

 


"อธิบดีกรมอุทยานฯ" สั่งสอบย้อนหลัง ปมฉีกตั๋วหมู่เกาะสิมิลัน

Thu, 27 Mar 2025 12:12:00

กรณีสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดตรัง ในฐานะชุดตรวจสอบมาตรการป้องกันการทุจริตเกี่ยวกับการบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติ สุ่มตรวจสอบที่ เกาะสี่-เกาะแปด อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน และพบการจำหน่ายตั๋วส่อไม่โปร่งใส

วันนี้ (27 มี.ค.2568) นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวถึงกรณีคำสั่งย้าย ว่าที่ ร.อ.ฤทธิกรณ์ นุ่นลอย หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จ.พังงา ออกจากพื้นที่ โดยให้ไปประจำที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 นครศรีธรรมราช พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงทันที หากพบว่ามีมูล ก็จะต้องถูกสอบสวนทางวินัย และต้องดูต่อว่า เกิดความเสียหายกับอุทยานแห่งชาติมากแค่ไหน

หัวหน้าอุทยานฯ สิมิลัน เพิ่งย้ายไปประจำการในช่วงการโยกย้ายล็อตใหญ่ ในช่วงที่เข้ามาดำรงแหน่งจริง เป็นการนำเสนอรายชื่อมาจากสำนักอุทยานฯ  

นายอรรถพล กล่าวว่า นอกจากนี้มอบหมายให้คณะกรรมการติดตามการจัดเก็บเงินอุทยานแห่งชาติ ที่มีนายชิดชนก สุขมงคล รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ ฯ เป็นประธานร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิ และมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ตรวจสอบเงินรายได้ทุกอุทยานทั่วประเทศ โดยเฉพาะอุทยานแห่งชาติทางทะเล ฝั่งอันดามันทุกแห่ง ต้องย้อนหลังว่า มีการจัดเก็บโปร่งใสหรือไม่ พร้อมทั้งประสานข้อมูลกับทาง ป.ป.ช.

อ่านข่าว ย้ายด่วน! หัวหน้า​ อช.หมู่เกาะสิมิลัน สอบปมขายตั๋วส่อไม่โปร่งใส  

ยอมรับว่าช่องโหว่การจัดเก็บเงินรายได้ในอุทยานแห่งชาติทางทะเลยังเกิดได้ ที่ผ่านมามีมาตรการป้องกัน โดยจะให้หัวหน้าย้ายไปประจำการแค่ปีละครั้ง เพราะถ้ามีผลประโยชน์จะล่อแหลมต่อหาประโยชน์ และคนจะได้แข่งกันทำงาน

อธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวอีกว่า สำหรับการจัดเก็บรายได้ เนื่องจากยังต้องใช้ระบบการฉีกตั๋วแบบเดิม ตามเกาะท่องเที่ยวต่าง ๆ บริเวณเกาะ และบนเรือร่วมกับระบบ E-Ticket ซึ่งที่ผ่านมานำร่องในอุทยานแห่งชาติฯ ไปแล้ว 80 แห่งใช้งบประัมาณ 17 ล้านบาท และเฟสที่เหลือ 30 แห่งให้ครบ 150 แห่ง ยังอยู่ระหว่างประมูลจากเอกชน

คาดว่าจะใช้เวลาอีก 3 เดือนในการจัดซื้อจัดจ้างและใช้งานได้ทั้งหมดภายใน 6 เดือน ซึ่งเป็นการพยายามป้องกันการทุจริต ซึ่งทั้งหัวหน้าอุทยานฯ ก็ต้องคุมลูกน้องให้ได้ด้วย แต่พอเจอปัญหาต้องรีบแก้ไข

ส่วนการจัดเก็บเงินรายได้อุทยานฯ ในปี 2567 มีการเก็บเงินได้เพิ่มขึ้น 10% แต่ตอนนี้ผ่านมา 4-5 เดือนพบว่ารายได้ลดลง 4-5% บางพื้นที่ จัดเก็บเงินรายได้ 1,362 ล้านบาท จำนวนนักท่องเที่ยว 10,110,608 คน ส่วนปี 2567 รายได้ 1,306 ล้านบาท

ข้อมูลจากสำนักอุทยานแห่งชาติ พบว่ารายได้ 1-23 มี.ค.2568 จำนวน 157 ล้านบาท ลดลง 25 ล้านบาท คิดเป็น 13.93 %  นักท่องเที่ยว 1,171,082 คน ลดลง 58,906 คน คิดเป็น 4.79 % ขณะที่ 5 อันดับที่เงิยรายได้สูงสุด ดังนี้

ก่อนหน้านี้ ป.ป.ช.ตรัง สุ่มตรวจบริเวณเกาะสี่ และเกาะแปด ซึ่งเป็นจุดเช็กอินนักท่องเที่ยวในระบบจำหน่ายบัตรค่าบริการอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-Ticket ผลการตรวจสอบพบการจองตั๋วคนไทยในระบบ E-Ticket ไม่เกิน 10 คน ราคาคนไทย ผู้ใหญ่คนละ 100 บาท เด็กคนละ 50 บาท ต่อเรือ 1 ลำ เมื่อตรวจนับหน้าหาดกลับไม่มีคนไทยมาท่องเที่ยว แต่เป็นชาวต่างชาติ 50 คน

ซึ่งตามราคาชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่คนละ 500 บาท เด็กคนละ 250 บาท และพบเรือสปีดโบ๊ตอีก 10 ลำ ทำให้เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ตั้งข้อสังเกตอาจเข้าข่ายการฉีกตั๋วผี มีค่าส่วนต่าง ผู้ใหญ่ 400 บาท เด็ก 200 บาท

อ่านข่าว : เปิดเบื้องหลัง-สั่งย้าย! หน.อุทยานฯ หมู่เกาะสิมิลัน หลังพบตั๋วไม่ตรงจำนวนนักท่องเที่ยว

ย้ายด่วน! หัวหน้า​ อช.หมู่เกาะสิมิลัน สอบปมขายตั๋วส่อไม่โปร่งใส


ย้ายด่วน! หัวหน้า​ อช.หมู่เกาะสิมิลัน สอบปมขายตั๋วส่อไม่โปร่งใส

Wed, 26 Mar 2025 20:26:00

เมื่อวันที่ 25 มี.ค.2568 นายยุทธนา วิมลเมือง หัวหน้ากลุ่มงานป้องกันการทุจริต สำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดตรัง ในฐานะชุดตรวจสอบมาตรการป้องกันการทุจริตเกี่ยวกับการบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติ นำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบการจำหน่ายบัตรค่าบริการผ่านเข้าไปในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จ.พังงา โดยไม่แจ้งให้เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ทราบล่วงหน้า พร้อมเข้าตรวจสอบเกาะสี่และเกาะแปด ซึ่งเป็นจุดเช็กอินนักท่องเที่ยวในระบบจำหน่ายบัตรค่าบริการอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-Ticket

ก่อนลงพื้นที่ตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ได้แจ้งกำหนดการว่าจะเข้าตรวจสอบเฉพาะบนฝั่งคือ ที่ทำการอุทยานฯ หมู่เกาะสิมิลัน ในช่วงเช้า แต่เวลาเดียวกันได้ส่งทีมงานประมาณ 20 คนสุ่มลงตรวจสอบที่เกาะสี่และเกาะแปด

ผลการตรวจสอบพบการจองตั๋วคนไทยในระบบ E-Ticket ไม่เกิน 10 คน ราคาคนไทย ผู้ใหญ่คนละ 100 บาท เด็กคนละ 50 บาท ต่อเรือ 1 ลำ เมื่อตรวจนับหน้าหาดกลับไม่มีคนไทยมาท่องเที่ยว แต่เป็นชาวต่างชาติ 50 คน ซึ่งตามเรตราคาชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่คนละ 500 บาท เด็กคนละ 250 บาท และพบเรือสปีดโบ๊ตอีก 10 ลำ ทำให้เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ตั้งข้อสังเกตอาจเข้าข่ายการฉีกตั๋วผี มีค่าส่วนต่าง ผู้ใหญ่ 400 บาท เด็ก 200 บาท

ล่าสุด นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช มีคำสั่งย้ายว่าที่ ร.อ.ฤทธิกรณ์ นุ่นลอย หัวหน้าอุทยานฯ หมู่เกาะสิมิลัน ออกจากพื้นที่ โดยให้ไปประจำที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 นครศรีธรรมราช พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงทันที

อธิบดีกรมอุทยานฯ ระบุว่า ตามกระบวนการ หัวหน้าอุทยานฯ หมู่เกาะสิมิลัน ต้องชี้แจงกรณีที่เกิดขึ้นก่อนเพื่อความเป็นธรรม ก่อนนำมาประกอบข้อมูลกับ ป.ป.ช.จังหวัดตรังที่พบ หากพบว่าผิดจริงจะดำเนินการตามขั้นตอนทางวินัย ที่เน้นย้ำเป็นนโยบายหลักของกรมุทยานฯ ในเรื่องความโปร่งใส และขณะนี้ให้ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานฯ หมู่เกาะสิมิลัน รักษาการแทน

อ่านข่าว

ศาล รธน.รับคำร้อง สว.ยื่นถอด “ภูมิธรรม-ทวี” ปมรับฮั้ว สว.เป็นคดีพิเศษ

"ชยพล" เปิดเอกสารลับ อ้าง IO โจมตีไม่เว้นขั้วรัฐบาล

เปลี่ยนโรงพยาบาลง่าย! ประกันสังคมแนะทำออนไลน์ก่อน 31 มี.ค.


“เครือข่ายฯ พะโต๊ะ-รักษ์ระนอง” จี้ถอนหมุดแนวถนนออกจากพื้นที่ ก่อนเปิดเวทีกำหนดรูปแบบ

Wed, 26 Mar 2025 20:22:00

วันนี้ (26 มี.ค.2568) เครือข่ายรักษ์พะโต๊ะ จ.ชุมพร ยื่นหนังสือที่ อบต.พระรักษ์ อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร ส่วนเครือข่ายรักษ์ระนอง ยื่นหนังสือที่สำนักงานเทศบาลตำบลราชกรูด อ.เมือง จ.ระนอง

การยื่นหนังสือทั้ง 2 แห่งนี้ เนื่องจากกรมทางหลวง ได้กำหนดการในการจัดเวทีการประชุมเสนอแนวคิด ในการกำหนดรูปแบบทางเลือกการพัฒนาโครงการเบื้องต้น (กลุ่มย่อย ครั้งที่ 1) ของโครงการสำรวจและออกแบบทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายชุมพร-ระนอง ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการย่อยภายใต้โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่ง

เพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ เชื่อมโยงการขนส่งสินค้าระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน หรือโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 26 มี.ค. ใน 5 พื้นที่ ซึ่งประกอบด้วย เทศบาลตำบลราชกรูด จ.ระนอง อบต.พระรักษ์ อบต.ปังหวาน เทศบาลตำบลวังตะกอ และอบต.นาขา จ.ชุมพร

เครือข่ายรักษ์พะโต๊ะและประชาชนในพื้นที่ ต.พะโต๊ะ ต.พระรักษ์ และบางส่วนจาก ต.ปังหวาน เดินทางมายังห้องประชุม อบต.พระรักษ์ เพื่อคัดค้านโครงการดังกล่าว เนื่องจากผู้พัฒนาโครงการ ไม่ได้ปฏิบัติตามข้อตกลงที่ให้ไว้แก่ประชาชน ที่ได้ไปคัดค้านเวทีประชุมปฐมนิเทศโครงการที่จัดขึ้นที่ หอประชุมศูนย์ราชการจังหวัดชุมพร เมื่อวันที่ 22 ต.ค.2567 ที่ผ่านมา

ชาวบ้านที่มาร่วมคัดค้านระบุว่า ผู้พัฒนาโครงการได้ทำการผิดขั้นตอน ที่ควรจะต้องจัดการประชุมปฐมนิเทศโครงการ ก่อนจะมีการดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับโครงการ แต่กลับเข้าพื้นที่โดยไม่แจ้งให้ชาวบ้านในพื้นที่ทราบ และได้ปักหมุดคอนกรีตในพื้นที่โครงการ

จึงได้มีการเจรจาตกลงกัน ที่จะถอนหมุดคอนกรีตของโครงการออก โดยต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือน พ.ย.2567 ก่อนจะมีการจัดกิจกรรมใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการ โดยมีการลงนามไว้เป็นลายลักษณ์อักษรทั้ง 3 ฝ่าย

ประกอบด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ผู้แทนกรมทางหลวง และตัวแทนเครือข่ายรักษ์พะโต๊ะ กระทั่งเวลาล่วงเลยถึงเดือนมี.ค.2568 แล้ว ผู้พัฒนาโครงการกลับไม่ได้ปฏิบัติตามที่ได้ตกลงกันไว้ แต่กลับดำเนินการจัดเวทีประชุม และศึกษาโครงการต่อ โดยไม่สนใจข้อตกลงที่ได้ให้ไว้กับประชาชน จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ไม่อาจยอมรับได้ และเวทีการประชุมในวันนี้ก็ไม่ควรเกิดขึ้นด้วย

ชาวบ้านเครือข่ายรักษ์พะโต๊ะ ที่ได้มารวมตัวกันหน้าห้องประชุม อบต.พระรักษ์ ซึ่งไม่ยอมรับให้ผู้พัฒนาโครงการจัดประชุมขึ้น จึงมีความพยายามเจรจากับทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งฝ่ายผู้พัฒนาโครงการยื่นข้อเสนอ เพื่อเข้าให้ข้อมูลโดยการจัดประชุมภายในสถานที่ประชุมที่กำหนดไว้ ณ อบต.พระรักษ์ แต่เครือข่ายรักษ์พะโต๊ะ ยังคงยืนยันในหลักการเดิม ที่ผู้พัฒนาโครงการจะต้องดำเนินการถอนหมุดคอนกรีตออกก่อน ตามที่ได้ตกลงวันที่ 23 พ.ย.2567

เมื่อการเจรจาไม่อาจหาข้อยุติได้ การประชุมที่ อบต.พระรักษ์ ในวันนี้จึงไม่ควรเกิดขึ้นได้ นอกจากนี้ เครือข่ายรักษ์พะโต๊ะจึงได้มีข้อเรียกร้อง เพื่อให้ผู้มีอำนาจระดับกรรมการกำหนดนโยบาย หรือ รมว.คมนาคม ลงมาภายในพื้นที่เพื่อหาข้อยุติ และข้อตกลงร่วมกันต่อโครงการแลนด์บริดจ์ต่อไป

อ่านข่าว : เปลี่ยนโรงพยาบาลง่าย! ประกันสังคมแนะทำออนไลน์ก่อน 31 มี.ค.

คนไทยรู้หนังสือเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 98.83% ขยับขึ้นอันดับ 1 อาเซียน

กกพ.ประกาศตรึงค่าไฟฟ้า 4.15 บาท/หน่วย งวด พ.ค. - ส.ค.2568


ไทยลุ้นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 6-7 ปี หวังลดคาร์บอน เล็งต้นแบบเดนมาร์ก-ฝรั่งเศส

Mon, 24 Mar 2025 18:42:00

วันนี้ (24 มี.ค.2568) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ร่วมบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (GPSC) จัดกิจกรรมศึกษาดูงานการผลิตไฟฟ้าเพื่อสังคมคาร์บอนต่ำในประเทศฝรั่งเศส

นายสิทธิชัย เสรีส่งแสง รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า ทส.มาศึกษาดูงานเกี่ยวกับการผลิตไฟฟ้าเพื่อสังคมคาร์บอนต่ำ โดยเฉพาะพลังงานไฟฟ้านิวเคลียร์ ที่เป็นแหล่งพลังงานหลักของฝรั่งเศส เนื่องจากภาวะโลกร้อนที่ส่งผลกระทบทั่วโลก ดังนั้นการใช้พลังงานสะอาดอย่างพลังงานนิวเคลียร์จึงเป็นตัวเลือกที่หลายประเทศนำมาใช้เป็นพลังงานหลัก

นายสิทธิชัย เสรีส่งแสง รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ร่วมศึกษาดูงานการผลิตไฟฟ้าเพื่อสังคมคาร์บอนต่ำในประเทศฝรั่งเศส

นายสิทธิชัย เสรีส่งแสง รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ร่วมศึกษาดูงานการผลิตไฟฟ้าเพื่อสังคมคาร์บอนต่ำในประเทศฝรั่งเศส

ขณะที่ประเทศไทยยังใช้พลังงานจากฟอสซิลและพลังงานถ่านหินอยู่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ก่อให้เกิดโลกร้อน ทำให้อุณหภูมิของโลกสูงขึ้น ดังนั้นการเลือกใช้พลังงานสะอาดในอนาคต จึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ไทยจะนำมาเป็นมาตรการแก้ปัญหาสภาพภูมิอากาศ

การนำพลังงานนิวเคลียร์มาใช้ในไทย ยังต้องมีมาตรฐานความปลอดภัยด้านสิ่งแวดล้อม และศึกษาด้านอื่นๆ ให้ครอบคลุมทุกมิติ เพื่อให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นและเป็นทางเลือกในการใช้พลังงานของไทย

หนีไม่พ้นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์

นายพัฑฒิ บุณยสุขานนท์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร และกิจการสาธารณะ (GPSC) เผยถึงความเป็นไปได้ของโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในไทย ว่า จากสถานการณ์ภาวะโลกร้อนที่เกิดผลกระทบชัดเจน มีความจำเป็นเร่งด่วนในการบังคับให้ทั่วโลกต้องลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซต์ (co2) ตามข้อตกลงปารีสในปี 2025 ที่อุณหภูมิต้องไม่สูงเกิน 1.5 องศาเซลเซียส ในหลายประเทศทั่วโลก รวมทั้งไทย มองหาความเป็นไปได้ที่จะเลือกหาการลดคาร์บอนจากภาคส่วน โดยเฉพาะด้านพลังงาน และการขนส่งที่ไทยได้ลงนามลดคาร์บอนให้ได้ภายในปี 2050

นายพัฑฒิ บุณยสุขานนท์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร และกิจการสาธารณะ (GPSC)

นายพัฑฒิ บุณยสุขานนท์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร และกิจการสาธารณะ (GPSC)

นายพัฑฒิ ระบุว่า ในมุมวิชาการ มองว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) เป็นหนึ่งในทางเลือกที่จะทำให้ไทยเดินไปสู่การลดคาร์บอนต่ำได้ตามข้อตกลงปารีส ทั้งนี้โรงไฟฟ้าขนาดเล็กจะมีขนาดไม่เกิน 300 เมกกะวัตต์ต่อยูนิต ซึ่งปกติจะมีขนาด 1,000 เมกกะวัตต์ต่อยูนิต และทำให้มีการออกแบบด้านความปลอดภัยและเลือกเทคโนโลยีที่มีมาตรฐานได้ รวมทั้งการหาสถานที่ตั้งโครงการที่เหมาะสม จะมีการตรวจสอบโดยทบวงพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ (IAEA)

คาด 6-7 ปีปักหมุดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์

        "ในส่วนของ ปตท. ยังอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้และเกณฑ์ความปลอดภัย ก่อนหน้านี้เคยลงนามข้อตกลงกับบริษัท Seaborg ประเทศเดนมาร์ก เพื่อศึกษาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ SMR แต่ยังต้องพูดคุยในเรื่องเทคโนโลยีและร่วมกับกระทรวงพลังงาน คาดว่าต้องใช้เวลาอีก 6-7 ปีข้างหน้า"

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะปรับการใช้ในฝรั่งเศสมาใช้กับโครงการในไทยอย่างไร นายพัฑฒิ มองว่า ฝรั่งเศสประสบความสำเร็จในการปล่อยคาร์บอนน้อยใน 60-70% และใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งฝรั่งเศสมีมาตรฐานในการใช้เทคโนโลยีนิวเคลียร์และการจัดของเสียที่ดี ไม่เกิดผลกระทบต่อชุมชน

หอไอเฟล แลนด์มาร์กการท่องเที่ยวของฝรั่งเศส ซึ่งใช้ไฟฟ้าจากนิวเคลียร์

หอไอเฟล แลนด์มาร์กการท่องเที่ยวของฝรั่งเศส ซึ่งใช้ไฟฟ้าจากนิวเคลียร์

ส่วนของไทย จุดเริ่มต้นไม่ได้อยากให้ผลักดันโรงไฟฟ้านิวเคลียร์จากเทคโนโลยี แต่อยากให้มองเป็นทางเลือกลดคาร์บอน และต้องมีความพร้อมระเบียบการใช้ในไทย ตามแผนที่จะนำมาใช้ได้ไม่เร็ว 6-7 ปีข้างหน้า

สำหรับในประเทศฝรั่งเศส มีการใช้ไฟฟ้าจากนิวเคลียร์ 60-70% โดยคิดราคาต่อผู้ใช้ไฟฟ้ารายคนต่อเดือน เช่น มีห้องนอน ห้องน้ำ 25 ตร.ม. ค่าไฟประมาณ 20-60 ยูโรต่อเดือน ส่วนขนาด 50 ตร.ม. ค่าไฟประมาณ 100-150 ยูโร ขณะที่บ้านใหญ่ 4 คน 100 ตร.ม. ค่าไฟประมาณ 250-300 ยูโร

ไทม์ไลน์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 14 ก.พ.2567 นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ระบุว่า แม้ตอนนี้ไทยจะไม่มีแผนการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ แต่หลายประเทศมีเทคโนโลยี ทั้งสหภาพยุโรป (EU) ฝรั่งเศสและจีน ซึ่งไทยสามารถเรียนรู้และเก็บข้อมูลเพื่อที่ในอนาคตหากต้องตัดสินใจจะตัดสินใจได้ถูกต้อง 

ลูกโลก สะท้อนภาวะโลกร้อนที่ทำให้เกิดผลกระทบทั่วโลก รวมถึงอุณหภูมิที่สูงขึ้น 1.5 องศาเซลเซียส

ลูกโลก สะท้อนภาวะโลกร้อนที่ทำให้เกิดผลกระทบทั่วโลก รวมถึงอุณหภูมิที่สูงขึ้น 1.5 องศาเซลเซียส

ต่อมาในช่วงเดือน มี.ค.2567 นายเศรษฐา เยือนประเทศฝรั่งเศสและได้เข้าหารือกับนายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ในประเด็นความร่วมมือด้านต่างๆ และได้พบผู้บริหารการไฟฟ้าฝรั่งเศส (EDF) ซึ่งเปรียบเสมือนการไฟฟ้าฝ่ายผลิตในยุโรป เป็นผู้ส่งพลังงานให้หลายประเทศในยุโรป รวมทั้งอังกฤษ โดยได้รับฟังในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับพลังงานไฟฟ้านิวเคลียร์

จากนั้นวันที่ 22 มิ.ย.2567 นายเศรษฐา ให้สัมภาษณ์รายการ “คุยกับเศรษฐา” เป็นเทปแรก ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) ถึงการผลักดันโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ โดยมองว่าเพื่อแก้ปัญหาค่าไฟแพง และได้มอบหมายให้กระทรวงพลังงานศึกษาความเป็นไปได้ รวมทั้งให้รับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องและเอ็นจีโอ

ข้อมูลจากกระทรวงพลังงาน ระบุว่า ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ.2567-2580 (PDP 2024) รักษาระดับราคาค่าไฟฟ้าไม่ให้เกิน 4 บาทต่อหน่วย จากแผนเดิม (PDP 2018) โดยค่าไฟฟ้าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.66 บาทต่อหน่วย

อ่านข่าว

ชมสด! ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกฯ “แพทองธาร”

ลดราคาน้ำมันเบนซิน-ดีเซล 1 บาท/ลิตร ของขวัญสงกรานต์ 2568

ปกาเกอะญอ "ทำลายป่า" วาทกรรมอคติที่ "ชาติพันธุ์" ต้องแบกรับ


ค่าฝุ่น PM2.5 ภาคเหนือ 17 จังหวัด แตะ "ระดับสีแดง" สั่งเฝ้าระวังใกล้ชิด

Mon, 24 Mar 2025 18:06:38

วันนี้ (24 มี.ค.2568) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จัดประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เพื่อติดตามสถานการณ์และการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) 

นายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะผู้อำนวยการกลาง/เลขานุการ กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เปิดเผยว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (17 -23 มี.ค.2568) ประเทศไทยมีจุดความร้อนสะสมรวม 7,278 จุด โดยพื้นที่ที่พบจำนวนจุดความร้อนสูงเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ จำนวน 2,387 จุด และป่าสงวนแห่งชาติ จำนวน 2,369 จุด เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาพบว่าจุดความร้อนสะสมในช่วงเวลาเดียวกันมีจำนวนมากขึ้นและจุดความร้อนส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ป่า โดย 5 จังหวัดที่มีจุดความร้อนสะสมสูงสุด ได้แก่ จ.แม่ฮ่องสอน ตาก อุตรดิตถ์ เชียงใหม่ และน่าน ด้านจุดความร้อนในประเทศเพื่อนบ้าน พบว่า ประเทศเมียนมามีจุดความร้อนสะสม 34,772 จุด ประเทศลาว จำนวน 7,779 จุด ประเทศกัมพูชา จำนวน 3,945 จุด ประเทศเวียดนาม 3,141

เหนือ 17 จังหวัดมีค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน "ระดับสีแดง"

นอกจากนี้ พื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน ที่เป็นเขตรอยต่อกับประเทศเมียนมา มีจุดความร้อนเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากสภาพอากาศที่แห้งและมีเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ต้องเฝ้าระวังในพื้นที่ดังกล่าว ส่วนส่วนค่าฝุ่นละอองในวันนี้อยู่ในระดับน่าเป็นห่วง โดยภาคเหนือทั้งหมด 17 จังหวัดมีค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน "ระดับสีแดง" ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะทางตอนบนที่เป็นพื้นที่รอยต่อชายแดนกับประเทศลาว มีค่าฝุ่นเกินเกณฑ์มาตรฐานในระดับสีแดง และภาคกลาง ส่วนใหญ่มีค่าฝุ่นเกินเกณฑ์มาตรฐานในระดับสีส้ม

พื้นที่ 5 อันดับแรกที่มีปริมาณฝุ่นละอองสูงสุดระดับสีแดง ได้แก่ ต.ในเวียง อ.เมือง จ.น่าน, ต.บึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ, ต.จอมคำ อ.เมืองแม่ฮ่องสอน จ.แม่ฮ่องสอน, ต.นาจักร อ.เมืองแพร่ จ.แพร่, และ ต.ห้วยโป่ง อ.เมืองระยอง จ.ระยอง

ทั้งนี้ แนวโน้มสภาพอากาศในช่วง 3-4 วันข้างหน้า สภาพอากาศจะเปิดทำให้สามารถบรรเทาฝุ่นละอองออกจากพื้นที่ออกไปได้บ้างอย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังต้องเฝ้าระวังและบังคับใช้มาตรการของรัฐบาลและกองบัญชาการฯ อย่างเข้มงวด โดยเน้นลดจำนวนจุดความร้อนและควบคุมแหล่งกำเนิดฝุ่นเพื่อลดปริมาณฝุ่นให้กลับมาอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เพื่อทำให้คุณภาพอากาศกลับมาดีในทุกพื้นที่

มาตรการที่ดำเนินการอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะมาตรการป้องกันปราบปรามและบังคับใช้กฎหมายเพื่อควบคุมการเผาอย่างเด็ดขาดซึ่งกรมป่าไม้ได้ติดตามสถานการณ์จุดความร้อนในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ พบว่า วันนี้มีจุดความร้อนในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ รวม 168 จุด แยกเป็น พื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ จำนวน 143 จุด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 19 จุด และภาคกลาง จำนวน 6 จุด ดำเนินคดีกับผู้ที่เผาป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติแล้ว 94 คดี พื้นที่เสียหาย รวม 6,044 ไร่ 1 งาน 67 ตารางวา

ด้านกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช รายงานจุดความร้อนในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ รวม 190 จุด โดยจุดความร้อนส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ภาคเหนือ 154 จุด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 35 จุด ภาคกลางและภาคตะวันออก 1 จุด ดำเนินคดีกับผู้ที่เผาป่าในเขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์แล้ว 63 คดี พื้นที่เสียหาย 2,772 ไร่

ขณะที่ การบินดัดแปรสภาพอากาศในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง กรุงเทพฯ และปริมณฑล นอกจากนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมได้รายงานสถานการณ์การหีบอ้อยเพื่อผลิตน้ำตาลทรายในฤดูการผลิตปีนี้ ลดลงเมื่อเทียบกับฤดูการผลิตในปี 2561/2562 โดยมีการรับอ้อยเผาเข้าหีบสะสม ร้อยละ 14.41 ส่งผลให้ลดพื้นที่เผาป่าลงได้กว่า 5.71 ล้านไร่

"เชียงใหม่" ห้ามเผาในที่โล่งทุกชนิด ถึง 15 พ.ค.68

ด้านการดำเนินงานในระดับพื้นที่ ที่ จ.เชียงใหม่ ได้มีการประกาศห้ามเผาในที่โล่งทุกชนิด ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.– 15 พ.ค.2568 รวมถึงประกาศปิดป่าอุทยานแห่งชาติ และป่าอนุรักษ์ทุกแห่ง จัดตั้งจุดตรวจ จุดสกัด จุดเฝ้าระวัง กว่า 800 จุด โดยมีเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครกว่า 16,000 นาย บูรณาการร่วมกับกองทัพภาค 3 ส่วนหน้า สนับสนุนปฏิบัติการส่งอากาศยาน 3 ลำ ออกปฏิบัติการดับไฟป่าในพื้นที่เขาสูงที่เข้าถึงยาก ปฏิบัติการดับไฟป่า "ดับให้ไว ไม่ปล่อยไหม้ข้ามคืน" เพื่อเร่งควบคุมไฟป่าไม่ให้ลุกลามและขยายวงกว้าง เพื่อลดการสูดดมฝุ่นควันพิษให้กับประชาชน

นอกจากนี้ ยังใช้กลวิธีในการจ้างคนหาของป่า ทำหน้าที่ในการลาดตระเวน เฝ้าป่า ทำแนวกันไฟ และเปลี่ยนอาชีพมาเป็นไกด์นำเที่ยว สำหรับการจัดการไฟในพื้นที่เกษตร ได้ให้เกษตรกรไถกลบลดการเผาในพื้นที่เกษตร จำนวน 250,000 ไร่ กิจกรรมรับซื้อใบไม้/นำใบไม้มาแลกไข่ เพื่อลดเชื้อเพลิงในชุมชน และจัดทำประกันภัยอุบัติเหตุและตรวจสุขภาพก่อนดับไฟให้กับเจ้าหน้าที่และอาสาสมัคร จำนวน 16,000 คน

ด้านนายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ กล่าวว่า เนื่องจากค่าจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะบริเวณประเทศเมียนมาและประเทศลาว จึงขอจังหวัดภาคเหนือ โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบน เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบถึงสถานการณ์ฝุ่นและหมอกควันข้ามแดน รวมถึงการเตรียมการป้องกันและวิธีการดูแลผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น อีกทั้งขอให้ 17 จังหวัดภาคเหนือ ยังคงดำเนินมาตรการเพื่อควบคุมจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในพื้นที่อย่างเข้มข้น

พร้อมกันนี้ ขอฝากให้ทุกจังหวัดดำเนินการตามมาตรการอย่างเข้มข้น ทั้งเรื่องของการเคาะประตูบ้านพี่น้องเกษตรกรเพื่อห้ามเผา การรณรงค์ประชาสัมพันธ์ทุกรูปแบบ การบังคับใช้กฎหมาย เพื่อให้ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 และค่าจุดความร้อน ไม่เกินเกณฑ์เป้าหมายที่กำหนดไว้ เพื่อให้สถานการณ์ฝุ่นคลี่คลายและกลับสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด

ตัวเมืองเชียงใหม่ถูกปกคลุมด้วยฝุ่น ส่งผลให้ทัศนวิสัยลดลง โดยวันนี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ในเขตเมืองเชียงใหม่วันนี้วัดได้ 86.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งอยู่ในระดับสีแดงและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ นอกจากนี้ เว็บไซต์ IQAir รายงานว่า เชียงใหม่ติดอันดับ 3 ของเมืองที่มีมลพิษทางอากาศสูงที่สุดในโลกด้วย

อ่านข่าว : ลดราคาน้ำมันเบนซิน-ดีเซล 1 บาท/ลิตร ของขวัญสงกรานต์ 2568

ไซเบอร์รับคดี ภรรยาเอาผิดกลุ่มไลฟ์สดทำ "ด.ต." สามีป่วยพูดไม่ได้

"ภูมิสารสนเทศ" ไขปริศนา "จับคนร้าย-สืบคดี-ตามเส้นทางหลบหนี"


ค่าฝุ่น PM 2.5 วันนี้ 24 มี.ค. เกินมาตรฐานระดับ "สีแดง" หลายจุด

Mon, 24 Mar 2025 12:22:00

วันนี้ (24 มี.ค.2568) เวลา 07.00 น. ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร รายงานสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ใน กรุงเทพมหานคร ค่าเฉลี่ย 66.3 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) พบว่าเกินมาตรฐานอยู่ในระดับสีแดง คุณภาพอากาศ มีผลกระทบต่อสุขภาพ (มาตรฐาน 75.1 มคก./ลบ.ม.ขึ้นไป) หลายพื้นที่  

12 อันดับ ของค่าฝุ่น PM 2.5 เขตสูงสุดใน กทม.

1. เขตหนองแขม 80.5 มคก./ลบ.ม.

2. เขตทวีวัฒนา 79.9 มคก./ลบ.ม.

3. เขตบึงกุ่ม 76.9 มคก./ลบ.ม.

4. เขตสาทร 76.2 มคก./ลบ.ม.

5. เขตบางนา 75.8 มคก./ลบ.ม.

6. เขตตลิ่งชัน 75.3 มคก./ลบ.ม.

7. เขตบางขุนเทียน 74.6 มคก./ลบ.ม.

8. เขตคลองสามวา 73.5 มคก./ลบ.ม.

9. เขตภาษีเจริญ 73.4 มคก./ลบ.ม.

10. เขตบางเขน 73.4 มคก./ลบ.ม.

11. เขตจอมทอง 73 มคก./ลบ.ม.

12. เขตบางกอกใหญ่ 72.8 มคก./ลบ.ม.

ผู้ว่าฯ กทม.ติดตาม ค่าฝุ่น PM2.5 ระดับสีส้ม 44 เขต สีแดง 6 เขต

วันเดียวกัน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ติดตามสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯ ณ ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร สำนักสิ่งแวดล้อม เขตดินแดง

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวว่า วันนี้สถานการณ์ค่าฝุ่น PM2.5 ในกรุงเทพฯ เพิ่มสูงขึ้น ระดับสีส้ม 44 เขต สีแดง 6 เขต ซึ่งไม่ใช่เฉพาะกรุงเทพฯ แต่เป็นโดยรวมทั้งประเทศ สำหรับภาคกลาง ภาคอีสาน โดยเฉพาะภาคเหนือที่ค่าฝุ่นค่อนข้างรุนแรง สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากสภาพอากาศที่กด ซึ่งในช่วงวันที่ 21-23 มี.ค. มีความกดอากาศสูงจากประเทศจีนลงมา และลมตะวันออกเปลี่ยนทิศเป็นทำให้ฝุ่นที่เกิดจากการเผาพัดเข้ามาในเขตกรุงเทพฯ

สำหรับจุดความร้อนยังสูงอยู่โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านที่เพิ่มขึ้นกว่า 1,000 จุด ในช่วงที่ผ่านมา อีกทั้งวานนี้ (23 มี.ค.) มีการระบายอากาศที่ต่ำมาก 2,000 ตารางเมตร/วินาที จึงทำให้ฝุ่นสะสมมาถึงเช้าวันนี้ แต่คาดการณ์วันนี้และตลอดสัปดาห์นี้การระบายอากาศจะดีขึ้น

วันนี้ขอให้สวมหน้ากากอนามัยและระวังการทำกิจกรรมกลางแจ้งโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง แต่ตอนนี้ยังไมถึงขั้นประกาศ Work From Home เพราะคาดการณ์ล่วงหน้าค่าฝุ่นไม่ได้แย่ลง 

ภาพรวมคุณภาพอากาศ กทม. คำเตือนสุขภาพ 

ขณะเดียวกัน ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร รายงานอีกว่าเช้าวันนี้  

กรุงเทพเหนือ 64.1 - 73.4 มคก./ลบ.ม. ภาพรวม อยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ

กรุงเทพตะวันออก 56.6 - 76.9 มคก./ลบ.ม. ภาพรวม อยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ

กรุงเทพกลาง 62.3 - 72 มคก./ลบ.ม. ภาพรวม อยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ

กรุงเทพใต้ 61.1 - 76.2 มคก./ลบ.ม. ภาพรวม อยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ

กรุงธนเหนือ 39 - 79.9 มคก./ลบ.ม. ภาพรวม อยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ

กรุงธนใต้ 59 - 80.5 มคก./ลบ.ม. ภาพรวม อยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ

ฝุ่นละอองมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ภาพรวม คุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ

ข้อแนะนำสุขภาพ คุณภาพอากาศระดับสีแดง มีผลกระทบต่อสุขภาพ

ประชาชนทุกคน - งดกิจกรรมกลางแจ้ง, หากมีความจำเป็นต้องทำกิจกรรมกลางแจ้งให้ใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองทุกครั้ง เช่น หน้ากากป้องกัน PM2.5, หากมีอาการผิดปกติให้รีบไปพบแพทย์, ผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยจากมลพิษทางอากาศ ให้เตรียมยาและอุปกรณ์ที่จำเป็นให้พร้อมและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

ข้อแนะนำสุขภาพ  คุณภาพอากาศระดับสีส้ม เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ

"จิสด้า" เปิดข้อมูลดาวเทียม ค่าฝุ่น PM 2.5 แบบรายชั่วโมง

กระทรวง อว. โดย GISTDA เกาะติดสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ด้วยข้อมูลจากดาวเทียมแบบรายชั่วโมงผ่านแอปพลิเคชัน "เช็คฝุ่น" รอบเวลา 08.00 น. ของวันที่ 24 มี.ค.2568 พบว่าทุกเขตของกรุงเทพฯ มีค่าฝุ่นในระดับสีแดงส่งผลต่อสุขภาพและระบบทางเดินหายใจ ด้านของภาพรวมประเทศไทยในรอบเวลาเดียวกัน พบ 58 จังหวัด ที่มีค่าฝุ่น PM 2.5 ในระดับสีแดง ส่วนใหญ่อยู่พื้นที่ของภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ภาพจาก GISTDA

ภาพจาก GISTDA

แอปพลิเคชัน "เช็คฝุ่น" ยังคาดการณ์ปริมาณฝุ่น PM 2.5 ในอีก 3 ชั่วโมงข้างหน้า พื้นที่ในกรุงเทพฯ และหลายพื้นที่ของประเทศไทยโดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางรวมถึงภาคตะวันออก มีค่าฝุ่น PM 2.5 ระดับสีแดงและสีส้ม

ภาพจาก GISTDA

ภาพจาก GISTDA

ข้อมูลบนแอปพลิเคชัน "เช็คฝุ่น" มีการใช้เทคโนโลยีดาวเทียมร่วมกับ AI (Artificial intelligence) ในการวิเคราะห์ค่าฝุ่น PM 2.5 แบบรายชั่วโมงในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ร่วมกับการใช้ข้อมูลการตรวจวัด PM 2.5 จากกรมควบคุมมลพิษ, ข้อมูลสภาพอากาศ จากกรมอุตุนิยมวิทยา รวมถึงข้อมูลของแหล่งกำเนิดฝุ่น เช่น จุดความร้อน และข้อมูลที่เกี่ยวข้องอีกจำนวนมาก มานำเสนอให้ในรูปแบบข้อมูลตัวเลขและค่าสีในระดับต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าใจสถานการณ์ได้ง่ายยิ่งขึ้น

 อ่านข่าว : “ทองคำ” แนวโน้มขึ้นต่อ ปัจจัยหนุนสงครามตะวันออกกลาง- Trade war

ศึกซักฟอกเดือด "ประวิตร" จวกนายกฯ ไม่อาจไว้วางใจ - อิ๊งค์ ตอบ ไม่เป็นความจริง

"วิโรจน์" ตั้งคำถามนายกฯ หนีภาษี เอาเปรียบประชาชน


จับลิงลพบุรีชุดสุดท้าย เหลือไว้เฉพาะพื้นที่ "ศาลพระกาฬ-พระปรางค์สามยอด

Sun, 23 Mar 2025 09:22:00

เจ้าหน้าที่ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และเทศบาลเมืองลพบุรี เริ่มปฏิบัติการจับลิงชุดสุดท้าย ตามแผนควบคุมประชากรลิงในเขตเมืองลพบุรี ประจำปี 2568 โดยตั้งเป้า 3 จุด ในเขตเทศบาลเมืองลพบุรี

ประกอบด้วย จุดที่ 1 เป็นฝูงลิงจากบริเวณโรงภาพยนตร์เก่ามาลัยรามา และพระปรางค์สามยอด

จุดที่ 2 บริเวณหน้าอาคารตึกไชโยวณิช และจุดที่ 3 บริเวณชุมชนซอยโกษา ปฏิบัติการวันแรกสามารถจับลิงได้ 64 ตัวทุกตัวจะถูกส่งไป ตรวจสุขภาพ ทำหมัน และบันทึกประวัติ

นายจำเริญ สละชีพ นายกเทศมนตรีเมืองลพบุรี นายกเทศมนตรีเมืองลพบุรี ยอมรับว่า หลังการจับลิงยังมีประชาชนแจ้งเข้ามาว่าลิงบางส่วนที่ยังไม่ได้จับ เริ่มมีการขยายอาณาเขตไปตามตึกอาคาร บ้านเรือนประชาชน ทำลายความเสียหายสิ่งของ รวมทั้งกัดนักท่องเที่ยว จึงต้องรีบดำเนินการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน

แต่ปัญหาคือ งบประมาณ เนื่องจากปัจจุบันได้จับลิงไปแล้ว กว่า 2,500 ตัว ถ้าจับอีกในรอบนี้ก็จะเป็นประมาณ 3,000 ตัว ค่าใช้จ่ายก็ยิ่งเพิ่มขึ้น

อ่านข่าว : 5 วัน จับ "ลิงลพบุรี" เข้ากรงโพธิ์เก้าต้น 369 ตัว 

ป่วนทั้งเมือง "ลิงลพบุรี" หลุดศูนย์อนุบาลโพธิ์เก้าต้น 100 ตัว  

จับแล้ว 89 ตัว ลิงลพบุรีหลุดศูนย์อนุบาลโพธิ์เก้าต้น 

 

 

 


ปทส.จับชายครอบครอง "นกเค้า-ลิงลม-เต่าบึง" ส่งดำเนินคดี

Sat, 22 Mar 2025 12:19:21

วันนี้ (22 มี.ค.2568) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นำโดย พ.ต.ท.กษิดิ์เดช เจริญลาภ รอง ผกก.1 บก.ปทส. เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ศูนย์ข่าวกรองอาชญากรรมสัตว์ป่า และกองคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าตามอนุสัญญา ร่วมกันจับกุม นายบรรพจน์ โดยกล่าวหาว่า "มีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต" ภายในบริเวณบ้านพักย่านเขตหนองจอก กทม. พร้อมนำส่ง พงส.กก.1 บก.ปทส.ดำเนินคดี อีกทั้งยังได้ร่วมกันตรวจยึด

  1. นกเค้าจุด จำนวน 2 ตัว
  2. ลิงลมหรือนางอาย จำนวน 1 ตัว
  3. เต่าบึงหัวเหลือง จำนวน 1 ตัว
  4. เต่าหับ จำนวน 2 ตัว

สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปทส. ได้รับร้องเรียนว่ามีการโพสซื้อขายสัตว์ป่าคุ้มครองผ่านสื่อออนไลน์ จากการสืบสวนของชุดสืบสวน ได้รวบรวมหลักฐานขออนุมัติศาลขอหมายค้นบ้านพักย่านหนองจอก กทม.

เมื่อวันที่ 21 มี.ค.2568 เวลา 08.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปทส. นำหมายค้นของศาลอาญามีนบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ศูนย์ข่าวกรองอาชญากรรมสัตว์ป่า และกองคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าตามอนุสัญญา เข้าทำการตรวจสอบสถานที่ดังกล่าว

ผลการตรวจค้นภายในบ้านพักของ นายบรรพจน์ พบนกเค้าจุด จำนวน 2 ตัว, ลิงลมหรือนางอาย จำนวน 1 ตัว, เต่าบึงหัวเหลือง จำนวน 1 ตัว, เต่าหับ จำนวน 2 ตัว ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง จึงได้แจ้งข้อหา "มีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต" และจับกุม นายบรรพจน์ พร้อมของกลาง ส่ง พงส.กก.1 บก.ปทส. ดำเนินคดีต่อไป ส่วนของกลาง เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้นำ ส่งมอบให้กลุ่มงานจัดการสุขภาพสัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืชดูแลต่อ

จากสอบถาม นายบรรพจน์ ให้การว่าลิงลมได้ซื้อมาเลี้ยงนานแล้ว ส่วนสัตว์อื่น ๆ เก็บได้ แล้วนำมาเลี้ยง ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ขอประชาสัมพันธ์ ชี้แจงว่าลิงลม หรือ นางอาย เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองประเภท สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 และบัญชีอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) ในบัญชีหมายเลข 1 (App. I) และตาม IUCN Red Data List จัดให้อยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์ (EN) และเป็นสัตว์ป่าที่ไม่สามารถครอบครอง เลี้ยง และเพาะพันธุ์ได้หากพบเห็นสัตว์ป่าพลัดหลง สัตว์ป่าบาดเจ็บ แจ้งได้ที่สายด่วน 1362 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

อ่านข่าวอื่น :

บขส.จัดเต็ม! รถเสริม-ชัตเทิลบัส รับสงกรานต์ 9-17 เม.ย.

"ชายเยอรมัน" ทำร้ายหมอฟัน กลายเป็นศพในบ้านพักที่โคราช


ผ่อนปรนให้ "จนท.-องค์กรหมู่คณะ" ดื่มแอลกอฮอล์ในอุทยาน

Wed, 19 Mar 2025 18:05:00

วันนี้ (19 มี.ค.2568) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ว่าด้วยการเข้าไปในอุทยานแห่งชาติ (ฉบับที่..) พ.ศ…. โดยร่างนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับปรุงข้อกำหนดให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและเพิ่มความชัดเจนในการปฏิบัติ สาระสำคัญของการแก้ไข มีดังนี้

  1. แก้ไขข้อ 4 (4) การใช้สถานที่ในอุทยานฯ : ปรับถ้อยคำให้ชัดเจนและเหมาะสมยิ่งขึ้น โดยกำหนดว่า "การใช้สถานที่เพื่อการใด ๆ ต้องไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อย ศีลธรรม หรือวัฒนธรรมอันดีงาม รวมถึงห้ามส่งเสียงดังอื้ออึง หรือกระทำการใดที่รบกวนหรือสร้างความเดือดร้อนรำคาญแก่บุคคลหรือสัตว์ป่า"

  2. แก้ไขข้อ 5 (7) การใช้ยานไร้คนขับ : เดิมระบุเฉพาะการใช้อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) แต่ร่างใหม่ขยายครอบคลุมยานไร้คนขับทุกประเภท เช่น ยานภาคพื้นดิน อากาศยาน เรือผิวน้ำ และยานใต้น้ำ โดยกำหนดว่า "การใช้ยานไร้คนขับต้องได้รับอนุญาตจากหัวหน้าอุทยานแห่งชาติ ใช้ได้เฉพาะในพื้นที่ที่กำหนด เพื่อไม่ให้รบกวนนักท่องเที่ยวที่มาพักผ่อนหรือสัตว์ป่า และต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง"

  3. แก้ไขข้อ 6 (3) การจัดกิจกรรม : เพิ่มหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมอุทยานฯ กำหนด สำหรับการจัดกิจกรรม เช่น การแข่งรถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถจักรยาน วิ่งแข่งขัน วิ่งหรือเดินการกุศล และกิจกรรมอื่นในอุทยานฯ เพื่อประโยชน์ของทางราชการ

  4. แก้ไขข้อ 6 (7) การดื่มแอลกอฮอล์ : อนุญาตให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้เฉพาะในบริเวณที่จัดไว้เป็น "สโมสร" และต้องได้รับอนุญาตจากหัวหน้าอุทยานแห่งชาติ โดยเน้นว่าไม่ใช่การเปิดเสรีสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป

  5. แก้ไขข้อ 8/1 อำนาจหัวหน้าอุทยานฯ : ให้หัวหน้าอุทยานฯ มีอำนาจออกประกาศเปิด-ปิดการท่องเที่ยว พักค้างแรม หรือห้ามกิจกรรมใด ๆ ในอุทยานฯ เพื่อรักษาและฟื้นฟูธรรมชาติ ระบบนิเวศ หรือทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงเพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวและเจ้าหน้าที่ หรือป้องกันภัยพิบัติสาธารณะ โดยครอบคลุมกรณีฉุกเฉินที่ต้องดำเนินการทันที
ที่มา : กรมอุทยานฯ

ที่มา : กรมอุทยานฯ

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า ขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นได้เสร็จสิ้นแล้ว และร่างระเบียบนี้จะถูกส่งให้ตนลงนาม ก่อนส่งต่อไปยังสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ภายใน 2 เดือน เขากล่าวถึงจุดเด่นที่แตกต่างจากระเบียบเดิม โดยเฉพาะข้อ 6 (7) ที่อนุญาตให้ดื่มแอลกอฮอล์ได้ในบริเวณสโมสรที่หัวหน้าอุทยานฯ กำหนด โดยไม่ต้องสร้างสิ่งปลูกสร้างใหม่ อาจใช้ห้องประชุมหรืออาคารที่มีอยู่แล้ว เพื่อให้เป็นพื้นที่นันทนาการสำหรับเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ เป็นหลัก รวมถึงรองรับกลุ่มที่มาจัดกิจกรรม เช่น คณะทัศนศึกษา ไม่ใช่การอนุญาตให้นักท่องเที่ยวทั่วไปดื่มได้ตามใจชอบ

นายอรรถพล อธิบายเพิ่มเติมว่า เป้าหมายคืออำนวยความสะดวกให้เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ ได้ผ่อนคลายบ้าง เพราะที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ต้องออกไปสังสรรค์นอกพื้นที่ แล้วขับรถกลับมา ซึ่งเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ การกำหนดพื้นที่สโมสรต้องมิดชิด ไม่ส่งเสียงดังหรือรบกวนผู้อื่น และต้องขออนุญาตก่อนทุกครั้ง ข้อห้ามเดิมที่เข้มงวดมานานเริ่มไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะดื่มได้ตลอดเวลา ยังมีเงื่อนไขชัดเจน และหัวหน้าอุทยานฯ จะใช้ดุลพินิจพิจารณาคำขอ

ที่มา : กรมอุทยานฯ

ที่มา : กรมอุทยานฯ

การปรับปรุงระเบียบครั้งนี้จึงเน้นทั้งการควบคุมพฤติกรรมในอุทยานฯ ให้เหมาะสม และการผ่อนปรนบางส่วนเพื่อความสะดวกของเจ้าหน้าที่และกลุ่มที่ได้รับอนุญาต โดยยังคงรักษาความสงบเรียบร้อยและปกป้องทรัพยากรธรรมชาติเป็นหลัก

อ่านข่าวอื่น :

ชง “พระปรางค์ วัดอรุณฯ” สู่บัญชีชั่วคราว ดันขึ้นทะเบียนมรดกโลก

เปิดเส้นทางเลี่ยง! สะพานบ้านไอซอทรุดตัวปิดซ่อมไม่มีกำหนด


นายกรัฐมนตรี เกาะติดแก้ฝุ่น PM2.5 เตือนช่วงอันตราย 60 วัน

Wed, 19 Mar 2025 16:43:00

วันนี้ (19 มี.ค.2568) น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการติดตามการดำเนินงานรับมือและบริหารจัดการสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 มีนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)

ภายหลังการรับฟังผลบริหารจัดการสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 จาก น.ส.ปรีญาพร สุวรรณเกษ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) พบว่าปัญหาฝุ่นควัน PM2.5 ยังคงมีความหนาแน่นในโซนภาคเหนือ เนื่องจากฝุ่นควันที่พัดมาจากประเทศเพื่อนบ้านส่วนปัญหาฝุ่นควันในประเทศ ทุกหน่วยงานทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการ ไม่ว่าจะเป็น ทส. กระทรวงอุตสาหกรรม มหาดไทย กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ปีนี้ค่าฝุ่นควันลดลงเฉลี่ย 16% ทั่วประเทศ บางพื้นที่ลดลงมากกว่า 20% เป็นผลจากการใช้มาตรการเชิงรุกของหน่วยงานรัฐทุกภาคส่วน และการสร้างความเข้าใจการเผา และการบังคับใช้กฎหมาย 

อ่านข่าว แดงเถือก! 1,474 จุดความร้อนไทย เหนือฝุ่นเกิน 2 เท่า

นายกรัฐมนตรีเกาะติดปัญหาฝุ่นที่ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) ชั้น 7

นายกรัฐมนตรีเกาะติดปัญหาฝุ่นที่ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) ชั้น 7

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำหรับในช่วง 60 วันข้างหน้านี้จะเป็น “ช่วงอันตราย” เนื่องจากฝนจะลดลง ซึ่งอาจส่งผลให้ค่าฝุ่นเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง โดยรัฐบาลให้แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ พร้อมทั้งให้ความรู้และข้อระมัดระวังที่จำเป็น

โดยกระทรวงสาธารณสุข มีหน้าที่ดูแลและจัดเตรียมอุปกรณ์สนับสนุนการช่วยเหลือให้กับผู้ที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดน นอกจากนี้ รัฐบาลได้มีการอนุมัติงบกลางจำนวน 620 ล้านบาท เพื่อบริหารจัดการปัญหาไฟป่า ส่งผลให้จำนวนจุดความร้อน (Hotspot) ลดลงอย่างเห็นได้ชัด

ปัญหาฝุ่นควันจะถูกยกเป็นวาระแห่งชาติ เนื่องจากส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นหน่วยงานหลักที่จะดูแลเรื่องนี้

อ่านข่าว ช่วย 2 ลูกหมูป่าหนีไฟไหม้-เตือนฝุ่นเหนือวิกฤตถึง 23 มี.ค.

นอกจากนี้ ต้องขอบคุณทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มีส่วนร่วมประสานงานกับประเทศเพื่อนบ้านในระดับผู้บริหารและอธิบดี เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาฝุ่นควันในภูมิภาค

ทั้งนี้ประชาชนมั่นใจได้ว่าปัญหาฝุ่นควัน กำลังได้รับการดูแลอย่างจริงจัง พร้อมทั้งมีมาตรการรองรับ และเตรียมความพร้อมเพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมในทุกพื้นที่ของประเทศ

อ่านข่าว "นายกรัฐมนตรี" ชวนคนไทยใส่กางช้างสาดน้ำสงกรานต์ 5 วัน

จุดความร้อนไทยพบ 630 จุด

ขณะที่ GISTDA สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) เผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ เอ็นพีพี (Suomi NPP) ระบบ VIIRS และจากข้อมูลดาวเทียมดวงอื่น ๆ ของเมื่อวันที่ 18 มี.ค.นี้ ประเทศไทยมีจุดความร้อนรวม 630 จุด 

ทั้งนี้ ข้อมูลจากดาวเทียมระบุว่าจุดความร้อนที่เกิดขึ้นของประเทศเกิดขึ้นในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 234 จุดพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 157 จุด พื้นที่เกษตร 129 จุด พื้นที่เขต สปก.62 จุด พื้นที่ชุมชนและพื้นที่อื่นๆ 41 จุด และพื้นที่ริมทางหลวง 7 จุด

ในขณะที่จุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบมากที่สุดที่ #พม่า 5,329 จุด ลาว 417 จุด กัมพูชา 350 จุด เวียดนาม 131 จุด มาเลเซีย 54 จุด